The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปริทัศน์วรรณกรรม สิงหไกรภพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ปริทัศน์วรรณกรรม สิงหไกรภพ

ปริทัศน์วรรณกรรม สิงหไกรภพ

Keywords: สิงหไกรภพ

ห้องเรียนวรรณกรรม ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มจร.วิทยาเขตขอนแก่น ปริทัศน์วรรณกรรม สิงหไกรภพ


1 รายงาน เรื่อง สิงหไกรภพ จัดทำโดย นางสาวทิมาพร เพชรสังหาร รหัสนิสิต ๖๕๐๕๕๐๒๐๑๐ เสนอ พระมหาอธิวัฒน์ ภทฺรกวี/บุดดานาง อาจารย์ประจำรายวิชา/ผู้บรรยาย รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๒๐๔ ๒๐๒ วรรณกรรมไทยปริทัศน์ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น


ก คำนำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ๒๐๔ ๒๐๒ วรรณกรรมไทยปริทัศน์ จัดทำขึ้นเพื่อ รวบรวมข้อมูล ศึกษาปริทัศน์วรรณกรรมเรื่อง สิงหไกรภพ ซึ่งประกอบด้วย ประวัติและที่มา เนื้อหาโดยระเอียด ตัวอย่างบท ประพันธ์ ตัวละคร อิทธิพลของเรื่องที่มีต่อสังคม การวิเคราะห์คุณค่าในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการวิเคราะห์เนื้อเรื่อง เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจในเนื้อหาได้อย่างครบถ้วน ผู้จัดทำจึงตระหนักในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาหาความรู้จากรายงานเล่มนี้เพื่อที่จะนำ เป็นแนวทางสู่การศึกษาเรียนรู้ และความคิด แนวทาง วิธีการที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หากรายงาน เล่มนี้ มีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ผู้จัดทำ


ข สารบัญ เรื่อง หน้าที่ คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ ๑ ความหมายของวรรณคดี ๑ ความหมาย ๑ ประเภทของวรรณคดี ๑ บทที่ ๒ ประวัติและที่มา ๓ ที่มาของเรื่องสิงหไกรภพ ๓ จุดมุ่งหมายในการแต่ง ๓ ลักษณะคำประพันธ์ ๔ บทที่ ๓ เรื่องย่อสิงหไกรภพ ๕ บทที่ ๔ บทประพันธ์ ๙ ลักษณะคำประพันธ์ ๙ ตัวละครที่มีบทบาทสำคัญ ๑๓ บทที่ ๕ บทวิเคราะห์ ๑๕ คุณค่าของวรรณคดี ๑๗ ค่านิยม ๑๘ บทที่ ๖ สิงหไกรภพในบริบททางสังคม ๑๙ สรุป ๒๑ บรรณานุกรม ๒๒


๑ บทที่ ๑ ความหมายของวรรณคดี วรรณคดีสิงหไกรภพ ความหมายวรรณคดี วรรณคดี หมายถึง วรรณกรรมหรืองานเขียนที่ยกย่องกันว่าดี มีสาระ และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การใช้คำ ว่าวรรณคดีเพื่อประเมินค่าของวรรณกรรมเกิดขึ้นในพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ 6 วรรณคดี เป็นวรรณกรรมที่ถูกยกย่องว่าเขียนดี มีคุณค่า สามารถทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจ มี ความคิดเป็นแบบแผน ใช้ภาษาที่ไพเราะ เหมาะแก่การให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะ สามารถ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร ประเภทของวรรณคดี ๑.การจำแนกวรรณคดีตามลักษณะการประพันธ์ คือ - ร้อยแก้ว (หนังสือวรรณคดีทัศนาให้ภาษาอังกฤษว่า Prose และไม่รวมหนังสือนิยายไว้ด้วย) เป็นหนังสือที่แต่งด้วย ความเรียงไม่มีการกำหนดคำ สัมผัส และบังคับอื่นๆ เช่น ร้อยกรอง -ร้อยกรอง (หนังสือวรรณคดีทัศนาให้ภาษาอังกฤษว่า Poetry ) เป็นหนังสือที่แต่งขึ้นตามรูปแบบของฉันทลักษณ์ที่ กำหนดที่แสดงออกถึงความงามของภาษาและอารมณ์ของผู้แต่งในขณะเดียวกัน -บทละคร (หนังสือวรรณคดีทัศนาให้ภาษาอังกฤษว่า Drama) เป็นงานเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์ให้นำออกแสดงให้ คนชมเป็นประการแรกและภายหลังนิยมนำบทละครมาพิมพ์ให้คนอ่านด้วย สมัยโบราณนิยมเขียนเป็นร้อยกรอง สมัยใหม่นิยมเขียนเป็นร้อยแก้ว -นิยาย (หนังสือวรรณคดีทัศนาให้ภาษาอังกฤษว่า Fiction) เป็นงานประพันธ์ร้อยแก้วที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของ ผู้เขียนมากกว่าจะแต่งขึ้นจากประวัติศาสตร์หรือความเป็นจริง แต่หนังสือของผู้ช่วยศาสตราจารย์บรรเทา จัดให้ นิยายรวมอยู่ในร้อยแก้วประเภทบันเทิงคดีมุ่งให้ความบันเทิง


๒ ๒. การจำแนกวรรณคดีตามหลักฐาน เป็นการจำแนกวรรณคดีตามลักษณะการถ่ายทอดวรรณคดี แบ่งเป็น -วรรณคดีที่ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นวรรณคดีที่บอกกล่าวจดจำกันมา เรียกกันว่า วรรณคดีมุขปาฐะ ไม่ มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน(วรรณคดีในสมัยเริ่มแรกของทุกชาติทุกภาษาจะใช้เพียงภาษาพูดและถ่ายทอดสืบต่อ กันมาโดยใช้ความจำ :วรรณคดีทัศนา) -วรรณคดีที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นวรรณคดีที่บันทึกไว้เป็นตัวหนังสือ เมื่อมีภาษาเขียน และภาษาเขียนก็ เป็นสื่อช่วยให้วรรณคดีแพร่หลายกว้างขวางอย่างไม่มีขีดจำกัด


๓ บทที่ ๒ ประวัติและที่มา ๑ ที่มา เรื่องสิงหไกรภพนี้ สุนทรภู่แต่งไว้เพียง ๑๕ เล่มสมุดไทย เป็นนิทานคำกลอนที่มีเค้าโครงเรื่องสนุกสนาน การผูกเรื่องชวนให้อ่านติดตาม ประกอบกับมีสำนวนโวหารที่จับใจผู้อ่านอยู่หลายตอน และเนื้อหาของเรื่องให้ สาระอันเป็นคุณประโยชน์แก่ผู้อ่าน จึงทำให้วรรณคดีเรื่องสิงหไกรภพเป็นที่ชื่นชอบและติดตรึงใจคนไทยมาช้านาน สิงหไกรภพ เป็นกลอนนิทานเรื่องหนึ่ง ผลงานประพันธ์ของ สุนทรภู่ มักนิยมเรียกกันในชั้นหลังว่า สิงหไตร ภพ เชื่อว่าสุนทรภู่แต่งขึ้นเพื่อถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์เมื่อครั้งถวายพระอักษร และในภายหลังได้แต่งต่อเพื่อถวายกรม หมื่นอัปสรสุดาเทพ ฯ สิงหไกรภพเป็นนิทานคำกลอนที่มีเค้าโครงเนื้อเรื่องสนุกสนานการผูกเรื่องชวนให้อ่านติดตามประกอบกับ มีสำนวนโวหารที่จับใจผู้อ่านหลายตอนและเนื้อหาของเรื่องให้สาระอันเป็นคุณประโยชน์แก่ผู้อ่าน จึงทำให้วรรณคดี เรื่องสิงหไกรภพเป็นที่ชื่นชอบและติดตรึงใจคนไทยมาช้านาน เนื้อเนื้อเรื่องของสิงหไตรภพ เกี่ยวกับตัวละครเอก ชื่อสิงหไตรภพ ที่พลัดบ้านเมืองแต่เล็ก ถูกลักพาตัวไป และเลี้ยงดูเติบโตขึ้นมาในบ้านพราหมณ์จินดา สิงหไตรภพเรียกพราหมณ์ว่าพี่ชาย เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นการผจญ ภัยของสองพี่น้องนี้และมีมนตร์วิเศษน่าตื่นตาตื่นใจเหมาะแก่การเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กจึงเป็นกลอนนิทานที่ ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครหลายครั้งและมักใช้ชื่อเรื่องว่า "สิงหไกรภพ" ๒ จุดมุ่งหมายในการแต่ง สิงหไกรภพ เป็นนิทานคำกลอนที่มีความยาวรองลงมาจากเรื่องพระอภัยมณี คือมีความ ยาว ๑๕ เล่มสมุด ไทยบางคนกล่าวว่าสุนทรภู่แต่งเรื่องนี้เพื่อประชันกับเรื่องไกรทองพระราชนิพนธ์ ในพระบาท สมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย นายธนิต อยู่โพธิ์ กล่าวว่าสุนทรภู่เริ่มแต่งนิทานเรื่องนี้ ตอนปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ (พ.ศ. ๒๓๖๕-๒๓๖๗) เพื่อถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ (ขณะนั้นยังทำหน้าที่ถวายพระอักษรเจ้าฟ้าอาภรณ์อยู่) แล้วมา แต่งต่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ เข้าใจว่าแต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ แต่เรื่องค้างอยู่ แต่งไม่จบ


๔ ๓ ลักษณะคำประพันธ์ กลอนบทละคร เป็นกลอนสุภาพประเภทหนึ่งจัดอยู่ในหมวดกลอนขับร้อง เช่นเดียวกับกลอน ดอกสร้อย สักวา กลอนเสภา และเพลงไทยเดิม ๓.๑ วัตถุประสงค์ในการแต่งกลอนบทละคร เพื่อนำไปแสดงละครร้องและรำ ซึ่งในอดีตถือเป็นการแสดงชั้นสูงที่มีเฉพาะในรั้วในวังเท่านั้น ๓.๒ ลักษณะบังคับ (ฉันทลักษณ์) กลอนบทละคร เช่นเดียวกับกลอนสุภาพ แต่จำนวนคำในวรรค จะอยู่ที่จำนวน ๖-๗ เป็นส่วน มาก ทั้งนี้ เพื่อให้จังหวะของเสียงเข้ากับท่าร่ายรำของตัวละคร และท่วงทำนองเพลงปี่พาทย์ นอกจากนี้ กลอนบทละคร จะมีคำนำ ในบางบท เพื่อบอกถึงการกระทำ หรือเหตุการณ์สำคัญ ที่ กำลังดำเนินไป ซึ่งจะมีอยู่ ๒ คำ คือ "เมื่อนั้น" กับ "บัดนั้น"คำว่า "เมื่อนั้น" ใช้สำหรับตัวละครสูงศักดิ์ ส่วนคำว่า"บัด นั้น" ใช้สำหรับตัวละครชั้นสามัญ


๕ บทที่ ๓ เรื่องย่อ ณ นครโกญจา พระเจ้าอินณุมาศและพระนางจันทรปรารถนาจะได้บุตรไว้สืบสันตติวงศ์ แต่หลายปีผ่านไป ก็ยังไม่สมปรารถนาจนกระทั่งวันหนึ่งแม่ทัพอำนาจยกทัพไปปราบโจรสลัดหิมวัฒได้ แล้วพาตัวลูกชายของจอมโจร วัย 5 ปีมาถวายพระเจ้าอินณุมาศและพระนางจันทร เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงทอดเนตรก็รู้สึกเอ็นดูรักใคร่ปรารถนา จะได้เด็กนั้นเป็นลูกแม้แม่ทัพอำนาจกับอำมาตย์กุศลทูลทัดทานว่าจะเป็นการเลี้ยงลูกเสืออาจเกิดภัยได้ ทั้งสอง พระองค์ก็ไม่สนใจด้วยความรักหลงในเด็กน้อยนั่นบังตาเสียสิ้น พระเจ้าอินณุมาศตั้งชื่อเด็กน้อยนั้นว่า คงคาปราลัย คงคาปราลัยเติบโตขึ้นมาพร้อมกับนิสัยที่ดุร้ายไม่ผิดผู้เป็นพ่อยิ่งได้อำมาตย์กระแจะกับอำมาตย์กระจานคอยยุยง ส่งเสริมหวังประจบเพื่อความดีความชอบ ก็ยิ่งทำให้คงคาปราลัยกระทำชั่วช้ามากยิ่งขึ้น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพระราชา ก็จะประจบเอาใจ จนพระราชาไม่ทรงล่วงรู้ถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของคงคาปราลัย ต่อมาพระนางจันทรแก้วทรงสุบิลประหลาดว่าได้ดวงอาทิตย์มาแล้วถูกแย่งชิงไปจากผู้วิเศษ โหรทำนายว่า จะได้พระโอรสไว้สืบสกุลและจะเป็นพระโอรสที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อยังเล็กจะถูกพรากจากไป เมื่อเติบใหญ่จึงจะได้พบ กันอีกครั้ง ทำให้คงคาปราลัยอิจฉา จึงสมคบคิดกับอำมาตย์ฝ่ายตน ก่อกบฎแย่งชิงบัลลังค์จากพระเจ้าอินณุมาศ พระเจ้าอินณุมาศกับพระนางจันทรต้องหลบหนีออกจากนครไป แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า พรานสิงห์ มาพบเข้า ก็สงสารจึงพามาอยู่ในหมู่บ้าน ให้ช่วยทำนาทดแทนคุณฝ่ายอำมาตย์กุศลและ หมื่นระบิลจำใจต้องยอมสยบต่อคง คาปราลัย เพื่อคอยหาจังหวะช่วงชิงอำนาจกลับคืน คงคาปราลัยเมื่อได้ขึ้นเป็นพระราชาก็ก่อการปล้นฆ่าชาวบ้านด้วยความคึกคะนองหยาบช้า จนทำให้ บ้านเมืองเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ในที่สุดอำมาตย์กุศลกับพวกและชาวเมืองก็หาทางกำจัดคงคาปราลัยได้สำเร็จ แล้วจึงออกตามหาพระราชาอินณุมาศต่อไป พระนางจันทรแก้วคลอดลูกออกมาเป็นชายสมดั่งที่โหรทำนาย ก็ปลาบ


๖ ปลื้มนักเฝ้าถนอมเลี้ยงเป็นอย่างดี แต่ก็ยังถูกชาวบ้านบางคนไม่พอใจ คอยหาทางกลั้นแกล้งให้ออกไปทำงาน จึง ต้องทิ้งลูกเอาไว้กับเด็กชาวบ้านตามลำพัง ที่หมู่บ้านพราหมณ์ พรหมณ์จินดา วัย 12 ขวบ ได้รับคำสั่งจากพราหมณ์บิดาให้ไปสืบหาเด็กที่มีบุญบารมี แล้วนำมาเลี้ยงดู ก็จะทำให้พราหมณ์จินดาเจริญรุ่งเรืองได้เป็นใหญ่เป็นโตต่อไป พราหมณ์จินดาจึงออกตามหาเด็ก ที่ว่า จนกระทั่งมาพบกับลูกพระนางจันทร์แก้ว เห็นว่ามีคุณลักษณ์ต้องตามที่บิดาบอกไว้ จึงตัดสินใจลักพาตัวกุมาร ไป เมื่อพระนางจันทรกลับมาก็ไม่พบลูกจึงออกตามหากันทั้งหมู่บ้านแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาพระนางจันทรแทบจะขาด ใจตายที่ลูกถูกพรากไป แต่เมื่อนึกถึงคำทำนายของโหรที่ว่าลูกจะถูกพรากไป แล้วจะได้กลับมาพบกันในที่สุด พระ นางจึงหักห้ามความเสียใจได้ เมื่ออำมาตย์กุศลตามมาพบจึงทูลเชิญเสด็จกลับไปครองเมืองโกญจาฝ่ายพราหมณ์ จินดาพากุมารน้อยระหกระเหินมากลางป่า จนกระทั่งมาพบกับ ยักษ์พินทุมาร เมื่อยักษ์พินทุมารเห็นเด็กทั้งสองก็ เกิดความรัก จึงนำมาเลี้ยงเพราะตัวเองไม่มีลูกแล้วจึงให้นางยักษ์ไกรสรที่มีชาติกำเนิดเป็นนางสิงห์เลี้ยงดูให้นมแบบ มารดาเพราะนางไกรสรกำลังมีลูกอ่อนชื่อ อัปสร พอดี แล้ววันเวลาก็ผ่านไป 5 ปี กุมารน้อยได้ชื่อว่า สิงหไกรภพ ได้ เติบโตขึ้นมาด้วยความรักใคร่ของยักษ์พินทุมาร แต่นางไกรสรนั้นคอยหาทางจะกินสิงหไกรภพตลอดเวลาทำให้ผิด ใจกับลูกสาวที่เป็นเพื่อนเล่นกับสิงหไกรภพ ต่อมาสิงหไกรภพชวนพราหมณ์จินดาไปเที่ยวเล่นในที่หวงห้าม จึงได้พบ ต้นไม้วิเศษ ที่ใบของมันกินแล้วจะกลายเป็น นาค นกแก้ว และลิงได้เด็กน้อยจึงลองกินดู แล้วกลายร่างเป็นนาค ยักษ์พินทุมารกลับมาเห็น จึงนำน้ำจากแอ่งผาในซอกหินมาลูบตัวเด็กน้อยทั้งสอง จนกลับมาเป็นคนตาม เดินแล้ว สั่งห้ามเข้ามาซุกซนกันอีก พราหมณ์จินดาตัดสินใจเล่าให้สิงหไกรภพฟังว่า พินทุมารมิใช่พ่อแท้ ๆ แต่เป็นยักษ์ที่บังคับให้ พราหมณ์ จินดากับสิงหไกรภพมาเป็นลูกสิงหไกรภพอยากพบหน้าพ่อแม่ที่แท้จริง จึงชวนกันหาทาง หนียักษ์พินทุมาร ระหว่างนั้นมีวิทยาธรชื่อ เพชรพญาทร แอบมาลักพระขรรคค์ประกายฟ้าที่พินทุมารตั้งใจจะให้สิงหไกรภพไป ยักษ์ พินทุมารจึงออกตามล่าเอาพระขรรค์คืน สิงหไกรภพจึงชวนพราหมณ์จินดาไปเด็ดใบไม้วิเศษจึงได้พบกับน้าผีที่ทำหน้าที่เฝ้าต้นไม้นั้น น้าผีรักเอ็นดู เด็กจึงสั่งว่าหากเดือดร้อนก็ให้นึกถึงแล้วน้าผีจะมาช่วยสิงหไกรภพพาพี่ชายหนีออกมาได้ ยักษ์ พินทุมารรบกับเพชร พญาทรไม่แพ้ชนะ คิดถึงลูกจึงหวนกลับมาก็ไม่พบลูกจึงออกตามหาจนทันแต่สิงหไกรภพได้หนีจนพ้นเขตถ้ำแก้ว ของยักษ์พินทุมารไปแล้ว ยักษ์พินทุมารเสียใจที่ลูกรักหนีจาก ตัดสินใจสั่งเสียลูกขอให้ตามเอาพระขรรค์วิเศษคืน จากวิทยาทรให้ได้ พร้อมให้สายรุ้งวิเศษไว้ป้องกันตัวจากนั้นก็สิ้นใจตาย สิงหไกรภพเสียใจที่ยักษ์พินทุมารต้องตายไป เมื่อหักห้ามใจได้แล้วก็ชวนพี่ชายพากันไปหา เพชรพญาทร จนเกิดสู้รบกัน แต่เด็กทั้งสองก็รบสู้เพชรพญาทรไม่ได้ เพราะเพชรพญาทรได้รับ พรวิเศษว่าไม่มีใครสามารถฆ่าให้ ตายได้ นอกจาก เทวี 4 ตา เท่านั้น สิงหไกรภพยังไม่ละความพยายาม ออกตามหาเทวี 4 ตา เพื่อจะขอให้เทวี 4 ตา


๗ ไปฆ่าเพชรพญาทร สิงหไกรภพเดินทางมาจนพบนครมารัน จึงกินดอกไม้วิเศษให้ร่างกายเป็นนกแก้วบินเข้าไปใน พระราชวังจนพบกับ พระธิดาสร้อยสุดา สิงหไกรภพกลายร่างเป็นเด็กตามเดิม แล้วเข้ามาเล่นกับพระธิดาจนสนิท สนมกัน สิงหไกรภพถามหาเทวี 4 ตา สร้อยสุดาไม่รู้จัก สิงหไกรภพจึงต้องออกตามหาเทวี 4 ตาต่อไป ก่อนจากกัน สิงหไกรภพได้มอบแหวนให้สร้อยสุดา สร้อยสุดาก็พาสิงหไกรภพไปหลบซ่อนในดอกบัวใหญ่ที่สร้อยสุดากำเนิด ขึ้นมา (สร้อยสุดาเป็นนางที่เกิดในดอกบัวไม่ใช่ยักษ์) สิงหไกรภพกับพี่ชายออกมาจากเมืองมารันของจตุรพักตร ก็พากันออกค้นหาเทวี 4 ตา ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งบนฟ้าในมหาสมุทรถิ่นที่อยู่ของพญานาค จนกระทั่งได้พบกับพญาลิงชื่อ วาตะ และ ปู่นกฮูก ที่คอยช่วยเหลือ และช่วยรบกับเพชรพญาทรอยู่หลายครั้ง หลายปีผ่านไปสิงหไกรภพเติบโตเป็นหนุ่มน้อยรูปงามพราหมณ์จินดาจึงพากลับมายังหมู่บ้านพราหมณ์ พราหมณ์ผู้เฒ่าคนนึงเข้ามาทักทายพราหมณ์จินดา เมื่อพราหมณ์จินดาแนะนำว่า สิงหไกรภพเป็นน้องพราหมณ์เต่า ก็ค้านว่าไม่ใช่เพราะรู้ดีว่าแม่ของพราหมณ์จินดามีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้สิงหไกรภพเริ่มสงสัยในชาติ กำเนิดที่แท้จริงของตน จึงขอให้พราหมณ์จินดาเล่าให้ฟัง พราหมณ์จินดากลัวน้องชายโกรธ จึงเพียงแต่เล่าว่าถูก ยักษ์พินทุมารบังคับให้ไปลักสิงหไกรภพมาจากในป่า เพื่อมาเลี้ยงดูโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าแม่สิงหไกรภพเป็นใคร สิง หไกรภพจึงชวนพี่ชายออกตามหาพ่อแม่และเพชรพญาทรต่อไป สิงหไกรภพเดินมาจนพบนครมารันอีกครั้ง แต่ยัง จำไม่ได้ว่าเคยมา สิงหไกรภพกินใบไม้วิเศษกลายร่าง เป็นนกแก้วเข้าไปในสวนดอกไม้ เห็นสร้อยสุดาอยู่ในสวนก็เกิด หลงรัก บินมาใกล้แล้วพูดคุยด้วยสร้อยสุดาเห็นนกพูดได้ก็เอ็นดูพาไปเลี้ยงดูในตำหนัก หลายวันผ่านไปสิงหไกรภพก็ กลายร่างเป็นคน เมื่อสร้อยสุดาเห็นสิงหไกรภพก็นึกชอบ จนกระทั่งกลายเป็นความรักต่อไป และลักลอบได้เสียกัน ในที่สุด หลายวันเข้าพวกนางกำนัลยักษ์ก็พากันสงสัยเพราะได้กลิ่นมนุษย์ พากันไปทูลจตุรพักตร จตุพักตรให้ทหาร ยักษ์ออกค้นหาจนทั่วก็ไม่พบ ต่อมาสร้อยสุดาท้องก็เกิดหวาดหวั่นกลัวพ่อจะโกรธ สิงหไกรภพจึงชวนสร้อยสุดาหนี ออกจากนครมารัน โดยกินใบไม้ให้กลายเป็นนกแก้วแล้วพากันบินหนีไป ทำให้จตุรพักตรโกรธมาก ลั่นวาจาว่าต้อง ฆ่าสิงหไกรภพให้จงได้ สิงหไกรภพพาสร้อยสุดาและพราหมณ์จินดารอนแรมมากลางป่า เพชรพญาทรมาเห็น สร้อยสุดานอนหลับ อยู่ ขณะสิงหไกรภพไปหาอาหาร จึงลักพาตัวสร้อยสุดาไปไว้ในถ้ำของตน สิงหไกรภพกลับมาไม่เห็นสร้อยสุดาก็ เสียใจพากันออกตามหาเพชรพญาทรพยายามจะลวนลามสร้อยสุดาก็ทำไม่ได้เพราะเมื่อใกล้ตัวนางคราใดก็จะ เหมือนจับต้องเปลวไฟทุกครั้งไปน้าผีและพราหมณ์จินดาแปลงกายเป็นนกออกตามหาจนพบสร้อยสุดาในถ้ำ จึงมา บอกสิงหไกรภพสิงหไกรภพ ทั้งสามจึงพากันแปลงกายมาหาสร้อยสุดานัดแนะแผนการที่จะฆ่าเพชรพญาทร ต่อมา เพชรพญาทรรู้ว่าสร้อยสุดาวางแผนจะเล่นงานตน ก็จะใช้พระขรรค์เล่นงานสร้อยสุดา จากทางด้านหลัง ปรากฏว่า


๘ สร้อยสุดาสามารถเห็นเพชรพญาทรจากทางด้านหลังได้ จึงหันกลับมาแทงเพชรพญาทรตาย ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าที่ แท้แล้วสร้อยสุดาก็คือ เทวี 4 ตา ผู้ซึ่งสามารถมองเห็นได้รอบทิศนั่นเอง เมื่อเพชรพญาทรตายแล้ว พราหมณ์จินดาจึงพาสิงหไกรภพออกตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ระหว่างทาง ยักษ์ จตุรพักตรได้ติดตามมา แล้วพาตัวสร้อยสุดากลับไปนครมารันได้ สร้อยสุดาจำใจต้องกลับไปกับพ่อ เพราะไม่ ต้องการให้สิงหไกรภพถูกพ่อฆ่าตาย สิงหไกรภพตัดสินใจออกตามหา พ่อแม่ก่อน แล้วค่อยติดตามสร้อยสุดาใน ภายหลัง พราหมณ์พาสิงหไกรภพมาจนถึงหมู่บ้านนายพราน สืบถามหาพ่อแม่สิงหไกรภพ จึงรู้ว่าเป็นพระราชานคร โกญจา สิงหไกรภพกับพี่ชายจึงพากันมาที่นครโกญจา ทำให้พ่อแม่ลูกที่พรากจากกันสิบกว่าปีได้กลับมาพบกันอีก จากนั้นสิงหไกรภพจึงหาทางกลับนครมารันเพื่อไปรับสร้อยสุดากลับมาแต่ก็ไม่สามาถเข้านครมารันได้เพราะยักษ์ จตุรพักตรได้ใช้เวทมนต์ปิดบังนครเอาไว้ จนกระทั่งสร้อยสุดาคลอดลูกชาย ท้าวจตุรพักตรจึงตัดสินใจจะฆ่าสิงหไกร ภพโดยทำเป็นเปิดเมืองให้ทุกคนเห็นเพื่อล่อให้สิงหไกรภพเข้ามาแล้วหาทางจะฆ่าทิ้ง สิงหไกรภพเข้ามาพบสร้อย สุดาได้แต่ก็ถูกไล่ตามฆ่าจึงต้องหนีกลับเมืองโกญจาพร้อมสร้อยสุดา จตุรพักตรแค้นมากยกทัพมาตีพลยักษ์มากมาย สุดที่สิงหไกรภพจะต้านได้พระฤาษีจึงต้องมาช่วยสอนเวทมนต์ให้สิงหไกรภพผูกหุ่น พยนตร์เพื่อสู้รบกับพลยักษ์ หุ่นพยนตร์ฆ่าไม่ตายแต่พลยักษ์กลับล้มตายจนหมดสิ้น ในที่สุดจตุรพักตรก็ถูกฆ่าตาย สิงหไกรภพจึงครองคู่กับ สร้อยสุดาต่อไปอย่างมีความสุข


๙ บทที่ ๔ บทประพันธ์ สุนทรภู่เรื่องต้นนิทานเรื่องนี้ว่า ข้าบาทขอประกาศประกอบเรื่อง แต่ปางหลังยังมีบุรีเรือง ชื่อว่าเมืองโกญจาสถาวร นามพระองค์ซึ่งดำรงอาณาราษฎร์ อินณุมาศบพิตรอดิศร พระนามนางเกศสุรางคนิกร ชื่อจันทรแก้วกัลยาณี แสนสนมหมื่นประนมประณตน้อม ดังดาวล้อมจันทราในราศี ทั้งเสนาพฤฒามาตย์ราชกระวี อัญชุลีเพียงพื้นพระโรงเรียง สำราญรอบขอบคันนิคมเขต ทั่วประเทศพิณพาทย์ไม่ขาดเสียง สองพระองค์ทรงธรรมไม่ต่ำเอียง ไร้แต่เพียงบุตราธิดาดวง (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๙) ตอนโหรทำนายฝันของนางจันทร แล้วกล่าวว่าท้าวอินณุมาศและนางจันทรจะสูญเสียราช¬สมบัติ ท้าวอินณุมาศปลงตก คิดได้ว่า เป็นทุกขังอนิจจังอนัตตา อันเกิดมาเป็นบุคคลไม่พ้นตาย สุขกับโศกเหมือนหนึ่งโรคสำหรับร่าง รำพึงพลางหักให้พระทัยหาย กลับคนเข้าแท่นสุวรรณพรรณราย ตรัสสอนสายสุดสวาทนาฏอนงค์ สงวนครรภ์ขวัญเนตรเถิดน้องรัก โหราทักทุกข์แทบจะผุยผง เรายึดยุดพุทธคุณให้มั่นคง เป็นทางตรงตราบสิ้นชีวาลา (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๑๕) สุนทรภู่บรรยายความทุกข์ยากลำบากของนางจันทรขณะอยู่กับพรานเพิกว่า น่าสงสารทรามวัยพระทัยหาย ภูษาทรงโจงกระหวัดรัดพระกาย ฉวยกระบายโกยเข้าลงใส่ครก ไม่เคยตำก็ถลำถลากพลาด ออกพรุดพราดเรี่ยรายกระจายหก


๑๐ ไม่ทันแตกเอาขึ้นหัตถ์ฝัดกระทก แล้วใส่ครกกลับตำนั้นร่ำไป (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๒๔) ตอนนางจันทรคลอดพระโอรส สุนทรภู่บรรยายให้เห็นความเศร้าโศกของท้าวอินณุมาศ และนางจันทร ที่โอรสมาคลอดกลางป่าว่า ดูลูกรักวรพักตร์เพียงเพ็ญจันทร์ พระทรงธรรม์กอดลูกแล้วโศกา นฤบาลว่าสงสารพระลูกแก้ว เกิดมาแล้วเมื่อพ่อขาดวาสนา นางจันทรว่าแม้นก่นพ่อเกิดมา พระวงศาก็จะล้อมอยู่พร้อมเพรียง พระบิดาว่าแม้นเมื่อได้ฤกษ์ จะเอิกเกริกแตรสังข์ประดังเสียง พระชนนีว่าจะมีแม่นมเคียง พระพี่เลี้ยงเฒ่าแก่จะแจจัน พระปิตุเรศว่าประเทศทุกไทท้าว ถ้ารู้ข่าวก็จะรีบมาทำขวัญ พระมารดาว่าพ่อนอนเมื่อกลางวัน ฝูงกำนัลก็จะเห่ดังเรไร พระบิดาว่าโอ้มาคลอดเจ้า กระท่อมเท่ารังกาได้อาศัย พระมารดาว่าสงสารสายสุดใจ อู่ก็ไม่มีรองพระองค์เลย พระทรงฤทธิ์ว่าคิดแล้วใจหาย เอาหนังควายต่างฟูกเถิดลูกเอ๋ย พระมารดาว่าขวัญเข้าเจ้าทรามเชย มาเสวยถันเต้าแม่เต็มทรวง สองกษัตริย์โทมนัสด้วยลูกน้อย ยิ่งเศร้าสร้อยคิดคะนึงถึงวังหลวง แล้วแข็งขืนกลืนโศกไว้ในทรวง อาทิตย์ล่วงเลยลัดอัสดงค์ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๒๗) สิงหไกรภพให้คำมั่นสัญญาแก่นางสร้อยสุดาว่า“ถึงม้วยดินสินฟ้าสุราลัย ไม่จากไกลกลอยสวาทแล้ว ชาตินี้” (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ,, นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๖๘) ตอนสิงหไกรภพอุ้มนางสร้อยสุดาหนียักษ์ผู้เป็นบิดา สุนทรภู่บรรยายถึงความว้าเหว่ของสิงหไกรภพ ขณะที่เหาะไปในท้องฟ้าว่า จะแลซ้ายสายเมฆวิเวกจิต ให้หวาดหวิดว้าเหว่ในเวหา จะเหลียวกลับลับปราสาทหวาดวิญญา จะแลขวาขวัญหายไม่วายครวญ


๑๑ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๗๗) พราหมณ์เทพจินดาเตือนสิงหไกรภพให้รีบไปหาบิดามารดาก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาชิงนางสร้อยสุดา คืน โดยให้เหตุผลว่า พระชนกชนนีเป็นที่ยิ่ง ไม่ควรทิ้งทอดพระคุณให้สูญหาย ถึงลูกเมียเสียไปแม้นไม่ตาย ก็หาง่ายดอกพี่เห็นไม่เป็นไร พระบิดามารดานั้นหายาก กำจัดจากแล้วไม่มีที่อาศัย นางไปอยู่บุรีไม่มีภัย มาเมื่อไรคงพบประสบกัน ขอเชิญพ่อหน่อเนื้อในเชื้อแถว ไปกรุงแก้วโกญจามหาสวรรย์ พระบิตุราชมาตุรงค์เผ่าพงศ์พันธุ์ จะนับวันคอยหาด้วยอาวรณ์ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๙๓) ตอนสิงหไกรภพชมธรรมชาติแล้วระลึกถึงนางสร้อยสุดา สุนทรภู่เล่นคำได้ดี คือบรรยายว่า เห็นธารน้ำรำลึกเมื่อเล่นธาร เริงสำราญหรือรกร้างให้ห่างกัน เห็นกวางทองย่องเยื้องชำเลืองหลบ เหมือนแลพบพักตร์ยุพินเมื่อผินผัน หอมลูกอินกลิ่นระคนปนลูกจันทน์ เหมือนกลิ่นขวัญเนตรรื่นชื่นอารมณ์ นางแย้มงามยามเยื้อนเหมือนเบือนยิ้ม ให้เชยชิมชื่นชิดสนิทสนม ดอกเล็บนางอย่างเล็บพระเก็บชม แต่ไม่คมข่วนเจ็บเหมือนเล็บนาง รสสุคนธ์เหมือนสุคนธ์ปนแป้งสด มาร้างรสสุคนธ์น้องให้หมองหมาง อบเชยเหมือนพี่ชวนเจ้านวลนาง ออกจากปรางค์มาในห้องหิมวันต์ เห็นสาวหยุดสุดคะนึงคิดถึงสาว หอมเช้าๆ ชื่นใจเมื่อไก่ขัน โอ้เต่าร้างเหมือนที่ร้างมาห่างกัน ทุกคืนวันวายชมให้ตรมตรอม หอมอบเชยเหมือนพี่ชวนเจ้านวลนาง ออกจากปรางค์มาในห้องหิมวันต์ เห็นสาวหยุดสุดคะนึงคิดถึงสาว หอมเช้าๆ ชื่นใจเมื่อไก่ขัน โอ้เต่าร้างเหมือนพี่ร้างมาห่างกัน ทุกคืนวันวายชมให้ตรมตรอม หอมอบเชยเหมือนเมื่อเคยเชยกลิ่นอบ หอมตระหลบอบกลิ่นไม่สิ้นหอม พยอมเอ๋ยเคยใจมิใคร่ยอม ให้ต้องออมอกช้ำทุกค่ำเช้า


๑๒ เห็นโศกออกดอกอร่ามเมื่อยามโศก แสนวิโยคโศกทรวงให้ง่วงเหงา ถึงดอกงามยามโศกเหมือนโรคเรา มีแต่เศร้าโศกซ้ำนั้นร่ำไป เห็นยมโดยโดยดิ้นถวิลโหย เหมือนดิ้นโดยดังจะพาน้ำตาไหล โอ้ระกำเหมือนกรรมในน้ำใจ ด้วยมาไกลกลืนช้ำระกำตรม เห็นกลอยออกดอกดวงเป็นพวงห้อย เหมือนกลิ่นกลอยใจคิดสนิทสนม เสน่หาอาวรณ์ร้อนอารมณ์ จะแลชมอื่นๆ ไม่ชื่นใจ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๙๗) เมื่อสิงหไกรภพมีสารมาถึงนางสร้อยสุดา ก็ยํ้าถึงความซื่อสัตย์ต่อความรักของพระองค์ที่มีต่อนางว่า จนม้วยดิ้นสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดเสน่หาจนอาสัญ ถึงตัวไปใจคิดเป็นนิรันดร์ ที่รับขวัญเช้าเย็นไม่เว้นวาย (พ. ณประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๑๑๓) เมื่อสิงหไกรภพฆ่าท้าวจตุรพักตร์ มเหสีและนางสร้อยสุดาผู้เป็นธิดารวมทั้งญาติอื่นๆ ได้คร่ำครวญ อาลัยรักดังนี้ มเหสีตีทรวงเสียงฮักฮัก โอ้ปิ่นปักปัถพินมาสิ้นสูญ จะเสียวงศ์พงศ์ยักษ์ศักดิ์ตระกูล จะตามทูนกระหม่อมม้วยเสียด้วยกัน พระธิดาว่าโอ้พระปิตุเรศ เคยปกเกศชุบย้อมถนอมขวัญ ให้ผาสุกทุกเวลาทิวาวัน ยังไม่ทันแทนพระคุณมาสูญลับ พระวงศาว่าทูนกระหม่อมแก้ว นิพานแล้วมืดเหมือนดังเดือนดับ นางห้ามแหนแสนอาลัยว่าไปทัพ เคยคอยรับหรือมาร้างถึงวางวาย นางพระยาว่าพระคุณมาสูญเสีย เหมือนศอเมียขาดกระเด็นไม่เห็นหาย จะโศกช้ำร่ำรับแต่อับอาย จะสู้ตายให้พ้นทนทรมาน พระธิดาว่าพระคุณทูนกระหม่อม เคยถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกหลาน แต่ครั้งนี้มีโทษไม่โปรดปราน ไปรอนราญจนสวรรคครรไล พระวงศาว่าแต่นี้ไม่มีสุข จะรับทุกข์ทุกเวลาน้ำตาไหล สนมนางต่างว่านับจะลับไป จะมิได้เฝ้าองค์พระทรงยศ


๑๓ ทั้งเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร ให้สงสารวิโยคโศกสลด แต่สองนางอย่างจะม้วยระทวยทด ทรงกำสรดโศกาด้วยอาวรณ์ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๑๒๓-๑๒๔) บรรดาสาวสนมกำนัลของสิงหไกรภพ เมื่อรู้ว่าสิงหไกรภพไม่สนใจพวกตนก็พากันเล่นเพื่อน ดังที่ สุนทรภู่บรรยายว่า เห็นโฉมสร้อยสุดามารศรี ดังเดือนเพ็งเปล่งฟ้าไม่ราคี ถึงทั้งมีลูกเต้ายังเพราพริ้ง ประไพพักตรลักษณะพระวิลาศ ดูผุดผาดล้ำเลิศประเสริฐหญิง ที่เหิมฮึกนึกไว้อายใจจริง เหลือจะชิงชมชิดทำบิดเบือน แต่ลูกสาวท้าวพระยาพวกข้าหลวง ทุกกระทรวงห้ามแหนไม่แม้นเหมือน ต่างเมินหมางห่างแหทำแชเชือน เที่ยวเล่นเพื่อนพิศวาสละราชการ (พ. ณ ประมวญมารค, “สิงหไกรภพ” นิทานคำกลอนสุนทรภู่, หน้า ๑๓๓-๑๓๔) เรื่องสิงหไกรภพค้างอยู่เพียงท้าวกาลเนตรตายเท่านั้น เข้าใจว่าสุนทรภู่ไม่ได้แต่งไว้จนจบเรื่อง ตัวละครในวรรณคดีสิงหไกรภพที่มีบทบาทสำคัญ สิงหไกรภพ ผู้เจนจบในกระบวนยุทธ์ สร้อยสุดา ผู้จงรักภักดี เทพทิพดา พี่ชายผู้เสียสละ รามวงศ์ ลูกกตัญญู


๑๔ แก้วกินรี สตรีผู้มีน้ำใจงาม คงคาประลัย ผู้ไม่รู้คุณคน ท้าวอินณุมาศ พ่อผู้มีแต่ความรักความเมตตาและเชื่อใจ มเหสีจันทร แม่ผู้มีแต่ความรักความเมตตาและเชื่อใจ พินทุมาร พ่อผู้มีแต่ให้ ท้าวจัตุพักตร์ ยักษ์ที่ทีแต่ความพยาบาท ท้าวเทพาสูร ยักษ์ผู้โง่เขลาเบาปัญญา ประลัยกัลป์ ยักษ์มิตรแท้ผู้ไม่ทอดทิ้งเพื่อน เทวราช หนุ่มน้อยผู้มีพิณเป็นอาวุธ นางอองออย ผีกองกอยตีนเดียว และเหล่าเสนาอามาตย์และนางสนมกำนัล ทั้งหลาย ๆ


๑๕ บทที่ ๕ บทวิเคราะห์ (๑) นิทานคำกลอนเรื่องสิงหไกรภพนี้ นอกจากเนื้อเรื่องให้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว บทกวีนิพนธ์ยัง มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ สำนวนโวหารและลีลาการประพันธ์สร้างความประทับใจแก่ผู้อ่านอยู่หลายตอน ดังบท กลอนที่พรรณนาถึงนกในป่าตอนหนึ่งว่า ยินสำเนียงเสียงกาโกญจาก้อง บ้างเมียงมองเขาไม้ไพรระหง บ้างบินพริบลิบลับจับพุ่มพง ลางตัวลงเลียบเชิงละเลิงลาน จับจิงจ้อจอแจจอกจิบจาบ คุ่มตะขาบคาบแคเขาขันขาน ทึดทือเที่ยวท่องเถื่อนในท้องธาร แสนสงสารแซ่ซ้องโซเซซอน (๒) นอกจากนี้เรื่องสิงหไกรภพยังแทรกด้วยสาระด้านการปกครองบ้านเมือง สังคม ประเพณี และ ขนบธรรมเนียมปฏิบัติซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยรวมทั้งคติธรรมและความเชื่ออันเนื่องมาจากพุทธ ศาสนาโดยเฉพาะในเรื่อง “กรรม” ว่าเป็นเครื่องบันดาลหรือเครื่องสร้างทุกอย่าง บุคคลทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่ว ก็ตาม ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น ซึ่งสุนทรภู่ได้ถ่ายทอดความเชื่อนี้ไว้ในความคิดและพฤติกรรมของตัวละครตลอด ทั้งเรื่อง เช่น เราชาตินี้มีกรรมนั้นแสนสุด ไม่มีบุตรสืบสร้างพระศาสนา เมื่อถึงกรรมจำตายวายชีวี ถึงอยู่ที่ไหนไหนก็ไม่พ้น สงสารสุดนุชน้องเจ้าทรงครรภ์ มาจากกันกรรมสร้างแต่ปางใด สุนทรภู่ยังสอดแทรกคติธรรมทางพระพุทธศาสนาไว้ในลักษณะข้อคิด คำสอน ดังนี้ เรื่องไตรลักษณ์ แล้วหวนห้ามความโศกให้สิ้นสุด ด้วยคำพุทธไตรเพทเทศนา เป็นทุกขังอนิจจังอนัตตา อันเกิดมาเป็นบุคคลไม่พ้นตาย


๑๖ สุขกันโศกเหมือนหนึ่งโรคสำหรับร่าง รำพึงพลางหักให้พระทัยหาย กลับคืนเข้าแท่นสุวรรณพรรณราย ตรัสสอนสายสุดสวาทนาฏอนงค์ สัจธรรมของชีวิต อันรูปเหมือนเรือนโรคโสโครกครบ เครื่องอาศภสูญกลับอัปลักษณ์ ล้วนเปื่อยเน่าเก่าลงอย่าหลงนัก ไม่พักรักรูปนี้เกลียดรังเกียจใจ บุตรพึงปฏิบัติต่อบิดามารดา พระชนกชนนีเป็นที่ยิ่ง ไม่ควรทิ้งทอดพระคุณให้สูญหาย แม้นมารดรร้อนโรคทุกข์โศกเศร้า จะมาเฝ้าฟูมฟักอยู่รักษา ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามี จงทำชอบนอบน้อมค่อยออมอด บำรุงรสรักใคร่อย่าให้หมอง แม่เนื้อเย็นเป็นที่พึ่งพี่น้อง จงตรึกตรองครององค์ให้จงดี หนึ่งบิตุราชมาตุรงค์ของทรงฤทธิ์ อย่าควรคิดขัดข้องให้หมองศรี จงฝากองค์วงศาสวามี ได้เป็นที่พึ่งพาให้ถาวร การปกครองแผ่นดิน จงสัตย์ซื่อถือบทตามกฎหมาย อย่าคิดร้ายทุจริตผิดวิสัย แม้นประมาทราชทัณฑ์จะบรรลัย ทำชอบได้เกียรติยศจะงดงาม แม้นมีศึกฮึกสู้มาจู่จาบ คิดปรามปราบเสียให้เตียนซึ่งเสี้ยนหนาม ได้เย็นเกล้าชาวบูรีแลชีพราหมณ์ เจริญความสุขสง่าแก่ธานี ทั้งยังกล่าวไว้เป็นสุภาษิต คำพังเพย ซึ่งให้แนวทางการดำเนินชีวิตอันเป็นคุณประโยชน์แก่ผู้อ่าน เช่น เหมือนต่อเรือเหลือลํ้ากว่าลำคลอง จึงขัดข้องค้างนํ้าต้องตำรา เหมือนหิ่งห้อยน้อยแสงจะแข่งแข จะมีแต่อัปภาคย์ยากหนักหนา และ - อันน้ำน้อยแพ้ไฟดับไม่หาย - ชลธารน้อยนักแพ้อัคคี - อยู่ใต้ฟ้าแล้วตัวอย่ากลัวฝน - เหมือนคงคาขึ้นคงกลับลงคลอง - เหมือนเสียเกลือเนื้อเน่าไม่เข้ายา - ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย


๑๗ คุณค่าของวรรณคดี ๑. คุณค่าทางศีลธรรม กวีสอดแทรกคติ คำสอน และศีลธรรม ไว้ในเนื้อเรื่องบ้าง ถ้อยคำบรรยายบ้าง ในถ้อยคำสนทนาบ้าง ผู้อ่าน รับคติ ข้อคิดที่ดีงามไปโดยไม่รู้ตัว ๒. คุณค่าทางปัญญาและสังคม ผู้อ่านจะได้รับความรู้เพิ่มขึ้นได้ข้อคิด ขยายทัศนคติให้กว้างขวางขึ้น ๒.๑ ความเชื่อ - ความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ - ความเชื่อเรื่องเวรกรรม - ความเชื่อเรื่องเทพยาดา ๓. คุณค่าทางอารมณ์ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ในเรื่องความรู้สึกและอารมณ์ต่าง ๆ ของตัวละคร ทั้งความดีใจ ความ เสียใจ ความโกรธ ความรัก ความกลัว เป็นต้น ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์คล้อยตามหรืออารมณ์สะเทือนใจไปด้วย ๔. คุณค่าทางวัฒนธรรม วรรณคดีทำหน้าที่สืบต่อวัฒนธรรมของชาติจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งวรรณคดีจะสอดแทรกวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นมนุษย์ ประเพณีต่าง ๆ ของสังคม ๕. คุณค่าทางวรรณศิลป์ คือคุณค่าในด้านการใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ มีการบรรยายการเปรียบเทียบได้ชัดเจนทำให้ผู้อ่านเกิดจินต ภาพมีถ้อยคำสำนวนที่ ให้แง่คิด คติสอนใจ ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๕.๑ การสรรคำ : การเลือกใช้คำที่สื่ออารมณ์และความคิดได้อย่างลึกซึ้งและงดงาม ๕.๒ การใช้เสียง : การเลือกใช้คำที่มีเสียงสัมผัสกันแพรวพราว เช่นสัมผัสสระ สัมผัสพยัญชนะ ๖. คุณค่าทางจินตนาการ ผู้มีจินตนาการ มักเป็นผู้มองเห็นการณ์ไกล ทำสิ่งใดด้วยความรอบคอบ


๑๘ ๗. คุณค่าทางทักษะเชิงวิจารณ์ การอ่านมาก เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ชีวิต วรรณคดีเป็นสิ่งยั่วยุให้ผู้อ่านใช้ความคิดตรึกตรอง ตัดสินว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดี เป็นการฝึกการใช้วิจารณญาณ ก่อให้เกิดทักษะเชิงวิจารณ์ ๙. คุณค่าในด้านสภาพชีวิตสมัยบรรพบุรุษ ทำให้ผู้อ่านได้ทราบสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนและบ้านเมืองในสมัยนั้น และบาง เรื่อง กวีได้นำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาเป็นข้อมูลในการแต่ง ซึ่งผู้อ่านสามารถนำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ ในชีวิตประจำวันได้ ๑๐. คุณค่าในด้านศิลปะอื่น ๆ วรรณคดีเรื่องสิงหไกรภพยังให้ความรู้ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านในด้านศิลปะต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม จิต กรรม เพลง ละครภาพยนต์ เป็นต้น ค่านิยมในเรื่องสิงหไกรภพ - ค่านิยมเรื่องความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก - ค่านิยมเรื่องความกตัญญูกตเวที - ค่านิยมเรื่องความเมตตา - ค่านิยมเรื่องความกล้าหาญ - ค่านิยมเรื่องคู่ครอง


๑๙ บทที่ ๖ สิงหไกรภพในบริบททางสังคม เรื่องสิงหไกรภพนี้ในบริบททางสังคมมีความแพร่หลายและถือว่าเป็นวรรณกรรมอีกเรื่องหนึ่งที่มีความ สนุกสนานน่าสนใจถือว่ามีความนิยมมากในสังคมซึ่งเรื่องสิงหไกรภพนี้ ได้ปรากฏขึ้นในสังคมไม่ว่าจะเป็นการ เผยแพร่ผ่านบทละคร ละครสั้น เพลง หนังสือการ์ตูน ดังต่อไปนี้ สิงหไกรภพ เป็นละครโทรทัศน์จักรๆวงศ์ๆ ไทยที่ออกอากาศในปี พ.ศ. 2547 โดยดัดแปลงเนื้อหาจากบท ประพันธ์ของสุนทรภู่เรื่อง สิงหไกรภพ โดย บุราณ เรื่องนี้ออกอากาศต่อจากละครเรื่อง เทพสามฤดู กำกับการแสดง โดย เสกศักดิ์ วรสิทธิ์ นำแสดงโดย เลอสรรค์ คงเจริญ, ฐานมาศ ขวัญหวาน, เจษฎา รุ่งสาคร, ปริญญา ปุ่นสกุล, โอฬาร ชูชาญ เริ่มออกอากาศในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2547 – 8 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ทางช่อง สถานีโทรทัศน์สี กองทัพบกช่อง 7 หนังสือการ์ตูนที่ได้นำเอาเรื่องสิงหไกรภพมาใช้


๒๐ ในบริบททางสังคมก็ยังได้ยกเอาเรื่องสิงหไกรภพ มาเป็นหนึ่งในการแสดง


๒๑ สรุป เรื่องสิงหไกรภพ จากเรื่องที่อ่านนั้นได้บทสรุปของเรื่องสิงหไกรภพดังนี้ เจ้าเมืองโกญจาชื่อท้าวอินณุมาศและนางจันทรแก้วกัลยาณีพระมเหสีไม่มีพระโอรสจึงได้รับลูกโจรสลัดมา เลี้ยงตั้งชื่อว่า คงคาประลัย ครั้นโตขึ้นคงคาประลัยรู้ความว่าพ่อที่แท้จริงนั้นถูกท้าวอินณุมาศฆ่าตาย จึงล้างแค้น ด้วยการเข้าปล้นยึดเมืองโกญจา ท้าวอินณุมาศและพระมเหสีต้องหลบหนีไปอาศัยตากับยายที่กระท่อมชายป่า พระมเหสีคลอดพระโอรสที่กระท่อมแห่งนี้ พราหมณ์วิรุณฉายแห่งเมืองมิถิลามีลูกชายชื่อเทพจินดา วิรุณฉายรู้ว่านางจันทรแก้วคลอดโอรสเป็นผู้มีบุญ มาเกิด จึงให้เทพจินดาตามไปหาจะได้พึ่งพา เทพจินดาได้พบทารกโอรสท้าวอินณุมาศ จึงขโมยทารกนั้นหนีมา ยักษ์ชื่อพินทุมารจับได้ แต่ยักษ์เมตตาเด็กทั้งสองจึงเลี้ยงไว้โดยให้ดื่มนมนางไกรสรราชสีห์แล้วตั้งชื่อทารกน้อยว่า สิงหไกรภพ คงคาประลัยได้ครองเมืองก็ทำความเดือดร้อนให้ชาวเมืองมาก เสนาบดีกลุ่มหนึ่งทนไม่ได้จึงซ่องสุม ผู้คนยกมาตีเมืองคืน เมื่อฆ่าคงคาประลัยตายแล้ว ก็ไปเชิญเสด็จท้าวอินทุมาศกลับมาครองเมืองตามเดิม ต่อมา ท้าวอินณุมาศมีพระธิดาอีกองค์หนึ่งชื่อ สุวรรณรัศมี ฝ่ายสิงหไกรภพเมื่ออายุได้ 14 ปี รู้ความว่าพินทุมารมิใช่พ่อที่แท้จริง จึงชวนเทพจินดาหนีออกตามหาพ่อ ก่อนหนีได้ขโมยใบยาวิเศษซึ่งกินแล้วจะกลายร่างเป็นสัตว์ต่าง ๆ คือ กินใบสีแดงจะกลายร่างเป็นนาค ใบสีเขียวจะ กลายร่างเป็นนกแก้ว ใบสีขาวจะกลายร่างเป็นลิงลม และใบสีเหลืองกินแล้วเนื้อจะเป็นทองธรรมชาติ ทั้งสองจึง กินใบที่แปลงร่างเป็นนกบินไปในอากาศ พินทุมารตามไปทันได้อ้อนวอนให้สองกุมารกลับ สองกุมารไม่ยอมกลับ พินทุมารชอกช้ำจนสิ้นใจตาย เมื่อทำศพพินทุมารแล้ว เดินทางต่อมาถึงเมืองมิถิลา เทพจินดาพาสิงหไกรภพมาอยู่ ที่บ้านของตน ต่อมาเมื่อสิงหไกรภพรู้ว่าเทพจินดามิใช่พี่ชายก็โกรธและเสียใจหนีจากเทพจินดาเดินทางมาถึงเมือง มารันซึ่งเป็นเมืองยักษ์ เจ้าเมืองชื่อท้าวจตุพักตร์มเหสีชื่อมณฑาวดีและมีธิดาชื่อนางสร้อยสุดา สิงหไกรภพปลอม เป็นนกแก้ว นางสร้อยสุดาจับได้นำมาเลี้ยงไว้ในตำหนัก เวลากลางคืนนกแก้วกลายร่างเป็นคนและได้นางสร้อย สุดาเป็นชายา ทั้งคู่ลักลอบได้เสียกันนางสร้อยสุวรรณตั้งครรภ์ จึงชักชวนกันหนี ฝ่ายท้าวจัตุพักตร์ตามมาทัน ชิงตัว นางสร้อยสุวรรณกลับไปได้ นางสร้อยสุวรรณให้กำเนิดพระโอรส ฝ่ายสิงหไกรภพหลังทราบภูมิหลังของตนเองจาก เทพจินดาก็ให้ท้าวอินณุมาศมาสู่ขอนางให้ แต่ท้าวจัตุพักตร์ไม่ยินยอม ยกทัพมาตีเมืองโกญจา จึงถูกสิงหไกรภพฆ่า ตาย


๒๒ บรรณานุกรม พงษ์สถิตย์ ไพศาลสุจารีกุล. นิทานวรรณคดีของไทย เรื่อง สิงหไกรภพ (ออนไลน์). เข้าได้จาก: http://library.dmh.go.th/yuwa/dublin.php สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ สุนทรภู่, 2329-2398 (2510). นิทานคำกลอนเรื่องสิงหไกรภพ. โรงพิมพ์ข่าวพาณิชย์. สายทิพย์ นุกูลกิจ. (2543). วรรณกรรมไทยปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมสโปรดักส ชาญวิทย์ปรีชาพาณิชพัฒนา.เรื่องเล่าตำนานนิทานสิงหไกรภพ (ออนไลน์). เข้าได้จาก: https://sites.google.com/site/zzxzzx23tyutyu57/tanan/sing-ha-kir-phph.สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗


Click to View FlipBook Version