หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4 คำ�นำ� ระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียน โรงเรียนบ้านแก้ว พุทธศักราช 2566 จัดทำขึ้น เพื่อให้นักเรียน ได้ประพฤติตนตามระเบียบที่โรงเรียนกำ หนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และระเบียบกระทรวง ศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 ซึ่งมุ่งพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง สามารถดำ เนิน ชีวิตในสังคมโลกอย่างมีความสุข เอกสารระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียน โรงเรียนบ้านแก้ว พุทธศักราช 2566 เป็นส่วนหนึ่งในการ สื่อสารสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติ หลักเกณฑ์การดำ เนินงาน ของโรงเรียนในด้านระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียนในการร่วมกันแก้ไขปรับปรุงพัฒนาในด้านความประพฤติ ระเบียบวินัยของนักเรียน เพื่อให้เกิดประโยชนสูงสุดกับตัวนักเรียนต่อไป โรงเรียนบ้านแก้ว พฤษภาคม 2566
หน้า 5 สารบัญ หน้า ประวัติโรงเรียนโดยย่อ 5 ตราสัญลักษณ์โรงเรียนบ้านแก้ว คำขวัญ วิสัยทัศน์,ปรัชญาโรงเรียน, พันธกิจ 5 คณะผู้บริหาร 6 ฝ่ายวัดและประเมินผล เกณฑ์การประเมินระดับมัธยมศึกษาของสถานศึกษา 7 การเลื่อนชั้น 8 การซำ ้ชั้น 8 การประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 9 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 9 การประเมินความสามารถอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน 9 ฝ่ายปกครองนักเรียน ระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียน 10 การปฏิบัติตนของนักเรียน 10 เครื่องแบบและการแต่งกายนักเรียน 15 การลงโทษและตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน 17
หน้า 6 ประวัติโรงเรียนโดยย่อ โรงเรียนบ้านแก้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2481 เลขที่ 3/4 หมู่ 2 ตำ บลท่าช้าง อำ เภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เปิดสอนครั้งแรกชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีนายบรรจง ชุระไสย เป็นครูใหญ่ และสอนคนเดียวโดยเช่าบ้าน นายจ่าง รักศักดิ์ ( ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ) เป็นโรงเรียน พุทธศักราช 2493 นายแช่ม จันทอุทัย ครูใหญ่ และนายพา วสิโน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับชาวบ้านบริจาคทรัพย์สร้าง อาคารเรียนและเสร็จเรียบร้อย เมื่อพุทธศักราช 2496 นายอุดม กฤตยารัตน์ป็นผู้บริจาคที่ดิน คณะครูจึงย้ายนักเรียน มาเรียนในอาคารใหม่บนที่ดินของโรงเรียน จนกระทั่งปัจจุบันต่อมา นายโอภาส กฤตยารัตน์ (บุตรชาย) ได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมจนมีที่ดินในปัจจุบัน 9 ไร่ 1 งาน 76.6 ตารางวา ทะเบียนที่ราชพัสดุ แปลงที่ จบ. 251 พุทธศักราช 2496 ได้สร้างอาคารเรียนหลังแรกและรื้อถอนในปีพุทธศักราช 2533 พุทธศักราช 2506 สร้างอาคารเรียน 1 โดยใช้งบประมาณของข้าราชการบางส่วน และคุณชาญ เวสารัชชานนท์ กับประชาชนร่วมสมทบทุนก่อสร้าง พุทธศักราช 2516 สร้างอาคารเรียน 2 โดยใช้งบประมาณของราชการ พุทธศักราช 2533 สร้างอาคารเรียน 3 โดยประชาชนและนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมกันก่อสร้างเป็นอาคารเรียนชั่วคราวรื้อถอนแล้วปีพุทธศักราช 2548 พุทธศักราช 2536 สร้างอาคารเรียน 4 โดยบริษัท ซิว เนชั่นแนล จำกัดและยังมี โรงอาหาร บ้านพักครู 2 หลัง และส้วม 2 หลัง พุทธศักราช 2548 ได้สร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โดยใช้งบประมาณ อบจ.จันทบุรี และกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครู ประชาชน ผู้มีอุปการคุณ ร่วมบริจาค โรงเรียนได้ผ่านการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้อุปการคุณ ประชาชน คณะครู นักเรียน และทางราชการ สนับสนุนจนก้าวหน้าด้วยดีตลอดมา ได้เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และในปีการ ศึกษา 2540 กระทรวงศึกษาธิการ อนุญาตให้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปัจจุบันสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปรัชญาโรงเรียน หน้าที่ของทุกคน คืออดทนเสียสละ มีปัญญา สัจจะ ซื่อสัตย์และจริงใจ คำ�ขวัญ เรียนเก่ง ประพฤติดี มีคุณธรรม นำสังคม วิสัยทัศน์ ผู้เรียนมีความรู้ตามมาตรฐานการศึกษา มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามปฏิญญาโรงเรียนสุจริต ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บริหารงานแบบชุมชนมีส่วนร่วม พันธกิจ 1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ตามมาตรฐานการศึกษา 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามปฏิญญาโรงเรียนสุจริต 3. ส่งเสริมผู้เรียนนำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำ เนินชีวิต 4. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ส่งเสริมชุมชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารการจัดการศึกษา
หน้า 7
หน้า 8 เกณฑ์การจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม 81 หน่วยกิต รายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิตและรายวิชาเพิ่มเติม15 หน่วยกิต 2. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชา เพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต 3. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด 4. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด 5. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด คำ�อธิบายเกณฑ์ ผลการประเมินรายวิชา “ 4 ” หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม ผลการประเมินร้อยละ 80-100 “ 3.5 ” หมายถึง ผลการเรียนดีมาก ผลการประเมินร้อยละ 75-79 “ 3 ” หมายถึง ผลการเรียนดี ผลการประเมินร้อยละ 70-74 “ 2.5 ” หมายถึง ผลการเรียนค่อนข้างดี ผลการประเมินร้อยละ 65-69 “ 2 ” หมายถึง ผลการเรียนน่าพอใจ ผลการประเมินร้อยละ 60-64 “ 1.5 ” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ ผลการประเมินร้อยละ 55-59 “ 1 ” หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ผลการประเมินร้อยละ 50-54 “ 0 ” หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ผลการประเมินต่ำกว่าร้อยละ 50 “ร” หมายถึง รอการตัดสินผล หรือยังตัดสินผลไม่ได้ “มส” หมายถึง ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมินผลปลายภาค เกณฑ์การจบการศึกษาระดับประถมศึกษา 1. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานจำ นวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติม/กิจกรรมเพิ่มเติมจำ นวน 480 ชั่วโมง 2. ผู้เรียนตองมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน/เพิ่มเติมผ่านระดับ 1.00 ขึ้นไปทุกรายวิชา 3. ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด 4. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด 5. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำ หนด การตัดสินผลการเรียนระดับประถมศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้กำ หนดโครงสร้าง เวลาเรียน มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่สถานศึกษาต้อง จัดให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีคุณภาพเต็มตามศักยภาพและให้สถานศึกษากำ หนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน ดังนี้ 1. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด 2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนด 3. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หน้า 9 การเลื่อนชั้น 1. ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด 2. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนด 3. ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 4. ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนดความสามารถใน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงบางตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนา และสอนซ่อมเสริมได้ ก็ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่ผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ ในกรณีที่ผู้เรียนมีสติปัญญาและความสามารถดีเลิศ สามารถเรียนรู้ได้เร็วเป็นพิเศษ สถานศึกษาอาจให้โอกาส ผู้เรียนเลื่อนชั้นระหว่างปีการศึกษา โดยสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตร สูตรและวิชาการและผู้แทนของเขตพื้นที่การศึกษาหรือต้นสังกัดอย่างน้อย 1 คน เมื่อผู้เรียนมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม เงื่อนไขทั้ง 3 ประการ ต่อไปนี้ 1. มีผลการเรียนปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม 2. มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น 3. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถตามตัวชี้วัดรายปีทั้งหมดในภาคเรียนที่ 2 ปีปัจจุบันและภาคเรียน ที่ 1 ของปีการศึกษาถัดไป การอนุมัติให้เลื่อนไปเรียนชั้นสูงได้ 1 ระดับชั้นนี้ ต้องได้รับการยินยอมจากนักเรียน และผู้ปกครองและต้อง ดำ เนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 กันยายนของปีการศึกษานั้น การเรียนซำ�้ชั้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำ หนดว่าหากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำ นวนมากและ มีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งให้มีคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้น ได้ ทั้งนี้ให้คำ นึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนี้ ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การอนุมัติเลื่อนชั้นเรียนสถานศึกษาจะต้องให้เรียนซ้ำชั้น ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สถานศึกษาอาจใช้ดุลยพินิจให้เลื่อนชั้นได้พิจารณาเห็นว่า 1. ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 อันเนื่องจากสาเหตุจำ เป็น หรือเหตุสุดวิสัย คุณสมบัติตามข้ออื่นๆครบถ้วน 2. ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำ หนดในแต่ละรายวิชาเห็นว่าสามารถสอน ซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาถัดไปและมีคุณสมบัติข้ออื่นๆ ครบถ้วน 3. ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 มีผลประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์พอใช้และ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีผลการประเมินกลุ่มสาระ การเรียน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมอยู่ในเกณฑ์ผ่าน
หน้า 10 การประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินความสามารถและพัฒนาการของผู้เรียน ในการ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในแต่ละภาคเรียนตามเกณฑ์ของแต่ละกิจกรรมและตัดสินผลการประเมินเป็น 2 ระดับ ดังนี้ ผ หมายถึง ผ่านเกณฑ์การประเมิน มีเวลาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมดที่จัด กิจกรรมของแต่ละภาคและผ่านจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรมตามที่กำ หนด มผ หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน มีเวลาร่วมกิจกรรมไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรม ของแต่ละภาค และ/หรือไม่ผ่านจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรมตามที่กำ หนด การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินพัฒนาทางด้าน คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตาม คุณลักษณะที่สถานศึกษากำ หนด จำ นวน 8 ข้อ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์จะประเมินเป็นรายคุณลักษณะ ทุกภาคเรียนและตัดสินผลการประเมินเป็น 4 ระดับ ดังนี้ ระดับ 3 (ดีเยี่ยม) หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป ของจำ นวน ตัวบ่งชี้คุณลักษณะนั้นๆ แสดงว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นจนสามารถเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นได้ ระดับ 2 (ดี) หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ร้อยละ 65–79 ของจำ นวนตัวบ่งชี้คุณ ลักษณะนั้นๆ แสดงว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะนั้นๆ ด้วยการปฏิบัติด้วยความเต็มใจ ระดับ 1 (พอใช้) หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ร้อยละ 50–64 ของจำ นวนตัวบ่งชี้ คุณลักษณะนั้นๆ ได้ปฏิบัติตนด้วยความพยายามปฏิบัติตนตามคำแนะนำ ระดับ 0 (ปรับปรุง) หมายถึง ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามตัวบ่งชี้ไม่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 เมื่อจบระดับการศึกษาจะพิจารณาจากผลการประเมิน “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” โดยการประเมิน “ผ่าน” ต้องมีผลการประเมินอยู่ในระดับ “พอใช้” ขึ้นไป การประเมินความสามารถอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินทักษะการคิดและการถ่ายทอดความคิดด้วยทักษะการอ่านการคิดวิเคราะห์ ตามเงื่อนไข และ วิธีการที่สถานศึกษากำ หนดและตัดสินผลการประเมินเป็น 4 ระดับ ดังนี้ ระดับ 3 หมายถึง ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่สถานที่ศึกษากำ หนด ไว้อยู่ในระดับ ดีมาก ระดับ 2 หมายถึง ความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่สถานศึกษากำ หนดไว้ อยู่ในระดับ ดี ระดับ 1 หมายถึง ความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่สถานที่ศึกษา กำ หนดไว้อยู่ในระดับ พอใช้ ระดับ 0 หมายถึง ความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่สถานที่ศึกษา กำ หนดไว้อยู่ในระดับ ปรับปรุง เมื่อจบระดับการศึกษาพิจารณาจากผลการประเมิน “ผ่าน” และ “ไม่ผ่าน” โดยการประเมิน “ผ่าน” นั้นต้อง มีผลการประเมินอยู่ในระดับ “พอใช้” ขึ้นไป การตัดสินผลการเรียนผ่านระดับการศึกษา เป็นการนำผลการประเมินใน ด้านต่างๆ มาประมวลสรุปเพื่อตัดสินให้ผู้เรียนผ่านระดับการศึกษาต่างๆ ตามเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนแต่ละระดับ การศึกษา
หน้า 11 ระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียน โรงเรียนบ้านแก้ว พุทธศักราช 2566 หมวดที่ 1 บททั่วไป ด้วยโรงเรียนบ้านแก้ว อำ เภอเมือง จังหวัดจันทบุรี สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวง ศึกษาธิการได้ดำ เนินการกำ หนดระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียนเพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติว่าด้วยความประพฤติ การปฏิบัติตน และวินัยของนักเรียนให้มีความสอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน และนักศึกษา พ.ศ.2548 กฎกระทรวงกำ หนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียนโรงเรียนบ้านแก้ว พุทธศักราช 2566” ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันที่ผู้อำ นวยการโรงเรียนได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ในการประกาศ เป็นต้นไป ข้อ 3 ข้อความที่บัญญัติไว้ในระเบียบการปฏิบัติตนและวินัยของนักเรียนฉบับนี้ โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนบ้านแก้ว อำ เภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนบ้านแก้ว คณะครู หมายถึง คณะครูหรือบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนบ้านแก้ว ครูที่ปรึกษา หมายถึง ครูที่ปรึกษาและครูทุกคนของโรงเรียนบ้านแก้ว ผู้อำ�นวยการ หมายถึง ผู้ดำ รงตำแหน่งผู้อำ นวยการโรงเรียนบ้านแก้ว รองผู้อำ นวยการโรงเรียนบ้าน แก้ว หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่กรณี หัวหน้าฝ่ายปกครอง หมายถึง ครูหรือบุคลากรที่ได้รับแต่งตั้งจากโรงเรียนบ้านแก้ว ให้ดำ รงตำแหน่ง ครูหัวหน้าฝ่ายปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึงคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านแก้ว ผู้ปกครอง หมายถึง บิดา มารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ หรือบุคคลอื่น ซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือเด็กอาศัยอยู่ด้วย หมวดที่ 2 การปฏิบัติตนของนักเรียน ข้อ 4 การปฏิบัติตนโดยทั่วไปของนักเรียน 4.1 นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียนกำ หนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น 4.1.1 แต่งกายถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน 4.1.2 มีบัตรประจำตัวนักเรียนและนำติดตัวมาด้วยทุกครั้งที่มาโรงเรียน 4.2 มาโรงเรียนอย่างสม่ำ เสมอและตรงเวลา การหยุดเรียนจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการลา 4.3 นักเรียนทุกคนต้องรักษาความสามัคคีในหมู่คณะ รุ่นน้องนับถือรุ่นพี่ รุ่นพี่ประพฤติปฏิบัติให้เป็นตัวอย่าง ที่ดีแก่รุ่นน้อง พึงละเว้นการทะเลาะวิวาทหรือกระทำการใดๆที่ก่อให้เกิดการแตกแยก 4.4 รู้จักสัมมาคารวะ ทำความเคารพครูทุกท่านทั้งในและนอกโรงเรียน ฝึกกล่าวคำว่า “สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ไม่เป็นไร” ในโอกาสอันควร
หน้า 12 4.5 เมื่อมาติดต่อกับทางโรงเรียนทุกครั้งไม่ว่ากรณีใดโอกาสใด ต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน ห้ามสวม รองเท้าแตะฟองน้ำ ถ้าแต่งกายไม่สุภาพ จะไม่อนุญาตให้มีการติดต่อกับโรงเรียน 4.6 ห้ามนักเรียนมีไว้หรือนำ มาซึ่งอุปกรณ์การพนันทุกชนิดมาโรงเรียนหรือห้ามเล่นการพนันทุกชนิดทุก ประเภทในบริเวณโรงเรียน 4.7 ห้ามนักเรียนนำ เครื่องประดับหรือของมีค่าเกินกว่าความจำ เป็นมาโรงเรียน เช่น วิทยุ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ อื่น ๆ (หากจำ เป็นต้องนำ มาโรงเรียนต้องขออนุญาตหัวหน้าฝ่ายปกครอง) 4.8 ห้ามพกพาอาวุธ หรือวัสดุที่อาจใช้เป็นอาวุธทำ ร้ายผู้อื่น นำ มาโรงเรียนโดยเด็ดขาด 4.9 ห้ามนักเรียนสูบบุหรี่ กัญชา เสพสุรา ยาเสพติด หรือของมึนเมาทุกชนิด และมีหนังสือภาพ เทป ที่ขัดต่อ ศีลธรรมไว้ในครอบครอง 4.10 นักเรียนต้องช่วยกันรักษาทรัพย์สมบัติของโรงเรียนให้มีสภาพที่ดี หากผู้ใดทำ ให้เกิดการชำ รุดเสียหาย ผู้นั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับโรงเรียน 4.11 นักเรียนต้องไม่ชักชวนเพื่อนนักเรียนและผู้อื่นไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งสถานที่นั้นไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือทัศนศึกษา ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางโรงเรียน 4.12 นักเรียนต้องไม่เล่นเกินกว่าเหตุ ข่มขู่ ก้าวร้าว หรือทำ ร้ายผู้อื่น 4.13 นักเรียนต้องไม่ถือเอาของผู้อื่นเป็นของตนเอง 4.14 นักเรียนจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต รู้จักเกรงใจผู้อื่น 4.15 นักเรียนจะต้องเป็นผู้เสียสละทั้งกายใจ และสมอง เพื่อช่วยเหลืองานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้มีชื่อ เสียงทุก ๆ ด้าน 4.16 นักเรียนต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนคำตักเตือนของครูทุกท่าน 4.17 นักเรียนต้องเป็นผู้มีประชาธิปไตยอันอยู่ในขอบเขตที่ถูกต้อง มีความเข้าใจหน้าที่สิทธิของตนเอง รู้จัก เคารพในสิทธิผู้อื่น 4.18 การเข้าพบครูทุกครั้งให้นักเรียนสำ รวมกิริยา วาจา มารยาทให้เรียบร้อย ถ้ามาเป็นกลุ่ม ควรเข้าแถวจัดตามลำดับก่อนหลัง ไม่รุมล้อม ข้อ 5 การปฏิบัติตนในการมาโรงเรียน 5.1 ต้องแต่งกายเครื่องแบบนักเรียน ชุดลูกเสือ เนตรนารี และชุดกิจกรรมชุมนุมต่าง ๆ มาโรงเรียนตามที่ โรงเรียนกำ หนด 5.2 ต้องมีเครื่องเขียนแบบเรียนมาให้ครบ 5.3 ต้องมาโรงเรียนให้ทันลงเขตพื้นที่ทำความสะอาดในบริเวณที่รับผิดชอบก่อนเวลา 07. 30 น. 5.4 ต้องมาโรงเรียนให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น. 5.5 ในวันหยุดราชการ หยุดเรียน ถ้ามาโรงเรียนหรือครูมีความประสงค์ให้นักเรียนมาโรงเรียนเพื่อทำกิจกรรม ใด ๆ จะมีใบอนุญาตผู้ปกครองทราบและอนุญาตก่อนทุกครั้ง 5.6 การมาโรงเรียนในวันหยุด แต่ยังเป็นวันราชการปกติ นักเรียนต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนให้ เรียบร้อย 5.7 ไม่อนุญาตให้นักเรียนค้างที่โรงเรียนหรือมาโรงเรียนในวันหยุดโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.8 เมื่อเลิกเรียนแล้วต้องรีบกลับบ้าน เว้นแต่จะมีครูควบคุมการฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬารวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ
หน้า 13 ข้อ 6 การปฏิบัติตนก่อนเข้าห้องเรียนหรือการเข้าแถวเคารพธงชาติโดยถือปฏิบัติดังนี้ 6.1 เมื่อได้ยินสัญญาณครั้งที่ 1 นักเรียนทุกคนลงทำความสะอาดพื้นที่รับผิดชอบ 6.2 สัญญาณครั้งที่ 2 นักเรียนทุกคนเข้าแถวเตรียมเคารพธงชาติ 6.3 ฟังครู หรือตัวแทนคณะกรรมการสภานักเรียนแจ้งเรื่องแจ้งข่าวประจำวันของโรงเรียนด้วยความสงบและ เป็นระเบียบ 6.4 ตัวแทนเวรประจำวันบอกทำความเคารพธงชาติ ขณะที่ตัวแทนนักเรียนเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา นักเรียน ร้องเพลงชาติพร้อมกัน 6.5 ตัวแทนนักเรียนนำสวดมนต์ไหว้พระ แผ่เมตตาและร้องเพลงตามที่กำ หนด 6.6 รับฟังโฮมรูม จากครูที่ปรึกษาก่อนเข้าเรียนของทุก ๆ วัน ข้อ 7 การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในอาคารเรียน 7.1 การเดินบนอาคารเรียนให้เดินชิดขวา 7.2 ไม่ทำ เสียงอึกทึกรบกวนชั้นอื่น ๆ ที่กำลังเรียนอยู่ 7.3 ช่วยกันรักษาความสะอาดของอาคารเรียน 7.4 ไม่วิ่งเล่นหรือเล่นเกมต่าง ๆ และเล่นกีฬาอื่น ๆ บนอาคารเรียน 7.5 ไม่ปีนหรือนั่งบนราวบันได ขั้นบันได ชายคา ระเบียง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุแก่นักเรียน 7.6 ไม่เขียนข้อความ ขูดขีดภาพเครื่องหมายให้เป็นรอยตามผนัง อาคารเรียน ห้องน้ำ ห้องสมุด ข้อ 8 การปฏิบัติตนในห้องเรียน 8.1 นักเรียนต้องตั้งใจเรียน ไม่คุยหรือเล่นกันในห้อง ไม่ลุกจากที่นั่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต 8.2 ไม่นำ เอางานวิชาอื่นขึ้นมาทำ โดยที่ครูผู้สอนไม่อนุญาต 8.3 หากนักเรียนเข้าห้องเรียนสายเกิน 10 นาที จะถูกหักคะแนนพฤติกรรม 8.4 หากครูผู้สอนไม่เข้าสอนเกิน 10 นาที ให้หัวหน้าห้องรีบไปตามครูผู้สอนทันที หากหาครูผู้สอนไม่เจอให้ แจ้งที่ห้องวิชาการของโรงเรียน 8.5 ไม่ขีดเขียนบนโต๊ะเก้าอี้โดยเด็ดขาด ข้อ 9 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับการออกนอกห้องเรียน ในขณะที่มีการเรียนการสอน 9.1 ในระหว่างที่มีชั่วโมงเรียน นักเรียนจะต้องอยู่ร่วมกิจกรรมการเรียนนั้น ๆ 9.2 หากมีความจำ เป็นต้องออกนอกห้องเรียน ให้ขออนุญาตครูที่กำลังสอน 9.3 หากครูไม่อยู่ในห้องเรียน ให้ทุกคนอยู่ในห้องเรียนด้วยความเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงรบกวน ห้องข้างเคียง ถ้าออกนอกห้องเรียนให้แจ้งหัวหน้าชั้นทราบ ข้อ 10 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเดินทางเปลี่ยนระหว่างคาบเรียน 10.1 เดินเป็นแถวให้เรียบร้อย โดยเดินชิดขวาตลอด 10.2 ไม่แวะหรือไปธุระที่อื่นในขณะเดินเปลี่ยนคาบเรียน 10.3 หากมีความประสงค์จะไปธุระส่วนตัวเช่น ปัสสาวะ ดื่มน้ำ หรืออื่นๆให้ขออนุญาตครูประจำ ในวิชาถัดไป
หน้า 14 ข้อ 11 การปฏิบัติเมื่อมาโรงเรียนสาย นักเรียนทุกคนต้องมาทันเวลาลงทำความสะอาดเขตพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนเวลา 07.30 น. ถ้ามาสาย ต้อง ปฏิบัติดังนี้ 11.1 กรณีมาไม่ทันเข้าแถว (เวลา 08.00 น.) ห้ามเข้าไปในแถวโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้เข้าแถวกลุ่มมาสายโดย อยู่ในความดูแลของครูเวรหรือผู้ที่ทางโรงเรียนกำ หนด 11.2 กรณีมาหลังเวลา 08.30 น. 1) รายงานตัวที่ฝ่ายปกครอง หรือ ครูเวร หรือบุคลากรที่ทางโรงเรียนมอบหมาย 2) นักเรียนแสดงจดหมายรับรองโดยมีลายเซ็นผู้ปกครองในกรณีที่นักเรียนแจ้งความจำ เป็นซึ่งเหตุมาสาย 3) ถ้านักเรียนมาสายเกินจำ นวนที่กำ หนดหรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ หัวหน้าฝ่ายปกครอง และครูที่ปรึกษา จะแจ้งผู้ปกครอง เพื่อทราบสาเหตุแล้วช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป 4) หากมีการมาสายอีก ทางโรงเรียนจะทำ โทษตามระเบียบการลงโทษนักเรียนความเหมาะสม และเชิญ ผู้ปกครองมารับทราบเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการมาสาย ข้อ 12 การปฏิบัติตนในการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้วต้องอยู่ในการดูแลควบคุมของครู ออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยพลการไม่ได้ โดยเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนจะออกนอกบริเวณโรงเรียนได้ โดยปฏิบัติดังนี้ 12.1 ผู้ปกครองมาขออนุญาตด้วยตนเอง 12.2 ผู้ปกครองเขียนหนังสือขออนุญาตให้นักเรียนถือมาให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้ 1) กรอกแบบขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนตามรายการที่กำ หนดโดยผ่าน ความเห็นของครูที่ปรึกษา หัวหน้าเวรประจำวัน หัวหน้างานระดับชั้น หรือหัวหน้าฝ่ายปกครอง 2) นักเรียนนำ เอกสารขออนุญาตไปแสดงที่ครู หรือหัวหน้าฝ่ายปกครองเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อน ออกนอกบริเวณโรงเรียน และกลับเข้ามาบริเวณโรงเรียน 12.3 ในกรณีที่นักเรียนลืมอุปกรณ์การเรียนหรือสิ่งของ เมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้ออก นอกบริเวณโรงเรียนเพื่อกลับไปนำอุปกรณ์หรือสิ่งของที่ลืม 12.4 ในกรณีจำ เป็น เช่น ไปรับพัสดุ ไปธนาคาร ให้หัวหน้าฝ่ายปกครองหรือรองผู้อำ นวยการฝ่ายบริหาร ทั่วไปพิจารณาอนุญาต ข้อ 13 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับการลากิจ - ลาป่วย 13.1 การลาหยุดโรงเรียนเนื่องจากมีธุระ ป่วยทุกครั้ง นักเรียนต้องใช้แบบฟอร์มการเขียนใบลาของโรงเรียน และยื่นใบลาเมื่อมาถึงโรงเรียนในวันแรกและต้องโทรศัพท์ลาครูที่ปรึกษาทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถูกตัดคะแนน 13.2 การลาป่วย เมื่ออยู่ในโรงเรียน - แจ้งครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา หัวหน้าพยาบาล หรือหัวหน้างานอนามัยโรงเรียน เพื่ออนุญาตเข้าพักใน ห้องพยาบาล
หน้า 15 ข้อ 14 การขาดเรียน โรงเรียนไม่ประสงค์ให้นักเรียนขาดเรียนไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ นักเรียนคนใดขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุ โรง เรียนได้กำ หนดหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้ 14.1 ขาดเรียน 3 วัน ครูที่ปรึกษาจะต้องติดต่อเพื่อแจ้งผู้ปกครอง 14.2 หากนักเรียนขาดเรียน 5 วัน ติดต่อกันโดยไม่ทราบสาเหตุ โรงเรียนจะดำ เนินการดังนี้ ก. ครูที่ปรึกษาจะแจ้งผู้ปกครองครั้งที่ 1 โดยทางเอกสารหรือทางโทรศัพท์ ข. หากไม่ได้รับการติดต่อภายในเวลาที่กำ หนด ทางโรงเรียนยังไม่ทราบเหตุผลจะเชิญผู้ปกครองมาพบ หรือโรงเรียนจะติดต่อกลับเป็นครั้งที่ 2 ค. หากผู้ปกครองไม่มาติดต่ออีก ครูที่ปรึกษา หรือหัวหน้าฝ่ายปกครองจะนำ เสนอผู้อำ นวยการเพื่อ พิจารณาตามความเหมาะสม ข้อ 15 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับบุคคลภายนอกปฏิบัติดังนี้ 15.1 นักเรียนต้องแจ้งให้ผู้ปกครอง – ญาติ เพื่อทราบว่านักเรียนอยู่ชั้นเรียนอะไร 15.2 ให้ผู้ที่มาขอพบนักเรียน รอพบที่ห้องธุรการโรงเรียนเท่านั้น เพื่อแจ้งเรื่องที่ต้องการขอพบนักเรียน 15.3 หากเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่จำ เป็นอาจไม่ให้นักเรียนพบก็ได้ ข้อ 16 การหนีเรียน หากนักเรียนหายไปจากห้องเรียนในเวลาเรียนโดยไม่แจ้งให้ครูประจำวิชาทราบถือว่า “หนีเรียน” ถ้ามีความ จำ เป็นต้องไปปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ต้องแจ้งให้ครูประจำวิชาทราบ หากไม่แจ้ง ถือว่าหนีเรียน ครูประจำวิ ชาจะลงโทษและบันทึกในสมุดติดตามผลการเรียนการสอน หรือแจ้งหัวหน้าฝ่ายปกครองทราบโดยเร็ว ข้อ 17 การปฏิบัติเกี่ยวกับการประชุม สวดมนต์ สุดสัปดาห์ โดยโรงเรียนจะจัดกิจกรรมคาบที่ 7 ของวันศุกร์ ทุกสัปดาห์ 17.1 นักเรียนจะต้องถือว่าเป็นหน้าที่ของนักเรียนที่จะเข้าฟังการประชุม สวดมนต์ 17.2 เดินอย่างมีระเบียบ นั่งประจำ ที่ตนอย่างสงบไม่พูดหรือส่งเสียงดัง 17.3 หัวหน้าห้องผลัดเปลี่ยนกันนำสวดมนต์ในแต่ละสัปดาห์ 17.4 ครูที่ปรึกษาที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อบรมนักเรียน ตามอัตลักษณ์นักเรียนโรงเรียนบ้านแก้ว ข้อ 18 การปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร 18.1 นักเรียนมีเวลารับประทานอาหาร 2 เวลา คือ 1) ช่วงเช้าก่อนเวลา 07.40 น. 2) ช่วงเวลาที่เป็นคาบพักกลางวันของนักเรียน เวลา 11.00 – 12.30 น. 18.2 ไม่นำอาหารหรือเครื่องดื่มไปรับประทานนอกโรงอาหารหรือในห้องเรียน 18.3 นักเรียนที่นำอาหารมาจากบ้านให้นำ ไปรับประทานอาหารในโรงอาหารหรือสถานที่ ที่โรงเรียนจัดไว้ให้ เท่านั้น 18.4 รับประทานอาหารด้วยกิริยามารยาทเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดังหรือคุยกันในขณะรับประทานอาหาร
หน้า 16 ข้อ 19 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับการแสดงความเคารพ 19.1 การแสดงความเคารพภายในบริเวณโรงเรียน 1) เมื่อครูเข้าห้องเรียนและก่อนออกจากห้องเรียน หัวหน้าบอกคำว่า “นักเรียนเคารพ” ให้นักเรียนทุกคน ยืนพร้อมในท่า “อัญชลี” โดยนักเรียนชายกล่าวคาว่า “สวัสดีครับ” พร้อมกับยกมือไหว้ นักเรียนหญิงกล่าวว่า “สวัสดี ค่ะ” พร้อมยกมือไหว้ 2) เมื่อเดินสวนกับครูให้หยุดยืนตรงแล้วยกมือไหว้ 3) เมื่อนักเรียนนั่งหรือยืนอยู่กับที่ ครูที่เดินผ่านในระยะใกล้แล้วให้ครูเดินไปเสียก่อนจึงค่อยเดินตาม 4) เมื่อขึ้นหรือเดินลงบันไดสวนทางกับครูให้หยุดยืนตรงแล้วไหว้แล้วให้ครูเดินผ่านไปก่อนแล้วค่อยเดินตาม 5) เมื่อเดินผ่านครูซึ่งนั่งอยู่ให้คร่อมตัวก้มศีรษะลง แล้วเดินห่างระยะพอสมควร 6) เมื่อนักเรียนเดินผ่านหลังครูไม่ควรเดินแซงขึ้นหน้า หรือครูเดินตามหลังมาระยะใกล้ ควรหยุดให้ครูเดิน ผ่านไปก่อน 7) ลูกเสือ - เนตรนารี ที่อยู่ในชุดเครื่องแบบให้ทำความเคารพแบบ ลูกเสือ - เนตรนารี 8) เมื่อมีแขกผู้มาเยี่ยมโรงเรียน ให้นักเรียนฟังคำสั่งที่ครูสอนในขณะนั้นและถ้านักเรียนพบเห็นแขกผู้ใหญ่ เข้ามาในโรงเรียน นักเรียนจะต้องทำความเคารพ เช่นคุณครู 9) นักเรียนต้องทำความเคารพ คุณครูและบุคลากรทุกท่านของโรงเรียนบ้านแก้ว ข้อ 20 การแสดงความเคารพภายในโรงเรียน เมื่อนักเรียนพบครู ให้นักเรียนแสดงความเคารพโดยการไหว้ทุกครั้งพร้อมกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” หรือ “สวัสดีค่ะ” แล้วทักทายปราศรัยกับครูตามสมควร โดยคำ นึงถึงความเหมาะสมกับเวลาและสถานที่ หมวดที่ 3 เครื่องแบบและการแต่งกายนักเรียน เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนบ้านแก้ว แต่งกายได้ถูกต้อง ตามระเบียบ และให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับสภาพ ปัจจุบัน จึงกำ หนดระเบียบไว้ดังนี้ ข้อ 21 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนบ้านแก้ว ว่าด้วยเรื่องเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2565” ข้อ 22 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ผู้อำ นวยการโรงเรียนบ้านแก้วลงนามเป็นต้นไป ข้อ 23 ให้ยกเลิกระเบียบเดิมที่กำ หนดไว้ แล้วขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 24 ให้หัวหน้าฝ่ายปกครอง เป็นผู้รักษาตามกฎนี้ ข้อ 25 เครื่องแบบและทรงผมสำ หรับนักเรียนในโรงเรียนบ้านแก้ว 25.1 นักเรียนชายระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 25.1.1 ทรงผม ๑) ระดับประถมศึกษา ตัดผมทรงนักเรียน ๒) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตัดรองหวีเบอร์ 1 รอบศีรษะ ด้านหน้าเว้นยาวไม่เกิน 3 ซม. และไม่น้อยกว่า 2 ซม. ด้านบนยาวไม่เกิน ๓ ซม. ห้ามย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ไม่ไว้หนวดหรือเครา ไม่กันจอนผม
หน้า 17 25.1.2 เครื่องแบบนักเรียน 1) เสื้อ คอปกเชิ้ต ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เสื้อกว้าง 30 ซม. กระดุมขาวกลม เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม. จำ นวน 5 เม็ด แขนสั้น เพียงข้อศอก มีกระเป๋าแบบไม่มีฝาปิด ติดแนว ราวนมด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาด 8 12 ซม. ลึก 10 15 ซม. 2) กางเกง ขาสั้นสีกากี ส่วนกว้างของกางเกงห่างจากขา 8 12 ซม.ตามขนาดของขา ปลายขา กางเกงพับเข้าข้างใน ขอบพับกว้าง 5 ซม. ผ่าตรง ใช้ซิปแบบซ่อนไว้ข้างใน มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ 1 กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง เวลาสวมให้ใส่เสื้อทับไว้เรียบร้อย มีหูกางเกงสาหรับสอดเข็มขัด 6 - 7 หู ความหนาของหูกางเกง 1 - 1.5 ซม. เนื้อผ้าใช้ผ้าโทเร ห้ามใช้ผ้ายีนส์ ผ้าเสริท ผ้าเวสปอยท์ 3) เข็มขัด สีน้ำตาลกว้าง 3 - 4 ซม. หัวทองเหลืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน หรือ เข็มขัดลูกเสือไม่มีลวดลาย 4) รองเท้า แบบหุ้มส้น ชนิดผ้าใบ เกลี้ยง สีน้ำตาลขอบพื้นหลังสีน้ำตาลไม่มีลวดลาย 5) ถุงเท้า สั้นธรรมดา สีน้ำตาลของโรงเรียน 6) เครื่องประดับ ห้ามใช้เครื่องประดับทุกชนิด เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือแหวนต่าง ๆ ที่เป็น ทอง นาค เงิน หรือสิ่งอื่น ๆ ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ 25.2 นักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น 25.2.1 ทรงผม 1) ระดับประถมศึกษา ทรงผมสั้นไว้ยาววัดความยาวจากติ่งหูไม่เกิน 3 ซม. หรือสามารถมัดผมด้าน หน้าติดด้วยโบว์สีขาว ไม่มัดแกละ ๒ ข้าง ไม่ถักเปีย ไม่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับอื่น ห้ามย้อมสีผมให้ผิดไป จากเดิม ห้ามซอย ห้ามหวีปัด หรืออื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน 2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทรงผมสั้น วัดความยาวจากติ่งหูไม่เกิน ๓ ซม. ไม่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับอื่น ห้ามย้อมสีผม ให้ผิดไปจากเดิม ห้ามซอย ห้ามหวีปัด หรืออื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ทรงผมยาว วัดความยาวจากคอเสื้อด้านหลังไม่เกิน ๒๐ ซม. หรือปลายปกเสื้อ มัดรวบ 1 หาง ติดด้วยโบว์สีขาว ไม่มัดแกละ ๒ ข้าง ไม่ถักเปีย ไม่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับอื่น ห้ามย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ห้าม ซอย ห้ามหวีปัด หรืออื่นๆ ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน 25.2.2 เครื่องแบบนักเรียน 1) เสื้อขาวเรียบ มีปกหลัง ไม่บางเกินไป ข้อแขนที่พับกว้าง 2 – 3 ซม. แขนยาวเพียงเหนือศอก ปลาย แขนจีบความยาวของเสื้อยาวจากขอบกระโปรง ลงมาถึงชายเสื้อประมาณ 15 ซม. เวลาสวมให้ชายเสื้ออยู่นอกกระโปรง ขนาดเสื้อเหมาะสมกับตัว 2) กระโปรง สีกรมท่า ผ้าโทเร มีกระเป๋าข้าง 1 ใบ ความยาวของกระโปรง คลุมเข่าลงมา ประมาณ 1 ฝ่ามือ ชายกระโปรงไม่มีขอบเข้า มีจีบหน้า 6 จีบ ตีเกล็ดยาว 6 - 12 ซม. ความกว้างของจีบกลาง 90 ซม. จีบข้าง กว้าง 4 - 5 ซม. ความลึกของจีบ กว้าง 3 - 4 ซม. ความยาว คลุมเข่าต่ำกว่ากึ่งกลางสะบ้า 8 - 12 ซม. ส่วน กระโปรงโดยใช้ขอบกระโปรงเสมอแนวสะดือ 3) ถุงเท้า สีขาวของโรงเรียน 4) รองเท้า แบบหนังหุ้มส้นสีดำ ปลายเท้าหัวมน มีสายรัดหลังเท้า ส้นสูงไม่เกิน 2 ซม. (1 นิ้ว)
หน้า 18 ข้อ 26 การปักชื่อ - สกุล 26.1 ปักชื่อย่อโรงเรียน (บ.ก.) ตามลักษณะ และขนาดตัวอักษรที่โรงเรียนกำ หนดไว้ปักด้านขวาของเสื้อเหนือ ราวนม ด้วยไหม สีน้ำ เงิน 26.2 ปักชื่อ - สกุล ด้านซ้ายของเสื้อระดับกับอักษร บ.ก. หรือเหนือขอบกระเป๋าเสื้อ(นักเรียนชาย) 2 - 3 ซม. ตามอักษรขนาดความสูง 1 ซม. ใช้ตัวอักษรแบบตัวพิมพ์ ห้ามประดิษฐ์แบบลวดลายและปักด้วยไหมสีน้ำ เงิน เสื้อโปโล ชั้น ม.ต้น ปักชื่อเหนือราวนมด้านซ้ายด้วยไหมสีขาว 26.3 ปักสัญลักษณ์ระดับชั้น นักเรียนชั้น ม.ต้น ติดสัญลักษณ์ระดับชั้น โดยสัญลักษณ์ ระดับชั้น ม.ต้น จะเป็นดาว 1 , 2 , 3 ดวง ตามระดับชั้น ปักด้วยไหมสีน้ำ เงินใต้ชื่อ บ.ก. ข้อ 27 เครื่องแบบอื่น นอกเหนือจากเครื่องแบบนักเรีย เช่น เครื่องแบบลูกเสือ เครื่องแบบเนตรนารี หรือชุดชุมนุม ต่างๆ ให้นักเรียนปฏิบัติตามกฎการแต่งกายของกิจกรรมนั้น ๆ หมวดที่ 4 การลงโทษและตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน ข้อ 28 นักเรียนที่ประพฤติตนขัดต่อระเบียบต่อไปนี้ถือว่ามีความผิด 28.1 การแต่งกาย 28.2 การไว้ทรงผม 28.3 การมาโรงเรียนและเข้าเรียนสาย 28.4 การขาดเรียนในระหว่างชั่วโมง 28.5 การหนีเรียน 28.6 การออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต 28.7 การหลีกเลี่ยงกิจกรรมหน้าเสาธง 28.8 การขาดเรียน 28.9 มีพฤติกรรมหรือการแสดงออกไม่เหมาะสมกับการเป็นนักเรียน 28.10 การใช้เครื่องประดับโดยไม่จำ เป็น 28.11 การนำยานพาหนะเข้ามาในบริเวณโรงเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต 28.12 แต่งกายไม่เหมาะสมเข้ามาในวันหยุดราชการ 28.13 ไม่ร่วมกิจกรรมของโรงเรียนโดยไม่มีเหตุผลสมควร 28.14 ส่งเสียงอึกทึกก่อความรำคาญ 28.15 การใช้วาจาหยาบคาย 28.16 การมั่วสุมในบริเวณโรงเรียน 28.17 การทะเลาะวิวาท หรือการกระทำอันก่อให้เกิดความแตกแยกสามัคคี 28.18 การสูบบุหรี่ เสพของมึนเมา และสิ่งเสพติดให้โทษ 28.19 การเล่นการพนัน 28.20 การพกอาวุธ หรือนำอาวุธมาโรงเรียนหรือพกติดตัว 28.21 การกระทำอันนำ มาซึ่งความเสื่อมเสียของโรงเรียน การก่อความไม่สงบที่ทำ ให้เกิด ความสับสน และวุ่นวายในโรงเรียน
หน้า 19 28.22 ชู้สาว 28.23 การบีบบังคับหรือขู่เข็ญเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เพื่อประสงค์ทรัพย์ หรือเจตนาอื่น ๆ ที่ได้รับการยินยอม 28.24 การปลอมตนเพื่อแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองหรือผู้อื่น 28.25 การขัดขวางปฏิบัติหน้าที่ของครูที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ 28.26 ทำลายทรัพย์สินของเพื่อนนักเรียน ครู บุคคลอื่นและของโรงเรียน 28.27 นำ หนังสือหรือสื่อลามกอนาจารเข้ามาในโรงเรียน 28.28 เที่ยวเร่ร่อนและมั่วสุมในที่สาธารณะ หรือสถานเริงรมย์ 28.29 การลักทรัพย์ 28.30 การก้าวร้าว ยุยงให้เกิดความเสื่อมเสียต่อครู โดยวาจาหรือขีดเขียน 28.31 ประทุษร้าย ทำ ร้ายเพื่อนนักเรียน และครูหรือนักเรียน ข้อ 29 การตัดคะแนน หมายถึง การที่นักเรียนกระทำผิดตามระเบียบของโรงเรียนบ้านแก้วที่ต้องตัดคะแนนตาม ลักษณะความผิดและเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤตินักเรียน การให้คะแนน หมายถึง การที่นักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่ควรให้คะแนนความประพฤติ กระทำ�ความผิด หมายถึง การที่นักเรียนประพฤติฝ่าฝืนตามระเบียบปฏิบัติ ระเบียบข้อบังคับ ระเบียบของ โรงเรียน ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียน การลงโทษ หมายถึง การลงโทษนักเรียนที่กระทำความผิด เพื่ออบรมสั่งสอนและเจตนา ที่แก้นิสัยความประพฤติที่ไม่ดีของนักเรียนให้ประพฤติตนในทางถูกต้องและดีงามต่อไป ข้อ 30 การลงโทษนักเรียนผู้กระทำ�ความผิด จะได้รับโทษในลักษณะต่างๆ ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 และกระทรวงกำ�หนดความประพฤติของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2548 ดังนี้ 30.1 ว่ากล่าวตักเตือน การว่ากล่าวตักเตือนใช้ในกรณีนักเรียนกระทำความผิดไม่ร้ายแรง 30.2 ทำ ทัณฑ์บน 1). ใช้ในกรณีนักเรียนประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ความประพฤติ นักเรียน ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ความประพฤตินักเรียน หรือกรณีทำ ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ศรีของสถาน ศึกษา หรือ ฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ 2). การทำ ทัณฑ์บนให้ทำ เป็นหนังสือและเชิญ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิด และรับรองการทำ ทัณฑ์บนไว้ด้วย 30.3 ตัดคะแนนความประพฤติ มี 2 ประเภท 1). ความผิดไม่ร้ายแรง ตัดคะแนนความประพฤติ ความผิดไม่ร้ายแรง หมายถึง พฤติกรรมความผิดที่ ฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียน ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบและไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง เช่น มาโรงเรียนสาย ไม่ตั้งใจเรียน แต่งกายผิดระเบียบ ประกอบด้วย 1.1) แต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียน 1.2) ส่งเสียงดัง รบกวนผู้เรียน บนอาคาร หรือนอกอาคาร 1.3) ไม่รักษาความสะอาดห้องเรียน และบริเวณที่รับผิดชอบ
หน้า 20 1.4) มาโรงเรียนสาย โดยไม่มีเหตุผล 1.5) ปกปิดความลับของนักเรียนที่กระทำความผิด 1.6) หนีเรียนไม่เข้าเรียน 1.7) หลีกเลี่ยง หลบซ่อนไม่เข้าแถว 2). ความผิดร้ายแรง ตัดคะแนนความประพฤติ ความผิดร้ายแรง หมายถึง ความผิดที่นักเรียนประพฤติ ปฏิบัติอันเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ศรีของตนเองและโรงเรียนหรือประพฤติผิดต่อศีลธรรมอันดี และ/หรือ เคยได้รับโทษอย่างอื่นแล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบ ประกอบด้วย 2.1) ดัดแปลงรถ ขับขี่รถเสียงดัง ก่อให้เกิดความรำคาญ จอดรถนอกบริเวณ โรงเรียนหรือนอกสถาน ที่ที่โรงเรียนกำ หนด 2.2) ไม่สวมใส่เครื่องแต่งกาย ทรงผมตามที่กำ หนด 2.3) แสดงกิริยา วาจาหยาบคายต่อครูหรือผู้อื่น 2.4) ขัดคำสั่งครูในเรื่องที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน 2.5) สูบบุหรี่ มีบุหรี่ พกพาอุปกรณ์หรือไม้ขีดไฟไว้ในครอบครอง 2.6) หนีออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำ หนดไว้ 2.7) ขีดเขียนข้อความที่ไม่สุภาพ หรือข้อความใด ๆ ลงเสื้อ กางเกง และ ตามฝาผนังห้องน้ำ 2.8) พูดจาขู่กรรโชกเพื่อนนักเรียนด้วยกัน 2.9) ดื่มสุราตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกโรงเรียน 2.10) ประพฤติตัวไม่เหมาะสมในกรณีส่อไปในทางชู้สาว 2.11) ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน 2.12) เล่นการพนัน ทั้งในและนอกโรงเรียน 2.13) เที่ยวกลางคืนดึกดื่น และอยู่ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม 2.14) นักเรียนแจ้งความเท็จต่อครู 2.15) หลีกเลี่ยง ขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของโรงเรียนเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับ หรือคำสั่งของครู จนเกิดความเสียหายแก่โรงเรียน 2.16) นักเรียนทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน ของครู ของนักเรียนด้วยกันและของสาธารณะ 2.17) แสดงกิริยากระด้างกระเดื่อง ก้าวร้าว หรือลบหลู่ครูและบุคลากรในโรงเรียน 2.18) ทำ ร้ายร่างกายผู้อื่น 2.19) เจตนาขโมยทรัพย์สินหรือสิ่งของผู้อื่น 2.20) เสพสุรามึนเมาหรือเสพสิ่งเสพติดให้โทษต่าง ๆ หรือมีไว้ในครอบครอง 2.21) นำสิ่งเสพติดให้โทษต่าง ๆ หรือสิ่งมึนเมาเข้ามาเผยแพร่หรือจำ หน่ายในโรงเรียน 2.22) ก่อการทะเลาะวิวาทถึงขั้นทำ ร้ายร่างกายเป็นกลุ่ม คณะ จนทำ ให้ผู้อื่นเกิดการบาดเจ็บ 2.23) ประพฤติตนในทางชู้สาว 2.24) นำอาวุธที่เป็นอันตรายเข้ามาในโรงเรียน 2.25) การกระทำ ใด ๆ อันเป็นความผิดทางอาญาจนถูกเจ้าหน้าที่ตำ รวจดำ เนินคดีสั่งฟ้องศาลแล้ว มี ความผิดตามกล่าวหา
หน้า 21 2.26) พฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่ได้ระบุในประเด็นนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของครูหรือผู้พบเห็น 2.27) นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมด ให้อยู่ในดุลพินิจของครูที่พบเห็น 30.4 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนกระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน กิจกรรมที่โรงเรียนจัดตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำ หนด ข้อ 31 ให้นักเรียนทุกคนมีคะแนนความประพฤติประจำ�ตัว ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 100 คะแนน ข้อ 32 หลักการปฏิบัติการตัดคะแนนความประพฤติ 32.1 แบบบันทึกการตัดคะแนน โดยคุณครูที่ดำ เนินการตัดคะแนนต้องกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน 32.2 คุณครูทุกท่านสามารถตัดคะแนนนักเรียนได้ทุกคน แต่ให้อยู่ในความเห็นชอบของหัวหน้าฝ่ายปกครอง 32.3 เมื่อคุณครูตัดคะแนนนักเรียนแล้ว ให้นำ ใบตัดคะแนนส่วนที่ 2 ส่งห้องหัวหน้าฝ่ายปกครอง เพื่อรวบรวม แบบบันทึกการตัดคะแนน บันทึกลงในสมุด 32.4 นักเรียนเมื่อถูกตัดคะแนนตั้งแต่ 40 คะแนน เชิญผู้ปกครองทำ ทัณฑ์บนความประพฤตินักเรียน และเมื่อ ถูกตัดคะแนนครั้งต่อไปจะมีผู้ปกครองมารับทราบทุกครั้ง 32.5 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นทุกคน เมื่อถูกตัดคะแนนตั้งแต่ 70 คะแนน จะต้องไปเข้าค่ายปรับ เปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อเสริมสร้างความมีวินัย ในกรณีที่นักเรียนไปเข้าค่ายแล้วกลับมา ถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปใน ทางที่ดีขึ้น คะแนนที่ถูกตัดจะลดลงครึ่งหนึ่ง ข้อ 33 ลักษณะความผิดและการตัดคะแนนความประพฤติ
หน้า 22
หน้า 23
หน้า 24 ข้อ 34 การกระทำความผิดลักษณะอื่นใด นอกเหนือจากที่ระบุในระเบียบนี้ให้เป็นอำ นาจของทางคณะกรรมการ พิจารณาความประพฤติ ใช้ดุลยพินิจพิจารณาความผิดและกำ หนดบทลงโทษ ตามความเหมาะสม ข้อ 35 ผลของการตัดคะแนนความประพฤติให้คิดคะแนนที่ถูกตัดสะสมในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนทุกคน มีคะแนนความประพฤติประจำตัวคนละ 100 คะแนน หากนักเรียนประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยข้อบังคับของ โรงเรียนและถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมเป็นไปตามเกณฑ์จะได้รับโทษ ดังนี้ 35.1 ให้ครูประจำชั้นรับทราบผลการตัดคะแนนความประพฤติที่หัวหน้าฝ่ายปกครอง ตามช่วงระดับคะแนนที่มีการลงทะเบียน 35.2 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสม 30 และ 40 คะแนน ให้แจ้งหรือเชิญผู้ปกครองมาพบ ครูหัวหน้าระดับชั้น ครูประจำชั้น และหัวหน้าฝ่ายปกครองเพื่อรับทราบผลการตัดคะแนนความประพฤติ 35.3 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมถึง 50 คะแนน ให้ทำกิจกรรมและควบคุมความประพฤติ โดยฝ่ายปกครองกำ หนดวัน เวลา ในการทำกิจกรรมและให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำ นวยการสถานศึกษา 35.4 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมถึง 60 คะแนน ให้เชิญผู้ปกครองมาพบผู้อำ นวยการสถาน ศึกษา เพื่อรับทราบการพิจารณาโทษในขั้นต่อไป (การทำ ทัณฑ์บน)
หน้า 25 35.5 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมถึง 70 คะแนน ให้เชิญผู้ปกครองมาพบผู้อำ นวยการสถาน ศึกษา เพื่อรับทราบผลและทำ ทัณฑ์บน 35.6 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมถึง 80 คะแนน ให้เชิญผู้ปกครองมาพบผู้อำ นวยการสถาน ศึกษา เพื่อรับทราบผลที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติต่อไป คือจะไม่มีสิทธิ์ศึกษาต่อในชั้นต่อไป และโรงเรียนจะไม่ออกใบรับ รองความประพฤติให้ 35.7 นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติสะสมเกิน 90 คะแนน ให้เชิญผู้ปกครองมาพบผู้อำ นวยการสถาน ศึกษา เพื่อรับทราบผลที่นักเรียนจะต้องถูกพิจารณาให้เปลี่ยนสถานศึกษาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการเรียน 35.8 ในระดับความผิดที่ระเบียบระบุไว้ว่าให้เชิญผู้ปกครองมาพบหากปรากฏว่าผู้ปกครองไม่มา โดยไม่มี เหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าผู้ปกครองได้รับทราบและได้ให้ความยินยอม ต่อคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาความ ประพฤติ 35.9 การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนทุกครั้ง ฝ่ายปกครอง มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลการตัดคะแนน ความประพฤติ ทำคะแนนความประพฤติสะสม ทำ รายงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ 35.10 ให้คะแนนความประพฤติของนักเรียน ที่ถูกตัดมีผลต่อการออกใบรับรอง ความประพฤติด้วยจนถึงวัน ที่ออกใบรับรอง ดังนี้ ไม่ถูกตัดคะแนนเลย = ดีมาก ถูกตัดคะแนน 1 - 20 คะแนน = ดี ถูกตัดคะแนน 21- 40 คะแนน = ปานกลาง ถูกตัดคะแนน 41- 60 คะแนน = พอใช้ ถูกตัดคะแนน ตั้งแต่ 80 คะแนน = ไม่ออกใบรับรองความประพฤติให้ ข้อ 36 การลดโทษ นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติจะได้รับการพิจารณาลดโทษให้ในกรณีที่ คณะกรรมการ พิจารณาความประพฤติ พิจารณาเห็นว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และประพฤติตนดีขึ้นอย่างสม่ำ เสมอและ ไม่กระทำผิดอีกเลย โดยกรอกแบบฟอร์มแจ้งผลการกระทำความดีของนักเรียนโดยให้คณะกรรมการพิจารณาความ ประพฤติ ทำ เรื่องเสนอผู้อำ นวยการเพื่อพิจารณา ข้อ 37 สมุดบันทึกระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้ครูประจำชั้นทุกคน มีสมุดบันทึกระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคน เพื่อนักเรียนและผู้ปกครองจะได้รับทราบบทลงโทษ การลงโทษหรือพฤติกรรม ที่นักเรียนกระทำ ทั้งที่เป็นพฤติกรรม ความผิดและความดี ข้อ 38 การเพิ่มคะแนนความประพฤติให้กับนักเรียนที่กระทำความดีต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สังคม และประเทศ ชาติ ซึ่งสามารถนำ มาทดแทนคะแนนความประพฤติที่ถูกตัด ซึ่งมีเกณฑ์การเพิ่มคะแนนความประพฤติของนักเรียน ดังนี้
หน้า 26 ข้อ 39 การขอเพิ่มคะแนน ครูหรือนักเรียนแจ้งที่ฝ่ายปกครองโดยที่ประชุมคณะกรรมการฝ่ายปกครองพิจารณาความ เหมาะสมแล้วเสนอหัวหน้ากลุ่มบริหารกิจการนักเรียนเห็นชอบ ข้อ 40 การยกย่องเชิดชูเกียรติการทำ�ความดีและสร้างชื่อเสียงให้กำ�ลังใจแก่นักเรียน โดยให้โรงเรียนพิจารณา นักเรียน ให้ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร หรือโล่ ตามความเหมาะสม รางวัลเด็กดีศรีบ้านแก้ว ระดับชั้น ละ 2 รางวัล (มอบรางวัล ในกิจกรรมวันเด็กของโรงเรียนบ้านแก้ว)ในแต่ละปีการศึกษา ประกอบด้วย รางวัลเด็กดีบ้าน แก้ว ประเภทด้านวิชาการ และด้านกิจกรรม (จิตอาสา) โดยการพิจารณาของคณะกรรมการรางวัลเด็กดีศรีบ้านแก้วของ โรงเรียน โดยให้กำ หนดหลักเกณฑ์ โดยการพิจารณาของโรงเรียน หากปีการศึกษาใดที่นักเรียนไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติที่ โรงเรียนกำ หนดก็ให้เว้นรางวัลได้ตามที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบ และให้นำ เอาคะแนนของนักเรียนที่ได้รับรางวัลจาก คะแนนการคิดคะแนนการเพิ่มคะแนนมาพิจารณาเป็นหลัก ข้อ 41 ให้หัวหน้าฝ่ายปกครองรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ข้อ 42 ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ผู้อำ นวยการโรงเรียนบ้านแก้วลงประกาศเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ว่าที่ร้อยตรี ( สุรชัย ภัทราภรณ์ไพบูลย์ ) ผู้อำ นวยการโรงเรียนบ้านแก้ว
หน้า 27 ตารางกิจวัตรประจำ�วันของนักเรียน 07.15 น. - 07.40 น. นักเรียนแต่ละห้องทำ เขตบริการที่ได้รับมอบหมาย 07.40 น. - 08.15 น. เข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ 08.15 น. – 08.30น. กิจกรรมโฮมรูม 08.30 น. - 11.30 น. เข้าเรียนชั่วโมงที่ 1 - 3 11.30 น. - 12.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน 12.30 น. - 15.30 น. เข้าเรียนชั่วโมงที่ 4 – 6 15.30 เตรียมตัวกลับบ้าน การแต่งกายประจำ�วันระดับชั้นมัธยมศึกษา วันจันทร์ และวันอังคาร ชุดนักเรียน วันพุธ ชุดลูกเสือ วันพฤหัสบดี ชุดนักเรียน วันศุกร์ เสื้อลายไทยสีม่วง