The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำเนา หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ป. 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ca rfield, 2024-02-29 14:23:59

สำเนา หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ป. 4

สำเนา หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ป. 4

หน่วยบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่4 อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมหวัง นิลพันธ์ ผู้จัดทำ นางสาวสุพัตรา กายสี6494110057 นักศึกษาชั้นปีที่4 รายวิชา ED 13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระดับประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ค ำน ำ รายงานเล่มนี้ ่จดัท าขึน้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED13309 การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระดับประถมศึกษา เพื่อให้ได้ศึกษา หาความรู้ในเรื่ ่อง หน่วยบูรณาการกล่มุสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั ้น ประถมศึกษาปีที่4 และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียนผู้จัดท าหวังว่า รายงานเล่มนี ้จะ เป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่ก าลังหาข้อมูลเรื่องนี ้อยู่หากมีข้อแนะน าหรือข้อผิดพลาด ประการใด ผู้จัดท าขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี ้ด้วย ผู้จัดท า นางสาวสุพัตรา กายสี


สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า 2 สารบัญ 3 1.ความหมายการบูรณาการ 5 2.หลักการ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ 6 3.รูปแบบบูรณาการ 8 4.วิธีบูรณาการ 9 5.การบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระสังคมศึกษา 10 ศาสนา และวัฒนธรรม 5.1 ตัวชี้วัด 11-27 5.2 โครงสร้างรายวิชา 28-30 6.ตัวอย่างการจัดทำหน่วยบรูณาการ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา 31 และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 6.1 ชื่อหน่วย ประวัติศาสดาของศาสนาต่างๆ กลุ่มสาระสังคมศึกษา 31 ศาสนา และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส14101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 6.2 สาระ/ มาตรฐาน / ตัวชี้วัด 32 6.3 หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.4 สาระสำคัญ 33 6.4 โครงสร้างหลักสูตร 34-36 6.5 คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรู้ 37-44 6.6 กระบวนการจัดการเรียนรู้ 45-47 6.7 การวัดและการประเมิลผลทำเป็นตาราง


สำรบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า 6.8 ชิ้นงานแผนภาพความคิด เดี่ยว แผนภาพความคิด หรือกลุ่ม อย่างล่ะ 10 ชิ้น 49-58 6.9 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 59 1. ประเภทของสื่อทั้ง 10 เรื่อง เช่น ใบงาน สื่อยูทูป 59 2. ประเภทแหล่งการเรียนรู้ ไปสำรวจวัด 7. ตัวอย่างแผนบรูณากาาภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้ 60-79 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 8.1 หลักการและทฤษฏี แนวคิด 80 8.2 หน่วยบูรณาการข้ามศาสตร์ 81-89 8.3ตัวอย่างแผนบรูณาการข้ามศาสตร์ 90 – 100 ภาพผนวก 101-104 อ้างอิง 105


1. ความหมายการบูรณาการ การบูรณาการมีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายในลักษณะใกล้เคียงกัน ไว้ดังนี้ความหมาย การบูรณาการตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Integration มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า Integrate คำว่าบูรณา การในความหมายทั่วไป หมายถึง การทำสิ่งที่บกพร่องให้สมบูรณ์แบบ โดยการเพิ่มเติมบางส่วนที่ขาดอยู่ให้ สมบูรณ์ หรือการนำส่วนประกอบย่อยมารวมกันตั้งแต่สองส่วนเพื่อทำให้เป็นส่วนประกอบใหญ่ของทั้งหมด ดังนั้นการบูรณาการเป็นการเชื่อมสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งเข้ามาเป็นส่วนประกอบกับอีกสิ่งหนึ่งให้มี ความสมบูรณ์กลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่กว่า (เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์,2546) พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) (2540) ได้ให้ความหมายบูรณาการ หมายถึง การท าให้หน่วยย่อยที่มีอยู่ ทั้งหลายที่สัมพันธ์อิงอาศัยซึ่งกันและกันเข้ามาร่วมท าหน้าที่ประสานกลมกลืนให้เป็นองค์รวมหนึ่งเดียวที่มี ความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ในตัว ประเวศ วะสี(2545) ได้ให้ความหมายของการบูรณาการเป็นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ไปด้วยกัน อย่างลงตัวและอย่างสมดุล ทิศนา แขมณี(2548) ได้ให้นิยามของการบูรณาการ หมายถึงการทำให้สมบูรณ์โดยการน าหน่วยย่อยๆ ที่มี ความสัมพันธ์มาทำหน้าที่อย่างผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในตัวเองไม่ได้แยกเป็น ส่วนๆ บีเน่ (Beane, 1991) การบูรณาการเป็นการเชื่อมโยงความรู้ประสบการณ์ในลักษณะผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องสมบูรณ์โดยรวมกันมากกว่าการแยกส่วน การบูรณาการ (Integration) หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผนกระบวนการ สารสนเทศ การ จัดสรรทรัพยากร การปฏิบัติการ ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ที่สำคัญของสถาบัน (Organization-wide Goal) การบูรณาการที่มีประสิทธิผลเป็นมากกว่าความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน (Alignment) ซึ่งการดำเนินการของแต่ละองค์ประกอบภายใน ระบบการจัดการ ผลการด าเนินการมีความ เชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์ (คณะกรรมการการอุดมศึกษา, 2557, หน้า 35) สรุปจากความหมายที่กล่าวมา การบูรณาการหมายถึง กระบวนเชื่อมประสานสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งผสมผสาน สิ่งที่มีอยู่เข้ามารวมกันให้มีความประสานสัมพันธ์แบบองค์รวมเป็นหนึ่งเดียว ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นเอกภาพใน ตัวแบบไม่แยกส่วน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแกนหลักหรือส่วนประกอบที่ใหญ่ขึ้น 2.หลักการ แนวคิดและทฤษฎีของบรูณาการ ปรัชญาการศึกษาแบบ Progressivism ของ John Dewey -การศึกษาคือชีวิตคน : คนต้องศึกษาตลอดชีวิต (ความรู้มากมายมหาศาล)


-เน้นเรียนเป็นศูนย์กลาง -การเรียนโดยการแก้ปัญหา -ส่งเสริมร่วมมือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน -สร้างเสริมการอยู่ร่วมกันในวิถีประชาธิปไตย ทฤษฎีการเรียนรู้ในด้าน Cognitive ที่ใช้Constructivism Approachหลักสำคัญของ Constructivism คือ ผู้เรียนต้องสร้างความรู้เอง ครูเป็นผู้ช่วยโดยจัดหาข้อมูลข่าวสารที่มีความหมายให้แก่ผู้เรียน หรือให้โอกาส ผู้เรียนได้ค้นผบด้วยตนเอง และเป็นผู้ลงมือกระทำ ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความหมายของ Ausubel ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Ausubel เน้นความสำคัญของการ เรียนรู้อย่างมีความเข้าใจและมีความหมาย การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้ใหม่เข้ากับ ความรู้เดิมที่อยู่ในสมองของผู้เรียน ทฤษฎีการเรียนรู้ปัญญานิยม (Cognitive Theory) บรูเนอร์ กล่าวไว้ว่า วิธีการที่ ผู้เรียนใช้เป็นเครื่องมือในการค้นพบความรู้มี 3 ขั้น คือ วิธีการที่ใช้รูปธรรม วิธีการที่ใช้กึ่งสัญลักษณ์ และวิธีการที่ใช้สัญลักษณ์ และเชื่อว่าถ้าผู้สอนเข้าใจพัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาของผู้เรียนและจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสเรียนรู้ตามขั้นพัฒนาการของตน กรมวิชาการ. (2549 : 3-4) ได้แบ่งประเภทการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการออกเป็น 2 แบบ คือ การบูรณาการภายในวิชา เป็นการเชื่อมโยงการสอนระหว่างเนื้อหาวิชาในกลุ่มประสบการณ์หรือรายวิชา เดียวกันเข้าด้วยกัน 3.รูปแบบบูรณาการ วิเศษ ชิณวงศ์(2544: 29) ได้กล่าวถึงการเรียนการสอนมีสองประเภท คือ บูรณาการ ภายในวิชาและบูรณาการ ระหว่างวิชา โดยรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ (Modelsof Integration) ระหว่างวิชามี 4 รูปแบบดังนี้ 1. การสอนบูรณาการแบบสอดแทรก (Infusion) เป็นการสอนที่ครูผู้สอนในวิชาหนึ่งสอดแทรก เนื้อหาของวิชาอื่นเข้าไปในการสอนของตน เป็นการวางแผนการสอนและสอนโดยครูคนเดียว 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนที่ครูตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่ สอนต่างวิชากัน ต่างคนต่างสอน แต่มาวางแผนการสอนร่วมกัน โดยมุ่งสอนหัวเรื่องความคิดรวบยอด ปัญหา เดียวกัน (Theme/Concept/Problem) ระบุสิ่งที่ร่วมกันและตัดสินใจร่วมกันว่าจะสอนหัวเรื่องความคิดรวบ ยอด ปัญหานั้น ๆ อย่างไรในวิชาของแต่ละคนงานที่มอบหมายนักเรียนจะแตกต่างกันไปตามลักษณะวิชาแต่อยู่ ภายใต้หัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาเดียวกัน 3. การสอนบูรณาการแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) การสอนแบบนี้ คล้ายกับการสอนแบบคู่ขนาน กล่าวคือ เป็นการสอนที่ครูตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่สอนต่างวิชากันใช้หัวเรื่อง ความคิดรวบยอด ปัญหาเดียวกัน ต่างคนต่างสอน แต่มีการมอบโครงการหรือโครงงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการ


เชื่อมโยงสาขาวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ครูทุกคนต้องวางแผนร่วมกันในการสร้างโครงการเหมือนกันและแบ่ง โครงการย่อยให้นักเรียนปฏิบัติในแต่ละวิชา 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชา (Trans disciplinary Instruction) การสอนตามรูปแบบนี้ ครูที่สอน วิชาต่าง ๆ จะมาร่วมกันสอนเป็นคณะหรือทีม ร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือกันกำหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบ ยอด ปัญหาร่วมกัน แล้วดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน อรัญญา สุธาสิโนบล (2545: 23) ได้กล่าวถึงรูปแบบการสอนแบบบูรณาการมีรูปแบบดังนี้ 1. การสอนบูรณาการแบบครูผู้สอนเพียงคนเดียว หรือแบบสอดแทรก ( Infusion Instruction) เป็น การสอนโดยครูผู้สอนจะสอดแทรกเนื้อหาสาระอื่น ๆ ให้เข้ากับหัวข้อเรื่องหรือสาระที่กำหนดขึ้นมาทำให้ ผู้เรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหาสาระที่กำหนด 2. การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน (Parallel Instruction) เป็นการสอนโดยครูสอนตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่สอนวิชาต่างกัน ต้องวางแผนร่วมกันในการกำหนดหัวเรื่อง (Theme) สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด (Concept) และปัญหา (Problem) เดียวกัน เมื่อวางแผนร่วมกันแล้วครูแต่ละคน ก็จะวางแผนการสอนของ แต่ละคนซึ่งจะแตกต่างกันไปตามลักษณะวิชา 3. การสอนบูรณาการแบบพหุวิทยาการ (Multidisciplinary Instruction) เป็นรูปแบบการสอนที่มี ลักษณะคล้ายกับการสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน โดยครูผู้สอนตั้งแต่สองคนขึ้นไปได้ร่วมกันวางแผนในการ กำหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกัน แล้วแต่ละคนก็สอนตามลักษณะวิธีการของตน จากนั้น ครูผู้สอนก็จะมีการกำหนดงานหรือโครงการให้นักเรียนปฏิบัติโดยกิจกรรมในโครงการนั้นจะต้องเชื่อมโยงวิชา ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน 4. การสอนบูรณาการแบบข้ามวิชาหรือการสอนเป็นคณะ (Transdisciplinary instruction) เป็นการ สอนที่ครูผู้สอนในวิชาต่าง ๆ กันร่วมกันวางแผนเป็นคณะ (Team) โดยร่วมกันวางแผนปรึกษากันในการ กำหนดหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด และปัญหาร่วมกัน และดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มเดียวกัน สิริพัชร์เจษฎาวิโรจน์ (2549: 67) ได้กล่าวถึงวิธีการบูรณาการที่มีหลายรูปแบบ ซึ่งมีทั้งบูรณาการตั้งแต่ น้อยไปจนถึงมาก คือบูรณาการตั้งแต่ภายในกลุ่มสาระเดียวไปจนถึง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และแม้กระทั่ง การบูรณาการที่สมบูรณ์สูงสุดด้วย ซึ่งเป็นวิธีการบูรณาการตามรูปแบบของ Robin Fogarty (2002) ได้เสนอ วิธีการบูรณาการ 10 รูปแบบ ดังนี้การบูรณาการหลักสูตรสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่าง กันไป และเหมาะสมกับระดับชั้นต่าง ๆ กันไป Fogarty ได้เสนอรูปแบบการบูรณาการหลักสูตรที่น่าสนใจไว้10 แบบ ดังนี้คือ 1. Cellular หรือ Fragmented เป็นรูปแบบการบูรณาการ เนื้อหาสาระภายในวิชาเดียวกันโดย สัมพันธ์ต่อเนื่องกันในลักษณะ ของการเรียงลำดับหัวข้อตามความเหมาะสม เช่น เรียงจากเรื่องที่ง่ายไปหายาก เรื่องที่มีความซับซ้อนน้อยไปหาเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือเรียงจากเรื่องที่เป็นพื้นฐานไปหาเรื่องที่สัมพันธ์ ต่อเนื่องกันและกว้างขวางขึ้น ในการสอนจะสอนตามหัวข้อที่กำหนดเมื่อจบหัวข้อหนึ่งก็ขึ้นหัวข้อใหม่ต่อไป 2. Connected เป็นรูปแบบการบรณาการเนื้อหาสาระ ภายในเนื้อหาของแต่ละวิชาเช่นเดียวกัน แต่ ในการสอนมีการเชื่อมโยงหัวข้อหรือความคิดรวบยอดถึงกัน เชื่อมโยงความคิดต่าง ๆให้สัมพันธ์กัน ทำให้เห็น


ความต่อเนื่องหรือเกี่ยวข้องกันของเนื้อหาที่เรียนในหัวข้อต่าง ๆ เช่น หัวข้อร่างกายของฉัน และอาหารที่มี ประโยชน์ในการสอน 2 หัวข้อนี้ สามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่าร่างกายต้องการอาหารเพราะอะไร และอาหารมี ความจําเป็นต่อคนอย่างไรเป็นต้น 3. Nested เป็นรูปแบบการบูรณาการเนื้อหาสาระภายในวิชาเดียวกันอีกรูปแบบหนึ่งแต่เพิ่ม ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมากขึ้น คือ การบูรณาการทักษะหลาย ๆ ทักษะเข้าด้วยกันในการรวมเป็นเป้าหมาย หลักของหัวข้อ เช่น หัวข้ออาหารที่มีประโยชน์ ครูนําทักษะต่าง ๆ มาบูรณาการสอนหัวข้อนี้ได้หลายทักษะ ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการคาดเดา ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการคิด ทักษะทางสังคม ทักษะการจัด ข้อมูล โดยตั้งประเด็นปัญหา หรือคําถามขึ้นแล้วให้นักเรียนนําทักษะเหล่านี้ไปฝึกคิดอภิปราย และหาคําตอบ 4. Sequenced รูปแบบนี้ เริ่มเป็นการบูรณาการระหว่าง 2 วิชารูปแบบนี้ สามารถทำได้ง่ายโดยการนํา หน่วยการเรียนรู้ที่ใช้สอนกันอยู่มาพิจารณาความคิดรวบยอด ทักษะหรือเจตคติของหน่วยใดคล้ายกันบ้างให้ นํามาเชื่อมโยงบูรณาการกัน ซึ่งทั้ง 2 วิชายังสอนแยกกันอยู่แต่สอนในเวลาเดียวกัน ดังนั้น ต้องมีการจัดลำดับ การสอนหัวข้อเรื่องหรือหน่วยการเรียนต่าง ๆ ใหม่ เพื่อจะได้สอนในช่วงเวลาเดียวกันได้ อาจมีการปรับ กิจกรรมการเรียนการสอนให้ชัดเจนขึ้นแล้ววางแผนว่าจะสอนในช่วงเวลาใด เพื่อสิ่งที่นํามาบูรณาการกันนั้นจะ ได้ประสานกันอย่างกลมกลืน 5. Shared เป็นการบูรณาการระหว่าง 2 วิชา โดยเนื้อหาสาระที่สอนนั้นมีสาระความรู้ หรือความคิด รวบยอด ที่คาบเกี่ยวกันอยู่ส่วนหนึ่งในการบูรณาการรูปแบบนี้ ต้องมีการวางแผนร่วมกันสอนร่วมกันในส่วนที่ คาบเกี่ยวกัน โดยอาจจัดเป็นหัวข้อร่วมกัน หรือทำโครงงานร่วมกัน และอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้คาบเกี่ยวกันนั้นครู ก็สอนแยกกันไปตามปกติ 6. Webbed เป็นรูปแบบการบูรณาการระหว่างวิชาหลายวิชา มีลักษณะเป็นการกำหนดหัวข้อเรื่อง (theme) ขึ้นมา แล้วเชื่อมโยงไปสู่วิชาต่าง ๆ ว่ามีประเด็นหรือเนื้อหาสาระใดที่เห็นว่ามีความสัมพันธ์กัน คล้ายคลึงกัน หรือต่อเนื่องกัน ที่จะสามารถนํามาจัดรวมเป็นหัวข้อเรื่องเดียวกันเพื่อที่จะได้สอนรวมกันไปอย่าง กลมกลืนได้ในการบูรณาการรูปแบบนี้ จะบูรณาการกี่วิชาก็ได้ขึ้นอยู่กับประเด็นเนื้อหาสาระความคิดรวบยอด หรือทักษะ ส่วนเนื้อหาสาระใดของวิชาใดไม่สามารถนํามาบูรณาการกันได้ ก็ให้สอนตามปกติ 7.Threaded เป็นรูปแบบการบูรณาการที่ใช้ทักษะใดทักษะหนึ่งที่ต้องการฝึกเป็นหลัก เช่นทักษะการ คาดเดา ทักษะการแก้ปัญหาทักษะการวิเคราะห์แล้วกำหนดเนื้อหา ตลอดจนจัดการเรียนการสอนในแต่ละ รายวิชาให้สัมพันธ์กับทักษะที่กำหนดซึ่งจะเป็นกี่วิชาก็ได้ 8. Integrated เป็นการจัดหลักสูตรบูรณาการ แบบสหวิทยาการที่นําเอาความรู้ ความคิดรวบยอด หรือ ทักษะที่เหลื่อมล้ำกันอยู่ของวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ สังคม ศึกษาภาษาไทยศิลปศึกษามา วางแผนจัดสอนร่วมกันเป็นทีม การบูรณาการแบบนี้เป็นการช่วยสร้างความเข้าใจและความซาบซึ้งระหว่าง วิชาต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน 9. Immersed เป็นรูปแบบบูรณาการที่นักเรียนได้ เรียนรู้เนื้อหาสาระในวิชาต่าง ๆ และมีความสนใจใน เนื้อหาวิชาด้านใดด้านหนึ่งแล้วนักเรียนใช้ความรู้เนื้อหานั้นในการศึกษาค้นคว้าซึ่งเปรียบเหมือนการใช้แว่น


ขยายประสบการณ์ของตนเอง สร้างประสบการณ์ให้กับตนเองโดยในการหาประสบการณ์นั้นนักเรียนอาจจะ ต้องบูรณาการข้อมูลที่เรียนรู้ทั้งหมดมาใช้ 10. Networked เป็นรูปแบบบูรณาการที่กลั่นกรองความรู้ที่มิใช่จากการศึกษาค้นคว้าของนักเรียนเพียง อย่างเดียว แต่นักเรียนจะได้เรียนรู้จากครูผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งการใช้เครือข่ายการเรียนรู้ เรียนรู้ทั้ง ภายในสาชาวิชาและนอกสาขาวิชา แล้วเชื่อมโยงความรู้เข้ารวมด้วยกันทั้งหมดเพื ่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิด ความคิดขยายออกไปเป็นแนวทางใหม่ลักษณะและรูปแบบของการบูรณาการหลักสูตรดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามี วิธีการบูรณาการเนื้อหาวิชาต่างๆเข้าด้วยกันได้หลายวิธี มีทั้งแบบบูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เดียวกัน บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ และบูรณาการจากความคิดของผู้เรียนเองการเลือกใช้รูปแบบ ใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเนื้อหาสาระ ความคิดรวบยอด เจตคติและทักษะที่ต้องการเน้นซึ่งผู้สร้าง หลักสูตรบูรณาการจะต้องรู้ เนื้อหาสาระของหลักสูตรแล้วพิจารณาเลือกรูปแบบใช้ให้เหมาะสม 4.วิธีบูรณาการ 1. กําหนดเรื่องที่จะสอนโดยการศึกษาหลักสูตรและวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของ เนื้อหาที่มีความ เกี่ยวข้องกัน เพื่อนํามากําหนดเป็นหัวข้อเรื่องความคิดรวบยอดหรือปัญหา 2. กําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้โดยการศึกษาจุดประสงค์วิชาหลัก และวิชารองจะนํามาบูรณาการ และกําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ในการสอนสําหรับหัวข้อเรื่องนั้น ๆ เพื่อการวัดและประเมินผล 3. กําหนดเนื้อหาย่อยเป็นการกําหนดเนื้อหาย่อย ๆ สําหรับการเรียนรู้ให้สนองกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ที่กำหนดไว้ 4. วางแผนการสอนเป็นการกําหนดรายละเอียดของการสอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยการเขียนแผนการสอน ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบที่สําคัญเช่นเดียวกับแผนการสอนทั่วไปนั่นคือ สาระสําคัญ จุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล 5. ปฏิบัติการสอนเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่กําหนดไว้ในแผนการสอน รวมทั้งมีการสังเกต พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ความสอดคล้องกันของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผลสําเร็จของการเรียนรู้ตาม จุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยไว้สําหรับการปรับปรุง และพัฒนา 6. การประเมินปรับปรุงและพัฒนา เป็นการนําผลที่ได้จากการบันทึกรวบรวมไว้ในขณะปฏิบัติการสอนมา วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงพัฒนาแผนการสอนแบบบูรณาการให้มีความสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น อัญชลี สารรัตนะ (2542: 29-31) ได้กล่าวถึงขั้นตอนการสร้างบทเรียนและการจัดการเรียนการสอนแบบ บูรณาการไว้ดังนี้ 1. กําหนดเรื่องที่จะสอน โดยการศึกษาหลักสูตรและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ เนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้อง กันเพื่อนํามากําหนดเป็นหัวเรื่อง ความคิดรวบยอดหรือปัญหาในการสอน หรืออาจกําหนดเรื่องที่จะสอนจาก การเลือกจุดประสงค์รายวิชา 2 รายวิชาขึ้นไปและนํามาสร้างเป็น หัวเรื่องความคิดรวบยอดหรือปัญหาในการ สอน


2. กําหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ในการสอน สําหรับหัวเรื่องที่กําหนดให้ในขั้นที่ 1 โดยกําหนดความรู้และ ความสามารถที่ต้องการจะให้เกิดแก่ผู้เรียน ควรเขียนให้ชัดเจนเพื่อนําไปสู่การจัดกิจกรรมและการประเมินผล 3. วางแผนการสอนเป็นการกําหนดรายละเอียดของการสอนตั้งแต่ต้นจนจบโดยการเขียนแผนการสอนซึ่ง อาจจัดในรูปแผนการสอนรายวิชาและแผนการสอนรายคาบ รวมทั้งระบุทรัพยากรแหล่งความรู้ อุปกรณ์หรือ วัสดุอื่นที่ต้องใช้ 4. ปฏิบัติการสอนเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการสอนกําหนด ขึ้นในขั้นที่ 3 รวมทั้ง มี การสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผลสําเร็จของการสอนตามจุดประสงค์โดยมีการบันทึกจุดเด่นจุดด้อยของกิจกรรมไว้สําหรับการปรับปรุงหรือ พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น 5. การประเมินผลเป็นการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนและการบรรลุผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยใช้วิธีการประเมินผลที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง เช่นการสังเกต การปฏิบัติงาน ตรวจ ผลงาน ทดสอบและสัมภาษณ์ วิเศษ ชิณวงศ์ (2544: 31) ได้กล่าวถึงการสร้างบทเรียนแบบบูรณาการมี2 ลักษณะ คือการสอนบูรณา การตามรูปแบบที่ 1 และ 2 และการสอนบูรณาการตามรูปแบบที่ 3 และ 4 การสอนบูรณาการตามรูปแบบ ที่ 1 แบบสอดแทรก และ 2 แบบคู่ขนาน มี2 วิธี คือ วิธีที่ 1 เลือกหัวเรื่อง (Theme) ก่อนแล้วดําเนินการพัฒนาหัวเรื่องให้สมบูรณ์ มีการกําหนดวัตถุประสงค์ ของกิจกรรมให้ชัดเจน กําหนดแหล่งข้อมูลหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้ แล้วจึงพัฒนา กิจกรรมการเรียนการสอนตามลําดับ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. เลือกหัวเรื่อง (Theme) โดยมีวิธีการต่อไปนี้ 1.1 ระดมสมองของครูและนักเรียน 1.2 เน้นให้สอดคล้องกับชีวิตจริง 1.3 ศึกษาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 1.4 กําหนดหัวเรื่องให้แคบลง โดยให้สัมพันธ์กับชีวิตจริงตามความสนใจ 2. พัฒนาหัวเรื่องดังนี้ 2.1 เขียนวัตถุประสงค์โดยกําหนดความรู้และความสามารถที่ต้องการที่จะให้เกิดกับผู้เรียนเขียน วัตถุประสงค์ให้เชื่อมโยงระหว่างวิชาให้ชัดเจนเพื่อนําไปสู่กิจกรรม 2.2 กําหนดเวลาสอนให้เหมาะสมกับกําหนดการต่างๆ ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน 2.3 เตรียมสื่อ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะใช้ในการดําเนินกิจกรรม 3. ระบุทรัพยากรที่ต้องการ ควรคํานึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น หาง่าย ประหยัด4. พัฒนากิจกรรมการเรียนการ สอนดังนี้ 4.1 กําหนดกิจกรรมที่จะเชื่อมโยงกับเนื้อหาวิชาอื่น 4.2 กําหนดจุดมุ่งหมายของกิจกรรมให้ชัดเจน 4.3 เลือกวิธีที่ครูวิชาต่างๆจะทํางานร่วมกัน


4.4 เลือกวิธีสอนที่เหมาะสม 4.5 จัดทําเอกสารแนะนําการปฏิบัติกิจกรรม 4.6 ครูเตรียมสื่อ วัสดุ ล่วงหน้าได้แก่ ใบความรู้ใบงาน แบบบันทึก แบบประเมินแบบทดสอบ และอื่น ๆ 5. ดําเนินกิจกรรมตามรายการที่วางไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจสอบและร่วมมือกับครูคนอื่นอยู่เสมอเพื่อ ความก้าวหน้าของกิจกรรม 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7. ประเมินกิจกรรมการสอน หาจุดเด่นจุดด้อย เพื่อนํามาปรับปรุง 8. แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกัน วิธีที่ 2 เลือกจุดประสงค์รายวิชาจาก 2 วิชาขึ้นไปแล้วนํามาสร้างเป็นหัวเรื่องร่วมกัน ระหว่างจุดประสงค์ ที่เลือกไว้ กําหนดแหล่งข้อมูลหรือทรัพยากรที่จะใช้ในการค้นคว้าและเรียนรู้แล้วจึงพัฒนาการเรียนการสอน ตามลําดับโดยมีขั้นตอนต่อไปนี้ 1. เลือกจุดประสงค์การเรียนรู้จาก 2 รายวิชาที่มีความสัมพันธ์กัน 2. นําจุดประสงค์ตามขั้นตอนที่ 1 มาสร้างเป็นหัวเรื่อง 3. ระบุทรัพยากรที่ต้องการ 4. พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน 7.ประเมินกิจกรรมการสอนหาจุดเด่นจุดด้อยเพื่อนำมาปรับปรุง 8.แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างครูด้วยกันสำหรับการบูรณาการตามรูปแบบที่ 3 แบบสหวิทยาการ และรูปแบบ ที่ 4 แบบข้ามวิชาหรือสอนเป็นคณะที่เน้นงานหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหามากกว่า 1 สาขาวิชาดังนั้น วิธีการสร้างบทเรียนบูรณาการในขั้นที่ 4 การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน จึงสร้างเป็นงานกิจกรรมหรือ โครงการให้นักเรียนทำเพราะจะส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยง และนำความรู้ความสามารถจากรายวิชามาสร้าง กิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการได้อย่างดีจากขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ จึงสรุปได้ว่าขั้นตอนการ จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการมีทั้งหมด 7 ขั้นตอนคือ 1.การกำหนดหัวเรื่องที่จะสอน 2.สอนการพัฒนาหัวเรื่องโดยกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ 3. การกำหนดเนื้อหาย่อย 4 การวางแผนเตรียมสื่อทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้ 5.การดำเนินกิจกรรมปฏิบัติการสอน 6.การประเมินผลปรับปรุงและพัฒนา 7.การประเมินผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ


5.การบรูณาการภายในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ การ ดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การ จัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เข้าใจถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ตามเหตุ ปัจจัยต่าง ๆ เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถ นำ ความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก เรียนรู้อะไรในสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมว่าด้วยการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความเชื่อมสัมพันธ์ กัน และมีความแตกต่างกันอย่างหลากหลาย เพื่อช่วยให้สามารถปรับตนเอง กับบริบทสภาพแวดล้อม เป็น พลเมืองดี มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม โดยได้กำหนดสาระต่าง ๆ ไว้ ดังนี้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับ ถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนา ที่ตนนับถือ สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลก อย่างสันติสุข มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษา ไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากร ที่มี อยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่าง มีดุลยภาพ มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็น ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์


มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถ ใช้วิธีการทาง ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์และ การ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรง ความเป็นไทย สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันและกัน ใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 5.1 ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตน นับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายความสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของศาสนิกชน - พระพุทธศาสนา ในฐานะที่เป็นเครื่องยึด เหนี่ยวจิตใจ - เป็นศูนย์รวมการทำความดี และพัฒนา จิตใจ เช่น ฝึกสมาธิ สวดมนต์ ศึกษา หลักธรรม - เป็นที่ประกอบศาสนพิธี (การทอดกฐิน การทอดผ้าป่า การเวียนเทียน การทำบุญ) - เป็นแหล่งทำกิจกรรมทางสังคม เช่น การ จัด ประเพณีท้องถิ่น การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารชุมชน และการส่งเสริมพัฒนา ชุมชน


๒. สรุปพุทธประวัติตั้งแต่บรรลุธรรมจนถึง ประกาศธรรม หรือประวัติศาสดาที่ตนนับถือ ตามที่กำหนด • สรุปพุทธประวัติ (ทบทวน) • ตรัสรู้ • ประกาศธรรม ได้แก่ - โปรดชฎิล - โปรดพระเจ้าพิมพิสาร - พระอัครสาวก แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ๓. เห็นคุณค่า และปฏิบัติตนตามแบบอย่างการ ดำเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/ เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง ตามที่กำหนด • พระอุรุเวลกัสสปะ • กุฏิทูสกชาดก • มหาอุกกุสชาดก • สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม • พระบรมราชชนก • สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ๔. แสดงความเคารพ พระรัตนตรัย ปฏิบัติ ตาม ไตรสิกขาและหลักธรรมโอวาท ๓ ใน พระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ ตน นับถือตามที่กำหนด พระรัตนตรัย ศรัทธา ๔ • พระพุทธ พุทธคุณ ๓ • พระธรรม หลักกรรม • พระสงฆ์ ไตรสิกขา • ศีล สมาธิ ปัญญาโอวาท ๓ • ไม่ทำชั่ว - เบญจศีล - ทุจริต ๓ • ทำความดี เบญจธรรม สุจริต ๓ พรหมวิหาร ๔ กตัญญูกตเวทีต่อ ประเทศชาติ มงคล ๓๘ - เคารพ - ถ่อมตน - ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน


• ทำจิตให้บริสุทธิ์ (บริหารจิตและเจริญ ปัญญา) - พุทธศาสนสุภาษิต • สุขา สงฆสส สามคคี ความพร้อมเพรียง ของหมู่ให้เกิดสุข • โลโกปตถมภิกา เมตตา เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ๕. ชื่นชมการทำความดีของตนเอง บุคคล ใน ครอบครัว โรงเรียนและชุมชนตามหลัก ศาสนา พร้อมทั้งบอกแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิต - ตัวอย่างการกระทำความดีของตนเองและ บุคคลในครอบครัว ในโรงเรียน และใน ชุมชน ๖. เห็นคุณค่าและสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสติที่เป็นพื้นฐานของสมาธิใน พระพุทธศาสนา หรือการพัฒนาจิต ตามแนวทาง ของศาสนาที่ตนนับถือ ตามที่กำหนด • สวดมนต์ไหว้พระสรรเสริญคุณพระ รัตนตรัย และแผ่เมตตา - รู้ความหมายของสติสัมปชัญญะ สมาธิ และปัญญา - รู้วิธีปฏิบัติของการบริหารจิตและเจริญ ปัญญา ฝึกการยืน การเดิน การนั่ง และ การนอน อย่างมีสติ - ฝึกการกำหนดรู้ความรู้สึก เมื่อตาเห็นรูป หู ฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กาย สัมผัสสิ่ง ที่มากระทบ ใจรับรู้ธรรมารมณ์ - ฝึกให้มีสมาธิในการฟัง การอ่าน การคิด การถาม และการเขียน ๗. ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตน นับ ถือ เพื่อการอยู่ร่วมกันเป็นชาติได้อย่างสมานฉันท์ หลักธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง สมานฉันท์ - เบญจศีล - เบญจธรรม - ทุจริต ๓ - สุจริต ๓ - พรหมวิหาร ๔ - มงคล ๓๘ - เคารพ - ถ่อมตน


- ทำความดีให้พร้อมไว้ก่อน พุทธศาสนสุภาษิต : ความพร้อมเพรียงของ หมู่ให้เกิดสุข เมตตาธรรมค้ำจุนโลก - กตัญญูกตเวทีต่อประเทศชาติ ๘. อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอื่นๆ โดยสังเขป • ประวัติศาสดา - พระพุทธเจ้า - มุฮัมมัด - พระเยซู สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาที่ตนนับถือ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อภิปรายความสำคัญ และมีส่วนร่วมใน การ บำรุงรักษาศาสนสถานของศาสนาที่ตน นับถือ • ความรู้เบื้องต้นและความสำคัญของศาสน สถาน • การแสดงความเคารพต่อศาสนสถาน • การบำรุงรักษาศาสนสถาน ๒. มีมรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่ กำหนด • การปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุ • การยืน การเดิน และการนั่งที่เหมาะสม ในโอกาสต่างๆ ๓. ปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันสำคัญ ทางศาสนา ตามที่กำหนดได้ถูกต้อง • การอาราธนาศีล • การอาราธนาธรรม • การอาราธนาพระปริตร • ระเบียบพิธีและการปฏิบัติตนในวันธรรม สวนะ สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันติสุข ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง


ป.๔ ๑. ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถี ประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน • การเข้าร่วมกิจกรรมประชาธิปไตยของ ชุมชน เช่น การรณรงค์การเลือกตั้ง • แนวทางการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของ ชุมชน เช่น อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณ สมบัติ โบราณวัตถุและ โบราณสถาน การ พัฒนาชุมชน ๒. ปฏิบัติตนในการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี • การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี - บทบาทและความรับผิดชอบของผู้นำ - บทบาทและความรับผิดชอบของผู้ ตาม หรือสมาชิก - การทำงานกลุ่มให้มีประสิทธิผลและ ประสิทธิภาพ และประโยชน์ของการ ทำงานเป็นกลุ่ม ๓. วิเคราะห์สิทธิพื้นฐานที่เด็กทุกคนพึงได้รับตาม กฎหมาย • สิทธิพื้นฐานของเด็ก เช่น สิทธิที่จะมีชีวิต สิทธิที่จะได้รับการปกป้อง สิทธิที่จะได้รับ การพัฒนา สิทธิที่จะมีส่วนร่วม ๔. อธิบายความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่ม คนในท้องถิ่น • วัฒนธรรมในภาคต่างๆ ของไทยที่ แตกต่างกัน เช่น การแต่งกายภาษา อาหาร ๕. เสนอวิธีการที่จะอยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุขในชีวิตประจำวัน • ปัญหาและสาเหตุของการเกิดความ ขัดแย้งในชีวิตประจำวัน • แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วย สันติวิธี สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธาและธำรงรักษา ไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายอำนาจอธิปไตยและความสำคัญ ของ ระบอบประชาธิปไตย • อำนาจอธิปไตย • ความสำคัญของการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตย


๒. อธิบายบทบาทหน้าที่ของพลเมืองใน กระบวนการเลือกตั้ง • บทบาทหน้าที่ของพลเมืองใน กระบวนการ เลือกตั้ง ทั้งก่อนการเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง ๓. อธิบายความสำคัญของสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข • สถาบันพระมหากษัตริย์ในสังคมไทย • ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ใน สังคมไทย สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากร ที่มี อยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่าง มีดุลยภาพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและ บริการ • สินค้าและบริการที่มีอยู่หลากหลายใน ตลาดที่ มีความแตกต่างด้านราคาและ คุณภาพ • ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและ บริการ ที่มีมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ ผู้ขาย และ ตัวสินค้า เช่น ความพึงพอใจ ของผู้ซื้อ ราคา สินค้า การโฆษณา คุณภาพของสินค้า ๒. บอกสิทธิพื้นฐานและรักษา ผลประโยชน์ของ ตนเองในฐานะผู้บริโภค • สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค • สินค้าและบริการที่มีเครื่องหมายรับรอง คุณภาพ • หลักการและวิธีการเลือกบริโภค ๓. อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง • หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง • การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการ ดำรงชีวิต เช่น การแต่งกาย การกิน อาหาร การใช้จ่าย


สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็น ของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนใน ชุมชน • อาชีพ สินค้าและบริการต่างๆ ที่ผลิต ใน ชุมชน • การพึ่งพาอาศัยกันภายในชุมชนทาง ด้าน เศรษฐกิจ เช่น ความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย การกู้หนี้ยืมสิน • การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วย การใช้สิ่งของที่ผลิตในชุมชน ๒. อธิบายหน้าที่เบื้องต้นของเงิน • ความหมายและประเภทของเงิน • หน้าที่เบื้องต้นของเงินในระบบ เศรษฐกิจ • สกุลเงินสำคัญที่ใช้ในการซื้อขาย แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. นับช่วง เวลา เป็นทศวรรษ ศตวรรษและ สหัสวรรษ • ความหมายและช่วงเวลาของทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ • การใช้ทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เพื่อทำความเข้าใจช่วงเวลาในเอกสาร เช่น หนังสือพิมพ์


๒. อธิบายยุคสมัยในการศึกษาประวัติของ มนุษยชาติโดยสังเขป • เกณฑ์การแบ่งยุคสมัยในการศึกษา ประวัติศาสตร์ที่แบ่งเป็นยุคก่อน ประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ • ยุคสมัยที่ใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ ไทยเช่นสมัยก่อนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย รัตนโกสินทร์ ๓. แยกแยะประเภทหลักฐานที่ใช้ในการศึกษา ความเป็นมาของท้องถิ่น • ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่แบ่งเป็นหลักฐานชั้นต้น และหลักฐาน ชั้นรอง • ตัวอย่างหลักฐานที่ใช้ในการศึกษา ความเป็นมาของท้องถิ่นของตน • การจำแนกหลักฐานของท้องถิ่นเป็น หลักฐานชั้นต้นและหลักฐานชั้นรอง สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ การ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญและสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายการตั้งหลักแหล่งและพัฒนาการ ของ มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุค ประวัติศาสตร์โดยสังเขป • พัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อน ประวัติศาสตร์และยุค ประวัติศาสตร์ ใน ดินแดนไทยโดยสังเขป • หลักฐานการตั้งหลักแหล่งของมนุษย์ ยุคก่อน ประวัติศาสตร์ในดินแดนไทยโดยสังเขป ๒. ยกตัวอย่างหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ พบ ในท้องถิ่นที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติ • หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พบใน ท้องถิ่นที่แสดงพัฒนาการของมนุษยชาติ ในดินแดนไทยโดยสังเขป


สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ ธำรง ความเป็นไทย ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายพัฒนาการของอาณาจักร สุโขทัย โดยสังเขป • การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย โดยสังเขป • พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัย ทางด้าน การเมืองการปกครอง และ เศรษฐกิจโดยสังเขป • ประวัติ และผลงานของบุคคลสำคัญ สมัยสุโขทัย เช่น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหาธรรม ราชาที่ ๑ (พระยาลิไทยโดยสังเขป) ๒. บอกประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญสมัย สุโขทัย • ภูมิปัญญาไทยในสมัยสุโขทัย เช่น ภาษาไทย ศิลปกรรมสุโขทัยที่ได้รับ การ ยกย่องเป็นมรดก ๓. อธิบายภูมิปัญญาไทยที่สำคัญ สมัย สุโขทัยที่ น่าภาคภูมิใจ และควรค่าแก่การอนุรักษ์ • คุณค่าของภูมิปัญญาไทยที่สืบต่อถึง ปัจจุบันที่น่าภาคภูมิใจและควรค่าแก่การ อนุรักษ์ สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่ และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทาง ภูมิศาสตร์ ตลอดจน ใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. สืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทาง กายภาพ ในจังหวัดของตนด้วยแผนที่และรูปถ่าย • ลักษณะทางกายภาพของจังหวัดตนเอง


๒. ระบุแหล่งทรัพยากรและสถานที่ สำคัญในจังหวัดของตนด้วยแผนที่และ รูปถ่าย • แหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญใน จังหวัดของตน ๓. อธิบายลักษณะทางกายภาพที่ส่งผล ต่อแหล่ง ทรัพยากรและสถานที่สำคัญในจังหวัด • ลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่ง ทรัพยากรและสถานที่สำคัญในจังหวัด สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วิถี การดำเนินชีวิต มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๑. วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมทาง กายภาพที่ ส่งผลต่อ การดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด • สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งผล ต่อการ ดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด ๒. อธิบายการเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อม ใน จังหวัดและผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง • การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมใน จังหวัด และ ผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง เช่น การตั้งถิ่นฐาน การย้ายถิ่น ๓. นำเสนอแนวทางการจัดการ สิ่งแวดล้อมใน จังหวัด • การจัดการสิ่งแวดล้อมในจังหวัด


5.2 โครงสร้างรายวิชา


6.ตัวอย่างการจัดทำหน่วยบรูณาการ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 6.1 ชื่อหน่วย: ประวัติศาสดาของศาสนาต่างๆ ชื่อแผนการจัดการรัยนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ความสำคัญของ พระพุทธศาสนา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8ความสามารถบอก หลักการปฎิบัติตนได้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 พุทธประวัติ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 สิทธิ์พื้นฐานของเด็ก แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 พุทธสาวก (ศาสนิกชน ตัวอย่าง) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 วัฒนธรรมของไทย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 พระรัตนตรัย 11.สอบท้ายบท 1-5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การกระทำความดี 12.สอบท้ายบท 6-10 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 การบำเพ็ญตน 13.สอบประจำหน่วย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 ความรู้เบื้องต้นของศาสนา


6.2 สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา ที่ตนนับ ถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มาตรฐานส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนา ที่ตนนับถือ สาระที่ ๒ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม มาตรฐานส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธำรงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลก อย่างสันติสุข มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษา ไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากร ที่มี อยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดำรงชีวิตอย่าง มีดุลยภาพมาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และ ความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถ ใช้วิธีการ ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบันในด้านความสัมพันธ์และ การ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญ และสามารถ วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ และธำรง ความเป็นไทย สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมี ผลต่อกันและกัน ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ วัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน


6.3 หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.4 สาระสำคัญ


6.4 โครงสร้างรายวิชา


คำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษาฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชั่วโมง …..…………………………….…………………………….…………………………….……………………………. ศึกษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นศูนย์รวมการ ทำความดี และพัฒนาจิตใจ เช่น ฝึกสมาธิ สวดมนต์ ศึกษาหลักธรรม เป็นที่ประกอบศาสนพิธี (การ ทอดกฐิน การทอดผ้าป่า การเวียนเทียน การทำบุญ) เป็นแหล่งทำกิจกรรมทางสังคม เช่น การจัดประเพณี ท้องถิ่น การ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารชุมชน และการส่งเสริมพัฒนาชุมชน สรุปพุทธประวัติ (ทบทวน) ตรัสรู้ ประกาศธรรม ได้แก่ โปรดชฎิล โปรดพระเจ้าพิมพิสาร พระอัครสาวก แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ พระอุรุ เวลกัสสปะ กุฏิทูสก ชาดก มหาอุกกุสชาดก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี พระรัตนตรัย ศรัทธา ๔ พระพุทธ พุทธคุณ ๓ พระธรรม หลักกรรม พระสงฆ์ ไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา โอวาท ๓ ไม่ทำชั่ว เบญจศีล ทุจริต ๓ ทำความดี เบญจธรรม สุจริต ๓ พรหมวิหาร ๔ กตัญญู กตเวทีต่อประเทศชาติ มงคล ๓๘ เคารพ ถ่อมคน ทำความดีให้พร้อมไว้ ก่อน ทำจิตให้บริสุทธิ์ (บริหารจิตและ เจริญปัญญา) พุทธศาสนสุภาษิต สุขา สงฆสุส สามคคี ความพร้อมเพรียง ของหมู่ให้เกิดสุข โลโกปตฺถมภิกา เมตตา เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ตัวอย่างการกระทำความดีของตนเอง และบุคคลในครอบครัว ในโรงเรียน และ ในชุมชน สวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยและแผ่ เมตตา รู้ความหมายของสติสัมปชัญญะ สมาธิ


และปัญญา รู้วิธีปฏิบัติของการบริหารจิตและเจริญปัญญา ฝึกการยืน การเดิน การนั่ง และการนอน อย่างมีสติ ฝึกการกำหนดรู้ความรู้สึก เมื่อตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส กายสัมผัสสิ่งที่มากระทบ ใจรับรู้ ธรรมารมณ์ ฝึกให้มีสมาธิในการฟัง การอ่าน การคิดการถาม และการเขียน หลักธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าง สมานฉันท์ (เบญจศีล – เบญจธรรม ทุจริต ๓ - สุจริต ๓ พรหมวิหาร ๔ มงคล ๓๘ เคารพ ถ่อมตน ทำความดี ให้พร้อมไว้ก่อน พุทธศาสนสุภาษิต : ความพร้อมเพรียงของหมู่ให้เกิดสุข เมตตาธรรมค้ำจุนโลก กตัญญูกตเวที ต่อประเทศชาติ) ประวัติศาสดา พระพุทธเจ้า มุฮัมมัด พระเยซู ความรู้เบื้องต้นและความสำคัญของ ศาสน สถาน การแสดงความเคารพต่อ ศาสนสถาน การบำรุงรักษาศาสนสถาน การปฏิบัติตนที่เหมาะสมต่อพระภิกษุ การยืน การเดิน และการนั่ง ที่เหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ การอาราธนาศีล การอาราธนาธรรม การอาราธนา พระปริตร ระเบียบพิธีและ การปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะ ศึกษาการเข้าร่วมกิจกรรมประชาธิปไตยของชุมชน เช่น การรณรงค์การเลือกตั้ง แนวทางการปฏิบัติ ตนเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชน เช่น อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณสมบัติ โบราณวัตถุและโบราณสถาน การพัฒนา ชุมชน การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี บทบาทและความรับผิดชอบของผู้นำ บทบาทและความ รับผิดชอบของผู้ ตามหรือสมาชิก การทำงานกลุ่มให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ และประโยชน์ของการ ทำงานเป็นกลุ่ม สิทธิพื้นฐานของเด็ก เช่น สิทธิที่จะมีชีวิต สิทธิที่จะได้รับการปกป้อง สิทธิที่จะได้รับการ พัฒนา สิทธิที่จะมีส่วน ร่วม วัฒนธรรมในภาคต่างๆ ของไทยที่แตกต่างกัน เช่น การแต่งกาย ภาษา อาหาร ปัญหาและสาเหตุของการ เกิดความขัดแย้งในชีวิตประจำวัน แนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี อำนาจอธิปไตย ความสำคัญ ของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย บทบาทหน้าที่ของพลเมืองใน กระบวนการเลือกตั้ง ทั้งก่อนการ เลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง สถาบันพระมหากษัตริย์ใน สังคมไทย ความสำคัญของสถาบัน พระมหากษัตริย์ในสังคมไทย ศึกษาสินค้าและบริการที่มีอยู่หลากหลายในตลาดที่มีความแตกต่างด้านราคาและคุณภาพ ปัจจัยที่มี ผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีมากมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ ผู้ขาย และ ตัวสินค้า เช่น ความพึงพอใจ ของผู้ซื้อ ราคาสินค้า การโฆษณา คุณภาพของสินค้า สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค สินค้าและบริการที่มี เครื่องหมายรับรองคุณภาพ หลักการและวิธีการเลือกบริโภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง การประยุกต์ใช้ เศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต เช่น การแต่งกาย การกินอาหาร การใช้จ่าย อาชีพ สินค้าและบริการต่างๆ ที่ผลิต ในชุมชน การพึ่งพาอาศัยกันภายในชุมชนทาง ด้านเศรษฐกิจ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย การกู้หนี้ยืมสิน การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนด้วยการใช้สิ่งของที่ผลิตในชุมชน ความหมายและประเภท ของ เงิน หน้าที่เบื้องต้นของเงินในระบบเศรษฐกิจ สกุลเงินสำคัญที่ใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ สืบค้นและอธิบายข้อมูลและลักษณะทางกายภาพของจังหวัดสตูล ระบุแหล่งทรัพยากรและสถานที่ สำคัญ อธิบายลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานที่สำคัญในจังหวัดสตูล วิเคราะห์ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในจังหวัดสตูล อธิบายการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม


และผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง เช่น การตั้งถิ่นฐาน การย้ายถิ่น นำเสนอแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมใน จังหวัดสตูล โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม ทักษะการสำรวจ ทักษะการสังเกต ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการแสวงหาความรู้ การสรุปย่อ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตนอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และสังคมโลกอย่างสันติสุข เป็นพลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา เห็นคุณค่าของทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม รักชาติ ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง และภูมิใจในความเป็นไทย รหัสตัวชี้วัด (รายปี) ส ๑.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ส ๑.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓ ส ๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕ ส ๒.๒ ป.๔ / ๑ ,ป.๔/๒,ป.๔/๓ ส ๓.๑ ป.๔ / ๑ ,ป.๔/๒,ป.๔/๓ ส ๓.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒ ส ๕.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓ ส ๕.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓ รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวชี้วัด


6.6 สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานสำคัญและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในสังคม และเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมายาวนาน และหลักธรรมคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญ ของพระพุทธศาสนา คือ โอวาท 3 ได้แก่ การไม่ทำความชั่ว การทำความดี และการทำจิตใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์ เมื่อนำมาเป็นแนวทางการปฏิบัติ จะทำให้พบแต่ความสุขและความเจริญในการดำเนินชีวิต จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ด้านความรู้(K) 1.สามารถอธิบายความสำคัญของพระพุทธศาสนาได้ K 2.สามารถบอกประวัติของพระพุทธเจ้าได้ 3.สามารถยกตัวอย่างการดำเนินชีวิตในชีวิตของตนเองได้ 4.สามารถบอกหลักธรรมของศาสนาที่ตนเองนับถือได้ 5.สามารถยกตัวอย่างการทำความดีของตนเองและครอบครัวได้ 6.สามารถยกตัวอย่างการบำเพ็ญตนที่พบในชีวิตประจำวันได้ 7.สามารถอธิบายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนาได้ 8.สามารถบอกหลักการปฏิบัติตนได้ 9.บอกความสำคัญของสิทธิของเด็กได้ 10.สามารถอธิบายความสำคัญของวัฒนธรรมไทยได้ 2. ด้านคุณลักษณะ / เจตคติ (A) 1.มีความสนใจในการเรียน 2.มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 3.มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาสังคมศึกษา


4.นักเรียนเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา 5.นักเรียนมีความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้ 6.นักเรียนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย 7.นักเรียนมีจิตสาธารณะในการบำเพ็ญประโยชน์ที่ดี 8.นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา 3. ด้านคุณลักษณะ / เจตคติ (A) 1.มีความสนใจในการเรียน 2.มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 3.มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาสังคมศึกษา 4.นักเรียนเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา 5.นักเรียนมีความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้ 6.นักเรียนเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย 7.นักเรียนมีจิตสาธารณะในการบำเพ็ญประโยชน์ที่ดี 8.นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา สาระการเรียนรู้ 1.ความสำคัญของพุทธศาสนา 2.พุทธประวัติ 3.พุทธสวก(ศาสนิกชนตัวอย่าง) 4.พระรัตนตรัย 5.การกระทำความดี


6.การบำเพ็ญตน 7.ความรู้เบื้องต้นของศาสนา 8.การปฎิบัติตน 9.สิทธิ์พื้นฐานของเด็ก 10.วัฒนธรรมของไทย ทักษะตามศตวรรษที่21 3R8C 3R คือทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อผู้เรียนทุกคน มีดังนี้ 1. Reading คือ สามารถอ่านออก 2. (W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ 3. (A)Rithmatic คือ มีทักษะในการคำนวณ และอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้ 3R คือ 8C ซึ่งเป็นทักษะต่างๆที่จำเป็นเช่นกัน ซึ่งทุกทักษะสามารถนำไปปรับใช้ใน การเรียนรู้ได้ทุกวิชา มีดังนี้ 1. Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ 2. Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 3. Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม 4. Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความ เป็นผู้นำ 5. Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ


6. Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี 7. Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ 8. Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8ข้อ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอด ความคิด ความรู้ความเข้าใจความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความ ขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้ วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการ ตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมี การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่างๆ ไปใช้ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ สร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม


กระบวนการจัดการเรียนรู้ หน่วยบูรณาการในศาสตร์เดียวกันกลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดย ใช้รูปแบบการสอน แผนภาพความคิด(Mind Mapping) มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่…… การจัดเรียนรู้ด้วย Mind mapping 1. กำหนดประเด็น 2. ระดมสมองค้นและการคัดเลือกข้อมูล 3. เขียน Key Word /ประเด็นหลัก/ประเด็นรอง/สัญลักษณ์ 4. การจัดระบบเชิงภาพ Mind Map 5. ตรวจสอบความถูกต้องของ Mind Map 6. นำเสนอ Mind Map


6.7 การวัดและการประเมิลผลทำเป็นตาราง สิ่งที่วัด วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การวัด ด้านความรู้(K) 1.สามารถอธิบายความสำคัญ ของพระพุทธศาสนาได้ K 2.สามารถบอกประวัติของ พระพุทธเจ้าได้ 3.สามารถยกตัวอย่างการ ดำเนินชีวิตในชีวิตของตนเองได้ 4.สามารถบอกหลักธรรมของ ศาสนาที่ตนเองนับถือได้ 5.สามารถยกตัวอย่างการทำ ความดีของตนเองและ ครอบครัวได้ 6.สามารถยกตัวอย่างการ บำเพ็ญตนที่พบใน ชีวิตประจำวันได้ 7.สามารถอธิบายความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนาได้ 8.สามารถบอกหลักการปฏิบัติ ตนได้ 9.บอกความสำคัญของสิทธิของ เด็กได้ 1. การถามตอบในชั้น เรียน 2. ทำใบงาน 3. พูดบทสนทนา 4. ทำกิจกรรมในคาบ 5. แบบฝึกหัด 7. แบบทดสอบ 8. การถามตอบ 9. แบบทดสอบ 10. การทำงานในคาบ แบบประเมินการทำงาน กลุ่ม แบบทดสอบ แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล การสนทนาโต้ตอบ แบบประเมินการตอบ คำถาม ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป


10.สามารถอธิบายความสำคัญ ของวัฒนธรรมไทยได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 1.มีความสนใจในการเรียน 2.มีความรับผิดชอบต่องานที่ ได้รับมอบหมาย 3.มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชา สังคมศึกษา 4.นักเรียนเห็นความสำคัญของ พระพุทธศาสนา 5.นักเรียนมีความสนใจที่จะ ศึกษาหาความรู้ 6.นักเรียนเห็นคุณค่าของ วัฒนธรรมไทย 7.นักเรียนมีจิตสาธารณะในการ บำเพ็ญประโยชน์ที่ดี 8.นักเรียนมีความรู้และความ เข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมของ พระพุทธศาสนา แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล แบบประเมินพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบประเมินการถาม ตอบ แบบทดสอบ การส่งงาน แบบประเมินการทำงาน แบบประเมินการทำ แบบทดสอบ แบบประเมินการทำงาน รายบุคคล ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ผ่านน้อยล่ะ 70 ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ/เจตคติA 1.มีความสนใจในการเรียน 2.มีความรับผิดชอบต่องานที่ ได้รับมอบหมาย แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกตความสนใจใน การเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกตความสนใจใน การเรียน อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป


3.มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชา สังคมศึกษา 4.นักเรียนเห็นความสำคัญของ พระพุทธศาสนา 5.นักเรียนมีความสนใจที่จะ ศึกษาหาความรู้ 6.นักเรียนเห็นคุณค่าของ วัฒนธรรมไทย 7.นักเรียนมีจิตสาธารณะในการ บำเพ็ญประโยชน์ที่ดี 8.นักเรียนมีความรู้และความ เข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมของ พระพุทธศาสนา แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ แบบสังเกตความรู้ทาง สังคมศึกษา แบบประเมินความรู้ ความเข้าใจทางสังคม ศึกษา แบบสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ แบบสังเกตความรู้ทาง สังคมศึกษา แบบประเมินความรู้ ความเข้าใจทางสังคม ศึกษา อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป 6.8 ชิ้นงาน แผนภาพความคิด เดี่ยว แผนภาพความคิด หรือกลุ่ม อย่างล่ะ10 ชิ้น 1. การถามตอบในชั้นเรียน 2. จดบันทึก 3. พูดบทสนทนา 4. ทำกิจกรรมในคาบ 5. แบบฝึกหัด 7. แบบทดสอบ 8. การถามตอบ 9. แบบทดสอบ 10. จดบันทึก


6.9 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1.ประเภทของสื่อทั้ง 10 เรื่อง เช่น ใบงาน สื่อยูทูป 59 1.1.เอกสารประกอบการบรรยาย 1.2. รูปภาพ 1.3.บัตรคำ 1.4. ใบกิจกรรม 1.5. ใบกิจกรรม 1.6. อินเทอร์เน็ต 1.7. คลิปวีดีโอ 1.8. คลิปวิดีโอ 1.9.คลิปวิดีโอ 1.10. ใบงาน 2.ประเภทแหล่งการเรียนรู้ ไปสำรวจวัด 2.1. แหล่งเรียนรู้ในชุมชน 2.2. พิพิธภัณฑ์ 2.3. ห้องสมุด 2.4. สวนสาธารณะ 2.5. ห้องเรียน 2.6. หนังสือเรียนรายวิชาสังคม ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่3 2.7. ใบงาน 2.8. อินเทอร์เน็ต2.9. คลิปวิดีโอ2.10. สื่อเทคโนโลยีที่มีอยู่ในโรงเรียนและชุมชน


7.ตัวอย่างแผนบรูณากาาภายในศาสตร์เดียวกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม


7.1 ตัวอย่างหน่วยบรูณาการข้ามศาสตร์


7.2 ตัวอย่างแผนบรูณาการข้ามศาสตร์


Click to View FlipBook Version