The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by namnatt.nattaya, 2022-11-20 19:40:45

คู่มือผู้ปกครองและนักเรียน 2565

โรงเรียนโยธิบูรณะ

49ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

50 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

51ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

52 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

53ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

54 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง



ระเบยี บวา ดว ยการลงโทษนกั เรียน
และนักศกึ ษา พ.ศ.2548

อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา 6 และมตรา 65 แหงพระราชบัญญัตคิ ุมครองเด็ก พ.ศ.2548
รฐั มนตรีวาการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร จึงวางระเบียบวา ดว ยการลงโทษนกั เรียนและนกั ศกึ ษาไวด ังตอไปน้ี

ขอ 1 ระเบยี บนีเ้ รียกวา “ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ าร” วาดวยการลงโทษนกั เรยี นและนักศกึ ษา
พ.ศ.2548

ขอ 2 ระเบยี บน้ใี หใชบังคบั ต้ังแตวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตนไป
ขอ 3 ใหยกเลกิ ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการวา ดว ยการลงโทษนักเรยี นหรือนกั ศึกษา พ.ศ.2543
ขอ 4 ในระเบียบน้ี “ผูบรหิ ารโรเงรยี นหรือสถานศึกษา” หมายความวา ครใู หญ อาจารยใ หญ
ผอู ํานวยการอธิการบดี หรอื หวั หนาของโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษาหรือตําแหนง ท่ีเรยี กชื่ออยางอ่นื โรงเรยี นหรอื สถาน
ศกึ ษานนั้ “กระทําความผิด” หมายความวา การท่นี กั เรียนหรอื นักศกึ ษาประพฤตฝิ า ฝน ระเบยี บ
ขอ บงั คับของสถานศึกษา หรอื ของกระทรวงศกึ ษาธิการ หรอื กฎกระทรวง วาดว ยความประพฤติของนักเรียนและ
นกั ศึกษา “การลงโทษ” หมายความวา การลงโทษนักเรียนหรือนกั ศึกษาทกี่ ระทาํ ความผดิ โดยมี
ความมุงหมาย เพอ่ื การอบรมสั่งสอน
ขอ 5 โทษทีจ่ ะลงโทษแกนักเรยี นหรือนกั ศกึ ษาท่ีกระทาํ ความผดิ มี 4 สถาน ดงั น้ี

(1) วากลาวตักเตือน
(2) ทําทณั ฑบน
(3) ตัดคะแนนความประพฤติ
(4) ทาํ กจิ กรรมเพ่อื ใหปรับเปรียบพฤติกกรรม
ขอ 6 หามลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษาดว ยวิธกี ารรนุ แรงหรอื แบบกล่นั แกลง หรือลงโทษดวย
โกรธหรือดว ยความพยาบาท โดยคํานึงถึงอายขุ องนักเรยี นหรอื นกั ศึกษา และความรา ยแรงของ
พฤติการณป ระกอบการลงโทษดว ยการลงโทษนักเรียนหรือนักศกึ ษาใหเปนไปเพอ่ื เจตนาท่จี ะแกนิสยั และ
ความประพฤตไิ มดขี องนกั เรียนหรอื นกั ศกึ ษาใหร สู ํานกึ ในความผดิ และกลบั ประพฤตติ นในทางทดี่ ีตอ ไป
ใหผ บู ริการโรงเรียนหรอื สถานศกึ ษาใหผบู ริหารโรงเรยี นสถานศึกษามอบหมายเปนผมู อี ํานาจในการลงโทษ
นักเรียน นกั ศึกษา
ขอ 7 การวา กลา วตักเตือน ใชในกรณนี กั เรียนหรือนักศกึ ษากระทําความผิดไมร ายแรง
ขอ 8 การทาํ ทณั ฑบนใชใ นกรณีนกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษา ตามกฎกระทรวงวา ดวยความประพฤติ
นกั เรยี นหรือนกั ศกึ ษาหรือกรณที ําใหเสอ่ื มเสยี ช่อื เสยี งและเกยี รติศกั ดขิ์ องสถานศึกษาหรอื ฝาฝนระเบยี บ
ของสถานศกึ ษาหรอื ไดรบั โทษวากลา วตกั เตือนแลวยงั ไมเ ข็ดหลาบการทาํ ทัณฑบนใหท าํ เปนหนงั สอื และ
เชญิ บิดามารดาหรือผูป กครองมาบนั ทกึ ทราบความผิดและรับรองการทาํ ทนั ฑบ นไวดวย

56 คูม‹ อื นแักลเะรผ�ยŒูปนกครอง

ขอ 9 การตดั คะแนนความประพฤติ ใหเปนไปตามระเบยี บปฏบิ ัติ วา ดวยการตดั คะแนน
ความประพฤตินักเรียนหรือนกั ศึกษาของแตล ะสถานศกึ ษากําหนด และใหบันทึกขอมลู ไวเปน หลักฐาน

ขอ 10 ทํากจิ กรรมเพอ่ื ใหปรับเปลย่ี นพฤติกรรม ใชในกรณีทน่ี กั เรยี นและนักศึกษากระทํา
ความผดิ ที่สมควรตองปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมการจัดกจิ กรรมใหเปนไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกาํ หนด

ขอ 11 ใหปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร รักษาการใชเปนไปตามระเบยี บนีแ้ ละใหมอี ํานาจ
ตีความ และวนิ ิจฉยั ปญหาเก่กี ับการปฏิบตั ิตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548
อดศิ ยั โพธารามิก

รกั ฐมนตรีวา การกระทรวงศึกษาธิการ

57ค‹ูมอื นแลกั ะเผร�ยŒปู นกครอง

ระเบยี บโรงเรียนโยธินบรู ณะ

วา ดว ยการกาํ หนดความประพฤติ การลงโทษ และการแกไขความประพฤตินกั เรียน พ.ศ.2548
อาศยั อํานาจตามความในขอ 2 กฎกระทรวง การกําหนดความประพฤตนิ ักเรียนและนกั ศกึ ษา พ.ศ.2548
โรงเรยี นโยธินบูรณะ วา ดว ยการกาํ หนดความประพฤติ การลงโทษ และการแกไ ขความประพฤตนิ ักเรยี นโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะ
พ.ศ.2562 เพอื่ เปน การปอ งกัน ดแู ล แกไ ขพฤตกิ รรมนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะเพ่อื ใหเหมาะสมกับสภาพของนกั เรยี น
และปองกนั การลว งละเมดิ สิทธิเสรภี าพระหวา งนักเรียนโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะ จึงวางระเบียบไวดงั นี้
ขอ 1 ระเบยี บนเี รยี กวา “ระเบียบโรงเรียนโยธินบรู ณะวา ดวยการกาํ หนดความประพฤติ การลงโทษ และการ
แกไขความประพฤตนิ ักเรยี นโรงเรียนโยธนิ บูรณะ พ.ศ.2562”
ขอ 2 ระเบยี บนีใ้ ชบงั คับตั้งแตวนั ถดั จากวนั ประกาศเปนตนไป
ขอ 3 บรรดาระเบยี บหรือขอ บังคบั หรือคาํ ส่งั อน่ื ใดในสวนทก่ี าํ หนดไวแ ลว หรือซ่ึงขดั หรอื แยง กบั ระเบียบน้ี
ใหใ ชระเบียบนแ้ี ทน
ขอ 4 ระเบียบนี้ใหใชบ งั คับกับนกั เรียนในภาคการศกึ ษาตามหลักสูตรกระทรวงศกึ ษาธกิ าร หรอื นักเรียน
ในภาคการศกึ ษาตามโครงการตางๆ ของโรงเรยี น
ขอ 5 ในระเบยี บนค้ี าํ วา

“นักเรยี น” หมายถึง นกั เรียนโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะที่อยรู ะหวา งการศึกษา ในระดับชนั้ มัธยมศกึ ษา
ตอนตน (ม.1 - ม.3) และระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) ในหลกั สูตรหรือโครงการตางๆ ของโรงเรียนโยธิบูรณะ

“ผูอ ํานวยการ” หมายถงึ ขาราชการครผู ดู ํารงตาํ แหนงผอู าํ นวยการโรงเรยี นโยธินบูรณะ
“รองผอู ํานวยการกลมุ บริหารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรียน” หมายถงึ ขาราชการครูผูไดรบั
การแตงตง้ั ใหดาํ รงตําแหนงรองผอู าํ นวยการโรงเรยี นโยธินบรู ณะ
“ผชู วยรองผอู าํ นวยการกลมุ บริหารงานบคุ คลและกิจการนักเรียน” หมายถงึ ขาราชการครู
ผูไดรับการแตง ตง้ั ใหทาํ หนา ทเ่ี ปนผชู วยรองผูอํานวยการกลุมบริหารงานบุคคลกจิ การนกั เรียน โรงเรยี นโยธนิ บูรณะ
“หัวหนาระดบั ชั้น” หมายถึง ขา ราชการครูผูท ี่ไดรบั การคดั เลือกและแตง ต้ังใหทาํ หนา ท่หี วั หนา
ระดบั ช้ัน ในโรงเรยี นโยธินบรู ณะ
“คณะกรรมการพิจารณาบทลงโทษ” หมายถงึ คณะกรรมการกลมุ บรหิ ารกิจการนักเรยี น ท่ไี ด
รับการแตง ตัง้
“ผปู กครอง” หมายถงึ ผูทลี่ งทะเบยี นเปน ผูป กครองไวกับโรงเรียน ซ่ึงอาจเปน บดิ า มารดา
ผูอ นุบาล ผรู บั บตุ รบุญธรรม และผูปกครองตาม ประมวลกฎหมายเเพง และพาณิชย และใหหมายความรวมถึง พอ เลย้ี ง
แมเ ลยี้ ง ผปู กครองสวสั ดภิ าพ นายจาง ตลอดจนบุคคลอื่น ซึง่ รับเดก็ ไวใ นความอปุ การะเลย้ี งดู หรอื เดก็ อาศยั อยูดว ย
“ความประพฤติ” หมายถงึ การปฏบิ ตั ิตนหรือการกระทาํ ตนตามระเบียบวนิ ยั ขอบงั คบั ของ
สถานศกึ ษา มีจรรยามารยาทตามแบบวัฒนธรรมไทยท่ดี งี าม
“การกระทําผดิ ” หมายถึง การท่ีนักรเรียนประพฤติผิด หรอื ฝา ฝน ระเบียบโรงเรียนโยธนิ บณู ะ
วา ดว ยการปฏิบัติตนของนกั เรยี นโรงเรยี นโยธนิ บูรณะ พ.ศ. 2562
“การลงโทษ” หมายถึง การลงโทษนกั เรยี นทกี่ ระทําผิดมคี วามมงุ หมายเพ่ือการอบรมส่งั สอน
โดยการ วากลา ตักเตอื น ทําทัณฑบน ตัดคะแนนความประพฤติ ทํากิจกรรมเพอ่ื ปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรม สาํ หรับนักเรยี น
ท่ีกระทําความผิดหรอื ฝา ฝน ระเบยี บโรงเรยี นโยธินบูรณะวา ดว ยการปฏิบัตติ นของนกั เรยี นโรงเรียนโยธนิ บูรณะ พ.ศ. 2562
และระเบยี บโรงเรียนโยธนิ บูรณะวาดว ยการแตง กายของนักเรยี นโรงเรียนโยธินบรู ณะ พ.ศ. 2562
“การแกไขความประพฤต”ิ หมายถึง การลงโทษนักเรียนโดยการทาํ กจิ กรรม การเขาคาย
คณุ ธรรม การบาํ เพญ็ สาธารณะประโยชน เมอ่ื คณะกรรมการมีมตใิ หผา น จะคนื คะแนนพฤติกรรม
“คะแนนคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค” หมายถึง เกณฑในการกาํ หนดถถรู ะดบั การลงโทษพฤติกรรม
ของนกั เรยี น

58 คม‹ู อื นแักลเะรผย� Œูปนกครอง

ขอ 6 ใหม คี ณะกรรมการกลมุ บริหารกิจการนกั เรียน เพื่อควบคุมความประพฤตขิ องนกั เรยี นพจิ ารณาการ
ลงโทษและรายงานผลการพิจารณาการลงโทษเสนอ ตอ ผูอํานวยการโรงเรยี น ประกอบดว ยรองผูอ ํานวยการกลุม บรหิ าร
งานบุคคลและกจิ การนักเรยี นเปน ประธานกรรมการ ผูช ว ยรองผอู ํานวยการกลมุ บริหารกจิ การนักเรียนเปน รองประธาน
กรรมการ หัวหนา ระดบั เปน กรรมการ หัวหนา งานระเบยี บวินยั เปนกรรมการและเลขานกุ าร โดยหัวหนา สถานศกึ ษาเปนผแู ตงตง้ั

ขอ 7 ใหต ัดคะแนนความประพฤตินักเรียน เมื่อปรากฏขอเทจ็ จรงิ ชดั แจง วา นักเรยี นไดทําความผิด และให
บันทึกการตดั คะแนนความประพฤตไิ วเ ปน ลายลักษณอกั ษร โดยหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารในการตดั คะแนนความประพฤตใิ ห
ปฏิบัติดังนี้

ขอ 8 รายการพฤตกิ รรมท่ีถูกตัดคะแนนคุณลกั ษณะอนั พิงึ ประสงค
(นักเรยี นทุกคนมคี ะแนนพฤตกิ รรม 100 คะแนน ตอ ปการศึกษา)

59คูม‹ อื นแลกั ะเผรย�ูปŒ นกครอง

60 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

61ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

เกณฑก ารตัดคะแนนความประพฤติ

9.1 นกั เรยี นทกุ คนจะไดร บั คะแนนพฤตกิ รรม 100 คะแนน เมอื่ เรม่ิ ปก ารศกึ ษาใหม
หากนกั เรยี นทาํ ผดิ ระเบยี บของโรงเรยี นจะถกู หกั คะแนนความประพฤต(ิ ตอ ครง้ั ) ตามเกณฑท กี่ าํ หนดและ
รว มกบั มมี าตรการอน่ื เชน ตกั เตอื น แจง ผปู กครอง ฯลฯ

9.2 เมอ่ื สนิ้ ปก ารศกึ ษาหรอื ภาคเรยี น นกั เรยี นทถ่ี กู หกั คะแนนความประพฤติ มากกวา
หรอื เทา กบั 49 คะแนน จะตอ งเขา รว มกจิ กรรมทที่ างโรงเรยี นกาํ หนดเพอ่ื ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมและเสรมิ
สรา งวนิ ยั และจงึ จะมสี ทิ ธเ์ิ ลอ่ื นชน้ั เรยี นไดใ นปก ารศกึ ษาถดั ไป

9.3 พฤตกิ รรมของนกั เรยี นจะถกู บนั ทกึ ไวต ลอดชว งชน้ั (3 ป) และมผี ลในการ
พจิ ารณาใหส ทิ ธใ์ิ นการสอบเขา เรยี นในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ในรอบนกั เรยี นโรงเรยี นเดมิ และการใหจ บ
การศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6 ดว ย

ขอ 10 อาํ นาจการลงโทษตดั คะแนนความประพฤติ
10.1 ครทู กุ ทา นมอี าํ นาจลงโทษการตดั คะแนนความประพฤตคิ รง้ั ละ 5 คะแนน
10.2 ครหู วั หนา ระดบั ชน้ั ผชู ว ยรองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและ

กจิ การนกั เรยี น มอี าํ นาจลงโทษการตดั คะแนนความประพฤตไิ มเ กนิ ครง้ั ละ 20 คะแนน
10.3 รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี น มอี าํ นาจลงโทษ

การตดั คะแนนความประพฤตเิ กนิ ครง้ั ละ 20 คะแนน แตไ มเ กนิ 30 คะแนน
10.4 การตดั คะแนนความประพฤตคิ รง้ั ละเทา กบั หรอื มากกวา 30 คะแนนขนึ้ ไป ให

เปน อาํ นาจของคณะกรรมการกลมุ บรหิ ารกจิ การนกั เรยี น อนั ประกอบดว ยครปู ระจาํ วชิ า (ถา เกยี่ วขอ ง)
ครทู ปี่ รกึ ษา หวั หนา ระดบั ชน้ั ผชู ว ยรองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี น ฝา ย 1
รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี นทง้ั หมด หรอื อยา งใดอยา งหนงึ่ ตามความเหมาะสม

10.5 นกั เรยี นทถ่ี กู ตดั คะแนนความประพฤตเิ ทา กบั หรอื มากกวา 30 คะแนนขนึ้ ไป
ใหท าํ ทณั ฑบ นไว

10.6 การตดั คะแนนความประพฤตจิ ะกระทาํ ไดเ พยี ง 1 ครงั้ ตอ ความผดิ ชนดิ เดยี ว
ใน 1 วนั

10.7 การตดั คะแนนความประพฤตใิ นกรณใี ดๆกต็ าม จะตอ งทาํ เปน ลายลกั ษณอ กั ษร
และรายงานใหค รทู ป่ี รกึ ษาของนกั เรยี นทถี่ กู ตดั คะแนน/หวั หนา ระดบั /ผชู ว ยรองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ าร
งานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี นฝา ย 1/รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี น
รบั ทราบตามลาํ ดบั

10.8 เมอ่ื ตดั คะแนนความประพฤตนิ กั เรยี นแลว โรงเรยี นตอ งดาํ เนนิ การดงั น้ี
10.8.1 แจง ใหน กั เรยี นทราบ
10.8.2 ผปู กครองรบั ทราบดว ยวาจาหรอื เปน ลายลกั ษณอ กั ษร แลว แตก รณี
10.8.3 เกบ็ หลกั ฐาน บนั ทกึ ขอ มลู การลงโทษและตดั คะแนนทง้ั หมดไวท ี่

62 คูม‹ ือนแกัลเะรผย� Œูปนกครอง

ฝา ยกจิ การนกั เรยี น ตลอดหนง่ึ ชว งชนั้ ของนกั เรยี น
ขอ 11 การปรบั พฤตกิ รรมโดยการทาํ กจิ กรรมบาํ เพญ็ สาธารณะประโยชนแ ละคนื คะแนน
เพอ่ื เปน แนวทางปฏบิ ตั ใิ หเ กดิ ความพฤตดิ แี ละไดค ะแนนคนื ใหก บั นกั เรยี น โรงเรยี นจงึ ได

กาํ หนดแนวทางการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมบาํ เพญ็ สาธารณประโยชน มารบั สมดุ ทาํ ดี ทห่ี อ งกจิ การนกั เรยี น
11.1 ใหน กั เรยี นทปี่ ระสงคจ ะทาํ กจิ กรรมบาํ เพญ็ สาธารณประโยชน มารบั สมดุ

ทาํ ดี ทหี่ อ งกจิ การนกั เรยี น
11.2 นกั เรยี นทท่ี าํ กจิ กรรมบาํ เพญ็ สาธารณประโยชนต า งๆ ในบรเิ วณโรงเรยี น เชน

ชว ยทาํ ความสะอาด/ชว ยงานอน่ื ๆของโรงเรยี น และมรี ปู ถา ยประกอบกบั รายละเอยี ดในสมดุ ทาํ ดพี รอ ม
ลายมอื ชอื่ และหมายเลขโทรศพั ทข องครทู รี่ บั ผดิ ชอบ จะไดร บั คะแนนคนื ชว่ั โมงละ 1 คะแนน

11.3 นกั เรยี นทท่ี าํ กจิ กรรมบาํ เพญ็ สาธารณประโยชนต า งๆ ภายนอกโรงเรยี น เชน
ชว ยทาํ ความสะอาด/ชว ยงานอนื่ ๆของโรงเรยี น และมรี ปู ถา ยประกอบกบั รายละเอยี ดในสมดุ ทาํ ดพี รอ ม
ลายมอื ชอื่ และหมายเลขโทรศพั ทข องครทู ร่ี บั ผดิ ชอบ(ซงึ่ ไมใ ชบ ดิ ามารดาและญาตสิ ายตรง) จะไดร บั คะแนน
คนื ชว่ั โมงละ 5 คะแนน

11.4 กรณอี นื่ ๆ ใหเ ปน อาํ นาจตดั สนิ ของคณะกรรมการทกี่ ลมุ บรหิ ารกจิ การนกั เรยี น
ตง้ั ขน้ึ

11.5 นกั เรยี นทมี่ พี ฤตกิ รรมดี ตามระเบยี บวา ดว ยการเพมิ่ คะแนนความประพฤติ
นกั เรยี นฯ มสี ทิ ธไิ์ ดค ะแนนเพมิ่ ตามทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด

11.6 คะแนนทไี่ ดเ พมิ่ สามารถนาํ ไปหกั ลา งโทษจากพฤตกิ รรมทไี่ มพ งึ ประสงคท ถี่ กู
หกั ไปครง้ั ละไมเ กนิ 10 คะแนน (พฤตกิ รรมทไ่ี มพ งึ ประสงคท ถี่ กู หกั คะแนนครงั้ ละ 10 คะแนนหรอื
มากกวา ไมส ามารถหกั ลา งได)

ขอ 12 ใหร องผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานบคุ คลและกจิ การนกั เรยี นรกั ษาการใหเ ปน ไปตาม
ระเบยี บนี้ และใหม อี าํ นาจตคี วามและวนิ จิ ฉยั ปญ หาเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บนี้

ประกาศ ณ วนั ที่ มนี าคม พ.ศ. 2562
(นายอดศิ กั ด์ิ วไิ ลลกั ษณ)

ผอู าํ นวยการโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะ

63คูม‹ อื นแลักะเผรย�Œปู นกครอง

6.1 เมือ่ กลมุ บริหารงานบุคคลและกิจการนกั เรยี นไดร ับทราบ รบั รู พฤตกิ รรม
ของนักเรียนโดยทางใดทางหนงึ่ หรือหลายทาง ดังตอ ไปนี้
งานบคุ คลและกิจการนกั เรียน

64 คมู‹ อื นแักลเะรผย� ปูŒ นกครอง

65ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

66 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

67ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

68 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

69ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

70 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
เรอ่ื ง ผูปกครองนกั เรยี นนกั ศกึ ษาป 2522
โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผูปกครองนักเรียนใหเหมาะสม
ยง่ิ ขน้ึ ฉะนนั้ อาศยั อาํ นาจตามความในขอ 23 แหง ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 216 ลงวนั ที่ 29 กนั ยายน
2515 จึงใหยกเวนประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผูปกครองนักเรียน ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2503
และใหผูปกครองนักเรียนนักศึกษา ระดับต่ํากวาปริญญาตรีในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
1. “ผูปกครอง” หมายความวา บุคคลซ่ึงรับนักเรียนหรือนักศึกษาไวในความปกครอง หรือ
อุปการะเล้ียงดูหรือบุคคลที่นักเรียนนักศึกษาน้ันอาศัยอยู
2. ใหน กั เรยี น นกั ศกึ ษา ทกี่ าํ ลงั รบั การศกึ ษาในหลกั สตู รระดบั ปวส. ปกศ.สงู หรอื เทยี บเทา ลงมา
ในสถานศกึ ษาในสงั กดั หรอื ในความควบคมุ ดแู ลของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เวน แตก ารศกึ ษาผใู หญม ผี ปู กครอง
ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู
3. ในวนั มอบตวั นกั เรยี น นกั ศกึ ษาใหผ ปู กครองมามอบตวั นกั เรยี น นกั ศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษาพรอ มกบั
สงหลักฐานเอกสารตางๆ ตามที่สถานศึกษากําหนด ถาผูปกครองไมอาจมามอบตัวนักเรียนไดตามกําหนด
ใหผูปกครองตกลงกับหัวหนาสถานศึกษา กําหนดวันมอบตัวนักเรียน นักศึกษาใหม
4. ผูปกครองอาจตองรวมมือกับสถานศึกษา เพ่ือควบคุมความประพฤติและการศึกษาเลาเรียน
โดยใหนักเรียน นักศึกษา แตงกาย แตงเคร่ืองแบบประพฤติตนตามระเบียบ ขอบังคับหรือคําส่ังของ
สถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือตามท่ีกฎหมายกําหนด
5. ผูปกครองควรติดตอกับสถานศึกษาอยูเสมอ เพ่ือจะไดทราบปญหาตางๆ เกี่ยวกับการศึกษา
ของนักเรียน นักศึกษา และจะไดชวยสถานศึกษาแกไขปญหาน้ันๆ
6. เม่ือผูปกครองยายที่อยู หรือความเปนผูปกครองสิ้นสุดลงดวยประการใดๆ ใหผูปกครองแจง
สถานศึกษาทราบ (แจงฝายแนะแนวและฝายปกครอง)
7. สําหรับนักเรียน นักศึกษาที่รับการศึกษาอยูในสถานศึกษาแลว ใหสถานศึกษาตรวจสอบ
ติดตามหลักฐานการเปนผูปกครองนักเรียน นักศึกษา หากเห็นวานักเรียน นักศึกษาคนไหนไมมีผูปกครอง
หรือมีผูปกครองไมเหมาะสม ก็ใหสถานศึกษาดําเนินการใหเปนไปตามประกาศน้ี

ประกาศ ณ วนั ที่ 12 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2522

(ลงชอ่ื ) กอ สวสั ดพิ์ าณชิ ย
(นายกอ สวสั ดพิ์ าณชิ ย)
รฐั มนตรชี ว ยวา การ ปฏบิ ตั ริ าชการแทน
รฐั มนตรวี า การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

71คม‹ู อื นแลกั ะเผรย�ปูŒ นกครอง

72 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

ระเบียบโรงเรียนโยธินบูรณะ
วา ดว ยเครอื ขายผูป กครอง พ.ศ. ๒๕๖๒
เพือ่ ใหก ารบรหิ ารและการจดั การทเี่ กย่ี วของกบั เครือขา ยผปู กครอง เปนไปอยางมปี ระสิทธภิ าพ
เกดิ ประสทิ ธผิ ล สอดคลอ งกบั พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และทแี่ กไ ขเพมิ่ เตมิ (ฉบบั ท๒ี่ )
พ.ศ.๒๕๔๕ และระเบยี บสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานวา ดว ยเครอื ขา ยผปู กครอง พ.ศ.๒๕๕๑
อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๓๐ วรรค ๓ แหงพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และขอ ๑ (๓)และ(๗) ของกฎกระทรวง แบงสวนราชการสาํ นกั งาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. ๒๕๔๖ จงึ วางระเบยี บไว ดงั น้ี
ขอ ๑ ระเบยี บน้ีเรยี กวา “ระเบยี บโรงเรียนโยธินบรู ณะ วา ดว ยเครือขา ยผูปกครอง พ.ศ.๒๕๖๓”
ขอ ๒ ระเบยี บนใ้ี หบงั คับใชต ้งั แตวนั ถัดจากวนั ประกาศเปนตน ไป
ขอ ๓ บรรดาระเบยี บขอ บงั คบั ประกาศหรอื คาํ สงั่ อน่ื ใดทข่ี ดั หรอื แยง กบั ระเบยี บนใี้ หใ ชร ะเบยี บนแี้ ทน
ขอ ๔ ในระเบยี บน้ี
“โรงเรียน” หมายความวา โรงเรียนโยธินบรู ณะ
“เครอื ขา ยผปู กครอง” หมายความวา การรวมกันระหวา งผูปกครองนักเรียนในโรงเรยี นเดียวกัน
เพอ่ื รวมมอื กับโรงเรยี นในการประกอบกิจกรรมดา นการพฒั นาการเรยี นรูแ ละพฤติกรรมของนกั เรยี น
“ผูป กครอง” หมายความวา บดิ า มารดา หรอื บิดา หรือ มารดา ซงึ่ เปนผใู ชอ าํ นาจปกครองหรอื
ผูปกครองตามประมวลกฎหมายแพง พาณชิ ย และหมายความรวมถึงบคุ คลท่นี ักเรียนอยดู ว ยประจาํ หรอื ที่
นกั เรียนอยูในความดูแล
“กรรมการ” หมายความวา ผูไดร บั คดั เลอื กใหเ ปน กรรมการในคณะกรรมการ
“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการเครอื ขายผูป กครองโรงเรียนโยธนิ บูรณะ
ขอ ๕ วัตถปุ ระสงคของเครือขายผูป กครอง
(๑) เพอ่ื การดําเนินงานสรา งความสมั พนั ธอ ันดรี ะหวางโรงเรียนกบั ผูปกครอง
(๒) เพือ่ ใหผปู กครองมสี ว นรว มในการจดั กิจกรรม พฒั นาการเรยี นรแู ละพฤติกรรมของนกั เรยี น
(๓) เพอ่ื แลกเปลยี่ นความรู ประสบการณแ ละแนวคดิ ระหวา งผปู กครอง ครู และนกั เรยี นในโรงเรยี น
ขอ ๖ ใหม ีคณะกรรมการ ระดบั ตา งๆ ดงั นี้
(๑) คณะกรรมการระดับหองเรียน ประกอบดว ย ประธาน รองประธาน เลขานุการ ประชาสัมพนั ธ
และนายทะเบยี น ไดจากการท่ีโรงเรียนจดั ใหม ีการประชุมผูปกครองแตล ะหอ งเรียนเพอ่ื ใหผปู กครองคัดเลือก
กันเอง ใหเ หลอื จํานวนหองละ ๕ คน โดยมีครทู ่ปี รกึ ษาของแตละหอ งเรียนเปน ผูดําเนนิ การ

73คู‹มือนแลักะเผรย� Œูปนกครอง

(๒) คณะกรรมการระดบั ชน้ั เรยี น ประกอบดว ย ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร ประชาสมั พนั ธ
และนายทะเบียน ไดจากการเลือกกันเองของประธานและเลขานุการของแตละระดับหองเรียนท้ังหมด
คัดเลือกใหเหลือระดับชั้นเรียนละ ๕ คน โดยผูที่จะไดรับคัดเลือกใหเปนประธานระดับชั้นเรียน จะตอง
คัดเลือกจากผทู เ่ี ปน ประธานระดบั หองเรียนเทา น้ัน และมีหัวหนาระดบั ช้ันเรยี นเปนผูดําเนนิ การ

(๓) คณะกรรมการระดับโรงเรียน ประกอบดวย ประธาน รองประธาน เลขานุการ ประชาสัมพันธ
นายทะเบียน ปฏิคม ผูชวยประชาสัมพันธ และกรรมการกลางอีกจํานวน ๕ คน ไดจากการเลือกกันเองของ
ประธานและเลขานุการของแตละระดับช้ัน โดนผูท่ีจะไดรับคัดเลือกใหเปนประธานและรองประธาน
จะตองคัดเลือกจากผูที่เปนประธานระดับช้ันเรียนเทาน้ัน และมีรองผูอํานวยการโรงเรียน ท่ีผูอํานวยการ
โรงเรียนมอบหมายเปนประธานดําเนินการคัดเลือก

ในกรณีทโี่ รงเรียนมแี ผนการเรียนตามโครงการตางๆ โรงเรยี นอาจแตง ตั้งกรรมการกลางเพมิ่ เติมได
โครงการละ ๑ คน

ขอ ๗ คุณสมบัติของกรรมการ
(๑) เปนบิดา มารดา หรือผูปกครองของนักเรียนที่กําลังศึกษาในโรงเรียนอยูในปจจุบัน
(๒) เปนผูท่ีบรรลุนิติภาวะและตองดูแลอุปการะนักเรียนท่ีแทจริง
ขอ ๘ การพนจากตําแหนง
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติตามท่ีไดกําหนดไวในขอ ๗
(๔) มติท่ีประชุมของคณะกรรมการรวมกับผูบริหารโรงเรียน พิจารณาใหพนจากสภาพการเปน
กรรมการ กรณีท่ีพบวาไดกระทําการสอไปในทางไมสุจริต หรือมีเจตนาแสวงหา หรือไดมาซึ่งผลประโยชน
และสิทธิประโยชนตาง ๆ เพ่ือตนเองหรือผูอ่ืนโดยไมชอบดวยกฎหมาย
(๕) ส้ินสุดวาระ
ใหคณะกรรมการมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละ ๑ ป
ขอ ๙ บทบาทและหนาที่ของคณะกรรมการ
(๑) รวมสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน ดานพัฒนาการเรียนรูและพฤติกรรมของนักเรียน
โดยผานความเห็นชอบจากผูบริหารโรงเรียน
(๒) รวมสรางความสัมพันธอันดีระหวางครูและผูปกครอง
(๓) รวมสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนและกิจกรรมของโรงเรียน
(๔) เสนอขอคิด ขอเสนอแนะในการพัฒนาท่ีจะเปนประโยชนแกนักเรียนและโรงเรียน
(๕) รวมกับโรงเรียน จัดใหมีประชุมระหวางคณะกรรมการกับผูปกครองตามความเหมาะสม
อยางนอย ปละ ๒ คร้ัง
74 คู‹มอื นแักลเะรผย� ปูŒ นกครอง

(๖) สรุปและรายงานผลการดําเนนิ งานของคณะกรรมการใหผ ูป กครองนักเรยี นทราบ
อยา งนอ ย ปล ะ ๑ คร้งั

ขอ ๑๐ ใหโ รงเรยี นแตงต้งั ครเู ปน ผูป ระสานงานกบั คณะกรรมการตามความเหมาะสม
ขอ ๑๑ ใหโ รงเรยี นดาํ เนนิ การใหไ ดม าซง่ึ คณะกรรมการโดยเรว็ อยา งชา ไมเ กนิ ภาคเรยี นที่ ๑ ของทกุ ป
ขอ ๑๒ ใหผ บู รหิ ารโรงเรียนเปนผูแตง ตง้ั และถอดถอนคณะกรรมการหรอื กรรมการ
ขอ ๑๓ คณะกรรมการผปู กครองเครอื ขา ยทจี่ ดั ตงั้ ขน้ึ หรอื มอี ยกู อ นระเบยี บนใ้ี ชบ งั คบั ใหด าํ เนนิ การ
ตอไปจนกวา จะสน้ิ สุดวาระ
ขอ ๑๔ ใหร องผูอ ํานวยการโรงเรียนกลุมบริหารงานบคุ คลและกจิ การนักเรียนรักษาการให
เปนไปตามระเบยี บนี้และใหม อี าํ นาจตีความและวินิจฉยั ปญ หาเก่ยี วกบั การปฏิบตั ติ ามระเบียบน้ี

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
(นายณรงค คงสมปราชญ)

ผูอ ํานวยการโรงเรียนโยธนิ บรู ณะ

75คม‹ู อื นแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

กลมุ‹ บร�หารวช� าการ

76 คู‹มือนแกัลเะรผย� ปูŒ นกครอง

นางสาวมลวิ ลั ย กศุ ลนิ กุล

77คู‹มือนแลกั ะเผรย�ูŒปนกครอง

หลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนโยธนิ บรู ณะ พทุ ธศกั ราช 2564
วิสัยทัศน
โรงเรียนโยธินบูรณะ มุงพัฒนาผูเรียนทุกคนตามศักยภาพ เพ่ือเปนบุคคลแหงการเรียนรู
สามารถแสวงหาความรดู ว ยตนเองตลอดชวี ติ เปน คนดี มปี ญ ญา มที กั ษะชวี ติ มคี วามรแู ละสมรรถนะ
ตามมาตรฐานสากล มคี วามสามารถในการแขง ขนั ไดท ง้ั ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ สามารถดาํ เนนิ ชวี ติ
อยูรวมกันในสังคมไทย สังคมระดับภูมิภาคและสังคมโลกไดอยางสันติสุข โดยยึดมั่นในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข คุณธรรมจริยธรรมตามหลักศาสนาท่ีตนนับถือ
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หลักการ
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนโยธินบูรณะ ยึดหลักการ ดังน้ี
1. การพฒั นาผเู รยี นตามศกั ยภาพ นกั เรยี นสามารถเลอื กเรยี นไดต ามความสนใจ
ความถนดั และความตองการของตนเองไดท้ังในดานวิทยาศาสตร คณิตศาสตร ภาษาอังกฤษ
ศิลปะดนตรี กีฬา การงานอาชีพ และเทคโนโลยี
2. การพัฒนาผูเรียนใหเปนบุคคลแหงการเรียนรู สามารถแสวงหาความรูไดดวยตนเอง
โดยวิธีการตามมาตรฐานสากล
3. การพัฒนาผูเรียนใหมีความสมดุล ทั้งดานความรู สติปญญา สังคม อารมณ มีทักษะ
ชีวิตและเจตคติในการอยูรวมกันในสังคมไทย สังคมระดับภูมิภาค และสังคมโลกไดอยางสันติสุข
4. การพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีคุณธรรมจริยธรรมตามศาสนาที่ตนนับถือ ยึดมั่นในหลัก
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง บนพื้นฐานของความเปนไทยควบคูกับความเปนสากล
เปาหมาย
หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะ มงุ ใหน กั เรยี นเปน คนดี มศี กั ยภาพเปน พลโลก
จึงกําหนดเปาหมายเพ่ือใหเกิดกับผูเรียน เม่ือจบหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนโยธินบูรณะ ดังน้ี
1. ผูเรียนไดพัฒนาตนเองอยางเต็มศักยภาพ เพื่อเปนบุคคลแหงการเรียนรู สามารถ
แสวงหาความรูไดดวยตนเองตลอดชีวิต
2. ผเู รยี นมคี วามเปน เลศิ ทางวชิ าการ เปน นกั คดิ ผลติ งานอยา งสรา งสรรค รว มกนั
รบั ผดิ ชอบสังคม มุงสูสากลดํารงตนอยางไทย ยึดม่ันในระบอบประชาธิปไตย คุณธรรมจริยธรรม
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

78 คู‹มอื นแกัลเะรผย� ูŒปนกครอง

3. ผเู รยี นเปน พลเมอื งดขี องสงั คมไทย สงั คมระดบั ภมู ภิ าค และสงั คมโลก สามารถดาํ เนนิ
ชวี ติ อยูรวมกับผูอ่ืนไดอยางสันติสุข

4. ผูเรียนมีศักยภาพในการแขงขันไดทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
โครงสรางเวลาเรียนและโครงสรางหลักสูตร

โรงเรียนโยธินบูรณะเร่ิมใชหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนโยธินบูรณะ พุทธศักราช 2564
กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 โดยกําหนดหองเรียน ดังน้ี

หองเรียนท่ี 1-2 หองเรียนพิเศษวิทยาศาสตร–คณิตศาสตร จัดการเรียนการสอน
ตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา และจดั การเรยี นการสอนเพม่ิ เตมิ ตามหลกั สตู รสาํ หรบั พฒั นาและสง เสรมิ
ผมู คี วามสามารถพเิ ศษทางวทิ ยาศาสตรแ ละคณติ ศาสตรร ะดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน แบบหอ งเรยี นพเิ ศษ
ตามแนวทางของสถาบนั สง เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี (สสวท.) และ มลู นธิ สิ ง เสรมิ
โอลิมปกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตรศึกษา (สอวน.) ดังน้ัน เพ่ือใหนักเรียนไดรับ
การพฒั นาใหเ ปน เลศิ ทางวทิ ยาศาสตรแ ละคณติ ศาสตรใ นสาขาทต่ี นเองถนดั อยา งตอ เนอ่ื ง หลกั สตู ร
จึงกําหนดใหนักเรียนศึกษาในหองน้ีจนสําเร็จการศึกษาระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 ในปการศึกษา
2566 โดยไมมีการเปลี่ยนหองเรียน

หองเรียนที่ 3-10 หองเรียนปกติ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษา
พุทธศักราช 2564 โดยในปการศึกษา 2564 นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 ทุกคนจะไดเรียนวิชา
วิทยาศาสตรและคณิตศาสตรในรายวิชาเพิ่มเติม หลังจากนั้น เมื่อนักเรียนแตละคนไดผานการ
พิจารณาศักยภาพและความถนัดในช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 2 ปการศึกษา 2565 นักเรียนจะแบงออก
เปน 2 กลุม (ตามนโยบายการจัดช้ันเรียนของโรงเรียน)

• กลุมที่ 1 หองเรียนที่ 3–6 ไดรับการเสริมศักยภาพเพ่ิมเติมในรายวิชา
วิทยาศาสตรและคณิตศาสตรและศึกษาในหองเรียนกลุมน้ีจนสําเร็จการศึกษาระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปท่ี 3 ในปการศึกษา 2566

• กลุมที่ 2 หองเรียนท่ี 7–10 ไดรับการเสริมศักยภาพเพ่ิมเติมในรายวิชา
คณติ ศาสตร วทิ ยาศาสตร และ วชิ าตามความถนดั และความสนใจในกลมุ สาระการเรยี นรพู ลศกึ ษา
และสุขศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และภาษาตางประเทศท่ี 2 และศึกษาในหองเรียนกลุมนี้จน
สําเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 3 ในปการศึกษา 2566

รายละเอียดของโครงสรางเวลาเรียนและโครงสรางหลักสูตรของแตละหองแสดง
ไดดังตารางตอไปนี้

79คมู‹ ือนแลักะเผร�ยูปŒ นกครอง

80 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

โครงสรา งเวลาเรยี นและโครงสรา งหลกั สตู ร
โรงเรยี นโยธนิ บรู ณะเร่มิ ใชห ลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นโยธนิ บรู ณะ พุทธศักราช 2564
กบั นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ที่รับเขาศึกษาตอในปการศึกษา 2564 โดยกําหนดหองเรียนตาม
แผนการเรียนทไี่ ดรับคัดเลอื กเขาศึกษาตอ ดังน้ี
หอ งเรยี นท่ี 1-2 หอ งเรียนพเิ ศษวทิ ยาศาสตร– คณิตศาสตร จดั การเรยี นการสอนตาม
หลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอนเพ่ิมเติมตามหลักสูตรสําหรับพัฒนาและสงเสริมผูมี
ความสามารถพเิ ศษทางวทิ ยาศาสตรแ ละคณติ ศาสตรร ะดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย แบบหอ งเรยี นพเิ ศษ
ตามแนวทางของสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หลักสูตรจึงกําหนดใหนักเรียนศึกษาในหองน้ีจน
สําเร็จการศึกษาระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 6 ในปการศึกษา 2566 โดยไมมีการเปล่ียนหองเรียน
หองเรียนที่ 3–7 แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร– คณิตศาสตร จัดการเรียนการสอนโดย
ไดรับการสงเสริมศักยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตรผานรายวิชาเพ่ิมเติมเสริมศักยภาพ
รายบุคคล ในช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 4 และเลือกเรียนชุดวิชาเพิ่มเติมเสริมศักยภาพรายบุคคล
ในชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 และ 6 เพอ่ื รองรบั การเขา ศกึ ษาตอ ในระดบั อดุ มศกึ ษาทางดา นวทิ ยาศาสตร
และคณิตศาสตร และสาขาวิชาท่เี ก่ยี วขอ ง
หองเรียนท่ี 8–10 แผนการเรยี นคณติ ศาสตร–ภาษาอังกฤษ จัดการเรียนการสอนโดย
ไดร บั การสง เสรมิ ศกั ยภาพทางคณติ ศาสตรแ ละภาษาองั กฤษ ผา นรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ศกั ยภาพรายบคุ คล
ในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 และเลอื กเรยี นชดุ วชิ าเพม่ิ เตมิ เสรมิ ศกั ยภาพรายบคุ คล ในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5
และ 6 เพื่อรองรับการเขาศึกษาตอในระดับอุดมศึกษาทางดานคณิตศาสตรและภาษาอังกฤษ
และสาขาวชิ าท่เี กี่ยวขอ ง
หอ งเรยี นที่ 11–12 แผนการเรยี นภาษาองั กฤษ–ภาษาฝรง่ั เศส, จนี , ญปี่ นุ จดั การเรยี น
การสอนโดยไดรับการสงเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษและภาษาตางประเทศที่ 2 ผานรายวิชา
เพม่ิ เตมิ เสรมิ ศกั ยภาพรายบคุ คลในชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 และเลอื กเรยี นชดุ วชิ าเพมิ่ เตมิ เสรมิ ศกั ยภาพ
รายบุคคล ในชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 และ 6 เพอื่ รองรับการเขาศกึ ษาตอในระดบั อดุ มศึกษาทางดาน
ภาษาตางประเทศ และสาขาวชิ าทเี่ กย่ี วของ
หองเรยี นท่ี 13 แผนการเรียนภาษาองั กฤษ–ท่วั ไป จัดการเรียนการสอนโดยไดรับการ
สงเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษและการอาชีพ ผานรายวิชาเพิ่มเติมเสริมศักยภาพรายบุคคล
ในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 4 และเลอื กเรยี นชดุ วชิ าเพม่ิ เตมิ เสรมิ ศกั ยภาพรายบคุ คล ในชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท 5ี่
และ 6 เพื่อรองรับการเขาศึกษาตอในระดับอุดมศึกษาทางดานมนุษยศาสตร สังคมศาสตร
ศลิ ปศาสตร และสาขาวิชาที่เกยี่ วขอ ง
หองเรียนที่ 14 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ–สังคมศึกษา จัดการเรียนการสอนโดยได
รับการสงเสริมศักยภาพทางภาษาอังกฤษและสังคมศึกษา ผานเปดรายวิชาเพิ่มเติมเสริมศักยภาพ
รายบุคคลในชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 และเลือกเรียนชุดวิชาเพ่ิมเติมเสริมศักยภาพรายบุคคล
ในช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 และ 6 เพ่ือการเขาศึกษาตอในระดับอุดมศึกษาทางดาน สังคมศาสตร
นิตศิ าสตร รฐั ศาสตร ภูมิศาสตร และสาขาวิชาที่เกยี่ วของ
รายละเอยี ดของโครงสรางเวลาเรยี นและโครงสรา งหลักสตู รของแตล ะหอ งแสดงไดดัง
ตารางตอไปน้ี
81คู‹มือนแลกั ะเผรย�Œูปนกครอง

82 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

83ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

84 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

85ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยปูŒ นกครอง

86 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยŒปู นกครอง

การวัดและประเมินผล
การวัดและประเมินผลเปนกระบวนการสําคัญที่มีสวนเสริมสรางความสําเร็จใหกับผูเรียน

และเปนสวนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน การสอนและการประเมินผลจําเปนตองมี
ลกั ษณะท่สี อดคลอ งกนั สําหรับการประเมินในสถานศกึ ษาแบงเปน 2 ระดับ คอื

1. การประเมินระดบั ชัน้ เรียน
เปน การวดั และประเมนิ ผลทอี่ ยใู นกระบวนการจดั การเรยี นรคู รผู สู อนดาํ เนนิ การเพอ่ื พฒั นา
ผเู รยี นและตดั สนิ ผลการเรยี นในรายวชิ า / กจิ กรรมทต่ี นสอนในการประเมนิ เพอื่ การพฒั นาครผู สู อน
ประเมนิ ผลการเรยี น ตามตวั ชว้ี ดั ทกี่ าํ หนดเปน เปา หมายในแตล ะหนว ยการเรยี นรดู ว ยวธิ กี ารตา ง ๆ
เชน การซักถาม การสังเกต การตรวจผลงานการแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน การแสดงกิริยา
อาการตาง ๆ ของผูเรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อดูวาบรรลุตัวชี้วัดหรือมีแนวโนมวาจะบรรลุ
ตัวชีว้ ดั เพยี งใดแลว แกไ ขขอบกพรองเปน ระยะๆอยางตอ เน่ือง
2. การประเมนิ ระดับสถานศึกษา
เปนการตรวจสอบผลการเรียนของผูเรียนเปนรายป/รายภาคผลการประเมินการอานคิด
วิเคราะห และเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงคและกิจกรรมพัฒนาผูเรียนการอนุมัติผลการเรียน
การตัดสินการเลื่อนชั้นเรียนและเปนการประเมินเพื่อใหไดขอมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของ
สถานศกึ ษาวา สง ผลตอ การเรยี นรขู องผเู รยี นตามเปา หมายหรอื ไมผ เู รยี นมสี งิ่ ทต่ี อ งไดรับการพัฒนา
ในดานใดรวมท้ังสามารถนําผลการเรียนของผูเรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑระดับชาติ
และระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเปนขอมูลและสารสนเทศ
เพอื่ การปรบั ปรงุ นโยบาย หลกั สตู รโครงการ หรอื วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอน ตลอดจนเพอ่ื การจดั ทาํ
แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษาตามแนวทางการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา และการรายงาน
ผลการจัดการศึกษาตอคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
สาํ นักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐานผูปกครองและชุมชน
เกณฑก ารจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
1. ผูเรียนเรียนรายวิชาพนื้ ฐานและเพ่มิ เติมไมเ กิน 81 หนวยกติ โดยเปน รายวชิ าพนื้ ฐาน
66 หนวยกติ และรายวิชาเพ่ิมเติมตามท่สี ถานศกึ ษากําหนด
2. ผเู รยี นตอ งไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน อ ยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพนื้ ฐาน
66 หนวยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เติมไมน อ ยกวา 11 หนวยกติ
3. ผเู รยี นมผี ลการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นในระดบั ผา นเกณฑก ารประเมนิ
ตามท่สี ถานศกึ ษากาํ หนด

87คู‹มือนแลักะเผรย�ปŒู นกครอง

4. ผูเรยี นมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงคใ นระดับผานเกณฑการประเมนิ ตาม
ที่สถานศึกษากําหนด
5. ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมินผานเกณฑการประเมินตาม
ทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
เกณฑก ารจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ ไมน อ ยกวา 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพนื้ ฐาน
41 หนว ยก2ติ. ผแเู รลยีะนราจยะวตชิอ างเไพดหม่ิ นเตว มิยตกาติ มตทลสี่อถดาหนลศกั กึ สษตู ารกไมาํ หน นอ ยดกวา 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพนื้ ฐาน
41 หนว ยกติ และรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ไมน อ ยกวา 40 หนว ยกติ
3. ผเู รยี นมผี ลการประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี นในระดบั ผา นเกณฑก ารประเมนิ
ตามทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด
4. ผเู รยี นมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคใ นระดบั ผานเกณฑก ารประเมนิ ตาม
ทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด
สถานศกึ ษ5า.กผาํ หเู รนยี ดนเขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นและมผี ลการประเมนิ ผา นเกณฑก ารประเมนิ ตามท่ี
การใหร ะดบั ผลการเรยี น
การตดั สนิ เพอ่ื ใหร ะดบั ผลการเรยี นรายวชิ าของกลมุ สาระการเรยี นรใู หใ ชต วั เลขแสดงระดบั
ผลการเรยี น เปน 8 ระดบั การตดั สนิ ผลการเรยี นในระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานใชร ะบบผา นและไมผ า น
โดยกําหนดเกณฑ การตัดสินผานแตละรายวิชาท่ีรอยละ 50 จากน้ันจึงใหระดับผลการเรียนที่ผาน
สาํ หรบั ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และตอนปลายใชต วั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเปน 8 ระดบั
แนวการใหรร ะะดดบั บั ผผลลกกาารรเเรรยี ยี นน48 ระดบั แลหะมคาวยาถมงึ หมดายเี ยขย่ี อมงแตล ะระดบั ดชงัว นงคี้ ะแนน 80-100
ระดบั ผลการเรยี น 3.5 หมายถงึ ดมี าก ชว งคะแนน 75-79
ระดบั ผลการเรยี น 3 หมายถงึ ดี ชว งคะแนน 70-74
ระดบั ผลการเรยี น 2.5 หมายถงึ คอ นขา งดี ชว งคะแนน 65-69
ระดบั ผลการเรยี น 2 หมายถงึ ปานกลาง ชว งคะแนน 60-64
ระดบั ผลการเรยี น 1.5 หมายถงึ พอใช ชว งคะแนน 55-59
รระะดดบบัั ผผลลกกาารรเเรรยยีี นน 01 หหมมาายยถถงงึึ ตผาา่ํ นกวเกา ณเกฑณข ฑน้ั  ตาํ่ ชชวว งงคคะะแแนนนน 500-4-594

การเปลย่ี นผลการเรยี น
1. การเปลยี่ นผลการเรยี น “0”
สถานศกึ ษาจดั ใหม กี ารสอนซอ มเสรมิ ในมาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชวี้ ดั ทผ่ี เู รยี นสอบไมผ า นกอ น แลว จงึ
สอบแกต วั ไดไ มเ กนิ 2 ครง้ั ถา ผเู รยี นไมด าํ เนนิ การสอบแกต วั ตามระยะเวลาทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนดให
อตยอใูงนดดําลุเนยินพกนิ าจิ รใขหอเงสสรถ็จาสน้ินศภกึ าษยาใทนจ่ีปะกพาจิราศรึกณษาาขนยั้นายถเาวสลอาอบอแกกไตปัวอกี 2 1ครภ้ังาแคลเรวยี นยังสไดาํ หรระบัดภับาผคลเกรยีารนเทร่ีีย2น
“0” อกี ใหส ถานศกึ ษาแตง ตงั้ คณะกรรมการดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การเปลยี่ นผลการเรยี นของผเู รยี นโดย
ปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
1. ถา เปน รายวชิ าพนื้ ฐาน ใหเ รยี นซาํ้ รายวชิ านนั้
2. ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ใหเ รยี นซา้ํ หรอื เปลยี่ นรายวชิ าเรยี นใหม ทง้ั นใ้ี หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ
ของสถานศกึ ษา ในกรณที เ่ี ปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ใหห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา เรยี น
แทนรายวชิ าใด
88 ค‹ูมือนแักลเะรผ�ยูŒปนกครอง

2. การเปล่ียนผลการเรียน “ร”
การเปลย่ี นผลการเรยี น “ร” ใหด าํ เนนิ การดงั นี้ ใหผ เู รยี นดาํ เนนิ การแกไ ข “ร” ตามสาเหตุ
เม่ือผูเรียนแกไขปญหาเสร็จแลวใหไดระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต 0-4) ถาผูเรียนไมดําเนิน
การแกไข “ร” กรณีที่สงงานไมครบ แตมีผลการประเมินระหวางภาคเรียนและปลายภาคใหผูสอน
นําขอมูลที่มีอยู ตัดสินผลการเรียน ยกเวนมีเหตุสุดวิสัย ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะ
ขยายเวลา การแก “ร” ออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน สําหรับภาคเรียนท่ี 2 ตองดําเนินการให
เสรจ็ สนิ้ ภายในปก ารศกึ ษานน้ั เมอ่ื พน กาํ หนดนแ้ี ลว ใหเ รยี นซา้ํ หากผลการเรยี นเปน “0” ใหด าํ เนนิ
การแกไขตามหลักเกณฑ
3. การเปล่ียนผลการเรียน “มส”
การเปล่ียนผลการเรียน “มส” มี 2 กรณี ดังนี้
1. กรณีผูเรียนไดผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไมถึงรอยละ 80 แตมีเวลาเรียน
ไมนอยกวา รอยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้นใหสถานศึกษาจัดใหเรียนเพ่ิมเตมิ โดยใชช ว่ั โมง
สอนซอมเสริม หรือใชเวลาวาง หรือใชวันหยุด หรือมอบหมายงานใหทําจนมีเวลาเรียนครบตามท่ี
กําหนดไวสําหรับรายวิชาน้ันแลวจึงใหวัดผลปลายภาคเปนกรณีพิเศษผลการแก “มส” ใหไดระดับ
ผลการเรียนไมเกิน “1” การแก “มส” กรณีน้ีใหกระทําใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้นถาผูเรียน
ไมมาดําเนินการแก “มส” ตามระยะเวลาท่ีกําหนดไวน้ีใหเรียนซํ้า ยกเวนมีเหตุสุดวิสัยใหอยูใน
ดุลยพินิจของสถานศึกษาท่ีจะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน แตเมื่อพน
กําหนดนี้แลวใหปฏิบัติดังนี้
(1) ถาเปนรายวิชาพื้นฐานใหเรียนซ้ํารายวิชานั้น
(2) ถาเปนรายวิชาเพิ่มเติมใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาใหเรียนซ้ําหรือ
เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม
2. กรณผี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรยี นนอ ยกวา รอ ยละ 60 ของเวลาเรยี น
ท้ังหมด ใหสถานศึกษาดําเนินการ ดังนี้
(1) ถาเปนรายวิชาพ้ืนฐาน ใหเรียนซํ้ารายวิชาน้ัน
(2) ถาเปนรายวิชาเพิ่มเติมใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาใหเรียนซํ้าหรือ
เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหมในกรณีที่เปล่ียนรายวิชาเรียนใหม ใหหมายเหตุใน
ระเบียนแสดงผลการเรียนวาเรียนแทนรายวิชาใด
การเรียนซํ้ารายวิชา
นกั เรยี นทไี่ ดร บั การสอนซอ มเสรมิ และสอบแกต วั 2 ครง้ั แลว ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ ให
เรียนซ้ํารายวิชานั้น ทั้งน้ีใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดใหเรียนซ้ําในชวงใดชวงหนึ่งที่
สถานศึกษาเห็นวาเหมาะสม เชน พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงวาง หลังเลิกเรียนภาคฤดูรอน
เปน ตน ในกรณภี าคเรยี นท่ี 2 หากผเู รยี นยงั มผี ลการเรยี น “0” “ร” “มส” ใหด าํ เนนิ การใหเ สรจ็ สนิ้
กอนเปดเรียนปการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปดการเรียนการสอน ในภาคฤดูรอนเพ่ือแกไข
ผลการเรียนของผูเรียนได
การเรียนซํ้าช้ัน
นักเรียนท่ีไมผานรายวิชาจํานวนมากและมีแนวโนมวาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับ
ชน้ั ทสี่ งู ขน้ึ สถานศกึ ษาอาจตงั้ คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ รยี นซา้ํ ชนั้ ได ทงั้ นใี้ หค าํ นงึ ถงึ วฒุ ภิ าวะและ
ความรูความสามารถของผูเรียนเปนสําคัญ การเรียนซํ้าช้ันมี 2 ลักษณะ คือ
1. นักเรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปการศึกษาน้ันตํ่ากวา 1.00 และมีแนวโนมวาจะ
เปนปญหาตอการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น
89ค‹มู อื นแลกั ะเผรย�Œปู นกครอง

2. ผูเรียนท่ีมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินคร่ึงหน่ึงของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนใน
ปการศึกษาน้ันทั้งน้ีหากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง 2 ลักษณะ ใหสถานศึกษาแตงตั้ง
คณะกรรมการพิจารณา หากเห็นวาไมมีเหตุผลอันสมควรก็ใหซ้ําชั้นโดยยกเลิกผลการเรียนเดิม
และใหใชผลการเรียนใหมแทนหากพิจารณาแลวไมตองเรียนซํ้าชั้นใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษา
ในการแกไขผลการเรียน

ขอ ปฏบิ ตั ใิ นการตดิ ตอ กลมุ บรหิ ารวชิ าการ
การพน สภาพการเปน นกั เรยี น

นกั เรยี นจะพน สภาพการเปน นกั เรยี นเมอื่
1. ตาย
2. ลาออก
3. จบจากศกึ ษาระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน
4. จบการศกึ ษาระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
5. ครบกาํ หนดรกั ษาสภาพและไมม าตดิ ตอ ขอกลบั เขา เรยี น
ในกรณีท่ีขาดเรียน 5 วัน โดยไมแจงสาเหตุใหโรงเรียนทราบ และโรงเรียนไดติดตอกับ
ผปู กครองไมน อ ยกวา 3 ครง้ั แตไ มไ ดร บั คาํ ตอบรบั โรงเรยี นจะดาํ เนนิ การแขวนลอย
การขอลาออกจากโรงเรยี น
1. ผูปกครองขอใบลาออกจากงานทะเบียนนักเรียนและลงชื่อในใบลาออก (กรณีผูปกครอง
มาไมได ใหมอบฉันทะเปนลายลักษณอักษรแกผูท่ีบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายมาดําเนินการแทนได
โดยตอ งมสี าํ เนาบตั รประจาํ ตวั ผมู อบและผรู บั มอบฉนั ทะแนบมาดว ย) แลว กรอกรายละเอยี ดใหค รบถว น
(กรณีตองการหลักฐานการศึกษาใหสงพรอมรูปถายปจจุบันที่แตงเคร่ืองแบบนักเรียนถูกตอง
ขนาดรปู ถา ย 3*4 ซ.ม. จาํ นวน 1 รปู )
2. งานทะเบยี นสง เรอ่ื งตามลาํ ดบั ขนั้
3. รบั ปพ.1 : 2 หรอื ปพ.1: 3 ไดภ ายใน 7 วนั หลงั จากไดร บั อนมุ ตั ใิ หล าออกแลว
หมายเหตุ งานทะเบยี นนกั เรยี นจะไมจ า ยใบลาออกใหน กั เรยี นทไ่ี มม ผี ปู กครองหรอื ผแู ทนมาดว ย
การขอพกั การเรยี นในกรณที ไ่ี ดร บั ทนุ โครงการแลกเปลยี่ น
1. ผปู กครองกรอกแบบคาํ รอ งพรอ มแนบเอกสารประกอบ เชน หนงั สอื ขอพกั การเรยี นในกรณี
นกั เรยี นเขา รว มโครงการแลกเปลยี่ นทางวฒั นธรรม (AFS, Rotary, AYC ….) ผา นงานทะเบยี นนกั เรยี น
2. นกั เรยี นนาํ คาํ รอ งไปตดิ ตอ กลมุ บรหิ ารงบประมาณแลว นาํ มาสง ทง่ี านทะเบยี นนกั เรยี น
3. นกั เรยี นมาตดิ ตามผลการอนมุ ตั หิ ลงั จากยน่ื เรอ่ื ง 3 วนั
4. พกั การเรยี นตามเวลาทไ่ี ดร บั อนมุ ตั ิ ถา พน กาํ หนดเวลาทไ่ี ดร บั การอนมุ ตั แิ ตม คี วามประสงค
จะไมกลบั เขา เรียนตองไปแจง ทีง่ านทะเบยี นนกั เรียนวา จะขอเล่อื นเวลาขอกลบั เขาเรยี น หรือจะขอพกั
การเรยี นตอ ไป
5. หลงั จากกลบั มาจากการเขา รว มโครงการฯ ตอ งรายงานตวั พรอ มสง สาํ เนาผลการเรยี นจาก
โรงเรยี นทน่ี กั เรยี นไปเขา รว มโครงการฯ ทง่ี านทะเบยี นนกั เรยี นภายใน 7 วนั
การขอเปลย่ี นชอ่ื เปลย่ี นชอื่ สกลุ ของนกั เรยี น หรอื ของบดิ ามารดา หรอื ของผปู กครอง
1. นกั เรยี นขอแบบคาํ รอ งขอเปลย่ี นชอื่ หรอื สกลุ ทง่ี านทะเบยี นนกั เรยี น
90 คม‹ู อื นแักลเะรผ�ยูŒปนกครอง

2. ผปู กครองกรอกแบบคาํ รอ งพรอ มเอกสารหนงั สอื การเปลย่ี นชอื่ – ชอ่ื สกลุ ฉบบั ถา ยเอกสาร
ท่ลี งนามรับรองสําเนาถูกตอ งจํานวน 1 ชุด

3. งานทะเบียนนกั เรยี นสงเร่อื งตามลาํ ดับชัเนและบนั ทกึ แกไขตามทไี่ ดรับการอนมุ ัติ
การขอแก วนั เดือน ปเกิด

1. ขอใบคํารองทีง่ านทะเบยี นนักเรียน
2. ยนื่ แบบคาํ รอ งทก่ี รอกขอ มลู ครบถว นพรอ มแนบเอกสารสตู บิ ตั รและเอกสารสาํ เนาทะเบยี น
บานที่แก วนั เดอื น ปเกดิ ฉบบั ถา ยเอกสารพรอมลงนามรบั รองสําเนาถูกตอง
3. งานทะเบยี นนกั เรยี นสงเรือ่ งตามลําดับขั้นและบนั ทึกแกไขตามที่ไดรับการอนุมัติ
การขอเปลี่ยนยศผูป กครองหรือบดิ ามารดา
1. ขอใบคาํ รอ งที่งานทะเบียนนักเรียน
2. ยื่นแบบคํารองท่ีกรอกขอมูลครบถวนพรอมแนบเอกสารรับรองการเปลี่ยนยศ (ฉบับถาย
เอกสารและ ลงนามรับรองสําเนาถูกตอง)
3. งานทะเบียนนกั เรียนสง เรือ่ งตามลําดับขน้ั และบนั ทกึ แกไ ขตามทไี่ ดรับการอนมุ ัติ
การขอใบรบั รองการเปน นกั เรียน (ปพ.7)
1. นักเรียนกรอกขอมูลลงในคํารอง พรอมแนบรูปถายนักเรียนท่ีแตงเครื่องแบบนักเรียน
ถูกตอง (รปู ถาย ขนาด 3*4 ซม. จาํ นวน 1 รูป ใชตดิ ใบรบั ารองได 1 ใบ)
2. ตดิ ตอลว งหนาอยา งนอย 3 วนั
3. งานทะเบียนจะรับรองเฉพาะสถานภาพการเปนนักเรียน ความประพฤติ และผลการเรียน
หากตอ งการ ใหรับรองกรณีอ่นื ๆ เชน รบั รองความสามารถพิเศษตาง ๆ นักเรยี นตองนาํ คาํ รอ งไปให
ครูทีเ่ กยี่ วของเขียนรับรองกอนแลว จงึ นาํ มายื่นทง่ี านทะเบยี น
4. การขอและรับใบรบั รอง ใหขอและรบั ในวันปฏบิ ัติราชการตามเวลาราชการ
08.30 – 16.30 น. )
การขอใบระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
โรงเรียนจะออกระเบียบแสดงผลการเรียน ( ปพ.1: 2 , ปพ.1: 3 ) ใหนักเรียนเมื่อนักเรียน
ออกจากโรงเรยี นในกรณตี อ ไปน้ี
1. นกั เรยี น (ทกุ ระดบั ชนั้ ) ลาออกระหวา งทกี่ าํ ลงั เรยี นอยใู นโรงเรยี น ใหน กั เรยี นนาํ ผปู กครอง
มาแจง การขอลาออกตอ ผอู าํ นวยการโรงเรยี น พรอ มทงั้ นาํ รปู ถา ยนกั เรยี นทแี่ ตง เครอื่ งแบบนกั เรยี นถกู ตอ ง
รปู ถา ย ขนาด 3*4 ซม. จาํ นวน 1 รปู มาดว ย (ดา นหลงั รปู เขยี นชอื่ – สกลุ ชนั้ หอ ง และเลขประจาํ ตวั
นกั เรียนใหช ัดเจน)
2. นักเรียนออกจากโรงเรียนเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) หรือจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
(ม.6) ใหค นละ 1 ฉบบั โดยขอรบั ไดตามกาํ หนดของโรงเรยี น หรือติดตองานทะเบยี นนักเรียน
3. ในกรณที นี่ กั เรยี นมคี วามประสงค จะขอผลการเรยี นกอ นจบงานทะเบยี นวดั ผลจะออกสาํ เนา
ปพ.1 ใหโ ดยนักเรยี นมาเขียนคํารอ งพรอ มนํารปู ถา ยท่แี ตง เคร่ืองแบบนกั เรียนถกู ตอง รปู ถา ย
ขนาด 3*4 ซม. จํานวน 1 รูป ใชต ิดใบ ปพ.1 1 ใบ

91คู‹มือนแลกั ะเผรย�ปูŒ นกครอง

ลักษณะภาพถาย
ภาพถา ยทจี่ ะนาํ มาใชผ นกึ กบั เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทโี่ รงเรยี นจะออกใหต อ งมลี กั ษณะดงั น้ี
1. ขนาดภาพถา ย เปน ภาพถา ยขนาด 3*4 ซม. ถา ยไวไ มเ กนิ 6 เดอื น พนื้ หลงั สฟี า หรอื สนี าํ้ เงนิ
2. ลกั ษณะของภาพทเี่ หมาะสมตอ งมลี กั ษณะดงั น้ี (ใหด ภู าพถา ยทต่ี ดิ ตงั้ ไวห นา หอ งกจิ การนกั เรยี น)

ก. ภาพถายหนาตรง ไมยิ้ม ไมสวมแวนตาดํา
ข. ทรงผม ตามระเบียบโรงเรียน ไมปลอยใหปลายผมปดบังสวนใดสวนหนึ่งของใบหนา เชน หนาผาก
คิ้ว ตา แกม
ค. เส้ือ สวมเส้ือเคร่ืองแบบนักเรียนถูกตอง เสื้อคอเชิ้ต กลัดกระดุมคอเม็ดท่ีสองลงไป
ง. ตองมองไมเห็นส่ิงตอไปนี้ที่ปรากฏในภาพถาย

- หนวด เครา และจอน
- สรอยคอ ตุมหู หรือเส้ือคอกลมช้ันใน
3. สําหรับศิษยเกาใหเปนภาพถายปจจุบันถายไวไมเกิน 6 เดือน ในชุดสุภาพ
หมายเหตุ หามใชภาพถายโพลารอยด หรือภาพถายสติกเกอรและไมควรถายภาพเอง เพราะจะไมได
ขนาดมาตรฐานเหมือนถายท่ีรานถายรูป
ศิษยเกาท่ีตองการขอระเบียนแสดงผลการเรียน
ใหปฏิบัติดังน้ี
1. ขอรับใบคํารองขอระเบียนแสดงผลการเรียนท่ีหองวิชาการ
2. ยื่นใบคํารองในวันและเวลาราชการที่งานทะเบียนวัดผล ใชรูปถายนักเรียน หรือรูปถาย
ที่แตงกายสุภาพ จํานวน 1 รูป (รบ. ขนาด 2 นิ้ว ปพ. ขนาด 3*4 ซม.) พรอมท้ังใบแจงความและ
สําเนาบัตรประจําตัวของผูขอเพ่ือเสนอขออนุมัติตอผูอํานวยการโรงเรียน
3. ใหนําคํารองไปชําระเงินท่ีกลุมบริหารงบประมาณ
4. รับระเบียนแสดงผลการเรียนหลังจากยื่นคํารอง 7 วัน

92 คมู‹ อื นแักลเะรผย� Œูปนกครอง

ภาคENภโGคาLรISษHงากPอROาังGรกRAฤMษ

93คู‹มือนแลักะเผร�ยูปŒ นกครอง

English Program (EP)

Vision
“Education to International Standards while maintaining and preserving Thai Culture.”

AIM:
To develop the full potentials od the students at Yothinburana School and to

focus on Science, Mathematics and English using the fundamental and educational
curriculum in order to develop a superior competency in the use of English for communication.
Obejectives:

To teach every subject in English except the Thai language and subject concerning
Thai culture and law.

To promote and encourage students to use English effectively and fluently.
To create goodwill in learning English.
To develop students self-confdence in using English for communication.
To promote and develop superior study habits in order to help fulfill the highest
potential of the students.
English Program Curricular
Since 1998, our English Program Curricular was the first to be launched under
The Office of the Basic Education Commission. We are currently celebrating the 20th
anniversary of the founding of this English Program.
All subjects are taught in English, except ,of course, the Thai subject related to
Thai culture. These programs naturally use the Basic Core Educational Curriculum B.E. 2551
as outtined in the year 2008. We are, indeed, a World Class Standard Curriculum School.
Extra-curricular Activities:
English-Math-Science Camp (E.M.S. Camp)
The camp which is organized annually offers activities to students to integrate
their knowledge of English, Math and Science to fulfill various missions. Sports Day
This sport event running approximately one or two weeks all allows the students to show
their sportsmanship through a wide range of sports.
English Experience Day
Assorted competitions using all skills of English, for example debates, speeches
and plays are offered to students to show their show outstanding language skills.

94 คมู‹ อื นแกัลเะรผ�ยŒูปนกครอง

Clubs
their interest, the students can apply for membership of clubs providing both

academic and relaxing activities.
English Summer Camp

this a project aimed at enhancing the ability of using English in the students' daily
life and making good understanding of different culture of the native English speakers such as,
the American, the Canadian, New Zealanders and the Australian.
English Day Camp

By organizing English courses taught by qualified native speaker staff, this program
will help students to develop their four skills of English such as, listening, speaking, reading
and writing.
Learning Community Project

Parents and guardians will be invited to assist in teaching and providing their specific
knowledge both inside and outside the classroom to students in Mathayom 4. This project
is aimed to widen students' knowledge which is not only from their teachers but also
from their parents and guardians who can share their specific knowledge to the students.
This project is also focused on students' authentic learning both inside the classroom and
outside the school.

95ค‹มู ือนแลกั ะเผร�ยูปŒ นกครอง

Academic Evaluation

The students from the English Program have to be evaluated by other institutes
them to their English Proficiency.

Evaluation of English Proficency by other institutes
Academic year 2017

Level Objectives Institutes
Education First
Standardization of the English Language SE-ED Institute
M.1 SLEP Test Education First
Online Oxford Placement Test SE-ED Institute

Development of English Capabilities Education First
M.2 SLEP Test SE-ED Institute
Online Oxford Placement Test
Center for Professional
Development of English Proficiency Assessment
M.3 SLEP Test Chulalongkorn University

Online Oxford Placement Test Chulalongkorn University

Junior TOFEL Proficiency Test
M.4 Junior TOFEL

First English Proficiency Evaluation
M.5 CU-TEP

M.6 Second English Proficiency Evaluation
CU-TEP

EP Honor Scholarship

3 A-year-scholarships for M.1
1 A-year-scholarships for M.2
1 A-year-scholarships for M.3
3 Three-years-scholarships for M.4
3 A-year-scholarships for M.4
6 Three-years-scholarships for the top six of M.4 from Regular program
1 A-year-scholarships for M.5
1 A-year-scholarships for M.6
96 คูม‹ ือนแักลเะรผย� ปูŒ นกครอง

Yothinburana School
Curriculum Structure of the Academic Year 2022

English Program (Grade 7) – M.1

Semester 1/2022 Periods/ Semester 2/2022 Periods/

Codes / Subjects Credits Week Codes / Subjects Credits Week
(Hour) (Hour)
Core Courses Core Courses
THA21101 Thai 1 1.5 3 (60) THA21102 Thai 2 1.5 3 (60)
MATH21101 Mathematics 1 1.5 3 (60) MATH21102 Mathematics 2 1.5 3 (60)
SCI21101 Science 1 1.5 3 (60) SCI21102 Science 2 1.5 3 (60)
SCI21103 Digital Technology and Design 1 0.5 1 (20) SCI21104 Computing Technology 1 0.5 1 (20)
SOC21101 Social Studies 1 1.5 3 (60) SOC21102 Social Studies 2 1.5 3 (60)
SOC21103 History 1 0.5 1 (20) SOC21104 History 2 0.5 1 (20)
HPE21101 Health and Physical Education 1 1.0 2 (40) HPE21102 Health and Physical Education 2 1.0 2 (40)
ART21103 Visual Arts 1 0.5 1 (20) ART21105 Visual Arts 2 0.5 1 (20)
ART21104 Music 1 0.5 1 (20) ART21106 Performing Arts 1 0.5 1 (20)
WORK ED21101 Work Education 1 0.5 1 (20) WORK ED21103 Career 1 0.5 1 (20)
ENG21101 English 1 1.5 *4 (80) ENG21102 English 2 1.5 *4 (80)
Total 11.0 23 (460) Total 11.0 23 (460)
Additional Courses (Based on Regular Program) Additional Courses (Based on Regular Program)
MATH21201 Additional Mathematics 1 1.0 2 (40) MATH21202 Additional Mathematics 2 1.0 2 (40)
SCI20201 Fun with Science 1.0 2 (40) SCI20202 Renewable Energy with 1.0 2 (40)
Utilization
Total 2.0 4 (80) Total 2.0 4 (80)
Additional Courses (English Program) Additional Courses (English Program)
SCI21224 3D Animation 1 1.0 2 (40) SCI21225 3D Animation 2 1.0 2 (40)
ENG21201 English Reading-Writing 1 1.0 2 (40) ENG21202 English Reading-Writing 2 1.0 2 (40)
ENG21203 English Listening-Speaking 1 1.0 2 (40) ENG21204 English Listening-Speaking 2 1.0 2 (40)
ENG21207 English Phonetics 1 1.0 2 (40) ENG21208 English Pronunciation 1 0.5 *2 (40)
Total 4.0 8 (160) Total 3.5 8 (160)
Additional Courses (World-class Standard) Additional Courses (World-class Standard)
SOC21205 Our Community 1.0 2 (40) SOC21206 Citizenship 1 1.0 2 (40)
CHI21203 Chinese for Communication 1 0.5 1 (20) CHI21204 Chinese for Communication 2 0.5 1 (20)
Total 1.5 3 (60) Total 1.5 3 (60)
Learner Development Activities Learner Development Activities
Boy Scout and Girl Guide 1 - 1 (20) Boy Scout and Girl Guide 2 - 1 (20)
Guidance 1 - 1 (20) Guidance 2 - 1 (20)
Club - 1 (20) Club - 1 (20)
Meeting (Voluntary Service 1) - 1 (20) Meeting (Voluntary Service 2) - 1 (20)
Total - 4 (80) Total - 4 (80)
Total (Credits / Periods / Hours ) 18.5 42 (840) Total (Credits / Periods / Hours ) 18.0 42 (840)

ค‹มู อื นแลกั ะเผรย�ูŒปนกครอง 97

Yothinburana School
Curriculum Structure of the Academic Year 2023

English Program (Grade 8) – M.2

Semester 1/2023 Periods/ Semester 2/2023 Periods/
Week
Codes / Subjects Credits Week Codes / Subjects Credi (Hour)
(Hour) ts

THA22101 Thai 3 Core Courses 1.5 3 (60) THA22102 Thai 4 Core Courses 1.5 3 (60)

MATH22101 Mathematics 3 1.5 3 (60) MATH22102 Mathematics 4 1.5 3 (60)
SCI22101 Science 3 1.5 3 (60) SCI22102 Science 4 1.5 3 (60)
SCI22103 Digital Technology and Design 2 0.5 1 (20) SCI22104 Computing Technology 2 0.5 1 (20)
SOC22101 Social Studies 3 1.5 3 (60) SOC22102 Social Studies 4 1.5 3 (60)
SOC22103 History 3 0.5 1 (20) SOC22104 History 4 0.5 1 (20)
HPE22101 Health and Physical Education 3 1.0 2 (40) HPE22102 Health and Physical Education 4 1.0 2 (40)
ART22103 Visual Art 3 0.5 1 (20) ART22105 Visual Art 4 0.5 1 (20)
ART22106 Performing Art 2 0.5 1 (20) ART22104 Music 2 0.5 1 (20)
WORK ED22101 Work Education 2 0.5 1 (20) WORK ED22104 Career 2 0.5 1 (20)
ENG22101 English 3 1.5 *4 (80) ENG22102 English 4 1.5 *4 (80)
Total 11.0 23 (460) Total 11.0 23 (460)
Additional Courses (Based on Regular Program) Additional Courses (Based on Regular Program)
MATH22201 Additional Mathematics 3 1.0 2 (40) MATH22202 Additional Mathematics 4 1.0 2 (40)
SCI20204 Earth System Science 1.0 2 (40) SCI20205 Science and Beauty 1.0 2 (40)
Total 2.0 4 (80) Total 2.0 4 (80)
Additional Courses (English Program) Additional Courses (English Program)
SCI22223 3D Animation 3 1.0 2 (40) SCI22224 3D Animation 4 1.0 2 (40)
ENG22201 English Reading-Writing 3 1.0 2 (40) ENG22202 English Reading-Writing 4 1.0 2 (40)
ENG22203 English Listening-Speaking 3 1.0 2 (40) ENG22204 Public Speaking 1 1.0 2 (40)
ENG22207 English Phonetics 2 0.5 *2 (40) ENG22208 English Phonetics 3 0.5 *2 (40)
Total 3.5 8 (160) Total 3.5 8 (160)
Additional Courses (World-class Standard) Additional Courses (World-class Standard)
SOC22205 Citizenship 2 1.0 2 (40) SOC22206 ASEAN in Globalization 1.0 2 (40)
CHI22203 Chinese for Communication 3 0.5 1 (20) CHI22204 Chinese for Communication 4 0.5 1 (20)
I20201 Research and Knowledge Formation (IS1) 1.0 2 (40) I20202 Communication and Presentation (IS2) 1.0 2 (40)
Total 2.5 5 (100) Total 2.5 5 (100)
Learner Development Activities Learner Development Activities
Boy Scout and Girl Guide 3 - 1 (20) Boy Scout and Girl Guide 4 - 1 (20)
Guidance 3 - 1 (20) Guidance 4 - 1 (20)
Club - 1 (20) Club - 1 (20)
Meeting (Voluntary Service 3) - 1 (20) Meeting (Voluntary Service 4) - 1 (20)
Total - 4 (80) Total - 4 (80)
Total (Credits / Periods / Hours ) 19.0 44 (880) Total (Credits / Periods / Hours ) 19.0 44 (880)

98 คู‹มือนแกัลเะรผ�ยปŒู นกครอง


Click to View FlipBook Version