The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยม5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pornsawan, 2023-05-09 05:23:27

วิจัยGPASM5

งานวิจัยม5

การพัฒนาการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วย กระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 The Instructional Development with Project - Based Learning by GPAS 5 Step in Technology Design Subjects on Engineering Design Process for Matthayomsuksa 5 พรสวรรค์ บูลาเทา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี


บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนรายวิชาออกแบบเทคโนโลยี 2. เพื่อหาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(ProjectBased Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลย อลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 155 คน ปีการศึกษา 2561 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการทำโครงงานสร้างสรรค์ตามกระบวนการ GPAS 5 Steps เพื่อการเรียนรู้ เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้แบบโครงงานวิชา ออกแบบเทคโนโลยี สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ของกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระ (t - test for Dependent Sample) ผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อน เรียนเท่ากับ 10.20 และมีค่า S.D. เท่ากับ 0.40 ค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 17.17 มีค่า S.D. เท่ากับ 1.50 มี ค่า t - test ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนเท่ากับ 3.77 ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อวิชาออกแบบเทคโนโลยีหลังใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ตาม กระบวนการ GPAS 5 Step มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 อยู่ในระดับมาก


สารบัญ หน้า บทคัดย่อ.................................................................................................................... สารบัญ...................................................................................................................... บทที่ 1 บทนำ............................................................................................................ 1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา .............................................. 1 1.2 วัตถุประสงค์......................................................................................... 2 1.3 กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย................................................................. 3 1.4 สมมติฐานของการวิจัย.................................................................... 3 1.5 ขอบเขตของการวิจัย ............................................................................. 4 1.6 นิยามศัพท์............................................................................................. 4 1.7 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย ............................................................... 5 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง..................................................................... 6 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 .................. 6 2.2 การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ................................................. 9 2.3 เนื้อหาวิชาวิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรร 9 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย.................................................................................... 17 3.1 การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง....................................... 17 3.2 การกำหนดตัวแปรที่ศึกษา .................................................................... 17 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ......................................................... 3.4 แบบแผนการทดลอง .............................................................................. 3.5 การดำเนินการทดลอง ........................................................................... 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ........................ 17 18 18 18


สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ................................................................................... 21 4.1 ผลการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน ................................................................ 21 4.2 ผลการวิเคราะห์สถิติเพื่อทดสอบสมมติฐาน .......................................... 21 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ................................................................ 23 5.1 สรุป อภิปรายผล.................................................................................. 23 5.3 ข้อเสนอแนะ ......................................................................................... 23 บรรณานุกรม.............................................................................................................. 24


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการพัฒนาการศึกษา มีบทบาทสำคัญต่อ การพัฒนาการศึกษา ดังนั้น การวางแผนจัดการศึกษา และพัฒนาคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทุก ระดับ จากความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นความต้องการขยายพื้นที่ทาง การศึกษาและความต้องการในด้านการพัฒนาสังคมเพิ่มขึ้น ทำให้มีการคิดเทคนิควิธีการในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพกับสภาพการณ์มากขึ้นการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนา การจัดการศึกษา ทำให้ กิจกรรมการเรียนการสอนบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิรูปการศึกษามีการนำ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ขยายการศึกษาไปสู่ผู้ด้วยโอกาสในชนบทและส่วนภูมิภาค เกิดการสร้างสังคมแห่งการ เรียนรู้ในรูปแบบของการเรียนการสอนผ่านเครือข่าย จะส่งเสริมให้นักเรียนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ทั้งใน ลักษณะการเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้เป็นกลุ่ม (วิสุทธิ์ พิชัยยุทธ์, 2545, น. 46 - 47)การเรียนการสอนที่ให้ นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกคิดปฏิบัติให้เป็นการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project - Based Learning) เป็นรูปแบบการสอนที่ทำให้นักเรียนมีความคิดริเริ่มใหม่ ๆเป็นการศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ ความถนัดและ ความสามารถ ภายใต้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงาน (สถาบันส่งเสริมการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2545, น.23) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานทำให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในลักษณะ ของการศึกษา สำรวจค้นคว้า ทดลอง โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้น แนะนำ และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ส่วนนักเรียน ต้องดำเนินโครงงานตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งเสร็จสิ้นโครงงาน (สุชาติ วงศ์สุวรรณ, 2542, น. 57) ซึ่งการที่นักเรียนได้ ฝึกคิด ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จะช่วยให้นักเรียนเป็นผู้ที่คิดเป็นสามารถค้นคว้าหาความรู้ต่าง ๆ สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตและทำให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษา มุ่ง ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ มีความยืดหยุ่น สนองตามความสนใจของนักเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่ และ เรียนรู้ได้จากสื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้ง จากเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชน และแหล่งอื่น ๆ เน้นสื่อที่นักเรียนและผู้สอนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เอง นักเรียน ผู้สอนสามารถจัดทำและ พัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเองหรือนำสื่อต่างๆที่อยู่รอบตัวและในระบบสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรู้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2545, น. 6) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้นักเรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์การคิดมี วิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้ อย่างเหมาะสม สามารถการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลัก เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ สามารถใช้ทักษะชีวิตในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องการทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ ตนเองและผู้อื่น 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้การสื่อสารการทำงาน การแก้ปัญหา อย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ,2551, น. 4)อย่างไรก็ตาม การนำ


2 เทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะรายวิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ซึ่งมีรายละเอียดของเนื้อหารายวิชาเกี่ยวกับกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน ตาม ลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงาน ยังพบว่ามีปัญหา โดยผู้วิจัยได้ผลจากแบบสอบถาม สัมภาษณ์ รวบรวมข้อมูลพบว่า นักเรียนมีผลคะแนนอยู่ในระดับพอใช้และต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีสาเหตุมา จากตัวนักเรียนกระบวนการและวิธีการเรียนการสอน จากความสำคัญและสภาพปัญหาข้างต้น ผู้วิจัยเห็นความสำคัญและคิดจะแก้ปัญหาดังกล่าวจึงทำวิจัยการ การพัฒนาการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชา ออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อพัฒนาการ เรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2. เพื่อหาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(ProjectBased Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5


3 1.3 กรอบแนวคิดในการวิจัย 1.4 สมมติฐานในการวิจัย 2. นักเรียนที่เรียนการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วย กระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ในระดับพึงพอใจ มาก การพัฒนาการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step 1. การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(ProjectBased Learning) (สุชาติ วงศ์สุวรรณ, 2542, น.73) 2. กระบวนการ GPAS 5 Step(สถาบันพัฒนา คุณภาพวิชาการ: 2560) เลือกหัวข้อหรือปัญหาที่จะศึกษา วางแผน ลงมือปฏิบัติศึกษาค้นคว้า เขียนรายงาน นำเสนอผลงาน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน ของนักเรียนที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(ProjectBased Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5


4 1.5 ขอบเขตของการวิจัย ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีขอบเขตของการวิจัย ดังนี้ 1.ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เลือกใช้กลุ่มประชากรได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 6 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 182 คน ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราช ภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์จังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 4 ห้องเรียน รวมจำนวนประชาการ 97 คน ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง(Purposive Sampling) 3. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย 3.1 ตัวแปรอิสระ (Independent variable) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ตามกระบวนการ GPAS 5 Step 3.2 ตัวแปรตาม (Dependent variable) - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 - ความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ตาม กระบวนการ GPAS 5 Step 4. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัย รายวิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาโดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps STEP 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) การรวบรวมข้อมูลเพี่อสร้างฐานการเรียนรู้ กระตุ้นอารมณ์ตื่นเต้น สร้างความรู้สึกเชิงบวก สนุกสนาน น่าสนใจ ทำให้สมองตื่นตัวพร้อมเรียนรู้ ซึ่งมี 2วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 การใช้คำถามหรือกำหนดปัญหาที่ผู้เรียนต้องพบในชีวิต วิธีที่ 2 ให้ผู้เรียนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยใช้ระบบประสาทสัมผัสรับรู้ข้อ มูล เรียนรู้จาก ของจริง สิ่งใกล้ตัว ภาพ บัตรคำ ฯลฯ รวมทั้งสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง STEP 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) สมองจะเกิดการเรียนรู้ทันทีเมื่อประเมินได้ว่า เรื่องที่กำลังเรียนมีความหมายและสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ดังนั้น ในการสอนควรให้ผู้เรียนคิดประเมินเพื่อสร้างความหมายของความรู้ในมิติคุณธรรม จริยธรรม แบะค่านิยม 12 ประการ ผู้เรียนจะกระตือรือร้นเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้สมองพัฒนา มี ศักยภาพในการคิดมากขึ้น สมองจะใช้การคิดหาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบ จัดกลุ่ม และสร้างเป็น หลักการของตนเอง โดยแผนภาพมาช่วยจัดความคิดเหล่านี้ให้เป็นระบบชัดเจน STEP 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ( Applying and Constructing the Knowledge)


5 การนำหลักการที่สร้างขึ้นไปปฏิบัติ ลงมือทำ ลงมือแก้ปัญหา ทำให้สมองต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม เกิด ความรู้ที่ซับซ้อนขึ้น ยิ่งปฏิบัติเป็นประจำจะเกิดความชำนาญ กลายเป็นความเข้าใจที่คงทน ซึ่งเรียกว่า องค์ความรู้ หรือปัญญา STEP 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกโดยใช้ภา แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารหรือปัญญาด้าน ภาษา กระบวนการนี้ทำให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติซึ่งกันและกัน ถ้านำเสนอโดยใช้คอมพิวเตอร์หรือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผู้เรียนก็จะได้พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีด้วย การสื่อสารและนำเสนอเป็นการสร้างอารมณ์เชิงบวกได้อย่างดี เมื่อผู้อื่นชื่นชอบผลงานของตน ชื่นชม ความสำเร็จของตน ผู้เรียนจะเกิดความภูมิใจ เกิดแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ต่อผลงานต่อๆไป STEP 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า (Self - regulating) เมื่อสมองของผู้เรียนได้รับการเสริมแรงเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอจากสิ่งที่ทำ จะกระตุ้นให้คิดสร้างสรรค์ สิ่ง ที่เป็นกระโยชน์เพิ่มขึ้นอีก หล่อหลอมเป็นนิสัยแห่งการคิดการกระทำในตัวผู้เรียน สามารถขยายผลไปสู่สังคมได้ 2. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-BasedLearning หรือ PBL) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ เกิดขึ้นจากแนวคิดของทฤษฎีการเรียนรู้แบบ Constructivism โดยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่จากการใช้ปัญญาที่ เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นบริบท (Context) ของการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิดวิเคราะห์ และคิดแก้ปัญหา รวมทั้งได้ความรู้ตามศาสตร์ในสาขาที่ศึกษาด้วย การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานจึงเป็นผลมา จากกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ. ๒๕๕๖) 3. กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (Engineering Design Process)เป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือ พัฒนางาน เพื่อสร้างแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการตามที่กำหนดไว้ การทำงานตาม กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนขั้นตอนกลับไปมาได้ และอาจมีการทำงานซ้ำในบางขั้นตอน หากต้องการพัฒนาหรือปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จำนวน 10 ข้อ หลัง การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps โดยผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง 1.7 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย ผลของการศึกษาครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ของคณะครูและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องโดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps ประกอบการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ออกแบบเทคโนโลยีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ใน พระบรมราชูปถัมภ์ให้สูงขึ้น


บทที่ 2 6 เอกสารและวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจ รายวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็น ฐาน(Project-Based Learning) ตามกระบวนการ GPAS 5 Step ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 2.1.1 วิสัยทัศน์ 2.1.2 หลักการ 2.1.3 จุดหมาย 2.1.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 2.1.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 2.1.6 มาตรฐานการเรียนรู้ 2.1.7 ตัวชี้วัด 2.1.8 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี 2.2 การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps 2.3 เนื้อหาวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเทคโนยี 2.3.1 เครื่องมือในการคิดเชิงระบบและวิเคราะห์ปัญหา 2.3.2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา (RELATED INFORMATION SEARCH) 2.3.3 การออกแบบการแก้ปัญหา 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2.1.1 วิสัยทัศน์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มี ความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็น พลโลก ยึดมั่นในการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติ ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐาน ความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ 2.1.2 หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สำคัญ ดังนี้ 1) เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพื้นฐานของความเป็นไทย ควบคู่กับความเป็นสากล 2) เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง เสมอภาคและ มีคุณภาพ 3) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้ สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัด การเรียนรู้


7 5) เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6) เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์ 2.1.3 จุดหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1) มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต 3) มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 4) มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ การปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5) มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมมีจิต สาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 2.1.4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม มาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ดังนี้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1) ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมใน การใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้องตลอดจนการเลือกใช้ วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มี ต่อตนเองและสังคม 2) ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อ การตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วย การสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเ หมาะสม การ ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยี ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม 2.1.5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์


8 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้อง ตามบริบท และจุดเน้นของตนเอง 2.1.6 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้การงานอาขีพและเทคโนโลยี สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มี คุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการ ดำรงชีวิตและครอบครัว ตัวชี้วัดที่ 1.1 อธิบายวิธีการทำงานเพื่อการดำรงชีวิต 1.2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการทำงานร่วมกัน 1.3 มีทักษะการจัดการในการทำงาน 1.4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน 1.5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อ การดำรงชีวิต 1.6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทำงาน 1.7 ใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการทำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาระที่ 2 การออกแบบและเทคโนโลยี มาตรฐาน ง .1 เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้ หรือ วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วม ในการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืน 2.1 อธิบายและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่นๆ 2.2 วิเคราะห์ระบบเทคโนโลยี 2.3 สร้างและพัฒนาสิ่งของเครื่องใช้หรือ วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยี อย่างปลอดภัย โดยถ่ายทอดความคิดเป็น ภาพฉายและแบบจำลองเพื่อนำไปสู่การสร้างชิ้นงาน หรือถ่ายทอดความคิด ของ วิธีการเป็นแบบจำลองความคิดและการรายงานผลโดยใช้ซอฟท์แวร์ช่วย ในการออกแบบหรือนำเสนอ ผลงาน 2.5.มีความคิดสร้างสรรค์ใน การแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ ในงานที่ผลิตเอง หรือการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผู้อื่นผลิต 2.6 วิเคราะห์และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน อย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการเทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยวิธีการของเทคโนโลยีสะอาด สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


9 มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูล การ เรียนรู้ การสื่อสาร การแก้ปัญหา การทำงาน และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณธรรม 3.1 อธิบายองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ 3.2 อธิบายองค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์ 3.3 อธิบายระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 3.4 บอกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง 3.5 แก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ 3.6 เขียนโปรแกรมภาษา 3.7 พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ 3.8 ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน 3.9 ติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต 3.10 ใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศเพื่อประกอบ การตัดสินใจ 3.11 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสม ตรงตามวัตถุประสงค์ของ งาน 3.12 ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างชิ้นงานหรือโครงงานอย่างมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ 3.13 บอกข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สาระที่ 4 การอาชีพ มาตรฐาน ง 4.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อ พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ .4.1 อภิปรายแนวทางสู่อาชีพที่สนใจ 4.2 เลือก และใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมกับอาชีพ 4.3 มีประสบการณ์ในอาชีพที่ถนัดและสนใจ 4.4 มีคุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ 2.2 การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps กนกรัตน์ สุพรรณอ่วม (2556) ได้กล่าวไว้ว่า โครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) G หมายถึง การรวบรวมและเลือกข้อมูล ( GATHERING ) โดยครูผู้สอนจะออกแบบการจัดการ เรียนรู้ให้ผู้เรียน สามารถดำเนินการได้ดังนี้ 1. กำหนดประเด็นในการรวบรวมข้อมูล 2 . กำหนดเป้าหมาย 3. สังเกตด้วยประสาทสัมผัส 4. รวบรวมข้อมูลจากการสังเกต 5. เลือกข้อมูลมาใช้ 6. บันทึกข้อมูล 7. ดึงข้อมูลเดิมมาใช้ P หมายถึง การจัดกระทำข้อมูล ( PROCESSING ) ครูผู้สอนจะต้องออกแบบกิจกรรมการสอนให้ ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ ดังนี้ 1. จำแนก 2. เปรียบเทียบ


10 3. จัดกลุ่ม และ จัดลำดับ 4. สรุป เชื่อมโยง 5. ไตร่ตรองด้วยเหตุผล 6 . วิจารณ์ 7. ตรวจสอบ A หมายถึง การประยุกต์ใช้ความรู้ ( APPLYING ) เป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนเกิด ความสามารถ ดังนี้ 1. ประเมินทางเลือก 2 . เลือกทางเลือก 3. ใช้ความรู้อย่างสร้างสรรค์ 4. ขยายความรู้ให้รู้จริงมากขึ้น 5. การิเคราะห์ 6. การสังเคราะห์ 7. การตัดสินใจ 8. การนำความรู้ไปปรับใช้ 9. การแก้ปัญหา 10. การคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ 11. การคิดสร้างสรรค์ S หมายถึง การกำกับตนเอง หรือ การเรียนรู้ได้เอง ( SELF – REGULATING ) เป็นการควบคุม ออกแบบ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนี้ 1. การตรวจสอบและควบคุมการคิด 2. การสร้างค่านิยมการ คิด 3. การสร้างนิสัยการคิด การนำโครงสร้างทักษะกระบวนการคิด (GPAS) เป็นโมเดลที่ครบวงจรกระบวนการทักษะการ คิด 4 ประการ เป็นขั้นตอนและจุดเน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองเริ่มต้นดังนี้ 1. ครูออกแบบการเรียนรู้โดยกำหนดว่า นักเรียนควรสรุปความรู้จากเรื่องที่เรียนเป็นข้อความจากการ เรียบเรียงความคิดของตนเองเพื่อสรุปเป็นความคิดรวบยอด ความสัมพันธ์หลักการ ทฤษฎีการเรียนรู้กระบวนการ สร้างความรู้ด้วยตนเอง ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้ - นักเรียนเก็บข้อมูลรวบรวมข้อมูล เลือกข้อมูลที่สำคัญ - นำข้อมูลมาจัดกระทำข้อมูลเป็นกลุ่ม เป็นหมวดหมู่ จำแนก เพื่อให้ได้ความรู้ตามที่กำหนด - ลงมือปฏิบัติจริง สามารถแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ - สรุปผลที่ได้จากกระบวนการเหล่านี้ที่ตกผลึกในตัวผู้เรียน เป็นตัวตน บุคลิกภาพของผู้เรียน 2. ครูฝึกผู้เรียนโดยใช้คำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ตรวจสอบทบทวนการคิด พูด ทำ เสมอๆ เพื่อปรับปรุง งานในขณะดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ทักษะการคิดตามโครงสร้างการคิด GPAS มีความสัมพันธ์โดยตรงกับกรวยประสบการณ์หรือปิรามิดการ เรียนรู้ (Learning Pyramid) ของ เอดการ์ เดล การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกรวย ประสบการณ์ (Learning Pyramid) และโครงสร้างทักษะการคิดจึงเป็นความสอดคล้องของกิจกรรมการเรียนรู้ที่ ผสมผสานทั้ง ทักษะการคิดขั้นพื้นฐาน(Lower Order Thinking : LOT) ในทักษะขั้นการสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering : G) ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Passive Learning ต่อเนื่องไปกับการเรียนรู้แบบ Active Learning ใน ทักษะขั้นการจัดกระทำข้อมูล (Processing : P) สัมพันธ์เป็นกระบวนการต่อเนื่องจนถึงทักษะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking : HOT) ในทักษะขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้สู่การปฏิบัติจริง(Applying : A) และขั้น ตรวจสอบและประเมินตนเอง (Self- regulating : S )


11 การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Active Learning ได้มีการปรับแนวคิดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็น Passive Learning ในขั้นการฟังบรรยาย การอ่าน หรือการดูการสาธิต ให้เป็น Active Learning และมี ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจมอบหมายงานให้ผุ้เรียนปฏิบัติกิจกรรม ในรูปแบบต่างๆ เช่นกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมแบบจับคู่ กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ไม่เป็นทางการ กิจกรรมตามความสนใจ และโครงงานนักเรียนกลุ่มเล็กหรือ กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีลักษณะสำคัญในการออกแบบการเรียนรู้ได้แก่ • กำหนดวัตถุประสงค์วิธีทำกิจกรรมให้ชัดเจน • รวมผังกราฟิก กราฟ แผนภูมิ ฯลฯ ลงในการบรรยาย การอ่าน หรือจากการชมการสาธิต • ทำคำอธิบายประกอบสิ่งที่นำเสนอ เพื่อให้เนื้อหาชัดเจน • ให้คำแนะนำหรือชี้ประเด็นสำคัญในเนื้อหาที่บรรยาย การอ่าน หรือการสาธิต • ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมสั้น ๆ สลับเปลี่ยนให้แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา • ให้เวลาผู้เรียนในการสร้างคำถาม • ให้ผู้เรียนสรุปประเด็นสำคัญ Gathering Processing Applying Self - regulating ภาพที่ 2.1 แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างกรวยประสบการณ์(Learning Pyramid) กับโครงสร้างทักษะการคิด GPAS นอกจากนี้สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.) ยังได้นำ กระบวนการเรียนรู้แบบ 5 Steps มาบูรณาการ เข้ากับโครงสร้างทักษะการคิด GPAS เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps โดยเพิ่มเติม ขั้นสื่อสารและ นำเสนอ (Applying the Communication Skill ) เข้าไปในขั้นตอนการออกแบบการเรียนรู้ดังรายละเอียด ขั้นตอน GPAS 5 Steps STEP 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) การรวบรวมข้อมูลเพี่อสร้างฐานการเรียนรู้ กระตุ้นอารมณ์ตื่นเต้น สร้างความรู้สึกเชิงบวก สนุกสนาน น่าสนใจ ทำให่สมองตื่นตัวพร้อมเรียนรู้ ซึ่งมี 2วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 การใช้คำถามหรือกำหนดปัญกาที่ผู้เรียนต้องพบในชีวิต


12 วิธีที่ 2 ให้ผู้เรียนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยใช้ระบบประสาทสุมผัสรับรู้ข้อมูล เรียนรู้จาก ของจริง สิ่งใกล้ตัว ภาพ บัตรคำ ฯลฯ รวมทั้งสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง STEP 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) สมองจะเกิดการเรียนรู้ทันทีเมื่อประเมินได้ว่า เรื่องที่กำลังเรียนมีความหมายและสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ดังนั้น ในการสอนควรให้ผู้เรียนคิดประเมินเพื่อสร้างความหมายของความรู้ในมิติคุณธรรม จริยธรรม แบะค่านิยม 12 ประการ ผู้เรียนจะกระตือรือร้นเมื่อร่างกายได้เคลื่อนไหว มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้สมองพัฒนา มี ศักยภาพในการคิดมากขึ้น สมองจะใช้การคิดหาความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบ จัดกลุ่ม และสร้างเป็น หลักการของตนเอง โดยแผนภาพมาช่วยจัดความคิดเหล่านี้ให้เป็นระบบชัดเจน STEP 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลัง กา รปฏิบัติ( Applying and Constructing the Knowledge) การนำหลักการที่สร้างขึ้นไปปฏิบัติ ลงมือทำ ลงมือแก้ปัญหา ทำให้สมองต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม เกิด ความรู้ที่ซับซ้อนขึ้น ยิ่งปฏิบัติเป็นประจำจะเกิดความชำนาญ กลายเป็นความเข้าใจที่คงทน ซึ่งเรียกว่า องค์ความรู้ หรือปัญญา STEP 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกโดยใช้ภา แสดงถึงความสามารถในการสื่อสารหรือปัญญาด้าน ภาษา กระบวนการนี้ทำให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความรู้ ทัศนคติซึ่งกันและกัน ถ้านำเสนอโดยใช้คอมพิวเตอร์หรือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผู้เรียนก็จะได้พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีด้วย การสื่อสารและนำเสนอเป็นการสร้างอารมณ์เชิงบวกได้อย่างดี เมื่อผู้อื่นชื่นชอบผลงานของตน ชื่นชม ความสำเร็จของตน ผู้เรียนจะเกิดความภูมิใจ เกิดแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์ต่อผลงานต่อๆไป STEP 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า (Self - regulating) เมื่อสมองของผู้เรียนได้รับการเสริมแรงเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอจากสิ่งที่ทำ จะกระตุ้นให้คิดสร้างสรรค์ สิ่ง ที่เป็นกระโยชน์เพิ่มขึ้นอีก หล่อหลอมเป็นนิสัยแห่งการคิดการกระทำในตัวผู้เรียน สามารถขยายผลไปสู่สังคมได้ การนำความสัมพันธ์ของมาตรฐาน/ตัวชี้วัดในหลักสูตรกับโครงสร้างทักษะการคิด GPAS หรือ GPAS 5 steps มาเป็นแกนในการจัดกระบวนการเรียนรู้และออกแบบการเรียนรู้ในบทเรียนหรือหน่วยการ เรียนต่างๆจึงเป็นการออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการหลัก ที่จะ ช่วยให้ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้ในระดับสูง เกิดการเรียนรู้ที่ครอบคลุม ทักษะการคิด การแก้ปัญหา การ สื่อสาร การใช้ทักษะชีวิตและการทำงานเป็นทีม ตรงตามเป้าหมายของหลักสูตรและแนวทางพัฒนาสมรรถนะ บุคคลในศตวรรษที่ 21 ตอบสนองความต้องการการพัฒนาประเทศไปสู่ยุค ประเทศไทย 4.0 (สถาบันพัฒนา คุณภาพวิชาการ: 2560)


13 2.3 เนื้อหาวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรือง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 2.3.1 เครื่องมือในการคิดเชิงระบบและวิเคราะห์ปัญหา ด้วยการวิเคราะห์ปัญหาสาเหตุผังก้างปลา ผังก้างปลา (Fish Bone Diagram) หมายถึง แผนภูมิมีลักษณะคล้ายปลาที่เหลือแต่ก้าง โดย มุ่งเน้นผัง วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุอย่างเป็นระบบ (Cause & Effect Diagram) เป็นแผนผังที่แสดง สมมติฐานของ ความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบระหว่างสาเหตุหลาย ๆ สาเหตุ ที่ส่งผลต่อปัญหาหนึ่งปัญหา วิธีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา สิ่งสำคัญในการสร้างแผนผัง คือ ต้องทำเป็นทีม เป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา 2. กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ 3. ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย 4. หาสาเหตุหลักของปัญหา 5. จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ 6. ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จำเป็น


14


15 หลักการเขียนผังก้างปลาอย่างมีประสิทธิภาพ 1. ควรวิเคราะห์ประเด็นโดยแตกก้างปลาให้หลากหลายอย่างรอบด้าน 2. ควรจัดหมวดหมู่ของปัญหา และสาเหตุอย่างรอบด้าน 3. หัวปลาควรหันทางด้านขวาเปรียบเสมือนทิศทางของลูกศรนำไปสู่ปัญหาที่เกิดขึ้น ผังก้างปลาประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้ ส่วนปัญหาหรือผลลัพธ์ (Problem or Effect) ซึ่งจะแสดงอยู่ที่หัวปลา ส่วนสาเหตุ (Causes) จะสามารถ แยกย่อยออกได้อีกเป็น 1. ปัจจัย (Factors) ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหา (หัวปลา) 2. สาเหตุหลัก 3. สาเหตุย่อย ข้อดีของผังก้างปลา 1. ไม่ต้องเสียเวลาแยกความคิดต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายของแต่ละสมาชิก แผนภูมิ ก้างปลาจะช่วยรวบรวม ความคิดของสมาชิกในทีม 2. ทำให้ทราบสาเหตุหลัก ๆ และสาเหตุย่อย ๆ ของปัญหา 3.ทำให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ซึ่งทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ถูกวิธี และรอบด้าน


16 2.3.2การวิเคราะห์ 5W1H การวิเคราะห์ 5W1H คือ การตั้งคำถามในการสำรวจปัญหาและแนว ทางการแก้ไขโดยการท้าทายด้วย คำถาม 5W1H จะใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือปัญหา ได้เกือบทุก รูปแบบ โดยเป็นการคิดวิเคราะห์ (Analysis Thinking) ที่ใช้ความสามารถในการจำแนก แยกแยะ องค์ประกอบต่าง ๆ ของสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งอาจจะเป็นวัตถุ สิ่งของ เรื่องราว หรือเหตุการณ์ นำมาหา ความสัมพันธ์เชิงเหตุผล ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อ ค้นหาคำตอบที่เป็นความเป็นจริง หรือที่เป็นสิ่งที่สำคัญ จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาจัดระบบ เรียบเรียง ใหม่ให้ง่ายแก่ต่อการทำ ความเข้าใจ ผู้สูญเสียการได้ยินหรือ หูอื้อ หูตึง บ้าน หรือที่อยู่อาศัยของ ผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมของ อวัยวะหรือ ระบบประสาท ภายในหู หรือ สาเหตุอื่น ๆ ความสามารถในการรับ เสียงลดลงคุณภาพชีวิตลด น้อยลง เมื่อมีการสื่อสารระหว่าง ผู้สูงอายุกับญาต วิธีการที่ให้ผู้สูงอายุได้ยิน มากขึ้น


17 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน ตามกระบวนการ GPAS 5 Steps เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ผู้วิจัยจะดำเนินการตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1. การกำหนดประชากรและการสุ่มตัวอย่าง 2. การกำหนดตัวแปรที่ศึกษา 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 4. แบบแผนการทดลอง 5. การดำเนินการทดลอง 6. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1การกำหนดประชากรและการสุ่มตัวอย่าง 1.ประชากรที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เลือกใช้กลุ่มประชากรได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 6 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 182 คน ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2.กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลย อลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 4 ห้องเรียน รวม จำนวนประชาการ 97 คน ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง(Purposive Sampling) 3.2 การกำหนดตัวแปรที่ศึกษา 3.1 ตัวแปรอิสระ (Independent variable) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ตามกระบวนการ GPAS 5 Step 3.2 ตัวแปรตาม (Dependent variable) - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 - ความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) ตาม กระบวนการ GPAS 5 Step 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้ามีดังนี้ 3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps


18 3.3.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนกา ออกแบบเชิงวิศวกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3.3.3 แบบสอบถามความพึงพอใจในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (ProjectBasedLearning) ตามกระบวนการ GPAS 5 Step วิธีดำเนินการสร้างเครื่องมือและหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps 3.3.1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการ เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3.3.1.2 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-BasedLearning) ตามกระบวนการ GPAS 5 Step 3.3.1.3 วิเคราะห์สาระการเรียนรู้วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่องกระบวนการออกแบบเทคโนโลยี เพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ 3.3.1.4 จัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมให้สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้โดยมีแผนการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ 3 แผน คือ แผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เครื่องมือในการคิดเชิงระบบและวิเคราะห์ปัญหา 4 คาบ แผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ ปัญหา (RELATED INFORMATION SEARCH 4 คาบ แผนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การออกแบบการแก้ปัญหา 4 คาบ ซึ่งแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละแผนประกอบด้วย 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2. สาระการเรียนรู้ 3. กิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ STEP 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) STEP 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) STEP 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge ) STEP 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill ) STEP 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า (Self - regulating) 4. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 5. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้แบบประเมินคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของนักเรียน โดยให้ครู เพื่อนครู และนักเรียนมีส่วนร่วมใน การประเมิน ซึ่งผู้วิจัยได้ปรับปรุงเกณฑ์การ ประเมินแบบรูบริค (Rubric Assessment) 6. บันทึกหลังการสอน 7. ข้อเสนอแนะ 3.3.2 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม จำนวน 1 ชุด แต่ละชุดเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ 20 คะแนน


19 3.3.2.1 ศึกษาหลักสูตร คู่มือครู แบบเรียน และวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีจากเอกสารและตำราเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียน วิชาออกแบบ เทคโนโลยี 3.3.2.2 สร้างตารางวิเคราะห์จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหา วิชาออกแบบ เทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3.3.2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยให้สอดคล้องกับตารางวิเคราะห์จุดประสงค์เชิง 3.3.2.4 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปใช้กับตัวอย่าง 3.4 แบบแผนการทดลอง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (experimental Research) โดยมีรูปแบบการวิจัย มีการ เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งก่อนและหลังการทดลอง 3.5. การดำเนินการทดลอง ผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลองสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้พัฒนาขึ้นและ เก็บรวบรวมข้อมูล ด้วยตนเอง ตามขั้นตอนดังนี้ 1) ดำเนินการทดลอง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ใช้ในการทดลองโดยจัดการเรียนรู้ในรายวิชารายวิชาออกแบบเทคโนโลยีโดยใช้การจัดการ เรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps 2) ขั้นเตรียมนักเรียนก่อนดำเนินการสอน 2.1) ทำการทดสอบก่อนเรียนในสัปดาห์แรกก่อนทำการทดลอง โดยใช้แบบวัดความสามารถในการ เขียนเชิงสร้างสรรค์ 3) ขั้นดำเนินการสอน ดำเนินการสอนนักศึกษากลุ่มทดลองโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาออกแบบเทคโนโลยี โดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps และดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาออกแบบเทคโนโลยีแบบใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2คาบ คาบละ 60 นาที และในระหว่าง การสอนอครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนทั้งใน ขณะจัดการเรียนรู้รายวิชาออกแบบเทคโนโลยี 4) ขั้นหลังสอน 4.1) เมื่อดำเนินการสอนครบตามจำนวนแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว จึงดำเนินการทดสอบหลังเรียนทั้ง นักเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่องกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาที 4.2) นำคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนที่ได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบ เทคโนโลยีเรื่องกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มาวิเคราะห์เพื่อทดสอบสมมติฐาน 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.6.1 การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ทำการวิเคราะห์ทางสถิติแบบ t-Test: dependentโดยใช้ โปรแกรม spss ดังนี้ 1) ทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ของ


20 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้รายวิชา ออกแบบเทคโนโลยีโดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Step 2) ทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้รายวิชาออกแบบเทคโนโลยีโดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps กับกลุ่มที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้ในรายวิชาออกแบบเทคโนโลยีแบบปกติ 3.6.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 1) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ 1.1ค่าเฉลี่ย (̅) 1.2ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 1.3 ทดสอบค่าที (t - test Dependent) 2) สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน 2.1) วิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ 5 หลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2.2)วิเคราะห์ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ในระดับพึง พอใจมาก


บทที่ 4 21 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยการพัฒนาการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 4.2 ผลการวิเคราะห์สถิติเพื่อทดสอบสมมติฐาน ตารางที่ 4.1 ตารางที่ 2 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการสอนด้วยพัฒนาการ เรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบ เทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รายการ คะแนน เต็ม คะแนน เฉลี่ย ค่า S.D. t - test Sig.(2- tailed) คะแนนการทดสอบก่อนเรียน 20 11.55 3.64 3.22 0.72 คะแนนทดสอบหลังเรียน 20 18.86 2.79 จากตารางที่ 4.1 แสดงให้เห็นว่า ผลการใช้การสอนด้วยโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(ProjectBased Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ในการทดสอบก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 11.55 ค่า S.D. เท่ากับ 3.64 หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้ จากการสอนด้วยโดยใช้การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แล้วทำการทดสอบหลังเรียน นักเรียนมี คะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ18.86 มีค่า S.D. เท่ากับ 2.79 การวิเคราะห์ t - test ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียนเท่ากับ 3.22 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


22 ตารางที่4.2 ตารางแสดงความพึงพอใจการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นฐาน Project Based Learning:PjBL ด้วยกระบวนการ GPASS 5 Steps วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่องกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ที่ หัวข้อ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับความพึงพอใจ 1 นักเรียนมีทักษะความเข้าใจการเรียนรู้ โดยใช้ กระบวนการ GPAS 5 Steps การคิด มากน้อย เพียงใด 4.30 0.466 มาก 2 ผู้เรียน รู้และเข้าใจในเนื้อหาหน่วยการเรียนด้วย กระบวนการ GPAS 5 Steps 4.13 0.346 มาก 3 ผู้เรียนร่วมคิดวิเคราะห์ และเสนอแนวคิดในการเรียน ร่วม ระหว่างครูกับผู้เรียน 4.13 0.346 มาก 4 ผู้เรียนนาความรู้ในหน่วยการเรียนรู้มาบูรณาการเรียน ร่วมกับรายวิชาอื่น 4.23 0.728 มาก 5 ได้นาเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ในการ เรียนการสอน 4.23 0.728 มาก 6 นวตกรรมมีความเหมาะสม ตรงกับเนื้อหา กับหน่วย การเรียนตามกระบวนการ GPAS 5 Steps 4.47 0.479 มาก 7 ประโยชน์ที่ได้รับในการเรียนสามารถนาไปใช้ใน ชีวิตประจำวันด้านทักษะวิชาชีพตามกระบวนการ GPAS 5 Steps 4.57 0.765 มาก 8 ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติงานจริงตามโครงงานด้วย กระบวนการ GPAS 5 Steps 4.67 0.691 มากที่สุด 9 นักเรียนมีความรู้ที่คงทนจากการจัดการเรียนการสอน ตามกระบวนการ GPAS 5 Steps 4.00 0.525 มาก 10 นักเรียนมีทักษะการคิดและแก้ปัญหาจากการจัดการ เรียนการสอนตามกระบวนการ GPAS 5 Steps 4.65 0.379 มากที่สุด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางที่ 4.2 พบว่าโดยรวม ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติงานจริงตามโครงงานด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps มีค่าเฉลี่ย4.67 อยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติงานจริงตามโครงงานด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps มีค่าเฉลี่ย 4.65 อยู่ในระดับมากที่สุด นักเรียนมีทักษะความเข้าใจการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps การคิด มากน้อย เพียงใด


23 บทที่ 5 การวิจัยในการวิจัยการพัฒนาการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning) ด้วย กระบวนการ GPAS 5 Step วิชาออกแบบเทคโนโลยี เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5เป็นการวิจัยเชิงทดลอง ผู้วิจัยได้สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 5.1 สรุป อภิปรายผล 5.1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาออกแบบเทคโนโลยีเรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 หลังจากที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ GPAS 5 Steps สูงกว่าก่อน ได้รับ การจัดการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5.1.2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจ พบว่าโดยรวม ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติงานจริงตามโครงงานด้วย กระบวนการ GPAS 5 Steps มีค่าเฉลี่ย4.67 อยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติงานจริงตามโครงงาน ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps มีค่าเฉลี่ย 4.65 อยู่ในระดับมากที่สุด นักเรียนมีทักษะความเข้าใจการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps การคิด มากน้อย เพียงใด 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ข้อเสนอแนะสำหรับครูผู้สอนวิชาออกแบบเทคโนโลยี ครูสามารถนำการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ไปเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีหรือกลุ่มสาระอื่นๆได้เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการ GPAS 5 Steps จะช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ออกแบบเทคโนโลยีให้สูงขึ้น 5.2.2 ข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยครั้งต่อไป 5.2.2.1 ควรมีการวิจัยเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาออกแบบเทคโนโลยีที่พัฒนาทักษะและ กระบวนการอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


24 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. กองวิจัยทางการศึกษา. (2544). กลวิธีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับวิธีการเรียน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กระทรวงศึกษาธิการ.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.พิมพ์ครั้ง 1:กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด,2552 ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: บริษัท แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปเปอเรชั่น ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ ครั้งที่ 19. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) (2561).เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดการเรียนรู แบบ Active Learning ตามแนวทาง Backwars Design ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps และการ วัดผล ประเมินผลแบบ Authentic Assessment ตามหลักสูตรอิงมาตรฐานในศตวรรษที่ 21 . กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ บริษัทพฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด


Click to View FlipBook Version