หลังจากที่สร้างโมเดลต่าง ๆ ขึ้นมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การแต่งเติมโมเดลด้วยวัสดุและสีสัน โดย การจัดการพื้นผิววัตถุ การใส่ข้อความ การเรียกใช้โมเดลจาก Components การเพิ่มแสงเงา และหมอก เสมือนจริง เพื่อให้เกิดความสวยงามและน่าสนใจ เครื่องมือ Position Texture มีไว้ส าหรับปรับต าแหน่ง ลวดลาย หรือภาพที่ใส่ในพื้นผิวให้กับวัตถุ เพื่อให้ได้ต าแหน่งที่ต้องการ ดังนี้ การใช้ Fixed Pin Mode
การใช้ Free Pin Mode การปรับแต่งลวดลายโดยใช้ Free Pin Mode เป็นการปรับแต่งลวดลายแบบอิสระ ดังนี้
โดยการน าไฟล์ภาพเข้ามาใช้เพื่อเป็นลวดลายให้กับวัตถุ ซึ่งจะก าหนดให้ลวดลายต่อเนื่องกันในทุก ๆ ด้าน โดยสิ่งที่ต้องเตรียม คือ ไฟล์ภาพ และ รูปทรงสี่เหลี่ยม ดังนี้
เครื่องมือ 3D Text เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างข้อความ 3 มิติ ซึ่งข้อความที่ได้นั้นจะมีลักษณะเป็นวัตถุ ซึ่งสามารถปรับแต่งรูปทรงได้เหมือนวัตถุประเภทอื่น ๆ เช่น การย้าย ปรับขนาด หมุน ใส่สีและลวดลายได้ ดังนี้
Components เป็นความสามารถพิเศษของ Google SketchUp ที่ช่วยให้การท างานมีความ รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างโมเดลประกอบด้วยตนเอง Components จะถูกจัดเก็บไว้เป็น หมวดหมู่ เรียกใช้ได้ง่าย และสะดวก ดังนี้
นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลด Components ส าเร็จรูปอื่น ๆ มาจากอินเทอร์เน็ต ใน หน้าต่าง Components ในช่องที่มีสัญลักษณ์ 3D Warehouse โดยพิมพ์โมเดลที่ต้องการใช้งาน ซึ่งมี ผู้ออกแบบได้แชร์ไว้ในเว็บ 3D Warehouse
การใส่แสงและเงา
การแสดงแสงเงาของโมเดล เป็นส่วนหนึ่งในการน าเสนองานให้ภาพใกล้เคียงกับความเป็นจริง ซึ่งใน Google SketchUp สามารถแสดงแสงเงา รวมทั้งหมอกควันบนโมเดลได้จากการก าหนดระยะ ความใกล้ไกล ของมุมมองเทียบกับโมเดล และก าหนดสีของหมอกควันได้ตามต้องการ ดังนี้ เปิดแสงเงาเข้าสู่โมเดล แสงที่ส่องมาโดนโมเดลจนมีเงาตกกระทบในโปรแกรม Google SketchUp สามารถก าหนดแสงเงา เองตามความต้องการ หรือก าหนดแสงเงาที่มาจากดวงอาทิตย์จริง ๆ ดังนี้ การเรียกใช้เครื่องมือ Shadows
การแสดงแสงเงาบนโมเดล เมื่อเปิดชุดเครื่องมือ Shadows และให้คลิกปุ่ม Show/Hide shadows โปรแกรมจะใส่แสง เงาให้กับโมเดลทันที (เมื่อคลิกอีกครั้งแสงเงาจะหายไป) โดยปรับแต่งแสงเงาเพิ่มเติมได้บนแถบ Date และ Time Shadows Settings
นอกจากการใส่แสงเงาที่สมจริงแล้ว โปรแกรม Google SketchUp ยังสามารถใส่หมอก (Fog) ลง ในโมเดลได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะกับฤดูหนาว หรือบนภูเขา เป็นต้น และยังสามารถปรับค่าความหนาแน่นของ หมอก สามารถท าได้ 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่1
วิธีที่2
การเปลี่ยนสีให้กับหมอก
การสร้างโมเดลบ้าน ขั้นตอนการสร้างบ้าน สามารถท าได้ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มสร้างตัวบ้าน ขั้นตอนที่ 2 สร้างหลังคาบ้าน ขั้นตอนที่ 3 สร้างประตูและหน้าต่าง ขั้นตอนที่ 4 ตกแต่งเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม ขั้นตอนที่ 1 เริ่มสร้างตัวบ้าน ใน Google SketchUp การสร้างโมเดลมักจะเริ่มจาก 2 วิธี คือ เริ่มจากการวาดแปลน 2 มิติและ เริ่มจากการสร้างรูปทรง 3 มิติ ที่เป็นรูปทรงใกล้เคียงกับสิ่งที่เราจะสร้าง ส าหรับการเริ่มวาดจากแปลน 2 มิติ จะท างานคล้าย ๆ กับการเขียนแบบ คือวาดแปลนขึ้นมาและดึง ออกมาให้มีความสูงตามต้องการ จากนั้นจึงตกแต่งรายละเอียดส่วนอื่น ๆ อีกต่อไป ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับ งานที่มีแปลนอยู่แล้ว และต้องการวาดเป็นภาพ 3 มิติ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ส่วนการเริ่มสร้างจากรูปทรง 3 มิติ จะท างานคล้ายกับการสเกตซ์ภาพคือ เริ่มจากรูปทรงที่ ใกล้เคียงกับสิ่งที่จะสร้าง แล้วค่อย ๆ ตกแต่งเพิ่มรายละเอียดไปจนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เป็นวิธีที่เหมาะกับการ ออกแบบงานใหม่ที่ต้องการเห็นรูปทรงโดยรวม ก่อนจะน าไปปรับปรุงเพื่อสร้างแปลนและน าเสนอต่อไป ในการสร้างตัวบ้านจะเริ่มสร้างโมเดลบ้านด้วยวิธีที่ 2 คือ เริ่มจากรูปทรงที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่จะสร้าง แล้วค่อย ๆ เพิ่มรายละเอียด ตามขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 2 สร้างหลังคาบ้าน เมื่อได้รูปทรง หรือ Form ของโมเดลมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราจะมาเพิ่มรายละเอียดให้กับงาน โดยเริ่มจากส่วนหลังคา มีวิธีการท า ดังนี้
ขั้นตอนที่ 3 สร้างประตูและหน้าต่าง เมื่อได้รูปทรงบ้านและหลังคาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราจะมาสร้างประตูและหน้าต่าง ดังนี้
ขั้นตอนที่ 4 ตกแต่งเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อองค์ประกอบของบ้านครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราจะมาตกแต่งบ้านให้ดูสวยงาม ด้วย เครื่องมือ Paint Bucket ดังนี้
ขั้นตอนการสร้างเก้าอี้ สามารถท าได้ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 สร้างฐานที่นั่งของเก้าอี้ ขั้นตอนที่ 2 สร้างพนักพิง ขั้นตอนที่ 3 สร้างขาเก้าอี้ ขั้นตอนที่ 4 ตกแต่งเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม ขั้นตอนที่1 การสร้างฐานที่นั่งของเก้าอี้ การสร้างฐานจากรูปทรงสี่เหลี่ยม จากนั้นปรับแต่งเก้าอี้ด้วยเส้นโค้ง ก็จะเป็นการขึ้นฐานที่นั่งแบบง่าย แต่ได้ รูปทรงที่สวยงามอย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนที่ 2 สร้างพนักพิง การสร้างพนักพิงจะใช้ประโยชน์จากส่วนฐานเก้าอี้ที่เราสร้าง แล้วใช้วิธีการ Offset เส้นขอบให้เกิด พื้นที่ใหม่
ขั้นตอนที่3 การสร้างขาเก้าอี้ ส่วนของขาเก้าอี้เราจะสร้างแยกออกจากตัวเก้าอี้ และน ามาประกอบภายหลัง ดังนี้
ขั้นตอนที่ 4 ตกแต่งเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่อองค์ประกอบของเก้าอี้ครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราจะมาตกแต่งเก้าอี้ให้ดูสวยงาม ด้วย เครื่องมือ Paint Bucket ดังนี้
การจะได้ผลงานที่สมบูรณ์เกี่ยวข้องกับการน าเข้าไฟล์ที่เหมาะสมมาใช้งาน และเมื่อเสร็จสิ้นงาน ต้องส่งออกชิ้นงาน เพื่อน าเสนอหรือประกอบกับโปรแกรมอื่น ๆ ซึ่ง Google SketchUp สามารถส่งออกไฟล์ ออกไปได้ในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ หรือแม้กระทั่งภาพเคลื่อนไหวด้วย การน าเข้าไฟล์ประเภทต่าง ๆ (Import) การน าเข้าไฟล์มาใช้ใน Google SketchUp มีหลายวัตถุประสงค์ เช่น การน าภาพเข้ามาเป็นพื้นหลัง หรือเป็นแบบในการวาดโมเดล หรือน าเข้าวัตถุจากโปรแกรมอื่นมาท างานต่อยอดใน Google SketchUp อย่างไรก็ตามในเวอร์ชั่นฟรีและเวอร์ชั่น Pro ก็สนับสนุนประเภทไฟล์ที่น าเข้าได้ไม่เท่ากัน การน าเข้าไฟล์จะใช้ค าสั่ง Import มีขั้นตอน ดังนี้
การส่งออกชิ้นงาน คือการประมวลผลงานวาดของเราออกไปใช้ต่อกับโปรแกรมอื่น ๆ ซึ่ง Google SketchUp สามารถส่งออกไฟล์ออกไปได้รูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ หรือแม้กระทั่งภาพเคลื่อนไหวด้วย การส่งออกชิ้นงานด้วยค าสั่ง Export เมื่อสร้างชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนการส่งออกชิ้นงาน ดังนี้
การ Export เป็น 3D Model เมื่อสร้างชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีขั้นตอนการส่งออกชิ้นงาน ดังนี้
การ Export เป็น 2D Graphic เมื่อเลือก Export เป็น 2D Graphic แล้ว ขั้นตอนการบันทึกไฟล์ ดังนี้
การพิมพ์งานวาดออกมาเป็นแผ่นกระดาษก็ยังมีความจ าเป็นไม่น้อย แม้ในปัจจุบันจะนิยมน าเสนอ งาน ด้วยไฟล์และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ก็ตาม การพิมพ์เอกสาร ขั้นตอนการพิมพ์ชิ้นงานและการตั้งค่าต่าง ๆ มีดังนี้
หน้าต่าง Print