ผู้ออกแบบผลงานโดน นายกวิน ฤกษ์เฉลิมพจน์ รหัส 6521911002 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ภาคปกติ สาขาวิชา ครีเอทีฟกราฟิก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา How toผ้ามัดย้อม ผลงานการออกแบบหนังสือเล่มเล็ก (Booklet Design) ฉบับนี้ ได้รวบรวมเนื้อหาสาระ และข้อมูลเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ กามทำ�ผ้ามัด ย้อม การทำ�ลายผ้ามัดย้อม ขนิดของเส้นใยผ้า และ สีธรรมชาติโดย มีเนื้อหาหลัก (Content)หรือ Maincourse ที่น่าสนใจศึกษาเป็นพิเศษ และผลงานออกแบบของนักศึกษาที่น่าสนใจ 11 ชิ้นงาน ซึ้งผลงานนี้จัดเป็น ส่วนหนึ่งของรายวิชา HU212233 การออกแบบพับลิเคชั่น / HU22216 การออกแบบสิ่งพิทพ์และสื่อดิจิทัล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ผู้สอน อาจารย์พชรมน เกิดสุวรรณ
คำ�นำ� หนังสือคู่มือการทำ ผ้ามัดย้อมในแต่ละประเภทของผ้า มัดย้อมทำ�ขึ้นเป็นพิเศษสำ�หรับบุคคลที่มีความสนใจในการทำ�ผ้า มัดย้อม สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ตากหลักการทำ�ผ้ามัด ย้อมในสมัยใหม่ รวมถึงความรู้ต่างๆที่เกี่ยวกับผ้ามัดย้อม เช่น ความรู้ของเส้นใยต่างๆ การทำ�ลายผ้า หรือ สีของธรรมชาต ในคู่มือฉบับนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลการทำ�ผ้ามัดย้อม การ ทำ�ลายผ้ามัดย้อม ชนิดของเส้นใย และสีของธรรมชาติแล้วอีกทั้ง ยังมีประวัติความมาเป็นมาของผ้ามัดย้อม พรั่งพร้อมด้วยราย ละเอียดนการทำ�ผ้ามัดย้อม และการทำ�ลายต่างๆของผ้ามัดย้อม จะทำ�ให้คนหนุ่มสาวได้สัมผัสถึงศิลปะท้องถิ่นที่แท้จริง สนุกสนาน ไปกับการทำ�ผ้ามัดย้อมในยุคสมัยใหม่ สะดวกสบาย รวมถึงสร้าง ประโยชน์ในแบบคนที่สนใจอย่างแท้จริง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือคู่มือการทำ ผ้ามัดย้อมนี้ จะเป็นบทเริ่มต้นในการเดินทางเรียนรู้สู้โลกแห่งศิลปะ ช่วงเวลา ที่ประทับใจก่อให้เกิดแรงผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับ สังคม และเพื่อให้ผ้ามัดย้อมยังคงอยู่และหวังว่าคนรุ่นใหม่จะสร้าง สิ่งใหม่แล้วต่อยอดกันต่อไป
กิตติกรรมประกาศ การจัดทำ�หนังสือ เรื่อง ผักสลัด ของคลับคนรักสุขภาพ เล่มนี้ สามารถดำ�เนินการจนประสบความสำ�เร็จลุล่วงไปด้วยดี เนื่องจากได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจาก อาจารย์ พชรมล เกิดสุวรรณ อาจารย์ประจำ รายวิชาการ ออกแบบพับลิเคชั่น ที่ได้กรุณาให้คำ�ปรึกษา ความรู้ข้อแนะนำ� และ ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ จนกระทั่งการทำ�หนังสือเล่มนี้ เสร็จสิ้นเรียบร้อยด้วยดี สุดท้ายนี้ผู้จัดทำ�หวังว่าหนังสือผัดสลัด ของคลับคนรัก สุขภาพฉบับนี้คงเป็นประโยชน์สำ�หรับหผู้ที่สนใจได้ศึกษาต่อไป
สารบัญ ข้อมูลส่วนตัว 25 ผ้ามัดย้อมด้วนสีธรรมชาติ 21 ผ้ามัดย้อมด้วยการฟอกขาว 17 ผ้ามัดย้อมด้วยสีอะคริลิค 13 สีธรรมชาติ 9 ลายผ้ามัดย้อม 7 ชนิดของเส้นใยผ้า 4 ความเป็นมา 2 ผลงาน 26 DESIGN BRIEF 28 อ้างอิง 29
1
ความเป็นมา ก า ร ทํ า ผ้ า มั ด ย้ อ ม อ า จเ ริ่ ม เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจของคนสมัยโบราณ โดยนักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่าอาจ มีแนวความคิดมาจากการฟอกสีออก ด้วยแสงอาทิตย์โดยบังเอิญ ซึ่งหลัก ฐานความรู้ที่พอจะเชื่อถือได้แสดงให้เห็น ว่า ประเทศในยุคแรก ที่มีการมัดย้อม ผ้า คือ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และแอฟริกาที่มีความคุ้นเคยกับเทคนิค การใช้สีย้อมที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ใน ประเทศอินเดีย ผ้ามัดย้อมจะเป็นที่รู้จัก กันในชนบทสมัยก่อน ซึ่งพบหลักฐานจาก เศษผ้าเมื่อประมาณ ๕,๐๐๐ ปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ และประสบการณ์ในการใช้สีย้อม เช่น สาหรีเป็นต้น หรือ ชนเผ่ายิบซีที่เคยอาศัยอยู่ทาง ตอนเหนือของอินเดีย ก็ปรากฏให้เห็นศิลปะของการมัดย้อมผ่านเครื่องแต่งกายในปัจจุบัน ส่วนในบาหลีประเทศอินโดนีเซียก็มีศิลปะของการมัดย้อมเช่นเดียวกัน โดยจะเรียกการมัด ย้อมนี้ว่า เปลังกิเป็นต้น ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการมัด หรือพับเสื้อ ก่อนที่จะนำ ไปย้อมสีที่เราต่างคุ้น เคยกันดีเท่านั้น หากยังมีเทคนิกใหม่ เฉกเช่นการฉีดสีลงบนเสื้อแบบไร้รูปแบบ และไร้ ทิศทาง เลียนแบบการสร้างสรรค์ศิลปะมัดย้อม ที่สามารกำ�หนดการออกแบบที่เกิดขึ้นได้ ด้วยการสามารถคาดการณ์ และควบคุมผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ทว่าอย่างไร ก็ตามผลลัพธ์ที่ได้กับศิลปะการมัดย้อมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ยังมีเสน่ห์ และทำ�ให้ผู้คนนั้น ประหลาดใจได้อยู่เสมอๆ กระทั่งยังเตะตาเข้ากับแบรนด์แฟชั่นมากมาย ที่ยอมอุทิศพื้นที่ คอลเล็กชั่นบนรันเวย์ให้กับศิลปะแขนงนี้แบบไม่ขาดสาย 2
<svg id=”Layer_1” data-name=”Layer 1” xmlns=”http://www.w3.org/2000/svg” viewBox=”0 0 151.16 97.23”><defs><style>.cls-1{fill:#231f20;}</style></defs><path class=”cls-1” d=”M163.67,155.4 3a2.68,2.68,0,0,0-1.54,1.53,1.32,1.32,0,0,1-.95.42,1.84,1.84,0,0,1-1.06-.37,3.11,3.11,0,0,1-.87- .9,3,3,0,0,1-.45-1.13,1.46,1.46,0,0,1,.21-1.09,13.6,13.6,0,0,1,2.49-2.65,7.11,7.11,0,0,1,3.34- 1.58,3,3,0,0,1,2.3,1,4.64,4.64,0,0,1,1.14,2.12,7,7,0,0,1,.23,2.38,13.26,13.26,0,0,1-.37,2.41c-.19.79- .42,1.57-.68,2.33s-.51,1.47-.72,2.14a15.3,15.3,0,0,1-.69,1.77c-.28.62-.58,1.25-.9,1.88s-.61,1.29- .87,2a11.44,11.44,0,0,0-.61,2.07,2,2,0,0,0,.4,2.06,2.73,2.73,0,0,0,1.88.64,4.76,4.76,0,0,0,2- .37,6.13,6.13,0,0,0,2.59-1.86,25.09,25.09,0,0,0,2-2.75,13.7,13.7,0,0,0,1.46- 3.52,7.39,7.39,0,0,0,.08-3.84,3.36,3.36,0,0,0-.69-1.22,7.68,7.68,0,0,0-1-.95c-.37-.28-.75-.55- 1.14-.82a6.65,6.65,0,0,1-1-.82,2.74,2.74,0,0,1-.63-1.59c-.11-.7,1.14-2.1,3.75- 4.18a21.22,21.22,0,0,0,2.36-2.28c.72-.81,1.47-1.6,2.25-2.38,1.34-1.34,2.64-2.73,3.89- 4.15a27.89,27.89,0,0,1,4.21-3.9,1.94,1.94,0,0,1,1.11- 3
ก่อนที่จะเรียนรู้กับวิธีการทําผ้ามัดย้อมนั้น สิ่งสําคัญที่เราควรศึกษาเป็นอันดับ แรกก็ คือ ชนิดของเส้นใยผ้า ชนิดของเส้นใยผ้า เนื่องจากในขั้นตอนของการย้อมผ้านั้น เนื่องจากในขั้นตอนของการย้อมผ้านั้น อาจเกิดปัญหาสีไม่ อาจเกิดปัญหาสีไม่ ติดผ้าหรือติดได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งอาจเป็นเพราะเส้นใยผ้าที่ไม่ เหมือนกันอจึงทําให้สีที่ออกมานั้น ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ชนิดของผ้านั้น แบ่งออกเป็น แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๑. เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยธรรมชาติ ๒. เส้นใยสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ ชนิดของเส้นใยผ้า ในปัจจุบันมักใช้เป็นเส้นใยธรรมชาติ มากกว่าเส้นใยสังเคราะห์ เพราะมีความ ยืดหยุ่น และความสามารถเหมือนเส้นใย สังเคราะ แล้วยังนำพืช หรือ สัตว์ มาเป็น เส้นใยได้ การใช้เส้นใยธรรมชาติยังช่วยรักษา ธรรมชาติไปในตัว แล้วยังนำกลับมาใช้ใหม่ ได้ไม่เหมือนเส้นใยสังเคราะ 4
เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยที่ได้จากธรรมชาติ ซึ่งได้จากส่วนต่าง ๆ ของพืช ได้แก่ เส้นใยจากเมล็ด เช่น ฝ้าย นุ่น หรือ จากใบ เช่น ใยสัปปะรด เส้นใยที่ได้จากเปลือกไม้ เช่น ลินิน ผ้าปอ ใยกัญชา เป็นต้น และเส้นใยที่ได้จากสัตว์ เช่น ผ้าขนสัตว์ ผ้าไหม ซึ่งใยที่ได้จากสัตว์นี้มีคุณสมบัติทั่วไปคล้ายโปรตีน ดังนั้น เมื่อเปียกน้ำ�ความเหนียวและความแข็งแรงจะลดลง ถ้าถูกแสงแดดเป็นเวลานานจะสลายตัว หรือกรอบ เส้นใยธรรมชาติจะสามารถย้อมสีออกมาได้ดีและตรงเกือบทุกสี (1) สมบัติมีความหยาบกระด้าง และระคายผิว แต่เหมาะสำ�หรับ ใช้ทำ�เชือก กระสอบ ถุง ผ้าตา ข่าย และใช้ประโยชน์ในงาน อุตสาหกรรมบางชนิด (2) สมบัติเหนียว นุ่ม มักนำ�มา ใช้ทำ�เชือก ด้ายเย็บ และผ้าเนื้อผ้า (3) สมบัติที่ดีเหมาะแก่การทำ� เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น และความ สบายแก่ผู้สวมใส่ในฤดูหนาว (1) สมบัติทนต่อการกัดกร่อน ของสารเคมีทนความร้อนได้สูง มีความเหนียว และไม่นำ�ไฟฟ้า (2) สมบัติที่ดีเหมาะแก่การทำ� เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น และความ สบายแก่ผู้สวมใส่ในฤดูหนาว เนื่องจากเป็นฉนวนความร้อน ที่ดีดูดความชื้นได้ดีและไม่ยับ (3) สมบัติเหมาะแก่การทำ�เสื้อผ้า เนื่องจากผ้าไหมให้ความสบาย (1) สมบัติที่ดีและมีราคาถูก มีความทนทาน เรียบเป็นเงา ดูดซับน้ำ�ได้ดี (2) สมบัติดูดความชื้นต่ำ มีน้ำ�หนักเบา ทนต่อแมลงและ เชื้อราได้ดี (3) สมบัติคือ ระบายอากาศได้ ดีมาก ดูซับเหงื่อได้ดีแต่ยับง่าย เส้นใยลินิน (Linen) เส้นใยจากสินแร่ (Mineral fibers) เส้นใยฝ้าย (Cotton) 5
เส้นใยสังเคราะห์ เป็นเส้นใยประดิษฐ์ชนิดหนึ่งที่เป็นพอลิเมอร์ไม่ใช่เซลลูโลส คือ เป็นการผลิตโดยใช้วัตถุดิบ ที่เป็นพอลิเมอร์ สังเคราะห์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมทั้งหมด มนุษย์ทําเส้นใยชนิด นี้เพื่อต้องการทดแทนเส้นใยจาก ธรรมชาติเนื่องจากเส้นใยธรรมชาติลดลงเรื่อย ๆ โดยพยายาม เลียนแบบให้ใกล้เคียงกับเส้นใยธรรมชาติมากที่สุด และ พัฒนาคุณสมบัติเฉพาะด้านให้ดียิ่งขึ้น เช่น อะครีลิก พอลีเอ สเตอร์ ชีฟอง ที่ไม่ใช่ชีฟองไหม ไนลอน ผ้าตาข่าย ผ้าหนังเทียมเป็นต้น (1) สมบัติทางกายภาพ ลักษณะ เส้นใยมีสีขาว ผิวเรียบ มีความ แข็งแรง ความสามารถในการดูด ซึมความชื้นต่ำ� ทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ แห้งเร็ว (2) สมบัติทางเคมี ทนทาน ต่อสารฟอกขาวทุกชนิด ทนต่อ กรดอ่อนได้ดี (3) การใช้ประโยชน์นิยมนำ�มา ใช้ตัดเสื้อผ้าได้ทุกชนิด ทุกแบบ (1) สมบัติทางกายภาพ ลักษณะ เส้นใยมีสีขาว ผิวเรียบคล้ายแท่ง แก้วยาว ความสามารถในการ ดูดซึมความชื้นต่ำ� (2) สมบัติทางเคมีทนทานต่อ สารละลายอินทรีย์ได้ดีสามารถ ซักแห้งได้ (3) การใช้ประโยชน์นิยมนำ�มา ใช้ผลิตเป็นเสื้อผ้าและของใช้อื่นๆ (1) สมบัติทางกายภาพ ลักษณะ เส้นใยมีสีขาว มีความแข็งแรง ปานกลาง การคืนตัวจากแรง อัดอยู่ในระดับดี (2) สมบัติทางเคมีทนทานต่อ กรดได้แทบทุกชนิด ทนทานต่อ สารละลายอินทรีย์ได้ดี (3) การใช้ประโยชน์ เส้นใย อะคริลิกสามารถนำ ไปใช้งาน ได้ ดูแลรักษาง่าย สวยงาม เส้นใยพอลิเอสเตอร์ (Polyester) เส้นใยพอลิเอไมด์ (Polyamide) เส้นใยอะคริลิก (Acrylic) 6
7
8 1. นำ�ผ้าใยธรรมชาติมาพับให้มีความกว้างประมาณ 1 นิ้ว พับเข้ามาสู่กึ่งกลางทั้ง จากทางซ้ายและทางขวา 2. เมื่อพับจนถึงตรงกลางแล้ว ให้นำ�เศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้มาวางไว้ทั้งด้านบน และด้านล่าง จากนั้นพับลงมา สู่จุดศูนย์กลาง พยายามพับให้แน่น ๆ เข้าไว 3. พับไปเรื่อย ๆ จนเหลือขนาดเท่าเศษไม้จากนั้นใช้หนังยางรัดแกงรัดให้แน่ 1. นำ�ผ้าใยธรรมชาติมาพับเป็นจีบๆ คล้ายให้คล้ายกับพัด พับจนสุดผ้าเลย 2. เมื่อได้ผ้าที่พับเป็นจีบคล้ายพัดมาแล้วให้พับครึ่งของผ้าชิ้นนั้นโดยกำ�หนดความ กว้างของผ้าอยู่ที่ประมาณ 1 นิ้ว 3. นำ�ไม้ไอศกรีมมาวางหนีบผ้าไว้ตรงกลาง จัดจังหวะของไม้ให้ได้ตามที่ต้องการ จากนั้นใช้หนังยางรัดแกงรัดที่มุมของไม้ไอศกรีมให้แน่น การสร้างลวดลายสี่เหลี่ยมจากแผ่นไม้ การสร้างลวดลายสี่เหลี่ยมจากแผ่นไม้ไอ
9
สีที่สกัดได้จากแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติ เพื่อนำ�ไปใช้ทั้งในด้านการประกอบอาหาร และการใช้สีย้อมสิ่งทอการใช้ทำ�ภาพเขียน หรือในด้านของความสวยความงามเป็นต้น เราสามารถสกัดสีจากธรรมชาติได้ หลายวิธี โดยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับว่า เม็ดสีที่ อยู่ในวัตถุดิบต่างๆ นั้นสามารถละลายได้ใน น้ำ� หรือละลายได้ในน้ำ�มัน ซึ่งความสามารถ ในการละลายต่างกัน ก็ต้องใช้วิธีการสกัดสี ออกจากแหล่งธรรมชาติที่ต่างกัน มาดูกัน ว่า สีธรรมชาติมีกี่สี และสามารถสกัดจาก วัตถุดิบอะไรได้บ้าง ไwปดูกันเลย 10
11 สีส้ม ได้มาจากสีของกลีบดอกดาวเรืองหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งสีของกลีบดอก ดาวเรืองนั้น สามารถสกัดสีจากดอกดาวเรืองด้วยการคั้นน้ำ� เพราะเป็นเม็ดสีที่ สามารถละลายในน้ำ�ได้โดยนิยมนำ�ดอกดาวเรืองไปตากแห้งก่อน จากนั้นจึงนำ�มาสกัดสี โดยการนึ่งและนำ�ไปต้มอีกครั้ง จะได้เม็ดสีออกมามากกว่าการต้มเพียงอย่างเดียว สีแดง เป็นอีกหนึ่งสีที่สามารถสกัด ได้จากธรรมชาติจากผลโรสฮิป ซึ่งสี ของน้ำ�มันโรสฮิปที่สกัดเย็นจะเป็นสีแดงน้ำ�มัน โรสฮิปที่สกัดด้วยตัวทำ�ละลายจะมีสีเหลือง เนื่องจากอุณหภูมิสูงในกระบวนการสกัด น้ำ�มัน ทำ�ให้กลายเป็นน้ำ�มันสีเหลืองแทน สีเหลือง ได้มาจาก ขมิ้นที่เป็น สมุนไพร รู้จักกันทั่วไปว่านิยมใช้เป็น ยา เครื่องเทศ และสารแต่งสีมานับพันปี การสกัดสีจากขมิ้นสามารถทำ�ได้โดยการตำ� และคั้นกรองเอาน้ำ�สีออกมา นอกจากขมิ้น แล้ว ก็มีไพล ที่ให้สีเหลืองได้ สีชมพู ที่มียู่ในดอกชบาสีชมพู คือ Anthocyanins และมีการใช้กันอย่างแพร่ หลายในฐานะแหล่งวัตถุดิบสีชมพูจากธรรมชาติสามารถสกัดออกมาได้จากการ บด และคั้นน้ำ� สามารถนำ�มาย้อมผ้า ย้อมสีกระดาษ หรือใช้ผสมทำ�อาหารจำ�พวกของ หวานเพื่อให้มีสีชมพูก็ได้
12 สีฟ้า ได้มาจาก ดอกอัญชันมีสีฟ้า อมน้ำ�เงินสวยงาม ดอกอัญชันมีสาร แอนโธไซยานิน กรดพี– คูมาริก และกรด เฟรูลิก และยังมีสารประกอบฟลาโวนอยด์ จำ�นวนมาก ซึ่งสีของกลีบดอกอัญชันได้มา จากสารในกลุ่มแอนโธไซยานินที่เรียกว่าเดลฟี นิดิน (Delphinidin) เป็นเม็ดสีที่ละลายน้ำ� ได้ สามารถบด และคั้นน้ำ จนออกมาได้สี ม่วงหรือน้ำ�เงิน สีเขียว ได้มาจากสารที่เรียก ว่า คลอโรฟีลล์ ซึ่งเป็นเม็ดสีเขียว ที่พื ช ใ ช้สำ หรับสั งเคร า ะห์แส งนั่นเอ ง โดยสีเขียวหาได้จากพืชหลากหลายชนิด เช่น ใบเตยหอม ซึ่งให้ทั้งสีและกลิ่นที่ดีสามารถ ต้มเพื่อสกัดสีได้เนื่องจากเม็ดสีคลอโรฟีลล์ สามารถละลายได้ในน้ำ� นิยมใช้ในการทำ� ขนม หรือทำ�เป็นเครื่องดื่มต่างๆ สีน้ำ�ตาล ได้มาจากผลวอลนัท ซึ่งจะให้สีน้ำ�ตาลไปจนถึงสีดำ� เพราะเปลือก ชั้นในของวอลนัทจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ นิยมใช้เป็นสารย้อมสี และเป็นเม็ดสีที่สามารถ ละลายได้ในน้ำ�มัน ต้องใช้ตัวทำ�ละลายในการสกัดเอาสีออกมา และยังมีเปลือกมังคุดที่ ให้สีน้ำ�ตาล ไปจนถึงน้ำ�ตาลแดง ซึ่งสีน้ำ�ตาลนี้ได้มาจากสารแทนนินที่อยู่ในพืชนั่นเอง
13
ผ้ามัดย้อมด้วยสีอะคริลิค ผ้ามัดย้อมด้วยสีอะคริลืค เป็นผ้า อเนกประสงค์ใช้ได้ทั้งผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ ผ้าชายหาดและอื่น ๆ ตามที่เรา ต้องการ เนื้อผ้านุ่ม พลิ้วเบาใส่สบาย ใส่แล้วไม่ร้อน ที่สําคัญคือ สีไม่ตก เอกลักษณ์ของผ้ามัด ย้อมจะอยู่ที่ลวดลายที่มัดและสีสัน ที่ย้อมลง ไปในปัจจุบันชุดมัดย้อมที่มีขายตามร้านค้า ทั่วไปนั้นก็มีให้เลือกหลายโทนสี จนทําให้ หลายคนอาจจะเลือกไม่ถูกว่าจะใส่ แบบไหน ถึงจะเข้ากับบรรยากาศ และสามารถช่วย ให้การถ่ายรูปของคุณออกมาสวยดูดี และ โดดเด่น หากใครที่อยากได้ลุคแบบอ่อนหวาน ดูละมุนน่าทะนุถนอมก็สามารถเลือกผ้าคลุม ไหล่มัดย้อมโทนสีพาสเทล เช่น สีชมพูอ่อน เป็นต้นซึ่งโทนสีพาสเทลยัง สามารถนําไป แมตช์คู่กับเสื้อผ้าสีเข้มต่าง ๆ ได้ 14
15 1) ผ้าข้าว หรือผ้าสีอ่อน 2) สีPower Berry, Lavender, Wisteria 3) สารส้ม, ปูนแดง, จุ่มสี 4) ลูกปัด, เม็ดถั่วเขียว, หนังยาง, ไม้หนีบผ้า อุปกรณ์ 1) เตรียมเสื้อขาวที่จะย้อม สามารถมัดย้อมได้ แทบทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อยืด ไปจนถึงกางเกง กระโปรง กระทั่งหมวกแก๊ป แนะนำ ให้ใช้ เสื้อสีขาวหรือสีอ่อนๆ เพื่อให้สีออกมาสวย และต้องนำ�ไปเจือจางสีด้วยน้ำ� 2) เตรียมสีต้องใช้น้ำ�ยา textile medium 1 ส่วน กับสี1 ส่วน และน้ำ� 3 ส่วน เททุก อย่างใส่ขวดพลาสติกสำ�หรับหยดสีหรือกาว แล้วเขย่าให้เข้ากัน น้ำ�ยา textile medium และใช้ขวดหยดแยกกันไปตามแต่ละสี วิธีการทำ�
16 3) พรมน้ำ�ใส่เสื้อ นำ�เอาเสื้อ แช่น้ำ�แล้วบิดให้แน่น ไล่น้ำ�ส่วน เกินก็ได้เพราะเสื้อที่จะมัดย้อม ต้องเปียกแค่พอหมาด ระวัง อย่าให้เสื้อเปียกโชก 4) เอ าหนั งย า งมัดเสื้อ เพื่อทำ�ลายผ้ามัดย้อมขึ้นอยู่ กับลายที่ทำ� และลักษณะการ ใช้ยางมัดเสื่อ เข้าไปในผ้าโดยตรง 5) ย้อมสีตามช่วงที่แบ่งไว้. ให้หาอะไรมาร องไว้ก่อน เช่น กล่องพลาสติก หรือถาดอลู มิเนียม จากนั้นกดปากกระบอกสีที่ผ้าส่วนนั้น แล้วบีบเบาๆ เพื่อให้สีซึมเข้าไปในผ้าโดยตรง 6) ต ากเสื้อ ไว้บนแล้วรอ จนสีเซ็ตตัว แล้ววางเสื้อที่ย้อมแล้วพักไว้บนตะแกรง อย่าแกะยางออก ทิ้งไว้แบบนี้ 1 ชั่วโมง ให้สีย้อมผ้าเซ็ตตัว 7) แกะยางออก แล้วตากเสื้อ ให้แห้ง และนำ�เสื้อไปอบในเครื่อง 15 นาที
17
ผ้ามัดย้อมด้วยการฟอกขาว คือผ้ามัด ย้อม ที่มีเฉดสีฟ้าถึงสีน้ำเงินเข้ม ผ้าย้อมคราม นิยมใช้กันแพร่หลายในหลายเขตพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อินเดีย ลาวและประเทศไทย เนื่องจากมีองค์ความรู้ใน การปลูกต้นครามและการย้อมคราม ผ้าย้อม ครามในประเทศไทยมีมากในภาคอีสาน แต่ละ ท้องถิ่นสีย้อมคราม สีน้ำ เงิน หรือที่เรียกว่า Indigo Dye เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เราเห็นกัน มานาน ผ ล ลัพ ธ์ ที่ อ อ ก ม า ข อ ง ผ้ า มั ด ย้ อ ม ด้วยน้ำ ยาฟอกขาว ยังให้ความรู้สึกละเมียด ละไม ดูดี ด้วยความเป็นงานคราฟท์แฮนด์เมด จึงดูดึง ดูดด้วยน้ำหนักสีที่หนัก เบา สลับกัน แต่ก็ยังคงความผ่อนคลายสบายๆ และด้วยลักษณะ ที่ผสมความดิบอยู่ในนั้นให้ผ้าแบบนี้มีเสน่ห์เฉพาะ ตัวที่ยากจะลอกเลียนและยังทําให้มองเท่าไหร่ก็ไม่ เบื่อ ในปัจจุบันมีการผสมเทคนิคใหม่ๆ เพื่อให้ได้ ผ้ามัดย้อมด้วยการฟอกขาว 18
19 การทำ�ผ้ามัดย้อม ด้วยการฟอกขาวลิค 1) เตรียมเสื้อสีต่างๆ วิธีนี้จะต่างจากการ มัดย้อมทั่วไป ตรงที่เป็นการกัดสีที่มีอยู่ออก ไม่ได้เพิ่มสีใหม่เข้าไป ที่ต้องใช้คือเสื้อสีที่ชอบ 1) ผ้าสีหรือ เสื้อสีทุกประเภท 2) น้ำ�ยาฟอกผ้าขาว 3) สารส้ม, ปูนแดง, จุ่มสี 4) ลูกปัด, เม็ดถั่วเขียว, หนังยาง อุปกรณ์ 2) ตรียมน้ำ�ยาฟอกขาว ให้ผสมน้ำ�ยาฟอก ขาว 1 ส่วน กับน้ำ�เปล่า 1 ส่วน แล้วกรอก ใส่ขวดสำ�หรับฉีดพ่น วิธีการทำ�
20 3) พรมน้ำ�ใส่เสื้อ นำ�เอาเสื้อแช่น้ำ�แล้วบิด ให้แน่น ไล่น้ำ ส่วนเกินก็ได้ เพราะเสื้อที่จะ มัดย้อมต้องเปียกแค่พอหมาด ระวังอย่าให้ เสื้อเปียกโชก 4) เอาหนังยางหรือ ไม้ไอติมมามัดเสื้อ เพื่อทำ ลายผ้ามัดย้อมขึ้นอยู่กับลายที่ทำ และลักษณะการใช้ยางมัดเสื่อ 5) ลงน้ำ�ยาฟอกขาวที่เสื้อ โดยฉีดพ่นน้ำ�ยา ฟอกขาวใส่เสื้อ ฉีดให้ทั่วทั้งตัว พยายามให้ ชุ่มที่สุด 6) รอจนน้ำ�ยาฟอกขาวเซ็ตตัว ประมาณ 30 นาทีและแกะยางออกแล้วนำ�ไปล้างน้ำ� 7) ตากเสื้อให้แห้ง และนำ�เสื้อไปอบในเครื่อง 15 นาที
21
การนําผ้ามาย้อมด้วยสีที่ได้จาก ธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งแปลก แต่เป็นความรู้ และภูมิปัญญาที่ถูกค้นพบ และถ่ายทอด มาจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่สมัยพุทธกาลดังนั้น ผู้เขียนได้เห็นว่าการเอาผ้าแล้วมาย้อมด้วย สีธรรมชาติไม่ใช่ภูมิปัญญาชาวของบ้านธร รมดาๆ แต่เป็นภูมิปัญญาที่มาจาก แนวคิด ของพระพุทธเจ้า ซึ่งการเรียนรู้เราจะได้ สมาธิจากการดึงปมชายผ้า หรือการพึง พาธรรมชาติและพึ่งพาตัวเองหรือการไม่ ตามกระแสของสังคมที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟอย เกินความจําเป็น การทําผ้ามัดย้อมใช้เองเป็นความ ภาคภูมิใจของคนทําและคนที่จะสวมใส่ ด้วย เพราะผลงานชิ้นดังกล่าวเป็น ศิลปะหนึ่ง เดียว ในโลกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใคร เหมือน (รับรองได้) โดยมีเราเป็นศิลปินเอก ที่สําคัญสีที่ได้จากธรรมชาติจะมีคุณสมบัติ ในการรักษา โรคภัยไข้เจ็บไปในตัวด้วย เช่น ผ้าย้อมคราม ย้อมฝางแดง ผ้ามัดย้อมด้วยสีธรรมชาติ 22
23 1) ผ้าใยธรรมชาติ, ผ้าลินิน 2) พืชที่ให้สีธรรมชาติ 3) เกลือ,น้ำ�ส้มสายชู 4) สารส้ม, ปูนแดง, จุ่มสี 5) ลูกปัด เม็ดถั่วเขียว หนังยาง ไม้หนีบผ้า 1) เตรียมผ้าใยธรรมชาติสีขาวเพื่อสีย้อมผ้า จะโปร่งใส ไม่ใช่สีทึบสีที่ได้จะออกมาสีสันสดใส กว่า แต่จะใช้ผ้าสีอ่อนอื่นๆก็ได้ 2) เตรียมสีย้อม โดยเทน้ำ ร้อน 60°C ใส่พืชที่จะนำ มาเป็นสี แล้วผสมให้เข้ากัน น้ำ ร้อนจะแบ่งเป็นสีแบบน้ำ 1/2 ถ้วยตวง (ประมาณ 110 มล.) กับน้ำ�ร้อน 2-3 แกลลอน อุปกรณ์ วิธีการทำ�
24 3) ลองเติมเกลือหรือน้ำ ส้มสายชูในน้ำ สีด้วย ใส่เกลือ 1 ถ้วยตวง(280 กรัม) ต่อน้ำ� 3 แกลลอน(11 ลิตร) และใส่น้ำ�ส้ม สายชูกลั่นขาว 1 ถ้วยตวง (225 มล.) ต่อน้ำ ทุก 3 แกลลอน(11 ลิตร)สีจะเซ็ต ตัวเร็วขึ้นจะทำ ให้สีสดใสขึ้นแล้วยังช่วย “ล็อคสี” ให้ติดแน่นทนนานยิ่งขึ้นด้วยแล้วก็ คนผสมอีกทีให้เข้ากัน 4) เอาหนังยางหรือ ไม้ไอติมมามัดเสื้อ เพื่อทำ�ลายผ้ามัดย้อมขึ้นอยู่กับลายที่ทำ� และ ลักษณะการใช้ยางมัดเสื้อ 5) เอาเสื้อที่มัดแล้ว มาจุ่มลงในสีย้อม โ ด ย แ ช่เ สื้ อ ไ ว้ 30 น า ที ค่ อ ยเ อ า อ อ ก ถ้าน้ำ�ร้อนเกินไปสามารถใส่ถุงมือล้างจาน แทน หรือใช้ตะเกียบ ไม่ก็ที่คีบน้ำ�แข็งหรือ เนื้อแทน เวลาหยิบเสื้อไปมา 6) ล้างน้ำ�เปล่า พอย้อมเสื้อได้สีตามที่ชอบ แล้ว ก็ให้ใช้กรรไกรตัดหนังยางที่มัดเสื้อไว้ แล้วเอาเสื้อออกไปล้างน้ำ�เย็น กำ�จัดสีย้อม ผ้าส่วนเกิน เสร็จแล้วบิดเสื้อให้หมาด 7) ซักมือแล้วตากให้แห้ง ซักเสื้อที่มัดย้อม แล้วด้วยน้ำ�อุ่นกับน้ำ�ยาซักผ้าสูตรถนอมผ้า เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำ�เย็นอีกที จากนั้นตาก ให้แห้ง หรือจะเอาใส่เครื่องอบผ้าก็ได้
25 นายกวิน ฤกษ์เฉลิมพจน์ นักศึกษา ชั้นปีที่2 สาขาวิชา ครีเอทีฟกราฟิก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา วันเกิด : 19 มีนาคม 2547 อายุ : 20 ที่อยู่ : จ.สมุทรปราการ อ.พระสมุทรเจดีต.ในคลางบางปลากด บ้านเลขที่ 451/255 ช่องทางติดต่อ 098 974 2452 [email protected] Kawin01906 ข้อมูล ส่วนตัว
26 ผลงาน
27
28 DESIGN BRIEF BRIEFDESIGN BRIEF ชื่อเรื่องหลัก : ผ้ามัดย้อม ชื่อเรื่องรอง : ชนิดของเส้นใยผ้า ขนาดหนังสือ : A5 (14.8 x 21.0 ซม.) วิธีเข้าเล่ม : เย็บเชือก เชิงกายภาพ : ทุกเพศ อายุ 18 - 23 ปี เชิงจินตภาพ : ผู้คคนที่มีความสนใจในการทำ� ผ้ามัดย้อมในยุคสมัยใหม่ วัตถุประสงค์การออกแบบ (Objective) เพื่อออกแบบหนังสือเล่มเรื่อง ผ้ามัดย้อม แนวความคิด (Concept) ผ้ามัดย้อม ในยุคสมัยใหม่ ชื่อและชนิดของสื่อสิ่งพิมพ์ กลุ่มเป้าหมาย (Main farget) เนื้อหาในเล่มจะช่วยส่งเสริมความคิด สร้างสรรค์ทางศิลปะ ใหกับกลุ่มเป้าหมายได้รับ ความรู้จากเกร็ดสาระเล็กๆ ได้เกิดแรงบันดาลใจ ในการใช้ความรู้เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เนื่องจากเป็นสิ่งพิมพ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเผย แพร่ ยังไม่มีภาพลักษณ์คือ ยังไม่มีแนวความคิด และบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจาก เมื่อแรกนำ�สิ่งพิมพ์ออกสู่ตลาดหรือ สู่สายตาของ สาธารณชนนั้นผู้พบเห็นไม่เคย ได้รับการสื่อสาร ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาของ สิ่งพิมพ์ นักเขียนหรือ องค์กรที่เป็นเจ้าของ สิ่งพิมพ์นั้นมาก่อน ทำ�ให้มี ความต้องการที่จะ ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่โดด เด่นเป็นเอกลักษณ์ ของตนเอง ไม่ใช้ซ้ำ กับสิ่ง พิมพ์อื่นๆ ในประเภท เดียวกัน ผ้ามัดย้อม ในยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นวิธี การที่สามารถทำ�กันได้ง่าย หนังสือเล่มนี้จึงจะ พาทุกคนไปเรียนรู้เรื่องราวของผ้ามัดย้อม ชนิด ของเส้นใย และสีธรรมชาติ modern (ทันสมัย / สมัยใหม่) friendly (เป็นมิตร) youthful (ดูวัยรุ่น/ดูอ่อนเยาว์) นโยบาย/ลักษณะเนื้อหาสถานการณ์ ทางการตลาดและคู่แข่ง ปัญหา (Problem) เหตุผลสนับสนุน (Support) อารมณ์ ความรู้สึกและบุคลิกภาพ ของงาน (mood&tone&personality)
29 อ้างอิง วิกิฮาว (wiki) https://home.kapook. com/view196809.html jongjit.p https://th.wikihow.com