The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษาไทย หลักภาษา ม.3 ตอน1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ชลิตพล โพธิ์เบ้า, 2021-09-10 03:38:15

ภาษาไทย หลักภาษา ม.3 ตอน1

ภาษาไทย หลักภาษา ม.3 ตอน1

ภาษาไทย หลกั ภาษาและการใช้ภาษา
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ตอนที่ ๑ ตอนท่ี ๒ ตอนท่ี ๓ ตอนที่ ๔

๑_หลกั สูตรวชิ าภาษาไทย
๒_แผนการจดั การเรยี นรู้
๓_PowerPoint_ประกอบการสอน
๔_ใบงาน_เฉลย
๕_ขอ้ สอบประจาหน่วย_เฉลย
๖_ข้อสอบ_เฉลย
๗_ขอ้ สอบO-NET_เฉลย
๘_การวดั และประเมินผล
๙_เสริมสาระ
๑๐_สอ่ื เสรมิ การเรยี นรู้

บรษิ ัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศพั ท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com

๑ตอนท่ี การพฒั นาทกั ษะการอ่าน ๑หน่วยการเรียนรู้ท่ี

การอา่ นออกเสยี ง

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. อำ่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้องได้
๒. มมี ำรยำทในกำรอำ่ น

ความร้เู บื้องตน้ เก่ยี วกบั การอ่าน

ความหมายและความสาคัญ

การอ่าน คือกระบวนกำรรบั รแู้ ละเข้ำใจสำรทีเ่ ปน็ ลำยลกั ษณ์
อักษร จำกนน้ั จงึ แปลสญั ลกั ษณอ์ ักษรเหลำ่ น้ันเป็นควำมรู้
โดยอำศยั ทักษะกำรอำ่ น กระบวนกำรคดิ ประสบกำรณ์

ระดบั ของการอ่าน

อา่ นได้ อ่านเปน็
แปลควำมหมำย จับใจควำมสำคญั แนวคิดของเรื่อง
รับรสู้ ำรผำ่ นตวั อกั ษร
รวมถึงควำมหมำยแฝง

จดุ ประสงคข์ องการอ่าน

อา่ นเพ่อื การเขยี น คอื กำรอ่ำนเพอ่ื นำควำมรมู้ ำใชใ้ นกำรเขียน
อ่านเพ่ือหาคาตอบ คอื กำรอำ่ นเพ่ือตอ้ งกำรคำตอบสำหรบั ประเด็นคำถำม จำกแหล่งค้นควำ้ และเอกสำร

อา่ นเพ่ือปฏิบตั ติ าม คอื กำรอ่ำนเพอ่ื ทำตำมคำแนะนำในข้อควำมหรือหนังสอื

อ่านเพื่อหาความรหู้ รอื สะสมความรู้ คือกำรอ่ำนเพือ่ เพ่ิมพูนประสบกำรณ์ ควำมรู้

อ่านเพอื่ ความบนั เทิง คอื กำรอำ่ นตำมควำมพอใจของผูอ้ ่ำน ผ่อนคลำย คลำยควำมทุกข์ใจ

อ่านเพื่อรูข้ า่ วสาร คือกำรอ่ำนเพอื่ ศึกษำ รับรูค้ วำมเปน็ ไปของโลก

อ่านเพื่อแก้ปญั หา คอื กำรอ่ำนเพอ่ื หำคำตอบ หรือแนวทำงกำรแก้ปัญหำ

ประเภทของการอ่าน

การอา่ นออกเสยี ง

คือกำรอำ่ นหนงั สือโดยทผ่ี ู้อ่ำนเปล่งเสยี งออกมำดังๆ
ในขณะที่อ่ำน โดยมีจดุ มุง่ หมำยต่ำงๆ เช่น
• เพือ่ สรำ้ งควำมบนั เทงิ
• เพอ่ื ถำ่ ยทอดข่ำวสำร
• เพอ่ื ประกำศ
• เพือ่ รำยงำนหรอื เพอื่ แถลงนโยบำย

การอา่ นในใจ

คือกำรทำควำมเข้ำใจสญั ลักษณ์ทีบ่ ันทึกไว้เปน็ ลำยลักษณ์อักษร
รวมถึงรปู ภำพและเครอ่ื งหมำยต่ำงๆ

ออกเป็นควำมหมำยโดยใช้สำยตำทอดไปตำมตวั อกั ษร
• ใชก้ ระบวนกำรคิด
• แปลควำมหมำย
• ตีควำมเพื่อรับสำรของเรื่องน้นั ๆ

มารยาทในการอ่านออกเสยี ง

การใช้น้าเสยี ง มบี ุคลิกภาพทด่ี ี

คือควรพจิ ำรณำใช้น้ำเสียงใหส้ อดคล้อง เหมำะสม คือกำรจดั ระเบียบทำ่ ยืน หรือนงั่ ใหเ้ หมำะสม ไม่ควรยกร่ำง
กับเนอื้ หำ ไม่ควรดัดเสียงจนฟงั ไมเ่ ปน็ ธรรมชำติ ข้อควำมขึ้นมำใหผ้ ้ฟู ังเห็น หรอื อำ่ นจนไม่สนใจผู้ฟัง

ควรสังเกตปฏกิ ริ ิยาของผู้ฟงั ไม่ควรใชถ้ อ้ ยคาไมส่ ภุ าพ
แสดงอำรมณโ์ มโห หงดุ หงิด ฉนุ เฉยี ว
ผฟู้ งั เข้ำใจเรื่องรำวตำมผู้อ่ำนทนั หรอื ไม่
ปรบั เพิม่ - ลดควำมเรว็ ในกำรอำ่ น ว่ำกล่ำวตกั เตือน
เพอ่ื ดึงให้ผฟู้ ังกลบั มำมสี ่วนรว่ ม เมือ่ เหน็ วำ่ ผฟู้ งั ไม่สนใจ

การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว

ความหมายและความสาคัญ

รอ้ ยแก้ว
• เปน็ ควำมเรยี งท่ีเรยี บเรียงขึน้ โดยไม่มกี ำรบังคับสมั ผสั ฉนั ทลกั ษณ์
• เปน็ ควำมเรยี งท่สี ละสลวยในรปู แบบกำรบรรยำย พรรณนำ เทศนำ

สำธกหรือ อุปมำโวหำร รวมถึงบทพูด บทสนทนำ บทสัมภำษณ์
ประกำศหรือขำ่ วสำรตำ่ งๆ

การอ่านออกเสียงรอ้ ยแก้ว
• กำรอ่ำนหนังสือโดยกำรท่ผี อู้ ำ่ นเปล่งเสยี งออกมำดงั ๆ ในขณะทอ่ี ำ่ น

โดยมีจดุ มุง่ หมำยทีแ่ ตกตำ่ งกนั เชน่ เพอื่ ถ่ำยทอดควำมรู้ เพอื่ สรำ้ ง
ควำมบนั เทงิ และควำมพอใจ

การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรอง

ความหมายและความสาคญั

รอ้ ยกรอง
หมำยถงึ คำประพันธ์ที่แต่งโดยมีกำรบังคับจำนวนคำ
สัมผัส ฉนั ทลักษณ์ ตำมแบบแผนของรอ้ ยกรองแต่ละประเภท

ได้แก่ โคลง ฉันท์ กำพย์ กลอน ร่ำย เป็นต้น

การอา่ นออกเสยี งร้อยกรอง
กำรอำ่ นออกเสียงงำนเขยี นรอ้ ยกรองประเภทต่ำงๆ

เพ่ือสอื่ เน้ือหำและอำรมณค์ วำมรสู้ ึก
ที่ปรำกฏไปสู่ผรู้ ับสำรด้วยทว่ งทำนองท่แี ตกตำ่ งกนั

แนวทางการอ่านบทร้อยกรองเบ้อื งต้น

ต้องร้จู กั ฉนั ทลกั ษณ์ หรอื ลักษณะบงั คับของร้อยกรองประเภทตำ่ งๆ
ต้องรจู้ กั ทานอง ลีลำและกำรเออื้ นเสยี งของบทร้อยกรองแต่ละประเภทให้ถกู ตอ้ ง

ตอ้ งรจู้ กั เออ้ื นเสยี ง ตำมชนดิ ของคำประพนั ธ์นน้ั ๆ โดยลำกเสยี งช้ำๆ
ต้องรจู้ ักอ่านรวบคา หรอื พยำงคท์ เ่ี กนิ จำกที่กำหนดไวใ้ นฉนั ทลักษณ์
ต้องรู้จกั อา่ นคา ให้ถกู ตอ้ งตำมอักขรวธิ ี ไมผ่ ดิ สระ ผดิ พยัญชนะ หรือวรรณยุกต์

ร้จู ักใส่อารมณ์ ควำมร้สู ึกลงในคำประพนั ธ์ทีอ่ ่ำน
พยายามไม่อ่านฉกี คา หรือฉกี ควำม

๒หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี

การอา่ นจบั ใจความ

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. ระบุควำมแตกตำ่ งของคำที่มคี วำมหมำยโดยตรงและควำมหมำยโดยนยั ได้
๒. ระบใุ จควำมสำคัญและรำยละเอยี ดของข้อมลู ทส่ี นับสนุนจำกเรือ่ งที่อำ่ นได้
๓. อ่ำนเร่ืองตำ่ งๆ แลว้ เขียนกรอบแนวคดิ ผังควำมคดิ บนั ทึก ยอ่ ควำมรำยงำนได้

การอ่านจับใจความ

การอ่านจับใจความโดยรวม

หมำยถงึ กำรสงั เกตสว่ นประกอบต่ำงๆ ของหนงั สอื หรือบทควำม
อยำ่ งรวดเรว็ เพื่อสำมำรถกำหนดและทำควำมเขำ้ ใจโครงเรอื่ ง

หรือเนือ้ หำทง้ั หมดของหนังสอื ได้

สงั เกตส่วนประกอบของเรอ่ื ง สังเกตหวั ขอ้ ใหญแ่ ละหัวขอ้ รอง
เช่น ช่ือเร่ือง คำนำ สำรบญั วัตถปุ ระสงค์ ใจควำมสำคัญทผี่ ้เู ขียนต้องกำรส่อื มำยงั ผ้อู ำ่ น
เรียงลำดบั ควำมคดิ รวมถงึ พจิ ำรณำเรอื่ งรำว
ของผู้เขียนเพื่อให้เหน็ แนวทำง
และจุดประสงค์ของผู้เขยี น ท่ีผู้เขยี นต้องกำรนำเสนอ

การอา่ นจบั ใจความสาคญั

พจิ ารณาจากชอ่ื เรื่อง พิจารณาหาใจความสาคญั ไปทีละย่อหน้า

แล้วอำ่ นยอ่ หนำ้ แรกและย่อหนำ้ สุดทำ้ ย ใจควำมสำคญั ของแต่ละย่อหนำ้ อำจปรำกฏ
อยใู่ นตำแหนง่ ต้นตำแหนง่ กลำง
พยายามพิจารณาตัดรายละเอยี ดปลกี ยอ่ ย หรอื ตำแหนง่ ท้ำยของย่อหน้ำฟงั

ที่เปน็ เพยี งเครอื่ งสนบั สนนุ ควำมคิดหลกั ของเรอื่ ง เมื่ออ่านจบ

ควรทบทวนหรอื ตัง้ คำถำม ถำมตนเอง
เรอ่ื งที่อำ่ นเป็นเรื่องอะไรและพยำยำมตอบใหไ้ ด้
บนั ทึกใจควำมสำคญั ไว้เพื่อศกึ ษำเพิม่ เติมตอ่ ไป

การอ่านวิเคราะห์ความหมายของคา

ความหมายของถอ้ ยคาในการสอ่ื สาร

คาทม่ี ีความหมายนยั ตรง คาทม่ี ีความหมายนัยประหวัด

คือคำที่มคี วำมหมำยตรงตำมตวั อกั ษร คอื คำที่มคี วำมหมำยไมต่ รงตำมตวั อกั ษร
ซึ่งเปน็ ควำมหมำยตำมท่ีพจนำนกุ รมกำหนด แต่เป็นควำมหมำยแฝงหรอื ควำมหมำย
เป็นควำมหมำยหลักท่ใี ชใ้ นกำรสื่อสำรท่ัวไป โดยนัยออ้ มเพื่อเชื่อมโยงไปถึงอกี สิ่งหน่ึง

หลกั การอา่ นวิเคราะหค์ วามหมายของคา

พิจารณาความหมายจากพจนานุกรม พจิ ารณาความหมายจากบรบิ ท

ภำษำไทยเป็นภำษำท่ีคำเดยี วมหี ลำย คำบำงคำอำจมีท้งั ควำมหมำยนยั ตรงและ
ควำมหมำย หลำยนยั และใชแ้ ตกตำ่ งกัน นยั ประหวดั ตอ้ งสงั เกตควำมหมำยของคำจำก
พจิ ำรณำควำมหมำยจำกพจนำนกุ รมฉบับ
ขอ้ ควำมที่ใชป้ ระกอบด้วย
รำชบัณฑิตยสถำน

พิจารณาความหมายจากสานวนโวหาร พจิ ารณาความหมายจากน้าเสยี ง
และสีหนา้ ประกอบ
มคี ำจำนวนมำกเมื่อใช้ประสมกับคำอน่ื
ทำใหค้ วำมหมำยเปลี่ยนไปกลำยเปน็ สำนวน วันนแี้ ต่งหนำ้ จัดเชียว จะไปเทยี่ วท่ไี หนหรือ
(แตง่ หนำ้ จดั หมำยถงึ
โวหำร สุภำษิตหรอื คำพงั เพย แต่งหนำ้ เขม้ จนเกินไป)

การอา่ นเพือ่ เขียนกรอบความคดิ

กำรเขยี นกรอบควำมคดิ คอื กำรเรียบเรียงขอ้ มูล ควำมคิด องคค์ วำมร้ตู ่ำงๆ
แลว้ ถ่ำยทอดออกมำเป็นกรอบควำมคดิ ดว้ ยภำพ สัญลกั ษณ์ เส้นโยงนำควำมคิด

ควำมสมั พันธ์ระหว่ำงประเด็นหลัก ประเด็นรองและประเดน็ ยอ่

แนวทางการเขยี นกรอบความคดิ

๑ ๒ ๓

ศกึ ษำเนอ้ื หำ ศกึ ษำเอกสำร ศกึ ษำวเิ ครำะห์เนื้อหำ
เรือ่ งทตี่ ้องกำรนำเสนอ ข้อมลู ที่เกย่ี วข้อง พร้อมทง้ั พจิ ำรณำ

แตกประเด็นควำมคดิ หรอื
ขอ้ มูลทค่ี ดิ วำ่ จะนำเสนอ

๔ ๕

เรยี บเรียงและจัดหมวดหมู่ นำเสนอในรูปกรอบควำมคดิ
ควำมคิด รวมถึงตดั ทอน
ประเด็นที่ไม่จำเป็นออก

๓หนว่ ยการเรียนรู้ที่

การอา่ นวินจิ สาร

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. วเิ ครำะห์ วิจำรณแ์ ละประเมินเรอื่ งท่ีอ่ำนโดยใช้กลวธิ ีกำรเปรียบเทยี บเพื่อใหผ้ ู้อ่ำนเข้ำใจได้ดขี น้ึ
๒. ประเมินควำมถูกต้องของข้อมลู ท่ีใชส้ นับสนนุ ในเรือ่ งที่อ่ำนได้
๓. วจิ ำรณ์ ควำมสมเหตสุ มผล กำรลำดับควำมและควำมเปน็ ไปได้ของเรื่อง
๔. วเิ ครำะห์เพือ่ แสดงควำมคิดเห็นโตแ้ ยง้ เรือ่ งที่อ่ำนได้
๕. ตคี วำมและประเมินคุณคำ่ แนวคดิ ทไี่ ดจ้ ำกงำนเขียนอยำ่ งหลำกหลำย เพอื่ นำไปใชแ้ ก้ปญั หำในชีวติ ได้

การอา่ นตีความ

แนวทางการอา่ นตคี วาม

อ่านอยา่ งครา่ วๆ เพ่อื สำรวจงำนเขียนนน้ั ๆ ว่ำเกีย่ วกบั เรอ่ื งใด เป็นร้อยแกว้ หรอื ร้อยกรอง
อา่ นอยา่ งละเอียด เพ่ือพิจำรณำว่ำเนอ้ื หำใจควำมสำคญั
วเิ คราะหถ์ อ้ ยคาท่ีอาจมคี วามหมายเฉพาะ หรอื มกี ำรเปรียบเทียบด้วยกำรใช้โวหำรหรือภำพพจน์
พิจารณานา้ เสยี งของผู้เขยี น วำ่ เปน็ น้ำเสียงเชิงส่งั สอน ประชดประชันหรือแสดงควำมรู้สกึ
สรปุ สารทีไ่ ด้จากการอา่ นตคี วาม

การอา่ นวิเคราะห์ วจิ ารณแ์ ละแสดงความคิดเหน็

แนวทางการอา่ นวิเคราะห์ วิจารณแ์ ละแสดงความเห็น

อา่ นสารหรอื เรอ่ื งท่วี ิจารณ์อย่างละเอยี ด
ใหร้ ูก้ ยี่ วกับเร่อื งท่อี ่ำนและมีควำมรู้ว่ำโครงเรื่อง ควำมคิดของเรือ่ งเปน็ อยำ่ งไร

วเิ คราะห์สาร
ด้วยกำรแยกแยะสว่ นประกอบตำ่ งๆ ของเรอ่ื งทอ่ี ่ำนตำมประเภทของงำน

วิจารณ์
เปน็ กำรแสดงควำมคิดเห็นต่อเร่อื งท่ีอำ่ นทั้งในด้ำนดีและด้ำนที่บกพร่อง

แนวทางการอา่ นวิเคราะห์ วจิ ารณ์และแสดงความเห็น

เลา่ เร่ือง
บอกประเภทและจุดมงุ่ หมายของเร่ือง
กล่าวถึงบริบทท่เี กยี่ วข้องกบั เร่ืองราวท่ีอ่าน

วิเคราะหเ์ นื้อเร่อื งในดา้ นต่างๆ
ประเมนิ คุณค่า

การอา่ นประเมินคณุ คา่

แนวทางการอ่านประเมินคณุ ค่า

พิจารณาเนอ้ื หาและองค์ประกอบของเนือ้ หา
พิจารณาคณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์
พิจารณาแนวคดิ


Click to View FlipBook Version