45 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 2. คาดเดาหรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น หรือมีสวน รวมในการลง ความเห็นจากขอมูล 2. การสังเกตสิ่งตางๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ตาง 3. การบอกและแสดง ตำแหนง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งตางๆ ดวยการกระทำ ภาพวาด ภาพถาย และรูปภาพ 4. การเลนกับสื่อตางๆที่เปน ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุม ฉาก ทรงกระบอก ทรง กรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตามลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 7. การทำซ้ำ การตอเติม และการสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ใน ชีวิตประจำวัน 9. การ เปรียบเทียบและเรียงลำดับ จำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 11. การบอกและแสดง อันดับที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน
46 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณหรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมีสวน รวมในกระบวนการ แกปญหา 10.3 มี ความสามารถ ในการคิด แกปญหาและ ตัดสินใจ 1. ตัดสินใจในเรื่อง งายๆ และเริ่มเรียนรู ผลที่เกิดขึ้น 1. การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและ การแกปญหา 1. การสังเกตลักษณะ สวนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธของสิ่งตางๆ โดยใชประสาทสัมผัสอยาง เหมาะสม 2. การสังเกตสิ่งตางๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ตาง 3. การบอกและแสดง ตำแหนง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งตางๆ ดวย การกระทำ ภาพวาด ภาพถาย และรูปภาพ 2. ระบุปญหา และ แกปญหาโดยลองผิด ลองถูก
47 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 4. การเลนกับสื่อตางๆ ที่ เปนทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก ทรงกระบอก ทรง กรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตามลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 7. การทำซ้ำ การตอเติม และการสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ใน ชีวิตประจำวัน 9. การ เปรียบเทียบและเรียงลำดับ จำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 11. การบอกและแสดง อันดับที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา
48 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณหรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมี 11.มีจินตนาการ และความคิด สรางสรรค 11.1 ทำงาน ศิลปะตาม จินตนาการและ ความคิด สรางสรรค 1. สรางผลงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิด ความรูสึก ของตนเอง โดยมีการดัดแปลง และแปลกใหมจาก เดิม หรือมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น 1. จินตนาการและ ความคิดสรางสรรค 1. การรับรูและแสดง ความคิด ความรูสึกผานสื่อ วัสดุ ของเลน และชิ้นงาน 2. การแสดงความคิด สรางสรรคผานภาษา ทาทาง การเคลื่อนไหว และ ศิลปะ 3. การสรางสรรคชิ้นงาน โดยใชรูปราง รูปทรง จาก วัสดุที่หลากหลาย 11.2 แสดง ทาทาง/ เคลื่อนไหว ตาม จินตนาการ อยางสรางสรรค 1. เคลื่อนไหวทาทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรูสึก ของตนเอง อยางหลากหลาย หรือแปลกใหม 1. จินตนาการและ ความคิดสรางสรรค 1. การรับรูและแสดง ความคิด ความรูสึกผานสื่อ วัสดุ ของเลน และชิ้นงาน 2. การแสดงความคิด สรางสรรคผานภาษา ทาทาง การเคลื่อนไหว และ ศิลปะ 3. การสรางสรรคชิ้นงาน โดยใชรูปราง รูปทรง จาก วัสดุที่หลากหลาย
49 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 4. การเลนกับสื่อตางๆ ที่ เปนทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก ทรงกระบอก ทรง กรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตามลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 7. การทำซ้ำ การตอเติม และการสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ใน ชีวิตประจำวัน 9. การ เปรียบเทียบและเรียงลำดับ จำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 11. การบอกและแสดง อันดับที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา
50 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุ และผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ หรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมีสวนรวม ในกระบวนการแกปญหา 12. มีเจตคติที่ดี ตอการเรียนรู และมี ความสามารถ ในการแสวงหา ความรูได เหมาะสมกับวัย 12.1 มีเจตคติ ที่ดีตอ การเรียนรู 1. สนใจซักถาม เกี่ยวกับ สัญลักษณ หรือตัวหนังสือ ที่พบ เห็น 1. มีเจตคติที่ดีตอ การเรียนรู และการ แสวงหาความรู 1. การสำรวจสิ่งตางๆ และ แหลงเรียนรูรอบตัว 2. การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ 3. การสืบเสาะหาความรูเพื่อ คนหาคำตอบของขอสงสัยตางๆ 4. การมีสวนรวมในการ รวบรวมขอมูล และนำเสนอ ขอมูลจากการสืบเสาะหา ความรูในรูปแบบตางๆ และ แผนภูมิอยางาย 2. กระตือรือรนใน การเขารวมกิจกรรม 12.2 มี ความสามารถ ในการ แสวงหา ความรู 1. คนหาคำตอบของ ขอสงสัยตางๆ ตาม วิธีกรของตนเอง 2. ใชประโยคคำถาม วา “ที่ไหน” “ทำไม” ในการ คนหาคำตอบ
51 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค โรงเรียนเทศบาล 1 “บุรีราษฎรดรุณวิทยา” ชั้นอนุบาลปที่ 3 (อายุ 5 ป) พัฒนาการ : ดานรางกาย มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 1.รางกาย เจริญเติบโตตาม วัยและมีสุขนิสัย ที่ดี 1.1น้ำหนัก และสวนสูง ตามเกณฑ 1.น้ำหนักและ สวนสูงตามเกณฑ ของกรมอนามัย การรักษาสุขภาพ อนามัยสวนตน 1. การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 1.2 มีสุขภาพ อนามัย สุขนิสัยที่ดี 1.รับประทานอาหาร ที่มีประโยชนไดหลาย ชนิดและ ดื่มน้ำ สะอาดไดดวยตนเอง 2.ลางมือกอน รับประทานอาหาร และหลังจากใช หองน้ำหองสวมดวย ตนเอง 3.นอนพักผอนเปน เวลา 4. ออกกำลังกาย เปนเวลา 1.3 รักษา ความ ปลอดภัย ของตนเอง และผูอื่น 1. เลน ทำกิจกรรม และปฏิบัติตอผูอื่น อยางปลอดภัย การรักษาความ ปลอดภัย 1. การปฏิบัติตนใหปลอดภัยใน กิจวัตรประจำวัน 2. การฟงนิทาน เรื่องราว เหตุการณเกี่ยวกับการปองกัน และรักษาความปลอดภัย 3. การเลนเครื่องเลนอยาง ปลอดภัย 4. การเลนบทบาทสมมติ เหตุการณตางๆ
52 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 2.กลามเนื้อ ใหญและ กลามเนื้อเล็ก แข็งแรงใชได อยาง คลองแคลวและ ประสาน สัมพันธกัน 2.1 เคลื่อนไหว รางกายอยาง คลองแคลว ประสาน สัมพันธและ ทรงตัวได 1.เดินตอเทาถอย หลังเปนเสนตรงได โดยไมตองกางแขน 1. การใชกลามเนื้อ ใหญ 1. การเคลื่อนไหวอยูกับที่ 2. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ 3. การเคลื่อนไหวพรอมวัสดุ อุปกรณ 4. การเคลื่อนไหวที่ใชการ ประสานสัมพันธของการใช กลามเนื้อใหญ ในการขวาง การจับ การโยน การเตะ 5. การเลนเครื่องเลนสนาม อยางอิสระ 2. กระโดดขาเดียวไป ขางหนาไดอยาง ตอเนื่องโดยไมเสีย การทรงตัว 3.วิ่งหลบหลีกสิ่งกีด ขวางไดอยาง คลองแคลว 4.รับลูกบอลที่ กระดอนขึ้นจากพื้น ได 2.2 ใชมือ - ตา ประสาน สัมพันธกัน 1. ใชกรรไกรตัด กระดาษตามแนว เสนโคงได 1. การใชกลามเนื้อ เล็ก 1. การเลนเครื่องเลนสัมผัสและ การสรางสิ่งตางๆ จากแทงไม บล็อก 2. การเขียนภาพและการเลน กับสี 3. การปน 4. การประดิษฐสิ่งตางๆ ดวย เศษวัสดุ 5. การหยิบจับ การใชกรรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การรอยวัสดุ 2. เขียนรูปสี่เหลี่ยม ตามแบบไดอยางมี มุมชัดเจน 3. รอยวัสดุที่มีรู ขนาดเสนผาน ศูนยกลาง 0.25 เซนติเมตรได
53 พัฒนาการ : ดานอารมณ จิตใจ มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 3.มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข 3.1 แสดงออก ทางอารมณได อยาง เหมาะสม 1.แสดงอารมณ ความรูสึกได สอดคลองกับ สถานการณอยาง เหมาะสม 1. การเห็นอกเห็นใจ ผูอื่น 1. การแสดงความยินดีเมื่อผูอื่น มีความสุข เห็นใจเมื่อผูอื่นเศรา หรือเสียใจ และการชวยเหลือ ปลอบโยนเมื่อผูอื่นไดรับ บาดเจ็บ 3.2 มี ความรูสึกที่ดี ตอตนเองและ ผูอื่น 1. กลาพูดกลา แสดงออกอยาง เหมาะสมตาม สถานการณ 2.แสดงความพอใจ ในผลงานและ ความสามารถ ของตนเองและผูอื่น 4. ชื่นชมและ แสดงออกทาง ศิลปะ ดนตรี และการ เคลื่อนไหว 4.1 สนใจ มี ความสุข และ แสดงออก ผานงานศิลปะ ดนตรีและการ เคลื่อนไหว 1. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผาน งานศิลปะ 1. การมีอัตลักษณ เฉพาะตน และเชื่อ วาตนเองมี ความสามารถ 1. การปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ตามความสามารถของตนเอง 2. สนใจ มีความสุข และแสดงออกผาน เสียงเพลง ดนตรี 3. สนใจ มีความสุข และแสดงทาทาง/ เคลื่อนไหวประกอบ เพลง จังหวะ และ ดนตรี
54 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 5. มีคุณธรรม จริยธรรม และมี จิตใจที่ดีงาม 5.1 ซื่อสัตย สุจริต 1. ขออนุญาตหรือ รอคอย เมื่อตองการ สิ่งของของผูอื่น ดวย ตนเอง 1. การเห็นอกเห็นใจ ผูอื่น 2. การมีอัตลักษณ เฉพาะตน และเชื่อ วาตนเองมี ความสามารถ 1. การแสดงความยินดีเมื่อผูอื่น มีความสุข เห็นใจเมื่อผูอื่นเศรา หรือเสียใจ และการชวยเหลือ ปลอบโยนเมื่อผูอื่นไดรับ บาดเจ็บ 2. การปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ตามความสามารถของตนเอง 5.2 มีความ เมตตากรุณา มีน้ำใจ และ ชวยเหลือ แบงปน 1. แสดงความรัก เพื่อน และมีเมตตา สัตวเลี้ยง 2. ชวยเหลือและ แบงปนผูอื่นดวย ตนเอง 5.3 มี ความเห็นอก เห็นใจผูอื่น 1. แสดงสีหนาและ ทาทาง รับรู ความรูสึกผูอื่นอยาง สอดคลองกับ สถานการณ 5.4 มีความ รับผิดชอบ 1. ทำงานที่ไดรับ มอบหมายจนสำเร็จ ดวยตนเอง
55 พัฒนาการ : ดานสังคม มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 6. มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตน ตาหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง 6.1ชวยเหลือ ตนเอง ในการ ปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน 1. แตงตัวไดดวย ตนเองอยาง คลองแคลว 1. การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน 2. การมีปฏิสัมพันธ มีวินัย มีสวนรวม และบทบาทสมาชิก ของสังคม 1. การชวยเหลือตนเองใน กิจวัตรประจำวัน 2. การปฏิบัติตนตามแนวทาง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 3. การรวมกำหนดขอตกลงของ หองเรียน 4. การปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดี ของหองเรียน 3. การใหความรวมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมตางๆ 4. การดูแลหองเรียนรวมกัน 5. การรวมกิจกรรมวันสำคัญ 2. รับประทานอาหาร ไดดวยตนเองอยางถูก วิธี 3. ใชและทำความ สะอาดหองน้ำหอง สวมดวยตนเอง 6.2 มีวินัยใน ตนเอง 1. เก็บของเลนของ ใชเขาที่อยาง เรียบรอยดวยตนเอง 2. เขาแถวตาม ลำดับกอนหลังได ดวยตนเอง 6.3 ประหยัด และพอเพียง 1. ใชสิ่งของเครื่องใช อยางประหยัดและ พอเพียง ดวยตนเอง 7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดลอม วัฒนธรรม และ ความเปนไทย 7.1 ดูแล รักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 1. ดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม ดวย ตนเอง 1. การดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 2. การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมทองถิ่น และความเปนไทย 1. การมีสวนรวมรับผิดชอบ ดูแลรักษาสิ่งแวดลอมทั้งภายใน และภายนอกหองเรียน 2. การใชวัสดุและสิ่งของ เครื่องใชอยางคุมคา 3. การทำงานศิลปะที่นำวัสดุ หรือสิ่งของเครื่องใชที่ใชแลว มาใชซ้ำ หรือแปรรูปแลวนำ กลับมาใชใหม 4. การเพาะปลูกและดูแลตนไม 5. การเลี้ยงสัตว 2. ทิ้งขยะไดถูกที่ 7.2 มีมารยาท ตาม วัฒนธรรมไทย และรักความ เปนไทย 1. ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยไดดี ตามกาละเทศะ 2. กลาวคำขอบคุณ และขอโทษดวย ตนเอง
56 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 6. มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตน ตาหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ พอเพียง 6.1ชวยเหลือ ตนเอง ในการ ปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน 1. แตงตัวไดดวย ตนเองอยาง คลองแคลว 1. การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน 2. การมีปฏิสัมพันธ มีวินัย มีสวนรวม และบทบาทสมาชิก ของสังคม 1. การชวยเหลือตนเองใน กิจวัตรประจำวัน 2. การปฏิบัติตนตามแนวทาง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 3. การรวมกำหนดขอตกลงของ หองเรียน 4. การปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ดี ของหองเรียน 3. การใหความรวมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมตางๆ 4. การดูแลหองเรียนรวมกัน 5. การรวมกิจกรรมวันสำคัญ 2. รับประทานอาหาร ไดดวยตนเองอยางถูก วิธี 3. ใชและทำความ สะอาดหองน้ำหอง สวมดวยตนเอง 6.2 มีวินัยใน ตนเอง 1. เก็บของเลนของ ใชเขาที่อยาง เรียบรอยดวยตนเอง 2. เขาแถวตาม ลำดับกอนหลังได ดวยตนเอง 6.3 ประหยัด และพอเพียง 1. ใชสิ่งของเครื่องใช อยางประหยัดและ พอเพียง ดวยตนเอง 7. รักธรรมชาติ สิ่งแวดลอม วัฒนธรรม และ ความเปนไทย 7.1 ดูแล รักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 1. ดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม ดวย ตนเอง 1. การดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม 2. การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมทองถิ่น และความเปนไทย 1. การมีสวนรวมรับผิดชอบ ดูแลรักษาสิ่งแวดลอมทั้งภายใน และภายนอกหองเรียน 2. การใชวัสดุและสิ่งของ เครื่องใชอยางคุมคา 3. การทำงานศิลปะที่นำวัสดุ หรือสิ่งของเครื่องใชที่ใชแลว มาใชซ้ำ หรือแปรรูปแลวนำ กลับมาใชใหม 4. การเพาะปลูกและดูแลตนไม 5. การเลี้ยงสัตว 2. ทิ้งขยะไดถูกที่ 7.2 มีมารยาท ตาม วัฒนธรรมไทย และรักความ เปนไทย 1. ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยไดดี ตามกาละเทศะ 2. กลาวคำขอบคุณ และขอโทษดวย ตนเอง
57 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 3. ยืนตรงและรวม รองเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญ พระบารมี 6. การสนทนาขาวและ เหตุการณที่เกี่ยวกับธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ใน ชีวิตประจำวัน 7. การเลนบทบาทสมมติการ ปฏิบัติตนในความเปนไทย 8. การปฏิบัติตนตาม วัฒนธรรมทองถิ่นที่อาศัยและ ประเพณีไทย 9. การประกอบอาหารไทย 10. การศึกษานอกสถานที่ 11. การละเลนพื้นบาน 8. อยูรวมกับ ผูอื่นไดอยางมี ความสุขและ ปฏิบัติตนเปน สมาชิกที่ดีของ สังคมในระบอบ ประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย ทรงเปนประมุข 8.1 ยอมรับ ความเหมือน และความ แตกตาง ระหวางบุคคล 1. เลนและทำ กิจกรรม รวมกับเด็ก ที่แตกตางไปจากตน 1. การเลนและ ทำงานแบบรวมมือ รวมใจ 2. การแกไขปญหา ความขัดแยง 3. การยอมรับใน ความเหมือนและ ความแตกตาง ระหวางบุคคล 1. การรวมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2. การเลนและทำงานรวมกับ ผูอื่น 3. การทำศิลปะแบบรวมมือ 4. การมีสวนรวมในการเลือก วิธีแกปญหา 5. การมีสวนรวมในการ แกปญหาความขัดแยง 6. การเลนหรือทำกิจกรรม รวมกับกลุมเพื่อน
58 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 8.2 มี ปฏิสัมพันธที่ดี กับผูอื่น 1. เลนหรือทำงาน รวมมือกับเพื่อน อยางมีเปาหมาย 1. การยอมรับใน ความเหมือนและ ความแตกตาง ระหวางบุคคล 2. การมีปฏิสัมพันธ มีวินัย มีสวนรวม และบทบาทสมาชิก ของสังคม 1. การเลนหรือทำกิจกรรม รวมกับกลุมเพื่อน 2. การรวมกำหนดขอตกลง ของหองเรียน 3. การปฏิบัติตนเปนสมาชิกที่ ดีของหองเรียน 4. การใหความรวมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมตางๆ 5. การดูแลหองเรียนรวมกัน 6. การรวมกิจกรรมวันสำคัญ 2. ยิ้ม ทักทาย หรือ พูดคุย กับผูใหญ และบุคคลที่คุนเคย ไดเหมาะสมกับ สถานการณ 8.3 ปฏิบัติตน เบื้องตน ในการ เปนสมาชิกที่ดี ของสังคม 1. มีสวนรวมสราง ขอตกลงและปฏิบัติ ตามขอตกลงดวย คนเอง 1. การปฏิบัติ กิจวัตรประจำวัน 2. การแกปญหา ความขัดแยง 3. การยอมรับใน ความเหมือนและ ความแตกตาง ระหวางบุคคล 1. การชวยเหลือตนเองใน กิจวัตรประจำวัน 2. การปฏิบัติตนตามแนวทาง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 3. การมีสวนรวมในการเลือก วิธีแกปญหา 4. การมีสวนรวมในการ แกปญหาความขัดแยง 5. การเลนหรือทำกิจกรรม รวมกับกลุมเพื่อน 2. ปฏิบัติตนเปน ผูนำ และผูตามได เหมาะสมกับ สถานการณ 3. ประนีประนอม แกไขปญหาโดย ปราศจาก การใช ความรุนแรงดวย ตนเอง พัฒนาการ : ดานสติปญญา
59 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 9. ใชภาษา สื่อสารได เหมาะสมกับวัย 9.1 สนทนา และโตตอบ เลาเรื่องให ผูอื่นเขาใจ 1. ฟงผูอื่นพูดจนจบ และสนทนาโตตอบ อยางตอเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ ฟง 1. การใชภาษา 1. การฟงเสียงตางๆ ใน สิ่งแวดลอม 2. การฟงและปฏิบัติตาม คำแนะนำ 3. การฟงเพลง นิทาน คำคลอง จอง บทรอยกรอง หรือ เรื่องราวตางๆ 4. การพูดแสดงความคิด ความรูสึก และความตองการ 5. การพูดกับผูอื่นเกี่ยวกับ ประสบการณของตนเอง หรือ พูดเลาเรื่องราว เกี่ยวกับตนเอง 6. การพูดอธิบายเกี่ยวกับ สิ่งของ เหตุการณและ ความสัมพันธของสิ่งตางๆ 7. การพูดอยางสรางสรรคใน การเลนและกำรกระทำตางๆ 8. การรอจังหวะที่เหมาะสมใน การพูด 9. การพูดเรียงลำดับคำเพื่อใช ในการสื่อสาร 10. การอานหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท/ รูปแบบ 11. การอานอยางอิสระตาม ลำพัง การอานรวมกัน การอาน โดยมีผูชี้แนะ 12. การเห็นแบบอยางของการ อานที่ถูกตอง 13. การสังเกตทิศทางการอาน ตัวอักษร คำ และขอความ 2. เลาเปนเรื่องราว ตอเนื่องได 9.2 อาน เขียนภาพ และ สัญลักษณ 1. อานภาพ สัญลักษณคำ ดวย การชี้หรือกวาดตา มองจุดเริ่มตนและ จุดจบของขอความ 2. เขียนชื่อของ ตนเองตามแบบ เขียนขอความดวย วิธีที่คิดขึ้นเอง พัฒนาการ : ดานสติปญญา
60 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 14. การอานและชี้ขอความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัด จากซายไปขวา จากบนลงลาง 15. การสังเกตตัวอักษรในชื่อ ของตน หรือคำคุนเคย 16. การสังเกตตัวอักษรที่ ประกอบเปนคำผานการอาน หรือเขียนของผูใหญ 17. การคาดเดาคำ วลีหรือ ประโยคที่มีโครงสรางซ้ำๆ กัน จากนิทาน เพลง คำคลองจอง 10.มี ความสามารถ ในการคิดที่เปน พื้นฐานในการ เรียนรู 10.1 มี ความสามารถ ในการคิดรวบ ยอด 1. บอกลักษณะ และ สวนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงหรือ ความสัมพันธของสิ่ง ตางๆจากการสังเกต โดยใชประสาทสัมผัส 1. การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและการ แกปญหา 1. การสังเกตลักษณะ สวนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธของสิ่งตางๆ โดยใชประสาทสัมผัสอยาง เหมาะสม 2. การสังเกตสิ่งตางๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ตาง 3. การบอกและแสดง ตำแหนง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งตางๆ ดวย การกระทำ ภาพวาด ภาพถาย และรูปภาพ 4. การเลนกับสื่อตางๆ ที่เปน ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 2. จับคูและ เปรียบเทียบ ความ แตกตาง และความ เหมือนของสิ่งตางๆ โดยใชลักษณะที่ สังเกตพบ 2 ลักษณะ ขึ้นไป 3. จำแนกและจัด กลุมสิ่งตางๆ โดยใช อยางนอย 2 ลักษณะ เปนเกณฑ 4. เรียงลำดับสิ่งของ หรือเหตุการณอยาง นอย 5 ลำดับ
61 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 7. การทำซ้ำ การตอเติม และ การสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ในชีวิตประจำวัน 9. การเปรียบเทียบและ เรียงลำดับจำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 11. การบอกและแสดงอันดับ ที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณหรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมีสวน รวมในกระบวนการแกปญหา
62 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 10.2 มี ความสามารถ ในการคิดเชิง เหตุผล 1. อธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่ เกิดขึ้นในเหตุการณ หรือการกระทำ ดวย ตนเอง 1. การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและการ แกปญหา 1. การสังเกตลักษณะ สวนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธของสิ่งตางๆ โดยใชประสาทสัมผัสอยาง เหมาะสม 2. การสังเกตสิ่งตางๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ตาง 3. การบอกและแสดง ตำแหนง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งตางๆ ดวย การกระทำ ภาพวาด ภาพถาย และรูปภาพ 4. การเลนกับสื่อตางๆ ที่เปน ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 7. การทำซ้ำ การตอเติม และ การสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ในชีวิตประจำวัน 9. การเปรียบเทียบและ เรียงลำดับจำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 2. คาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น และมี สวนรวม ในการลง ความเห็นจากขอมูล อยางมีเหตุผล
63 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 11. การบอกและแสดงอันดับ ที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณหรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมีสวน รวมในกระบวนการแกปญหา
64 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 10.3 มี ความสามารถ ในการคิด แกปญหาและ ตัดสินใจ 1. ตัดสินใจในเรื่อง งายๆ และเริ่มเรียนรู ผลที่เกิดขึ้น 1. การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและการ แกปญหา 1. การสังเกตลักษณะ สวนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธของสิ่งตางๆ โดยใชประสาทสัมผัสอยาง เหมาะสม 2. การสังเกตสิ่งตางๆ และ สถานที่จากมุมมองที่ตาง 3. การบอกและแสดง ตำแหนง ทิศทาง และ ระยะทางของสิ่งตางๆ ดวย การกระทำ ภาพวาด ภาพถาย และรูปภาพ 4. การเลนกับสื่อตางๆ ที่เปน ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย 5. การคัดแยก การจัดกลุม และการจำแนกสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ และรูปราง รูปทรง 6. การตอของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญใหสมบูรณและการ แยกชิ้นสวน 7. การทำซ้ำ การตอเติม และ การสรางแบบรูป 8. การนับและแสดงจำนวน ของสิ่งตางๆ ในชีวิตประจำวัน 9. การเปรียบเทียบและ เรียงลำดับจำนวนของสิ่งตางๆ 10. การรวมและการแยกสิ่ง ตางๆ 2. ตัดสินใจเรื่องงายๆ และยอมรับผลที่ เกิดขึ้น
65 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรรู ประสบการณสำคัญ 11. การบอกและแสดงอันดับ ที่ของสิ่งตางๆ 12. การชั่ง ตวง วัดสิ่งตางๆ โดยใชเครื่องมือและหนวยที่ ไมใชหนวยมาตรฐาน 13. การจับคูการ เปรียบเทียบ และการ เรียงลำดับสิ่งตางๆ ตาม ลักษณะ ความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร 14. การบอกและเรียงลำดับ กิจกรรมหรือเหตุการณตาม ชวงเวลา 15. การใชภาษาทาง คณิตศาสตรกับเหตุการณใน ชีวิตประจำวัน 16. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณหรือการกระทำ 17. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อยางมีเหตุผล 17. การมีสวนรวมในการลง ความเห็นจากขอมูลอยางมี เหตุผล 19. การตัดสินใจและมีสวน รวมในกระบวนการแกปญหา 11.มี จินตนาการและ ความคิด สรางสรรค 11.1 ทำงาน ศิลปะตาม จินตนาการ และความคิด สรางสรรค 1. สรางผลงานศิลปะ เพื่อสื่อความคิด ความรูสึก ของตนเอง โดยมีการดัดแปลง แปลกใหมจากเดิม และมีรายละเอียด เพิ่มขึ้น 1. จินตนาการและ ความคิดสรางสรรค 1. การรับรูและแสดงความคิด ความรูสึกผานสื่อวัสดุ ของ เลน และชิ้นงาน 2. การแสดงความคิด สรางสรรคผานภาษา ทาทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ
66 มาตรฐาน ตัวบงชี้ สภาพที่พึงประสงค สาระการเรียนรู สาระที่ควรเรียนรู ประสบการณสำคัญ 3. การสรางสรรคชิ้นงานโดยใช รูปราง รูปทรง จากวัสดุที่ หลากหลาย 11.2 แสดง ทาทาง/ เคลื่อนไหว ตาม จินตนาการ อยาง สรางสรรค 1. เคลื่อนไหวทาทาง เพื่อสื่อความคิด ความรูสึก ของ ตนเองอยาง หลากหลายและ แปลกใหม 1. จินตนาการและ ความคิดสรางสรรค 1. การรับรูและแสดงความคิด ความรูสึกผานสื่อวัสดุ ของเลน และชิ้นงาน 2. การแสดงความคิด สรางสรรคผานภาษา ทาทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ 3. การสรางสรรคชิ้นงานโดยใช รูปราง รูปทรง จากวัสดุที่ หลากหลาย 12. มีเจตคติที่ดี ตอการเรียนรู และมี ความสามารถ ในการแสวงหา ความรูได เหมาะสมกับวัย 12.1 มีเจตคติ ที่ดีตอ การเรียนรู 1. สนใจหยิบหนังสือ มาอานและเขียนสื่อ ความคิด ดวยตนเอง เปนประจำอยาง ตอเนื่อง 1. มีเจตคติที่ดีตอ การเรียนรู และการ แสวงหาความรู 1. การสำรวจสิ่งตางๆ และ แหลงเรียนรูรอบตัว 2. การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ 3. การสืบเสาะหาความรูเพื่อ คนหาคำตอบของขอสงสัย ตางๆ 4. การมีสวนรวมในการ รวบรวมขอมูล และนำเสนอ ขอมูลจากการสืบเสาะหา ความรูในรูปแบบตางๆ และ แผนภูมิอยางาย 2. กระตือรือรนใน การรวมกิจกรรม ตั้งแตตนจนจบ 12.2 มี ความสามารถ ในการ แสวงหา ความรู 1. คนหาคำตอบของ ขอสงสัยตางๆ โดย ใชวิธีการที่ หลากหลายดวย ตนเอง 2. ใชประโยคคำถาม วา “เมื่อไหร” “อยางไร” ในการ คนหาคำตอบ
67 หนวยการจัดประสบการณ สัปดาหที่ 1 – 2 แรกรักประทับใจ - ชื่อ-สกุล - ชื่อเลน - สัญลักษณประจำตัว - ขอตกลงในหองเรียน - การปฏิบัติตนในหองเรียน สัปดาหที่ 3 การคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตนและผลประโยชนสวนรวม - การคิดแยกแยะ - ระบบคิดฐาน 2 - การเลน - การรับประทานอาหาร - การเขาแถว - การเก็บของใชสวนตัว - ทำงานที่ไดรับมอบหมาย - การแบงปน - การแตงกาย - การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (การใชน้ำ ไฟฟา กระดาษ การทิ้งขยะ) สัปดาหที่ 4 อวัยวะและการดูแลรักษา - ชื่ออวัยวะ - หนาที่ของอวัยวะ - การดูแลรักษาอวัยวะ - โรคตางๆที่เกิดกับอวัยวะ - การปองกันโรคตางๆที่เกิดกับอวัยวะ สัปดาหที่ 5 อาหารดีมีประโยชน - อาหารหลัก 5 หมู - อาหารหมูที่ 1 และหมูที่ 2 - อาหารหมูที่ 3 และหมูที่ 4 - อาหารหมูที่ 5 - ประโยชนและโทษของอาหาร
68 สัปดาหที่ 6 ขยับกายสบายชีวี - การออกกำลังกาย - กิจกรรมกลางแจง - กีฬา - การละเลนพื้นบาน - ประโยชน สัปดาหที่ 7 ปลอดภัยไวกอน - ความหมายของความปลอดภัย - ความปลอดภัยในการใช เครื่องใชไฟฟาและของมีคม - ความปลอดภัยในการใชยา - ความปลอดภัยบนทองถนน - ความปลอดภัยของตนเองจากผูอื่น สัปดาหที่ 8 หนูนอยนักสัมผัส - การมองเห็น - การดมกลิ่น - การไดยิน - การชิมรส - การสัมผัส สัปดาหที่ 9 ความละอายและความไมทนตอการ ทุจริต - ของเลน - การรับประทานอาหาร - การเขาแถว - การเก็บของใชสวนตัว - ทำงานที่ไดรับมอบหมาย - การแบงปน - การแตงกาย - การทำกิจวัตรประวัน สัปดาหที่ 10 หนูนอยทำได - กิจวัตรประจำวัน - การปฏิบัติตามขอตกลง - การปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม - มารยาทในการรับสงของ - การชวยงานบาน
69 สัปดาหที่ 11 บานแสนสุข - ความหมายของบาน - บริเวณรอบบานและสวนประกอบของบาน - หองตางๆภายในบาน - การรักษาความสะอาด - ประโยชนของบาน สัปดาหที่ 12 ครอบครัวสุขสันต - ความหมายและความสัมพันธของบุคคลในครอบครัว - หนาที่ของบุคคลในครอบครัว - การปฏิบัติตนตอสมาชิกในครอบครัว - การมีสวนรวมในครอบครัว - สิ่งที่จำเปนสำหรับครอบครัว สัปดาหที่ 13 บานใกลเรือนเคียง - ความหมายของเพื่อนบาน - การปฏิบัติตนตอเพื่อนบาน - การชวยเหลือซึ่งกันและกัน - การรวมกิจกรรมกับเพื่อนบาน - การอยูรวมกันอยางมีความสุข สัปดาหที่ 14 โรงเรียนของฉัน - ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณของโรงเรียน - อาคาร สถานที่ในโรงเรียน - บุคคลในโรงเรียน - การปฏิบัติตนภายในโรงเรียน - การดูแลรักษาสถานที่ตางๆ ภายในโรงเรียน สัปดาหที่ 15 ชุมชนนาอยู - ความหมายของชุมชน - ชื่อชุมชนและสถานที่สำคัญในชุมชน - ความสำคัญของสถานที่ตางๆ ในชุมชน - การรวมกิจกรรมและมีสวนรวมในชุมชน - การดูแลสาธารณะสมบัติที่ใช รวมกันในชุมชน
70 สัปดาหที่ 16 จังหวัดบุรีรัมย - คำขวัญจังหวัด - ลักษณะภูมิประเทศภูมิอากาศของจังหวัด - ศาสนาและงานประเพณี - อาชีพและอาหารพื้นเมืองของจังหวัด - สถานที่สำคัญของจังหวัด สัปดาหที่ 17 อาชีพในฝน - ความหมายและชื่ออาชีพตางๆ - หนาที่ และการแตงกายของแตละอาชีพ - สถานที่ใชปฏิบัติงาน - เครื่องมือที่ใชในการประกอบอาชีพ - ความรูสึกที่ดีตออาชีพ สัปดาหที่ 18 ประเทศสมาชิกอาเซียน - ชื่อประเทศ - การทักทาย - ดอกไมตนไมประจำชาติสมาชิกอาเซียน - สัตวประจำชาติและสมาชิกอาเซียน - อาหารประจำชาติสมาชิกอาเซียน สัปดาหที่ 19 บานเราและเพื่อนบานอาเซียน - สถานที่สำคัญและแหลงทองเที่ยว - อาชีพและสินคาเศรษฐกิจ - ฤดูกาล - ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม - พิบัติภัยและภัยธรรมชาติ สัปดาหที่ 20 หนูชางสงสัย/สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล
71 สัปดาหที่ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต - ความหมายสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต - ลักษณะสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต - ประเภทสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต - ประโยชน/โทษสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต - การดูแลอนุรักษสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต สัปดาหที่ 22 ฤดูหรรษา - ชื่อฤดูกาล - ฤดูรอน - ฤดูฝน - ฤดูหนาว - การปฏิบัติตนใหเหมาะสมตามฤดูกาล สัปดาหที่ 23 กลางวันและกลางคืน - ความหมายของกลางวันและกลางคืน - ลักษณะของดวงอาทิตยและดวงจันทร - ความแตกตางของกลางวันและกลางคืน - การปฏิบัติตนในเวลากลางวันและกลางคืน - ประโยชนของกลางวันและกลางคืนตอสิ่งมีชีวิต สัปดาหที่ 24 สัตวโลกนารัก - ความหมายของสัตว - ประเภทของสัตว - รูปรางลักษณะของสัตวประเภทตางๆ - อาหารของสัตวแตละประเภท - ที่อยูอาศัยของสัตวแตละประเภท สัปดาหที่ 25 ตนไมแสนรัก - รูปราง ลักษณะของตนไม - การเจริญเติบโตของตนไม - การขยายพันธุและการดูแลรักษา ตนไม - การอนุรักษตนไม - ประโยชนและโทษของตนไม
72 สัปดาหที่ 26 โลกของแมลง - ชื่อของแมลง - ประเภทของแมลง - รูปราง ลักษณะของแมลง - ที่อยูอาศัยและอาหารของแมลง - การปองกันตนเองจากแมลงที่มีพิษ สัปดาหที่ 27 ผัก ผลไม - ชื่อของผักและผลไม - ลักษณะของผัก - ลักษณะของผลไม - วิธีการรับประทานผักและผลไม - ประโยชนของผักและผลไม สัปดาหที่ 28 ขาวมหัศจรรย - ชนิดของขาว - รูปรางลักษณะของขาว - การปลูกขาว - ประโยชนของขาว - การประกอบอาหารจากขาว สัปดาหที่ 29 สิ่งแวดลอมรอบตัว - ความหมายของสิ่งแวดลอม - ประเภทของสิ่งแวดลอม - สิ่งแวดลอมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ - สิ่งแวดลอมที่มนุษยสรางขึ้น - ประโยชนและโทษของสิ่งแวดลอมตาม สัปดาหที่ 30 เรารักประเทศไทย - ธงชาติไทย - การแตงกาย (ชุดประจำชาติ) - การรองเพลงชาติไทย - การทักทาย - อาหารไทย
73 สัปดาหที่ 31 ปลอดภัยในยานพาหนะ - ประเภทของยานพาหนะ - ความสำคัญของยานพาหนะ - การใชยานพาหนะที่ถูกวิธี - อันตรายจากยานพาหนะ - การปฏิบัติตามกฎจราจร สัปดาหที่ 32 สาระแหงสีสัน - ชื่อสี - ประเภทของสี - สีที่ไดจากธรรมชาติ - แมสี - การผสมสีได 3 สี สัปดาหที่ 33 หนูนอยนักคิด - เรียนรูเรื่องจำนวนและตัวเลข - การนับ - การวัด - เปรียบเทียบ - เรขาคณิต สัปดาหที่ 34 หนูนอยนักทดลอง - การจมลอย - การไหลแรงไหลคอย - ขวดเปาลูกโปง - สะพานสายรุง - การละลายของน้ำตาล สัปดาหที่ 35 การสื่อสารไรพรมแดน - ความหมายของการสื่อสาร - อุปกรณสำหรับการสื่อสาร - วิธีการใชอุปกรณสื่อสาร - ประโยชนของการสื่อสาร - มารยาทในการสื่อสาร
74 สัปดาหที่ 36 ทองแดนอาเซียน - ธงอาเซียน - ตราสัญลักษณอาเซียน - คำขวัญอาเซียน - เพลงอาเซียน - ภาษาอาเซียน สัปดาหที่ 37 วัฒนธรรมไทย - ศาสนาและวันสำคัญ - การแตงกาย - ภาษา - ประเพณีและวัฒนธรรม - การละเลนพื้นบาน - อาหาร สัปดาหที่ 38 STRONG / จิตพอเพียงตอตานการทุจริต - STRONG / จิตพอเพียงตอตานการ ทุจริต - ความพอเพียง - ความโปรงใส - ความตื่นรู / ความรู - ตานทุจริต - มุงไปขางหนา - ความเอื้ออาทร - การรับประทานอาหาร - การชวยเหลื่อเพื่อเพื่อน - การใชกระดาษ สัปดาหที่ 39 พลเมืองกับความรับผิดชอบตอสังคม - ความรับผิดชอบตอตนเอง - ความรับผิดชอบตอผูอื่น - การตรงตอเวลา - การทำความสะอาดหองเรียน - การชวยเหลือตนเอง สัปดาหที่ 40 สิ่งที่หนูตองการเรียนรู/สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล
75 - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล - สรุปทบทวน/การประเมินผล การจัดกิจกรรมประจำวัน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยจัดประสบการณผานการจัดกิจกรรม 6 กิจกรรม ซึ่งประกอบดวย กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ กิจกรรมสรางสรรค กิจกรรมเสรี กิจกรรม กลางแจง กิจกรรมเกมการศึกษาดังรายละเอียดตอไปนี้ 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เปนกิจกรรมที่จัดใหเด็กไดเคลื่อนไหวสวนตางๆ ของรางกาย อยางอิสระตามจังหวะ โดยใชเสียงเพลง คำคลองจอง เครื่องเคาะจังหวะ หรืออุปกรณอื่นๆมาประกอบการ เคลื่อนไหว เพื่อสงเสริมใหเด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสรางสรรค เด็กวัยนี้รางกายกำลังอยูในระหวางพัฒนา การใชสวนตางๆ ของรางกายยังไมผสมผสานหรือประสานสัมพันธกันอยางสมบูรณ การทำกิจกรรมเคลื่อนไหว และจังหวะชวยใหเด็กเรียนรูจังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได 2. กิจกรรมเสริมประสบการณ กิจกรรมเสริมประสบการณ เปนกิจกรรมที่มุงเนนใหเด็กไดพัฒนาทักษะการเรียนรู ฝกการทำงาน และอยูรวมกันเปนกลุมทั้งกลุมยอยและกลุมใหญ กิจกรรมที่จัดมุงฝกใหเด็กไดมีโอกาสฟง พูด สังเกต คิด แกปญหา ใชเหตุผล และฝกปฏิบัติเพื่อใหเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โดยจัดกิจกรรมดวยวิธี ตางๆ เชน สนทนา อภิปราย เลานิทาน สาธิต ทดลอง ศึกษานอกสถานที่ เลนบทบาทสมมติ รองเพลง เลนเกม ทองคำคลองจอง ประกอบอาหาร เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ฯลฯ 3. กิจกรรมสรางสรรค กิจกรรมสรางสรรค เปนกิจกรรมที่ชวยใหเด็กไดแสดงออกทางอารมณ ความรูสึก ความคิดริเริ่ม สรางสรรคและจินตนาการโดยใชศิลปะ เชน การเขียนภาพ การปน การฉีกปะ ตัดปะ การพิมพภาพ การรอย การประดิษฐ หรือวิธีการอื่นๆ ที่เด็กไดคิดสรางสรรค ไดรับรูเกี่ยวกับความงาม และไดแสดงออกทางความรูสึก และความสามารถของตนเอง การจัดกิจกรรมสรางสรรคควรจัดใหเด็กทำทุกวัน โดยอาจจัดวันละ 3-5 กิจกรรม ใหเด็กเลือกทำอยางนอย 1-2 กิจกรรมตามความสนใจ 4. กิจกรรมเสรี กิจกรรมเสรี เปนกิจกรรมที่เปดโอกาสใหเด็กเลนกับสื่อและเครื่องเลนอยางอิสระตามมุมเลน หรือมุมประสบการณ หรือศูนยการเรียนที่จัดไว โดยใหเด็กมีโอกาสเลือกเลนไดอยางเสรีตามความสนใจและ ความตองการของเด็ก ทั้งเปนรายบุคคลและเปนกลุม ลักษณะของการเลนของเด็กมีหลายลักษณะ เชน การ เลนบทบาทสมมติและเลนเลียนแบบ ในมุมบาน มุมหมอ มุมรานคา มุมวัด มุมเสริมสวย ฯลฯ การอานหรือดู ภาพในมุมหนังสือ การเลนสรางในมุมบล็อก การสังเกตและทดลองในมุมวิทยาศาสตรหรือมุมธรรมชาติ การ เลนฝกทักษะตางๆ ในมุมเครื่องเลนสัมผัส หรือมุมของเลน หรือมุมเกมการศึกษาเปนตน
76 5. กิจกรรมกลางแจง กิจกรรมกลางแจง เปนกิจกรรมที่จัดใหเด็กไดมีโอกาสออกไปนอกหองเรียนเพื่อออกกำลัง เคลื่อนไหวรางกายและแสดงออกอยางอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแตละคนเปนหลัก กิจกรรมกลางแจงที่ควรจัดใหเด็กไดเลน เชน การเลนเครื่องเลนสนามที่เด็กไดปนปาย โยกหรือไกว หมุน โหน เดินทรงตัว หรือ เลนเครื่องเลนลอเลื่อน การเลนทราย การเลนน้ำ การเลนสมมติในบานจำลอง การเลนในมุม ชางไม การเลนกับอุปกรณกีฬา การเลนเกมการละเลน ฯลฯ 6. กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมเกมการศึกษา เปนเกมการเลนที่ชวยพัฒนาสติปญญา มีกฎเกณฑกติกางายๆ เด็ก สามารถเลนคนเดียว หรือเลนเปนกลุมก็ได ชวยใหเด็กรูจักสังเกต คิดหาเหตุผล และเกิดความคิดรวบยอด เกี่ยวกับสี รูปราง จำนวน ประเภท และความสัมพันธเกี่ยวกับพื้นที่/ระยะ เกมการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับ เด็กปฐมวัย เชน เกมจับคู เกมแยกประเภท จัดหมวดหมู เรียงลำดับ โดมิโน ลอตโต ภาพตัดตอ ฯลฯ ตารางการจัดกิจกรรมประจำวัน กิจกรรม อายุ 4 ป (นาที :วัน) อายุ 5 ป (นาที :วัน) 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 2. กิจกรรมเสริมประสบการณ 3. กิจกรรมสรางสรรค 4. กิจกรรมเสรี 5. กิจกรรมกลางแจง 6. กิจกรรมเกมการศึกษา 20 20 30 30 30 20 20 20 30 30 30 20 การจัดสภาพแวดลอม โรงเรียนมีการจัดสภาพแวดลอมทางกายภาพแหลงเรียนรู หองเรียน บรรยากาศการเรียนรูที่ดีที่สงผล ตอการเรียนรู และสงเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ดานของเด็กปฐมวัย 1. จัดสภาพแวดลอมภายนอก และภายในอาคารเรียนใหมีความสะอาด และปลอดภัย เอื้อตอการเรียนรู 2. มีอาคารเรียน และหองตางๆ ที่เอื้อตอการจัดการเรียนการสอน เชน หองเรียน หองสมุด หองนํ้า หองสวม สนามเด็กเลน หองพยาบาล ฯลฯ 3. เครื่องเลนสนามมีความปลอดภัยเหมาะสมกับวัยเด็ก 4. สรางบรรยากาศในการเรียนรูตามมุมประสบการณตางๆ ในหองเรียน 5. จัดสภาพแวดลอมแหลงเรียนรูพอเพียง เชน สวนผักพอเพียง สวนกลวย
77 การจัดสภาพแวดลอมภายในหองเรียน ภายในหองเรียนมีการจัดใหมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอยางเหมาะสม ทั้งกิจกรรมกลุมใหญ กลุมยอย เด็กสามารถทำกิจกรรมไดตลอดเวลา มีที่แสดงผลงาน ที่เก็บของใชประจำตัวเด็กที่เปนระเบียบ จัดใหมีมุมประสบการณอยางนอย 5 มุม เชน 1. มุมบล็อก 2. มุมหนังสือ 3. มุมบทบาทสมมติ 4. มุมวิทยาศาสตร 5. มุมศิลปะ การจัดสภาพสภาพแวดลอมภายนอกหองเรียน จัดสภาพแวดลอมภายนอกหองเรียน บริเวณรอบๆอาคารเรียน รวมทั้งจัดสนามเด็กเลนพรอมเครื่อง เลนสนามใหมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเหมาะสมกับวัยของเด็ก ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกตนไม ดอกไม เพื่อใหเกิดรมรื่นและสวยงาม มีบอน้ำ บอทราย สวนผักพอเพียง พืชผักสวนครัวใหเด็กไดเรียนรูตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง สื่อ และแหลงเรียนรู การจัดประสบการณเพื่อสงเสริมสงพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเต็มตามศักยภาพ และเพื่อใหเกิดการ เรียนรูที่หลากหลาย ดังนี้ 1. จัดหาสื่อที่มีความหลากหลาย เพียงพอ และเหมาะสมกับวัยของเด็ก 2. จัดใหมีระบบสารสนเทศสื่อ เพื่อสะดวกในการนำมาใชในการจัดการเรียนการสอน 3. มีการใชแหลงเรียนรูภายใน และภายนอกหองเรียน เพื่อสงเสริมการเรียนรูที่หลากหลาย 4. มีการประเมินผลการใชสื่อ และแหลงเรียนรู เพื่อนำพัฒนาการจัดการเรียนการสอนใหมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เพื่อเก็บรวมรวบขอมูลตางๆเกี่ยวกับเด็ก โดยมีการรายงานผล และสื่อสารใหพอแม ผูปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวของทราบ มีการบันทึกขอมูลอยางเปนระบบ มีความตอเนื่อง และสม่ำเสมอ มีการวัดและประเมินผลการเรียนรูอยางหลากหลาย รายงานผลการประเมินตอผูเรียน ผูปกครอง และผูบริหารอยางสม่ำเสมอ โดยใชรูปแบบที่หลายหลาก เชน การสังเกต การสัมภาษณ การใชแฟม สะสมงาน นำมาสรุปและบันทึกลงในสมุดบันทึกพัฒนาการ อบ.01 ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ขั้นตอนการประเมิน 1. วางแผนการประเมินพัฒนาการอยางแบบระบบ 2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกดาน 3. ประเมินพัฒนาการเด็กเปนรายบุคคลอยางสม่ำเสมอตอเนื่องตลอดป
78 4. ประเมินพัฒนาการตามสภาพจริงจากกิจกรรมประจำวันดวยเครื่องมือ และวิธีการที่ หลากหลาย 5. สรุปผลการประเมินจัดทำขอมูล และนำผลการประเมินไปใชพัฒนาเด็ก 6. รายงานผลตอพอแม ผูปกครอง และผูที่เกี่ยวของ เพื่อใหทราบถึงผลการประเมิน พัฒนาการของเด็ก 7. นำผลการประเมินพัฒนาการไปปรับปรุง และวางแผนในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กให ดียิ่งขึ้นไป การสรางรอยเชื่อมตอระหวางการศึกษาปฐมวัยกับประถมศึกษาปที่ 1 การสรางรอยเชื่อมตอระหวาการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปที่ 1 ที่มีความสำคัญอยาง ยิ่ง สงผลตอการเรียนรูของเด็กปฐมวัยในการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงไดเปนอยางดี สามารถพัฒนาการ เรียนรูอยางราบรื่น การเชื่อมตอของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปที่ 1 จะประสบผลสำเร็จ ได บุคคลทุกฝายที่เกี่ยวของตองดำเนินการดังตอไปนี้ 1. ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารสถานศึกษาเปนบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเปนผูนำในการสรางรอยเชื่อมตอระหวางหลักสูตร การศึกษาปฐมวัยกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปที่ 1 โดยตองศึกษาหลักสูตร ทั้งสองระดับ เพื่อทำความเขาใจและจัดระบบการบริหารงานดานวิชาการที่จะเอื้อตอการเชื่อมตอการศึกษา โดยดำเนินการดังนี้ 1.1 จัดประชุมผูสอนระดับปฐมวัยและผูสอนระดับประถมศึกษา รวมกันสรางความเขาโจ รอย เชื่อมตอของหลักสูตรทั้งสองระดับใหเปนแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อผูสอนทั้งสองระดับจะได เตรียมการ สอนไดสอดคลองกับเด็กวัยนี้ 1.2 จัดหาเอกสารหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไวใหผูสอนและบุคลากรอื่นๆ ไดศึกษาทำความเขาใจ อยางสะดวกและเพียงพอ 1.3 จัดกิจกรรมใหผูสอนทั้งของระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนและเผยแพรความรูใหมๆ รวมกัน 1.4 จัดหาสื่อ วัสดุอุปกรณ และจัดสภาพแวดลอมที่สงเสริมการสรางรอยเชื่อมตอ 1.5 จัดกิจกรรมใหความรู กิจกรรมสัมพันธในรูปแบบตางๆ และจัดทำเอกสารเผยแพรใหกับ พอแม ผูปกครองอยางสม่ำเสมอ เพื่อใหพอแม ผูปกครองเขาใจการศึกษาทั้งสองระดับและใหความรวมมือใน การชวย เด็กใหสามารถปรับตัวเขากับสภาพแวดลอมใหมไดดี ในกรณีที่โรงเรียนไมมีชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ในสถานศึกษาของตนเอง ผูบริหารสถานศึกษา ควร ประสานกับสถานศึกษาที่คาดวาเด็กจะไปเขาเรียน เพื่อสรางความเขาใจใหพอแม ผูปกครอง ในการ ชวยเหลือ เด็กสามารถปรับตัวเขากับสถานศึกษาใหมได
79 2. ผูสอนระดับปฐมวัย ผูสอนระดับปฐมวัยตองศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียน การสอน ใน ขั้นประถมศึกษาปที่ 1 และสรางความเขาใจใหกับพอแม ผูปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งชวยเหลือเด็ก ใน การปรับตัวกอนเลื่อนขึ้นชั้นประถมศึกษาปที่ 1 โดยผูสยบควรดำเนินการ ดังนี้ 2.1 เก็บรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับตัวเด็กเปนรายบุคคลเพื่อสงตอผูสอนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ซึ่งจะทำ ใหผูสอนระดับประถมศึกษาสามารถใชขอมูลนั้นชวยเหลือเด็กในการปรับตัวเขากับการเรียนรูใหมตอไป 2.2 พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรูในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 เพื่อใหเด็กเกิดเจตคติที่ดีตอการเรียนรู 2.3 จัดใหเด็กไดมีโอกาสทำความรูจักกับผูสอน ตลอดจนการสำรวจสภาพแวดลอมและบรรยากาศ ของหองเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 2.4 จัดสื่อ วัสดุอุปกรณ หนังสือที่เหมาะสมกับวัยเด็กที่สงเสริมใหเด็กไดเรียนรูและมีประสบการณ พื้นฐานที่สอดคลองกับรอยเชื่อมตอในการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 . ผูสอนระดับประถมศึกษา ผูสอนระดับประถมศึกษาตองมีความรู ความเขาใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัย และมีเจตคติที่ดีตอการ จัด ประสบการณตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อนำมาเปนขอมูลการพัฒนาการจัดการเรียนรูระดับ ชั้น ประถมศึกษาปที่ 1 ใหตอเนื่องกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัย โดยควรดำเนินการ ดังนี้ 3.1 จัดกิจกรรมใหเด็ก พอแม และผูปกครอง มีโอกาสไดทำความรูจักคุนเคยกับผูสอนและหองเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 กอนเปดภาคเรียน 3.2 จัดสภาพหองเรียนใหใกลเคียงกับหองเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดใหมีมุมประสบการณภายใน หอง เพื่อใหเด็กไดมีโอกาสทำกิจกรรมไดอยางอิสระเชน มุมหนังสือ มุมของเลน มุมเกมการศึกษา เพื่อชวยให เด็ก ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ไดปรับตัวและเรียนรูจากการปฏิบัติจริง 3.3 จัดกิจกรรมรวมกันกับเด็กในการสรางขอตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตน 3.4 จัดกิจกรรมชวยเหลือ สงเสริมการเรียนรูใหกับเด็กตามความแตกตางระหวางบุคคล 3.5 เผยแพรขาวสารดานการเรียนรูและสรางความสัมพันธที่ดีกับเด็ก พอแม ผูปกครอง และชุมชน 4. พอแม ผูปกครอง เพื่อ พอแม ผูปกครองเปนผูมีบทบาทสำคัญในการอบรมเลี้ยงดูและสงเสริมการศึกษาของบุตรหลาน และ ชวย บุตรหลานของตนเองในการศึกษาตอชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ควรดำเนินการดังนี้ 4.1 ศึกษาและทำความเขาใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ 4.2 จัดหาหนังสือ อุปกรณที่เหมาะสมกับวัยเด็ก 4.3 มีปฏิสัมพันธที่ดีกับบุตรหลาน ใหความรัก ความเอาใจใส ดูแลบุตรหลานอยางใกลชิด 4.4 จัดเวลาในการทำกิจกรรมรวมกับบุตรหลาน เชน เลานิทาน อานหนังสือรวมกัน สนทนาพูดคุย
80 ซักถามปญหาในการเรียน ใหการเสริมแรงและใหกำลังใจ 4.5 รวมมือกับผูสอนและสถานศึกษาในการชวยเตรียมตัวบุตรหลานเพื่อชวยใหบุตรหลานปรับตัวไดดีขึ้น การกำกับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน การจัดสถานศึกษาปฐมวัยมีหลักการสำคัญในการใหสังคม ชุมชน มีสวนรวมในการจัดการศึกษาและ กระจายอำนาจการศึกษาลงไปยังทองถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเปน ผูจัดการศึกษาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อใหผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงคและสอดคลองกับความตองการของชุมชนและสังคมจำเปนตองมีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมิน และรายงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใหทุกกลุมทุกฝายที่มีสวนรวมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา เห็น ความกาวหนา ปญหา อุปสรรค ตลอดจนการใหความรวมมือชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุน การวางแผน และ ดำเนินงานการจัดการศึกษาปฐมวัยใหมีคุณภาพอยางแทจริง การกำกับ ติดตาม โดยผานกระบวนการชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC การเปดชั้นเรียน การนำสื่อนวัตกรรมมาใช ประเมินและรายงานผลการจัดการศึกษา ปฐมวัยเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาและระบบการประกันคุณภาพที่ตองดำเนินการอยาง ตอเนื่อง เพื่อนำไปสูการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สรางความมั่นใจใหผูเกี่ยวของ โดยตอง มีการดำเนินการที่เปนระบบเครือขายครอบคลุมทั้งหนวยงานภายในและภายนอกตั้งแตระดับชาติ เขตพื้นที่ทุก ระดับละทุกอาชีพ การกำกับดูแลประเมินผลตองมีการรายงานผลจากทุกระดับใหทุกฝายรวมทั้งประชาชน ทั่วไปทราบ เพื่อนำขอมูลจากรายงานผลมาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาหรือสถาน พัฒนาเด็กปฐมวัยตอไป
81 ภาคผนวก
82 คำสั่ง เทศบาลเมืองบุรีรัมย ที่ / ๒๕๖๖๗ เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการการจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง) พุทธศักราช ๒๕๖๗ ……………………………………. ดวยโรงเรียนเทศบาล ๑ “บุรีราษฎรดรุณวิทยา”จะจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (ปรับปรุง)เพื่อใหการดำเนินงานการจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเปนไปดวยความเรียบรอย จึงแตงตั้ง คณะกรรมการดำเนินงานการจัดทำหลักสูตรสาระการศึกษาปฐมวัย ดังนี้ ๑. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาปฐมวัย ประกอบดวย ๑. นางสาวพัชรภรณ ออนคำ ผูอำนวยการสถานศึกษา ประธานกรรมการ ๒. นางนัตธิณี จงรักษ รองผูอำนวยการสถานศึกษา รองประธาน ๓. นางชญาพิมพ แผวพลสง รองผูอำนวยการสถานศึกษา กรรมการ ๔. นางชนัญญา ประสานพันธ รองผูอำนวยการสถานศึกษา กรรมการ ๕. นางมานิตา เลิศปญญา ครู กรรมการ ๕. นางสวยสม สุทธสนธิ์ ครู กรรมการ ๖. นางนวลจันทร เต็งบุษราคัม ครู กรรมการและเลขานุการ หนาที่ ๑. วางแผนดำเนินงานวิชาการ ๒. จัดทำคูมือบริหารจัดการหลักสูตรและงานวิชาการ ๓. สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร ๔. ประสานความรวมมือฝายตาง ๆ เพื่อใหใชหลักสูตรไดอยางมีประสิทธิภาพ ๕. ประชาสัมพันธหลักสูตรและการใช ใหนักเรียน ผูปกครอง ชุมชน และผูเกี่ยวของ ๖. สงเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนาหลักสูตร ติดตามผลการเรียนนักเรียนรายบุคคล ๗. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานของครู ๘. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตร ๒.คณะอนุกรรมการกลุมสาระการเรียนรู / กิจกรรมพัฒนาผูเรียน ประกอบดวย ๑. นางนวลจันทร เต็งบุษราคัม ประธานอนุกรรมการ ๒. นางพีชญา สุขประโคน อนุกรรมการ ๓. นางมานิตา เลิศปญญา อนุกรรมการ ๔. นางสาววรัทยา กิติพันธ อนุกรรมการ ๕. นางทิพวรรณ ลาขุมเหล็ก อนุกรรมการ
83 ๖. นางสวยสม สุทธสนธิ์ อนุกรรมการ ๗. นางศุภากร สุพรม อนุกรรมการ ๘. นายรุงทรัพย แข็งขัน อนุกรรมการ ๙. นายธีรพันธ กองรัมย อนุกรรมการ ๑๐. นางสาวมุขธิดา ศิริจันทร อนุกรรมการและเลขานุการ หนาที่ ๑. กำหนดสัดสวนสาระการเรียน ๒. ดำเนินการพัฒนาและจัดกระบวนการเรียนรู ๓. พัฒนาแผนการจัดประสบการณที่เปนมาตรฐานกลาง ๔. พัฒนาสื่อการเรียนการสอน ๕. กำหนดแนวทางพัฒนาเครื่องมือ ดำเนินการวัดและประเมินผล ๖. วิเคราะหนักเรียนรายบุคคล ๗. ดำเนินการวิจัยทางการศึกษา ๘. นิเทศภายในแลกเปลี่ยนประสบการณ ๙. รวบรวมขอมูลเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ๑๐.รายงานผลการปฏิบัติงาน ๓.คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคของสถานศึกษา ประกอบดวย ๑. นางนวลจันทร เต็งบุษราคัม ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๒/๑ ๒. นางมานิตา เลิศปญญา ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๒/๒ ๓. นางพีชญา สุขประโคน ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๒/๓ ๔. นางศุภากร สุพรม ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๒/๔ ๕. นางสาวมุขธดา ศิริจันทร ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๓/๑ ๖. นางสวยสม สุทธสนธิ์ ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๓/๒ ๗. นางทิพวรรณ ลาขุมเหล็ก ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๓/๓ ๘. นางสาววรัทยา กิตติพันธ ครูประจำชั้นอนุบาลปที่ ๓/๔ ๙. นายรุงทรัพย แข็งขัน ครูพิเศษประจำวิชาพลศึกษา ๑๐. นายธีรพันธ กองรัมย ครูพิเศษประจำวิชาดนตรี หนาที่ ๑. กำหนดแนวทางการพัฒนาแนวทางการประเมิน เกณฑการประเมินและแนวทางแกไข ปรับปรุงแกไขคุณลักษณะอันพึงประสงค ๒. พิจารณาตัดสินผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ๓. จัดระบบแกไขปรับปรุงคุณลักษณะอันพึงประสงค ๔. พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงคอยางตอเนื่อง ใหคณะกรรมการที่ไดรับแตงตั้ง จงปฏิบัติหนาที่ในการจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ดวย ความตั้งใจ หากมีปญหาเกิดขึ้นใหรายงานผูบริหารทราบเพื่อแกไข
84 ทั้งนี้ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป สั่ง ณ วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ( นายคมกริช สายชมภู) ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหนาที่ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย