The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การตั้งสมมติฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriorntakka, 2020-05-11 14:48:26

การตั้งสมมติฐาน

การตั้งสมมติฐาน

เอกสารประกอบการเรียนการสอน
วิชา ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

เรือ่ ง
ทกั ษะการตง้ั สมมตฐิ าน

โดย
ครูศิริอร คลา้ ยสกลุ
ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นเขาทะลพุ ิทยาคม

ทกั ษะการตง้ั สมมติฐาน

ทักษะการตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypotheses) หมายถึง การหาคาตอบหรือสรุปคาตอบ
ของปัญหาล่วงหน้าก่อนการทดลอง โดยอาศัย การสังเกต ความรู้ ประสบการณ์เดิม คาตอบล่วงหน้าน้ีเป็น
สง่ิ ทย่ี ังไมท่ ราบ หรอื ยงั ไมเ่ ปน็ หลักการ กฎหรือทฤษฎี

เราจะหาคาตอบล่วงหน้าได้โดยอาศัยการสังเกต อาศัยความรู้และประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐาน ซ่ึง
คาตอบน้ียังไม่เป็นหลักการ กฎ หรือทฤษฎีมาก่อน โดยสมมติฐานจะเป็นคาตอบล่วงหน้า ที่เป็นข้อความที่
บอกความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตาม ซ่ึงสมมติฐานอาจถูกหรือผิดก็ได้ เราจะทราบภายหลัง
การทดลองหาคาตอบเพื่อตรวจสมมติฐาน

ตัวอยา่ งเชน่
ปอ๋ งแป๋งขยายพันธ์ุต้นมะม่วงโดยการตอนกิ่ง เขาสงสัยว่ามะม่วงก่ิงใดออกรากเร็วกว่ากัน จึงตอนกิ่งมะม่วง
สองก่ิง โดยก่ิงแรกใช้กาบมะพร้าวหุ้มเพียงอย่างเดียว ส่วนก่ิงที่สองใช้ทั้งดินและกาบมะพร้าวหุ้มจากนั้นรด
นา้ ทั้งสองกง่ิ

เขาจึงต้ังสมมติฐานว่า กิ่งท่ีใช้ดินและกาบมะพร้าวหุ้มออกรากเร็วกว่ากิ่งที่ใช้กาบมะพร้าวหุ้มเพียง
อยา่ งเดียว เม่อื มีข้อสมมตฐิ านแลว้ ข้นั ตอ่ ไปผลทแ่ี ทจ้ ริงจะเป็นอยา่ งไร ขอ้ สมมติฐานของเราจะถูกหรือผิดก็
ให้ดจู ากผลการทดลองจรงิ

หลักการต้ังสมมติฐาน
1. สมมตฐิ านท่ตี ั้งข้ึนจะต้องสอดคล้องกับความจรงิ ทร่ี ู้ ๆ กันอยูแ่ ล้ว เพ่ือเป็นการสง่ เสรมิ ให้
การวิจยั บรรลุเป้าหมายเพ่ิมข้ึน จะต้ังขดั กับหลกั ความเป็นจริงก็ตอ่ เม่ือมีเหตผุ ลยนื ยันว่า สมมติฐานนัน้ ไมถ่ ูก
2. สมมติฐานควรกาหนดตวั แปรไว้อย่างชดั เจน
3. สมมติฐานควรเขียนด้วยภาษาทงี่ า่ ย เขา้ ใจชดั เจน
4. การต้ังสมมตฐิ านไม่ควร เขียนเปน็ ประโยคคาถาม ควรเขยี นในรปู ของประโยคบอกเลา่

ประโยชน์ของกระบวนการตั้งสมมติฐาน
1. ใชใ้ นการคาดคะเนคาตอบของปญั หาบ่อย ๆ
2. ชว่ ยใหร้ ู้จักวางแผนกาหนดขนั้ ตอนการทางาน เพ่อื หลกี เลี่ยงขอ้ ผดิ พลาดตา่ ง ๆ
3. ช่วยพัฒนาประสิทธภิ าพในการดาเนนิ การต่าง ๆ

พฤตกิ รรมทแ่ี สดงว่าเกดิ ทกั ษะการตั้งสมมติฐาน คอื
1. คิดหาคาตอบลว่ งหน้ากอ่ นการทดลอง โดยอาศัยการสังเกตความรู้ และประสบการณเ์ ดิม
2. หาคาตอบล่วงหน้าโดยหาความสมั พันธ์ระหวา่ งตัวแปรได้

ใบงานที่ 1
ทกั ษะการต้งั สมมติฐาน

ชื่อ....................................................................... ชัน้ ..................................เลขท.่ี ...............................
คาชี้แจง : จงเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ เพยี งข้อเดยี ว

กระต๊อบนาลูกตุ้มเหล็กมาลอดห่วงเหล็ก ลกู ตุ้มเหลก็ ลูกน้ันสามารถลอด
ห่วงเหล็กได้ ต่อมากระตอ๊ บไดน้ าลูกตุม้ ไปเผาไฟจนรอ้ นประมาณ 15 นาที
แล้วนามาลอดหว่ งเหลก็ อีกคร้ัง ปรากฏว่าลกู ต้มุ เหล็กไมส่ ามารถลอด
ห่วงเหลก็ ได้

1. นักเรยี นคดิ ว่า อะไรเปน็ ตวั การให้ลูกตุ้มเหล็กไม่สามารถลอดหว่ งเหล็กได้

ก. ความร้อน ข. สนมิ

ปาลม์ ทดลองเล้ียงปลาทองไว้ 2 ขวดโหล โดยให้อาหารต่างชนิดกนั เพ่ือดู
การเจรญิ เตบิ โต ขวดท่ี1 ใหเ้ ศษอาหาร คือเศษขนมปัง ขวดโหลท่ี 2
ให้อาหารปลาท่เี ปน็ เม็ด ปรากฏวา่ ปลาทง้ั สองมผี ลการเติบโตทีแ่ ตกตา่ งกนั

2. จากข้อความน้ี นกั เรียนคิดวา่ อะไรเปน็ ตวั การใหป้ ลาแตล่ ะขวดโหลเจริญเติบโตแตกต่างกนั
ก. ขวดโหลที่ใชเ้ ลีย้ งมีผลตอ่ การเจริญเติบโตของปลาทอง
ข. ชนดิ อาหารมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของปลาทอง

นักเรียนกลุ่มหนง่ึ ใสน่ ้าลงในภาชนะ คือ จาน ชามและแก้วนา้ ในปรมิ าณเทา่ ๆ
กัน นาภาชนะทง้ั หมดไปตง้ั ทิ้งไว้กลางแดดนาน 2 ช่ัวโมง สงั เกตการ
เปล่ียนแปลง

3. จากขอ้ ความนี้ ขอ้ ใดคือสมมติฐาน
ก. ระยะเวลาในการตง้ั ภาชนะไวก้ ลางแดด มีผลตอ่ การระเหยของนา้
ข. ถ้าลกั ษณะภาชนะมผี ลต่อการระเหยของนา้ ดงั นนั้ ภาชนะทล่ี กั ษณะขอบ

ปากกวา้ งนา้ จะระเหยไดด้ ีที่สดุ

ใบงานที่ 2
ทกั ษะการต้ังสมมตฐิ าน

ชือ่ ....................................................................... ชัน้ ..................................เลขที.่ ...............................
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนพิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปน้ีวา่ ขอ้ ความใดเป็นการต้งั สมมติฐาน ใหท้ าเครื่องหมาย 

หนา้ ขอ้ ความ ขอ้ ใดไมใ่ ช่ใหท้ าเคร่ืองหมาย  หนา้ ขอ้ ความต่อไปน้ี
........1.1 เปลือกโลกประกอบดว้ ยธาตุ 90 ชนิด
........1.2 เมื่อเกลือละลายปนอยใู่ นน้ามากข้ึน น้าจะขนุ่ ข้ึน
........1.3 การเจริญเติบโตของพืชคือมีความสูงและจานวนใบเพิม่ ข้ึน
........1.4 เม่ือความยาวของเส้นลวดเพ่มิ ข้ึน เสียงท่ีเกิดจากการส่ันสะเทือนของเส้นลวดน้นั จะดงั ข้ึน
........1.5 แรงแม่เหลก็ และแรงดึงดูดของโลกไม่ใช่ส่ิงเดียวกนั
........1.6 ถา้ ดาน้าลงไปลึกมากข้ึน แรงกดดนั จะเพมิ่ ข้ึน
........1.7 ถา้ เมฆเป็นฉนวนความร้อน ดงั น้นั โลกจะเยน็ ลงในคืนท่ีปราศจากเมฆ
........1.8 ดอกมะลิมีสีขาวและกล่ินหอม
........1.9 เม่ืออุณหภมู ิของอากาศลดต่าลง พืชจะเจริญเติบโตชา้
........1.10 อากาศช้ืนมีผลต่อการเจริญเติบโตของเช้ือรา

แบบทดสอบ
ทกั ษะการต้งั สมมติฐาน

คาชี้แจง จงเลอื กคาตอบถูกต้องทีส่ ดุ เพียงข้อเดยี ว
1. การตงั้ สมมตฐิ าน คืออะไร
ก. การคิดหาคาตอบลว่ งหนา้ ก่อนการทดลอง
ข. การตง้ั ข้อสงสัยต่าง ๆ
ค. การคดิ หาวิธีทดลอง
ง. การต้งั ทฤษฎตี ่าง ๆ ท่ีใช้ในการทดลอง
2. การตัง้ สมมติฐานต้องอาศัยสงิ่ ใด
ก. การจาแนกประเภท
ข. การคานวณ
ค. การสังเกต
ง. การใชส้ ิง่ แวดล้อมรอบตัว
3. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเกยี่ วกับการตัง้ สมมตฐิ าน
ก. สมมตฐิ านตอ้ งเป็นคาตอบที่เปน็ หลกั การ
ข. สมมตฐิ านอาจถกู หรือผดิ กไ็ ด้
ค. สมมติฐานตอ้ งใช้ความสามารถในการคานวณอย่างสงู
ง. สมมตฐิ านตอ้ งเป็นกฎ หรือทฤษฎมี าก่อน
4. ขอ้ ใดเป็นการตงั้ สมมติฐาน
ก. ปยุ๋ มีสดี า
ข. ชาวนาทานาในเดอื นมิถนุ ายน
ค. 45-20= 25
ง. แสงแดดมผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของเมลด็ พชื
5. ส่งิ ท่ตี อ้ งคานงึ เกีย่ วกับการต้ังสมมติฐาน คืออะไร
ก. ตวั แปรท่ีมผี ลตอ่ ตัวแปรตาม
ข. ตวั แปรควบคุม
ค. ความถกู ตอ้ งของสมมตฐิ าน
ง. ความนา่ เชอื่ ถือของสมมติฐาน
6. สิ่งท่ีต้องทราบก่อนการตัง้ สมมตฐิ านคอื ขอ้ ใด
ก. ผลทีเ่ กดิ ขนึ้
ข. กฎต่าง ๆ ท่เี กี่ยวข้อง
ค. ตวั แปรจากปญั หา
ง. ส่ิงทีม่ ีผลตอ่ การสงั เกต

7. ข้อใดไม่ใชส่ มมตฐิ าน
ก. ระยะเวลาในการกนิ ขา้ วของสนุ ขั แต่ละตวั ใชเ้ วลาเท่ากนั
ข. รสชาตอิ าหารรา้ นนี้เผ็ดมาก
ค. ปยุ๋ มผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื
ง. คลอโรฟลิ ลม์ ีผลต่อการสังเคราะห์แสงของพืช

8. การตั้งสมมตฐิ านมีประโยชน์อย่างไร
ก. ทาใหท้ ราบปัญหาทเี่ กิดขึน้
ข. ทาใหท้ ราบผลการทดลองลว่ งหนา้
ค. ทาให้ทราบถงึ การออกแบบทดลอง
ง. ทาใหท้ ราบตัวแปรท่เี กย่ี วข้อง

9. ในการทดลอง เรอ่ื ง คารบ์ อนไดออกไซด์กับการสงั เคราะห์แสงของพืช นักเรียนจะต้งั สมมติฐานวา่
อยา่ งไร
ก. คารบ์ อนไดออกไซด์มคี วามเกี่ยวข้องกบั การสังเคราะหแ์ สงของพืช
ข. คารบ์ อนไดออกไซด์เปน็ ก๊าซที่มาจากการหายใจของส่ิงมีชีวิต
ค. คารบ์ อนไดออกไซด์มผี ลตอ่ การสังเคราะหแ์ สงของพืช
ง. คาร์บอนไดออกไซด์เปน็ ก๊าซท่ีไมม่ ีสี ไม่มีกล่นิ

10. สิ่งใดเม่ือขาดไปแล้ว ทาใหไ้ ม่สามารถตั้งสมมติฐานได้
ก. ความร้เู ดมิ
ข. ตัวแปรตน้ และตัวแปรตาม
ค. ตวั แปรควบคมุ
ง. คาตอบลว่ งหนา้


Click to View FlipBook Version