The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thongkua, 2022-03-17 20:27:15

วารสารสมาคมสมาพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนไทย ฉบับ Rich Media ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 ประจำเดือนมีนาคม 2565

วารสาร RICHMEDIA 1-26 ฉ.05

3

ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๕ บทบรรณาธกิ าร

กองบรรณาธกิ าร สงครามโรคเกดิ มาแลว้ สองปกี วา่ เขา้ ปที สี่ าม ยงั ไมส่ ามารถแกป้ ญั หานไ้ี ดท้ งั้
โลก ไวรัสโควิคได้กลายพนั ธุ์ไปหลายสายพนั ธ์ุ โดยมโี ควิดสายพันธุ์โอไมครอน มีรหัส
ประธานท่ีปรกึ ษากิตตมิ ศักด์ิ : ท่ีเรยี กวา่ โควดิ สายพนั ธุ์ B​ .1.1.529 หรอื โอไมครอน Omicron เปน็ ตวั ระบาดหนัก
ศวิ ะ แสงมณี ลา้ งสายพนั ธุอ์ ืน่ แทบหมด แต่อาจกลับเปน็ ผลดี เพราะอาการไมร่ ุนแรงมาก
ที่ปรกึ ษากติ ตมิ ศักดิ์ : แต่ ณ ขณะทผ่ี มเขยี นตน้ ฉบบั อยู่ ไดเ้ กดิ สงคราม เมอื่ วนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ.
พล.อ.พเิ ชษฐ์ วิสัยจร, ดร.ยุวัฒน์ วุฒเิ มธ,ี 2565 ประเทศรัสเซียได้เรมิ่ ปฏบิ ตั ิการรกุ รานประเทศยูเครน เป็นเวลา 7 วัน และไดม้ ี
สมพงษ์ ชาตะวถิ ,ี ช�ำ นาญ ศรสี วัสดิ,์ การเจรจากันในวันท่ี 1 มีนาคม 2565 เป็นครง้ั แรก โดยผแู้ ทนเจรจายูเครน-รัสเซยี
รองศาสตราจารย์ นที ขลบิ ทอง, ได้ทำ�การเจรจาท่ีเบลารุส ยังไม่ได้ข้อยุติแต่ยังมีความหวังเพราะยังมีการนัดเจรจา
พรหมมินทร์ กัณธิยะ, ณรงค์ วุ่นซ้วิ , กันอกี ครั้ง
ผล ดำ�ธรรม, เฉลิมพล มั่งคงั่ , สเุ มธ ธรี นิต, ถ้าการเจรจายุติสงครามน้ีไม่เสร็จอาจลามเป็นสงครามโลก ครั้งท่ี 3 หรือ
บุญพาศ รกั น้ยุ , จุฑาธุช จงเสถยี ร, ไม่ ? นคี้ อื ความกงั วลที่ทวั่ โลกไมอ่ ยากให้เกดิ ขึน้ เพราะถา้ เกดิ ขนึ้ ความเสียหายมนั
มาลยั มนิ ศรี, ไชยทร งามเกิดศริ ิ, ไมส่ ามารถคาดไดว้ ่าจะมากมายขนาดไหน? แตผ่ มวา่ มนั จะเปน็ มหตั ภัยทผ่ี คู้ นทงั้ โลก
ว่าที่ พ.ต.ภูมิพัฒน์ เจยี รประวตั , ไม่เคยเหน็ มากอ่ นแนน่ อน ถา้ มกี ารใช้อาวุธนวิ เคลียร์
สนั ต์ วรรณวิชยั กลุ , พฒั นพงษ์ จารุลกั ขณา, เร่ืองสงครามครั้งน้ี เกิดจากความกลัวของมนุษย์ ท่ีเป็นผู้นำ�ประเทศ
อาทิตย์ แสงสว่าง, ดร.พฒุ ธิพงค์ ทองวมิ ล, มหาอำ�นาจ เกดิ ความกลวั ที่จะสญู เสียอ�ำ นาจ ระแวงวา่ จะประเทศอ่ืนจะเขา้ มาครอง
ธนาวุฒิ นุชตเวชวงศ์, ดร.ธานนิ ท์ มมุ ทอง, อ�ำ นาจแทน นคี้ อื สาเหตุ มนั เกดิ มาทกุ ยคุ ทกุ สมยั เมอื่ เวลาผา่ นอ�ำ นาจทเ่ี คยมนี นั้ เสอ่ื ม
วีระพงษ์ บริสทุ ธส์ิ ขุ กมล, วนั ชยั ตันวัฒนะ ลง นค้ี ือ สจั จธรรม ทกุ อย่างไม่มีวันย่งั ยนื มอี �ำ นาจก็ต้องเส่อื มอ�ำ นาจ
บรรณาธิการบรหิ าร : พทุ ธวจน อรยิ สจั จากพระโอษฐ์ “ภกิ ษทุ ั้งหลาย.! รูปเปน็ สง่ิ ทีไ่ มเ่ ที่ยง สงิ่ ใด
ประสาน สนิ ลขิ ิตกลุ ไมเ่ ทยี่ งสง่ิ นั้นเป็นทุกข์ สงิ่ ใดเป็นทกุ ข์ ส่ิงนั้นเปน็ อนตั ตา สงิ่ ใดเป็นอนัตตา สิง่ นนั้ นน้ั
บรรณาธิการอ�ำ นวยการ : ไม่ใชข่ องเรา ไมใ่ ชเ่ ปน็ เรา ไมใ่ ช่เป็นตวั ตนของเรา : เธอทัง้ หลายพงึ เหน็ ขอ้ นัน้ ด้วย
กนกณฐั ปราณข�ำ ปัญญาโดยชอบ ตรงตามที่เปน็ จริง อยา่ งน”ี้
กองบรรณาธกิ าร : ที่ยกพุทธวจน อริยสัจจากพระโอษฐ์ นม้ี าใหเ้ ป็นข้อคดิ ในการด�ำ เนนิ ชวี ิต ใคร
วญิ ญู ศรีศภุ โชค, พงศภัค ศรีสขุ ใส, คดิ ได้ คดิ ตามแลว้ เขา้ ใจ กจ็ ะด�ำ เนนิ ชวี ติ มคี วามสขุ มากกวา่ ความทกุ ข์ สว่ นใครคดิ ไม่
ณธพร สายยืน, มจั ซี สง่างาม, ได้ ไม่คิดตาม ไมเ่ ขา้ ใจ กจ็ ะดำ�เนนิ ชวี ิตมีความทุกข์มากกวา่ ความสุข เปน็ เรือ่ งกรรม
พทิ กั ษ์ กอเซม็ , ฐิตกิ านต์ ถนอมสิน, ของแตล่ ะคนท่ีเกดิ มาบนโลกใบนี้ “ขอใหผ้ ู้คน จงมีเมตตา ให้อภัย เพ่ือสนั ติสขุ ”
รสริน วิรัญโท, สนุ ดิ า ทับทอง,
กลุ ณัฐฐา จิรจงพาณชิ ย,์ ประสาน สินลขิ ิตกลุ
นราวดี เทดิ คงพนั ธ,ุ์ ไพลิน เอ่ยี มละหาญ,
ภรณั ยา แจง้ จติ ร
อาร์ต ไดเร็คเตอร์ :
โสภณ ทองเก้ือ
สำ�นกั งาน :
สมาคมสมาพนั ธเ์ ครือขา่ ยสอ่ื มวลชนไทย
96 หมู่ 1 ซอยเทศบาลบางปู 26
ถนนแพรกษา ตำ�บลท้ายบา้ นใหม่ อำ�เภอเมอื ง
จงั หวดั สมทุ รปราการ 10280

4

Love the wbourtkththealtovheasrepmasasiends,.

งานรักทผี่ า่ นไปแตร่ กั ยงั คงอยู่ “ชุมชนบ้านยายมอ่ ม”

“รักน.้ี .. ทีย่ ายมอ่ ม” งานน้ีไดส้ ัมผัสความรกั พบรกั และรู้จักคำ�ว่า “รกั ” วันเร่ิมงาน
คือวันจนั ทร์ท่ี 14 กุมภาพนั ธ์ สนิ้ สุดงานวนั อังคารที่ 15 กมุ ภาพันธ์ 2565 งานได้ผ่านไปแลว้
แต่รกั ยงั คงอยูใ่ นใจของผู้คนใน “ชมุ ชนบา้ นยายมอ่ ม” และแขกผมู้ าเยอื นตลอด

5

พธิ ไี ดร้ บั เกยี รตจิ ากทา่ นรองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ตราดผทู้ เ่ี ขา้ ใจ

ชุมชนและงานพฒั นาอย่าง นายกนั ชยั ธีรนติ ิ มาเป็นประธานเปิด
งาน โดยมีนายอำ�เภอแหลมงอบ นายชชั ชัย ลิม้ ภกั ดี กลา่ วรายงาน
วัตถุประสงค์การจัดงานนี้ นายชัยพฤกษ์ สนธิศิริ นายเทศมนตรี
ตำ�บลแหลมงอบ นางสาวพิชญาฎา รัตนเวฬุ พัฒนาการอำ�เภอ
แหลมงอบ และทีมงานพช.อ.แหลมงอบ ในการจดั งาน
ทสี่ �ำ คญั ทเี่ ปน็ หวั เรยี วหวั แรงใหญ่ มจั ซี สงา่ งาม หวั หนา้ ชมุ ชน
บา้ นยายมอ่ ม บงั บวร บังซา และทกุ คนในชุมชนบ้านยายมอ่ ม
เรอ่ื งความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ย์ ทา่ น พ.ต.อ.เฉลมิ ศกั ดิ์ เถยี ร
ทองศรี ผกก.สภ.แหลมงอบ นำ�ก�ำ ลังมาดแู ลให้ตลอดงานทัง้ 2 วัน
ใหป้ ระชาชนอ่นุ ใจจริงๆ ครับ
แขกผู้มาเยือนนอกจากพบบรรยากาศที่อบอวลอบอุ่นหัวใจ
แห่งความรัก แล้วยังได้รับจากการแสดงของศูนย์การเรียนตะลีมุด
ดนี ตราด ในชือ่ ชดุ ตำ�นานยายม่อม รายชื่อนักเรยี นทที่ �ำ การแสดง 1.
ด.ญ.ซิลเวยี ซอเซ็น 2. ด.ญ.จีด้า มะแยม้ 3. ด.ญ.ซติ ีฟาตมี ะห์ มนั
จหนุ า 4. ด.ญ.โซเฟยี อีเลียน่า กานา่ 5. ด.ญ.นีรฟานา่ อาดำ� 6. ด.ญ.
นันทน์ ลนิ เนตรทอง 7. ด.ญ.ฮานีน ภมู่ ณี 8. ด.ญ.ซาฮดี ะห์ มันจหุนา
9. ด.ญ.มนิ ตรา ชูชน่ื 10. ด.ญ.นสั ริน พัดเยน็ ใจ 11. ด.ญ.อัสมี จันทร
จรญู 12. ด.ญ.สรนี า ถนอมวงษ์ 13. ด.ญ.วรัณยา ละอองสินธ์ุ 14.
ด.ญ.ซนิ นรี า่ ห์ ถนอมวงษ์ 15. ด.ญ.นัจญวา ถนอมวงษ์ 16. ด.ช.คิริ
น ชูชื่น 17. ด.ช.อชริ ะ มฮู ำ�หมัดอารี 18. ด.ช.อนวัฒน์ เยน็ นาน 19.
ด.ช.วรฒุ ิ โตะ๊ สาน 20. ด.ช.ยทุ ธภมู ิ กอเซม็ 21. ด.ช.อบั ดลุ มอู ซิ มนิ บ�ำ
รงุ 22. ด.ช. ฮสั นนู ถนอมวงษ์ 23. ด.ช.นัสรี่ หวงั เจริญ 24. ด.ช.ซากิ
ร มนิ บ�ำ รงุ 25. ด.ช.มฮู มั หมดั ฮัซซาน ถนอมวงษ,์ 26 ด.ช.มฮู ัมหมัด
มิกด้าด ถนอมวงษ รายชื่อคุณครูที่ฝีกสอน 1. น.ส.ปวีณา เหมศิริ
2. น.ส.สุกัญญา มะแกว้ 3. น.ส.ซีตอี าอซี ะ๊ ห์ บนิ ฮานิฟ 4. น.ส.อมจั
จารี ไชยริปู 5. น.ส.ไซซี ไชยบญุ เรือง 6. น.ส.ศุภาวรรณ เนียมหอม 7.
น.ส.ตสั บยี ะห์ ทิศา 8. น.ส.บดิ ันดารี ภมู ิมาโนช 9. น.ส.โซไรดา วงค์
หาญ 10. นายอิชรอ๊ ก ถนอมวงษ์ 11. น.ส.นัสนีน มนั จหุนา
การแสดงอีกชุดหนึ่งอันเป็นประทับใจอย่างมาก คือ ลิเกฮูลู
ซ่งึ มผี แู้ สดงและผูฝ้ กึ สอนดงั นี้ 1. พิมลดา เถา้ เฝา้ 2. อาบีด๊ะห์ เถา้
เฝา้ 3. มนิ ตรา โชตชิ ว่ ง 4. ดานา ทิศา 5. พริมดตา เกาฎีระ 6. พชี ญา
โชตชิ ่วง 7. ณฐั ฑติ า ทิศา 8. ทรี ัชญา โภคสมบตั ิ 9. อสั มา ภมู ิมาโนช
10. ซานาเดยี จติ ระเบยี บ 11. ไอริน มะแยม้ 12. มารนี ี วริ ัญโท 13.
จรี วรรณ จนั ทรม์ ี 14. มจั ซี สงา่ งาม 15. สมใจ แกว้ กลั ยา 16. โสภา
ทิศา 17. แอนนา ดีเหลือ 18. เสกสนั ต์ มุดเมาะ 19. ตอริก โชติช่วง
20. อนชุ า โสมานันท์ 21. สมนึก ถนอมวงษ์ 22. สมพร กอเซ็ม 23.
พิทักษ์ กอเซม็
ในงานนมี้ จี ดั ทนี่ งั่ ชมและรบั ประทานอาหารไวอ้ ยา่ งเปน็ สดั สว่ น
เวน้ ระยะหา่ ง และมกี ารตรวจโควนิ กอ่ นเขา้ งาน ส�ำ หรบั ผคู้ นในชมุ ชน
และผมู้ าดแู ลมาจดั กจิ กรรมทกุ ทา่ นไดร้ บั วคั ซสี องเขม็ เปน็ ทเี่ รยี บรอ้ ย
ตามกฎระเรยี บของสาธารณสุขทุกประการ

6

ทกุ ท่านท่ีมางานได้พบกบั 10 กจิ กรรม เรมิ่ จาก
ฐาน 1 พลิกฟื้นฝงั ทรายด�ำ : ฐานน้ีเป็นการบ�ำ บัดผู้ที่อาการอมั พฤกษ์
อมั พาต เลอื ดลมไหลเวยี นไมส่ ะดวก โดยการใช้ “ทรายด�ำ ” ทม่ี แี รธ่ าตสุ ามารถ
รักษา ด้วยขดุ หลมุ่ ฝังรา่ งกายลงในหาดทรายดำ� มที ่ี “บา้ นยายมอ่ ม” เทา่ น้ัน
ฐาน 2 คืนแมงดาสู่ทะเลแม่ : ฐานน้ีเป็นฐานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเล
อย่าง “แมงดาทะเล” โดยการเอาพนั ธ์ุแมงดาทะเลทเี พาะเล้ยี งไว้ และปลอ่ ยสู่
ทะเล เพอื่ มใิ ห้มันสญู พันธ์ไุ ปจากทะเลไทย
ฐาน 3 อาซานกังวานไกล : ฐานนเ้ี ป็นการประกาศให้โลกรู้วา่ “หออา
ซาน” เปน็ สว่ นหนงึ่ ทสี่ ง่ สญั ญาณใหช้ าวอสิ ลาม รถู้ งึ เวลา ละหมาด การนมสั การ
พระเจา้ อนั เป็นศาสนกิจอย่างหนง่ึ ในศาสนาอสิ ลาม เพ่อื แสดงถึงความเคารพ
สักการะ การขอบคุณ และความภักดีต่ออัลเลาห์ ด้วยกการใส่ชุดอิสลามอัน
งดงาม
ฐาน 4 ใบขลูก่ ู้สขุ ภาพ : ฐานนเี้ ป็นการแนะนำ� “ใบขลู”่ โดยเอาใบแก่
ทท่ี �ำ ใหแ้ หง้ ใชช้ งดมื่ แทนนา้ํ เปน็ ชา มสี รรพคณุ ชว่ ยลดความดนั โลหติ รกั ษาโรค
เบาหวาน ขบั ลม, แกโ้ รคเลอื ด, แก้ระดูขาวในสตรี แกป้ วดเมื่อยกลา้ มเน้อื ใบ
และตน้ ออ่ นน�ำ มาตม้ กบั นาํ้ อาบจะชว่ ยรกั ษาหดิ และขเ้ี รอ้ื น รกั ษาประคบ ชว่ ย
แกผ้ ืน่ คัน

7

ฐาน 5 ปลาโคกอรอ่ ยทวั่ ตัวโดนใจ : ฐานนีเ้ ปน็ การนำ�เสนอ
ผลิตภัณฑ์การแปรรูปอาหารทะเลที่ “บ้านยายม่อม” หามาได้จาก
ทอ้ งทะเล อยา่ ง “ปลาโคก” ทน่ี �ำ มาช�ำ แหละแยกเนอ้ื กบั กา้ งออกจาก
กนั แลว้ นำ�ไปแปรรปู เป็นอาหารอันเลศิ รส
ฐาน 6 นํ้าพริกแลเม่ียง : ฐานนี้เป็นการนำ�เสนอ อีกหนึ่ง
ผลติ ภัณฑ์การแปรรปู ของ “บา้ นยายม่อม” จากสมนุ ไพรตา่ งๆ โดย
ใช้สม้ มะปิด๊ แทนมะนาว ผสมสาน ท�ำ เมย่ี งค�ำ ไส้แหง้ ท่ีเลื่องชือ่ และ
“ปลาโคก” ที่หามาได้จากท้องทะเลหน้าบา้ น มาท�ำ นา้ํ พรกิ ปลาโคก
อร่อยเลื่องลอื ไปทว่ั ประเทศ
ฐาน 7 เตรียมอวนเตรยี มใจ : ฐานนเ้ี ปน็ การอนุรกั ษณก์ าร
ประมงพ้ืนบ้าน ท่ี “บ้านยายม่อม” ใช้ดำ�รงชีพมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
จากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน นับเป็นศตวรรษ ด้วยการเตรียมอวนและ
เตรยี มใจอย่างไรก่อนออกทะเลไปหาปลา
ฐาน 8 ฮูลวู ัฒนะธรรมรา่ เริง : ฐานนี้ คือ เปน็ การละเลน่ พ้นื
บ้านของชาวมลายมู สุ ลิม ขน้ึ บทเป็นเพลงประกอบดนตรแี ละจังหวะ
ตบมือ ถอื ว่าเป็นวัฒนะธรรมที่ร่าเริงชนดิ ทส่ี บื ทอดกันหลายชัว่ อายุ
คน
ฐาน 9 แปง้ จ่ี จีใ้ จ บา้ บนิ่ บนั เทงิ ลนิ้ : ฐานนี้ คือฐานขนมท่ี
มชี อื่ ขนมวา่ “แปง้ จ”่ี ท�ำ จากแปง้ ขา้ วเจา้ ความอรอ่ ยนน้ั จใ้ี จยงิ่ นกั และ
“บา้ บนิ่ ” ท�ำ จากแปง้ ขา้ วเหนยี วด�ำ ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณผ์ สมผสานมะพรา้ ว
หนงั หมูเนอ้ื นุ่มๆ หอมละมนุ คลุกเคลา้ ใหเ้ ข้ากนั ใสค่ วามหวานออ่ นๆ
แลว้ น�ำ ไปทอดในแบบขนมวงกลมขนาดพอค�ำ ในกระทะกน้ แบน เมอ่ื
เหลอื งนาํ้ ตาลเข้มกน็ �ำ ข้ึนพรอ้ มทจี่ ะทานกันอยา่ งบนั เทิงลิน้ ยงิ่
ฐาน 10 ประดดิ ประดอยแสดงตวั ตน : ฐานน้ี มผี เู้ ชยี่ วชาญ
ในการประดิษฐ์ประดอย วสั ดทุ ่ีมใี ห้เป็น หอยและปลา ซึ่งเป็นการบ่ง
บอกถงึ ความเปน็ ตวั ตนของ “บา้ นยายมอ่ ม” มกี ารท�ำ ประมงพนื้ บา้ น
เป็นอาชีพหลัก เป็นสว่ นใหญ่ในการดำ�รงชีวติ
พิเศษการจัดแข่งขัน สืบต�ำ นานอาซูรอ เป็นสืบสานต�ำ นาน “ขนมอา
ซรู อ” ผใู้ หญท่ ม่ี างานไดล้ งมอื กวนขนมกนั อยา่ งสนกุ สนานเอาจรงิ เอา
จงั กนั พอหอมปากหอมคอ หนงึ่ ในนน้ั คอื ทา่ นรองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
ตราด นายกันชยั ธีรนติ ิ
งานนี้เรียกได้ว่า เม่ือจบงานทุกคนในชุมชนบ้านยายม่อม ที่
เหน่ือยจากการเตรียมมาเป็นเดือน ก็ได้หายเม่ือคืนวันสุดท้ายของสุ
ทา้ ย วันเสารท์ ่ี 16 กมุ ภาพันธ์ 2565 มัจซี สง่างาม หัวหน้าชุมชนผู้
อารไี ด้เตมิ เงินลงไปในเงนิ รางวัลเดก็ ที่แสดงลเิ กฮลู ู จัดเลี้ยงฉลองให้
แก่บรรดาเดก็ ๆ และคนในชมุ ชน
ทางสมาคมสมาพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนไทย โดยการนำ�ของ
นายประสาน สนิ ลขิ ติ กลุ นายกสมาคมฯ, นายพฒั นพงษ์ จารลุ กั ขณา
อปุ นายกสมาคมฯ, นายโสภณ ทองเกื้อ นายทะเบียนสมาคมฯ และ
ทมี ได้ไปร่วมงานนดี้ ว้ ย
เรยี กไดว้ า่ งานรกั ทผ่ี า่ นไปแตร่ กั ยงั คงอยู่ “ชมุ ชนบา้ นยายมอ่ ม”
Love the work that has passed, but the love remains.

8

พันธ์ุไม้มงคลพระราชทานประจ�ำ จงั หวัด ชยั นาท

มะตูม

Aegle marmelos

9

พนั ธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจ�ำ จงั หวัด ชยั นาท
มะตมู : Aegle marmelos

มะตมู ชอื่ วิทยาศาสตร์ : Aegle marmelos ภาคเหนือเรยี กวา่ มะปนิ ภาคใตเ้ รียกวา่ กะทัน
ตาเถร, ตูม และต่มุ ตัง ภาคอีสานเรยี กว่า หมากตมู ภาษาเขมรเรยี กว่า พะโนงค์ ชาวกะเหรี่ยง
เรียกวา่ มะปีสา่ เปน็ ไม้ผลยนื ตน้ พ้ืนเมอื งของอนทุ วีปอินเดียและเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ มกี าร
เพาะปลกู ท่วั ไปในอนิ เดยี รวมท้ังในศรีลังกา แหลมมลายตู อนเหนือ เกาะชวา และฟิลิปปินส์ จัด
เปน็ พชื เพียงสปชี ีสเ์ ดยี วท่อี ยใู่ นจนี ัส Aegle

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์

ล�ำ ตน้ มคี วามสงู 18 เมตร เปลอื กล�ำ ตน้ มสี เี ทาเรยี บเปน็ รอ่ งตนื้ เนอ้ื ไมแ้ ขง็ มสี ขี าวแกมเหลอื ง
และมีกลิ่นหอม โคนต้นและก่งิ กา้ นมหี นามแหลม ยาว แขง็ ออกเด่ยี วหรอื เป็นคู่ตามกง่ิ
ใบ : เปน็ ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรปู ไขห่ รอื รปู หอกมี 3 ใบ มองดูคล้ายตรศี ูลของพระ
ศวิ ะ
ดอก : สขี าวหรอื ขาวอมเขยี ว มกี ล่นิ หอม
ผล : มเี ปลือกแข็งเรยี บและมเี สน้ ผา่ นศนู ย์กลาง 5-15 เซนตเิ มตร บางผลมเี ปลือกแขง็ มาก
จนต้องกระเทาะเปลือกออกโดยใชค้ อ้ นทบุ เน้ือผลเหนียวขน้ มีกลน่ิ หอม และมเี มล็ดจ�ำ นวนมาก
แทรกอยใู่ นเนื้อผล โดยเมลด็ จะมขี นหนาปกคลุม

ดอกมะตูม ประโยชน์
ใบมะตูม
ผลมะตมู ใชร้ บั ประทานไดท้ ง้ั แบบสดและแบบแหง้ นา้ํ จากผลเมอื่ น�ำ ไปกรองและเตมิ นาํ้ ตาล
จะไดเ้ ครอื่ งดมื่ คลา้ ยนาํ้ มะนาว และยงั ใชใ้ นการท�ำ Sharbat ซงึ่ เปน็ เครอื่ งดม่ื ทไี่ ดจ้ ากการน�ำ เนอื้
ผลมะตูมไปผสมกบั มะขาม ผลอ่อนฝานแล้วตากแห้งนำ�ไปต้มกับนํา้ เป็นนํ้ามะตมู น�ำ มายำ� ใบ
อ่อนและยอดออ่ นใชร้ บั ประทานเปน็ ผกั สลดั กินกบั นาํ้ พริก ลาบ และข้าวย�ำ ผลแก่แตเ่ ปลือกยงั
น่ิมนำ�มาฝานแล้วทำ�เป็นมะตูมเชื่อม ซ่ึงนำ�ไปเป็นส่วนผสมของขนมอ่ืนอีกหลยอย่าง มะตูมสุก
เนือ้ เละใชร้ บั ประทานเปน็ ผลไม้

สรรพคุณทางยา

ใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โรคลำ�ไส้ ตาแห้งไข้หวัดธรรมดา และยังใช้รักษา
อาการท้องผูกเร้ือรังไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ตน้ มะตมู เปน็ พนั ธไุ์ มม้ งคลพระราชทานประจ�ำ จงั หวดั ชยั นาท ผทู้ ไี่ ดร้ บั ทนุ เลา่ เรยี นหลวงหรอื
งานสมรสพระราชทานจะได้รบั พระราชทานใบมะตูมเพอ่ื เปน็ สริ ิมงคล

ผลมะตมู

ผลมะตูมแห้ง เรียบเรียงโดย. ส.ทองเก้อื

10

พนั ธ์ไุ ม้มงคลพระราชทานประจ�ำ จงั หวดั ชัยภูมิ

ขี้เหล็ก

Senna siamea

ลกั ษณะใบขเ้ี หลก็ 11
ลกั ษณะดอกขเี้ หล็ก พนั ธุไ์ ม้มงคลพระราชทานประจำ�จังหวดั ชัยภมู ิ
ข้เี หล็ก : Senna siamea

ข้ีเหล็ก (ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Senna siamea) จดั เปน็ พชื ในวงศ์ Leguminosae นอกจากนยี้ งั
มีชื่อเรียกในทอ้ งถนิ่ ที่แตกตา่ งกัน เชน่ ขเ้ี หลก็ แกน่ (ราชบรุ )ี ข้เี หลก็ บา้ น (ลำ�ปาง) ข้เี หลก็ หลวง
(ภาคเหนอื ) ขเ้ี หลก็ ใหญ่ (ภาคกลางบางท)ี่ ผกั จลี้ ี้ (ฉาน-แมฮ่ อ่ งสอน) ยะหา (มลาย-ู ปตั ตาน)ี และ
ข้เี หลก็ จิหรี่ (ภาคใต)้ เปน็ ตน้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ขีเ้ หล็ก เปน็ ไมย้ ืนต้นขนาดเล็กถงึ ปานกลาง ผลดั ใบ สงู ประมาณ 8-15 เมตร ลำ�ตน้ มกั คดงอ
เป็นปมุ่ เปลอื กสีเทาถึงสนี า้ํ ตาลดำ� ยอดออ่ นสแี ดงเร่อื ๆ
ใบ : ประกอบเปน็ แบบขนนก เรยี งสลบั กนั มีใบย่อย 5-12 คู่ ปลายสุดมใี บเดยี ว ใบยอ่ ยรูป
ขอบขนานดา้ นบนเกลีย้ ง
ดอก : ช่อสีเหลอื งอยูต่ ามปลายกิ่ง ดอกจะบานจากโคนชอ่ ไปยงั ปลายช่อ กลบี เล้ียงมี 3-4
กลบี กลบี ดอกมี 5 กลีบ เกสรตัวผ1ู้ 0 อัน
ผล : เปน็ ฝกั แบนยาวมสี คี ลา้ํ เมลด็ รปู ไขย่ าวแบนสนี าํ้ ตาลออ่ นเรยี งตามขวางมี 20-30 เมลด็
เนอื้ ไมม้ สี นี า้ํ ตาลแกเ่ กอื บด�ำ สว่ นของดอกและใบขเ้ี หลก็ ใชเ้ ปน็ อาหารในหลายประเทศ เชน่ ไทย
พม่า อนิ เดยี และมาเลเซยี เป็นตน้

สรรพคุณทางยา

ในต�ำ ราการแพทยแ์ ผนไทยไดม้ กี ารบนั ทกึ ประโยชนข์ องขเี้ หลก็ ในหลายดา้ น เชน่ ใชแ้ กอ้ าการ
ทอ้ งผกู ใชแ้ กอ้ าการนอนไมห่ ลบั ใชท้ �ำ ความสะอาดเสน้ ผม ท�ำ ใหผ้ มชมุ่ ชน่ื เปน็ เงางาม ไมม่ รี งั แค
ช่วยเจรญิ อาหาร บำ�รุงนํ้าดี และบ�ำ รงุ โลหติ เปน็ ต้น
ในปี พ.ศ. 2485 ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตสุ งิ ห์ ไดศ้ กึ ษาฤทธทิ์ างเภสชั วทิ ยาของตน้ ขเี้ หลก็
พบวา่ ใบและดอกข้เี หลก็ ทำ�ให้เกดิ อาการง่วงซึมและมีพิษน้อยกวา่ สมนุ ไพรชนดิ อน่ื ๆ ท่ไี ด้ศกึ ษา
ต่อมาจงึ มีผศู้ ึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารสกดั ใบข้เี หลก็ อีกคร้ังโดยใช้แอลกอฮอลเ์ ปน็ ตวั ท�ำ
ละลาย พบวา่ สารสกดั นมี้ ฤี ทธกิ์ ดประสาทสว่ นกลาง เพม่ิ ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอ้ื เรยี บ และมฤี ทธิ์
ขับปัสสาวะ จนกระท่ังในปี พ.ศ. 2513 คณะนกั วิจัยจากมหาวทิ ยาลยั นอตทิงงมั ประเทศองั กฤษ
ไดร้ ายงานวา่ สามารถสกัดสารชนิดใหม่จากใบขีเ้ หล็กได้ โดยตั้งช่ือว่าบาราคอล (barakol) ซ่งึ มี
ฤทธิ์กล่อมประสาทและลดความกงั วล แต่ภายหลงั มีการพบวา่ มพี ิษต่อตับดว้ ยเชน่ กนั

ลกั ษณะใบออ่ นขเี้ หลก็

ลกั ษณะฝักขเี้ หลก็ เรียบเรียงโดย. ส.ทองเก้ือ





14

“青ช龙ิง偃ห月ล刀งเ“หยย่ี นเยวเ่ ตา

หขรออืงกงวา้ นวอมูงั กรเขยี ว* อาวธุ คกู่ าย

โดย... มงั กรโพ้นทะเล

15

ในวรรณกรรมสามก๊ก ง้าวของกวนอูตีข้ึนเม่ือครั้งที่เล่าป่ี กวนอู
เตียวหุย ได้คิดการต้องกันที่จะปราบโจรโพกผ้าเหลือง ขณะนั้นพ่อค้า
ได้บริจาคเหล็กให้ โดยกวนอูให้ตีเป็นง้าวใหญ่เพื่อใช้เป็นอาวุธสำ�หรับ
รบ
ลกั ษณะงา้ วของกวนอทู บ่ี รรยายไวใ้ นสามกก๊ มลี กั ษณะเปน็ งา้ วใหญร่ ปู
คลา้ ยจนั ทรเ์ สยี้ วประดบั ลายมงั กร หรอื ลาย ชงิ หลง 青龙 คอื มงั กรเขยี ว หรอื
มงั กรด�ำ เน่อื งจากคำ�ว่า ชิง 青 ในสมยั โบราณอาจหมายถงึ สเี ขยี ว ด�ำ หรอื
ครามหนัก ๘๒ จนิ
ส�ำ หรบั เรอ่ื งลายมงั กรประดบั นนั้ มผี จู้ นิ ตนาการตา่ งกนั ไปอยู่ ๒ แบบคอื
เเบบลายมังกรประดบั บนใบงา้ ว เเละเเบบเป็นรปู มังกรอา้ ปากตรงโคนของใบ
ง้าว (หรือที่บางครงั้ เรียกวา่ กระบัง) หรือบางครงั้ กจ็ ินตนาการให้มมี ังกรทั้งบน
ใบง้าวเเละตรงกระบังเลยกไ็ ด้
ทง้ั หมดท่ีกลา่ วมา เปน็ การอธิบาย ตีความ จากวรรณกรรมสามกก๊ สว่ น
เรอ่ื งในสว่ นประวตั ศิ าสตรน์ ้นั ขออธิบายทีม่ าของง้าวในสามก๊ก ดงั น้ี
ทม่ี าของ “ชงิ หลงเหยย่ี นเยวเ่ ตา 青龙偃月刀“หรอื งา้ วมงั กรเขยี ว”
อาวธุ ค่กู ายของกวนอู
หลายร้อยปีที่ผ่านมาพวกเราทราบกันดีอยู่แล้วว่ากวนอูใช้ง้าวเป็นอาวุธ
ไมว่ า่ จะเปน็ ภาพวาดจิตรกรรม รปู ปนั้ ภาพหรือห่นุ จำ�ลอง รวมท้ังสอื่ ทกุ ชนิด
เราจะเห็นอาวุธของกวนอูเปน็ งา้ วทัง้ สนิ้
แตใ่ น “ซานกวอ๋ จอื้ 三国志” หรอื จดหมายเหตสุ ามกก๊ นน้ั ไมม่ รี ะบไุ ว้
วา่ กวนอใู ช้อาวธุ ชนิดใด ขอ้ มลู ที่ระบวุ ่ากวนอใู ชง้ ้าวนั้น มาจาก “ซานกว๋อเหย่ี
ยนยี่ 三国演义” หรือ สามกก๊ ฉบับวรรณกรรม และกลายเป็นท่รี ับรู้ และ
ยอมรับกันจนถงึ ปจั จบุ นั
ดงั นนั้ สรุปอยา่ งเปน็ กลางได้ว่า กวนออู าจใช้งา้ วเป็นอาวุธหรือไมใ่ ช่งา้ ว
กไ็ ด้ เเตถ่ า้ ยดึ เอาบางขอ้ มลู จะระบวุ า่ งา้ ว เรม่ิ มใี ชใ้ นสมยั ราชวงศซ์ ง่ (หรอื สมยั
หลัง) น่ันกเ็ ป็นข้อมูลส่วนหน่ึง เเลว้ เเตท่ ่านผูอ้ ่านจะถือเเนวใด สำ�หรบั ผมเเล้ว
ขอยดึ สรปุ เเบบแนวกลาง
*หมายเหตุ “ชิงหลงเหย่ียนเยว่เตา” เป็นชื่อเฉพาะเรียกตามภาษาจีน
สว่ นสามก๊กท่แี ปลเป็นภาษาไทยฉบบั ต่าง ๆ นั้น อาจเรยี กขานต่างกัน เพราะ
ไม่อาจก�ำ หนดคำ�ภาษาไทยมาใชเ้ รยี กอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ได้ เช่น
งา้ วนิลมงั กรจนั ทร์ฉงาย
งา้ วนลิ มังกรจันทร์เส้ียว
ง้าวมังกรเขียวจันทรเ์ สย้ี ว
ง้าวมังกรเขียว
งา้ วนิลมงั กร
ง้าวนลิ นาคะ

16

“นาจาซันไท่จ่ือ”

哪吒三太子

จอมทัพเทพสวรรค์แหง่ ยุค ๙

โดย... มังกรโพ้นทะเล

17

๑. เทพเจ้านาจา เดิมมีชื่อว่า “หล่ีนาจา” 李哪吒 หรือ หลี่โลเชีย
เทพเจ้าตามคติความเชื่อของจีน บางตำ�ราเช่ือว่าเป็นอัครสาวกองค์หนึ่งของ
พระโพธสิ ัตตวก์ วนอิม 觀世音菩薩 โดยนาจาประสตู เิ มื่อวนั ที ๙ เดือน
๙ จันทรคติจนี
๒. ส่วนคำ�ว่า “นาจาซันไท่จื่อ” 哪吒三太子 มาจากท่านเป็น
คุณชายคนที่ ๓ จากตระกูลหลี่ 李 พน่ี ้อง มจู า และจินจา บตุ รชายทั้ง ๓ ของ
แม่ทัพขุนพลสวรรค์ หลจ่ี ้งิ 李靖
๓. หลงั จากศกึ เทพประยทุ ธ์ เฟงิ เสนิ 封神 นาจาซนั ไทจ่ อื่ 哪吒三
太子. ได้รับสถาปนาเปน็ แม่ทัพทัพสวรรคส์ ่วนกลาง มตี �ำ แหน่งวา่ “จงถาน
หยวนโซย่ 中壇元帥” หรอื ไทเ่ หลา่ จวนิ 泰老君 คมุ ทพั นกั รบสวรรค์
ซันไทกนุ 三秦軍 ๓๓,๐๐๐ นาย เปน็ ทัพกลาง โดยใช้ธงเหลือง (ตง่ เอยี๋ )
ธาตุดินเปน็ สญั ลกั ษณ์
๔. ปจั จบุ นั นาจาเปน็ หนงึ่ ในเทพเจา้ ทช่ี าวจนี รวมทง้ั ชาวไทยเชอ้ื สายจนี
ใหก้ ารเคารพนับถือ โดยมีศาลหลายแหง่ ปรากฏอยู่ตามสถานทต่ี ่างๆ

แม่ทพั สวรรค์ทง้ั ๕ หรือโหงวเอยี๊ ซิง้ เปีย 五營神兵
๑. ทศิ ตะวนั ออก ทัพซา้ ยมชี ่ือวา่ ทพั จวิ่ อก้ี ุน 九夷軍 นำ�ทัพโดย อเี่ ห
ลา่ จนิ 夷老君 หรอื หลยุ จนิ จู้ 雷震子 หรอื “เทพลยุ่ กง” เปน็ ทพั ซา้ ย คมุ
ทหารสวรรค์ ๙,๙๐๐๐ ตน โดยใชธ้ งเขยี ว (ตง่ั เอ๋ีย) ธาตไุ ม้เป็นสัญลกั ษณ์
๒. ทิศใต้ ทัพหน้ามชี ่ือว่าทัพปาหมานกุน 八蠻軍 นำ�ทพั โดย เยเ่ หล่า
จนิ 越老君 หรือหวงเทียนฮวั 黄天化 หรือคังหงวนโส่ย เปน็ ทพั หน้า
คุมทหารสวรรค์ ๘,๘๐๐๐ ตน โดยใชธ้ งแดง (หล�ำ่ เอ๋ีย) ธาตุไฟเป็นสญั ลกั ษณ์
๓. ทศิ ตะวันตก ทัพขวามชี ือ่ ว่าทพั ลวิ่ หลงกุน 六戎軍 น�ำ ทัพโดย ตี
เหล่าจนิ 氐老君 หรอื เอยี วเจยี้ นต้าต้ี 楊戩大帝 หรอื หยางเจ่ยี น หรือ
“เทพเออ้ หลางเสนิ ” เปน็ ทพั ขวา คมุ ทหารสวรรค์ ๖๖,๐๐๐ นาย โดยใชธ้ งขาว
(ส่ายเอีย๋ ) ธาตทุ องเปน็ สัญลกั ษณ์
๔. ทิศเหนอื ทพั หลังมชี อ่ื วา่ ทพั อู๋ตีก้ ุน 五狄軍 นำ�ทพั โดย เชียงเหลา่
จนิ 羌老君 หรอื โทเฮงสนุ 土游孙. หรอื “ถสู่ งิ ซนุ ” เปน็ ทพั หลงั คมุ ทหาร
สวรรค์ ๕,๕๐๐๐ ตน โดยใชธ้ งด�ำ (ปกั เอีย๋ ) ธาตนุ ํา้ เป็นสญั ลักษณ์
๕. ทัพหลวง มีช่ือว่าทัพซันไทกุน 三秦軍 นำ�ทัพโดย ไท่เหล่าจวิน
泰老君 เป็นทัพกลาง มนี ายพลคอื จงถานหยวนโซย่ 中壇元帥 หรือ
“เทพนาจา” คุมทหารสวรรค์ ๓,๓๐๐๐ ตน โดยใช้ธงเหลือง (ตง่ เอย๋ี ) ธาตดุ นิ
เปน็ สญั ลกั ษณ์

18

ปจู่ ือ(补子)

ปขุนู่จนือางคอื แลผะรา้ าทชี่ปวักงลศา์ยเป็นรปู ตา่ งๆ เอาไวเ้ ยบ็ ตดิ บนชุด

โดย... มังกรโพ้นทะเล

19

ปจู่ อื มที ง้ั แบบกลม และ แบบสเ่ี หลย่ี ม แบบกลมนนั้ เอาไวต้ ดิ ประดบั
บนบ่าซา้ ย ขวา กลางอก และ แผ่นหลงั อนั นี้ส�ำ หรบั เช้อื พระวงศ์นะครับ
เพราะถ้าสำ�หรับขนุ นางจะเป็นสเ่ี หลี่ยม
จริงๆ แล้ว การติดผ้าปู่จือบนชุดนั้น มีมาต้ังแต่สมัยพระนางบูเช็คเทียน
(อู่เจ๋อเทียน) แลว้ ครบั ตอนน้ันพระนางจะประทานผา้ ปกั ลวดลายรูปสตั วม์ งคล
ตา่ งๆ เช่น กิเลน กวาง สิงโต ใหแ้ ก่ขุนนางทัง้ หลาย ฝา่ ยขนุ นางท่ีได้รับไปกถ็ อื
เป็นเกยี รติ จึงเอาผ้าปจู่ ือมาแปะติดไวก้ บั ชดุ ตัวเอง
สมัยราชวงศ์หยวนก็มกี ารติดผา้ ปจู่ ือบนชดุ เช่นกัน แต่...สมัยราชวงศห์ มิง
นน้ั เปน็ ยคุ ทน่ี �ำ ผา้ ปจู่ อื มาก�ำ หนดระดบั ชนชนั้ ขนุ นาง และสบื ตอ่ มาเรอื่ ยๆ จนถงึ
สมยั ราชวงศ์ชิงเลยครับ
ขนุ นางในราชส�ำ นกั รอ้ ยทง้ั รอ้ ย จะเปน็ ผชู้ ายใชไ่ หมครบั แลว้ ผหู้ ญงิ หละ่ ??
มีปู่จอื ม๊ยั ??
ผู้หญิงก็มีปู่จือครับ แต่จะขนาดเล็กกว่า ส่วนลวดลาย ก็ยึดเอาตามปู่จือ
ของสามี หรือ ลูกชายตนเอง
เรามาดรู ะดบั ชนั้ ขนุ นางกนั ดกี วา่ ครบั วา่ ระดบั ไหนจะไดล้ วดลายปจู่ อื เปน็
สตั วอ์ ะไร อนั นถี้ กู ก�ำ หนดมาตงั้ แตส่ มยั หมงิ ไทจ่ ฮู อ่ งเต้ (จหู ยวนจาง) ปฐมกษตั รยิ ์
แห่งราชวงศ์หมิง เลยนะครบั
ทา่ นจะแบง่ ปจู่ อื ออกเปน็ สองสาย คอื สตั วป์ กี (สญั ลกั ษณข์ องการมคี วามร)ู้
ส�ำ หรบั ขนุ นางบนุ๋ และ สตั วส์ เี่ ทา้ (สญั ลกั ษณข์ องความทรงพลงั อ�ำ นาจ) ส�ำ หรบั
ขนุ นางบู๊

▲ ขนุ นางบนุ๋

ขน้ั ท่ี 1 (สงู สดุ ) : นกกระเรียนมงกฎุ แดง
ขั้นที่ 2 : ไกฟ่ ้าสที อง
ขั้นที่ 3 : นกยูง
ขน้ั ที่ 4 : ห่านป่า
ขน้ั ท่ี 5 : ไก่ฟ้าหลงั ขาว
ขั้นท่ี 6 : นกกระยาง
ขั้นท่ี 7 : นกเปด็ นำ�้
ขน้ั ท่ี 8 : นกขมน้ิ
ขน้ั ที่ 9 : นกกระทา

▲ ขนุ นางบู๊

ขั้นที่ 1 (สูงสดุ ) : สงิ โต
ขั้นที่ 2 : สงิ โต
ขน้ั ท่ี 3 : เสอื หรือ เสือดาว
ขัน้ ที่ 4 : เสือ หรือ เสอื ดาว
ขนั้ ท่ี 5 : หมี
ขนั้ ที่ 6 : แมวเสอื
ขั้นท่ี 7 : แมวเสอื
ขั้นท่ี 8 : แรด
ขน้ั ที่ 9 : มา้ ทะเล





22

“ศริรักิรษาาชค”นยเจา็บมถสกู งรคะรเบาิดม

และหมอสดุ แสงวิเชียร โดนพยาบาลไล่!?

23

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายพันธมิตรได้ท้ิงระเบิดตามจุด
ยุทธศาสตร์ที่สำ�คัญในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นท่ีในกรุงเทพฯ ท่ีถูก
ท้ิงระเบิดมากท่ีหนึ่ง ทำ�ให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำ�นวนไม่น้อย และก็เป็น
หน้าที่ของบุคคลกรทางการแพทย์ที่ต้องเข้าช่วยเหลือประชาชน เร่ืองน้ี
ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ นายแพทยเ์ สนอ อนิ ทรสขุ ศรี อาจารยห์ มอดา้ น
กุมารศัลยศาสตรข์ องไทย เล่าไว้ดงั นี้
ในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา เครื่องบินท้ิงระเบิดกรุงเทพฯ ถ่ีข้ึน
วันไหนที่มีเครื่องบินมาท้ิงระเบิด เม่ือมีเสียงสัญญาณบอกถึงว่า กรุงเทพฯ
ปลอดภัย และเครื่องบินกลับหมดแล้วดังไปท่ัวกรุงเทพฯ ทางโรงพยาบาล
ศิริราชก็จะส่งรถยนต์ (รถยนต์เก่าๆ และมีอยู่คันเดียว) ออกไปช่วยขนคนเจ็บ
จากบริเวณที่มีระเบดิ มาใหท้ างโรงพยาบาล
นา่ ปลมื้ และภาคภมู ใิ จมาก ถา้ จะไดเ้ หน็ ในครง้ั นนั้ วา่ เมอ่ื เกดิ มคี วามทกุ ข์
ยากเดือดร้อนในยามสงครามสักเพียงใด และมีคนได้รับบาดเจ็บมากแค่ไหน
กต็ าม พวกเราแพทย์ พยาบาล และนกั เรยี นแพทยท์ กุ คนทว่ี า่ งและอยใู่ กลๆ้ จะ
ร่วมกนั ช่วยรักษาคนเจ็บ ไม่ไดเ้ หน็ แกเ่ หนด็ เหนอื่ ย ตา่ งกอ็ ดหลับอดนอนกนั ทงั้
นั้น
พอรถขนคนได้รับบาดเจ็บมาถึง พวกคนงานและนักเรียนแพทย์อาสา
สมัครเป็นพลเปล ซ่งึ สว่ นใหญ่เป็นนกั เรียนแพทย์ปี 2-3 จะชว่ ยกนั พยงุ อมุ้ หรือ
ช่วยกันยกเปลหามคนเจ็บมา คนเจ็บถูกนำ�เข้ามาให้ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอก
(เวลาน้ันอยู่ช้ันล่างตึกอ�ำ นวยการ) มีพยาบาลและพวกคอยลงทะเบียนช่ือคน
เจบ็ และที่อยู่
จากนนั้ จะมแี พทยช์ ดุ หนงึ่ คอยตรวจและเลอื กคนเจบ็ และใหร้ วมอยู่
เปน็ พวก ๆ พวกบาดเจบ็ มแี ผลเลก็ นอ้ ย พวกบาดเจบ็ ทมี่ อี าการหนกั พวก
ทีห่ มดสติ พวกกระดกู หัก ฯลฯ เมื่อแยกเป็นพวก และนอนรวมอยเู่ ปน็ ท่ี
กใ็ หน้ ำ้�เกลอื ทางหลอดเลือดดำ�ไวก้ ่อนทุกราย มแี พทย์ทที่ ำ�การตรวจคน
เจบ็ รายไหนทจี่ ะตอ้ งผา่ ตดั ดว่ นกจ็ ะสง่ หอ้ งผา่ ตดั ตกึ ศาลาศลั ยกรรม ทกุ
รายต่างก็ได้รับการปฐมพยาบาลและมีการตรวจละเอียดพร้อมกับการ
รกั ษา ตกึ ท่ีจะตอ้ งรับคนเจบ็ เข้าไวร้ กั ษาก็จะเตรียมรบั คนเจ็บโดยพรอ้ ม
สมบรู ณ์
ดว้ ยจ�ำ นวนผปู้ ว่ ยทไี่ ดร้ บั บาดเจบ็ จากการถกู ทงิ้ ระเบดิ มจี �ำ นวนมาก หรอื
บุคคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ หรือจะเป็นท้ังสองประการ ทำ�ให้แพทย์
อยา่ ง ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ สดุ แสงวเิ ชียร นายแพทย์ชื่อดังของ
ไทย หวั หนา้ แผนกกายวภิ าคศาสตร์ และเปน็ อาจารยห์ มอของนกั ศกึ ษาแพทย์
ในสมยั น้นั ตอ้ งรีบเข้ามาชว่ ยเหลือเปน็ การดว่ น แตก่ ลบั ถกู พยาบาลไล่!? นาย
แพทยเ์ สนอ อินทรสขุ ศรี เล่าไว้ดังน้ี
“วันหน่งึ หลังจากสัญญาณปลอดภยั ทางอากาศ เม่อื เวลาเกือบๆ ตี 4 พอ
ประมาณตี 5 กวา่ ๆ คนทไี่ ดร้ บั บาดเจบ็ จากถกู ระเบดิ กถ็ กู ขนมาสง่ อยเู่ ตม็ โอ.พ.ี
ด.ี ตอนนน้ั แพทย์ พยาบาล และนักเรยี นแพทย์ ยงั มารวมอยู่ไม่มากนกั คนเจบ็
ยังนอน ไม่อยู่เป็นพวก ไม่เป็นที่เป็นทาง คนเจ็บหลายคนท่ียังนอนอยู่บนพื้น
บริเวณทางเดินเข้ามาในตกึ ราว 6 โมงกวา่ อาจารย์หมอสุดก็ขี่จักรยาน 2 ลอ้
คู่ชีพมาท�ำ งาน และมาถงึ โรงพยาบาลแลว้ ทา่ นจูงจกั รยานผ่าน โอ.พ.ี ด.ี เพอ่ื
จะไปตกึ ทท่ี �ำ งาน ตกึ กายวภิ าค อยา่ งทเี่ คยปฏบิ ตั มิ า พอเหน็ คนเจบ็ นอนครวญ

24

ครางอยเู่ ตม็ ไปหมด และเหน็ คนเจบ็ คนหนงึ่ ทน่ี อนอยบู่ นเปลทวี่ าง “ทันใดนั้น ก็มีพยาบาลคนหนึ่งปราดเข้ามา ยืนมองหน้า ‘คุณอย่าเท่ียว
อยบู่ นรถเขน็ ดน้ิ พลกิ ไปมาโดยไมม่ ที กี่ นั้ และไมม่ ผี า้ ผกู รดั คนเจบ็ ลว้ งควกั ตามกระเปา๋ เขาสิ คณุ ไมใ่ ชญ่ าตคิ นเจบ็ ไมต่ อ้ งมาชว่ ย หรอื อยใู่ กลเ้ ขา
ใหน้ อนนิ่ง คนทจ่ี ะยืนเฝ้าคอยดแู ลคนเจบ็ ก็ไมม่ ี คนเจบ็ อาจพลกิ หรอก หลีกไปเสยี เถอะ”
ตัวและตกมาจากรถเข็นน้ันกไ็ ด้” พอโดนวา่ และโดนไล่ อาจารยผ์ งะถอยตวั ออกหา่ งย้มิ ๆ ไมร่ วู้ า่ จะ
“อาจารยห์ มอสดุ จงู รถจกั รยานไปจอดแอบๆ ไวข้ า้ งผนงั หอ้ ง พดู อยา่ งไร เพยี งพมึ พำ�ออกมาว่า ‘ผมเป็นหมอครบั ’
แลว้ รบี วงิ่ มาทค่ี นเจบ็ จบั ตวั คนไขไ้ วแ้ ลว้ บอกใหน้ อนนง่ิ ๆ มองดไู ป พอดีแพทย์ผู้หน่ึงเห็นเหตุการณ์อยู่ เข้ามายืนโค้งคำ�นับและกล่าวสวัสดี
รอบ ๆ หรือบรเิ วณนัน้ คิดวา่ พอจะเห็นเชือกหรอื ผ้าพอทจี่ ะใชผ้ ูก แลว้ บอกกบั พยาบาลวา่ ‘อาจารยห์ มอสดุ ทา่ นเปน็ หวั หนา้ แผนกกายวภิ าควทิ ยา
รดั ตวั คนเจบ็ ทนี่ อนเปลอยนู่ นั้ ใหค้ นเจบ็ และเปลผกู รดั กบั ตอนบน ครับ คุณไปช่วยพรรคพวกทางหอ้ งโนน้ ทเี ถอะ คนไขม้ ีเลือดออกจากแผลมาก
ของรถเขน็ เพอ่ื กนั ไมใ่ หค้ นเจบ็ ตกเปล แตไ่ มเ่ หน็ สง่ิ ใดตามตอ้ งการ พยาบาลคนนนั้ หายวบั ไปกบั ตา “เขาคงไมร่ จู้ กั ผม อยโู่ รงพยาบาลนดี้ ว้ ยกนั แทๆ้
ท่านจึงเพยี งแต่จบั ตัวและตบตวั คนเจ็บเบาๆ บอกใหค้ นเจ็บนอน ผมน่ีแย่จรงิ ๆ” อาจารย์ท่านบ่น
นิ่งๆ และโดยท่ีท่านเป็นแพทย์ ท่านก็จับข้อมือคนเจ็บขึ้นมาเพ่ือ เหตุที่ นายแพทย์สดุ แสงวเิ ชยี ร ไม่เป็นทร่ี ู้จกั มักค้นุ ของคนในโรง
ตรวจคลำ�ชพี จร” พยาบาลน้นั นายแพทย์เสนอ อนิ ทรสุขศรี อธิบายวา่ “อาจารยห์ มอสดุ
ทา่ นท�ำ งานอยปู่ ระจ�ำ ตกึ กายวภิ าคศาสตรต์ อ้ งเรยี กวา่ ‘ประจ�ำ ’ จรงิ ๆ ไม่
คอ่ ยจะมเี วลาไดอ้ อกมาเดนิ เกรน่ อกตกึ หรอื ไปทไี่ หนมาไหนใหใ้ ครๆ ได้
เหน็ ไดร้ จู้ กั ตอนเชา้ มาท�ำ งานตง้ั แตเ่ ชา้ โรงพยาบาลยงั เงยี บสงบ ไมค่ อ่ ย
มใี ครเดนิ ไปมานกั พอค�ำ่ กก็ ลบั บา้ น มดื แลว้ ไมม่ ใี ครมวั มามองหนา้ ทา่ น
จนท�ำ ใหจ้ �ำ ได้ จะมกี แ็ ตพ่ วกหมอกบั นกั เรยี นหมอเทา่ นนั้ ทรี่ จู้ กั ทา่ นดี คน
อื่นๆ ไม่รูจ้ กั หรอก”
อา้ งองิ : เสนอ อนิ ทรสขุ ศร.ี (2556). 92 ปี ศาสตราจารยน์ ายแพทย์ เสนอ อนิ ทร
สุขศรี. กรงุ เทพฯ : ซไท-โล-กราฟ.

รบั บริหารความปลอดภยั ทกุ ท่ี

สนใจตดิ ตอ 02 089 9363, 081 110 9363


Click to View FlipBook Version