ก
ก
คำนำ
รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖4 โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน ฉบับน้ี
จัดทำขึ้นตามกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๓ ระบุให้สถานศึกษาจัดส่ง
รายงานผลการประเมนิ ตนเองให้แก่หนว่ ยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานท่ีกำกับดูแลสถานศึกษาเป็นประจำทุกปี
เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรฐานการศึกษาท่ีสะท้อนผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็น
ผลสำเร็จจากการบริหารจดั การศึกษาที่สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการศึกษาในระดบั ปฐมวัย ๓ มาตรฐาน ได้แก่
คุณภาพของเด็ก กระบวนการบริหารและการจัดการ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ และระดับ
การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ๓ มาตรฐาน ได้แก่ คณุ ภาพของผู้เรยี นกระบวนการบริหารและการจัดการกระบวนการ
จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อนำเสนอรายงานผลการจัดการศึกษาในรอบปีที่ผ่านมาต่อ
หน่วยงานต้นสังกดั หน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง ตลอดจนเผยแพรต่ ่อสาธารณชนได้รบั ทราบ
ขอขอบคุณคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ที่มี
ส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖4
ฉบับนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารรายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนา
คณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียนบา้ นทงุ่ มา่ น ในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖5 ต่อไป
(นายจัตพุ ล นนั ทโภคิน)
ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นทุ่งมา่ น
๓๐ เมษายน ๒๕๖5
ข
สารบัญ หน้า
ก
เรื่อง ข
คำนำ ๑
สารบัญ ๓
บทสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร ๓
ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลพน้ื ฐานของสถานศึกษา ๓
๔
ข้อมูลท่ัวไป ๕
ข้อมูลครแู ละบคุ ลากร 9
ขอ้ มลู นกั เรยี น
ขอ้ มลู ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖4 10
ผลการทดสอบระดับชาตขิ องผูเ้ รียน ๑1
สรุปผลการประเมินคุณภาพตามนโยบาย CR2ACTS & CR2Q-Ed Model
ส่วนที่ ๒ ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษา ระดับปฐมวัย ๑1
ระดบั ปฐมวัย ๑1
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศึกษาระดบั ปฐมวยั ๑4
๑6
มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก ๑8
มาตรฐานท่ี ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
มาตรฐานที่ ๓ การจดั ประสบการณท์ เ่ี นน้ เด็กเป็นสำคัญ ๑8
ระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน 22
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ๒3
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของผเู้ รยี น ๒5
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ๒5
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ๒9
สว่ นที่ ๓ จุดเด่น ข้อจำกดั และแนวทางการพัฒนา 32
ระดบั ปฐมวยั
ระดับการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
ส่วนท่ี ๔ ภาคผนวก
๑
บทสรุปสำหรับผบู้ ริหาร
โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน ตั้งอยู่เลขที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนตั้งแต่ระดับช้ันอนุบาล ๑ ถึงชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๓ มีบุคลากรสายบรหิ าร ๑ คน
ไดร้ ับการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกรอบส่ี เม่ือวันท่ี ๑๘ – ๒๐ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ มกี ารจัดการศึกษา ๒ ระดับ
คือ ระดับการศึกษาปฐมวัย มีครู จำนวน ๒ คน นักเรียน จำนวน 35 คน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีครู
จำนวน 14 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน นักเรียน จำนวน 139 คน รวมทั้งสถานศึกษา มีครูและบุคลากร จำนวน
๑7 คน นักเรยี น จำนวน ๑74 คน
จุดเด่น
เด็กและผู้เรยี นมพี ัฒนาการดา้ นร่างกาย พัฒนาการดา้ นอารมณ์และจิตใจ มพี ัฒนาการด้านสติปัญญา
สมวัย สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้ดี มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และมี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรสถานศึกษา สามารถอภิปรายแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็ ยอมรับและอยรู่ ว่ มกนั ได้อย่างมีความสุข มคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างสรา้ งสรรค์ มีเจตคติ
ที่ดีต่ออาชีพสุจริต ป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดและมีความพร้อมในการศึกษาต่อระดับที่สูงขึ้น ผู้เรียนมีความ
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมท้องถ่ิน มีการเข้าร่วมกิจกรรม
ประเพณีของท้องถนิ่ อยา่ งสม่ำเสมอ เด็กและผู้เรียนมีจดุ เด่นในดา้ นจิตอาสาเปน็ ท่ยี อมรับของชุมชนและสังคม
ครูมีการวางแผนและจัดทำแผนการเรียนรู้ที่ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัด มีการวิเคราะหผ์ ู้เรียนและ
พัฒนาการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกบั ความสามารถของเด็กและผ้เู รียน เน้นกระบวนการคิด
การแสดงออกและการส่ือสาร สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมให้กบั เด็กและผู้เรียนเพื่อพัฒนาให้เปน็ คนเกง่ คนดี
มีความสุข ส่งเสริมการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการตรวจสอบประเมินผลเด็ก
และผู้เรียนอย่างเป็นระบบและให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้ปกครองและผู้เรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของตนเอง
นอกจากนั้นครูยังนำผลการประเมินเด็กและผู้เรียนมาพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ในปีการศึกษา
ตอ่ ไป มกี ารจดั ทำวิจยั ในชัน้ เรียนเพอื่ พัฒนาและสง่ เสริมการจัดประสบการณ์ของเดก็ และผ้เู รยี นอย่างแท้จรงิ มี
การสรา้ งชมุ ชนเพื่อแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทางวิชาชีพอยเู่ สมอ เขา้ รับการอบรมเพือ่ พฒั นาวิชาชพี ของตนเอง
โรงเรียนมีการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้โดย
ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาได้ร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน กำหนดเป้าหมาย
วิสัยทัศน์ พันธกิจ สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา ความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชน นโยบายของรัฐบาล
ภายใตว้ ิสัยทัศน์ท่ีวา่ “โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน จดั การศกึ ษาโดยใช้เทคโนโลยีเพ่ือเสรมิ สร้างการจัดการเรียนรู้ ให้
ไดค้ ณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา จัดการบริหารแบบมีส่วนรว่ ม อนุรกั ษศ์ ิลปวัฒนธรรม
ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม พรอ้ มดำเนินชวี ติ ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” มี
การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอยา่ งหลากหลายที่เป็นไปตามปัญหาและความต้องการพัฒนาตามสภาพ
ของผู้เรียน สอดคล้องกับจุดเน้นของสถานศึกษาและสภาพของชุมชนและท้องถิ่น พัฒนาการบริหาร ส่งเสริม
ให้ครูจัดทำผลงานทางวิชาการ การสร้างชุมชนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพอยู่เสมอ พัฒนาหาความรู้
อย่างเป็นระบบเพิ่มเติมตลอดเวลา และนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาตนเอง พัฒนาเด็กและผู้เรียน จัดการเรียน
๒
การสอนโดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาประยุกต์ใช้ตามโครงการ
โรงเรียนพอเพียง จัดทำสวนศาสตร์พระราชาเพ่ือให้นักเรียนได้ศึกษาและเรียนรู้ จัดกิจกรรมสร้างเสริม
ประสบการณ์ด้านภาษาอังกฤษระดับชั้นอนุบาลและจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ถงึ ๓ เพิม่ เปน็ ๕ ชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์ มีโครงการปรับภมู ิทศั น์และสงิ่ แวดล้อมภายในโรงเรียน
ให้สะอาดน่าอยู่ จัดทำป้ายห้องเรียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ป้ายบอกทิศทางอาคารเรียนต่าง ๆ และ
เน้นความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความ
สะดวกรวดเร็วในการให้บริการ มีการจัดข้อมูลสารสนเทศให้เป็นระบบ จัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ร ะบบ
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สำหรับใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการศึกษาค้นคว้าของเด็กและ
ผเู้ รยี นในห้องเรียนและหอ้ งพเิ ศษตา่ ง ๆ อย่างเพยี งพอ
จดุ ควรพัฒนา
การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ เดก็ และผู้เรยี นด้านการคิดวเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ และการคดิ สรา้ งสรรค์ การ
คิดแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนไดต้ ามความเหมาะสมและสถานการณ์ การพัฒนาเด็กและผู้เรยี นใหม้ ีความสามารถด้าน
การคิดที่หลากหลาย ควรมีการพัฒนาด้านการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษและภาษาต่างชาตอิ ื่น ๆ การพัฒนา
และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษให้สูงขึ้น การพัฒนาเด็กและผู้เรียนให้มีทักษะในการ
ทำงานและทักษะอาชีพ การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้เข้มแข็งและต่อเนื่องและพัฒนา เด็กด้วยการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย การจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กและผู้เรียนมีการสร้างเสรมิ สุขภาพให้สมบรู ณ์
แข็งแรงและการดูแลเอาใจใส่ด้านสุขอนามัยของตนเอง ตลอดจนการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ปรับปรุงและจัดหาเครอื่ งเล่นสนามทีส่ นองพัฒนาการของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านทุ่งมา่ นทุกคน
นวัตกรรมหรือตวั อยา่ งการปฏิบตั ิท่ดี ี (Best Practice) ของสถานศึกษา
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งโรงเรียนได้เข้าร่วมและ
ดำเนินการตามโครงการโรงเรียนจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้
ใน ๔ สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้
แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และ
การทำงาน พร้อมทั้งสามารถนำข้อค้นพบนั้นไปใช้หรือบูรณาการกับชีวิตประจำวันได้ โรงเรียนได้รับการ
คัดเลือกเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
รุ่นที่ ๒ โดยมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี และมูลนิธิเพือ่ ทักษะแห่งอนาคต เพื่อปฏิรูปการจัดการและ
การจดั การเรยี นการสอนให้มีประสิทธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ลและการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาโรงเรียนอย่าง
ต่อเนื่องและเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสู งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประกอบด้วย กิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ Active Learning ดว้ ยโครงงานนวตั กรรมเพอ่ื ชมุ ชน (CIP) ตามแนวทาง
ของ OECD กิจกรรมพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานผู้เรียนอย่างยั่งยืน กิจกรรม Q-PLC ครูโรงเรียนบ้านทุ่งม่าน
กิจกรรมการพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู สารสนเทศ (Q-Info) และกจิ กรรมเครือขา่ ยเพอื่ การพัฒนา (Q-Network)
๓
ส่วนที่ ๑
ขอ้ มูลพื้นฐาน
๑.๑ ข้อมูลทวั่ ไป บ้านทุ่งมา่ น
ชอ่ื โรงเรียน :
ที่อยู่ : เลขท่ี ๒ หมู่ ๓ ต.เวยี งกาหลง อ.เวยี งปา่ เป้า จ.เชยี งราย
สงั กัด :
สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต ๒
โทรศัพท์ :
๐๕๓๗๘๙๓๕๔
Email :
[email protected]
Website
http://banthungman.ac.th/
เปดิ สอนระดบั ชนั้
อนบุ าล ๑ ถึงระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
๑.๒ ขอ้ มลู บคุ ลากรของสถานศึกษา
๑) จำนวนบคุ ลากร
บคุ ลากร ผ้บู ริหาร ครูผสู้ อน ครอู ตั ราจา้ ง เจ้าหนา้ ท่ี รวม
ปีการศึกษา ๒๕๖4 ๑ ๑4 อืน่ ๆ ท้งั หมด
2 ๒ 19
๒) จำนวนครูผูส้ อนท่ีตรงตามเอกและตามความถนดั
๕๗%
๔๓%
ตรงตามเอก ตามความถนัด
๔
๑.๓ ข้อมลู นกั เรียน 174 คน
จำนวนนกั เรยี นปกี ารศึกษา ๒๕๖4 รวมท้ังสิ้น
ระดับชนั้ เรยี น จำนวนห้องเรยี น จำนวนนกั เรียน
อ.๑ ๑ ชาย หญงิ รวม
อ.๒ ๑
อ.๓ ๑ 89 17
รวม ๓ 16 7
ป.๑ ๑ 47 11
ป.๒ ๑
ป.๓ ๑ 13 22 35
ป.๔ ๑
ป.๕ ๑ 71 8
ป.๖ ๑
รวม ๖ 74 11
ม.๑ ๑
ม.๒ ๑ 78 15
ม.๓ ๑
รวม ๓ 10 10 20
รวมทั้งหมด ๑๑ 75 12
6 14 20
44 42 86
12 5 17
86 14
12 10 22
32 21 53
89 85 174
180 177 167 174
160
140
120 97 90 86
100
80 64 55 53
60 16 22 35
40
20
0 ประถมฯ มธั ยม รวมทั้งหมด
ปฐมวัย
2562 2563 2564
๕
ระดับปฐมวัย
ร้อยละของนักเรยี นท่มี ีผลการประเมินพฒั นาการแตล่ ะด้านในระดบั 2 ขน้ึ ไป
ระดับชั้น ผลการประเมนิ พัฒนาการนกั เรยี นดา้ น ครบท้งั ๔ ด้าน
อ.๑ รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สตปิ ญั ญา 17
อ.๒ 17 17 17 17 7
อ.๓ 7 7 7 7 11
รวม 11 11 11 11 35
คดิ เปน็ ร้อยละ 35 35 35 35 100
100 100 100 100
ระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน
๑) รอ้ ยละของนักเรียนทีม่ ีเกรดเฉลีย่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนแตล่ ะรายวชิ าในระดับ ๓ ข้ึนไป
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ถึง ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ ปกี ารศึกษา ๒๕๖4
รายวิชา(พน้ื ฐาน)
ระดบั ชั้น ภาษาไทย
ค ิณตศาสตร์
ิวทยาศาสตร์
ัสงคมศึกษาฯ
ภาษา ัองกฤษ
ป.๑ 5 3 4 1 5
ป.๒ 7 7 6 8 7
ป.๓ 7 6 13 13 9
ป.๔ 9 7 9 17 5
ป.๕ 5 5 6 7 4
ป.๖
ม.๑ 18 7 16 19 11
ม.๒ 4 2 10 6 6
ม.๓ 4 3 8 5 4
รวม
คิดเป็นรอ้ ยละ 11 6 14 12 3
70 46 86 88 54
50.35 33.09 61.87 63.30 38.84
๖
๒) ร้อยละของนักเรียนท่มี ีผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ในระดบั ดีขึ้นไป
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถงึ ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ปีการศกึ ษา ๒๕๖4
(อา้ งอิงจาก รายงานการประเมินนกั เรยี น “อ่านออกเขยี นได้(T)” ของ CR2ACTS CR2Q-Ed 2564)
ระดับชั้น จำนวน ผลการประเมนิ ระดบั ดี
นกั เรยี น ข้ึนไป
ป.๑ พอใช้ ดี ดีมาก ดีเยีย่ ม
ป.๒ 8 0 521 8
ป.๓ 11 1 134 7
ป.๔ 15 2 742 13
ป.๕ 20 0 14 2 3 20
ป.๖ 12 0 741 12
ม.๑ 20 0 11 8 1 20
ม.๒ 17 2 12 3 0 17
ม.๓ 14 0 12 2 0 14
22 1 16 5 0 21
รวม 174 6 85 33 12 132
ร้อยละของระดับดีขน้ึ ไป 75.86
๓) รอ้ ยละของนักเรียนทม่ี ีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดับดีขนึ้ ไป
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖4
(อ้างองิ จาก Q info ปีการศึกษา 2564)
ระดับชนั้ รอ้ ยละ
รวมระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 98.49
๗
๔) ผลประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นท่ีมผี ลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖4 ของผูเ้ รียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีท่ี 3
๑.๕ ผลการประเมินทดสอบความสามารถดา้ นการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) ระดบั ชน้ั
๘
ประถมศึกษาปีท่ี ๑
๑) ผลการประเมินทดสอบความสามารถดา้ นการอ่านของผู้เรยี น (Reading Test : RT) ปกี ารศกึ ษา๒๕๖4
ความสามารถ คะแนนเฉลยี่ ร้อยละ
ระดบั โรงเรียน ระดับสพฐ. ระดบั ประเทศ
การอ่านออกเสยี ง 97.33 69.04 69.95
การอา่ นรู้เร่ือง 75.33 72.30 72.79
รวมความสามารถทั้ง ๒ ดา้ น 86.33 70.67 71.38
๒) การเปรียบเทยี บผลการประเมนิ ทดสอบความสามารถด้านการอ่านของผู้เรยี น (Reading Test : RT)
ปีการศกึ ษา ๒๕๖3- ๒๕๖4
ความสามารถ ปกี ารศกึ ษา ปกี ารศึกษา ร้อยละของผลตา่ ง
๒๕๖3 ๒๕๖4 ระหว่างปกี ารศกึ ษา
การอ่านออกเสียง 80 97.33 +17.33
การอ่านรู้เร่ือง 72.50 75.33 +2.83
รวมความสามารถทง้ั ๒ ดา้ น 76.25 86.33 +10.08
๑.6 ผลการประเมินทดสอบความสามารถพนื้ ฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (NT) ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
๑) ผลการประเมินทดสอบความสามารถพื้นฐานของผเู้ รยี นระดบั ชาติ (NT)ปีการศึกษา๒๕๖4
ความสามารถ คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ
ระดับโรงเรยี น ระดบั สพฐ. ระดับประเทศ
ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) 64.90 48.73 49.44
ดา้ นภาษาไทย (Thai Language) 61.70 55.48 56.14
รวมความสามารถทง้ั 2 ด้าน 63.30 52.11 52.80
๒) การเปรียบเทียบผลการประเมินทดสอบความสามารถพื้นฐานของผูเ้ รียนระดบั ชาติ (NT)
ปีการศึกษา ๒๕๖3- ๒๕๖4
ความสามารถ ปกี ารศกึ ษา ปกี ารศกึ ษา รอ้ ยละของผลตา่ ง
๒๕๖3 ๒๕๖4 ระหวา่ งปกี ารศกึ ษา
ดา้ นคณติ ศาสตร์ (Mathematics) 48.93 64.90 +15.97
ด้านภาษาไทย (Thai Language) 53.46 61.70 +8.24
รวมความสามารถท้ัง 2 ด้าน 51.20 63.30 +12.1
๙
๑.๗ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พนื้ ฐาน (O-NET)
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
๑) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขน้ั พน้ื ฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา๒๕๖4
รายวิชา ระดบั โรงเรยี น คะแนนเฉล่ยี ระดบั ประเทศ
ระดับ สพฐ.
ภาษาไทย (61) 59.82 49.54 50.38
คณิตศาสตร์ (64) 42.50 35.85 36.83
วทิ ยาศาสตร์ (65) 36.61 33.68 34.31
ภาษาอังกฤษ (63) 36.16 35.46 39.22
๒) การเปรยี บเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET)
ปีการศกึ ษา๒๕๖3 – ๒๕๖4
รายวิชา คะแนนเฉล่ีย ผลตา่ ง
ปกี ารศึกษา ๒๕๖3 ปกี ารศึกษา ๒๕๖4
ภาษาไทย (61) 57.25 59.82 +2.57
คณิตศาสตร์ (64) 32.86 42.50 +9.64
วทิ ยาศาสตร์ (65) 41.06 36.61 -4.45
ภาษาอังกฤษ (63) 38.21 36.16 -2.05
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
๑) ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พน้ื ฐาน (O-NET) ปกี ารศึกษา๒๕๖4
รายวิชา ระดบั โรงเรยี น คะแนนเฉลี่ย ระดบั ประเทศ
ระดับ สพฐ.
ภาษาไทย (91) 55.99 52.13 51.19
คณิตศาสตร์ (94) 20.83 24.75 24.47
วทิ ยาศาสตร์ (95) 28.75 31.67 31.45
ภาษาองั กฤษ (93) 27.64 31.79 31.11
๒) การเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET)
ปีการศึกษา๒๕๖3 – ๒๕๖4
คะแนนเฉล่ีย
รายวชิ า ปีการศึกษา ๒๕๖3 ปีการศกึ ษา ๒๕๖4 ผลตา่ ง
ระหวา่ งปกี ารศกึ ษา
ภาษาไทย (91) 73.75 55.99 -17.76
คณติ ศาสตร์ (94) 24 20.83 -3.17
วิทยาศาสตร์ (95) 36.40 28.75 -7.65
ภาษาอังกฤษ (93) 52.50 27.64 -24.86
๑๐
1.8 สรปุ ผลการประเมนิ คณุ ภาพตามนโยบาย CR2ACTS & CR2Q-Ed Model การศึกษา2564
๑๑
ระดับปฐมวัย ระดับคุณภาพ
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศกึ ษาระดับปฐมวยั ปีการศึกษา ๒๕๖4
ดีเลิศ
มาตรฐานการศึกษา : ดีเลิศ ดีเลิศ
ดีเลศิ
มาตรฐานการศกึ ษา
มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของเด็ก
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
มาตรฐานท่ี ๓ การจัดประสบการณท์ เี่ นน้ เดก็ เป็นสำคญั
มาตรฐานการศึกษาระดบั ปฐมวยั
มาตรฐานท่ี ๑ คณุ ภาพของเด็ก อยูใ่ นระดบั ดีเลิศ
ผลการพัฒนาการเด็กในด้านรา่ งกาย ด้านอารมณ์ จติ ใจ ดา้ นสังคม และด้านสติปัญญา ดงั นี้
๑.๑ มีพัฒนาการด้านรา่ งกาย แข็งแรง มีสขุ นิสยั ท่ีดี และดูแลความปลอดภยั ของตนเองได้
เดก็ ในระดบั ปฐมวัยโรงเรยี นบ้านทุ่งม่านมีผลการประเมินด้านคณุ ภาพผเู้ รียน (A) จากการประเมินคุณภาพ
ตามนโยบาย CR2ACTS CR2Q-Ed ปีการศึกษา 2564 ที่ 4.81 คะแนน ระดับดีเยี่ยม เพราะโรงเรียนบ้านทุ่งม่านมี
โครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวกับพัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก โครงการส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรม อย.น้อย กิจกรรมกีฬา
นักเรียน กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในช่องปาก กิจกรรมการชั่งน้ำหนัก-ส่วนสูงกิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
โครงการสนับสนุนจาก สปสช. เทศบาลเวียงกาหลง โครงการโรงเรียนพอเพียงมีกิจกรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์
ONE CLASSROOM ONE PRODUCT ( OCOP ) กิจกรรมหลัก 6 ในโครงการได้ดำเนินการแยกย่อยตามกิจกรรมเป็น
กิจกรรมต่อเนื่องและรายงานผลรายเดือนสรุปผลการดำเนินงานทุกปี เพื่อส่งเสริมในด้านสุขภาพ สุขอนามัยของเด็ก
ปฐมวัย มีการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงทุกเดือน ทดสอบสมรรถภาพปลายภาคเรียน จากโครงการจัดกิจกรรมการการอบรม
ให้ความรู้เกี่ยวกับ โรคโควิด การป้องกัน การดูแล และการล้างมือ 6 ขั้นตอน เพื่อให้เกิดความตระหนักในการดูแล
ตนเองกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง จังหวะ
และทำนอง คำคล้องจอง หรือเครื่องดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้สนทนา
อภิปราย สาธิต ทดลอง เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่ เชิญวิทยากรมาให้
ความรู้ ฯลฯ กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กใช้ศิลปะสำหรบั เด็กหลากหลายแบบ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีกปะ การ
ตัดปะ การพมิ พภ์ าพ การปั้น การรอ้ ย การประดิษฐ์ หรอื วิธีอืน่ ๆ ท่ีเดก็ สามารถจะคดิ สรา้ งสรรค์ได้และมีความเหมาะสม
ตามวัยของเดก็ กจิ กรรมเสรี ให้เด็ก เล่นอย่างอิสระตามมมุ การเลน่ หรือมมุ ประสบการณ์ เช่น มุมบลอ็ ก มุมหนงั สือ มุม
วิทยาศาสตร์ มุมธรรมชาติ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย
และแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นอุปกรณ์การกีฬา การเล่นเกม
การละเล่นเป็นต้น กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น จับคู่ การต่อภาพให้สมบูรณ์ (Jigsaw) การวางภาพต่อปลาย (Domino)
การเรยี งลำดบั ขนาดและหมู่ภาพ การจดั หมวดหมู่ การสังเกตรายละเอยี ดของภาพ (Lotto) การจับคู่แบบตารางสัมพันธ์
พื้นฐานการบวก การทำความสัมพันธ์ตามลำดับที่กำหนด เป็นต้น เพื่อการป้องกันการเกิดอันตรายกับเด็ก และการ
ติดต่อประสานกับผูป้ กครองได้สะดวกขึ้นโดยตัง้ กลุ่มไลน์ มีสมุดสื่อสาร การทำประกันอุบัติเหตุในโรงเรียน การสอนให้
เด็กมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองจากการเล่น ความปลอดภัยจากสิ่งต่าง เมื่อประสบเหตุให้รีบแจ้งครูทราบโดย
ด่วน การแทรกความรู้และความตระหนกั ในการดูแลความปลอดภัยของตนเองจากกจิ กรรม 6 กจิ กรรม ผ่านการเลน่ และ
การจัดประสบการณ์
๑๒
๑.๒ มพี ัฒนาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้
เด็กระดับอนุบาล ๑, ๒ และอนุบาล ๓ มีผลพัฒนาการระดับพอใช้ขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ เด็กมี
พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวัย โดยทางโรงเรียนได้มีโครงการจัด
ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย โครงการบา้ นวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย -กจิ กรรมหนึ่งห้องเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์
ONE CLASSROOM ONE PRODUCT ( OCOP ) กิจกรรมหลัก 6 กิจรรมดังน้ี กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรม
เสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมเสรี (เล่นตามมุมประสบการณ์) กิจกรรมกลางแจง้ กิจรรมเกมการศกึ ษา
กิจกรรม Q- CLASSROOM / STEM กิจกรรมกฬี าสี / กีฬาศนู ย์เครือข่าย กจิ กรรมวันสำคญั เปน็ โครงการตอ่ เนอื่ ง
เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่และเล็กมีความพร้อม
ประสานสัมพันธ์กันและใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสมตามวัย ทำผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาจำหน่ายเป็นรายได้ปลูกฝัง
เป็นอาชีพสร้างรายได้ รู้จักค่าของเงิน การทำกิจกรรมร่วมกัน การเป็นแม่ค้า พ่อค้า ความรับผิดชอบ กิจกรรม
เคล่ือนไหวและจังหวะใหเ้ ดก็ ไดเ้ คลือ่ นไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอย่างอิสระ โดยใช้เสยี งเพลง จงั หวะและทำนอง คำ
คล้องจอง หรือเครื่องดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้สนทนา อภิปราย สาธิต
ทดลอง เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่ เชิญวิทยากรมาใหค้ วามรู้ ฯลฯ
กิจกรรมสรา้ งสรรค์ ใหเ้ ด็กใชศ้ ลิ ปะสำหรบั เดก็ หลากหลายแบบ เชน่ การเขยี นภาพ การปั้น การฉกี ปะ การตัดปะ การ
พมิ พ์ภาพ การปนั้ การร้อย การประดิษฐ์ หรอื วิธีอ่นื ๆ ทเ่ี ดก็ สามารถจะคดิ สร้างสรรค์ได้และมีความเหมาะสมตามวัย
ของเด็ก กิจกรรมเสรี ให้เด็ก เล่นอย่างอิสระตามมุมการเล่น หรือมุมประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุม
วิทยาศาสตร์ มุมธรรมชาติ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหว
ร่างกายและแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นน้ำ เล่นทราย การเลน่ อุปกรณ์การกีฬา การเลน่
เกมการละเล่นเป็นต้น กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น จับคู่ การต่อภาพให้สมบูรณ์ (Jigsaw) การวางภาพต่อปลาย
(Domino) การเรียงลำดับขนาดและหมู่ภาพ การจัดหมวดหมู่ การสังเกตรายละเอียดของภาพ (Lotto) การจับคู่
แบบตารางสัมพันธ์ พื้นฐานการบวก การทำความสัมพันธ์ตามลำดับที่กำหนดเป็นต้น กิจกรรมบูรณาการ เสริม
ทักษะการคิดวิเคราะห์ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ปลูกฝังรักการออกกำลังกาย เด็กเข้าร่วมกิจกรรมวัน
สำคญั ต่างๆทำให้เกิดพฒั นาการด้าน อารมณ์ สังคม จติ ใจ
๑.๓ มีพฒั นาการด้านสงั คม ชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชกิ ท่ีดีของสงั คม
เด็กระดับอนุบาล ๑, ๒ และอนุบาล ๓ มีผลพัฒนาการระดับพอใช้ขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ เด็กมี
พัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม โดยโรงเรียนได้ดำเนินการ โครงการจัด
ประสบการณ์สำหรบั เด็กปฐมวยั โครงการบ้านวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทยเปน็ โครงการต่อเนื่องเพื่อส่งเสริม
กิจกรรมการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่และเล็กมีความ พร้อม
ประสานสัมพันธ์กันและใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสมตามวัย ทำผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาจำหน่ายเป็นรายได้
ปลูกฝังเป็นอาชีพสร้างรายได้ รู้จักค่าของเงิน การทำกิจกรรมร่วมกัน การเป็นแม่ค้า พ่อค้า ความรับผิดชอบ
กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะใหเ้ ดก็ ไดเ้ คลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอยา่ งอิสระ โดยใชเ้ สยี งเพลง จงั หวะ
และทำนอง คำคล้องจอง หรือเครื่องดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้
สนทนา อภิปราย สาธิต ทดลอง เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานท่ี
เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ ฯลฯ กิจกรรมสร้างสรรค์ ใหเ้ ดก็ ใช้ศลิ ปะสำหรบั เด็กหลากหลายแบบ เช่น การเขียน
๑๓
ภาพ การปน้ั การฉีกปะ การตดั ปะ การพมิ พภ์ าพ การป้ัน การร้อย การประดิษฐ์ หรอื วิธอี ่นื ๆ ทเ่ี ดก็ สามารถจะ
คิดสร้างสรรค์ได้และมีความเหมาะสมตามวัยของเด็ก กิจกรรมเสรี ให้เด็ก เล่นอย่างอิสระตามมุมการเล่น
หรือมุมประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุมธรรมชาติ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น
กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายและแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่น
สนาม เล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นอุปกรณ์การกีฬา การเล่นเกมการละเล่นเป็นต้น กิจกรรมเกมการศึกษา
เช่น จับคู่ การต่อภาพให้สมบูรณ์ (Jigsaw) การวางภาพต่อปลาย (Domino) การเรียงลำดับขนาดและหมู่
ภาพ การจัดหมวดหมู่ การสังเกตรายละเอียดของภาพ (Lotto) การจับคู่แบบตารางสัมพันธ์ พื้นฐานการ
บวก การทำความสัมพันธ์ตามลำดับที่กำหนด เป็นต้น กิจกรรมบูรณาการ เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์
วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีเด็กเข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญต่างๆทำให้เกิดพัฒนาการด้าน อารมณ์
สังคม จิตใจ เช่น วันสำคัญทางศาสนา กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง
กายอย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง จังหวะ และทำนอง คำคล้องจอง หรือเครื่องดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ให้เด็กไดส้ นทนา อภปิ ราย สาธติ ทดลอง เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง
ทอ่ งคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่ เชญิ วิทยากรมาให้ความรู้ ฯลฯ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ ให้เด็กใช้ศิลปะสำหรับ
เด็กหลากหลายแบบ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีกปะ การตัดปะ การพิมพ์ภาพ การปั้น การร้อย การ
ประดิษฐ์ หรือวิธีอื่นๆ ที่เด็กสามารถจะคดิ สรา้ งสรรค์ได้และมคี วามเหมาะสมตามวยั ของเด็ก กิจกรรมเสรี ให้
เด็ก เล่นอย่างอิสระตามมุมการเล่น หรือมุมประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุม
ธรรมชาติ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายและ
แสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นอุปกรณ์การกีฬา การเล่นเกม
การละเลน่ เปน็ ต้น
๑.๔ มพี ฒั นาการดา้ นสติปญั ญา ส่อื สารได้ มที กั ษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรูไ้ ด้
เด็กระดับอนุบาล ๑, ๒ และอนุบาล ๓ ร้อยละ ๙๐ ของโรงเรียนบ้านทุ่งม่าน มีพัฒนาการด้านสติปัญญา
สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานเตรียมความพร้อมเพื่อเรียนรู้ในชั้น ป.๑ และแสวงหาความรู้ได้ โดยโรงเรียนได้
ดำเนินการจัดกิจกรรมให้กับเด็กอย่างหลากหลาย โครงการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย กิจกรรม
Q- CLASSROOM / STEM เป็นโครงการต่อเนอ่ื งเพอื่ ส่งเสรมิ กิจกรรมการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมพี ัฒนาการด้าน
การใช้กล้ามเนื้อใหญ่และเล็กมีความพร้อม ประสานสัมพันธ์กันและใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เหมาะสมตามวัย ทำ
ผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาจำหน่ายเป็นรายได้ปลูกฝังเป็นอาชีพสร้างรายได้ รู้จักค่าของเงิน การทำกิจกรรมร่วมกัน การเป็น
แม่ค้า พ่อค้า ความรับผิดชอบ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอย่างอิสระ
โดยใชเ้ สียงเพลง จงั หวะ และทำนอง คำคลอ้ งจอง หรอื เคร่อื งดนตรปี ระกอบ การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ให้เด็กได้สนทนา อภิปราย สาธิต ทดลอง เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติ ร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง ศึกษานอกสถานที่
เชิญวทิ ยากรมาให้ความรู้ ฯลฯการเขยี นภาพ การปนั้ การฉีกปะ การตดั ปะ การพมิ พ์ภาพ การปั้น การร้อย การประดิษฐ์
หรือวิธีอื่นๆ ที่เด็กสามารถจะคิดสร้างสรรคไ์ ด้และมีความเหมาะสมตามวยั ของเดก็ กิจกรรมเสรี ให้เด็ก เล่นอย่างอิสระ
ตามมุมการเลน่ หรือมุมประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมวทิ ยาศาสตร์ มุมธรรมชาติ มุมเครอ่ื งเลน่ สัมผัส เป็น
ต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายและแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม
เล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นอุปกรณ์การกีฬา การเล่นเกมการละเล่นเป็นตน้ กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น จับคู่ การต่อ
ภาพให้สมบูรณ์ (Jigsaw) การวางภาพต่อปลาย (Domino) การเรียงลำดับขนาดและหมู่ภาพ การจัดหมวดหมู่ การ
สังเกตรายละเอียดของภาพ (Lotto) การจับคู่แบบตารางสัมพันธ์ พื้นฐานการบวก การทำความสัมพันธ์ตามลำดับท่ี
กำหนด เป็นต้น กิจกรรมบรู ณาการ เสรมิ ทักษะการคิดวเิ คราะห์ วทิ ยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์เทคโนโลยี
๑๔
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
อยู่ในระดับ ดีเลศิ
ผลกระบวนการบริหารและการจดั การ ดงั นี้
๒.๑ มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทัง้ ๔ ดา้ น สอดคล้องกับบรบิ ทของท้องถนิ่
บ้านทุ่งม่านได้ดำเนนิ การจดั ทำโครงการพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา โดยปรบั ปรุงหลักสูตรสถานศกึ ษา
ของระดับปฐมวยั ที่เป็นหลักสูตรท่ีมีความยืดหย่นุ สอดคลอ้ งกบั วิถีชีวติ ของครอบครวั ชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน ทีเ่ น้นให้เดก็ ได้ลง
มือปฏิบตั ิจรงิ และคำนึงถงึ ความแตกต่างระหวา่ งบุคคล โดยใช้กระบวนการเนน้ เดก็ เป็นสำคัญ ตามกิจกรรมการเรยี นรู้ 6
กิจกรรมและบูรนาการตามความเหมาะสม ครูได้มีการจัดกิจกรรมประจำวัน ๖ กิจกรรมหลัก ที่ส่งเสริมให้เด็กมี
พัฒนาการครบทุกด้านเต็มตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน และได้จัดทำแผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณการ ที่มีการ
วิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกจิ กรรมที่ส่งเสริมพฒั นาการเด็กครบทุกด้าน
ทงั้ ด้านร่างกาย อารมณ-์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ัญญา ไมม่ ุ่งเน้นการพฒั นาดา้ นใดด้านหน่ึง เช่น เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา
ซ่งึ โครงการเหลา่ นี้เป็นโครงการที่มีการจัดกจิ กรรมท่ีส่งเสริมให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างหลากหลาย มีพัฒนาการ
เหมาะสมตามวยั เดก็ ไดฝ้ กึ ทกั ษะการพดู และส่อื สารดา้ นภาษาองั กฤษ
๒.๒ จดั ครใู ห้เพียงพอกบั ช้นั เรียน
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการดำเนินโครงการ SMART TEACHER เพื่อพัฒนาคุณภาพของบุคลากร และ
การสอนระดับปฐมวัยของโรงเรียนบ้านทุ่งม่านมคี รจู บการศึกษาปฐมวัยโดยตรงจำนวน 2 คน ต่อห้องเรยี น 2 ห้องเรียน
มี 3 ระดับ โดยระดับชั้นอนุบาล 1 มีจำนวนนักเรียน 17 คน ต่อครูปฐมวัย 1 คน ชั้นอนุบาล 2 มีจำนวนนักเรียน 7
คนระดับชน้ั อนุบาล 3 มจี ำนวนนกั เรยี น 11 คน ต่อ ครปู ฐมวยั 1 คน ( รวมอนบุ าล 2 และ 3 )
๒.๓ ส่งเสริมใหค้ รูมคี วามเชี่ยวชาญด้านการจดั ประสบการณ์
โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน ได้ส่งเสริมให้ครูปฐมวัยทุกคน เข้ารับการพัฒนาตนเองตามนโยบายของ
กระทรวงศึกษาธิการ และการเขา้ รว่ มการพัฒนาอบรมต่าง ๆ จากหน่วยงานตน้ สังกัด สอดคล้องกับหน้าที่ท่ีปฏิบัติไม่ต่ำ
กวา่ 20 ชั่วโมงต่อปกี ารศึกษา และไดด้ ำเนินการจัดทำโครงการพฒั นาวิจยั ในชั้นเรียน เพ่ือสง่ เสริมให้ครูได้ใช้นวัตกรรม
ตา่ ง ๆ การจดั ทำสอื่ ในการแก้ไขปัญหาเด็กในชั้นเรยี น โครงการ SMART TEACHER และโครงการพัฒนาบุคลากร การ
ยกระดับคุณภาพการศึกษา การทำ MOU เสนอผู้บริหาร โดยครูได้นำความรู้และประสบการณ์จากการอบรม พัฒนา
ตนเองโดยทำรายงานผลการปฏบิ ตั ิงาน ( SAR ) การนเิ ทศ ช้ีแนะจากผู้บริหาร ครูวชิ าการ โดยไดร้ บั คำแนะนำ มาปรบั ปรงุ
แก้ไข ในห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนคุณภาพ และเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาชีพของตนเองการจัดกิจกรรมการ
เรียนเสริมประสบการณ์แบบบูรณการ Q- Classroom STEM บ้านวิทยาศาสตร์น้อย วิทยาการคำนวณ เศรษฐกิจ
พอเพยี ง
๒.๔ จัดสภาพแวดลอ้ มและสื่อเพ่ือการเรยี นรู้ อย่างปลอดภัยและเพียงพอ
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดสภาพแวดลอ้ มท้ังภายในและภายนอกหอ้ งเรียนทีป่ ลอดภัย โดยได้ดำเนนิ การจดั
โครงการปรับภูมิทัศน์และพัฒนาอาคารสถานที่ เพื่อให้บริเวณรอบ ๆ ภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียนให้มีภูมิทัศน์ท่ี
สวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ และปลอดภัย และจัดโครงการจัดประสบการณ์การสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิด
กระบวนการเรยี นรู้เปน็ รายบคุ คล รายกลุ่ม และการเรยี นปนเล่น โดยจดั ให้มมี มุ ประสบการณ์ต่าง ๆ หลากหลาย พร้อม
ทงั้ มีสอ่ื การเรยี นรู้ เพียงพอกบั เดก็ เพ่อื การสบื เสาะหาความรู้ ทงั้ ในและนอกหอ้ งเรียน โรงเรยี นบา้ นทงุ่ มา่ น อำนวยความ
สะดวกห้องเรียนให้มีสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศวัสดุ อุปกรณ์ ให้บริการครู นักเรียนเพื่อสนับสนุนการใช้สื่อได้อย่าง
เหมาะสม โดยได้จัดใหม้ ีระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศและการใช้แหลง่ เรียนรู้ในโรงเรยี น เช่น ห้องสมุดและห้อง USO
๑๕
NET จัดหางบประมาณในการจัดสรรให้ครูได้มีงบในการจัดหาสื่อและสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ การปรับปรุงซ่อมบำรุง เพ่ือ
นำมาจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยให้เกิดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เด็กมีคุณภาพ และห้องเรียนมีคุณภาพ
เพื่อให้เกดิ การเรยี นร้ใู นชน้ั ต่อไปได้
๒.๕ ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์
สำหรบั ครู
ครูจัดหอ้ งเรียนใหเ้ ปน็ ห้องเรียนคุณภาพ มีพน้ื ที่แสดงผลงานเดก็ อย่างชัดเจนทผ่ี ู้ปกครองมองเหน็ ได้ มมี มุ
ประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับเด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระ ตามความสนใจของเด็กแต่ละคน โดยครูให้เด็กทุกคนในห้องมีส่วน
รว่ มในการจดั สภาพแวดล้อมในห้องเรียนดว้ ยกัน เช่น การจัดหน้าที่ทำเวรประจำวัน รับผิดชอบชว่ ยเหลือกันในการดูแล
รักษาสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้สะอาด น่าอยู่ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เอื้อต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ใน
ห้องเรียนมสี ภาพแวดลอ้ มทีป่ ลอดภัย มกี ารใชส้ ่อื และเทคโนโลยที เี่ หมาะสมกบั วัยของเด็กโดยผปู้ กครองมสี ว่ นร่วมในการ
จัดหาสื่อและวัสดุอปุ กรณ์ การค้นคว้าข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์ สื่อ ของเล่นท่ีกระตุ้นให้คิดและหาคำตอบ
เช่น เกมต่าง ๆ และการดำเนินโครงการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและ
สารสนเทศ และโครงการปรับภูมิทัศน์และพฒั นาอาคารสถานท่ี เพ่อื พฒั นาห้องเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ ท่ีน่าสนใจ น่าอยู่
ทันสมยั และอบอุน่
๒.๖ มีระบบบริหารคณุ ภาพท่ีเปิดโอกาสให้ผู้เก่ยี วข้องทุกฝา่ ยมีส่วนรว่ ม
ครูได้มีการจัดกิจกรรมประจำวัน ๖ กิจกรรมหลัก ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้านเต็มตาม
ศกั ยภาพของเด็กแตล่ ะคน และไดจ้ ัดทำแผนการจัดประสบการณแ์ บบบรู ณการ ทม่ี ีการวเิ คราะห์มาตรฐานคุณลักษณะท่ี
พึงประสงค์ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์- จิตใจ
สังคม และสติปัญญา ไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง เช่น โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย โครงการจัด
ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย โครงการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ กิจกรรม STEM EDUCATION และกิจกรรม
One Classroom One Product ( OCOP ) กิจกรรม Q- CLASSROOM โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โครงการ
โรงเรียนคุณธรรม โครงการพัฒนาวิจัยในชั้นเรียน โครงการห้องสมุด ๓ ดี โครงการเปิดบ้านวิชาการ โครงการโรงเรียน
พอเพียง โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน โครงการเรียนรู้สู้โลกกว้าง โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน
และโครงการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่มีการจดั กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กเกิดกระบวนการเรยี นรู้
อย่างหลากหลาย มีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย โรงเรียน.บ้านทุ่งมา่ น มีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในรูปคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายการจัดการศึกษาของโรงเรียนในทุกระดับที่เปิดทำการ ใน
ระดับอนุบาลก็ได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ตามหลักสูตรสถานศึกษา จากการมีส่วนร่วมของผู้ทีม่ ีสว่ นได้ส่วน
เสีย เช่น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง คณะครู ผู้บริหารโรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
หนว่ ยงานต่าง ๆ เข้ามามีสว่ นรว่ มกำหนดมาตรฐานการศึกษา อตั ลักษณข์ องสถานศึกษาคือ “มารยาทดี มจี ิตสาธารณะ”
เอกลักษณ์ของสถานศึกษา “โรงเรียนสืบสานวฒั นธรรมเวียงกาหลง” มีการแต่งตัง้ คณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบการ
ดำเนนิ งานตามแผนท่ีวางไว้ การแตง่ ตัง้ คณะกรรมการประเมินระบบการประกนั คุณภาพภายในสถานศึกษา เพ่อื นำผลการ
ประเมิน มาปรับปรุงพัฒนาการจัดประสบการณ์ของครูและสถานศึกษา ตลอดจนการจัดทำรายงานเพื่อเสนอหน่วยงาน
ต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และการนิเทศ การ
พัฒนายกระดบั คุณภาพการศึกษา ตามเปา้ หมายของระบบประกันคณุ ภาพการศึกษา
๑๖
มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณท์ ่เี น้นเดก็ เปน็ สำคญั
อยใู่ นระดับ ดีเลศิ
ผลการจดั ประสบการณท์ ีเ่ นน้ เด็กเป็นสำคัญดังน้ี
๓.๑ จัดประสบการณ์ทสี่ ง่ เสริมใหเ้ ดก็ มพี ัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศกั ยภาพ
ครไู ดค้ ดั กรองและวเิ คราะหเ์ ด็กเปน็ รายบุคคล คดั แยกเดก็ ที่มีความพรอ้ ม มีพัฒนาการดี เสริมพฒั นาการ
ส่งเสริมมากขึ้น จัดเก็บข้อมูลในระบบ Q-info จัดทำวิจัยชั้นเรียนเพื่อแก้ปญั หา ภาคเรียนละ 1 เรื่อง มีการประเมินท่ี
หลากหลาย จัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กมีความพร้อมที่เรียนในระดับต่อไปอย่างมีคุณภาพเด็กระดับอนุบาล
๑,๒ และอนุบาล ๓ เด็กมีพัฒนาการดา้ นร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีมีน้ำหนกั ส่วนสูงตามเกณฑม์ าตรฐาน และดูแล
ความปลอดภัยของตนเองได้ โดยทางโรงเรียนได้จัดให้มีโครงการอาหารกลางวัน ให้เด็กทุกคนได้รับประทานอาหารกลาง
วนั ทมี่ ีคณุ ภาพ ถูกสขุ ลักษณะ และไดร้ บั อาหารเสริม(นม)ฟรีทุกวัน มกี ารจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กได้อย่าง
หลากหลาย ฝึกให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เช่น กิจกรรมประจำวัน ๖ กิจกรรมหลัก ได้แก่กิจกรรมสร้างสรรค์
การเล่นตามมุม ให้เด็กได้ระบายสี เป่าสี ฉีกตัดปะ ปั้นดินน้ำมัน กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กได้เคลื่อนไหวส่วน
ต่าง ๆ ของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง เครื่องเคาะจังหวะต่าง ๆ ท่องคำคล้องจอง การเล่นนิ้วมือ
ปรบมอื กจิ กรรมการเล่นกลางแจง้ โดยให้เด็กได้เลน่ เคร่ืองเลน่ สนาม เกมการละเล่นต่าง ๆ เคลือ่ นไหวร่างกายอย่างอิสระ
คล่องแคล่ว มีความสุขในการออกกำลังกาย และเรียนรู้การระมัดระวัง รักษาความปลอดภัยของตนเองและของผู้อ่ืน
กิจกรรมเกมการศึกษาช่วยพัฒนาสติปัญญา เด็กรู้จักสังเกต คิดหาเหตุผลและเกิดความคิดรวบยอด เกี่ยวกับสี รูปร่าง
รูปทรง จำนวน ประเภท ความสัมพันธ์เกี่ยวกับพื้นที่ ระยะทาง เวลา การชั่ง และรู้จักการปฏิบัติตนตามกฎเกณฑ์
ข้อตกลงของการเลน่ ได้ และกิจกรรมเสรมิ ประสบการณเ์ ดก็ รูจ้ ักชว่ ยเหลอื ตนเองไดเ้ หมาะสมกับวัย มีความรู้และความคิด
รวบยอดในการเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง บุคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก ฯลฯ
เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่และ
เล็กมีความพร้อม ประสานสัมพันธ์กันและใช้ได้อยา่ งคล่องแคลว่ เหมาะสมตามวัย ทำผลิตภัณฑ์เพือ่ นำมาจำหนา่ ยเป็น
รายได้ปลูกฝังเป็นอาชีพสร้างรายได้ รู้จักค่าของเงิน การทำกิจกรรมร่วมกัน การเป็นแม่ค้า พ่อค้า ความรับผิดชอบ
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่าง กายอย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง จังหวะ และ
ทำนอง คำคล้องจอง หรือเครือ่ งดนตรีประกอบ การเคลื่อนไหว กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้สนทนา อภิปราย
สาธติ ทดลอง เล่านทิ าน เล่นบทบาทสมมติ รอ้ งเพลง ท่องคำคลอ้ งจอง ศึกษานอกสถานที่ เชิญวิทยากรมาใหค้ วามรู้ ฯลฯ
กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กใช้ศิลปะสำหรับเด็กหลากหลายแบบ เช่น การเขียนภาพ การปั้น การฉีกปะ การตัดปะ การ
พมิ พ์ภาพ การปั้น การรอ้ ย การประดษิ ฐ์ หรือวิธีอ่ืนๆ ที่เดก็ สามารถจะคิดสรา้ งสรรค์ได้และมีความเหมาะสมตามวัยของ
เด็ก กิจกรรมเสรี ให้เด็ก เล่นอย่างอิสระตามมุมการเล่น หรือมุมประสบการณ์ เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุม
วิทยาศาสตร์ มุมธรรมชาติ มุมเครื่องเล่นสัมผัส เป็นต้น กิจกรรมกลางแจ้ง ให้เด็กได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย
และแสดงออกอย่างอิสระ เช่น เล่นเครื่องเล่นสนาม เล่นน้ำ เล่นทราย การเล่นอุปกรณ์การกีฬา การเล่นเกม
การละเล่นเป็นต้น กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น จับคู่ การต่อภาพให้สมบูรณ์ (Jigsaw) การวางภาพต่อปลาย (Domino)
การเรยี งลำดับขนาดและหมภู่ าพ การจดั หมวดหมู่ การสังเกตรายละเอยี ดของภาพ (Lotto) การจับคูแ่ บบตารางสมั พนั ธ์
พื้นฐานการบวก การทำความสัมพันธ์ตามลำดับที่กำหนด เป็นต้น กิจกรรมบูรณาการ เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์
วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี เด็กระดับอนุบาล 1, 2 และอนุบาล 3 ร้อยละ 90 ของโรงเรียนบ้านทุ่งม่าน มี
พัฒนาการดา้ นสตปิ ัญญา ส่อื สารได้ มที ักษะการคิดพื้นฐานเตรยี มความพร้อมเพื่อเรียนรู้ในชนั้ ป.1 และแสวงหาความรู้
ได้ โดยโรงเรียนได้ดำเนนิ การจัดกิจกรรมให้กับเดก็ อย่างหลากหลาย ครไู ดม้ ีการจัดกจิ กรรมประจำวัน ๖ กจิ กรรมหลัก ท่ี
ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้านเต็มตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน และได้จัดทำแผนการจัดประสบการณ์แบบ
๑๗
บูรณการ ที่มกี ารวเิ คราะห์มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคใ์ นหลักสูตรสถานศึกษา โดยมกี ิจกรรมทสี่ ง่ เสรมิ พัฒนาการ
เด็กครบทกุ ดา้ น ทงั้ ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์- จติ ใจ สงั คม และสติปัญญา ไมม่ ุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดดา้ นหนง่ึ
๓.๒ สร้างโอกาสให้เด็กได้รบั ประสบการณ์ตรง เลน่ และปฏบิ ัตอิ ย่างมีความสุข
ครไู ด้จดั กิจกรรมประจำวัน ๖ กิจกรรมหลัก ท่ีสง่ เสรมิ ให้เดก็ มีพัฒนาการครบทุกดา้ นเต็มตามศักยภาพ
ของเด็กแต่ละคน ตอบสนองความสนใจ ความสามารถของเด็กเป็นรายบุคคล จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับเด็กได้เลือกเล่น
ตามมุมประสบการณ์ ตามความสนใจของเด็ก เดก็ เกิดการเรยี นรู้อยา่ งอิสระและสร้างสรรค์ และได้ดำเนนิ โครงการบ้าน
วทิ ยาศาสตร์นอ้ ยประเทศไทย เด็กเกิดการเรียนรู้ ลงมอื กระทำ และสร้างองค์ความรูด้ ้วยตนเอง เปน็ กจิ กรรมที่ส่งเสริม
ใหเ้ ด็กมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ข้ันพ้ืนฐาน เทคโนโลยแี ละศิลปะ เป็นการ
ปลูกฝังให้เด็กมีความรู้สกึ ที่ดีต่อการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เดก็ ร้จู กั การสงั เกต การเปรียบเทยี บ การคาดคะเน
การคดิ วิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ และการแก้ปญั หา โดยผ่านการทดลองกจิ กรรมต่าง ๆ ดว้ ยตนเอง โดยทุกคนมสี ่วนร่วมใน
การปฏิบัติกิจกรรมทุกขั้นตอน เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข โดยบูรนาการเข้ากับกิจกรรม STEM EDUCATION
และกจิ กรรม One Class One Product ( OCOP )
๓.๓ จัดบรรยากาศทีเ่ อ้อื ต่อการเรียนรู้ ใชส้ อื่ และเทคโนโลยีทเี่ หมาะสมกับวัย
ครูจดั หอ้ งเรียนให้เป็นห้องเรยี นคุณภาพ มีพื้นทแี่ สดงผลงานเด็กอย่างชดั เจนทีผ่ ้ปู กครองมองเห็นได้ มีมุม
ประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับเด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระ ตามความสนใจของเด็กแต่ละคน โดยครูให้เด็กทุกคนในห้องมีส่วน
รว่ มในการจดั สภาพแวดล้อมในห้องเรียนด้วยกัน เชน่ การจัดหนา้ ท่ีทำเวรประจำวัน รับผิดชอบช่วยเหลือกันในการดูแล
รักษาสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้สะอาด น่าอยู่ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เอื้อต่อการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ใน
ห้องเรยี นมีสภาพแวดล้อมทปี่ ลอดภัย มีการใชส้ ื่อและเทคโนโลยที เ่ี หมาะสมกับวัยของเด็ก เช่น การค้นคว้าข้อมลู ข่าวสาร
ต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์ สื่อ ของเล่นที่กระตุ้นให้คิดและหาคำตอบ เช่น เกมต่าง ๆ และการดำเนินโครงการจัด
ประสบการณ์สำหรบั เด็กปฐมวัย โครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ และโครงการปรับภูมิทัศน์และพัฒนา
อาคารสถานที่ เพอ่ื พฒั นาห้องเรียนเปน็ แหล่งเรยี นรู้ ท่ีนา่ สนใจ นา่ อยู่ ทนั สมยั และอบอ่นุ
๓.๔ ประเมินพฒั นาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรบั ปรงุ การจัด
ประสบการณ์และพัฒนาเดก็
ครูมีการประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวัน ด้วยเครื่องมือการวัดและวิธีการท่ี
หลากหลาย ครอบคลุม เหมาะสมกับวัยเดก็ การประเมินพัฒนาการเด็ก ให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมใน
การประเมินพัฒนาการเด็ก และนำผลการประเมินที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงคุณภาพเด็ก ให้ดียิ่งขึ้นไป เช่น แบบบันทึก
พัฒนาการเด็ก ( อบ.๐๒/๑,๒,๓ ) สมุดบันทึกเด็กเป็นรายบุคคล ( อบ.๐๑/๑,๒,๓ ) แบบบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็น
รายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเดก็ แบบสมั ภาษณ์ผปู้ กครองจากการเย่ยี มบ้านเดก็ แบบคัดกรองปัจจยั พ้ืนฐานนักเรียน
ยากจน (รบ. ๐๑) มกี ารประเมินโครงการเพื่อนำมาพฒั นาการจดั ประสบการณ์ต่อไป เด็กระดับอนบุ าล 1, 2 และอนุบาล
3 มีผลพฒั นาการระดับพอใช้ขน้ึ ไปคิดเปน็ ร้อยละ 100 เด็กมีพฒั นาการดา้ นสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกท่ี
ดีของสังคม โดยโรงเรียนได้ดำเนินการจดั กิจกรรมประจำวัน 1 กิจกรรมหลักที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 (ฉบับปรับปรุง 2561) ที่เน้นให้เด็กได้ปฏิบัติจริง ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ ิจวัตรประจำวัน
ได้ เด็กสามารถสอ่ื สารกับผู้อนื่ ได้ สนทนาโต้ตอบ แสดงความคดิ เห็นรว่ มกันได้และเล่าเร่ืองให้ผู้อน่ื เขา้ ใจได้สามารถต้ัง
คำถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือสงสัยได้มีทักษะการคิดพื้นฐาน การประเมินพัฒนาการเด็ก ให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วน
เกย่ี วข้องมสี ว่ นรว่ มในการประเมินพัฒนาการเดก็ และนำผลการประเมินทไ่ี ดไ้ ปพฒั นาปรับปรุงคุณภาพเด็ก ให้ดยี ง่ิ ขึน้ ไป
โดยการเพิ่มชอ่ งทางการสื่อสารผ่านแอพลิเคชันไลน์
๑๘
ระดับการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ระดับคณุ ภาพ
ผลการประเมนิ มาตรฐานการศึกษาระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
ดเี ลิศ
มาตรฐานการศกึ ษา : ดีเลศิ ดีเลศิ
ดีเลิศ
มาตรฐานการศกึ ษา
มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพของผู้เรียน
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การ
มาตรฐานที่ ๓ กระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ
มาตรฐานการศกึ ษา ระดับขนั้ พื้นฐาน
มาตรฐานท่ี ๑ คุณภาพผเู้ รยี น : ดีเลิศ
๑) มคี วามสามารถในการอ่าน การเขียน ความสามารถในการสือ่ สารมคี วามสามารถในการคดิ
คำนวณ
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีผลการประเมินด้านการอ่าน การเขียน ประจำปีการศึกษา 2564 ของ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จากสรุปผลการประเมินตามนโยบาย
CR2ACTS & CR2Q-Ed.Model ปีการศึกษา 2564 มีผลการประเมิน 5.00 ระดับดีเยี่ยม โรงเรียนบ้าน
ทุ่งม่านมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีโครงการพัฒนาห้องสมุด 3 ดี ที่มีกิจกรรม
ส่งเสริมการอ่าน การเขียนและการสื่อสารในกิจกรรมย่อยของโครงการคือ กิจกรรมนักอ่านดีเด่น แบบบันทึก
รักการอ่าน และกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุดมีชีวิต โครงการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ มีกิจกรรมเปิดบ้าน
วิชาการซึ่งทำให้นักเรียนได้แสดงออกด้านการอ่าน การเขียน และการสื่อสาร และเกิดความภาคภูมิใจกับ
ผลงานตนเองตลอดปีการศึกษา โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีกิจกรรม กิจกรรมยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ RT กิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ NT กิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ O-NET กิจกรรมกลุ่มสาระการ
เรยี นร้ภู าษาไทย กจิ กรรมกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ซ่ึงมกี ารยกระดับความสามารถด้านการคิดคำนวณ
ของผู้เรียน มีการจัดกิจกรรมเสริมทักษะคณิตศาสตร์ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ส่งผลให้ผู้เรียนมี
ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรด์ ีขึ้น
๒) มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ียน ความคิดเหน็
และแกป้ ญั หา
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการจัดกิจกรรมที่เน้นการคิดวิเคราะห์และคิดวิจารณญาณตามรูปแบบของ
แบบทดสอบการการศึกษาระดบั ชาติ O-NETและกจิ กรรมยกระดับผลสมั ฤทธ์ิ NT ผูเ้ รยี นไดฝ้ ึกคิดวิเคราะห์ใน
ชั่วโมงกิจกรรมคิดวิเคราะห์ส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น กิจกรรม Q Classroom ตาม
ระบบ OECD 6ขั้นตอนช่วยให้ผู้เรียนได้รวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอภิปรายถึงแนวคิดระหว่างกัน ลง
ความเห็นเพื่อสร้างนวัตกรรม กิจกรรมชุมนุมส่งผลให้ผู้เรียนได้แสดงออกถึงความต้องและสิ่งที่สนใจร่วมกัน
และพัฒนาทักษะที่ตนเองสนใจ กิจกรรม Q Classroom ตามระบบ OECD ช่วยให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ
แก้ปัญหาทีเ่ กิดขึ้นโดยบรู ณาการเข้ากับหลายสาระวชิ าเนื้อหาที่เรียนในระหว่างการจดั กิจกรรมก่อนจะทำไปสู่
การสร้างสรรค์นวตั กรรมเพ่ือชุมชน
๑๙
๓) มคี วามสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม
โรงเรียนบ้านทงุ่ มา่ นมีกิจกรรม Q Classroom ตามระบบ OECD ชว่ ยให้ผ้เู รยี นได้วิเคราะหส์ ่งิ ทชี่ มุ ชน
มีแล้วต่อยอดมาเป็นนวัตกรรมที่แก้ปัญหาหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นที่รู้จักอย่าง
แพร่หลายสชู่ ุมชน
๔) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการประยุกต์ใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลาย ใน
รายวิชาวิทยาศาสตร์มีการใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้, Google Form, Zoom, Google Meet, Merge
Explorer, CAI เป็นต้นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ปรากฏการณ์ของโลกและภัยธรรมชาติ และเทคนิคการ
สอนแบบ Active Learning รายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร มีการใช้ Concept, plicker และ Shout
out loud ให้ผู้เรียนมีความสนุกในการทำกิจกรรมทางการศกึ ษาผ่านการใช้เทคโนโลยี รายวิชาภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษระดับชั้น ป.4-ป.6 มีการใช้นวัตกรรม EBOOK นิทานเวียงกาหลงพระเจ้า 5 พระองค์
ประกอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีการใช้ ระบบ Q-info ในการจัดการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถ
ตรวจสอบผลการเรียนของตนเองผา่ นเว็บไซตโ์ รงเรียน
๕) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดให้มีโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนสู่การ
ประเมนิ ผลจากส่วนกลางท้ังข้อสอบ RT ป.1,NT ป.3,ONET ป.6 และม.3,ขอ้ สอบมาตรฐานกลาง และการศึก
ต่อในระดับที่สูงขึ้นของผู้เรียน โดยการดำเนินงานจะสอดแทรกระหว่างการจัดการเรียนรู้ พร้อมทั้งจัดเก็บผล
การทดสอบจริงเพื่อพัฒนาการและยกระดับผลสัมฤทธิ์ในปีการศึกษาต่อไป มีโครงการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษาทั้งระดบั ปฐมวยั และระดบั พืน้ ฐาน เมื่อมคี วามเปลยี่ นแปลงของหลักสตู รแกนกลาง โรงเรยี นบ้านทงุ่
ม่านจะทำการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เท่าทันกับหลักสูตรแกนกลางหรือตัวชี้วัดท่ี
กระทรวงศึกษาธิการสร้างเป็นจุดเน้นในปีการศึกษานั้น การศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นดงั น้ี
-ผลสัมฤทธิ์ RT 86.33 > ระดับประเทศ 71.38
-ผลสัมฤทธ์ิ NT 63.30 > ระดับประเทศ 52.80
-ผลสมั ฤทธ์ิ O-NET
ภาษาไทย ป.6 = 59.82 > 50.38
คณติ ศาสตร์ ป.6 = 42.50 > 36.83
วิทยาศาสตร์ ป.6 = 36.61 > 34.31
ภาษาองั กฤษ ป.6 = 36.16 < 39.22
ภาษาไทย ม.3 = 55.99 > 51.19
คณติ ศาสตร์ ม.3 = 20.83 < 24.47
วทิ ยาศาสตร์ ม.3 = 28.75 < 31.45
ภาษาอังกฤษ ม.3 = 27.64 < 31.11
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีกิจกรรมเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางวิชาการที่จะส่งเสริม
ความสามารถของผู้เรยี นตามความสนใจและความถนัดแต่เน่ืองจากมสี ถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-
19 การจัดการแข่งขันทางวิชาการไม่สามารถจัดได้แต่ทางโรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้ดำเนินกิจกรรมอยู่เสมอ
กิจกรรมเชิดชูคนเก่งเป็นกิจกรรมที่มอบรางวัลแก่ผู้เรียนที่มีคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกในรายวิชาที่ทำการ
ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ONET กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการเป็นกิจกรรมที่สร้างเวทีสำหรับแสดง
๒๐
ความสามารถของผู้เรียน จัดแสดงนวัตกรรมและผลงานตลอดปีการศึกษา 2564 มีการจัดแสดงผลงาน
นวัตกรรมของผเู้ รยี นปีการศึกษา 2564 ในเวทแี ลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพ่ือยกระดับ
คุณภาพการศึกษาอยา่ งตอ่ เน่ือง(เชยี งราย-น่าน)
๖) มีความรู้ ทักษะพ้นื ฐาน และเจตคติทด่ี ีต่องานอาชีพ
มีโครงการโรงเรียนพอเพียง กิจกรรมหนึ่งห้องเรียน หนึ่งผลิตภัณฑ์ One Class One Product
(OCOP) เป็นกิจกรรมทสี่ ง่ เสริมให้ผเู้ รียนไดเ้ รยี นร้ทู ักษะการประกอบอาชีพและการทำงานรว่ มกนั ได้อภิปราย
ขอ้ มูลแนวคิด ทดลองสรา้ งผลิตภัณฑห์ ้องเรียนตามความสนใจและความถนัด ซง่ึ ผเู้ รียนจะได้รเิ ริ่ม คิด ทดลอง
ขายจริง และคำนวณต้นทุนกำไรหรือขาดทุนด้วยตัวเอง มีการจัดกิจกรรมในโครงการสืบสานนวัฒนธรรมและ
ภูมิปัญญาเวียงกาหลงโดยการบูรณาการในการสร้างนวัตกรรมผู้เรียน ในการจัดกิจกรรมหนึ่งห้องเรียน หนึ่ง
ผลิตภัณฑ์ One Class One Product (OCOP) ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพและการ
ทำงานร่วมกัน ได้อภิปรายข้อมูลแนวคิด ทดลองสร้างผลิตภัณฑ์ห้องเรียนตามความสนใจและความถนัด ซึ่ง
ผู้เรียนจะได้ริเริ่ม คิด ทดลอง ขายจริง และคำนวณต้นทุนกำไรหรือขาดทุนด้วยตัวเอง โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน
ได้รับความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้า เป็นวิทยากรในองค์ความรู้เกี่ยวกับอาชีพในเรื่อง ขนม อา
หาร,การบัญชีครัวเรือน,สิ่งประดษิ ฐ์ สำหรับผู้เรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 1 -3 ส่งผลให้ผู้เรียนมที ักษะอาชีพในเร่อื ง
ดังกล่าว มีกิจกรรมแนะแนวเพื่ออาชีพและการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึ กษาปีที่ 3 จาก
วิทยาลัยเทคนิคเวียงป่าเป้า ด้านการจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อการประกอบอาชีพมีการจัดกิจกรรมแนะแนว
ดา้ นอาชพี ให้กบั นกั เรียนทกุ ระดับชน้ั เพอ่ื สง่ เสริมความสามารถและความถนัดให้กับผู้เรยี น
๑.๒ คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผ้เู รยี น
๑) การมีคุณลกั ษณะและค่านิยมท่ีดตี ามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดให้มีการส่งเสริมคุณธรรมคุณลักษณะ และค่านิยมที่ดีในโครงการโรงเรียน
คุณธรรม มีการประพฤติปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามแนวของโรงเรียนวิถีพุทธแลการจัดอบรมในคาบวิถีพุทธ
ประจำสัปดาห์ช่วยปลูกฝังให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีตามหลักสูตรสถานศึกษา ผู้เรียนมีกิจกรรมทำสมาธิก่อนเข้า
เรยี นภาคบ่าย ผู้เรียนได้เขา้ รว่ มศาสนพิธขี องวัดศรีบญุ โยง(วัดทุง่ ม่าน) ซ่งึ อยใู่ กลก้ ับสถานศึกษา กิจกรรมเชิดชู
คนดีเป็นกิจกรรมที่มอบรางวัลแก่นักเรียนที่มีความถี่ของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรและตามที่
สถานศึกษากำหนด มากที่สุดในระดับชั้นของตนเองทำให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในพฤติกรรมอันพึง
ประสงคข์ องตน โรงเรียนบา้ นทุง่ ม่านดำเนนิ กิจกรรมตามโครงการมีการปรับเปลย่ี นกิจกรรมตามมาตรการด้าน
ความปลอดภัยเพื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีการจัดกิจกรรมผ่าน Google Meet และมี
การจัดกิจกรรมเดินทางไกลและเข้าค่ายพักแรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดส่งผลให้การดำเนิน
กจิ กรรมจึงมีความปลอดภยั และประสบผลสำเร็จ
๒) ความภมู ิใจในท้องถิ่นและความเปน็ ไทย
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดทำโครงการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเวียงกาหลง โครงการวันสำคัญ
โรงเรยี นบ้านทุ่งมา่ นจัดกจิ กรรมตามโครงการวนั สำคัญ โดยมวี ัตถุประสงค์เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รยี นเห็นความสำคัญของวัน
สำคัญของไทยและของโลก สืบทอดประเพณีอันดีงามของสังคมไทยมีความรักในอัตลักษณ์ท้องถิ่นของตนเอง
โรงเรียนบ้านทุ่งมา่ นจดั ทำโครงการสืบสานวฒั นธรรมและภูมิปญั ญาเวียงกาหลง โครงการ“เวียงกาหลงศิลป”์
และหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยนำความรูจ้ ากภูมปิ ัญญาท้องถิน่ มาพัฒนาทักษะในด้านการแสวงหาความรู้
ด้วยตนเอง รู้จักการทำงานเป็นทีมเพื่อส่งเสริมความรักและหวงแหนมรกดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนใน
๒๑
ท้องถิ่น โดยใช้ลายเวียงกาหลงที่เป็นเอกลักษณ์มาเป็นจุดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ผ่านกระบวนการคิด
วเิ คราะหแ์ ละลงมือปฏิบตั จิ รงิ โดยผู้เรียน จนกลายเปน็ ผลงานท่มี ีมูลค่าและสร้างรายได้ระหว่างเรียน
๓) การยอมรับทจี่ ะอยู่รว่ มกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านประกอบไปด้วยผู้เรียนที่มีความหลากหลาย จึงมีกิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียน
เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร สร้างความเข้าใจระหว่างครูและนักเรียน นักเรียนและนักเรียน ในการ
ดำเนินชีวติ ร่วมสังคมเดียวกันโดยเคารพและยอมรบั ในสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น ตามแนวทางของ
ประชาธิปไตยในกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรยี นด้วยการเลือกตั้งประธานนักเรียน ที่ส่งผลให้ผู้เรียน
ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทของตนเองเพื่อขับเคลื่อนกิจการนักเรียนของโรงเรียน กิจกรรมการคัดกรองนักเรียน
เพื่อศึกษาถึงความแตกต่างและความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้รับโอกาสและสิทธิทางการ
ศึกษาทเี่ ท่าเทียมกัน
๔) สขุ ภาวะทางร่างกาย และจิตสงั คม
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะหลายโครงการ เช่น กิจกรรมกีฬานักเรียน
กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกายนกั เรียน กจิ กรรมสง่ เสริมสขุ ภาพในชอ่ งปาก กจิ กรรมช่ังนำ้ หนกั วดั สว่ นสงู
กิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคระบาด กิจกรรมโรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติดและโครงการอาหารกลางวันตาม
หลักโภชนาการ โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมผ่านสภานักเรียน อาศัยความ ร่วมมือกับ
หน่วยงานภายนอกทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านทุ่งม่าน องค์การบริหารส่วนท้องถ่ิน
เทศบาลตำบลเวยี งกาหลงและชมุ ชนซงึ่ ไดร้ ับการสนบั สนนุ มาโดยตลอด
๒๒
มาตรฐานท่ี ๒ มาตรฐานกระบวนการบริหารและการจัดการ : ระดบั ดเี ลศิ
ผลการดำเนินงาน
๒.๑ มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพนั ธกจิ ทสี่ ถานศึกษากำหนดชดั เจน
โรงเรยี นบา้ นท่งุ ม่านได้มีการประชุมจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี 2564
เพื่อวางกรอบการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและตอบสนองต่อวิสัยทัศนแ์ ละพันธกิจของทางสถานศึกษา และ
ความตอ้ งการของผเู้ รยี นในสถานศกึ ษา
๒.๒ มรี ะบบบรหิ ารจัดการคณุ ภาพของสถานศึกษา
การบริหารและการจัดการสถานศึกษาทางโรงเรยี นบ้านทุ่งม่าน ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ THUNGMAN MODEL โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการ
ดำเนินงานภายใต้ระบบประกันคุณภาพอย่างเป็นระบบและมีการจัดเก็บข้อมูลในระบบสารสนเทศ Q-info
โรงเรียนบา้ นทุ่งมา่ น ม่งุ จดั การศกึ ษาโดยใช้เทคโนโลยี เพือ่ เสรมิ สร้างการจัดการเรียนรูใ้ ห้ไดค้ ุณภาพตามเกณฑ์
มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา จัดการบริหารแบบมีส่วนร่วม อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินชีวิตตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการดำเนินโครงการ
พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน แล้วเผยแพร่การดำเนินงาน รับข้อเสนอแนะผ่านการประชุม
คณะกรรมการสถานศกึ ษาและการประชุมผปู้ กครอง/ประชุมช้ันเรยี น
๒.๓ ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุก
กลุม่ เป้าหมาย
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดการเรียนการสอนโดยครูที่มีความถนัดในวิชาที่สอนหรือตามวิชาเอกของตนเอง
ดำเนนิ งานพฒั นาวิชาการตามตวั ช้ีวัดของหลักสตู รสถานศึกษา ทั้งยังมีการจัดกจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้เพื่อพัฒนา
ทักษะเพิ่มเติมตามความสนใจของผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถออกแบบกิจกรรมหรือสิ่งที่อยากเรียนรู้ได้เอง เช่น ผู้เรียน
สร้างนวัตกรรมผา่ นกิจกรรม TSQP และ OCOP ในทุกระดับชั้น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ทั้งทางวิชาการและทักษะ
อาชีพในเวลาเดยี วกัน มโี ครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาทั้งระดบั ปฐมวัยและระดบั พ้ืนฐาน เม่อื มีความเปลี่ยนแปลง
ของหลักสูตรแกนกลาง โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจะทำการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เท่าทันกับหลักสูตร
แกนกลางหรือตวั ช้วี ัดทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารสร้างเปน็ จดุ เน้นในปีการศกึ ษานน้ั
๒.๔ พฒั นาครแู ละบุคลากรให้มคี วามเชี่ยวชาญทางวชิ าชพี
ทางโรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้จัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการดำเนินโครงการ
SMART TEACHER โครงการพัฒนาบุคลากรส่งผลให้ผู้สอนได้รับการเข้าอบรมพัฒนาตนเองไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมงต่อปี
การศึกษา และมีกิจกรรม PLC เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา แล้วรวบรวมบันทึกการดำเนินกิจกรรม
ผสู้ อนมกี ารจัดทำวจิ ยั ในช้ันเรยี นภาคเรยี นละ 1 เรอื่ ง เพือ่ พฒั นาการจดั การเรียนการสอนและแก้ปญั หาใหก้ บั ผู้เรยี น
๒.๕ จัดสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้ือต่อการจัดการเรยี นรู้อยา่ งมีคุณภาพ
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านดำเนินการจัดกิจกรรมปรับภูมิทัศน์และกิจกรรมพัฒนาห้องเรียนคุณภาพ เพื่อสร้าง
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มีห้องเรียนที่สะอาด บรรยากาศที่ร่มรื่น ลานกีฬาที่ปลอดภัย ป้ายจราจร
ทางม้าลาย จุดชะลอความเร็วรถเพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ผู้เรียนและบุคลากรในสถานศึกษา ป้ายสถานที่ ๒ ภาษา
(อังกฤษ-ไทย) ห้องสมุด ๓ ดี วางระบบการใช้งานโดยโปรแกรมห้องสมุด สพฐ. มีหนังสือที่ทันสมัยและมุมสืบค้น
ให้บริการภายในห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางคอมพิวเตอร์ USO net ทำให้โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีแหล่งเรียนรู้ท่ี
หลากหลายโดยผู้เรียนสามารถเขา้ ถึงข้อมูลสารสนเทศได้ตามความต้องการ
๒๓
๒.๖ จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื สนบั สนนุ การบริหารจดั การและการจดั การเรียนรู้
มกี ารนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการ มีการ
จดั ขอ้ มลู สารสนเทศให้เปน็ ระบบโดยในปีการศึกษา 2564 น้ี ทางโรงเรียนบ้านทุ่งมา่ นได้ใช้ระบบ Q-info ใน
การจัดเก็บข้อมูล การตัดสินผลคะแนน การประเมินคุณลักษณะผู้เรียน และยังเป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้ผู้เรยี น
และชุมชนเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนบ้านทุ่งม่าน โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน ใช้สื่อและอุปกรณ์ไอซีทีเพื่อ
การเรียนรู้ ภายใต้โครงการ “สานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED” สำหรับใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน
ทุกห้องเรียนเพือ่ ให้เป็น Smart Classroom ใช้ประโยชนอ์ ย่างคุ้มคา่ มีห้องสมุด 3 ดี และห้องปฏบิ ตั ิการทาง
คอมพิวเตอร์ USO net เพื่อให้ครู นักเรียนมาใช้ในการสืบคน้ ข้อมูล และการปรับปรุงพัฒนาระบบสารสนเทศ
อยา่ งสม่ำเสมอผา่ นโครงการพฒั นาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ
มาตรฐานที่ ๓ คุณภาพการจดั การเรียนการสอน : ระดับดีเลศิ
ผลการดำเนินงาน
๓.๑จัดการเรียนร้ผู ่านกระบวนการคิดและปฏบิ ตั ิจรงิ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ได้
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และกิจกรรม One Classroom
One Product (OCOP) โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องTSQP
ทุกกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้จากการปฏิบัติจริง มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และ
สามารถแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ ร่วมกับการจัดกิจกรรมโครงการTSQPตามแนวทางของ OECD เป็น
รูปแบบหนึ่งของการเรียนการสอนแบบ Active learning กระบวนการเรียนรูเ้ พื่อใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก
การปฏิบัติจรงิ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และสามารถแก้ปัญหา
๓.๒ ใช้ส่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่งเรยี นรทู้ เ่ี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้
โรงเรียนบ้านทงุ่ ม่านมีสือ่ เทคโนโลยีและแหล่งการเรยี นรู้ที่หลากหลาย เชน่ กจิ กรรมการเรียนการสอน
วิทยาการคำนวณที่เน้นการใช้เทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหา โครงการพัฒนาห้องเรียนคุณภาพเพื่อจัดสภาพ
ห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โครงการพัฒนาห้องสมุด 3 ดี มีหนังสือที่ทันสมัยแหล่งสืบค้นทาง
ICT โครงการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาเวียงกาหลงมีห้องเวียงกาหลงศิลป์ที่ผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรม
ทางด้านศิลปะ ดนตรี และจัดนทิ รรศการแสดงผลงานด้านทัศนศิลป์ของตนได้ตลอดปีการศึกษา
๓.๓ มีการบริหารจดั การชนั้ เรียนเชิงบวก
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อเสริมสร้างความต้องการและโอกาสทางการ
ศึกษาของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนพร้อมต่อการเรียนรู้และมีสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัย ดำเนินกิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ
และโรงเรียนสุจรติ เพ่ือเสริมสรา้ งคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียนให้สมบรู ณ์พร้อมต่อประเทศในอนาคต
๓.๔ ตรวจสอบและประเมินผ้เู รยี นอย่างเป็นระบบ และนำผลมาพฒั นาผเู้ รียน
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการจัดเก็บข้อมูลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความถนัดและความสนใจของ
ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ในระบบ Q-info ซึ่งเป็นระบบสาระสนเทศที่สามารถบันทึกเวลาเรียน ประเมินตัวชี้วัด
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่านคิดวิเคราะห์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สรุปผลการเรียนและสามารถนำข้อมูลน้ัน
ออกมาเพื่อประเมินเป็นค่าสถติ ิสำหรับการพัฒนา จากนั้นโรงเรียนนำค่าสถิตจิ ากระบบ Q-info เข้าสู่ฐานข้อมูลเว็บไซต์
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านโดยใหข้ ้อมลู ยอ้ นกลับแก่ผู้เรยี นเพอ่ื ให้เกิดการพัฒนาในทักษะทีต่ นถนัดต่อไป
๒๔
๓.๕ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
บุคลากรโรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้ดำเนินการตามกิจกรรม PLC เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สรุปผลการ
ดำเนนิ งาน และเผยแพร่ผลการพัฒนาน้ันสู่ชุมชนและหน่วยงานภายนอกผ่านโครงการสัมพันธช์ ุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การจัดการศึกษา ป้ายประชาสัมพันธ์ทุ่งม่านมีดีบริเวณหน้าสถานศึกษา และเว็บไซต์โรงเรียน เพื่อเสริมสร้างความ
ร่วมมือในการจัดการศึกษาระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำศาสนา องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและเอกชน มีโครงการ
ระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรยี นเพอ่ื เสริมสรา้ งความต้องการและโอกาสทางการศึกษาของผู้เรยี น
๒๕
สว่ นที่ ๓
จดุ เดน่ จุดควรพัฒนา และแนวทางการพฒั นา
ผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาถือเป็นข้อมูลสารสนเทศสำคัญที่สถานศึกษาจะต้องนำไป
วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสรุปนำไปสู่การเชื่อมโยงหรือสะท้อนภาพความสำเร็จกับแผนพัฒนาการจัด
การศึกษาของสถานศึกษา(๓ปี) และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ดังน้นั
จากผลการดำเนนิ งานของสถานศึกษา สามารถสรปุ ผลการประเมนิ ในภาพรวมของจุดเด่น จดุ ควรพัฒนาของ
แต่ละมาตรฐาน พรอ้ มท้ังแนวทางการพฒั นาเพือ่ ให้ได้มาตรฐานที่สูงขน้ึ ดังน้ี
ระดับปฐมวยั
จดุ เดน่
1.คณุ ภาพเด็ก (ดเี ลศิ )
สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วมีทักษะการเคลื่อนไหวตามวัยมีการใชม้ ือและตาประสาน
สัมพันธก์ นั ไดด้ ีมีสขุ นสิ ยั ทด่ี ีในการดูแลสุขภาพของตนเองได้แก่ ล้างมอื กอ่ นและหลงั รับประทานอาหาร ล้างมือ
หลังเข้าห้องน้ำ การล้างภาชนะใส่อาหารเอง รู้จักดูแลรักษาสุขภาพสุขอนามัยส่วนตนเลือกรับประทานอาหาร
ท่มี ปี ระโยชน์และหลากหลาย การดมื่ นมโรงเรยี น สง่ ผลทำใหเ้ ดก็ มนี ้ำหนกั ตามเกณฑ์มาตรฐานสขุ ภาพร่างกาย
แข็งแรงและเจริญเตบิ โตตามวยั เด็กปฐมวยั รา่ เริงแจ่มใส มีความร้สู กึ ทดี่ ีต่อตนเองและผู้อ่ืน มีความมั่นใจ กล้า
คิดและกล้าแสดงออก สามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวัยเด็กปฐมวัยมีวินัยรับผิดชอบต่อหน้าท่ี
ของตัวเอง เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ครูและญาติผู้ใหญ่ มีความซื่อสัตย์สุจริต ช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่น รู้จัก
การรอคอย มีความประหยดั และพอเพยี ง ประพฤติตนตามหลกั ค่านยิ ม 12 ประการ
เด็กปฐมวัยสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ สนทนาโต้ตอบ แสดงความคิดเห็นร่วมกันได้และเล่าเรื่องให้
ผู้อื่นเข้าใจได้สามารถตั้งคำถามในสิ่งที่ตนเองสนใจหรือสงสัยได้มีทักษะการคิดพื้นฐาน การคิดเป็นแก้ปัญหา
เป็น มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดจากประสบการณ์การ
เรยี นรรู้ จู้ ักคดิ เชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มกี ารแกป้ ัญหาอยา่ งเหมาะสมกบั วัย
2.กระบวนการบริหารและการจดั การ (ดเี ลิศ)
ครูจบการศึกษาปฐมวยั โดยตรง มปี ระสบการณ์ มีความรู้ความเข้าใจในการจัดประสบการณ์ สามารถเรยี นรู้
อยา่ งหลากหลาย บรู ณาการสอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูและบคุ ลากรของโรงเรียนได้รับการ
พัฒนาใหเ้ ป็นครมู ืออาชีพจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ อีกทัง้ มีการนิเทศภายในโดยผบู้ ริหารและกรรมการสาย
ผู้สอน มีตารางกำหนดการนิเทศที่ชัดเจน เพื่อการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอครูมี
การศกึ ษาดา้ นเทคโนโลยีเพ่ือนำมาจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ มกี ารบรหิ ารจัดการชั้นเรยี นอย่างมรี ะบบ มีการผลิต
สื่อและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้อยู่เสมอ
ผู้บรหิ าร ให้ความสำคญั กับการจัดการศึกษาปฐมวัย มีวิสยั ทัศน์ ภาวะผนู้ ำ และความคดิ ริเริ่มทีเ่ น้นการพัฒนา
เด็กปฐมวยั ใช้หลักการบริหารแบบมีสว่ นรว่ มให้คำแนะนำ คำปรกึ ษาทางวิชาการและเอาใจใส่การจัดการศึกษา
ปฐมวยั เตม็ ศักยภาพ มีการพฒั นาเดก็ ปฐมวัยตามวัยอยา่ งเหมาะสมรวมถึงระบบความปลอดภยั ทส่ี อดคล้องกับ
วัยและสภาพบรบิ ทของโรงเรียน ดังนี้
1) สถานศึกษาสร้างคุณภาพและมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน สถานศึกษาจัด
พื้นที่/มุมภายในห้องเรียน มุมอาคารได้อย่างหลากหลายเหมาะสมกับวัยพัฒนาการของเด็กจัดบรรยากาศท่ี
อบอุน่ เปน็ มิตร ส่งเสริมใหเ้ ด็กรู้สกึ เปน็ ส่วนหน่งึ ของชน้ั เรยี นได้อยา่ งดที ่ีสดุ
๒๖
2) สถานศึกษาไดส้ ่งเสริมให้ครรู ะดบั ปฐมวยั มีการปรับวธิ ีการสอน การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ ให้
ทันสมัยเหมาะกับเด็ก นำความรู้ใหม่ ๆ มาปรับปรุงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กให้มีพัฒนาการ
ครบท้ัง ๔ ด้านตามวัย และมีการนิเทศการสอนอย่างต่อเน่ืองภาคเรยี นละ 2 ครั้ง
3.การจัดประสบการณท์ ่ีเน้นเด็กเปน็ สำคญั (ดีเลศิ )
ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดประสบการณ์ สามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่
หลากหลายสอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถบริหารจัดการชั้นเรียนที่สร้างวินัยเชิงบวกได้
ทำใหเ้ กดิ บรรยากาศการเรยี นรู้ท่ีมีความสุข มีระบบการนิเทศภายในเพ่ือการพัฒนาการจัดประสบการณ์อย่าง
สม่ำเสมอ มีการบริหารจดั การชั้นเรยี นอยา่ งเป็นระบบ มกี ารวจิ ยั พัฒนานวตั กรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของ
เด็กอยา่ งเตม็ ตามศักยภาพ เช่น พยัญชนะแสนสนุก ก-ฮ,ภาพพกิ เซลลายเวียงกาหลง, ลอกลาย ปงิ โกพยัญชนะ
ไทย ก-ฮ,สื่อเปลี่ยนสีเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเรื่อง สี,แบบจำลองขั้นตอนการปลูกข้าว มีการผลิตสื่อและ
นวัตกรรมระดับปฐมวัยมาใช้ในการจัดประสบการณ์ นำกิจกรรม Q-Classroom โดยกระบวนการ Active
leaning มีกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็ก ตามนโยบาย
จุดเน้น CR2Q-ED MODEL ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดการเรียนรู้ทำให้เด็กมีพัฒนาการอย่างสมดุล
รอบดา้ น
จุดท่คี วรพัฒนา
1.คณุ ภาพเดก็
1) เด็กปฐมวยั ทุกคนควรได้รบั การพฒั นาดา้ นสงั คมให้รู้จกั การเป็นผู้นำและผตู้ ามที่ดี
2) เด็กปฐมวัยควรไดร้ ับการพฒั นาในเรื่องของการมีสุขนสิ ัยท่ีดี เชน่ การใชห้ อ้ งน้ำ ครูควรสร้างความ
ตระหนักให้เด็กเห็นคุณและโทษของการไม่ใส่รองเท้าเข้าห้องน้ำ การเก็บรองเท้า และการใช้ ปากดื่มน้ำจาก
ก๊อกหนา้ ห้องนำ้
3) เดก็ ปฐมวัยควรได้รับการพัฒนาด้านการคดิ วเิ คราะห์
2.กระบวนการบริหารและการจดั การ
1) ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูปฐมวัยจัดทำข้อมูลที่แสดงให้เห็นร่องรอยพัฒนาการ การ
เรียนรู้จากการจัดกิจกรรมด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล
วิเคราะห์ขอ้ มลู ตอ่ ยอดสูก่ ารวจิ ัยเพือ่ พัฒนาคุณภาพเด็ก
2) ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาควรส่งเสริมการจดั ประสบการณ์โดยใหพ้ อ่ แม่ ผปู้ กครอง ครอบครัวและชุมชน
มสี ่วนร่วม ทง้ั การวางแผน การสนบั สนุนส่ือ แหล่งเรียนรู้ การเข้ารว่ มกิจกรรมและการประเมินพัฒนาการของ
เด็ก
3) ผู้บริหารพิจารณาจดั สรรงบประมาณใหเ้ พยี งพอตอ่ ความต้องการในการบรหิ ารจัดการ
3.การจดั ประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคญั
1) ครูควรวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคลในด้านการพัฒนาการเรียนรู้ ที่ทำให้ครูได้รู้จักเด็กและสามารถ
นำไปเป็นข้อมูลในการจัดทาแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญและเหมาะสมกับความ
แตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล
2) ครูควรมีการประเมินพัฒนาการเด็กที่หลากหลายตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการ
เด็กไปปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ พัฒนาปรับปรุงสื่อนวัตกรรมเทคนิค
การจัดประสบการณ์การเรียนรใู้ หด้ ีขึน้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและความแตกต่างระหว่างบุคคล
๒๗
แผนพฒั นาเพอ่ื ให้ได้มาตรฐานท่สี งู ขน้ึ
1.คุณภาพเด็ก
1)ด้านพัฒนาการด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแล ความปลอดภัยของตนเองได้เด็กมี
พัฒนาการด้านร่างกาย แขง็ แรง มสี ขุ นิสัยทด่ี ี และดูแลความปลอดภยั ของตนเองได้ โดยทางโรงเรยี นได้จัดให้มี
โครงการอาหารกลางวัน ให้เด็กทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะ และได้รับ
อาหารเสริม(นม)ฟรีทกุ วนั มีการจัดประสบการณ์การเรียนรูใ้ ห้กับเดก็ ได้อย่างหลากหลาย ฝึกให้เด็กได้ลงมือ
ปฏิบตั ไิ ดด้ ว้ ยตนเอง
2)ด้านพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทาง อารมณ์ได้ เด็กมีพัฒนาการด้าน
อารมณ์ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวยั โดยทางโรงเรียนได้จัดกจิ กรรม ประจำวัน
๖ กิจกรรมหลัก ให้เหมาะสมกับวัย และได้จัดให้เด็กเข้าร่วมการแสดงต่าง ๆ ในวันสำคัญ ฝึกให้เด็กปฏบิ ัตติ น
เปน็ คนดี มีความซอื่ สตั ย์ สุจรติ อดทน มจี ิตอาสา จติ สาธารณะ
3)ด้านพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดี ของสังคม เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม
ชว่ ยเหลือตนเอง และเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของสังคม ที่เน้นให้เด็กได้ปฏิบตั จิ ริง ชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกจิ วัตร
ประจำวันได้ เด็กทุกคนร่วมกันดำเนินกิจกรรมในการปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี
ความสุข ภายใต้กฎระเบียบที่ตกลงร่วมกัน มีข้อข้อตกลงในชั้นเรียน ส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ การ
แก้ปญั หาในการทำงานรว่ มกัน การรูจ้ ักการขอโทษ การให้อภยั โดยไมใ่ ช้ความรนุ แรงในการแก้ปญั หา
4)พัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และ แสวงหาความรู้ได้เด็ก มีพัฒนาการ
ด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานเตรียมความพร้อมเพ่ือเรียนรู้ในชัน้ ป.๑ และแสวงหาความรู้
ได้ โดยโรงเรียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้กับเดก็ อย่างหลากหลาย เด็กรู้จักการสังเกต การแก้ปัญหา อย่าง
สร้างสรรค์ ส่งเสริมและปลูกฝังในการพัฒนาด้านสติปัญญาให้เด็กรู้จักการแสวงหาความรู้ที่มีอยู่รอบตัวเด็ก
และเด็กเกิดความคดิ รวบยอดในการเรยี นรูส้ ิ่งต่าง ๆ เรียนรอู้ ย่างมคี วามสุข
2. กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
1) ด้านหลักสูตรที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้ง ๔ ด้านดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา โดยปรบั ปรงุ หลักสูตรสถานศึกษา ( ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2565 ) ของระดับปฐมวัย ที่เป็นหลักสูตร
ที่มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับวิถีชีวิตของครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น ที่เน้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง และ
คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยใช้กระบวนการเน้นเด็กเป็นสำคัญ ตามกิจกรรมการเรียนรู้ ๖
กจิ กรรมและบรู นาการตามความเหมาะสม
2) การจัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียนพัฒนาคุณภาพของบุคลากร และการสอนระดับปฐมวัยของโรงเรียนบ้าน
ทุ่งม่าน จัดครูให้ครบชั้นเรียน ส่งเสริมให้ครูมีการพัฒนาตนเองตลอด โดยการเข้ารับการอบรม และพัฒนา
ตนเองใหม้ ีวทิ ยฐานะและเลอ่ื นวิทยฐานะ
3) ด้านการส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ส่งเสริมให้ครูปฐมวัยทุกคน เข้ารับ
การพัฒนาตนเองตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และการเขา้ รว่ มการพัฒนาอบรมตา่ ง ๆ จากหนว่ ยงาน
ต้นสังกัด สอดคล้องกับหน้าที่ที่ปฏิบัติไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา และได้ดำเนินการจัดทำโครงการ
พัฒนาวิจยั ในชนั้ เรยี น เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหค้ รไู ดใ้ ชน้ วัตกรรมต่าง ๆ การจดั ทำสอื่ ในการแก้ไขปัญหาเดก็ ในชั้นเรยี น
4) ดา้ นการจัดสภาพแวดล้อมและส่ือเพ่ือการเรยี นรู้ อยา่ งปลอดภัย และเพียงพอจดั สภาพแวดล้อมท้ัง
ภายในและภายนอกห้องเรยี นท่ีปลอดภัย โดยไดด้ ำเนินการจัดโครงการปรับภูมทิ ัศนแ์ ละพฒั นาอาคารสถานท่ี
เพื่อให้บริเวณรอบ ๆ ภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียนให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ และปลอดภัย
ปรบั ปรุงสนามเด็กเลน่ ซ่อมแซมเครื่องเล่นและจัดหาใหม่
๒๘
5) ด้านการให้บริการส่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และส่ือการเรยี นรู้ เพื่อสนับสนนุ การจัดประสบการณ์
สถานศึกษาอำนวยความสะดวกห้องเรียนให้มสี ื่อเทคโนโลยีสารสนเทศวัสดุ อปุ กรณ์ ให้บรกิ ารครู นักเรียนเพื่อ
สนับสนุนการจัดประสบการณ์สำหรับครู โดยได้จัดให้มีโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ
ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูมีทักษะและความรู้ในการใช้เทคโนโลยี จัดหางบประมาณในการจัดสรรให้ครูได้มี
งบในการจัดหาสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ การปรับปรุงซ่อมบำรุง เพื่อนำมาจัด
ประสบการณใ์ หก้ ับเดก็ ปฐมวัยใหเ้ กดิ การเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เดก็ มีคุณภาพ และหอ้ งเรยี นมีคณุ ภาพ
6) ดา้ นระบบบริหารคุณภาพท่เี ปิดโอกาสใหผ้ ู้เกี่ยวข้องทุกฝา่ ย มสี ว่ นรว่ มมกี ารบริหารแบบมีส่วนร่วม
ในรูปคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐานท่ีมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมายการจัดการศึกษาของโรงเรียนใน
ทุกระดับท่ีเปิดทำการ ในระดับอนุบาลก็ได้กำหนดมาตรฐานการศึกษาปฐมวยั ตามหลักสูตรสถานศึกษา จาก
การมสี ่วนร่วมของผทู้ มี่ สี ว่ นได้ส่วนเสีย เชน่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผู้ปกครอง คณะครู ผู้บรหิ าร
โรงเรียน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม และสนับสนุนงบประมาณต่าง ๆ
และผูป้ กครองมีความรูค้ วามเข้าใจ ดแู ลเอาใจใส่บตุ รหลาน ประสานความร่วมมอื กับครใู ด้ดแี ละมากขน้ึ
3. การจัดประสบการณท์ เ่ี น้นเด็กเปน็ สำคัญ
1)ด้านการจัดประสบการณ์ที่ล่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่าง สมดุลเต็มศักยภาพ เด็กมี
พัฒนาการครบทุกด้านเต็มตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน จัดประสบการณ์แบบบูรณการ ที่มีการวิเคราะห์
มาตรฐานคณุ ลักษณะที่พึงประสงคใ์ นหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีกจิ กรรมท่สี ่งเสริมพฒั นาการเด็กครบทุกด้าน
ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์- จิตใจ สังคม และสติปัญญา ไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งการจัดกิจกรรมท่ี
ส่งเสริมใหเ้ ด็กเกิดกระบวนการเรียนรูอ้ ยา่ งหลากหลาย มีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย มที ักษะชวี ิต ช่วยเหลอื
ตนเองในการใชช้ ีวติ ประจำวนั
2) ดา้ นการสร้างโอกาสให้เดก็ ไดร้ บั ประสบการณต์ รงเล่นและปฏิบตั ิ อย่างมคี วามสขุ ส่งเสริมให้เด็กมี
พัฒนาการครบทุกด้านเต็มตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน ตอบสนองความสนใจ ความสามารถของเด็กเป็น
รายบุคคล จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับเด็กได้เลือกเล่น ตามมุมประสบการณ์ ตามความสนใจของเด็ก เด็กเกิด
การเรียนรู้อย่างอิสระและสร้างสรรค์ เด็กเกิดการเรียนรู้ ลงมือ กระทำ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ปลูกฝังให้เด็กมีความรู้สกึ ที่ดตี ่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เด็กรจู้ กั การสงั เกต การเปรียบเทียบ การ
คาดคะเน การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และการแก้ปัญหา โดยผ่านการทดลองกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง
โดยทุกคนมสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ัติกจิ กรรมทกุ ข้นั ตอน เด็กเกิดการเรียนรอู้ ย่างมีความสุข
3) ด้านการจดั บรรยากาศทเี่ อือ้ ต่อการเรียนรู้ ใชส้ อื่ และเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสม ครูจดั ห้องเรียนให้เป็น
ห้องเรียนคุณภาพ มีพื้นที่แสดงผลงานเด็กอย่างชัดเจนทีผ่ ูป้ กครองมองเห็นได้ มีมุมประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับ
เด็กได้เรียนรู้อย่างอิสระ ตามความสนใจของเด็กแต่ละคน โดยครูให้เด็กทุกคนในห้องมีส่วนร่วมในการจัด
สภาพแวดล้อมในห้องเรียนด้วยกัน เช่น การจัดหน้าที่ทำเวรประจำวัน รับผิดชอบช่วยเหลือกันในการดูแล
รักษาสภาพแวดล้อมห้องเรียนให้สะอาด น่าอยู่ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เอื้อต่อการจัดประสบการณ์การ
เรียนรู้ ในห้องเรียนมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก พัฒนา
หอ้ งเรยี นเป็นแหล่งเรียนรู้ ท่ีน่าสนใจ นา่ อยู่ ทันสมัย และอบอุ่น
4) ด้านประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมิน พฒั นาการเด็กไปปรับปรุงการจัด
ประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ครมู ีการประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวนั ด้วยเคร่ืองมือ
การวดั และวิธีการท่หี ลากหลาย ครอบคลุม เหมาะสมกับวัยเด็ก การประเมนิ พัฒนาการเดก็ ให้ผ้ปู กครองและผู้
มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการประเมินพฒั นาการเด็ก และนำผลการประเมินที่ได้ไปพฒั นาปรับปรุงคุณภาพ
เด็ก ให้ดียิ่งขึน้ ไป เช่น แบบบันทึกพัฒนาการเด็ก ( อบ.๐๒/๑,๒,๓ ) สมุดบันทึกเด็กเป็นรายบุคคล ( อบ.๐๑/
๒๙
๑,๒,๓ ) แบบบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมเด็ก แบบสัมภาษณ์ผู้ปกครองจาก
การเยี่ยมบ้านเด็ก แบบคัดกรองปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน (รบ. ๐๑) และการเข้าใช้งานระบบ Q – info
และนำเทคโนโลยมี าใช้มากข้นึ โดยขอ้ มูลยอ้ นกลับ จากเด็ก และผูป้ กครองมากขึ้น
ระดับการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
จุดเด่น
1.คุณภาพของผเู้ รยี น (ดเี ลศิ )
ผูเ้ รียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑ ปลอดการอ่านไม่ออกเขยี นไมไ่ ด้ มีผลคะแนนการทดสอบความสามารถ
ด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) สูงกว่าระดับ สพฐ.และระดับประเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓
มีผลการประเมินการทดสอบความสามารถพ้ืนฐานของผเู้ รยี นระดับชาติ (NT) ในปีการศึกษา ๒๕๖4 เฉลี่ยท้ัง
๒ ดา้ นสงู กว่าระดับ สพฐ.และระดับประเทศ มกี ารจดั การเรียนรู้ตามแนวทาง OECD 6 ขัน้ ตอน ผู้เรียนได้รับ
การส่งเสริมให้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อหาประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อ
ชุมชน มกี จิ กรรมชมุ นุมตามความสนใจของผเู้ รียน ผเู้ รยี นร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาและวันสำคัญอ่ืน
ๆ เช่น การทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ วันเด็ก วันแม่แห่งชาติฯ การคิดและการแก้ปัญหาร่วมกันในกลุ่ม การจัด
ประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ บูรณาการการเรียนการสอนครบทุกกลุ่มสาระวิชา การเรียนการ
สอนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กิจกรรมสะเต็มศึกษา สอดแทรกปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การสอนเสริม
ประสบการณ์ เพ่ือใหผ้ เู้ รียนมีคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์ มีจิตอาสา จติ สาธารณะ เป็นคนดีมคี ณุ ภาพแบบ เก่ง ดี
มีสุข ภายใต้กิจกรรม โครงการคือ โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โครงการวันสำคัญประจำปี โครงการ
โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ โครงการพัฒนาห้องสมุด ๓ ดี โครงการพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ โครงการค่าย
ภาษาต่างประเทศ จัดทำกิจกรรม One Classroom One Product (OCOP) เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพและ
งานฝีมือโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินงานตามแนวทางขับเคลื่อนจุดเน้นนโยบาย Cr๒
ACTS โรงเรียนคณุ ภาพ ร่วมกบั THUNGMAN Model
2. กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ (ดเี ลิศ)
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านมีการบริหารจัดการตามแนวทางของ CR2Q-ED มีการประชุมจัดทำแผนพัฒนา
สถานศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี 2564 การบริหารและการจัดการสถานศึกษาทางโรงเรียนบ้านทุ่ง
ม่าน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาได้ร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน กำหนดเป้าหมาย
วิสัยทัศน์ พันธ์กิจ สอดคล้องกับบริบทสถานศึกษา ความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชน โรงเรียนบ้านทุ่งม่าน
จัดการเรียนการสอนโดยครูที่มีความถนัดในวิชาเอกของตนเอง ดำเนินงานพัฒนาวิชาการตามตัวชี้วัดของ
หลักสูตรสถานศึกษา ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้เพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มเติมตามความสนใจ
ของผู้เรียน โดยผู้เรียนสามารถออกแบบกิจกรรมหรือส่ิงที่อยากเรียนรู้ได้เอง ทางโรงเรยี นบ้านทุง่ ม่านได้จัดทำ
บันทึกข้อตกลง MOU ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการดำเนินโครงการ SMART TEACHER โครงการพัฒนา
บคุ ลากร และกจิ กรรม PLC จัดกิจกรรมปรับภมู ิทัศน์และกิจกรรมพัฒนาห้องเรยี นคุณภาพตามจุดเน้นของเขต
พื้นที่การศึกษาเพื่อสร้างสภาพแวดลอ้ มทีเ่ อ้ือต่อการเรียนรูข้ องผูเ้ รียน ทางโรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้ใช้ระบบ Q-
info ในการจัดเก็บข้อมูลการบริหารจัดการ การตัดสินผลการเรียน การประเมินคุณลักษณะผู้เรียนแล้วส่งผล
ย้อนกลบั ไปยงั ผู้เรียนเพ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนาตนเอง
๓๐
๓. กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั (ดีเลศิ )
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การเรียนรู้ผ่านโครงงาน โดยใช้
เทคโนโลยีในการจัดการศึกษาผ่านระบบข้อมูลสารสนเทศ Q-info เช่นการจัดเก็บขอ้ มูลผู้เรียนรายบุคคล ผล
การเรียน ข้อมูลสุขภาวะ ฯลฯ มีกิจกรรม One Classroom One Product (OCOP) โครงการพัฒนาครูและ
โรงเรยี นเพือ่ ยกระดับ คณุ ภาพการศกึ ษาอย่างต่อเน่ืองTSQPเพ่ือเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นสรา้ งนวัตกรรมเพื่อชุมชน
มสี ือ่ เทคโนโลยแี ละแหลง่ การเรียนรทู้ ห่ี ลากหลาย มีโครงการพฒั นาผเู้ รยี นสู่ความเปน็ เลศิ โดยอาศัยการจัดเก็บ
ข้อมูลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความถนัดและความสนใจของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น บุคลากร
โรงเรียนบ้านทุ่งม่านได้ดำเนินการตามกิจกรรม PLC เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สรุปผลการดำเนินงาน
และเผยแพร่ผลการพัฒนานั้นสู่ชุมชนและหน่วยงานภายนอกผ่านโครงการสัมพันธ์ชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การจดั การศกึ ษา
จดุ ท่ีควรรพัฒนา
1.คณุ ภาพของผเู้ รยี น
สถานศึกษาควรส่งเสริมการจัดโครงการหรือกิจกรรมที่มุ่งเน้นการยกระดับผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง
จำแนกผู้เรียนออกเป็นกลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลางและกลุ่มที่ควรได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ เพื่อวางแผนในการ
จัดการสอนซ่อมเสริมให้ตรงกับสิ่งที่ผู้เรียนควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมผู้เรียนด้านการคิด
วิเคราะห์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การแก้ปัญหา การพัฒนาทักษะการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
เชื่อมโยงองค์ความรู้ ฝึกให้ผู้เรียนได้รู้จักการอธิบายขั้นตอนการทางานทุกประเภท สอดแทรกกิจกรรมให้
ผู้เรียนโดยเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานท้ัง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดโครงการหรือกิจกรรมที่
สง่ เสรมิ การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ การถอดบทเรียนจากส่งิ ที่ไดฝ้ ึกปฏบิ ตั จิ รงิ และการทำงานเปน็ ทีม
2.กระบวนการบริหารและการจัดการ
๑) ดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติการประจำปี ปฏิทินการปฏิบัติงานของสถานศึกษาและโครงการ
ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เพิ่มขอบเขตจำกัดในการจัด
การศกึ ษามากขนึ้ กวา่ เดิม
๒) จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมในแตล่ ะโครงการให้มากยิง่ ขนึ้
โดยนำผลการประเมินโครงการมาใชใ้ นการพจิ ารณางบประมาณในปตี ่อไป
๓) พัฒนาโครงการและกิจกรรมในการพัฒนาผู้เรยี นให้มากขึ้น เพิ่มการมีบทบาทในการพฒั นาผู้เรียน
ของ บ้าน วัด รฐั โรงเรยี นและเอกชน
๓. กระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั
1) จำนวนบุคลากรเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เรียนยังขาดแคลนในบางสาขาวิชาตามนโยบายของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
2) มีกิจกรรม/งานอื่น ๆ เข้ามาแทรกนอกเหนือจากกิจกรรมที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้ทำให้ขาดความ
ต่อเน่อื งในการจัดการเรยี นรู้
3) ครูผู้สอนควรวิเคราะห์สภาพปัญหาบนข้อมูลพื้นฐานของระบบข้อมูลและสารสนเทศทางการสอน
เพื่อใช้เป็นฐานในการขับเคล่ือนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรูเ้ พื่อการยกระดบั คุณภาพผู้เรียน เน้นนวัตกรรม
การจดั การเรยี นรู้ให้มากยิ่งข้ึน
4) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการเรียนรู้และเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี
สารสนเทศมากยิ่งข้นึ
๓๑
แผนพัฒนาเพอื่ ให้ได้มาตรฐานทส่ี ูงขึ้น
๑. คุณภาพผู้เรยี น
- มุ่งเนน้ การยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการศึกษาของรายวิชาทมี่ ีผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดบั ชาติ ทผ่ี ลคะแนนต่ำกว่าผลเฉลย่ี รวมประเทศ ผ่านการวิจยั ในชนั้ เรยี นและสร้างสรรค์
นวตั กรรมทางการศึกษาของผู้สอนสำหรับการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ิแก้ไขตัวช้ีวัดทย่ี ังมีปญั หา
- ดำเนนิ การจัดการเรยี นรูท้ ม่ี งุ่ เนน้ การสร้างนวตั กรรมสชู่ ุมชนของโครงการ TSQP ตามรูปแบบ
OECD ในปีการศึกษาถัดไปเพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเปน็ ผ้สู รา้ งและพฒั นานวตั กรรมผ่านการจัดการเรยี นรู้ที่
เป็น Active learning
- ใช้งานระบบ Q-info ในการบรหิ ารจดั การสถานศึกษาอย่างต่อเนอ่ื ง
๓๒
ภาคผนวก
๓๓
๓๔
๓๕
๓๖
๓๗
๓๘
๓๙
๔๐
๔๑
๔๒
๔๓
๔๔
โรงเรียนบ้านทุ่งมา่ น
๔๕
รายงานการใชห้ ลักสูตร 2564