The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเร่งการย่อยสลายพลาสติกด้วยหนอนนก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pmookp, 2022-05-13 00:24:35

โครงงานการเร่งการย่อยสลายพลาสติกด้วยหนอนนก

การเร่งการย่อยสลายพลาสติกด้วยหนอนนก

โครงงาน
เรือ่ ง การเร่งการย่อยสลายพลาสตกิ ดว้ ยหนอนนก

จดั ทาโดย

น.ส.ชนติ รา นลิ วฒั นว์ นาพนั ธ์ เลขที่ 17 ม.5/2
น.ส.ธดิ ารตั น์ สวุ รรณอมรเลศิ เลขท่ี 20 ม.5/3
น.ส.ภรพรหม วงศบ์ นั เทงิ เลขที่ 23 ม.5/3

เสนอ

คุณครญู าณกร โชคประเสรฐิ

โครงงานฉบบั น้ีเปน็ สว่ นหนงึ่ ของรายวชิ าโครงงานเคมี (ว32283)
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
โรงเรียนภเู กต็ วทิ ยาลยั

คานา

โครงงานฉบับนเ้ี ป็นสว่ นหน่ึงของรายวิชาโครงงานเคมี (ว32283) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 เพื่อค้นหา
วิธกี ารเรง่ การย่อยสลายพลาสติก เพือ่ ทดสอบประสิทธิภาพของการเร่งการย่อยสลายพลาสตกิ ด้วยหนอนนก
และใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั การเร่งการย่อยสลายพลาสตกิ ดว้ ยหนอนนก

คณะผูจ้ ดั ทาหวงั วา่ โครงงานฉบบั น้จี ะเปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้อา่ นหรือผทู้ ีก่ าลงั หาข้อมูลในเรอื่ งนี้อยู่ หากมี
ข้อผดิ พลาดประการใด คณะผ้จู ดั ทาตอ้ งขออภัยมา ณ ท่นี ี้

คณะผู้จัดทา

สารบัญ หนา้

เรอ่ื ง 1
4
บทท่ี 1 8
บทนา 12
16
บทที่ 2 18
เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กย่ี วข้องกับโครงงาน 19

บทที่ 3
วัสดุอุปกรณแ์ ละวธิ กี ารทดลอง

บทท่ี 4
ผลการทดลอง

บทที่ 5
สรปุ ผลการดาเนินงานและขอ้ เสนอแนะ

บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

1

บทที่ 1
บทนา

ที่มาและความสาคญั
ในปัจจุบนั พลาสตกิ กลายมาเป็นสิ่งอานวยความสะดวกตอ่ มนษุ ย์ แต่ขยะพลาสตกิ เหล่านส้ี ง่ ผลกระทบ
ตอ่ โลก และทารา้ ยส่งิ มีชวี ิตด้วย เมอื่ ผู้คนบางกลมุ่ ต้องการจะกาจัดโดยการเผา ซ่งึ เปน็ วิธที เ่ี กดิ มลพิษ และยังเป็น
ผลเสียตอ่ สภาพอากาศ พลาสติกกม็ ิไดม้ ีเพียงชนิดเดยี ว มีความหลากหลายแต่ละชนดิ กย็ ่อยสลายไดเ้ ร็ว บางชนดิ
ก็ยอ่ ยสลายไดช้ ้า เชน่ พลาสติกท่ใี ชไ้ ดเ้ พยี งคร้ังเดียวทิ้ง หมายรวมถงึ ขวด หลอด ถุง มนั กส็ ามารถนาไป recycle
หรอื reuse ได้กจ็ รงิ แต่ทา้ ยทีส่ ุดแล้วมนุษย์ก็ต้องจัดการของท่ีไร้ประโยชนไ์ ป แล้วเป็นพลาสตกิ ที่ใช้ไดเ้ พยี งคร้ัง
เดียวทิง้ จะมีอายรุ ะยะการใช้งานสั้น ใชร้ ะยะเวลาย่อยสลายนาน
การทีพ่ ลาสติกใช้เวลายาวนานในการยอ่ ยสลายส่งผลใหเ้ กิดขยะพลาสตกิ จานวนมากและยงั ทาลาย
สิ่งแวดลอ้ มอีกดว้ ย ซงึ่ การผลติ พลาสติกมีสารเคมีทเี่ ปน็ พิษรวมอยูด่ ว้ ย ในปลายทางของการระบายผลิตภณั ฑ์
พลาสติก สารเคมีเหล่านั้นสามารถหลุดรอด และตกค้างยาวนานในสงิ่ แวดล้อม จากการแตกตัวของขยะพลาสติก
กลายเปน็ ไมโครพลาสติก และไหลทะลักเขา้ สู่ห่วงโซอ่ าหาร แน่นอนวา่ มนุษย์เราก็เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซน่ ี้
เพอื่ ลดภาระโลกและลดผลกระทบท่ีจะเกิดขึน้ กับเราในอนาคต การลดการใช้พลาสติกตั้งแต่ตน้ ทาง ทาง
คณะผู้จัดทาจึงให้หนอนนกกินพลาสติกเหลา่ นัน้ เน่ืองจากจุลินทรยี ์ในลาไส้ของหนอนนกสามารถย่อยพลาสติกได้
โดยที่หนอนนกมสี ุขภาพดเี หมือนได้กินอาหารปกติ และมูลของหนอนนกยังไมเ่ หลือสารตกคา้ งอีกดว้ ย

วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
1.เพอ่ื เปรยี บเทียบชนิดของพลาสติกทีห่ นอนสามารถย่อยสลายไดม้ ากทส่ี ดุ
2.เพ่ือเปรียบเทยี บปริมาณหนอนท่ีตายจากการกินพลาสติกแต่ละชนิด
3.เพื่อเปรยี บเทียบปรมิ าณของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดท์ ี่ได้จากการย่อยสลายพลาสติกแต่ละชนิด

สมมตฐิ าน
หนอนสามารถเร่งการย่อยสลายของพลาสตกิ ได้

2

ตวั แปรทจี่ ะศกึ ษา
การทดลองที่ 1 : เรอ่ื ง เปรยี บเทยี บชนดิ ของพลาสติกท่ีหนอนสามารถย่อยสลายได้มากที่สดุ
สมมตฐิ าน : หนอนสามารถย่อยพลาสติกแบบพอลเิ อทธิลนี เทเรฟธาเลท (Polyethylne : PE)
ได้มากทสี่ ุด
ตวั แปรตน้ : ชนดิ ของพลาสติก
ตัวแปรตาม : ปรมิ าณพลาสติกท่หี นอนกิน
ตวั แปรควบคมุ : ปริมาณพลาสตกิ เรมิ่ ตน้ ปริมาณหนอน ชนิดของหนอน
การทดลองท่ี 2 : เรอื่ ง เปรียบเทยี บจานวนหนอนท่ตี ายจากการย่อยสลายพลาสตกิ แตล่ ะชนิด
สมมตฐิ าน : หนอนที่กนิ พลาสตกิ ชนดิ พอลสิ ไตรีน (Polystyrene : PS) มีจานวนการตายมากทีส่ ุด
ตัวแปรต้น : ชนิดของพลาสติก
ตัวแปรตาม : จานวนหนอนท่ีตายจากการกนิ พลาสติกแต่ละชนิด
ตัวแปรควบคมุ : ปรมิ าณพลาสตกิ ปริมาณหนอน ชนิดของหนอน เวลาทใ่ี ชท้ ดลอง
การทดลองที่ 3 : เรอ่ื ง ปริมาณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีไดจ้ ากการย่อยสลายพลาสตกิ ของหนอน
สมมตฐิ าน : แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่เี กิดจากการท่หี นอนย่อยสลายพลาสตกิ แบบพอลเิ อทธิลีน
เทเรฟธาเลท (Polyethylne : PE) มปี รมิ าณมากทสี่ ุด
ตัวแปรต้น : ชนิดของพลาสติก
ตวั แปรตาม : ปรมิ าณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทเี่ กิดขน้ึ
ตวั แปรควบคุม : ปรมิ าณพลาสติก ปรมิ าณหนอน ชนดิ ของหนอน เวลาทใ่ี ช้ทดลอง

ขอบเขตของการศกึ ษา
1.ชนิดของหนอน จะทดลองโดยใชห้ นอน 1 ชนิด คือ หนอนนก
2.ชนิดของพลาสติก จะทดลองโดยใชพ้ ลาสตกิ 3 ชนดิ คอื Polyethylene Terephthalate
(PET/PETE), Polyethylene (PE) และ Polystyrene (PS)
3.ศกึ ษาปริมาณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่ได้จากหนอนหลังกินพลาสตกิ แล้วเท่านัน้

นยิ ามปฏบิ ตั กิ าร
ปริมาณของแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ หมายถึง ปรมิ าณของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ทเ่ี กิดขึ้นหลังจากที่
หนอนกินพลาสตกิ
หนอน หมายถึง ตวั ออ่ นของแมลงซง่ึ ในโครงงานน้จี ะใช้หนอน 1 ชนดิ คอื หนอนนก

3

ชนดิ ของพลาสตกิ หมายถงึ พลาสติก 3 ชนดิ คือ Polyethylene Terephthalate (PET/PETE),
Polyethylene (PE) และPolystyrene (PS)

ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ บั
1.สามารถทาให้พลาสติกย่อยสลายได้เร็วกวา่ การท้งิ ไวป้ กติ
2.สามารถยอ่ ยสลายพลาสติกไดโ้ ดยไม่เหลือสารตกคา้ ง

งบประมาณ ราคา(บาท)

เร่อื ง 380
145
1.อปุ กรณ์ 390
- หนอนนก
- ภาชนะสาหรบั เลย้ี งหนอน 50
- อปุ กรณส์ าหรบั การทดลอง 25
20
2.คา่ รายงาน
- คา่ พิมพ์
- คา่ กระดาษ
- ค่าเย็บเล่ม

4

บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั โครงงาน

ปญั หาขยะพลาสติก
ทุกๆ ปที ว่ั โลกมีผลติ ภัณฑ์พลาสติกออกมาสทู่ อ้ งตลาดมากกวา่ 300 ล้านตัน และมเี พียง 9% ท่ถี ูกนา

ไปรีไซเคลิ หรือนากลับไปใช้ใหม่ 12% ถูกนา ไปเผาเพื่อกาจดั ซงึ่ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ที่เหลอื อกี 79%
ตกคา้ งอยูใ่ นสงิ่ แวดลอ้ ม สาหรบั ไมโครพลาสติกจะปนเปอื้ นอยู่ในระบบนิเวศและหว่ งโซ่อาหารในทอ้ งทะเล ซงึ่
สามารถกระจายอยู่ในส่งิ แวดล้อมไดเ้ ปน็ วงกว้าง และจากทเ่ี คยไปทาวิจยั เร่ืองไมโครพลาสติกที่ขว้ั โลกเหนือก็
พบวา่ แม้กระท่งั เกาะทางเหนือสดุ ของโลก ท่ีไมม่ ีมนษุ ย์อาศยั อยูเ่ ลยก็ยังพบไมโครพลาสตกิ แสดงใหเ้ ห็นว่า
กระแสน้าทเี่ ราคิดวา่ ไม่น่าจะแรงพอ กย็ ังสามารถพัดพาไมโครพลาสติกไปยงั จดุ ท่ีคาดไม่ถงึ ได้ และยงั ให้ขอ้ มลู
อกี วา่ มนุษย์จะกนิ และหายใจเอาไมโครพลาสติกเขา้ ไปในรา่ งกายเฉล่ยี ปลี ะ 50,000 อนภุ าค โดยไมโครพลา
สติกท่ปี นเป้ือนอย่ใู นสตั วท์ ะเลจะถูกดดู ซึมเข้าไปในอวัยวะและเนอื้ เยื่อของมนุษยด์ ้วย โดยไมโครพลาสตกิ
สามารถกักเก็บสารเคมที เี่ ปน็ พิษและจลุ ินทรียท์ ี่เป็นอนั ตรายตอ่ สง่ิ มชี วี ติ ในทะเลบางชนิดไดด้ ว้ ย จึงต้องมีการ
วิจัยตอ่ ไปวา่ จะส่งผล กระทบต่อสุขภาพของมนษุ ย์ในแงต่ า่ งๆมากข้ึนหรือไม่ (สชุ นา ชวนชิ ,2563)

วธิ ยี อ่ ยสลายพลาสติก
คณะนักวจิ ัยจากศนู ย์วจิ ัยสงิ่ แวดล้อม Helmholtz Center for ท่เี มือง Leipzig ประเทศเยอรมนีพบ

แบคทเี รยี ในดินสายพันธใุ์ หม่ ในพ้นื ท่ีท่มี ขี ยะพลาสตกิ จานวนมาก โดยพบวา่ แบคทเี รียดังกลา่ วกาลังกัดกินโพลี
ยรู ีเทน ซง่ึ เปน็ สารท่ีใชก้ ันอย่างแพร่หลายในผลิตภณั ฑ์ต่างๆ โดยนักวจิ ัยประเมินวา่ ในปีพ.ศ. 2558 มีการใชโ้ พ
ลียูรเี ทนผลติ พลาสติกในยโุ รปถงึ 3 ลา้ น 5 แสนตัน ท้ังนป้ี ัญหาหนึ่งในการรีไซเคลิ โพลียูรีเทน คือการท่ีต้องใช้
พลงั งานจานวนมาก วัสดุพลาสตกิ จะไม่ยอมละลายเมอ่ื ถกู ความรอ้ น ดังน้ันผลติ ภณั ฑ์ท่ีทาจากโพลียรู ีเทนสว่ น
ใหญจ่ ะไปจบที่หลมุ ฝังกลบขยะซงึ่ สามารถปล่อยสารเคมีท่เี ป็นอนั ตรายออกมาได้ นอกจากน้ีคณะนักวจิ ัยยงั
พบวา่ แบคทีเรยี ทม่ี ชี ื่อวา่ Pseudomonas putida สามารถผลติ เอนไซม์ท่ีกัดกนิ โพลียูรีเทน ซึ่งจะชว่ ยทาลาย
วัสดุพลาสติกในสิ่งแวดล้อมได้ (วีโอเอไทย,2563)

Hermann Heipieper ซ่งึ ช่วยเขยี นรายงานฉบบั นี้กลา่ วในแถลงการณ์ว่า การคน้ พบนแี้ สดงถึงยา่ งก้าว
ท่สี าคัญในการนาผลติ ภณั ฑท์ ี่ยากต่อการรีไซเคิล (โพลยี ูรีเทน) กลบั มาใช้ใหม่ การวิจยั นี้เป็นส่วนหนงึ่ ของ
โครงการของสหภาพยโุ รปท่ีพยายามค้นหาจลุ ินทรียท์ ่ีมีประโยชน์ โดยมวี ัตถุประสงคใ์ นการค้นหาสง่ิ มีชวี ติ ท่ี
สามารถช่วยเปลี่ยนพลาสติกทมี่ ีนา้ มันเปน็ สารประกอบให้กลายเปน็ สารทส่ี ามารถย่อยสลายทางชวี ภาพได้และ
เมอื่ ปีพ.ศ. 2554 นักศึกษาของมหาวทิ ยาลยั Yale ได้ทาการทดลองที่คล้ายๆ กันนี้ โดยได้ค้นพบเชอื้ ราที่

5

สามารถกัดกินพลาสติกโพลียูรีเทนได้ แม้ในท่ีท่ีไมม่ ีอากาศอย่างเชน่ ทีด่ า้ นล่างของหลุมฝังกลบขยะ ต้งั แต่นั้นมา
นักวิทยาศาสตร์ทว่ั โลกได้พบเชื้อราชนดิ อืน่ ๆ ท่สี ามารถย่อยสลายโพลียูรเี ทนได้ ในปีพ.ศ. 2560 คณะ
นักวทิ ยาศาสตร์ได้ค้นพบเชือ้ ราที่สามารถกดั กนิ พลาสตกิ โดยการทาลายสารเคมีหลกั ท่ีเชอ่ื มพลาสติกเอาไว้
ด้วยกนั (วีโอเอไทย,2563)

หนอนยอ่ ยพลาสตกิ
นกั วจิ ยั จากมหาวิทยาลยั เคมบริดจไ์ ด้ค้นพบวา่ หนอนผเี สือ้ ชนดิ หนึง่ ทกี่ ินขผี้ ้งึ สามารถกินและย่อย

พลาสตกิ ได้ ทาให้คาดว่าจะเป็นอีกหน่งึ ในแนวทางท่ีจะช่วยลดมลพษิ จากพลาสติกได้ในอนาคต โดยการทดลอง
ในห้องปฏิบตั ิการแสดงใหเ้ หน็ วา่ หนอนของผเี ส้ือชนิด Galleria mellonella สามารถสลายพนั ธะทางเคมีของ
พลาสติก ในวิธีเดยี วกันกบั ท่ีใช้ยอ่ ยขผี้ ึ้ง ท้งั น้ีในแตล่ ะปี โลกของเราใชพ้ ลาสติกที่เป็นโพลเี อทิลนี ถงึ 80 ล้านตนั
ซ่ึงนาไปผลติ เปน็ ถุงพลาสติก ถุงใสอ่ าหาร และอนื่ ๆ ซ่ึงต้องใชเ้ วลาหลายร้อยปีถึงจะย่อยสลายได้อยา่ งสมบรู ณ์
แต่สาหรบั หนอนผีเสื้อเหลา่ น้ีสามารถกนิ ถงุ พลาสติก 1 ถุง ได้หมดภายในเวลาไม่ถงึ 1 ชว่ั โมงเท่านน้ั (TNN
24,2560)

หนอนแว็กซ์สามารถแทะกนิ ถุงพลาสตกิ โพลเี อทิลนี ไดภ้ ายใน 1 ชวั่ โมง เม่ือตรวจสอบพบวา่ ตัวหนอน
สามารถย่อยสลายถงุ พลาสติกได้ เพราะมนั มีพันธะเคมแี บบเดียวกบั ท่ีพบในขี้ผงึ้ (บีแวก็ ซ์) โดยตวั หนอน 100
ตัวสามารถยอ่ ยสลายโพลเี อทิลนี 92 มิลลกิ รัมได้ภายในเวลา 12 ชว่ั โมง ตวั หนอนสามารถเปลี่ยนองคป์ ระกอบ
ทางเคมีของ โพลเี อทิลนี ใหก้ ลายเปน็ เอทิลีนไกลคอล ซ่ึงเป็นสารประกอบแอลกอฮอล์ไร้สี ไร้กลน่ิ รสหวานแต่
มพี ษิ หากกนิ เข้าไป เอทลิ นี ไกลคอลน้นั มีการนามาใชเ้ ป็นสารต่อตา้ นการเยอื กแข็ง และคูลแลนท์ หรือสารทา
ความเย็น และยังวจิ ยั ต่อจนพบดว้ ยว่า แมใ้ นขณะยังอยูใ่ นรงั หรอื เป็นเพยี งดักแด้ มันก็สามารถย่อยสลาย
พลาสติกได้ ซง่ึ แสดงว่า ไม่ว่าจะเป็นขณะกินเข้าไปหรือขณะสัมผสั กับพลาสตกิ ตอนทเ่ี ป็นดักแดห้ รืออยูใ่ นรัง
หนอนผีเสื้อกลางคืนก็จะสรา้ งเอ็นไซมช์ นดิ หนงึ่ ขน้ึ มา ซง่ึ มีผลในการย่อยสลายพลาสตกิ (มติชน,2560)

Jiaojie Li, Dae Hwan Kim และทมี วจิ ยั พูดถงึ รายละเอียดของการศึกษาด้วยการนาพลาสติกโพลีสไต
รีนจานวน 2 กรัมไปวางไว้ในพน้ื ทท่ี ดลองที่มหี นอนยักษ์ 50 ตวั ซงึ่ หลงั จากนน้ั 21 วนั พวกเขาพบว่าหนอนยักษ์
กนิ พลาสติกชนดิ นี้ไปประมาณ 70% ทีมวิจัยวิเคราะห์ว่ากุญแจสาคญั ของการย่อยเกดิ จากแบคทเี รียทอี่ ยูใ่ น
กระเพาะของมันที่เรยี กว่า Pseudomonas aeruginosa ซงึ่ ผลติ เอน็ ไซม์ช่ือวา่ erine hydrolase โดยทมี วิจยั
ชุดนีก้ ลา่ วว่าจากการค้นพบครง้ั น้ี ไดม้ ีการวางแผนต่อยอดท่ีจะแยกเอ็นไซมด์ ังกลา่ วออกมาเพอื่ ศกึ ษาต่อวา่
เอน็ ไซม์ตวั นีส้ ามารถย่อยพลาสติกนอกกระเพาะของหนอนยักษไ์ ดห้ รือไม่ โดยก่อนหน้าน้ี นักวิทยาศาสตร์ตา่ ง
ทราบว่าหนอนนกและหนอนแวก็ ซ์ สามารถกนิ พลาสติกได้ แต่ส่งิ ท่ี Kim และทมี วจิ ัยคน้ พบน้ันไดส้ รา้ งความ
ต่นื เตน้ ให้แกว่ งการวิทยาศาสตรเ์ ปน็ อยา่ งมากนน่ั ก็คือหนอนยักษ์สามารถกนิ พลาสติกได้มากถึง 8 เท่าของ

6

หนอนทง้ั สองประเภท เน่ืองจากมนั ตวั ใหญ่กวา่ หนอนนกถึง 1.5 เท่า นอกจากนี้ หนอนยักษด์ ูเหมือนจะไม่ไดร้ บั
อนั ตรายใดๆจากกินพลาสติกอกี ดว้ ย ทงั้ น้เี พราะกว่า 90% ของหนอนทน่ี ามาทดลองในระยะเวลา 21 วัน ก็อยู่
ยังรอดปลอดภัยอยู่ (Panee,2563)

งานวจิ ัยชิ้นใหม่จากวารสาร Environmental Science and Technology รายงานว่า หนอนนก
สามารถกินสไตโรโฟมหรอื พลาสตกิ อ่นื ๆอกี หลายชนดิ ก็ได้ โดยพวกเขานาหนอนนกจานวน 100 ตัว ใหก้ นิ โฟม
ขนาดเทา่ เม็ดยาวันละนิด จนจลุ ินทรยี ์ในลาไส้ของมนั โชวศ์ ักยภาพในการยอ่ ยสลายพลาสติกให้กลายเปน็
คาร์บอนไดออกไซด์ และอึเอาพลาสติกที่ย่อยสลายแล้วออกมา ซงึ่ หนอนนกเหล่าน้ีไมม่ ีอาการปว่ ยใหเ้ หน็ เลย
แถมยงั มสี ขุ ภาพดีเหมอื นกบั การกนิ อาหารเหลือท้ิงตามปกติ และอึของพวกมนั ท้งั ปลอดภยั และไมม่ ีสารตกค้าง
ท่เี ปน็ พิษสาหรบั ดินอีกด้วย (ThaiJobsJov,2558)

หนอนหลายชนิดมีความสารมารถในการช่วยยอ่ ยสลายพลาสตกิ ไดโ้ ดยการกนิ โดยใช้เวลาเพยี งไม่นาน
ทั้งยงั ไมส่ ง่ ผลต่อสขุ ภาพของหนอนอีกด้วย ซง่ึ สามารถช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกไดใ้ นอนาคต การที่หนอน
สามารถกินและย่อยสลายพลาสตกิ ไดน้ ัน้ เกดิ จากเอนไซมใ์ นกระเพาะขอหนอนท่ีมีความสามารถในการย่อย
สลายพลาสตกิ ได้ ซ่ึงพลาสติกทห่ี นอนย่อยสลายนัน้ จะถูกเปลย่ี นไปอยู่ในรปู ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

การทดสอบคาร์บอนไดออกไซด์
การผ่านก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ในนา้ ปูนใส ทาให้ได้สารละลายสเี หมือนนม ซึง่ เกดิ จากอนุภาคสาร

แขวนลอยที่ไม่ละลายของแคลเซียมคารบ์ อเนต: Ca(OH)2(aq) + CO2(g) → CaCO3(s) + H2O(l)
หากมกี ๊าซคารบ์ อนไดออกไซดม์ ากเกนิ จะเกิดปฏิกริ ิยาตามสมการ: CaCO3(s) + H2O(l) + CO2(g) →
Ca(HCO3)2(aq) สีขาวเหมือนนมจะหายไปเพราะแคลเซยี มไบคารบ์ อเนตละลายน้า (วิกิพีเดยี ,2564)

การคานวณปรมิ าณสาร
ปริมาณสารสัมพนั ธ์ คือ ความสมั พนั ธ์ระหว่างมวลหรือน้าหนักของธาตตุ ่าง ๆ ของสารประกอบใน

ปฏิกิริยาเคมี ปรมิ าณสารสัมพนั ธม์ ีประโยชน์ในแง่ของการคาดคะเนปริมาณของสารท่ีตอ้ งใช้เป็นสารตั้งตน้
เพอ่ื ใหเ้ กิดผลิตภัณฑ์ท่ตี ้องการ (ศศโิ สม,2558)

เราสามารถคานวณปริมาณสารไดจ้ ากการนาความร้เู ร่ืองปริมาณสารสัมพันธม์ าใช้ โดยนาสมการ
ปฏกิ ิริยาทีด่ ุลแล้วมาหาความสัมพนั ธ์เชิงปรมิ าณของสารท่ีเกย่ี วข้องในปฏกิ ิริยา เชน่ ปฏกิ ิริยา Ca(OH)2(aq) +
CO2(g) → CaCO3(s) + H2O(l) จะไดโ้ มเลกลุ ของสารเปน็ 1, 1, 1 และ 1 ตามลาดบั ได้จานวนโมลของสาร
เป็น 1, 1, 1 และ 1 ตามลาดบั นาปรมิ าณตะกอนแคลเซยี มคารบ์ อเนตท่ีเกิดขนึ้ จริงจากการทดลองมา

7

คานวณหาจานวนโมลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่เี กิดขึน้ จรงิ จากนั้นหาปรมิ าณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ที่
ตอ้ งการศกึ ษาโดยการนาจานวนโมลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีได้มาคานวณด้วยกฎของแกส๊ อดุ มคติ

8

บทท3ี่ จานวน
วสั ดอุ ปุ กรณ์และวธิ กี ารทดลอง 1,350 ตวั
27 กล่อง
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 270 กรมั
ลาดับ ช่อื อปุ กรณ์ 9 กรมั
1 หนอนนก
2 กล่องพลาสตกิ ขนาด 20x10 เซนตเิ มตร 9 กรมั
3 ใบตาลึง 9 กรมั
4 พลาสตกิ ชนดิ Polyethylene Terephthalate
(PET/PETE)
5 พลาสติกชนิด Polyethylene (PE)
6 พลาสตกิ ชนิด Polystyrene (PS)

สารเคมี ชอ่ื สารเคมี จานวน
ลาดบั น้าปนู ใสเขม้ ข้น 1 โมลตอ่ มิลลลิ ิตร 900 มิลลิลติ ร
1

วธิ กี ารทดลอง
การทดลองท่ี 1 : เรื่อง เปรยี บเทยี บชนิดของพลาสติกที่หนอนสามารถย่อยสลายได้มากทส่ี ุด
สมมติฐาน : หนอนสามารถย่อยพลาสติกแบบพอลิเอทธลิ นี เทเรฟธาเลท (Polyethylne : PE) ได้มากท่ีสดุ
ตวั แปรตน้ : ชนดิ ของพลาสติก
ตวั แปรตาม : ปรมิ าณพลาสติกทหี่ นอนกิน
ตัวแปรควบคุม : ปรมิ าณพลาสตกิ เริม่ ตน้ ปริมาณหนอน ชนดิ ของหนอน

9

ขน้ั ตอนการทดลอง
1. เตรยี มกลอ่ งพลาสติกขนาด 20x10 เซนติเมตร จานวน 9 กลอ่ ง
2. เตรียมหนอนนกจานวน 450 ตวั
3. เตรยี มพลาสติก 3 ชนิด คอื PET, PE และ PS ชนิดละ 3 กรัม
4. เตรียมใบตาลึง จานวน 180 กรมั
5. แบง่ ชุดการทดลองเปน็ 3 ชุด
ชุดท่ี 1 นาพลาสติกชนิด PET จานวน 1 กรมั ใส่ในกล่องพลาสติกกลอ่ งที่ 1
ชุดท่ี 2 นาพลาสตกิ ชนิด PE จานวน 1 กรมั ใส่ในกล่องพลาสตกิ กลอ่ งท่ี 2
ชุดท่ี 3 นาพลาสตกิ ชนดิ PS จานวน 1 กรมั ใสใ่ นกลอ่ งพลาสตกิ กล่องท่ี 3
6. นาหนอนนกใส่ในชดุ การทดลองทั้ง 3 ชุด ชดุ ละ 50 ตัว
7. นาใบตาลึงใสใ่ นชุดการทดลองท้ัง 3 ชดุ ชดุ ละ 1 กรมั ต่อวัน
8. ทาการทดลองข้อที่ 5-7 เปน็ เวลา 5 วนั
9. สังเกตการกนิ พลาสติกแต่ละชนิดของหนอนนกและบันทึกปรมิ าณพลาสติกที่หนอนนกกนิ
10. ทาซ้าข้อท่ี 5-8 อกี 2 ครั้ง
11. เปรียบเทยี บปริมาณพลาสติกแตล่ ะชนิดทห่ี นอนนกกนิ

ภาพ ชดุ การทดลองของการทดลองที่ 1

การทดลองท่ี 2 : เร่อื ง เปรยี บเทยี บจานวนหนอนท่ีตายจากการย่อยสลายพลาสตกิ แตล่ ะชนดิ
สมมตฐิ าน : หนอนทก่ี ินพลาสตกิ ชนดิ พอลิสไตรนี (Polystyrene : PS) มจี านวนการตายมากที่สุด
ตวั แปรต้น : ชนดิ ของพลาสติก
ตัวแปรตาม : จานวนหนอนท่ีตายจากการกนิ พลาสติกแตล่ ะชนิด
ตวั แปรควบคุม : ปริมาณพลาสติก ปรมิ าณหนอน ชนดิ ของหนอน เวลาทใี่ ช้ทดลอง

10

ข้นั ตอนการทดลอง
1. เตรียมกล่องพลาสติกขนาด 20x10 เซนตเิ มตร จานวน 9 กลอ่ ง
2. เตรยี มหนอนนกจานวน 450 ตัว
3. เตรยี มพลาสตกิ 3 ชนิด คอื PET, PE และ PS ชนดิ ละ 3 กรัม
4. เตรยี มใบตาลึง จานวน 45 กรมั
5. แบ่งชุดการทดลองเปน็ 3 ชุด
ชดุ ท่ี 1 นาพลาสติกชนิด PET จานวน 1 กรัม ใสใ่ นกลอ่ งพลาสตกิ กล่องท่ี 1
ชดุ ท่ี 2 นาพลาสตกิ ชนดิ PE จานวน 1 กรัม ใส่ในกล่องพลาสตกิ กล่องที่ 2
ชุดที่ 3 นาพลาสติกชนิด PS จานวน 1 กรัม ใส่ในกล่องพลาสตกิ กล่องที่ 3
6. นาหนอนนกใส่ในชุดการทดลองท้งั 3 ชุด ชดุ ละ 50 ตวั
7. นาใบตาลงึ ใสใ่ นชดุ การทดลองทงั้ 3 ชดุ ชุดละ 1 กรมั ต่อวนั
8. ทาการทดลองข้อที่ 5-7 เปน็ เวลา 5 วนั
9. สังเกตการตายของหนอนนกที่กินพลาสติกแต่ละชนดิ และบนั ทึกจานวนหนอนนกทต่ี าย
10. ทาซ้าข้อท่ี 5-9 อีก 2 คร้ัง
11. เปรยี บเทยี บจานวนหนอนนกทีต่ ายจากการกินพลาสติกแต่ละชนดิ

ภาพ ชุดการทดลองของการทดลองที่ 2

การทดลองที่ 3 : เรอ่ื ง ปรมิ าณของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ทไี่ ด้จากการย่อยสลายพลาสติกของหนอน
สมมตฐิ าน : แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทีเ่ กิดจากการท่หี นอนย่อยสลายพลาสติกแบบพอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท
(Polyethylne : PE) มปี รมิ าณมากที่สดุ
ตวั แปรต้น : ชนดิ ของพลาสติก
ตวั แปรตาม : ปรมิ าณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทีเ่ กดิ ขึน้
ตัวแปรควบคมุ : ปริมาณพลาสตกิ ปริมาณหนอน ชนดิ ของหนอน เวลาท่ีใชท้ ดลอง

11

ขนั้ ตอนการทดลอง
1. เตรียมกล่องพลาสติกขนาด 20x10 เซนตเิ มตร จานวน 9 กล่อง
2. เตรยี มหนอนนกจานวน 450 ตัว
3. เตรยี มพลาสตกิ 3 ชนิดคือ PET, PE และ PS ชนดิ ละ 3 กรัม
4. เตรยี มใบตาลงึ จานวน 45 กรัม
5. เตรยี มนา้ ปนู ใสเข้มข้น 1 โมลต่อมิลลิลิตร 900 มิลลิลิตร
6. นาหนอนนกใส่ในกล่องพลาสติก 3 กล่อง กล่องละ 50 ตวั
7. แบง่ ชุดการทดลองเปน็ 3 ชุด
ชดุ ที่ 1 นาพลาสตกิ ชนิด PET ใส่ในกลอ่ งพลาสตกิ กลอ่ งที่ 1 จานวน 1 กรัม
ชุดท่ี 2 นาพลาสติกชนดิ PE ใส่ในกลอ่ งพลาสติกกลอ่ งท่ี 2 จานวน 1 กรมั
ชดุ ที่ 3 นาพลาสติกชนดิ PS ใสใ่ นกล่องพลาสติกกลอ่ งที่ 3 จานวน 1 กรมั
8. นานา้ ปนู ใสใสใ่ นชดุ การทดลองทั้ง 3 ชุด ชุดละ 100 มลิ ลลิ ิตร
9. นาใบตาลึงใส่ในชุดการทดลองทงั้ 3 ชุด ชุดละ 1 กรัมต่อวนั
10. ปดิ ฝากลอ่ งพลาสตกิ ทกุ กล่อง
11. ทาการทดลองข้อท่ี 6-10 เปน็ เวลา 5 วนั
12. บันทกึ ปริมาณของตะกอนแคลเซยี มคารบ์ อเนตและปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ท่ไี ดจ้ ากการย่อย
สลายพลาสติกแตล่ ะชนดิ ของหนอนนก
13. ทาซา้ ข้อท่ี 6-12 อกี 2 ครงั้

ภาพ ชดุ การทดลองของการทดลองท่ี 3

บทที่ 4 12
ผลการทดลอง
เฉลย่ี
การทดลองท่ี 1 เปรียบเทียบชนิดของพลาสตกิ ทหี่ นอนสามารถยอ่ ยสลายได้มากทสี่ ุด 0.087
ตารางท่ี 1 ตารางแสดงปรมิ าณพลาสตกิ แต่ละชนดิ ท่ีหนอนนกกนิ 0.153
0.163
ปรมิ าณพลาสติกท่หี นอนกนิ (กรมั )

ชนิดของพลาสตกิ

ครั้งท1่ี ครัง้ ที2่ คร้ังท่ี3

PET 0.08 0.09 0.09

PE 0.15 0.15 0.16

PS 0.16 0.16 0.17

จากการทดลองพบวา่ ในเวลา 5 วัน ปริมาณพลาสติกชนิดPETทห่ี นอนนกกินเป็นดังนี้ ครัง้ ที่1 0.08
กรมั ครง้ั ท2่ี 0.09กรมั ครง้ั ท่ี3 0.09กรัม โดยเฉลย่ี แล้วปรมิ าณพลาสติกชนิดPETทห่ี นอนนกกนิ คือ 0.087กรมั
ปรมิ าณพลาสติกชนดิ PEทห่ี นอนนกกนิ เปน็ ดงั นี้ ครั้งที1่ 0.15กรัม ครั้งที่2 0.15กรมั คร้ังที่3 0.16กรมั โดยเฉลี่ย
แลว้ ปริมาณพลาสติกชนดิ PEทห่ี นอนนกกินคือ 0.153กรัม ปริมาณพลาสติกชนดิ PSทห่ี นอนนกกนิ เปน็ ดังน้ี คร้งั
ที่1 0.16กรัม ครง้ั ท่ี2 0.16กรัม ครง้ั ท่3ี 0.17กรมั โดยเฉล่ยี แล้วปริมาณพลาสติกชนดิ PSทห่ี นอนนกกินคือ
0.163กรมั สรุปไดว้ า่ ในเวลา 5 วัน หนอนนกสามารถย่อยสลายพลาสติกชนดิ PSได้มากท่ีสดุ

การทดลองท่ี 2 เปรยี บเทยี บจานวนหนอนทต่ี ายจากการกินพลาสติกแตล่ ะชนดิ 13
ตารางที่ 1 ตารางแสดงจานวนหนอนนกทตี่ ายจากการกนิ พลาสตกิ แต่ละชนดิ
เฉล่ีย
จานวนหนอนท่ตี าย (ตวั ) 1.67
2
ชนดิ ของพลาสติก 2.67

คร้งั ที1่ คร้ังที2่ ครั้งที่3

PET 1 2 2

PE 2 2 2

PS 2 3 3

จากการทดลองพบวา่ ในเวลา 5 วัน มจี านวนหนอนนกท่ีตายจากการกินพลาสติกชนิดPETดงั น้ี ครั้งท่ี
1 1ตัว ครั้งที่2 2ตวั ครั้งท่3ี 2ตัว โดยเฉล่ียแลว้ มจี านวนหนอนนกท่ีตายจากการกินพลาสตกิ ชนดิ PET 1.67ตัว
หรือประมาณ 2ตวั มีจานวนหนอนนกทีต่ ายจากการกนิ พลาสตกิ ชนิดPEดงั นี้ ครัง้ ท1่ี 2ตัว ครัง้ ท่ี2 2ตัว ครั้งท่ี3
2ตวั โดยเฉล่ยี แล้วมจี านวนหนอนนกท่ีตายจากการกนิ พลาสตกิ ชนดิ PE 2ตวั มีจานวนหนอนนกท่ีตายจากการ
กินพลาสตกิ ชนดิ PSดังนี้ คร้ังท่ี1 2ตวั ครงั้ ท2ี่ 3ตัว ครง้ั ท่3ี 3ตวั โดยเฉล่ยี แลว้ มจี านวนหนอนนกท่ีตายจากการ
กินพลาสติกชนิดPS 2.67ตวั หรือประมาณ 3ตวั สรุปไดว้ า่ ในเวลา 5 วนั หนอนนกที่กินพลาสติกชนิดPSมีจานวน
การตายมากทีส่ ดุ

14

การทดลองที่ 3 ปรมิ าณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ี่ไดจ้ ากการย่อยสลายพลาสติกแต่ละชนดิ ของนอนนก
ตารางที่ 1 ตารางแสดงปริมาณแคลเซยี มคาร์บอเนตทีเ่ กดิ ขึน้ จากการนาแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่
ได้จากการทดลองไปผสมกับน้าปูนใส 100 มลิ ลลิ ิตร
ปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตท่ีเกิดขึ้น (กรัม)

ชนิดของพลาสตกิ ท่ี เฉลยี่
ได้รับ คร้ังท1่ี ครง้ั ที2่ ครง้ั ที3่

PET 2.01 1.56 1.75 1.773

PE 1.26 1.25 1.20 1.237

PS 1.57 2.01 1.68 1.753

จากผลการทดลองพบวา่ ในเวลา 5 วนั ปริมาณแคลเซียมคารบ์ อเนตทีไ่ ดจ้ ากหนอนนกทกี่ นิ พลาสติก
ชนดิ PET มีคา่ ดังนี้ ครง้ั ท่ี1 2.01กรัม ครง้ั ที่2 1.56กรัม คร้งั ท3ี่ 1.75กรมั โดยเฉล่ียแล้วปริมาณแคลเซียม
คารบ์ อเนตท่ีไดจ้ ากหนอนนกทก่ี ินพลาสติกชนดิ PET คือ 1.773กรมั ปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตท่ีได้จาก
หนอนนกท่ีกินพลาสติกชนิด PE มคี า่ ดงั นี้ ครงั้ ที่1 1.26กรัม ครั้งที2่ 1.25กรมั ครั้งที่3 120กรัม โดยเฉลย่ี แลว้
ปริมาณแคลเซยี มคารบ์ อเนตทไี่ ดจ้ ากหนอนนกที่กนิ พลาสตกิ ชนิด PE คือ 1.237กรมั ปริมาณแคลเซียม
คาร์บอเนตทไ่ี ด้จากหนอนนกทก่ี ินพลาสติกชนดิ PS มคี า่ ดังนี้ ครัง้ ที่1 1.57กรัม ครง้ั ท่ี2 2.01กรมั คร้ังที3่ 1.68
กรมั โดยเฉล่ียแลว้ ปริมาณแคลเซยี มคาร์บอเนตท่ีไดจ้ ากหนอนนกท่ีกินพลาสติกชนิด PS คือ 1.753กรัม สรปุ ได้
วา่ ในเวลา 5 วันแคลเซียมคารบ์ อเนตที่ได้จากหนอนท่กี ินพลาสตกิ ชนิดPETมีปริมาณมากทส่ี ุดและแคลเซยี ม
คาร์บอเนตที่ไดจ้ ากหนอนท่กี ินพลาสตกิ ชนิดPEมีปริมาณน้อยทสี่ ดุ

15

ตารางที่ 2 ตารางแสดงปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ที่ไดจ้ ากหนอนนกโดยคานวณจาก
ปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนต

ปริมาณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ทไ่ี ด้ (มิลลิลิตร)

ชนิดของพลาสติกท่ี เฉลี่ย
ได้รับ คร้ังท1ี่ ครงั้ ท2่ี คร้งั ท่3ี

PET 491.16 381.20 427.63 433.33

PE 307.89 305.45 293.23 302.19

PS 383.65 491.16 410.52 428.43

จากผลการทดลองสรปุ ได้ว่า ในเวลา 5 วัน ปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ทไ่ี ด้จากหนอนนกท่ีกนิ
พลาสตกิ ชนดิ PET มีค่าดังนี้ ครง้ั ท1่ี 491.16มิลลลิ ิตร ครง้ั ท่2ี 381.20มลิ ลิลิตร คร้งั ท่ี3 427.63มลิ ลลิ ิตร โดย
เฉล่ยี แลว้ ปรมิ าณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทีไ่ ดจ้ ากหนอนนกทก่ี ินพลาสตกิ ชนิด PET คือ 433.33มิลลิลิตร
ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากหนอนนกท่ีกินพลาสตกิ ชนิด PE มคี า่ ดังน้ี คร้ังท่ี1 307.89มลิ ลิลติ ร
คร้ังท่2ี 305.45มลิ ลิลิตร คร้งั ท่ี3 293.23มิลลลิ ติ ร โดยเฉลี่ยแลว้ ปรมิ าณแก๊สคาร์บอนไดออกไซดท์ ีไ่ ดจ้ ากหนอน
นกท่ีกินพลาสตกิ ชนิด PE คือ 302.19มลิ ลลิ ติ ร ปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ท่ีได้จากหนอนนกที่กิน
พลาสติกชนิด PS มีค่าดังน้ี ครั้งท1่ี 383.65มิลลลิ ิตร ครง้ั ที่2 491.16มิลลลิ ติ ร ครัง้ ท่3ี 410.52มลิ ลิลติ ร โดย
เฉลีย่ แล้วปรมิ าณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ท่ีไดจ้ ากหนอนนกทีก่ ินพลาสตกิ ชนิด PS คือ 428.43มิลลลิ ติ ร สรุปได้
ว่าในเวลา 5 วัน แก๊สคารบ์ อนไดออกไซดท์ ่ีได้จากหนอนที่กนิ พลาสตกิ ชนิดPETปริมาณมากที่สุดและแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซด์ทไ่ี ด้จากหนอนท่ีกนิ พลาสติกชนดิ PEมปี ริมาณนอ้ ยที่สุด

16

บทท่ี 5
สรปุ ผลการดาเนนิ งานและขอ้ เสนอแนะ

ในการจัดทาโครงงานเคมี เรื่องการเร่งการย่อยสลายพลาสติกดว้ ยหนอนนก สามารถสรุปผลการ
ดาเนนิ งานและข้อเสนอแนะไดด้ ังน้ี

การดาเนนิ งานจดั ทาโครงงาน
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
1.1 เพอ่ื เปรียบเทยี บชนิดของพลาสติกที่หนอนสามารถยอ่ ยสลายไดม้ ากทสี่ ุด
1.2 เพ่อื เปรียบเทียบปรมิ าณหนอนท่ีตายจากการกินพลาสตกิ แตล่ ะชนดิ
1.3 เพอ่ื เปรยี บเทียบปริมาณของแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ทไ่ี ด้จากการย่อยสลายพลาสติกแต่ละชนดิ
2. วสั ดุ อปุ กรณ์ ท่ใี ชใ้ นการทาโครงงาน
2.1 หนอนนก จานวน 1,350 ตวั
2.2 กลอ่ งพลาสตกิ ขนาด 20x10 เซนติเมตร จานวน 27 กลอ่ ง
2.3 ใบตาลงึ ปรมิ าณ 27 กรมั
2.4 พลาสตกิ ชนิด Polyethylene Terephthalate (PET/PETE) ปริมาณ 9 กรัม
2.5 พลาสตกิ ชนดิ Polyethylene (PE) ปรมิ าณ 9 กรัม
2.6 พลาสติกชนดิ Polystyrene (PS) ปริมาณ 9 กรัม
2.7 น้าปูนใสเขม้ ข้น 1 โมลตอ่ มลิ ลลิ ิตร ปรมิ าตร 900 มิลลิลติ ร

สรปุ ผลการการดาเนนิ งานโครงงาน
โครงงานเร่ืองการเร่งการยอ่ ยสลายพลาสตกิ ด้วยหนอนนก ใช้เวลาในการทาการทดลองชดุ ละ 5 วนั

โดยได้ผลการทดลองดงั นี้ หนอนนกสามารถกินพลาสติกชนิด PSได้มากทส่ี ดุ และกนิ พลาสติกชนดิ PE และ
PET ไดน้ ้อยลงตามลาดับ หนอนนกที่กนิ พลาสติกชนดิ PSมจี านวนการตายเฉลี่ยมากที่สดุ และหนอนนกที่กนิ
พลาสติกชนดิ PE และ PET มีจานวนการตายเฉล่ียนอ้ ยลงตามลาดับ หนอนนกท่ีกนิ พลาสติกชนดิ PETผลติ แก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซดจ์ ากการกินพลาสติกได้มากทีส่ ดุ และหนอนนกที่กนิ พลาสติกชนิด PS และ PE ผลติ แก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ไดน้ ้อยลงตามลาดับ โดยเมื่อหนอนนกกนิ พลาสตกิ ชนดิ PET 1กรมั จะผลิตแกส๊
คารบ์ อนไดออกไซด์ 4.980ลิตร เม่ือหนอนนกกินพลาสติกชนดิ PE 1กรมั จะผลติ แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
1.975ลติ ร และเมื่อหนอนนกกนิ พลาสตกิ ชนิด PS จะผลิตแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ 2.628ลติ ร สรปุ ได้ว่าหนอน

17

นกกินพลาสติกชนดิ PE ไดม้ ีประสทิ ธิภาพทส่ี ดุ คือสามารถกินพลาสติกได้เรว็ ส่งผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพของหนอน
นกนอ้ ย และผลติ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ได้น้อยทสี่ ดุ ทงั้ น้ีผลการทดลองอาจมีความคลาดเคล่ือนเลก็ น้อย
เน่อื งจากการทดลอง

ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะทวั่ ไป
1.1 ควรใช้เวลาในการทดลองใหน้ านข้นึ เพ่ือให้ได้ผลการทดลองทช่ี ดั เจนและถกู ต้องมากย่งิ ขึ้น
1.2 ควรมีชนดิ ของหนอนทหี่ ลากหลายเพื่อสามารถเปรียบเทยี บความสามารถในการย่อยสลาย

พลาสติกของหนอนแต่ละชนิด
1.3 ควรมีชนดิ ของพลาสติกที่หลากหลายขน้ึ เพ่ือศึกษาความสามารถในการเรง่ การยอ่ ยสลายพลาสติก

ของนอนได้ดียิ่งข้ึน
2. ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางในการพฒั นา
2.1 ระยะเวลาในการทาการทดลองมีจากดั ทาให้ไม่สามารถทาการทดลองโดยใช้เวลานานได้
2.2 หนอนท่ีนามาทดลองเลย้ี งกอ่ นการทดลองจริงหลายชนิดไมก่ ินพลาสตกิ อาจเป็นเพราะสุขภาพ

ของหนอนหรืออาจเปน็ ช่วงท่ีหนอนอยใู่ นระยะท่ีกาลงั จะกลายเปน็ ดกั แด้
2.3 วงจรชีวิตของหนอนมรี ะยะเวลาท่สี นั้ ทาใหท้ าการทดลองเปน็ ระยะเวลานานไม่ได้

18

บรรณานุกรม

Panee. (2563). พบ“หนอนยักษ์”ชอบกนิ พลาสติกมาก นักวิจยั เตรียมเสริ ฟ์ เมนเู ดด็ แก้ไขปญั หาขยะพลาสติก.
สบื ค้นจาก https://sdthailand.com/2020/07/superworms-can-eat-plastic

Dutchy. (2559). หนอนนก (Mealworm) ตวั นอ้ ยๆ ท่ีช่วยย่อยพลาสติก. สบื คน้ จาก
https://krudutchy.blogspot.com/2016/06/mealworm

Sajja School. (2558). ซุปเปอร์ ฮีโร่ ชว่ ยโลกมาแลว้ !!! หนอนนก กนิ ขยะโฟมได้!. สบื คน้ จาก
http://www.sajja.ac.th/sajja-blog

พบหนอนผีเสือ้ กลางคืนกินพลาสตกิ ได้. (2560). สืบคน้ จาก https://www.bbc.com/thai/international
หนอนกนิ พลาสตกิ ความหวังแกป้ ญั หาขยะท่วมโลก ?. (2561). สืบคน้ จาก

https://www.khaosod.co.th/newspaper

19

ภาคผนวก

ภาพ การทดลองเล้ียงหนอนแวก๊ ซก์ ่อนนามาทาการทดลองจรงิ

ภาพ การทดลองเลีย้ งหนอนนกก่อนการทดลองจริง

ภาพ การทดลองเลี้ยงหนอนยักษก์ ่อนการทดลองจริง

ภาพการทดลองท่ี1 และ 2

20

ภาพการทดลองที่ 3

ภาพ การตกตะกอนของแคลเซียมคารบ์ อเนต


Click to View FlipBook Version