The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การแข่งขันเรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กอเอ๋ย กอไก่, 2023-08-08 00:06:39

การแข่งขันเรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี

การแข่งขันเรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี

Keywords: เรือยาว ประเพณี

1 รวบรวม - เรียบเรียง : นายอรุณ แพทยโอสถ สัมภาษณ- เก็บขอมูล : นางสาวสุนิสา ตั้งตระกูล นายภานุภัทร เรืองภักดิ์ บรรณาธิการ : ผูชวยศาสตราจารยวารินทร สุภาภรณ ผูอำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ที่ปรึกษา : อาจารยชัชวาลย มากสินธ นายวิชัย สุวรรณธนชัย กองบรรณาธิการ : นางสาวรัชนี แกวขาว นางสาวเกษริน สุจินต นางสาวศศิธร จันทสิทธิ์ ปที่ตีพิมพ : 2566 ผูจัดพิมพ : สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 41 หมูที่ 5 ถนนรักศักดิ์ชมูล ตำบลทาชาง อำเภอเมืองจันทบุรีจังหวัดจันทบุรี โทรศัพท/โทรสาร 0-3947-1064 พิมพที่ : โอเปล จันทบุรี 4/555 หมูที่ 9 ถนนรักศักดิ์ชมูล ตำบลทาชาง อำเภอเมืองจันทบุรีจังหวัดจันทบุรี โทรศัพท 0-3930-2307 โทรสาร 0-3932-5267 ภาพถายหนาปก : บันทึกความทรงจำโดยอุดม-สุข #www.facebook.com / A.J.Udomsook TEL. 083-0196225 การแขงขันเรือยาวประเพณี ในจังหวัดจันทบุรี


2 คำนำ การดำเนินงานจัดทำขอมูล การแขงขันเรือยาวประเพณี ในจังหวัดจันทบุรี เปนสวนหนึ่งตามแผนการดำเนินงานเพื่อการจัดทำฐานขอมูล องคความรู ดานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปญญาทองถิ่น ภาคตะวันออก ของสำนักศิลปวัฒนธรรม และพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี โดยไดดำเนินการลงพื้นที่ จัดกระบวนการเก็บขอมูล ถอดบทเรียน สัมภาษณ และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู จนทำใหทราบถึงขอมูลความเปนมา รวมถึงสถานการณความมีอยูของทีมเรือยาว ในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดจันทบุรีมีแมน้ำสายสำคัญหลายสาย รวมถึงแหลงเก็บน้ำ ตามชุมชนตางๆ อิทธพลทางวัฒนธรรม ประเพณีการแขงขันเรือยาว ที่ไดรับ ความนิยมเชนเดียวกับภูมิภาคอื่นๆในประเทศไทย จึงไดเกิดเปนกิจกรรมของชุมชน ติดแมน้ำในจังหวัดจันทบุรี มีการจัดตั้งทีมพายเรือโดยการคัดเลือก ทั้งเด็ก วัยรุน จนถึงผูสูงวัย สมัครเพื่อเขาเปนฝพายเรือใหกับทีมเรือในชุมชน และไดมีโอกาส เปนตัวแทนฝพายเรือ ไดเปนสวนหนึ่งที่ไดเขารวมการแขงขันในรายการตางๆ เพื่อความสนุกสนาน ไดออกกำลังกาย และไดสรางความสามัคคีใหกับผูคนในชุมชน ผูจัดทำขอมูลฉบับนี้ หวังเปนอยางยิ่งวาผลจากการศึกษา รวมรวม เก็บขอมูล การแขงขันเรือยาวฉบับนี้ จะเปนสวนหนึ่งที่ไดชวยรักษาภูมิปญญา ไดถายทอด เรื่องราว เพื่อใหผูที่สนใจไดนำองคความรูฉบับนี้ไปใชประโยชนตอไป - คณะผูจัดทำ -


3 สารบัญ หนา เรือยาวประเพณีจากอดีต-ปจจุบัน 5 แมยานางเรือ พิธีกรรมและความเชื่อของชาวเรือ 9 เรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี 12 การจัดแขงขันเรือยาวประเพณีของจังหวัดจันทบุรีณ วัดจันทนาราม 13 ทีมเรือวัดจันทนาราม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี 16 จังหวัดจันทบุรี ทีมเรือวัดพลับบางกะจะ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี 18 จังหวัดจันทบุรี ทีมเรือชุมชนบางสระเกา ตำบลบางสระเกา อำเภอแหลมสิงห 24 จังหวัดจันทบุรี ทีมเรือวัดดอนตาล ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี 29 จังหวัดจันทบุรี ทีมเรือวัดไผลอม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี 35 จังหวัดจันทบุรี ทีมเรือวัดน้ำรัก ตำบลทาหลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี 38 ชุมชนที่เกี่ยวของกับการแขงขันเรือยาวประเพณี ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 43 รายละเอียดเรือยาวที่พบจากการเก็บขอมูล ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 43-44 ยุคสมัยเรือยาว ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 45 สถานที่จัดการแขงขันเรือยาวประเพณี ในจังหวัดจันทบุรี 46 เวทีประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 47


4 ทีมเรือ เจาแมเหลืองจันท ณ แมน้ำจันทบุรี ที่มา : Facebook ทีมเจาแมเหลืองจันท จันทบุรี ทีมเรือ เจาแมเหลืองจันท ณ แมน้ำจันทบุรี ที่มา : Facebook ทีมเรือยาว"จันทราทิพย"จันทบุรี


5 เรือยาวประเพณีจากอดีต-ปจจุบัน 1 การแขงขันเรือยาวประเพณีมรดกวัฒนธรรมทางสายน้ำที่สะทอน ถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ เรือและผูคน บนพื้นฐานความสามัคคีพรอมเพรียง เปนน้ำใจหนึ่งเดียวกันของผูคนในชุมชน ประเพณีการแขงขันเรือยาว ที่มักจัดคู ไปกับการเขาวัดทำบุญตักบาตร เนื่องในเทศกาลออกพรรษา และเทศกาลทอดกฐิน ผาปาสามัคคีการแขงขันเรือยาวประเพณี เปนเสมือนกระจกเงาสะทอน สภาพสังคมและชุมชน เปนบทพิสูจนความสามัคคีของคนในหมูบานโดยมีวัด ริมแมน้ำเปนศูนยกลางของการแขงขัน เมื่อถึงฤดูนํ้าหลากผูชายในหมูบาน ตั้งแตเด็กหนุมไปจนถึงคนรุนปู จะมารวมกันฝกซอมพายเรือ เสียงหัวเราะรอยยิ้ม ของผองเพื่อนพี่นองลูกหลาน เหมือนระฆังกังวานความสุขที่ดังขึ้นในทุกเทศกาล การแขงขัน 2การแขงขันเรือยาวประเพณีเปนกีฬาพื้นบานเกาแกชนิดหนึ่ง ของชาวกรุงเกาที่มีการเลนสืบทอดกันตอกันมาแตสมัยโบราณ จากหลักฐานพบวา มีการแขงขันเรือกันมาตั้งแตสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏในมนเทียรบาลเกี่ยวกับ พระราชพิธีตางๆ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไดกลาวถึงพระราชพิธีประจำเดือน 11 ซึ่งเปนการอาษยุชพิธีนั้น จะมีพิธีแขงเรือดวย นอกจากนี้ในจดหมายเหตุลาลูแบร ยังไดกลาวถึงการเลนแขงเรือของชาวบานในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมักจะมีการพนัน ปะปนอยูดวยและมีการละเลนที่นิยมกันมาก ในสมัยนั้นทีเดียว การเลนแขงเรือ นับเปนกีฬาพื้นบานที่นิยมเลนสืบทอดตอเนื่องกันมาโดยตลอด แมในสมัย กรุงรัตนโกสินทรก็ปรากฏหลักฐานวา 1 http://article.culture.go.th/เรือยาวประเพณี 2https://siripanooploy.wordpress.com/2012/01/31/การละเลนแขงเรือ


6 มีการเลนแขงเรือกันเปนประจำเสมอมา เชน ในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อครั้งทรงโปรด ใหปรับปรุงราชวัง มีการขุดสระภายในพระราชวัง ใน พ.ศ. 2361 ก็ทรงโปรดใหมี การแขงเรือในครั้งนั้นดวย ในสมัยรัชกาลที่ 5 การแขงเรือเปนกีฬาที่เลนกัน อยางแพรหลาย เมื่อมีชาวตางชาติชมดวย ดังปรากฏใน พระราชนิพนธตอนหนึ่ง ความวา “เย็นวันนี้มีการแขงขันนาวา ที่กรงนาตำหนักแพแมน้ำใหญ เรือที่นั้งกราบสี่เอกไชย มาพายใหเจาฝรั่งเขานั่งดู” การแขงขันเรือของชาวบานในสมัยกอนมีจุดมุงหมาย เพื่อเปนการทำบุญ ทำกุศล คือ ชาวบานจะเลนกันในเทศกาลทอดกฐิน ทอดผาปา ซึ่งจะอยูในเดือน 10 - 12 ซึ่งระยะนี้จะเปนชวงฤดูน้ำมาก ชาวบานที่อยูตามที่อยูริมฝงแมน้ำจะใชเรือ เปนพาหนะ เมื่อมีงานพิธีทำบุญจะมีการแหแหนกันทางน้ำ เพื่อนำองคกฐิน องคผาปาไปยังวัด เมื่อเสร็จพิธีการทางศาสนาแลว ก็จะมีการเลนแขงเรือกัน ซึ่งถือกันวาผูที่รวมแขงขันจะไดบุญทางหนึ่งดวย นอกจากนี้การเลนแขงขันเรือ ยังเปนการเลนเพื่อจุดมุงหมายอีกประการ เชน บางทองถิ่นจะจัดใหมีการแขงเรือ ในงานทำบุญไหวพระประจำปของแตละทองถิ่น บางแหงจะมีการแขงเรือ เพื่อเปนการบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบานนับถือ บางแหงจัดใหมีการเลน แขงเรือเทศกาลสนุกสนานรื่นเริงตางๆ เปนตน อยางไรก็ตามการแขงเรือมักจัดการ เลนกันเฉพาะในฤดูน้ำมากเทากัน การเลนแขงเรือของชาวบานสมัยกอน ในภาคกลางมักจัดเปนประเพณีประจำปและมีการเลนเปนที่แพรหลาย แทบทุกจังหวัด เชน จังหวัดประจวบคีรีขันธ ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ กาญจนบุรี กรุงเทพฯ จันทบุรี อางทอง สุพรรณบุรี และนครสวรรค เปนตน


7 การแขงเรือยาวในระยะแรกๆ แขงกันแคหมูบานใกลเคียงเพื่อความ สนุกสนาน รางวัลเปนเพียงขาวสาร อาหารแหง นํ้ามันกาด หรือผาแถบ ซึ่งเมื่อไดมาแลวจะนำมาผูกไวที่โขนเรือ ชนะหลายเที่ยวก็จะไดมาหลายผืน เมื่อเลิกพายแลวก็จะนำผาแถบเหลานี้มาเย็บตอกันเปนผามานถวายวัด ตอมา ไดมีการพัฒนารางวัลมาเปน ขันนํ้าพานรอง ถวยรางวัล เงินรางวัล จนถึง ถวยพระราชทานกันไปเลย ระยะหลังเมื่อองคกรปกครองสวนทองถิ่น และอีกหลาย หนวยงานราชการไดเขามารวมจัดกิจกรรมเพื่อชวยกันฟนฟูอนุรักษ สงเสริม ประเพณีทองถิ่น รูปแบบในการจัดงานก็เปลี่ยนแปลงไป มีพิธีการ ขั้นตอน และกติกาการแขงขันที่พัฒนาไปตามปจจัยทางสังคม จนการแขงขันเริ่มขยายไปสู วงกวาง มีการเชิญหรือทาบทามเรือดังในแตละภูมิภาคมาแขงขัน ซึ่งการนำเรือ จากที่ไกลๆ มาเขาแขงขันนั้นมีคาใชจายสูงมาก ทางคณะกรรมการจัดการแขงขัน จึงเสนองบประมาณคาลากจูงตามสมควรแกระยะใกลไกล ใหแกเรือที่เขารวม การแขงขัน ตอมาเมื่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไป การแขงขันเรือยาวประเพณี กลับปรับเปลี่ยนใหเปนชองทางการโฆษณาทางธุรกิจและการเมือง เมื่อนายทุน นักการเมืองสนใจอยากไดคะแนนเสียงจากชุมชน จึงสนับสนุนเงินทุนการแขงขัน เปนรางวัลและคาตอบแทนแกทีมที่เขาแขง การพายเรือจึงคอยๆกลายเปนอาชีพ โดยนายทุนไดมอบอำนาจใหกับผูจัดการเรือเปนผูฝกซอมดูแลพัฒนาทักษะ ของฝพาย พัฒนากลยุทธ และพัฒนาตัวเรือ ซอมบำรุงเรือ ดวยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อใหพรอมลงแขงในสนามตางๆ ที่เจาของเรือเห็นชอบ ในการแขงขันเรือยาวนั้น นอกจากทีมเรือของชาวบาน ก็ยังมีทีมเรือ จากหนวยราชการตางๆ ตัวอยางเชน เรือเทศบาลเมืองตากใบ (จ.นราธิวาส) เรือฉลามเสือ คายจุฬาภรณ สังกัด กรม ร.3 พล.นย. เรือสันติวารี สังกัดสำนักงาน ชลประทานที่ 17 ไมเวนแมแตหนวยงานภาครัฐดานความมั่นคง เชน ทหาร ตำรวจ


8 ก็มีการฝกซอมกำลังพล สงฝพายเขารวมการแขงขันกวาดรางวัลในแตละสนามดวย เชนกัน โดยเฉพาะที่สังกัดกองทัพเรือ อยางเรือยุทธการนาวา ฉายาราชาแหงลำน้ำ สังกัดหนวยมนุษยกบจูโจมทำลายใตน้ำ หรือ หนวยซีล ที่ใครๆ รูจักก็ควาถวย พระราชทานฯ ประเภท 55 ฝพาย ไปครองไดเกือบทุกสนาม ทำใหฝพายเรือทหาร เหลานี้กลายเปนนักพายเรือทีมชาติไทย ไปพายแขงขันในระดับสากลหลายครั้ง หลายหน เมื่อวงการเรือยาวเปนที่นิยมมากขึ้น จึงกอเกิดฝพายมืออาชีพ ซึ่งพัฒนา มาจากฝพายทหารที่ปลดระวาง และมีโอกาสไดพายเรือไปกับหนวยงานตนสังกัด กอตัวเปน “ทีมพายเรือ” ที่มีการพัฒนาเทคนิคและวิธีการแขงขันอยางเปนระบบ มากขึ้น มีการจายคาตอบแทนที่คุมคา ซึ่งแตเดิม “เจาภาพหลัก” คือวัด และคณะกรรมการของชุมชน ตอมาเมื่อหนวยงานราชการตางๆ ไดจัดงบประมาณ สนับสนุนการจัดงาน เจาภาพจึงมีหลายภาคสวนเขามารวมกัน กอเกิดทีมงาน ในรูปแบบที่เรียกวา “โปรโมเตอร” มาเปนกลไกสำคัญของการจัดงานแขงเรือยาว ประเพณี ซึ่งมีกิจกรรมตางๆ เชน การประกวดขบวนแห การประกวดกองเชียร การแสดงทางวัฒนธรรม มหรสพ การออกรานแบบงานวัด ตลาดยอนยุค หรือการ จำหนายสินคาโอทอป ฯลฯ มีการประชาสัมพันธการแขงขันผานสื่อตางๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน และหนังสือพิมพ สงผลใหเกิดการรับรูวันเวลาและสถานที่จัดแขงขัน ทั่วประเทศ มีการถายทอดสดผานสถานีโทรทัศนและเครือขายอินเทอรเน็ต กอใหเกิดเว็บไซตของชุมชนคนรักเรือยาวขึ้นเกือบทุกจังหวัด


9 แมยานางเรือ พิธีกรรมและความเชื่อของชาวเรือ ทีมเรือ เซนไหวแมยานางเรือ ณ วัดบางสระเกา จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://www.facebook.com/watbangsakao/posts/539180199607497/ 3สิ่งที่นาสนใจในเรื่องของเรือยาวอีกสิ่งหนึ่ง คือ พิธีกรรมและการบวงสรวง แมยานางเรือ ชาวเรือมีความเชื่อวา เรือแตละลำมีแมยานางปกปกรักษา ดังนั้น กอนการแขงขัน ชาวเรือจะทำพิธีบูชาหรือพิธีบายศรีสูขวัญแมยานางตามตำรับ โบราณ อยางพรอมเพรียงทั้งฝพายเรือและชาวบาน เมื่อสิ้นสุดการแขงขันก็จะมี พิธีเลี้ยงเรือ เปนการเซนบวงสรวงเพื่อขอบคุณแมยานางเรือ แมคงคา แมธรณี และถือเปนการสังสรรคของฝพายอีกดวย เรือยาวสวนใหญนิยมขุดจากไมตะเคียนทองทั้งตน เนื่องจากเปนไมเนื้อแข็ง ที่เหนียว ไมผุงาย ลอยนํ้า และพุงนํ้าไดดี หากดูแลดีจะมีอายุการใชงานนับรอยป 3http://article.culture.go.th/เรือยาวประเพณี


10 ที่สำคัญเชื่อกันวามีนางไมหรือวิญญาณที่แกรงกลาสถิตอยู เมื่อนำมาขุดเปน เรือยาวก็จะเชิญนางไมขึ้นเปน “แมยานางเรือ” เรือยาวสวนใหญนิยมตั้งชื่อเรือ นำหนาวา เจาแม หรือ เทพ ดวยเชื่อวาแมยานางเรือเปนผูหญิง และเปนรุกขเทวา ประจำตนไมนั่นเอง เรือที่ตั้งชื่อนำหนาวาเทพ อาทิ เทพนรสิงห 88 (จ.สระบุรี) เทพมังกรทอง (จ.นครสวรรค) เทพจุฬารักษ (จ.พระนครศรีอยุธยา) เทพสิบสองราศี เทพอัมพรินทร (จ.พิษณุโลก) เปนตน โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนคร นิยมตั้งชื่อเรือ วาเทพ มีจำนวนนับไมถวนจริงๆ อาทิ เทพมณีรัตนเทพเกียรติคุณ เทพเดชานุภาพ เปนตน โขนเรือ เปนที่ประทับของแมยานางเรือ เปนสวนที่สำคัญที่สุดของเรือ มักผูกดวยผาสีตางๆ เพื่อความสวยงาม เปนการแตงตัวใหแกแมยานางเรือ ชาวเรือจึงใหความเคารพกราบไหวและหามมิใหผูใดทำลบหลูตอโขนเรือเปนอันขาด โขนเรือ ที่มา : https://www.thaihealth.or.th /ทองถิ่นเดินหนาอนุรักษประเพณี/ มนตเสนหและสีสันของการแขงเรือที่เราจะไดเห็นคือสีเสื้ออันฉูดฉาด บาดตา ที่สวมใสกันทั้งทีม เพื่อใหผูชมสามารถมองและแยกแยะไดแตไกล วาเปนทีมไหน ยิ่งไปกวานั้นยังมีการเรียกขวัญและกำลังใจดวยเครื่องราง


11 ของขลังตางๆ เพื่อหวังชิงชัยชนะ บางก็ใสเสื้อยันตสีแดงที่ลงอักขระอาคมทั้งทีม ประหนึ่งกองทัพเรือที่จะตองออกสูสนามรบ บางก็คาดสายสิญจนมงคลประหนึ่งวา จะขึ้นเวทีมวย บางก็อมวาน เพื่อเรียกกำลัง หรือไมก็สวมพระเครื่อง ตะกรุด พิรอด หรือคาดประเจียด (ผายันต) ของวัดที่หมูบานตนเองนับถือ อีกทั้งยังมีหลวงพอ หรือพระมาคอยดูแลเรือ มาคอยใหกำลังใจประพรมนํ้ามนตถึงสนามแขง เสียงพากยของพิธีกรประจำสนามที่สรางความตื่นเตน เราใจ บวกกับการแขงขัน ที่ทำใหคนดูตองลุนกันแทบไมกระพริบตา ดวยการเอาแพเอาชนะกันเพียง เสี้ยววินาที สิ่งเหลานี้หาดูไดเพียงในสนามแขงเรือยาวประเพณีเทานั้น สีสันเรือยาวประเพณี ที่มา : http://article.culture.go.th/เรือยาวประเพณี


12 เรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี การแขงขันเรือในจันทบุรี มีมาแตเมื่อครั้งอดีต ตามประวัติคำบอกเลา ไดมีการพูดถึง การแขงเรือในสายน้ำจันทบุรี ทั้งเรือเล็กเรือนอย ซึ่งเปนผลมาจาก ชาวบานสมัยกอน ที่ไดใชแมน้ำจันทบุรีสายนี้ ทั้งเพื่อการดำรงชีวิต และเพื่อการ สัญจร ตางมีความผูกพันกับสายน้ำ หลังจากที่เสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ชาวบานจึงได มีการนำเรือที่ใชในชีวิตประจำวันมาแขงขันเพื่อความสนุกสนาน พัฒนาจากเรือเล็ก มาเปนเรือยาว ตามประวัติคำบอกเลามีการพูดถึงการจัดการแขงขันเรือยาว ในตำบลวัดพลับบางกะจะ ที่มีมากอนที่อื่นในจังหวัดจันทบุรี แลวจึงไดมีการขยาย ความนิยมนำไปจัดตามสถานที่ตางๆ เชนที่วัดจันทนาราม ภายหลังจากที่ทางวัด ไดจัดงานทอดผาปาหิน เพื่อแกปญหาการกัดเซาะตลิ่งบริเวณริมคลองแมน้ำจันทบุรี หนาโบสถหลังเกาวัดจันทนาราม โดยใหชวยกันนำหินไปถมบริเวณริมตลิ่ง ที่ถูกการกัดเซาะ แลวเกิดเปนทาน้ำกวางขวาง เมื่อถึงวันลอยกระทงชาวบาน จึงนิยมใชทาน้ำนี้เพื่อลอยกระทง จึงเกิดเปนงานประเพณีวันลอยกระทง ของวัดจันทนาราม ทานเจาคุณพระธรรมเมธีอดีตเจาคณะจังหวัดฝายธรรมยุต อดีตเจาอาวาสวัดจันทนารามขณะนั้น ซึ่งทานมีความชื่นชอบในประเพณี การแขงเรือยาว จึงไดกำหนดใหมีการจัดแขงเรือยาวควบคูกับงานประเพณี วันลอยกระทง เพื่อสรางความสนุกสนาน และใหเปนงานประเพณีประจำป ของวัดจันทนาราม


13 การจัดแขงขันเรือยาวประเพณีของจังหวัดจันทบุรีณ วัดจันทนาราม บทสัมภาษณ : นายสุเมธ ถนอมศักดิ์ นายสุเมธ ถนอมศักดิ์ ผูอำนวยการสวนสงเสริมการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม เทศบาลเมืองจันทบุรีใหสัมภาษณวา : การจัดเรือยาวประเพณี จังหวัดจันทบุรี ในการสนับสนุนของเทศบาลเมืองจันทบุรีเริ่มตนขึ้นเมื่อป พ.ศ. 2530 ซึ่งขณะนั้นยังไมแบงสวนการปกครองออกเปนเทศบาลตำบลจันทนิมิต โดยเทศบาลเมืองจันทบุรี ไดกำหนดใหมีการดำเนินงาน การสงเสริมกิจกรรม ดานวัฒนธรรม และประเพณีทองถิ่นของแตละวัดในพื้นที่รับผิดชอบ เชนงาน ลอยกระทงจัดที่วัดจันทนาราม ซึ่งจะมีการจัดแขงขันเรือยาวประเพณีควบคูกัน อดีตการจัดแขงเรือจัดกันตามแบบชาวบานไมมีงานใหญโต งานสงกรานตจัดที่ วัดใหม งานปดทองจัดที่วัดไผลอม โดยผม (นายสุเมธ ถนอมศักดิ์) เปนเจาหนาที่ เทศบาลเมืองจันทบุรีในขณะนั้น ไดเปนผูผลักดันและขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งขณะนั้นผมมีตำแหนงเปนเพียงพนักงานจาง ตอมาไดสอบบรรจุเขาเปน ขาราชการ จึงไดยายไปบรรจุที่อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแกว แลวจึงไดยาย กลับมาจังหวัดจันทบุรีและเริ่มจัดกิจกรรมการแขงขันเรือยาวประเพณีขึ้นอีกครั้ง เมื่อป 2536 โดยเริ่มตนจากการเดินทางไปสำรวจยังคุมวัดตางๆในจังหวัดจันทบุรี พบวาบางวัดยังมีเรือจอดอยู แตชำรุดไปบาง ถาเรือชำรุดเทศบาลก็ดำเนินการ ซอมใหบางวัดมีเรือแตไมมีคน ทางเทศบาลก็หาคนพายใหโดยขอความรวมมือ ไปยังทหาร ตำรวจ และเจาหนาที่เทศบาล เพื่อฝกเปนฝพาย แตในภายหลัง เนื่องจากมีการแบงสวนการปกครองในพื้นที่ออกเปน เทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลตำบลจันทนิมิต และเทศบาลเมืองทาชาง ดังนั้นจึงแบงความรับผิดชอบ การจัดกิจกรรม ไปตามแตละสวนการปกครอง การแขงเรือยาวประเพณี ของวัดจันทนาราม อยูในเขตพื้นที่การปกครองของเทศบาลตำบลจันทนิมิต จึงมอบใหเทศบาลตำบลจันทนิมิตเปนผูดำเนินการจัดงานตอไป โดยผมเองยังคง


14 เขาไปชวยเหลือเปนพี่เลี้ยงการจัดแขงขันเรือยาวประเพณีอยูอีก 2 ปในชวงนั้น ทีมเรือแตละลำยังเขารวมปกติ มีการจัดรูปแบบการแขงขัน แบงออกเปนประเภท ก. มี 4 ทีม ประเภท ข. มี 4 ทีม และประเภท ค. มี 5 ทีม จะแบงออกเปน 2 สาย แลวแขงกัน ใหชนะกัน 2 ใน 3 โดยมีการแบงสายน้ำ เปนฝงตลาด และฝงวัด กำหนดใหเรือแตละลำตองสลับสายน้ำกัน เพื่อความเทาเทียม พอแขงกันไป หลายรอบฝพายก็จะเหนื่อยลา จะตองมีทีมงานเปนเจาหนาที่คอยไลเรือ เพื่อใหเรือ กลับไปตั้งลำเตรียมความพรอมบริเวณสะพานหนาวัดโรมันคาทอลิก เตรียมพรอม สำหรับการแขงขันในรอบตอไป เสนทางแขงขันสายน้ำนี้จะยาวประมาณ 800-900 เมตร ตลอดการแขงขันจะมีพิธีกรพากษกระตุนใหเกิดความสนุกสนาน เรือที่ชนะ ที่ 1 ถึงที่ 3 ก็จะมีการตั้งเงินรางวัลไวให ขณะนั้นรางวัลชนะเลิศ อาจไดถึง 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได10,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได5,000 บาท เมื่อสมัยกอนเงินรางวัลสามารถเบิกจายกับเทศบาลไดเลย แตในภายหลัง ระเบียบกำหนดใหเบิกจายไดเฉพาะสิ่งที่จำเปน และเบิกจายไดเฉพาะตองเปนทีม เรือที่อยูในเขตพื้นที่เทานั้น ทีมเรือนอกพื้นที่จะเบิกจายใหไมไดโดยเฉพาะคา ลากจูงเรือ ซึ่งมีคาใชจายสูงถึงลำละ 10,000 บาท ทางเทศบาลไมสามารถ ที่จะเบิกจายใหไดโดยทางวัดจันทนิมิตจึงไดสำรองจายใหมากถึง 200,000 บาท ตอครั้ง ซึ่งเปนคาใชจายที่สูง เหตุเพราะเปนทั้งคาลากจูง และคาบริหารจัดการ ตางๆ กีฬาแขงเรือยาวมีประชาชนที่เกี่ยวของเปนจำนวนมาก เรือ 1 ลำ ถาเปน เรือใหญ ก็ตองมีถึง 55 ฝพาย เรือขนาดกลางไมเกิน 40 ฝพาย เรือขนาดเล็กไมเกิน 30 ฝพาย การจัดการแขงขันเรือยาวประเพณี สิ่งที่สำคัญคือคนที่จะตองหาเรือ และทีมเรือมาแขง โดยเฉพาะหัวหนาทีมเรือ เพราะการแขงเรือแตละครั้งจะตองมี การซอมครั้งละเปนเดือน และมีคาใชจายในการซอม ถา 1 ทีม มี40 คน แคเลี้ยงขาวก็ยากลำบากแลว ดังนั้นหัวหนาทีมเรือจึงตองเปนบุคคลที่พรอม


15 ที่จะรับภาระนี้ไดอาจจะตองอาศัยผูหลักผูใหญ หนวยงาน หรือคุมวัดในแตละพื้นที่ ที่จะชวยเสริมภาระคาใชจายในสวนนี้ไดในอดีตมีเรือที่สามารถเขารวมกิจกรรม ดวยกันไดตลอด อาทิเชน เรือผกามาศ เรือธิดาแหลมสิงห เรือครุฑนาวิน เรือนารายณเนรมิต เรือจำเริญ เรือเจาแมสวย 99 เข็มทอง เรือวัดพลับบางกะจะ เรือวัดจันทนาราม เปนตน ปจจุบันระเบียบการเบิกจายในสวนขององคกรปกครอง สวนทองถิ่น ไดมีการอนุญาตใหสามารถเบิกจายกรณีที่เกี่ยวของกับงานประเพณีได แตไมสามารถเบิกจายยอดงบประมาณสูงเกินความจำเปนได หรืออาจขอสนับสนุน ไปยังองคการบริหารสวนจังหวัด เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมได แตตองมีแกนนำที่จะรวมกลุมเพื่อจัดตั้งเปนกลุม ชมรม หรือสมาคม ใหมีการจัดตั้ง คณะกรรมการดำเนินงานเพื่อชวยกันดำเนินกิจกรรมตางๆ ใหเกิดภาพการแขงขัน เรือยาวประเพณีของจังหวัดจันทบุรี ที่เปนงานประจำปตอไปได การแขงขันเรือยาวประเพณีณ วัดจันทนาราม จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9580000130687


16 ทีมเรือ วัดจันทนาราม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : นายสมเจตน ประจำเรือ, นายเอกวัจน ประจำเรือ เรือแขงของวัดจันทนาราม เดิมทีเปนเรือที่ยืมมาจากตำบลบางสระเกา ในสมัยเริ่มตนจะใชยืมเรือจากตำบลบางสระเกามาซอม เพราะทางวัดยังไมมีเรือ เปนของตนเอง โดยทานเจาคุณพระธรรมเมธี อดีตเจาคณะจังหวัดฝาย ธรรมยุต อดีตเจาอาวาสวัดจันทนารามขณะนั้น ทานเห็นวาเปนงานประเพณี ของวัดจันทนารามที่ควรสงเสริม กลุมผูพายเรือในชุมชน จึงไดมีการนำ ไมตะเคียนทอง จากเขมรมาขุดเปนเรือ โดยจางใหชางขุดให เปนเงิน 30,000 บาท แลวจึงไดมีเรือเปนของวัดลำแรก ที่ชื่อ ครุฑนาวิน ประเภท 30 ฝพาย ซึ่งมีผลงาน เคยเปนเรือที่มีฝมือจนหาคูแขงขันไดยาก ในยุคของการแขงเรือประเภทเรือขุด เรือที่แขงขันกันประจำจะมี 4 ลำคือ เรือครุฑนาวินจากวัดจันทนาราม ตำบล จันทนิมิต เรือเข็มทองจากตำบลบางสระเกา เรือกระสวยจากตำบลบางสระเกา และเรือหมอมหัวเขียวจากตำบลบางกะจะ โดยแตละลำก็จะมียุคสมัยที่เปนแชมป สลับกันไป สนามที่จัดแขงขันยุคนั้นจะจัดที่สนามวัดจันทนาราม เปนสนามหลัก ของจังหวัดจันทบุรีที่สรางชื่อเสียงจนเปนที่รูจัก และยังมีสนามชายหาดแหลมสิงห สนามคลองปากน้ำตำบลบางกะจะ และสนามอูตอเรือเสม็ดงาม โดยจะมี องคการปกครองสวนทองถิ่นแตละพื้นที่เปนผูดำเนินการ การบริหารจัดการทีมเรือ ในอดีต จะประกอบไปดวยคาซอมบำรุง คาไหวครู และคาจัดการอื่นๆ ซึ่งจะบริหาร จัดการอยูในสวนคาลากจูงที่ผูจัดมอบให การจัดหาฝพาย ทีมเรือวัดจันทนาราม จะใชฝพายโดยหาจากชาวบานที่เปนคนในทองถิ่น บางครั้งก็ใชนักเรียน หรืออาจ มีทหารมาชวยบาง ในสวนของการฝกซอมทีมเรือแตละลำจำเปนตองหาผูสนับสนุน หรือบริหารจัดการกันเอง ในสวนของทีมเรือวัดจันทนารามระหวางการฝกซอม จะไดรับการสนับสนุนจากทางวัดจันทนาราม รวมถึงชาวบานที่เปนญาตพี่นอง ที่เปนฝพาย ตางชวยเหลือกันพึ่งพากัน


17 จุดเปลี่ยนการแขงเรือยาวประเพณี คือ การนำเรือตอมาชนะเรือขุด โดยเรือขุดพายอยางไรก็แพเพราะเรือขุดมีน้ำหนักมาก ตางจากเรือตอที่มีน้ำหนัก เบา โดยเริ่มตนจากทีมเรือจากทีมบางกะจะ ที่ไดจัดหานำเรือตอลำแรกมาแขง กับเรือขุด ซึ่งแสดงใหเห็นถึงความไดเปรียบ ถือไดวาเปนการเริ่มตนการแขงขัน เรือตอแทนเรือขุดแบบเกา เพราะหลังจากนั้นทีมเรือจากบางสระเกาไดจัดหา เรือตอมาใชในการแขงขันเปนลำที่ 2 เชนกัน และเพื่อไมใหวัดจันทนาราม เสียเปรียบ ทีมเรือวัดจันทนารามไดรับความอนุเคราะหจาก ทานเจาคุณ พระธรรมเมธีฯ ดำเนินการจัดทำผาปาสามัคคี ระดมทุนเพื่อจัดหาเรือตอใหกับ ทีมเรือวัดจันทนาราม โดยจางทีมชางตอเรือจากจังหวัดสุพรรณบุรี (ชางตี๋ สุพรรณ) เปนผูตอเรือ เรือลำนี้มีชื่อวา “เรือผกามาศ” สรางจากไมสักทอง ขนาด 30 ฝพาย ทีมเรือวัดจันทนารามไดใชเรือผกามาศแขงขันประมาณ 3 - 4 ป เรือเกิดการชำรุด จึงไดสงเรือบูรณะซอมบำรุง เสียบหัวเสียบทายใหมอีกครั้ง โดยชางคนเดิม และไดรับคำแนะนำจากชางใหควรเปลี่ยนชื่อเรือ และเชิญแมยานางใหม โดยเปลี่ยนชื่อเปน “เรือจันทราทิพย” หลังจากที่เปลี่ยนการแขงขันมาใชเรือตอ เรือขุดก็มีหนาที่เปนเพียง แคเรือซอม นอกจากนั้นปญหาที่เปนจุดเปลี่ยนยังมีเรื่องฝพายรับจาง จากตางจังหวัด การดึงตัวฝพายเพื่อเอื้อประโยชนใหทีมตนเอง ที่ทำใหเกิดปญหา ระหวางแตละทีม ในสวนของการจัดการแขงขัน ปญหาเกิดจากแหลงเงินสนับสนุน จากหนวยงานของรัฐ ที่ไมสามารถเบิกจายไดโดยการจัดแตละครั้งมีคาใชจาย คอนขางสูง อาจตองใชงบประมาณถึง 200,000 บาท เนื่องจากเศรษฐกิจเปลี่ยนไป คาใชจายก็สูงตามไปดวย เชน คาลากจูง ครั้งสุดทายที่เคยจัดมีการขอสนันบสนุน คาลากจูง ถึง 12,000 บาท ตอลำ เมื่อหนวยงานของรัฐไมสามารถจัดการได ก็กลายเปนภาระของวัด โดยทานเจาคุณพระธรรมเมธีฯ ตองมารับภาระแทน ตอมาภายหลังคณะกรรมการวัดเห็นวาไมคุมทุน จึงสงผลใหตองหยุดการจัด


18 งานประเพณี สงผลตอทีมเรือที่ไมมีสนามใหแขงขันในทองถิ่น ตางพากันหยุดซอม ไดเพียงแคเก็บรักษาเรือไวที่วัด อยางที่เปนในปจจุบัน สถานที่เก็บเรือ ณ วัดจันทนาราม จังหวัดจันทบุรี/ ถายเมื่อ 26 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ ทีมเรือ วัดพลับบางกะจะ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : นายมนัส สุขกลัด และ นาวาเอกสุรสิทธิ์สีผอง เรือยุคแรก และเปนตำนานของตำบลบางกะจะ มีชื่อวา “หมอมหัวเขียว” โดยมีประวัติความเปนมาตามที่ปรากฏบนแผนปายขอมูล ณ บริเวณสถานที่เก็บ เรือยาววัดพลับบางกะจะ ความวา เรือยาวหมอมหัวเขียว เปนเรือที่มีขนาด 30 ฝพาย สรางโดยหลวงปูสรอย เจาอาวาสวัด รูปที่ 8 สำหรับใชในพิธีแหกฐิน ผาปาและใชในการพายแขงขันกัน ทำดวยไมตะเคียนทองทั้งตน ซึ่งหลวงปูสรอย ไดทำพิธีอัญเชิญมาจาก บานหนองคลานำมาผาเปน 2 ซีก ขุดเปนเรือยาวได 2 ลำ คือเรือหัวเขียว และเรือกาไว ลักษณะเปนเรือยาวคูแฝด (ปจจุบันเรือกาไว อยูที่ วัดโขดเขมาราม อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ครั้นเมื่อป พ.ศ.2419


19 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ 5 ไดเสด็จประพาส ทางชลมารค มาจังหวัดจันทบุรีเมื่อเรือพระที่นั่ง แลนมาถึงบริเวณทางแยก จะเขาเมืองจันทบุรี บริเวณนี้มีกระแสน้ำเชี่ยวมาก ทำใหเรือพระที่นั่งเกยตื้น ไมสามารถแลนตอไปไดชาวบานบริเวณบานทาแฉลบนำเรือยนตมาลาก ปรากฏวา เรือพระที่นั่งไมสามารถเคลื่อนตัวหลุดจากที่เกยตื้นได ในขณะนั้นเรือยาวชื่อ หัวเขียว ของวัดพลับบางกะจะซึ่งออกมารับเสด็จ แตมาชาเมื่อเห็นเรือพระที่นั่ง เกยตื้น ไมมีเรือลำไหนสามารถชวยออกมาได จึงไดเขาไปชวยเหลือลากเรือ พระที่นั่ง จนสามารถเคลื่อนตัวฝากระแสน้ำเชี่ยวหลุดออกมา และสามารถตั้งลำ ในแมน้ำจันทบุรีไดสำเร็จ ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงใชใหทหารเรียกเรือยาวที่มาชวย ทรงตรัสถามวา เปนเรือของวัดอะไร ชื่ออะไร นายทายเรือหัวเขียวจึงทูล ตอบไปแลวพระองคทรงตรัสวา “เราจะตั้งชื่อให” พระองคทรงพระเมตตา นำดินสอหินชนวนเขียนชื่อ บนหัวเรือยาววา “หมอมหัวเขียว” ถือวาเปนเรือยาว ลำเดียวที่ทรงพระเมตตาแตงตั้งใหเปน “หมอม” ตั้งแตบัดนั้นเปนตนมา บทสัมภาษณ นาวาเอกสุรสิทธิ์ สีผอง มัคคุเทศกประวัติศาสตรชุมชน วัดพลับบางกะจะ ไดใหขอมูลวา : ในยุคสมัยหลวงปูสรอย เจาอาวาสรูปที่ 8 ไดนำไมตะเคียนทองมาจากหนองคลา นายายอาม ลักษณะเปนตนไมสูงใหญ โดยใชวิธีการลองคลองมาจนถึงตำบลบางกะจะ โดยทานไดนำมาผูกไวในคลอง ขางวัด กอนที่ทานจะนำมาขุดเปนเรือ แตพอถึงวันที่จะขุดจริง ไมตะเคียนที่ผูกไว กลับหายไป จึงใหชาวบานชวยกันตามหา โดยใหดูตามลำคลอง เนื่องจากคลอง บางกะจะสามารถออกไปจนถึงปากน้ำแหลมสิงห ไมอาจจะหลุดและลอยไป จนในที่สุดชาวบานก็พบไมซุงดังกลาวโดยมีสาหรายสีเขียวปกคลุมไวเหมือนเปน การซอนตัว หลังจากนั้นหลวงปูสรอย ไดขุดเรือจากทอนซุงได 2 ลำ ชื่อวาเรือ หัวเขียว และเรือกาไว ปจจุบันเรือกาไวอยูที่วัดโขดเขมาราม อำเภอบางประหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือหมอมหัวเขียวเปนเรือที่แลนไว โดยออกไปแขงขัน


20 ตามวัดตางๆ เชนที่วัดจันทนาราม ที่ชายหาดแหลมสิงหเปนตน โดยที่ชายหาด แหลมสิงหเรือหมอมหัวเขียวจะแลนไดดีมาก เพราะเรือขุดเปนเรือหนักสามารถ ลองในทะเลไดดีการนำเรือไปรวมแขงขันก็จะลองไปตามลำคลอง เพราะคลอง บางกะจะสามารถลองเรือไปออกปากน้ำแหลมสิงหได แตยุคหลังๆถาจะนำเรือ ไปวัดจันทนารามก็จะลากไปกับรถสาลี่ (รถลาก) เรือหมอมหัวเขียวมักจะถูกใช ในงานแหกฐินแหผาปาและเพื่อใชในการแขงขันเปนประจำ และครั้งเมื่อในป พ.ศ. 2419 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่ 5 ไดเสด็จประพาส ทางชลมารคมาจังหวัดจันทบุรี ตามบันทึกพระราชหัตถเลขา ในหนังสือ เสด็จประพาสตน ร.5 โดยในบันทึกไดระบุถึงการเสด็จเขามาที่ตำบลบางกะจะ โดยมีการบรรยายถึงเสาหงสยอดเขาพลอยแหวน และพายผานศาลเจา ไดมีการ ระบุวาอยูซายมือ แสดงวาเรือวิ่งผานอีกคลองหนึ่งที่อยูดานหลังศาลเจาปากคลอง คลองนี้สามารถแลนไปถึงวัดพลับบางกะจะไดจากขอมูลบันทึกพระราชหัตถเลขา ในหนังสือเสด็จประพาสตน ร.5 เปนที่นาจะสอดคลองกับเหตุการณชวงเดียวกัน ตามที่ปรากฏบนแผนปายขอมูล ณ บริเวณสถานที่เก็บเรือยาววัดพลับบางกะจะ ที่ครั้งนั้นเรือหัวเขียวไดรับพระราชทานชื่อ ใหเปน “หมอมหัวเขียว” เรือหมอมหัวเขียวยุคสมัยนั้นถือไดวาเปนเรือที่หาคูปรับไดยากเพราะเปน เรือที่มักจะไดแชมปเปนประจำ สมัยยุคนั้นเมื่อไปแขงที่วัดจันทนารามก็จะตรงกับ วันลอยกระทง เมื่อไดแชมปกลับมาชวงเย็นก็จะนำถวยรางวัลมาแหไปรอบตลาด และนำเงินรางวัลมารวมทำผาปา เปนที่มาการจัดงานผาปากลางคืนของชุมชน เมื่อแหเสร็จแลวประมาณ สองทุมก็นำผาปาไปทอดที่วัดพลับบางกะจะ จนถึงปจจุบันยังคงมีการอนุรักษการทอดผาปากลางคืนของวัดพลับบางกะจะอยู เชนเดิม เพียงแตไมมีการแขงเรืออยางที่เคย ในสวนเรือที่ใชเพื่อการแขงขัน ของตำบลบางกะจะ แตเดิมเรือลำแรกคือ เรือหมอมหัวเขียว ตอมามีเรือสุรนาคิน


21 และในภายหลังจึงมีการสรางเรือตออีก 1 ลำ ชื่อ สุวรรณติมพุ โดยนายมงคล ศรีคำแหง (อดีต สว.) เปนผูสนับสนุน นอกเหนือจากการแขงขันภายในจังหวัด เรือหมอมหัวเขียวยังเคยไปรวม แขงขันตางจังหวัด เชนที่กรุงเทพฯ บริเวณสะพานพระรามเกา ยุคสมัยนั้นหัวหนา ทีมเรือ ที่ทำหนาที่บริหารจัดการ เปนหัวหนาทีม มีชื่อเรียกกันวา ทิดรุณ ซึ่งกอนหนานั้น มีหัวหนาทีมมากอนอีกหลายรุน เพราะเรือที่วัดพลับบางกะจะ มีมานานแลว กอนที่จะมาถึงรุนทิดรุณ ปจจุบันทิดรุณอายุมาก รางกายไมคอย แข็งแรง ไมไดทำหนาที่หัวหนาทีมเรือแลว และยังไมมีใครที่จะมาทำหนาที่แทน ปญหาจุดเปลี่ยน ที่สงผลใหทีมเรือวัดพลับบางกะจะตองหยุดลงเปนผล มาจากหลายสาเหตุ เชนเรื่องของกติกาการแขงขันที่ผูจัดกำหนดไมชัดเจน เรื่องของลูกเรือที่ตองออกไปทำงานนอกพื้นที่ การซอมบำรุงรักษา และไมมีสนาม ใหแขงขัน เพราะหลายๆสนามที่เคยจัดตางก็เงียบหายไป เชนที่วัดจันทนาราม เมื่อไมมีสนามใหแขง ลูกเรือตางแยกยายกันไป เหตุนี้จึงทำใหทีมเรือยาว ของวัดพลับบางกะจะตองหยุดลง หากตองการรื้อฟนก็นาจะเปนเรื่องยากเพราะ ขาดชวงมาเปนเวลานานแลว บทสัมภาษณนายมนัส สุขกลัด มัคนายกวัดพลับบางกะจะใหขอมูลวา : เรือยาวของวัดพลับบางกะจะ ประกอบไปดวย เรือหมอมหัวเขียว เปนเรือขุด ขนาด 30 ฝพาย มีประวัติยาวนานตั้งแตสมัยรัชกาลที่ 5 เรือศรีสุดาจันทร(ขางเหลือง) มีขนาด 22 ฝพาย และเรือสุรนาคิน มีขนาด 17 ฝพาย ทั้งสองลำเปนเรือขุด ที่ถูกซอมบำรุงและดัดแปลง เรือทุกลำถูกขุดและตอขึ้นที่วัดพลับบางกะจะ โดยหลวงปูสรอย เปนผูอุปถัมภนอกจากนี้ยังมีเรือที่ถูกซื้อมาใหมในยุคหลัง เปนเรือตอรุนใหม บางและเบา ปจจุบันผุพังเสียหายไปมากแลว


22 ผมพายเรือมาตั้งแตอายุ 17 ป จนถึงตอนนี้ อายุ 70 กวาปแลว เรือหมอมหัวเขียว เปนเรือที่จอดมานานระยะหนึ่ง ภายหลังถึงไดนำมาซอมบำรุง เพื่อใชแขงขันใหมอีกครั้ง ผมจึงไดมีโอกาสลงเรือรวมกับลูกเรือคนอื่นๆ ทีมเราฝกซอมที่บริเวณศาลเจาปากคลอง ผมไดพายเฉพาะเรือหมอม ในตำแหนง นายทายเรือ ชวงที่มีเรือสุรนาคิน จะเปนยุคสมัยเด็กรุนหลังๆ พายแทนแลว เรียกกันวา “เรือเด็กวัด” เปนเรือสำหรับใหเด็กฝกซอมพาย โดยจะมีผูเฒาผูแก เปนผูควบคุม ซึ่งผมเองก็ไดมีโอกาสคอยชวยแนะนำเชนกัน พอมาถึงรุนทายๆ มีทิดรุณ เปนผูจัดการทีมเรือ กอนที่การแขงเรือจะเงียบหายไป ยุคสมัยชวงที่ผม พายเรือใหมๆ เปนชวงเวลาที่เรือหมอมหัวเขียวไดแชมปบอย แลวก็ไดแชมป มาเรื่อยๆ มาจนมาถึงรุนของเด็กๆ ที่รับชวงตอ เวลาเดินทางไปแขงขันถาเปน ตางจังหวัด จะนำเรือหมอมหัวเขียวไปเพียงลำเดียว แตถาในจังหวัดจะนำไป ทั้ง 3 ลำ โดยจะเอาเรือศรีสุดาจันทร (ขางเหลือง) และเรือสุรนาคินไปดวย เรือหมอมหัวเขียว เคยเดินทางไปแขงถึงกรุงเทพฯ และยังเคยไปแขงที่งานหลวง พอโสธร โดยครั้งนั้นไปชนะเรือแชมปเพชรพอโสธร แตก็ไมไดแชมปในรายการนั้น เพราะเรือเราหนักกวาเรือภาคกลาง ยุคนั้นทีมเรือวัดพลับบางกะจะมีลูกเรือ เปนฝพายจำนวนมากไมนอยกวา 30 คน เปนชาวบาน และเด็กวัยรุน ทั้งในชุมชน และตางพื้นที่ ปจจุบันเรือทั้งหมดยังถูกเก็บไวที่วัดพลับบางกะจะ โดยขาดการ บำรุงรักษา ผมเองไมไดเขามามีสวนรวม ตั้งแตสมัยที่ทิดรุณไดทำหนาที่ เปนผูรับผิดชอบดูแล หลังจากนั้นดวยเหตุที่ทิดรุณมีปญหาสุขภาพ และเรือก็ไมได ถูกใชเพราะไมมีการแขงขัน เรือจึงถูกปลอยใหมีสถาพชำรุด มีเพียงเรือขุด 3 ลำแรก ที่ยังมีสภาพที่พอใชได เพราะถูกเก็บไวใตศาลา มีหลังคากันแดดกันฝนให สวนเรือลำอื่นๆเชนเรือตอที่จัดหามาใหม สภาพเสียหายผุพังไปมากแลว เปนผลจากถูกวางไวกลางแจง ไรการดูแลและรักษา เรือที่อยูในอาคารตอนนี้


23 ทำไดเพียงจอดไวเพื่อการอนุรักษโดยเนนที่เรือหมอมหัวเขียว เพราะเปนเรือ ที่มีประวัติศาสตร มีเหตุการณครั้งหนึ่งเคยนำเรือหมอมหัวเขียวไปแขงที่กรุงเทพฯ มีคนบอกวาอยาเอามาลงน้ำแขงเลย เปนเรือเจานาจะเก็บไวบำรุงรักษาใหเปน ประวัติศาสตรของชุมชน หลังจากนั้นก็ไมมีการเอาลงน้ำอีกเลย ใจผมเองอยากอนุรักษเรือเอาไว แตยังขาดการสนับสนุน ถามีน้ำมันสักปบ ผมเองก็อยากเอามาทาเคลือบไวกอน สวนเด็กรุนใหมๆถาเขาสนใจเอาจริงเอาจัง ก็คงดีแตก็ไมรูจะเอาเด็กที่ไหน หรือถาใหเด็กนักเรียนมาลองพายดูก็คงตองไปคุย กับครูที่โรงเรียนบางกะจะ วาเขาจะใหนักเรียนมาลองฝกดูหรือไม ถาหากทำได ก็คงจะดีซึ่งตัวผมเองพรอมที่จะสอนใหไดผมคิดวาถากลับมาซอมมาพายกันอีก ชาวบานที่เขาสนใจอยูแลว เขาก็จะกลับมาเชียรมาใหกำลังใจ ในเรื่องการซอมเรือ ผมเองก็เปนคนซอมอยูแลวผมก็สามารถที่จะชวยซอมใหได สถานที่เก็บเรือ ณ วัดพลับ บางกะจะ จังหวัดจันทบุรี / ถายเมื่อ 27 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ


24 ทีมเรือ ชุมชนบางสระเกา ตำบลบางสระเกา อำเภอแหลมสิงหจังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : นายสายเมฆ ใจชื่น นายสายเมฆ ใจชื้น ผูใหญบาน หมูที่ 1 ตำบลบางสระเกา อำเภอ แหลมสิงห จังหวัดจันทบุรีใหสัมภาษณวา : ผมเปนทั้งฝพาย แลวก็เปนผูทำทีม ไปแขง มีลูกเรือเปนคนในชุมชน ชวงงานลอยกระทงจะไปแขงกันที่วัดจันทนาราม ที่อื่นก็ไป เชนที่ตำบลบางกะจะ สมัยที่บางกะจะจัดแขงเรือยาวผมยังเปนวัยรุนอยู อายุประมาณ 10 กวาๆ ตอนนั้นเปนไดแคตัวสำรอง สวนใหญในทุกๆปก็จะไปแขง ที่วัดจันทนารามเปนหลัก ยุคนั้นจะผลัดกันแพผลัดกันชนะกับเรือหมอมหัวเขียว ของตำบลบางกะจะ สมัยกอนเราเลนกันไมไดมีรางวัลอะไรมากมาย เลนกันเพื่อ เปนประเพณี ในชวงนาขาวออกรวงเสร็จแลว คนในชุมชนจะมาซอมเรือในชวง เย็นๆ พอถึงวันเพ็ญก็ไปแขงขัน จุดเริ่มตนการแขงเรือยาวของวัดบางสระเกาเดิมที มีเรือ 3 ลำ ไมทราบแนชัดวามาจากที่ไหนแตมีอยูแลว เปนของหมูที่ 2 บานกลาง ชื่อ เรือกระสวย ของหมูที่ 5 บานเนิน ชื่อ เรือเข็มทอง และของหมูที่ 4 บานลาง ชื่อ เรือจำเริญ เมื่อถึงเวลาเย็นเสร็จจากเกี่ยวขาว ก็จะพากันมาซอมพายเรือ จะซอมที่บริเวณทาเรือวัดบางสระเกา เวลาไปแขงเรือที่วัดจันทนาราม ก็จะไป พรอมๆกัน แตชวงหลังบางหมูบานลูกเรือเริ่มไมมีก็จะเหลือแคลำสองลำ สุดทาย ก็เหลือเพียงแคเรือเข็มทองที่ไดไปแขง โดยเอาฝพายทั้งตำบลมารวมกัน การเดินทางเอาเรือไปแขง เรือที่ใชแขงจะใชเรือยนตลากไปตามลำคลอง แลวนำไป ผูกไวที่วัดอางหิน กอนแขงก็ตองมีคนไปนอนเฝาเรือไวเผื่อวามีใครแกลง ผมจะสง นายหัวนายทายไปนอนเฝา พอถึงวันแขงลูกเรือก็นั่งรถไป คูปรับนอกจากเรือ หมอมหัวเขียว ก็จะมีครุฑนาวินของทีมวัดจันทนาราม ขณะนั้นยังเปนเรือใหม แตก็เปนคูปรับกัน เพราะการแขงเรือประเภทเดียวกันขึ้นอยูที่กำลัง วาใครซอมมาก ซอมนอย จะแพชนะกันแคนิดเดียวเทานั้น


25 ผมไดพายจนกระทั่งอายุ 40 ถึงไดหยุดพาย แตกอนหนานั้นคนรุนเกา เขาพายกันมาตั้งแตรุนพอ รุนพี่ แลวก็มาถึงรุนผม มีการถายทอดกันมานาน แลวก็มาถึงรุนลูก รุนหลาน เพียงไมนานเทาไหรถึงไดหยุดหายไป พื้นที่จัดแขงขัน เรือยาว แตกอนในยุครุนพอ จะมีจัดที่วัดจันทนาราม และที่ตำบลบางกะจะ ในยุคผมเริ่มมีจัดที่ปากน้ำแหลมสิงห ที่เสม็ดงาม และในตางจังหวัดก็เคยเดินทาง ไปที่ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ครั้งนั้นไดลากเรือกระสวยไป แตเนื่องจาก โดนคลื่นตีอยางหนักทำใหเรือเกรียวกัน เรือจึงหักเปน 2 ทอน ในยุครุนหลาน ก็จะใชเรือสมัยใหมแลว เปนเรือประเภทเรือตอ แตกอนก็จะใชกันแตเรือขุด ที่บางสระเกา 3 ลำแรกก็เปนเรือขุด เหตุที่ตองเปลี่ยนมาเปนเรือตอเพราะเรือขุด สูเขาไมไดแลว เรือขุดมีน้ำหนักมากกวาเรือตอ กอนหนาที่บางสระเกาจะมีเรือตอ ทีมบางกะจะเขามีมากอนแลว ชื่อเรือ “สุวรรณติมพุ” เขาเอามาชนะเรือขุดของเรา เราก็เลยตองมีบาง จึงไดหาไมแลวนำไปตอกันถึงจังหวัดราชบุรีโดยตอกับ (ชางหงวนราชบุรี, และชางตี๋สุพรรณ) เราจึงไดมีเรือตอชื่อ “ธิดาแหลมสิงห” เปนเรือที่ตอจากไมขนุนปาที่ไปซื้อเขามา โดยที่วัดบางสระเกา พระครูโอภาส กิจจาทร (ทานพอแสง สุภทฺ โท) เจาอาวาสวัดบางสระเกาขณะนั้น ไดใหงบประมาณ สนับสนุน 60,000 บาท เพื่อดำเนินการ หลังจากที่ไดเรือธิดาแหลมสิงหมาแลว จึงไดมอบใหหมูที่ 1 เปนผูดูแล หมูอื่นก็ไมยอม หมูที่ 4 ไดนำเรือจำเริญไปดัดแปลง ใหม โดยการไสใหบางลง พรอมกับหรี่ใหแคบลง และหมูที่ 5 ไดจัดหาไมตนตะเคียน มาใหชางขุดใหโดยพา ชางดำ ขึ้นมาจากภาคใตมานอนที่บางสระเกามาอยู เปนเดือน โดยใชวิธีการขุดแบบเดิม แตมีการปรับปรุงใหเรือแลนไดดีขึ้น ทุกหมูบาน ตางก็ไดรับงบประมาณสนับสนุนจากทานพอแสง หมูบานละ 60,000 บาทเทากัน ขณะเดียวกันทีมเรือตำบลอื่น เขาก็มีการพัฒนาเรือของเขาเหมือนกัน เชนที่ วัดจันทนาราม “เรือผกามาศ” มีการดัดแปลงใหมและไดเปลี่ยนชื่อเปน “เรือจันทราทิพย” ทางวัดดอนตาลก็ตอเรือมาใหมคือ “เรือเจาแมเหลืองจันท”


26 เรือแตละลำแขงขันสูสีกันมาก ในยุคนั้น พอชุมชนเราสูไมได ทางหมู 4 ก็ไปทำเรือ มาใหมอีก รอบนี้ทราบวาไดรับการสนับสนุนมาจากทางทานพอวัดสวนมะมวง ทำมาไมไดเทาไหร มีสถานการณโควิด 19 เกิดขึ้น การจัดงานแขงขันก็เลิกหายไป รวมถึงกอนหนานั้นทราบวาทางผูจัดมีปญหาในการจัดงาน ทางเทศบาลจันทนิมิต เบิกจายงบประมาณจัดงานไมได วัดจันทนารามก็เปนผูจัดแทน คาลากจูงก็นอยลง เราก็ดำเนินการตอไมไหวเพราะการฝกซอมลูกเรือฝกกันอยางนอย 1 เดือน มีภาระคาใชจายมาก ผมเองก็ออกรับบริจาคเหมือนกอนไมไหวแลว สุดทายจึงตอง หยุดสงแขงขัน สมัยกอนเราก็เคยพายกันดวยใจ แตพอยุคสมัยใหม เริ่มมีเงินรางวัล เริ่มอยากไดคาตอบแทน บางครั้งก็ตองมีการซื้อตัวที่อื่นมาใหชวยพาย เพราะทีมอื่น เขาซื้อ เราก็เลยตองมีบาง แตสุดทายเราก็แพเพราะฝพายที่ซื้อมาไมเคยพาย ในทะเล ไมมีประสบการณครั้งนั้นจัดที่ชายหาดแหลมสิงห ถาใชคนบานเราพาย นาจะทำไดดีกวา เพราะมีความชำนาญ เหตุจากการซื้อตัวใชคนนอกมาพายครั้งนั้น สงผลใหเกิดความไมพอใจตอลูกเรือของทีม จนเกิดเหตุพายไมเขากันพาทำให เรือจม หลังจากนั้นก็ไมประสงคที่จะจางคนนอกมาพายอีกเลย “ใครอยากเปนฝพายก็ตองมาลองฝกซอม” เรือแตละลำจะมีหัวหนา ทีมเรือ การที่จะคัดเลือกฝพาย หรือมีฝพายมาใหม หัวหนาเรือจะเปนผูดูน้ำหนัก โดยการ “ถวงเตงน้ำหนัก” วาคนๆนั้นควรอยูกลางหรืออยูทาย เชนคนที่จะอยูหัว ไดก็ตองตัวเบาตัวเล็ก คนตัวใหญก็ตองอยูทายเรือ ที่สำคัญตองดูวา “เปนน้ำ หรือไม” วายน้ำเปนหรือไม ตองสอนทั้งทาจับไมพาย การฟงจังหวะ คนที่อยูหลัง ก็จะคอยบอกคนที่อยูหนา ชวยกันบอกเทคนิคตางๆ คนหัวหรือนายหัวทำหนาที่ เคาะเรือบอกจังหวะชาเร็ว โดยสังเกตจากเสนทางและคูแขง ฝพายแตละคน ตองดูจังหวะคนหนาตองลงพายใหเสมอกันโดยไมตองมองถึงหนาสุดใหมองแค คอ 1 หรือคอ 2 นายทายก็ตองมองทั้งหมด คนไหนทำไมพรอม นายทายก็จะเปน คนบอกใหแกไขปรับปรุง นายทายทำหนาที่คุมเรือทั้งหมด นายทายตองใชไมพาย


27 ใหญกวาเขา ตองคอยปรับหางเสือ คอยจวงพายสงเรือ ถานายทายยืนสงเรือไดดี เรือจะพุงแรงกวาเดิม ตองแมนและตองยืนใหไดตองคุมเรือใหอยูถาคุมไมดีเรือก็จะ แกวง ตองจับจังหวะใหไดเพราะจังหวะจะไมเหมือนกับฝพายคนอื่น แตตองลง ใหพรอมกัน นายทายจึงตองกลามแข็ง และตองแข็งแรงเพื่อสรางความไดเปรียบ งานแขงเรือจะสนุกตองมีบางกะจะและบางสระเกา เพราะกองเชียร ทั้ง 2 ตำบลไดชวยสรางสีสัน และสรางบรรยากาศใหการเชียรเปนไป อยางสนุกสนานทุกครั้งไมวาจะไปแขงที่ไหน ชาวบานในตำบลบางสระเกา ถารูวา จะตองไปเชียรเรือก็จะพาขนกันไปทั้งตำบล เอาของไปกินไปเลี้ยงกัน เอานักเตน ไปเตนสงเสียงเชียรใหกำลังใจ ในสวนคาใชจายตางคนตางชวยกัน ไมวาจะเปนผูนำ ชุมชน ชาวบาน ชวยกันควักกระเปาตัวเอง บรรยากาศทุกครั้งจะสนุกสนาน แตตอนนี้จะใหกลับไปเปนเชนเดิมก็นาจะยากแลว เพราะวาหลายๆอยางก็ไมพรอม อยางในปนี้บางสระเกาจัดงานลอยกระทงก็มีการจัดแขงเรือเชนกัน แตเปนเรือเล็ก 4 ฝพาย เหตุดวยงบประมาณ ของอบต.มีนอย การที่จะเอาเรือยาวลงน้ำแตละครั้ง ตองใชคนจำนวนมากมาชวยกันยก ตองมีคาซอมบำรุง ตองมีการจัดเลี้ยงลูกเรือ พอดึกๆพากันเมาตางคนตางเกงก็มีการทะเลาะกัน แตถาระหวางเรื่องคนกับเรื่อง งบประมาณ ผมกังวลเรื่องงบประมาณมากกวาเพราะเรื่องคนถาไมปรับปรุงตัว เรายังสามารถใหพักได แตถาไมมีงบประมาณเราจัดการอะไรไมไดเลย นอกจาก การบริหารในทีมแลว การจัดงานของผูจัดก็มีสวน เชนในเรื่องความปลอดภัย เรือของบางสระเกาเคยจมที่ใตสะพานวัดจันทนาราม เนื่องจากเรือมีการชนกัน ตอนนั้นฝพายกำลังเหนื่อย ตางตองเอาตัวรอด โดยที่ผูจัดไมมีทีมงานคอยชวยเหลือ ในเหตุการณแบบนี้ไดอยางทันทวงทีครั้งนั้นลูกเรือตางพากันกลัว บางคน ไมกลาพายตอ ในสวนเรื่องของกติกา ก็ไมเปนมาตรฐาน มีการตอรอง เพื่อผลประโยชนบางครั้งเราก็รูสึกเสียเปรียบ อยากใหสูกันดวยความเทาเทียม ไมตองไปซื้อตัวหรือเอาคนนอกมาพายให


28 จากความไมเทาเทียมในเรื่องกติกาที่ทำใหเบื่อหนาย รวมถึงฝพาย เริ่มอายุมาก งบประมาณที่ขาดการสนับสนุน จึงทำใหเปนจุดเปลี่ยนที่ชาวบาน เลิกใหความสนใจ รวมถึงหลังจากที่ “ทานพอแสง” มรณภาพแลว เทากับไมมี ผูสนับสนุนหลัก ทั้งเรื่องแรงผลักดันและขวัญกำลังใจ แตกอนนั้นตอนที่ทานพอแสง ยังไมมรณภาพ ทุกๆวันชวงเย็น ทานจะลงมาเยี่ยม บางครั้งหลังจากฝกซอม ฝพายพากันสงเสียงดัง ทานพอก็จะลงมาหามปราม เคยมีคำพูดวา “พวกทานซอมคอกันหนักนักเลา ไปพักผอนกันบาง แบบนี้จะไปสูเขาไหวไหม” พระครูโอภาสกิจจาทร (ทานพอแสง สุภท.โท) เจาอาวาสวัดบางสระเกา ขณะนั้น เปนที่เคารพของชาวบานทุกคน ทานสนใจและใหความสำคัญกับการ แขงเรือยาวของชุมชนเปนอยางมาก ทานชวยเหลือทั้งงบประมาณ การจัดซื้อ จัดหาเรือ คาซอมบำรุง รวมถึงเรื่องการฝกซอม ถึงอยางไรเมื่อทานพอมรณภาพ แลว ชาวบานเองก็ยังมีความพยายาม เชนมีการตอเรือเล็ก ขนาด 4 คน มาแขง กันเอง หมูบานละ 1 ลำ ทั้งตำบลมี 5 ลำ นำไปแขงกันที่สะพานมารีนฟารม แขงกันดวยความชอบ โดยหากถาวัดจันทนาราม มีการจัดอีกก็มีความเปนไปได โดยคงจะตองขอความรวมมือจากทุกหมูบาน ใหสงตัวแทนมา เอาคนที่มีใจชอบ ก็ยังมีอยู นาจะคุยกันไดโดยใหกำนันเชิญผูใหญบานทุกหมูบานมาคุยกัน ผมเองก็จะเปนผูประสานงาน เวลาที่ผูจัดเชิญไปประชุม ผมก็จะไปประชุมแลว กลับมาพูดคุยกันในหมูบาน ใหผูใหญบานแตละหมูไปแจงในหมูบานของตนเอง ซึ่งแตละหมูบานก็ยังมีกลุมคนที่รักเรืออยูหลายคน ทุกวันนี้เวลาจัดเรือเล็กก็จะแยง กันพาย แทจริงแลวตำบลบางสระเกายังมีคนชอบและอยากเปนฝพายหลายคน บางสวนก็มีแกเฒาไปบาง บางสวนวัยรุนก็ชอบไปเลนแตฟุตบอล อาจเปนเพราะ ไมมีงานแขงขันเรืออยางเคย แตถามีการจัดแขงขันอีกก็เชื่อวานาจะกลับมากันได หลายคน


29 สถานที่เก็บเรือ ณ วัดบางสระเกา จังหวัดจันทบุรี / ถายเมื่อ 28 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ ทีมเรือ วัดดอนตาล ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : นายศักดิ์ฐาภพ วุฒิ นายศักดิ์ฐาภพ วุฒิใหสัมภาษณวา : เดิมทีรุนพอ รุนอา เขาเปนฝพาย กันมากอน โดยเริ่มจากพายใหกับ เรือพญานาคา ทีมเรือวัดน้ำรัก เนื่องจาก วัดน้ำรักใหคนทางวัดดอนตาลไปชวยพาย ดวยความที่เปนคุงน้ำเดียวกัน ขณะนั้น ก็จะพายแขงกับทีมเรือจากตำบลบางกะจะ ตำบลบางสระเกา วัดจันทนาราม จึงเกิดเปนความชอบ หลังจากนั้นก็ไปพายใหเรือ ของโอเอซีส ซีเวิลด ชื่อ เรือเจาพอแหลมสิงหตอมา เมื่อมาถึงรุนผม ลูกเรือในรุนเดียวกันขณะนั้น ไดชวยกันผลักดันทำใหเกิดทีมเรือวัดดอนตาลขึ้นมา ตั้งแตเมื่อประมาณ 20 กวาป ที่แลว มีรุนพี่ที่เคยพายเรือพญานาคามาเปนพี่เลี้ยงใหฝพายก็จะเปนเด็กวัยรุนบาง คนโตบางจากชุมชนวัดน้ำรัก และชุมชนวัดดอนตาล โดยขณะนั้นทีมวัดดอนตาล ยังไมมีเรือเปนของตัวเอง จึงไดขอยืมเรือมาจากอำเภอแหลมสิงหเพื่อเอามาพาย ฝกซอม ไปลากมาจากชายหาดแหลมสิงหเปนเรือขุดขนาด 17 ฝพาย ทรงโบราณ สั้นๆปอมๆ มีสายน้ำที่ใชฝกซอมพายเรือบริเวณสะพานแมน้ำจันทถนนสุขุมวิท ไปจนถึงวัดน้ำรัก หลังจากนั้นจึงไดเริ่มสรางเรือของตัวเอง โดยไปขอตัดไมบนเขา


30 พากันขึ้นไปผาไมแลวเอาลงมา ไมที่ใชคือไม “ผนองหิน” โดยใหเทศบาลชวยขนไม ไปใหชางที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ชางเริญ จังหวัดสิงหบุรี) เปนผูทำเรือให เปนเรือตอขนาดเล็ก 17 ฝพาย พอเมื่อนำเรือมาใชแขงจริงก็เกิดความไมพอใจ จากทีมอื่น เนื่องจากเปนเรือลักษณะเพรียวบาง บางคนเรียกเรือเข็ม มีขนาด เบากวาเรือขุด ทีมเรือลำอื่นจึงคิดวาไดเปรียบเรือขุดแบบเกา แตที่จริงแลวเรือเข็ม เปนเรือที่ไมเหมาะสำหรับสายน้ำเชนแบบที่วัดจันทนาราม ซึ่งเปนสายน้ำระยะยาว เกือบ 1 กิโลเมตร สวนเรือเข็มในภาคกลางมักจะนิยมพายกันไมเกิน 350 ถึง 400 เมตร เพราะเรือเข็มจะไมไหลเหมือนเรือขุดและจะตองออกแรงมากกวา ที่สำคัญการออกแรงพายหนักๆลึกๆก็ทำไมไดจะพายกดไดแคเพียงผิวน้ำเทานั้น เพราะฉะนั้นฝพายจึงตองเรียนรูเปลี่ยนรูปแบบการพายการนั่งใหม อีกทั้งยังตอง ปรับแตงเรืออีกหลายอยาง ปแรกที่ไดเรือมาไดมีการเดิมพันกับเรือทางวัดน้ำรัก (เรือนางสาวหลอด) ซึ่งเรือลำนี้ที่ตอมาก็ไปแพเรือเรือนางสาวหลอด เรือลำนี้ เปนเรือที่พายแลวเมื่อย เนื่องจากที่นั่งเรืออยูต่ำเกือบทองเรือ ฝพายจะตองยกไหล สูงขึ้นใหพนกาบเรือ ดังนั้นจึงตองเสริมกระทงเรือหรือที่นั่งใหสูงขึ้นอีก 2 นิ้ว ทำให นั่งไดสบายขึ้น แตเรือก็จะโครงเล็กนอย หลังจากนั้นเรือลำนี้ก็ไดเปรียบเรือลำอื่น อยางชัดเจน แตฝพายก็ตองซอมมากขึ้นดวย ระยะหลังไมไดใชเรือของแหลมสิงห เพื่อฝกซอมแลว เนื่องจากไดเรือจากวัดน้ำรักมาชวยซอมแทน จากการพัฒนาเรือ และการซอมอยางหนักก็ทำใหเรือของวัดดอนตาลเปนเรือแชมปจนมีกรณีที่ทีมอื่น เกิดความสงสัยเกี่ยวกับความไดเปรียบของเรือลำนี้ที่ทางวัดดอนตาลไปตอมา โดยขอใหสลับเรือกันพาย ซึ่งทีมอื่นที่เอาเรือไปพาย โดยไมเคยซอม ก็พายแพอีก จึงเปนขอพิสูจนวาไมใชเพียงเรือที่ไดเปรียบแตตองมาจากการฝกซอมอยางหนัก ของฝพายดวย


31 การจัดหาฝพายของทีมเรือวัดดอนตาล เปนผลมาจากการชักชวน คนรูจักกันในชุมชน สวนใหญจะเปนคนในชุมชนหมูที่ 13 ตำบลพลับพลา บางคนก็มาจากชุมชนอื่น เชนจากชุมชนวัดจันทนาราม ชุมชนหลังวัด ชุมชน แหลมสิงห ก็จะมาขอรวมฝกซอมเปนฝพายดวย ซึ่งทีมวัดดอนตาลก็เปดรับทุกคน แตมีเงื่อนไขวาจะตองรับเงื่อนไขตางๆของทีมใหไดอายุฝพายที่มีในขณะนั้น เฉลี่ย ตั้งแต 30 กวาๆ ไปจนถึงอายุ 65 ป อาชีพมีทั้งที่เปนชาวสวน และที่รับราชการ ก็หลายคน วิธีการซอม จะซอมกันเหมือนพี่เหมือนนอง ใชเวลาชวง 18.00 น. ไปจนถึง 21.00 น. สวนใหญจะใชเรือลำเล็ก 17 ฝพาย ในการฝกซอมเพื่อเอาแรง หลังฝกซอมก็จะมีการสังสรรคเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อความสามัคคี ภายใตการสนับสนุนโดยเทศบาลตำบลพลับพลานารายณรวมถึงประธานกรรมการ ชุมชน (มหาลอย) ผูที่ไดรับการแตงตั้งใหเปนผูจัดการทีมเรือ คอยชวยประสานงาน ของบประมาณคาน้ำ คาบริหารจัดการในสวนตางๆ ในเรือ 1 ลำ จะประกอบดวย ลูกเรือตำแหนงนายหัวเรือ นายทายเรือ นายรองฝงซาย นายรองฝงขวา และฝพาย หลังจากที่ชุมชนวัดดอนตาลใชเรือเล็กขนาด 17 ฝพายแขงขัน มาระยะหนึ่ง ทีมงานตางก็เห็นตรงกันวาอยากจะมีเรือใหญ ขนาด 30 ฝพาย เปนของตัวเองบาง จึงไดดำเนินการจัดหาเรือใหญเพิ่ม จากการสอบถามทีมเรืออื่นๆ ในวงการแขงขันวามีที่ไหนอยางไร จนไดไปเจอเรือจากจังหวัดสกลนคร เดิมที เรือลำนี้เปนเรือจากฝงประเทศลาว มีชื่อวา “แมนางคำเหลือง” สรางจากไม ตะเคียนทอง ในราคา 100,000 บาท หลังจากนำเรือมาแลวตองนำมาแกไข ซอมบำรุงหมดเงินไปอีกประมาณ 380,000 บาท โดยชางออด หนองดินแดง เรือลำนี้มีขนาด 30 ฝพาย ใชชื่อเรือวา “เจาแมเหลืองจันท” มาจากชื่อดอกไม ประจำจังหวัดคือดอกเหลืองจันทบูร ซึ่งมีคำวาเหลือง ติดมาจากชื่อเดิมดวย คือ แมนางคำเหลือ เรือลำนี้ชางตอเรือเคยใหคำแนะนำวา ถานำมาแขง ในภูมิภาค รับรองวาสูไดแนนอน เรือออกจากอูก็ยังไมไดกลับมาที่จันทบุรี


32 แตไปลงที่แมน้ำเพชรบุรีกอน จากการชักชวนโดย“หมวดสวัสดิวัฒนะ” โปรโมเตอรจัดการแขงขัน และผูควบคุมทีมเรือกระทิงแดง ซึ่งครั้งนั้นผลจากการ แขงขันสามารถเขาไปจนถึงรอบชิง แตก็ไมไดรางวัลชนะเลิศ หลังจากนั้นก็นำเรือ กลับมาฝกซอมที่ชุมชนวัดดอนตาล ในปแรกที่ไดนำเรือไปลงสนามที่วัดจันทนาราม ก็สามารถไดเปนแชมปครั้งนั้นทีมเจาแมเหลืองจันทชนะทีมเรือจันทราทิพย (ผกามาศ) ซึ่งเปนเรือของทางวัดจันทนาราม แตก็ไมไดชนะขาดลอย ชนะกันแค พุมดอกไมตอมาเรือเจาแมเหลืองจันทก็ชนะแบบขาดลอย ซึ่งเปนผลมาจากทั้งเรือ ที่ไดรับการปรับแตงที่ดีและฝพายที่ไดซอมกันมาอยางหนัก ฝพายมีเทคนิค และมีใจสูเปนอยางมาก จากเรือแชมปในจังหวัด เรือเจาแมเหลืองจันท ยังไดมีโอกาส ออกไปแขงขันในตางจังหวัดอีกหลายครั้ง เชน ที่ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง โปรแกรมแขงขันชิงถวยพระราชประทานสมเด็จพระเทพฯ เรือเจาแมเหลืองจันท ก็ไปชนะขาดลอย ไดเปนแชมปในการแขงขันครั้งนั้น ตอมาไดรับเชิญใหไปแขง ที่อางเก็บน้ำมาบประชัน จังหวัดชลบุรี ในครั้งนั้น เริ่มสรางชื่อเสียง จนเรือเจาแม เหลืองจันทเริ่มเปนที่รูจัก แบบพลิกความคาดหมาย และที่สำคัญคือหลายๆสนาม เรือเจาแมเหลืองจันทมักจะไดรางวัลมารยาทยอดเยี่ยม จากความมีวินัยของลูกเรือ “เรียกชื่อเมื่อไหรลูกเรือขึ้นเรือทันที” เรือเจาแมเหลืองจันทเปนเรือที่มักจะเขาถึง รอบชิงอยูบอยครั้ง ในหลายๆสนามทั่วประเทศ แตก็ยังไมสามารถที่จะเปนแชมปได เนื่องจากการแขงขันในระดับสนามใหญๆ แตละทีมที่เขาแขงขันตางก็เปนทีม ที่มีคุณภาพ มีเรือและมีฝพายที่ดีเรือเจาแมเหลืองจันท เปนทีมเรือจากชุมชน ไปแขงแตละครั้งมีฝพายไปครั้งละ 35 คน ฝพายจะเจ็บจะปวยไมได หากวาใคร หมดแรงยังไงก็จำเปนตองลง เพราะไมมีตัวเปลี่ยน รวมถึงทีมเจาแมเหลืองจันท ไมมีการดึงตัว ซื้อตัว เหมือนกับทีมเรือใหญๆในระดับประเทศ


33 การบริหารจัดการของทีมเจาแมเหลืองจันท เปนทีมเรือที่มีระบบ การบริหารจัดการที่ดี เนนการพึ่งพาตนเอง มีการสนับสนุนจากหนวยงานทองถิ่น และเงินรางวัลที่ไดรับ มีการนำเงินที่ไดรับมาสะสม โดยเปนเงินที่เหลือจากการ หักคาใชจายและการแบงคาแรงใหกับฝพายแลว จึงนำมาะสมไวใชในการบริหาร จัดการ ทั้งในดานการฝกซอม การเดินทางตางจังหวัด การดูแลที่พัก และขาวปลา อาหาร ทีมเรือเจาแมเหลืองจันท มีโปรแกรมการแขงขันในตางจังหวัดบอยครั้ง การลากจูงแตละครั้งก็จะใชรถของทีมลากไป ซึ่งมีงบกลางจากทางสนามผูจัด แลวแตระยะทางใกลไกล ครั้งละ 20,000 บาทบาง 30,000 บาทบาง ในสวนที่พัก จะไปพักกันตามวัด โดยผูจัดจะเปนผูประสานใหหรือบางครั้งก็ไปอาศัย พักบานญาติพี่นองที่รูจัก เรื่องขาวปลาอาหาร ทีมเรือจะนำแมครัวไปดวย เพื่อประกอบอาหาร การเดินทางของลูกเรือ ทีมเรือมีรถสองแถว จำนวน 2 คัน เอาไวใชเดินทาง การเขารวมแขงขันแตละสนามทุกครั้ง ทีมเรือจะไมขาดทุน จนสามารถสะสมเงินไวไดจำนวนหนึ่ง ซึ่งพอที่จะจัดหาเรือซอมมาไดอีก 1 ลำ เปนเรือไมขุดมาจากภาคใตมีราคาเกือบ 200,000 บาท ปญหาอุปสรรคที่สงผลตอทีมเรือเจาแมเหลืองจันทไมใชเรื่องของ งบประมาณ แตจะเปนเรื่องของลูกเรือในทีม เชนในเรื่องการฝกซอม การนัดหมาย เพื่อการฝกซอมจะเปนไปไดยาก เนื่องจากลูกเรือหลายๆคนจะติดงาน ติดภารกิจ ถาเปนขาราชการสวนใหญจะไมมีปญหาเพราะเลิกงานเปนเวลา แตถาเปนชาวสวน เวลาเลิกงานไมแนไมนอน การฝกซอมบางครั้งนัด 30 คน มากันจริงๆ เหลือแค 20 คน จึงตองใชวิธีการสลับกันฝกซอม ซึ่งก็ไมไดเปนปญหาหลัก เพราะทุกคน ที่มาฝกซอมตางมีใจ และทุกคนมีความสุขที่ไดมา จุดเปลี่ยนจริงๆ อาจจะเปน เพราะเรื่องของกาลเวลา ลูกเรือวัยรุนหลายๆคนที่เริ่มโตเปนผูใหญ บางคนก็มีแฟน มีครอบครัว เริ่มมีการขอเวลาสวนตัว ทำใหเวลาในการฝกซอมนอยลง ซึ่งทีมเรือ ก็เขาใจในปญหาดังกลาว และไมไดหามหรือบังคับแตอยางไร เพราะฝพายแตละคน


34 ตางมีประสบการณ มีองคความรูเมื่อถึงเวลาตองเรียกตัวลูกเรือ แตละคน จะสามารถลงเรือไดโดยใชเวลาฝกซอมไมกี่วันก็จะสามารถพายรวมกับทีมได ปจจุบันยังไมมีการฝกใหกับลูกเรือรุนใหม เนื่องจากงานประเพณีที่เคยจัดตางหยุด และเงียบหายไป เชนที่วัดจันทนาราม ซึ่งทางทีมเรือเจาแมเหลืองจันทก็ยังคงมีการ พูดคุยกันวา ถาทางวัดจันทนาราม มีการจัดงานการแขงขันเรือยาวประเพณีอีกครั้ง เรานาจะตองขอรวมตัวกันอีกสักครั้ง โดยขอใหใชกติกาวาตองใชเฉพาะฝพายที่เปน คนในชุมชนเทานั้น ไมตองการใหเปนเกมที่เอาเปรียบกันจนเกินไป เพื่อใหเปน กีฬาประเพณีพื้นบานของเราจริงๆ โดยวัดจันทนารามควรที่จะรักษาประเพณีไว เพราะการแขงขันเรือยาวประเพณีที่วัดจันทนารามมีการจัดมาเกือบจะ 100 ปแลว ก็ควรจะรักษาสืบทอดกันตอไป สถานที่เก็บเรือ ณ วัดดอนตาล จังหวัดจันทบุรี / ถายเมื่อ 29 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ


35 ทีมเรือ วัดไผลอม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : นายสมเกียรติ เกษราธิคุณ / นายสมรักษ เกษราธิคุณ ในอดีตวัดไผลอม ทราบวาเคยมีเรือแขงขันมาแตยุคสมัยกอน เนื่องจาก มีเรือขนาดเล็กไมทราบชื่อเก็บไวที่วัดมานานแลว โดยปจจุบันยังคงเก็บซากเรือไว ที่วัดไผลอมเชนเดิม และเมื่อปพ.ศ. 2553 วัดไผลอมไดมีการกอตั้งทีมเรือ เพื่อการแขงขันภายใตชื่อ “พรหลวงพอใหญ” เปนเรือประเภทเรือตอ ขนาด 30 ฝพาย ทีมฝพายของเรือพรหลวงพอใหญ มีทั้งชาวบานที่อยูในชุมชนใกลวัด และชุมชนอื่น เคยมีจำนวนฝพาย30 ถึง 40 คน บางสวนเปนฝพายที่แยกตัวมาจาก ทีมวัดจันทนาราม ในยุคกอตั้งทีมเรือ โดยมีพระมหาพีรวิศน วุฑฒญาโณ วัดไผลอม พระอารามหลวง เปนผูที่ชวยสนับสนุน อุปถัมภการจัดหาเรือ ดวยการจัดงาน ทอดผาปา และการบริจาค โดยในการระดมทุนจัดซื้อเรือพรหลวงพอใหญ ใชงบประมาณเปนเงิน 190,000 บาท จึงไดมีเรือเพื่อใชในการแขงขัน การแขงขันเรือยาวของทีมเรือวัดไผลอม จะเขารวมการจัดงานแขงเรือ ที่วัดจันทนารามเปนประจำทุกปรวมถึงยังไดมีการรับเชิญใหไปแขงตางจังหวัด เชน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี และผลงานที่ดีที่สุดเคยติด 1 ใน 4 ถวย ก. พระราชทานของระดับประเทศ ซึ่งเปนผลมาจากความมุงมั่น และความตั้งใจของทุกคนในทีม ทุกครั้งที่ออกไปแขงขัน ทุกคนจะชวยกันระดมทุน คนละนิดคนละหนอย บางครั้งก็จะมีการหาสปอนเซอรการคัดเลือกฝพาย ประจำเรือจะเปนผลมาจากการสังเกตการณการฝกซอมของแตละคน หากเปนการ แขงขันในจังหวัดก็จะไมไดเขมงวดมาก แตหากเปนการแขงขันในระดับภาค หรือระดับประเทศก็จะตองคัดหาตัวฝพายที่ฝมือดีๆ ฝพายที่คัดตัวสวนใหญ มาจากการสมัครใจ มีทั้งเปนคนในชุมชนและเปนคนจากภายนอก จะไมมีการ คัดออก แตจะคัดเลือกจากการสังเกตการณการฝกซอมของแตละคน เอาคนที่เกง


36 เพื่อใหเปนฝพายตัวจริง ที่เหลือจะเปนตัวสำรองคอยสับเปลี่ยนกัน ใชเวลาฝกซอม ในเวลา 17.00 น. เปนตนไป สถานที่ซอมจะใชคลองภักดีรำไพ บริเวณดานขาง หางเซ็นทรัลจันทบุรีปจจุบัน การซอมแตละครั้งเปนความสมัครใจ ทุกคนตางตอง ดูแลตนเอง ยกเวนในชวงการซอมใหญจะมีการดูแล เลี้ยงขาว เลี้ยงน้ำ ระยะเวลา ในการฝกซอม หากใชเวลา 1 เดือน ก็สามารถแขงขันได แตหากตองการ ใหมีคุณภาพ อาจตองซอมถึง 3 เดือน เทคนิคพิเศษของทีมคือการลากยางลอ รถยนต เปนการนำยางลอรถมัดไวที่ทายเรือ ใชถวงเรือใหมีน้ำหนักมากขึ้น เพื่อสรางความแข็งแรงใหกับฝพาย การฝกซอมจะไมมีผูฝกสอน แตจะใชวิธี พูดคุยกันเอง เรียนรูเทคนิคกันเอง โดยทั้ง 30 คน ตองลงไมพายเหมือนมีไมพาย อันเดียว ตองมีความพรอมเพรียงและตองมีสมาธิคอยฟงสัญญาน เชน เคาะ 1 ครั้ง เนนใบจุมลึก เคาะรัว ใหเรงพาย สำหรับมือใหม จะใหนั่งคูกลางลำเรือ เพื่อใหฝก สังเกตดูพายหนา แลวลงไมพายใหทัน หลังจากนั้นแรงกำลังจะเกิดขึ้นเอง รวมถึง ตองเรียนรูเทคนิคการจับไมพาย ปจจุบันมีไมพายรุนใหมรูปแบบการจับคือ ตองจับหัวและจับลางตามความถนัดของตัวเอง แตมือลางตองหางจากใบพาย ประมาณหนึ่งคืบ หันใบพายใหกินน้ำ จุมใหลึกใหมิดขอมือ แขนลางตองตึง แขนบน ตองงอเปนรูปกลวย ตำแหนงบนเรือจะประกอบดวยนายหัว นายทาย และฝพาย หนาที่นายหัวตองคอยดูวาเรือแลนตรงหรือไม สังเกตดูเรือลำอื่นวาเรือเรานำ หรือตามแคไหน ตองคอยเรงและใหจังหวะ ชา-เร็ว โดยการเคาะเรือใหจังหวะ หนาที่นายทายจะเปนผูบังคับเรือใหไปซายหรือไปขวา โดยการคัดทายเรือ เปรียบเสมือนหางเสือเรือ ผลจากการคัดทายเรือสามารถสงผลถึงการแพชนะได เพราะขณะที่เรือกำลังสูสีกันหากนายทายคัดทายไมดีเรือเฉออกนอกเสนทาง แคนิดเดียวก็อาจแพไดดังนั้นนายทายจึงจำเปนตองเปนผูที่มีประสบการณ การคัดเลือกฝพายจะทราบไดวาคนไหนเกงไมเกงดูไดจากการฝกซอม ทุกคนในทีม


37 ที่ลงซอมพายเรือจะรูกันเองวาใครเหมาะสมที่จะอยูตำแหนงไหน สวนใหญคนที่มี แรงกำลังดีๆ จะไดอยูทายๆเรือเพื่อใหชวยสงแรง การทำทีมเรือยาวไมใชเรื่องงาย เพราะเรือยาวตองใชฝพายหลายคน การซอมแตละครั้งอาจมีฝพายฝกซอมมากถึง 40 คน ปญหาภายในจึงเปนสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไมได เพราะทุกคนตางก็มีความคิดเห็นตางกัน ดังนั้นทุกคนจึงตองมีสมาธิ ใหมาก หนักนิดเบาหนอยก็ตองยอมกัน หาทางออกรวมกัน ดังนั้นปญหาเรื่องคน ถึงจะเปนปญหาแตก็สามารถพูดคุยกันได แตปญหาที่สำคัญกวากลับเปนเรื่องของ งบประมาณ ถึงแมทุกคนจะมาดวยใจ แตเมื่อเห็นวาแขงแลวมีรางวัล มีเงิน คาตอบแทน ดังนั้นทุกคนก็จะตองไดสิทธิเทาเทียมกัน ถึงแมวาจะมีการแจกแจง เงินรางวัล มีการแบงใหไดเทาเทียมกัน ผูคุมทีมก็จะตองแสดงใหเห็นถึง ความโปรงใส เพื่อสรางความไวเนื้อเชื่อใจกันระหวางทุกคนในทีม ทีมเรือวัดไผลอม จะไมมีการเก็บเงิน หรือหักเงินเก็บสะสม ไดมาเทาไหรเราจะแจกใหจนหมด เพื่อความสบายใจของทุกคน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะตองซอมบำรุงเรือ เราก็จะ ระดมทุนกันเอง ตามแตความสะดวกของแตละคน ซึ่งที่ผานมาก็สามารถที่จะ บริหารจัดการได กรณีมีความจำเปนก็อาจจะตองหาผูสนับสนุน บางครั้ง ก็จะมาปรึกษาพระมหาพีรวิศน วุฑฒญาโณ บางเปนบางครั้ง การพายเรือยาว ไมไดเปนเพียงเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อสุขภาพ รางกาย แตยังเปนการรวมน้ำใจ รวมผูคนใหไดมีกิจกรรมรวมกัน เปนการดึงคน ใหเขาวัด ซึ่งวัดเปรียบเสมือนสถานที่ศูนยรวมใจ เปนที่พึ่งพาในยามลำบาก เชน ในการฝกซอม บางครั้งอาจมีปญหาเรื่องขาวปลาอาหาร วัดก็จะเปนที่พึ่ง เมื่อทุกคนไดรับความชวยเหลือก็จะมีความรูสึกผูกพัน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่วัด มีกิจกรรม ทุกคนก็จะรวมแรงรวมใจกันชวยเหลือกัน นอกจากนั้นยังสงผลถึงการ พัฒนาชุมชนใหดีขึ้นในดานตางๆ ตอไปไดอีก


38 สถานที่เก็บเรือ ณ วัดไผลอม (พระอารามหลวง) จังหวัดจันทบุรี / ถายเมื่อ 26 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ ทีมเรือ วัดน้ำรัก ตำบลทาหลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี บทสัมภาษณ : พระครูสุจิตตา ภิรักษ เจาอาวาสวัดน้ำรัก , นายสิริ เลขกาญจน ปจจุบันวัดน้ำรัก มีเรือที่เก็บรักษาไวอยูจำนวน 3 ลำ เปนเรือประเภท เรือขุด ขนาด 17 ฝพาย คือ เรือนางสาวหลอด เรือธนูทอง และเรือเจาแมนางคอย ในอดีตมีเรือยุคเกาชื่อ “พญานาคา” เปนเรือประเภทเรือขุด ขนาด 30 ฝพาย ประเภท ก. สรางจากไมตะเคียน โดยมีคนในชุมชนชวยกันขุด ทำกันเองในชุมชน เปนเรือที่ไดใชพายแขงในยุคเดียวกับเรือหมอมหัวเขียว ตำบลบางกะจะ และเรือคุฑนาวิน วัดจันทนาราม ปจจุบันเรือพญานาคาเสียหายไปแลว คงเหลือ เพียงแคหัวเรือ โดยกอนหนาเรือพญานาคา ชุมชนเคยมีเรือที่เกากวานั้นอีก แตไมทราบขอมูลที่ชัดเจน เนื่องจากเปนเรือยุคเกามาก เปนเพียงแคความทรงจำ ของชาวบานวาเคยมีและทราบวาไดมอบใหกับวัดจันทนารามไป ดังนั้นจึงแสดง


39 ใหทราบไดวาชุมชนวัดน้ำรัก มีการเลนเรือมาเปนเวลานานแลว ซึ่งอาจจะนานกวา 100 ป จากคำบอกเลา พระครูสุจิตตา ภิรักษเจาอาวาสวัดน้ำรัก ไดเลาวา : สมัยกอนวัดน้ำรัก มีเรือแตไมเคยมีการจัดแขงเรือ ที่จะมีแขงขันในยุคนั้นก็จะมีที่ วัดพลับบางกะจะ ที่วัดบางสระเกา ในภายหลังวัดจันทนารามจึงไดจัดใหมี การแขงเรือ ในชวงเดือน 12 กลางเดือนของทุกๆป ตอมาวัดน้ำรักไดจัดใหมี การแขงเรือขึ้นในชุมชนเชนกัน แตไมเปนการจัดแขงขันที่เปนกิจจะลักษณะ นึกอยากจะทำก็ทำ เพราะวาที่วัดมีเรืออยูจึงไดนำลงไปแขงขันกันเองในชุมชน คำบอกเลาจาก นายสิริ เลขกาญจนบอกเลาวา : ผมพายเรือมาตั้งแต ป2543 โดยที่เพื่อนๆในทีมไดพายเรือมากอนหนาผมแลวหลายปผมยังเคย ไดเห็นเรือพญานาคาพายแขงตั้งแตตอนที่ผมยังเด็ก ในยุคที่ผมไดเปนฝพาย ผมไดพายเรือสาวหลอด มีโอกาสเขารวมแขงเรือที่วัดจันทนารามเปนประจำ ยุคนั้นประเภท ข. มีเรือแขงประมาณ 10 กวาลำ จะมีเรือจากวัดน้ำรัก ไป 2 ลำ เอาเรือธนูทอง กับเรือสาวหลอดไปแขง ของวัดจันทนารามมี2 ลำ ของหลังวัด มี1 ลำ (วัดไผลอม) ที่เหลือก็มาจากตำบลบางสระเกา ตำบลบางกะจะ และที่อื่นๆ ทีมเรือวัดน้ำรักมักจะไดเขาชิงกับเรือศรีสุดาจันทรของตำบลบางกะจะเปนประจำ สมัยนั้นผูจัดจะมีคาลากจูงใหประมาณ 1,500 บาท มีเงินรางวัลประมาณ 7,000 บาท แขงกันเฉพาะประเภทเรือขุด ประเภท ก. 30 ฝพาย และประเภท ข. 17 ฝพาย ยุคนั้นยังไมมีเรือตอ เรือตอเปนเรือสมัยใหมมาทีหลัง โดยเรือขุด ของทางวัดน้ำรักเอง ก็ไมสามารถที่จะเอาชนะเรือตอรุนใหมที่ไดเปรียบกวา ของชุมชนอื่นได ประจวบกับทางวัดจันทนารามหยุดจัดการแขงเรือ สงผลใหทีมเรือ จากวัดน้ำรักตองหยุดการสงแขงเรือ ที่วัดจันทนารามตั้งแตนั้นเปนตนมา แตยังไดมี สวนรวมกับทีมเรือของทางวัดดอนตาล เนื่องจากทีมวัดดอนตาลไดมีการชวนใหไป


40 รวมทีม รวมถึงไดมีการยืมเรือ เพื่อใชในการฝกซอม เนื่องจากทั้ง 2 ชุมชน มีความใกลชิดกัน เปนเพื่อนเปนฝูงกันอยูแลว จึงไดมีการชักชวนกันไป เรือทุกลำที่มีอยูในวัดน้ำรัก เปนเรือที่ชาวบานขุดกันเอง โดยหาไมมาขุด ทั้งไมตะเคียน ไมพะนอง ไมยางแดง ชาวบานไปขอมาจากตามบริเวณตีนเขา ลมไมเสร็จก็ขุดเลย โดยโกรนใหเปนรูปเรือกอนแลวก็จะลากมาที่วัดน้ำรัก ในสมัยกอนจะมีชางทำเรืออยูในชุมชน ปจจุบันเสียชีวิตไปแลว แตรุนลูกของชาง คนดังกลาวก็ยังคงทำเรืออยูสามารถตอเรือไดปจจุบัน อายุ 55 ปแลว การแขงเรือของทีมชุมชนวัดน้ำรัก ถึงแมจะไมไดสงเรือไปรวมกิจกรรม กับทางวัดจันทนารามแลว แตในชุมชนเองก็ยังมีการจัดงานประเพณีแขงเรือภายใน ชุมชนอยูเปนประจำ โดยทางวัดน้ำรักจะจัดใหมีการแขงเรือในชวงวันสงกรานต แตก็ตองหยุดมาหลายปแลว สืบเนื่องจากสถานการณโควิด 19 ในชวงปแรก ชุมชนยังไดมีการจัดแขงเรือยาวอยู โดยใชเรือกลางของชุมชน แตละทีมที่จะรวม แขงขันแคเพียงแตสงฝพายมารวมเทานั้น ตอมาไดมีการเปลี่ยนจากเรือยาวมาเปน การแขงเรือชนิด 5 ฝพาย ความเปนมาการแขงเรือ 5 ฝพายของวัดน้ำรัก มาจาก เมื่อครั้งไดรับเชิญใหไปแขงเรือที่จังหวัดระยอง ไดมีโอกาสเห็นวาเขาจัดแขง แบบ 5 ฝพาย ทีมเราก็ไปใชเรือของเขาพาย จึงเกิดความสนใจ เมื่อกลับมาถึง วัดน้ำรัก ก็ไดพูดคุยกัน และไดบอกกับหลวงพอวาเราอยากจะจัดเรือ 5 ฝพายบาง หลวงพอก็อนุญาตใหจัด ครั้งแรกก็ตองไปยืมเรือเขามาแขง ในปตอมาหลวงพอจึง ไดทำเรือใหเลนกัน และไดใชแขงขันกันมาหลายป ชาวบานในชุมชนวัดน้ำรัก มีความชอบการแขงเรือ เปนอยางมาก มีฝพาย หลายคน หลังจากการทำสวน ทำงานกอสราง ถึงเวลาเย็นก็พากันมาซอม พายเรือกัน


41 ฝพายมากันจากหลายหมูบานในตำบลทาหลวง บริเวณที่ซอมกันประจำ ก็ใชบริเวณทาน้ำหนาวัดน้ำรัก โดยที่ผานมาผูที่คอยสนับสนุนดูแลมาโดยตลอดก็คือ หลวงพอ พระครูสุจิตตา ภิรักษ ทานขุดเรือให ตอเรือให แลวชาวบานก็เอาไปเลน ชาวบานก็จะชวยกันดูแล บำรุง รักษา ชวยกันบริหารจัดการเมื่อตองไปแขงขันที่อื่น เวลาแขงก็จะพากันไปทั้งทีม โดยจะรูกันวาใครจะลงกอนลงหลัง เพราะวาซอม กันมานาน ชาวบานเองเมื่อรูวาจะไปแขงก็พากันไปเชียรถึงที่ ไปใหกำลังใจ พากันไปทั้งหมูบาน หุงหาอาหารเอาไปกินกัน บางทีก็ไปทำกันที่นั่น ในชวงการซอม ก็ไมไดมีการดูแลอะไรกันมาก มีแคน้ำกระติกเดียวก็เพียงพอ กอนการแขงเรือ 3 - 4 วัน จะตองมีการซอมบำรุงเรือ ก็จะมีการนัดหมายกัน นำเรือขึ้นมาตากแดด ตกแตงใหเรือเบา เงางาม โดยใชเทียนพรรษาของวัดมาตมแลวเอาไปยาเรือ และที่สำคัญตองทำใหเรือไมรั่ว ทุกคนที่มาชวยกันลวนแลวแตมาดวยใจกันทุกคน แคมีใครเปนคนนำสักคนวาจะพายเรือจะเอาเรือลงน้ำ เพียงแคบอกก็จะพากันมา เปนอันรูกันในชุมชน หลังจากที่วัดจันทนารามหยุดการจัดงานแขงเรือประจำปชุมชนทาหลวง ยังคงมีการจัดงานแขงเรือประเพณีโดยจัดในชุมชนของตนเอง ณ แมน้ำจันทบุรี บริเวณทาน้ำวัดน้ำรัก มาอยางตอเนื่อง ไดรับการสนับสนุนเงินรางวัลจากวัดน้ำรัก และคาจัดสถานที่จากเทศบาลตำบลทาหลวง มาหยุดจัดงานในชวงที่มีการแพร ระบาดเชื้อโควิด 19 ดวยความชื่นชอบของกลุมผูพายเรือที่มีตอการแขงขัน เรือยาวประเพณียังคงมีความหวังวาจะสามารถดำเนินการจัดแขงเรือไดอีกครั้ง ถึงแมวาสถานการณบางอยางอาจไมสนับสนุน กลุมผูพายเรือในชุมชนจึงไดมี การปรับเปลี่ยนรูปแบบการแขงขันใหมีความเหมาะสมกับสถานการณจากที่เคย พายเรือยาว 17 ฝพาย ก็ปรับมาเปนเรือเล็ก 5 ฝพาย ถึงแมวารูปแบบการแขงเรือ อาจเปลี่ยนไป แตความสนุกสนาน ความสามัคคีของชาวบานในชุมชนจะยังคง ดำเนินตอไป


42 สถานที่เก็บเรือ ณ วัดน้ำรัก จังหวัดจันทบุรี / ถายเมื่อ 29 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ บรรยากาศการแขงเรือยาวประเพณี ณ วัดจันทนาราม ที่มา : https://eculture.rbru.ac.th/ประเพณีการแขงเรือวัดจันทนาราม


43 ชุมชนที่เกี่ยวของกับการแขงขันเรือยาวประเพณี ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี รายละเอียดเรือยาวที่พบจากการเก็บขอมูล ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ชื่อเรือ ประเภทเรือ ขนาดฝพาย สถานที่เก็บรักษา สถานะ - ครุฑนาวิน - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดจันทนาราม - รอซอมบำรุง - ผกามาศ (จันทราทิพย) - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดจันทนาราม - รอซอมบำรุง - นารายเนรมิตร - เรือขุด - 20 ฝพาย - วัดจันทนาราม -รอซอมบำรุง - เข็มทอง - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดบางสระเกา - รอซอมบำรุง - กระสวย - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดบางสระเกา - รอซอมบำรุง - จำเริญ - เรือตอ - 18 ฝพาย - วัดบางสระเกา - รอซอมบำรุง - ธิดาแหลมสิงห - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดบางสระเกา - รอซอมบำรุง - สิงโตทอง (เจาพอแหลมสิงห) - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดบางสระเกา - ไมชัดเจน - หมอมหัวเขียว - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดพลับ บางกะจะ - รอซอมบำรุง - สุรนาคิน - เรือขุด - 17 ฝพาย - วัดพลับ บางกะจะ - รอซอมบำรุง ชุมชน - ตำบลบางกะจะ - ตำบลบางสระเกา - ตำบลจันทนิมิต - ตำบลพลับพลานาราย - ตำบลทาหลวง สถานที่พบเรือ - วัดพลับ บางกะจะ - วัดบางสระเกา - วัดจันทนาราม - วัดไผลอม - วัดดอนตาล - วัดน้ำรัก


44 รายละเอียดเรือยาวที่พบจากการเก็บขอมูล ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี(ตอ) ชื่อเรือ ประเภทเรือ ขนาดฝพาย สถานที่เก็บรักษา สถานะ - สุวรรณนาวา (สุวรรณติมพุ) - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดพลับ บางกะจะ - เสียหายหนัก - คนสวยโพธิธาราม - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดพลับ บางกะจะ - เสียหายหนัก - ศรีสุดาจันทร (ขางเหลือง) - เรือขุด - 22 ฝพาย - วัดพลับ บางกะจะ - รอซอมบำรุง - พรหลวงพอใหญ - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดไผลอม - รอซอมบำรุง - เจาแมเหลืองจันท - เรือตอ - 30 ฝพาย - วัดดอนตาล - รอซอมบำรุง - กินรี - เรือตอ - 17 ฝพาย - วัดดอนตาล - รอซอมบำรุง - เจาแมอุทุมพร - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดดอนตาล - รอซอมบำรุง - พญานาคา - เรือขุด - 30 ฝพาย - วัดน้ำรัก - สูญหาย - สาวหลอด - เรือขุด - 17 ฝพาย - วัดน้ำรัก - รอซอมบำรุง - ธนูทอง - เรือขุด - 17 ฝพาย - วัดน้ำรัก - รอซอมบำรุง - เจาแมนางคอย - เรือตอ - 17 ฝพาย - วัดน้ำรัก - รอซอมบำรุง - ไมมีชื่อ 4 ลำ - เรือตอ - 5 ฝพาย - วัดน้ำรัก - รอซอมบำรุง เรือเจาแมเหลืองจันท ถายเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ เรือจันทราทิพย ถายเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ


45 ยุคสมัยเรือยาว ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ยุคเกา 70 ป ขึ้นไป ยุคกลางไมเกิน 50 ป ยุคใหมไมเกิน 30 ป - พญานาคา - หมอมหัวเขียว - สุรนาคิน - ศรีสุดาจันทร (ขางเหลือง) - เข็มทอง - สาวหลอด - กระสวย - จำเริญ - สิงโตทอง (เจาพอแหลมสิงห) - พกามาส (จันทราทิพย) - ธนูทอง - ธิดาแหลมสิงห - เจาแมนางคอย - สุวรรณนาวา (สุวรรณติมพุ) - เจาแมเหลืองจันท - จันทราทิพย (พกามาส) - พรหลวงพอใหญ - นารายเนรมิต - กินรี - เรือชุด 5 ฝพาย วัดน้ำรัก ลักษณะการเก็บเรือตามวัดตางๆ ในจังหวัดจันทบุรี ถายเมื่อ ป 2566 ที่มา : นายอรุณ แพทยโอสถ


46 สถานที่จัดการแขงขันเรือยาวประเพณี ในจังหวัดจันทบุรี วัดจันทนาราม อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://thainews.prd.go.th/จันทบุรีเตรียมจัดงานลอยกระทง อูตอเรือเสม็ดงาม อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://th.tripadvisor.com/อูตอเรือพระเจาตาก ศาลเจาปากคลองบางกะจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://www.facebook.com/BangkajaVillage วัดน้ำรัก อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=ctcH7kime0k ชายหาดแหลมสิงหอำเภอแหลมสิงหจังหวัดจันทบุรี ที่มา : https://okchanthaburi.com/2017/04/ชายหาดแหลมสิงห/


47 เวทีประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการถอดบทเรียน การแขงขันเรือยาวประเพณีในจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 ณ หองประชุมเอเวอรกรีน รีสอรท จันทบุรี


48 บรรณานุกรม http://article.culture.go.th/เรือยาวประเพณีขอมูล ณ วันที่ 26/7/66 https://siripanooploy.wordpress.com/2012/01/31/การละเลนแขงเรือ บทสัมภาษณ นายสุเมธ ถนอมศักดิ์ ผูอำนวยการสวนสงเสริมการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม เทศบาลเมืองจันทบุรี: 27 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ นายสมเจตน ประจำเรือ, นายเอกวัจน ประจำเรือ ทีมเรือ วัดจันทนาราม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี : 27 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ : นายมนัส สุขกลัด และ นาวาเอกสุรสิทธิ์ สีผอง ทีมเรือ วัดพลับ บางกะจะ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี : 27 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ : นายสายเมฆ ใจชื่น ทีมเรือ ชุมชนบางสระเกา ตำบลบางสระเกา อำเภอแหลมสิงห จังหวัดจันทบุรี: 28 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ : นายศักดิ์ฐาภพ วุฒิทีมเรือ วัดดอนตาล ตำบลพลับพลา อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี: 26 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ : นายสมเกียรติ เกษราธิคุณ / นายสมรักษ เกษราธิคุณ ทีมเรือ วัดไผลอม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี : 26 เมษายน 2566. บทสัมภาษณ : พระครูสุจิตตา ภิรักษ เจาอาวาสวัดน้ำรัก , นายสิริ เลขกาญจน ทีมเรือ วัดน้ำรัก ตำบลทาหลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี : 29 เมษายน 2566.


Click to View FlipBook Version