เรื่องท่ี ๑
ความหมายของคา ประโยค และขอ้ ความที่เปน็ โวหาร
สวัสดคี ะ่ วนั นค้ี ณุ ครจู ะพานกั เรยี นทกุ คน
มาเรียนรเู้ รอื่ งความหมายของคา ประโยค
และข้อความทเี่ ปน็ โวหารกนั นะคะ
ความหมายของคา สามารถพจิ ารณาได้ดงั นี้
๑. คาทมี่ ีความหมายโดยตรง คอื คาท่ีมคี วามหมายตรงตัว
ไมต่ อ้ งตีความ เป็นความหมายทีป่ รากฏในพจนานุกรม
เชน่ กล้วย คือ ผลไมช้ นิดหนง่ึ เมื่อผลสกุ จะมสี เี หลอื ง
๒. คาทม่ี ีความหมายเปรียบเทียบหรือความหมายแฝง (โดยนยั )
คือ คาท่ีมีความหมายไมต่ รงตามตัวตอ้ งอาศยั การตีความ เชน่
คา ความหมายตรง ความหมายเปรยี บเทียบ(แฝง)
หิน เขาขวา้ งกอ้ นหิน แบบฝึกหัดทีโ่ รงเรียนวันน้ีหนิ จรงิ ๆ
หมู แม่พาฉันไปกนิ หมูกระทะ แบบฝึกหัดที่โรงเรยี นวนั นี้หมูมากๆ
ลงิ ลิงตัวนนั้ เกาะอยู่บนตน้ ไม้ เดก็ พวกนซ้ี นเปน็ ลิงเลย
มาดูคาอธิบายหน่อยค่ะ
o หิน ความหมายตรง หมายถึง ก้อนหนิ
ความหมายแฝง หมายถึง เร่ืองท่ียาก ไม่ง่าย อาการหนักเหมอื นยกหนิ
o หมู ความหมายตรง หมายถงึ สัตวท์ เ่ี รากินเนอ้ื ของมัน
ความหมายแฝง หมายถึง เร่อื งทงี่ ่าย สบายๆ
o ลิง ความหมายตรง หมายถึง สตั ว์ชนดิ หนง่ึ
ความหมายแฝง หมายถึง ซกุ ซน อยไู่ ม่น่ิง
๓. ความหมายเทียบเคียงกบั คาอ่นื มี ๔ ลกั ษณะ ดังนี้
- คาทม่ี ีความหมายเหมอื นกนั หรือคาไวพจน์ เช่น
ดวงจนั ทร์ ความหมายเหมือนคาว่า แข โสม ศศธิ ร วธิ ู แถง นิศากร
นก ” ปกั ษี สกุณา วิหค ปกั ษา
เด็ก ” กุมาร ผูเ้ ยาว์ เยาวชน ดรุณ
คาพูด ” วจี วาจา พจมาน
งาม ” โสภา วิจติ ร บรรเจิด อาไพ
- คาทมี่ คี วามหมายใกล้เคยี งกนั เชน่
ตดั มคี วามหมายใกล้เคียงคาวา่ ห่ัน,ปาด,เฉือน,เชอื ด,แล่
ส่งเสริม ” สนบั สนุน
ขา ” ขัน
- คาที่มคี วามหมายตรงข้ามกัน เชน่
o ดี ความหมายตรงข้ามกับ ช่ัว
สว่าง
o มืด ” กลา้
กลางวัน
o กลวั ” หลัง
o กลางคนื ”
o หน้า ”
- คาที่มคี วามหมายอยา่ งใดอย่างหนึง่ หรือหลายอยา่ งก็ได้
ขนึ้ อย่กู บั ชนดิ ของคา เช่น
***ขัน*** ***มนั ***
o คากริยา เชน่ ไก่ขัน (ร้อง, ส่งเสยี ง) o คานาม เชน่ ฉันชอบกินมนั แกว
o คากรยิ า เชน่ คุณพอ่ ขันนอตใหแ้ น่น
(ไมเ้ ถาหวั ใช้รับประทานได้)
(หมุน, ทาใหแ้ นน่ ) o คาสรรพนาม เชน่ ขโมยมันชอบมาดึก ๆ
o คานาม เชน่ แมใ่ ช้ขนั ตักนา้ (ภาชนะใส่น้า)
o คาวิเศษณ์ เชน่ คณุ ครเู ล่าเร่ืองขาขนั (คาใชเ้ รยี นผู้อ่นื อย่างไมย่ กย่อง)
o คาวเิ ศษณ์ เชน่ ขนมหวานร้านน้หี อมมันมาก
(บอกความรสู้ ึก)
(รสชาติ)
๑. ขอ้ ใดไม่มคี าทม่ี ีความหมายแฝง
๑. พนกั งานบญั ชีคนใหมท่ างานเปน็ เต่าจึงถูกหัวหนา้ ตาหนิ
๒. อริศราเปน็ ดาวเดน่ ของงานเลย้ี งชมรมศษิ ย์เก่าในค่าคนื น้ี
๓. การทอ่ งเท่ยี วแหง่ ประเทศไทยเชิญชวนทอ่ งเท่ยี วจงั หวดั ชมุ พรประตสู ภู่ าคใต้
๔. ในวันเดก็ แหง่ ชาติรัฐบาลจะเปดิ ทาเนียบรฐั บาลให้เด็ก ๆ นง่ั เก้าอี้ของ
นายกรฐั มนตรี
๒. คาทีข่ ดี เส้นใตใ้ นขอ้ ใดมคี วามหมายโดยตรงเพียงอย่างเดยี ว
๑. เลน่ เป็นลูกลิงลูกค่างอยา่ งนี้ของพังหมด
๒. น้องชายว่ิงไลล่ ูกหมาลูกแมวรอบบา้ นจนเหงอื่ ซก
๓. ไมค่ วรเอาลูกเสอื ลกู ตะเขม้ าเลี้ยง ระวังจะเดอื ดรอ้ น
๔. อย่าไปคดิ มากเลย นึกว่าปล่อยลูกนกลูกกากแ็ ล้วกัน
๓. ข้อใดอธบิ ายความหมายของคาไมถ่ กู ตอ้ ง
๑. “แมจ่ ะสรรหาสงิ่ ท่ีดีทสี่ ุดสาหรบั ลูก” สรร หมายถึง เลอื ก
๒. “สขุ สันตว์ นั เกิด” สนั ต์ หมายถึง ขอความเจริญรงุ่ เรอื งให้เกดิ ในชวี ติ
๓. “วิชาศลิ ปะช่วยพัฒนาความคดิ สร้างสรรค์” สร้างสรรค์ หมายถงึ สร้างให้มี สร้าง
ให้เปน็ ขน้ึ
๔. “แมงกระพรุน เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลงั ” สัน หมายถึง สิง่ ท่มี ลี กั ษณะนูนสงู ขนึ้
๔. คาใดมีความหมายเหมือนกบั คาว่า “พสุธา”
เมื่อเคราะห์ร้ายกายเรากเ็ ท่านี้ ไม่มีทพ่ี สุธาจะอาศยั
๑. หาว
๒. นภา
๓. เวหา
๔. ธรณี
๕. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของคาตามบรบิ ทได้ถูกตอ้ ง
ทาหนา้ ทเ่ี ป็นแมพ่ มิ พ์งามตามบทบาท พอใจกบั ธรรมชาติถ่ินทอี่ ยู่
มีรวงทองเต็มท้องนามปี ลาปู มมี ิตรผู้คอยจดุ ไฟให้พลงั
๑. แมพ่ มิ พ์ หมายถึง แมต่ วั อยา่ ง
๒. ธรรมชาติ หมายถึง สภาพภูมิประเทศ
๓. รวงทอง หมายถึง ดอกไมท้ ่มี ีสีเหลอื ง
๔. จดุ ไฟ หมายถึง การก่อกองไฟ
๖. คาท่ีเกย่ี วกับ “รส” ในข้อใดบอกความหมายนยั ตรงได้
๑. น่เี ธอจ๋า อย่าเปรี้ยวนักเลยเด๋ยี วมะนาวจะเรียกพนี่ ะ
๒. แหมไมไ่ หว จืดชืดไมเ่ ป็นสปั ปะรด รอู้ ยา่ งนีน้ อนดทู วี อี ยู่กับบา้ นดีกวา่
๓. โอย เจา้ หล่อนหวานเสียจนหนุ่ม ๆ น้าลายหยด
๔. ตายจริง เค็มออกอยา่ งน้ีระวงั โรคความดันโลหติ สงู กบั โรคไตนะ
๗. คาทีม่ ีความหมายโดยนยั ที่พมิ พต์ วั หนาในประโยคต่อไปน้ี
มีความหมายตรงกบั ขอ้ ใด
“นายเด๋อพดู จเ้ี ส้นดจี งั ”
๑. ทาใหห้ ายเมื่อย
๒. ทาให้จกั จ้ี
๓. ทาให้ตนื่ เตน้
๔. ทาให้ขบขัน
๘. ข้อใดมคี วามหมายตรงกับประโยค “อรรถพลเปน็ เดก็ ท่มี ี
ปฏิภาณไหวพรบิ ”
๑. อรรถพลเป็นเด็กท่ีวอ่ งไวทางานเรว็
๒. อรรถพลเป็นเด็กทพ่ี ูดจาฉะฉานชดั เจน
๓. อรรถพลเป็นเด็กฉลาดรจู้ กั แก้ไขปัญหาไดท้ ันที
๔. อรรถพลเป็นเดก็ ท่ีรู้ทันคนไมเ่ พล่ียงพลา้ งา่ ย ๆ
๙. การใชโ้ วหารในข้อใดมคี วามหมายไมถ่ กู ต้อง
๑. อญั ชนาร้สู กึ โกรธจึงพดู เสียงดังราวกับฟ้าผ่า จนทาให้เพือ่ น ๆ ตกใจ
๒. อญั ชลชี อบพดู จาแบบขวานผ่าซาก โผงผางไม่เกรงใจใคร ทาใหเ้ จ้านายไม่ชอบ
๓. อญั ชนกเป็นคนรอู้ ย่างเปด็ ทางานไดห้ ลายอย่าง แต่ไมม่ คี วามเชี่ยวชาญเลย
สกั อยา่ งเดียว
๔. อัญชลนิ เปรยี บเหมอื นดาวค้างฟา้ เคยเปน็ นักแสดงท่ีมชี อ่ื เสยี งมาก แต่ปัจจบุ ัน
ไม่มใี ครร้จู ัก
๑๐. คาทข่ี ีดเส้นใตใ้ นขอ้ ใดใชไ้ มถ่ กู ตอ้ งตามความหมาย
๑. พช่ี ายสะสมเหรียญและธนบตั รเก่าเปน็ งานอดิเรก
๒. เมอ่ื ได้ยนิ เสยี งระเบิดคุณปา้ กส็ ะดุ้งสุดตวั ดว้ ยความตกใจ
๓. เม่ือวานนฉี้ ันตากฝนจนรสู้ กึ หนาวสะเทือนเหมือนจะเป็นไข้
๔. เธอเขยี นหนงั สือตก ๆ หล่น ๆ ดว้ ยความสะเพร่าไม่รอบคอบ
ทำข้อสอบ
ไดไ้ หมคะ