The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

ผู้ศึกษา นิติพงศ์ ไกรยวงศ์

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จำแนกตามตำแหน่งงาน และประสบการณ์การทำงาน ประชากรกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยได้แก่ ครู และเจ้าหน้าที่ โดยเป็นครู จำนวน 38 คน และเจ้าหน้าที่ จำนวน 15 คน รวมทั้งสิ้น 53 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ใช้ถามเกี่ยวกับสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nitiphong.k, 2022-07-20 10:01:35

การศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

ชื่อเรื่อง การศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

ผู้ศึกษา นิติพงศ์ ไกรยวงศ์

บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จำแนกตามตำแหน่งงาน และประสบการณ์การทำงาน ประชากรกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยได้แก่ ครู และเจ้าหน้าที่ โดยเป็นครู จำนวน 38 คน และเจ้าหน้าที่ จำนวน 15 คน รวมทั้งสิ้น 53 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ใช้ถามเกี่ยวกับสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA)

Keywords: การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

43

5.1.2 แบบสอบถามตอนที่ 2 ตรวจให้คะแนนข้อมูลจากแบบสอบถาม เก่ียวกับการ
บริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ตรวจให้คะแนนแต่ละ
ขอ้ ตามเกณฑ์ ดังน้ี

เม่อื ตอบความคดิ เห็นน้อยทสี่ ุด หมายถงึ ระดบั ปฏบิ ัติการน้อยทส่ี ุด ให้คะแนนเทา่ กบั 1
เมอ่ื ตอบความคิดเหน็ น้อย หมายถึง ระดบั ปฏบิ ัตกิ ารน้อย ให้คะแนนเทา่ กับ 2
เมื่อตอบความคิดเหน็ ปานกลาง หมายถงึ ระดบั ปฏบิ ัตกิ ารปานกลาง ให้คะแนนเทา่ กบั 3
เม่ือตอบความคิดเห็นมาก หมายถงึ ระดบั ปฏบิ ัติการมาก ใหค้ ะแนนเท่ากับ 4
เม่อื ตอบความคิดเห็นมากทส่ี ุด หมายถงึ ระดับปฏบิ ัติการมากท่สี ุด ใหค้ ะแนนเทา่ กบั 5
5.2 กำรวิเครำะหข์ ้อมลู

การศึกษาคร้งั นี้ ผ้ศู ึกษาได้วเิ คราะหข์ ้อมลู ดังน้ี
นาผลคะแนนท่ีไดม้ าหาคา่ สถิติดว้ ยเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ โดยใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ซง่ึ
ผู้ศึกษาทาการวิเคราะห์ขอ้ มูลตามข้นั ตอนดังต่อไปนี้

5.2.1 แบบสอบถาม ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปเก่ียวกับสถานภาพของผู้ตอบดาเนินการ
วิเคราะห์ขอ้ มูล โดยการแจกแจงความถ่ี (Frequency) และหาค่าร้อยละ (Percentage)

5.2.2 แบบสอบถาม ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเก่ียวกับการบริหารจัดการ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยหา
ค่าเฉล่ีย () และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () เป็นรายข้อ รายด้าน และรวมทุกด้าน โดย
แบบสอบถามเป็นแบบวัดท่ีเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ (บุญชม ศรี
สะอาด, 2554) กาหนดเกณฑ์การแปลความหมายดงั นี้ ดงั นี้

1.00 - 1.50 หมายถึง มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยู่ในระดับ
นอ้ ยทส่ี ุด

1.51 - 2.50 หมายถึง มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยู่ในระดับ
นอ้ ย

2.51 - 3.50 หมายถงึ มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยู่ในระดับ
ปานกลาง

3.51 - 4.50 หมายถึง มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอยู่ในระดับ
มาก

4.51 - 5.00 หมายถึง มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอยู่ในระดับ
มากที่สุด

44

5.2.3 เปรียบเทียบความคดิ เห็นเก่ียวกบั การบริหารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สารของวิทยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก โดยใช้สถิติ t-test กับตาแหน่งงานและใช้สถิติ One - Way
ANOVA กบั ประสบการณก์ ารทางาน

6. สถิตทิ ี่ใชใ้ นกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู
6.1 สถิตพิ น้ื ฐาน
6.1.1 คา่ รอ้ ยละ (Percentage)
ใชใ้ นการวิเคราะหค์ ่าร้อยละท่ีได้จากการสารวจความคิดเห็นของครูผู้สอน และเจ้าหน้าท่ี

โดยใช้สตู ร (บุญชม ศรีสะอาด, 2554)

P= f ×100
N

เมื่อ P แทน ร้อยละ
f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เปน็ ร้อยละ
N แทน จานวนความถท่ี ้ังหมด

6.1.2 คา่ เฉลี่ย (Arithmetic Mean)
ใช้ในการวิเคราะห์ค่าคะแนนเฉล่ียท่ีได้จากการสารวจความคิดเห็นของครูผู้สอน และ
เจา้ หนา้ ที่ โดยใช้สตู ร (บุญชม ศรีสะอาด, 2554)

X̅= ∑X
N

เมือ่ X̅ แทน คา่ เฉลยี่
∑X แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมดในกลมุ่
N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม

6.1.3 ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

45

ใช้ในการวิเคราะห์การกระจายของคะแนนท่ีได้จากการสารวจความคิดเห็นของของผู้บริหาร
ครูผสู้ อน และเจา้ หนา้ ท่ี โดยใชส้ ูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2554)

σ= √∑ (X-μ)2
N

เมื่อ σ แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานของประชากร
X แทน คะแนนแตล่ ะตวั
μ แทน คา่ เฉลี่ย
N แทน จานวนคะแนนในแต่ละกลุ่ม
∑  แทน ผลรวม

6.2 สถิติทใี่ ชห้ าคณุ ภาพของเคร่ืองมอื
6.2.1 หาความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหา โดยการคานวณค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of

Item Objective Congruence: IOC)
สถิติท่ีใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ หาค่าความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)

ด้วยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับวัตถุประสงค์ (Item-Objective
Congruence Index: IOC) โดยใชส้ ูตร คา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง (IOC) (ไพศาล วรคา, 2552)

IOC= ∑R
N

เม่ือ IOC แทน ดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งข้อคาถามกับวตั ถุประสงค์
∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เช่ยี วชาญ
N แทน จานวนผ้เู ชย่ี วชาญ

46

6.2.2 หาค่าสัมประสิทธิแ์ อลฟา่ ในการหาค่าความเชื่อมัน่ ของแบบสอบถาม
สถิติท่ีใช้ในการหาคุณภาพเคร่ืองมือ โดยการหาค่าความเช่ือมั่น (Reliability) ของ

แบบสอบถาม โดยใช้สูตรการหาสัมประสิทธ์ิแอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s α - Coefficient)
(ไพศาล วรคา, 2552)

α= k [1- ∑S2tS2i ]
[k-1]

เม่ือ แทน สัมประสทิ ธค์ิ วามเชื่อมัน่ ของแบบสอบถาม

k แทน เปน็ จานวนข้อแบบสอบถาม
Si2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนข้อที่ i
St2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนข้อที่ t

6.3 สถติ ใิ นการทดสอบสมมตฐิ าน
6.3.1 เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉล่ียระหว่างกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มโดยใช้

สถิตกิ ารทดสอบคา่ ที (t-test) กับตัวแปรตาแหนง่ งาน
การทดสอบคา่ ที (t – test) โดยใชส้ ูตรดังน้ี (ประสิทธิ์ สุวรรณรกั ษ์, 2542)

t = X̅1-X̅2
√NS121++NS222

เม่ือ t แทน ค่าสถติ ิทีใ่ ชใ้ นการทดสอบคา่ ที

X̅1 แทน ค่าเฉลี่ยตัวอย่างของกลมุ่ ท่ี 1
X̅1 แทน ค่าเฉล่ยี ตวั อยา่ งของกลมุ่ ที่ 2
S21 แทน ความแปรปรวนของกลุม่ ตวั อยา่ งที่ 1
S12 แทน ความแปรปรวนของกลมุ่ ตัวอย่างที่ 2
N1 แทน จานวนคนในกลมุ่ ตัวอยา่ งที่ 1
N2 แทน จานวนคนในกลมุ่ ตัวอย่างที่ 1

47

6.3.2 เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของคะแนนเฉลย่ี ระหวา่ งกลมุ่ ตัวอยา่ ง 3 กลุ่ม โดย

ใช้การวเิ คราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดยี ว (One - Way ANOVA) กับตัวแปรประสบการณ์ทางาน

เม่อื พบความแตกตา่ งอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ จึงทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเปน็ รายคู่ตามวิธี

ของแอลเอสดี (LSD: The Least Significant Difference Method)

การวเิ คราะห์ความแปรปรวนทางเดยี วของ LSD การทดสอบค่าเอฟ (F-test) โดยใช้สูตร

ดังน้ี (สุชาดา บวรกติ ิวงศ์, 2548)

F= MSb
MSw

เมอื่ F แทน คา่ การแจกแจงของ

MSb แทน ความแปรปรวนระหวา่ งกลุ่ม

MSw แทน ความแปรปรวนภายในกลุ่ม
เม่ือพบความแตกตา่ ง จึงทาการเปรยี บเทียบความแตกตา่ งรายคู่ ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (CVd)

โดยใช้สูตรดงั นี้ (สชุ าดา บวรกิตวิ งศ์, 2548)

CVd= √(K-1)(F*)(MSwithin )( 1 + 1 )
n1 n2

เม่อื CVd แทน ค่าวิกฤติท่ีไดจ้ ากวิธกี ารของเชฟเฟ่
K แทน จา้ นวนในกลุ่มตวั อยา่ ง
F* แทน คา่ ทดสอบ ท่ไี ดจ้ ากการเปิดภาพการกระจายของ F

MSwithin แทน คา่ ความแปรปรวนภายในกลุ่ม Mean Square Within Group
n1 , n2 แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 1 และ 2

48

บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจยั เกย่ี วกบั การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสารของวิทยาลยั เทคนิคมวกเหลก็ ผู้ศกึ ษาได้แบง่ การนาเสนอออกเป็นหมวดหมู่ และเพ่ือให้เกิดความ
เข้าใจ กาหนดความเข้าใจตรงกันในการแปลงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้กาหนดสัญลักษณ์ท่ีใช้
แทนความหมาย ดงั นี้
สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

 แทน ค่าเฉล่ีย (Mean)
 แทน คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
t แทน คา่ สถิตทิ ี่ใช้พิจารณาในสถติ ทิ ่ีทดสอบที (t-distribution)
F แทน ค่าสถิติท่ีใช้พจิ ารณาในสถิติท่ีทดสอบเอฟ (F-distribution)
df แทน ช้ันแห่งความอสิ ระ (Degrees of Freedom)
SS แทน ค่าผลรวมกาลังสอง (Sum of Squares)
MS แทน คา่ เฉลี่ยของผลรวมกาลังสอง (Mean Squares)
p แทน คา่ ความน่าจะเปน็ ในการปฏิเสธสมมุติฐาน
* แทน ระดับนยั สาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05
** แทน ระดับนยั สาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการศึกษาค้นควา้ ครง้ั นี้ ผูศ้ ึกษาได้นาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลแบ่งออกเป็น 3 ตอน
ดงั น้ี
ตอนที่ 1 สถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 การศกึ ษาการบรหิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารของของวทิ ยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก
ตอนท่ี 3 การเปรียบเทียบการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารของของวทิ ยาลยั
เทคนคิ มวกเหลก็ ตามความคิดเห็นของผู้บริหารและครหู ัวหนา้ งานท่ีตอบแบบสอบถาม
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู แตล่ ะตอนมีรายละเอยี ดดังต่อไปน้ี
ตอนท่ี 1 สถานภาพท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
สถานภาพทัว่ ไปของครูผ้ตู อบแบบสอบถามจาแนกตาม ตาแหน่งงาน และประสบการณ์การ
ทางาน ไดแ้ สดงเปน็ คา่ จานวนและร้อยละดงั แสดงในตารางที่ 2

49

ตารางที่ 2 จานวนและร้อยละสถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม ตาแหน่งงาน และ

ประสบการณก์ ารทางาน

สถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม จานวน ร้อยละ

1. ตาแหน่งงาน

ครู 38 71.70

เจา้ หนา้ ที่ 15 28.30

รวม 53 100.00
2. ประสบการณ์การทางาน
29 54.72
นอ้ ยกวา่ 5 ปี 8 15.09
5 ปถี งึ 10 ปี 16 30.19
มากกวา่ 10 ปี 53 100.00

รวม

จากตารางที่ 2 ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามสถานภาพของผู้ตอบ
แบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นครู จานวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 71.70
สว่ นใหญม่ ปี ระสบการณ์การทางานนอ้ ยกวา่ 5 ปี จานวน 29 คน คิดเปน็ ร้อยละ 54.72

ตอนท่ี 2 การศกึ ษาการบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารวทิ ยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก
ก า ร น า เ ส น อ ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ก า ร บ ริ ห า ร เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร ส น เ ท ศ แ ล ะ ก า ร ส่ื อ ส า ร ข อ ง ข อ ง

วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ซึ่งประกอบด้วย ใน 3 ด้านคือ 1) ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน 2) ด้านการ
บริหารจัดการในสถานศึกษา 3) ด้านการจดั การเรียนการสอน เปน็ รายดา้ นและรายขอ้ ดังตอ่ ไปนี้

ตารางที่ 3 ค่าเฉล่ียและค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานการบรหิ ารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
โดยรวมและรายดา้ น

การบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร   ระดบั ปฏิบตั ิ ลาดับ

1) ดา้ นโครงสรา้ งพ้ืนฐาน 3.88 0.79 มาก 3
2) ดา้ นการบรหิ ารจัดการในสถานศึกษา 4.16 0.74 มาก 1
3) ด้านการจัดการเรียนการสอน 3.99 0.49 มาก 2
4.01 0.67 มาก
รวม

50

จากตารางท่ี 3 แสดงว่าการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของของ
วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหลก็ โดยรวมมีการปฏิบตั ิอยใู่ นระดับมาก (= 4.01, = 0.67) เมื่อพิจารณาเป็น
รายด้านพบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา
(= 4.16,  = 0.74) ด้านการจัดการเรียนการสอน (= 3.99, = 0.49) และ ด้านโครงสร้าง
พน้ื ฐาน (=3.88, = 0.79) ตามลาดับ

ตารางที่ 4 คา่ เฉล่ียและค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานการบรหิ ารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

ดา้ นโครงสร้างพ้ืนฐาน รายข้อ

การบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร   ระดับปฏบิ ตั ิ
1. ด้านโครงสรา้ งพ้ืนฐาน

1 มเี คร่ืองคอมพวิ เตอรใ์ นปรมิ าณทีเ่ พียงพอต่อความต้องการ 3.98 0.97 มาก

2 มีการจัดหาอุปกรณ์เสริมให้มีปริมาณเพียงพอและเหมาะสม 3.87 0.79 มาก

ตอ่ ความต้องการ

3 เครอื่ งคอมพวิ เตอรท์ ่ใี ชม้ คี ุณภาพเหมาะสมกบั งานที่ปฏบิ ัติ 3.87 0.96 มาก

4 มีการจัดหาซอฟต์แวร์อย่างเพียงพอต่อการบริหารจัดการ 4.04 0.94 มาก

สถานศกึ ษา

5 ระบบอนิ เทอรเ์ น็ตทใ่ี ช้งานในสถานศึกษามปี ระสทิ ธิภาพ 3.36 1.35 ปานกลาง

6 มรี ะบบการแก้ไขปัญหาและซอ่ มบารุงอปุ กรณ์อย่างมีคณุ ภาพ 3.60 1.25 มาก

7 มีคณะกรรมการรับผิดชอบในการดาเนินการฝ่ายต่างๆ ท่ี 3.91 1.23 มาก

เกยี่ วขอ้ งกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร

8 มีระบบคอมพวิ เตอรใ์ นการดาเนินงานต่างๆอย่างเพยี งพอ 4.02 0.97 มาก

9 มหี ้องคอมพวิ เตอร์เพยี งพอกบั การจดั การเรียนการสอน 4.06 0.97 มาก

10 มีระบบรักษาความปลอดภยั เครอื ข่ายอินเทอรเ์ น็ต 4.13 1.06 มาก

11 มีผู้ดแู ลระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย 3.81 1.23 มาก

รวม 3.88 0.79 มาก

จากตารางที่ 4 แสดงวา่ การบรหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของของ
วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก ด้านโครงสรา้ งพ้ืนฐาน โดยรวมมีการปฏบิ ัติอย่ใู นระดับมาก (= 3.88, =
0.79) เมือ่ พจิ ารณาเป็นรายข้อพบวา่ ส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั มาก และอยู่ในระดับปานกลาง 1 ขอ้ ขอ้ ทมี่ ี
คา่ เฉลีย่ สูงสุด 3 ลาดบั แรก มีระบบรักษาความปลอดภยั เครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ (= 4.13, =1.06)

51

รองลงมาคอื มหี ้องคอมพวิ เตอร์เพยี งพอกับการจัดการเรียนการสอน (= 4.06, = 0.97) และมกี าร
จัดหาซอฟตแ์ วรอ์ ย่างเพยี งพอตอ่ การบริหารจดั การสถานศึกษา (= 4.04, = 0.94) ส่วนค่าเฉลยี่
น้อยทสี่ ดุ คือระบบอนิ เทอร์เน็ตท่ีใช้งานในสถานศึกษามีประสิทธิภาพ อย่ใู นระดับปานกลาง (= 3.36,
= 1.35)

ตารางที่ 5 คา่ เฉลี่ยและคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐานการบรหิ ารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร

ด้านการบรหิ ารจดั การในสถานศึกษา รายข้อ

การบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร   ระดับปฏบิ ัติ
2. ดา้ นการบรหิ ารจัดการในสถานศกึ ษา

1 มกี ารบริหารจดั การชอฟแวร์ท่ีมีคุณภาพ 3.87 1.09 มาก

2 มกี ารจัดฝึกอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี 3.98 1.05 มาก
สารสนเทศและการสอื่ สาร

3 เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกคนในสถานศึกษาใชเ้ ทคโนโลยี 4.36 0.74 มาก
สารสนเทศและการส่ือสาร

4 มกี ารสง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในทางท่ถี ูกต้อง 4.32 0.83 มาก

5 มกี ารจัดหลกั สตู รฝึกอบรมให้กับผ้เู รียนเร่ืองเทคโนโลยี 4.15 1.03 มาก
สารสนเทศและการส่อื สาร

6 มกี ารส่งเสรมิ ความสามารถในการเป็นผบู้ ริโภคขอ้ มลู ใน 4.26 0.88 มาก
สงั คมอยา่ งมคี วามรับผดิ ชอบ

7 มรี ะบบการลงทะเบยี นการใช้งานระบบทสี่ ามารถ 4.45 0.75 มาก
ตรวจสอบได้

8 มีการพฒั นาบคุ ลากรใหม้ ีความสามารถและทักษะการใช้ 4.17 0.80 มาก
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

9 มีการนาเทคโนโลยเี ข้ามาชว่ ยในการสื่อสารระหว่าง 4.43 0.77 มาก
ผบู้ รหิ ารกบั ครูและบุคลากร

10 มีการนาเทคโนโลยีเข้ามาชว่ ยในการสอ่ื สารระหวา่ งครกู ับ 4.42 0.82 มาก
นักเรียน

11 มกี ารนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสือ่ สารระหวา่ งครกู ับ 4.40 0.97 มาก
ครู

12 มกี ารนาเทคโนโลยีเข้ามาชว่ ยในการสอื่ สารระหว่าง 4.11 1.05 มาก
สถานศกึ ษากับผู้ปกครอง

52

ตารางท่ี 5 ค่าเฉลย่ี และค่าเบย่ี งเบนมาตรฐานการบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร

ด้านการบรหิ ารจดั การในสถานศึกษา รายข้อ (ต่อ)

การบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร   ระดบั ปฏิบัติ
2. ด้านการบริหารจัดการในสถานศกึ ษา

13 มีการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ทีเ่ ก่ียวกบั ฐานข้อมลู เพ่อื 4.13 1.04 มาก
การบรหิ ารจัดการในสถานศึกษา

14 มกี ารจดั ประชุมคณะกรรมการบรหิ ารงานเทคโนโลยี 4.08 1.02 มาก
สารสนเทศ

15 มกี ารสารวจความต้องการการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศของ 4.06 1.15 มาก
ครูและบคุ ลากร

16 มกี ารสารวจความต้องการการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศของ 4.21 1.01 มาก
นักเรยี น

17 มกี ารสารวจความต้องการการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศของ 3.91 1.06 มาก
ผปู้ กครอง

18 มกี ารวางแผนและการออกแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.98 1.07 มาก
และการสื่อสาร

19 มกี ารประเมินผลการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.09 1.01 มาก
และการส่ือสาร

20 นาผลการประเมินการพัฒนาระบบงานคอมพวิ เตอร์มา 3.83 1.20 มาก
ปรบั ปรงุ แก้ไข

รวม 4.16 0.74 มาก

จากตารางท่ี 5 แสดงว่า การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก ด้านการบรหิ ารจดั การในสถานศึกษา โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (= 4.16, . =
0.74) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับมากทุกข้อ ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด 3 ลาดับแรก
คือ มีระบบการลงทะเบียนการใช้งานระบบท่ีสามารถตรวจสอบได้ (= 4.45 , . = 0.75) รองลงมา
คือ มีการนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการส่ือสารระหว่างผู้บริหารกับครูและบุคลากร ( = 4.43, =
0.77) และมีการนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการส่ือสารระหว่างครูกับนักเรียน (= 4.42, = 0.82)
ส่วนค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุดคือนาผลการประเมินการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์มาปรับปรุงแก้ไข อยู่ใน
ระดบั มาก (= 3.83, = 1.20)

53

ตารางท่ี 6 ค่าเฉลี่ยและคา่ เบีย่ งเบนมาตรฐานระดับการบริหารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศและ

การสอ่ื สาร ดา้ นการจัดการเรยี นการสอน รายขอ้

การบรหิ ารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร   ระดบั ปฏบิ ัติ
3. ดา้ นการจดั การเรยี นการสอน

1 จดั ใหม้ กี ารเรยี นการสอนผา่ นระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 4.28 0.86 มาก

2 ในการจัดการเรียนการสอน เข้าถึงการใชง้ านไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว 4.09 0.90 มาก

3 การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการ 4.23 0.85 มาก
จดั การเรียนการสอน

4 มกี ารจัดทาสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ 3.94 0.91 มาก

5 นกั เรยี นสามารถเขา้ ถงึ เนอ้ื หาการเรยี นรู้โดยใช้เทคโนโลยีและการ 3.91 0.97 มาก
สอื่ สาร

6 มกี ารพฒั นาบคุ ลากรให้รจู้ กั การใชเ้ ทคโนโลยเี พ่อื พัฒนาสื่อการเรยี นรู้ 4.06 0.84 มาก

7 มสี อ่ื การเรยี นรทู้ ่สี ามารถนาไปใช้กบั การเรยี นการสอน 3.96 0.98 มาก

8 มีซอฟแวร์ใหม่ๆ เพอื่ การจัดการเรียนการสอน 3.72 1.15 มาก

9 มกี ารพฒั นาครใู หส้ ามารถใช้ขอ้ มลู สารสนเทศจากเครอื ข่าย 4.02 0.97 มาก
อินเทอร์เน็ต

10 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารช่วยเพ่ิมเน้อื หาสาระใหค้ รู 3.89 1.07 มาก
สามารถจัดการเรียนการสอนไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

11 มีการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนทใี่ ช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.81 1.13 มาก
และการส่ือสารเปน็ เครื่องมอื

12 บุคลากรมีความสามารถในการใช้ข้อมลู ตามความตอ้ งการในการ 3.96 0.90 มาก
จัดการดา้ นจดั การศึกษา

13 มีการประเมนิ ผลการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและ 4.11 0.78 มาก
การส่ือสาร

รวม 3.99 0.49 มาก

จากตาราง 6 แสดงว่า การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก ด้านการจัดการเรียนการสอน โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (=3.99, = 0.49) เม่ือ
พิจารณาเปน็ รายข้อพบวา่ อยู่ในระดับมากท้ังหมด ข้อทมี่ ีค่าเฉล่ยี สงู สุด 3 ลาดับแรกคือ จัดให้มีการเรียน
การสอนผา่ นระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (= 4.28, = 0.86) รองลงมาคือ มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสารในการจัดการเรียนการสอน (= 4.23, . = 0.85) และมีการประเมินผล
การเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (= 4.11, = 0.78) ตามลาดับ ส่วน

54

ค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุดคือมีซอฟแวร์ใหม่ๆ เพ่ือการจัดการเรียนการสอนอยู่ในระดับมาก (= 3.72, =
1.15)
ตอนท่ี 3 การเปรยี บเทียบการบรหิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารวิทยาลัยเทคนิค

มวกเหลก็
การนาเสนอผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สารวทิ ยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก โดยเปรยี บเทียบตามตาแหน่งงาน ดังตอ่ ไปนี้

ตารางท่ี 7 การเปรียบเทียบการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิค

มวกเหลก็ จาแนกตามตาแหนง่ งาน

การบรหิ ารจดั การเทคโนโลยี ตาแหน่งงาน

สารสนเทศและการส่ือสาร ครู เจ้าหน้าท่ี

N = 38 N = 15 tp

 

1) ดา้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐาน 3.90 0.81 3.81 0.76 0.404 0.688

2) ดา้ นการบรหิ ารจดั การในสถานศึกษา 4.18 0.76 4.12 0.73 0.226 0.882

3) ด้านการจดั การเรียนการสอน 4.10 0.52 3.73 0.24 2.621 0.012*

รวม 4.06 0.65 3.89 0.50 0.932 0.355

* มีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05

จากตารางที่ 7 พบว่า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของ
วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จาแนกตามตาแหน่งงานโดยรวม –ตาแหน่งครูและเจ้าหน้าที่มีความคิดเห็น
ต่อการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ครูและเจ้าหน้าท่ีมีความคิดเห็นต่อการ
บริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ด้านการจัดการเรียนการสอน แตกต่างกันอย่างมี
นยั สาคัญทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .05 โดยที่ครมู คี วามคดิ เหน็ ตอ่ ระดบั การปฏบิ ตั ิมากกว่าเจ้าหน้าที่ สาหรับด้าน
โครงสร้างพ้นื ฐาน และด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา ไม่แตกตา่ งกัน

55

ตารางท่ี 8 ค่าเฉลีย่ และคา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน การบรหิ ารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

โดยรวมและรายดา้ น ตามความคิดเห็นของครู จาแนกตามประสบการณก์ ารทางาน

การบรหิ ารจัดการเทคโนโลยี ประสบการณก์ ารทางาน

สารสนเทศและการสอ่ื สาร นอ้ ยกวา่ 5 ปี 5 – 10 ปี มากกว่า 10 ปี

N = 29 N = 8 N = 16

 .    

1) ด้านโครงสรา้ งพนื้ ฐาน 4.24 0.59 3.19 0.57 3.55 0.86

2) ดา้ นการบริหารจดั การในสถานศึกษา 4.44 0.55 3.71 0.98 3.88 0.75

3) ดา้ นการจดั การเรียนการสอน 4.14 0.42 3.57 0.50 3.96 0.49

รวม 4.27 0.44 3.49 0.62 3.80 0.64

จากตาราง 8 พบว่า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก จาแนกตามประสบการณ์การทางาน พบว่า ครูและเจ้าหน้าที่ ท่ีมีประสบการณ์การทางาน

ระหวา่ ง 5 - 10 ปี มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.49, =0.62) ส่วนครูและ
เจ้าหนา้ ท่ี ที่มปี ระสบการณ์การทางานน้อยกวา่ 5 ปี และมากกวา่ 10 ปี มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติอยู่

ในระดับมาก (= 4.27, =0.44 และ = 3.80,=0.64 ตามลาดับ)

ตารางท่ี 9 การเปรียบเทียบการบริหารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนคิ

มวกเหลก็ จาแนกตามประสบการณ์การทางาน

การบริหารจดั การเทคโนโลยี แหล่งความ SS df MS F p
สารสนเทศและการส่อื สาร แปรปรวน

ระหวา่ งกลุม่ 9.36 2.00 4.68 10.07** 0.00

1) ดา้ นโครงสร้างพนื้ ฐาน ภายในกลมุ่ 23.24 50.00 0.46

รวม 32.60 52.00

2) ด้านการบรหิ ารจัดการใน ระหวา่ งกลมุ่ 5.10 2.00 2.55 5.39** 0.01
สถานศึกษา ภายในกล่มุ 23.67 50.00 0.47
รวม 28.78 52.00

ระหว่างกลุม่ 2.07 2.00 1.04 5.02** 0.01

3) ดา้ นการจัดการเรียนการสอน ภายในกลมุ่ 10.32 50.00 0.21

รวม 12.40 52.00

ระหว่างกลมุ่ 4.90 2.00 2.45 8.52** 0.00

รวมทุกดา้ น ภายในกลุ่ม 14.36 50.00 0.29

รวม 19.26 52.00

** มีนัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั 0.01

56

จากตาราง 9 พบว่า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก ของครูและเจ้าหน้าที่ ท่ีมีประสบการณ์การทางาน มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติโดยรวม
แตกต่างกัน และเม่ือพิจารณารายด้านพบว่า ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริหารจัดการใน
สถานศึกษาและ ด้านการจัดการเรียนการสอน ครูและเจ้าหน้าที่มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติ แตกต่าง
กันอย่างมีนัยสาคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ 0.01

ตาราง 10 การทดสอบค่าเฉลย่ี รายคู่ การบริหารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

วทิ ยาลัยเทคนคิ มวกเหลก็ ดา้ นโครงสร้างพื้นฐาน จาแนกตามประสบการณ์ทางาน

ประสบการณ์ทางาน

ประสบการณ์ทางาน น้อยกวา่ 5 ปี 5 – 10 ปี มากกว่า 10 ปี

N = 29 N=8 N = 16

 4.24 3.19 3.55

น้อยกวา่ 5 ปี 4.24 - 1.05** 0.69**

5 – 10 ปี 3.19 - - -0.36

มากว่า 10 ปี 3.55 - - -

** มีนยั สาคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ 0.01

จากตาราง 10 พบว่า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหล็ก ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน จาแนกตามความคิดเห็นของครูและเจ้าหน้าที่ ท่ีมีประสบการณ์การ
ทางานต่างกนั พบวา่ ครแู ละเจา้ หนา้ ที่ ท่ีมปี ระสบการณ์การทางานน้อยกว่า 5 ปี มีความแตกต่างกับครู
และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์การทางาน 5 – 10 ปี อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ครูและ
เจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยบุคลากรท่ีมีประสบการณ์การทางานน้อยกว่า 5 ปี มี
ความคิดเห็นต่อระดับปฏิบัติมากกว่าครูและเจ้าหน้าท่ี ที่มีประสบการณ์การทางาน 5 - 10 ปี และท่ีมี
ประสบการณก์ ารทางานมากกว่า 10 ปี

57

ตาราง 11 การทดสอบคา่ เฉลยี่ รายคู่ การบริหารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร

วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก ด้านการบริหารจัดการในสถานศกึ ษา จาแนกตามประสบการณ์

การทางาน

ประสบการณ์ทางาน

ประสบการณ์ทางาน น้อยกว่า 5 ปี 5 – 10 ปี มากกว่า 10 ปี

N = 29 N=8 N = 16

 4.44 3.71 3.88

น้อยกวา่ 5 ปี 4.44 - 0.73** 0.55**

5 – 10 ปี 3.71 - - -0.18

มากว่า 10 ปี 3.88 - - -

** มนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.01

จากตาราง 11 พบว่า การบริหารจัดการเทคโ นโลยีสารสนเทศและการส่ือสารใน
วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา จาแนกตามความคิดเห็นของครูและ
เจา้ หน้าท่ี ท่มี ปี ระสบการณก์ ารทางานต่างกนั พบวา่ ครูและเจ้าหน้าที่ ท่ีมีประสบการณ์การทางานน้อย
กว่า 5 ปี มีความแตกต่างกับครูและเจ้าหน้าท่ี ที่มีประสบการณ์การทางาน 5 – 10 ปี และท่ีมี
ประสบการณ์การมากกว่า 10 ปี อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.01 โดยครูที่มีประสบการณ์การ
ทางานน้อยกว่า 5ปี มีความคิดเห็นต่อระดับปฏิบัติมากกว่าครูท่ีมีประสบการณ์การทางาน 5 - 10 ปี
และที่มปี ระสบการณก์ ารทางานมากกวา่ 10 ปี

ตาราง 12 การทดสอบค่าเฉลี่ยรายคู่ การบรหิ ารจัดการเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก ด้านการจดั การเรยี นการสอน จาแนกตามประสบการณก์ าร

ทางาน

ประสบการณ์ทางาน

ประสบการณ์ทางาน น้อยกวา่ 5 ปี 5 – 10 ปี มากกวา่ 10 ปี

N = 38 N = 15 N = 15

 4.14 3.57 3.96

น้อยกวา่ 5 ปี 4.14 - 0.57** 0.18

5 – 10 ปี 3.57 - - -0.39

มากวา่ 10 ปี 3.96 - - -

** มีนยั สาคัญทางสถิติท่รี ะดบั 0.01

58

จากตาราง 12 พบว่า การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารใน
วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ด้านการจัดการเรียนการสอน จาแนกตามความคิดเห็นของครูและเจ้าหน้าท่ี
ท่ีมีประสบการณ์การทางานต่างกัน พบว่า ครูและเจ้าหน้าที่ ที่มีประสบการณ์การทางานน้อยกว่า 5 ปี
มีความแตกต่างกับบุคลากรที่มีประสบการณ์การทางาน 5 – 10 ปี อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ
0.01 โดยครูและเจ้าหน้าท่ี ท่ีมีประสบการณ์การทางานน้อยกว่า 5 ปี มีความคิดเห็นต่อระดับปฏิบัติ
มากกว่าครูและเจ้าหน้าที่ ท่ีมีประสบการณ์การทางาน 5 - 10 ปี และท่ีมีประสบการณ์การทางาน
มากกวา่ 10

59

บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาสภาพการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วิทยาลัยเทคนิคมวกเหลก็ ไดม้ ีการสรปุ ไว้ โดยลาดบั ดงั นี้

1. วตั ถปุ ระสงค์
2. สมมตฐิ าน
3. ขอบเขตของการศึกษา
4. เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการรวบรวมข้อมูล
5. การจดั กระทาข้อมลู และการวเิ คราะห์ข้อมลู
6. สรปุ ผลการศึกษาค้นควา้
7. อภปิ รายผล
8. ข้อเสนอแนะ

1. วตั ถปุ ระสงค์
การศึกษาครั้งนี้ มุ่งศึกษาการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารใน

วทิ ยาลยั เทคนคิ มวกเหล็ก โดยมวี ัตถปุ ระสงคด์ ังตอ่ ไปนี้
1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของ

วทิ ยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก
2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

วิทยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก จาแนกตามตามตาแหน่งงาน และประสบการณก์ ารทางาน

2. สมมติฐาน
ในการศึกษาความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของ

วทิ ยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ผู้ศกึ ษาได้กาหนดสมมตฐิ านการวิจยั ดังนี้ คือ
1. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

ตามความคดิ เห็นทีม่ ตี าแหนง่ งานตา่ งกนั มีความแตกตา่ งกัน
2. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

ตามความคดิ เห็นทมี่ ีประสบการณ์การทางานตา่ งกันมีความแตกตา่ งกัน

60

3.ขอบเขตของการศกึ ษา
1. ขอบเขตของเนอ้ื หา
การศึกษาครั้งน้ีมุ่งศึกษาการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ

วทิ ยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก โดยมขี อบเขตของการศึกษาดงั ต่อไปน้ี
ศึกษาการบรหิ ารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

อาเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ใน 3 ด้านคือ 1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2) ด้านการบริหารจัดการ
ในสถานศึกษา 3) ด้านการจดั การเรยี นการสอน

2. ขอบเขตประชากร
2.1 ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ครู และเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานใน

วทิ ยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก ปีการศึกษา 2564 กาหนดกลุ่มประชากร คือ ครูผู้ทาหน้าท่ีสอน จานวน
38 คน เจ้าหน้าที่ จานวน 15 คน รวมทง้ั หมด 53 คน

2.2 กลุ่มตัวอยา่ งทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาครง้ั นี้ คือกลมุ่ ประชากรทงั้ หมด

4. เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมขอ้ มูล
1. เครือ่ งมอื ท่ใี ช้ในการรวบรวมขอ้ มูลในครั้งน้ี คือ
เป็นแบบสอบถาม ใช้ถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการ

สอ่ื สารของวิทยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก
2. ลักษณะเครอื่ งมือ
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของ

วทิ ยาลัยเทคนคิ มวกเหล็ก คอื แบบสอบถาม 1 ฉบับ มี 2 ตอน ได้แก่
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ เป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check

List) แบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเก่ียวกับการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารของ

วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นจากหลักการ แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง
โดยมีองค์ประกอบ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2) ด้านการบริหารจัดการใน
สถานศึกษา และ3) ด้านการจัดการเรียนการสอน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)
5 ระดบั คอื มากท่ีสดุ มาก ปานกลาง น้อย และนอ้ ยทสี่ ุด

61

5. การจัดกระทาขอ้ มลู และการวิเคราะห์ข้อมูล
5.1 การจดั กระทาขอ้ มูล
5.1.1 แบบสอบถามตอนท่ี 1 วิเคราะห์แบบสอบถามตามสถานภาพของผู้ตอบ

แบบสอบถาม โดยจาแนกตามสถานภาพ ตาแหนง่ งาน ประสบการณก์ ารทางาน แล้วนามาหาค่าแจก
แจงความถี่ (Frequency) และค่ารอ้ ยละ (Percentage)

5.1.2 แบบสอบถามตอนที่ 2 ตรวจให้คะแนนข้อมูลจากแบบสอบถาม เก่ียวกับการ
บริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ตรวจให้คะแนนแต่ละ
ขอ้ ตามเกณฑ์

5.2 การวเิ คราะห์ข้อมูล
การศกึ ษาคร้ังน้ี ผศู้ ึกษาได้วิเคราะหข์ ้อมูลดงั น้ี
นาผลคะแนนทีไ่ ดม้ าหาคา่ สถิตดิ ้วยเครือ่ งคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ซง่ึ

ผศู้ กึ ษาทาการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ตามขน้ั ตอนดังต่อไปนี้
5.2.1 แบบสอบถาม ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปเก่ียวกับสถานภาพของผู้ตอบดาเนินการ

วเิ คราะห์ข้อมูล โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และหาค่าร้อยละ (Percentage)
5.2.2 แบบสอบถาม ตอนท่ี 2 เป็นแบบสอบถามเก่ียวกับการบริหารจัดการ

เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยหา
ค่าเฉล่ีย () และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน () เป็นรายข้อ รายด้าน และรวมทุกด้าน โดย
แบบสอบถามเปน็ แบบวัดท่ีเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ

5.2.3 เปรียบเทยี บความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสารของวิทยาลยั เทคนคิ มวกเหล็ก โดยใช้สถิติ t-test กับตาแหน่งงานและใช้สถิติ One - Way
ANOVA กบั ประสบการณก์ ารทางาน

6. สรปุ ผลการศกึ ษาคน้ ควา้
จากการศึกษาสภาพการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิค

มวกเหล็ก ทั้ง 3 ด้านคือ 1) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2) ด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา 3) ด้าน
การจดั การเรียนการสอน สรุปไดด้ งั นี้

1. ข้อมูลท่ัวไปเกี่ยวกับครูและเจ้าหน้าท่ีวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จาแนกตามสถานภาพ
ของผูต้ อบแบบสอบถาม พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่เปน็ ครู และส่วนใหญ่มีประสบการณ์การ
ทางาน นอ้ ยกวา่ 5 ปี

2. สภาพการบรหิ ารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารวทิ ยาลัยเทคนคิ มวกเหล็กโดยรวม
มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ทั้ง 3 ด้าน

62

ได้แก่ คือ ด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านโครงสร้าง
พ้ืนฐาน ตามลาดับ

3. การเปรียบเทียบสภาพการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหลก็ โดยจาแนกตามตาแหนง่ งาน และประสบการณ์การทางาน สรปุ ได้ดงั น้ี

3.1 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก
จาแนกตามตาแหน่งงานโดยรวม มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน และเม่ือพิจารณาราย
ด้านพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสาร ด้านการจัดการเรียนการสอนแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยท่ีครูมี
ความคิดเหน็ ตอ่ ระดบั การปฏบิ ัติมากกว่าเจ้าหน้าท่ี สาหรับด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านการบริหาร
จัดการในสถานศกึ ษาครแู ละเจา้ หนา้ ทม่ี ีความคดิ เห็นตอ่ การปฏบิ ัติไมแ่ ตกต่างกนั

3.2 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก
จาแนกตามประสบการณ์การทางานโดยรวม ครูและเจ้าหน้าท่ีมีประสบการณ์การทางานต่างกัน มี
ความคิดเห็นต่อการปฏิบัติโดยรวมแตกต่างกัน และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการเรียนการ
สอน ครูมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติ แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคัญทางสถิตทิ ่รี ะดับ 0.01 ทกุ ดา้ น

7. อภิปรายผล
จากการศกึ ษาการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก มี

ประเด็นท่ีควรนามาอภปิ รายดงั นี้
1. สภาพการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

โดยรวมอยู่ในระดับมาก ท่ีเป็นดังน้ีอาจเป็นเพราะว่า วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก สนับสนุนการ
ดาเนินการเกี่ยวกับการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอย่างต่อเน่ือง มีการพัฒนา
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเหมาะสม โดยได้ดาเนินตามนโยบายของสานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตามศักยภาพของสถานศึกษานั้น ๆ พร้อมกับเลือกใช้เทคโนโลยีที่
ทันสมัยเหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานท้ังในระยะส้ันและระยะยาว เช่น การจัดระบบ
คอมพิวเตอร์ที่เป็นเครือข่ายภายในและภายนอก การจัดทาการเรียนรู้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-
learning) เป็นต้น

เม่ือพิจารณารายด้าน พบว่า การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วทิ ยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดา้ นการบริหารจัดการในสถานศึกษา และด้านการ
จดั การเรยี นการสอน ทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่า การบริหารเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลยั เทคนิคมวกเหล็ก ข้อที่มีระดับความคิดเห็นต่อการปฏิบัติมากที่สุด
ของแต่ละด้านได้แก่ ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน คือ ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

63

(= 4.13, =1.06) ด้านระบบการบรหิ ารจดั การในสถานศึกษา คือ มีระบบการลงทะเบียนการใช้
งานระบบที่สามารถตรวจสอบได้ (= 4.45 , = 0.75) และด้านการจัดการเรียนการสอนคือ จัด
ให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (= 4.28, = 0.86) ท่ีเป็นเช่นน้ีอาจเนื่องจาก
สถานศึกษามีระบบตรวจสอบการใช้อินเทอร์เน็ต และตรวจสอบเว็บไซต์ท่ีไม่เหมาะสมไม่ให้สามารถ
เขา้ ใช้งานได้ และไดจ้ ัดให้มรี ะบบลงทะเบียนผู้ใช้งานก่อนเข้าใช้ระบบอินเทอร์เน็ตของสถานศึกษาทุก
คร้งั มดี าเนินการวางนโยบาย วางแผนปรับปรุงพัฒนาเคร่ืองมือ อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอ
ต่อการใช้งานในสถานศึกษาอย่างต่อเน่ืองเพ่ือพัฒนาการจัดการเรียนการสอน อีกทั้งมีการต้ัง
คณะกรรมการรับผิดชอบฝ่ายงานท่ีเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอย่างมีระบบ มีการ
พฒั นาครูและนักเรยี นนกั ศึกษาให้ใช้เวลาที่จะเรียนรู้ และสร้างทักษะให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่าง
มปี ระสิทธภิ าพ ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของอุศมาน หลีสันมะหมดั (2560) ไดศ้ ึกษาเรื่องสภาพปัญหา
การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการบรหิ ารงานโรงเรียนมธั ยมศึกษา สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
มัธยมศึกษาเขต 16 พบว่า 1) สภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา
สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มี
ค่าเฉล่ียสูงสุดได้แก่ ด้านการบริหารท่ัวไป ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารวิชาการ และ
ด้านการบริหารงบประมาณ โดยสภาพการใชง้ านอย่ใู นระดบั มากทกุ ดา้ น

2. การเปรียบเทียบการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหลก็ ทงั้ 3 ดา้ น จาแนกตามตาแหนง่ งาน สามารถอภปิ รายผลไดด้ งั น้ี

ครูและเจ้าหน้าท่ี ท่ีมีตาแหน่งงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อสภาพการบริหารเทคโนโลยี
สารสนเทศวทิ ยาลัยเทคนิคมวกเหลก็ โดยรวมไมแ่ ตกต่างกัน โดยครู มีระดบั คะแนนเฉลี่ยความคิดเห็น
ต่อสภาพการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากกว่าเจ้าหน้าที่ เนื่องจากครูเป็นผู้ที่มี
หน้าท่ีรับผิดชอบในสถานศึกษามากกว่าเจ้าหน้าที่ เพราะนอกจากรับผิดชอบงานด้านการสอนแล้วยัง
ต้องรับผิดชอบหน้าที่หัวหน้างานต่าง ๆ ท่ีได้รับมอบหมายจากสถานศึกษา จึงเป็นผู้ที่เก่ียวกับการ
ดาเนินงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารให้กับสถานศึกษานั้น ๆ เม่ือพิจารณารายด้าน
พบว่า ครูและเจ้าหน้าท่ี ที่มีตาแหน่งงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการบริหารจัดการเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร ด้านการจัดการเรียนการสอน แตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
0.05 ที่เป็นดงั นอี้ าจเป็นเพราะวา่ ครเู ปน็ บุคคลทีเ่ กย่ี วข้องโดยตรงท่ีต้องจัดการเรียนรู้กับผู้เรียน ต้อง
ใช้จริงและต้องอยู่กับกลุ่มผู้เรียนโดยตรง ทาให้มีความคิดเห็นต่างจากเจ้าหน้าท่ี ที่มักจะทาหน้าท่ีใน
งานเฉพาะด้านท่ีได้รับมอบหมาย หรือท่ีมีความเก่ียวข้องกับการสอนในส่วนที่สนับสนุนงานด้านการ
สอน

ส่วนด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน และด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษา ครูและเจ้าหน้าท่ีมี
ความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ท่ีเป็นเช่นนี้เพราะ ท้ังสองด้านครูและเจ้าหน้าที่เป็นผู้ที่นาเทคโนโลยี

64

สารสนเทศมาใชด้ ้านการปฏิบัตโิ ดยตรง มีการใช้งานเก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่เป็นประจาและ
มีการพัฒนางานในส่วนท่ีรับผิดชอบอย่างสม่าเสมอ ทาให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศเพ่ือการสารที่เก่ียวกับงานในสถานศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ทิพวัลย์ นนทเภท
(2559) ได้ศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการบริหารของสถานศึกษา ในสังกัดสานักงานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 พบว่า ผลการเปรียบเทียบการใช้เทคโนโลยี
สาร ส น เทศเพื่อการ บริ ห าร ของส ถานศึกษาใน สั งกัดส า นักงาน เขตพ้ืน ท่ีการศึกษาปร ะถมศึ กษา
นครศรีธรรมราช เขต 3 จาแนกตามสถานภาพของบุคลากร โดยภาพรวมพบว่าไม่แตกต่างกัน เม่ือ
พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการบริหารงบประมาณและด้านการบริหารบุคคลมี ความแตกต่าง
กันอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ 0.05

3. การเปรียบเทียบการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารวิทยาลัยเทคนิค
มวกเหลก็ ทง้ั 3 ดา้ น จาแนกตาม ประสบการณ์การทางาน สามารถอภิปรายผลไดด้ ังนี้

ครแู ละเจา้ หนา้ ท่ีท่มี ีประสบการณ์การทางานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติการบริหาร
จัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก โดยรวมแตกต่างกัน และเม่ือ
พิจารณารายด้านพบว่า ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน ด้านการบริหารจัดการในสถานศึกษาและ ด้านการ
จัดการเรียนการสอนครูและเจ้าหน้าท่ีมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติ แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิติที่ระดับ 0.01 โดยครูและเจ้าหน้าท่ีท่ีมีประสบการณ์น้อยมักจะมีความคิดเห็นต่อการใช้สื่อ
เทคโนโลยีทางการศึกษาท่ีดี ซึ่งสอดคล้องกับ กวินตรา ซ้วนล่ิม (2560) ได้ศึกษาวิจัยเพื่อศึกษา
เปรียบเทียบและเสนอแนะแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษาโรงเรียน
ขยายโอกาส สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1 พบว่า ผลการ
เปรียบเทียบการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ จาแนกตามประสบการณ์การทางานแตกต่างกัน

จากเหตุการณ์ปัจจุบันโดยเป็นตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัดสาหรับประโยชน์ในการนา เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสารมาประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา หากวิเคราะห์ตามการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร สามารถสรุปได้ว่าบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเป็น
ปัจจัยสนับสนุนท่ีสาคัญที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาโดยมีตัวเร่งจากปัจจัยภายนอกให้เกิด
การนาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพ่ือรับมือกับวิกฤตจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เข้าถึงข้อมูลได้
อย่างรวดเร็วและสะดวก สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยท่ีส่งผลกระทบต่อหลาย
ภาคส่วนในสังคมทาให้ประชากรมีความจาเป็นต้องปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมการใชช้ ีวิตประจาวันไปอย่าง
สิ้นเชิง ‘New Normal’ หรือ ‘ความปกติใหม่’ (New Normal) ทาให้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสารเข้ามามีบทบาทมีความสาคัญมากข้ึน โดยหลายๆประเทศช้ันนาท่ัวโลกได้มีการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผสาน
เทคโนโลยีการเช่ือมต่อไร้สาย เข้าร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, ข้อมูลขนาดใหญ่ และ คลาวด์

65

เชน่ การปฏิบตั กิ ารทางการแพทย์ระยะไกล และการให้คาปรึกษาและดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ เป็นต้น The
New Normal หรือภาวะปกติแบบใหม่ ทาให้ผู้บริโภคเห็นถึงความสาคัญของบริการดิจิทัลมากข้ึน
อย่างปฏิเสธไม่ได้ สถานศึกษาจึงจาเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียน ผู้ปกครอง
และชุมชนทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปดว้ ยเช่นเดียวกัน ในอนาคตความคาดหวังของผ้เู รียน ผูป้ กครองและชุมชน
ที่มีต่อการใช้บริการของสถานศึกษาย่อมเพ่ิมมากข้ึนไม่เพียงแต่คาดหวังท่ีจะได้รับการจัดการศึกษา
จากสถานศึกษาท่ีสะดวก รวดเร็ว แต่จะมีความต้องการด้านการใช้บริการอ่ืนๆ จากสถานศึกษาเพิ่ม
มากข้ึน โดยเฉพาะอย่างย่ิงบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารออนไลน์ ดังน้ัน
สถานศึกษาจงึ จาเป็นตอ้ งปรับตัว ปรบั รปู แบบการบริการต่อผู้เรียน ผู้ปกครองและชุมชนให้เกิดระบบ
การทางานทเี่ ปน็ ออนไลน์ โดยการเปล่ียนแปลงระบบและกระบวนการทางานของสถานศึกษาด้วยการ
ปรบั กระบวนงาน การลดการสูญเปลา่ ของงานทไี่ มไ่ ดส้ รา้ งคณุ ค่าโดยการนาเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่ือสารมาสนับสนุน เพ่ือปรับปรุงประสิทธิภาพการทางาน และเน้นความต้องการของผู้เรียน
ผปู้ กครองและชมุ ชนท้งั มติ ภิ ายในและภายนอก อันจะนาไปสู่การทางานอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

8. ขอ้ เสนอแนะ
จากผลการศึกษา การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารวิทยาลัยเทคนิค

มวกเหล็ก พบว่า ข้อท่ีมีระดับความคิดเห็นต่อการปฏิบัติน้อยที่สุดของแต่ละด้านได้แก่ ด้าน
โครงสร้างพ้ืนฐาน คือ ระบบอินเทอร์เน็ตท่ีใช้งานในสถานศึกษามีประสิทธิภาพ ด้านการบริหาร
จัดการในสถานศึกษา คือ นาผลการประเมินการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ มาปรับปรุงแก้ไข
และดา้ นการจดั การเรยี นการสอน คือ มีซอฟแวร์ใหม่ ๆ เพ่ือการจัดการเรียนการสอน ดังน้ันผู้ศึกษา
มปี ระเดน็ ทขี่ อเสนอแนะดงั นี้

1. ขอ้ เสนอแนะเพอื่ นาผลไปใช้
1.1 ควรมีการจัดการ ด้านงบประมาณ สถานที่อุปกรณ์ และบุคลากรอย่างในการ

จดั ทาสารสนเทศเป็นสดั ส่วนเพ่ือใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพ
1.2 ควรมีการส่งเสริมครู ในด้านการพัฒนาวิชาชีพครู และด้านการเรียนการสอน โดย

การ จัดฝึกอบรมครูหรือการจัดหลักสูตรที่เกี่ยวกับใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่าง
ตอ่ เน่อื ง

1.3 ควรให้บุคลากรเห็นความสาคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ประยุกต์ใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน

1.4 ควรมีการติดตามและประเมินผลการเรียนรู้ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารอย่างจริงจังโดยสถานศึกษาจดั ให้มกี ารนิเทศและการให้คาปรึกษาอย่างเป็นระบบ

2. ขอ้ เสนอแนะเพ่อื การวจิ ยั ครั้งตอ่ ไป

66

2.1 ควรมีการศึกษาปัจจัยด้านการเรียนการสอนท่ีส่งผลต่อการบริหารจัดการ
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในสถานศึกษาท่สี ังกัดสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

2.2 ควรมีการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารใน
สถานศกึ ษาทสี่ งั กัดสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

2.3 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบสภาพปัญหาการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่ือสารในสถานศึกษาท่ีสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยแบ่งเป็นสังกัด
อาชวี ศึกษาแตล่ ะจงั หวดั

2.4 ควรมีการศึกษาการสร้างแผนกลยุทธการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สารของสถานศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

66

บรรณานกุ รม

กรณ์สณิ ี ฐติ ิกรประภาพงศ์. (2559). การจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศทีส่ ่งผลตอ่ การใชอ้ นิ เตอร์เน็ตในการ
จัดกระบวนการเรยี นรู้ของครใู นสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เขต
2. วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบุรี.

กวนิ ตรา ซ้วนลมิ่ . (2560). การศกึ ษาการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการบริหารสถานศกึ ษาโรงเรยี น
ขยายโอกาส สังกัดสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎร์ธานี เขต 1. วทิ ยานิพนธ์
ครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการบรหิ ารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภฏั สุราษฎร์ธานี.

กดิ านนั ท์ มลิทอง. (2548). ไอซีที เพ่อื การศกึ ษา. กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์.
กติ ิมา ปรดี ดี ิลก. (2542). ทฤษฎีบริหารองคก์ าร. (พิมพ์คร้ังท่ี 4). กรุงเทพฯ : ธนะการพิมพ์.
คณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ. (2543). นโยบายเทคโนโลยีเพอื่ การศึกษา ในพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษา

แห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรงุ เทพฯ : พิมพ์ดี.
ชฎาภรณ์ สงวนแก้ว. (2549). ศึกษาการบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารของโรงเรียนต้นแบบ

การพัฒนาการใชไ้ อซีทีเพ่อื การเรียนรู้. วทิ ยานพิ นธ์. ค.ม. (การบริหารการศึกษา). กรงุ เทพฯ :
บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎจันทรเกษม.
ชชู าติ พว่ งสมจิตร.์ (2540). การวเิ คราะหป์ ัจจัยที่สง่ เสริมและปัจจยั ท่ีเปน็ อุปสรรคตอ่ การมสี ่วนร่วมของ
ชุมชนกับโรงเรียนประถมศึกษาในเขตปริมณฑลกรุงเทพมหานคร. วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญาครุศาสตร
ดุษฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าบรหิ ารการศกึ ษา บัณฑติ วทิ ยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
ณฐั กรณ์ หิรัญชาติ. (2558). บทบาทผู้บรหิ ารกับการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารใน
สถานศึกษา. วทิ ยานิพนธ์ สาขาวิชาการบรหิ ารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ : มหาวทิ ยาลยั
ศลิ ปากร.
ณฐั วุฒิ ธรี ปรเมศว์. (2549). ศึกษาสภาพการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารของโรงเรียนใน
โครงการ 1 อาเภอ 1 โรงเรยี นในฝัน ในสังกัดสานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาของแก่นเขต 1.
วทิ ยานิพนธ์. ศศ.ม. (เทคโนโลยกี ารศึกษา). ขอนแก่น: บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .
ณันศภรณ์ นิลอรุณ. (2550). การเปลย่ี นแปลงในสถานศกึ ษาทีน่ ่าสนใจ. สืบค้นเมื่อ 11 มถิ นุ ายน
2563, จาก http://www.itie.org/eqi/modules.php?name=Journal&file=display&jid=540
ถวลิ เกือ้ กูลวงศ์. (2530). การบริหารการศึกษาสมัยใหม่ ทฤษฎี วิจัยและปฏบิ ตั .ิ กรุงเทพฯ : วัฒนาพานชิ .
ทพิ วัลย์ นนทเภท. (2559). การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารของสถานศึกษา ในสงั กัด
สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราช เขต 3. วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญา
ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบรหิ ารการศึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช.

67

ธีระ รุญเจริญ. (2553). สภาพและปัญหาการบริหารและการจัดการศกึ ษาข!ั นพนื ! ฐานของสถานศกึ ษา
ในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการศึกษาแหง่ ชาติ.

นพพงษ์ บุญจติ ราดุล. (2546). หลกั การบริหารการศึกษา. กรงุ เทพฯ : องค์ศิลปก์ ารพิมพ์แพรว่ ทิ ยา.
นพิ นธ์ กนิ าวงศ.์ (2544). หลักการบริหารการศึกษา. (พมิ พค์ รั้งท่ี 3). พิษณุโลก : ภาควิการบริหาร

การศกึ ษาและพฒั นาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.
บญุ ชม ศรสี ะอาด.(2554). การวจิ ยั เบื้องต้น ฉบับพิมพ์ครั้งท่ี 9 แกไ้ ขเพิ่มเตมิ . กรงุ เทพฯ : สวุ ีรยิ า-

สาส์น,
บุญชม ศรสี ะอาด. (2556). วิธกี ารทางสถติ สิ าหรับการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์คร้ังที่ 5. กรุงเทพฯ : สวุ ิริยา-

สาสน์ .
ประสิทธิ์ สุวรรณรักษ์. (2542). ระเบยี บวธิ วี ิจยั ทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. บรุ ีรมั ย์ : คณะครุ-

ศาสตร์ สถาบนั ราชภฎั บรุ รี ัมย์.
ปราวณี ยา สวุ รรณณฐั โชต.ิ (2546). การเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศและแผนการเตรยี มรบั ของ

ผู้บริหารโรงเรียนในโรงเรียนระดับมธั ยมศึกษาของไทย ระหวา่ งปี พ.ศ. 2545-2554. วิทยานิพนธ์
ค.ด. (บรหิ ารการศกึ ษา) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
ปรยี าพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2542). การจดั และบริหารอาชีวศกึ ษา. กรุงเทพฯ : บริษัท พิมพด์ ี จากัด.
พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยรู ธมมจิตโต). (2553). คุณธรรมสาหรบั นักบริหาร. กรุงเทพฯ : ที พี เอ็ม เพรส.
ไพศาล วรคา. (2559). การวิจยั ทางการศกึ ษา (Education Research). มหาสารคาม : ตักศลิ าการพิมพ์.
ภทั รพล ประเสริฐแก้ว. (2559). สภาพและปัญหาการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การบริหารงาน
วิชาการในโรงเรียน สังกดั สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 3. วิทยานิพนธ์
ค.ม. สกลนคร : มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร.
มธุรส จงชัยกิจ. (2551). การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือประสทิ ธภิ าพในการเรยี นรู้. สบื ค้นเมื่อ 11
ธันวาคม 2563. จาก http://pirun.ku.ac.th/~fedumrc/art4.pdf
ยนื ภูว่ รวรรณ (2553). เด็กและเยาวชนกับการศึกษาด้านไอซที ี. สืบคน้ เม่ือ 7 ธันวาคม 2563, จาก
http://www.thannews.th.com
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว เนอ่ื งในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 7 รอบ
5 ธนั วาคม 2554. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
วิกพิ เี ดยี สารานกุ รมเสรี. (2550). เทคโนโลยสี ารสนเทศ. สืบคน้ เมือ่ 8 กุมภาพันธ์ 2564, จาก
http://th.wikipedia.org/wiki

68

วจิ ติ ร ศรีสอ้าน. (2550). ครกู ับการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาไทย. สืบคน้ เมอื่ 11 ธนั วาคม 2563, จาก
http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471

ศรีศักด์ิ จามรมาน (2524). การใช้คอมพิวเตอรใ์ นดา้ นการศกึ ษา สารานกุ รมไทยสาหรบั เยาวชนเล่มที่
11. กรุงเทพฯ : อาศรมศิลป์ศาสตร์.

ศูนยเ์ ทคโนโลยอี ิเลก็ ทรอนิกส์และคอมพวิ เตอร์แห่งชาติ. (2545). แผนแมบ่ ทเทคโนโลยสี ารสนเทศและการ
สือ่ สารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549. กรงุ เทพฯ : จิรรชั การพิมพ์.

สมจติ ร ขวญั แดง. (2560). สภาพปัญหาของการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการบริหารสถานศกึ ษา สงั กดั
เทศบาลนครหาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา. สารนพิ นธป์ ริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการ
บรหิ ารการศกึ ษา บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี. (2538). สมเดจ็ พระเทพกับงานไอทเี ฉลิมพระเกียรติ.
เทคโนโลยีสารสนเทศกา้ วไกล เศรษฐกิจไทยม่นั คง. กรงุ เทพฯ : (ม.ป.พ.).

สมบูรณ์ พรรณนาภพ. (2550). หลกั การเบอ้ื งตน้ ของการบริหารโรงเรียน. กรุงเทพฯ : บรรณากิจ
สมยศ นาวีการ. (2545). ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ : บรรณกจิ .
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ. (2551). เทคโนโลยกี ารเรยี นรู้ของไทยในปี 2553. สบื ค้นเมอื่

11 สงิ หาคม 2563, จาก http://www.onec.go.th/publication/a_tech/2553.pdf
สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2560). แผนพฒั นาการศึกษาของสานกั งาน

ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ ารฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564). กรุงเทพฯ: สานักงานปลัดกระทรวง
ศกึ ษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ.
สานักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 -
2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สานกั งานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2551). นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อการพัฒนาประเทศไทยไปสสู่ ังคมแห่งภมู ปิ ัญญา. สืบคน้ เมือ่ 26 ธนั วาคม 2563, จาก
http://cmi.nfe.go.th/nfe/ICT/7.doc
สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตรช์ าติ. (2561). ยุทธศาสตรช์ าติ พ.ศ.2561 -2580.
กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ.
สุชาดา บวรกิตวิ งค.์ (2548). สถิตปิ ระยุกต์ทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งท่ี1. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
เสรมิ ศกั ด์ิ วิศาลาภรณ์. (2550). ความขดั แย้ง การบรหิ ารเพอื่ สรา้ งสรรค.์ กรงุ เทพฯ : ตะเกยี ง.

69

อุทยั ธรรมเตโช. 2531. หลกั การบรหิ ารการศึกษา : ชดุ วิชาสอบเล่ือนระดับข้าราชการ เลม่ ที่ 3.
กรุงเทพฯ : เจา้ พระยาการพิมพ.์

อธปิ ตั ย์ คลส่ี ุนทร. (2555). สารานกุ รมวิชาชพี ครูเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว เนอ่ื งใน
โอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2555. กรุงเทพฯ : โรง
พิมพ์ สกสค.

อศุ มาน หลีสนั มะหมัด. (2560). สภาพและปัญหาการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการบริหารสถานศึกษา
สังกดั สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 16. สารนพิ นธ์ปรญิ ญาศึกษาศาสตร
มหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

Almalki and Williams. (2012). A Strategy to Improve The Usage of ICT in The Kingdom
of Saudi Arabia Primary School. International Journal of Advanced Computer
Science and Applications, Vol. 3, No. 10, 42-49.

Anthony DiRomualdo, Dorothée El-Khoury and Franco Girimonte. (2017). HR in the digital
age: how digital technology will change HR’s organization structure,processes
and roles. Strategic HR Review, 17(5), 234-242.

Bailey, Gerald D. (1997). What Technology Leaders Need To Know : The Essential
Top10 Concepts for Integration in the 21st Century. Learning and Leading
withTechnology. 25(1): 57-62.

Bowless, M. S. (2004). Relearning to E-Learning: Strategic for Electronic Learning and
Knowledge. Australia: Melbourne University Publishing.

Budin, Howard. (1999, January). The Computer Enters the Classroom. Teachers College
Record. 100(3): 12-15.

Davies, Kevin J. (1998). Planning for Success: Developing Effective Strategic Long-Range
Plans. Retrieved June 10, 2008, from http://www.msste.edu/ dept/teched/sip/
plansuccess.pdf

Elmore, R. F. (2007). School Reform from Inside Out; Policy, Practice, and Performance.
Massachusetts: Harvard Education Press.

Kivac Semiz and Mustafa Levent Ince. (2012). Pre-service physical education teachers’
technological pedagogical content knowledge, technology intergration self-
efficacy and instructional technology outcome expectations. Australasian Journal

70

of Education Technology 28, 7:1248-1265.
Harris, Ben M. (1975). Supervision Behavior Education. Taxas : University of Taxas Press
McKnight, K., O'Malley, K., Ruzic, R., Horsley, M. K., Franey, J. J., & Bassett, K. (2016).

Teaching in a digital age: How educators use technology to improve student
learning. Journal of research on technology in education, 48(3), 194-211.
Ray, J. and Davis, L. (2001). Computers in Educational Administration. New York: McGraw
Hill.


Click to View FlipBook Version