The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

โครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

กคำนำรายงานผลการดำเนินงานโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 จัดทำขึ้นเพื่อรายงานผลการดำเนินงานการจัดกิจกรรม โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีซึ่งเอกสารประกอบด้วย 5 บท คือ บทที่ 1 บทนำ บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีการดำเนินการประเมิน บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน และบทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ โดยยึดกระบวนการจัดกิจกรรมตามวงจรเด็มมิ่ง (PDCA) เพื่อนำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัด สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี หวังว่าเอกสารเล่มนี้จะบ่งบอกถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการและเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำโครงการในครั้งต่ออไป ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและให้ความร่วมทุกท่าน ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี


ขสารบัญ หน้าคำนำ............................................................................................................................. .....................................กสารบัญ.............................................................................................................................. ................................ขสารบัญตาราง............................................................................................................................................ .......คบทสรุปผู้บริหาร............................................................................................................................. ...................งบทที่ 1 บทนำ...................................................................................................................................................1หลักการและเหตุผล............................................................................................................. ................1วัตถุประสงค์............................................................................................................................. ...........2เป้าหมาย............................................................................................................................. ................2ขอบเขตการศึกษา............................................................................................................................. ..2นิยามศัพท์เฉพาะ............................................................................................................................. ...2ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ..................................................................................................................3บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง............................................................................................................................4บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน.............................................................................................. ..............................17ประชากรกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา...........................................................................................17เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา................................................................................................................17การเก็บรวบรวมข้อมูล......................................................................................................................17การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้......................................................................................................18บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน............................................................................................................................19ผลการวิเคราะห์ข้อมูล......................................................................................................................19บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...........................................................................................25สรุปผลการศึกษา.............................................................................................................................25อภิปรายผลการศึกษา......................................................................................................................27ข้อเสนอแนะ............................................................................................................................. .......27ภาคผนวก...................................................................................................................... ................................28คณะผู้จัดทำ


คสารบัญตารางตารางที่ หน้า1. แสดงจำนวนร้อยละแยกตามเพศ............................................................................................... ...192. แสดงจำนวนร้อยละแยกตามอายุ............................................................................................. .....193. แสดงจำนวนร้อยละระดับการศึกษา.............................................................................................194. ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านสภาพแวดล้อม.....205. ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านปัจจัยนำเข้า.........206. ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านกระบวนการ........227. ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านผลผลิต................238. ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ...................................24


งบทสรุปสำหรับผู้บริหารการประเมินการดําเนินงานโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นการประเมินเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพ สามารถนําไปใช้เพื่อการตัดสินใจขยายการดําเนินงานโครงการในครั้งต่อไป หลักการจัดทำสรุปผลการดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรีและเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีมีขั้นตอนการดำเนินการ การวางแผน (Plan) ประชุมผู้บริหาร และ คณะครู สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมระดมความคิด การปฏิบัติตามแผน (Do) ดำเนินงาน ตามโครงการฯ การตรวจสอบหรือประเมินผล (Check) และนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน (Action) นำผล การประเมินมาปรับปรุงโครงการในครั้งต่อไปห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี จึงได้ดำเนินการประเมินโครงการดังกล่าวโดยใช้รูปแบบ (CIPP MODEL) โดยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล จากผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้แบบประเมินโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 จำนวน 1 ชุด ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี และเก็บรวบรวม ข้อมูลจาก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการ จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 1,500คน ประชากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 306 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างประชากรตารางขนาดของ กลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน ผลการประเมินโครงการปรากฏดังนี้1. สรุปผลการประเมินโครงการห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี ได้ดำเนินการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 กลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จำนวน 1,500 คน สถานที่ดำเนินการจัดกิจกรรม ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรีและเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเพศ ผู้เข้าร่วมโครงการเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือเพศหญิง จำนวน 199 คน ร้อยละ 65 เพศชาย จำนวน 107 คน ร้อยละ 35 ตามลำดับอายุ ผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในช่วงอายุ 20 - 39 ปี เข้าร่วมโครงการมากที่สุด จำนวน 211 คน ร้อยละ 69 รองลงมา ช่วงอายุ 40 - 59 ปี จำนวน 88 คน ร้อยละ 29 และช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2 ตามลำดับ


จระดับการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุด จำนวน 157 คน ร้อยละ 51.30 รองลงมา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 109 คน ร้อยละ 35.63 และระดับประถมศึกษา จำนวน 40 คน ร้อยละ 13.07 ตามลำดับตอนที่ 2 ความพึงพอใจผลการประเมินพบว่ากลุ่มตัวอย่างความพึงพอใจที่มีต่อโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 -เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 อยู่ในระดับมากที่สุด ร้อยละ 100 อภิปรายผลการประเมินโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ดำเนินตามรูปแบบการประเมินทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ผลการประเมินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด คือ การดำเนินโครงการมีการวิเคราะห์สภาพปัญหา การดำเนินโครงการการศึกษาความต้องการของผู้ที่ร่วมดำเนินโครงการ วางแผน และจัดทำให้ตรงตามสภาพที่แท้จริงมากที่สุด ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างมี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิดในการวางแผนของ อุทัย บุญประเสริฐ (2532 : 23) ที่กล่าวว่าถ้า หน่วยงานใดมีการวางแผน โดยวางแผนเป็นไปด้วยดี มีประสิทธิภาพ มีแผนงานที่ดีตั้งแต่ต้น การปฏิบัติงานตามแผนย่อมมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นการจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานตามขั้นตอนโดยละเอียดการดำเนินงาตามปฏิทินปฏิบัติงานที่กำหนดทุกขั้นตอน และทุกกิจกรรม ทำให้ผลการปฏิบัติงานมีคุณภาพโดยเฉพาะการ นิเทศติดตามกำกับ และให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งซึ่งผลที่ได้สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงโครงการในปีต่อๆ ไป เพื่อจะได้ทราบว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนได้ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ และจะต้องนำผลการประเมินมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการ ดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของหน่วยงาน โดยจะเห็นได้จากผลการประเมินโครงการที่บ่งชี้ว่ากระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายมีคะแนนการประเมินที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ซึ่งทำให้เห็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการดำเนินการต่อไปข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติควรให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ ตลอดจนร่วมกัน วางแผนโครงการดำเนินงานไปตามโครงการ และติดตามประเมินผลการจัดทำโครงการต่างๆ ร่วมกัน


ฉข้อเสนอแนะเพื่อการดำเนินงานต่อไปควรมีการศึกษาผลลัพธ์ (Outcome) หรือผลกระทบ (Impact) ของโครงการที่มีต่อผู้ร่วม โครงการในลักษณะของการติดตามผล (Follow-up or Tracer Study) เพื่อดูผลสรุปรวมและประโยชน์ที่ ได้รับจากโครงการที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อการกำหนดแนวทางการขยายโครงการในพื้นที่อื่นต่อไปสำหรับ สถานศึกษาและชุมชนอื่นต่อไป


1บทที่ 1บทนำ1. หลักการและเหตุผลหนังสือมีส่วนช่วยสร้างความสำเร็จในการดำรงชีวิตของบุคคล เสริมสร้างความรู้ความคิดแก่ผู้อ่าน ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในพิธีเปิดปีหนังสือ ระหว่างชาติและงานแสดงการพิมพ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่า \"หนังสือเป็นเสมือนคลังที่รวบรวมเรื่องราวควารู้ ความคิด วิทยาการทุกด้านทุกอย่างซึ่งมนุษย์ได้เรียนรู้ ได้คิดอ่านและพากเพียรพยายาม บันทึกรักษาไว้ด้วยลายลักษณ์อักษร หนังสือแพร่ไปที่ไปที่ใดความรู้ความคิดก็แพร่ไปที่นั้น หนังสือจึงเป็นสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ที่จะประมาณมิได้ ในแง่ที่เป็นบ่อเกิดแห่งการเรียนรู้ของมนุษย์หนังสือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งกาย ความคิด การประกอบ อาชีพ ทั้งการศึกษาค้นคว้า และในที่สุด การสร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือจะสร้างความเปลี่ยนแปลง\" ในความเป็นจริง มีหนังสือดี ๆ ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากที่อยู่ในมือของผู้อ่านที่มีโอกาสเท่านั้น หากสามารถมีวิธีการทำให้หนังสือดี ๆ เหล่านี้ไปถึงผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือดี ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้น การแบ่งปันหนังสือดีมีคุณภาพ จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรรมการอ่าน อย่างกว้างขวาง และยั่งยืนที่จะทำให้คนในชุมชนได้อ่านหนังสือดี มีคุณภาพมากขึ้น และช่วยยกระดับการอ่าน การเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา พัฒนาการด้านอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ของคนในครอบควังในการปลูกฝังรักการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกบ้าน และพัฒนารักการอ่านของประชาชน การอ่านหนังสือเป็นการพัฒนาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ การอ่านหนังสือของคนไทยเป็นกิจกรรมที่ไม่นิยมแม้ในหมู่ผู้รู้หนังสือแล้ว โดยเฉพาะการอ่านหนังสือที่ดีและมีสาระยิ่งน้อยลงไปอีก อันมีสาเหตุจากการขาดแคลนหนังสือที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้อ่าน การขาดแคลนแหล่งหนังสือที่จะยืมอ่านได้ ไปจนถึงการถูกดึงความสนใจและการแย่งเวลาของสื่ออื่น ๆเช่น โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง สื่อสังคมออนไลน์ ฯลฯ รวมทั้งขาดการชักจูงและกระตุ้นการสร้างนิสัยรักการอ่านทั้งจากในและนอกห้องเรียน จึงเป็นเรื่องยากเมื่อเทียบกับความเพลิดเพลินและการได้ฟังได้รู้เห็นเรื่องราวต่างๆ จากสื่ออื่น ๆ แล้ว การอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต้องใช้ความพยายามมากกว่า และต้องมีทักษะในการอ่าน ถ้าจะให้การอ่านหนังสือเกิดเป็นนิสัย จำเป็นต้องมีการปลูกฝั่งและชักชวนให้เกิดความสนใจในการอ่านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักอ่าน สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน เพื่อทำให้การอ่านเป็นที่สนใจมากขึ้นทั้งในห้องสมุด สถานศึกษา หรือในแหล่งชุมชน และเพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีช่องทางเข้าถึงการอ่านในแหล่งเรียนรู้ใกล้ตัว โดยมีห้องสมุดประชาชน ศกร. ตำบล ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน บ้านหนังสือชุมชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเสริมสร้างการรักการอ่านในชุมชนได้อย่างยังยืน จากความสำคัญดังกล่าวห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ จึงจัดทำโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 เชิงรุกเพื่อกระตุ้นเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายบริการ จากแหล่งเรียนรู้ใกล้นำไปสู่การส่งเสริมการอ่านเคลื่อนที่ ให้สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เท่าทันเหตุการณ์ปัจจุบัน ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในชุมชนให้มีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้นและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


22. วัตถุประสงค์1. เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย2. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านกิจกรรมห้องสมุดประชาชนที่หลากหลายและทันสมัย3. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม3. เป้าหมายประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จำนวน 1,500 คน 4. ขอบเขตการศึกษา4.1 ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่างประชากร คือ ประชาชนทั่วไป จำนวน 1,500 คนกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนทั่วไป จำนวน 306 คน4.2 ขอบเขตด้านพื้นที่และเวลาขอบเขตด้านพื้นที่ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ขอบเขตด้านเวลา ได้แก่ ระยะเวลาที่ดำเนินการจัดกิจกรรม เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 -เดือนมีนาคม พ.ศ. 25694.3 ขอบเขตเนื้อหา- หนังสือพิมพ์ประจำสัปดาห์- อ่านส่งเสริมอาชีพ- ตะกร้าความรู้สู่ชุมชน- DIY. สร้างได้ให้เลย5. นิยามศัพท์เฉพาะในการสรุปผลการดำเนินงาน ตามหลักการ (Swot Analysis) มีนิยามศัพท์เฉพาะ ดังนี้5.1 ผู้เข้าร่วมโครงการ หมายถึง ประชาชนทั่วไป จำนวน 1,500 คน5.2 การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือการใช้วิธีการวิจัยเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นจริงและเชื่อถือได้และวิเคราะห์ข้อมูลของการดำเนินโครงการเพื่อพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้อยจากโครงการนั้น และตัดสินว่าโครงการนั้นบรรลุถึงวัตถุประสงค์หรือไม่ แล้วตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการนั้นเพื่อการดำเนินงานต่อไปหรือจะยุติการดำเนินงานโครงการนั้นเสีย ซึ่งในที่นี้ใช้การประเมินรูปแบบซิป (CIPP MODEL) โดยกำหนดประเด็นและคำถามการประเมินแต่ละด้านไว้ดังนี้1) การประเมินด้านสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาสขององค์กร


3 2) การประเมินด้านปัจจัยป้อน (Input Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับการเตรียมการด้านปัจจัยต่างๆ ในแง่ของ ความรู้ความเข้าใจ ด้านการทำงานที่เหมาะสมกับวัย 3) การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการว่าได้มีการจัดทำแผนหรือปฏิทิน มีการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้มีระบบติดตามผลการดำเนินงานหรือไม่ ใมีวิธีการในการปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาอย่างไร และการดำเนินงานโครงการ มีการรวบรวมเอกสาร หลักฐาน รูปภาพ/รายงานการดำเนินงานไว้หรือไม่อย่างไร 4) การประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) เป็นการประเมินเกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคลหรือกลุ่ม หรือเกิดประโยชน์อย่างไร และผลของการดำเนินโครงการส่งผลกระทบอย่างไร มีหลักฐานหรือตัวบ่งชี้ได้ยืนยัน รวมทั้งสำรวจความพึงพอใจต่อผลของโครงการของกลุ่มเป้าหมาย6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ1 ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพิ่มขึ้น 2 ประชาชนมีพฤติกรรมรักการอ่านและแสวงหาความรู้มากขึ้น3 ชุมชนเกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น


4บทที่ 2เอกสารที่เกี่ยวข้อง ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี ดำเนินการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยศึกษาเอกสารกรอบเนื้อหาในการให้ความรู้ ดังนี้1. พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 25662. นโยบายจุดเน้นการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.25693. พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง4. อ่านส่งเสริมอาชีพ5. ตะกร้าความรู้สู่ชุมชน 1. พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ยังไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ โดยมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้“หน่วยจัดการเรียนรู้” หมายความว่า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ หรือ หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้“ภาคีเครือข่าย” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชนชุมชน ครอบครัว สถาบันทางศาสนา และบุคคลอื่นใด ที่ประสงค์จะจัด ร่วมจัด ส่งเสริม หรือสนับสนุนการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้หรือหน่วยจัดการเรียนรู้“สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ“สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้” หมายความว่า สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติมาตรา 5 การส่งเสริมการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคล ให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบ ภูมิใจและตระหนักในความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รู้จักรักษาประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รู้จักความพอเพียง มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ใฝ่เรียนรู้ มีความรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง มีคุณธรรมและมี


5ความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งมีสำนึกในความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติมีความเป็นพลเมืองที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมไทย และสังคมโลกได้อย่างผาสุก กับเพื่อให้บุคคลมีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก และมีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือ ปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็นมาตรา 6 ให้กรมมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้(1) การเรียนรู้ตลอดชีวิต(2) การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง(3) การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับนอกจากการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่ง กรมอาจจัดส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบอื่นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้ ทั้งนี้ ตามประกาศที่รัฐมนตรีกำหนด ประกาศดังกล่าวให้ระบุเป้าหมาย แนวทาง และวิธีการไว้ด้วยการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ให้คำนึงถึงความหลากหลาย และความต้องการของผู้เรียนและเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติมาตรา 11 การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับมีเป้าหมายเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนเพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามศักยภาพของผู้เรียนการจัดการเรียนรู้ตามวรรคหนึ่งต้องดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ โดยให้ปรับอายุและระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับสภาพความจำเป็นของผู้เรียนมาตรา 12 ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ให้กรมดำเนินการโดยคำนึงถึงแนวทาง ดังต่อไปนี้(1) เป็นการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซึ่งมิได้ศึกษาอยู่ในสถานศึกษาไม่ว่าด้วยเหตุใดเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษา(2) วิธีการจัดการเรียนรู้และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรต้องสอดคล้องกับพัฒนาการของโลก และสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความถนัดหรือความสนใจของตนทั้งนี้ วิธีการและหลักสูตรดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กรมและสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ร่วมกันกำหนด(3) การประเมินผลเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาให้ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อใช้กับผู้เรียนซึ่งมีความแตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม โดยต้องไม่ใช้วิธีการทดสอบความรู้ในทางวิชาการแต่เพียงด้านเดียว(4) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อจัด ส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ซึ่งได้รับคุณวุฒิระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษาตาม (1) เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


6ในกรณีที่เด็กตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับเข้ารับการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับกับหน่วยจัดการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าผู้ปกครองตามกฎหมายดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับแล้ว แต่ในการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กดังกล่าว กรมต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ หลักสูตร และระยะเวลาการเรียนให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของผู้เรียน โดยให้กรมและสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ร่วมกันออกแบบให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมาตรา 14 ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตามมาตรา 6 ให้หน่วยจัดการเรียนรู้มีอำนาจ รับรองคุณวุฒิให้แก่ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษา โดยออกเป็นประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตร หรือ ออกหนังสือรับรองความรู้เพื่อนำไปสะสมในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดมาตรา 15 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรมจัดให้มีระบบดังต่อไปนี้(1) ระบบการเทียบระดับการศึกษา เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ประสบการณ์ สมรรถนะ เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้จากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งตามมาตรา 6 หรือจากหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่งไปยังอีกหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่ง หรือจากหน่วยจัดการเรียนรู้หนึ่งไปยังสถานศึกษา หรือจากสถานศึกษามายังหน่วยจัดการเรียนรู้ หรือเพื่อประโยชน์ในการสะสมความรู้(2) ระบบนำผลการเทียบเคียงตาม (1) ไปสะสมเพื่อประโยชน์ในการได้รับการรับรองคุณวุฒิหรือเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ในการทำระบบดังกล่าวให้ทำร่วมกับสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้มาตรา 16 ให้กรมมีหน้าที่รับผิดชอบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตามมาตรา 6 และตามที่มีกฎหมายอื่นกำหนด รวมทั้งให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้(1) จัดให้มี ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้สื่อการเรียนรู้ และวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ บรรดาที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรม รวมทั้งนำหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หน่วยงานอื่นจัดทำไว้มาใช้ประโยชน์ได้(2) จัดทำแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งร่วมกับภาคีเครือข่ายในการติดตาม ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และประเมินผลสัมฤทธิ์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้(3) จัดให้มี ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการเรียนรู้(4) จัด ส่งเสริม และสนับสนุน การเรียนการสอน สภาพแวดล้อม ตลอดจนเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดเพื่อให้คนพิการ หรือบุคคลซึ่งมีความต้องการจำเป็นพิเศษสามารถเรียนรู้ได้โดยสะดวกและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทุกประเภทได้อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร


7(5) ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่ และทุกเวลา รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป(6) กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการออกประกาศนียบัตร วุฒิบัตร หรือหนังสือรับรอง ความรู้ให้แก่ผู้เรียนตามมาตรา 14(7) ดำเนินการเทียบระดับการศึกษา การเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียนตามมาตรา 15(8) จัดทำหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของหน่วยจัดการเรียนรู้หรือภาคีเครือข่าย(9) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถส่งเสริมการเรียนรู้และแนะแนวการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนสามารถสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาได้(10) ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือที่มีกฎหมายอื่นกำหนดการผลิตและพัฒนาหลักสูตรตาม (1) และจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ตาม (8)ให้หารือกับสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ก่อนหน้าที่และอำนาจของกรมไม่เป็นการตัดอำนาจหน่วยงานอื่นของรัฐหรือตัดสิทธิของบุคคลใดในการดำเนินการดังกล่าวตามอำนาจหรือสิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมายอื่น2. นโยบายจุดเน้นการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.25691. พลิกโฉมระบบการเรียนรู้สู่ความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และไร้รอยต่อ 1.1 ยกระดับการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง และทักษะที่จำเป็น สร้างทางเลือกที่หลากหลายและยืดหยุ่น เชื่อมโยงรูปแบบการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อ 1.2 ขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) และกลไกการเทียบโอนผล การเรียนรู้ (หน่วยกิต ความรู้และประสบการณ์) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียน และยกระดับคุณวุฒิ ทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ตามศักยภาพจริง 1.3 ผลักดันระบบการสอบเทียบระดับคุณวุฒิ “สอบเทียบ จบไว ได้งานจริง” ให้ผู้เรียน จบการศึกษาในแต่ละช่วงชั้นได้รวดเร็วขึ้น (Fast-track) ลดระยะเวลาเรียน และเปิดโอกาสสู่การศึกษาต่อ และเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันต่อความต้องการ 1.4 ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกลไกการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อลดข้อจำกัดและ อุปสรรค เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมที่หลากหลาย 1.5 ค้นหาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเยาวชน ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (NEETs) เพื่อสร้างโอกาสให้เข้าถึงและกลับเข้าสู่ระบบ การศึกษาอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thailand Zero Dropout\" 1.6 เสริมสร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยบูรณาการกลไกการตรวจสอบและ ประเมินผลทั้งภายในและภายนอก เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ


82. ขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่อาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้จริง และการพึ่งพาตนเองที่ยั่งยืน 2.1 ออกแบบและพัฒนาหลักสูตรอาชีพให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์พื้นที่ และความต้องการจ้างงาน ของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต 2.2 ส่งเสริมแนวทาง “Learn to Earn” ควบคู่กับการ Upskill / Reskill / Newskill เพื่อให้ผู้เรียนสร้างรายได้ทั้งในระหว่างเรียนและหลังจบการศึกษา 2.3 ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่ สร้างโอกาสทางธุรกิจในชุมชน และการต่อยอด ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม 2.4 พัฒนาทักษะและอาชีพใหม่ให้กลุ่มวัยเกษียณ เตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย สามารถสร้างรายได้ พึ่งพาตนเองได้ และลดภาระพึ่งพิงทางสังคม 3. ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคต สู่การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ 3.1 ยกระดับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้คุณภาพ บูรณาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาทักษะคิดเชิงวิเคราะห์ ทดลอง และ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย 3.2 มุ่งสร้างทักษะที่หลากหลาย (Multi Skill) และความยืดหยุ่น (Resilience) ให้ประชาชน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกการทำงาน เช่น ทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน ทักษะ การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการปรับตัว ทักษะด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ 3.3 ปลูกฝังความเป็นพลเมืองคุณภาพ ผ่านการบูรณาการการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ หน้าที่ พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตย และสถาบันหลักของชาติ ในบริบทที่ร่วมสมัย ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกสาธารณะ และความเป็นพลเมืองดี เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข 4. ยกระดับคุณภาพครู นักจัดการเรียนรู้ และสถานศึกษา 4.1 พัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Facilitator) ที่เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนรายบุคคล 4.2 เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินบุคลากรอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการเสริมสร้างวินัยและทักษะ การบริหารจัดการเงิน เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจและสร้างความมั่นคงในชีวิต 4.3 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์” ที่ผู้เรียนและบุคลากร มีความสุข ปลอดภัย เป็นมิตร มีคุณธรรม และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ที่แท้จริง 5. ส่งเสริมการใช้ Digital Platform เพื่อการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา 5.1 ส่งเสริมการใช้ Digital Platform กลาง ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ทุกประเภท ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกช่วงวัย ทุกพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงบริการทั้งหมดของ สกร. ได้ในจุดเดียว (One-Stop Service) 5.2 ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สนับสนุน การจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและช่วยการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 5.3 ขยายโอกาสการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่เชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และในชุมชน


96. ขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย 6.1 ยกระดับ ศกร.ระดับตำบล และ ศูนย์การเรียนชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ ที่พร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์ และบุคลากร 6.2 จัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยกระบวนการ เรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” 6.3 ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัย และการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ผ่านพื้นที่กิจกรรมที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งระหว่างคนต่างวัย 7. ปลุกพลังการอ่านและการรู้หนังสือเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น 7.1 ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “อ่านเปลี่ยนชีวิต” เพื่อเป็น เครื่องมือในการแก้ปัญหาชีวิต ต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิต 7.2 เพิ่มอัตราการรู้หนังสือให้กับประชาชน โดยเร่งพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมและเข้าถึงสวัสดิการรัฐได้ด้วยตนเอง 7.3 พัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น ห้องสมุดประชาชน Co-Reading Space และบ้านหนังสือชุมชน ให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงได้ง่าย 8. เสริมสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 8.1 พัฒนากลไกความร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่าย ร่วมออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่สะท้อนความต้องการและอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างแท้จริง 8.2 ขับเคลื่อนการเรียนรู้บนฐานข้อมูล Big Data ร่วมกับการวิเคราะห์บริบทพื้นที่ เพื่อออกแบบ การจัดการเรียนรู้ที่แม่นยำ ตอบโจทย์ และระดมทรัพยากรท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 8.3 พัฒนาและขยายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ 8.4 พลิกโฉมกรมส่งเสริมการเรียนรู้สู่ \"องค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีธรรมาภิบาล\" มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตื่นตัวต่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ภารกิจเร่งด่วน (Quick Win) 1. ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย 2. จัดสอบเทียบวัดระดับความรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3. สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่พลเมืองที่ดี ส่งเสริมความรู้เรื่องประชาธิปไตย สิทธิในการเลือกตั้งภารกิจสำคัญ (Flagship) 1. Thailand Zero Dropout : การแก้ไขปัญหาประชาชนที่หลุดหรืออยู่นอกระบบการศึกษา มุ่งลดและป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยการติดตาม คัดกรอง เข้าถึง และจัดรูปแบบการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย สนับสนุนให้กลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 2. Career Plus : “เติมเต็มทักษะ สร้างโอกาสอาชีพ” ร่วมมือกับภาคเอกชนออกแบบ และพัฒนาหลักสูตรอาชีพของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการตลาดแรงงานจริง เช่น ดิจิทัล


10ช่างเทคนิค อาหาร การดูแลผู้สูงอายุ โดยภาคเอกชนร่วมสนับสนุนด้านการฝึกอบรมและวิทยากร รวมทั้งฝึกอบรมตามหลักสูตรคุณวุฒิวิชาชีพที่กำหนด 3. Learning 3D : พื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ 1 จังหวัด 3 มิติความสำเร็จ คัดเลือกพื้นที่นำร่อง โดย 1 จังหวัดมีผลงานเด่นครอบคลุมการเรียนรู้ทั้ง 3 รูปแบบ(ผ่านการคัดเลือกอำเภอหรือกลุ่มโซนอำเภอนำร่องละ 1 รูปแบบ) ใช้พื้นที่เป็น Sandbox ต้นแบบ สามารถถอดบทเรียนและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นได้จริง 4. Learning T - Map : ปักหมุดแหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน จัดทำแผนที่ตำบลที่แสดงตำแหน่ง ของแหล่งเรียนรู้อย่างชัดเจน ติดตั้งแผนที่ในพื้นที่บริการของ ศกร. ระดับตำบล รวมทั้งพัฒนาข้อมูลแผนที่ แหล่งเรียนรู้เป็นระบบดิจิทัล (Digital Directory) ค้นหาผ่าน QR Code และสมาร์ทโฟน แสดงพิกัดและข้อมูล สำคัญเช่น ประวัติ กิจกรรม เวลาเปิด-ปิด แบบ Real-time เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง “ขุมทรัพย์ความรู้ใกล้บ้าน” ได้สะดวก 5. Smart Digital Library : ห้องสมุดดิจิทัล“Hub การอ่านยุคใหม่”คัดเลือกห้องสมุดประชาชนเป้าหมาย 77 แห่งทั่วประเทศที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการผ่านระบบ ห้องสมุดดิจิทัลที่สามารถให้บริการ E-Book วารสาร สื่อการเรียนรู้ และฐานข้อมูลออนไลน์ รองรับการใช้งาน ผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ให้ประชาชน “อ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา” 6. Learning Passport : พาสปอร์ตการเรียนรู้ จัดทำสมุดบันทึกการเรียนรู้ของประชาชน เช่น การใช้บริการห้องสมุดประชาชน ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา การอบรม การฝึกอาชีพ การเรียนรู้ในชุมชน หรือการเรียนออนไลน์ ใช้เป็นหลักฐานประกอบการเทียบโอนหน่วยกิต ความรู้ และประสบการณ์ เชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลการเรียนรู้ สนับสนุนการเข้าสู่ระบบคุณวุฒิและธนาคารหน่วยกิต 7. ระบบเชื่อมโยงการเรียนรู้ 3 รูปแบบ มุ่งพัฒนากลไกการเทียบเคียงและเทียบโอนผล การเรียนรู้ เชื่อมโยงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ให้สามารถสะสมในระบบธนาคารหน่วยกิตแบบไร้รอยต่อ นำไปสู่การยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาอย่างเป็น ระบบ 8. Co - Reading Space มุมหนังสือใกล้บ้าน ต่อยอดจาก “บ้านหนังสือชุมชน” โดยจัดตั้ง “มุมหนังสือหมู่บ้าน” ในจุดที่ประชาชนเข้าถึงง่าย เช่น ศาลาประชาคม วัด ร้านค้า ศูนย์เด็กเล็ก หรือบ้านผู้นำ ชุมชน ใช้เป็นจุดกระจายหนังสือหมุนเวียนจากบ้านหนังสือชุมชน และประสานงานกับห้องสมุดประชาชน ในการจัดกิจกรรมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง


113. ใบความรู้เอกสารสื่อประชาสัมพันธ์ อ่านออนไลน์ สื่อการอ่านส่งเสริมอาชีพ ตะกร้าความรู้สู่ชุมชนเอกสารประกอบกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มุมต่างๆ และกิจกรรม DIY. สร้างได้ให้เลย


12


13


143. การจัดกิจกรรมเชิงรุก ห้องสมุดเคลื่อนที่สู่ชุมชนในเขตอำเภอชุมพลบุรีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับประชาชนทั่วไป ผู้รับบริการ อาทิเช่น การอ่านสร้างอาชีพ บริการหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วารสารประจำเดือนและให้บริการยืม – คืน ภานในและภายนอกห้องสมุด


15


16วิธีการประดิษฐ์โบว์ไวอาลัยจากริบบิ้นสีดำ


17บทที่ 3วิธีการดำเนินงานห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี ดำเนินการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ดังนี้1. ประชากรกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาประชากร คือ ผู้เรียน สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี จำนวน 1,500 คนกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เรียน สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี จำนวน 306 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านตามรอยพระราชกรณียกิจ แม่หลวงของแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เป็นแบบสอบถามที่ใช้ในการประเมินผลโครงการฯ โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นการตรวจสอบรายการ (Check list) ได้แก่ เพศอายุ และระดับการศึกษาตอนที่ 2 แบบสอบถามระดับความพึงพอใจที่มีต่อการเข้าร่วมโครงการฯ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) 5 ระดับ ดังนี้5 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด4 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก3 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง2 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อย1 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สุดตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอื่นๆ เป็นคำถามปลายเปิด3. การเก็บรวบรวมข้อมูล1. การเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินโครงการฯ จากการตอบแบบสอบถามความคิดเห็นของจากผู้เข้าร่วมโครงการ2. นำแบบสอบถามที่ได้รับคืน มาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์และนำผลคะแนนที่ได้จากการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยวิธีทางสถิติ


184. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้4.1 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล4.1.1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ และระดับการศึกษา วิเคราะห์โดยหาค่าร้อยละ (Percentage)4.2.2 ข้อมูลระดับความพึงพอใจต่อโครงการฯ วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( )ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยการนำค่าเฉลี่ยที่ได้จากการวิเคราะห์ไปทำการเปรียบเทียบกับเกณฑ์เพื่อใช้ในการแปลความหมาย เป็นรายด้านและรายข้อ โดยใช้เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด, 2553, หน้า 121) ดังต่อไปนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อยค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อยที่สุด4.2.3 ข้อเสนอแนะ นำข้อมูลมาสรุปแล้วเขียนเป็นข้อมูลเชิงพรรณนา4.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล4.2.1 ค่าร้อยละ (Percentage)4.2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean : )4.2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation : S.D.)XX


19บทที่ 4 ผลการดำเนินงานห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี ได้ดำเนินการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไปในเขตอำเภอชุมพลบุรี จำนวน 1,500 คน สถานที่ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี และในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์สรุปผลการดำเนินงานโครงการโดยการเก็บข้อมูลจาก ผู้เข้าร่วมโครงการใช้แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อโครงการ โดยสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 306 คน ดังนี้ผลการวิเคราะห์ข้อมูล1.ข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมกิจกรรมตารางที่ 1 แสดงจำนวนร้อยละแยกตามเพศเพศ จำนวน เปอร์เซ็นต์ชาย 199 65หญิง 107 35รวม 306 100จากตารางที่ 1 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือเพศหญิง จำนวน 199 คน ร้อยละ 65 เพศชาย จำนวน 107 คน ร้อยละ 35 ตามลำดับตารางที่ 2 แสดงจำนวนร้อยละแยกตามอายุรายการช่วงอายุ( ปี )20 - 39 40 – 59 60 ปีขึ้นไปจำนวน ( คน ) 211 88 7เปอร์เซ็นต์ 69 29 2จากตารางที่ 2 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในช่วงอายุ20 - 39 ปี เข้าร่วมโครงการมากที่สุด จำนวน 211 คน ร้อยละ 69 รองลงมา ช่วงอายุ 40 - 59 ปีจำนวน 88 คน ร้อยละ 29 และช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2 ตามลำดับตารางที่ 3 แสดงจำนวนร้อยละระดับการศึกษารายการระดับการศึกษาประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน ( คน ) 40 109 157เปอร์เซ็นต์ 13.07 35.63 51.30


20จากตารางที่ 3 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุด จำนวน 157 คน ร้อยละ 51.30 รองลงมา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 109 คน ร้อยละ 35.63 และระดับประถมศึกษา จำนวน 40 คน ร้อยละ 13.07 ตามลำดับ2. ข้อมูลระดับความพึงพอใจที่มีต่อการเข้าร่วมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ดังนี้ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation : C)ที่ รายการระดับความพึงพอใจ n = 80มากที่สุด มากปานกลางน้อย น้อยที่สุด?̅ ร้อยละ S.D. แปลผล ?̅ 1 กิจกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด2 ความเหมาะสมของสถานที่ในการจัดกิจกรรม259 47 0 0 0 4.85 96.93 0.36 มากที่สุด3 บรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้245 52 3 6 0 4.75 95.03 0.57 มากที่สุดรวม 4.87 97.32 0.31 มากที่สุดจากตารางที่ 4 พบว่า ด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation : C) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.87, S.D. = 0.31) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่กิจกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ความเหมาะสมของสถานที่ในการจัดกิจกรรม (?̅ = 4.85, S.D. = 0.36) และบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ (?̅ = 4.75, S.D. = 0.57) ตารางที่ 5 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation : I)ที่ รายการระดับความพึงพอใจ n = 80มากที่สุด มากปานกลางน้อย น้อยที่สุด?̅ ร้อยละ S.D. แปลผล ?̅ 1 วิทยากรมีความรู้ ความสามารถใน298 6 2 0 0 4.97 99.35 0.21 มากที่สุด


21การถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดี2 วิทยากรมีรูปแบบและเทคนิคการถ่ายทอดที่เหมาะสม268 36 1 1 0 4.87 97.32 0.38 มากที่สุด3 วิทยากรกระตุ้นให้ผู้เข้ารับโครงการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้300 6 0 0 0 4.98 99.61 0.14 มากที่สุด4 เอกสาร สื่อ ที่ใช้ประกอบกิจกรรมโครงการ มีความเหมาะสม295 10 1 0 0 4.96 99.22 0.21 มากที่สุด5 เนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด6 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมโครงการ มีความเหมาะสม265 40 1 0 0 4.86 97.25 0.35 มากที่สุดรวม 4.94 98.79 0.22 มากที่สุดจากตารางที่ 5 ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation : I) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.94, S.D. = 0.22) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) วิทยากรกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (?̅ = 4.98, S.D. = 0.14) วิทยากรมีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดี (?̅ = 4.97, S.D. = 0.21) เอกสาร สื่อ ที่ใช้ประกอบการอบรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.96, S.D. = 0.21) วิทยากรมีรูปแบบและเทคนิคการถ่ายทอดที่เหมาะสม (?̅ = 4.87, S.D. = 0.38) ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.86, S.D. = 0.35) และ ตามลำดับ


22ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P )ที่ รายการระดับความพึงพอใจ n = 80มากที่สุด มากปานกลางน้อย น้อยที่สุด?̅ ร้อยละ S.D.แปลผล ?̅ 1 รูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนการจัดโครงการ มีความเหมาะสม297 9 0 0 0 4.97 99.41 0.17 มากที่สุด2 กระบวนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม278 8 10 10 0 4.81 96.21 0.64 มากที่สุด3 การมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด4 รูปแบบ วิธีการวัด และประเมินผลมีความเหมาะสม306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุดรวม 4.95 98.91 0.20 มากที่สุดจากตารางที่ 6 ด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P ) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.95, S.D. = 0.21) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่การมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) รูปแบบ วิธีการวัดและประเมินผลมีความเหมาะสม (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00)รูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนการจัดโครงการ มีความเหมาะสม (?̅ = 4.97, S.D. = 0.17) และกระบวนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.81, S.D. = 0.64) ตามลำดับ


23ตารางที่ 7 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านผลผลิต (Product Evaluation : P )ที่ รายการระดับความพึงพอใจ n = 80มากที่สุด มากปานกลางน้อย น้อยที่สุด?̅ ร้อยละ S.D.แปลผล ?̅ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาของกิจกรรมโครงการ และมีวิธีการวัดและประเมินคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551298 6 2 0 0 4.97 99.35 0.21 มากที่สุด2 ผู้เรียนมีทักษะและสามารถปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551298 8 0 0 0 4.97 99.48 0.16 มากที่สุด3 ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมโครงการฯ306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด4 ผู้เรียนมีทักษะในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุด5 ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้250 10 36 6 4 4.62 92.42 0.86 มากที่สุดรวม 4.91 98.25 0.25 มากที่สุด


24จากตารางที่ 7 พบว่า ด้านผลผลิต โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.91, S.D. = 0.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมโครงการฯ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ผู้เรียนมีทักษะในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ผู้เรียนมีทักษะและสามารถปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม (?̅ = 4.97, S.D. = 0.21) ผู้เรียนมีทักษะและสามารถปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (?̅ = 4.97, S.D. = 0.16) และผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้(?̅ = 4.62, S.D. = 0.86) ตามลำดับตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯที่ รายการระดับความพึงพอใจ n = 80มากที่สุด มากปานกลางน้อย น้อยที่สุด?̅ ร้อยละ S.D.แปลผล ?̅ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569306 0 0 0 0 5.00 100.00 0.00 มากที่สุดรวม 4.92 98.40 0.24 มากที่สุดจากตารางที่ 8 ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 อยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 5.00 S.D. = 0.00)ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ..................................................................ไม่มีข้อเสนอแนะ........................................................................... ......


25บทที่5สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะการประเมินการดําเนินงานโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นการประเมินเพื่อให้ได้มาซึ่งขอมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพ สามารถนําไปใช้เพื่อการตัดสินใจขยายการดําเนินงานโครงการในครั้งต่อไป ดังนี้สรุปผลการศึกษาห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี ได้ดำเนินการจัดโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จำนวน 1,500 คนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 306 คน สถานที่ดำเนินการจัดกิจกรรม ณ ห้องสมุดประชาขนอำเภอชุมพลบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี และในขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ โดยวิเคราะห์ข้อมูลเป็น 3 ตอน ดังนี้ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป เพศ ผู้เข้าร่วมโครงการเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือเพศหญิง จำนวน 199 คน ร้อยละ 65 เพศชาย จำนวน 107 คน ร้อยละ 35 ตามลำดับอายุผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ในช่วงอายุ 20 - 39 ปี เข้าร่วมโครงการมากที่สุด จำนวน 211 คน ร้อยละ 69 รองลงมา ช่วงอายุ 40 - 59 ปี จำนวน 88 คน ร้อยละ 29 และช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2 ตามลำดับระดับการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุด จำนวน 157 คน ร้อยละ 51.30 รองลงมา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 109 คน ร้อยละ 35.63 และระดับประถมศึกษา จำนวน 40 คน ร้อยละ 13.07 ตามลำดับตอนที่ 2 ข้อมูลระดับความพึงพอใจที่มีต่อการเข้าร่วมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านตามรอยพระราชกรณียกิจ แม่หลวงของแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2569 ดังนี้ ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation : C) ด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation : C) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.87, S.D. = 0.31) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่กิจกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ความเหมาะสมของสถานที่ในการจัดกิจกรรม (?̅ = 4.85, S.D. = 0.36) และบรรยากาศเอื้อต่อการเรียนรู้ (?̅ = 4.75, S.D. = 0.57)


26 ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation : I)ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation : I) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.94, S.D. = 0.22) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ เนื้อหาสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) วิทยากรกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (?̅ = 4.98, S.D. = 0.14) วิทยากรมีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างดี (?̅ = 4.97, S.D. = 0.21) เอกสาร สื่อ ที่ใช้ประกอบการอบรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.96, S.D. = 0.21) วิทยากรมีรูปแบบและเทคนิคการถ่ายทอดที่เหมาะสม (?̅ = 4.87, S.D. = 0.38) ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.86, S.D. = 0.35) และ ตามลำดับ ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P )ด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P ) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 4.95, S.D. = 0.21) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) รูปแบบ วิธีการวัดและประเมินผลมีความเหมาะสม (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) รูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนการจัดโครงการ มีความเหมาะสม (?̅ = 4.97, S.D. = 0.17) และกระบวนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม (?̅ = 4.81, S.D. = 0.64) ตามลำดับ ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการฯ ด้านผลผลิตด้านผลผลิต โ ดยภ าพรว มอยู่ในระดับมากที่สุด ( ?̅ = 4.91, S.D. = 0.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมโครงการฯ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ผู้เรียนมีทักษะในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (?̅ = 5.00, S.D. = 0.00) ผู้เรียนมีทักษะและสามารถปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม (?̅ = 4.97, S.D. = 0.21) ผู้เรียนมีทักษะและสามารถปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (?̅ = 4.97, S.D. = 0.16) และผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ (?̅ = 4.62, S.D. = 0.86) ตามลำดับ ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569ความพึงพอใจที่มีต่อโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 อยู่ในระดับมากที่สุด (?̅ = 5.00 S.D. = 0.00)ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอื่นๆ เป็นคำถามปลายเปิด ไม่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม


27อภิปรายผลการศึกษาการประเมินโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ได้ดำเนินการตามรูปแบบการประเมินทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ผลการประเมินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด คือ การดำเนินโครงการมีการวิเคราะห์สภาพปัญหาการดำเนินโครงการ การศึกษาความต้องการของผู้ที่ร่วมดำเนินโครงการ วางแผนและจัดทำให้ตรงตามสภาพที่แท้จริงมากที่สุด ทำให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแนวคิดในการวางแผนของอุทัย บุญประเสริฐ (2532 : 23) ที่กล่าวว่าถ้าหน่วยงานใดมีการวางแผน โดยวางแผนเป็นไปด้วยดี มีประสิทธิภาพ มีแผนงานที่ดีตั้งแต่ต้น การปฏิบัติงานตามแผนย่อมมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นการจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานตามขั้นตอนโดยละเอียดการดำเนินงานตามปฏิทินปฏิบัติงานที่กำหนดทุกขั้นตอน และทุกกิจกรรม ทำให้ผลการปฏิบัติงานมีคุณภาพโดยเฉพาะการนิเทศติดตามกำกับและให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งซึ่งผลที่ได้สามาถนำไปใช้ในการปรับปรุงโครงการในปีต่อ ๆ ไป เพื่อจะได้ทราบว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอน ได้ตรงตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ และจะต้องนำผลการประเมินมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของหน่วยงาน ข้อเสนอแนะ1. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติควรให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ ตลอดจนร่วมกัน วางแผนโครงการดำเนินงานไปตามโครงการ และติดตามประเมินผลการจัดทำโครงการต่างๆ ร่วมกัน2. ข้อเสนอแนะเพื่อการดำเนินงานต่อไปควรมีการศึกษาผลลัพธ์(Outcome) หรือผลกระทบ (Impact) ของโครงการที่มีต่อผู้ร่วมโครงการในลักษณะของการติดตามผล (Follow-up or Tracer Study) เพื่อดูผลสรุปรวมและประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ ที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อการกำหนดแนวทางการขยายโครงการอย่างต่อเนื่อง ลงชื่อ............................................ ผู้รายงาน (นายจิรพงษ์ ศรีพิทักษ์) บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ ลงชื่อ............................................ ผู้รับรอง (นางสำลี ธราวุธ) ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี


ภาคผนวก - ภาคผนวก ก ภาพกิจกรรม- ภาคผนวก ข โครงการ- ภาคผนวก ค แบบประเมินความพึงพอใจ


ภาคผนวก ก ภาพกิจกรรม


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรีและเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


รูปภาพกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี และเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2569


ภาคผนวก ข โครงการ/คำสั่ง


1. โครงการ ห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ๒. สอดคล้องกับนโยบายและจุดเนนการดำเนินงานกรมสงเสริมการเรียนรูประจำปงบประมาณ พ.ศ. 256๙ ๗. ปลุกพลังการอ่านและการรู้หนังสือเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ๗.๑ ส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “อ่านเปลี่ยนชีวิต” เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาชีวิต ต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวิต๗.๒ เพิ่มอัตราการรู้หนังสือให้กับประชาชน โดยเร่งพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกรรมและเข้าถึงสวัสดิการรัฐได้ด้วยตนเอง๗.๓ พัฒนาและเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เช่น ห้องสมุดประชาชน Co-Reading Space และบ้านหนังสือชุมชน ให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงได้ง่าย สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มาตรฐานการศึกษาสำหรับสถานศึกษาที่จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านที่ 1 คุณภาพของผู้เรียนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เรียนการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีคุณลักษณะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านที่ ๒ คุณภาพการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๒.๑ การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความหลากหลายสอดคล้องกับความสนใจ ความถนัดของกลุ่มเป้าหมาย และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม๒.๒ สื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความหลากหลายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ วิธีการจัดการเรียนรู้ และความต้องการของผู้เรียน๒.๓ แหล่งเรียนรู้ แหล่งส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เข้าถึงง่ายเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต๒.๔ ครูและผู้จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตมีความสามารถในการกระตุ้น ชี้แนะ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต๒.๕ ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต๒.๖ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ภายในชุมชน ท้องถิ่น๓. หลักการและเหตุผล หนังสือมีส่วนช่วยสร้างความสำเร็จในการดำรงชีวิตของบุคคล เสริมสร้างความรู้ความคิดแก่ผู้อ่าน ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในพิธีเปิดปีหนังสือ ระหว่างชาติและงานแสดงการพิมพ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๒๑ ว่า \"หนังสือเป็นเสมือนคลังที่รวบรวมเรื่องราวควารู้ ความคิด วิทยาการทุกด้านทุกอย่างซึ่งมนุษย์ได้เรียนรู้ ได้คิดอ่านและพากเพียรพยายาม บันทึกรักษาไว้ด้วยลายลักษณ์อักษร หนังสือแพร่ไปที่ไปที่ใดความรู้ความคิดก็แพร่ไปที่นั้น หนังสือจึงเป็นสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ที่จะประมาณมิได้ ในแง่ที่เป็นบ่อเกิดแห่งการเรียนรู้ของมนุษย์หนังสือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งกาย ความคิด การประกอบ อาชีพ ทั้งการศึกษาค้นคว้า และในที่สุด การโครงการลำดับที่ 4 / ๒๕๖๙


สร้างวัฒนธรรมการอ่านหนังสือจะสร้างความเปลี่ยนแปลง\" ในความเป็นจริง มีหนังสือดี ๆ ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากที่อยู่ในมือของผู้อ่านที่มีโอกาสเท่านั้น หากสามารถมีวิธีการทำให้หนังสือดี ๆ เหล่านี้ไปถึงผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือดี ก็จะทำให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้น การแบ่งปันหนังสือดีมีคุณภาพ จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรรมการอ่าน อย่างกว้างขวาง และยั่งยืนที่จะทำให้คนในชุมชนได้อ่านหนังสือดี มีคุณภาพมากขึ้น และช่วยยกระดับการอ่าน การเรียนรู้ ความคิด สติปัญญา พัฒนาการด้านอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการสานสัมพันธ์ของคนในครอบควังในการปลูกฝังรักการอ่านให้เกิดขึ้นในทุกบ้าน และพัฒนารักการอ่านของประชาชน การอ่านหนังสือเป็นการพัฒนาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ การอ่านหนังสือของคนไทยเป็นกิจกรรมที่ไม่นิยมแม้ในหมู่ผู้รู้หนังสือแล้ว โดยเฉพาะการอ่านหนังสือที่ดีและมีสาระยิ่งน้อยลงไปอีก อันมีสาเหตุจากการขาดแคลนหนังสือที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้อ่าน การขาดแคลนแหล่งหนังสือที่จะยืมอ่านได้ ไปจนถึงการถูกดึงความสนใจและการแย่งเวลาของสื่ออื่น ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง สื่อสังคมออนไลน์ ฯลฯ รวมทั้งขาดการชักจูงและกระตุ้นการสร้างนิสัยรักการอ่านทั้งจากในและนอกห้องเรียน จึงเป็นเรื่องยากเมื่อเทียบกับความเพลิดเพลินและการได้ฟังได้รู้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ จากสื่ออื่น ๆ แล้ว การอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต้องใช้ความพยายามมากกว่า และต้องมีทักษะในการอ่าน ถ้าจะให้การอ่านหนังสือเกิดเป็นนิสัย จำเป็นต้องมีการปลูกฝั่งและชักชวนให้เกิดความสนใจในการอ่านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักอ่าน สร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในการส่งเสริมการอ่าน เพื่อทำให้การอ่านเป็นที่สนใจมากขึ้นทั้งในห้องสมุด สถานศึกษา หรือในแหล่งชุมชน และเพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีช่องทางเข้าถึงการอ่านในแหล่งเรียนรู้ใกล้ตัว โดยมีห้องสมุดประชาชน ศกร. ตำบล ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน บ้านหนังสือชุมชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเสริมสร้างการรักการอ่านในชุมชนได้อย่างยังยืน จากความสำคัญดังกล่าวห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรี ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดสุรินทร์ จึงจัดทำโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ 2569 เชิงรุกเพื่อกระตุ้นเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายบริการ จากแหล่งเรียนรู้ใกล้นำไปสู่การส่งเสริมการอ่านเคลื่อนที่ ให้สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เท่าทันเหตุการณ์ปัจจุบัน ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนในชุมชนให้มีนิสัยรักการอ่านเพิ่มขึ้นและสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๔. วัตถุประสงค์1. เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย2. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านกิจกรรมห้องสมุดประชาชนที่หลากหลายและทันสมัย3. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ๕. กลุ่มเป้าหมาย ๕.๑ เชิงปริมาณ - ประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีจำนวน 1,๕00 คน๕.๒ เชิงคุณภาพ - ประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีมีความรู้ มีทักษะ หรือได้รับประสบการณ์จากการ- ๒ -


อ่านและการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรีจัดให้บริการ ตามความต้องการและความสนใจตนเอง- ร้อยละ ๘๐ ของผู้รับบริการมีความพึ่งพอใจจากการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ อยู่ในระดับดีขึ้นไป ๖. วิธีดำเนินการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่ม เป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ ๑. การวางแผน(Plan) ประชุมผู้บริหาร และคณะครู สกร.อำเภอชุมพลบุรี โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมระดมความคิด๑. เพื่อวางแผนการดำเนินงานผู้บริหาร และคณะครู สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรี20 คน สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรีตุลาคม๒๔๖๘ -๒. การปฏิบัติตามแผน (Do)ดำเนินงานตามโครงการฯ โดยมีกิจกรรม ดั้งนี้- กิจกรรมอ่านสืบสานพระราชกรณียกิจ- กิจกรรมตะกร้าหนังสือเคลื่อนที่- กิจกรรมแนะนำหนังสือน่าอ่าน- DIY. สร้างได้ให้เลย- กิจกรรมอ่านสร้างอาชีพ- กิจกรรมนำความรู้พาสืบสาน รักษาต่อยอด 1. เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย 2. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านกิจกรรมห้องสมุดประชาชนที่หลากหลายและทันสมัย 3. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแสวงหาความรู้ และการใช้สื่อสารสนเทศอย่างเหมาะสม 4. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 5. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการพัฒนาการอ่านและการเรียนรู้ประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี1,500คนเขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรีพฤศจิกายน 2568 –มีนาคม 2569 8,220.- - 3 -


กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่ม เป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ งานประเพณีประจำอำเภอ- กิจกรรมส่งเสริมสร้างสรรค์ศิลปะวัยเด็ก วันเด็กแห่งชาติ- เกมส์น่ารู้เสริมทักษะความจำ๓. การตรวจสอบหรือประเมินผล (Check)เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการฯบรรณารักษ์ ๑ คน สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรีมีนาคม 2569 -๔. การนำผลการประเมินมาปรับปรุงงาน(Action) นำผลการประเมินมาปรับปรุงโครงการในครั้งต่อไปเพื่อทราบผลการดำเนินโครงการและปรับปรุงพัฒนาโครงการบรรณารักษ์ ๑ คน สกร.ระดับอำเภอชุมพลบุรีมีนาคม2569 -หมายเหตุกิจกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม๗. วงเงินงบประมาณ แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผลผลิตหน่วยงานสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้: งบดำเนินงาน รหัสงบประมาณ 2033432004002000000 : ๓72004 รหัสกิจกรรมหลัก 20334680002900000 จำนวน 8,220 บาท (แปดพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน) เป็นค่าใช้จ่ายดังนี้7.1 ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 8,220.- บาท รวมเป็นเงิน 8,220 บาท (แปดพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน)รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,220 บาท ( -แปดพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน- ) หมายเหตุ ถัวจ่ายตามรายการจ่ายที่จ่ายจริง- ๔ -


๘. แผนการใช้จ่ายงบประมาณ แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ผลผลิตหน่วยงานสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ กิจกรรมสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้: งบดำเนินงาน รหัสงบประมาณ 2033432004002000000 : ๓72004 รหัสกิจกรรมหลัก 20334680002900000 ๙. ผู้รับผิดชอบโครงการ นายจิรพงษ์ ศรีพิทักษ์ บรรณารักษ์จ้างเหมา ๑๐. ระยะเวลาการดำเนินการ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ - เดือนมีนาคม พ.ศ.2569๑๑. สถานที่ ๑๑.๑ เขตพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี๑๒. เครือข่าย ๑๐.๑ โรงเรียนอนุบาลชุมพลบุรี ๑๐.๒ โรงเรียนผู้สูงอายุ ๑๐.๓ เทศบาลตำบลชุมพลบุรี ๑๓. โครงการที่เกี่ยวข้อง ๑๓.๑ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส่งความรู้สู่ชุมชน ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องสมุดประชาชนอำเภอชุมพลบุรีประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ๑๓.๒ กิจกรรมห้องสมุดสำหรับชาวตลาด ๑๓.๓ กิจกรรมบ้านหนังสือชุมชน๑๔. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๑๔.๑ ประชาชนมีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพิ่มขึ้น ๑๔.๒ ห้องสมุดประชาชนได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตและทันสมัย ๑๔.๓ เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านการส่งเสริมการอ่านในระดับชุมชน ๑๔.๔ ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพได้ 14.5 เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและยั่งยืนในชุมชนกิจกรรมหลัก ไตรมาส ๑(ต.ค.-ธ.ค. ๒๕๖๘) ไตรมาส ๒(ม.ค.-มี.ค.๒๕๖๙) ไตรมาส ๓(เม.ย.-มิ.ย.๒๕๖๙) ไตรมาส ๔(ก.ค.-ก.ย. ๒๕๖๙) โครงการห้องสมุดส่งเสริมการอ่านสร้างปัญญา พัฒนาคนไทย สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ 8,220.- - -- ๕ -


๑๕. ผลลัพธ์ (outcome) ประชาชนทุกช่วงวัย ในเขตอำเภอชุมพลบุรี มีความรู้ ทักษะ ความพึ่งพอใจ มีประสบการณ์ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ มีนิสัยรักการอ่านมากยิ่งขึ้นและเกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็งและยังยืนในชุมชน ๑๖. การติดตามประเมินผล แบบสอบถามความพึงพอใจ ลงชื่อ............................................ผู้เสนอโครงการ ลงชื่อ..............................................ผู้เห็นชอบโครงการ (นายจิรพงษ์ ศรีพิทักษ์) (นางสาวมุทิกา การงานดี) บรรณารักษ์ ครูชำนาญการ ลงชื่อ...........................................ผู้อนุมัติโครงการ (นางสำลี ธราวุธ) ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชุมพลบุรี - 6 -


Click to View FlipBook Version