The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โมดุลวิชาแทรกเตอร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tongnunuinakub, 2021-09-17 00:24:45

โมดุลวิชาแทรกเตอร์

โมดุลวิชาแทรกเตอร์

บทเรยี นโมดลู

บทท่ี 1 ประเภทของเครื่องจกั รกลเกษตร

วชิ า แทรกเตอร์และเครื่องจักรกลเกษตร 1 รหสั วชิ า 20501- 2011

ผู้จัดทา
นายสุพฒั น์ ทองหนูนุ้ย

ตาแหน่ง ครู
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยกี ระบ่ี
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

คำนำ

บทเรียนโมดูลชุดท่ี 1 เรื่อง ประเภทของเคร่ืองจกั รกลเกษตร ฉบบั น้ีขา้ พเจา้ ไดจ้ ดั ทาข้ึนเพ่ือใช้
ประกอบการเรียนรู้รายวิชา แทรกเตอร์และเคร่ืองจักรกลเกษตร 1 รหัสวิชา 20501- 2011 ช้ัน
ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั ปี ที่ 2 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ นกั เรียนสามารถศึกษาไดด้ ว้ ยตนเอง เพอ่ื ให้
มีความรู้พ้ืนฐานก่อนการเรียนในเน้ือหาบทเรียนอื่นๆ นอกจากน้ียงั มีกิจกรรมเสริมที่นดั เรียนสามารถ
เขา้ ไปทาเพื่อใหเ้ กิดการเรียนรู้เพ่มิ ข้ึน

บทเรียนโมดุลชุดน้ีมีจุดประสงคเ์ พ่ือให้นกั เรียนไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั ประเภทของเคร่ืองจกั รกล
เกษตร ภายในโมดุลเล่มน้ีประกอบดว้ ย คาแนะนาของการใชบ้ ทเรียนโมดุล จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน เน้ือหา ใบกิจกรรม แบบทดสอบหลงั การเรียน รวมท้งั เฉลยกิจกรรมและ
แบบทดสอบ บทเรียนโมดุลน้ีนกั เรียนสามารถศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเองและเรียนรู้กนั เป็นกลุ่มเลก็ ๆ

ผจู้ ดั หวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ บทเรียนโมดุลชุดน้ีจะช่วยใหน้ กั เรียนไดร้ ับความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั
ความรู้เบ้ืองต้นของการจัดนาเท่ียวมากย่ิงข้ึนและส่ งผลสัมฤทธ์ ิ ทางการเรี ยนของนักเรี ยนสู งข้ึน
บทเรียนโมดุลเล่มน้ีอาจมีจุดบกพร่องผิดพลาด ขอให้ท่านผูอ้ ่านโปรดแจง้ ให้ขา้ พเจา้ ทราบดว้ ยจะ
ขอบพระคุณเป็ นอยา่ งย่ิงเพ่ือจะไดน้ าไปปรับปรุงแกไ้ ขให้มีบทเรียนโมดุลความสมบูรณ์และถูกตอ้ ง
ในโอกาสต่อไป

สารบญั หนา้

คานา ข
สารบญั 4
คาช้ีแจงในการใชโ้ มดุลสาหรับนกั เรียน 5
หลกั การและเหตุผล 5
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 5
การประเมินหลงั เรียน 6
การสอนซ่อมเสริม 6
ขอบข่ายเน้ือหา 6
แบบทดสอบก่อนเรียน 9
เฉลย 10
แบบทดสอบ 11
นิยามคาศพั ทด์ า้ นการท่องเที่ยว 13
ใบความรู้ 15
แบบทดสอบหลงั เรียน 18
เฉลย 19
แบบฝึ กหดั

คาชี้แจงในการใช้โมดุลสาหรับนกั เรียน

การใชบ้ ทเรียนโมดุลใหเ้ กิดประสิทธิภาพต่อการจดั กิจกรรมกสนเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งสูงสุด
นกั เรียนควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี

1.การเตรียมตวั ของนกั เรียน
1.1 ศึกษาบทเรียนโมดุลล่วงหนา้ ก่อนที่จะปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆเพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ
เก่ียวกบั จุดประสงค์ ขอ้ ควรปฏิบตั ิ
1.2 วางแผน และจดั เตรียมอปุ กรณ์ที่ใชป้ ระกอบการเรียนรู้ของตนเองใหพ้ ร้อมสาหรับการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
2. ดาเนินการจดั กิจกรรมในแต่ละคร้ัง นกั เรียนควรปฏิบตั ิดงั น้ี
2.1 ศึกษาแนวทางในการปฏิบตั ิกิจกรรมใหม้ ีความเขา้ ใจอยา่ งท่องแท้ หากพบปัญหาหรือไม่
เขา้ ใจใหส้ อบถามขอ้ มูลเพิ่มเติมจากครู
2.2 ปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆตามลาดบั ข้นั ตอนที่กาหนด ดงั น้ี

2.2.1 นกั เรียนทาแบบทดสอบภาคความรู้ก่อนเรียน
2.2.2 นกั เรียนศึกษาและปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆตามแนวทางการจดั กิจกรรมตามลาดบั
ข้นั ตอนที่กาหนด
2.2.3 นกั เรียนส่งผลงานหรือชิ้นงานในการปฏิบตั ิกิจกรรม มีส่วนร่วมในนาเสนอหรือ
อภิปรายความรู้
2.2.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบความรู้หลงั เรียน

หลกั การและเหตุผล

ในอดีตการใชเ้ ครอ่ื งท่นุ แรงและเคร่ืองจกั รกลเกษตรมีนอ้ ยมาก เน่อื งจากเกษตรกรปลกู พืช
สาหรบั บรโิ ภคภายในครวั เรอื น แตใ่ นรอบย่สี ิบปีท่ผี า่ นมา จากการเพาะปลกู เพ่ือบรโิ ภค เรม่ิ มกี าร
เพาะปลกู เพ่ือการคา้ การใชเ้ คร่ืองทนุ่ แรงและเคร่อื งจกั รกลเกษตรจงึ ไดแ้ พรห่ ลายและเพิม่ ขนึ้ ทกุ ๆ ปี
โดยเฉพาะเครอ่ื งจกั รกลเกษตรจะใชม้ ากขนึ้ เน่ืองจากมกี ารสง่ เสรมิ ใหม้ ีการปลกู พืชแซมหรอื ปลกู
หลายฤดู การปรบั ปรุงพนั ธใุ์ หมซ่ ง่ึ มชี ว่ งเวลาการเติบโตสนั้ และตอ้ งปลกู ใหไ้ ดต้ ามกาหนดเวลาท่ี
เหมาะสมจงึ จะไดผ้ ลดีเทา่ ท่คี วรทาใหต้ อ้ งมีการใชเ้ ครือ่ งจกั รกลเกษตรเพ่ือใชเ้ ตรียมดนิ และเก็บเก่ียว
ใหท้ นั เวลากบั การปลกู พืชรอบตอ่ ไป นอกจากนีก้ ารขยายพนื้ ท่ีเพาะปลกู มากขนึ้ ทาใหต้ อ้ งใชแ้ ทรกเตอร์
ชว่ ยเตรยี มดนิ ใหท้ นั เวลา อกี ประการหนง่ึ การกระจายการปลกู พชื และพชื ใหม่ๆ จาเป็นตอ้ งใช้
เครอ่ื งจกั รกลเกษตรเขา้ ชว่ ย เพราะเกษตรกรอาจจะไม่มคี วามเขา้ ใจและความชานาญในการปลกู พืช
ใหม่ เชน่ ถา้ เราใชเ้ ครอ่ื งปลกู พชื และเคร่อื งใสป่ ๋ ยุ ก็จะช่วยใหส้ ามารถปลกู ไดแ้ นวตรงและประหยดั

การใชป้ ๋ ยุ นอกจากนีย้ งั ชว่ ยใหง้ ่ายตอ่ การกาจดั วชั พชื เป็นตน้

จุดประสงค์การเรียนรู้

ด้านความรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกความสาคญั ของเครื่องจกั รกลเกษตร
2. นกั เรียนสามารถอธิบายประโยชนข์ องเครื่องจกั รกลเกษตร
3. นกั เรียนสามารถบอกประเภทของเครื่องจกั รกลเกษตร

ด้านทักษะ

1. นกั เรียนสามารถจาแนกประเภทของเครื่องจกั รกลเกษตรได้

ด้านคุณลกั ษณะ
1. นกั เรียนปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ
2. นกั เรียนปฏิบตั ิงานเสร็จตามเวลาที่กาหนด

การประเมนิ ผลหลงั เรียน

นกั เรียนผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 75 สามารถเรียนบทเรียนมอดูลต่อไปได้ แต่ถา้ ไม่ผา่ น
เกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 75 นกั เรียนตอ้ งเรียนซ่อมเสริม

การเรียนซ่อมเสริม

ถา้ นกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑท์ ่ีระบุไว้ ใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษาตามจุดประสงคท์ ่ีไม่ผา่ น แลว้ ทา
แบบทดสอบหลงั เรียนใหผ้ า่ นเกณฑท์ ี่กาหนดไว้

การเรียนซ่อมเสริม ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิดงั น้ี
1.ใชเ้ วลานานมากกวา่ เดิม
2.ใหเ้ พื่อช่วยเหลือ
3.ครูอธิบายเพิ่มเติม

ชอบข่ายเนื้อหา

1. ความสาคญั ของเครื่องจกั รกลเกษตร
2. ประโยชน์ของเคร่ืองจกั รกลเกษตร
3. ประเภทของเครื่องจกั รกลเกษตร
4. เคร่ืองจกั รกลเกษตรที่ใชใ้ นการเตรียมดิน
5. เครื่องจกั รกลเกษตรท่ีใชใ้ นการปลกู
6. เคร่ืองจกั รกลเกษตรที่ใชใ้ นการดูแลรักษา
7. เคร่ืองจกั รกลเกษตรที่ใชใ้ นการเกบ็ เก่ียว
8. เครื่องจกั รกลเกษตรท่ีใชห้ ลงั การเกบ็ เกี่ยว

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาสั่ง ให้นักเรียนเลือกตอบข้อทถ่ี ูกท่ีสุด

2.1 ขอ้ ใดคอื เคร่อื งจกั รกลเกษตรในการเตรยี มดินขนั้ ท่ี 1
ก. ไถหวั หมู
ข. พรวนจาน
ค. ทนุ่ ลาก
ง. ไถยกรอ่ ง
2.2 ขอ้ ใดคอื ขอ้ ดขี องการใชเ้ ครื่องจกั รกลเกษตร
ก. ใชแ้ รงงานจานวนมาก
ข. ประหยดั เวลาในการเพาะปลกู
ค. ทาใหผ้ ลผลติ เสียหาย
ง. ผลผลติ ตอ่ ไรล่ ดลง
2.3 เคร่ืองหวา่ นป๋ ยุ จดั เป็นเครอ่ื งจกั รกลเกษตรประเภทใด
ก. เครอ่ื งทนุ่ แรงท่ีใชใ้ นการเตรยี มดิน
ข. เคร่ืองทนุ่ แรงท่ีใชใ้ นการปลกู
ค. เคร่อื งทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการดแู ลรกั ษา
ง. เคร่ืองทนุ ่ แรงท่ีใชใ้ นการเกบ็ เก่ียว
2.4 รถเก่ียวนวดขา้ วจดั เป็นเครื่องทนุ่ แรงประเภทใด
ก. เคร่ืองทนุ่ แรงท่ีใชใ้ นการเตรยี มดิน
ข. เครอ่ื งทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการปลกู
ค. เครอื่ งทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการดแู ลรกั ษา
ง. เครอื่ งทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการเกบ็ เก่ียว
2.5 การปลกู พืชเป็นแถวเป็นกออย่างเหมาะสมมีขอ้ ดีอยา่ งไร
ก. สามารถใชเ้ คร่ืองท่นุ แรงในการบารุงรกั ษาได้
ข. พืชสามารถเจรญิ เตบิ ไดด้ ไี ม่แย่งอาหารกนั
ค. แสงแดดสอ่ งผ่านไดด้ ีจากยอดถึงโคนตน้ ทาใหพ้ ชื ไม่เป็นโรคไดง้ า่ ย
ง. ถกู ทกุ ขอ้

เฉลยคาตอบ

1. ก
2. ข
3. ค
4. ง
5. ง

แบบทดสอบ

ให้นักเรียนเติมความหมายของคาศัพท์ต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง

1. Domestic Tourism......................................................................................................
2. Inbound Tourism......................................................................................................
3. Outbound Tourism......................................................................................................
4. Internal Tourism..........................................................................................................
5. National Tourism........................................................................................................
6. International Tourism..................................................................................................
7. International Traveller..................................................................................................
8. Domestic Traveller.......................................................................................................
9. Visitors..........................................................................................................................
10. same-day visitors........................................................................................................
11. over-night visitors........................................................................................................

นิยามศัพท์ด้านการท่องเทีย่ ว

ผู้มาเยือน (visitors) รวมไปถึง “นกั ท่องเท่ียว” (ผมู้ าเยือนแบบคา้ งคืน) (over-night visitors)”
และ “ ผมู้ าเยอื นและจากสถานที่น้นั ไปภายในวนั เดียวกนั ( same-day visitors)”
๑. รูปแบบของการท่องเทีย่ ว

- การท่องเที่ยวภายในประเทศ (Domestic Tourism) หมายถึง ผูพ้ านกั อาศยั ที่มี ถิ่นพานกั อยู่
ในประเทศและเดินทางท่องเท่ียวภายในประเทศ

- การท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound Tourism) หมายถึง ผพู้ านกั อาศยั ที่มีถ่ินพานกั ในต่างประเทศ
และเดินทางเขา้ มาท่องเที่ยวในอีกประเทศหน่ึง

- การท่องเที่ยวขาออก (Outbound Tourism) หมายถึง ผู้พานักอาศัยที่มีถิ่นพานักอยู่ใน
ประเทศและเดินทางออกไปยงั ประเทศอ่ืน

- การท่องเที่ยวในประเทศ (Internal Tourism) ประกอบดว้ ยการท่องเท่ียวภายในประเทศ
(Domestic Tourism) และการท่องเท่ียวขาเขา้ (Inbound Tourism)

- การท่องเท่ียวระดับชาติ (National Tourism) ประกอบดว้ ยการท่องเที่ยวภายในประเทศ
(Domestic Tourism) และการท่องเท่ียวขาออก (Outbound Tourism)

- การท่องเท่ียวระหว่างประเทศ (International Tourism) ประกอบดว้ ย การท่องเที่ยวขาเขา้
Inbound Tourism) และการท่องเที่ยวขาออก (Outbound Tourism)
๒. หน่วยพืน้ ฐานของการท่องเที่ยว

- ผู้เดินทางระหว่างประเทศ (International Traveller ) หมายถึง บุคคลใดก็ตามที่เดินทาง
ออกนอกประเทศที่ตนพานกั อาศยั อยู่ (โดยไม่คานึงถึงวตั ถุประสงคแ์ ละวธิ ีการในการเดินทางถึงแมว้ า่
บุคคลน้นั จะเดินทางเทา้ กต็ าม)

- ผู้เดินทางภายในประเทศ (Domestic Traveller) หมายถึง บุคคลใดก็ตามที่เดินทาง
ภายในประเทศท่ีตนพานกั อาศยั อยู่ (โดยไม่คานึงถึงวตั ถุประสงคแ์ ละวธิ ีการในการเดินทาง
ถึงแมว้ ่าบุคคลน้นั จะเดินทางดว้ ยการเดินเทา้ ก็ตาม) ความแตกต่างระหว่างประเภทผูเ้ ดินทาง ซ่ึงแบ่ง
ออกกวา้ ง ๆ เป็น ๒ ประเภท อนั ไดแ้ ก่

๑. ผมู้ าเยอื น (Visitors)
๒. ผเู้ ดินทางประเภทอื่น (Other Travelers)

ผเู้ ดินทางทุกประเภทที่เกี่ยวขอ้ งกบั การท่องเที่ยวกค็ ือ ผมู้ าเยอื น (Visitors ) โดยแบ่งออกเป็น
๒ กลุ่ม

๑. นกั ท่องเที่ยว (ผมู้ าเยอื นแบบคา้ งคืน (Overnight Visitors))
๒. ผมู้ าเยอื นและจากสถานท่ีน้นั ไปภายในวนั เดียวกนั (Same-day Visitors)
๓. ผู้มาเยือน (Visitors)
ผมู้ าเยอื นแบ่งเป็น ๒ ประเภท
- นักท่องเท่ียว (Tourist) ไดแ้ ก่ ผมู้ าเยอื นชว่ั คราว โดยพานกั อยใู่ นประเทศท่ีมาเยอื นเป็นเวลา
อยา่ งนอ้ ย ๒๔ ชว่ั โมง
- นักทัศนาจร (Excursionist) ไดแ้ ก่ ผูม้ าเยอื นเป็นการชว่ั คราวโดยใชเ้ วลาอยใู่ นประเทศที่มา
เยอื นนอ้ ยกวา่ ๒๔ ชวั่ โมง (รวมถึงผโู้ ดยสารที่มากบั เรือทศั นาจรดว้ ย)
- ผู้โดยสารท่ีมากับเรือ (Cruise Passengers) คือ ผมู้ าเยือนประเทศใดประเทศหน่ึง โดยเขา้ มา
และออกไปโดยเรือลาเดียวกนั และในกรณีน้ีจะแยกไวต้ ่างหาก WTO ไดเ้ สนอแนะว่าผูโ้ ดยสารท่ีมา
กบั เรือน้นั ถา้ หากพกั คา้ งคืนอยูบ่ นเรือก็ให้ถือว่าเป็ นนกั ทศั นาจร (Excursionist) แต่ถา้ หากลงมาคา้ ง
คืนบนบกกใ็ หถ้ ือวา่ เป็นนกั ท่องเที่ยว (Tourist)
๔. นิยามที่กาหนดโดยนักท่องเท่ยี วแห่งประเทศไทย
การท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย ไดก้ าหนดนิยามการท่องเท่ียวและวิธีการจดั ทาขอ้ มูลสถิติ
เพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั องคก์ รการท่องเที่ยวโลก (WTO) ดงั น้ี
- นักท่องเท่ยี วระหว่างประเทศ คือ ชาวต่างประเทศท่ีเดินทางเขา้ มาในประเทศไทยและ พานกั
อยใู่ นประเทศไทยคร้ังหน่ึง ๆ ไม่นอ้ ยกวา่ ๒๔ ชวั่ โมง และไม่เกิน ๙๐ วนั และ ชาวต่างประเทศเหล่าน้ี
จะตอ้ งเดินทางเขา้ มาเพือ่ วตั ถุประสงคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหน่ึงดงั น้ี คือ
๑. เดินทางเข้ามาเพ่ือท่องเที่ยว เย่ียมญาติ/เพื่อน ๆ พักฟ้ื น การศาสนา การกีฬา การ
ประชุมสมั มนา การทูต
๒. การเดินทางเขา้ มาเพือ่ ประสงคต์ ิดต่อทางธุรกิจหรือการคา้ ขาย
๓. เดินทางเขา้ มาและออกไปกบั เรือเดินสมุทรลาเดียวกนั ท่ีแวะจอด ณ ท่าเรือและข้ึนมาคา้ ง
คืนบนบกสาหรับนกั ท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากประเทศไทยแลว้ และเดินทางกลบั เขา้ มาใหม่ในการ
กลบั มาคร้ังท่ี ๒ หรือคร้ังต่อ ๆ ไป หากแต่ละคร้ังพานกั อยใู่ นประเทศไทยเกินกวา่ ๒๔ ชว่ั โมง
กจ็ ะถูกนบั รวมเขา้ เป็นนกั ท่องเท่ียวอีกคร้ังหน่ึงตามหลกั เกณฑท์ ี่ทุกประเทศปฏิบตั ิกนั ๓

ส่วนใหญ่ผโู้ ดยสารที่เดินทางผา่ นหรือแวะต่อเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ จะไม่นบั
รวมเขา้ เป็นนกั ท่องเท่ียว และผทู้ ี่อาศยั อยตู่ ิดเขตชายแดนไทย เชา้ มาเยน็ กลบั ก็ไม่นบั เป็นนกั ท่องเที่ยว
เช่นกนั

- นักท่องเท่ียวเข้ามาเยือนประเทศไทย ประกอบด้วยนักท่องเท่ียวท่ีถือหนังสือสาคญั ๒
ประเภทคือ

๑. นกั ท่องเท่ียวถือหนงั สือเดินทาง (Passport) คือ นกั ท่องเท่ียวทวั่ ๆ ไป
๒. นกั ท่องเที่ยวท่ีถือหนงั สือผ่านแดน (Border Pass) คือ นกั ท่องเที่ยวที่มีพ้ืนท่ีอยตู่ ิดเขตแดน
ประเทศไทย ซ่ึงเขา้ มาเยอื นประเทศและมีสิทธ์ิพานกั อยใู่ นประเทศไทยไดน้ าน ๑๕ วนั
- นักท่องเที่ยวภายในประเทศ คือ บุคคลที่เดินทางออกจากถ่ินที่ตนพานกั อยจู่ ากจงั หวดั หน่ึง
ไปยงั อีกจงั หวดั หน่ึงโดยมีวตั ถุประสงค์ในการเดินทางเพ่ือกิจกรรมอย่างใดอย่างหน่ึง เช่นเดียวกบั
นกั ท่องเท่ียวระหว่างประเทศ แต่มิใช่เพ่ือไปหางานทาหรือหารายได้ ท้งั น้ี ไดจ้ าแนกนกั ท่องเที่ยวไว้
๒ ประเภท คือ
๑. นกั ท่องเท่ียวประเภทคา้ งแรม
๒. นกั ท่องเที่ยวประเภทเชา้ ไป – เยน็ กลบั
นกั ท่องเท่ียวท้งั ๒ ประเภทประกอบดว้ ย
๑. คนไทย (Thai National)
๒. คนต่างชาติที่อยภู่ ายในประเทศไทย (Thailand Residence)
๓. นักท่องเท่ียวชาวต่างประเทศท่ีเข้ามาเยือนประเทศไทยแล้วเดินทางท่องเท่ียว
ภายในประเทศไทย
- นักท่องเท่ียวคนไทย คือ คนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศและพานกั อยใู่ นต่างประเทศคร้ัง
หน่ึง ๆ ไม่เกิน ๙๐ วนั และคนไทยเราน้ีจะตอ้ งเดินทางออกไปดว้ ยวตั ถุประสงค์อะไรก็ได้ ท่ีมิใช่
ออกไปเพ่ือประกอบอาชีพหรือหารายได้ ซ่ึงวตั ถุประสงคน์ ้นั จะเป็นอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ดงั น้ี
๑. เพื่อการท่องเท่ียว เย่ียมญาติ/เพ่ือน พกั ฟ้ื น ประกอบพิธีทางศาสนา การกีฬา การประชุม/
สมั มนา ติดต่อทางการทูต
๒. เพอ่ื ประสงคต์ ิดต่อทางธุรกิจหรือทาการคา้ ขาย
๓. เดินทางไปกบั เรือเดินสมุทรและกลบั มากบั เรือลาเดียวกนั

- Tourist (นักท่องเที่ยว) หมายถึง บุคคลที่เดินทางจากถิ่นพานกั ถาวรของตนไปคา้ งคืนยงั อีก
สถานที่หน่ึง อย่างน้อย ๑ คืน แต่ไม่เกิน ๙๐ วนั เพ่ือกิจกรรมต่าง ๆ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดค่าจ้าง
ค่าตอบแทนจากสถานที่ตนไปเยอื น ๔

ใบความรู้

ความสาคัญของการใช้งานเครื่องทนุ่ แรงการเกษตร

ในอดีตการใชเ้ คร่อื งทนุ่ แรงและเครอ่ื งจกั รกลเกษตรมีนอ้ ยมาก เน่ืองจากเกษตรกรปลกู พชื
สาหรบั บรโิ ภคภายในครวั เรอื น แตใ่ นรอบย่สี ิบปีท่ีผา่ นมา จากการเพาะปลกู เพ่ือบรโิ ภค เรม่ิ มีการ
เพาะปลกู เพ่ือการคา้ การใชเ้ คร่ืองท่นุ แรงและเครอ่ื งจกั รกลเกษตรจงึ ไดแ้ พรห่ ลายและเพิ่มขนึ้ ทกุ ๆ ปี
โดยเฉพาะเครอ่ื งจกั รกลเกษตรจะใชม้ ากขนึ้ เน่ืองจากมกี ารสง่ เสรมิ ใหม้ ีการปลกู พืชแซมหรอื ปลกู
หลายฤดู การปรบั ปรุงพนั ธใุ์ หม่ซง่ึ มีช่วงเวลาการเติบโตสนั้ และตอ้ งปลกู ใหไ้ ดต้ ามกาหนดเวลาท่ี
เหมาะสมจงึ จะไดผ้ ลดีเท่าท่คี วรทาใหต้ อ้ งมีการใชเ้ ครอื่ งจกั รกลเกษตรเพ่อื ใชเ้ ตรียมดินและเกบ็ เก่ียว
ใหท้ นั เวลากบั การปลกู พืชรอบตอ่ ไป นอกจากนีก้ ารขยายพนื้ ท่ีเพาะปลกู มากขนึ้ ทาใหต้ อ้ งใชแ้ ทรกเตอร์
ช่วยเตรยี มดนิ ใหท้ นั เวลา อกี ประการหนง่ึ การกระจายการปลกู พชื และพชื ใหมๆ่ จาเป็นตอ้ งใช้
เครอื่ งจกั รกลเกษตรเขา้ ช่วย เพราะเกษตรกรอาจจะไม่มคี วามเขา้ ใจและความชานาญในการปลกู พืช
ใหม่ เชน่ ถา้ เราใชเ้ คร่ืองปลกู พชื และเคร่อื งใสป่ ๋ ยุ กจ็ ะชว่ ยใหส้ ามารถปลกู ไดแ้ นวตรงและประหยดั
การใชป้ ๋ ยุ นอกจากนีย้ งั ชว่ ยใหง้ า่ ยต่อการกาจดั วชั พชื เป็นตน้

ประโยชนข์ องเคร่ืองทุน่ แรงการเกษตร

1. เครอื่ งทนุ่ แรงทางานไดร้ วดเรว็ ทาใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ ่ายเก่ียวกบั การจา้ งแรงงานคนและ
สามารถทางานไดท้ นั ตอ่ ชว่ งเวลาการเพาะปลกู ท่ีเหมาะสม
2. เกษตรกรสามารถเพ่มิ พืน้ ท่ีเพาะปลกู ไดม้ ากขนึ้ เน่อื งจากเคร่อื งทนุ่ แรงสามารถชว่ ยแกไ้ ข
ปัญหาเก่ียวกบั แรงงานคนและชว่ งเวลาท่มี ีอยจู่ ากดั อนั จะเป็นการชว่ ยเพม่ิ รายไดใ้ หแ้ ก่
เกษตรกร
3. เครื่องทนุ่ แรงช่วยใหเ้ กษตรกรสามารถปฏิบตั งิ านตามขนั้ ตอนตา่ งๆ ของการเพาะปลกู ได้
อยา่ งปราณีต เช่น กาจดั วชั พชื ไดอ้ ย่างสะดวก ปลกู เก็บเก่ียว และนวดหรอื กระเทาะไดท้ นั
ฤดกู าล ทาใหผ้ ลติ ผลตอ่ ไรส่ งู ขนึ้
4. ลดการสญู เสยี ผลิตผลในช่วงการเก็บเก่ียวและนวด ซง่ึ การใชแ้ รงงานคนจะทาใหม้ ีการ
รว่ งหลน่ ของเมลด็ พืชมาก
5. นอกจากท่กี ลา่ วมาขา้ งตน้ ประโยชนท์ างออ้ มท่สี าคญั ประการหนง่ึ ของเครอื่ งทนุ่ แรงกค็ อื

การลดความเหน่ือยยากลาบากของเกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

การแบง่ ประเภทของเครื่องทุน่ แรงการเกษตร

เครอื่ งทนุ่ แรงการเกษตรจะแบ่งประเภทตามกระบวนการและขนั้ ตอนการเพาะปลกู เป็นหลกั
ซง่ึ สามารถแบง่ เป็นประเภทได้ 5 ประเภท คือ
1. เครื่องทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการเตรยี มดนิ (Soil Preparation Equipment)
2. เครื่องทนุ่ แรงท่ีใชใ้ นการปลกู (Planting Equipment)
3. เครื่องทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการดแู ลรกั ษา (Maintenance Equipment)
4. เคร่ืองทนุ่ แรงท่ใี ชใ้ นการเก็บเก่ียว (Harvesting Equipment)
5. เครือ่ งทนุ่ แรงท่ใี ชห้ ลงั การเก็บเก่ียว (Post Harvesting Equipment)

1. เครื่องทุน่ แรงทใี่ ช้ในการเตรียมดนิ (Soil Preparation Equipment)

เครอื่ งทนุ่ แรงในการเตรยี มดินมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือใชใ้ นการปรบั โครงสรา้ งของดนิ ใหม้ คี วาม
เหมาะสมควบคมุ และกาจดั วชั พชื ช่วยเกบ็ รกั ษาความชนื้ ในดิน โดยท่วั ไปแลว้ เครื่องท่นุ แรงในการ
เตรียมดินจะเป็นในลกั ษณะของใบมีดท่ีเจาะลงไปในดินแลว้ ใชแ้ รงงานสตั ว์ รถไถ หรอื แทรกเตอร์
เป็นตวั ลากจงู ใหใ้ บมีดเจาะลกึ ลงไปในดนิ แบง่ ไดเ้ ป็น 2 ชนดิ คือ
1.1 เคร่ืองมอื ในการเตรียมดนิ ขนั้ ที่ 1 เป็นการเตรยี มดนิ ใหม้ ีระดบั ความลกึ ของผวิ ดินท่ี
เหมาะสมกบั รากของพืชแตล่ ะชนดิ โดยท่วั ไปจะใชเ้ ม่ือมีการบกุ เบกิ พนื้ ท่ีใหมท่ ่ียงั ไมเ่ คยปลกู พชื มา
กอ่ น
ตวั อยา่ งเคร่ืองมือเตรียมดนิ ข้ันท่ี 1
ไถหวั หมู (Moldboard Plow) เป็นเคร่อื งมือเตรยี มดนิ ท่ีใชก้ นั มานานท่ีสดุ ตงั้ แต่ยคุ แรกๆ
และมีการพฒั นามาจนถึงปัจจบุ นั เพราะพลิกกลบขีไ้ ถไดด้ ี แตไ่ มเ่ หมาะกบั พนื้ ท่ีบกุ เบกิ ใหมค่ วรใชก้ บั
พืน้ ท่ีท่มี ีการปรบั ปรุงมาแลว้
ไถจาน หรือ ผานบกุ เบกิ (Disk Plow) นิยมใชใ้ นพืน้ ท่ที ่บี กุ เบิกใหมย่ งั ไม่เคยมกี าร
ปรบั ปรุงพืน้ ท่มี าก่อน มีรากไมห้ รอื ตอซงั อยใู่ นพนื้ ท่ีมาก

ไถส่วิ (Chisel Plow) เป็นเคร่อื งมือเตรยี มดินขนั้ แรกท่ไี ม่มกี ารพลิกกลบั หนา้ ดนิ แตจ่ ะทาให้
ชนั้ ดนิ ดาน (Hard Pan) แตกออก ชว่ ยทาใหโ้ ครงสรา้ งดนิ โปรง่ และชว่ ยในการระบายนา้ ในดนิ
ไถดินดาน (Sub Soiller หรือ Ripper) มีลกั ษณะเหมือนไถสว่ิ แตอ่ อกแบบและสรา้ งให้
สามารถไถดนิ ไดล้ กึ มากกวา่ โครงสรา้ งใหญ่และแข็งแรงกวา่ บางครงั้ อาจตดิ ตงั้ ท่อนาป๋ ยุ หรอื ลกู ตมุ้

เปิดรอ่ งช่วยระบายนา้ ใตด้ นิ ไปดว้ ย

1.2 เคร่ืองมือในการเตรยี มดนิ ขน้ั ท่ี 2 เป็นการเตรยี มดินตอ่ จากการเตรยี มดินขนั้ แรกโดย
จะทาใหข้ ีไ้ ถจากการเตรยี มดนิ ขนั้ แรกละเอยี ดมากย่งิ ขนึ้ และชว่ ยปรบั หนา้ ดินใหเ้ รยี บมากขนึ้ ชว่ ย
ในการกาจดั วชั พืช และปรบั ผวิ ดนิ ใหเ้ หมาะสมกบั การปลกู พืชมากย่งิ ขนึ้
ตัวอยา่ งเครื่องมอื เตรียมดนิ ข้ันท่ี 2
พรวนจาน หรอื ผานพรวน (Disk Harrow) ใชไ้ ถ
พรวนดนิ หลงั จากท่ไี ดใ้ ชผ้ านบกุ เบกิ ไถในครงั้ แรกแลว้ ผาน-
พรวนมีหลายลกั ษณะแต่ท่นี ิยมใชจ้ ะเป็นแบบท่ตี ดิ กบั แทรกเตอร์
โดยใชจ้ ดุ ตอ่ พว่ ง 3 จดุ ใชก้ ระบอกไฮดรอลิกของแทรกเตอรย์ ก
ขนึ้ ลงไดม้ ีทงั้ แบบผานพรวนเด่ยี ว ผานพรวนชดุ แบบแถวเด่ยี ว

ผานพรวนชดุ แบบแถวคู่ หรอื ผานพรวนชดุ แบบเยือ้ งขา้ ง เป็นตน้

พรวนซ่ี (Tooth Harrow) เป็นเครอ่ื งมือเตรยี มดนิ ขนั้ ท่ี 2 ท่ชี ว่ ยใหห้ นา้ ดินมคี วามละเอียด
มากย่งิ ขนึ้ โดยท่วั ไปมีอยู่ 3 แบบ คือ แบบซ่ตี รง (Sprike tooth harrow), แบบซ่สี ปรงิ (Spring tooth

harrow) และแบบซ่แี ขง็ (Rigid tine cultivator)
พรวนหมุน (Rotary and Oscillating Harrow) เป็นพรวนแบบซ่ที ่ซี พ่ี รวนหมนุ เคล่อื นท่ีได้
โดยใชเ้ พลาอานวยกาลงั ของแทรกเตอรเ์ ป็นตวั หมนุ ซง่ึ จะทาใหด้ นิ แตกละเอยี ดมากขนึ้
พรวนผสม (Seed Bed Combination) จดั เป็นพรวนท่ีมีชดุ พรวนมากกวา่ 1 ชนิดอย่ใู นตวั
เดียวกนั เชน่ พรวนซ่สี ปรงิ กบั พรวนซ่แี ขง็ หรอื พรวนซส่ี ปรงิ กบั พรวนหมนุ เป็นตน้

ทนุ่ ลาก (Float) เป็นเคร่อื งมือท่ชี ่วยทาใหห้ นา้ ดนิ เรยี บเพ่อื กลบรอยการไถหลงั จากไถพรวน
ทนุ่ ลากอาจทาจากวสั ดทุ ่หี าไดใ้ นพนื้ ท่ี เชน่ แผน่ ไม้ เหลก็ หรอื ยางรถยนตเ์ ก่าๆ เป็นตน้
ลูกกลิง้ (Land Roller and Pulverizer) ในบางพนื้ ท่ีท่มี ีความชนื้ นอ้ ย สภาพโครงสรา้ งของ
ดนิ อาจจะรว่ นโปรง่ จนเกนิ ไปเม่ือมีการเพาะปลกู โดยการใชเ้ มลด็ อาจทาใหด้ นิ จบั เมลด็ ไดไ้ ม่ดี จงึ

อาจจะตอ้ งใชล้ กู กลงิ้ บดทบั เมลด็ พืช เพ่ือทาใหพ้ ืชงอกไดด้ ีขนึ้
ไถยกร่อง (Ridger or Lister) ในการปลกู พืชบางชนิดท่มี ีระบบการปลกู เป็นแถว หรอื ยก
รอ่ งปลกู เพ่ือการระบายนา้ จาเป็นจะตอ้ งยกรอ่ งหรอื ทาปลกู พืชเป็นแถวเป็นแนวเพ่อื สะดวกในการ
ปลกู และการดแู ลรกั ษา
จอบหมุน (Rotary) ใชส้ าหรบั เตรยี มดนิ กอ่ นการเพาะปลกู โดยการป่ันดินใหล้ ะเอยี ดโดย
จะมคี วามลกึ ไม่มากนกั เหมาะกบั ดนิ น่มิ ท่มี ีนา้ อยู่

2. เครื่องทุน่ แรงทใ่ี ช้ในการปลูก (Planting Equipment)

ปรมิ าณและคณุ ภาพของผลผลิตการเกษตรท่ีดนี นั้ นอกจากการเตรยี มดินแลว้ ขนั้ ตอนการ
ปลกู กถ็ ือวา่ เป็นขนั้ ตอนท่ีสาคญั การปลกู พืชใหไ้ ดผ้ ลผลิตท่ีดจี ะตอ้ งคานงึ ถึงการบารุงรกั ษาเม่ือพืช
เจรญิ เติบโตขนึ้ ตอ้ งสามารถเขา้ บารุงรกั ษา ใหน้ า้ ในระหวา่ งแถวตน้ พืชไดอ้ ยา่ งท่วั ถงึ ซง่ึ การนา
เครือ่ งท่นุ แรงมาใชใ้ นการปลกู จะทาใหส้ ามารถควบคมุ ระยะหา่ งระหวา่ งกอระหวา่ งแถวของตน้ พชื ได้

ทาใหก้ ารบารุงรกั ษาตน้ พืชทาไดง้ า่ ยขนึ้ ชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ย แรงงานคน และเวลาในการเพาะปลกู ได้



แบบทดสอบหลงั เรียน

คาส่ัง ให้นักเรียน × เลือกตอบข้อทีถ่ ูกทสี่ ุด

1. การจดั นาเที่ยว หมายถึงขอ้ ใด
ก.การจดั ทารายการนาเที่ยวประกอบดว้ ย การจดั หายานพาหนะ ท่ีพกั คา้ งคืน อาหาร ติดต่อ

สถานท่ีท่องเที่ยว
ข.การเดินทางท่องเที่ยว
ค. AFFINITY TOUR
ง. CHARTER GROUP

2. ขอ้ มูลที่ควรรู้ลว่ งหนา้ เพ่อื ใชใ้ นการวางแผนท่องเที่ยวดว้ ยตวั เอง คือขอ้ ใด
ก. ความสาคญั ของการวางแผนจดั นาเท่ียว
ข. บริษทั นาเที่ยวมีกาไรไม่ต่ากวา่ เป้าหมายที่วางไว้
ค. ภูมิประเทศ , การเดินทาง , การกินอยู่ , ที่พกั
ง. กระทบต่อการวางแผนจดั รายการนาเที่ยว

3. Domestic Tour หมายถึง
ก. GROUP TOUR
ข. PACKAGE TOUR
ค. AFFINITY TOUR
ง. การท่องเที่ยวภายในประเทศ

4. Inbound Tour หมายถึง
ก. ผพู้ านกั อาศยั ท่ีมีถ่ินพานกั ในต่างประเทศและเดินทางเขา้ มาท่องเท่ียวในประเทศ
ข. ผพู้ านกั อาศยั ที่มีถ่ินพานกั ในประเทศและเดินทางท่องเท่ียวภายในประเทศ
ค. การท่องเท่ียวขาออก

ง.การท่องเท่ียวระหวา่ งประเทศ
5.นกั ท่องเท่ียวระหวา่ งประเทศ หมายถึงขอ้ ใด

ก. ผพู้ านกั อาศยั ท่ีมีถ่ินพานกั ในต่างประเทศและเดินทางเขา้ มาท่องเที่ยวในประเทศ
ข.ผพู้ านกั อาศยั ที่มีถ่ินพานกั ในประเทศและเดินทางท่องเท่ียวภายในประเทศ

ค. ชาวต่างประเทศที่เดินทางเขา้ มาในประเทศไทยและ พานกั อยใู่ นประเทศไทยคร้ังหน่ึง ๆ
ไม่นอ้ ยกวา่ ๒๔ ชวั่ โมง

ง.การท่องเท่ียวระหวา่ งประเทศ
6. เราะเหตุใดเราจึงควรมีการวางแผนจดั รายการนาเที่ยวท่ีดี

ก. เพ่อื ปฏิบตั ิภารกิจใดๆ ที่กาหนดไวใ้ หบ้ รรลุผลไดใ้ นอนาคตอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ข. มคั คุเทศกส์ ามารถนาเที่ยวไดต้ ามโปรแกรมอยา่ งไหลล่ืนไม่ติดขดั
ค. มีนกั ท่องเท่ียวใหค้ วามสนใจและตอบรับในรายการนาเที่ยวน้นั อยา่ งดี
ง. ขอ้ ข และขอ้ ค ถกู
7. ทวั ร์นาเท่ียวแบบเหมาจ่าย หมายถึงขอ้ ใด
ก. GROUP TOUR
ข. PACKAGE TOUR
ค. AFFINITY TOUR
ง. CHARTER GROUP
8. ทวั ร์นาเที่ยวเฉพาะกลุ่มหรือสมาชิกของหน่วยงานองคก์ ร หมายถึงขอ้ ใด
ก. GROUP TOUR
ข. PACKAGE TOUR
ค. AFFINITY TOUR
ง. CHARTER GROUP
9. ทวั ร์นาเท่ียวแบบเช่าเหมาเป็นกลุ่ม
ก. GROUP TOUR
ข. PACKAGE TOUR
ค. AFFINITY TOUR
ง. CHARTER GROUP

10. ทวั ร์นาเท่ียวเป็นกลุ่ม
ก. GROUP TOUR
ข. PACKAGE TOUR
ค. AFFINITY TOUR
ง. CHARTER GROUP

เฉลยคำตอบ

6. ก 4. ง
7. ค 5. ข
8. ง 6. ค
9. ก 7. ง
10. ค 8. ก

...ให้นักเรียนเอาตัวเลือกด้านหลงั มาเตมิ ให้หน้าข้อที่มคี วามหมายตรงกนั ...

…………1. Foreign Tourist 1.ผู้อยู่ถาวร

………….2. Domestic Tourist 2.เจ้าหน้าท่ียานพาหนะ

…………... 3. International Tourist 3.นักท่องเทย่ี วระหว่างประเทศ

………….. 4. Crew members 4.นักท่องเทีย่ วภายในประเทศ

…………..5. Residents 5.นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

…………..6. Tourist 6.นักท่องเท่ียว

……………7. Border Pass 7.ผู้มาเยือนแบบค้างคืน

……………8. Excursionist 8.หนังสือผ่านแดน

……………9. Overnight Visitors 9.นักทศั นาจร

…………..10. Domestic Traveller 10. ผู้เดนิ ทางภายในประเทศ


Click to View FlipBook Version