หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 46
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ปัจจยั ความสำเรจ็ ในการจดั การเรยี นรู้
๑. ผู้บริหาร เป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุดในการสนับสนุนให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุ
เป้าหมาย ผู้บริหารต้องมีความรู้ความเข้าใจในปรัชญา กระบวนการเรียนรู้และธรรมชาติของการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพอื่ จะได้สนบั สนนุ
- งบประมาณในการจดั ซอ้ื สื่อตา่ ง ๆ
- อำนวยความสะดวกในการจัดกจิ กรรมทต่ี ้องใช้แหลง่ เรียนรู้ในทอ้ งถน่ิ ภายนอกโรงเรยี น
- ช่วยเสนอแนะแหล่งวิทยาการและแหล่งเรียนรู้
- นเิ ทศ ตดิ ตามผลการจดั การเรียนรูอ้ ยา่ งสมำ่ เสมอ
- ให้กำลังใจทั้งครแู ละนกั เรยี น
๒. ครูผู้สอน เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการที่จะแปลมาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ที่เป็น
ตัวหนังสือให้เป็นกิจกรรมการเรยี นรู้ที่เหมาะสม น่าสนใจ และมีกระบวนการเรียนรู้หลากหลายวธิ ีอย่างอิสระ
ครูผู้สอนจำเป็นตอ้ ง
- มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกีย่ วกับเป้าหมายของการเรียนการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
- มีความเข้าใจเกีย่ วกบั ธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างดี รวมถึงรู้วิธีการ
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการสืบเสาะหาความรูแ้ ละแก้ปัญหา
- มคี วามเข้าใจเก่ียวกับตัวนกั เรยี น พร้อมท่จี ะเรียนรเู้ รอื่ งราวใหม่ ๆ พรอ้ ม ๆ กับนักเรียน
- เป็นผทู้ ี่มีความสนใจใฝ่หาความรอู้ ยา่ งสมำ่ เสมอและตอ่ เนื่อง เพือ่ นำมาปรับปรงุ ตนเอง
- มีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ มีการใช้สื่อการเรียน
การสอนหลากหลายและสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้
- มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มในอาชีพครใู นฐานะครูวิชาชีพ
- มีมนุษย์สัมพันธท์ ี่ดที ั้งกบั เพือ่ นครูในโรงเรยี นและชมุ ชน เพื่อจะหาความร่วมมอื ในการจัดการ
เรยี นการสอน
๓. ผู้เรียน เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการเรียนการสอน ผู้เรียนแต่ละคน มีความ
แตกต่างกนั ท้งั บุคลกิ ภาพ สตปิ ญั ญา ความถนัด ความสนใจและความสมบูรณ์ของร่างกาย ผูเ้ รยี นควรมี
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ 47
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
โอกาสร่วมคิด ร่วมวางแผนในการจัดการเรียนการสอน และมีโอกาสเลือกวิธีเรียนได้อย่างหลากหลาย ตาม
ความเหมาะสมภายใตก้ ารแนะนำของครูผสู้ อน
๔. สภาพแวดลอ้ มและบรรยากาศการเรยี นการสอน ครผู สู้ อนตอ้ งมวี ิธกี ารทจี่ ะจัดสภาพแวดล้อมและ
บรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาทางวิชาการ เช่น จัดห้องชวนคิด ห้องกิจกรรมวิทยาศาสตร์ จัดระบบ
นิเวศจำลอง จัดบริเวณโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางชีววิทยา ธรณีวิทยา ฯลฯ มีการดัดแปลงห้องเรียนให้
นกั เรียนทำกิจกรรมการเรียนรู้ทส่ี ามารถมีปฏิสัมพันธ์กนั ไดด้ ี และจดั กจิ กรรมท่เี อื้อให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้า
มามีส่วนร่วมในการเรียนการสอนดว้ ย
การวัดผลและประเมินผลการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
เพื่อที่จะทราบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้หรือไม่เพียงใด
จำเป็นต้องมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ในอดีตการวัดและประเมินผลส่วนใหญ่ให้
ความสำคญั กบั การใชข้ ้อสอบซึ่งไมส่ ามารถสนองเจตนารมณ์การเรียนการสอนท่เี นน้ ให้ผเู้ รียนคิด ลงมือปฏิบัติ
ด้วยกระบวนการหลากหลาย เพื่อสร้างองค์ความรู้ ดังนั้น ผู้สอนต้องตระหนักว่าการเรียนการสอนและการ
วัดผลประเมนิ ผลเปน็ กระบวนการเดยี วกัน และจะต้องวางแผนไปพรอ้ ม ๆ กนั
แนวทางการวดั ผลและประเมินผล
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้จะบรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนการสอนที่วางไว้ได้ ควรมี
แนวดงั ต่อไปน้ี
๑. ต้องวัดและประเมินผลทั้งความรู้ความคิด ความสามรถ ทักษะและกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม
จริยธรรม คา่ นยิ มในวิทยาศาสตร์ รวมท้ังโอกาสในการเรียนของผเู้ รียน
๒. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้ที่กำหนดไว้
๓. ต้องเกบ็ ข้อมลู ท่ีได้จากการวัดและประเมินผลอย่างตรงไปตรงมา และตอ้ งประเมนิ ผลภายใต้ข้อมูล
ทม่ี ีอยู่
๔. ผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องนำไปสู่การแปลผลและลงข้อส รุปที่
สมเหตุสมผล
๕. การวัดและประเมินผลต้องมีความเที่ยงตรงและเป็นธรรม ทั้งในด้านของวิธีการวัดโอกาสของการ
ประเมิน
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ 48
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
จุดมุง่ หมายของการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. เพื่อวินิจฉัยความรู้ความสามารถ ทักษะและกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรมและ
คา่ นยิ มของผเู้ รยี น และเพือ่ ซอ่ มเสริมผู้เรยี นใหพ้ ฒั นาความรูค้ วามสามารถและทักษะได้เตม็ ตามศักยภาพ
๒. เพ่ือใชเ้ ป็นข้อมลู ป้อนกลบั ให้แกต่ วั ผเู้ รียนเองว่าบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรเู้ พียงใด
๓. เพ่อื ใช้ขอ้ มลู ในการสรปุ ผลการเรยี นรูแ้ ละเปรยี บเทยี บถงึ ระดับพัฒนาการของการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อกระบวนการเรียนการสอน วิธีการวัดและ
ประเมินผลที่สามารถสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างแท้จริงของผู้เรียนและครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้และผล
การเรียนรู้ทง้ั ๓ ด้านตามทก่ี ล่าวมาแลว้ จงึ ตอ้ งวดั และประเมนิ ผลจากสภาพจริง (Authentic assessment)
การวัดและประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ
กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลาย เช่น กิจกรรมสำรวจภาคสนาม กิจกรรมการสำรวจ
ตรวจสอบ การทดลอง กิจกรรมศึกษาค้นคว้า กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษหรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม ในการทำกิจกรรมเหล่านี้ต้องคำนงึ ว่าผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพแตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคนจึง
อาจทำงานชิ้นเดียวกันได้เสร็จในเวลาที่แตกต่างกัน และผลงานที่ได้ก็อาจแตกต่างกัน เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรม
เหลา่ นี้แล้วกจ็ ะต้องเก็บรวบรวมผลงาน เชน่ รายงาน ชนิ้ งาน บนั ทกึ และรวบถึงทักษะปฏบิ ตั ติ ่าง ๆ เจตคติทาง
วิทยาศาสตร์ เจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์ ความรกั ความซาบซง้ึ กิจกรรมทผ่ี ู้เรยี นได้ทำและผลงานเหล่านี้ต้องใช้วิธี
ประเมินทมี่ ีความเหมาะสมและแตกต่างกนั เพอื่ ชว่ ยใหส้ ามารถประเมินความรู้ความสามารถและความรู้สึกนึก
คิดที่แท้จริงของผูเ้ รยี นได้ การวัดและประเมินผลจากสภาพจริงจะมีประสิทธิภาพก็ตอ่ เมื่อมกี ารประเมนิ หลาย
ๆ ด้าน หลากหลายวิธี ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับชวี ติ จริง และตอ้ งประเมินอย่างต่อเน่ือง เพื่อจะได้
ข้อมลู ทมี่ ากพอท่จี ะสะท้อนความสามารถที่แทจ้ รงิ ของ
ผเู้ รยี นได้
ลกั ษณะสำคัญของการวดั และประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ
๑. การวัดและประเมินผลจากสภาพจริง มีลักษณะที่สำคัญคือ ใช้วิธีการประเมินกระบวนการท่ี
ซับซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพของเรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการที่ได้ผลผลิต
มากกว่าทีจ่ ะประเมนิ ว่าผเู้ รยี นสามารถจดจำความรู้อะไรได้บา้ ง
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรียนบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ 49
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
๒. เปน็ การประเมินความสามารถของผ้เู รียน เพอ่ื วินจิ ฉยั ผูเ้ รยี นในส่วนที่ควรสง่ เสรมิ และส่วนที่ควรจะ
แก้ไขปรบั ปรงุ เพื่อให้ผู้เรยี นไดพ้ ัฒนาอย่างเต็มศกั ยภาพตามความสามารถ ความสนใจและความตอ้ งการของ
แต่ละบคุ คล
๓. เป็นการประเมนิ ที่เปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนได้มสี ่วนรว่ มประเมินผลงานของท้ังตนเองและของเพ่ือนร่วม
หอ้ ง เพอ่ื สง่ เสริมให้ผูเ้ รยี นร้จู กั ตัวเอง เชื่อมัน่ ในตนเอง สามารถพฒั นาตนเองได้
๔. ข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและการวางแผนการ
สอนของผู้สอนว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจและความต้องการของผู้เรียนแต่ละบุคคลได้
หรอื ไม่
๕. ประเมินความสามารถของผู้เรยี นในการถ่ายโอนการเรียนรไู้ ปส่ชู ีวิตจริงได้
๖. ประเมินด้านต่าง ๆ ดว้ ยวิธีท่หี ลากหลายในสถานการณต์ ่าง ๆ อยา่ งต่อเน่อื ง
วธิ ีการและแหล่งขอ้ มูลท่ีใช้
เพื่อให้การวัดและประเมินผลได้สะท้อนความสามารถท่ีแท้จริงของผู้เรียน ผลการประเมินอาจจะ
ไดม้ าจากแหลง่ ข้อมูลและวะการตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปนี้
๑. สังเกตการแสดงออกเปน็ รายบุคคลหรอื รายกลมุ่
๒. ช้นิ งาน ผลงาน รายงาน
๓. การสัมภาษณ์
๔. บันทกึ ของผเู้ รยี น
๕. การประชมุ ปรกึ ษาหารอื ร่วมกันระหวา่ งผ้เู รียนและครู
๖. การวัดและประเมินผลภาคปฏิบตั ิ
๗. การวดั และประเมินผลดา้ นความสามารถ
๘. การวดั และประเมินผลการเรยี นรโู้ ดยแฟ้มผลงาน
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ 50
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
การวดั และประเมินผลดา้ นความสามารถ (Performance Assessment)
ความสามารถของผู้เรียนประเมินไดจ้ ากการแสดงออกโดยตรงจากการทำงานตา่ ง ๆ เป็นสถานการณ์
ที่กำหนดให้ ซึ่งเป็นของจริงหรือใกล้เคียงกับสภาพจริง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนไดแ้ ก้ปัญหาหรือปฏิบัติงานได้
จรงิ โดยประเมินจากกระบวนการทำงาน กระบวนการคดิ โดยเฉพาะความคิดขัน้ สงู และผลงานทีไ่ ด้
ลักษณะสำคัญของการประเมินความสามารถ คือ กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน วิธีการทำงาน
ผลสำเร็จของงาน มีคำสั่งควบคุมสถานการณ์ในการปฏิบัติงาน และมีเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน การ
ประเมินความสามารถที่แสดงออกของผู้เรียนทำได้หลายแนวทางต่าง ๆ กัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
สภาวการณ์ และความสนใจของผเู้ รยี น ดังตวั อย่างต่อไปน้ี
๑. มอบหมายงานให้ทำ งานที่มอบให้ทำต้องมีความหมาย มีความสำคัญ มีความสัมพันธ์กับ
หลักสูตร เนื้อหาวิชา และชีวิตจริงของผู้เรียน ผู้เรียนต้องใช้ความรู้หลายด้านในการปฏิบัติงานที่สามารถ
สะท้อนใหเ้ ห็นถงึ กระบวนการทำงาน และการใช้ความคดิ อย่างลึกซึง้
๒. การกำหนดช้ินงาน หรอื อุปกรณ์ หรือส่ิงประดิษฐ์ใหผ้ เู้ รียนวิเคราะห์องค์ประกอบและกระบวนการ
ทำงาน และเสนอแนวทางเพอ่ื พฒั นาให้มปี ระสิทธภิ าพดขี ึน้
๓. กำหนดตัวอย่างชิ้นงานให้ แล้วให้ผู้เรียนศึกษาชิ้นงานนั้น และสร้างชิ้นงานที่มีลักษณะของการ
ทำงานไดเ้ หมอื นหรือดกี วา่ เดมิ
๔. สร้างสถานการณ์จำลองท่ีสัมพันธก์ ับชวี ิตจริงของผู้เรยี น โดยกำหนดสถานการณ์แล้วให้ผู้เรยี นลง
มอื ปฏบิ ตั ิเพ่อื แกป้ ัญหา
การประเมนิ ผลการเรียนรู้โดยใชแ้ ฟ้มผลงาน (Portfolio Assessment)
แฟ้มผลงาน คืออะไร
เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ทั้งในห้องเรียนหรือนอก
ห้องเรียนก็ตาม ก็จะมีผลงานที่ไดจ้ ากการทำกิจกรรมเหล่านั้นปรากฏอยู่เสมอ ซึ่งสามารถจำแนกผลงานออก
ตามกจิ กรรมต่าง ๆ ดงั นี้
๑. การฟังบรรยาย เมื่อผู้เรียนฟังการบรรยายก็จะมีสมุดจดคำบรรยาย ซึ่งอาจอยู่ในรูปของบันทึก
อย่างละเอียดหรือบันทึกแบบย่อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของความชอบและความเคยชินของผู้เรีย นในการ
บนั ทึกคำบรรยาย
๒. การทำการทดลอง ผลงานของผเู้ รียนทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการทดลอง อาจประกอบด้วยการวางแผนการ
ทดลองทงั้ ในรูปของบนั ทกึ อยา่ งเปน็ ระบบหรือบันทึกอย่างย่อ การบันทึกวธิ กี ารทดลอง ผลการทดลองและ
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 51
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ปัญหาที่พบขณะทำการทดลอง การแปรผล สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง และผลงานสุดท้ายท่ี
เกยี่ วข้องกบั การทดลอง คอื การรายงานผลการทดลองทผี่ ้เู รยี นอาจทำเปน็ กลมุ่ หรือเดี่ยวก็ได้
๓. การอภิปราย ผลงานของผู้เรียนที่เกี่ยวข้องกับการอภิปราย คือ วางหัวขอ้ และขอ้ มูลท่ีจะนำมาใช้
ในการอภิปราย ผลทีไ่ ด้จากการอภิปรายรวมทงั้ ขอ้ สรุปต่าง ๆ
๔. การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม จัดเป็นผลงานที่สำคัญประการหนึ่งของผู้เรียนที่เกิดจากการได้รับ
มอบหมายจากครูผู้สอนให้ไปค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหรือประเด็นที่กำลังศึกษา
ผลงานทไี่ ดจ้ ากการค้นคว้าเพ่ิมเติมอาจอยู่ในรปู ของรายงาน การทำวจิ ยั เชิงเอกสารหรือบันทึกประเด็นสำคัญ
ซึ่งอาจนำมาใชป้ ระกอบการอภิปรายในชั่วโมงเรียนกไ็ ด้
๕. การศึกษานอกสถานที่ การศึกษานอกสถานที่จัดเป็นวิธีการที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มี
ประสบการณ์ตรงกับเรื่องที่กำลังศึกษา ผลงานที่ได้อาจประกอบด้วยการบันทึกการสังเกต การตอบคำถาม
หรือปญั หาจากใบงาน การเขยี นรายงานส่งิ ทีค่ ้นพบ
๖. การบันทึกรายวัน เป็นผลงานประการหนึ่งของผู้เรียนที่อยู่นอกเหนือจากผลงานที่แสดงถึงการ
เรียนรู้โดยตรง แต่จะช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ประเมินได้เข้าใจในประเด็นหรือสิ่งที่ผู้เรียนนึกคิดเกี่ยวกับการเรียน
การสอนวิทยาศาสตร์ด้วย
นอกจากกิจกรรมที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังอาจมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ซ่ึง
ผู้เรียนสามารถแสดงออกถึงความสามรถอื่น ๆ อีกด้วย เช่น การสื่อสาร ผลงานเหล่านี้ถ้าได้รับการเก็บ
รวบรวมอยา่ งมีระบบด้วยตวั ผู้เรียนเองตามชว่ งเวลา ทั้งกอ่ นและหลังทำกจิ กรรมเหล่านี้ โดยได้รับคำแนะนำ
จากครูผู้สอน และผู้เรยี นฝึกทำจนเคยชนิ แล้ว จะถือเป็นผลงานที่สำคัญยิ่งที่ใช้ในการประเมินผลการเรียนร้ใู น
กลมุ่ วทิ ยาศาสตร์ของผู้เรียนต่อไป
สอ่ื การเรยี นรู้
๑. บทบาทสำคญั ของสอื่ ตอ่ การเรยี นรู้
การจัดการเรยี นการสอนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เนน้ ใหเ้ กดิ การเรียนรู้ได้
ทุกเวลา ทุกสถานที่และต้องจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการเรียนตลอดเวลา สื่อการเรียนการสอนจึงมีบทบาท
สำคญั ย่งิ อีกประการหนึ่งต่อการจัดการเรยี นการสอนให้ผูเ้ รียนเกิดการเรยี นรู้โดยเนน้ ให้ใชจ้ ากสื่อใกล้ตัวท่ีมีอยู่
ในท้องถิ่นเป็นสำคัญ และสังคมโลกปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่โลกไร้พรมแดน การใช้สื่อประเภท
เทคโนโลยสี ารสนเทศจงึ มบี ทบาทขึ้นดว้ ย
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรียนบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 52
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
๒. ประเภทของสอื่ การเรียนการสอน
สื่อการเรียนการสอนมีความหลากหลายประเภท ทั้งที่เป็นสื่อของจริง สื่อสิ่งพิมพ์ ส่ือ
อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อมัลติมีเดีย สื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพจะช่วยส่งเสริมกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความ
สนใจ ติดตามบทเรียนและสร้างความรู้ความเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนการสอนวิชา
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ีส่ ำคัญ ประกอบด้วย
๑. อุปกรณ์การทดลอง ซึ่งมีทั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น กล้องจุลทรรศน์ เครื่องชั่ง มัลติ
มิเตอร์ เคร่อื งแก้วและอุปกรณเ์ ฉพาะท่ีใชป้ ระกอบการทดลองบางการทดลอง
๒. สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ หนังสือเรียน หนังสืออ่านประกอบ แผ่นภาพ แผนภาพ โปสเตอร์ วารสาร จุล
สาร นิตยสาร หนงั สือพิมพร์ ายวัน รายสปั ดาห์ สิ่งเหลา่ นีจ้ ะมเี รื่องราวทนี่ ่าสนใจทัง้ ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีท้งั ทางตรงและทางอ้อม
๓. สอ่ื โสตทศั นูปกรณ์ ไดแ้ ก่ แผ่นภาพโปรง่ ใส วดี ีทศั น์ สไลด์ เทป
๔. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ สื่อประเภท CAI CD- ROM โครงข่ายอินเทอร์เน็ต รวมทั้งอุปกรณ์
ทดลองท่ีใชร้ ่วมกับเคร่อื งคอมพิวเตอร์
๕. สารเคมีและวัสดสุ ิ้นเปลอื ง
๖. อปุ กรณ์ของจริง ได้แก่ ตัวอยา่ งสิ่งมชี ีวติ ตัวอย่างหิน แร่และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ
เนื่องจากมีสื่ออยู่หลากหลายดังได้กล่าวแล้ว ครูผู้สอนจำเป็นต้องมีความรู้และสามารถในการ
วิเคราะห์ วินิจฉัยและตัดสินใจเลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และประหยัด ทั้งนี้ครูผู้สอนอาจจัดทำ
หรอื จัดหาวัสดุทดแทนในท้องถิ่นเพื่อใช้แทนสื่อราคาแพง หรือใชส้ ่ือเพ่ือชว่ ยประหยดั เวลาในการศึกษา หรือใช้
สอื่ แทนกจิ กรรมการเรียนการสอนที่อาจเกดิ อนั ตราย เช่น การทดลองท่ีมกี ารระเบดิ อย่างรุนแรง
๓. การพฒั นาส่อื การเรียนรู้
หน้าที่หลักประการหนึ่งของครูผู้สอน คือ การพัฒนาและการใช้สื่อการเรียนการสอน ซึ่งจะต้อง
วางแผนจัดทำและจัดหาสื่อพร้อม ๆ กับการเตรียมแผนการเรียนรู้ แนวทางในการพัฒนาสื่อควร คำนึงถึงสิ่ง
ตอ่ ไปน้ี
๑. วิเคราะห์เน้ือหาและกิจกรรมภายใต้กรอบมาตรฐานการเรียนรแู้ ละสาระการเรยี นรู้
๒. วิเคราะห์กจิ กรรมการเรยี นรู้ว่าแต่ละกจิ กรรมควรใช้สอื่ ประกอบหรือไม่ และควรเป็นส่อื ประเภทใด
ถ้าเปน็ ไปได้ต้องใหใ้ ช้สื่อทีเ่ ป็นของจริงหรือมีอยู่ตามธรรมชาตใิ หม้ ากที่สุด
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ 53
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
๓. เมื่อเลือกชนิดของสื่อที่จะใช้แล้ว ก็พิจารณาคุณภาพของสื่อที่จะนำมาใช้เพื่อให้สื่อนั้นทำหนา้ ที่ได้
อย่างคุ้มค่า กล่าวคือ เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักเรียน สอนให้เข้าในเนื้อหาที่จะเรียนได้อย่างถูกต้อง
และรวดเรว็ ถา้ เป็นอุปกรณก์ ารทดลองก็ต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดังกลา่ วทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์
๔. ในกรณีของสื่อประเภทเอกสาร อาจพัฒนาในรูปของชดุ กจิ กรรม โดยกำหนดวัตถปุ ระสงคข์ องการ
เรยี นรใู้ ห้ครอบคลุมท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ
กระบวนการเจตคติ คา่ นิยมและคุณธรรม ทั้งน้ีภายใต้กรอบมาตรฐานทีก่ ำหนดไว้
- ออกแบบกิจกรรม โดยศกึ ษาคน้ ควา้ จากแหล่งต่าง ๆ ทั้งเอกสารภายในประเทศและตา่ งประเทศ (
ถ้ามี) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรม โดยต้องคำนึงสิ่งสำคัญ คือ นักเรียนต้องเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเอง
หรือเป็นกจิ กรรมทสี่ ะท้อนให้เหน็ วา่ ผเู้ รียนสำคัญทส่ี ุด
- การสอนท่เี ป็นเน้ือหาสาระ ครจู ะต้องศึกษาค้นคว้าจากสอื่ อื่น ๆ โดยไมย่ ดึ ตำรา หรอื หนังสอื เล่มใด
เลม่ หนง่ึ เพยี งเล่มเดยี ว แลว้ แนะนำให้นักเรียนไดศ้ กึ ษา ค้นควา้ บันทกึ สรปุ หรือในกรณที น่ี ักเรียนมคี วามพร้อม
ก็อาจแนะนำให้ค้นหาทางอนิ เทอรเ์ นต็
- กิจกรรมต่าง ๆ ที่นักเรียนต้องปฏิบัติ ควรออกแบบเป็นกิจกรรมที่เปดิ โอกาสให้นักเรียนมีอิสระใน
การคิดแก้ปัญหา หรือคดิ พัฒนาช้ินงานหรอื ผลติ ภณั ฑ์ต่าง ๆ ด้วยความคดิ ของนกั เรียนเอง
- การออกแบบกิจกรรม ต้องคำนึงถึงการให้นักเรียนทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มแบบ Cooperative
อยา่ งแท้จริง กล่าวคอื ทุกคนมีบทบาทสำคัญเท่าเทียมกันในกลุ่มและต้องเป็นกิจกรรมทนี่ ักเรียนทุกคนในกลุ่ม
ได้แสดงออกถงึ ความสามารถตนเองอยา่ งเตม็ ที่ ไม่ให้คนใดคนหน่งึ มีอทิ ธิพลต่อกลุม่ หรือไมร่ ว่ มมือกับกล่มุ
- กจิ กรรมการเรยี น ควรบูรณาการวิชาอน่ื ๆ ด้วย เชน่ ภาษา ศลิ ปะ สังคม และ อ่นื ๆ
๕. ในกรณีของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการทำกิจกรรมซึ่งไม่ใช่เป็นอุปกรณ์สำเร็จรูป แต่
จำเป็นต้องพัฒนาขึ้นใช้เอง ก็ควรขอความร่วมมือกับครูฝ่ายอื่น ๆ โดยเฉพาะครูช่าง เพื่อช่วยในการพัฒนา
อุปกรณ์ได้สำเร็จตามต้องการ หรืออาจให้นักเรียนได้มีส่วนช่วยกันสร้างอุปกรณ์ด้วยก็จะเป็นการดีมาก ทั้งน้ี
ควรเลือกใช้วสั ดุท่ีหาง่ายในท้องถน่ิ ราคาไม่แพง
๖. ควรมีการร่วมมือกันเปน็ เครือข่ายระหวา่ งครูในท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนส่ือการเรียน การสอน
กันก็จะเป็นการประหยัดเวลาและใช้ทรพั ยากรอย่างคมุ้ ค่า
๗. ควรสำรวจแหล่งสื่อในท้องถ่ินอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแหล่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์
อาจเป็นร้านของเล่นในตลาดหรือในห้างสรรพสินค้าก็ได้ ถ้าครูสามารถพิจารณา วิเคราะห์และเลือกใช้อย่าง
เหมาะสม ก็จะเกิดคณุ คา่ ตอ่ การเรยี นรู้ได้
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ 54
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
๘. การพฒั นาหรอื การใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ จะต้องวิเคราะห์ไปกับการประเมินผลการใช้งาน เพื่อนำมา
เป็นข้อมลู ในการแกไ้ ขปรับปรงุ หรือเปลยี่ นไปใช้สื่อประเภทอื่นแทน
แหล่งการเรยี นรู้
การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ตอ้ งสง่ เสริมและสนบั สนนุ ผู้เรียนใหส้ ามารถเรียนรู้ได้ ทุกเวลา
ทุกสถานที่ และเรียนรู้ต่อเนือ่ งตลอดชีวิตจากแหลง่ เรียนรู้ทีห่ ลากหลาย แหล่งเรียนรู้สำหรับวชิ าวิทยาศาสตร์
ไม่ไดจ้ ำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียน หอ้ งปฏิบัติการวทิ ยาศาสตร์ในโรงเรียน หรือจากหนังสือเรียนเท่าน้ัน แต่จะ
รวมถึงแหล่งเรยี นรหู้ ลากหลาย ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรยี น ดงั นี้
- สอื่ สง่ิ พมิ พ์ เชน่ หนังสือเรียน หนังสอื อา้ งอิง หนงั สืออา่ นประกอบ หนังสือพมิ พ์ ฯลฯ
- สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ มัลติมีเดีย CAI วีดิทัศน์ และรายการวิทยาศาสตร์ที่ผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์
CD- ROM อินเทอรเ์ นต็
- แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เช่น ห้องกิจกรรมวิทยาศาสตร์ สวนพฤกษศาสตร์ สวนธรณีในโรงเรียน
หอ้ งสมุด
- แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น เช่น อุทยานแห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
โรงงานอุตสาหกรรม หนว่ ยงานวจิ ัยในทอ้ งถน่ิ
- แหลง่ เรียนรู้ท่ีเป็นบุคคล เชน่ ปราชญ์ทอ้ งถ่นิ ผู้นำชุมชน ครู อาจารย์นักวทิ ยาศาสตร์ นกั วจิ ัย
ทั้งนี้ ในการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ครูผู้สอนควรจะพิจารณาใช้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ให้
สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาทั้งด้าน
ความรู้ ความคิด ทักษะ กระบวนการ เจตคติ คุณธรรมและค่านิยม จากแหล่งเรียนรู้เหล่านั้น อันจะส่งผลให้
ผูเ้ รยี นได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 55
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ภาคผนวก
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ 56
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ภาคผนวก ก
บันทึกการประชุม
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรียนบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ 57
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
บนั ทึกการประชุม
ระเบยี บวาระการประชุม คณะครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
คร้งั ท่ี ๕ /๒๕๖๒
วนั จนั ทร์ ท่ี ๙ เดอื น มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม AMANAH โรงเรยี นบือดองพฒั นา
***************************
ผเู้ ข้าร่วมประชุม
๑. นายอับดุลเล๊าะ แวหะโละ
๒. นายนันทวฒั น์ ตะนะดะ
๓. นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
๔. นางละออง บุตตะจีน
๕. นางนูรูลฮัซนะ่ ห์ ทพิ ยานนท์
๖. นางสาวไซตง สะอะ
๗. นางฟาอีย๊ะ โดมาดา
๘. นางสาวนรู ฮี ัน ดอเลาะ
๙. นางสาวซารมี ะห์ วอลี
๑๐. นางสาวฟารีซาน คาเรง
๑๑. นายอบั ดุลกอเดร์ แมแลแมง
๑๒. นายรกุ มัน มอลอเลาะ
๑๓. นางสาวรอกายะ๊ พะพเิ นง
๑๔. นางสาวพาตเี มา๊ ะ ฮะดูมอ
๑๕. นางสาวสวุ าณี สาระ
๑๖. นางสาวนาบีต๊ะ เจะเลง็
๑๗. นายมะยแู นง สาระ
ผไู้ ม่เข้าร่วมประชุม
-
ฯลฯ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ 58
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ประธาน ขอเปิดการประชมุ
ครบองคป์ ระชุมประธานเปิดประชุม แลว้ ดำเนนิ การประชมุ ตามวาระดังนี้
ระเบียบวาระท่ี ๑ เรื่องท่ปี ระธานแจ้งใหท้ ี่ประชมุ ทราบ
๑. หา้ มเดินทางต่างประเทศ แหลง่ ผู้คนเยอะ เพื่อปอ้ งกัน โควดิ -๑๙ (เปน็ มาตรการบังคบั )
๒. สภาพภูมอิ ากาศ ลมแรง ให้ดูแลอาคารสถานที่ โดยเฉพาะหลงั คาที่โรงเรียน
๓. ให้ทางโรงเรียนทำ Big Cleaning Day เดือนละครั้ง โดยเฉพาะกอ่ นปิดเทอมน้ี
๔. กองทนุ เพื่อนกั เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของสำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา
ประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
๕. การย้ายราชการครูผู้สอน มีตำแหนง่ ว่าง ๖๑ อัตรา โดยทางสำนักงานศึกษาธิการจงั หวัดยะลา
กำลงั ดำเนนิ การเสร็จ วนั ท่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๓
๖. การเล่ือนเงินเดือนของขา้ ราชการ พนกั งานราชการ และวิทยากรอิสลาม
๗. การยา้ ย – ออกของครู
๘. การกเู้ งินสหกรณ์ การเงนิ บุคคลต้องครอบคลุม
๙. การส่งผลงาน วิทยฐานะของครู
๑๐. การตอ่ วิชาชพี ครู
๑๑. การแต่งตัง้ วิทยฐานะต้องควบค่กู ับใบประกอบอาชีพครู
๑๒. การขบั เคลื่อนนโยบายดา้ นการศึกษา ของจังหวดั ยะลา อยู่ในระดบั ดมี าก
๑๓. โรงเรยี นนโยบาย - โรงเรยี นคุณภาพ
- โรงเรียนสุจรติ
โรงเรยี นพอเพยี ง
๑๔. การปฏิบตั ิงาน
• โครงการบา้ นวทิ ยาศาสตร์นอ้ ย ๑ โครงงาน
• การนเิ ทศ การเขยี นรายงานประเมินตนเอง
๑๕. ขอขอบคุณครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำเพื่อโรงเรยี น ทำให้โรงเรียน
พฒั นาไปในทางที่ดีข้ึน
❖ ท่ีประชุมรบั ทราบ
ระเบยี บวาระท่ี ๒ เรอื่ งรับรองรายงานการประชุมครัง้ ที่ ๔ /๒๕๖๒
ประชมุ เมื่อวันที่ ๖ เดือน มกราคม พ.ศ ๒๕๖๓ ณ หอ้ งประชมุ AMANAH
โรงเรยี นบอื ดองพฒั นา
❖ มตทิ ี่ประชุมรบั รอง
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 59
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ระเบียบวาระที่ ๓ เรือ่ งเสนอเพ่ือพจิ ารณา
๓.๑ การแตง่ ต้งั หน้าทใี่ นการดแู ลโครงการตา่ งๆ
• ฝา่ ยบรหิ ารงานวิชาการ ผู้รับผิดชอบ นางรอซือเมาะ เบ็ญนา
ลำดับ ชือ่ โครงการ ผรู้ ับผดิ ชอบ
ที่
๑ โครงการพฒั นาทกั ษะกระบวนการคิด นางนรู ลุ ฮซั นะ่ ห์ ทิพยานนท์
วเิ คราะห์
๒ โครงการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นส่มู าตรฐาน นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
๓ โครงการทักษะการเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย นายนนั ทวฒั น์ ตานะดะ
๔ โครงการการนเิ ทศภายใน นางรอซือเมาะ เบ็ญนา
๕ โครงการพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพ นางรอซือเมาะ เบ็ญนา
ภายใน
๖ โครงการสง่ เสรมิ นิสัยรักการอ่าน นางสาวนรู ีฮนั ดอเลาะ
๗ โครงการปรบั ปรุงส่อื ซ่อมแซมเทคโนโลยี นายอับดุลกอเดร์ แมแลแมง
(ICT)
๘ โครงการประกวดแขง่ ขนั ทักษะทางวชิ าการ นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
๙ โครงการส่งเสรมิ ทักษะทางคณติ ศาสตร์ นางสาวฟารซี าน คาเรง
๑๐ โครงการลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ นางรอซือเมาะ เบ็ญนา
๑๑ โครงการโรงเรียนคุณธรรม นางนูรลุ ฮัซน่ะห์ ทิพยานนท์
นายอับดุลกอเดร์ แมแลแมง
นายรกุ มนั มอลอเลา๊ ะ
นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
๑๒ โรงเรยี นสุจริต นางสาวฟารซี าน คาเรง
• ฝา่ ยบรหิ ารงานบคุ คล ผูร้ บั ผดิ ชอบ นางนรู ลุ ฮซั น่ะห์ ทิพยานนท์
ลำดบั ช่อื โครงการ ผรู้ บั ผิดชอบ
ท่ี
๑ สง่ เสรมิ ประสทิ ธิภาพการปฏิบัตงิ าน นางนูรลุ ฮซั นะ่ ห์ ทิพยานนท์
๒ ศึกษาดูงานเพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิ นางนูรุลฮซั น่ะห์ ทิพยานนท์
๓ สร้างขวญั และกำลงั ใจ นางนรู ลุ ฮัซนะ่ ห์ ทิพยานนท์
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ 60
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
• ฝ่ายบรหิ ารงานงบประมาณ ผรู้ ับผดิ ชอบ นายนนั ทวฒั น์ ตานะดะ
ลำดบั ชอื่ โครงการ ผรู้ ับผิดชอบ
ท่ี
๑ ซอ่ มแซมและจัดหาวสั ดุครุภณั ฑเ์ พอื่ นางสาวฟารีซาน คาเรง
การศึกษา นางสาวนาบีตะห์ เจะเลง็
๒ รณรงค์การประหยดั พลงั งาน นายนนั ทวัฒน์ ตานะดะ
๓ โครงการเรยี นฟรี ๑๕ ปี นายนันทวัฒน์ ตานะดะ
• ฝ่ายบริหารงานท่ัวไป ผู้รบั ผิดชอบ นางสาวไซตง สะอะ
ลำดับ ชื่อโครงการ ผู้รบั ผิดชอบ
ที่
๑ สง่ เสริมสุขภาพผูเ้ รยี นและศกั ยภาพนักเรยี น นางสาวนูรฮี นั ดอเลาะ
๒ สง่ เสรมิ ประชาธิปไตย วนิ ัย ใฝ่คา่ นิยม นายรกุ มนั มอลอเล๊าะ
๓ พฒั นาทักษะพ้นื ฐานเด็กปฐมวัย นางละออง บตุ ตะจนี
๔ โครงการลกู เสือคณุ ธรรม บรู ณาการศึกษา นายรกุ มนั มอลอเล๊าะ
ชีวิต
๕ วันแหง่ ความภาคภูมิ นางสาวฟารีซาน คาเรง
๖ พฒั นาด้านกีฬา นายนันทวัฒน์ ตานะดะ
๗ พัฒนาบรรยากาศและส่งิ แวดล้อมท่เี ออ้ื ต่อ นายรกุ มนั มอลอเล๊าะ
การเรยี นรู้
๘ การบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเปน็ ฐาน นายอับดุลเล๊าะ แวหะโละ
๙ สง่ เสรมิ บทบาทคณะกรรมการการศกึ ษาและ นายนนั ทวฒั น์ ตานะดะ
ผูป้ กครอง นางนรู ลุ ฮัซนะ่ ห์ ทิพยานนท์
๑๐ พฒั นาระบบชว่ ยเหลือผเู้ รียน นางสาวไซตง สะอะ
๑๑ โครงการอาหารกลางวนั นางนูรลุ ฮซั นะ่ ห์ ทิพยานนท์
นางสาวซารีมะห์ วอลี
๑๒ การจัดกิจกรรมวนั สำคัญ นางสาวนาบตี ะห์ เจะเล็ง
๑๓ ประชาสัมพนั ธ์สูช่ ุมชน นายอบั ดุลกอเดร์ แมแลแมง
๑๔ โครงการวนั ภาษาไทย/วนั สนุ ทรภู่ นางสาวซารีมะห์ วอลี
นางสาวนูรฮี ัน ดอเลาะ
๑๕ หอ้ งสมุด นางสาวสวู าณี สาระ
๑๖ เศรษฐกิจพอเพียง นางนรู ุลฮัซนะ่ ห์ ทิพยานนท์
นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
๑๗ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศใน นางสาวสวู าณี สาระ
สถานศึกษา
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ 61
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
๓.๒ การแต่งตง้ั ครูประจำช้ัน ครปู ระจำช้ัน
นางสาวรอกาย๊ะ พะพเิ นง
ระดบั ชน้ั นางมาสีเตาะ มะนิ
อนบุ าล ๑ นางละออง บุตตะจีน , นางฟาอีย๊ะ โดมาดา
อนบุ าล ๒ นางสาวนูรีฮนั ดอเลาะ
อนุบาล ๓ นางนูรลู ฮซั นะ่ ห์ ทิพยานนท์
ประถมศึกษาปที ี่ ๑ นางรอซือเมาะ เบญ็ นา
ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ นางสาวนาบตี ะ๊ เจะเลง็
ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ นางสาวซารีมะห์ วอลี
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ นางสาวฟารซี าน คาแรง
ประถมศึกษาปที ่ี ๕
ประถมศึกษาปีท่ี ๖
๓.๓ ระบบงานประกันคุณภาพการศกึ ษา
มอบหมายให้หวั หนา้ ฝ่ายวิชาการดำเนินการและรวบรวมข้อมูล หวั หนา้ ฝา่ ยทั้ง ๔ ฝ่ายงาน
จัดเก็บข้อมลู ในฝา่ ยงานทตี่ วั เองรับผดิ ชอบเพือ่ จดั ทำรายงาน SAR และเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากครปู ระจำชน้ั
และผู้รบั ผดิ ชอบแตล่ ะมาตรฐาน แล้วให้หวั หนา้ วิชาการแต่งต้ังคำส่งั ผ้รู ับผิดชอบในการทำรายงาน SAR
๓.๔ หลักสตู รสถานศกึ ษา
- การนำผลการประเมนิ หลักสูตรสถานศึกษาและหลกั สูตรกลุ่มสาระตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการ
ปรบั ปรุงหลกั สตู รสถานศึกษาปีการศกึ ษา ๒๕๖๓
- การจดั ทำ รายงานการใชห้ ลกั สตู รสถานศึกษา ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
- การจัดทำหลักสตู ร ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ มีการดำเนินการแต่งตัง้ คณะกรรมการดำเนนิ การ
ปรับปรงุ หลักสตู รสถานศึกษาให้แล้วเสรจ็ ภายในเดือนเมษายน
❖ ที่ประชุมรับทราบ
ระเบยี บวาระท่ี ๔ เรือ่ งอนื่ ๆ
เลกิ ประชมุ เวลา ๑๕.๓๐ น.
ลงชือ่ ผ้จู ดรายงานการประชมุ
(นางสาวซารีมะห์ วอลี)
ตำแหนง่ พนกั งานราชการ
ลงชอ่ื ผูต้ รวจรายงานการประชุม
(นายอับดุลเล๊าะ แวหะโละ)
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นบือดองพฒั นา
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ 62
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ภาคผนวก ข
คำส่ังแตง่ ต้งั
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ 63
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
คำสง่ั โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
ท่ี ๑๒ / ๒๕๖๒
เรือ่ ง แต่งตง้ั คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลักสตู รสถานศึกษา ( พ.ศ.๒๕๖๓ )
..............................................................................................................................................................................
ตามที่โรงเรียนบือดองพัฒนา ดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา (ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๒) ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สู่การปฏิบัติในโรงเรียนและห้องเรียนนั้น
โรงเรียนได้ดำเนินการประเมินการใช้หลักสูตร ซึ่งผลจากการประเมินทางโรงเรียนเห็นควรให้มีการปรับปรุง
หลักสูตร เพื่อให้ตรงกับการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ ๒๑ สอดรับหลักสูตรทวิศึกษา และบริบท
ของท้องถน่ิ
เพื่อให้การดำเนินงานปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา (พ.ศ. ๒๕๖๓) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
เกิดประสทิ ธผิ ล จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา
๓๙ (๑) – (๖) และพระราชบญั ญัติระเบียบข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๒๗
(๑) – (๖) แตง่ ตงั้ คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลักสตู รสถานศึกษา ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. นายอบั ดลุ เล๊าะ แวหะโลธ ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางมาซเี ตาะ มะนิ หน.กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ฯ กรรมการ
๓. นางสาวนรู ฮี นั ดอเลาะ หน.กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ
๔. นางสาวไซตง สะอะ หน.กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี กรรมการ
๕. นายนันทวัตน์ ตานะดะ หน.กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ กรรมการ
๖. นายรกุ มัน มอลอเลาะ หน.กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา กรรมการ
๗. นางสาวนูรูลฮซั นะ่ ห์ ทพิ ยานนท์ หน.กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ
๘. นางสาวนาบีตะห์ เจะเล็ง หน.กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
๙. นางรอซือเมาะ เบญ็ นา หน.กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการและ
เลขานุการ
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ 64
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
หนา้ ที่
๑. วางแผนดำเนินงานวชิ าการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลกั สูตรระดับสถานศึกษา และ
แนวการจัดสัดสว่ นสาระการเรียนร้แู ละกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนของสถานศึกษาใหส้ อดคล้องกับหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สภาพเศรษฐกิจ สงั คม ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปญั ญาท้องถ่นิ
๒. จดั ทำคู่มือบรหิ ารหลกั สตู รและงานวชิ าการของสถานศกึ ษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้
คำปรกึ ษาเกี่ยวกบั การพัฒนาหลักสูตรการจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผลและการแนะแนว ให้
สอดคล้องและเปน็ ไปตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๓. สง่ เสรมิ และสนับสนุนการพฒั นาบคุ ลากรเก่ยี วกบั การพัฒนาหลักสตู ร การจดั กระบวนการ
เรยี นรูก้ ารวดั ผลและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจดุ หมายและแนวทางการดำเนินการของ
หลักสูตร
๔. ประสานความรว่ มมือจากบคุ คล หนว่ ยงาน องคก์ รต่างๆ ชุมชน เพือ่ ให้การใช้หลักสตู ร
เปน็ ไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพและมคี ุณภาพ
๕. ประชาสมั พันธ์หลักสูตรและการใชห้ ลักสตู รให้แกน่ ักเรยี น ผูป้ กครอง ชุมชน และผู้ท่ี
เกย่ี วข้องและนำขอ้ มูลป้อนกลับจากฝ่ายต่างๆ มาพจิ ารณา เพื่อการปรบั ปรงุ และพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา
๖. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การวิจัยเกี่ยวกบั การพฒั นาหลักสตู รและกระบวนการเรยี นรู้
๗. ติดตามผลการเรยี นของนักเรียนรายบุคคล ระดบั ชัน้ และระดับกลมุ่ วิชาการในแต่ละปี
การศกึ ษา เพื่อปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการดำเนินงาน ด้านตา่ งๆ ของสถานศึกษา
๘. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมนิ มาตรฐานในการปฏบิ ตั ิงานของครแู ละการบริหารหลักสูตร
ระดบั สถานศึกษาในรอบปีทผ่ี ่านมาแล้วใชผ้ ลการประเมินเพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบตั ิงานของครูและการ
บรหิ ารหลกั สูตรปกี ารศึกษาต่อไป
๙. รายงานผลการปฏิบัตงิ านและผลการบริหารหลกั สูตรของสถานศกึ ษา โดยเน้นผลการ
พฒั นาคุณภาพนกั เรียนตอ่ คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรระดบั เหนือ
สถานศกึ ษา สาธารณชนและผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง
ท้งั น้ใี หค้ ณะกรรมการทไ่ี ด้รับการแต่งตง้ั ปฏิบตั ิหนา้ ที่ ดว้ ยความตง้ั ใจ เอาใจใส่เพ่ือใหเ้ กิดผลดีตอ่ ทาง
ราชการตอ่ ไป
ส่ัง ณ วันที่ ๑๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๓
( นายอบั ดลุ เลา๊ ะ แวหะโละ )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบือดองพฒั นา
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 65
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
ภาคผนวก ค
แบบประเมนิ การใช้หลักสตู ร
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ 66
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551
แบบประเมินการใชห้ ลักสตู รสถานศึกษา
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551
รายวชิ า............................................. รหสั วิชา......................
กลุ่มสาระการเรยี นรู้............................................. โรงเรียน…………………………………
ภาคเรียนท่ี ………. ปกี ารศกึ ษา …………………..
*************************************************************************
*****
คำชแ้ี จง แบบประเมินฉบับน้มี ี 2 ตอน
ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเกยี่ วกบั ผู้ประเมิน
ตอนท่ี 2 แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั หลกั สตู ร
*************************************************************************
*****
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทัว่ ไปเกย่ี วกับผู้ประเมนิ
คำช้แี จง โปรดทำเครอื่ งหมาย ลงใน ( ) ทต่ี รงกับข้อมลู ของทา่ นมากทส่ี ดุ
1. เพศ
( ) ชาย
( ) หญงิ
2. อายุ
( ) 21 - 30 ปี
( ) 31 - 40 ปี
( ) 41 - 50 ปี
( ) 50 ปขี ึน้ ไป
3. การศกึ ษา
( ) อนปุ ริญญาหรือเทียบเท่า
( ) ปรญิ ญาตรี
( ) ปริญญาโท
( ) ปรญิ ญาเอก
4. ตำแหน่ง
( ) ครอู ัตราจ้าง
( ) ครูผชู้ ่วย
( ) ครู คศ. 1
( ) ครู คศ. 2
( ) ครู คศ. 3
( ) อื่น ๆ ระบุ.........................................................
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ โรงเรียนบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ 67
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551
ตอนที่ 2 แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั หลกั สูตร
คำช้แี จง โปรดทำเครือ่ งหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความคดิ เห็นของทา่ นมากท่ีสดุ
ระดับความคดิ เหน็
รายการ มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทสี่ ดุ
(1)
(5) (4) (3) (2)
1. คำอธิบายรายวิชาสอดคล้องกับมาตรฐานตามหลักสูตร
แกนกลางฯ มกี ารกำหนดทั้ง K P Aและมคี วามเหมาะสม
2. ตัวชี้วัดสอดคล้องกับมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางฯ
และมีความเหมาะสมท่ีจะใชจ้ ดั การเรยี นการสอน
3. คำอธิบายรายวิชาและตัวชี้วัดมีความสอดคล้องกันและ
ตรงตามมาตรฐานตามหลักสตู รแกนกลางฯ
4. เนื้อหาสาระมีความสอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชาและ
ตัวชี้วัดตามหลกั สูตรแกนกลางฯ
5. การกำหนดหน่วยการเรียนรู้มีความเหมาะสม และมี
องค์ประกอบครบถ้วนตามรูปแบบการสร้างหน่วยการ
เรยี นรู้
6. การกำหนดจำนวนคาบที่ใช้สอนในหน่วยการเรียนรู้และ
ในแผนการเรียนรูม้ ีความเหมาะสมกับเน้ือหาสามารถปฏิบัติ
ไดจ้ ริง
7. สือ่ การสอนมคี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั เน้ือหา
8. การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนมคี วามหลากหลายและ
เนน้ ผู้เรียนเปน็ ผปู้ ฏิบัติ
9. การวัดผลประเมินผลมีความเหมาะสมและเน้นการ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ อยา่ งหลากหลาย
10. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมีการบูรณาการ
รว่ มกับสาระอน่ื
อื่นๆ............................................................................................................................. .......................................
...........................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….………………………….
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบือดองพัฒนา
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ 68
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ภาคผนวก ง
ภาพถ่าย
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลกั สูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ 69
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ภาพการประชุมเพ่ือนำขอ้ มูลการประเมนิ หลักสูตรมาวางแผนในการจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษาปี ๒๕๖๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลักสตู รสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 70
(ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
ภาพการจัดทำหลักสูตรสถานศกึ ษาและหลกั สูตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ 71
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.256๓) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ภาคผนวก จ
รายชื่อคณะกรรมการจดั ทำหลกั สตู ร
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบือดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต ๑
หลกั สตู รสถานศึกษากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ 72
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.256๓) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551
รายชื่อคณะกรรมการจดั ทำหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนบือดองพฒั นา
1.นายอับดุลเลาะ แวหะโละ ผู้อำนวยการโรงเรียนบือดองพัฒนา ประธานกรรมการ
2.นางรอซอื เมาะ เบ็ญนา หวั หน้าวิชาการ/หัวหน้ากลมุ่ สาระ กรรมการ
3.นางสาวฟารีซาน คาเรง หัวหน้างานการวดั และประเมินผล กรรมการ
4..นางสาวไซตง สะอะ กรรมการและเลขานุการ
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรยี นบอื ดองพัฒนา
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษายะลา เขต ๑