The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล

ความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล

Keywords: ความ,เชื่อ,พิธีกรรม,พญาแล

ความเชื่อและพิธีกรรมของ เจ้าพ่อพญาแล ห้องเรียนคติชนวิทยา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มจร.วิทยาเขตขอนแก่น


รายงาน วิชา คติชนวิทยา เรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล จังหวัด ชัยภูมิ จัดทำโดย นางสาวนุสรา สร้อยกลาง รหัสประจำตัว 6405502042 รายงานประกอบการศึกษารายวิชาคติชนวิทยา หลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖


เรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล จังหวัด ชัยภูมิ จัดทำโดย นางสาวนุสรา สร้อยกลาง เเสนอ พระอาจารย์ อธิวัฒน์ ภทฺรกวี อาจารย์ประจำวิชารายวิชา คติชนวิทยา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น


บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาองค์ประกอบของพิธีกรรมเกี่ยวกับการนับถือเจ้าพ่อพญาแล และคติความเชื่อที่มีต่อ เจ้าพ่อพญาแล โดยใช้วิธีการศึกษาธัอมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประ เพณี พีธีกรรม และความเชื่อ กับศึกษาข้อมูลในภาคสนามด้วยการสังเกตและสัมภาษณ์จากผู้รู้ในท้องถิ่น ผลการวิจัยพบว่า พิธีกรรมที่เกี่ยวกับการนับถือเ จ้าพ่อพญาแล มีทั้งหมด 12 พิธีกรรม ประกอบด้วย พิธีกรรมส่วนบุคคลมี 6 พิธี คือ พิธีบอกกล่าว พิธีบนบาน พิธีส่อง พิธีรักษาผู้ปวย พิธีพยากรณ์โชคชะตา และ พิธีตั้งศาลพระภูมิ พิธีกรรมส่วนชุมชนมี 6 พืธี คือ พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแล พิธี เลี้ยงเจ้าพ่อ พญาแลประจำปี พิธีงานบุญเดือนหก พิธีถวายช้างเจ้าพ่อพญาแล พิธีสรงน้ำเจ้าพ่อพญาแล และพิธีงานเจ้า พ่อพญาแลด้านองค์ประกอบของพิธีกรรม พบว่า สถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมมีอยู่ 4 แห่ง คือ ศาลเจ้าพ่อพญาแล อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หอบูชาเจ้าพ่อพญาแลที่บ้านคนทรง และหอบูชาเจ้าพ่อพญา แลที่บ้านตนเอง บุคคลที่เกี่ยวช้องกับนิธีกรรมนั้น คนทรงเป็นผู้มีบทบาทมากที่สุด ชาวชัยภูมิเชื่อว่าเป็นร่าง ทรงของเจ้าพ่อพญาแล สามารถทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางติดต่อกับเจ้าพ่อพญาแลได้วัตถุสิ่งของที่ใช้ในการ ประกอบพิธีกรรมมี ดอกไม้ ธูปเทียน ชันธ์ห้าและ/หรือชันธ์แปด เป็นสิ่งของที่กำหนดให้ใช้ได้ทุกพิธีกรรม ส่วนวัตถุสิ่งของอย่างอื่นชิ้นอยู่กับลักษณะ เฉพาะของนิธีกรรมนั้น ๆ ระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรม ปรากฎว่าพิธีกรรมส่วนบุคคลไม่สามารถกำหนด เวลาได้แน่นอนสามารถทำได้ตลอดปี สำหรับพิธีกรรมส่วนชุมชนสามารถกำหนดเวลาได้แน่นอน ส่วนลำดับ ขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมนั้นแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ พิธีกรรมที่มีลำดับขั้นตอนไม่ชับซ้อน เช่น พิธีบอกกล่าว เป็นตัน พิธีกรรมที่มีลำดับชั้นตอนซีบช้อน เช่น พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแลเป็น ต้นด้านคติความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อพญาแล พบว่า คติความเชื่อด้านการประกอบพิธีกรรมทั้งหมด เป็นคติ ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องผีมากที่สุด ผสมกลมกลืนกับความเชื่อทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ ชาว จังหวัดชัยภูมิมีความเชื่อว่า เจ้าพ่อพญาแล เป็นมีที่มีอำนาจสูงสุดในจังหวัดชัยภูมิเป็น เจ้าผีผู้ปกครอง บ้านเมือง และมีฐานะ เทียบเท่ากับเทนชั้นสูงคติความเชื่อด้านความฝัน เชื่อว่าดวงวิญญาณของเจ้าพ่อพญา แบเป็นอมตภาวะเหมือนเทพอันศักดิ์สิทธิ์ คอยดูแลรักษาบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย จึงมาเ ข้าฝันบอกเรื่องดี และเรื่องร้ายคติความเชื่อด้านวัตถุมงคล เชื่อว่าวัตถุมงคลของเจ้าพ่อพญาแลมีความศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วย เหลือให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภขันตรายทั้งปวง


บทนำ ดำว่า "เจ้าพ่อ" หมายถึง บิดาผู้ยิ่งใหญ่ ใช้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า ตามศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู เช่น ท้าวมหาพรหม เจ้าพ่อชุนตาล เจ้าพ่อพญาแล เป็นต้น ประชาชนจะสร้างสถานที่สักการะเช่นไหว้ขอควา ช่วยเหลือ (ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม. 2527 : 11-13) พระยาภักดีชุมพล (แล) หรือคนทั่วไปนิยมเรียกว่า "เจ้าพ่อพญาแล" รับราชการในสำนักเจ้าอนุวงศ์ มีตำแหน่งเป็นพี่เลี้ยงราชบุตรของเจ้าอนุวงศ์ ซึ่งขณะนั้นเจ้าอนุวงศ์เป็นเจ้าของประ เทศราช อยู่ภายใต้การ ปกครองของประเทศไทย จะ เป็นด้วยเหตุผลประการใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ท้าวแลได้อพยพครอบครัว และบริวารเดินทางข้ามแม่น้ำโขงที่ท่าเมืองชัยบุรี ประเทศลาว เช้ามาถึงเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี พ. ศ . 2360 ในสมัยพระบาทสม เด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย ข้าวแล ได้พาครอบครัวและบริวาร เดินทางต่อมาตั้งหลักแหล่งประกอบอาชีพอยู่ที่บ้านน้ำขุ่นหนองอีจาน(ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ) โดยพิจารณาเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่มดินดี มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน อุดมไป ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีผู้มาร่วม เป็นพรรคพวกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากดังนั้นใน พ. ศ. 2362 ท้าวแลได้ อพยพครอบครัวและบริวารมาตั้งมั่นประกอบอาชีพอยู่ที่โนนน้ำอ้อมชีลอง (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง ชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ) โดยที่ก้าวแล เป็นบุคคลที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง จึงมีผู้อพยพครอบครัวมาตั้งมั่น ประกอบอาชีพ รวมตัวกันเป็นหมู่บ้านได้ถึง 12 หมู่บ้านอย่างเป็นปีกแผ่น มีคนเคารพนับถือยำเกรงเป็น จำนวนมาก ฝ่ายนางบุฎมีก็ได้ฝึกสอนหญิงชาวบ้านให้รู้จักการทอผ้าชื่นหมี่ ทอผ้าขิด ด้วยความกตัญญูรู้คุณ ต่อผู้มีพระคุณที่เคยเป็นเ จ้าเหนือหัว ท้าวแล ได้ส่งส่วยอากรผ้าขาว กชายฉกรรไปบรรณาการแก่เจ้าอนุวงศ์ ด้วยความดีความชอบในครั้งนี้ เจ้า อนุวงศ์ได้ปูนบำเหน็จความชอบแต่งตั้งให้าวแลมีบรรดาศักดิ์เป็น "ซุนภักดีชุมพล"ด้วยเกียรติยศและชื่อเสี่ยง ของชุนภักดีชุมพลได้แพร่สะพัดไปทั่วสารทิศ จึงมีผู้อพยพหลั่งไหลมาตั้งบ้านเรือนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ตามลำดับ จนทำให้โนนน้ำอ้อมซีลองคับแคบ ไม่สะดวกต่อการทำมาหากินในปี พ. ศ. 2365 ชุมภักดีชุมพล จึงได้อพยพครอบควัวและบริวารมาตั้งหลักปักฐานอยู่ระหว่างบ้านหนองหลอด กับข้าวหนองปลาเผ่า ให้ชื่อ บ้านใหม่ว่า "บ้านหลวง" โดยพิจารณาเห็นว่าบ้านหลวงมีน้ำล้อมรอบ ทั้งด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออก มีพื้นที่กว้างอยู่ระหว่างกลาง พ.ศ . 2367 ขุนภักดีชุมพลได้เก็บส่วยสาอากรจากชายฉกรรจ์ พร้อมตัวยทองคำก้อนใหญ่ไป บรรณาการแก่เจ้าอนุวงศ์อีกเช่นเคย ในครั้งนี้เจ้าอนุวงศ์ได้ปูบำเหน็จความชอบแก่ซุนภักดีชุมผลเป็น "พระ


ภักดีชุมพล" ส่วนณนางบุฎมิได้รับบรรณาศักดิ์ เป็นท้าวบุมิ ในโอกาสเดียวกันนี้นระภักดีชุมผลได้ขอให้เ จ้า อนุวงศ์ตั้งชื่อเมืองที่ตนตั้งรกรากอยู่ เจ้าอนุวงศ์ได้ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า "เมืองชัยภูมิ"โดยให้เหตุว่า ชะที่อนอน จากเมืองเวียงจันทนนั้นได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงที่เมืองชัยบุรี ชนะศัตรูหมู่มาร มีคนเคารพยำเกรง มีชื่อเสียง โด่งดัง ต่อมาข่าวการตั้งเมือง และความสามารถในการปกครองของพระภักดีชุมพล' ได้ทรงทราบถึง พระบาทสมเด็จระพุทธ เลิศหล้านภาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าส่งสาส์นถึงพระภักดีชุมผล สรุป ใจความได้ว่า ให้รักษาความชื่อสัตย์ รักษาชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และจงรักภักคีต่อราชวงศ์จักรี เมื่อปฏิมาณตน แล้วให้พระกักดีชุมผลเ ข้ารับตำแหน่งเป็นเ จ้าเมืองชัยภูมิ พระภักดีชุมพลกราบน้อมรับสาส์นด้วยความลื้ มบิติยินดียิ่ง พร้อมกับประกาศก้องแก่ประชาชนให้มาร่วมรับทราบ และตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักรักคีต่อ องค์พระมหากษัตริย์ พุทธศาสนา และชาติไทยจนชั่วชีวิต(มนัส ช่วยชวงษ์. 2522 : 22-23) พระภักดีชุมผลเป็นเ จ้าเมืองที่มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในทศนิธราชธรรม เป็นผู้นำที่ดี มี ศีลธรรม มีนรหมวิหารสื่ เป็นผู้มีสัปปุริสธรรม มีจิตวิทยาในการปกครองประชาชน สามารถช่วยประชาชนได้ ในด้านขวัณและกำลังใจ โดยการเป็นหมอผีไสยศาสตร์ สามารถไล่ผี ปราบผี จุดมุ่งหมาย เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของพิธีกรรมเกี่ยวกับการนับถือ เจ้าพ่อพญาแลและคติความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อ พญาแล


ประเภทของข้อมูลที่ใช้ในการศึกษา 1.พิธีกรรมการนับถือเจ้าพ่อพญาแล พิธีกรรมเป็นวิธีการชนิดหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่คนเราจะได้มาในสิ่งที่ตนเองต้องการเป็น วัฒนธรรมที่คนในสังคมสร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางจิตใจ ทำแล้วผู้ทำมีความสุขมีความหวัง และเชื่อว่าพิธีกรรมต้องนำไปสู่ผลที่คาดหวัง (กึ่งแก้ว อัตถากร. 2520 : 96)ชาวจังหวัดชัยภูมิได้มีการ ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับเจ้าพ่อพญาแลสืบต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2369จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง แนวคิด แนวปฏิบัติ และคติความเชื่อของซาวจังหวัดชัยภูมิในเรื่องอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูต ฝี วิญผาณ และการนับถือผีบรรพบุรุษ ผสมผสานกับความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนา จนกลายเป็นแบบอย่างเ ฉพาะในการ ประกอบนิธีกรรมของชาวจังหวัดชัยภูมิ พิธีกรรมที่เกี่ยวร้องกับการนับถือเจ้าพ่อพญาแล ที่ชาวจังหวัดชัยภูมิได้ยิดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ได้แก่ พิธีบวงสรวงดวงวิญาณเ จ้าพ่อพญาแล พิธีบนบาน พิธีบอกกล่าว พิธีรักษาโรค ฯลฯ ในบทนี้จะ กล่าวถึงองค์ประกอบและขั้นตอนของพิธีกรรมที่เกี่ยวร้องกับการนับถือเจ้าพ่อพญาแลมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ องค์ประกอบของพิธีกรรม จากการสังเกตของผู้วิจัยพบว่า พิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเ จ้าพ่อนาแลทั้งพิธีกรรมส่วนบุคคล และพิธีกรรมส่วนชุมชน พบว่า มีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 5 ประการ คือ สถานที่ที่ใช้ในการประกอบ พิธีกรรม บุคคลที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม วัตถุสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมระยะเวลาในการประกอบ พิธีกรรม และลำดับขั้นตอนในการประกอพิธีกรรม ดังที่ เทอร์เนอร์(Turner 1970 :20-21) ได้วิเคราะห์ถึง สัญลักษณ์ทางประ เหมี พิธีกรรม ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่มีการกำหนลชั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมทั้งมวล ได้แก่ ระยะเวลา สถานที่ สิ่งของ เครื่องใช้ตัวบุคคล และลำดับขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรม ดังนั้นพิธีกรรมที่ เกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อนาแลจะขอแยกกล่าวรายละ เอียดขององค์ประกอบดังต่อไปนี้ 1. สถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม สถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมโดยทั่วไปมีอยู่ 4 แห่ง ผู้ประกอบพิธีกรรมจะเลือกใช้สถานที่ใด ชื้นอยู่กับความเชื่อ ความสะดวก และลักษณะของพิธีกรรมนั้น ๆ สถานที่ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่


1. 1 ศาลเจ้าพ่อพญาแล ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองปลาเผ่า อำเภอเมืองชัยภูมิจังหวัดชัยภูมิ อยู่ห่าง จากตัวจังหวัดชัยภูมิระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นศูนย์รวมความเ ชื่อความศรัทธาในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการนับถือเจ้าพ่อพญาแล ประชาชนส่วนมากจะมาประกอบนิธีกรรม พิธีบอกกล่าว พิธีบนบาน พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแล และใช้เป็นสถานที่จัดงานบุญเตือนหก มีเนื้อที่รอบ ๆ ศาลประมาณ 9 ไร่จากการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองปลาเผ่า ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อพญาแลและทางจังหวัดได้ แต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจตราดูแลศาล ทองคำ เมตตาชาติ (2537 : สัมภาษณ์)กล่าวว่า ศาลเจ้าพ่อพญาแลสร้าง ขึ้นครั้งแรกเป็นเพียงศาลเพียงตา (ศาลไม้) อยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ริมฝั่งหนองปลาเผ่า สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2369 หลังจากเจ้าพ่อพญาแลถูกเจ้าอนุวงศ์จับประหารชีวิต ในปี พ.ศ. 2511 ได้สร้างเป็นศาลคอนรีต แล้วเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 สร้างด้วยเงินบริจาคของชาวจังหวัดชัยภูมิ ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้รื้อศาลไม้ และได้สร้างศาลคอนกรีตแทนบริเวณเดิม เป็นศาลคอนกรีตหลังที่ 2 เรียกว่าศาลาบวงสรวง งบประมาณการ จัดสร้างได้มาจากเงิน 3 ส่วน ส่วนที่ 1 นายสุนัย ณ อุบล ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้อนุมัติเงินจากการจัด งานฉลองอนุสาวรีย์เ จ้าพ่อพญาแล จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) ส่วนที่ 2 ได้จากเงินบริจาคของ พี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ เฉพาะผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) ขึ้นไป จำนวน 109 ราย และส่วนที่ 3 ได้จากเงินจำหน่ายวัตถุมงคล รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) ศาลเพียงตาตั้งอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่ ริมฝั่งหนองปลาเฒ่า


ศาลคอนกรีตหลังที่ 1 สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2511 ศาลคอนกรีตหลังที่ 2 กำลังก่อสร้าง 1.2 อนุสาวรีย์เจ้าพ่อนาแล ตั้งอยู่ใจกลางสี่แยกถนนหฤทัยกับถนนบรรณาการตำบลในเมือง อำเภอ เมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ตัวอนุสาวรีย์หล่อด้วยโลหะ เป็นรูปเ จ้าพ่อพญาแลในท่ายืนถือหนังสือ หันหน้าไป ทางทิศใต้ สูง 270 เซนติเมตร หนัก 700 กิโลกรัม ธีระ ศิริธรรม.2510 : สั่งอยู่บนฐานใจกลางคอนกรีตเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สูง 4 เมตร ที่ฐานจารึกว่า"พระยภักดีชุมนล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนเรก พ.ศ. 2360-2369 เป็นผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อบ้านเมือง ได้สร้างเมืองชัยภูมิและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ ชาว ชัยภูมิได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์จองท่านไว้เป็นที่ระลึกเมื่อ น.ศ. 2508"


อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2507 โดย นายช่าง นนทะนาครผู้ว่าราชการจังหวัด ชัยภูมิ ร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวชัยภูมิ ได้มีความเห็นชอบที่จะสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพ่อภักดีชุม พล (แล) อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล 1.3 หอบูชาเจ้าพ่อพญาแลที่บ้านคนทรง จากการสีงเกตของผู้วิจัยพบว่า ที่บ้านคนทรงจะมีเครื่องบู ซาเจ้าพ่อพญาแลเหมือนกันทุกบ้าน ได้แก่ รูปหล่อเจ้าพ่อพญาแล ดาบ 1 เล่มบายศรี ขันธ์ห้า ขันธ์แปด ดอกไม้ ธูปเทียน ห่อนิมนต์ พวงมาลัย รูปปั้นช้างม้า ข้าทาสบริวารชายหญิง (ดูภาพประกอบ 5 และ 6) เครื่องบูซาเจ้าพ่อพญาแล


1.4หอบูชาเจ้าพ่อพญาแลที่บ้านของตนเองจากการสังเกตและการสันภาษณ์ของผู้วิจัยพบว่า ประชาชนชาวชัยภูมิส่วนมากจะมีรูปสัญลักษณ์เ จ้าพ่อพญาแลประจำอยู่ที่หอบูชาที่บ้านของตนเอง เช่น รูป เล่อ เหรียญ ผ้าขันต์ รูปกาน สติกเกอร์ ภานถ่าย เมื่อมีความเดือด เนื้อร้อนใจหรือมีความต้องการอยากจะให้ เจ้าพ่อพญาแลช่วย เหลือในเรื่องต่าง ๆ เช่น ขอให้ชายที่ดินได้ราคาดีขอให้ทำมาค้าชายได้กำไรดี อให้ได้ไป ทำงานต่างประ เ ทศ เหตุที่ประก อบพิธีกรรมที่บ้านของตนเ องเพราะเชื่อว่าสัญญาลักษเที่เป็นตัวแทนของ เจ้าพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ขอความช่วยเหลือได้ และสะดวกต่อการประกอบ พิธีกรรมไม่ต้องเดินทางไปที่ศาลหรืออนุสาวรีย์ (วีรพงษ์ อัจริยสุนทร. 2537 : สัมภาษณ์) 2.ลำดับขั้นตอนของพิธีกรรม การประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพ่อพญาแลจะมีลำดับขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมเป็น ลักษณะ เฉพาะของแต่ละพิธี จึงซออธิบายในรายละ เอียดของชั้นตอนในแต่ละพิธีกรรมดังนี้ 2. 1 พิธีกรรมส่วนบุคคล พิธีกรรมส่วนบุคคลมีทั้งหมด 6 นิธีกรรม มีลำดับขั้นตอนในการประกอบพิธีดังนี้ 2. 1. 1 พิธีบอกกล่าว ผู้ที่มีความนับถือเ จ้าพ่อพญาแลจะมาทำพิธีบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแลทั้ง ในช่วงเ วลาที่มีเหตุการณ์ปกติ และในช่วงที่มีการ เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ เป็นการ บอกกล่าวรายงานความ เป็นไปของตนเ องและครอบครัวให้เจ้าพ่อพญาแลได้รับทราบ และเพื่อขอพรจาก เจ้าพ่อพญาแลให้คุ้มครองรักษา ให้หายจากความคับข้องใจ ให้มีความสุขความเจริญ ปลอดภัย ในชีวิตและ ทรัพย์สิน การบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแลจะกระทำในโอกาสต่อไปนี้ ในเทศกาลสำคัญ เช่น วันสงกรานต์ วันตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น - ในโอกาสซื้อรถยนต์ใหม่ - ในโอกาสขึ้นบ้านใหม่ - การเดินทางออกนอก เขตจังหวัดชัยภูมิ เพื่อไปสมัครงานสอบเ จ้าทำงาน สอบศึกษาต่อ ไปนบบุคคลสำคัญ และติดต่อธุรกิจต่าง ๆ - ข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่ในเขตจังหวัดชัยภูมิ และอ้ายไปปฏิบัติหน้าที่แห่งอื่น


- เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านของผู้ที่ไปอยู่ต่างถิ่น - เมื่อเข้าทำงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง - โอกาสปกติ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว - โอกาสที่มีความทุกธ์ใจ หรือมีความเดือดร้อนทางใจ - ขอให้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล - จอให้ถูกหวยใต้ดิน จากการสังเกตและสัมภาษณ์ของผู้วิจัยพบว่า การบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแลชาวชัยภูมิจะทำพิธีบอก กล่าวที่ศาลเ จ้าพ่อพญาแล ที่อนุสาวรีย์เ จ้าพ่อนาแล หรือหอบูชาบ้านคนทรงแต่ถ้าไม่สะดวกจะทำพิธีบอก กล่าวที่บ้านของตนเอง สิ่งของที่นำไปไหว้บอกล่าวชั้นอยู่กับความจำเป็นโอกาส และสภาวะทางเศรษฐกิจ ของแต่ละบุคคล ผู้ที่จะมาประกอบนิธีกรรมส่วนมากจะใช้ดอกไม้ธูป เทียน ที่คนเฝ้าศาล คนเ ฝ้าอนุสาวรีจัด จำหน่ายเพราะถือว่าสะดวก และ เงินที่ซื้อดอกไม้ธูปเทียน เป็นการช่วยบริจาคเ ข้ากองทุนขาแล สำหรับคน สูงอายุจะนำขันธ์ห้า ขันธ์แปด มาทำพิธีบอกกล่าว ส่วนผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี จะนำอาหาร สุรา ขนม ผลไม้ หัวหมู ไก่ ไปสักการะบวงสรวงบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแลด้วย ในการประกอบพิธีบอกกล่าวนี้ ผู้ ประกอบพิธีสามารถกระทำด้วยตนเ องหรือให้เผ่าจ้ำ ผู้อาวุโสในท้องถิ่น หัวหน้าครอบครัว ทำพิธีบอกกล่าว ให้ก็ได้ (สุรวิทย์คนสมบูรณ์.2537 : สัมภาษณ์) เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน น.ศ. 2537 ได้มีผู้ที่เคารนนับถือ ศรัทธาต่อเจ้าพ่อพญาแล คือ นาง ประคอง ดาษจันทึก (2537 : สัมภาษณ์) กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่นยาบาลอยู่ที่โรงนยาบาลจังหวัด ชัยภูมิ ได้มาทำพิธีบอกกล่าวเจ้าพ่อที่ศาลเจ้าพ่อพญาแล สิ่งของที่นำมาประกอบพิธีบอกกล่าว ได้แก่ แอก ไม้ รูป เทียน ได้มาบอกกล่าวให้เจ้าาพ่อพญาแล ช่วยเหลือทุกครั้งเมื่อเ วลามีความเดือดร้อนใจ หรือเมื่อมีเหตุการณ์คับขัน เช่น มีปัญหากับหัวหน้างานเพื่อน ร่ามงาน เลือดร้อนเรื่องการเงิน เจ้าพ่อจะช่วยปัดเป่าให้เป็นไปในทางที่ดีทุกครั้ง


พิธีบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแล นอกจากจะมีประชาชนทั่วไปมาทำพิธีบอกกล่าวต่อ เจ้าพ่อพญาแลแล้วในรอบปีลุกผึ้งลูกเทียน (น่า จ้ำ จากคำบอกกล่าวความเป็นมา ตลอดจนเหตุการณ์ต่าง ๆ ไห้เจ้าพ่อพญาแลรับทราบ จากคำบอกเล่าของ นายยุทธนา ประสานสาย คนเฝ้าศาลเจ้าพ่อพญาแล 2537 : กล่าวว่า เมื่อถึงปีถึงเดือนที่คนทรงบอกข่าว จะต้องมาร่ามงานเจ้าพ่อพญาแล เสมอ โดย เฉพาะพิธีบวงสรวงดางวิญาณเจ้าพ่อพญาแลประจำปี ถึงแม้คน ทรงจะ ไม่ได้บอกข่าวก็ต้องมาร่วมงานเป็นประจำทุกปี การบอกกล่าวของลูกผึ้งลูกเทียนถือว่ามารายงาน เหตุการณ์ต่าง ๆให้เจ้าพ่อพญาแลรับทราบ เพื่อท่านจะได้คุ้มครองให้ได้รับความปลอดภัย ปราศจากโรคภัย ไว้เจ็บนางศิริรัตน์ เคชรัฒวิบูลย์ (2537 : สัมภาณ์) กล่าวว่า เมื่อมีเหตุการณ์คับฮันหรือมีเรื่องทุกข์ร้อนใจ จะ มาบอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแลทุกครั้งหตุที่ชอบประกอบพิธีบอกกล่าวเพราะสะดวก ง่าย ทำได้ทุกโอกาส ทุก เวลา ทุกสถานที่ เมื่อทำแล้วเสร็จสิ้นทันทีไม่ต้องมีความกังวล ตนเองไม่กล้าประกอบพิธีบนบาน เพราะถ้า บนบานเรื่องใดแล้วจะต้องแก้บนตามที่บนไว้ตนเ องไม่มีเ วลา หรือหากหลงลืมไม่ได้แก้บนกลัวเจ้าพ่อจะ ลงโทษนอกจากนี้ในโอกาสวันเ ทศกาลตรุษจีน สารทจีน คนไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดชัยภูมิ จะมาทำพิธีบอก กล่าวเจ้าพ่อพญาแลที่ศาลเจ้าพ่อนาแล เพื่อให้ เจ้าพ่อพญาแลปกป้องอุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขาย ดี ให้มีสุขภานเข็งแรง ไม่เกิดโรคภัยไว้เจ็บ การทำพิธีบอกกล่าวได้ปฏิบัติตามประ เนมีที่บรรพบุรุษ ปฏิบัติสืบ ทอดต่อกันมานับเป็นเ วลากว่าร้อยปี เพราะคนไทย เชื้อสายจีนถือว่าวันตรุษจีนคือวันชั้นปีใหม่ ผู้มา ประกอบพิธีบอกกล่าวจะนำเครื่องเช่นไหว้ เช่นหัวหมู เป็ด ไก่ ผลไม้ สุรา ขนมเช่น ขนมเทียน มาเช่นไหว้ บอกกล่าวเ จ้าพ่อพญาแลตั้งแต่เวลา01.00 น. ไปจนกระทั่งสว่าง โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้ (แซน ทวัพย์วิทยา นนท์. 2537 : สัมภาษณ์)


1. จุดธูปบูชาเจ้าพ่อพญาแล 3 ดอก เทียนใหญ่ 1 คู่ 2. ถวายแจกันที่ปีกด้วยหางนกยูง (กิมฮวย) 1 คู่ 3. ถวายเครื่องเช่นไหว้ เช่น หัวหมู เป็ด ไก่ ผลไม้ ขนมเช่น ขนมเทียน สุรา น้ำชา 4. ผู้ประกอบพิธีทั้งหมดอธิษฐานจิตขอพรจากเจ้าพ่อพญาแลตามความปรารถนาของแต่ละคน 5. เมื่อรอธูปใหม่หมดแล้ว ผู้ประกอบพิธีจะเผากระดาษเงินกระดาษทอง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เจ้าพ่อพญาแล และบริวารเจ้าพ่อพญาแล การเซ่นไหว้ บอกกล่าวเจ้าพ่อพญาแล 2. 1.2 พิธีบ๋าหรือบนบาน นำถือ การบนบาน มนุษย์เมื่อมีปัญหา มีความทุกธ์ร้อนใจ ช่อมก ราบไหว้บนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวชัยภูมิเชื่อว่าควงวิญญาณของเจ้าพ่อนขาแลยังเป็นลมดภาวะวนเวียนอยู่ เหมือนเทพอันศักดิ์สิทธิ์ คอยช่วย เหลือปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองและประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุข มีความ ปลอดภัยจากเพทภัยอันตรายด่าง ๆ ได้อย่างอัศจรรย์ ฉะนั้นชาวจังหวัดชัยภูมิจึงได้บนบานขอความช่วย เหลืออยู่เสมอ เรื่องที่ชาวบ้านนิยมมาบนบานเพื่อขอความช่วยเหลือไต้แก่ 1. ขอให้ได้ไปทำงานต่างประเทศ 2. ขอให้ได้ลูกเป็นผู้ชาย 3. ขอให้ได้ลูกเป็นผู้หญิง 4. ขอให้สอบเรียนต่อได้


5. ขอให้สอบเจ้าทำงานได้ 6. ขอไม่ให้ถูกคัดเลือก เป็นทหาร 7. ขอให้หายจากการเจ็บป่วย 8. ให้ทุกคนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข อย่าได้เจ็บป่วย 9. ให้มีความเจริญก้าวน้าในการประกอบอาชีน 10. ขอให้สอบเลื่อนชั้นเลื่อนคำแหนงสูงขึ้น 11. ขอให้ได้รับเลือกเป็น ส.จ. และ ส.ส. 12. ขอให้ชนะคดีความ หรือผ่อนหนักให้เป็นเบา 13. ออให้ขายที่ดินไส้และ ได้ราดาดี 1 4. ขอให้ชื่อที่ดินได้ราดาถูก 15. ขอให้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล 16. ขอให้ถูกหวยให้ดิน 17 . ออให้ปลอดภัยจากการเดินทางไกล เป็นต้น 3.ความเชื่อของคนที่มีต่อเจ้าพ่อพญาแล ความเชื่อเป็นรากเหจ้าของความรู้สึกนึคิดที่ทำให้เกิดนิธีกรรม เมื่อบุคคลหรือสังคมกลุ่มใดมีความ เชื่ออย่างไรก็จะแสดงนิธีกรรมออกมาตามความเชื่อนั้น พิธีกรรมจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อ พิธีกรรมที่ เกี่ยวร้องกับการนับถือ เจ้าพ่อนขาแลมีทั้งนิธีกรรมส่วนบุคคลและชุมชนเมื่อวิเคราะห์ถึงคติความเ ชื่อที่ทำ ให้เกิดพิธีกรรมพบว่า ชาวจังหวัดชัยภูมิมีความเชื่ออยู่ 3 แบบคือ ความเชื่อเกี่ยวกับผี วิญญาณ และ เทวดา


ความเชื่อในพุทธศาสนาความเชื่อในศาสนาพราหมผสมผสานกันในขณะประกอบพิธีกรรมบางพิธีกรรม สามารถแยกรายละเอียดซองความเชื่อว่าเป็นผีพุทธพราหมณ์แต่พิธีกรรมบางอย่างไม่สามารถแยกแยะความ เชื่อออกจากกันได้ ในบทที่ 3 นี้จะได้แยกกล่าวถึงคติความเชื่อที่มีต่อเจ้าพ่อพญาแลในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. คติความเชื่อเกี่ยวกับสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม 2. คติความเชื่อที่เกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวช้องในการประกอบพิธีกรรม 3. คติความเชื่อเกี่ยวกับวัตถุสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม 4 . คติความเชื่อเกี่ยวกับระยะ เวลาในการประกอบพิธีกรรม 5. คติความเชื่อเกี่ยวกับชั้นตอนในการประกอบพิธีกรรม 6. คติความเชื่อต้านความฝันที่เกี่ยวกับเจ้าพ่อพญาแล 7. คติความเชื่อต้านวัดถุมงคลเ จ้าพ่อพญาแล คติความเชื่อเกี่ยวกับสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม องค์ประกอบที่สำคัญในการประกอบพิธีกรรมคือ สถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีกรรม เพราะเมื่อมีการใช้ สถานที่ในการประกอบธีกรรมบ่อยครั้งและต่อเนื่องสืบต่อกันมาเป็นเวลานานก็จะทำให้สถานที่นั้นกลายเป็น สัญลักษณ์ของความเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังที่ นิธิ เอียวศรีวงส์ (2534 :180-192 ) ได้กล่าวถึงลักษณะของ การใช้พื้นที่ในคติไทยว่าคนไทยจะแบ่งใช้พื้นที่โดยแบ่งเขตชัตเจนว่าส่วนหนึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัย อีกส่วนหนึ่ง เป็นสถานที่อยู่หรือที่นักพิงอองจิตวิญญาณ ถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์คนไทยให้ความสำคัญ เคารนับถือ ในเขต แดนนี้บุคคลใดจะกระทำหรือล่วงละเมิดไม่ได้สถานที่หรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับลัทธิความเชื่อและศาสนา จะมีความผูกมัดอยู่กับคติความเชื่อของบุคคลในแต่ละท้องถิ่น และในแต่ละลัทธิศาสนา นอกจากนี้ยังถือว่า สถานที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการประกอบพิธีกรรม (แสง จันทร์งาม.2534 : 182-185) ชาวชัยภูมิมี ความเชื่อเกี่ยวกับสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ดังนั้น 1. ศาลเจ้าพ่อพญาแล ชาวชัยภูมิเชื่อว่าบริเวณศาลเจ้าพ่อพญาแลเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชาวชัยภูมิให้ความเคารพยำเกรง ไม่กล้าจะละลาบละล้วงหรือกระทำการที่ไม่สมควรห้ามผู้ใดบุกรุกเข้าไปประกอบธุรกิจหรือปลูกสร้าง บ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัย ยกเ วันมีการแกับนที่ต้องมีการละเล่นหรือมีการแสดงมหรสพ จะต้องธออนุญาติ


จากคณะกรรมการศาลเ จ้าพ่อพญาแลก่อน จึงจะใช้สถานที่กรรมการศาลเ จ้าพ่อพญาแล มีหน้าที่ตรวจดรา ดูแลดังกล่าวได้ ปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิได้แต่งตั้งคณละกสอดส่องศาลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตังมี รายนามต่อไปนี้ 1. นายวีรนงษ์อัจฉริยสุนทรผู้จัดการศาลเจ้าพ่อพญาแลกลิ่นพงษา 2. นายบุฎพร้อม ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 3. นายแสวงดีเรกชัย ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 4. นายจรัสผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 5. พ.อ.วีรพลพลมณีผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 6. นายพรมแสนบัวผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 7. นายทองคำเมตตาชาติผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 8. นายอิ้งกาฬปักษ์ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 9. นายอุทัยผลสยามผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแล 10. พ.ต.ท.สุวรรณ หงอกพิลัยผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าพ่อพญาแลโชติประยูร ชาวชัยภูมิเชื่อว่าดวงวิฏญาณของเจ้าพ่อพญาแลจะสิงสถิตอยู่ที่ศาลเพราะเจ้าพ่อพญาแลได้ เสียชีวิตที่บริเวณศาล เมื่อเดินผ่านศาลเจ้าพ่อพญาแลหรือจะมาทำสิ่งใดในบริเวณศาลจะต้องบอกกล่าว หากรับรถผ่านจะต้องบีบแตรเป็นการขออนุญาต เมื่อสมัยก่อนหากรี่ม้าผ่าน ผู้ใดสวมหมวกต้องถอดหมวก และขออนุญาต หากไม่ถอดหมวกขณะที่กำลังขี่ม้าอยู่ม้าจะลัมคว่ำลงทันทีแต่ปัจจุบันนี้มีประชาชนใช้เ ส้น ทางผ่านบริเวณศาลเป็นจำนวนมาก บางคนอาจไม่ทราบ ไม่ได้ซออนุญาตเจ้าพ่อจึงยกเว้นอนุญาตให้ใช้ เส้นทางได้ (สุวรรณ หงอกนิลัย. 2537 : สัมภาษณ์) ประชาชนทั่วไปนิยมที่จะประกอบพิธีที่บริเวณศาลเจ้าพ่อพญาแล เพราะมีความเชื่อว่าสามารถ ติดต่อกับเจ้าพ่อได้โดยตรงทำให้เกิดนลังใจและความมั่นใจยิ่งขึ้นพิธีกรรมของชุมชนทุกประ เภทจะประกอบ พิธีกรรมที่ศาลเจ้าพ่อพญาแลประเพณีนิธีกรรมส่วนบุคคลนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ต้องการจะ ประกอบพิธีกรรมโดยทั่วไปแล้วประชาชนจะมาประกอบพิธีกรรมที่บริเวณศาลเจ้าพ่อพญาแล โดยเฉพาะพิธี


แก้บนด้วยเครื่องเซนไหว้ นอกจากนี้ศาลเจ้าพ่อพญาแลยังเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวชัยภูมิ ซึ่งส่งผลถึง ความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดียิ่ง 2. อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ชาวชัยภูมิมีความเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของดวงวิ ญาณ จ้าพ่อพญาแล สร้างขึ้นด้วยความต้องการของเจ้าพ่อพญาแลโดยตรง เมื่อปีพ.ศ 2508 นายแพทย์ ประกาศน์ เชาวนปรีชา นายแพทย์อนามัยจังหวัดชัยภูมิ กับนายช่วย นนทะนาครผู้หว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในสมั้ยนั้น 3. หอบชาที่บ้านคนทรง ประชาชนบางกลุ่มจะประกอบนิธีกรรมส่วนบุคคลที่หอบูชาบ้านคนทรง เช่นพิธีส่อง พิธีรักษา ผู้ป่วย เพราะเชื่อว่าคนทรงเป็นตัวแทนของเ จ้าพ่อพญาแล ที่หอบูชาจะมีสัญลักษณ์รูปหล่อ เจ้าพ่อพญาแล ฉะนั้นคนทรงจะสามารถติดต่อกับเ จ้าพ่อพญาแลได้ และเจ้าพ่อพญาแลจะให้ความช่วย เหลือตามที่ ประชาชนร้องขอ ในบางโอกาสผู้ประสงค์จะประกอบพิธีกรรมที่ศาลเจ้าพ่อ 4. หอบูชาที่บ้านตนเ อง บุตคลที่ต้องการทำพิธีบอกกล่าวพิธีบนบานบางครั้งไม่มีเวลาหรือบางโอกาสไม่เอื้ออำนวยที่จะ เดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อนาแลอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลบุคคลที่ประสงค์จะทำพิธีบอกกล่าวและเนบาน สามารถจะทำพิธีดังกล่าวที่บ้านของตนเองได้ โดยจุดธูป เทียนต่อหน้ารูปหล่อเ จ้าพ่อนขาแลหรือสีดูลักษณะ อื่น ๆ เช่น เหรียญ ผ้ายันต์ รูปกาน อธิษฐานทำจิตใจให้สงบ ระลึกถึง บอกชื่อ-นามสกุล พร้อมกับบอกความ ต้องการที่จะให้เจ้าพ่อพญาแลช่วยเหลือรับทราบสิ่งที่เรากิษฐานต้องการได้เหมือนกับเราได้ไปทำนิธีบอก กล่าวที่ศาลเจ้าพ่อนญาแล(พษ์พันธ์ ลือมงคล. 2537 : สัมภาษณ์) คติความเชื่อที่เกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการประกอบนิธีกรรม กลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรม แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มผู้นำในการ ประกอบพิธีกรรม และกลุ่มผู้เข้าร่วมในการประกอบพิธีกรรม ตามรายละ เอียดดังต่อไปนี้ 1. ผู้นำในการประกอบนิธีกรรมผู้นำในการประกอบพิธีกรรมเป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่สุด และ มีบทบาทชัดเจนในการประกอบพิธี เป็นผู้กำหนดเ วลาในการประกอบพิธีกรรม ดลอดจนเป็นผู้ตรวจดู


ความเ รียบร้อยวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี และดำเนินการตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จพิธี นอกจากนี้ ยังมีส่วนสำคัญที่จะสร้างบรรยากาศในระหว่างประกอบธีกรรมให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา เกิดความ 2. บทบาทในฐานะที่เป็นตนเ อง โดยวิสียของบุถุชนทั่วไปทำให้ผู้นำบวงสรวงและคนทรงมีวิถีชีวิต เชนเดียวกับชาวบ้าน คือ มีชีวิตครอบครัว ทำมาหาเลี้ยงชีพ นึ่งนาอาสียซึ่งกันและกันกับเพื่อนบ้าน นับถือ ศาสนาพุทธ ประกอบกิจกรรมทางศาสนาเหมือนกับบุคคลอื่น ๆ เช่นไปร่วมทำนถูกับเพื่อนบ้าน ไปทำบุญที่ วัด ไปฝัง เทศน์ที่วัด รักษาศีลห้า บฏิบัติตนตามกฎหมายและขนบธรรมเนียมประ เพบีที่สังคมกำหนด 3. บทบาทในฐานะบุคคลในชุมชน เป็นที่เดารนนับถือของประชาชนในชุมชนให้ความช่วย เหลือ แก่สังคมทุกค้าน เช่น เป็นกรรมการจัดงานประ เนลีบุญเดือนหก เป็นกรรมการจัดงานประจำปีเ จ้าพ่อพญา แล เป็นกรรมการจัดงานมีพิธีกรรมทางศาสนาของชุมชน จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่า เทมาทของสู้นำบวงสรวงและคนทรงทั้ง 3 บทบาทนี้ทำให้กัน แนวคิดความ เชื่อของซาวชัยภูมิที่มีต่อผู้นำบวงสรวงและคนทรงว่า ต้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษ เป็นที่ ยอมรับของบุคคลในสังคมว่าสามารถติดต่อกับควงงวิญาณของเจ้าพ่อพญาแลได้ เป็นตัวแทนของเจ้าพ่อ พญาแลเมื่อเ วลาเจ้าพ่อลงประทับทรง จึงทำให้ผู้นำบวงสรวงและคนทรงเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความ เคารพยำเกรง เคารนับถือทั้งในเวลาปกติและ เ วลาที่เจ้าพ่อลงประทับทรงซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ พิสมัย แสงจันทร์เทศ (2536 : 212) ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเนนี้ นิธีกรรมที่เกี่ยวกับมเหกดิ์ อำเภอนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่านางเทียมมีบทบาทในทางสังคม 3 ลักษณะ คือ บทบาทเป็นตัวแทนมเหศักดิ์บทบาท ในฐานะ เป็นสื่อกลางในการติดต่อกับมเหศักดิ์ บทบาทในฐานะตนเ องและสังคม


4.การสืบทอดความเชื่อ คติความเชื่อด้านความฝันเกี่ยวกับเจ้าพ่อพญาแล ความฝันนั้นเป็นนิมิตอย่างหนึ่งที่จะบอกให้ผู้ฝันทราบถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า และสามารถชี้โชคให้ ท่านที่ฝันได้ ตามธรรมดาคนเราเมื่อหลับสนิทในเ วลากลางคืนเจตภูตก็จะออกจากร่างกายลดเลี้ยวท่อง เที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ พอจวนใกล้จะสว่างหรือผู้ที่กำลังหลับรู้สึกตัวใกล้จะตื่นจตภูตที่ออกไปนั้นก็จะหวน กลับเข้าร่างทันที ผู้ที่เป็นเ จ้าของเจตภูตนั้นก็จะนำเรื่องราวที่เจตภูตไปเห็นมาเล่าให้ผู้อื่นฟัง นี่เหละเรียกกัน ว่า "ฝัน" เรื่องฝันไม่ใช่เรื่องที่เพ้อเจ้อ แม้แต่องค์พระสมมาสมพุทธ เจ้านั้น ก่อนที่พระองค์จะบรรลุถึงพระสม โพธิญาณ ระองค์ก็ได้ทรงพระสุบินนิมิตก่อนเช่นกัน (ชีช วันจันทร์. 2528 : 100-101) ความเชื่อเรื่องฝันดีฝันร้ายยังมีอยู่มากและมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวชัยภูมิ กล่าวคือ ถ้าเชื่อว่าฝันร้าย เช่น ฝันว่าฝันหักหรือโยก ผู้ฝันจะต้องเสียญาตินี่น้อง หรือไม่ก็จะมีโฮคร้าย ฝันว่า เห็นไฟไหม้ที่เปลาควันอยู่โธมง ผู้ที่ฝันจะได้รับข่าวร้ายในไม่ช้า ถ้าเชื่อว่าฝันดีเช่น ฝันเห็นพระพุทธรูปองค์ ใหญ่ลอยมาในอากาศ ผู้ที่ฝันจะมีโชคใหญ่ หรือมีชื่อเสียงอย่างนึกไม่ถึงและในบางครั้งก็ยังมีการนำ เรื่องราว ที่ปรากฏในความฝันมาตีความเป็นตัวเลข เพื่อใช้ในการเสี่ยงโชคอีกด้วย (ชัช วันจันทร์. 2528 : 103) ให้เห็นถึงความเชื่อของซาวจังหวัดชัยภูมิที่มีต่อเ จ้าพ่อพญาแลในเรื่องต่าง ๆ จึงมีการบนบานต่อ เ จ้าพ่อพญาแลตามโอกาสของแต่ละบุคคล ส่วนการแก้บนด้วยสิ่งของต่าง ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้บนบานได้บน อะไรไว้ เมื่อสมปรารถาในสิ่งที่คนปรารถาแล้วจะต้องแก้บนตามที่ตนเ องบนบานไว้ เพราะผู้บนบานมีความ เชื่อว่าหากไม่รักษาสัญญาต่อเจ้าพ่อพญาแลจะต้องมีอันเป็นไปหรือได้รับอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใด ชาว ชัยภูมิมีความเชื่อว่าเจ้าพ่อพญาแลศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยเหลือได้ทุกเรื่องในยามคับขัน ไม่ว่าจะอยู่ในขึ้นกี่ จังหวัดชัยภูมิหรือนอกพื้นที่จังหวัดชัยกูมิ จากความเชื่อนี้ น.ต.ท. วิลาศ ฤทธิ์จร (2537 : สัมภาษณ์) กล่าวว่า เจ้าพ่อพญาแลมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยเหลือไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ ทำให้เกิดพลังและ กำลังใจได้


เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.วิจัยเรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับพญานาคของชุมชนในคําชะโนด ชื่อผู้ทำวิจัย กนกนุช ศิวนาถภูธน นักศึกษาหลักสูตรศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวัฒนธรรม ศิลปกรรมและการ ออกแบบ สรุป เรื่อง ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับพญานาคของชุมชนในคําชะโนด ความเชื่อเกี่ยวพญานาคในคําชะโนด เป็นการศึกษาถึงเรื่องราวความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คนที่มี ต่อพญานาคในคําชะโนด ถือว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่โด่งดังในจังหวัดอุดรธานีและภาคอีสาน ซึ่งผู้คน ต่างมีความเชื่อที่ว่าพญานาคสามารถบันดาล ความเป็นสิริมงคลและบันดาลให้เกิดความสําเร็จในสิ่งต่าง ๆ ได้ ซึ่งสอดคล้องกับ จิตกร เอมพันธุ์ (2545) ที่กล่าวว่า ความเชื่อ เรื่องพญานาคเป็นอีกหนึ่งในบรรดาความ เชื่อพื้นฐานที่โดดเด่นของชาวอีสาน ซึ่งเชื่อว่าพญานาคนั้นอยู่ในโลกใต้บาดาลอัน ศักดิ์สิทธิ์ สามารถบันดาล ให้ฝนตกลงในทั้งจักรวาล พญานาคมักปรากฏในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ในลักษณะสัญลักษณ์ โดยพบได้ จาก งานสถาปัตยกรรมวัดวาอารามในพระพุทธศาสนา และปราสาทอารยธรรมขอมสําคัญ ๆ ที่กระจายตัวใน ภาคอีสาน พิธีกรรมเกี่ยวกับพญานาคในคําชะโนด เป็นการประกอบพิธีกรรมแบบผสมผสานกัน คือ แบบของ พุทธศาสนา แบบ พราหมณ์ แบบผีวิญาณและเทวดา เพราะผู้คนที่ประกอบพิธีกรรมนั้นเชื่อว่าพญานาคศรี สุทโธ เป็นเจ้าผู้ครองเมืองคําชะโนด สามารถดลบันดาลให้หมู่บ้าน ชาวบ้าน และผู้คนมีความสงบสุขร่มเย็น การปฏิบัติพิธีกรรมจึงเป็นประเพณีการบวงสรวงเลี้ยง พญานาคศรีสุทโธ สืบต่อกันมาเป็นประจําทุกปี เพื่อ เป็นความสิริมงคลต่อตนเองและคนในครอบครัว และในการแก้บนนั้นก็ เชื่อว่าหากบุคคลใดไม่มีการแก้บน ต่อองค์ปู่ตามที่ตนได้ทําการอธิษฐานหรือบนบานไว้ บุคคลนั้นก็อาจจะเกิดโทษ เกิดความ ขัดแย้ง จะทําการ สิ่งใดก็จะเกิดการติดขัด และอาจไม่ประสบผลสําเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีสัญลักษณ์สัมพันธ์ ของ Mead ที่กล่าวไว้ว่า สังคม คือ แบบแผนที่ประสานสอดคล้องกันของกิจกรรมที่มนุษย์ก่อขึ้น ซึ่งดํารง รักษาไว้ เปลี่ยนแปลง ไปตามกําหนดระหว่างกันด้วยสัญลักษณ์ระหว่างบุคคลหรือแต่ละคน ทั้งการ บํารุงรักษาและการเปลี่ยนแปลงของสังคมกระทํา ผ่านกระบวนการของจิตและอัตตา ถือว่าสังคมเป็น กิจกรรมที่ได้รับการจัดระเบียบ แล้วควบคุมโดยบุคคลสําคัญต่าง ๆ และเป็นแหล่งที่บุคคลจะปรับตัวและ ร่วมมือระหว่างกัน


2. ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิม ชื่อผู้ทำวิจัย แสงอรุณ กนกพงศ์ชัยสรุป ความเชื่อและพิธีกรรมเกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิมชาวไทยเชื้อ สายจีนในในย่านเยาวราช มีความเชื่อเกี่ยวกับประวัติเจ้าแม่กวนอิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึง ปัจจุบัน ซึ่งประวัติความเป็นมาของเจ้าแม่กวนอิมมีเนื้อหาต่าง ๆเกิดขึ้นจากความเชื่อของแต่ละกลุ่มโดยคิด เสริมสร้างปรุงแต่งขึ้น และบันทึกเรื่องราวเอาไว้และบอกเล่าสืบต่อกันมา แต่ชาวจีนก็มีความเชื่อว่าเจ้าแม่ กวนอิมคือพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่จะช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากและดลบันดาลความเป็นสิริมงคลได้ ชาวไทยเชื้อสายจีนในในย่านเยาวราช มีความเชื่อและธีกรรมเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ ของเจ้าแม่กวนอิม ที่สืบทอดกันมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สามารถจำแนกได้ดังนี้ มีความเชื่อด้าน ความเมตตาและการให้โชคลาภ เชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมมีคุณด้านเมตตามหานิยม สามารถดลบันดาลให้เกิด ผลดี เช่น ทำให้เป็นที่รักใคร่เมตตาต่อบุคคลทั่วไป ไปไหนมาไหนก็มีคนรักใคร่เมตตาช่วยเหลือเป็นต้น ด้าน โชคลาภ ชาวไทยเชื้อสายจีนมีความเชื่อว่ารูปเคารพ เจ้าแม่กวนอิม มีคุณทางด้าน โชคลาภ สามารถดลบันดาลให้เกิดผลทางโชคลาภด้านต่าง ๆ เช่น ทำให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง เป็นต้น ด้านความแคล้วคลาด ชาวไทยเชื้อสายจีนมีความเชื่อว่า รูปเคารพเจ้าแม่กวนอิมช่วยให้แคล้วคลาดจาก อุบัติเหตุต่าง ๆ ทั้งจากยานพาหนะ ช่วยให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุรถตกจากเขา เป็นต้น ความเชื่อเรื่องการ ขอบุตร เจ้าแม่กวนอิมได้รับความนับถือว่าเป็นผู้ปกปักรักษาสตรีและเด็ก จึงมีความเชื่อด้วยว่าท่านเป็นผู้ สามารถประทานบุตรให้แก่หญิงที่ต้องการบุตรได้ ด้วยเหตุนี้ในบางครั้งเราก็จะเห็นผู้ที่ต้องการบุตรไปบน บานอธิษฐานต่อเจ้าแม่กวนอิม การสวดมนต์สรรเสริญเจ้าแม่กวนอิม จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่ใช้สื่อสารกับเจ้า แม่กวนอิมนอกจากกราบไหว้รูปเคารพดังกล่าวแล้วจึงเห็นได้ว่าการขอพรด้านต่าง ๆ จากเจ้าแม่กวนอิม นอกจากความศรัทธาแล้ว ก็คือเหตุผลที่มีความเป็นไปได้ ดังเห็นได้จากการปฏิบัติตนตามข้อห้ามและข้อพึง ปฏิบัติต่าง ๆ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเชื่อฟังและมีความเคารพนับถือต่อเจ้าแม่กวนอิม


๗.ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษา เจ้าพ่อพญาแล ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ มีความจงรักภักดี สำนึกถึงบุญคุณ แผ่นดินที่ให้ที่พักพิงและทำมาหากิน ยอมเสียสละชีวิตตนเองเพื่อประชาชนลูกบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข เชื่อกัน ว่าดวงวิญญาณของท่านยังคงคอยคุ้มครองลูกหลานอยู่ ดังนั้นการไหว้ขอพรเจ้าพ่อพญาแล สามารถที่จะขอให้ช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ได้ เช่น เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ทำไร ทำนาให้ได้ผลผลิต ทำมาค้าขายให้ได้กำไรดี หรือจะขายที่ทางให้ได้สำเร็จ หรือจะขอให้ได้เดินทางไปทำงาน ต่างประเทศ เป็นต้น และสิ่งที่ไม่ควรขอ และอย่าได้คิดอุตริไปขอด้วย ก็คือเรื่องการละเว้นในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร เรื่องที่ทำ ผิดกฎหมายคอร์รัปชั่นติดสินบนต่าง ๆ หากคิดที่จะไปขอก็อาจจะทำให้เจ็บป่วย หรือมีอันเป็นไปต่าง ๆ ได้รับประโยชน์จากการศึกษาเรื่องความเชื่อและพิธีกรรมของเจ้าพ่อพญาแล จังหวัดชัยภูมิคือ 1.ได้เข้าใจและเรียนรู้ศึกษาเกี่ยวการนับถือของชาวชัยภูมิและประชาชนในจังหวัดอื่นๆที่มาบูชากราบไหว้ 2.ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบูชาหรือพิธีกรรมที่ทจะทำให้เจ้าพ่อช่วยในเรื่องนั้นๆ 3.ได้เรียนรู้ว่า การนับถือเจาพ่อพญาแล จังหวัดชัยภูมิ จะคงอยู่อย่างนี้ไปตลอดกาลและตลอดไป ไม่ว่าจะคน รุ่นไหนๆก็มากราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย


อ้างอิง กาญจนา นาคพันธ์."อารักษ์," เมืองโบราณ.5(4) : 110-119 ;เมษายน-พฤษภาคม2522. กิ่งแก้ว อัตถากร. คติชนวิทยา. กรุงเทพฯ : คุรุสภา, 2520. กิ่งแก้ว อัตถากร และชนรัชฏ ศิริสวัสดิ์ "คติความเชื่อ , " ใน เอกสารการสอนชุดวิชา ภาษาไทย 8. หน้า 662-663. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,2528. จังหวัดชีบภูมิ, สำนักงาน. ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด มิตรเจริญการพิมพ์, 2526. จารุวรรณ ธรรมวัตร. คติชาวบ้าน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม,2530. เจ. เอ็น นูแคน . "เทวดาและผีของชาวอาหมแง่มุมหนึ่งของความเชื่อของชาวไท (ไต) โบราณ," เมืองโบราณ. แปลโดย ปราณี วงษ์เทศ. 10(4) : 110-115 ; ตุลาคม 2527. ช่วย นนทะนาคร . "คำกล่าวรายงานเบิดอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด, " ใน อนุสรณ์เปิดอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมผล (แล). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สมาคมสังคมศาสตว์แห่งประเทศไทย, 2510. ชีช วันจันทร์. "เรื่องที่ฝัน," ลานโพธิ์. 7(1) : 100-103 ; มกราคม 2528. ชัยยนต์ เพาพาน. การลำผีฟ้าในเ ขตอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ปริญญานินนธ์ ศศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม, 2533. ชาย โพธิสิตา และสุรเกียรติ อาซานานุภาพ ."ไสยศาสตร์กับการรักษาพยาบาล," ใน ทฤษฎี


และการศึกษาทางสังคมวิทยามนุษยวิทยาการแพทย์. หน้า 112-114. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2529. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/index https://th.wikipedia.org/wiki


Click to View FlipBook Version