คู่มือ การ ปลูกแอปเปิล เรียบเรียงโดย นายราชันณ์ หมะหวัง รหัสนักศึกษา 65305010025 ภาควิชา เกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยี การเกษตรและประมงปัตตานี
แอปเปิล ชื่ออังกฤษ : apple ชื่อวิทยาศาสตร์ : Malus domestica ) วงศ์ : วงค์กุหลาบ สกุล : Rosaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ดอก ผล และใบของต้นแอปเปิล (Malus domestica)แอปเปิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 3 - 12 เมตร เรือนยอดกว้าง กิ่งหนาแน่น ใบรูปไข่เรียงสลับ ยาว 5 - 12 ซม. กว้าง 3 - 6 ซม. ก้านใบ ยาว 2 - 5 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใต้ใบปกคลุมด้วยขนนุ่มเล็กน้อย ดอกเกิดขึ้น พร้อมการแตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีขาวแต้มสีชมพู และเข้มขึ้นเมื่อดอกใกล้โรย มีกลีบดอกห้า กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 - 3.5 ซม. ผลสุกในฤดูใบไม้ร่วง โดยทั่วไปมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 - 9 ซม. กลางผลมีคาร์เพล (carpel) ห้าโพรงเรียงตัวในรูปดาวห้าแฉก แต่ละโพรงบรรจุไปด้วยเมล็ดหนึ่งถึงสาม เมล็ด
สภาพดินฟ้าอากาศ แอปเปิลเป็นไม้ผลเมืองหนาวที่ต้องการอากาศหนาวเย็นอันยาวนานโดยจะทำ ให้ระยะพักตัวยุติลง โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 60-85 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าอุณหภูมิต่ำ กว่า 20 องศาฟาเรนไฮต์ จะเป็น อันตรายต่อระบบรากอย่างรุนแรง สำ หรับดินที่เหมาะสมกับการปลูกแอปเปิลควรเป็นดินร่วนปนทรายมี ความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.0-6.8 แต่แอปเปิลไม่ชอบดินที่มีน้ำ ขังบริเวณราก พันธุ์แอปเปิล พันธุ์แอปเปิลมีประมาณ 2,000 พันธุ์ แต่ที่ดีและนิยมปลูกมีเพียง 4 พันธุ์ คือ 1. พันธุ์แอนนา เป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาในประเทศอิสราเอลเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเหลืองสดขนาดใหญ่ปาน กลาง รูปผลค่อนข้างยาว 2. พันธุ์ เอน เชเมอ ผลค่อนข้างกลมขนาดเล็กว่า แอนนา เล็กน้อย สีเหนืองจัด ทั้ง 2 พันธุ์นี้ปลูกที่ดอย อ่างขางเริ่มจะให้ผลแล้ว 3. พันธุ์ โรม บิวตี้ เป็นพันธุ์ที่ปล่อยละอองเรณูหลังจากที่ออกช่อดอกเร็วที่จะสามารถรับเชื้อได้ ดังนั้น พันธุ์นี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เป็นตัวถ่ายละอองเรณูแก่พันธุ์อื่น ๆ ได้ 4. พันธุ์ แกลนด์ อเลกเซนเตอร์ การขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์แอปเปิลทำ ได้หลายวิธี เช่นการติดตา ตัดกิ่ง วิธีการทำ ก็เริ่มจากเตรียมต้นตอ ซึ่งอาจ จะได้มาจากการตอนหรือปักชำ แต่มีวิธีการเตรียมต้นตอซึ่งจะได้จำ นวนมากและระยะเวลารวดเร็วก็คือ ทำ โดยปลูกแอปเปิลลงไปก่อน แล้วตัดต้นแอปเปิลให้เหลือแต่ตอ ตอจะแตกกิ่งก้านสาขาออกมา มากมาย เราจึงใช้ดินกลบโคนต้น กิ่งเหล่านั้นก็จะแตกรากออกมา เมื่อรากออกดีแล้วก็ทำ การขุดย้ายเอา ไปปลูกต่อไป ต้นตอที่ใช้ในประเทศไทยคือพันธุ์ เอ็ม เอ็ม 106 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างแคระและสามารถ ขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ก็ยังมีไม้ป่าที่ใช้เป็นต้นตอได้ดี เช่น มะขี้หนู กล้วยฤาษี ก่อ เป็นต้น
การปลูกและการปฏิบัตดูแลรักษา การปลูกแอปเปิลมีระบบการปลูกเป็น 2 แบบ คือ 1. ระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2. ระบบแนวระดับ ในระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะปลูกต้นไม้เป็นมุมฉากต่อกันอยู่แต่ละมุมของสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะสำ หรับ ปลูกไม้แซมทำ ให้พรวนดินได้ 2 ทาง สะดวกในการดูแลรักษา และต้นแอปเปิลจะได้รับแสงแดดมาก ที่สุด ส่วนระบบแนวระดับ จะปลูกตามแนวระดับทางเดียวและมักจะคดเคี้ยวไปตามระยะทางห่างกันอีกด้าน เป็นระยะจำ กัด ระบบนี้ช่วยลดการสึกกร่อนของดินเหมาะกับพื้นที่ที่เป็นเนินเขาหรือที่ลาดชัน การเตรียมดิน เหมือนกับการปลูกไม้ผลทั่วไป โดยขุดหลุมขนาด 1x1x1 เมตร กองดินดินบนไว้กองหนึ่ง และดินชั้น ล่างไว้อีกกองหนึ่ง นำ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ๆ เทใส่ลงไปขนาดพอ ๆ กับกองดินบน ผสมคลุกเคล้าให้ เข้ากันจากนั้นจึงค่อยเอาดินล่างกลบลงไปให้มีระยะสูงกว่าปากหลุมเล็กน้อย นำ ต้นตกลงปลูกได้แล้วก ลบดินบริเวณโคนต้นให้แน่นพอควร ระยะปลูกที่เหมาะสม 3x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะ ได้ประมาณ 100-177 ต้น ฤดูกาลที่ปลูก ควรทำ ในขณะที่อยู่ในช่วงพักตัว คือช่วงฤดูหนาว ซึ่งในช่วงนี้ต้นพืชจะได้รับการกระทบกระเทือน จากการขุดย้ายน้อยที่สุด การให้ปุ๋ย จะให้ประมาณ 2 ครั้งต่อปี โดยในช่วงเริ่มออกดอกจะให้สูตร 13-13-21 และในช่วงหลังเก็บเกี่ยว และตัดแต่งจะให้สูตร 15-15-15 ส่วนอัตราที่ใช้ก็แล้วแต่ขนาดและอายุของการเจริญเติบโต วิธีการให้ ปุ๋ยก็ทำ โดยพรวนดินบริเวณรอบทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงบนบริเวณที่พรวน จากนั้นก็ให้น้ำ ตามลงไป สำ หรับวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้แอปเปิลมีดอกและผลก็มีการศึกษาทดลองกันมากมาย เช่น ในประเทศ อินโดนีเซียใช้การโน้มกิ่งและปลิดใบ เพื่อบังคับให้ตาแตก จากวิธีนี้จะทำ ให้แอปเปิลออกผลได้ 2 ครั้งต่อ ปี
การตัดแต่งกิ่ง การตัดแต่งกิ่งจะนิยมทำ กันในช่วงที่ต้นแอปเปิลพักตัวคือในฤดูหนาว ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่แอปเปิล ทิ้งใบจะสะดวกในการตัดแต่งกิ่งมาก การปลิดผล เมื่อแอปเปิลติดผลมากเกินไปก็จะทำ ให้ได้ขนาดผลที่เล็กและอาจเป็นอันตรายแก่ต้นได้ เพราะใช้อาหาร จากต้นมาก ดังนั้น จึงต้องมีการปลิดผลออกบ้าง โดยคำ นึงถึงความแข็งแรงของต้น กิ่งและใบ โดยปกติ แล้วใบที่จะปลุงอาหารมาเลี้ยงผลไม่ควรต่ำ กว่า 40 ใบต่อ 1 ผล การห่อผล แอปเปิลที่ปลูกอยู่เราใช้กระดาษห่อผลตั้งแต่เมื่อผลยังมีขนาดเล็กอยู่ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันแมลงที่อาจ จะมาเจาะผลทำ ลายและการห่อผลยังช่วยให้สีผลแอปเปิลสวยสดกว่าด้วย
การปลูกพืชคลุมดิน ในการทำ สวนแอปเปิลมีความจำ เป็นต้องทำ ในที่ที่มีอากาศเย็นหรือสภาพภูเขาสูง สิ่งที่จำ เป็นคือพืช คลุมดิน โดยจะช่วยลดการชะล้างหน้าดินและยังช่วยเก็บความชุ่มชื่นของดินให้อยู่ได้นานทำ ให้ดินมี ความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นด้วย พืชที่ใช้ได้ดีบนดอยอ่างขางคือ เดสโมเดียมเป็นพืชตระกูลถั่วสามารถ เจริญเติบโตได้ดี โรคและแมลง หนอนผีเสื้อ หนอนมักจะซ่อนตัวอยู่ใต้ใบ ที่ใบอาจจะมีขี้หล่นเป็นก้อนดำ ๆ บางตัวชักใยห่อใบแล้วซ่อน ตัวอยู่ภายใน หนอนแอปเปิ้ล ผีเสื้อจะวางไข่ที่ผลแอปเปิ้ลและเจาะกินเมล็ดในแกน แต่แมลงพวกนี้มักจะไม่พบในเขตร้อน
เพลี้ยอ่อนสําลี แตกต่างจากเพลี้ยปกติโดยมีขี้ผึ้งคล้ายสำ ลีปกคลุมตัว ดูดกินอาการตามแผล โรคราแป้ง โรคราแป้งเป็นโรคที่สำ คัญในเขตร้อนชื้น ในที่ราบสูงเย็น จะเป็นสีขาวด้านล่างของใบและจปกคลุม ทั่วทั้งยอด ใบอ่อนจะบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ควรตัดทิ้ง และฆ่าเชื้ออุปกีณ์ที่ใช้ตัดด้วย โรคขี้กลากแอปเปิ้ล เกิดจากเชื้อรา ทำ ให้ผลและใบบิดเบี้ยว เกิดในพื้นที่เย็นและชื้น แต่ไม่ค่อยพบในที่ร้อนและพื้นที่แห้ง ทำ ให้เกิดแผลสีน้ำ ตาลแห้งแตก เกิดเมื่อมีอากาศเย็นหลังฝสนตกทำ ให้ผลเปียกนานพอที่เชื้อราจะเติบโต ได้
โรคไฟไหม้ เป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรียที่แพร่กระจายโดยแมลงและลม ไม่สามารถทนร้อนถึง35องศาได้มัน สามารถพักตัวแล้วแพร่กระจายในช่วงที่เปียกอีกครั้ง อาการเหมือนถูกไฟไหม้ ควรตัดแต่งกิ่งที่ติดเชื้อ ออก ต่ำ ลงมาอย่างน้อย15 cm ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ด้วยแอลกอฮอร์หรือเปลวไฟ การเก็ยวเกี่ยว การเก็บเกี่ยว แอปเปิลที่ปลูกในประเทศไทยคือที่ดอยอ่างขาง จะเริ่มออกดอกประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ และจะเริ่มเก็บผลได้ประมาณต้นเดือนมิถุนายน การเก็บต้องระมัดระวังให้มีการกระทบกระเทือนน้อย ที่สุด เพื่อป้องกันการชอกช้ำ เสียหายอันจะทำ ให้ราคาต่ำ ได้ หลังจากเก็บแล้วก็นำ บรรจุหีบเพื่อส่งตลาด ต่อไป
แอปเปิ้ลมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย แอปเปิ้ลเหมาะกับการเป็นอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำ หนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง แม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำ ตาลแต่ร่างกายก็สามารถดูดซึมและนำ ไปใช้ ประโยชน์ได้ภายใน 10 นาที ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด หากรับประทานเป็นประจำ วันละ 2-3 ผล เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการควบคุมน้ำ ตาลในเลือด เพราะแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ ชนิดละลายน้ำ ในปริมาณสูงที่จะช่วยลดระดับน้ำ ตาลในเลือดด้วย เป็นอาหารที่เหมาะอย่างยิ่งสำ หรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรด ไขข้อรูมาติก โรคเกาต์ ดีซ่าน แอปเปิ้ลก็มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดฝ้าได้เหมือนกันนะ ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำ ไส้ใหญ่ได้โดยตรง ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน ประโยชน์ของแอปเปิ้ล