ความเชื่อเรื่องพญานาค ในการประกอบพิธีกรรมของคน ยุคปัจจุบัน ห้องเรียนคติชนวิทยา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มจร.วิทยาเขตขอนแก่น
เรื่อง ความเชื่อเรื่องพญานาคในการประกอบพิธีกรรมของคนยุคปัจจุบัน จัดทำโดย นายศุภกร ดวนใหญ่ รหัสนิสิต ๖4๐๕๕๐๒๐15 ชั้นปีที่ ๓ รายงานประกอบการศึกษารายวิชาคติชนวิทยา หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6
เรื่อง ความเชื่อเรื่องพญานาคในการประกอบพิธีกรรมของคนยุคปัจจุบัน จัดทำโดย นายศุภกร ดวนใหญ่ รหัสนิสิต ๖4๐๕๕๐๒๐15 ชั้นปีที่ ๓ เสนอ พระอาจารย์มหาอธิวัฒน์ ภทฺรกวี บทคัดย่อ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องพญานาคของคนในการประกอบพิธีกรรมของคน ยุคปัจจุบันโดยใช้แนวคิดความเชื่อมาช่วยในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ ดังกล่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา พุทธและความเชื่อ รวบรวมข้อมูลโดยศึกษาเอกสารและบทความงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาความเชื่อเรื่อง พญานาคของคนในการประกอบพิธีกรรมของคนยุคปัจจุบัน คำสำคัญ : ความเชื่อ; พญานาค ; พิธีกรรม ; ยุคปัจจุบัน
๑ บทนำ ความเชื่อของชาวไทยเกี่ยวกับพญานาค โดยส่วนใหญ่จะเชื่อว่า พญานาคเป็นสัตว์กึ่งเทพ มีอิทธิฤทธิ์ ศักดานุภาพ สามารถเนรมิตร่างกายเป็นมนุษย์ชายและหญิงได้ ทั้งยังมีความเชื่อว่าพญานาคนั้นเป็นสัญลักษณ์ แห่งสายน้ำ เป็นผู้พิทักษ์รักษาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ในด้านการสร้างความสามัคคี ปรองดอง สงบสันติสุขในสังคม โดยทั่วไปมีความเชื่อว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์ของความมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ เมื่อพบเห็นแล้วทำให้จิตใจสงบร่มเย็น ด้วยเหตุดังกล่าว ได้เกิดการถ่ายทอดจากความเชื่อเข้าสู่งานศิลปกรรมไทยในแขนงต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม พญานาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ มีคตินิยมที่ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ทำให้ผู้พบ เห็น รู้สึกสงบร่มเย็นทำให้เกิดความสุข นอกจากนี้ยังมีการตีความทางพระพุทธศาสนาว่า รูปปั้นพญานาคที่ บันไดพระอุโบสถเหมือนทำหน้าที่เป็นพาหนะข้ามทะเลแห่งวัฏสงสาร และเทินพระวิหารเปรียบเสมือนเรือ สำเภาทองที่จะนำมนุษย์ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ ปัจจุบันประเพณีพิธีกรรมงานบุญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาได้ เอาสัญลักษณ์ที่เป็นรูปสัตว์หรือรูปตัวแทนเทพต่างๆ มาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ สืบเนื่องมาจากศรัทธาความเชื่ออันมี มาแต่เดิม เช่น ประเพณีบวชนาคสืบเนื่องครั้งพุทธกาล พญานาคตนหนึ่งเกิดศรัทธาต้องการบวชใพระพุทธศาสนาจึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวชเป็น พระภิกษุ แต่บวชเพียงหนึ่งวันร่างก็กลับกลายเป็นพญานาคดังเดิม เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้ละเพศ พระภิกษุ และมีพุทธบัญญัติห้ามสัตว์เดรัจฉานบวช ด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา พญานาคได้ทูลขอคำว่า นาค สำหรับผู้ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา จึงมีอิทธิพลให้เกิดประเพณีเรียกผู้ที่จะอุปสมบทใน พระพุทธศาสนาว่า “นาค” สืบแต่นั้นมา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องพญานาคที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์ได้มีความเชื่อเรื่องพญานาคว่า พญานาคเป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ ซึ่งมีชื่อว่าพญาอนันตนาคราช เป็นต้นกำเนิดของตำนาน นารายณ์ บรรทมสินธุ์ แม้ว่าพุทธและพราหมณ์จะมีตำนานความเชื่อที่มีความเป็นมาแตกต่างกัน แต่ในลักษณะการบูชา หรือพิธีบวงสรวงพญานาคของพุทธและพราหมณ์ มีเชื่อมโยงความเชื่อคล้ายคลึงกัน อิทธิพลของพญานาคจึงมี ผลต่อสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
๒ จุดมุ่งหมายการศึกษา เพื่อศึกษาความเชื่อที่ปรากฏในเรื่องเล่าเกี่ยวกับพญานาคในการประกอบพิธีกรรมของคนยุคปัจจุบัน ประเภทของข้อมูลที่ใช้ในการศึกษา ๑. เรื่องเล่าเกี่ยวกับพญานาค 2. เรื่องเล่าศาสนากับพญานาค 3. เรื่องเล่าพิธีกรรมการเซ่นสรวงต่อองค์ต่อองค์พญานาค เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ชิททิมา พุทณาณัฐฐา และ วนิชชา ณรงค์ชัย และ รัฏชนก ชุมนานมาก ได้ศึกษาวิจัยเรื่องความเชื่อ พญานาคในบริบทสังคมอีสาน ผลการวิจัยพบว่า 1 สังคมอีสานที่มีเรื่องราวของ พญานาคผูกพันกับการ ดำรงชีวิตของชาวอีสาน ทั้งในด้านพิธีกรรมการเกษตร ศิลปะ และสถาปัตยกรรม สืบ เนื่องมาจากอิทธิพลด้าน ความเชื่อโบราณและศาสนา ล้วนผสมผสานกันจนกลายเป็นอัตลักษณ์ของชาวอีสาน ใน เรื่องความเชื่อเกี่ยวกับ พญานาคในศาสนาพุทธมีความเชื่อว่าพญานาคมีอยู่จริงและเป็นผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปรากฎความเชื่อ พญานาคในประเพณีงานบุญต่างๆ เช่น ประเพณีบวชนาค ประเพณีออกพรรษา ประเพณีบุญยั้ง ไฟประเพณี ไหลเรือไฟ เป็นต้น กนกนุช ศิวนาถภูธน ได้ศึกษาวิจัยในเรื่องความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในคำชะโนด ผลการวิจัย พบว่า 2 เรื่องราวความเชื่อ ความศรัทธาและพิธีกรรมที่มีต่อ "พญานาคศรีสุทโธ" มีบทบาทในทาง วัฒนธรรม และทางสังคม โดยเฉพาะชุมชนคำชะโนด ที่เชื่อว่าเป็นพญานาคที่อาศัยอยู่ในวังนาคินทร์ (คำชะโนด) สามารถ กลายร่างเป็นมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ มีอิทธิฤทธิ์ในการดลบันดาลความอุดมสมบูรณ์แก่เมืองมนุษย์ได้ จากความ เชื่อของ ชุมชนที่มีต่อองค์พญานาคศรีสุทโธ ชุมชนจึงมีการปฏิบัติตามความเชื่อผ่านพิธีกรรมเพื่อแสดงออกถึง ความศรัทธา โดยใน รอบปีจะมีประเพณีที่ชุมชนต้องการสื่อถึงธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากเชื่อว่า 1 ชิททิมา พุทณาณัฐฐา และ วนิชชา ณรงค์ชัย และ รัฎชนก ชุมนานมาก. ความเชื่อพญานาคในบริบทสังคม อีสาน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2561 2 กนกนุช ศิวนาถภูธน. ความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในคำชะโนด. ศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวัฒนธรรม ศิลปกรรมและการออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2564.
๓ พญานาคศรีสุทโธ เป็นผู้ควบคุมฟ้าฝน และธรรมชาติ ดังนั้นจึงมีการเช่นสรวงต่อองค์พญานาคศรีสุทโธประจำ ทุกปี เพื่อเป็นความสิริมงคลของหมู่บ้าน และผู้คน ในชุมชน จิตรกร เอมพันธุ์ ได้ศึกษาวิจัยเรื่องพญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้าน แห่งวัฒนธรรมอีสาน ผลการวิจัยพบว่า 3 การคลี่คลายร่องรอยความคิดเรื่องพญานาคจำแนกออกเป็นความ เชื่อกับโลกและจักรวาล ความเชื่อเรื่องพญานาค ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา และการแสดงออกของความเชื่อใน รูปแบบของพิธีกรรม จากการประมวลความรู้และบูรณาการทางความคิดพบว่า พญานาคมักปรากฏอยู่ใน "ลัทธิความอุดมสมบูรณ์" ของสั่งคมวัฒนธรรมอีสาน ถูกผสานความเชื่อดั้งเดิมและความเชื่อทางพุทธศาสนาใน เรื่องสรรค์และนรก นอกจากนี้ยังพบว่า ระบบสัญลักษณ์ของพิธีกรรมมีความหมายที่แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ ประการสำคัญที่สุดของพิธีกรรมครั้งนี้ ทำให้ผู้ที่อยู่ในหมู่บ้าน ได้มีโอกาสพบปะกันก่อให้เกิดความเป็นปีกแผ่นทางสังคม อนัญญา ปานจีน ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษา คติ ความเชื่อเรื่องพญานาคในพื้นที่ศาลตอนบนเพื่อ เสนอแนวทางสู่การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในพิพิธภัณฑ์นาคา ผลการวิจัยพบว่า 4 ผลของการศึกษาและ ออกแบบพิพิธภัณฑ์นาคา ได้มุ่งเน้นในการอนุรักษ์ สืบสาน วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของชาวอีสาน อันมี พญานาคเป็นแกนกลาง โดยการนำเอาองค์ความรู้เกี่ยวกับคติ ความเชื่อเรื่องพญานาค มาตีความแทนค่าใน รูปแบบของสัญลักษณ์ "พญานาค - น้ำโขง" เพื่อแปรรูปให้เห็นเป็นรูปธรรมในงานออกแบบที่เสมือนเป็น ตัวเชื่อมหลอมรวมวัฒนธรรมอีสานให้ยังคงดำรงอยู่และสืบทอดต่อไปในอนาคต จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อ สังคมไทยปัจจุบัน ผลการวิจัยพบว่า 5 พญานาคในพระพุทธศาสนาเถรวาท หมายถึง ความประเสริฐ ไม่มีบาป เป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์กว่าสัตว์อื่นทั้งหลาย พระพุทธศาสนาแยกพญานาคออกเป็น ๑,๑๒๔ ชนิด จัดลำดับชั้นของ พญานาศได้ ๔ ตระกูล ระกูลวิรูปักขะ มีผิวกายสีทอง ตระกูลเอราปักถะมีผิวกายสีเขียว ตระกูลฉัพยาปุตตะ มี 3 จิตรกร เอมพันธุ์. พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน. คณะรัฐศาตสร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545. 4 อนัญญา ปานจีน. การศึกษา คติ ความเชื่อเรื่องพญานาค มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2553. 5 จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ. การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554
๔ ผิวกายสีรุ้ง ตระกูกัณหาโคตรมะ มีผิวกายสีดำ ที่เป็นใหญ่กว่าพญานาคทั้งปวงคือ ตระกูลวิรูปักขะ ที่มีผิวกาย เป็นสีทอง เป็นหนึ่งในสีของท้าวมหาราชที่ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมมหาราชิกา ด้านทิศตะวันตก ในคัมภีร์ สันสกฤต นาคหรือพญานาคถือกำเนิดจากนางกัทรูหรือนางสุรสากับพระกัศยพรหม์ฤษี มีลักษณะเป็นสัตว์เกิด จากฟองไข่ พญานาคแบ่งตามสถานที่เกิดได้ ๒ แบบคือ ที่เกิดได้เฉพาะในน้ำ เรียกว่า ชลชะ ที่เกิดได้เฉพาะบน บก เรียกว่า ถลชะ และยังแยกพญานาคออกเป็น 6 ประเภท คือ ประเภทที่เสวยกามคุณและประเภทไม่เสวย กามคุณ เหตุที่ทำให้เถิดเป็นพญานาคนั้น ล้วนเกิดจากอำนาจบุญ คือ ทำบุญเจือไปด้วยราคะความเชื่อเรื่อง พญานาคที่ปรากฏในสังคมไทยโดยรวม เชื่อว่าพญานาคเป็นทิพย์กึ่งเทพและสัตว์ มีอิทธิฤทธิ์สามารถแปลงกาย เป็นมนุษย์และสัตว์อื่นได้ตามสภาวะ เป็นสัญลักษณ์แห่งน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ ให้คุณ เช่น ช่วยรักษา อาการเจ็บป่วย ให้โชคลาภ ทั้งช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่ทำให้เจ็บป่วย มีบุคคลที่สังคมไทยเคารพ เชื่อถือเช่น พ่อปูอินทร์ (เขาภูตำแย) อำเภอปักษ์ธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่าพญานาคแปลงกายมามอบ เงินให้เป็นทุนร่วมสร้างโบสถ์ และพระมหาเถระไทยหลวงปู่มั่นภูริทตฺโต (ดูในตามรอยธุดงค์ ควัตร พระอาจารย์ มั่น ภูริทตฺโต) พญานาคมีจริงทั้งที่เป็นสัมมาทิฏฐิชอบฟังธรรมและมิจฉาทิฏฐิ ขัดขวางการปฏิบัติธรรม ท่านได้ ยกเอาประสบการณ์เรื่องพญานาคที่ได้พบมาบรรยาย ตามโอกาสที่ได้แสดงธรรมในที่ต่าง ๆ สร้างความเชื่อให้ สังคมไทยมากยิ่งขึ้นว่าพญานาคมีจริงอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบันพบว่า ด้าน ศิลปกรรมได้รับอิทธิพลความเชื่อจากบุคคลที่สังคมเคารพเชื่อถือและพุทธประวัติด้วย เช่น เมื่อครั้ง ที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทวดาเนรมิตบันไดแก้วมณีสีรุ้งขึ้นรองรับเสด็จ ส่วนพญานาค ๒ ตน ได้ใช้หลังหนุนบันไดแก้วมณีสีรุ้งนั้นไว้ สังคมไทยจึงเชื่อว่าพญานามีวาสนาบารมีที่ได้ใช้หลังตนเองรองรับ เสด็จพระพุทธเจ้า ด้านประเพณี เช่น ประเพณีบวชนาค ประเพณีปล่อยเรือไฟประเพณีบุญข้าวกรรมหรือบุญ กองฮด ประเพณีขอฝน ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานานก็เกิดจากอิทธิพลของพญานาคเพราะสังคมไทยเชื่อว่า พญานาคให้คุณให้โทษได้ ความเชื่อด้านไสยศาสตร์เชื่อตามตำนานของชาวล้านนาที่นำทิศทางการนอนหัน ศีรษะของพญานาคมาใช้ในพิธีเพื่อขอที่ดินปลูกบ้านและยกเสาเอก ขอน้ำฝนเพื่อทำการเกษตร ในทาง พระพุทธศาสนาพญานาคก็เป็นผู้ปกปักษ์รักษาพุทธสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ที่พระธาตุพนม พระธาตุมหาชัย (วัดไทย) อิทธิพลของพญานาคจึงมีผลต่อสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
๕ ผลการศึกษา ความเชื่อว่าพญานาคมีจริงในทัศนะของคนไทยทั่วไป คติความเชื่อของชาวพุทธ มีความเชื่อว่า พญานาคมีจริงเป็นพวกกายทิพย์กึ่งเทพ และสัตว์เดรัจฉาน มีอิทธิฤทธิ์ศักดานุภาพยิ่งนัก สามารถเนรมิต ร่างกายเป็นมนุษย์ชาย หญิงและสัตว์อื่นตามสภาวะเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ความเชื่อว่าพญานาคมีจริง จากการได้ฟังเรื่องพญานาคจากผู้มีประสบการณ์ที่ท่านรู้ และได้สัมผัส ด้วยตนเองว่าพญานาคมีจริง คือ ได้ปรากฎมีพญานาคนำเงินและสมบัติมามอบให้เป็นทุนสร้างโบสถ์ วิหาร หลายครั้ง ซึ่งลักษณะการมาปรากฏตัวนั้น จะแปลงกายเป็นมานพหนุ่ม พร้อมบอกความประสงค์แล้วก็ลา กลับไป พญานาคจะไม่ค่อยพูดมากสำเร็จวัตถุประสงค์แล้วก็จะลากลับทันที การสังเกตว่าใครเป็นมนุษย์หรือ พญานาคแปลงกายมาจะมีข้อสังเกต คือ พญานาคแม้จะแปลงกายเป็นมนุษย์มาแต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลง คือดวงตา สีแดง ที่ต่างจากมนุษย์ และมีความสงบเสงี่ยม นอบน้อมต่อพระสงฆ์หรือผู้ทรงศีล ครั้งที่ลากลับไปก็จะถอย หลังไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหายลับไปในที่สุด" ที่บริเวณแก่งอาฮงหรือที่เรียกว่าสะดือแม่น้ำโขง มีผู้พบเห็นสิ่ง ประหลาดมองห่างจากเรือประมาณ ๑ กิโลเมตร จะมีสิ่งหนึ่งคล้ายต้นตาลขนาดใหญ่ ไม่มีใบโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ประมาณ ๒ เมตร มีละอองน้ำเป็นฝอยโดยรอบ ต้นตาลนั้นสีดำมัน แต่เมื่อเดินเรือเข้าไปใกล้ ๆ จะไม่มีอะไรทำ ให้ผู้คนที่เดินทางตามลำน้ำเกิดความเชื่อสิ่งที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำนั้น คือพญานาคเมื่อใครผ่านบริเวณนี้ ก็จะนำ หมากพลู เหล้าขาว โยนลงไปในน้ำเพื่อเป็นการเช่นไหว้เจ้าแห่งน้ำ บางวันที่แก่งอาฮงมีผู้เห็นบางอย่างลักษณะ เหมือนงูขนาดใหญ่ว่ายน้ำข้ามจากฝั่งไทยไปยังฝั่งลาว ในลักษณะตรงน้ำผุดขึ้นเป็นฟองเคลื่อนไปเลื่อยๆ จนถึง ฝั่งลาว บางครั้งที่บริเวณริมฝั่งโขงจะเห็นรอยการคืบคลานคล้าย 6 การเลื้อยของงูขนาดใหญ่ ซึ่งคนส่วนใหญ่ เชื่อว่าเป็นรอยพญานาคไปสักการะพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์หนึ่ง ที่ริมแม่น้ำโขง ในวันขึ้น 1๕ ค่ำ จะได้ยินเสียงไม่ใช่เสียงมนุษย์มาชุมนุมกันคล้ายทำพิธีกรรมอย่างใด อย่างหนึ่งได้ยินแต่เสียงไม่มีตัวตน การเคลื่อนที่ของฟองใต้น้ำ รอยประหลาดที่เกิดขึ้นตามริมฝั่งโขง รอย ประหลาดบนหน้ารถของชาวบ้านที่จอดหน้าวัดไทย อำเภอโพนพิสัยจังหวัดหนองคาย รอยเหมือน สัตว์เลื้อยคลาน เป็นรอยขนาดใหญ่ขึ้นทั่วหลังคารถ และบางรอยก็เกิดขึ้นตามริมฝั่งแม่น้ำโขง" อีกเหตุการณ์ หนึ่งที่มีผู้พบเห็น คือ ภาพของสิ่งมีชีวิตลักษณะลำตัวยาวๆ ที่คาดว่ามีหลายตัว เล่นน้ำอยู่กลางลำน้ำโขงใกล้ ๆ 6 วินธัย ทรัพย์พญา. พญานาค. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ไพลิน, ๒๕๔๘.
๖ กับพระธาตุกลางน้ำ (พระธาตุกลางน้ำจะมองเห็นองค์พระธาตุเฉพาะฤดูแล้ง) ซึ่งเหตุการณ์นี้มีผู้ให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก และเชื่อกันว่า เป็นเหตุการณ์ที่พญานาคขึ้นมานมัสการพระธาตุกลางน้ำ" ความเชื่อของชาวลำ น้ำโขงว่าในแม่น้ำโขงมีเทพอาศัยอยู่ และบ่อยครั้งที่ชาวลุ่มน้ำโขงต้องเสียชีวิตลงในระหว่างการเดินทางน้ำและ เชื่อว่าเขากระทำผิดต่อเทพแห่งสายน้ำ หรือเจ้าแม่สองนาง คือ งู ๑ คู่ ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงจึงได้มีการสร้างหอ เจ้าแม่สองนางเอาไว้เพื่อเช่นไหว้เจ้าแม่ก่อน" ที่ห้วยน้ำเป มีผู้เห็นสัตว์ชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายงูกำลังว่ายน้ำ ลักษณะมีหงอนที่ส่วนหัว และดวงตาสีแดงมีขนาดเท่าไข่ไก่ งูนั้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒. เซนติเมตร ว่ายน้ำเล่นม้วนตัวเป็นวงกลมบ้าง เหยียดตัวยาวเป็นเส้นตรงบ้าง ประมาณ ๑0 นาที ก็จมหายลงไป ในน้ำทุกอย่างก็สงบลงสู่สภาวะปกติ ซึ่งท้าให้ผู้พบเห็นเชื่อว่าเป็นพญานาค และได้มีการขอขมาด้วยเครื่องเช่น ไหว้ที่บริเวณนี้ส่งผลทำให้คนในชุมชนหมู่บ้านน้ำเป เกิดความสงบสุข มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และไม่เคยได้รับ อันตรายทางน้ำนี้เลย ที่หมู่บ้านปลาปาก ดงอีนำ เกิดรอยแยกตัวของผิวถนนขึ้น เมื่อ ๒0 มีนาคม ๒๕ ๕๔ ได้มีผู้ถ่ายภาพ รอยถนนแยกไว้ เมื่อนำมาเปิดดูพบภาพประหลาด คล้ายเกล็ดหลังของพญานาคปรากฎอยู่ จึงได้นำภาพ แจกจ่ายให้คนดู ทุกคนต่างยืนยันว่าเป็นภาพพญานาคที่กำลังโผล่ตัวส่วนหลังขึ้นมาให้เห็น เป็นเหตุให้เกิดการ แยกตัวของถนนภายหลังคนในชุมชนหมู่บ้านปลาปากดงอีนำได้ทำพิธีเชิญสิ่งที่เชื่อว่าเป็นพญานาคนี้ไปสถิตย์ที่ ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน" เมื่อ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่บึงโขงหลง ได้มีประชาชนที่รู้ข่าวนับพันคนได้มารอชมการ ปรากฏตัวของพญานาคชื่อว่าปู่อือลือ จนถึงเวลาประมาณบ่าย ๓ โมง ทุกคนได้เห็นสิ่งหนึ่งคล้าย งูใหญ่ความ ยาวประมาณ ๑0 เมตร ขึ้นมาว่ายอยู่กลางน้ำ บึงโขงหลงนานประมาณ ๒ นาทีทำให้ผู้ที่ไปรอชมต่างก็เชื่อว่า เป็นพญานาค" ที่วัดปางค์สีดา อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรมพบพญานาค จำแลงแปลงกายเป็นงูตัวเล็กขนาดหัวแม่เท้า ตัวสีเขียว มีหงอนสีแดง ปากสีแดง ในบริเวณโดยรอบศาลาการ เปรียญพญานาคเหล่านี้อยู่ในพวก สัมมาทิฏฐิชอบฟังธรรม และรักษาศีลอุโบสถ นิสัยดีไม่ดุร้ายและทำร้ายใคร การจำแลงกายเป็นงูเล็กนี้ ก็เพื่อไม่ให้ผู้พบเห็นเกิดความตื่นกลัวเกิดความไม่สงบในการปฏิบัติธรรม กระแส พญานาคในฐานะผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาส่งผลให้สังคมไทยตื่นตัวเข้าวัดฟังธรรมมากขึ้น" 7 7 จิตรกร เอมพันธุ์. พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน. คณะรัฐศาตสร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545.
๗ ความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ของพญานาคในทัศนะของสังคมไทยอิทธิฤทธิ์ของพญานาคจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับกรรมที่เคยสร้างไว้ในอดีตชาติเป็นตัวส่งผลให้ จากความเชื่อว่าพญานาคเป็นสัตว์กึ่งเทพ มีอิทธิฤทธิ์ สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์หรือสัตว์อื่นได้ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆได้พญานาคในทัศนะของคนไทยด้วย ความที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล"ทำให้เกิดประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามขึ้นในสังคม โดยอาศัยความเชื่อหรือเรื่อง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพญานาค เช่น เรื่องบั้งไฟพญานาค เรื่องคำชะโนด เมืองพญานาค แม้ว่าความเชื่อนี้จะมีการคิดต่างกันของคนในสังคมไทย ที่บางกลุ่มยังต้องพิสูจน์หาความจริง บางกลุ่มอยู่กึ่งกลางเชื่อบางไม่เชื่อบาง บางกลุ่มมีความเชื่อสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลเรื่องอิทธิฤทธิ์ ของพญานาคในทัศนะของคนไทยมีต่างกันไปปรากฎการณ์ที่ตนเองได้พบสิ่งที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขง บึงน้ำขนาด ใหญ่ที่บึงโขงหลง เหตุการณ์เทปูนเสาเข็มสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหาร ยังเป็นเหตุการณ์คน ไทยที่กล่าวขานถึงและเชื่อว่าเป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพญานาค ความเชื่อเรื่องผลของการบูชาพญานาค บูชาพญานาค เนื่องมาจากความจำเป็นในการดำรงชีวิตเพราะ มนุษย์ในยุคแรกๆ มีอาชีพกสิกรรมเป็นหลักจึงต้องการความสมบูรณ์ของแผ่นดิน แต่ความผันผวนทาง ธรรมชาติ ดินฟ้า อากาศ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมเหล่านี้จึงเชื่อถือว่า วิญญาณสิงสู่อยู่ตามที่ต่างๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเชื่อถือเทพเจ้า โลกธาตุหรือสิ่งอื่นใด จะเป็นเทพีแห่งความอุดม สมบูรณ์ แม่ธรณีหรือพญานาคก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ที่สมมติขึ้นให้เป็นตัวตน สำหรับติดต่อหรืออ้อน วอนขอสิ่งที่ตนปรารถนา และยังเชื่อถือต่อไปอีกว่าเทพเจ้าหรือวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่นั้น มีอิทธิฤทธิ์สามารถ ดลบันดาลสิ่งที่ดีและสิ่งที่ร้ายได้ ส่วนพระพุทธศาสนาการบูชาพญานาคเกิดขึ้นจากได้รับอิทธิพลแนวความคิด มาจาก ความเชื่อดั้งเดิมของชาวพื้นเมือง และศาสนาพราหมณ์ โดยคำว่าพญานาค มาใช้ในความหมายของเทพ เจ้าและเทวดาต่าง ๆ ตามคตินิยม"จากความเชื่อที่ว่าพญานาค คือ เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ เทพเจ้าแห่ง น้ำกระทรวงเกษตรได้อัญเชิญรูปปั้นพญานาค ในลักษณะของเทพผู้ให้นำไว้ที่หน้ากระทรวงเกษตรและจะทำ การบวงสรวงบูชาเป็นประจ้าทุกปี ถ้าปีไหนน้ำมากเกิดน้ำท่วมก็จะท้าพิธีบูชาขอให้ลดปริมาณนำตามความเชื่อ เช่น ในปี ๒๕๕4 ที่น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรไทยเสียหายมากที่สุด ในรอบหลายปี จึงทำให้มนุษย์ท้าพิธีบวงสรวง บูชาพญานาคขึ้นหลายแห่ง และส่งผลให้วิถีชีวิตใน ภาพรวมของสังคมไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคอีสาน ตอนบนและทางภาคเหนือของไทยมีการบวงสรวงบูชา ด้วยกลัวว่าพญานาคจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้โทษต่อวิถีชีวิต ได้ โดยเฉพาะด้านความเจ็บป่วย และความเสียหายทางการเกษตร จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้เกิดการยอมรับ
๘ นับถือพญานาคมากขึ้น ส่งผลให้มีการบูชาพญานาคเพื่อหวังให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน หวังให้ช่วยในเรื่องโชคลาภ เกิดความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องทำการเกษตร ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล8 การบูชาพญานาคเพื่อขอให้คุ้มครองพุทธศาสนาจากความเชื่อว่าพญานาคมีฤทธิ์เดชพลังอำนาจนี้ พบว่ามีมาแต่ครั้งสมัยพุทธกาลอย่างที่ปรากฏในพุทธประวัติว่า หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษ แล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา ครั้งหนึ่งได้เสวยวิมุตติสุข เสด็จออกจากร่มไม้อชะปาละ นิโครธ (ต้นไทร) ไปยังร่มไม้จิกชื่อมุจจลินท์ ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุขอยู่ ๗ วัน ขณะนั้นมีฝนตกพร่ำๆ ลมหนาวพัด ผ่านตลอด ๗ วัน ได้มีพญานาคตนหนึ่งชื่อพญานาคมุจลินท์เข้ามาวงด้วยขนดรองรับพระศาสดา ๗ รอบ พร้อม กับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนและลมหนาวมิให้ถูกพระวรกายของพระผู้มีพระภาค เจ้า หลังจากฝนหยุดตกแล้ว พญานาคมุจลินท์ได้คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพน้อยมายืนเฝ้าที่เบื้องพระ พักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าของพญานาคในองค์พระศาสดา ด้วยความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธ นิยมสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบองค์พระพุทธรูปนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอา พญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และท้าให้คิดว่าพญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา" ตั้งแต่นั้นมา จึงมีความเชื่อว่าพญานาคนั้นคู่ควรกับพระพุทธศาสนา และศาสนาสถานต่าง ๆ จึงสร้างพญานาคไว้เป็น สัญลักษณ์ตามวัดต่าง ไว้ข้างเคียงกับพระพุทธรูปให้คนศรัทธากราบไหว้ไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดไป ตามลำดับ และความเชื่อของแต่ละลุคคล นอกจากนั้นพญานาค หรืองูใหญ่มีหงอนยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง ความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีอำนาจวาสนาและเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล พญานาค ยังเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า มักเรียกกันว่า พญานาคของพวกนาค และยังมีชื่อ เรียกเป็นอย่างอื่น เช่นภุชงค์ วาสกรี นาค นาคา อนันตนาคร หรือเศษนาค (อนันตนาคราช) เป็นต้น อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน สังคมไทยนั้น นอกจากเชื่อว่าพญานาคนั้น เป็นสัญลักษณ์แห่งน้ำ และความอุดมสมบูรณ์แล้ว นาคยังเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอัน สูงส่ง อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคนี้ได้ส่งผลให้สังคมไทยมีการพัฒนาแนวคิดใหม่เกิดขึ้นหลายด้าน สร้าง ความสามัคคี ความสงบสุขในสังคมอีกด้วย ในพระไตรปิฎกกล่าวไว้ว่าราชาแห่งนาคคือท้าววิรูปักขะปกครอง 8 จิตรกร เอมพันธุ์. พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน.คณะ รัฐศาตสร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545.
๙ นาคทั้งหลายบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ทางทิศตะวันตก เป็นหนึ่งในสี่ของจอมเทวดาได้กำหนดกรอบ การศึกษาไว้ ๓ ประการ คือ ( ๑) ด้านศิลปกรรม (๒) ด้านประเพณี (๓) ด้านไสยศาสตร์ - ด้านศิลปกรรมนาค หรือพญานาคในงานศิลปกรรมนั้น เป็นความเชื่อที่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจ เพื่อ สะท้อนหรือถ่ายทอดรูปพญานาคที่ผู้สร้างสรรค์ ต้องการสื่อให้ผู้ได้พบได้เห็นรับทราบถึงความรู้สึกนั้น ใน ภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรียกชื่อต่างกันไปและมีลักษณะตามความเชื่อในแต่ละ ภูมิภาคต่างกัน มีลักษณะร่วมกันคือ เป็นงูขนาดใหญ่มีหงอนเป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดสมบูรณ์ ความเชื่อดังกล่าวได้ถ่ายทอดแนวคิดเข้ามาสู่งานด้านศิลปกรรมไทย จึงมักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้ เสมอในงาน จิตรกรรม ประติมากรรมและหัตถกรรม ซึ่งเป็นศิลปกรรม ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตาม ความเชื่อ บันไดนาค ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสี รุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาค จำนวน ๒ ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้ - ด้านประเพณี ในขณะที่พุทธศาสนิกชน ขาดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทั้งผู้ที่อยู่นอกศาสนา ศาสนาเดียวกัน และผู้ไม่มีศาสนา ซึ่งพญานาคเองก็เป็นผู้ที่หาหนทางศึกษาธรรม อันหมายถึงปลายทางความ หลุดพ้นจากกิเลสอันเป็นความสุขที่แท้จริง แต่มนุษย์เราผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ สามารถทำได้เหนือกว่า นาคมากมายนัก แต่ศรัทธาในพระพุทธศาสนากลับลดน้อยถอยลงสิ่งดีงามทางประเพณีบางอย่างได้หายไปจาก สังคมไทย โดยเห็นได้อย่างชัดเจน คือ การขาดความรู้ ความเข้าใจ และความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา ทำให้ประเพณีกรรมที่ดีงามถูกลืมไปกับกระแสนิยมของสังคมยุคใหม่ กิจกรรมที่เคยปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็น เอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ประเพณียังเป็นเอกลักษณ์ในการหล่อหลอมสังคมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น และยัง ส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามแม้สัญลักษณ์ของปีมะโรงจะต่างกันไปตามความ เชื่อ ตามประเพณีวัฒนธรรมและไม่ว่าจะเป็น งูใหญ่ นาค หรือ มังกร สิ่งที่ไม่ต่างกัน คือ การนำเอาสัญลักษณ์ ของสัตว์เหล่านั้นผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่และปรับความเชื่อจินตนาการสอดคล้องกับสัญลักษณ์เหล่านั้น หากคิดไปทางบวกก็จะทำให้ผู้นั้นเดินตามความคิดที่ดีงามเป็นผลให้เจริญก้าวหน้า และประสบความสำเร็จใน ชีวิต แต่หากคิดในทางลบหนทางที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จก็ลดลง 9 9 จิตรกร เอมพันธุ์. พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน. คณะรัฐศาตสร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545.
๑๐ - พญานาคกับไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์คือวิชาเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถา และเลขยันต์ต่าง ๆ ประกอบกับ การใช้อำนาจสมาธิจิต การสาธยายท่องบ่น การภาวนา และการปลุกเสกสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดพลังอำนาจฤทธิ์เดช ไสยศาสตร์ คือ การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น โดยผิดแปลกจากกฎของธรรมชาติ เป็นศาสตร์ที่เป็นไปในทางมืด การนำมาใช้ขึ้นอยู่กับเจตนา หรือความต้องการของผู้ใช้ว่าต้องการให้เกิดผลทางด้านใด ในสังคมไทยปัจจุบันได้ อาศัยไสยศาสตร์มาแก้ปัญหาชีวิต โดยเฉพาะเรื่องครอบครัว สามี ภรรยา บางครั้งยังพบว่ามีการนำมาใช้ในการ ทำร้ายคนอื่นที่เป็นคู่แข่งของตนในด้านการค้าบ้าง การทำธุรกิจบ้าง แม้กระทั่งการแย่งอำนาจความเป็นใหญ่ อีกมากมาย ความเชื่อเรื่องพญานาคกับไสยศาสตร์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนใน สังคมไทยควบคู่กันมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องยากแก่การพิสูจน์ แต่ด้วยสังคมไทยส่วนใหญ่เป็นสังคมที่รับการ ถ่ายทอดสืบต่อกันมาในเรื่องของความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น การเจ็บป่วยที่แพทย์ปัจจุบัน ตรวจหาสาเหตุอาการป่วยไม่พบ คนในสังคมไทยจึงสนใจและเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน ไสยศาสตร์ ท้าหน้าที่ในการรักษาอาการเจ็บป่วย ที่เกิดขึ้นแทนแพทย์แผนปัจจุบันจนหายจากการเจ็บป่วยได้ ทั้งนี้ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ยังมีอิทธิพลต่อการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยของคนในสังคมไทย จึงมีความเชื่อในเรื่อง ทิศทางการหันหัวของนาคเป็นเครื่องชี้นำซึ่งหากปฏิบัติตามเชื่อว่าจะเกิดความปลอดภัยครอบครัวอยู่เป็นปกติ สุข มีความเจริญรุ่งเรือง 10 ความเชื่อเรื่องพญานาคที่ปรากฏในสังคมไทย ของคนไทยเชื่อว่าพญานาค คือสัตว์ทิพย์กึ่งเทพ มีฤทธิ์ แปลงกายเป็นมนุษย์และสัตว์อื่นได้ตามสภาวะเหตุการณ์ การแสดงฤทธิ์ของพญานาคเพื่อสื่อให้มนุษย์รู้ว่า พญานาคมีจริงจะแสดงออกมาได้หลายลักษณะ เช่น การพ่นดวงไฟ หรือบั้งไฟพญานาค หรือจะเป็นงูใหญ่ให้ เห็น ที่เป็นสถานที่ อาทิเช่น วังนาคินทร์ ที่เชื่อว่าเป็นเมืองนาคบาดาลที่ป่าดงคำชะโนด ด้วยความเชื่อว่า พญานาค คือ ผู้มีอิทธิฤทธิ์ให้คุณให้โทษได้ท้าให้มนุษย์บูชาพญานาคเพื่อขอให้ปลอดภัย มีโชคลาภ คุ้มครอง พระศาสนา ขอให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เรื่องน้ำ สังคมไทยมีความเชื่อในเรื่องต่าง ๆ ที่ตนมองไม่เห็น พิสูจน์ ไม่ได้ว่ามีจริงหรือไม่มีจริง แต่ความเชื่อนี้มักจะถูกถ่ายทอดจากบุคคล ผู้ที่น่าเชื่อถือในสังคมนั้น ๆ เช่น เรื่อง ความเชื่อว่าพญานาคมีจริง 10 จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ. การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554
๑๑ ยืนยันว่าพญานาคมีจริง ในส่วนที่เป็นพระสงฆ์ เช่น พระครูสิริปิยธรรม (พระมหาวิจุล ปิยภาณี วัด ปรางค์สีดาอำเภอบัวใหญ่จังหวัดนครราชสีมา ท่านเล่าให้ฟังว่าในวันสำคัญทางศาสนา ที่ท่านแสดงธรรมมี พญานาคมาฟังธรรม และญาติโยมที่มาฟังก็เห็นด้วย หลวงปู่สมบุญ ปุณสีโร วัดปอแดง อำเภอปักธงชัยจังหวัด นครราชสีมา ก็ยืนยันว่าพญานาคจัดเป็นกลุ่มกายทิพย์คล้ายพวกเทวดา ได้หมุนเวียนเข้ามากราบขอฟังธรรม ช่วงกลางคืนจากท่านเป็นประจำ ความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ของพญานาค ในทัศนะของคนไทย ซึ่งสังคมคนไทย แถบลุ่มน้ำโขง เชื่อว่าลูกไฟสีชมพู หรือบั้งไฟพญานาค ที่พุ่งลอยขึ้นกลางแม่น้ำโขง เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของ พญานาค ซึ่งเกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เชื่อว่าพญานาคได้จุดดวงไฟนี้ เพื่อฉลองการเสด็จกลับจาก สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังเสด็จกลับจากโปรดพระมารดามาแต่ครั้งสมัยพุทธกาลถึงปัจจุบัน ในทัศนะของคนไทย ทั่วไป มีความเชื่อว่าแม่น้ำโขงเป็นที่อยู่ของพญานาค นอกนั้นยังมีความเชื่อว่าคำชะโนดหรือวังนาคินทร์ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็น เมืองนาคพิภพหรือเมืองบาดาลเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ในทัศนะของพระมหาเถระไทย ก็ยืนยันว่า พญานาคมีจริง เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และคณะศิษย์สาย พระป่าอย่างหลวงปู่ชอบ ฐานุสโม พระอาจารย์ บุญเพ็ง หลวงพ่อพระครูสิริปิยธรรม ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชนทั่วไป ได้กล่าวในทำนองเดียวกันว่าพญานาค เป็นพวกกายทิพย์ นิรมิตตนเป็นมนุษย์และสัตว์อื่นได้ตามสภาวะเหตุการณ์ ตามที่ตนได้สร้างสมบารมีมา การ แสดงอิทธิฤทธิ์ก็แตกต่างกันไปตามบุญบารมีที่มีอยู่ จากความเชื่อที่ว่าพญานาคมีอิทธิฤทธิ์นี้ ได้ส่งผลให้เกิด ความศรัทธาการบูชาพญานาคได้ตามมา ทำให้สังคมไทยตามแถบลุ่มแม่น้ำโขงเกิดความผูกพันธ์กับพญานาค แม้ว่าบางคนอาจจะยังไม่เคยเจอพญานาคด้วยตนเอง แต่ก็เชื่อตามที่บุคคลที่ได้รับความเคารพนับถือจากสังคม บอกเล่าให้ฟัง 11 อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่สังคมไทยเชื่อว่าแม่น้ำโขงเป็นที่อยู่ของพญานาค มีผู้ที่ได้เคยเห็น สัมผัสกับพญานาคทั้งที่เป็นฆราวาส และพระเถระไทยที่สังคมไทยคารพนับถือท่านผู้รู้เหล่านี้ได้ถ่ายทอดบอก เล่าถึง ลักษณะของพญานาคให้ผู้สนใจฟัง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจของผู้ที่ชอบงานด้านศิลปกรรมสถาปัตยกรรม จิตรกรรมต่าง ๆ ที่ได้สร้างงานอธิบายรูปลักษณะของพญานาคไว้เป็นผลงานของตน ตามสถานที่สำคัญทาง พระพุทธศาสนา เช่น วัด โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ที่อยู่ตามแนวแม่น้ำโขงเช่น วัดไทยวัดหลวงพ่อพระใส 11 จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ. การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554
๑๒ และสถานบันชั้นสูง เช่น ปราสาทราชวัง เรือพระที่นั่ง เป็นต้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลทางด้านศิลปกรรมทั้ง ประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม และยังส่งผลต่อประเพณีกรรม ไหลเรือไฟในคืนวันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด และบุญเข้ากรรมของชาวอีสาน พิธีบูชาพญานาค ด้วยเชื่อว่าพญานาคเป็นผู้ดูแลรักษาแม่น้ำ ผู้ที่อาศัยการ สัญจรทางน้ำได้บูชาพญานาค ขอให้ปกป้องคุ้มครองในการสัญจรไปมาให้ได้รับความปลอดภัย และยังมีตำนาน เรื่องพญานาคกับไสยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรการสร้างที่อยู่อาศัย การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ 12 สรุปผลการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ความเชื่อเรื่องพญานาคที่ปรากฏในสังคมไทย ของคนไทยเชื่อว่าพญานาค คือ สัตว์ทิพย์กึ่งเทพ มีฤทธิ์แปลงกายเป็นมนุษย์และสัตว์อื่นได้ตามสภาวะเหตุการณ์ การแสดงฤทธิ์ของพญานาค เพื่อสื่อให้มนุษย์รู้ว่าพญานาคมีจริงจะแสดงออกมาได้หลายลักษณะ เช่น การพ่นดวงไฟ ความเชื่อของชาวไทย เกี่ยวกับพญานาคโดยส่วนใหญ่จะเชื่อว่า พญานาคเป็นสัตว์กึ่งเทพ มีอิทธิฤทธิ์ ศักดานุภาพ สามารถเนรมิต ร่างกายเป็นมนุษย์ชายและหญิงได้ ทั้งยังมีความเชื่อว่าพญานาคนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่ง สายน้ำ เป็นผู้พิทักษ์ รักษาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุตมสมบูรณ์ในด้านการสร้างความสามัคคีปรองตอง สงบ สันติ สุขในสังคม นอกจากนั้นพญานาคมีอิทธิพลในต้านต่างๆคือ ด้านศิลปกรรม อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคกับงาน ศิลปกรรมจะมีปรากฏโดยทั่วไป โดยมีความเชื่อว่าพญานาคเป็นสัญลักษณ์ของความมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ สื่อ ถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ เมื่อพบเห็นแล้วท้าให้จิตใจสงบร่มเย็น ด้วยเหตุดังกล่าว ได้เกิดการถ่ายทอดจากความเชื่อเข้าสู่งานศิลปกรรมไทยในแขนงต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม พญานาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ มีคตินิยมที่ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ ทำให้ผู้พบ เห็นได้รู้สึกสงบร่มเย็นทำให้เกิดความสุข นอกจากนี้ยังมีการตีความทางพระพุทธศาสนาว่า รูปปั้นพญานาคที่ บันไตพระอุโบสถเหมือนทำหน้าที่เป็นพาหนะข้ามทะเลแห่งวัฏสงสาร และเทินพระวิหารเปรียบเสมือนเรือ สำเภาทองที่จะน้ำ มนุษย์ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้ ปัจจุบันประเพณีงานบุญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาได้เอา สัญลักษณ์ที่เป็นรูปสัตว์หรือรูปตัวแทนเทพ ต่างๆ มาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ สืบเนื่องมาจากศรัทธาความเชื่ออันมีมา แต่เดิม เช่น ประเพณีบวชนาค อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบันพบว่า ด้าน 12 จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ. การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554
๑๓ ศิลปกรรมได้รับอิทธิพลความเชื่อจากบุคคลที่สังคมเคารพเชื่อถือและพุทธประวัติด้วย เช่น เมื่อครั้งที่ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทวตาเนรมิตบันไตแก้วมณีสีรุ้งขึ้นรองรับเสด็จ ส่วนพญานาค ๒ ตน ได้ใช้หลังหนุนบันไตแก้วมณีสีรุ้งนั้นไว้ สังคมไทยจึงเชื่อว่าพญานามีวาสนาบารมีที่ได้ใช้หลังตนเองรองรับ เสด็จพระพุทธเจ้า อิทธิพลของพญานาคจึงมีผลต่อสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ในสังคมไทย ไม่เชื่อว่าพญานาคมีจริง และปรากฏการณ์ยั้งไฟพญานาค เป็นเรื่องการกระทำของมนุษย์ แต่ก็ควรนำความเชื่อ ของคนรุ่นเก่ามาเป็นเหตุในการกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคดียิ่งขึ้น เกิดความยั่งยืนในประเพณีที่ดีงาม ทำให้สังคมมีความสงบสุข ดังนั้นจึงมีการเซ่นสรวงต่อองค์พญานาคเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นความสิริมงคลของ หมู่บ้าน และผู้คน ในชุมชน ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา 1. ทำให้ทราบเรื่องพญานาคที่ปรากฏในพระพุทธศาสนา 2. ทำให้ทราบความเชื่อเรื่องพญานาคในการประกอบพิธีกรรมของคนยุคปัจจุบัน 3. ทำให้ทราบอิทธิพลความเชื่อเรื่องเล่าพิธีกรรมการเซ่นสรวงต่อองค์ต่อองค์พญานาค 4. ทำให้ทราบความเชื่อเรื่องเล่าศาสนากับพญานาค
๑๔ บรรณานุกรม กนกนุช ศิวนาถภูธน. ความเชื่อและพิธีกรรมของชุมชนในคำชะโนด. ศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวัฒนธรรม ศิลปกรรมและการออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2564. จิตรกร เอมพันธุ์. พญานาคเจ้าแห่งแม่น้ำโขง : พิธีกรรมกับระบบความเชื่อพื้นบ้านแห่งวัฒนธรรมอีสาน. คณะรัฐศาตสร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2545. จ่าสิบเอก วิเชียร นามการ. การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554 ชิททิมา พุทณาณัฐฐา และ วนิชชา ณรงค์ชัย และ รัฎชนก ชุมนานมาก. ความเชื่อพญานาคในบริบทสังคม อีสาน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2561. พีรพล พิสณุพงศ์. ความเชื่อเรื่องนาคมีมาก่อนพุทธกาล. กรุงเทพมหานคร : แสงศิลป์การพิมพ์,๒๕๒๐. วินธัย ทรัพย์พญา. พญานาค. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ไพลิน, ๒๕๔๘. อนัญญา ปานจีน. การศึกษา คติ ความเชื่อเรื่องพญานาค มหาวิทยาลัยศิลปากร. 2553.