วิชา สัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง ประเภทของเทคนิคในการฝึกอบรม
มี 14 ประเภท ประกอบด้วย
1. การบรรยาย (Lecture ) 8. การประชุมแบบฟอรัม (Forum)
2. การอภิปราย (Discussion) 9. เกมการบริหาร (Management Games)
3. การสาธิต (Demonstration) 10. การแสดงบทบาทสมมติ (Roleplaying)
4. การสอน (Coaching) 11. การสัมมนา (Seminar)
5. การระดมสมอง ( Brainstorming) 12. การศึกษาดูงานนอกสถานที่ (FieldTrip)
6. การประชุมกลุ่มย่อย (Buzz session) 13. การประชุมเชิงปฏิบัติการ( Workshop)
7. กรณีศึกษา (Case Study) 14. การอบรมด้านความรู้สึก ( SensitivityTraining)
1.การบรรยาย(Lecture)
การบรรยาย เป็นเทคนิควิธีที่ใช้ในการถ่ายทอดความคิดเห็น ความรู้ ตลอดจนข้อมูล ข้อเท็จจริงให้แกผู้ฟัง
ลักษณะของการบรรยายจะเป็นระบบการสื่อสารทางเดียว เป็นการประชุม 20-50 คน
ข้อดี ข้อเสีย
1.เป็นเทคนิคที่ง่ายต่อการใช้ผู้ที่มีประสบการณ์จะใช้เวลาใน 1.ประสิทธิภาพของการบรรยายขึ้นอยู่กับความสามารถและ
การเตรียมตัวน้อยลง ประสบการณ์ของวิทยากร
2.เนื้อหาสาระที่ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบ 2.การบรรยายถ้าไม่เปิดโอกาสให้มีการซักถาม จะไม่สามารถ ประเมิน
กับการใช้เวลาในการอบรมด้วยวิธีอื่ น ได้ว่าผู้ฟังมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่บรรยายเพียงใด
3.สามารถให้การอบรมคนเป็นจำนวนมากๆได้ในแต่ละครั้ง 3.การบรรยายไม่อาจะใช้กับทุกเรื่องได้เช่นเรื่องที่ต้องการข้อสรุป เพื่อ
4.สะดวกและช่วยลดภาระด้านการจัดการของฝ่ายฝึกอบรม
5.สามารถเน้นเนื้อหาสาระได้ตามวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม การนำไปปฏิบัติการ
4.ช่วงความสนใจในการฟังของบุคคลแต่ละวัย แต่ละระดับบุคคล ใน
องคก์รมีขีดจำกัดหากใช้เวลาในการบรรยายมากเกินไปจะไม่ เกิดผล
ตามความมุ่งหมายที่กำหนด
2.การอภิปราย(Discussion)
การอภิปราย คือ การที่คนกลุ่มที่มีความสนใจในปัญหาหรือเรื่องเดียวกัน ต้องการที่จะแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันด้วยวิธีการวิเคราะห์และพิจารณาโดยอาศัยความคิดเห็นร่วมกัน
ลักษณะของการอภิปรายจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง เป็นการประชุม 20-80 คน
ข้อดี ข้อเสีย
1.ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในการฟังของผู้ฟังหรือผู้เข้ารับการอบรม 1.ผู้ดำเนินการอภิปรายจะต้องเป็นผู้ความสามารถและ ประสบการณ์
2.ช่วยสร้างแนวคิดให้แก่ผู้ฟังในทรรศนะที่ต่างกันทำให้เกิดความ
เกี่ยวกับการอภิปรายจึงจะสามารถควบคุมการ อภิปรายให้ดำเนินไป
รอบคอบในการตัดสินใจ เลือกแนวทางที่ดีที่สุด สู่เป้าหมายและเวลาของการอภิปรายที่กำหนดไว้
3.เป็นการแสวงหาข้อสรุปและแนวทางในการ แก้ปัญหาของผู้ที่มี 2.การพิจารณาเลือกเชิญผู้อภิปรายมีความสำคัญมากหากได้ผู้มี
ความรู้และประสบการณ์สูงจะทำให้การอภิปรายเกิดผลดี และให้
ความสามารถร่วมกัน ประโยชน์แก่ผู้ฟัง
4.การอภิปรายสามารถใช้ได้กับคนกลุ่มใหญ่ 3.ผู้ฟังแม้จะมีส่วนร่วมในคาบของการอภิปรายแต่จัดว่ายังมีส่วนร่วม
น้อยบางครั้งบรรยากาศไม่ส่งเสริมทำให้ผู้ฟังไม่กล้าแสดงความคิด
เห็นเท่าที่ควร
3.การสาธิต(Demonstration)
การสาธิตเป็นการแสดงให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เห็นการปฏิบัติจริงซึ่งการกระทำหรือปฏิบัติ
จริงจะมีลักษณะคล้ายการสอนงาน
ลักษณะของการสาธติจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง
ข้อดี ข้อเสีย
เกิดความรู้ความเข้าใจเร็ว และมีความน่าเชื่อถือสูง เพิ่มทักษะของ ต้องใช้เวลาเตรียมการมาก เหมาะกับการฝึกอบรมกลุ่มเล็กๆ วิทยากร
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ดี ไม่เบื่อหน่าย สามารถปฏิบัติได้หลายครั้ง ต้องมีความชำนาญจริงๆ และต้องไม่พลาด
4.การสอน(Coaching)
การสอนเป็นการแนะนำให้รู้วิธีปฏิบัติงานให้ถูกต้องโดยปกติจะเป็นการสอน หรืออบรมใน ระหว่างการ
ปฏิบัติงาน อาจสอนเป็นรายบุคคลหรือสอนเป็นกลุ่มเล็กๆ ซึ่งผู้สอนต้องมีประสบการณ์ และทักษะในเรื่อง
ที่สอนจริง ๆ
ลักษณะของการสอนจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง เป็นการประชุม 10-20 คน
ข้อดี ข้อเสีย
เน้นเนื้อหาตามความเหมาะสมของแต่ละคน คุณค่าขึ้นอยู่กับผู้สอนงานซึ่งส่วนใหญ่คือหัวหน้างาน
5. การระดมสมอง ( Brainstorming)
เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีโดยปราศจากข้อจำกัดหรือกฎใดๆในหัวข้อใดหัวข้อ
หนึ่งหรือปัญหาใดปัญหาหนึ่งโดยไม่คำนึงว่าจะถูกหรือผิดดีหรือไม่ดีความคิดหรือข้อเสนอทุกอย่างจะถูก
จดไว้แล้วนำไป กลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นพอเริ่มประชุมต้องมีการเลือกประธานและเลขานุการของกลุ่ม
เสียก่อน
ลักษณะของการระดมสมองจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง เป็นการประชุม ไม่เกิน 15 คน
ข้อดี ข้อเสีย
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีส่วนร่วมโดยตรง ช่วยกันคิด ช่วยกันเสนอ ได้ความคิดเห็นจำนวนมากแต่คุณค่าน้อย และต้องจำกัดกลุ่มผู้เข้ารับ
ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สามารถแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ ทำให้ การฝึกอบรมเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ปัญหาที่นำมา
ความคิดหลากหลายในเวลาจำกัดสามารถเร้าความสนใจของผู้เข้ารับ ระดมสมองควรเป็นปัญหาเดียว
การฝึกอบรมได้ดี บรรยากาศเป็นกันเอง
การระดมสมองเป็นการประชุมกลุ่มเล็กไม่เกิน 15 คน
6.การประชุมกลุ่มย่อย(Buzzsession)
เป็นการแบ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นกลุ่มย่อยจากกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อยละ 2-6 คนเพื่อพิจารณา
ประเด็นปัญหา อาจเป็นปัญหาเดียวกันหรือต่างกัน ในช่วงเวลาที่กำหนด มีวิทยากรคอยช่วยเหลือทุกกลุ่ม
แต่ละกลุ่มต้องเลือกประธานและเลขานุการของกลุ่มเพื่อดำเนินการ แล้วนำความคิดเห็นของกลุ่มเสนอต่อ
ที่ประชุมใหญ่
ลักษณะของการประชุมกลุ่มย่อยจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง
ข้อดี ข้อเสีย
เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น บรรยากาศเป็นกันเอง การประชุมกลุ่มย่อยในให้ในห้องเดียวกันอาจทำให้เกิดเสียงรบกวน
กัน ประธานที่เลือกได้อาจไม่มีลักษณะผู้นำ ดำเนินการประชุมไม่ดีทำให้
ผู้ร่วมการประชุมขาดการแสดงความคิดเห็น บางกลุ่มอาจได้ความคิด
เห็นน้อย บางกลุ่มอาจใช้เวลามากทำให้ควบคุมเวลาได้ยาก
7. กรณีศึกษา (Case Study)
เป็นเทคนิคการฝึกอบรมที่นำเอาเรื่องราวหรือกรณีที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นจริง ๆ เสนอในกลุ่มผู้เข้ารับ
การอบรม สมาชิกของกลุ่มจะใช้หลักวิชาการและประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติงานมาผสมผสานเพื่อมา
วิเคราะห์กรณีที่ยกมา โดยมีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำและให้แนวทางเพื่อช่วยสมาชิกกลุ่มวิเคราะห์ปัญหา
ได้ตรงวัตถุประสงค์
ลักษณะของกรณีศึกษาจะเป็นการวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง
ข้อดี ข้อเสีย
ช่วยให้ผู้รับการฝึกอบรมได้วิเคราะห์ตัดสินปัญหาในเรื่องที่เหมือนจริง สมาชิกบางคนอาจครอบงำความคิดของผู้อื่นเพราะบุคลิกภาพ วัยวุฒิ
และสามารถนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติงานได้ กรณีศึกษาเป็นกิจกรรม หรือคุณวุฒิ กรณีศึกษาที่เป็นเรื่องจริงหาได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องที่
ที่มีบรรยายกาศเป็นกันเองเพราะทุกคนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด เหมาะสมกับกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเหมาะสมกับเวลา การสร้าง
เห็นและประสบการณ์ กรณีศึกษาเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณ ตอนสรุปผลการ
กรณีศึกษาวิทยากรมักไม่ให้ความสำคัญและรีบสรุปจบ
8.การประชุมแบบฟอรัม(Forum)
เป็นเทคนิคที่ใช้กับการประชุมกลุ่มใหญ่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม
ในการฝึกอบรม โดยการซักถามแสดงข้อเท็จจริง ปรึกษาหารือแสดงความคิดเห็นกับวิทยากร วิธีการ
วิทยากรพูดให้ฟังแล้วผู้ฟังสอบถามและแสดงความคิดเห็นได้
ลักษณะของการประชุมแบบฟอรัมจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง
ข้อดี ข้อเสีย
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหา เวลาอาจไม่พอถ้าเป็นเนื้อหาที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสนใจกันทุกคน
เป็นการกระตุ้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้น และมี พิธีกรและวิทยากรต้องมีความรู้ความสามารถดี ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
บรรยากาศเป็นกันเอง บางคนอาจไม่กล้าผู้แสดงความคิดเห็น หรือบางคนพูดนอกประเด็น
9.เกมการบริหาร(ManagementGames)
เป็นแข่งขันเพื่อดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง เป็นการให้ปฏิบัติเหมือนเหตุการณ์จริง
อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อสาร การตัดสินใจ การวางแผน การเป็นผู้นำ มนุษย์สัมพันธ์ ฯลฯ ขนาดของ
กลุ่มในการแข่งขันขึ้นอยู่กับเกมการแข่งขัน
ลักษณะทุกคนในกลุ่มร่วมกันแข่งขันตามเกม
ข้อดี ข้อเสีย
เป็นการย่อสถานการณ์จริงให้ฝึกในช่วงสั้น ๆ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม การเลือกเกมที่ไม่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ การแบ่งกลุ่มมาก
มีส่วนร่วมช่วยกันคิดช่วยกันทำ ทำให้มีบรรยากาศเป็นกันเอง เกินไปจะเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน และเกมบางชนิดต้องใช้อุปกรณ์
ได้รับความรู้โดยไม่รู้ตัว และเวลา
เป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป
10.การแสดงบทบาทสมมติ(Roleplaying)
การสาธิตเป็นการแสดงให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เห็นการปฏิบัติจริงซึ่งการกระทำหรือปฏิบัติ
จริงจะมีลักษณะคล้ายการสอนงาน
ลักษณะของการสาธติจะเป็นระบบสื่อสารสองทาง
ข้อดี ข้อเสีย
เกิดความรู้ความเข้าใจเร็ว และมีความน่าเชื่อถือสูง เพิ่มทักษะของ ต้องใช้เวลาเตรียมการมาก เหมาะกับการฝึกอบรมกลุ่มเล็กๆ วิทยากร
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ดี ไม่เบื่อหน่าย สามารถปฏิบัติได้หลายครั้ง ต้องมีความชำนาญจริงๆ และต้องไม่พลาด
11.การสัมมนา(Seminar)
เป็นการประชุมของผู้ที่ปฏิบัติอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันแล้วพบปัญหาเหมือน ๆ กัน เพื่อร่วมกัน
แสดงความคิดเห็นหาแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาทุกคนที่ไปในการสัมมนาต้องช่วยกันพูดช่วยกัน
แสดงความคิดเห็น ปกติจะบรรยายให้ความรู้พื้นฐานก่อนแล้วแบ่งกลุ่มย่อย จากนั้นนำผลการอภิปราย
ของกลุ่มย่อยเสนอที่ประชุมใหญ่
ลักษณะของการสัมมนาทุกคนร่วมกันอภิปรายเสนอความคิด
ข้อดี ข้อเสีย
เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาส ที่ปรึกษากลุ่มหรือสมาชิกบางคนอาจครอบงำความคิดของผู้อื่ นได้
มีส่วนร่วมมาก ผลสรุปของการสัมมนานำไปเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ดี เพราะวัยวุฒิหรือคุณวุฒิหรือตำแหน่งหน้าที่การงาน ถ้าเวลาจำกัด
รีบสรุปผลอาจได้ข้อสรุปที่ไม่หน้าพอใจ
12.การศึกษาดูงานนอกสถานที่(FieldTrip)
เป็นการนำผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปศึกษายังสถานที่อื่นนอกสถานที่ฝึกอบรม เพื่อให้พบเห็น
ของจริงซึ่งผู้จัดต้องเตรียมการเป็นอย่างดี
ลักษณะของการศึกษาดูงานนอกสถานที่จะเป็นการนำผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปศึกษาดูงานนอกสถานที่
ข้อดี ข้อเสีย
เพิ่มความรู้ความเข้าใจได้เห็นการปฏิบัติจริง สร้างความสนใจและความ ต้องใช้เวลาและเสียค่าใช้จ่ายมาก ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
กระตือรือร้น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยเฉพาะเจ้าของสถานที่ที่จะไปศึกษาที่
13.การประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop)
เป็นรูปแบบของการฝึกอบรมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดการเรียนรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ
สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปปฏิบัติงานในสถานการณ์จริงที่ผู้เข้าอบรมปฏิบัติอยู่
ลักษณะของการประชุมเชิงปฏิบัติงานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. เป็นการให้ความรู้ของวิทยากร เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม ให้สามารถแก้ไข ข้อขัดข้องใน
การทำงาน กำหนดแนวทางในการปฏิบัติและปรับปรุงงาน
2. เป็นการปฏิบัติการของผู้เข้ารับการอบรมที่จะหารือ อภิปราย ให้ได้แนวทางแก้ปัญหาหรือวิธีการปฏิบัติงาน โดยอาจจะ
ดำเนินการทั้งกลุ่มใหญ่หรือแงเป็นกลุ่มย่อย ซึ่งการดำเนินการของส่วนที่สอง จะอาศัยหลักวิชาการหรือหลักการที่วิทยากร
ได้บรรยายหรืออภิปรายมาใช้ประกอบเป็นแนวทาง
ข้อดี ข้อเสีย
เกิดความรู้ความเข้าใจเร็ว และมีความน่าเชื่อถือสูง เพิ่มทักษะของ ต้องใช้เวลาเตรียมการมาก เหมาะกับการฝึกอบรมกลุ่มเล็กๆ วิทยากร
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ดี ไม่เบื่อหน่าย สามารถปฏิบัติได้หลายครั้ง ต้องมีความชำนาญจริงๆ และต้องไม่พลาด
14.การอบรมด้านความรู้สึก (SensitivityTraining)
เป็นการอบรมผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับกลุ่ม ประสบการณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความผิด
หวังและความคับข้องใจของกลุ่ม จะได้รับการแก้ไขปัญหากันเองภายในกลุ่ม การแสดงออกทางความรู้สึก
ของคนในกลุ่มอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนมากกว่าการเรียนรู้ จุดประสงค์ที่สำคัญของ
การอบรมด้านความรู้สึก เป็นการสอนให้เข้าใจในเรื่องของประสิทธิภาพของกลุ่มพลวัตร และพฤติกรรมของ
กลุ่มที่ขาดประสิทธิภาพ โดยแจ้งว่าสิ่งที่เรียนรู้จากกลุ่มจะได้รับการนำกลับไปสู่การปฏิบัติงานของแต่ละคน
ลักษณะของการอบรมด้านความรู้สึกจะเรียนรู้พฤติกรรมของกลุ่ม
ข้อดี ข้อเสีย
1. เปิดโอกาสให้สมาชิกที่เข้ารับการอบรมแสดงออกด้านความรู้สึก 1. ไม่สามารถใช้ได้กับบุคลากรทุกระดับขององค์การ
2. ผู้ให้การอบรมจะต้องเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องกลุ่มพลวัตรเป็นอย่างดี
และรู้จักควบคุมความรู้สึกที่อาจมีผลกระทบต่อผู้อื่ น
2. ผู้เข้ารับการอบรมได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกอย่างทั่วถึง
3. ส่งเสริมให้ผุ้เข้ารับการอบรมได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่พฤติกรรม
ที่พึงปราถนาขององค์การ
จัดทำโดย
นางสาวเกศราพร แก้วสาลี 001
สาขาการจัดการสำนักงาน 2/1
จบการนำเสนอ