ปที ี่ ๑ ฉบับท่ี ๙ เดอื นสงิ หาคมคม ๒๕๖๕ 3
กองบรรณาธิการ บทบรรณาธกิ าร
ประธานทปี่ รกึ ษากติ ติมศักดิ์ : ๒๔ สงิ หาคม ๒๕๖๕ วนั ช้ชี าตะ พลเอกประยุทธ์ จนั ทรโอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ศวิ ะ แสงมณี ไทยคนท่ี 29 วา่ อยคู่ รบ ๘ ปี หรือไม่ ทำ�ใหก้ ารเมืองไทยมกี ารเคลอ่ื นไหวกนั คกึ คักกันแบบ
เปน็ ขบวนการ เตรยี มเดือด ทะลแุ ก๊ซและเครอื ขา่ ยโพสตน์ ัดมอ็ บชุมนมุ 24 ส.ค. น้ี ปลุก
ทีป่ รึกษากิตติมศกั ดิ์ : มวลชนทั้ง กทม. และต่างจงั หวัดไล่ “บ๊ิกต”ู่ ลน่ั ไม่ยอมใหไ้ ปตอ่
พล.อ.พเิ ชษฐ์ วิสัยจร, ดร.ยุวัฒน์ วฒุ เิ มธ,ี นพ.ชลน่าน ศรแี กว้ ส.ส.นา่ น พรรคเพือ่ ไทย ในฐานะผนู้ �ำ ฝา่ ยค้านในสภาผแู้ ทน
สมพงษ์ ชาตะวถิ ี, ช�ำ นาญ ศรสี วัสดิ์, ราษฎร พรอ้ มดว้ ยแกนน�ำ พรรครว่ มฝา่ ยคา้ น อาทิ นายสทุ นิ คลงั แสง ส.ส.มหาสารคาม
รองศาสตราจารย์ นที ขลิบทอง, ประธานวิปฝ่ายค้าน นายพิธา ล้ิมเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายช่ือ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
พรหมมินทร์ กัณธิยะ, ณรงค์ วุน่ ซว้ิ , นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี รองประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมยื่นหนังสือถึงศาล
ผล ด�ำ ธรรม, เฉลิมพล ม่งั คั่ง, สเุ มธ ธีรนติ , รัฐธรรมนูญ ผ่านนายชวน หลกี ภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร
บุญพาศ รกั นุ้ย, จฑุ าธุช จงเสถียร, ผลการตดั สนิ ของศาลรฐั ธรรมนญู นน้ั คงไมม่ ใี ครสามารถบอกไดจ้ นกวา่ จะถงึ เวลา
มาลยั มินศร,ี ไชยทร งามเกดิ ศริ ,ิ ตัดสนิ จริง จึงท�ำ ไดเ้ พียงวิเคราะห์ คาดการร์กนั ไปต่าง ๆ นานา แต่ดเู หมอื นมฝี ่ายหนึ่งท่ี
วา่ ที่ พ.ต.ภมู พิ ัฒน์ เจียรประวตั , มีธงคำ�ตอบอยู่ในใจแลว้ น่ันคอื บรรดากลุ่มผู้ชมุ นุมทเ่ี ดินหนา้ ขบั ไล่ พล.อ.ประยุทธ์ มาโดย
สันต์ วรรณวชิ ยั กุล, พัฒนพงษ์ จารลุ กั ขณา, ตลอด ทมี่ คี �ำ วินิจฉัยเดยี วน่ันคอื บ๊กิ ตู่ ตอ้ งออกไป
อาทติ ย์ แสงสว่าง, ดร.พุฒธพิ งค์ ทองวิมล, ไม่วา่ ผลจะออกมาเชน่ ไร ส่ิงทป่ี ระชาชนไทยต้องเผชิญกัน มีตง้ั แต่ ค่าไฟ ตอ้ งคา่
ธนาวฒุ ิ นชุ ตเวชวงศ,์ ดร.ธานินท์ มุมทอง, ขึน้ ในเดือนกันยายนน้แี น่นนอน บะหมี่ส�ำ เรจ็ รปู ขอข้นึ ซองละ ๒ บาท ค่าไขข่ ้นึ ราคา ราคา
วีระพงษ์ บริสทุ ธ์ิสุขกมล, วนั ชัย ตันวฒั นะ, แกส๊ ก็ขึน้ คา่ ครองชพี คงตอ้ งข้นึ สูงตามไปอกี รายได้ของประชาชนกย็ งั ขึ้นๆ ลงๆ หนสี้ ิ้น
ชัยณรงค์ ชยานคุ ณุ ลขิ ติ , เชาวลิต ศิริพรพริ ิยะ ทเ่ี คยกมู้ าตอนวิฤกต์โควดิ กย็ งั ไมม่ ปี ัญหาช�ำ ระ
นโยบายทรี่ ฐั บาลทา่ นประยทุ ธ์ ออกมาดไู มไ่ ดแ้ กไ้ ขปญั หาเรอื่ งปากทอ้ งประชาชนได้
บรรณาธิการบรหิ าร : เลย แถมยงั มเี รื่องใช้งบประมาณแผ่นดนิ ไปในทางซ้ือยุทโธปกรณ์กองทพั ไทย ท่ปี ระชาชน
ประสาน สนิ ลขิ ิตกลุ ไมพ่ อใจกนั แตม่ าขา่ ววา่ นโยบายคนละครงึ่ เฟส ๕ นา่ จะมาในตน้ เดอื นกนั ยายน น้ี เพอ่ื มาก
ระตนุ้ การใชเ้ งนิ ของประชาชนใหม้ ีก�ำ ลงั การซือ้
บรรณาธกิ ารอำ�นวยการ : สรุปแล้วดๆู แล้วคงมกี ารเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร ในไม่ช้า ตอ้ งน้เี ราจะ
กนกณฐั ปราณขำ� เห็นการย้ายพรรคการเมืองกันให้คึกคัก แต่ละพรรคการเมืองก็ลงพ้ืนท่ีเปิดตัวผู้สมัครรับ
เลอื กสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรกนั แบบมนั่ อกมนั่ ใจ สง่ สญั ญาณการแยง้ ชงิ ใหพ้ รรคตนเอง
กองบรรณาธกิ าร : ได้รบั เลอื กมาให้มากพอทีจ่ ะเปน็ รัฐบาลให้ได้ จำ�นวนส.ส.เทา่ กันจะเป็นตัวบ่งบอกเทา่ นั้น
วิญญู ศรีศุภโชค, พงศภคั ศรีสขุ ใส, โอกาสในการเลือกผู้ปกครองประเทศกำ�ลังจะคืนให้ประชาชนชาวไทย หวังว่าพวก
ณธพร สายยนื , มัจซี สง่างาม, เรานา่ จะเอาส่ิงท่ผี ่านมา มาเป็นตัดสินใจในการเลือกคร้งั น้ี แตส่ ง่ิ ทสี่ ำ�คัญ คือ การเคารพ
พิทกั ษ์ กอเซ็ม, ฐิติกานต์ ถนอมสนิ , กตกิ า เคารพผลทอี่ อกมา อยา่ ใหค้ วามคดิ ทจี่ ะเอาแพช้ นะเปน็ อารมณพ์ าใหก้ อ่ เหตกุ ารณท์ ี่
รสรนิ วิรญั โท, สนุ ดิ า ทบั ทอง, ไมพ่ ่ึงประสงค์ มาท�ำ ใหบ้ ้านเมืองเข้าวังวนความวุน่ วายอีกเลย ครบั
กลุ ณัฐฐา จริ จงพาณชิ ย์,
นราวดี เทิดคงพนั ธ์ุ, ไพลนิ เอี่ยมละหาญ, ประสาน สนิ ลขิ ติ กลุ
ภรณั ยา แจ้งจติ ร, มอร์ หิมะคุณ
อารต์ ไดเร็คเตอร์ :
โสภณ ทองเก้ือ, ทองสุข อุระ
สำ�นักงาน :
สมาคมสมาพันธเ์ ครือข่ายส่อื มวลชนไทย
96 หมู่ 1 ซอยเทศบาลบางปู 26
ถนนแพรกษา ต�ำ บลทา้ ยบา้ นใหม่ อำ�เภอเมือง
จังหวดั สมุทรปราการ 10280
4
อ.ธนวฒั น์ จับมอื ดร.ยวุ รี
กรู ูท่องเทยี่ วแนวหน้าไทย
สรา้ งพื้นฐานชุมชนแหลมงอบ
ดร.ยวุ รี โชคสวนทรัพย์ อาจารย์ธนวฒั น์ ทองเพิ่ม
5
เยือนบ้านของเรา
เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ ว (Tourism Route) หรอื เสน้ ทาง
นักท่องเท่ียว (Tourist Route) หมายถงึ แนวทางการสญั จร
ท่ีกำ�หนดขึ้นสำ�หรับการเดินทางหรือการตัดสินใจเลือกเดิน
ทางของนักท่องเท่ียว เพื่อให้สามารถพบเห็นหรือเข้าชมจุดท่ี
น่าสนใจตามแหลง่ ท่องเทย่ี วตา่ งๆ ได้ งา่ ย สะดวก ปลอดภยั
ได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน สำ�หรับการ เดินทางท่อง
เที่ยวทั้งเส้นทาง ท่ีกำ�หนดข้ึนจากความนิยมของนักท่องเท่ียว
และการกลนั่ กรองจากผปู้ ระกอบการ โดย อาศยั ศกั ยภาพของ
แหลง่ ท่องเท่ยี วในชมุ ชน
เสน้ ทางการทอ่ งเท่ยี วหมายถึงอะไร ???
เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ ว หมายถงึ ถนน แมน่ า้ํ คลอง ทางเทา้
ทใ่ี ชเ้ ปน็ ทางสญั จรของสถานทท่ี อ่ งเทยี่ ว ซงึ่ เปน็ ระบบโครงขา่ ย
ทใ่ี ชเ้ ชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของเมอื งเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั มเี สน้ ทางสายหลกั
และเส้นทางสายรอง โดยเส้นทางต้องทำ�ขึ้นมาอย่างชัดเจน
เพียงพอให้นักท่องเที่ยว หรือผู้มาเยี่ยมเยือน หรือผู้อยู่อาศัย
สมาคมสมาพนั ธเ์ ครอื ขา่ ยสอื่ มวลชนไทย และสมาคมเครอื ขา่ ย ในเเมอื ง สามารถเชื่อมโยงสว่ นต่างๆ ท่สี ำ�คัญ ของเมืองได้
ส่ือมวลชนภาคใต้ ร่วมมือกับ สำ�นักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เส้นทางท่องเที่ยว (Tourism Route) เป็นแนวทางการ
เสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) และส�ำ นักงานเครือข่ายองคก์ รงดเหล้า (สคล.) สญั จรทกี่ �ำ หนดขน้ึ ส�ำ หรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว เพอ่ื ใหส้ ามารถพบเหน็
จดั โครงการ “พฒั นาชมุ ชนสมู่ อื อาชพี ทอ่ งเทย่ี ว” ในวนั ท ่ี 12-14 เดอื น หรือเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวและจุด ที่น่าสนใจต่างๆ ได้ง่าย
สงิ หาคม พ.ศ. 2565 ณ หอ้ งประชมุ เทศบาลต�ำ บลแหลมงอบ จงั หวดั
ตราด
ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ธนวัฒน์ ทองเพิ่ม และ ดร.ยุวรี โชค
สวนทรัพย์ ซึ่งเป็นกูรูท่ีเช่ียวชาญในวงการการท่องเท่ียวระดับต้นๆ ของ
ประเทศไทย มาสร้างพื้นฐานให้คนในชุมชนแหลมงอบ อำ�เภอแหลมงอบ
จังหวัดตราด ไดร้ บั ความสนใจจากคนในชมุ ชนเป็นอยา่ งมาก
ในการพัฒนาชุมชนสู่มืออาชีพท่องเที่ยวครั้งนี้มีเนื้อหาสาระดังน้ี
มาช่วยกันคิด ว่าบ้านเรามีอะไรดี? เม่ือเรามีดี-เราจะเป็นเจ้าบ้านท่ีดี เจ้า
บ้าน หมายถงึ บุคคลผู้เปน็ เจา้ ของบ้านเรือน เจา้ บ้าน หมายถึง ประชาชน
พอ่ คา้ แมค่ า้ นกั เรยี น ผปู้ ระกอบอาชพี ใดๆ ทอ่ี าศยั อยใู่ นทอ้ งถนิ่ ทเี่ ปน็ แหลง่
ท่องเทยี่ วน้ันๆ กลมุ่ บคุ คลท่มี คี วามเป็นมิตร มคี วามเชือ่ มัน่ รอบรู้เรือ่ งราว
ในท้องถ่ิน ให้การต้อนรับ ดูแลผู้มาเยือนหรือนักท่องเที่ยว ให้มีความสุข
และ รสู้ กึ ปลอดภัย เมอื่ ผ้มู าเยือนได้รบั การต้อนรับอย่างอบอ่นุ ย่อมทำ�ให้
ผมู้ าเยอื นเกดิ ความประทบั ใจมริ ลู้ มื “การเปน็ เจา้ บา้ นทดี่ ”ี จงึ หมายถงึ เจา้
บา้ นทดี่ ี เจา้ บา้ นกบั งานบรกิ าร เจา้ บา้ นมคี วามเกย่ี วขอ้ งกบั งานบรกิ ารอยา่ ง
หลีกเล่ยี งไมไ่ ด้ เพราะเราคอื “ผูใ้ หบ้ ริการ” แก่ลูกคา้ ซึง่ ในภาษาอังกฤษ
เรยี กวา่ service เมือ่ ใดเราสวมวญิ ญาณของ “ความเปน็ เจา้ บ้าน” เข้าไป
ในการใหบ้ ริการแกท่ ่องเท่ยี ว เราเองกจ็ ะเพมิ่ ความร้สู ึกในการเป็นเจา้ ของ
สถานที่ มีความเต็มใจที่จะใหบ้ รกิ ารอยา่ งดี เสมอื นหนึ่ง ต้อนรับแขกทมี่ า
6
สะดวก ปลอดภัย ได้รับความรู้และความเพลิดเพลิน จาก สามารถดึงดูดนักทอ่ งเท่ยี ว
การใชเ้ สน้ ทางทจี่ ดั ท�ำ ขน้ึ ซงึ่ เสน้ ทางส�ำ หรบั นกั ทอ่ งเทยี่ วอาจ 5. เส้นทางการท่องเที่ยวต้องคำ�นึงถึงอากาศที่ดี ปลอดโปร่งตลอด
เปน็ การใช้ เสน้ ทางรว่ มกบั เสน้ ทางสญั จรปกตขิ องคนทอ้ งถนิ่ เวลา
หรืออาจเป็นการกำ�หนดเส้นทางขึ้นมาใหม่ เฉพาะเป็นพเิ ศษ เหตุจูงใจใหค้ นเดินทางท่องเท่ียว ปจั จัยผลกั ดนั เป็นแรงกระตุ้นจาก
ส�ำ หรับนกั ท่องเทยี่ วก็ได้ ภายในตัวบุคคล มาจากสาเหตุ คือ ความอยากรู้อยากเห็นและความพึง
การจดั เส้นทางท่องเท่ียวควรคํานงึ ถึง... พอใจ
1. เส้นทางการท่องเท่ียวต้องเป็นที่นิยมของนักท่อง เหตุจูงใจให้คนเดินทางท่องเท่ียว ปัจจัยดึงดูด เป็นแรงกระตุ้นจาก
เท่ียวในขณะนั้น ซ่ึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมักจะมีการ เงื่อนไขภายนอก เชน่
เปลยี่ นแปลงอย่ตู ลอดเวลา 1. สภาพเศรษฐกจิ ในปัจจุบัน
2. เส้นทางการท่องเท่ียวต้องมีสิ่งอํานวยความสะดวก 2. ลกั ษณะของประชากร
และมมี าตรฐานเทยี บเท่ากับสถานท่ีอ่นื ๆ 3. สภาพภูมิศาสตร์
3. เส้นทางการท่องเที่ยวจะต้องมีส่ิงดึงดูดกับนักท่อง 4. สภาพสังคมและวฒั นธรรม
เท่ียวทุกเพศ ทุกวัย และทกุ กล่มุ รายได้ และต้องค้นหากับจุด 5. นโยบายของรัฐ
ท่สี ามารถดึงดูดนกั ทอ่ งเท่ยี วไดม้ ากกวา่ 6. ราคา
4. เสน้ ทางการทอ่ งเทยี่ วตอ้ งมที รพั ยากรทอ่ งเทย่ี วท่ี จะ 7. ความสะดวกในการเดินทาง
8. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ 7
แนวคดิ การจดั รายการนาํ เทยี่ ว การจดั รายการนาํ เทย่ี ว หรอื การจดั รวม
ผลติ ภณั ฑ์ หมายถงึ การจดั รวมสนิ คา้ และ บรกิ ารการทอ่ งเทย่ี วหลายๆ อยา่ ง 3. ผู้ประกอบธุรกิจการจัดนําเที่ยว (Tour Operator)
ที่เหมาะสมเข้าด้วยกัน เพ่ือตอบสนองกลุ่มตลาดเป้าหมายของธุรกิจชุมชน บริษัทตัวแทนจำ�หน่ายการท่องเที่ยว (Travel Agent) เป็น
กลมุ่ ต่างๆ การจดั รวมผลติ ภณั ฑ์การทอ่ งเทย่ี วจะกระทำ�ได้ 3 ลักษณะ ดงั น้ี ผู้จัดรวมผลิตภัณฑ์แล้วจำ�หน่ายเอง โดยจ่ายค่านายหน้า
แนวคดิ การจัดรายการนําเท่ยี ว (Commission) ให้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจน้ันๆ การจัดแบบน้ี
1. ผปู้ ระกอบธรุ กจิ (Supplier) รายเดยี วกนั เปน็ ผจู้ ดั แลว้ หาตลาดลกู คา้ ช่วยใหผ้ ลิตภณั ฑก์ ารท่องเทยี่ วหลากหลาย
และจ�ำ หนา่ ยเอง เชน่ Hotel weekend package โรงแรมจดั รวมทพี่ กั อาหาร การวางแผนการจดั รายการนําเทย่ี ว
และกจิ กรรมพกั ผ่อนอน่ื ๆ ไวส้ �ำ หรบั ลกู คา้ ครอบครัวในราคาเหมาจา่ ย - การวางแผนกำ�หนดกลุ่มเป้าหมาย ในการวางแผน
2. ผปู้ ระกอบธรุ กจิ หลายรายรว่ มกนั จดั รวมผลติ ภณั ฑแ์ ลว้ รวมขายเปน็ การจัดรายการนําเที่ยว จําเป็นต้องกำ�าหนดลูกค้ากลุ่มเป้า
ผลติ ภณั ฑเ์ ดยี ว (Single Product) ในราคาเหมาจา่ ย ท�ำ ใหล้ กู คา้ มโี อกาสใน หมายให้แน่นอนว่าเป็นใคร ในการกำ�หนด กลุ่มเป้าหมาย
การเลอื กซอ้ื ในราคายตุ ธิ รรมและท�ำ ใหผ้ ลติ ภณั ฑข์ ายงา่ ยกวา่ การขายเดย่ี ว อาจก�ำ หนด จากอาชพี อายกุ ารศึกษา รายได้ ฯลฯ
- การวางแผนกำ�หนดวันเดินทาง เป็นการวางแผน
ก�ำ หนดจำ�นวนวันเดนิ ทางทอ่ งเที่ยว แต่ไมค่ วรมีจำ�นวนวนั ที่
นานเกินไป
- กำ�หนดค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวต่อคนแบบเหมาจ่าย
ซงึ่ จะตอ้ งก�ำ หนดวา่ จะรวม คา่ ใชจ้ า่ ยอะไรไวบ้ า้ ง และไมร่ วม
ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าอาหารจะให้มีกี่มื้อ แต่ละม้ือจะ
เป็นประเภทไหน เป็นตน้
- กำ�หนดประเภททรัพยากรการท่องเที่ยวที่ต้องการจะ
เข้าชมให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยต้องทำ�การ
ศึกษาทรัพยากร ท่องเที่ยวประเภทใดที่กำ�ลัง อยู่ในความ
นิยม ซึ่งอาจจะเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในการวางแผน
เลอื กแหลง่ ท่องเทย่ี วเพื่อนําชมนั้น ควรเป็นแหลง่ ท่องเท่ียวท่ี
มลี กั ษณะส�ำ คญั ดงั ต่อไปน้ี คือ
1) ต้องก�ำ ลังอยู่ในความนิยม
2) มีสิ่งอํานวยความสะดวกพร้อมพอสมควร
3) มสี ่งิ ดงึ ดดู อยา่ งกว้างขวางแกค่ นทุกกลุ่ม
4) มีระยะทางทีเ่ หมาะสม
5) มีฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงที่เหมาะสม การวางแผน
การจัดรายการนาํ เท่ยี ว
- การวางแผนการส่งเสริมการตลาด เพ่ือกระตุ้นหรือ
เร่งเร้าใหน้ กั ทอ่ งเที่ยวตัดสินใจเลอื กซื้อ รายการนาํ เที่ยวของ
เรา แม้ว่าเราจะมีการจัดรายการนําเท่ียวที่ดี แต่ถ้าไม่เป็น
ที่รู้จักย่อมไร้ประโยชน์ จึงต้องใช้การส่งเสริมการตลาดเป็น
เครื่องมือช่วย นอกจากน้ันยังเป็นท่ียอมรับกันว่า แม้รายกา
รนําเท่ียวท่ีมีคุณภาพเท่าเทียมกัน นักท่องเท่ียวจะเลือกซื้อ
รายการนาํ เทย่ี วทม่ี รี ะบบ สง่ เสรมิ การตลาดทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
มากกว่า
การเขียนรายละเอียดรายการนําเที่ยวสำ�หรับนักท่อง
เที่ยวเป็นการเขียนรายละเอียด รายการนําเท่ียวแบบคร่าวๆ
8
เพ่ือใหน้ ักท่องเทีย่ ว ทราบว่า รายการนําเทย่ี วน้ี มกี ารเดนิ ทาง 3. เชอื่ มโยงกบั แหล่งทอ่ งเทีย่ วในเมืองหลกั
ท่องเท่ียวก่ีวัน เริ่มออกเดินทางเม่ือไร สิ้นสุดการเดินทางวัน 4. ศกึ ษาศกั ยภาพของแหล่งทอ่ งเทยี่ ว
ไหน เดินทางโดยยานพาหนะใด พักที่ใด มีการเลี้ยงอาหาร 5. ศกึ ษาศกั ยภาพขอ้ มลู เสนห่ ์ วฒั นธรรม การแสดง ภมู ปิ ญั ญา และ
ม้อื ใดบ้าง ไม่เลย้ี งมื้อใดบ้าง จดุ แวะพักหรือจุดแวะชมท่ีไหน วิถชี ีวิต
แต่ละแห่งใช้เวลา เท่าไร ซึ่งอาจเขียนรายการนําเท่ียวได้ 2 พฒั นาผู้มีสว่ นเกย่ี วขอ้ งกับการทอ่ งเทย่ี วชุมชน
แบบ คือ 1. ประชมุ พดู คยุ ท�ำ ความเขา้ ใจกบั ทกุ ภาคสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพอื่ เตรยี ม
- การเขยี นรายการนาํ เทย่ี วแบบบอกเฉพาะเสน้ ทางและ ความพร้อม
จุดทอ่ งเทย่ี ว 2. วเิ คราะหแ์ ละประยกุ ต์ ใชท้ นุ ทางวฒั นธรรมและเสนห่ ร์ ว่ มกบั ชมุ ชน
- การเขยี นรายการนาํ เทย่ี วแบบก�ำ หนดเปน็ ตารางทบ่ี อก การเตรยี มความพร้อม เพอ่ื ออกแบบเส้นทางทอ่ งเท่ียวชุมชน
การท่องเที่ยว อยา่ งละเอยี ด 1. ออกแบบตราสัญลักษณ์, สโลแกนของชุมชน, สโลแกนเส้นทาง
การพฒั นาเสน้ ทางทอ่ งเทย่ี วชมุ ชนและเสน้ ทางใกล้ ทอ่ งเทยี่ ว
เคียง 2. ออกแบบเส้นทางทอ่ งเที่ยว
กระบวนการ และแนวทาง 3. เตรียมปราชญท์ อ้ งถนิ่ หรือมคั คุเทศกท้องถน่ิ
กำ�หนดหลกั เกณฑ์ พัฒนาส่ิงอํานวย ความสะดวก
1. คัดเลอื กแหล่งทอ่ งเที่ยวท่ีมศี กั ยภาพ 1. จัดท�ำ ป้ายบอกทาง
2. คดั เลือกกจิ กรรมทอ่ งเทีย่ วทม่ี ีศกั ยภาพ 2. จดั ทำ�แผน่ พบั และขอ้ มลู เพ่อื การจดจาํ
3. ท�ำ ความสะอาด ห้องสขุ าสาธารณะ 9
4. ออกแบบและจัดทำ� สินค้าพร้อมบรรจุภัณฑ์ ของฝากของที่ระลึก
เพ่อื การท่องเท่ียวชุมชน - ประเมินผล
สรา้ งการรับรู้ สร้างรายได้
1. การประชาสมั พนั ธ์ Online / offline รายไดจ้ ากการท่องเที่ยว ของชุมชน เพ่มิ ข้นึ
2. การเปิดตวั ชมุ ชน ผปู้ ระกอบการ และ กิจกรรมในชมุ ชน ทอ่ งเท่ียว นกั ท่องเทยี่ วตอ้ งการอะไร?
ในทุกชอ่ งทาง การส่อื สาร ตัวอย่างโปรแกรมนําเที่ยวชุมชนบ้านยายม่อม :
3. จัดท�ำ โครงการ สร้างระบบ IT เพื่อสนับสนนุ ข้อมลู ชุมชนท่องเทีย่ ว เทีย่ วบ้านยาย-01
และการดูแลรกั ษา เช้า พบกันที่ วิสาหกิจชุมชนฟ้ืนฟูอาชพี บ้านยายม่อม
การกำ�กบั ตดิ ตาม ประเมนิ ผล - จิบชาใบขลู่
- ก�ำ กบั - น�ำ ชมวิถีชวี ิตประมงพ้ืนบา้ น
- ตดิ ตาม - น�ำ ชมหินยายมอ่ ม พรอ้ มฟงั ตํานานเล่าขาน ตา-ยาย
- กิจกรรม ปล่อยแมงดาคืนส่ทู ะเล
- บริการอาหารวา่ งสไตล์ชุมชน เมยี่ งค�ำ ไสแ้ หง้ นา้ํ มะ
ปีด๊ (มื้อท่ี 1)
- นําท่านเดนิ ไปชมหาดทรายดำ� ระหว่างทางทา่ นจะได้
ชมความสมบรู ณข์ องปา่ ชายเลน (ระหวางเดนิ ทางกลบั ชมุ ชน
ทา่ นจะได้ สนกุ สนานกบลเิ กฮูลูฉบบั ยายมอ่ ม)
เท่ยี ง - บรกิ ารอาหารกลางวัน (มอ้ื ที่ 2)
อนาคตของการท่องเที่ยว (Future of Tourism)
- การท่องเท่ียวรปู แบบใหม่ถอื ก�ำ เนิด
- ตลาดนักท่องเทยี่ วกลมุ่ เฉพาะมมี ากขึ้น
- ความคาดหวงั ของนักทอ่ งเท่ยี วเปล่ยี นไป
ความคาดหวังของผูใ้ ชบ้ ริการเมอื่ .. มาหาเรา
1. ต้องการความเป็นมิตรจากผู้ใหก้ ารบริการ เช่น การ
ยมิ้ ไหว้ การทักทาย สุภาพ ถกู กาลเทศะ
2. ต้องการความสะดวก คือ ไม่ต้องคอยนาน บริการ
รวดเร็ว
3. ตอ้ งการความสบาย เช่น สถานทีไ่ ม่แออัด (รถ ท่พี ัก
โตะ๊ อาหาร)
4. ตอ้ งการความถกู ตอ้ ง เชน่ เทยี่ วครบตามรายการ กนิ
ถูกร้าน พักถูกท่ี ชอ้ ปปง้ิ พอควร ราคารบั ได้
5. ต้องการความมีอัธยาศัยดี เช่น ความจริงใจ ความ
ชว่ ยเหลอื ความเป็นกนั เอง
พฤติกรรมนกั ทอ่ งเที่ยว (Tourists’ Behaviors)
1. เดนิ ทางท่องเทย่ี วเอง คน้ หาข้อมูลเองกอ่ นมา
2. ชอบความยดื หยุ่นในการจองตวั๋ เดินทางและท่ีพัก
3. ชอบทอ่ งเท่ยี วสมั ผสั ประสบการณ์ท้องถ่นิ
4. หลงใหลเรยี นรู้วฒั ธรรมที่แตกตา่ ง
5. ทอ่ งเทยี่ วและทำ�งานไปพรอ้ มกัน
6. ชอบความสะดวก เรียบงา่ ย ไมย่ งุ่ ยากซับซ้อน
10
7. รกั ธรรมชาติ ห่วงใยสง่ิ แวดล้อม ท่ีส�ำ คญั ท่ีสดุ คอื
8. มีตัวตนในโลกสงั คมออนไลน์ มีอิทธิพลผลและสรา้ ง 1. เพอื่ มาทอ่ งเทย่ี วพกั ผอ่ นหยอ่ นใจและผอ่ นคลายความเครยี ดมาก
แรงบนั ดาลใจคนอ่ืน ทส่ี ดุ เนอื่ งจากสภาพสงั คมในปัจจบุ ันท�ำ ใหค้ นเราเกดิ ภาวะตงึ เครยี ด และ
9. ใหร้ างวลั กบั ตวั เองดว้ ยการท่องเทยี่ ว ต้องการหาเวลาวา่ งเพอื่ การพักผ่อนอยา่ งแทจ้ ริง
10. อสิ ระท่องเท่ยี วตามใจฉัน 2. นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง
11. เนน้ สขุ ภาพ สะอาดและปลอดภยั มากกวา่ มากบั บรษิ ทั ทวั ร์ และมกั จะเดนิ ทางทอ่ งเทย่ี วกบั เพอื่ น/เพอื่ นรว่ ม
12. มสี ิ่งจูงใจทางการทอ่ งเที่ยว งาน
กระท�ำ ทกุ อยา่ งของนกั ทอ่ งเทยี่ วไมว่ า่ การกระท�ำ นนั้ นกั สาเหตุทน่ี กั ท่องเท่ยี วชาวไทยเดินทางทอ่ งเทย่ี ว 5 ล�ำ ดบั แรก
ทอ่ งเทีย่ วจะรู้ตวั หรือไมร่ ้ตู วั ก็ตาม 1. เปน็ แหล่งทอ่ งเทย่ี วที่มีชอ่ื เสยี ง
พฤตกิ รรมภายนอกสามารถสงั เกตเหน็ ได้งา่ ย 2. นกั ทอ่ งเทีย่ วชอบและสนใจด้านประวัตศิ าสตร์วฒั นธรรม
พฤติกรรมภายใน เป็นการทำ�งานของอวัยวะต่างๆ 3. นกั ทอ่ งเทย่ี วได้เหน็ วถิ กี ารด�ำ เนนิ ชีวติ ของคนในพืน้ ทน่ี ้นั ๆ
ภายในร่างกายรวมท้ังความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ท่ีถูก 4. นักท่องเที่ยวได้รับค�ำ แนะนําหรือการบอกต่อจากเพื่อน/ญาติ/คน
ควบคมุ อยภู่ ายใน จะมคี วามสมั พนั ธก์ นั โดยพฤตกิ รรมภายใน รจู้ กั
จะเป็นตวั ก�ำ หนด พฤติกรรมภายนอกเป็นสว่ นใหญ่ 5. นกั ทอ่ งเท่ยี วเคยมาเทีย่ ว/ใช้บรกิ ารแล้วประทับใจ
นกั ทอ่ งเทย่ี วชาวไทยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการเดนิ ทาง ความส�ำ เร็จของการทอ่ งเท่ียวชมุ ชนอย่างเชิงสรา้ งสรรค์
1. ความมีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของสินค้าและบริการท่องเท่ียว 11
เปน็ จดุ ขายสามารถดึงดดู ความสนใจของนักท่องเทยี่ ว
2. ความพร้อมในการให้บริการ บุคลากร สถานที่ สิ่งอํานวยความ เจา้ บ้านกบั งานบรกิ าร
สะดวก ฯลฯ เจา้ บา้ นมคี วามเกยี่ วขอ้ งกบั งานบรกิ ารอยา่ งหลกี เลย่ี ง
3. วิสยั ทศั นแ์ ละภาวะผูน้ าํ ไมไ่ ด้ เพราะเราคอื “ผใู้ หบ้ รกิ าร” แกล่ กู คา้ ซงึ่ ในภาษาองั กฤษ
4. การมีสว่ นร่วมของผ้มู สี ว่ นไดเ้ สีย เรยี กว่า service
5. การพัฒนาตนเองไม่หยดุ นง่ิ เมอ่ื ใดเราสวมวญิ ญาณของ “ความเปน็ เจา้ บา้ น” เขา้ ไป
“การเป็นเจ้าบ้านที่ดี” จึงหมายถึง กลุ่มบุคคลท่ีมีความเป็นมิตร มี ในการให้บริการแก่ท่องเที่ยว เราเองก็จะเพ่ิมความรู้สึกใน
ความเช่ือม่ัน รอบรู้ เรื่องราวในท้องถิ่น ให้การต้อนรับ ดูแลผู้มาเยือนหรือ การเป็นเจ้าของ สถานที่ มีความเต็มใจที่จะให้บริการอย่าง
นกั ทอ่ งเท่ียว ให้มีความสขุ และรสู้ ึกปลอดภยั ดี เสมือนหนึง่ ต้อนรับแขกที่มาเยอื น บ้านของเรา
เม่ือผู้มาเยือนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ย่อมทำ�ให้ผู้มา เยือนเกิด 1. ใหค้ าํ แนะนาํ เกย่ี วกบั สนิ คา้ ผลติ ภณั ฑ์ สถานท่ี และ
ความประทบั ใจมิรู้ลืม อืน่ ๆ
2. ชว่ ยเหลือลูกคา้ เมือ่ เขาตอ้ งการการบริการ
3. แกไ้ ขข้อขัดข้องและความไม่พึงพอใจของลูกค้า
4. ช่วยแนะนําและแกป้ ัญหาต่างๆ ใหก้ บลกู ค้า
5. ช่วยบอกทางในสถานทขี่ องเรา
การเปน็ เจา้ บา้ นทด่ี ี จะเกิดสิ่งดคี ือ ...
1. ทำ�ใหผ้ ูร้ บั การบริการเกิดความรู้สึกทดี่ ี
2. เป็นการสร้างภาพพจนท์ ด่ี ตี อ่ ชมุ ชน
การบรกิ าร ถอื เปน็ หวั ใจส�ำ คญั ของการทอ่ งเทยี่ ว เพราะ
การให้บริการด้านการท่องเท่ียวท่ีดี มีความใส่ใจ ทำ�ตน
ประหนึ่งเป็นเจ้าบ้านท่ีมีแขกมาเยี่ยมเยือน จะสร้างความ
ประทับใจและความพึงพอใจ ทำ�ให้ผู้รับบริการเกิดความ
ประทบั ใจ
การกระทำ�ใดๆ ก็ตามทท่ี �ำ ให้ผอู้ นื่ “เกดิ ความพึงพอใจ
ประทบั ใจ” โดยอยภู่ ายใต้ กฎระเบยี บ ขอ้ บังคับขององค์กร
ไมท่ �ำ ให้ องคก์ รเสยี หาย ทง้ั ชอ่ื เสยี ง ทรพั ยส์ นิ และภาพพจน์
การบริการ คือ…
1. ทำ�ให้คนอ่นื พอใจ
2. ทำ�ใหค้ นอ่ืนชอบ
3. ทำ�ให้คนอนื่ ไดร้ บั ในสงิ่ ทตี่ อ้ งการ
4. ทำ�ให้ผูใ้ ชเ้ ราประทบั ใจ
ลูกค้า คือ ทรัพย์สนิ ทมี่ ีคา่
ลูกค้า คอื ผู้ท่จี ่ายเงนิ เดือน ค่าจา้ ง และเงนิ ปนั ผล
ลกู คา้ จะไปยงั ทที่ เ่ี ขาหรอื เธอไดร้ บั การเอาใจใสอ่ ยา่ งดี
ทส่ี ุด
ในการทำ�ธุรกิจนั้น คุณจะต้องเป็นตัวเลือกอันดับแรก
สดุ ของลูกคา้
“ลูกค้าต้องมากอ่ น”
“ลูกคา้ คือเจ้านาย”
ลกั ษณะของการบรกิ าร รวดเรว็ ทนั ใจ ชว่ ยเหลอื เหน็ ใจ
12
รบี แกไ้ ขอยา่ งเขา้ ใจ ใหเ้ กนิ ความคาดหวงั (ในใจ) (ขอ้ นท้ี �ำ แลว้ 2. อัธยาศัยดี
ผ้รู ับบรกิ ารจะพอใจมาก) 3. จิตสาํ นึกบริการ
หลักการใหบ้ ริการ 4. มคี วามสามารถในการปรับตวั
1. เต็มใจในการให้บรกิ าร ข. ความรู้ความสามารถที่เหมาะสม
2. อดทนต่อความกดดัน 1. การศกึ ษา
3. พร้อมตลอดเวลา 2. ประสบการณ์
4. ไมแ่ บ่งแยกชนช้ัน 3. ทักษะทางมนุษยสมั พันธ์
5. แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ 4. ทกั ษะเฉพาะทาง
6. เป็นนกั ฟังทีด่ ี เป้าหมายของการบริการ ถูกใจ ตดิ ใจ ประทบั ใจ
7. ย้มิ แย้มแจ่มใส บริการท่ีดีทำ�ไดอ้ ยา่ งไร
8. ทกุ อย่างต้องเป็นไปได้ บ... บ่นคือสง่ิ ตอ้ งห้าม
หลักสำ�คัญของการบรกิ าร ริ... รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์งานบริการ
คุณสมบตั ิ การ... การสอ่ื สารอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ก. บุคคลทเ่ี หมาะสม ท.่ี .. ทีห่ นึ่ง เสมอในความคดิ เมอ่ื บริการ
1. สขุ ภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ดี... ดที ง้ั ต่อหนา้ และลบั หลัง
13
ท�ำ ... ท�ำ ดว้ ยความเต็มใจ
ได.้ .. ไดช้ ว่ ยเหลือลกู คา้ ทกุ คน
อย่าง... อย่างยิม้ แยม้ แจ่มใส
ไ... ไตรต่ รองก่อนรับปาก
ร... รอบคอบในทุกเรือ่ ง
ลกั ษณะไมพ่ งึ ประสงคข์ องนกั บรกิ าร หนา้ บง้ี หนา้ บดู ไม่
พดู ไมจ่ า ยกั ทา่ หนา้ งอ รอนานงานมาก ปากเสยี เคอื งหู ไมร่ ไู้ ม่
ชี้ ไมม่ นี ้ําใจ ไมม่ มี ารยาท ขาดสวา่ ราศรี ไม่มีความสุข
หัวใจของการบรกิ าร
- เปดิ ใจรับ
- ปรับใจเปลย่ี น
- จรงิ ใจทาํ
- ย้มิ แย้มจากใจ
- จติ วิญญาณพร้อมบรกิ าร
เป็นตัวของตัวเอง มิได้หมายถึงทำ�อะไรตามใขตนเอง
โดยไม่ต้องสนใจอื่น.. แต่หมายถึง การค้นพบศักยภาพของ
ตนเอง แลว้ พฒั นาให้เต็มท่ี
แนวโน้มของพฤติกรรมท่ีกําลังเปล่ียนแปลงจากข้อมูล
การศึกษา แนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเท่ียวในอนาคต พบว่า
มแี นวโน้มส�ำ คัญ 5 ประการดงั นี้ :-
1. การซอื้ สนิ คา้ ทางการทอ่ งเทย่ี วระยะเวลาการวางแผน
การเดินทางสั้นลง สนใจการเดินทางแบบกระช้ันชิด (Last
minute holiday) เน่อื งจากมีตวั เลอื กในการเดนิ ทางมากการ
ซอ้ื แพค็ เกจทวั รใ์ นลกั ษณะทร่ี วมบรกิ ารทกุ อยา่ งไวด้ ว้ ยกนั จะ
มีน้อยลง แต่จะเป็นการจัดแบบแยกราคา (Optional tours)
มากข้ึน เน่ืองจากนักท่องเท่ียว ต้องการอิสระในการเดินทาง
มากขน้ึ ปจั จยั ดา้ นราคาจะเปน็ ปจั จยั ส�ำ คญั ล�ำ ดบั ตน้ ๆ ในการ
ตดั สินใจซือ้ สินคา้ และ บริการท่องเท่ยี ว นกั ท่องเที่ยวสามารถ
เปรยี บเทียบราคาได้
2. ความถ่ีของการเดินทางท่องเท่ียว จะมีการเดินทาง
ระยะสน้ั เพ่มิ มากข้ึน
3. ความสนใจในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเพอื่ การ
เรียนรู้จะได้รับความนิยมเพ่ิ มข้ึน เช่น แหล่ง ท่องเที่ยวทาง
ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเพื่อศึกษาวัฒนธรรมและชีวิต
ความเป็นอยู่แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร และการศึกษา
ธรรมชาติ เปน็ ตน้
4. ความตอ้ งการบริการพิเศษ การเดนิ ทางทเ่ี ป็นสว่ นตวั
และมีรูปแบบท่ีตรงกับความต้องการเฉพาะของตนเอง (per-
sonalization) จะมคี วามส�ำ คญั เพมิ่ มากขน้ึ การบาํ บดั สขุ ภาพ
14
ภายใน คอื อารมณแ์ ละจติ วญิ ญาณ เพอื่ ผอ่ นคลาย จากความตงึ เครยี ดใน 15
สงั คม จะได้รบั ความนยิ มมากขน้ึ
5. ความคาดหวัง นักท่องเท่ียวมีความคาดหวังสูงในการที่จะ ลักษณะของการใช้ความคดิ สร้างสรรค์
ได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็ว มีข้อผิดพลาด น้อยลง เนื่องจากการนํา 1. เปน็ ความคดิ ทไ่ี มไ่ ด้เลยี นแบบใครและเปน็ ตน้ แบบที่
เอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการมากข้ึน นักท่องเที่ยวมีความคาด มีความเปน็ ของแท้ดง้ั เดมิ
หวังว่าการบริการส่วน ใหญ่ยังใช้คนในการบริการ เพ่ือเอาใจใส่ดูแล 2. มีการจินตนาการ ที่แสดงออกเป็นความคิดอย่าง
ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำ�ได้ (Human touch) นักท่องเที่ยวจะใช้ สรา้ งสรรค์
อินเตอร์เน็ตในการเล่าเร่ืองประสบการณ์การเดินทางให้คนท่ัวโลกได้รับ 3. มีองค์ความรู้ท่ีแฝงไว้ด้วยศิลปะและความเป็น
รู้มากขึ้น โดยคาดหวังว่า การท่องเท่ียวท่ีตนเอง ได้เข้าร่วมนั้นต้องมีองค์ วฒั นธรรมท้องถ่ิน
ประกอบ ดังนี้ 4. เกดิ จากการฉลาดคิดจนกลายมาเปน็ ประดษิ ฐกรรม
1) คุณภาพการบริการท่ีดีเลิศ และความเป็นเอกลักษณ์ไม่มีใคร 5. เป็นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาของคนในชมุ ชน
เหมอื น ชมุ ชนเชิงสร้างสรรค์
2) มที างเลือกทหี่ ลากหลายและมีสว่ นรว่ มในการท�ำ กจิ กรรม คนในชุมชนในท้องถ่ินถือเป็นหัวใจหลักในการ
3) ได้ท�ำ บางส่ิงบางอยา่ งเพอื่ คนอื่นในสังคม พฒั นาการทอ่ งเทยี่ วเชงิ สรา้ งสรรคใ์ หเ้ กดิ ขน้ึ โดยคนในชมุ ชน
อาหารตา อาหารปาก อาหารใจ ต้องสามารถจัดการองค์ความรู้ภูมิปัญญาได้อยางเป็นระบบ
สามารถถ่ายทอดความรู้ นําเสนอความสามารถที่ ผ่านการ
ปรบั ปรุงหรือประยกุ ตแ์ ลว้ ให้เขา้ กบั บรบิ ทในปัจจุบันได้
กิจกรรมหรอื สนิ คา้ เชงิ สร้างสรรค์
รูปแบบกิจกรรมหรือสินค้าที่สร้างประสบการณ์หรือ
ทักษะ ที่เป็นขายสิ่งท่ีไม่ สามารถจับต้องได้ แต่ยังคงไว้ซึ่ง
ความประทับใจและประสบการณ์ท่ีดี เม่ือนักท่องเท่ียว ได้มี
สว่ นร่วมในกจิ กรรม
ทกุ อย่างเล่าเร่ืองได้ สถานที่ คือ ฉากละคร ผคู้ น คอื ตวั
ละคร นักคดิ สร้างสรรค์ บริษัทตวั แทนท่องเทย่ี ว คอื ผกู้ ำ�กบั
การแสดง ประกอบไปดว้ ย 4 หวั ใจสำ�คัญ
1. เรอ่ื งราว
2. ฉาก
3. ประสาทสมั ผัส
4. ลีลาและความราบรน่ื
เครอ่ื งมือนักเล่าเรื่อง
1. ชือ่ ของกิจกรรม
2. เร่อื งราวอะไร
3. เล่าโดยใคร
4. เล่าทีไ่ หน
5. ไดส้ มั ผัสอะไรบ้าง
6. ท�ำ อยา่ งไรใหร้ าบรนื่
หลังจากส้ินสุดโครงการ “พัฒนาชุมชนสู่มืออาชีพ
ท่องเท่ียว” ในวันท่ี 14 สิงหาคม 2565 ทางคณะผู้จัดได้รับ
เกียรติจาก นายชยั พฤกษ์ สนธศิ ิริ นายกเทศมนตรีตำ�บล
แหลมงอบ มามอบประกาศนยี บตั รผ่านการอบรม ให้แก่ผู้ท่ี
เข้ามาอบรมครง้ั น้ีดว้ ย
18
สุพรรณกิ าร์พนั ธไุ์ มม้ งคลพระราชทานประจำ�จงั หวดั นครนายก
Cochlospermum regium
19
พนั ธุไ์ มม้ งคลพระราชทานประจำ�จงั หวัด นครนายก
สพุ รรณกิ าร์ : Cochlospermum regium
สพุ รรณกิ าร์ (ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Cochlospermum regium) เปน็ ไมผ้ ลดั ใบทม่ี ถี น่ิ ก�ำ เนดิ
ในแถบทุ่งหญ้าเขตร้อนแซราดู (Cerrado) ในทวีปอเมริกาใต้ (บริเวณประเทศบราซิล,
โบลิเวยี , ปารากวยั ) แตป่ ัจจบุ นั พบไดท้ ่วั ไปในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้เชน่ กนั
ลกั ษณะใบสุพรรณิการ์ ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
ลักษณะดอกสพุ รรณกิ าร์
สพุ รรณิการ์ เป็นไมต้ ้น ผลัดใบ สูง 7-15 เมตร เปลอื กเรียบ กิง่ กา้ น คอคด
ใบ : เปน็ ใบเด่ียวออกเวียนสลับ รูปหัวใจมี 5 แฉก ปลายแฉกแหลม โคนเว้าขอบเปน็ คลืน่
ใบแกร่ ่วงเปล่ยี นเปน็ สีออกแดง
ดอก : สเี หลอื ง มกี ลน่ิ หอมออ่ น ออกเปน็ ชอ่ ทป่ี ลายกง่ิ ทยอยบาน กลบี ดอก 5 กลบี เมอื่ บาน
วัดผา่ ศนู ยก์ ลาง 6-8 ซม. เกสรผู้สเี หลอื งโคง้ ขนาดไม่เทา่ กนั มจี ำ�นวนมาก
ผล : รปู ไข่กลับ กวา้ ง 2.5-3 ซม. ยาว 5-7 ซม. เมอื่ แกแ่ ตกเปน็ 3-5 พู เมลด็ สีนํ้าตาล รูปถว่ั
มปี ุยคลา้ ยปยุ ฝา้ ยหุ้ม
สพุ รรณกิ ารม์ ลี กั ษณะทางพฤกษศาสตรใ์ กลเ้ คยี งกบั ฝา้ ยค�ำ มาก ขอ้ แตกตา่ งทสี่ �ำ คญั ประการ
หน่งึ คอื ฝ้ายค�ำ จะออกดอกเพยี งช้นั เดียว มี 5 กลีบ และบานทีละดอก ในขณะทสี่ ุพรรณกิ ารจ์ ะมี
ทง้ั ชนดิ ที่ออกดอกชน้ั เดียวและชนิดที่ออกดอกซอ้ นกนั เป็นกระจกุ แนน่ โดยบานพร้อม ๆ กนั
ประโยชน์
สพุ รรณกิ าร์ (ฝ้ายค�ำ ) นอกจากเปน็ ไม้ประดบั แลว้ ยางจากต้นใหผ้ ลติ ผลเปน็ Karaya gum
หรือทางการค้าเรียกว่า Crystalgum เป็นก้อนผลึกสีเหลืองอ่อนหรือนํ้าตาลอมชมพู ใช้เป็นยา
ระบาย ใชเ้ ปน็ สว่ นผสมในนาํ้ ยาเซทผม เปน็ ยาทาบำ�รุงผวิ ใช้ในอุตสาหกรรมทอผา้ และการพมิ พ์
อตุ สาหกรรมอาหารกระปอ๋ ง ผสมไอศกรมี ท�ำ ใหข้ น้ เนอื้ ไมต้ ม้ กบั แปง้ เปน็ อาหาร ใบออ่ นใชส้ ระผม
ดอกแหง้ และใบแห้งใชเ้ ปน็ ยาบ�ำ รุงกำ�ลงั
ไดร้ ับการก�ำ หนดให้เป็นพนั ธุไ์ ม้มงคลพระราชทานประจ�ำ จังหวดั นครนายก
ลกั ษณะผลสพุ รรณกิ าร์
ลกั ษณะผลแห้งสุพรรณกิ าร์ เรยี บเรยี งโดย. ส.ทองเก้ือ
20
ลักษณะดอกจันทน์ชะมด พนั ธ์ุไมม้ งคลพระราชทานประจ�ำ จงั หวดั นครปฐม
จนั ทน์ชะมด
Mansonia gagei.
ลักษณะแกน่ ไมจ้ นั ทน์ชะมด
ลักษณะใบจันทนช์ ะมด 21
ลักษณะเนื้อไม้จนั ทน์ชะมด พนั ธ์ุไมม้ งคลพระราชทานประจ�ำ จังหวดั นครปฐม
ลักษณะฝักจนั ทนช์ ะมด จันทน์ชะมด : Mansonia gagei.
จนั ทน์ชะมด Mansonia gagei J. R. Drumm. ex Prain Malvaceae ชอื่ อื่น : จนั ทน์, จันทน์
ขาว, จันทน์พมา่ , จันทน์หอม (ทวั่ ไป)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
จนั ทนช์ ะมด เป็นไมต้ ้นขนาดใหญ่ ผลดั ใบ สงู 10-20 เมตร เปลอื กลำ�ต้นคอ่ นขา้ งเรยี บสีเทา
อมขาว เรือนยอดเป็นพ่มุ ค่อนขา้ งโปรง่ กง่ิ กา้ นออ่ น มกั หอ้ ยลง
ใบ : ใบเดย่ี ว เรยี งสลับ มกั ออกใบถท่ี ป่ี ลายยอด แผน่ ใบรูปรี แกมรปู ขอบขนานหรอื แกมรูป
ไขก่ ลบั กว้าง 3-6 เซนตเิ มตร ยาว 8-14 เซนตเิ มตร ปลายใบแหลมโคนใบเว้า เบี้ยวเลก็ นอ้ ย ขอบ
ใบเป็นคลื่นห่าง ๆ
ดอก : ดอกเลก็ สีขาวออกรวมกนั เปน็ ช่อส้นั ๆ ตามปลายกิง่ และตามง่ามใบ
ผล : ผลรปู กระสวย มปี กี บางรปู ทรงสามเหลย่ี มสามปกี กวา้ ง 0.5-0.7 เซนตเิ มตร ยาว 1-1.5
เซนติเมตร มีปกี ปกี กวา้ ง 1-1.5 เซนตเิ มตร ยาว 2.5-3 เซนติเมตร
พบที่อินเดียและพม่า ในไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลางท่ีสระบุรี ภาคตะวัน
ตกเฉยี งใต้ และภาคใตท้ ่นี ครศรธี รรมราช ขน้ึ ตามป่าดิบช้ืน และปา่ ดิบแลง้ ทเ่ี ป็นหนิ ปนู ความสงู
100-650 เมตร แกน่ มนี าํ้ มนั หอมระเหย ใชส้ รา้ งพระโกศใชใ้ นงานพระราชพธิ ี ท�ำ เครอ่ื งใช้ ดอกไม้
จนั ทน์ ธูป และเคร่อื งหอม
สรรพคณุ ทางยา
ต้น : ขบั ลมในลำ�ไส้ แก้จุกเสยี ด แนน่ เฟอ้ แก้ปวดท้อง แก้บดิ แกธ้ าตพุ กิ าร ขับโลหิตระดู
เนื้อไม้ แก่น : แกค้ ลนื่ เหียนอาเจยี น บำ�รุงหัวใจ แกล้ มวิงเวียน แก้วงิ เวยี น หนา้ มืด ตามัว ชู
กำ�ลัง ท�ำ ใจคอใหส้ ดช่นื สดใส บำ�รงุ ประสาท แกไ้ ข้ แกเ้ หงอ่ื ตกหนัก แกร้ ้อนในกระหายนํ้า บำ�รุง
ตบั ปอดใหเ้ ปน็ ปกติ บ�ำ รงุ เนอื้ หนงั ใหส้ ดใส แกต้ บั ปอดพกิ าร ขบั พยาธิ แกไ้ ขอ้ นั บงั เกดิ แกตบั และ
ดี บ�ำ รุงเลือดลม แก้ไขเ้ พอื่ ดี แกไ้ ขเ้ พ้อคลง่ั แก้สันนบิ าตโลหิต
ใบ : บำ�รงุ ประสาท บำ�รุงเนอ้ื หนงั ใหส้ ดชืน่ แก้ไข้ แก้ปอด ตับ ดีพกิ าร แกร้ อ้ นในกระหายนํ้า
แก้เหงื่อตกหนัก ขับพยาธิ แก้จกุ เสียด แกแ้ นน่ เฟอ้ ขับลมในล�ำ ไส้ แกป้ วดท้อง แกบ้ ดิ แกธ้ าตุ
พกิ าร ขับโลหิตระดู
นํา้ มันหอมระเหย : เปน็ ยาแก้ลม มีฤทธเ์ิ ป็นยาบำ�รุงหัวใจ
ประโยชน์
เนื้อไม้ กระพี้ สีขาว แก่นสนี ํา้ ตาลเข้ม ใช้ท�ำ หบี ใส่เสื้อผา้ เคร่อื งกลงึ เคร่ือง แกะสลกั ทำ�หวี
ดอกไม้จันทน์ ธูป นาํ้ มนั
ไมท้ ต่ี ายเองจะมกี ลิน่ หอม หอมที่ได้จากการกลน่ั ช้ินไม้ ใช้ปรุงเครือ่ งหอมและเครอ่ื ง สำ�อาง
ใชเ้ ป็นยาบ�ำ รุงหัวใจ
ลักษณะเปลอื กจนั ทนช์ ะมด เรียบเรยี งโดย. ส.ทองเก้ือ
24
โดย... มงั กรโพน้ ทะเล
ฮา่ วจอื่ เอยี๊ :孝子爺.
เปน็ เทพสายนรกองคห์ นึ่ง ท่ีเน่นิ นานผ่านๆ ไปท่านเปน็ เทพเจ้า
แห่งโชคลาภ ของชาวกวางตงุ้ และฮกเกีย้ น
25
ประวตั ิของทเ่ี ป็นภาษาไทยเลยนนั้ หายาก ไปจนถงึ หาไมไ่ ด้เลย เพราะ
คนไทยท่ีรู้จักเทพองค์นี้มีไม่เยอะ และส่วนมากจะเป็นคนจีนในมาเลเซีย
สงิ คโปร์ ฮ่องกง มาเกา๊
ประวัติขององค์เทพฮ่าวจ่ือเอี๊ย (หรือ เซี่ยวจึเหย่) เกิดในสมัย
ราชวงศต์ งฮนั่ ในสมยั นน้ั มชี ายคนหนง่ึ ชอื่ ตงิ หลาน ทเี่ ปน็ ลกู อกตญั ญู
ไดอ้ าศัยอยูก่ ับมารดากนั ๒ คน (บิดาได้เสียชวี ติ ไปนานแลว้ ) เคา้ คอย
ทบุ ตี และดา่ ทอมารดาตนเองอยทู่ กุ วนั แมว้ า่ มารดาเขาจะคอยหาขา้ ว
หานา้ํ มาดูแลก็ตาม เขาก็ยังท�ำ ไม่ดกี บั มารดาอยา่ งเสมอ ท�ำ ให้มารดา
รอ้ งไหท้ กุ วนั เลย
วันหนึ่งติงหลานได้ไปเห็นแม่แกะอยู่กับลูกแกะและมันคอยดูแลกัน
ท�ำ ให้เขาคดิ วา่ ควรต้องท�ำ แบบลูกแกะบ้าง
กลางวนั วนั นน้ั มารดาเขากท็ �ำ กบั ขา้ ว และเอานาํ้ มาใหก้ นิ ตามปกติ แต่
มารดาเขารา่ งกายอ่อนแอเดนิ โซเซ พอตงิ หลานเห็นแบบนนั้ ก็วงิ่ เขา้ ไปจะไป
ประคองมารดา
แตม่ ารดาเหน็ ตงิ หลานวงิ่ มาแบบนน้ั กต็ กใจ คดิ วา่ จะวงิ่ มาทบุ ตตี วั เอง
อีก เลยวิง่ หนีและกระโดดลงคลองข้างทางจมนาํ้ หายไป !
ติงหลานตกใจมาก ! กระโดดลงคลองไปชว่ ยแม่ แตง่ มหายังไงกห็ าไม่
เจอ เจอแต่ท่อนไม้ท่อนเดียว เขาเสียใจมากเลยเอาท่อนไม้นั้นกลับบ้านไป
บชู ากราบไหวท้ กุ วนั และแตง่ ชดุ กระสอบไวท้ กุ ขใ์ หม้ ารดาตนเองตลอดเวลา
ติงหลานร้องไห้เสียใจกับการกระทำ�ของตนเองตอนที่มารดายังมีชีวิต
อยู่ เขารอ้ งไหจ้ นน้ําตาไหลเป็นสายเลือด ตากห็ ลดุ ออกมาจากเบา้ ลนิ้ ก็ขาด
ออกมาจากปากแลว้ กส็ ้ินใจ
จากคนอกตัญญู ก็กลายเป็นเทพกตัญญู พ่อแม่ชาวจีนมักจะพา
บุตรหลานมาไหวเ้ ทพฮา่ วจอื่ เอี๊ย เพื่อใหล้ กู หลานเช่อื ฟงั และกตัญญู
.一孝擋三災 (๑ ไวท้ ุกข์ ๓ ภัยส้ินไป) หากใครได้ไว้ทกุ ข์ จะสามารถ
ขจดั เคราะหภ์ ัยไดถ้ งึ ๓ คร้งั
26
รำ�กฤวารโพธสิ มภพกาล
พระสกัณฑเทวโพธสิ ัตตว์
( 朝天韋馱菩薩 ;พระเวทโพธสิ ตั ตว์)
六月初三日 恭祝護法韋馱尊天菩薩聖誕
โดย... มังกรโพ้นทะเล
พระสกัณฑเทวโพธิสัตตว์ เหวยถัวผู่ซา 韦陀菩萨 พระนาม 27
เตม็ คือ “จ้าวเทียนเว่ยถวั ผู่ซ่า 朝天韋馱菩薩. คนไทยเรียก “ทา้ ว
มหาชมพ”ู มหี ลายต�ำ นานท่มี ามากมายเชน่ ขันธกมุ าร)
พระขันทกุมาร พระการติเกยะ หรือพระสกัณฑกุมาร เป็น ในพระพทุ ธศาสนาฝา่ ยมหายาน “สกนั ฑเทพ” มพี ระนามอยใู่ น “สวุ รรณ
เทพเจา้ แหง่ สงคราม และเป็นแมท่ ัพเทพของสวรรค์ในศาสนาฮนิ ดู ประภาสสูตร” นบั ถือกันวา่ ๑ ใน ๒๔ เทพธรรมบาลผ้คู ุ้มครองพระธรรม ทัง้
หลงั จากแพเ้ ชาวป์ ญั ญาพระพฆิ เนศจงึ เดนิ ทางมาทจี่ นี แลว้ เกดิ หลายอาทิ เชน่ พระอนิ ทร์ พระพรหม พระลกั ษมี พระสรสั วดี เปน็ ตน้ กลา่ วกนั
ศรทั ธาเมอื่ พบพระโพธสิ ตั ตวก์ วนอมิ จงึ ปวารณาเปน็ “พระสกณั ฑเทว วา่ เทพธรรมบาลเหลา่ นไี้ ดม้ าปรากฏกาย พทิ กั ษป์ กปอ้ ง “พระบรมสารรี กิ ธาต”ุ
โพธิสัตตว”์ สาวกขา้ งกายแล้วหนั มานับถอื พทุ ธมหายาน จากมารรา้ ยท่เี ขา้ มารงั ควาญ
ตำ�นานจีนเล่าว่า องค์รักษ์หนุ่มของเจ้าหญิงเม่ียวซ่าน 妙善 “สกนั ฑเทพ” หลังจากปวารณาตนเป็นพุทธ กด็ ำ�รงรักษาพระธาตุเจดีย์
公主. ขณะทเี่ ปน็ มนษุ ยห์ ลงั จากทเี่ จา้ หญงิ เมย่ี วซา่ นส�ำ เรจ็ ธรรมเปน็ วัดวาอาราม ในประเทศอินเดีย พุทธนิกายวัชรยานสถาน ที่นั่นจึงมักทำ�รูป
พระโพธสิ ตั ตวก์ วนอมิ 观世音 แลว้ องคร์ กั ษห์ นมุ่ นนั้ กบ็ รรลธุ รรมเปน็ “สกณั ฑเทพบตุ ร” ยนื รกั ษาพระสถปู พทุ ธอยเู่ สมอ แมแ้ ตใ่ นแควน้ ลงั กากน็ ยิ ม
พระสกณั ฑเทวโพธิสตั ตว์ (เหวยถอ่ ผูซ่า 韦陀菩萨) ด้วยเชน่ กนั สรา้ งรปู “สกณั ฑเทพ “ ขนึ้ บชู าโดยเฉพาะในแควน้ จามปา มกี ารถวายบชู าเปน็
ในต�ำ นานศกึ เทพประยทุ ธเิ์ ฟงิ สนิ 封神 นน้ั พระขนั ทกมุ าร หรอื พิเศษ
พระการตเิ กยะ ไดเ้ ดนิ ทางจากอนิ เดยี เขา้ มาพบกองทพั ของเจยี งจอื่ ห เทวลักษณะของพระองค์ มีเคร่ืองทรงแบบเทพขุนพลจีนโบราณ สวม
ยา และโจวออ๋ ง (จฟี า) แหง่ ราชวงศโ์ จว ก�ำ ลงั สกู้ บั กองทพั จา้ วกงหมงิ ฉลองพระองคเ์ กราะทอง และ สวุ รรณมงกฏุ พระหตั ถ์หนึ่งประคอง “วัชรคธา
ของโจ้วอ๋องแห่งราชวงศ์ซาง วธุ ”
พระองคจ์ งึ เขา้ ฝา่ ย เจยี งจอื่ หยา หลงั จากชนะศกึ แลว้ เจยี งจอื่ ห อีกพระหัตถ์หน่ึงอยู่ใน “ท่าประณม” อยู่ในลักษณะท่าทางสง่าผ่าเผย
ยา จึงสถาปนาพระขนั ทกุมาร จากฮินดูเป็นเทพธรรมบาล สำ�รวมน่าเลื่อมใส วัชรคธาวุธนี้ ใช้ปราบปรามปีศาจมารร้ายที่มารังควาญ
“สกณั ฑเทวโพธสิ ตั ตว”์ ในภาษาสนั สกฤต ชาวจนี เรยี กวา่ เหวย พระพุทธศาสนา
ถวั ผซู่ า 韦陀菩萨 พระนามเตม็ คอื จา้ วเทยี นเวย่ ถวั ผซู่ า่ 朝天韋馱 เทวปฏิมาของพระองค์ จะอยู่ด้านหลังของ “พระเมตไตรยบรมโพธิสัต
菩薩 แปลตามภาษาจีนว่า “ผู้มีอานุภาพสนองปฏิการะ” ตว”์ หนั พระพกั ตรส์ วู่ หิ ารหรอื อโุ บสถ บางแหง่ นยิ มสรา้ งเปน็ ปางนงั่ รกั ษาพระ
พุทธมหายานถือว่าพระองค์เป็น มหาเทพโพธิสัตตว์ ผู้รักษา อาราม หรอื สร้างเป็นรูปมี ๑๒ กร
พระพุทธศาสนาสำ�คัญมากองค์หน่ึงในประเทศจีน การบูชาพระ ภายหลงั เรม่ิ นยิ มน�ำ พระเวทโพธสิ ตั ตว์ 韋馱菩薩 หนา้ วดั พทุ ธมหายาน
สกณั ฑเทวโพธสิ ตั ตว์ มที ่มี าจากหลายแหล่งดว้ ยกนั เช่น เคียงคู่กับเทพเจ้ากวนอู (กวนเซ่ิงต้ีจวิน : 關聖帝君) เป็นคู่เทพผู้พิทักษ์
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า พระเวทโพธิสัตตว์ คืออวตารของ พทุ ธสถาน หนา้ อารามวัดท่ัวประเทศจีน ฮอ่ งกง มาเกา๊ ไตห้ วนั สิงคโปร และ
“พระวัชรปาณีโพธิสัตตว์” พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในคัมภีร์เช่น ไทย
ศัพทานกุ รม “ฟานอี้หมิงอ้”ี ในสมัยราชวงศ์ซง่ ปางพระสกณั ฑเทวโพธสิ ตั ตว์ 韋馱菩薩 . ปางประนมกร และปางยนื
ในรัตนกูฏสูตร “วัชรคุหยปติปริวรรต” กล่าวว่า พระวัชรปาณี เทา้ เอว
โพธิสตั ตว ์ มหี น้าท่รี กั ษาพระพทุ ธศาสนา ตามประวัตกิ ลา่ วว่า เปน็ ผู้ อารามในประเทศจีน แต่เดิมมรี ูปแบบการปกครองวัด ๒ แบบหลกั คือ
ส่ังสมบารมรี ักษาพระศาสนาของพุทธเจา้ ทั้ง ๙๙๙ พระองค์ ในภทั ร แบบ จตรุ ทิศาราม หรือ อารามทศทิศ เปน็ อาราม”วัดใหญ”่ รับพระอาคนั ตุกะ
กลั ป์ และพระองคจ์ ะไดต้ รสั รอู้ นตุ ตรสมั มาสมั โพธญิ าณ มพี ระนามวา่ จากทกุ แหง่ เทวรปู พระเวทโพธสิ ตั ตวป์ ระจ�ำ วดั นยิ มท�ำ ปาง “ประนมกร” มวี ชั ร
“พระรจุ พิ ทุ ธเจา้ ” พระพทุ ธเจา้ องคท์ ี่ ๑,๐๐๐ ในภทั รกลั ป์ และพทุ ธกจิ คทาวธุ วางพาดอยบู่ นพระกร (ปางนห้ี มายถงึ ทางวดั อนญุ าตใิ หแ้ ขกพกั แรมได)้
ในกลั ปน์ ี้ พระองคจ์ ะติดตามชว่ ยเหลือ “พระเมตไตรยโพธสิ ตั ตว”์ ใน อีกแบบเรียกว่า “อารามสืบทอดนิกาย” ส่วนใหญ่เป็น “วัดเล็ก” เจ้าอาวาส
การโปรดสรรพสตั ว์ สืบทอดจากอาจารย์สู่ศิษย์ มักมีเสบียงอาหาร และท่ีพักไม่พอแก่อาคันตุกะ
ดังนัน้ วดั วาอารามฝ่ายวัชรยาน -มหายาน จงึ นยิ มสร้างรูปพระ จะนยิ มสรา้ งเทวรปู เปน็ ปางยนื เทา้ เอวดว้ ยพระหตั ถข์ า้ งหนง่ึ และพระหตั ถอ์ กี
ปฎมิ ากร พระเวทโพธสิ ตั ตว์ บชู าไวด้ ้านหลงั พระเมตไตรยโพธสิ ตั ตว์ ขา้ งหนง่ึ กดวชั รคทาวธุ ลงพน้ื (ปางนห้ี มายถงึ ไมส่ ามารถรบั แขกพกั คา้ งคนื ได)้
พระสกัณฑเทวโพธสิ ัตตว์ 韋馱菩薩 จากพระขันธกุมาร กลายเป็น ดังน้ีพระสงฆ์ในประเทศจีน เม่ือออกธุดงค์ ไปยังท่ีต่างๆ จึงต้องสังเกตรูป
๑ ใน ๒๔ เทพธรรมบาลในพุทธศาสนาวชั รยาน - มหายาน พระเวทโพธสิ ัตตว์ เป็นท่ีหมายว่ารบั หรือไมร่ บั แขกค้างคนื
นาม “สกันฑะ” เป็นนามเทพเจ้าของพื้นเมืองอินเดียโบราณ ผบู้ ชู าสกั การะพระสกณั ฑโพธสิ ตั ตว์ จะพน้ ภยั พบิ ตั ิ ไดร้ บั ความคมุ้ ครอง
ก่อนศาสนาพราหมณ์ เม่ือชาวอารยันปกครองอินเดีย ชาวอารยันผู้ มีความสุขสมบูรณ์ และมั่นคงในพระธรรม พุทธศาสนิกชนจีนนิยมบูชา
นบั ถอื ศาสนาพราหมณไ์ ดย้ กเอา เทพสกันฑะ ข้นึ เป็นโอรสของ พระ พระองค์ในวนั ข้นึ ๓ ค�ำ่ เดือน ๖ เปน็ วันเทวสมภพ พระสกันทโพธิสัตว์ อ่ยุ ทอ้
มหาศิวะเทพ และเรียกพระนามวา่ สกณั ฑเทพ หรือ กมุ ารเทพ (พระ ผ่อสกั (韋馱菩薩) พระเวทโพธสิ ตั ว์ ผ้พู ทิ กั ษพ์ ุทธศาสนา
ขอบคณุ ท่ีมา : หมื่นเทพเทวะ
28
ความหมายของสี
หวั สงิ โต
ชาวจนี ใชส้ ขี องหวั สงิ โต เปน็ เครอื่ งหมาย แทนสัญลกั ษณ์
ของบุคคล ทั้งยงั แสดงถงึ คุณลักษณะตา่ งๆ
โดย... มงั กรโพ้นทะเล
29
ชาวจนี ใชส้ ขี องหวั สงิ โต เปน็ เครอื่ งหมาย แทนสญั ลกั ษณ์
ของบุคคล ท้งั ยงั แสดงถงึ คุณลักษณะตา่ งๆ ดงั น้ี
1. หัวสิงโตสีเขียว เรียกว่า “ต่ัวกง” หมายถึง เล่าป่ี ตัวละคร
เอกในเรอื่ งสามกก๊ ทง้ั ยงั เปน็ สญั ลกั ษณแ์ ทน ความมอี �ำ นาจหยง่ิ ใน
ศกั ดิ์ศรี มีขา้ ทาสบริวารมาก
2. หัวสงิ โตสีแดง เรียกว่า “ยีก่ ง” หมายถงึ กวนอู ตวั ละครใน
เร่ืองสามก๊ก เป็นสัญลักษณ์ท่ีใช้แทนความซ่ือสัตย์ กล้าหาญ โชค
ลาภ นกั ต่อสู้
3. หวั สงิ โตสดี �ำ เรยี กวา่ “ซากง” หมายถงึ เตยี วหยุ ตวั ละครสาม
ก๊ก เป็นสัญลกั ษณ์แทนความหนกั แน่น ความยุตธิ รรม การเอาชนะ
อุปสรรคนานานัปการทีผ่ ่านเขา้ มาในชีวติ
4. หวั สงิ โตสเี หลอื ง เรยี กวา่ “สก่ี ง” หมายถงึ จลู ง่ ตวั ละครเรอ่ื ง
สามกก๊ บางต�ำ รากแ็ ทนกวนเปง๋ เปน็ สญั ลกั ษณแ์ ทนผมู้ อี �ำ นาจ ยศ
ศกั ด์ิ
..สงิ โต..
“ขับไล่ภูตผีปศี าจ และ ส่ิงอปั มงคล”
สงิ โตเปน็ “สตั วม์ งคล” ในสายตาและความคดิ ของชาวจนี และ
ได้รับการยกยอ่ งใหเ้ ป็น “ราชาแหง่ สรรพสตั ว์” โดยเราสามารถเหน็
รปู ป้ันสงิ โตได้ในทุกที่ของประเทศจนี
เนื่องด้วยชาวจีนนำ�สิงโตมาใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความ
โชคดี ความกล้าหาญและอำ�นาจ ดังนั้น เม่ือชาวจีนต้องการสร้าง
พระราชวังคฤหาสน์ บ้านเรือน รวมทั้งสุสาน ก็นิยมนำ�ก้อนหินมา
แกะสลักเป็นสิงโตในรูปแบบต่างๆ แล้วนำ�มาวางไว้หน้าประตู ใช้
“ขับไล่ภูตผปี ีศาจ และ ส่ิงอัปมงคล” เฝา้ หนา้ ประตบู า้ น
ในสมัยโบราณ การวางสิงโตหินจะมีระเบียบประเพณีที่
แน่นอน โดยยปกติทางด้านซ้ายของประตู จะวางสิงโตตัวผู้
ขาขวาเหยียบอยู่บนลูกบนลายดอก เป็นสัญลักษณ์ของพลัง
อำ�นาจ ทางด้านขวาของประตู จะเป็นสิงโตตัวเมีย ขาซ้าย
ปลอบขวญั ลูกสิงโต เปน็ สญั ลักษณข์ องลูกหลานเจรญิ รุ่งเรอื ง
32
สพมรเะดอ็จงพคเ์รจะ้าเจเทา้ วบัญรมอวไุ งทศย์เวธงอศ์
กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
ตน้ ราชสกุล “เทวกลุ ”
33
มหาอำ�มาตย์นายก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กระทง่ั ลาผนวช และเขา้ รับราชการ
กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ (๒๗ พฤศจกิ ายน ๒๔๐๑ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ทรงบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
- ๒๘ มถิ นุ ายน ๒๔๖๖) มีพระนามเดิมว่า พระองคเ์ จ้า ตลอดพระชนมช์ ีพ จากรัชกาลท่ี ๕ ถึงรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเดจ็ พระ
เทวัญอุไทยวงศ์ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดเกลา้ ฯ ใหท้ รงด�ำ รงต�ำ แหนง่ ไปรเวตสเิ กรตา
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับ สมเด็จพระปิยมาวดี ศรี รีฝร่ัง (ราชเลขานุการฝ่ายต่างประเทศ) ทำ�หน้าที่ดูแลงานต่างประเทศ
พัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม ในรัชกาล ทรงมีบทบาทสำ�คัญด้านการทูต เป็นผู้เจรจาข้อพิพาทกับฝร่ังเศส คร้ัง
ท่ี ๔) ร่วมพระชนนีเดียวกับสมเด็จพระศรีสวรินทิรา วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ทรงเสนอใหม้ ีการตง้ั สถานทูตในตา่ งประเทศ ท่ี
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระศรี ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทรงว่าราชการเป็นเสนาบดีกระทรวงการต่าง
พัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง และสมเด็จ ประเทศทง้ั ในรชั กาลท่ี ๕ และรชั กาลที่ ๖ เป็นเวลา ๓๗ ปี จนได้ช่อื ว่า
พระนางเจา้ สนุ นั ทากมุ ารรี ตั น์ พระบรมราชเทวี โดยเปน็ เปน็ องค์บิดาแหง่ การตา่ งประเทศของไทย
พระเจา้ ลกู เธอชน้ั เลก็ ล�ำ ดบั ที่ ๔๒ ในจ�ำ นวนทง้ั หมด ๘๒ นอกเหนือจากการงานด้านการต่างประเทศ ได้ทรงงานท่ีสำ�คัญตลอด
พระองค์ พระชนม์ชีพอีกหลายด้าน เช่น ได้ทรงดำ�รงตำ�แหน่งนายกสภาการคลังในปี
พระประวตั ิ .. พ.ศ. ๒๔๖๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำ�ริให้เป็น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโร อคั รมหาเสนาบดี ทรงมผี ลงานพระนพิ นธห์ นงั สอื หลายเลม่ นอกจากนี้ พระบาท
ปการ ประสูติเม่ือวันเสาร์ เดือน ๑๒ แรม ๗ ค่ํา ปีมะเมีย สมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวทรงสถาปนาเปน็ สมเด็จฯ กรมพระยา ซง่ึ เปน็
สมั ฤทธิศก จ.ศ. ๑๒๒๐ ตรงกบั วันท่ี ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ช้ันที่สูงสุด นับว่าทรงเป็นเจ้านายช้ันพระองค์เจ้าองค์แรกท่ีได้รับพระราชทาน
๒๔๐๑ในพระบรมมหาราชวัง มีพระเชษฐา พระอนุชาและ ให้ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จฯ กรมพระยา เพราะในอดีตมีเพียงแต่เจ้านายชั้น
พระขนิษฐารวมกัน ๖ พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้า และสมเด็จพระสังฆราชเจ้าหรือสมเด็จพระมหาสมณเจ้าเท่าน้ันท่ีทรง
๑. พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย (พระองค์นี้ได้ ได้รับพระราชทาน และรับตำ�แหน่งมหาอำ�มาตย์นายก และผู้ดูและพระนคร
รบั พระนามตามบทบาทของเจ้าจอมมารดา) และส�ำ เร็จราชการเมื่อทรงไมป่ ระทับอยใู่ นพระนคร
๒. พระองคเ์ จา้ เทวญั อไุ ทยวงศ์ (สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ทรงสนพระทยั
เธอ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ) ในวิชาโหราศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
๓. พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ (สมเด็จพระนางเจ้า อยู่หัวทรงประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติตามแบบสากล จากเดิมที่
สนุ นั ทากมุ ารรี ตั น์ พระบรมราชเทวพี ระองคแ์ รกในรชั กาลท่ี ๕) ประเทศไทยใช้แบบจนั ทรคติ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศว์ โรปการ ทรงเปน็
๔. พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา ผคู้ ดิ ปฏทิ นิ ไทยใชต้ ามสรุ ยิ คติ เรยี กวา่ เทวะประตทิ นิ มกี ารก�ำ หนดชอ่ื เดอื นขนึ้
บรมราชเทวี พระพนั วสั สาอยั ยกิ าเจ้า) มาใหม่ จากเดมิ ท่ใี ช้ เดือนอ้าย เดือนย่ี ถึงเดอื นสบิ สอง เปน็ ชอ่ื เดอื นแบบที่ใช้
๕. พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชริน กันอยใู่ นปจั จบุ นั
ทราบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง) พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชทานสรา้ งวงั ใหส้ มเดจ็ ฯ
๖. พระองคเ์ จา้ สวสั ดโิ สภณ (สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ บนท่ีดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระ
กรมพระสวสั ดวิ ัตน์วศิ ษิ ฎ์) จุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั ช่ือวา่ วังเทวะเวสม์ ทรงเปน็ ต้น
เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงได้รับการศึกษาขั้นต้นเขียนอ่าน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
ภาษาไทยในส�ำ นกั พระองคเ์ จา้ หญงิ มณี และพระองคเ์ จา้ หญงิ ส้นิ พระชนม์ในรัชกาลท่ี ๖ เม่อื วนั พฤหสั บดี เดอื น ๘ แรม ๑ คํ่า ปกี ุน
กฤษณา ซ่งึ เปน็ พระเจ้าลกู เธอในรัชกาลที่ ๓ ทรงศึกษาภาษา เบญจศก จ.ศ. ๑๒๘๕ ตรงกบั วนั ท่ี ๒๘ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๔๖๖ พระชนั ษา
มคธ แลว้ เขา้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาในส�ำ นกั พระยาปรยิ ตั ธิ รรมธาดา ๖๖ ปี
(เปี่ยม) ผนวชเป็นสามเณร ไปประทับอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร
ทรงศึกษาพระธรรมวินัยในสำ�นักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเล่าเรียนภาษาอังกฤษที่
โรงเรียนหลวง ท่ีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงต้ังข้ึนภายในกรมทหารมหาดเล็ก ในพระบรมมหาราชวัง
34
ราชสกลุ
ราชสกลุ หมายถงึ สกลุ ของผทู้ ี่สืบเชอื้ สายโดยตรง 35
จากพระมหากษัตริย์แห่ง พระมหากษัตริย์แห่งราช
อาณาจักรไทยซึง่ ราชวงศ์จกั รนี ัน้ ราชสกลุ ตงั้ แตร่ ชั กาลที่ (ซ้าย) เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์ หลาน กุญชร) ภาพจาก หอจดหมายเหตุ
๑ จนถงึ ปจั จบุ นั โดยมกั จะเปน็ พระนามของพระราชโอรส แหง่ ชาติ ไมท่ ราบปที ี่ถ่าย (ขวา) ทอ้ งพระโรงวงั บ้านหมอ้ ภาพจาก หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ ไม่
และยงั มรี าชสกลุ ในสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชอกี ๑๘ ทราบปีทีถ่ ่าย
ราชสกุล
สายสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ราชสกลุ ในสมเดจ็ สมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก)
พระเจ้าตากสนิ มหาราช 18 ราชสกลุ ได้แก่ ๒. เทพหัสดิน
๑. ราชสกลุ สนิ สขุ (สินศุข), พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟา้ ตนั กรมหลวงเทพหริรกั ษ์ (พระองค์เจา้ ตนั )
๒. ราชสกลุ จาตรุ งคกลุ พระโอรสใน สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ กรมพระศรสี ดุ ารกั ษ์ (พระ
๓. ราชสกุล รงุ่ ไพโรจน์ เชษฐภคนิ ี พระองค์รอง ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก)
๔. ราชสกลุ ศิลานนท์ ๓. มนตรีกลุ
๕. ราชสกุล โกมารกลุ ณ นคร พระสมั พันธวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ จุ้ย กรมหลวงพิทกั ษม์ นตรี
๖. ราชสกุล ณ นคร พระโอรสในสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรสี ดุ ารักษ์
๗. ราชสกลุ อนิ ทรโยธนิ ๔. อิศรางกรู
๘. ราชสกลุ คชวงศ์ (คชวงษ์) พระสัมพันธวงศเ์ ธอ เจ้าฟา้ เกศ กรมขนุ อิศรานรุ กั ษ์
๙. ราชสกลุ มหาณรงค์ พระโอรสในสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจ้าฟา้ กรมพระศรสี ุดารกั ษ์
๑๐. ราชสกลุ อินทรกำ�แหง ๕. เจษฎางกรู
๑๑. ราชสกุล อินทโสฬส สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ ลา กรมหลวงจกั รเจษฎา (พระองคเ์ จา้
๑๒. ราชสกลุ อินทนชุ ิต ลา)
๑๓. ราชสกุล เชิญธงไชย พระอนชุ าตา่ งพระชนนี ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลก
๑๔. ราชสกลุ เนยี มสรุ ิยะ ๖. นรินทรกลุ
๑๕. ราชสกลุ นิลนานนท์ (นนิ นานนท์) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุ กรมหลวงนรินทรเทวี (พระองค์เจ้า
๑๖. ราชสกุล พงษ์สนิ หญิงกุ)
๑๗. ราชสกุล ศิรพิ ร พระน้องนางเธอต่างพระชนนี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
๑๘. ราชสกลุ ชกู รสิ (ชูกฤส) โลก
ราชตระกลู หมายถงึ สกุลท่ีมิไดส้ บื เช้ือสายโดยตรง
จาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
โดยมีการสืบสายจากสมเด็จพระเชษฐภคินี พระอนุชา
และพระขนิษฐา ผู้เป็นพระโอรสและพระธิดาในสมเด็จ
พระปฐมบรมมหาชนก ส�ำ หรบั สายพระพพี่ ระนอ้ งน้ี บาง
ครั้งก็เรียกกันว่า ราชตระกูลสายพระปฐมวงศ์ หรือพระ
ปฐมบรมราชวงศ์
วงศร์ าชตระกลู สาย พระปฐมบรมราชวงศ์ มี ๖ สกลุ
๑. นรนิ ทรางกูร
พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้าทองจีน กรมหลวงนรินทร
รณเรศร์
พระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรม
พระยาเทพสุดาวดี (พระเชษฐภคินี พระองคใ์ หญ่ ในพระบาท
38
พระนอนจักรสหี ์
ณเปปร็นะวพเทดั รศพะไพทรทุยะนธอไสนยจาักสรนส์ หี ทว์ ่ใี หรวญิหแ่าลระยจา.สวทิงหส่ี ์บุดรุขีอง
39
พระนอนจักรสีห์ ณ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จึงสร้างพระพุทธรูปโดยเอาทองคำ�แท่งโต 3 กำ�มือ ยาว 1 เส้น เป็น
จ.สงิ หบ์ รุ ี พระพทุ ธไสยาสน์องค์น้ี เปน็ พระพุทธรปู ทีใ่ หญ่ แกนขององค์พระ เป็นการไถ่บาปและพระพุทธรูป มีอยู่ให้พุทธศาสนิกชน
และยาวทสี่ ดุ ของประเทศ สรา้ งมานานไมแ่ นช่ ดั วา่ มปี ระวตั ิ ได้กราบไหว้บูชามาหลายช่ัวอายุคน จนองค์หลวงพ่อพระนอนได้พังทลาย
ความเป็นมาอย่างไร ลงเป็นเนินดนิ
วดั พระนอนจกั รสหี ์ เปน็ พระอารามหลวงชน้ั ตรชี นดิ วรวหิ าร ท้งั น้ีไม่มีใครทราบว่าพระเจ้าสงิ หพาหุ คอื ผ้ใู ดครองเมอื งอะไร ในยุค
อยู่ทีต่ �ำ บลจักรสีห์ อำ�เภอเมอื ง จังหวดั สงิ หบุรี สมยั ใด แตส่ นั นิษฐานวา่ สรา้ งก่อนตง้ั กรุงศรอี ยุธยาเปน็ ราชธานี
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2421 พระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธ ตอ่ มา ทา้ วอทู่ อง ไดน้ �ำ พอ่ คา้ เกวยี นผา่ นมา แลว้ พบแกนทองค�ำ ฝงั อยู่
ไสยาสนป์ างโปรดอสรุ นิ ทราหู เปน็ พระพทุ ธรปู ขนาดใหญ่ มพี ทุ ธ ในเนินดนิ และทราบเร่ืองสิงหพาหุ เกิดความเลอื่ มใสและเหน็ ประโยชน์แก่
ลักษณะทีง่ ดงามองคห์ นึง่ และมคี วามสำ�คัญทางประวัตศิ าสตร์ พระพทุ ธศาสนา จงึ ชกั ชวนพอ่ คา้ เกวยี นกอ่ สรา้ งพระพทุ ธรปู นข้ี นึ้ โดยใชแ้ ทง่
เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนท่ัวประเทศ ห่างจากตัว ทองคำ�ท่พี บน้นั เปน็ แกนขององค์พระ
เมอื งสิงหบ์ ุรีประมาณ 5 กิโลเมตร ไปทางด้านทศิ ตะวันออก ต่อมาสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้
บรเิ วณวดั ยงั เปน็ ทป่ี ฏบิ ตั ธิ รรม เปน็ ศนู ยก์ ลางการเรยี นรทู้ าง เสดจ็ ไปทรงนมัสการ เมือ่ ปี พ.ศ. 2421 ในคร้ังนั้น พระวหิ ารและพระนอน
ด้านพทุ ธศาสนา สำ�หรับนกั ธรรมบาลี และมพี ระแกว้ พระกาฬ ชำ�รุดทรุดโทรมมาก
เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัด ชาวสิงห์บุรี มีความเช่ือว่าหากมี เนือ่ งจากขาดการบรู ณปฏสิ ังขรณ์มานาน พระธรรมไตรโลก วัดสทุ ศั น์
โอกาสไดน้ มสั การวดั พระนอนจกั รสหี ฯ์ แลว้ เดนิ ชมตน้ สาละลงั กา ได้ทูลขอพระราชทานเงินค่านาสำ�หรับวัด เพ่ือปฏิสังขรณ์ พระบาทสมเด็จ
ใหญท่ ่ปี ลูกไว้กวา่ 100 ต้น ในบริเวณวัดแล้วอธษิ ฐานปรบมอื ใต้ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเงินค่านาของวัดและของเมือง
ต้นสาละ หากดอกสาละรว่ งลงมา คำ�อธษิ ฐานนั้นจะประสบผล สงิ หใ์ หบ้ รู ณปฏสิ งั ขรณพ์ ระพทุ ธไสยาสน์ ดว้ ยเมอ่ื นกึ ถงึ วา่ พระพทุ ธไสยาสน์
ตามที่หวังไว้ วัดพระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่สร้างข้ึนเม่ือหลายร้อยปี
หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปปาง มาแลว้
พระพทุ ธเจา้ ทรงไสยาสน์ เทศนาโปรดยกั ษอ์ สรุ นิ ทราหู เพอ่ื ในสมยั ทเี่ ครอื่ งจกั รเครอื่ งทนุ่ แรงยงั ไมม่ ใี ชก้ นั เชน่ ปจั จบุ นั กพ็ อจะท�ำ ให้
ลดทฐิ ขิ องอสรุ นิ ทราหทู ถี่ อื ตวั วา่ มรี า่ งกายใหญโ่ ตกวา่ มนษุ ย์ เราเหน็ ถงึ ความศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนาของคนไทยในอดตี วา่ ยง่ิ ใหญเ่ พยี ง
พระพุทธเจ้าจึงเนรมิตร่างกายให้ใหญ่กว่ายักษ์ “หลวงพ่อ ใดไดเ้ ปน็ อยา่ งดี พระองคไ์ ดม้ อบถวายให้ และโปรดเกลา้ ฯ ใหส้ มเดจ็ เจา้ ฟา้
พระนอน” กรมพระบำ�ราศปรปักษ์ เป็นท่ีปรึกษา การปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จในปี พ.ศ.
จงึ เปน็ พระพทุ ธรปู ทใี่ หญแ่ ละยาว สรา้ งโดยทา้ วอทู่ อง พระ 2428 วันท่ี 9 ตลุ าคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั เสดจ็ ฯ มาท
เศียรช้ีไปทางตะวันออก หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ มีความ รงสักการะพรอ้ มพระบรมวงศานวุ งศ์
งดงามเปน็ อย่างมาก นับได้ว่า “หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์” เป็นปูชนียวัตถุท่ีทรง
มีเรอ่ื งเลา่ สบื กนั มาว่า “สิงหพาหุ” มีพ่อเป็นสงิ ห์ พอรู้ ไว้ซึ่งปาฏิหารย์ศักด์ิสิทธ์ิลํ้าค่า เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของ
ความจริงคดิ ละอายเพ่ือนว่ามพี อ่ เปน็ สตั วเ์ ดรัฐฉาน จงึ ฆ่า พุทธศาสนิกชนให้เดินทางมากราบไหว้บูชา เพ่ือเป็นพุทธานุสติใน
สงิ หต์ าย ภายหลงั รสู้ กึ ตวั กลวั บาปและเสยี ใจเปน็ อยา่ งมาก อันจะน้อมร�ำ ลึกถึงค�ำ สัง่ สอนแห่งพระพทุ ธองค์
40
“พระอจนะ” พระพูดได้
พระพทุ ธรปู ปางมารวิชัยองคใ์ หญ่
ประดิษฐานอยูใ่ นมณฑป
41
ต�ำ นานพระพดู ได้ นนั้ มีอยู่ว่า สมยั อยธุ ยา หรอื ประมาณ องค์พระ เเลว้ ให้เปร่งเสียงออกมาดงั ๆ เสยี งจะกังวานอย่ใู นมณฑป เมอ่ื ผ้คู นไดย้ ิน
พุทธศักราช 2127 หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ กน็ กึ วา่ พระพดู ได้ ใชใ้ นการปลกุ ปลอบก�ำ ลงั ใจ หรอื ช�ำ ระความ คนทท่ี �ำ ผดิ เเลว้ กจ็ ะ
ประกาศอิสรภาพที่เมืองเเครง เเล้วหัวเมืองต่าง ล้วนยุติการ พูดเเตค่ วามจริงเเละยอมรบั สิ่งเหลา่ น้ี ล้วนเปน็ กุศโลบายทสี่ ำ�คัญในการปกครอง
ส่งสว่ ยให้เเก่พมา่ บา้ นเมืองให้สงบ
ยกเว้นเมืองเชลียงหรือเมืองสวรรคโลกที่ยังไม่เห็นด้วยกับ ตามผนงั ของอโุ มงคน์ ม้ี กี ารเเกะสลกั หินชนวนเร่อื งราวชาดก 550 ชาติ อยา่ ง
พระบรมราชโองการ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงยกทัพมาเพื่อ สวยงาม ปจั จบุ นั ไดเ้ กบ็ รกั ษาเเละจดั เเสดงในพพิ ธิ ภณั ฑสถานเเหง่ ชาตริ ามค�ำ เเหง
หวังรวบรวมคนไทยให้เป็นปึกเเผ่น ระหว่างทางได้เสด็จมาพักทัพท่ี สมัยพระรว่ งเจ้า การสรา้ งวดั น้ันสร้างด้วยศรัทธา เมืองสโุ ขทัยน้ันรงุ่ เรอื งได้
วัดศรชี ุม ดว้ ยพระพทุ ธศาสนา มกี ารประพฤตติ นปฏบิ ตั ธิ รรมเปน็ จติ วญิ ญานของคนสโุ ขทยั
เเตด่ ว้ ยการรบในครงั้ นน้ั เปน็ การสรู้ บระหวา่ งคนสายเลอื ดไทย ซง่ึ เมื่อคร้ังสร้างบา้ นเเปลงเมืองใหมๆ่ ยังไมม่ กี ฎหมาย พระองคท์ รงใชศ้ าสนาหรอื
ด้วยกัน บรรดาเหล่าทหารเเละเเม่ทัพนายกองท้ังหลายจึงไม่มีเเรง ธรรมะเปน็ กฎหมายปกครองเเผน่ ดนิ เเผน่ ดนิ สโุ ขทยั จงึ เปน็ เเผน่ ดนิ ธรรมราชา พระ
จูงใจในการสู้รบ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้ออกอุบายเพื่อสร้างขวัญ อจนะ หลวงพ่อโต ผู้ไมห่ วน่ั ไหวซึ่งควรบูชา
เเละก�ำ ลงั ใจใหเ้ เกท่ หารโดยการใหท้ หารคนหนงึ่ ปนี บนั ไดขนึ้ ไปดา้ น หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยองค์ใหญ่ช่ือ “พระอจนะ”
หลงั องคพ์ ระเเละกล่าวให้กำ�ลังใจเเก่เหล่าทหารเหล่านน้ั เเปลวา่ ผ้ไู มห่ วนั่ ไหว สงู 15 เมตร หนา้ ตักกว้าง 11.30 เมตร ดว้ ยเป็นองคพ์ ระ
พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ในมณฑป ทสี่ ูงใหญ่ เเละมลี กั ษณะงดงามเปีย่ มด้วยเมตตาธรรม สว่ นคำ�ว่า พระอจนะ ใน
รปู สีเ่ หลี่ยมกว้าง 32 เมตร ยาว 32 เมตร สูง 15 เมตร ดา้ นหนา้ เป็น ภาษาบาลี เเปลวา่ สง่ิ ทคี่ วรบูชา
วหิ ารหลวง มี 6 หอ้ ง ชาวบา้ นเรยี กวา่ “พระอจนะ” วา่ กนั วา่ เปน็ พระ ชาวบ้านในสมัยโบราณเม่ือเสร็จงานไร่งานนา พากันต้อนวัวต้อนควายไป
พูดไดด้ ้วยมกี ารสร้างอโุ มงค์ใหค้ นสามารถข้ึนดา้ นบนองคพ์ ระได้ มี เล้ียงเเละเข้าไปพักในเขตวัด เล่ากันว่าเคยข้ึนไปนอนบนน้ิวมือเรียงกันคนละน้ิว
เรื่องเล่าว่า หากลอดเข้าอุโมงค์ด้านขวามือ จะสามารถข้ึนด้านบน ยงั ไมร่ สู้ ึกเเน่นหรอื อดึ อัด ซ่ึงเเสดงให้เหน็ ถึงความใหญโ่ ต เเละความใกลช้ ิดผกู พนั
องค์พระได้ เเต่หากลอดอุโมงค์ด้านซ้ายมือจะมีทางลับไปสู่ที่เมือง ระหวา่ งคนกบั พระ องคห์ ลวงพอ่ โตประดษิ ฐานอยใู่ นมณฑป ในผนงั มณฑปกอ่ ชอ่ ง
ศรสี ัชนาลัยได้ เม่อื ตอ้ งใชง้ านในการส�ำ คญั ก็ใหค้ นไปอาศยั อยบู่ น เจาะไวเ้ ปน็ อโุ มงค์ เเละมที างเดนิ ขน้ึ ไปดา้ นบนของมณฑปในทางเดนิ มชี อ่ งอากาศ
ขนาดใหญ่ สามารถมองออกมายงั องค์พระได้ เม่อื เขา้ ไปส่งเสียงในชอ่ งนี้ จะเกิด
เสยี งกอ้ งกังวานบนเพดาน
การสร้างพระอจนะ นั้นนับเป็นความเฉลียวฉลาดของกษัตริย์ของ
ราชวงศ์พระร่วงในการปลุกปลอบให้กำ�ลังใจทหารหาญเเละด้านการใช้
จิตวิทยาในการปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข ด้วยด้านข้างองค์พระอจนะมี
ช่องเล็กๆ ส�ำ หรับใหค้ นลอดเขา้ ไปเเละพูดเพือ่ สื่อความหมาย คนในวิหาร
จะไดย้ นิ กนั ทว่ั กนั จะตอ้ งนกึ วา่ พระอจนะพดู ได้ เเละมเี สยี งดงั กงั วานนา่ เกรง
ขาม
รบั บริหารความปลอดภยั ทกุ ท่ี
สนใจตดิ ตอ 02 089 9363, 081 110 9363
44
พระศรอี ารยิ เมตไตรย
เวพพา่ รือ่เะปปศ็นรรพะีอกราาะรพศิยพทุ เมธรตเะจธไตา้รอรรยงมสค์แัมรมกาใสนัมอพนาทุ คธตเจท้าจี่ สะมันานปิษรฐะสาตูนิ
พระศรีอาริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า สันนิษฐานว่า 45
เปน็ พระพทุ ธเจา้ องคแ์ รกในอนาคตทจ่ี ะมาประสตู เิ พอ่ื ประกาศ
พระธรรม กลา่ วกันว่าขณะนีพ้ ระศรอี ารยิ เมตไตรยไดบ้ �ำ เพญ็ ท้ังหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำ�แนกพระธรรม พระผู้มีพระภาคพระนามว่า
พระโพธิญาณอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตาภูมิ เพ่ือรอการประสูติ เมตไตรยพ์ ระองค์นน้ั จกั ทรงท�ำ โลกนี้พรอ้ มท้งั เทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจง้
เป็นพระพทุ ธเจ้า ชดั ด้วยพระปญั ญาอนั ยงิ่ ดว้ ยพระองค์เองแลว้
เมื่อย้อนไปในยุคของพระสิริมัตตะพุทธเจ้า พระศรีอาริยเมต ทรงสอนหมู่สัตว์พร้อมท้ังสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม เหมือน
ไตรยทรงเปน็ กษตั รยิ ์พระนามวา่ พระเจา้ สงั ขจ์ ักรจอมจกั พรรดแิ์ หง่ ตถาคตในบดั น้ี ท�ำ โลกนพี้ รอ้ มทง้ั เทวโลกมารโลก พรหมโลก ใหแ้ จง้ ชดั ดว้ ยปญั ญา
นครอินทปัตต์ วนั หนง่ึ ทรงทราบว่าพระพทุ ธเจา้ เสด็จมาใกลๆ้ เมือง อนั ยิ่งดว้ ยตถาคตเองแลว้ สอนหมู่สัตว์ พรอ้ มทัง้ สมณพราหมณเ์ ทวดาและมนษุ ย์
อินทปตั ต์ทรงดพี ระทัยย่ิงจึงรบี เสด็จไปด้วยพระบาท ให้รู้ตามอยู่ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเมตไตรย์พระองค์น้ันจักทรงแสดงธรรม
เพยี งหนง่ึ วนั พระบาททง้ั สองกแ็ ตกชา้ํ วนั ทสี่ ามพระสงฆก์ แ็ ตก งามในเบอื้ งต้น งามในทา่ มกลาง งามในท่สี ุด
ยับพระโลหิตนอง วันท่ีส่ีไม่สามารถเสด็จต่อไปได้แต่ด้วยพระวิริยะ ทรงประกาศพรหมจรรย์ พรอ้ มท้งั อรรถ พรอ้ มท้ังพยญั ชนะ บริสุทธ์ิบริบูรณ์
และจิตมุ่งมนั่ ทจี่ ะเข้าเฝ้าจึงกระเถบิ ไปดว้ ยพระอรุ ะ สิ้นเชงิ เหมือนตถาคตในบดั น้ี แสดงธรรมงามในเบือ้ งต้น งามในทา่ มกลาง งามใน
พระพทุ ธเจา้ ทรงทราบดว้ ยญาณทพิ ยจ์ งึ แปลงเปน็ มาณพหนมุ่ ทส่ี ดุ ประกาศพรหมจรรย์ พรอ้ มทง้ั อรรถ พรอ้ มทงั้ พยญั ชนะ บรสิ ทุ ธบิ์ รบิ รู ณส์ น้ิ เชงิ
ขบั เกวยี นพาไปถงึ ทพ่ี �ำ นกั ของพระพทุ ธเจา้ พระอนิ ทรแ์ ละมเหสที ง้ั ส่ี พระผมู้ พี ระภาคพระนามวา่ เมตไตรยพ์ ระองคน์ นั้ จกั ทรงบรหิ ารภกิ ษสุ งฆห์ ลายพนั
ได้แปลงเป็นหญงิ ชาย น�ำ ห่อข้าวทพิ ย์และน้าํ ทพิ ย์มาให้เสวย เหมือนตถาคตบริหารภกิ ษสุ งฆ์หลายร้อย ในบัดนี้ฉะนน้ั ฯ”
เม่ือพระองค์หายบอบช้ําจึงเสด็จไปในพระวิหาร เพียง พระศรอี รยิ เมตไตรย จะมาเปน็ พระพทุ ธเจา้ องคห์ นง่ึ มาในอนาคต โลก
แรกพบพระพุทธเจ้าก็ทรงสลบลงด้วยความปล้ืมปิติ เมื่อฟื้น นจ้ี ะมีความสงบสุข และพระศาสนาจะมคี วามรุ่งเรอื งกวา่ พระศาสนาของ
พระวรกายจงึ ตรสั วา่ ... พระพทุ ธเจ้าในองค์ปัจจุบนั นี้ ดังทีพ่ ระพทุ ธเจา้ ตรัสว่าจะมีพระอริยบุคคล
“ขา้ แตพ่ ระผ้มู ีพระภาคเจา้ ” มากกวา่ และประชาชนจะมคี วามสขุ อยา่ งยงิ่ คอื จะไมม่ เี รอ่ื งรอ้ นใจเลย ทกุ
และมไิ ดต้ รสั อะไรไดอ้ กี ดว้ ยความยนิ ดพี ระทยั พระองคข์ อสดบั คนพอใจในความเปน็ อยู่ ไมม่ กี ารเบยี ดเบยี น ตอนนอนไมต่ อ้ งปดิ ประตกู ไ็ ด้
ธรรมของพระพุทธเจ้าเพียงบทเดียวเพราะไม่มีสิ่งใดถวายบูชาพระ บ้านเลยไมต่ ้องท�ำ ประตูกไ็ ด้ เรอื่ งคนร้าย หรอื ขโมยกไ็ ม่ต้องกลวั แล้วกค็ น
ธรรมเทศนา จงึ ทรงตัดพระเศยี ร (ศรี ษะ) ด้วยพระนขา (เลบ็ ) ถวาย จะเปน็ คนดเี หมอื นกนั หมด ไมม่ คี นพาล จนกระทง่ั ลงจากบา้ น กไ็ มม่ ใี ครจ�ำ
เปน็ พุทธบูชา ไดว้ ่าใครเปน็ ใคร เพราะมนั ดเี หมอื นกันหมด มนั สุภาพเหมือนกนั หมด มนั
และในยคุ ของพระโคตมพทุ ธเจา้ พระศรอี ารยิ เมตไตรยทรงเปน็ สวยเหมือนกันหมด
พระสงฆส์ าวกของพระโคตมพุทธเจา้ พระนามว่าพระอชติ เถระ ครัง้ จนเม่ือกลบั เขา้ บา้ นจึงจะจำ�ได้ว่า นคี่ ือภรรยาของเรา นค่ี อื สามีของเรา นี่คอื
หนง่ึ ทรงไดร้ บั พทุ ธยากรณว์ า่ จะไดเ้ ปน็ พระพทุ ธเจา้ ในอนาคต กลา่ ว ลูกของเรา และต้องการอะไรกไ็ ด้ มนั มีตน้ ไมพ้ ิเศษทีเ่ รยี กวา่ ตน้ กัลปพฤกษ์ อยู่ทุก
กนั วา่ พระศรอี ารยิ เมตไตรยสมั มาสมั พทุ ธเจา้ นน้ั จะทรงตรสั รทู้ ไี่ มก้ า ทิศ อยากไดอ้ ะไรก็ไปขอทตี่ น้ ไม้ จะสะดวกสบาย แม้แต่การคมนาคม การไปการ
กะทิง มีพระชนม์ ๘ หมน่ื พรรษา พระวรกายสงู ๘๐ ศอก มา จนวา่ นํา้ ในแมน่ าํ้ น้ัน จะไหลลงขา้ งหนง่ึ จะไหลขึ้นข้างหนงึ่ เพ่อื จะสะดวกต่อ
พุทธพยากรณ์เก่ียวกับพระศรีอารยเมตไตรยพบในงานเขียน การใช้เรอื อยกู่ ันเป็นผาสุก ไมม่ อี นั ธพาล ทกุ อย่างไดอ้ ย่างใจ
ทางศาสนาของทุกนกิ ายของศาสนาพุทธ ดงั เช่น หลักฐานจากพระ แมพ้ ระศรอี รยิ เมตไตรยจะเปน็ พระพทุ ธเจา้ ในอนาคตกาล แตป่ จั จบุ นั
ไตรปฎิ กเลม่ ท่ี ๑๑ พระสตุ ตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏกิ วรรค ศาสนิกชนในหลายๆ ศาสนาก็เชื่อและอ้างว่าผู้นำ�ทางศาสนาของตนเป็น
จกั กวตั ติสตู รซง่ึ เปน็ พระไตรปฎิ กของพระพทุ ธศาสนานกิ ายเถรวาท พระศรอี รยิ เมตไตรยที่พระโคตมพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ไว้ เชน่
โดยถอื กนั วา่ รักษาเนือ้ หาไดส้ มบูรณ์ท่สี ดุ ในบรรดาทุกนิกาย ดังน.้ี .. ๑. คริสตศ์ าสนกิ ชนบางกล่มุ เช่อื วา่ พระศรอี ริยเมตไตรย คือ พระเยซู
“ดกู รภิกษุท้ังหลาย ในเมอ่ื มนษุ ยม์ อี ายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระ ๒. ชาวมสุ ลิมบางกลุม่ เชื่อวา่ พระศรอี รยิ เมตไตรย คือ นบีมฮุ มั มัด
ผู้มีพระภาคทรงพระนามว่าเมตไตรย์ จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ๓. ชาวชอี ะฮ์บางคนเชอื่ วา่ พระศรีอรยิ เมตไตรย คอื อิมามมะฮด์ ี
พระองคเ์ ปน็ อรหนั ต์ ตรสั รเู้ องโดยชอบ ถงึ พรอ้ มดว้ ยวชิ ชาและ ๔. ผู้นับถือศาสนาบาไฮเชื่อว่าพระศรีอริยเมตไตรย คือ พระบาฮา
จรณะ เสดจ็ ไปดีแลว้ ทรงรู้แจง้ โลก เป็นสารถีฝึกบุรษุ ทค่ี วรฝกึ อลุ ลอฮ์
ไมม่ ผี อู้ นื่ ยง่ิ กวา่ เปน็ ศาสดาของเทวดาและมนษุ ยท์ ง้ั หลาย เปน็ ๕. ผู้นับถือลัทธิอนุตตรธรรมเชื่อว่าพระภาคหนึ่งของพระศรีอริย
ผู้เบิกบานแล้ว เปน็ ผู้จำ�แนกพระธรรม เมตไตรย คอื พระธรรมาจารย์ลู่ จงอี
เหมอื นตถาคตอบุ ตั ขิ นึ้ แลว้ ในโลกในบดั นเ้ี ปน็ อรหนั ต์ ตรสั รเู้ อง ๖. ผนู้ ับถือลัทธสิ หชโยคะเชอื่ ว่าพระศรีอรยิ เมตไตรย คอื ศรมี าตาจี
โดยชอบ ถงึ พรอ้ มดว้ ยวชิ ชาและจรณะ ไปดแี ลว้ รแู้ จง้ โลก เปน็ สารถี นริ มลา เทวี
ฝึกบุรุษท่ีควรฝึกไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์
46
แดง มะค่าโมง พะยูง
เคีย่ ม ชิงชน้ ตะเคยี นทอง
รู้จกั ต้นไม้ ๕๘ ชนิด
ใช้เป็นหลกั ทรัพยค์ ํา้ ประกัน ขอสินเชือ่ ได!้ !
เทพทาโร นนทรี ประดปู่ า่
ปีป หว้า
จามจรุ ี
47
หลายคนอาจจะไมท่ ราบวา่ กระทรวงพาณชิ ยไ์ ดเ้ พ่ิมให้ “ไม้ พะยอม
ยืนต้น” กลายมาเป็นสินทรัพยท์ สี่ ามารถใชเ้ ป็นหลักประกันในการ
ขอสนิ เชอ่ื ไดแ้ ลว้ ดว้ ยเหตผุ ลทวี่ า่ อยากจะใหผ้ ปู้ ระกอบการรายยอ่ ย ส�ำ หรับรายชื่อตน้ ไมท้ ั้ง 58 ชนิด ตามรายช่ือด้านลา่ งน้.ี ..
หรือเกษตรกร สามารถเข้าถงึ แหล่งทุนได้งา่ ยขนึ้
ซงึ่ เกณฑท์ สี่ ถาบนั การเงนิ จะใชใ้ นการประเมนิ กป็ ระกอบดว้ ย 1. สกั 30. พฤกษ์
ทง้ั อายุต้นไม้ 1 ปีขนึ้ ไป มลี �ำ ตน้ สูงเกิน 2 เมตร อย่บู นท่ดี ินตัวเอง 2. พะยงู 31. ปีบ
หรือเกณฑ์อืน่ ๆ ที่เจ้าหนา้ ท่ีกำ�หนดเอาไว้ 3. ชงิ ชนั 32. ตะแบกนา
เมอื่ เจา้ หนา้ ทวี่ ดั ขนาดตน้ ไม้ เพอื่ ตมี ลู คา่ ตามทกี่ �ำ หนดไวแ้ ลว้ 4. กระซกิ 33. เสลา
เจ้าของท่ีดินก็จะสามารถใช้ต้นไม้เป็นหลักทรัพย์ค้ําประกันได้ถึง 5. กระพเ้ี ขาควาย 34. อนิ ทนิลนํา้
50% ของมูลค่าทั้งหมด 6. สาธร 35. ตะแบกเลอื ด
ยกตวั อยา่ งการค�ำ นวณ เชน่ จากเดมิ เจา้ ของทด่ี นิ กโู้ ดย 7. แดง 36. นากบุด
ใช้ทด่ี ินเป็นหลักประกัน มูลค่าทด่ี นิ 1,000,000 บาท ธนาคาร 8. ประดูป่ ่า 37. ไม้สกุลจำ�ปี
ให้กูไ้ ด้ 500,000 บาท แต่.. บนท่ีดินน้นั ปลูกตน้ ไม้ตามรายชอื่ 9. ประด่บู ้าน 38. แคนา
ทก่ี �ำ หนด มมี ลู ค่าต้นไม้อีก 600,000 บาท ธนาคารกจ็ ะปลอ่ ย 10. มะค่าโมง 39. กลั ปพฤกษ์
ก้เู พ่ิมอกี 50% ของมลู ค่าต้นไม้ หรือ 300,000 บาท เทา่ กบั ว่า 11. มะคา่ แต้ 40. ราชพฤกษ์
จากเดิมกูไ้ ดเ้ พยี ง 500,000 บาท ก็จะสามารถก้ไู ด้ถึง 800,000 12. เคยี่ ม 41. สุพรรณิการ์
บาทน่นั เองครับ 13. เค่ยี มคะนอง 42. เหลอื งปรีดียาธร
14. เตง็ 43. มะหาด
ยมหิน 15. รงั 44. มะขามป้อม
สะเดาเทยี ม 16. พะยอม 45. หวา้
17. ตะเคยี นทอง 46. จามจุรี
18. ตะเคียนหิน 47. พลบั พลา
19. ตะเคยี นชันตาแมว 48. กนั เกรา
20. ไม้สกุลยาง 49. กระทังใบใหญ่
21. สะเดา 50. หลมุ พอ
22. สะเดาเทยี ม 51. กฤษณา
23. ตะกู 52. ไมห้ อม
24. ยมหิน 53. เทพทาโร
25. ยมหอม 54. ฝาง
26. นางพญาเสือโคร่ง 55. ไผ่ทุกชนิด
27. นนทรี 56. ไมส้ กุลมะมว่ ง
28. สัตบรรณ 57. ไม้สกุลทุเรียน
29. ตนี เป็ดทะเล 58. มะขาม