The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jirapat.pupae, 2021-09-07 02:06:23

ภัยแล้งรวมเล่ม

ภัยแล้ง

1

คู่มอื การจัดการสาธารณภัย : ภัยแล้ง

จัดทำโดย

นางสาวจริ าพชั ร์ ไข่สี รหัสนักศึกษา 61207302005
61207302011
นางสาวธันยพร วิเชียรสาร รหสั นกั ศกึ ษา 61207302014
61207302023
นางสาวนาฎนรี แย้มจำรสั รหัสนกั ศึกษา 61207302030
61207302031
นางสาวเพ็ญประภาพุฒแซม รหสั นกั ศกึ ษา

นางสาวศภุ าพชิ ญ์ ซ้องก๋า รหัสนกั ศึกษา

นางสาวสริ ิพร พงษข์ าว รหสั นักศกึ ษา

เสนอ ทองบาง
อาจารย์ ดร. ปิยะ

รายงานนี้เป็นสว่ นหน่งึ ของรายวชิ า 5222 422 การจดั การสาธารณภยั
วิทยาลยั การสาธารณสุขสิรินธร จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
ภาคการศกึ ษาตน้ ปีการศกึ ษา 2564



คำนำ

ปัจจุบนั สาธารณภยั ในประเทศไทยยงั คงมีแนวโน้มจะเกิดข้ึนอย่างต่อเนอ่ื งและซบั ซ้อนมาก
ข้นึ เน่ืองจากความแปรปรวนของภูมิอากาศโลก ความเสอื่ มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติประกอบกับ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไทยจากสังคมชนบทไปสู่สังคมเมืองอย่างรวดเร็วประชาชนมีโอกาส
อาศัยอยูใ่ นพื้นที่เสีย่ งภัยเพิ่มขึ้นส่งผลให้ความเสยี หายจากสาธารณภยั รนุ แรงมากขึ้น ในเรื่องของภยั
แล้งเป็นภัยธรรมชาติทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านการดำรงชีวิต
ประจำวัน และด้านการประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อสุขภาพ
ทางด้านร่างกาย จติ ใจ และเศรษฐกจิ ของประชาชน ดังน้ันประชาชนควรมคี วามรู้เรื่องภัยแลง้ ในด้าน
สาเหตุการเกิด วิธีการป้องกันภัยแล้งในระยะก่อนเกิดภัย ระยะเกิดภัย และระยะหลังเกิดภัย
นอกจากนี้ควรมีความเข้าใจในเรื่องแผนการป้องกันและเตรียมรับมือภัยแล้ง เพื่อทำให้ประชาชน
สามารถรบั มอื กบั ภยั แล้งได้ และเกดิ ผลกระทบตอ่ ประชาชนน้อยทสี่ ดุ

ดังนั้นคณะผู้จัดทำคู่มือการจัดการสาธารณภัยเล่มนี้จึงได้รวบรวมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับ
ภัยแล้งทั้งหมด โดยคณะผู้จัดทำหวังว่าคู่มือในการจัดการภัยแล้งจะสร้างความเข้าใจในเรื่องของภยั
แล้งมากยิ่งขึ้นและรับรู้ถึงกระบวนการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการ
ภัยแล้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยให้น้อยลง และหากมีข้อผิดพลาดประการใด
คณะผู้จดั ทำขออภัยไว้ ณ ท่ีนี้ดว้ ย

จริ าพชั ร์ ไขส่ ี และคณะ

สารบญั ข

ความหมายของภัยแลง้ หน้า
ความหมายของฝนแล้ง 1
ความหมายของฝนท้งิ ช่วง 1
สาเหตุของภัยแลง้ 2
ลกั ษณะของภัยแลง้ โดยทั่วไป 2
ผลกระทบจากภยั แลง้ 2
วธิ ีการพยากรณ์ภัยแลง้ 3
การเตรยี มความพร้อมรบั มอื ภยั แล้ง 3
5
ระยะกอ่ นเกดิ ภัย 5
ขณะเกดิ ภัยแลง้ 6
ระยะหลังเกิดภยั 9
บรรณานกุ รม 11

1

ภัยแลง้
ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน ๆ หรือเป็นปี
โดยทั่วไปเกดิ ข้ึนเมื่อพืน้ ที่ท่ีไดร้ บั น้ำอย่างสม่ำเสมอเกิดฝนตกต่ำกว่าคา่ เฉลีย่ เกิดผลกระทบอย่างมากต่อ
การดำรงชีวิต การเกษตร และระบบนเิ วศในพื้นท่เี กิดภัย
1. ความหมาย
1.1 ความหมายของภัยแลง้ (สำนกั อนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามยั , 2559)
กรมอตุ นุ ิยมวิทยา : ภัยแลง้ คอื ภยั ทเ่ี กิดจากการขาดแคลนนำ้ ในพนื้ ทใ่ี ดพืน้ ท่หี นึ่งเป็นเวลานาน
จนก่อให้เกดิ ความแห้งแลง้ และส่งผลกระทบตอ่ ชุมชน
Wikipedia : ภัยแล้ง คือ ภัยที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเวลานาน
จนก่อใหเ้ กิดความแห้งแล้ง และสง่ ผลกระทบตอ่ ชุมชน พื้นทแ่ี ห้งแลง้ เปน็ สภาพอากาศท่ีแห้งและไม่มีน้ำ
เกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ที่ได้รับฝนตกน้อย ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ย สิ่งที่มีผลมากที่สุด คือ การเกษตร องค์การ
สหประชาชาติคาดว่าในแต่ละปี พื้นที่ดินอุดมสมบูรณ์มี จ้านวนลดลงเท่ากับขนาดเนื้อที่ของประเทศ
ยเู ครน เนื่องจากภาวะฝนแล้ง และความไม่ แนน่ อนของสภาพอากาศ
กรมส่งเสรมิ คณุ ภพส่ิงแวดล้อม : ภัยแลง้ หมายถงึ ความแห้งแล้งของลมฟ้าอากาศ อนั เกิดจาก
การทีม่ ฝี นน้อยกว่าปกติ หรอื ฝน ไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นระยะเวลานานกวา่ ปกติ และครอบคลุมพื้นที่
บริเวณกว้าง ท้าใหเ้ กิดการขาดแคลนน้ำ ด่มื น้ำใช้ พืชพันธุ์ไมต้ า่ ง ๆ ขาดนำ้ ทา้ ให้ไม่เจรญิ เติบโตตามปกติ
เกดิ ความเสยี หาย และความอดอยากทวั่ ไป ความแห้งแล้งเป็นภัยธรรมชาติประเภทหนึง่ ท่ีเกิดข้ึนเป็นประ
จ้าทุกปี โดยเฉพาะในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ตอนกลางของประเทศไทย เพราะเป็นบริเวณที่อทิ ธิพล
ของลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้เขา้ ไปไมถ่ งึ ท้าใหเ้ กดิ ความอดอยากแร้นแคน้ ซึง่ หากปใี ดทไ่ี ม่มพี ายเุ คล่ือน
ผ่านเลยก็จะก่อให้เกิดความแห้งแล้งรุนแรงมากขึ้น อัน เนื่องมาจากฝนทิ้งช่วงยาวนาน โดยภัยแล้งท่ี
เกิดขึ้นทุกปีจะอยูร่ ะหวา่ งเดือนมถิ ุนายนต่อเนื่องถึงเดือน กรกฎาคม ในช่วงดังกล่าวพืชไรท่ ี่เพาะปลูกจะ
ขาดน้ำได้รับความเสียหายมนุษย์ – สัตว์ขาดแคลนน้ำดื่มนำ้ ใช้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพรวมถงึ ดา้ น
เศรษฐกิจและสังคม ท้ังนี้ความรุนแรงจะมากหรือน้อยเพียงใดขน้ึ อยกู่ ับ ปัจจัยหลายดา้ น เชน่ ความช้ืนใน
อากาศ ความชนื้ ในดนิ ระยะเวลาทีเ่ กิดความแหง้ แล้ง และขนาดของพืน้ ทที่ ม่ี ี ความแห้งแลง้ เปน็ ตน้
1.2 ความหมายของฝนแลง้
ด้านอตุ นุ ยิ มวิทยา หมายถงึ สภาวะทมี่ ฝี นน้อยหรอื ไมม่ ีฝนเลยในชว่ งเวลาหนึ่ง ซึ่งตามปกติควร
จะตอ้ งมฝี น โดยขึน้ อยู่กบั สถานที่และฤดกู าล ณ ทนี่ ้ัน ๆ ด้วย
ด้านการเกษตร หมายถึง สภาวะการขาดแคลนน้ำของพืช
ดา้ นอทุ กวทิ ย หมายถงึ สภาวะทร่ี ะดับนำ้ ผิวดนิ และใตด้ นิ ลดลง หรือนำ้ ใน แม่นำ้ ล้าคลองลดลง

2

ด้านเศรษฐศาสตร์ หมายถึง สภาวะการขาดแคลนน้ำ ซึ่งมีผลกระทบต่อสภาพ เศรษฐกิจใน
ภูมภิ าค

1.3 ความหมายของฝนทิง้ ช่วง
ฝนทิ้งช่วง หมายถึง ช่วงที่มีปริมาณฝนตกไม่ถึงวันละ 1 มิลลิเมตรติดต่อกันเกิน 15 วัน
ในช่วงฤดูฝน เดอื นทม่ี โี อกาสเกิดฝนทง้ิ ช่วงสงู คอื เดือนมถิ ุนายนและกรกฎาคม
2. สาเหตุของภยั แลง้
2.1 สาเหตุโดยธรรมชาติ

2.1.1 การเปลย่ี นแปลงอุณหภมู โิ ลก เชน่ ระบบการหมุนเวยี นหรือส่วนผสมของ
บรรยากาศเปลย่ี นแปลง สภาวะอากาศในฤดูร้อนทร่ี ้อนมากกว่าปกติ

2.1.2 การเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ฝนทิ้งชว่ ง ฝนตกนอ้ ย ดินเก็บความช้ืนต่ำ
ได้ไม่ดี ปรมิ าณนำ้ ใตด้ ินมีนอ้ ย

2.1.3 การเปลยี่ นแปลงของระดบั น้ำทะเล
2.1.4 ภัยธรรมชาติ เช่น วาตภยั แผน่ ดนิ ไหว
2.2 สาเหตุโดยการกระทำของมนุษย์
2.2.1 การทำลายช้ันโอโซน
2.2.2 ผลกระทบของภาวะเรอื นกระจก
2.2.3 การพฒั นาดา้ นอุตสาหกรรม
2.2.4 การตัดไม้ทำลายป่า
3. ลกั ษณะของภยั แล้งโดยทัว่ ไป
ประเทศไทยจัดอยู่ในเขตภูมิอากาศชื้นและแห้ง (Wet and Dry Climate) หรือที่รู้จักกัน
ใน ก าร จำแน ก เ ข ตภู มิ อา ก า ศ แ บบ Koppen โ ดย Waldimir Koppen ว ่ามีลัก ษณะ ด ั ง น้ี
(ระบบสารสนเทศพื้นที่เสีย่ งภัยแลง้ , 2564)
1. Am คอื มีช่วงแห้งแลง้ ระยะสั้น ความชน้ื ในดินไม่เพยี งพอใหพ้ ชื ไดเ้ จรญิ เตบิ โตไมห่ ยุดชะงัก
2. Aw คือ มีช่วงแห้งแล้งระยะยาว ความชื้นในดินหมดไป จนกระทั่งพืชบางชนิดต้องตายไป
หรือไม่กต็ ้องปรบั ตวั โดยวธิ ีการต่าง ๆ เพื่อให้ดำรงชพี ไดใ้ นช่วงทแ่ี ห้งแล้ง
ความแห้งแล้งจงึ เป็นปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ ี่เกิดข้นึ เปน็ ปรกติซึง่ ต้องยอมรบั และเตรียมการเพ่ือ
แกไ้ ข ทั้งนภ้ี าวะความแหง้ แลง้ ของลมฟ้าอากาศ สามารถแบง่ ตามระดับความรุนแรงทีเ่ กดิ ขึ้นได้ ดงั น้ี

3

1. ความแห้งแล้งอย่างเบา หรือช่วงฝนท้ิง (Dry Spell) เป็นสภาวะความแห้งแล้งท่ีมี
ฝนตกเฉลี่ยไม่ถึงวันละ 1 มม. เป็นเวลาต่อเนื่องกันถึง 15 วันในช่วงฤดูฝน ความแห้งแล้งแบบนี้เกิดขึ้น
ตามภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทยเสมอ ในตอนต้นฤดฝู น ระหวา่ งเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม

2. ความแห้งแลง้ ปานกลางหรอื ความแหง้ แล้งชั่วระยะ (Partial Drought) เป็นชว่ งฝน
แล้งที่มีฝนตกในฤดูฝนเฉลี่ยไม่เกินวันละ 0.25 มม. เป็นเวลานานต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 29 วัน
ความแล้ง แบบนี้เกิดขึ้นถึงขั้นขาดแคลนน้ำ มีผลกระทบต่อการกสิกรรม ความเป็นอยู่ของประชาชน
และเศรษฐกิจของประเทศ แตไ่ ม่คอ่ ยได้เกดิ ขึน้ ในประเทศไทยบอ่ ยนกั

3. ความแห้งแล้งอย่างรุนแรง หรือความแห้งแล้งสัมบูรณ์ (Absolute Drought)
เป็นความแห้งแล้งที่ฝนไม่ตกในฤดูฝน ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 15 วัน หรืออาจมีตกบ้างแต่ไม่มีวันใด
ที่มีฝนตกถึง 0.25 มม. นับเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุด มีพืชพรรณต่าง ๆ ล้มตายเรื่อย ๆ
ทำให้ไม่มีผลผลติ สภาวะแหง้ แล้งแบบนยี้ งั ไม่เคยปรากฏในประเทศไทย
4. ผลกระทบจากภัยแลง้

ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ข้ึนไดจ้ ากภาวะภัยแลง้ มีดงั นี้
4.1 ผลิตผลทางการเกษตรลดลง ไม่เพยี งพอต่อการบริโภค และการเลีย้ งปศสุ ตั ว์
4.2 เกิดการกดั เซาะ กัดกรอ่ นภูมิทัศน์ พน้ื ดนิ แหง้ แลง้ และเกิดการพังทลายของผวิ ดนิ
4.3 เกิดฝ่นุ ละออง พายฝุ ุน่ เพราะพน้ื ดินแหง้ แลง้ ขาดนำ้
4.4 ประชาชนเกิดความอดอยากเนือ่ งจากการขาดน้ำในการอุปโภคบริโภค
4.5 เกดิ ความเสียหายต่อท่อี ยอู่ าศัยของสตั ว์ ท่ไี ดร้ ับผลกระทบท้งั บนบกและในนำ้
4.6 เกิดภาวะขาดนำ้ ขาดสารอาหาร และเพมิ่ โอกาสเกิดโรคระบาด
4.7 เกดิ การอพยพย้ายถ่ินของประชากร
4.8 ผลผลติ กระแสไฟฟ้าลดลง เนอ่ื งจากการไหลของน้ำผา่ นเข่ือนลดลง
4.9 การประกอบการดา้ นอตุ สาหกรรมตอ้ งหยดุ ชะงัก เพราะขาดแคลนน้ำท่ีใช้ในการ

ขบวนการผลิต
4.10 เพ่ิมโอกาสการเกดิ ไฟปา่ ในชว่ งเกิดภัยแลง้

5. วิธีการพยากรณ์ภัยแล้ง
5.1 ภยั แลง้ ในประเทศไทยสามารถเกิดใน 2 ช่วง ได้แก่
5.1.1 ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ซึ่งเริ่มจากครึ่งหลังของเดือนตุลาคม

เป็นต้นไป บริเวณประเทศไทยตอนบน (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง

4

และภาคตะวันออก) จะมีปริมาณฝนลดลงเป็นลำดับ จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
ของปีถดั ไป ซงึ่ ภยั แล้งลักษณะน้ีจะเกดิ ขน้ึ เปน็ ประจำทกุ ปี

5.1.2 ช่วงกลางฤดูฝน ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม จะมีฝนทิ้งช่วง
เกิดขนึ้ ภยั แลง้ ลักษณะนจ้ี ะเกิดข้ึนเฉพาะทอ้ งถิน่ หรอื บางบรเิ วณ บางคร้ังอาจครอบคลุมพ้ืนที่เป็นบริเวณ
กวา้ งเกอื บทว่ั ประเทศ

5.2 บรเิ วณพน้ื ที่ท่ไี ด้รบั ผลกระทบจากภยั แลง้ แยกตามรายภาคของประเทศไทย
ภัยแลง้ ในประเทศไทยส่วนใหญ่มีผลกระทบตอ่ การเกษตรกรรม โดยเปน็ ภัยแล้งที่เกิดจากขาด
ฝนหรือ ฝนแล้ง ในช่วงฤดูฝน และเกิดฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนต่อเนื่องเดือนกรกฎาคม
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมาก ได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เพราะเป็น
บริเวณที่อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เข้าไปไม่ถึง และถ้าปีใดไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่านใน
แนวดังกล่าว จะก่อให้เกิดภัยแล้งรุนแรงมากขึ้น นอกจากพื้นที่ดังกล่าวยังมีพื้นที่อื่น ๆ
ท่มี กั จะประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำอกี ดังตารางข้างลา่ ง (กรมอุตุนยิ มวิทยา, 2564)

ตารางท่ี 1 พื้นท่ีทไ่ี ด้รับผลกระทบจากภัยแลง้ แยกตามรายภาคของประเทศไทย

ภาค/เดือน เหนือ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื กลาง ตะวนั ออก ใต้

ม.ค. ฝนแลง้ ฝนแลง้ ฝนแลง้ ฝนแล้ง ฝง่ั ตะวนั ออก ฝง่ั ตะวันตก
ก.พ. ฝนแล้ง ฝนแลง้ ฝนแล้ง ฝนแล้ง
ม.ี ค. ฝนท้งิ ชว่ ง ฝนแลง้ ฝนแล้ง ฝนทง้ิ ช่วง ฝนแลง้
เม.ย. ฝนทิง้ ชว่ ง ฝนทงิ้ ช่วง ฝนแล้ง
พ.ค. ฝนทงิ้ ชว่ ง ฝนทิง้ ชว่ ง ฝนแลง้ ฝนแล้ง
ม.ิ ย. ฝนทิง้ ชว่ ง ฝนทง้ิ ช่วง ฝนแลง้
ก.ค. ฝนแล้ง

ทม่ี า : กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา, 2564

5

6. การเตรยี มความพรอ้ มรับมือภยั แลง้
1.ระยะกอ่ นเกดิ ภัย
1.1 เจา้ หน้าทีห่ น่วยตา่ ง ๆ มีหน้าทีด่ ังตอ่ ไปน้ี
1.1.1 สำรวจ จัดหา และสะสมทรัพยากรทางการแพทย์และ การสาธารณสุข รวมทั้ง

ประสานการระดมสรรพกำลัง
1.1.2 ให้ความรู้แก่ประชาชนในด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้น การสุขาภิบาลและอนามยั

ส่งิ แวดล้อม เพ่ือใหส้ ามารถชว่ ยเหลอื ตนเอง และผอู้ ่นื ไดเ้ มอ่ื ประสบภัย
1.1.3 จัดให้มีการรักษาพยาบาล การอนามัย การสุขาภิบาลและ เฝ้าระวัง ป้องกันและ

ควบคุมโรค/ภยั (Hazard) แกผ่ ปู้ ระสบภยั และจัดใหม้ ี การฟื้นฟจู ติ ใจ และร่างกาย
1.1.4 จัดให้มีระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ที่พร้อมออกปฏิบัติงาน ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ณ จดุ เกิดเหตุ พร้อมทง้ั จดั ระบบเครอื ขา่ ยการใหบ้ รกิ าร เพ่ือสนบั สนุนการปฏิบัติงานทัว่ ประเทศ
1.1.5 จัดใหม้ ีการพฒั นาระบบฐานข้อมูล และการรายงานผลอย่างถกู ต้องและรวดเรว็
1.1.6 จัดให้มีการพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อประสานงาน และสั่งการภายในหน่วยงาน

สาธารณสุข และหน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ งใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ
1.1.7 จัดให้มีการจัดทำแผน ฝึกซอ้ ม และประเมินผลแผนเตรียม รับสาธารณภยั
1.1.8 จดั ทำฐานข้อมูลพน้ื ทเ่ี สยี่ งภยั พนื้ ที่ปลอดภยั และสถิตสิ าธารณภยั
1.1.9 ปฏิบัติการ ประสานการปฏิบัติ ให้การสนับสนุน และช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ

องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน และหน่วยงาน ภาคเอกชนในการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย
1.1.10 ให้การสงเคราะห์แก่ผู้ประสบภัย ผู้ได้รับอันตราย หรือผู้ได้รับความเสียหายจาก

สาธารณภยั
1.2 ประชาชนมหี น้าทด่ี งั ต่อไปน้ี
1.2.1 การจัดการระบบน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่าง ๆ จะต้องดูความสมดุลระหว่าง

น้ำท่วมกับน้ำขาดแคลน เพื่อให้การจัดการน้ำมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง สํารวจปริมาณน้ำเก็บกักใน
แหล่งน้ำ ณ ช่วงสิ้นฤดูฝน และวางแผนการใช้น้ำให้ตลอดช่วงฤดูแล้ง โดยมีการเตือนภัยล่วงหน้าก่อน
ที่จะมีการเพาะปลูกพืชเพื่อให้เกษตรกร ได้มีการวางแผนให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่
เพื่อกำหนดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ พร้อมทั้งจัดระบบการทำการเกษตร
ที่เหมาะสมและมกี ารสร้างระบบสูบน้ำ และสง่ ทางทอ่

1.2.2 การจัดการทั้งในด้านของทรพั ยากรน้ำ ปา่ ไมท้ ี่สอดคลอ้ งกบั ภูมิศาสตร์ ในแต่ละพื้นที่
สภาพการอยู่อาศัยของประชากร รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูล ระหว่างหน่วยงาน

6

ราชการเพื่อทำให้เกิดการประสานงานและการวางแผนร่วมกันของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในพื้นท่ี
โดยมีการลงทุนใหร้ ะบบการพยากรณ์อากาศมีความแม่นยํามากขึน้ เทียบเท่ากับประเทศใหญ่ ๆ ในโลก
ท่มี ีศักยภาพในด้านนสี้ งู มาก เพื่อเป็นประโยชนต์ ่อการจดั ทำฝนหลวง ในพ้นื ทปี่ ระสบภยั แลง้

1.2.3 การกอ่ สรา้ งฝายตน้ น้ำ การเจาะบ่อบาดาลในพืน้ ท่ีประสบภัยแลง้ การพัฒนา แก้มลิง
หรือบ่อน้ำชุมชนกระจายไปทุกชุมชนในประเทศ เพื่อรองรับน้ำในปีที่มีน้ำเกิน เมื่อถึงช่วงแล้ง
กจ็ ะกลายเป็นแหล่งเก็บน้ำในพืน้ ทีท่ ี่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการอปุ โภคบริโภคและ เพ่อื การเกษตร
การฟื้นฟอู นรุ ักษ์แหล่งน้ำธรรมชาตซิ ่อมแซม ปรับปรุงบอ่ น้ำตืน้ และระบบประปาหมู่บ้าน และปรับปรงุ
แหลง่ นำ้ เพื่อป้องกันและบรรเทาภยั การพัฒนาระบบขอ้ มลู สารสนเทศเพื่อการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัย
จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งซ้ำซากเป็นพิเศษ
การเตรยี มความพร้อมของหน่วยงาน การประชาสัมพนั ธ์และให้คำแนะนําทางวิชาการ การสร้างสระเก็บ
น้ำต้านภัยแล้งโดยใช้เทคนิคทางวิศวกรรมในการสร้างใหม่ประสิทธิภาพ ในการกักเก็บน้ำ
อ ี ก ท ั ้ ง ย ั ง ส า ม า ร ถ ป ร ั บ ส ร ะ เ ก ็ บ น ้ ำ ใ ช ้ ไ ด ้ ท ั ้ ง ส ร ะ ข น า ด เ ล ็ ก ใ น ค ร ั ว เ ร ื อ น จ น ถ ึ ง ส ร ะ ข น า ด ใ ห ญ่
หลายหม่ืนลกู บาศกเ์ มตรระดบั ชมุ ชนได้

1.2.4 การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยให้ประชาชนตระหนักในปัญหาภัยแล้งพร้อม
ทั้งรณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำการบําบัดน้ำเสียให้กลับมาใช้ใหม่ได้การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ใช้น้ำน้อย
การกําจัดวัชพืชเพื่อลดการระเหยของน้ำละร่วมกันลดการก่อมลพิษทางน้ ำการจัดอบรมและเตรียม
ความพร้อมให้กับผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลา รวมทั้งให้ประชาชนรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นท่ี
และรว่ มกันติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแมน่ ำ้ สายหลกั และลำนำ้ สาขา

1.2.5 เพิ่มอินทรีย์วัตถใุ นดินเพื่อเป็นการเพิ่มช่องว่างในดินทำให้ดินสามารถเก็บกักนำ้ ไวไ้ ด้
และเพมิ่ ความอุดมสมบรู ณใ์ ห้กับดิน โดยใช้สารเรง่ การย่อยสลายอนิ ทรีย์สารตา่ ง ๆ

1.2.6 การขดุลอกลำน้ำให้ลกึ กว่าปกติเพื่อกกั เก็บนำ้
1.2.7 การสร้างระบบสบู นา้ และระบบสง่ นา้ ทางท่อ
2.ขณะเกดิ ภยั แล้ง
2.1 เจ้าหนา้ ที่หนว่ ยต่าง ๆ มีหนา้ ท่ดี งั ตอ่ ไปน้ี
2.1.1 ตรวจสอบระบบประปา ทั้งด้านโครงสร้าง และกระบวนการผลิต เช่น ระบบปั๊มน้ำ
ระบบไฟฟ้า ระบบการเติมคลอรีน เป็นต้น ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สามารถรองรับการเพิ่มอัตรา
การผลิตได้ และควรเตรียมความพร้อม วัสดุ อุปกรณ์ และสารเคมีสำรองที่ใช้ในการผลิตน้ำสะอาดให้
เพียงพอ

7

2.1.2 ดูแลและอนุรักษ์แหล่งน้ำดิบ เช่น ขุดลอก เก็บเศษขยะ กำจัดวัชพืชต่างๆ
และวางแผนการหาแหล่งน้ำสำรอง หากแหล่งนำ้ ดิบที่ใช้ในการผลติ นำ้ ประปาไมเ่ พียงพอ

2.1.3 เตรียมความพร้อมในเรือ่ งการประสานหน่วยงานสนบั สนุนเกี่ยวกับการจัดน้ำสะอาด
หากไม่สามารถผลติ และให้บรกิ ารน้ำแก่ประชาชนได้

2.1.4 แจ้งแผนการผลิตและสั่งจ่ายน้ำกรณีไม่สามารถบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพ่อื จัดบรกิ ารประชาชนอย่างทว่ั ถึง

2.1.5 การผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการแก่ประชาชนต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ
และเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจสอบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำที่ปลายเส้นท่อให้มีค่า
อยู่ระหว่าง 0.2 - 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร กรณีเกิดโรคระบาดให้ควบคุมปริมาณคลอรีนไม่น้อยกว่า 1.0
มลิ ลกิ รัมตอ่ ลติ ร

2.1.6 การจ่ายน้ำให้ประชาชนโดยรถบรรทุกน้ำต้องปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีคลอรีนอิสระ
คงเหลืออยู่ระหว่าง 0.2 - 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร และต้องระวังการปนเปื้อนระหว่างการขนส่งและ
การจ่ายนำ้ ด้วย

2.1.7 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งให้สามารถ
ดูแลรักษาสุขภาพตนเอง มีพฤติกรรมอนามัยที่ดี การดื่มน้ำสะอาด มีการเก็บน้ำในภาชนะที่สะอาด
มีฝาปิดและมีภาชนะสำหรับตักน้ำเฉพาะที่สะอาดวางในที่เหมาะสม ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
หลังการใชห้ ้องน้ำ/ห้องสว้ ม และการใชน้ ำ้ อยา่ งรคู้ ณุ ค่าหรือประหยัด เป็นต้น

2.1.8 เตรียมข้อมูลช่องทางการติดต่อหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เบอร์โทรศัพท์
แนวทางการดำเนินการ หากต้องประสานขอความช่วยเหลือกรณีมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับน้ำบริโภค เช่น
สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ศูนย์อนามัยที่ 1 - 12 สำนักงาน
ทรพั ยากรน้ำ ภาคสำนักงานทรัพยากร น้ำบาดาล เป็นต้น

2.2 ประชาชนมีหนา้ ท่ดี ังต่อไปนี้
2.2.1 ล้างทำความสะอาดภาชนะเก็บกักน้ำให้สะอาด และควรสำรองภาชนะเก็บกักน้ำ

ไวใ้ ห้เพียงพอสำหรบั ในช่วงเกดิ ภาวะภัยแลง้
2.2.2 เก็บกักน้ำในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด และมีภาชนะสำหรับตักน้ำเฉพาะที่สะอาด

วางไวใ้ นท่เี หมาะสม
2.2.3 หากเลือกน้ำบรรจุขวดเป็นน้ำดื่ม ต้องพิจารณาเลือกที่มีเลขสาระบบอาหาร

หรือเครื่องหมายรบั รองคณุ ภาพของสำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

8

2.2.4 หากนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง และอื่นๆ มาใช้ในครัวเรือน
จะต้องปรับปรุงคุณภาพน้ำให้สะอาดและฆ่าเชื้อโรคก่อน โดยการใช้คลอรีนหยดทิพย์ (เป็นสารละลาย
คลอรนี ชนิดเจือจาง 2 เปอร์เซ็นต์) ใช้จำนวน 1 หยด ตอ่ น้ำ 1 ลติ ร สำหรบั นำ้ ดม่ื นำ้ ใช้ ควรมีคลอรนี อิสระ
คงเหลอื อยรู่ ะหวา่ ง 0.2 - 0.5 มิลลิกรมั ต่อลิตร

2.2.5 ใช้สารส้มชนิดก้อนกวนในน้ำ เมื่อตะกอนในน้ำเริ่มจับตัวนำสารส้มออกใช้มือเปล่า
กวนน้ำต่ออีก 1 - 2 นาที ตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน ใช้สายยางจุ่มไปที่ก้นภาชนะบริเวณที่เกิดตะกอน
ดดู ตะกอนออกจนหมดเหลือแตน่ ้ำใส และเติมคลอรีนตามปรมิ าณท่ีกำหนด

2.2.6 ในกรณีใช้น้ำดื่มบรรจุขวด จะต้องดูตราเครื่องหมาย อย. (ก่อนดื่มให้สังเกต
ความสะอาดน้ำภายในขวดว่ามีสิ่งปลอมปนหรือไม่) ควรทำลายขวดหรือภาชนะบรรจุ โดยวิธีการทุบ
บบี ใหเ้ ล็กลงกอ่ นนำไปทิ้งในถงุ ดำ หรอื เลอื กทิง้ ในถงุ ใส เพ่ือมองเหน็ งา่ ยลดการรอ้ื คน้ และสะดวกต่อการ
นำไปกำจดั

2.3 ขอ้ ปฏบิ ตั ิตนของประชาชนเมอื่ เกิดภัยแลง้ หรอื อากาศรอ้ นจดั
2.3.1 เตรียมกกั เก็บนำ้ สะอาดเพอ่ื การบริโภคใหเ้ พยี งพอ โดยเรม่ิ ดำเนนิ การก่อนชว่ งเกดิ ภยั

แลง้
2.3.2 ดแู ลแหลง่ เกบ็ น้ำในชมุ ชนใหม้ ีศักยภาพเพ่อื เพิม่ ปรมิ าณกกั เก็บน้ำ
2.3.3 วางแผนใช้นำ้ อย่างประหยัด เพื่อให้มนี ้ำใช้ตลอดช่วงภยั แลง้ เชน่ ใชน้ ้ำจากฝักบัวเพอ่ื

ชำระรา่ งกายจะประหยดั น้ำมากกวา่ การตกั อาบ นำนำ้ ท่ีใชช้ ำระร่างกายหรือน้ำจากการซักผ้าไปใช้ต่อทาง
การเกษตร

2.3.4 การใช้นำ้ เพือ่ การเกษตร ควรใช้ในช่วงเช้าและเย็น เพื่อลดอัตราการระเหยนำ้
2.3.5 การป้องกันผิวหนังไหม้หรือเหี่ยวย่นเนื่องจากแสงแดดในกรณีจะต้องอยู่กลางแจ้ง
นาน ๆ ควรใส่เสือ้ ผา้ ท่ีหนาและมสี เี ขม้ หรอื สวมหมวก ปีกกวา้ งเพอื่ ไม่ใหผ้ วิ ถูกแสงแดดโดยตรง
2.3.6 เลือกรับประทานอาหารทีช่ ่วยป้องกนั โรค รายงานการวจิ ัยของประเทศสหรัฐอเมรกิ า
พบว่า ผู้ที่แพ้แดดง่าย ผิวขาวหรือผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นประจำ ควรบริโภคแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ
ผกั และผลไมท้ ี่มธี าตุเซเลเนยี ม (เช่น เหด็ ปลาทนู ่า และแป้งขา้ วสาลี) เบตาแคโรทนี (เชน่ หัวผักกาดแดง
พวกกะหล่ำ และผักขม) และวิตามินซี (ส้มและมะนาว) เพราะจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังได้มาก
ถงึ รอ้ ยละ 96
2.3.7 ประชาชนควรตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน อันเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อให้เกิดภาวะ
ภัยแล้ง ดังนั้น จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา เช่น การร่วมมือกันปลูกต้นไม้
ลดการตัดไมท้ ำลาย ตลอดจนลดการเผาขยะในท่ีโลง่

9

3. ระยะหลังเกิดภัย
การฟื้นฟู (Recovery) มุ่งเน้นในการจัดการสถานการณ์ภายหลังการเกิดสาธารณภัย

ให้บุคคล ชุมชน หรือสังคมได้ฟื้นสภาพกลับมาเป็นปกติ ซึ่งมีทางเลือก 2 ทาง คือ การสร้างคืนใหม่ให้
เหมือนเดิม หรือการสร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม (Build Back Better) โดยมาประกอบด้วยการฟื้นฟูในเชิง
โครงสร้างด้วยการบูรณะซ่อมแซม (Reconstruction) เช่น การซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนโครงสร้าง
พื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกเบื้องต้น และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ การเยียวยาผู้ประสบภัย
(Rehabilitation) เช่น การดูแลสภาพแวดล้อมและสุขอนามัย การให้คำปรึกษาทางจิตสังคม
(psychosocial) และฟ้ืนฟูสภาพจิตใจ การเยยี วยาทางการเงนิ ทัง้ น้เี พ่อื ใหก้ ารฟื้นฟูเป็นไปอย่างแนวทาง
ที่ยั่งยืน ภายหลังการเกิดสาธารณภัยจึงควรมีการประเมินความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้น
และวเิ คราะห์เพอื่ จัดทำแผนฟน้ื ฟูและบรู ณะขึ้นอย่างเป็นระบบ

3.1 ผลกระทบตอ่ ประชาชน
ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตท้องที่เกิดภัยดำเนินการฟื้นฟูบูรณะ ความเสียหาย
ดา้ นตา่ งๆ ให้มีสภาวะปกตโิ ดยเรว็ ดังนี้

3.1.1 กรณีทมี่ ีผไู้ ด้รับอันตรายต่อสุขภาพ ใหด้ ำเนนิ การรักษาพยาบาลตามความเหมาะสม
จนเป็นปกติ

3.1.2 กรณีเกิดความเสียหายด้านการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ให้ช่วยเหลือฟื้นฟู
ราษฎรตามระเบยี บและหลักเกณฑ์ของทางราชการ

3.1.3 บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งความ
ช่วยเหลอื จากหน่วยงานตา่ ง ๆ และร่วมกำหนดแนวทางต่าง ๆ เพ่ือแก้ปญั หาระยะยาวอยา่ งเปน็ รปู ธรรม

3.1.4 การจัดทำแผนฟื้นฟูผู้ประสบภัย ประชุมหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผน
ฟ้นื ฟูผูป้ ระสบภยั ด้านตา่ ง ๆ เชน่ น้ำด่มื ระบบสุขาภิบาล สุขภาพ และจิตใจของผู้ประสบภยั

3.1.5 การบรรเทาทุกข์ จัดตั้งหนว่ ยบรรเทาทุกข์ใหก้ ารช่วยเหลือผูป้ ระสบภัยที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตวั เองได้ในระยะแรก และสนบั สนนุ เครือ่ งอุปโภค บรโิ ภคนำ้ ด่ืม อาหาร และส่งิ จำเป็นเบ้ืองต้น
แก่การดำรงชพี

3.1.6 การใหค้ วามช่วยเหลอื และฟน้ื ฟู โดยจดั ให้มคี ณะดำเนินงานสำรวจความเสยี หายและ
ส่งเจ้าหน้าที่เพือ่ สำรวจความเสียหายเบอ้ื งต้นในพืน้ ท่ี และแนวทางการฟื้นฟูไปยังกองอำนวยการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและจังหวัด ดำเนินการสงเคราะห์ผูป้ ระสบภัยเบื้องต้นตามบญั ชีที่สำรวจ
และชว่ ยเหลือและบูรณะสาธารณปู โภคให้ใชก้ ารไดใ้ นเบือ้ งตน้

10

3.1.7 ดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูตามระเบียบคปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข
การให้กู้ยืมเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม เพื่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตปฏริ ปู
ทดี่ ิน พ.ศ.2554 การขอลดหรืองดเวน้ ดอกเบ้ยี เงนิ กู้ การผ่อนผนั การชำระเงินงวดการขยายเวลาการชำระ
เงนิ กู้

3.2 ผลกระทบตอ่ การเกษตรกรรม
3.2.1 วิเคราะห์ความเสียหาย (Damages) และความสูญเสีย (Losses) ที่เกิดจากภัยใน

แต่ละดา้ น
3.2.2 จดั ทำบญั ชีรายละเอยี ดเกยี่ วกบั ข้อมลู เกษตรกรที่ได้รบั ความเสียหายด้านการเกษตร
3.2.3 สำรวจความเสยี หายสนิ้ เชงิ และชว่ ยเหลือตามระเบียบ (กระทรวงการคลงั )
3.2.4 สนบั สนุนพนั ธ์พุ ืชอาหารสตั วส์ ำหรบั ฟ้นื ฟแู ปลงพชื อาหารสตั ว์
3.2.5 ออกสำรวจภาวะโรคระบาดสัตว์ในพื้นที่ บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ให้กับ

เกษตรกร แนะนำให้เกษตรกรให้ทำวัคซีนสัตว์ที่เลี้ยง การเฝ้าระวังทางซรี ั่มโดยการเจาะเลือดเพื่อตรวจ
สภาวะโรคระบาด และการตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรเพือ่ ใหค้ ำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์ การดูแลสุขภาพ
สัตว์ และการควบคมุ ป้องกันโรค

3.2.6 การประเมินความเสียหายและการซ่อมสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐ านด้าน
ชลประทาน

11

บรรณานกุ รม
กรมอุตนุ ยิ มวทิ ยา. (2564). หนังสอื อตุ ุนิยมวิทยา. สบื คน้ เมื่อ 30 สิงหาคม 2564, จาก

https://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=71
ระบบสารสนเทศพ้นื ทเี่ สีย่ งภยั แล้ง. (2564). ภยั แลง้ . สืบคน้ เมื่อ 5 กันยายน 2564, จาก

https://negistda.kku.ac.th/drought/ed_method.htm
ศนู ย์ติดตามและแกไ้ ขปัญหาภยั พบิ ตั ิด้านการเกษตร สำนักงานเกษตรและสหกรณ.์ (2562).

แผนเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ. สืบค้นวันที่ 30 สิงหาคม 2564. จาก
https://www.opsmoac.go.th/chachoengsao-dwl-files-412991791850
ศนู ย์สารสนเทศส่ิงแวดลอ้ ม กรมส่งเสรมิ คุณภาพสง่ิ แวดลอ้ มและสานักงานสิ่งแวดล้อมภาค
กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม. (2551.) ภัยแล้ง. สืบคน้ วนั ท่ี 30 สงิ หาคม 2564
จาก http://local.environnet.in.th/formal_data2.php?id=72
สำนักงานเทศบาลตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง. (2561).
แผนการป้องกนั และแก้ไขปญั หาภยั แล้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561.
สืบค้นวันท่ี 30 สงิ หาคม 2564. จาก http://www.pakrng.go.th/124-PR61.pdf
สำนกั อนามยั ส่ิงแวดล้อม กรมอนามัย. (2559). คมู อื การจดั การด้านสุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดลอม
กรณีภัยแลง (พิมพ์ครั้งที่ 3). ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพแกวเจาจอมมหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนันทา:
สำนักอนามยั สง่ิ แวดลอม กรมอนามยั .


Click to View FlipBook Version