The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างความรับผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by happypomelo_, 2021-09-23 07:58:04

E-book โครงสร้างความรับผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์

โครงสร้างความรับผิดทางอาญาฐานลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์

โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา
ฐานลักทรัพย์และยักยอกทรพั ย์

จดั ทาโดย
นางสาวกิตติยา แกว้ มณี

รหสั 631081031

เสนอ
อาจารย์ วิรัตน์ นาทิพเวทย์

รายวิชา กฎหมายอาญา2 ภาคความผดิ 0801221
ภาคเรยี นท่ี1 คณะนิติศาสตร์ภาคปกติ 4 ปี

คานา

รายงานฉบบั น้เี ป็นสว่ นหน่งึ ของรายวชิ ากฎหมายอาญา2 ภาคความผดิ รหสั
วิชา 0801221 โดยมีจุดประสงค์เพ่ือศึกษาความรู้เก่ียวกับโครงสร้างความรับผิด
ทางอาญา ซึ่งรายงานฉบบั น้ีมเี นื้อหาเก่ียวกับโครงสร้างความรบั ผดิ ทางอาญาของ
การลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์ รวมไปความหมาย ความแตกต่าง และตัวอย่าง
ของคาพิพากษาศาลฎีกาของเรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อให้ผู้ที่อ่านรายงาน
ฉบับน้ีเข้ามากย่ิงข้ึน

ผู้จัดทาได้เลือกหัวข้อนี้ในการทารายงานเน่ืองมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
และหวังเป็นอย่างย่ิงว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับบุคคลท่ีสนใจศึกษา
ความรู้เก่ียวกับโครงสร้างความรบั ผิดทางอาญาและหากมีข้อผิดพลาดประการใด
ผู้จัดทาขอน้อมรับความผิดพลาดน้ันไว้แต่เพียงผู้เดียวและจะนาไปปรับปรุงให้ดี
ยงิ่ ข้นึ ไป

กิตติยา แก้วมณี

สารบญั หน้า
1
เรอื่ ง
บทที1่ โครงสรา้ งความรบั ผดิ ทางอาญา 1
3
1.1 โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญา 4
1.2 โครงสร้างความรบั ผดิ ทางอาญาฐานลักทรัพย์
1.3 โครงสร้างความรับผดิ ทางอาญาฐานยกั ยอกทรพั ย์ 9

บทท2่ี คาอธบิ ายจากบรรทดั ฐานคาพพิ ากษาศาลฎีกา 9
11
2.1 คาพพิ ากษาศาลฎีกาเกย่ี วกับการลักทรัพย์
2.2 คาพพิ ากษาศาลฎกี าเกย่ี วกับการยกั ยอกทรัพย์ 15

บทท3่ี สรปุ เน้อื หาและข้อเสนอแนะ 18

บรรณานุกรม

1

บทที่1
คาอธิบายเชงิ โครงสร้างความรับผิดทางอาญา

ความรับผดิ ทางอาญา

1. มกี ารกระทาครบ “องคป์ ระกอบ” ทีก่ ฎหมายกาหนด
2. การกระทาไมม่ ีกฎหมายยกเว้นความผิด (ไม่มคี วามผิด ไม่ต้องรับโทษ)
3. การกระทาไม่มีกฎหมายยกเว้นโทษ (มีความผิด แต่ไมต่ ้องรับโทษ)
4. บุคคลจะตอ้ งรับผดิ ทางอาญาก็ต่อเมอ่ื มกี ารกระทา

1.1 โครงสร้างความรบั ผิดทางอาญา

1. มกี ารกระทา
1.1 มีความคดิ
1.2 มกี ารตกลงใจ
1.3 ได้กระทาตามที่ตกลงใจ

การกระทาแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1) การกระทาโดยการเคล่ือนไหวร่างกาย โดยหลักแลว้ การกระทาทางอาญาคอื
การเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วนการไม่เคล่ือนไหวร่างกายเป็นข้อยกเว้น การเคลื่อนไหว
รา่ งกายมีหลายวิธี เชน่ การยงิ ปนื ตี ตอ่ ย เตะ ถีบ หลอกให้ตกใจ การกระทาคือการแสดง
กริยาทา่ ทางต่างๆท่ีเกดิ ขน้ึ โดยจิตใจบังคบั นน้ั

2) การกระทาโดยไม่เคลื่อนไหวรา่ งกาย แบง่ ออกเป็น 2 กรณี คือ
2.1) งดเว้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59 จะเป็นความผิดเมื่อมี

“หน้าทเี่ ฉพาะ” เพือ่ ปอ้ งกันมิให้เกิดผล แต่ไม่ทาปลอ่ ยให้เกิดผล โดยมเี จตตนาประสงคต์ อ่
ผลหรอื เลง็ เห็นผล

2.2) ละเว้น เป็น “หน้าที่ท่ัวไป” เช่น หน้าที่พลเมืองดีช่วยคนท่ีตกอยู่ในภ
ยนั อนั ตรายที่สามารถชว่ ยได้ แต่ไมช่ ว่ ยกม็ ีความผดิ แต่เป็นเพยี งลหโุ ทษ

2

ตวั อย่าง นาย ก พบเดก็ จมนา้ นาย ก ว่ายน้าเปน็ สามารถช่วยได้แตน่ าย ก
ไม่ชว่ ยปล่อยใหเ้ ดก็ จมน้า

- นาย ก ผิดละเว้นไม่ช่วยเหลือผู้ท่ีอยู่ในภยันอันตราย ซึ่งนาย ก มีหน้าที่
ท่วั ไปของพลเมืองดี ไมใ่ ช่หน้าทีเ่ ฉพาะเพอื่ ป้องกันไม่ให้เกิดผล

แต่ถ้านาย ก พบเด็กจมน้า จึงตะโกนบอกว่าใครไม่ต้องลงไปช่วยผลช่วย
เอง แล้วกระโดดลงไปช่วย เมื่อไปใกล้ถึงจึงเห็นว่าเด็กเป็นลูกชายของคู่อริ จึงคิดไม่ช่วย
ปล่อยให่เดก็ จมน้าตาย

- นาย ก ผิดเจตนา “ฆ่าโดยงดเว้น” เพราะนาย ก มีหน้าที่โดยเฉพาะแล้ว
ในการป้องกันมิให้เกิดผล ซ่ึงเกิดจากการกระทาครั้งก่อนของตน ท่ีรับจะช่วยเด็กให้
ปลอดภัย หรือมใิ ห้เกดิ ผลคือความตาย

งดเว้น
1. ต้องไม่มีการเคล่ือนไหวร่างกายโดยรู้สานกึ (ภายใตบ้ ังคัลจติ ใจ)
2. ผกู้ ระทามีหน้าท่ีตอ้ งกระทา
3. หนา้ ท่ีนัน้ ต้องกระทามิใหเ้ กดิ ผล
- หนา้ ที่โดยเฉพาะเช่น
- หนา้ ทต่ี ามกฎหมายบญั ญตั ิ
- หน้าท่เี กิดจากการยอมรับโดยเจาะจง
- หน้าทเ่ี กิดจากการกระทาคร้งั กอ่ นของตน
- หน้าท่ีเกิดจากความสมั พันธพ์ เิ ศษ เฉพาะเรอื่ ง เปน็ ต้น

ละเว้น
1. ตอ้ งไม่มีการเคลอื่ นไหวรา่ งกายโดยรู้สานึก (ภายใตบ้ ังคัลจิตใจ)
2. ผกู้ ระทามีหน้าที่ตอ้ งกระทา
3. หน้าที่นน้ั เปน็ หนา้ ท่โี ดยทงั่ ไป เชน่ หน้าที่พลเมอื งดี

2. การกระทาน้นั ครบองค์ประกอบภายนอก
1. ผกู้ ระทา (ผู้ใด)
2. การกระทา
3. วตั ถแุ หง่ การกระทา (ผูอ้ น่ื )

3

3. การกระทานั้นครบองค์ประกอบภายใน
1. เจตนา หรือ
2. ประมาท

4. ผลแห่งการกระทาสัมพันธ์กับการกระทาตามหลักในเรื่องความสัมพันธ์
ระหวา่ งการกระทาและผล

1. ผลโดยตรง
2. ผลโดยตรงและเปน็ ผลรวม
3. เหตแุ ทรกแซงท่วี ิญญชู นพึงคาดหมายได้

ประสงค์ต่อผล คือ ส่ิงทเ่ี รามงุ่ หมายทจ่ี ะกระทา
เล็งเหน็ ผล คือ ส่ิงที่เราจะคาดหมายไดว้ า่ มนั จะเกดิ ขึ้น

1.2 โครงสรา้ งการรบั ผดิ ทางอาญาฐานลกั ทรพั ย์

มาตรา 334 ความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ บญั ญัติว่า
ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อ่ืนหรือท่ีผู้อ่ืนเป็นเจ้าของรวมอยู่ดว้ ยไปโดยทุจริต ผู้น้ันกระทา
ความผดิ ฐานลักทรพั ย์ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี และปรับไมเ่ กินหกหมื่นบาท

องค์ประกอบความผิด
1. ผ้ใู ด คือ ผู้กระทาความผดิ
2. เอาไป คือ การแย่งการครอบครองในลักษณะตัดรอนกรรมสิทธ์ิออกจาก

เจ้าของทรัพย์เดิม โดยการเข้าครองครองพาทรัพย์น้ันเคลื่อนที่ออกไปจากท่ีที่ทรัพย์เดิม
เคยอยู่ แมเ้ พยี งเคล่ือนท่ีเล็กนอ้ ยก็เป็นความผดิ สาเรจ็ แลว้

- คาพพิ ากษาฎีกาท่ี 3011/2551 จาเลยขึน้ น่ังครอ่ มรถจักรยานยนต์ และเขน็
รถของผเู้ สียหายมาจากจุดท่ีจอดเดมิ ประมาณ 1 เมตร แตจ่ าเลยยงั มิได้ตดิ เคร่ืองรถขับเอา
ไป เพราะผู้เสียหายมาพบเห็นเสียก่อน จาเลยจึงท้ิงรถวิ่งหนีไป ถือได้ว่าจาเลยได้ยึดถือ
ครอบครอง และเอาทรพั ยเ์ คลื่อนไปในลักษณะทพ่ี าเอาไปได้เป็นการลกั ทรัพย์สาเรจ็ แล้ว

4

3. ทรัพย์ของผอู้ ่ืนหรอื ที่ผู้อ่นื เป็นเจา้ ของรวมอยดู่ ว้ ย กล่าวคือ ทรัพยข์ องใครก็ได้
ท่ีมิใช่ของผู้กระทาความผิดเอง มิฉะน้ันแม้เข้าใจว่าเป็นทรัพย์ของบุคคลอ่ืน แต่ความจริง
เปน็ ทรัพย์ของผกู้ ระทาความผิดนน้ั เองก็ไมม่ ีความผดิ เกิดเพราะขาดองค์ประกอบภายนอกน้ี

3.1) เจตนาธรรมดา คือ ผู้กระทาต้องรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองคืประกอบ
ภายนอกของความผิด และผู้กระทาย่อมเล็งเห็นผลและประสงค์ต่อผล (ตามประมวล
กฎหมายอาญามาตรา 59)

3.2) เจตนาพิเศษ โดยทุจริต คือ เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ท่ีมิควรได้
โดยชอบด้วยกฎหมายสาหรับตนเองหรือผู้อื่น หากผู้กระทาไม่มีเจตนาท่ีจะทุจริตที่จะ
เอาทรัพยืน้ันเป้นของตนแล้ว แม้ครบองค์ประกอบภายนอกของมาตรา 334 ก็ไม่ทาให้
ผู้กระทามีความผิด

ตัวอย่าง
- นายโชคชัยเก็บถุงเงินท่ีนายมั่นคงทาตกไว้โดยทุจริต และนายมั่นคง และ
นายม่นั คงกลบั มาตามหาถงุ เงินของตนทนั ที
- นายกล้วย ไขกญุ แจเอาทรัพยข์ องนายรวยทอี่ ยใู่ นตโู้ ชวไ์ ปขาย

1.3 โครงสร้างการรับผดิ ทางอาญาฐานยักยอกทรัพย์

มาตรา 352 ความผิดฐานยกั ยอก บญั ญัติว่า
ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซ่ึงเป็นของผู้อ่ืนหรือซ่ึงผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบัง
เอาทรัพย์น้ันเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สาทโดยทุจริต ผู้นั้นกระทาความผิดฐานยักยอก
ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สามปี หรือปรบั ไม่เกินหกหมื่อนบาท หรือทัง้ จาทั้งปรับ

วรรคแรก
ถ้าทรัพย์น้ันได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทาความผิด เพราะผู้อื่นส่ง

มอบให้โดยสาคัยผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซ่ึงผู้กระทาความผิดเก็บได้
ผกู้ ระทาต้องระวางโทษแต่เพียงกึง่ หนึง่

องคป์ ระกอบภายนอก
1. ผู้ใด คอื ผกู้ ระทาความผิด

5

2. ครอบครองทรัพย์ หมายถึง ได้ยดึ ถือทรพั ยน์ ั้นเพ่ือตน (ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพานิชย์ มาตรา 1367) คือผู้กระทามิได้มีการยึดถอื ทรัพย์นั้นไว้กับตนตามสภาพความ
เป็นจริง และขณะเดียวกันก็มีเจตนายึดถือเพ่ือตนด้วย การยึดถือไม่จาเป็นต้องถือไว้ในมือ
เพียงอยู่ในอานาจการคุ้มครอง ดูแลและสามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้ก็เป็นการครอบครอง
แล้ว ในความผดิ ฐานยักยอกน้จี ะตอ้ งปรากฏวา่ ผ้กู ระทาความผดิ ได้ครอบครองทรพั ย์นั้นอยู่
ในขณะมีการเบยี ดบังเอาทรัพยน์ ั้น

3. ทรัพย์ หมายถึง จะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ก็ได้ แตกต่างจาก
ความผิดฐานลักทรัพยต์ ามมาตรา 334 ทจ่ี ะตอ้ งเปน็ สังหาริมทรพั ยเ์ ทา่ นั้น

ข้อสังเกต ถ้าทรัพย์นั้นเป็นเพียงแต่อยู่ในความยึดถือของผู้กระทา ส่วนการครอบครองอยู่
กับเจ้าของหรือผู้อ่ืน ถ้าผู้กระทาผิดเอาทรัพย์ไปก็ไมเ่ ป็นความผิดฐานยกั ยอก แต่ถือว่าเป็น
การแยง่ การครอบครอง และเปน็ ความผิดฐานลกั ทรัพย์

4. ซ่ึงเป็นของผู้อ่ืนหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย คือ ทรัพย์ที่ยักยอก
จะต้องเปน็ ของผ้อู ่นื หรอื ผู้อืน่ มกี รรมสิทธร์ิ วมอยู่ดว้ ย หมายความว่า ทรพั ย์จะต้องมไิ ด้เป็น
กรรมสิทธิ์ของผู้กระทาผิดคนเดียว ถ้าผู้กระทาผิดได้กรรมสิทธ์ทั้งหมดในทรัพย์แล้วก็จะมี
การยักยอกไม่ได้ ปัญหาข้อนี้มักจะเกิดจากการที่เจ้าของทรัพย์ส่งมอบการครอบครองให้
ผูอ้ ่ืนตามนติ ิสัมพนั ธท์ างแพ่งและเป็นปัญหาวา่ นิติสัมพนั ธน์ น้ั ถึงขัน้ ท่ีเปน็ การโอนกรรมสิทธิ์
แลว้ หรือยงั

คาพิพากษาฎีกาที่ 179/2507 ผู้เสียหายฝากกระเป๋าถือแก่จาเลย เพื่อเข้าห้องส้วม เป็น
การฝากชั่วคราว ขณะผู้เสียหายเข้าห้องน้า จาเลยได้เปิดกระเป๋าเอาสร้อยกับธนบัตรไป
เป็นความผดิ ฐานลักทรัพยห์ าใชย่ ักยอกไม่

5. เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สาม องค์ประกอบส่วนการ
กระทาในความผิดฐานยักยอก คือการเบียดบังเอาทรัพย์เป็นของตนหรือบุคคลท่ีสาม การ
เบียดบังมีความหมายกว้างกว่า "เอาไป" ในความผิดฐานลักทรัพย์ หมายถึง การกระทา
หรืองดเว้นกระทาที่แสดงเจตนาของผู้ครอบครองทรัพย์ว่าจะเอาทรัพย์น้ันเป็นประโยชน์
ส่วนตัวโดยมิชอบ การแสดงเจตนาดังกล่าวอันแสดงออกโดย การบริโภค ขาย เปลี่ยน
แปลง จานา เอาทรัพย์รวมเข้ากับของตนหรือเพียงแต่ปฏิเสธสิทธิของเจ้าของที่แท้จริงก็
เป็นการเบียดบังได้ และต้องเอาไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์ ทั้งไม่ใช่การกระทาที่เป็นแต่

6

การทาลายทรัพย์ให้สูญสิ้นไป ท้ังนี้เพราะผู้กระทาผิดได้ครอบครองทรัพย์อยู่แล้ว เพียงแต่
เจตนาทุจริตเอาทรัพย์ไว้เป็นของตนเมื่อใดก็เป็นการเบียดบัง แต่ลาพังการครอบครอง
ทรพั ยเ์ รือ่ ยมาโดยไมส่ ง่ คืนแกเ่ จา้ ของตามสญั ญา

ยังไม่พอถือว่ามีการเบียดบัง เช่น โก่ง ขอยืมปืนของ ขาว โดยสัญญาว่าจะคนื ให้
ในเย็นวันนั้นปรากฏว่า โก่ง ไม่คืน คงครอบครองต่อมาอีก 8 เดือน โดย ขาว ก็ไม่ได้ทวง
ถาม เพียงเทา่ น้ียังไม่ถอื ว่ามีการเบยี ดบัง

องค์ประกอบภายใน
1. เจตนาธรรมดา คือ ผู้กระทาต้องรู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบภายนอก

ของความผดิ และผู้กระทายอ่ มเลง็ เหน็ ผลและประสงคต์ อ่ ผล (ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 59)

2. เจตนาพิเศษ โดยทุจริต คือ เป็นเจตนาพิเศษตาม มาตรา 1(1) ดังนั้น การท่ี
ผ้คู รอบครองทรพั ยป์ ฏิเสธ ไม่ยอมคนื ทรัพยแ์ ก่เจา้ ของ หากมีเหตอุ นั ควร หรอื เข้าใจผิดโดย
สจุ ริต ก็ไมถ่ อื วา่ มีเจตนาโดยทุจรติ และไม่เป็นความผดิ ฐานยกั ยอก

วรรคสอง
ถ้าทรัพย์น้ันได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทาความผิด เพราะผู้อื่นส่ง

มอบให้โดยสาคัยผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซ่ึงผู้กระทาความผิดเก็บได้
ผกู้ ระทาต้องระวางโทษแตเ่ พยี งก่ึงหนึง่

ยักยอกทรัพย์ทม่ี ีผู้ส่งมอบใหโ้ ดยสาคัญผดิ หรือยกั ยอกทรัพย์สินหาย
ยักยอกทรัพย์ทมี่ ผี ูส้ ง่ มอบให้โดยสาคัญผดิ

องค์ประกอบภายนอก
1. การกระทาการ ตาม มาตรา 352 วรรคแรก การกระทาอันจะเป็นความผิด

ตาม มาตรา 352 วรรคสองนี้ จะต้องมีการกระทาครบองค์ประกอบภายนอกของ มาตรา
352 วรรคแรก เสยี กอ่ น

2. ทรัพย์นั้นไดต้ กมาอยูใ่ นความครอบครองของผู้กระทาความผดิ เพราะผู้อ่ืนส่ง
มอบให้โดยสาคัญผิดไป ความผิดมาตรา 252 วรรคสองน้ีเป็นความผิดท่ีสืบเน่ืองมาจาก

7

ความผิดฐานยักยอกตาม มาตรา 352 วรรคแรก โดยกฎหมายบัญัติระวางโทษให้น้อยลง
เพราะเหตุท่ีทรัพย์มาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทาผิดเพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดย
สาคัญผิด ดังน้ัน ลกั ษณะสาคญั ก็คอื ตอ้ งมีการครอบครองโดยมีผู้อนื่ ส่งมอบทรพั ย์ให้ ไม่ไช่
ผู้กระทาผิดเขา้ ครอบครองเองโดยพลการ

3. โดยสาคัญผิดไป คาว่าสาคัญผิดมีความหมายกว้าง ไม่จากัดเฉพาะสาคัญผิดใน
เร่ืองนิติกรรมดังเช่นในกฎหมายแพ่ง ความสาคัญผิดอาจสาคัญผิดในตัวบุคคคล ตัวทรัพย์
ลกั ษณะของนิติกรรม คุณสมบตั ขิ องบุคคลหรือทรัพย์ หรือแมม้ ลู เหตุจูงใจก็อยู่ในความหมาย
ของมาตราน้ี ข้อสาคัญความผิดนน้ั ตอ้ งเกิดขณะส่งมอบ และเป็นผลให้มกี ารส่งมอบ

องค์ประกอบภายใน
1. เจตนา การกระทาความผิดตามมาตรานี้ต้องมีเจตนา ตาม มาตรา 59 และ

โดยทจุ ริต ตาม มาตรา 1(1) เช่นเดียวกับความผิดฐานยักยอก ตาม มาตรา 352 วรรคแรก
ยักยอกทรพั ยส์ ินหาย

องคป์ ระกอบภายนอก
1. การกระทาการตามมาตรา 352 วรรคแรก ความผิดนี้สืบเนอ่ื งมากจาความผิด

ฐานยักยอก ตาม มาตรา 352 วรรคแรกเช่นกัน โดยกฎหมายบัญัติให้ระวางโทษเพียงก่ึง
หนึ่งเพราะทรัพย์ที่ยักยอกเป็นทรัพย์สินหาย ความผิดฐานนี้เรียกอีกชื่อหน่ึงว่ายักยอกเก็บ
ของตก ลักษณะสาคัญของความผิดนี้ก็คือทรัพย์ท่ียักยอกเป็นทรัพย์สินหาย และผู้กระทา
ผดิ เปน็ ผู้เกบ็ ได้

2. ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทาความผิดเป็น
ทรัพย์สินหาย ทรัพย์สินหาย คือ ทรัพย์สินที่ผู้ครอบครองขาดการยึดถือโดยไม่สมัครใจ
มิใช่แต่เพียงช่ัวคราว มิใช่สละการครอบครอง และมิใช่โดยถูกแย่งการครอบครอง
ทรัพยส์ นิ หายจงึ เป็นทรัพย์ท่ไี ม่มีผใู้ ดครอบครอง ผทู้ ่เี ก็บไดแ้ ละเอาไว้จงึ ไม่ผิดฐานลักทรัพย์
แต่ทรัพย์นั้นก็ยังเป็นกรรมสิทธ์ิของเจ้าของอยู่ เหตุที่ทาให้ผู้ครอบครองขาดจากการยึดถือ
โดยไม่สมัครใจน้ัน อาจเป็นเพราะของตกหาย สัตว์หลุดหนีไป หรือน้าพัดพาของหายไป
หรือเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งทาให้ทรัพย์เคล่ือนไปจากท่ีเดิมจนหาไม่พบ และต้องมิใช่เป็น
เหตุช่ัวคราว ถ้าของตกหายโดยลักษณะท่ีผู้ครอบครองยังติดตามหาคืนได้อยู่จึงยังไม่เป็น

8

ของหายเพราะยังถือไม่ได้ว่าขาดการยึดถือโดยแท้จริง อย่างไรจะถือได้ว่าทรัพย์ขาดจาก
การครอบครองของเจ้าของและกลายเป็นทรัพย์สินหายต้องพิจารณาข้อเท็จจริงหลาย
ประการ เช่น สถานทีท่ ที่ รพั ย์ตก ระยะเวลาจากที่เจ้าของทาทรัพย์ตกจนถึงเวลาทมี่ คี นเก็บ
ไว้ ลักษณะการทท่ี รพั ย์พรากไปจากเจา้ ของ ฯลฯ

3. ซึ่งผู้กระทาความผิดเก็บได้ ผู้กระทาความผิด ตาม มาตรา 352 วรรคสองน้ี
คือ ผู้เก็บทรัพย์สินหายได้ การเก็บได้คือการเข้ายึดถือทรัพย์สินหาย ผู้เก็บได้จะเบียดบัง
ยกั ยอกทันที หรอื มาเกดิ เจตนาทจุ ริตเบียดบังทรพั ย์สินเอาภายหลัง ก็เป็นยกั ยอกทรัพย์สิน
หาย แต่ถ้ามีทรัพย์สินหายที่มีผู้เก็บได้ แล้วทรัพย์ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นซ่ึง
มิใช่ผู้เก็บได้ หากคนหลังเบียดบังไว้ย่อมเป็นความผิด ตาม มาตรา 352 วรรคแรกไม่ไช่
มาตรา 352 วรรคสอง

องค์ประกอบภายใน
1. เจตนา ตาม มาตรา 59
2. เจตนาพิเศษ โดยทุจรติ ตามมาตรา 1(1)
ตวั อย่าง
- นายจอมเปน็ พนงั งานขายนาฬิกาแตก่ ลับยักยอกนาฬิไปเปน็ ของตนเอง
- นายคดเค้ียวยมื รถยเ์ พื่อนไปใชแ้ ละไม่นามาคนื ภายหลังได้นารถตไ์ ปขายต่อ

9

บทที่2
คาอธบิ ายจากบรรทัดฐานคาพิพากษาศาลฎกี า

2.1 คาพพิ ากษาศาลฎกี าเกย่ี วกับการลักทรัพย์ มาตรา 334

มาตรา 334
ผู้ใดเอาทรพั ยข์ องผู้อ่นื หรือท่ผี ู้อืน่ เป็นเจ้าของรวมอย่ดู ้วยไปโดยทจุ รติ ผู้น้ันกระทา

ความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี และปรับไม่เกนิ หกหมื่นบาท

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2514 ผู้เสียหายไปวัดในพิธีอุปสมบท ขณะท่ี
ผู้เสียหายเดินตามคณะกลองยาวที่ประโคมกลองยาวหน้านาค โดยผู้เสียหายเดินตามไปได้
ระยะทางสัก 2 เส้น ผู้เสียหายก็รู้สึกตัวว่าสร้อยข้อมือทองคาหายไปจึงกลับไปหาบนศาลา
ปรากฏว่า ส. อายุไม่เกิน 7 ปี ได้เก็บสร้อยนั้นไปบนศาลาแล้วนาไปให้จาเลยท่ี 2 อายุ 13
ปีซ่ึงเป็นพี่สาวของ ส. จาเลยที่ 2 จึงเอาไปให้จาเลยที่ 1 ซึ่งเป้นมารดาต่อจาเลยท่ี 1 เอา
สร้อยห่อและพกออกจากวัดทันทีเม่ือผู้เสียหายสอบถามจาเลยที่ 1 ตอบไม่รู้เห็น จาเลยที่
1 น่าจะทราบอยู่แล้วว่าสร้อยเป้นของคนอ่ืนและเจ้าของจะออกติดตามเอาคืนจาเลยที่ 1
จงึ มีความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ จาเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาทุจรติ จึงไมม่ ีความผิด (ประชุมใหญ่คร้ังท่ี
25/2514)

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 7819/2552 การกระทาท่ีจะครบองค์ประกอบความผิด
ฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 334 นั้น จะต้องเป็นการเอาทรัพยข์ องผู้อื่นหรือท่ีผู้อ่ืนเป็น
เจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต แต่กรณีตามฟ้องของโจทก์ทั้งสองในคดีน้ีปรากฏว่า เงิน
จานวนท่ีจาเลยท้ังสองเบิกถอนไปเป็นเงินท่ีอยู่ในบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ 1ที่ฝากไว้กับ
จาเลยทั้งสองเงินจานวนดังกล่าวจึงตกเปน็ กรรมสิทธิ์และอยใู่ นความครอบครองของจาเลย
ท้ังสองจาเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับฝากย่อมมีสิทธิที่จะบริหารจัดการเงินฝากจานวนดังกล่าว
นั้นประการใดก็ได้ จาเลยทั้งสองคงมีหน้าที่เพียงต้องคืนเงินฝากตามจานวนที่โจทก์ท้ังสอง
ซึ่งเป็นลูกค้านาเข้าฝากไว้เท่าน้ัน โดยจาเลยท้ังสองไม่จาต้องส่งคืนเป็นเงินจานวนอัน
เดียวกับที่ฝากไว้ ดังนั้น การท่ีจาเลยทั้งสองเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่
1 จึงมิใช่เป็นการเอาทรัพย์ของโจทก์ท้ังสองไป การกระทาของจาเลยทั้งสองจึงไม่ครบ
องคป์ ระกอบความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์ตามฟอ้ ง

10

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 159/2502 จาเลยเก็บกระเป๋าใส่เงินของเจ้าทรัพย์ซึ่งเหนบ็
ไว้ทเ่ี อวแลว้ เล่อื นหลุดไปจากเอวในขณะนั่งดภู าพยนต์อยู่ใกล้เคียงกันในโรงภาพยนต์น้ันถือ
ว่าทรัพย์ยังอยู่ในความยึดถือของเจ้าทรัพย์ ไม่ใช่เป็นทรัพย์ท่ีอยู่ในสภาพของตกของหาย
เมื่อจาเลยเอาไปเสยี ยอ่ มมีความผดิ ฐานลกั ทรพั ย์

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2543 จาเลยทั้งสอลว่าจ้างให้ผู้เสียหายขับ
รถจักรยานยนต์ไปส่งระหว่างทางมีกานบังคับให้ผู้เสียหายเข้าไปในกระท่อมแต่ผู้เสียหาย
ไม่ยอม จาเลยท่ี2 เอามือรัดคอผู้เสียหายและดึงเอากุญแจส่งให้จาเลยที่1 ซ่ึงน่ังคร่อม
รถจักรยานยนต์อยู่ เมื่อมีคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาช่วย จาเลยทั้งสองก็เอา
รถจักรยานยนต์ของผูเ้ สียหายหลบหนไี ป ก่อนจาเลยท้ังสองขับรถจกั รยานยนต์หลบหนไี ป
มจี าเลยคนหน่ึงพดู ว่าให้ผู้เสียหายไปเอารถจกั ยานยนต์คืนทีโ่ รงเรียนวัด บ. แสดงใหเ้ ห็นว่า
จาเลนท้ังสองเพียงต้องการนารถจักรยานยนต์คนั ที่ผู้เสยี หายขับไปใชช้ ่ัวคราว โดยต้ังใจจะ
คืนให้ภายหลัง มิได้กระทาเพื่อเป็นการตัดกรรมสิทธิ์ตลอดไป อันจะเป็นความผิดฐานลัก
ทรพั ย์ จาเลยท้งั สองไม่มีความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย์

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 950/2500 จาเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างกรมชลประทาน ได้รบั
คาส่ังให้ไปควบคุมเคร่ืองดันน้าโดยกรมชลประทานส่งน้ามันที่ใช่กับเครื่องดันน้าให้และมี
เจ้าหน้าท่ีท่ีควบคุมการปฏบิ ัติงานและตรวจสอบการใช้นา้ มันทุกวันนา้ มันดังกล่าวยังอย่ใู น
ความครอบครองของกรมชลประทาน เมื่อจาเลยท้ังสองเอาน้ามันไปขายจึงมีความผิดฐาร
ลกั ทรัพย์

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1626/2500 โจทยฟ์ ้องว่าจาเลยฆ่าผูต้ ายเพ่ือเอาทรัพย์ตาม
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา250 แตข่ ้อเทจ็ จริงไดค้ วามวา่ จาเลยฆา่ ผตู้ ายจนถงึ แก่ควสม
ตายแล้ว จาเลยจึงเกิดโลภเจตนาเอาทรัพย์ของผู้ตายในภายหลัง เช่นนี้ถือว่าข้อเท็จจริงท่ี
ได้ความในการพิจารณาไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวในฟ้อง ลงโทษจาเลยฐานลัก
ทรัพย์โจทย์ฟ้องจาเลยเรื่องลักทรัพย์และขอให้จาเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 15,400 บาท
เจ้าพนักงานจับจาเลยและได้เงิน 900 บาทเป็นของกลาง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า
จาเลยเอาเงินสดจากเจ้าทรัพย์ไป 500 บาท จึงควรหักเงินสดของกลางคืนให้เจ้าทรัพย์
500 บาทเท่าที่ได้ความว่าจาเลยเอาไป เหลือนอกน้ันคืนให้จาเลย ต่อจากน้ันเป็นเรื่องของ
โจทยท์ ่จี ะดาเนนิ การบังคับต่อไป

11

คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 3245/2545 จาเลยท่ี1 และที่3 กบั พวกมีเจตนาทจุ รติ ที่จะ
เอาทรัพย์ผู้เสียหายไปตั้งแต่เบื่องต้น ส่วนการหลอกลวงว่าจะรับซ้ือท่ีดินจานวนมากก็ดี
หรือการหลอกลวงว่าจะพาไปซ้ือรถยนต์ราคาถูกก็ดี ล้วนเป็นการสร้างกลอุบายเพื่อให้
บรรลุผลเอาเงินสดของผู้เสียหายไปโดยทุจริตอันเปน็ ความผิดฐานลักทรัพย์ หาใช่ความผิด
ฉอ้ โกงไม่

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 2624/2530 จาเลยกบั พวกนารถบรรทุกสิบล้อไปขอรับจ้าง
บรรทุกถั่วเขียวของผูเสียหายเพื่อส่งให้แก่ลูกค้าของผู้เสียหาย แล้วเอาถั่วเขียวดังกล่าวไป
เป็นประโยชน์ของตนกับพวก ดังน้ี เป็นการใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายเพ่ือความสะดวก
แกก่ ารลักทรัพย์โดยมเี จตนาทุจรติ มาแตแ่ รกจึงมีความผิดฐานลักทรัพญ์

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 6080/2546 จาเลยกบั พวกมเี จตนาลกั หมอ้ แปลงไฟฟ้าของ
ผู้เสียหายโดยข้ึนไปบนเสาไฟฟ้าแล้วใช้เล่ือยตัดสายลวดสลิงท่ียึดหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าว
ใชเ้ ชือกผูกผลกั ลงจากคานบนเสาไฟฟ้า เมอ่ื หม้อแปลงไฟฟา้ เคลื่อนจากจุดทต่ี ิดต้ังเดิมและ
ถูกเคลื่อนมาอยู่บนพ้ืนดิน ถือว่าเป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์หม้อแปลงไฟฟ้าอันเป็นความผิด
ฐานลักทรัพย์สาเร็จแล้ว แม้จาเลยกับพวกจะยังไม่ทันยกหม้อแปลงไฟฟ้าขึน้ รถยนต์กะบะ
ของจาเลยเพราะหม้อแปลงไฟฟ้ามีน้าหนกั มากกต็ ามหาใชเ่ ปน็ เพยี งพยายามไม่

2.2 คาพพิ ากษาศาลฎีกาเกีย่ วกับการยักยอกทรพั ย์ มาตรา352

มาตรา 352 วรรคแรก
ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซ่ึงเป็นของผู้อ่ืนหรือซ่ึงผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบัง

เอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สาทโดยทุจริต ผู้น้ันกระทาความผิดฐานยักยอก
ต้องระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ สามปี หรอื ปรับไม่เกินหกหมอื่ นบาท หรอื ทง้ั จาทัง้ ปรบั

คาพิพากษาศาลฏีกาท่ี 7727/2544 จาเลยทาสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจาก
บริษัท อ. โดยชาระเงนิ ในวันทาสัญญาบางส่วน ท่ีเหลอื ผ่อนชาระเดอื นละงวดรวม 36 งวด
มีชาวบ้านท่ีจาเลยจ้างมาเป็นผู้ค้าประกัน หลังจากทาสัญญาเช่าซ้ือและรับรถไปแล้ว
จาเลยไม่ชาระค่าเช่าซ้ือและไม่ตดิ ต่อกบั ผู้เสียหายอีกเลย บริษัท อ. จึงบอกเลิกสัญญา แต่
จาเลยไม่ส่งมอบรถคืนเม่ือสอบถามจาเลย จาเลยแจ้งว่าขายไปแล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าขาย
ให้แก่ผู้ใด ดังนี้ การท่ีจาเลยทาสัญญาเช่าซ้ือและชาระเงินล่วงหน้าก็เพื่อให้ได้รถยนต์ไปไว้

12

ในครอบครอง มิได้มีเจตนาจะชาระราคาอีก พฤติการณ์ของจาเลยดังกล่าวเป็นการเบียด
บังเอาทรัพย์ของบริษัท อ. ท่ีอยู่ในครอบครองของจาเลยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐาน
ยักยอก หาใชเ่ ปน็ เพียงการกระทาผดิ สญั ญาทางแพง่ เท่านัน้ ไม่

คาพิพากษาศาลฏีกาที่ 270/2558 ข้อตกลงตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าว เป็น
ข้อตกลงท่ีจาเลยรับว่าเป็นหนี้ผู้เสียหายในเงินที่จาเลย ยักยอกไปแ ละจะชด ใช้ห น้ีให้
ผู้เสียหายโดยวิธีการผ่อนชาระเท่าน้ัน ซึ่งมีผลผูกพันกันทางแพ่งและเป็นสิทธิทางแพ่งท่ี
ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องให้จาเลยชาระหนี้ได้อีกทางหน่ึงเท่านั้น หนังสือรับสภาพหน้ี
ดังกล่าวไมม่ ีขอ้ ความใดท่ีแสดงว่าผูเ้ สียหายตกลงสละสทิ ธิ์ในการดาเนินคดีอาญาแก่จาเลย
กรณยี งั ถือไมไ่ ด้ว่าเป็นการยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(2) สิทธินาคดีอาญามาฟ้อง
จึงยังไม่ระงับไปกรณีเบียดบงั เอาทรัพย์ซ่ึงเป็นสินสมรสไปเป็นของตนหรือบุคคลท่ีสามโดย
ทุจริต มีความผิดฐานยักยอกคาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 2282/2521 ผู้เสียหายให้จาเลยเช่า
บา้ นและบอกใหจ้ าเลยชว่ ยดูแลทรพั ยส์ ินในบ้านถือเป็นการมอบหมายใหจ้ าเลยครอบครอง
ทรัพย์ท่ีอยู่ในบ้านแทนผู้เสียหายแล้ว เมื่อจาเลยเอาทรัพย์น้ันไป การกระทาของจาเลยจึง
ตอ้ งดว้ ยความผดิ ฐานยักยอก

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1330/2539 จาเลยท่ี 1 ขอสลากกินแบ่งรัฐบาลจากโจทก์
ไปตรวจกับผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลท่ีจาเลยท่ี 2 จดไว้แล้วไม่คืน กลับนาไป
มอบให้ธนาคารขอรับเงินรางวัลแทนและนาเงินมาเข้าบัญชเี งินฝากของจาเลยที่ 2 และ ท.
ซ่ึงเปน็ ภริยาของจาเลยท่ี2 และมารดาจาเลยท่ี 1 เป็นการเบียดบังเอาสลากกินแบ่งรัฐบาล
ฉบบั พพิ าทและเงินรางวัลที่ได้รบั มาเป็นของตนและของบุคคลอื่นโดยทุจริตการกระทาของ
จาเลยทงั้ สองจึงเป็นความผดิ ฐานยกั ยอก

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 3817/2533 ผู้เสียหายมอบเช็คระบุช่ือให้จาเลยนาไปเข้า
บัญชีของผู้เสียหาย แต่จาเลยกลับนาไปให้ผู้ส่ังจ่ายออกเช็คฉบับใหม่เป็นเช็คผู้ถือ แล้ว
จาเลยนาเช็คฉบับใหม่ไปขึ้นเงินจากธนาคารและหลบหนีไป การท่ีจาเลยรับเช็คฉบับใหม่
มาแล้วนาไปขึ้นเงินจากธนาคารนั้นเป็นการครอบครองเช็คแทนผู้เสียหายเพราะผู้สั่งจ่าย
เจตนาจ่ายเช็คให้แก่ผู้เสียหาย ไม่ได้จ่ายให้จาเลย เม่ือจาเลยนาเช็คนั้นไปขึ้น เงินมา
ครอบครองแล้วเบยี ดบงั เอาเงินเปน็ ของตน จึงเป็นความผิดฐานยักยอก

13

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 2250/2544 โจทก์ร่วม ส่งสินค้ามาฝากขาย ท่ี
ห้างสรรพสนิ ค้าแล้วจาเลยซ่ึงเปน็ ผู้ขายและเป็นพนักงานของโจทกร์ ่วม
ประจาห้างสรรพสินค้า ถือว่าครอบครองสินค้าของโจทก์ร่วม ได้ขายสินค้าให้แก่ลูกค้าโดย
ไม่ผ่านพนักงานเก็บเงินของห้างสรรพสินค้าและไม่ออกใบเสร็จรับเงินแล้วนาเงินค่าซ้ือ
สินค้าจากลูกค้าไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ส่งให้โจทก์ร่วมเป็นการเบียดบังทรัพย์ของ
โจทก์ร่วมไปเป็นของจาเลยหรือบคุ คลท่ีสามโดยทุจรติ จึงมคี วามผิด

มาตรา 352 วรรคสอง
ฐานยัถา้ ทรัพยน์ ัน้ ไดต้ กมาอยใู่ นความครอบครองของผกู้ ระทาความผิด เพราะผ้อู ่ืน

สง่ มอบให้โดยสาคยั ผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพยส์ ินหายซ่ึงผู้กระทาความผิดเก็บได้
ผูก้ ระทาต้องระวางโทษแต่เพียงกง่ึ หนงึ่ กยอกตามมาตรา 352 วรรคหนง่ึ

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 47/2483 จาเลยพูดกับเด็กที่เก็บแหวนตกได้ว่า จะนา
แหวนท่ีเก็บได้นั้นไปให้พ่อ แม่เด็กแล้วจาเลยเบียดบังเอาเสียเองเม่ือถกู ทวงจาเลยก็ว่าเปน็
แหวนไม่ดีน้ัน เป็นผิดฐานยักยอก ผู้เก็บของตกได้ย่อมมีสิทธิ์ดีกว่าว่าบุคคลอื่น เว้นแต่
เจ้าของอันแท้จริงฉะนั้นผู้เก็บของตกได้จึงมีสิทธ์ิมอบคดีให้เจ้าพนักงานฟ้องร้องจาเลยผู้
ยักยอกของน้ันไปอีกทอดหน่ึงได้ทรัพย์น้ันได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทา
ความผดิ เพราะผู้อน่ื ส่งมอบให้โดยสาคัญผิดด้วยประการใด มาตรา 352 วรรคสอง

คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2529 จาเลยเขียนเช็คส่ังจ่ายเงิน 10,000 บาทโดย
เขียนจานวนเงินด้วยอักษรว่า 'หนึ่งหมื่นบาท' แต่จานวนเงินที่เขียนด้วยตัวเลขได้ใส่
เคร่ืองหมายจุลภาคผิดตาแหน่ง โดยใส่ไว้หลังเลขศูนย์ตัวท่ีสองนับจากเลข 1 (คือเขียน
100,00) แล้วนามาขอเบิกเงินจากธนาคารพนักงานธนาคารสาคัญผิดว่าจาเลยขอเบิกเงิน
100,000 บาทจึงจ่ายเงินให้จาเลย100,000 บาทถือได้ว่าเงินจานวน 90,000 บาทเป็นเงิน
ท่ีส่งมอบให้อยู่ในความครอบครองของจาเลยโดยสาคัญผิดไปแม้จะด้วยการใดก็ตามเม่ือ
จาเลยเบียดบังเอาเป็นของตนการกระทาของจาเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 352 วรรค
สอง

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 2135/2539 เจ้าหน้าที่ของธนาคารผู้เสียหายได้นาเงินฝาก
จานวน 60,000 บาท ของลูกค้ารายอื่นเข้าบัญชีของจาเลยโดยผิดพลาด ปรากฏว่าจาเลย
ประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้าซ่ึงเป็นกิจการเล็กๆมีเงินทุนหมุนเวียนเข้าออกบัญชีจานวน

14

เลก็ นอ้ ยสามารถตรวจสอบและร้ถู ึงการนาเงินเข้าออกบัญชีได้โดยง่ายจึงฟังได้วา่ จาเลยรู้ว่า
มีการนาเงินของผู้อื่นเข้าบัญชีของจาเลยโดยผิดพลาดการท่ีจาเลยออกเช็คส่ังจ่ายเงิน
ดังกล่าวออกไปจากบัญชีของจาเลยเป็นการเบียดบังเอาเงินน้ันไปโดยทุจริต จึงเป็น
ความผดิ ฐานยกั ยอกตามมาตรา 352 วรรคสอง

คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 34/2503 จาเลยเก็บขวดใส่ทองรูปพรรณของผู้เสียหายซ่ึง
ทาตกหายที่หน้าบันไดกุฏิวัดไปโดยจาเลยไม่ทราบว่าเป็นของใครและไม่ทราบว่า เจ้าของ
ยังติดตามหาอยู่หรือไม่จาเลยเอาเป็นประโยชน์ของตนเสยี โดยเจตนาทุจริต ตอ้ งมีความผิด
ฐานเก็บทรัพย์ที่หายแล้วเบียดบังเอาเป็นของคนอันเป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรค 2 (อา้ งฎีกาที่ 448/2488)

15

บทที่3
สรุปเน้อื หาและข้อเสนอแนะ

1. ความผดิ ฐานลักทรพั ย์ เป็นการแย่งกรรมสทิ ธห์ิ รือสิทธคิ รอบครอง
2. ความผิดฐานยักยอก ผู้กระทาความผิดมีสิทธิครอบครอง แต่เบียดบังเป็นของตนเอง
(ดังนั้น ความผิดฐานนี้ แค่เบียดบัง ก็ผิดแล้วครับ จึงไม่มีการพยายาม เป็นความผิดสาเร็จ
ทนั ท)ี

ลกั ทรัพย์
1. ทรัพย์ท่ถี ูกลกั ตอ้ งอยใู่ นความครอบครอง ของผอู้ ืน่ ในขณะเอาไป
2. ผกู้ ระทามเี จตนาทจุ รติ กอ่ นเอาทรัพยไ์ ป จากความครอบครองของผ้อู ่นื
3. เปน็ ความผดิ อาญาแผน่ ดนิ
4. กรณีของตกหายโดยเจ้าของยังไม่สละการ ครอบครอง ถ้าเอาไปโดยรู้หรือมี

เหตุอัน ควรร้วู า่ เจา้ ของยงั ตดิ ตามอยู่ เปน็ ลกั ทรัพย์
5.ยอมความไมไ่ ด้

ยักยอกทรพั ย์
1. ทรพั ยต์ อ้ งอยู่ในความครอบครอง ของผู้ยกั ยอกแล้วเบยี ดบังเอาทรัพยน์ ั้นเสีย
2. ทรัพย์อยู่ในความครอบครองของผู้กระทา ก่อนแล้วมีเจตนาทุจริต เบียดบัง

เอาทรัพย์ ภายหลงั
3. เปน็ ความผดิ อนั ยอมความได้
4. กรณีของตกหาย ถ้าเก็บไปโดยไม่ทราบว่าเจ้าของกาลังติดตามหรือมีเหตุอัน

ควรจะรู้ เป็น ยักยอกทรพั ย์
5.ยอมความได้

" ลักทรพั ย์คือชว่ั ก่อนครอบครอง ยักยอกคอื ครอบครองกอ่ นชวั่ "

16

ความผิดฐานยกั ยอก

1. ขอ้ แตกต่างระหวา่ งลักทรัพยแ์ ละยกั ยอกคอื “การครอบครอง”
2. ยักยอก เป็นกรณีที่ผู้กระทาครอบครองทรัพย์น้ันอยู่ในขณะท่ีเบียดบังทรัพย์น้ัน
โดยทจุ ริต

2.1 การครอบครองเกิดข้ึนโดยชอบ เชน่ ในฐานะผูเ้ ช่าทรัพย์
2.2 การครอบครองเกิดขึ้นโดยแย่งการครอบครองซ่งึ ผู้แย่งการครอบครองไม่มี
ความผดิ ฐานลักทรัพย์ (เพราะถา้ เปน็ ลกั ทรพั ย์แลว้ ก็ไมผ่ ิดยกั ยอกอกี ) เช่น

- เอารถของเขาไปใช้ชั่วคราว (ไม่ได้เอาไปในลกั ษณะตดั กรรมสิทธิ์)
- เอาทรพั ย์เขามาเพราะเขา้ ใจวา่ เปน็ ของตนเอง (ไมร่ ูข้ ้อเทจ็ จรงิ อนั เป็น
องค์ประกอบของความผดิ ไม่ร้วู ่าเปน็ การแย่งการครอบครอง)
- สามีเอาแย่งสร้อยของภริยามาไว้ เพราะกลัวภริยาจะเอาไปขายเพื่อเล่น
การพนนั (ขาดเจตนาทุจรติ )
3. การครอบครองทรัพย์นั้น อาจเป็นการครอบครองโดยลาพังหรือครอบครอง
ร่วมกับผอู้ ื่นก็ได้ เชน่ เจา้ ของรวม สาคญั คือ ตอ้ งพจิ ารณาว่าผู้กระทาครอบครองทรัพย์นั้น
หรอื ไม่

ยกั ยอกทรพั ยส์ นิ หาย
1. ทรพั ยส์ ินหาย คือ ทรพั ย์ทม่ี ีเจ้าของ แต่ไมม่ ีผใู้ ดครอบครองทรพั ยน์ นั้
2. ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะจะผิดฐานลักทรัพย์ได้ จะต้องมีผู้

ครอบครองทรัพย์น้ันก่อนและผู้กระทาผิดเข้าครอบครองทรัพย์น้ัน “โดยการแย่งการ
ครอบครอง”

3. การได้มาซ่ึงการครอบครองตามมาตรา 352 วรรคสอง ต่างจากวรรคแรก
เพราะได้มาจากการสาคัญผิดหรือเป็นทรัพย์สินหาย แต่วรรคแรกได้มาเพราะมีผู้ส่งมอบ
การครอบครองใหค้ วามรับผิดจงึ แตกตา่ งกนั

4. ความผิดตามาตรา 352 วรรคสอง คือความผิดตามหลักทั่วไปที่บัญญัติไว้ใน
วรรคหน่ึง แตว่ ิธกี ารได้มาซง่ึ การครอบครองได้กาหนดไวเ้ ป็นพเิ ศษเท่านน้ั ดงั นน้ั จะตอ้ งมี
องคป์ ระกอบความผดิ ครบถว้ นตามวรรคหนึ่งดว้ ย

5. อย่างไรจึงจะเป็นทรัพย์สินหาย “ทรัพย์สินหาย” คือทรัพย์ท่ีหลุดพ้นไปจาก
ความยดึ ถือของผเู้ ป็นเจา้ ของโดยมไิ ด้ตงั้ ใจ

17

ไม่ใช่เรอ่ื งสละการครอบครอง
1.ทรัพย์น้ันหลุดพ้นไปจากการครอบครองของผู้ครอบครอง โดยผู้ครอบครอง

อาจเปน็ เจ้าของทรัพยน์ นั้ หรืออาจเปน็ บคุ คลอื่นกไ็ ด้
2. “โดยมิไดต้ ั้งใจ” หมายความว่าไม่สมคั รใจ เช่นของตกหาย
3. ทรัพย์น้ันต้องมิได้หลุดพ้นไปจากการครอบครองเพียงช่ัวคราว กล่าวคือ ถ้า

ตกหายโดยลักษณะที่ผู้ครอบครองยังสามารถติดตามเอาคืนได้อยู่ ยังถือไม่ได้ว่าผู้
ครอบครองขาดความครอบครองโดยแท้จรงิ จึงยงั ไมใ่ ช่ทรัพย์สินหาย

4. ถ้าเป็นการ “สละการครอบครอง” ในทรัพย์สินน้ัน ทรัพย์สินนั้นก็ไม่ใช่
ทรพั ย์สินหาย

5. ทรัพย์ที่ถูกแย่งการครอบครอง ไม่ใช่ทรัพย์สินหาย ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป จึง
ไมใ่ ช่ทรพั ยส์ นิ หาย

6. บรรทัดฐานของศาลฎีกาที่ถอื ว่าการเก็บเอาของตกหายเป็นทรัพย์ของตนโดย
ทุจริตจะเปน็ ลักทรัพย์หรือจะเป็นยักยอกทรัพย์สินหาย

* โดยหลกั แล้ว การเกบ็ ของตกหายโดยทุจรติ จะผดิ ฐานลักทรพั ยไ์ ด้ กต็ ่อเมอ่ื
1. ของนน้ั ยงั มิใชท่ รัพยส์ ินหาย กล่าวคอื เจา้ ของยงั ตามหายอยูโ่ ดยใกล้ชิด ของนนั้

จงึ ยังไมข่ าดไปจากการครอบครอง และ
2. ผู้เก็บได้รอู้ ยแู่ ล้ววา่ เจ้าของยงั ตดิ ตามอยูใ่ กล้ชิด

18

บรรณานกุ รม

หนงั สอื

ดร.เกียรตขิ จร วจั นสวสั ดิ์ . กฎหมายอาญาภาคความผิดเล่ม 3. 2. 2555

รองศาสตราจารยก์ รกฎ ทองขะโชค คณะนติ ิศาสตร์ มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ
คาอธบิ ายกฎหมายอาญา บทบญั ญัตทิ ั่วไป. 3. 2562

สพุ ศิ ปราณตี พลกรัง. ความผิดเก่ียวกับทรัพย์. 1. สานกั พิมพ์นิติธรรม, สนพ. 2559

เอกสารอ่นื

เฉลมิ วฒุ ิ สาระกจิ . ความผดิ เกยี่ วกับทรพั ย์. E-Book (ออนไลน์) แหลง่ ทีม่ า
https://www.mebmarket.com/?action=BookDetails&book_id=70189&c
ode=0kOR93ItUtM1pHaBQIlJ&state. สบื ค้นเมอ่ื วนั ที่ 20 กันยายน 2564

19


Click to View FlipBook Version