The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเขียนหนังสือราชการและงานสารบรรณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สลิลทิพย์ โสมเพชร, 2022-03-26 06:57:11

การเขียนหนังสือราชการและงานสารบรรณ

การเขียนหนังสือราชการและงานสารบรรณ

๔๑

1. หนังสือทีต่ ้องปฏิบัติให้เร็วกว่าปกติ เป็นหนงั สือที่ต้องจัดส่งและ
ดำเนนิ การทางสารบรรณดว้ ย ความรวดเรว็ เป็นพเิ ศษ หนังสือท่ีมลี กั ษณะดังกล่าว
ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรวี า่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 กำหนดชน้ั ความเรว็ ไว้
3 ระดบั คือ

1.1 ด่วนที่สดุ เปน็ หนงั สือทใ่ี หเ้ จา้ หน้าท่ปี ฏิบตั ิทนั ทที ีไ่ ด้รบั หนงั สือ

1.2 ดว่ นมาก เปน็ หนงั สอื ทใี่ หเ้ จา้ หนา้ ทีป่ ฏิบตั โิ ดยเรว็

1.3 ด่วน เป็นหนงั สอื ทใี่ หเ้ จา้ หนา้ ท่ีปฏิบตั เิ รว็ กวา่ ปกติ

การระบุชน้ั ความเร็วดงั กลา่ วข้างต้น ในระบดุ ้วยตวั อกั ษรสแี ดงใหเ้ หน็ ชดั เจน
บนหนังสอื และซอง สำหรบั หนงั สือภายนอกให้ระบไุ ว้เหนอื คำวา่ ท่ี สว่ นหนงั สอื ภายใน
ให้ระบุไวเ้ หนือคำว่า ส่วนราชการ โดยใหอ้ ย่ทู างด้านขวาของครุฑ สว่ นทซ่ี อง ให้ระบุไว้
เหนือส่วนราชการโดยใหอ้ ยดู่ า้ นขวาของครุฑ

2. หนงั สอื ที่ไมส่ ามารถเปดิ เผยต่อสาธารณชน ซึง่ จดั เปน็ หนงั สือราชการลบั
หากเนอื้ ความในหนงั สือร่วั ไหลไปถงึ บุคคลอน่ื ทไ่ี ม่มหี นา้ ท่เี กี่ยวข้อง อาจกอ่ ใหเ้ กิดความ
เสยี หายแก่ประโยชน์แหง่ รัฐ ดังน้นั หนงั สอื ดังกลา่ วจะต้องสงวนไวเ้ ฉพาะผู้มีหน้าท่ีที่
เก่ยี วข้อง อนั จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การปฏบิ ัติราชการเท่านนั้ ตามระเบียบว่าดว้ ยการ
รกั ษาความปลอดภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2552 ซ่งึ ไดก้ ำหนด ชั้นความลับไว้ 3 ระดบั คอื

2.1 ลับท่สี ดุ หมายความถงึ ข้อมลู ข่าวสารที่มีความสำคญั ทีส่ ดุ ซ่ึงหาก
เปิดเผยทั้งหมดหรอื เพียงบางส่วน จะก่อใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ ความมั่นคงและ
ผลประโยชนแ์ หง่ รฐั อยา่ งรา้ ยแรงทีส่ ดุ

2.2 ลบั มาก หมายความถึง ขอ้ มลู ขา่ วสารที่มีความสำคญั มาก ซึง่ หาก
เปิดเผยทั้งหมดหรือเพยี งบางส่วนจะกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายแกป่ ระโยชนแ์ ห่งรัฐอยา่ ง
รา้ ยแรง

๔๒

2.3 ลับ หมายความถงึ ข้อมูลข่าวสารลบั ทีม่ คี วามสำคัญ ซึ่งหาก
เปดิ เผยท้ังหมด หรือเพียงบางสว่ นจะกอ่ ใหเ้ กิดความเสยี หายแกป่ ระโยชนแ์ หง่ รฐั

การแสดงชัน้ ความลบั ดังกลา่ ว ใหแ้ สดงดว้ ยตัวอักษรสแี ดงหรอื สอี น่ื ทสี่ ามารถ
มองเหน็ ไดอ้ ย่างเด่นชัดและชดั เจนบนหนงั สือและซอง โดยหนังสอื ภายนอก ใหร้ ะบไุ ว้
ตรงกึง่ กลางหนา้ กระดาษด้านบน เหนือตราครฑุ และกึ่งกลางหนา้ กระดาษด้านล่างใน
แนวตรง ส่วนหนังสือภายในให้ระไว้ตรงกึ่งกลางหนา้ กระดาษด้านบนเหนือคำว่า
บันทกึ ขอ้ ความ และกึง่ กลางหนา้ กระดาษดานลา่ งในแนวตรงกัน

3. การทำสำเนาหนังสือเพ่ือเป็นหลักฐานทางราชการ แบ่งออกเป็น
2 ลักษณะ คอื

3.1 สำเนาคูฉ่ บบั โดยปกติหนงั สอื ราชการที่จะสง่ ออกจากหนว่ ยงาน
ใด ๆ จะต้องมีการทำสำเนาไว้ 2 ฉบับ ซึง่ เรียกว่าสำเนาคู่ฉบับ ฉบับหน่ึงเก็บไว้
ทีต่ น้ เรื่อง และอกี ฉบับหนงึ่ จะเกบ็ ไว้ ท่หี นว่ ยงานกลางของสว่ นราชการ ใบสำเนาคฉู่ บบั
จะต้องลงลายมือชอ่ื หรือลายมือชื่อยอ่ ของผู้ลงช่ือ ในหนงั สอื เพ่ือเก็บไวเ้ ปน็ หลักฐาน
นอกจากน้ใี ห้ผรู้ า่ ง ผพู้ ิมพ์ และผู้ตรวจลงลายมอื ชอื่ ไว้ทีส่ ว่ นลา่ งด้านขวาของหนงั สือ

3.2 สำเนาหนังสือโดยมีคำรับรอง ในกรณีท่ีจะนำสำเนาหนังสอื
ราชการไปใช้เพื่อประโยชน์อยา่ งใดอย่างหนึง่ จะตอ้ งรับรองความถกู ต้องของสำเนา
หนังสอื โดยให้ประทับตรา คำว่า สำเนาถกู ต้อง ที่ส่วนดา้ นซา้ ยของหนงั สอื แล้วให้
ข้าราชการตัง้ แตร่ ะดับ 2 หรือเทยี บเท่าขึ้นไป ซึ่งเป็นเจา้ ของเรื่องลงลายมอื ชอ่ื
พร้อมพมิ พ์ชอ่ื นามสกุล และตำแหนง่ ในบริเวณดงั กลา่ วด้วย

4. สง่ิ ทีค่ วรพจิ ารณาในการเขยี นหนังสือภายนอก
1. ตราครฑุ ทปี่ รากฏในหนงั สือราชการ จะตอ้ งมขี นาดตามทรี่ ะเบยี บสำนกั

นายกรัฐมนตรวี ่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 กำหนดไว้ คือ ขนาดของครฑุ
ในหนงั สือภายนอก 3 เซนตเิ มตร และครุฑในหนังสอื ภายในสงู 1.5 เซนตเิ มตร

๔๓

2. ในการติดตอ่ กบั บคุ คลหรอื หน่วยงานตา่ ง ๆ ด้วยหนังสอื ภายนอกหรือ
ภายใน จะถือว่า เป็นการตดิ ตอ่ ในนามของสว่ นราชการ ดังนั้น สรรพนามบรุ ษุ ท่ี 1 ทใ่ี ช้
แทนเจ้าของหนังสือจะไมใ่ ช้ คำวา่ กระผม ดิฉนั หรือขา้ พเจา้ แตจ่ ะใชเ้ ป็นชื่อส่วน
ราชการทอี่ อกหนงั สอื นน้ั ๆ

3. ในกรณีท่ีเนอื้ หาของหนังสือมีความยาวมากกวา่ 1 หนา้ ให้ใชก้ ระดาษ
ตราครุฑ ซึ่งตราครฑุ อาจพิมพ์ดว้ ยสดี ำ หรือทำเปน็ ครฑุ ดุนเพียงหนา้ แรกหน้าเดียว
เทา่ น้นั ในหน้าตอ่ ไปใหใ้ ช้กระดาษขาวธรรมดาทม่ี ีขนาดและคุณภาพเท่าเทียมกับ
กระดาษตราครฑุ ในหน้าแรก

4. เพอื่ แสดงใหผ้ ู้รบั หนงั สอื เหน็ วา่ หนา่ ยงานเจา้ ของหนงั สอื รสู้ ึกซาบซ้งึ และ
ตระหนักถึงความรว่ มมือหรือความชว่ ยเหลือที่จะไดร้ ับ จงึ ควรใช้คำทแี่ สดงความรสู้ ึก
ดังกลา่ วไวท้ ต่ี อนท้ายของหนงั สอื ด้วย

เช่น

จงึ เรียนมาเพื่อทราบและดำเนนิ การต่อไป จะขอบคุณย่ิง

เรียนมาเพื่อโปรดพจิ ารณาอนมุ ัติ จกั เป็นพระคุณยง่ิ

หวังเป็นอยา่ งยิง่ ว่าคงจะไดร้ ับความอนุเคราะห์จากท่านและ
ขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี

5. คำหรือขอ้ ความใด ๆ ที่ปรากฏในหนงั สือราชการ ต้องเปน็ คำหรอื
ข้อความทถ่ี กู ต้องตามหลักไวยากรณ์ มคี วามหมายท่ชี ัดเจน ไมค่ วรเขยี นโดยใชอ้ กั ษรยอ่
ซึ่งอาจทำให้ผอู้ า่ นสับสน เกดิ ความคลาดเคล่อื น หรอื ผดิ พลาดในการสอ่ื สาร อยา่ งไร
ก็ตาม หากมคี วามจำเปน็ ท่ไี มอ่ าจหลีกเลย่ี งได้ หรือตอ้ งการใหห้ นงั สอื ราชการมขี นาด
ส้ันและกระชับ การใชอ้ กั ษรยอ่ อาจใช้ไดใ้ นกรณดี ังตอ่ ไปนี้

๔๔

5.1 เป็นคำท่ใี ชก้ นั อย่างแพรห่ ลาย และเมอื่ พจิ ารณาจากบริบทแล้ว
คำย่อดังกลา่ วเป็นทท่ี ราบความหมายโดยทวั่ ไป

เช่น

กทม. ยอ่ มาจาก กรงุ เทพมหานคร

พ.ร.บ.การศกึ ษาแหง่ ชาติ ย่อมาจาก พระราชบัญญัตกิ ารศึกษา
แหง่ ชาติ

ศศ.บ. (ปรญิ ญา) ยอ่ มาจาก ศิลปศาสตรบัณฑิต

รร. (สถาบันการศึกษา) ยอ่ มาจาก โรงเรียน

5.2 มีการกลา่ วถงึ คำหรอื ข้อความดังกลา่ วมาคร้ังหนง่ึ แล้ว โดยเขียน
เปน็ คำหรือข้อความทีค่ รบถ้วน สมบูรณแ์ ละตามดว้ ยอกั ษรยอ่ ของคำ หรือข้อความ
ดงั กล่าวในวงเลบ็ เมื่อเขยี นคำหรอื ขอ้ ความน้นั ในครงั้ ต่อมา ก็สามารถใชอ้ กั ษรยอ่ ไดเ้ ลย

6. ในการกล่าวถงึ สิง่ ใดส่งิ หนงึ่ ซ่ือเป็นคำวิสามานยนามและหรือเปน็ คำทม่ี ี
ขนาดยาว อาจเขียนคำกลา่ วโดยเขียนเปน็ ชื่อเตม็ เพียงครง้ั แรกทก่ี ล่าวถึงเพียงคร้ังเดยี ว
สำหรับการกลา่ วถงึ สง่ิ น้นั ในครั้งต่อไป อาจเขียนในลักษณะของการยอ่ คำ โดยใช้
เครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ) กำกับท้ายคำทีเ่ ขยี นย่อน้ัน เช่น “พจนานุกรมฉบบั
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542” อาจเขยี นย่อเปน็ “พจนานกุ รม ฯ” เป็นต้น

7. ในการเขียนหนังสอื ราชการ พึงระลึกไว้เสมอวา่ เปน็ การเขียนเพอื่ ให้
ผูร้ บั เป็นผอู้ า่ น และให้มคี วามเขา้ ใจในเน้อื หาหรือข้อความนน้ั ๆ การเขียนจึงควร
คำนงึ ถึงการใช้คำโดยยดึ ผอู้ ่านเปน็ หลกั

8. การพมิ พ์หนังสือราชการ ควรยึดรูปแบบตามท่ปี รากฏในระเบยี บสำนัก
นายกรฐั มนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ประกอบหนงั สอื สำนักนายกรฐั มนตรี
ที่ นร 0106/ว 2019 ลงวนั ท่ี 30 พฤศจิกายน 2553 ซง่ึ ได้อธิบายวิธีการพิมพ์
หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การพิมพ์ในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ไว้

๔๕

อย่างชัดเจน กล่าวคอื พยญั ชนะต้นอยู่บรรทัดหนึง่ แต่สระและตวั สะกดของคำ
คำเดยี วกันอยู่ในบรรทดั ต่อมา เช่น คำว่า “มหาวิทยาลยั ” ตัดคำเป็น “มหาวิท” อยอู่ กี
บรรทดั หนง่ึ และ “ยาลยั ” อยอู่ กี บรรทดั หนงึ่

9. การลงช่อื ตำแหนง่ ของเจา้ ของหนงั สอื ในกรณที บ่ี คุ คล ซง่ึ ดำรงตำแหนง่
ท่ีตอ้ งลงนามเป็นเจ้าของหนังสือ ได้มอบหมายให้ผู้อ่ืนลงนามแทน หรอื บุคคลน้ัน
ไม่สามารถปฏิบัตริ าชการไดต้ ้องให้ผูอ้ ืน่ ลงนามแทน การพมิ พช์ อ่ื ตำแหนง่ จะต้องพมิ พ์
ตำแหนง่ ของผ้ทู ี่ลงนามและลักษณะของการปฏิบตั งิ านแทน เช่น ปฏิบตั ิราชการแทน
รักษาราชการแทน ทำการแทนฯลฯ ไวบ้ รรทดั เดียวกนั และระบุตำแหน่งของบคุ คลท่ี
เปน็ เจา้ ของเรอื่ งตวั จรงิ ไว้ในบรรทดั ตอ่ มา

เช่น

ลายมือชอื่

(รองศาสตราจารยก์ มล การกศุ ล)

รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ปฏิบัตริ าชการแทน

อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั นเรศวร

10. การจา่ หน้าซอง ทั้งท่ีสง่ ทางไปรษณยี ์และส่งโดยคนเดนิ สาร จะต้อง
ระบุเลขทห่ี นังสือราชการที่อยใู่ นซองด้วย โดยให้เลขทห่ี นงั สอื ราชการนนั้ อยู่ในตำแหนง่
ดา้ นลา่ งของส่วนราชการเจา้ ของหนงั สือ

๔๖

5. ตวั อยา่ งรปู แบบหนงั สอื ภายนอก

ภาพท่ี 13 ตวั อยา่ งรปู แบบหนงั สอื ภายนอก
ที่มา : http://www.oasc.ru.ac.th.

๔๗

6. คำแนะนำประกอบการพมิ พห์ นังสอื ภายนอก
การพมิ พ์หนังสอื ราชการภาษาไทย การจดั ทำตราครุฑและกระดาษบันทึก

ขอ้ ความ โดยใชโ้ ปรแกรมการพมิ พใ์ นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ใหจ้ ดั ทำให้ถกู ต้องตามแบบ
ของกระดาษตราครุฑ (แบบที่ 28) และแบบของกระดาษบันทกึ ขอ้ ความ (แบบท่ี 29)
(ระเบยี บสำนักนายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยงานสารบรรณและที่แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ , 2526)

1. การตง้ั คา่ ในโปรแกรมการพมิ พ์
1.1 การตง้ั ระยะขอบหนา้ กระดาษ

- ขอบซ้าย 3 เซนตเิ มตร ขอบขวา 2 เซนตเิ มตร

- ขอบบน 2.5 เซนตเิ มตร ขอบลา่ งประมาณ 2 เซนติเมตร

1.2 การตัง้ ระยะบรรทดั ให้ใชค้ ่าระยะบรรทัดปกติ คือ 1 เท่าหรือ
Single

1.3 การก้นั คา่ ไม้บรรทดั ระยะการพิมพอ์ ยรู่ ะหว่าง 0 – 16 เซนติเมตร

2. ขนาดตราครฑุ

2.1 ตราครุฑสงู 3 เซนติเมตร

2.2 การวางตราครฑุ ใหว้ างหา่ งจากขอบกระดาษบนประมาณ 2.5
เซนติเมตร (ชดิ ขอบบน)

3. การพมิ พ์

3.1 ใช้รูปแบบตัวพิมพไ์ ทยสารบรรณ (ฟอนต์ TH Sarabun PSK)
ขนาด 16 พอยท์

3.2 การพมิ พ์ “ที่”และ“ส่วนราชการเจา้ ของหนงั สอื ” ใหพ้ มิ พต์ รงกบั
แนวเทา้ ของตราครฑุ

๔๘

3.3 การพิมพ์ชื่อเดอื นใหต้ ัวอักษรตัวแรกอย่ตู รงกับแนวเทา้ ขวาของ
ตราครุฑ

3.4 การพมิ พ์เร่ือง คำขนึ้ ตน้ อ้างถึง สิ่งทสี่ ง่ มาดว้ ย ใหม้ รี ะยะบรรทดั
ระหว่างกันเท่ากบั

ระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มค่ากอ่ นหนา้ อกี 6 พอยท์ (1 Enter +
Before 6 pt)

3.5 การยอ่ หน้าข้อความภาคเหตุ ภาคความประสงค์ และภาคสรุป
ให้มีระยะยอ่ หนา้ ตามคา่ ของไม้บรรทัดระยะการพมิ พ์ เท่ากบั 2.5 เซนตเิ มตร

3.7 การพิมพย์ ศของผลู้ งชื่อใหอ้ ยหู่ นา้ แนวกึ่งกลางของตราครฑุ กบั ให้
เว้นบรรทัด การพิมพ์ 2 บรรทัดปกติและเพ่มิ คา่ ก่อนหนา้ อีก 6 พอยท์ (2 Enter +
Before 6 pt) จากคำลงทา้ ย

3.8 การพมิ พ์ชือ่ เต็มของเจ้าของหนงั สือ (ช่ือสกลุ ) และตำแหนง่ ใหถ้ ือ
คำลงทา้ ยเป็นหลักโดยให้อยู่กึ่งกล างซ่ึงกันและกัน ในกรณีท่ีต้องพมิ พ์ตำแหน่ง
2 บรรทัด ระหว่างบรรทดั ใหใ้ ช้ระยะ 1 Enter

3.9 ระยะระหว่างตำแหน่งกับส่วนราชการเจา้ ของเรอื่ ง ใหพ้ จิ ารณา
ตามความเหมาะสมของพนื้ ท่ที เี่ หลอื อยใู่ นหนา้ กระดาษนนั้ โดยสามารถเลือกใช้ระยะ
บรรทดั 1 Enter หรือ 1 Enter + Before 6 pt หรือ 2 Enter ไดต้ ามความเหมาะสม

3.6 การพมิ พค์ ำลงท้าย ให้พมิ พ์ตวั อกั ษรตัวแรกอยตู่ รงกบั แนวก่งึ กลาง
ของตราครฑุ และหา่ งจากบรรทัดสดุ ท้ายของภาคสรปุ เทา่ กบั ระยะบรรทดั ปกติ และเพม่ิ
คา่ ก่อนหนา้ อกี 12 พอยท์ (1 Enter + Before 12 pt)

๔๙

7. การตง้ั ค่าในโปรแกรมการพมิ พห์ นงั สอื ภายนอก

ภาพที่ 14 การตั้งคา่ ในโปรแกรมการพิมพห์ นงั สอื ภายนอก
ทม่ี า : https://workflow.cad.go.th.

๕๐

8. คำอธบิ ายการจดั ทำหนงั สอื ภายนอก (ขอเชญิ วทิ ยากร) (ระเบียบสำนกั
นายกรฐั มนตรีวา่ ด้วยงานสารบรรณและทแ่ี ก้ไขเพิม่ เตมิ , 2526)

1. ท่ี เปน็ เลขท่ีส่วนราชการในสังกดั มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ใหล้ ง
ที่ ศธ 0554....... ออกเลขท่หี นงั สือทงี่ านบริหารทั่วไป โดยรนั ตามปีปฏิทนิ

2. ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง ให้ลงชอ่ื มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมและ
ลงทีอ่ ยู่ของมหาวิทยาลยั ราชภฏั นครปฐม อำเภอเมือง จังหวดั นครปฐม 73000

3. วัน เดือน ปี ใหล้ งวนั ท่ี เดือน ปี ที่ออกเลขท่หี นงั สอื เช่น 25 กรกฎาคม
2560

4. เรอ่ื ง ใหล้ งช่อื เรอ่ื งโดยยอ่ และมใี จความตามวัตถปุ ระสงคข์ องเรอื่ ง

5. คำขนึ้ ต้น ส่วนใหญใ่ ห้ใช้คำว่า เรียน ถ้าเปน็ พระภกิ ษกุ ็ใหใ้ ช้วา่ นมสั การ
อาจเปน็ ช่อื บคุ คล หรือ ชื่อหนว่ ยงานกไ็ ด้ เช่นตามตวั อยา่ ง เรยี น นางสชุ าดา สัตยกุล

6. ข้อความ จะแบ่งสว่ นของขอ้ ความออกเป็น 3 ส่วนดว้ ยกันคอื ภาคเหตุ
ภาคความประสงค์ ภาคสรุป

6.1 ภาคเหตุ (คำข้นึ ต้น) ใหล้ งว่าใครทำอะไร ท่ไี หน และเมอื่ ไหร่

1. หากเป็นเรื่องที่เคยติดต่อกันมาก่อนจะต้องดูถึงเร่อื งเดิม
วา่ เคยเป็นมาอย่างไร ปกตใิ ห้ขน้ึ ต้นดว้ ยคำวา่ “ตาม...” ลงทา้ ยดว้ ยคำวา่ “นัน้ ”

2. หากเป็นเรื่องทีเ่ กดิ ขน้ึ ใหม่ ซึ่งไมเ่ คยมีการติดต่อกันมาก่อน
จะต้องเขยี นความประสงค์ หรือความมุง่ หมาย โดยมเี หตุผลอยา่ งชดั เจน ปกติให้ขน้ึ ตน้
ด้วยคำว่า “ดว้ ย...” หรอื “เนอ่ื งจาก...”

๕๑

6.2 ภาคความประสงค์ (ข้อความ) ใหล้ งวา่ ต้องการสื่อสารให้ผู้รับ
หนังสอื ทำอะไร และเมื่อไหร่

1. ให้แจ้งจุดประสงคท์ ่ีมีหนังสอื ไป เช่น การขอความร่วมมือ
การขอความเห็น การขอความช่วยเหลอื

2. ถา้ มจี ุดประสงค์หลายข้อ ใหเ้ ขยี นแยกออกเปน็ ขอ้ ๆ ให้ชดั เจน

6.3 ภาคสรปุ (คำลงทา้ ย) มกั ใช้คำว่า จึงนำหน้า ปกติจะขึน้ ด้วยคำวา่
“จึง.....และต่อทา้ ยด้วยขอ้ ความทไี่ ด้ระบใุ ห้ปฏิบตั ติ าม หรอื ร้องขอตามขอ้ ความทไี่ ด้
ระบไุ ว้ในตอนท่ี 2 ให้ชดั เจน

เชน่ จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ/และถอื ปฏบิ ตั ิ

จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณา/ส่งั การ

จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพิจารณาใหค้ วามอนุเคราะห/์ ใหค้ วามรว่ มมือ

7. คำลงท้าย คำลงทา้ ย มคี วามสมั พนั ธก์ บั คำขน้ึ ต้นเสนอ ถา้ ขึ้นตน้ วา่ เรยี น
ตอ้ งลงทา้ ยว่า ขอแสดงความนบั ถือ หรอื ถ้าขึ้นต้นดว้ ย นมสั การ....ต้องลงท้ายว่า
ขอนมสั การมาด้วยความ เคารพ เปน็ ต้น

8. ลงช่ือ ให้ลงช่ือผู้ลงนามหนงั สอื

9. ตำแหนง่ ใหล้ งตำแหนง่ ของผูล้ งนามหนงั สือ

- กรณีทม่ี กี ารมอบอำนาจให้ลงนาม ให้ลงตำแหนง่ เช่น รองอธกิ ารบดี
ปฏบิ ัตริ าชการ อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม

- กรณีแต่งต้งั รักษาราชการ ใหล้ งตำแหนง่ เช่น รองอธิการบดี
รกั ษาราชการแทน อธิการบดมี หาวทิ ยาลัยราชภฏั นครปฐม

๕๒

10. ส่วนราชการเจ้าของหนงั สือ ให้ลงชือ่ หน่วยงานที่จดั ทำหนังสือ
เพื่อสะดวกในการตดิ ต่อ

11. โทร. ให้ลงเบอรโ์ ทรศัพทข์ องหนว่ ยงานที่ส่งหนงั สอื โดยเวน้ ระยะ
ตัวเลข 1 – 4 - 4 เช่น โทร. 0 3426 1066 หรือลงโทรสารหรือไปรษณยี ์
อิเลก็ ทรอนกิ สก์ ไ็ ด้

๕๓

9. ตัวอย่างหนงั สอื ขอเชิญวทิ ยากร

ภาพท่ี 15 ตวั อย่างหนังสือขอเชิญวทิ ยากร
ทม่ี า : http://cttc.cpd.go.th.

๕๔

10. คำอธบิ ายการจัดทำหนงั สือภายนอก (ขอความอนุเคราะห์) (ระเบียบสำนกั
นายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณและทแ่ี กไ้ ขเพ่มิ เตมิ , 2526)

1. ที่ เป็นเลขทสี่ ่วนราชการในสงั กัดมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม ให้ลง ที่
ศธ ๐๕๕๔/........ ออกเลขทีห่ นังสอื งานบรหิ ารทวั่ ไป โดยรันตามปปี ฏทิ นิ

2. ส่วนราชการเจา้ ของเรอื่ ง ใหล้ งช่อื มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครปฐม และลง
ทอี่ ยูข่ อง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม อำเภอเมือง จังหวดั นครปฐม ๗๓๐๐๐

3. วนั เดือน ปี ให้ลงวนั ท่ี เดือน ปี ทีอ่ อกเลขทห่ี นังสือ เช่น ๒๔ สิงหาคม
๒๕๖๐

4. เรือ่ ง ให้ลงชอื่ เร่ืองโดยย่อ และมใี จความตามวตั ถุประสงคข์ องเรอื่ ง เชน่
ขอความอนเุ คราะห์ตอ่ อายกุ ารใช้รถยนตร์ าชการ

5. คำขึ้นต้น ส่วนใหญ่ให้ใช้คำว่า เรียน แล้วตามด้วยชื่อหนว่ ยงาน
เชน่ ตามตวั อยา่ ง เรียน ขนส่งจงั หวัดนครปฐม

6. อา้ งถงึ (ถ้าม)ี กรณีทตี่ ้องการอ้างอิงถึงหนงั สือให้ลงรายละเอียดตาม
ตัวอยา่ ง เชน่ หนงั สือกรมการขนส่งทางบก ด่วนทส่ี ดุ ที่ กค ๐๔๐๘/๑๒๘ ลงวันท่ี ๑๒
มิถุนายน ๒๕๕๖

7. สิ่งทสี่ ง่ มาด้วย (ถา้ ม)ี กรณมี กี ารส่งเอกสารอื่น ๆ กำหนดการแบบตอบ
รับ เป็นต้น เช่น ตามตวั อย่าง สมุดคู่มอื การตอ่ ทะเบยี นรถยนต์ จำนวน ๑ ฉบับ

8. ขอ้ ความ จะแบง่ สว่ นของข้อความออกเป็น 3 สว่ นด้วยกันคือ ภาคเหตุ
ภาคความประสงค์ ภาคสรุป

8.1 ภาคเหตุ (คำข้นึ ตน้ ) ใหล้ งว่าใครทำอะไร ทไ่ี หน และเมอ่ื ไหร่

1. หากเป็นเรื่องที่เคยติดต่อกันมาก่อนจะต้องดู ถึงเร่อื งเดิม
วา่ เคยเป็นมาอยา่ งไรปกติให้ ขน้ึ ตน้ ด้วยคำวา่ “ตาม...” ลงท้ายดว้ ยคำวา่ “นน้ั ”

๕๕

2. หากเปน็ เรื่องทีเ่ กดิ ขึ้นใหม่ ซงึ่ ไมเ่ คยมกี ารติดต่อกันมาก่อน
จะตอ้ งเขียนความประสงค์ หรือความมุ่งหมาย โดยมีเหตุผลอยา่ งชัดเจน ปกตใิ หข้ นึ้ ตน้

ดว้ ยคำวา่ “ด้วย...” หรอื “เนอื่ งจาก...”

8.2 ภาคความประสงค์ (ขอ้ ความ) ใหล้ งวา่ ตอ้ งการสือ่ สารให้ผู้รับ
หนงั สือทำอะไรและเมือ่ ไหร่

1. ให้แจ้งจุดประสงคท์ ี่มีหนังสอื ไป เช่น การขอความร่วมมือ
การขอความเห็น การขอความช่วยเหลอื

2. ถา้ มจี ุดประสงคห์ ลายขอ้ ให้เขยี นแยกออกเปน็ ขอ้ ๆ ใหช้ ดั เจน

8.3 ภาคสรปุ (คำลงท้าย) มกั ใชค้ ำว่า จึงนำหนา้

ปกติจะข้นึ ดว้ ยคำวา่ “จึง.........และต่อทา้ ยดว้ ยขอ้ ความทไ่ี ด้ระบใุ ห้
ปฏบิ ัติตาม หรือรอ้ งขอ ตามขอ้ ความทีไ่ ดร้ ะบไุ ว้ใน ตอนท่ี 2 ให้ชัดเจน

เชน่ จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ และถือปฏบิ ตั ิ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพจิ ารณาส่ังการ

จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดพจิ ารณาใหค้ วามอนเุ คราะห/์ ให้ความรว่ มมอื

9. ลงชอื่ ใหล้ งช่อื ผลู้ งนามหนงั สอื

10. ตำแหน่ง ให้ลงตำแหนง่ ของผู้ลงนามหนงั สือ

- กรณีทม่ี กี ารมอบอำนาจใหล้ งนาม ให้ลงตำแหนง่

เชน่ รองอธิการบดี ปฏบิ ัติราชการ อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลัยราชภัฏ

นครปฐม

๕๖

- กรณีท่ีแตง่ ต้ังรกั ษาการ ใหล้ งตำแหนง่

เช่น รองอธกิ ารบดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวทิ ยาลัย
ราชภัฏนครปฐม

11. ส่วนราชการเจ้าของหนงั สือ ให้ลงชือ่ หน่วยงานทีจ่ ดั ทำหนังสอื
เพือ่ สะดวกในการติดตอ่

12. โทร. ให้ลงเบอรโ์ ทรศัพทข์ องหนว่ ยงานทสี่ ่งหนงั สือ โดยเว้นระยะ
ตัวเลข 1 - 4 - 4 เช่น โทร. ๐ ๓๔๑๐ ๙๓๐ ต่อ ๓๔๐๑ หรือไปรษณียอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(ถ้าม)ี

๕๗

11. ตัวอยา่ งหนงั สอื ขอความอนเุ คราะห์

ภาพท่ี 16 ตวั อย่างหนงั สอื ขอความอนเุ คราะห์
ที่มา : https://std.kpru.ac.th.

๕๘

บทที่ 4
หนงั สือประทบั ตรา

1. ความหมายหนังสือประทบั ตรา
หนงั สือประทบั ตรา คอื หนังสือทใ่ี ช้กระดาษตราครฑุ จดั ทำ โดยประทบั ตรา

แทนการลงชื่อของหัวหนา้ สว่ นราชการระดับกรมขนึ้ ไป โดยให้หัวหนา้ ส่วนราชการ
ร ะด ั บ ก อ ง ห ร ื อ ผ ู้ ท ี ่ ได ้ รั บม อ บ หม าย จา ก ห ั วห น้ า ส่ ว นร าช กา รร ะด ั บก รมขึ ้ นไป
เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบลงชือ่ ย่อกำกับตราหนงั สอื ประทบั ตราใหใ้ ชไ้ ด้ท้งั ระหวา่ งสว่ นราชการ
กับสว่ นราชการและระหวา่ งสว่ นราชการกับบคุ คลภายนอกเฉพาะกรณที ีไ่ ม่ใช่เรื่อง
สำคัญ (ระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณและทแ่ี กไ้ ขเพมิ่ เติม, ๒๕๒๖)
ได้แก่

1. การขอรายละเอียดเพ่ิมเตมิ

2. การสง่ สำเนาหนังสอื ส่ิงของ เอกสาร หรือบรรณสาร

3. การตอบรบั ทราบทไ่ี มเ่ กยี่ วกบั ราชการสำคญั หรือการเงนิ

4. การแจง้ ผลงานทไี่ ดด้ ำเนินการไปแล้วให้สว่ นราชการทเ่ี ก่ียวขอ้ งทราบ

5. การเตือนเรื่องทคี่ า้ ง

6. เรอื่ งซ่งึ หวั หน้าสว่ นราชการระดับกรมข้นึ ไปกำหนดโดยทำเปน็ คำสง่ั ให้
ใชห้ นงั สือประทบั ตรา

๕๙

2. โครงสรา้ งหนังสือประทับตรา ประกอบด้วยสว่ นสำคญั 3 สว่ น ได้แก่ (ระเบยี บ
สำนกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยงานสารบรรณ, ๒๕๒๖)

ส่วนท่ี 1 หวั หนังสอื
ส่วนที่ 2 เหตุและจุดประสงค์ทมี่ ีหนงั สอื ไป
สว่ นที่ 3 ทา้ ยหนงั สือ

ส่วนท่ี 1 หวั หนงั สอื

ตราครุฑ

ที่.............
ถงึ ............................

ภาพที่ 17 สว่ นหัวหนังสอื
ที่มา : http://dept.npru.ac.th.

1.1 ลำดับชัน้ ความลับ (ถ้าม)ี ลำดบั ชั้นความลับมี 3 ลำดับ ได้แก่
ลบั ลบั มาก และลบั ทส่ี ดุ

1.2 ลำดบั ชั้นความเรง่ ดว่ น (ถา้ ม)ี ลำดับชั้นความเรง่ ดว่ นมี 3 ลำดับ
ได้แก่ ดว่ น ด่วนมาก และด่วนทีส่ ดุ

1.3 ท่ี ใหใ้ ส่รหสั ด้วยพยญั ชนะ (ตัวยอ่ ส่วนราชการ) เลขประจำของ
เจ้าของเรื่อง และเลขทะเบียนหนังสือส่งเรยี งตามลำดับจนส้นิ ปีปฏทิ นิ แล้วเรมิ่ นบั ใหม่
ในปตี ่อไป เช่น ที่ กค 0613/1156

1.4 คำขนึ้ ต้นใช้คาวา่ “ถึง” ใหร้ ะบุชอื่ ส่วนราชการหรอื บคุ คลทีจ่ ะมี
หนงั สือไปถงึ เช่น ถงึ สำนกั งานปลดั กระทรวงการคลงั

๖๐

ส่วนท่ี 2 เหตุและจุดประสงค์ทมี่ ีหนงั สือไป

(ขอ้ ความ)..................................................................................................
..................................................................................................................................
.................................................................................................................................

ภาพที่ 18 สว่ นเหตแุ ละจดุ ประสงค์ทมี่ ีหนงั สอื ไป
ท่ีมา : http://dept.npru.ac.th.

การเขียนเหตหุ รอื จุดประสงคท์ ม่ี ีหนงั สอื ไปอาจเขียนแยกกันคนละย่อหนา้
หรือเขยี นรวมไวใ้ นยอ่ หนา้ เดยี วกนั โดยไมต่ อ้ งขึ้นยอ่ หนา้ ใหม่กไ็ ด้ เพราะส่วนมากจะมี
ข้อความสั้น ๆ หรอื บางคร้งั มแี ตจ่ ุดประสงคท์ ม่ี ีหนงั สือไปโดยไมต่ ้องอ้างเหตุที่ต้องมี
หนังสอื ไป

สว่ นที่ 3 ทา้ ยหนังสือ

(สว่ นราชการเจ้าของหนงั สอื )
ตราชื่อส่วนราชการ
(วนั เดือน ป)ี

(ส่วนราชการเจ้าของเร่อื ง)...........
โทร. x xxxx xxxx
โทรสาร x xxxx xxxx
ไปรษณยี ์อิเล็กทรอนกิ ส์...........

ภาพที่ 19 สว่ นทา้ ยหนงั สอื
ทม่ี า : http://dept.npru.ac.th.

๖๑

ประกอบด้วย ชอ่ื ส่วนราชการทส่ี ่งหนงั สอื ออก ช่ือยอ่ ของผไู้ ดร้ บั มอบหมาย
จากหัวหน้า ส่วนราชการกำกับตราน้นั แทน วันเดือนปที ี่ออกหนงั สอื ใช้ตราส่วน
ราชการประทับ การระบุชื่อ ส่วนราชการเจ้าของเรื่องและหมายเลขโทรศัพท์
ในส่วนทา้ ยหนงั สอื เชน่ เดียวกบั หนังสือภายนอก

3.1 ชื่อส่วนราชการทีส่ ง่ หนงั สือออก ให้ลงช่ือสว่ นราชการที่ส่ง
หนังสือออก

3.2 ตราชอ่ื สว่ นราชการ ให้ประทับตราชื่อส่วนราชการด้วยหมกึ แดง
และใหผ้ ู้รบั ผดิ ชอบลงลายมือชื่อยอ่ กำกบั ตรา

3.3 วัน เดือน ปี ให้ลงตวั เลขของวันท่ี ชื่อเต็มของเดือนและตัวเลข
ของปพี ุทธศกั ราชทอ่ี อกหนงั สือ

3.4. สว่ นราชการเจา้ ของเรอื่ ง ให้ลงชื่อสว่ นราชการเจ้าของเรอ่ื งหรอื
หนว่ ยงานท่ีออกหนงั สือ

3.5 โทร หรือทต่ี ั้ง ให้ลงหมายเลขโทรศัพทข์ องส่วนราชการเจา้ ของเรอ่ื ง
และหมายเลขภายในตู้สาขา (ถา้ มี) ด้วย

ในกรณีท่ไี ม่มโี ทรศัพท์ ใหล้ งชอื่ ท่ตี งั้ ของสว่ นราชการเจ้าขอ งเร่ือง
โดยใหล้ งตำบลที่อยตู่ ามความจำเปน็ และแขวงไปรษณยี ์ (ถา้ ม)ี

3.6 ไปรษณยี อ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ (ถ้ามี) ให้ระบไุ ปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์
ทใี่ ชใ้ นการรบั สง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์

๖๒

3. ตวั อยา่ งหนงั สือประทบั ตรา

ภาพท่ี 20 ตัวอยา่ งหนังสอื ประทบั ตรา
ทม่ี า : https://workflow.cad.go.th.

๖๓

บทท่ี 5
หนังสอื ส่ังการ

1. ความหมายหนงั สือสง่ั การ
หนงั สอื ส่งั การ ใหใ้ ช้ตามแบบทก่ี ำหนดไว้ในระเบยี บนเ้ี วน้ แต่จะมีกฎหมาย

กำหนดแบบไว้โดยเฉพาะหนังสือส่ังการมี 3 ชนิด ได้แก่ คำส่ัง ระเบยี บ และข้อบังคับ
(สถาบันวจิ ัยและพฒั นา มหาวทิ ยาลยั นครพนม, 2564)

1.1 คำสง่ั

คอื บรรดาข้อความท่ีผบู้ งั คับบัญชาสั่งการให้ปฏิบตั โิ ดยชอบ ดว้ ยกฎหมายใช้
กระดาษตราครุฑ และใหจ้ ดั ทำตามแบบที่ ๔ ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ด ดงั นี้
(ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณและท่แี ก้ไขเพมิ่ เตมิ , ๒๕๒๖)

1. คำสัง่ ใหล้ งชื่อสว่ นราชการ หรอื ตำแหนง่ ของผมู้ อี ำนาจท่อี อกคำสงั่

2. ที่ ใหล้ งเลขทท่ี อ่ี อกคำสั่ง โดยเริ่มฉบบั แรกจากเลข 1 เรียงเปน็ ลำดับไป
จนสิน้ ปปี ฏทิ ินทบั เลขปพี ุทธศักราช

3. เร่อื ง ใหล้ งช่ือเร่อื งท่อี อกคำสง่ั ท่อี อกคำสง่ั เช่น 3/2556

4. ขอ้ ความ ให้อา้ งเหตุที่ออกคำสัง่ และอ้างถึงอำนาจทใี่ หอ้ อกคำส่งั (ถา้ ม)ี
ไวด้ ้วย แล้วจึงลงข้อความทส่ี ั่ง และวันใช้บงั คบั

5. สงั่ ณ วันที่ ให้ลงตัวเลขของวันท่ี ชือ่ เต็มของเดอื น และตัวเลขของปี
พทุ ธศักราชทอ่ี อกคำสงั่

6. ลงช่ือ ให้ลงลายมอื ช่อื ผู้ออกคำสั่ง และพมิ พช์ ่ือเตม็ ของเจา้ ของลายมอื
ชือ่ ไว้ใตล้ ายมอื ชื่อ

7. ตำแหน่ง ใหล้ งตำแหนง่ ของผ้อู อกคำสง่ั

๖๔

1.2 ระเบียบ
คอื บรรดาขอ้ ความที่ผูม้ ีอำนาจหนา้ ทไ่ี ด้วางไว้โดยจะอาศัย อำนาจของ

กฎหมายหรือไม่ก็ได้เพอ่ื ถอื เป็นหลกั ปฏบิ ัติงานเป็นการประจำ ใช้กระดาษตราครุฑ
และ ให้จดั ทำตามแบบท่ี ๕ ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอียด ดงั นี้

1. ระเบยี บ ใหล้ งช่อื ส่วนราชการทอ่ี อกระเบียบ

2. วา่ ดว้ ย ให้ลงช่ือของระเบียบ

3. ฉบบั ท่ี ถา้ เปน็ ระเบยี บทกี่ ล่าวถึงเป็นครง้ั แรกในเรือ่ งนนั้ ไม่ต้องลงว่าเปน็
ฉบบั ทีเ่ ท่าใด แตถ่ ้าเปน็ ระเบยี บเรอื่ งเดียวกนั ท่ีมกี ารแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ใหล้ งเป็น ฉบับท่ี 2
และที่ถดั ๆ ไปตามลำดบั

4. พ.ศ. ใหล้ งตวั เลขของปพี ุทธศักราชที่ออกระเบยี บ

5. ข้อความ ให้อา้ งเหตผุ ลโดยยอ่ เพือ่ แสดงถึงความมุ่งหมายทตี่ ้ องออก
ระเบียบ และอา้ งถึงกฎหมายท่ีใหอ้ ำนาจออกระเบยี บ (ถา้ มี)

6. ข้อ ให้เรียงขอ้ ความที่จะใช้เป็นระเบียบเป็นข้อ ๆ โดยให้ข้อ 1
เปน็ ช่ือระเบยี บ ข้อ 2 เป็นวันใชบ้ งั คับกำหนดวา่ ให้ใช้บงั คบั ตั้งแตเ่ มื่อใด และข้อสดุ ทา้ ย
เปน็ ขอ้ ผรู้ ักษาการ ระเบยี บใดถา้ มีมากขอ้ หรือหลายเรอื่ งจะแบ่งเป็นหมวดก็ได้ โดยให้
ยา้ ยข้อผู้รักษาการไปเปน็ ข้อสดุ ทา้ ยก่อนทจี่ ะขนึ้ หมวด 1

7. ประกาศ ณ วันท่ี ให้ลงตัวเลขของวันท่ี ช่อื เตม็ ของเดือน และตวั เลขของ
ปพี ทุ ธศกั ราชท่อี อกระเบยี บ

8. ลงช่อื ให้ลงลายมือชอื่ ผอู้ อกระเบียบ และพิมพ์ชอื่ เต็มของเจ้าของ
ลายมือช่ือไว้ใตล้ ายมือชอื่

9. ตำแหน่ง ใหล้ งตำแหนง่ ของผูอ้ อกระเบยี บ

๖๕

1.3 ขอ้ บงั คบั
คอื บรรดาขอ้ ความทผ่ี ้มู อี ำนาจหน้าทก่ี ำหนดให้ใชโ้ ดยอาศยั อำนาจของ

กฎหมายท่ีบัญญัติให้กระทำได้ ใช้กระดาษตราครุฑ และให้จัดทำตามแบบที่ 6
ทา้ ยระเบยี บ โดยกรอกรายละเอยี ด ดงั นี้

1. ข้อบงั คับ ใหล้ งช่ือส่วนราชการทอี่ อกข้อบงั คับ

2. วา่ ดว้ ย ใหล้ งชื่อของขอ้ บงั คบั

3. ฉบับที่ ถ้าเปน็ ขอ้ บงั คับทกี่ ลา่ วถงึ เปน็ คร้ังแรกในเร่ืองนน้ั ไม่ต้องลงว่า
เปน็ ฉบับทเ่ี ทา่ ใด แตถ่ า้ เป็นขอ้ บงั คบั เรอ่ื งเดยี วกันทีม่ ีการแก้ไขเพิ่มเติมใหล้ งเป็นฉบบั ท่ี
2 และที่ถดั ๆ ไปตามลำดับ

4. พ.ศ. ใหล้ งตัวเลขของปีพุทธศกั ราชที่ออกข้อบงั คบั

5. ข้อความ ให้อา้ งเหตผุ ลโดยยอ่ เพ่ือแสดงถึงความมุ่งหมายที่ต้อ งออก
ขอ้ บงั คบั และอา้ งถึงกฎหมายทใี่ หอ้ ำนาจออกข้อบงั คบั

6. ข้อ ให้เรียงข้อความทีจ่ ะใช้บงั คับเป็นข้อ ๆ โดยให้ ข้อ 1 เป็นชือ่
ขอ้ บงั คบั ข้อ 2 เปน็ วนั ใชบ้ งั คับกำหนดว่าใหใ้ ช้บงั คับตงั้ แต่เมอื่ ใด และขอ้ สดุ ท้ายเปน็
ข้อผรู้ กั ษาการ ข้อบังคับใดถา้ มมี ากขอ้ หรือหลายเรอ่ื งจะแบง่ เป็นหมวดกไ็ ด้โดยใหย้ า้ ย
ขอ้ ผู้รกั ษาการไปเปน็ ขอ้ สุดทา้ ยกอ่ นท่ีจะขน้ึ หมวด 1

7. ประกาศ ณ วันที่ ใหล้ งตวั เลขของวนั ที่ ชือ่ เต็มของเดือน และตัวเลขของ
ปพี ทุ ธศักราชที่ออกข้อบังคบั

8. ลงชือ่ ให้ลงลายมือช่ือผอู้ อกขอ้ บังคบั และพิมพ์ชือ่ เต็มของเจ้าของ
ลายมอื ช่อื ไวใ้ ตล้ ายมอื ชอื่

9. ตำแหน่ง ใหล้ งตำแหนง่ ของผู้ออกขอ้ บงั คับ

๖๖

2. ตัวอยา่ งหนังสอื สัง่ การรปู แบบคำสั่ง

ภาพท่ี 21 ตวั อย่างหนงั สอื สั่งการรูปแบบคำส่ัง
ที่มา : http://rdi.npu.ac.th.

๖๗

3. ตวั อยา่ งหนงั สือส่ังการแบบระเบียบ

ภาพที่ 22 ตวั อย่างหนังสือส่ังการแบบระเบยี บ
ทมี่ า : http://rdi.npu.ac.th.

๖๘

4. ตวั อย่างหนังสือสัง่ การแบบข้อบงั คับ

ภาพท่ี 23 ตวั อยา่ งหนงั สอื สั่งการแบบขอ้ บงั คบั
ทม่ี า : http://rdi.npu.ac.th.

๖๙

บทที่ 6
หนงั สอื ประชาสมั พนั ธ์

1. ความหมายหนังสอื ประชาสมั พนั ธ์
หนังสือประชาสมั พันธ์เปน็ หนงั สอื ท่จี ดั ทำขน้ึ เพ่ือช้ีแจงหรอื แนะนำทางให้

ปฏบิ ตั ิ รวมท้ังเพื่อทำความเขา้ ใจในกจิ การทางราชการหรอื เหตกุ ารณ์ หรอื กรณตี ่าง ๆ
หนงั สือประชาสมั พันธม์ ี 3 ชนดิ ไดแ้ ก่ ประกาศ แถลงการณ์ และข่าว (กรมตรวจบญั ชี
สหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2553)

2. ประเภทหนังสือประชาสมั พนั ธ์

2.1 ประกาศ คือ ข้อความที่ทางราชการประกาศหรอื ช้แี จงให้ทราบ หรอื แนะ
แนวทางปฏิบัติ ให้ใช้กระดาษครฑุ และใหจ้ ัดทำตามแบบท่ีกำหนดไว้ ตามระเบียบ
ขอ้ 20

1. ประกาศ ใหล้ งชอ่ื สว่ นราชการที่ออกประกาศ

2. เรอื่ ง ให้ลงช่ือเรอื่ งท่ปี ระกาศ

3. ข้อความ ใหอ้ ้างเหตุผลทต่ี ้องออกประกาศและขอ้ ความทปี่ ระกาศ

4. ประกาศ ณ วนั ท่ี ใหล้ งตวั เลขของวนั ที่ ชื่อเตม็ ของเดอื นและตัวเลขของ
ปพี ุทธศกั ราชท่อี อกประกาศ

5. ลงช่อื ใหล้ งลายมือชอื่ ออกประกาศ และพมิ พ์ชอ่ื เตม็ ของเจา้ ของลายมอื
ช่ือไวใ้ ตล้ ายมอื ช่อื

6. ตำแหน่ง ให้ลงตำแหนง่ ของผอู้ อกประกาศในกรณีทกี่ ฎหมายกำหนดให้
ทำเปน็ แจง้ ความให้เปลย่ี นคำวา่ ประกาศ เปน็ แจง้ ความ

๗๐

2.2 แถลงการณ์ คอื ข้อความทท่ี างราชการแถลงเพื่อความเขา้ ใจในกจิ กรรม
ของทางราชการ หรอื เหตกุ ารณ์ หรอื กรณอี ่ืน ๆ ใหท้ ราบชัดเจนโดยทวั่ กนั ใช้กระดาษ
ตราครฑุ และใหจ้ ดั ทำตามแบบทก่ี ำหนดไว้ ตามระเบยี บขอ้ 21

1. แถลงการณ์ ใหล้ งชอ่ื สว่ นราชการทอ่ี อกแถลงการณ์

2. เร่ือง ใหล้ งชอ่ื เร่ืองที่ออกแถลงการณ์

3. ฉบับท่ี ใชใ้ นกรณที จี่ ะตอ้ งออกแถลงการณห์ ลายฉบับในเร่ืองเดียวท่ี
ต่อเนือ่ งกนั ใหล้ งฉบบั ทเี่ รยี งตามลำดบั ไวด้ ้วย

4. ข้อความ ให้อ้างเหตุผลทีต่ ้องออกแถลงการณ์และข้อความท่ี
แถลงการณ์

5. สว่ นราชการท่ีออกแถลงการณใ์ ห้ลงช่อื ส่วนราชการทอ่ี อกแถลงการณ์

6. วัน เดือน ปี ใหล้ งตัวเลขของวนั ท่ี ช่ือเตม็ ของเดอื น และตวั เลขของปี
พทุ ธศกั ราชท่อี อกแถลงการณ์

2.3 ขา่ ว คือ ขอ้ ความทีท่ างราชการเหน็ สมควรเผยแพรใ่ ห้ทราบโดยจดั ทำตาม
แบบกำหนดไว้ ตามระเบียบขอ้ 22

1. ข่าว ใหล้ งชอื่ สว่ นราชการทอี่ อกขา่ ว

2. เรื่อง ใหล้ งช่ือเรอื่ งท่อี อกขา่ ว

3. ฉบับที่ ใช้ในกรณที จ่ี ะต้องออกขา่ วหลายฉบบั ในเรอ่ื งเดยี วทตี่ อ่ เนอื่ งกัน

4. ข้อความ ใหล้ งรายละเอยี ดเกย่ี วกับเร่อื งของขา่ ว

5. สว่ นราชการท่อี อกขา่ ว ให้ลงชอื่ ส่วนราชการที่ออกขา่ ว

6. วนั เดือน ปี ให้ลงตัวเลขของวันท่ี ชือ่ เตม็ ของเดือน และตัวเลขของปี
พทุ ธศกั ราชท่อี อกขา่ ว

๗๑

3. ตัวอยา่ งหนงั สอื ประชาสมั พนั ธร์ ูปแบบประกาศ

ภาพท่ี 24 ตวั อย่างหนังสือประชาสมั พันธร์ ูปแบบประกาศ
ทมี่ า : http://rdi.npu.ac.th.

๗๒

4. ตวั อยา่ งหนังสอื ประชาสัมพนั ธ์รูปแบบแถลงการณ์

ภาพที่ 25 ตัวอยา่ งหนังสือประชาสมั พนั ธ์รปู แบบแถลงการณ์
ท่มี า : http://rdi.npu.ac.th.

๗๓

5. ตวั อย่างหนังสอื ประชาสัมพนั ธ์รปู แบบข่าว

ภาพท่ี 26 ตวั อย่างหนังสอื ประชาสมั พนั ธ์รปู แบบขา่ ว
ทม่ี า : http://rdi.npu.ac.th.

๗๔

บรรณานกุ รม

หนังสือ

นภาลัย สวุ รรณธาดา และอดลุ จนั ทรศกั ดิ.์ (2552). เทคนิคการเขยี นหนงั สอื ราชการ
หนังสอื โต้ตอบและรายงานการประชมุ . พิมพค์ รงั้ ที่ 5 ปรบั ปรงุ แก้ไข.
กรงุ เทพฯ : ภาพพิมพ.์

วรวรรธน์ ศรยี าภยั . (2551). การเขยี นเชงิ ราชการ หนังสอื ราชการ รายงานการ
ประชุมภาษาไทย และภาษาองั กฤษ. นนทบรุ ี : สำนกั พมิ พส์ มั ปชัญญะ.

สำนักนายกรฐั มนตรี. (2539). ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
พ.ศ. ๒๕๒๖ พร้อมภาคผนวก ฉบบั แก้ไข พ.ศ. ๒๕๓๙
และคา่ อธบิ าย. กรุงเทพฯ : สำนักงานปลดั สำนกั นายกรฐั มนตรี.

เวบ็ ไซต์

กรมตรวจบัญชสี หกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ (2562). การทำสำเนาหนงั สือ
เพอ่ื เปน็ หลกั ฐานทางราชการ. สบื คน้ เมอ่ื 1 กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก
https://ddc.moph.go.th.

กรมตรวจบัญชสี หกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2553). คำอธิบายการพิมพ์
หนงั สอื ราชการดว้ ยโปรแกรมการพมิ พใ์ นเคร่อื งคอมพิวเตอร์และ
ตัวอยา่ งการพมิ พ.์ สบื ค้นเมอื่ 1 กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก
https://workflow.cad.go.th.

นันทพร ธนะกลู บรภิ ัณฑ.์ (2557). การเขียนหนงั สือภายนอก ฉบับพิมพ์ ครงั้ ที่ 6.
สืบคน้ เมื่อ 3 กุมภาพนั ธ์ 2565, จาก http://www.stou.ac.th.

๗๕

บรรณานุกรม (ต่อ)

ปวณี า จนั ทร์ประดิษฐ์. (2560). ความหมายหนังสือภายนอก. สบื คน้ เมอื่
3 กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก https://www.slideshare.net.

พมิ พิลยั นวลละออง. (2562). คมู่ อื การเขียนหนงั สือราชการ. สบื คน้ เมือ่
5 กมุ ภาพนั ธ์ 2565, จาก http://webapp.ldd.go.th.

มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร.์ (2555). รปู แบบการพมิ พห์ นงั สอื ราชการ ด้วย
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ Microsoft Word 2007. สืบค้นเมอ่ื 7
กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก https://www.hatyaihospital.go.th.

ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรวี า่ ดว้ ยงานสารบรรณ. (2526). การเขียนหนังสอื
ราชการ สำนักงาน ก.พ. สบื คน้ เม่อื 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2565,
จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th.

ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณ (2548). หลักการเขียนหนังสอื
ราชการ สำนกั งาน ก.พ. สืบค้นเมื่อ 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2565, จาก
www.navy.mi.th/navy.

วาศิณี ตนั ตวิ ิศาลเกษตร. (2561). หนังสอื ราชการด้วยระบบงานสารบัญ. สบื คน้ เม่อื
7 กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก https://www.hatyaihospital.go.th.

สถาบันวจิ ยั และพัฒนา มหาวทิ ยาลยั นครพนม. (2564). แบบฟอร์มเอกสารหนังสอื
ราชการสถาบนั วจิ ยั และพัฒนา. สืบค้นเมื่อ 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2565, จาก
http://rdi.npu.ac.th.

สธุ ัญญ์ ฤทธขิ าบ. (2563). คำแนะนำประกอบการพมิ พ์หนงั สือ. สบื ค้นเมอ่ื
3 กมุ ภาพนั ธ์ 2565, จาก https://www.opsmoac.go.th.

๗๖

บรรณานุกรม (ต่อ)

สุพชิ ฌาย์ กล่ินหอม. (2555). การเขยี นหนงั สือราชการเบื้องต้น. สืบค้นเมือ่ 3
กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก http://home.dsd.go.th.

สำนักงานปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ.์ (2563). สว่ นประกอบพเิ ศษของหนงั สอื
ภายใน. สืบค้นเมอื่ 2 กมุ ภาพันธ์ 2565, จาก
https://www opsmoac.go.th.

สำนักหอสมดุ แหง่ ชาต.ิ (2557). ข้อมูลของหนังสอื ราชการ. สืบค้นเมอ่ื 3 กมุ ภาพนั ธ์
2565, จาก https://www.nlt.go.th/th/CIP.

สมบรู ณ์ วรเศรษฐม์ งคล ตัวอยา่ งการเขยี นหนังสือราขการ สบื ค้นเม่อื 7 กมุ ภาพันธ์
2565, จาก https://www.hatyaihospital.go.th.


Click to View FlipBook Version