The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปริทัศน์วรรณกรรม วงเวียนชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ปริทัศน์วรรณกรรม วงเวียนชีวิต

ปริทัศน์วรรณกรรม วงเวียนชีวิต

Keywords: วงเวียน,ชีวิต

ห้องเรียนวรรณกรรม ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มจร.วิทยาเขตขอนแก่น ปริทัศน์วรรณกรรม วงเวียนชีวิต


รายงาน เรื่อง วงเวียนชีวิต เสนอ พระมหาอธิวัฒน ภทฺรกวี จัดทำโดย สามเณรรัชชานนท์ บุราณชา รหัสนิสิต 6505502040 รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 204 202 วรรณกรรมไทยปริทัศน ภาคเรียนที่ 2/๒๕๖๖ คณะครุศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน


คำนำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ปรัชญาการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร รหัสวิชา 200 204 เพื่อให้ได้ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่อง วงเวียนชีวิตโดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสือ ห้องสมุด และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องวงเวียนชีวิต หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ สามเณรรัชชานนท์ บุราณชา


สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข วงเวียนชีวิต 1 โครงเรื่องวงเวียนชีวิต 1 เนื้อเรื่องย่อ 3 วิเคราะห์นิยาย เรื่องวงเวียนชีวิต 5 ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง 7 สรุป 8 อ้างอิง 9


๑ วงเวียนชีวิต วงเวียนชีวิต เป็น “ลำเรื่องต่อกลอน” ของคณะเสียงอิสานที่ประพันธ์โดย นกน้อย อุไรพร บันทึกเทป ในปี พุทธศักราช ๒๕๔๓เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เพราะมีเนื้อเรื่องที่ สะท้อนชีวิตของคนรากหญ้า สร้างปรากฏการณ์แรงงานให้สังคมอีสานเป็น “กระบอกเสียงของอีสาน” ในการบอก เล่าเรื่องราวได้อย่างชัดเจน ตรงกับคนรับชมเสมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนที่กำลังนั่งรับชมด้านหน้าเวทีด้วย กันเอง และเพราะเหตุนี้ วงเวียนชีวิต จึงได้รับการยอมรับ สร้างสื่อใหม่เพื่อเสพอยู่หลายครั้ง ในรูปแบบต่างๆ ทั้ง การแสดงหมอลำและภาพยนตร์ ผู้แต่ง นกน้อย อุไรพร ความมุ่งหมาย ให้ผู้ที่ได้ฟังเกิดความเพลิดเพลินเเละมีหลักธรรมนำไปใช้ ลักษณะคำประพันธ์เป็นการประพันธ์แบบร้อยกรองและร้อยแก้วมีทั้งกลอนร่าย และกลอนกาพย์ การ เล่าเรื่องมีทั้งการเล่าแบบผู้ประพันธ์บรรยายเหตุการ และตัวละครบรรยายเหตุการณ์ บางตอนจะเป็นการ ลำ โดยใช้หลักเทศนาโวหารชักจูงให้คล้อยตาม โครงเรื่องวงเวียนชีวิต โครงเรื่องวงเวียนชีวิต แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 บ้านโนนสำราญ บ้านโนนสำราญ “สำราญ” มีความหมายว่าชุมชนที่มีความสุข เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีของชาว อีสาน เห็นได้จากฉากแรกของเรื่อง นำเสนอบรรยากาศของประเพณีบุญบั้งไฟ ตัวละครเอก คือ บุญจันทร์ ได้รับ หน้าที่จากชุมชนเป็น “ผาแดง” วาสนา ได้รับหน้าที่จากชุมชนให้เป็น “นางไอ่” และ จะเด็ด ได้รับบทบาทเป็น “พังคี” แต่งตัวประกอบ ขบวนของหมู่บ้าน ในฉากนี้สะท้อนให้เห็นการรับรู้ของวรรณกรรรมอีสานและวิถีชีวิตในชุมชน ภาพของแม่ผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นมีต้นทุนสูง เป็นตัวแทนของการเข้ามาของทุนนิยมในชนบทอีสาน ตอนที่ 2 คนรากหญ้า จะเด็ด เป็นลูกของกำนันทองเพชร หากมองในแง่มุมหนึ่งก็คือ ตัวแทนของผลผลิตจากทุนนิยม ได้รับ การศึกษา การปลูกฝังมาอย่างดี แต่ความรักและความแค้น ก็ทำให้เขาแสดงพฤติกรรมอันป่าเถื่อนออกมา โดยเฉพาะเมื่อได้คบกับเพื่อนพ่อ คือ เสี่ยหลี เป็นกลุ่มโจรในเมืองกรุง เขาได้ใช้กลุ่มโจรของเสี่ยหลี ปล้นครอบครัว ของบุญจันทร์ ข่มขืนบัวตอง พร้อมทั้งฆ่าพ่อใหญ่บุญกอง ฆ่าควาย ซึ่งเป็นเหมือนขวัญของชาวนา ทำให้ครอบครัวของบุญจันทร์ต้องล่ม สลายลง กลายเป็นครอบครัวที่แตกกระจายไปคนละทิศละทาง


๒ ตอนที่ 3 คุณค่าของมนุษย์ เมื่อวาสนาได้สามีใหม่เป็นเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งก็คือ เฮียหลี หัวหน้าโจรในกรุงเทพ ลูกพี่ของจะเด็ด บุญ จันทร์และต๋อมแต๋ม ลูกสาว เดินทางไปหาวาสนา แต่วาสนาปฏิเสธเพราะกลัวเฮียหลีจะรู้ว่ามีลูกมีผัวมาก่อน กระทั่งมีปากเสียงกัน เฮียหลีชกบุญจันทร์และยื้อปืนจะออกมายิง แต่วาสนาคว้าไว้ได้ทัน เธอลงมาเจรจากับบุญ จันทร์และลูกด้วยความใจเย็น อีกใจนั้นวาสนาคิดถึงครอบครัวอย่างที่สุด เนื้อเรื่องย่อ บ้านโนนสำราญ คณะเสียงอิสานเลือกใช้ชื่อนี้ มีรากของคำว่า “สำราญ” มีความหมายว่าชุมชนที่มี ความสุข เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีของชาวอีสาน เห็นได้จากฉากแรกของเรื่อง นำเสนอบรรยากาศของ ประเพณีบุญบั้งไฟ ตัวละครเอก คือ บุญจันทร์ ได้รับหน้าที่จากชุมชนเป็น “ผาแดง” วาสนา ได้รับหน้าที่จากชุมชนให้เป็น “นางไอ่” และ จะเด็ด ได้รับบทบาทเป็น “พังคี” แต่งตัวประกอบ ขบวนของหมู่บ้าน ในฉากนี้สะท้อนให้เห็นการรับรู้ของวรรณกรรรมอีสานและวิถีชีวิตในชุมชน ภาพของแม่ผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นมีต้นทุนสูง เป็นตัวแทนของการเข้ามาของทุนนิยมในชนบทอีสาน แม่ผู้ใหญ่มักมองคนที่มีฐานะแตกต่างเป็นคนด้อยกว่า บุญจันทร์เป็นตัวแทนของคนรากหญ้า เขาจึงถูกกีด กันความรักที่มีให้กับวาสนา แม้ตัวแม่ผู้ใหญ่เองจะอยู่ในชนบทร่วมกัน แต่ความแตกต่างทางฐานะก็เป็นกำแพงที่ทำ ให้บุญจันทร์ไม่มีโอกาสเข้าถึงความรักของตัวเอง ความไม่เท่าเทียมดังกล่าว เป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของบุญจันทร์ และครอบครัวของแม่ผู้ใหญ่ไม่ถูก กัน บุญจันทร์และสมาชิกในครอบครัว ตอบโต้ความไม่พอใจด้วยการเผาเถียงนา ถ่ายอุจจาระลงในโอ่งเก็บน้ำ ซึ่ง โอ่งเก็บน้ำเป็นสิ่งที่ใช้ดื่มกินในครอบครัวของแม่ผู้ใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ให้เราได้พินิจถึงการโต้ตอบของความไม่เท่า เทียมในสังคมที่จะมีมากขึ้น พฤติกรรมจะรุนแรงขึ้นหากได้รับการกดขี่ ดูถูกและทำให้จนมุม เช่นเดียวกับครอบครัว ของบุญจันทร์นั่นเอง เหตุการณ์ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างปมขัดแย้งของเรื่อง บุญจันทร์และวาสนาได้มาอยู่กินร่วมกันสร้าง ความไม่พอใจให้กับจะเด็ด ทั้งสองมีเรื่องกระทั่งชกต่อยกัน บุญจันทร์ฝากรอยแผลไว้บนใบหน้าของจะเด็ดเสมือน กับรอยแผลเป็นที่สร้างความบาดหมางของจะเด็ดที่ปรากฏในหัวใจด้วยถูกบังคับแต่งงานและการชกต่อยทำร้ายจะ เด็ด บุญจันทร์และวาสนา ต้องหนีจากชนบทสู่เมืองหลวง เป็นภาพของตัวแทนของชาวชนบทที่ต้องดิ้นรน เพราะ ความกดดันทางทุนนิยม (โดยมีกำนันและแม่ผู้ใหญ่ เป็นภาพแทนของระบบทุนนิยม) และกฏหมายบ้านเมือง หนี เพื่อการขายแรงงาน และวาดหวังการสร้างอนาคตของคนทั้งสอง เสมือนกับภาพของแรงงานอีสานที่เข้าไปขาย แรงงาน ล้วนวาดภาพอนาคตที่ดีของตนในเมืองหลวง พร้อมกันนั้นในเหตุการณ์บุญบั้งไฟ อุดมศักดิ์ เป็นลูกของพ่อกำนัน น้องชายของจะเด็ด จากที่เขาได้ไปเข้า เรียนในกรุงเทพมหานคร เขากลายร่างเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งในสมัยนั้นการยอมรับยังไม่มากนัก มองว่าตัวละคร นี้ เป็นตัวตลกของเรื่อง หากมองในความเสรีทางเพศ เสียงอิสานกำลังวิพากษ์สังคมอีสาน ว่าควรที่จะเปิดกว้าง ให้กับ ดาว หรืออุดมศักดิ์ ลูกชายพ่อกำนันทองเพชรและพี่ชายตัวเอง คือ จะเด็ดทำร้ายเหตุเพราะเป็นกะเทย


๓ กระทั่งต้องเดินทางกลับกรุงเทพในเร็ววัน ไม่ได้ร่วมงานบุญบั้งไฟในชุมชน เหตุการณ์นี้เป็นภาพของความโลกเสรีที่ กำลังเดินทางเข้าสู่อีสาน ในช่วงรอยต่อระหว่างสังคมโลกาภิวัตน์และสังคมในโลกเสรีเข้ามาถึงมากยิ่งขึ้น จะเด็ด เป็นลูกของกำนันทองเพชร หากมองในแง่มุมหนึ่งก็คือ ตัวแทนของผลผลิตจากทุนนิยม ได้รับ การศึกษา การปลูกฝังมาอย่างดี แต่ความรักและความแค้น ก็ทำให้เขาแสดงพฤติกรรมอันป่าเถื่อนออกมา โดยเฉพาะเมื่อได้คบกับเพื่อนพ่อ คือ เสี่ยหลี เป็นกลุ่มโจรในเมืองกรุง เขาได้ใช้กลุ่มโจรของเสี่ยหลี ปล้นครอบครัว ของบุญจันทร์ ข่มขืนบัวตอง พร้อมทั้งฆ่าพ่อใหญ่บุญกอง ฆ่าควาย ซึ่งเป็นเหมือนขวัญของชาวนา ทำให้ครอบครัวของบุญจันทร์ต้องล่ม สลายลง กลายเป็นครอบครัวที่แตกกระจายไปคนละทิศละทาง บัวตองกลายเป็นโรคประสาท เพราะถูกทำร้าย ข่มขืนอย่างรุนแรง หากมองอีกนัยการปล้นของกลุ่มโจรที่มาจากกรุงเทพ นำโดยจะเด็ด เสมือนกับภาพแทนของคน ในชุมชนได้นำทุนนิยมจากเมืองหลวง เข้ามาปล้นทรัพยากรในชุมชน พร้อมทั้งยังฆ่าคนรากหญ้า ผ่านการแข่งขันที่ ไม่เท่าเทียม ทำให้หลายครอบครัวจำเป็นต้องหนีจากถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อความอยู่รอด บุญจันทร์และวาสนา เดินทางสู่กรุงเทพมหานคร มาอยู่ในเขตพระโขนงเพื่อขายแรงงาน ทั้งสองอยู่กินกัน ฉันผัวเมีย ทั้งสองเป็นภาพแทนของคนชนบท เข้ามาขายแรงงานในเมืองหลวง ปัญหาชีวิตหลายด้านที่เขาต้องเผชิญ ลำบากเป็นอย่างมาก กระทั่งวาสนาได้ไปทำงานเป็นนักร้อง อยู่ด้วยกันไม่นานเจ้าของร้านก็ไล่บุญจันทร์และลูก ออกจากร้าน ด้วยร่างกายของบุญจันทร์ทำงานหนักและประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน ทำให้ขาใช้งานไม่ได้ เขาต้องพาลูกขอข้าวในวัดเพื่อประทังชีวิต แหลมและชาลี เดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อตามหาบุญจันทร์ เมื่อ พบกันบุญจันทร์ก็ต้องโกหกเรื่องราวของตัวเองออกไป ชาลีชักถามเขาจึงต้องเอ่ยความจริงออกมา ว่าตอนนี้เขากับ ลูกต้องลำบากเพราะวาสนาไม่ยอมกลับมาหาเขาเลย แหลมและชาลี นอกจากเป็นตัวตลกในเรื่อง เขาทั้งสองยังเป็น ตัวแทนของความบ้านนอก หรือความเปิ่นอีกด้วย เช่น การบอกว่า ทอดกะเพรา แทนผัดกะเพรา แม้จะทำให้คน หัวเราะแต่หากมองกลับกัน ทั้งสองก็คือภาพแทนของการรับรู้ที่แตกต่าง ไม่ได้มีมาตรฐานเป็นกลางดังเช่นสังคมกรุง ดูถูกคนนอกมาตรฐานที่ตนตั้งไว้ว่าในเมือง ในตอนท้ายที่แหลมสรุปอย่างขบขันว่า “มันกะทอดใส่กะทะคือกันนั่น ล่ะ” ทำให้เรามองเห็นว่าไม่มีอะไรหรอกที่จะเป็นมาตรฐานที่แท้จริง นอกจากคนจะสร้างขึ้นมาเพื่อเหยียดกันเอง นอกจากนี้ความรักและความแตกแยกของบุญจันทร์และวาสนา เป็นภาพแทนการเดินทางการต่อสู้ของคน ชนบทในการเดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง การทำงานหนักทำให้บุญจันทร์มีร่างกายพิการไปบางส่วน เสมือนการต่อสู้ของคนชนบทที่ต้องเสียทรัพยากรบางอย่างให้กับระบบทุนนิยม โดยที่ชุมชนไม่ได้อะไรตอบแทนเลย เป็นเพียงกลุ่มคนรากหญ้าที่มีหน้าที่ใช้แรงงานเท่านั้น ความแตกแยกคือการยอมรับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมและไหล ตามกระแสสังคม ปิดบังตนเองว่ามาจากคนรากหญ้า เราสังเกตเห็นได้ผ่านมุมมองของวาสนา เมื่อวาสนาได้สามีใหม่เป็นเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งก็คือ เฮียหลี หัวหน้าโจรในกรุงเทพ ลูกพี่ของจะเด็ด บุญ จันทร์และต๋อมแต๋ม ลูกสาว เดินทางไปหาวาสนา แต่วาสนาปฏิเสธเพราะกลัวเฮียหลีจะรู้ว่ามีลูกมีผัวมาก่อน กระทั่งมีปากเสียงกัน เฮียหลีชกบุญจันทร์และยื้อปืนจะออกมายิง แต่วาสนาคว้าไว้ได้ทัน เธอลงมาเจรจากับบุญ จันทร์และลูกด้วยความใจเย็น อีกใจนั้นวาสนาคิดถึงครอบครัวอย่างที่สุด เมื่อเผชิญหน้ากันบุญจันทร์เล่าความในใจ ออกมาว่า


๔ “วาสนากลับคืนเมือบ้าน ไปอยู่กับลูกไปอยู่กับอ้ายคือเก่าเถาะวาสน์ ลำพังโตอ้ายมันบ่เป็นหยังดอกวาสน์ เห็นวาสน์มีความสุขอ้ายกะสบายใจ แต่อ้ายทนบ่ได้ที่เห็นลูกมันมีปมด้อย เห็นลูกมันต้องเป็นกำพร้า ทั้งๆ ที่แม่บ่ทัน ได้ตาย วาสนาโนนสำราญบ้านเก่าตั้งแต่กี้ เฮาเคยสาบดสาบานบ่แม่นเบาะวาสน์ ว่าเกิดปัญหาอิหยังขึ้นเฮาสิบ่ทิ่ม บ่ป๋ากัน หลายปีที่เฮามาอยู่นำกัน จนได้ลูกได้เต้านำกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา วาสนาคงคิดพ้อบ่หลายกะหน่อย วาสนาอย่าให้ลูกเป็นกำพร้า เป็นปัญหาในสังคมเถาะวาสน์” ประโยคที่ยกมาข้างต้น เห็นได้ว่าบุญจันทร์ ไม่ได้อยากให้ลูกปัญหาสังคมเลย แต่ทุกอย่างล้วนบีบรัดให้เขา ต้องเป็นอย่างนี้ หากวาสนากำลังหลงใหลไปกับกระแสสังคม ที่ไม่ได้ให้เกียรติคุณค่าของมนุษย์ เขาและลูกก็ กลายเป็นเพียงมนุษย์ไร้ค่า ที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างฐานะได้เลย ตอนนี้หากวาสนาไม่ได้หลงไหล มากมายยังหันหน้ากลับไปยังบ้านโนนสำราญ จุดเริ่มต้นของความรัก ความเท่าเทียมของทั้งสอง วาสนา เผยความอ่อนแอ และการตัดสินใจของตนเองออกมาว่า วาสนาน้ำตาร่วง อ้ายบุญจันทร์มาทวง ชายตัดพ้อพาฮู้ฮ่อม โตหากยังบ่พร้อมสิยอมกล้าว่าผัว แนวได้หลงเกือกกลัว มั่วหมู่กามารมณ์ บ่สมเขาคนดี บ่คู่ศักดิ์ศรีอ้าย คิดแล้วหายใจสั้น ลูกของแม่กะสำคัญ อยากกลับบ้านคืนเก่า แต่ยังเฮ็ดบ่ได้แข็งใจไว้สิไล่หนี การสูเฮ็ดจั่งซี้ มันดีบ่กูขอถาม ซ่างมาหยามศักดิ์ศรี หมิ่นสตรีอยู่ในบ้าน พวกคนพาลหาเรื่อง หรือเป็นแก้งกวนเมือง เดี๋ยวสิแจ้งตำรวจหย่อง กูบ่มีพี่น้องตระกูลไฮ่ไฝ่หมู่กา หมู่เวรเอ้ย ในกลอนลำบทนี้ วาสนาเผยให้เห็นว่า เธอหลงใหลไปกับความสุขสบายนี้แล้ว ที่สุด เธอมองว่าความเท่า เทียมของเธอกับบุญจันทร์นั้นไม่เท่ากัน การเรียกร้องเป็นการหยามศักดิ์ศรี อำนาจบารมีในตอนนี้เธอสามารถ ควบคุมได้ทั้งหมด ดังนั้นการกระทำของเธอจึงไม่จำเป็นต้องฟังเสียงใครทั้งสิ้น วาสนาไม่เดินทางกลับบ้านโนนสำราญ ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องลูกว่าใครจะรับผิดชอบ อ้างเหตุผลทุกอย่าง รุนแรงถึงขั้นตบตีลูกของตัวเอง เป็นภาพที่น่าสลดสังเวทใจ ด้วยความรักครั้งอดีตกินไม่ได้ วาสนาเผยว่า “ถ้ากู แต่งงานกับอ้ายจะเด็ด ถะกูเชื่อพ่อเชื่อแม่ กูกะสิบ่ได้ลำบากนำมึง” แต่คนที่สงสารลูกที่สุดก็เป็นบุญจันทร์ ภาพ ความแตกแยกของครอบครัวเป็นภาพสะท้อนของปัญหาครอบครัวในระบบทุนนิยม บุญจันทร์และต๋อมแต๋ม เดินทางกลับมาหาชาลีและแหลมที่ที่พัก ความแตกแยกระหว่างศักดิ์ศรีนี้ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก


๕ เมื่อเงินเป็นโจทย์สำคัญของการสร้างคุณค่าของมนุษย์ หลังจากที่บัวตองถูกข่มขืน เธอได้กลายเป็นโรคประสาท หนีเข้ากรุงเทพเพื่อตามหาพี่ชาย วันหนึ่งบุญ จันทร์ได้พบกับบัวตองน้องสาว ที่กำลังคุ้ยขยะหาอาหารกิน ชาลีและแหลมจึงได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับบุญ จันทร์ฟัง พร้อมทั้งเอาจดหมายจากแม่ให้อ่าน เขาตัดสินใจกลับบ้าน การตัดสินใจนี้เสมือนการกลับสู่อ้อมกอดของ ชุมชนชนบทนามว่า บ้านโนนสำราญ พร้อมกันกับวาสนาจบชีวิตลงที่กรุงเทพเพราะมีเรื่องกับเสี่ยหลี่ เหตุเพราะ เล่นชู้กับจะเด็ด ลูกน้องโจรของเสี่ยหลี่ เมื่อเสียชีวิตเธอยกสมบัติทั้งหมดให้บุญจันทร์ อุดมศักดิ์และหมวดจื้น ที่ กำลังตามจับจะเด็ดได้มาเจอเหตุการณ์พอดี เหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายเมื่อจะเด็ดถูกจับเพราะฆ่าเสี่ยหลี่ วาสนา ได้ฝากจดหมายถึงบุญจันทร์เพื่อมอบมรดกทั้งหมดให้กับเขา หลังจากจะเด็ดถูกจับกุม บุญจันทร์ได้บวชเพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้กับพ่อใหญ่กองและวาสนา รวมถึงล้างซวยให้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต วิเคราะห์เรื่องวงเวียนชีวิต เรื่อง วงเวียนชีวิต ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของหมอลำเรื่องต่อกลอน หากแต่เป็นภาพสะท้อนสังคมอีสานที่เริ่ม รับระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว ในช่วงก่อน พ.ศ. 2540 มีการเปิดเสรีทางการเงิน ประเทศไทยพึ่งพาเงินทุนจาก ต่างประเทศได้สะดวก ลงทุนสร้างเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีนโยบายหลายอย่าง มีเพิ่มการลงทุนมากขึ้น แรงงาน จากชนบทต้องปรับตัวเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่า นกน้อย อุไรพร ผู้ประพันธ์เรื่อง วงเวียนชีวิตมีการใช้วิธีการที่แตกต่างจากวรรณกรรมอื่น ด้วย การใช้การสะท้อนสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ที่เกิดขึ้น มาเขียนเป็นเรื่องทำให้ผู้อ่านได้ขบคิดตามไปด้วย มีลีลาการ ใช้ภาษา สำนวนโครงเรื่องที่โดดเด่น บวกกับการเสียดสีสังคม ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้ชมผู้ฟังในสมัยนั้นเป็น อย่างมาก ความเสรีทางเพศ จะเห็นได้ว่าฉากที่อุดมศักดิ์น้องของจะเด็ดจากที่เขาได้เข้าไปเรียนในกรุงเทพมหานคร เขากลายร่างเป็น สาวประเภทสอง ซึ่งในสมัยนั้นการยอมรับยังไม่มากนัก มองว่าตัวละครนี้ เป็นตัวตลกของเรื่อง หากมองในความ เสรีทางเพศ ผู้เขียนกำลังวิพากษ์สังคมอีสาน ว่าควรที่จะเปิดกว้างให้กับ ดาว หรืออุดมศักดิ์ ลูกชายพ่อกำนันทอง เพชรและพี่ชายตัวเอง คือ จะเด็ดทำร้ายเหตุเพราะเป็นกะเทย กระทั่งต้องเดินทางกลับกรุงเทพในเร็ววัน ไม่ได้ ร่วมงานบุญบั้งไฟในชุมชน เหตุการณ์นี้เป็นภาพของความโลกเสรีที่กำลังเดินทางเข้าสู่อีสาน ในช่วงรอยต่อระหว่าง สังคมโลกาภิวัตน์และสังคมในโลกเสรีเข้ามาถึงมากยิ่งขึ้น คุณค่าของมนุษย์และความเท่าเทียม ในเรื่องฉากที่บุญจันพาลูกไปตามหาวาสนาที่อยู่กับเสียหลีจะเห็นได้ว่าบุญจันทร์ ไม่ได้อยากให้ลูกปัญหา สังคมเลย แต่ทุกอย่างล้วนบีบรัดให้เขาต้องเป็นอย่างนี้หากวาสนากำลังหลงใหลไปกับกระแสสังคม ที่ไม่ได้ให้เกียรติ คุณค่าของมนุษย์ เขาและลูกก็กลายเป็นเพียงมนุษย์ไร้ค่าที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างฐานะได้เลยตอนนี้


๖ หากวาสนาไม่ได้หลงไหลมากมายยังหันหน้ากลับไปยังบ้านโนนสำราญ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความรักความเท่า เทียมของทั้งสองได้ สังคมเมืองและสังคมชนบท แหลมและชาลี นอกจากเป็นตัวตลกในเรื่อง เขาทั้งสองยังเป็นตัวแทนของความบ้านนอกหรือความเปิ่นอีก ด้วย เช่น การบอกว่า ทอดกะเพรา แทนผัดกะเพรา แม้จะทำให้คนหัวเราะแต่หากมองกลับกัน ทั้งสองก็คือภาพ แทนของการรับรู้ที่แตกต่าง ไม่ได้มีมาตรฐานเป็นกลางดังเช่นสังคมกรุง ดูถูกคนนอกมาตรฐานที่ตนตั้งไว้ว่าในเมือง ในตอนท้ายที่แหลมสรุปอย่างขบขันว่า“มันกะทอดใส่กะทะคือกันนั่นล่ะ” ทำให้เรามองเห็นว่าไม่มีอะไรหรอกที่จะ เป็นมาตรฐานที่แท้จริง นอกจากคนจะสร้างขึ้นมาเพื่อเหยียดกันเอง ความเชื่อและประเพณี ผู้เขียนเปิดเรื่องด้วยประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีของชาวอีสานที่จัดทำขึ้นในเดือนหก ตามความเชื่อ ที่ว่าหากจุดบั้งไฟขึ้นไปบนฟ้า จะเป็นการขอฝนชาวอีสานจึงจัดทำบุญบั้งไฟก่อนที่จะมีการทำนาในทุกๆปี อีกอย่าง หนึ่ง บุญบั้งไฟถือเป็นประเพณีที่เชื่อมความสัมพันธ์ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย คุณค่าของเรื่อง วงเวียนชีวิต คุณค่าด้านเนื้อหา ๑. แสดงถึงค่านิยมคนในสังคม ๒. การมีวัฒนธรรมที่งดงาม ๓. ความเชื่อ คุณค่าด้านเนื้อหา ๑. การสื่อให้เห็นถึงประเพณีวัฒนธรรม เช่น บุญบั้งไฟ ๒. ความงดงามในการแต่งกาย ของตัวละครในเรื่อง ค่านิยม ๑. ค่านิยมในเรื่องความเท่าเทียม ๒. ค่านิยมเรื่องเพศ ๓. ค่านิยมเรื่องฐานะ ความเชื่อ ๑. ความเชื่อในการอ้อนวอนขอฝน ๒. ความเชื่อในอุดมการณ์


๗ วิถีชีวิต คนในชุมชนเข้าไปทำงานในเมืองเพื่อหาเลี้ยงชีพและจุนเจือครอบครัว บางส่วนที่ไม่เข้าไปทำงานในเมืองก็ ทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควายตามวิถีชนบท วงเวียนชีวิตในบริบททางสังคม - ภาพยนต์ เรื่อง วงเวียนชีวิต - ดีวีดี ลำเรื่องต่กลอนเรื่อง วงเวียนชีวิต ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ๑. ความไม่แน่นนอนของชีวิต ๒. การรักษาประเพณีวัฒนธรรมในชุมชน ๓. การวางทิฐิมานะ ๔. การตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์


๘ สรุป ลำเรื่องต่อกลอน เรื่อง วงเวียนชีวิต ของคณะเสียงอิสาน ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของหมอลำเรื่องต่อกลอน หากแต่เป็นภาพสะท้อนสังคมอีสานที่เริ่มรับระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว ในช่วงก่อน พ.ศ. 2540 มีการเปิดเสรี ทางการเงิน ประเทศไทยพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศได้สะดวก ลงทุนสร้างเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว มีนโยบาย หลายอย่าง มีเพิ่มการลงทุนมากขึ้น แรงงานจากชนบทต้องปรับตัวเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวก็เพิ่ม มากขึ้นเช่นเดียวกัน การแสดงหมอลำเรื่องนี้สะท้อนชีวิตของคนรากหญ้า สร้างปรากฏการณ์แรงงานให้สังคมอีสาน เป็น “กระบอกเสียงของอีสาน” ในการบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างชัดเจน ตรงกับคนรับชมเสมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นกับคนที่กำลังนั่งรับชมด้านหน้าเวทีด้วยกันเอง และเพราะเหตุนี้ วงเวียนชีวิต จึงได้รับการยอมรับ สร้างสื่อใหม่ เพื่อเสพอยู่หลายครั้ง ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการแสดงหมอลำและภาพยนตร์


๙ อ้างอิง NUT&PON คอนสาดฟังลำ OFFICIAL. (15 กุมภาพันธ์ 2561). หนังวงเวียนชีวิต คณะเสียงอิสาน. เข้าถึงได้จาก www.youtube.com: https://www.youtube.com/watch?v=kHnNQe7Zs5U taradplaza. (2559). DVD TL155 บันทึกการแสดงสด คณะเสียงอิสาน เรื่อง วงเวียนชีวิต ตอน ใต้ฟ้า กทม. เข้าถึงได้จาก www.taradplaza.com: https://www.taradplaza.com/product/3324978 wikiwand. (ม.ป.ป). แสงอรุณ บุญยู้. เข้าถึงได้จาก www.wikiwand.com:http://www.wikiwand.com/th/%E0%B9%8


Click to View FlipBook Version