The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่ม 2 ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคข้อเข้าเสื่อมใน รพ.พระนั่งเกล้า...

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by medsiam2563, 2023-08-24 01:18:49

รายงานวิจัยนักศึกษาแพทย์ ปี 6 (2563)

กลุ่ม 2 ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคข้อเข้าเสื่อมใน รพ.พระนั่งเกล้า...

50 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


51 หลังจากน ากลุ่มข้อมูลทั้ง2ได้แก่อายุของผู้เข้าร่วมงานวิจัยและระดับความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวในผู้ป่ วย โรคข้อเข่าเสื่อมมาเปรียบเทียบกันโดยใช้One way ANOVA test พบว่าP value 0.425 (P value > 0.05) ซึ่งถือว่า ไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ จึงสามารถสรุปได้ว่าอายุของผู้เข้าร่วมงานวิจัยนั้นไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะส าคัญทางสถิติกับ ระดับความรู้ในเรื่องการปฏิบัติตัวในผู้ป่ วยโรคข้อเข่าเสื่อม โดยทางคณะผู้วิจัยมีความเห็นว่า เนื่องด้วยใน ปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์สามารถค้นหาได้ง่ายทุกเพศและทุกวัยจากอินเทอร์เน็ต อายุที่มากหรือน้อย จึงไม่มี ความสัมพันธ์กับระดับความรู้ของผู้ป่ วย ดังนั้นแม้ผู้ป่ วยจะมีอายุน้อยหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ก็มีความรู้เรื่อง การปฏิบัติตัวในผู้ป่ วยโรคข้อเข่าเสื่อมได้เท่าเทียมกับผู้ที่มีอายุมากหรือมีอาการมาก จากการหาข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อบรรเทาอาการโรคข้อเข่าเสื่อมของตนเอง ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


52 หลังจากน ากลุ่มข้อมูลทั้ง 2ได้แก่ความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมตาม oxford knee score และเพศของ ผู้เข้าร่วมงานวิจัยมาเปรียบเทียบกันโดยใช้independent T-test พบว่าP value 0.001 (P value < 0.05) ซึ่งถือว่ามี ความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ จึงสามารถสรุปได้ว่าเพศของผู้เข้าร่วมงานวิจัยนั้นมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะส าคัญทางสถิติกับระดับ ความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งสามารถตอบค าถามงานวิจัยที่ว่าเพศของผู้เข้าร่วมงานวิจัยมีผลต่อระดับความรุนแรงของผู้ป่ วยที่เป็ น โรคข้อเข่าเสื่อม ( Oxford Knee Score ) มากน้อยเพียงใด จึงสามารถสรุปได้ว่าระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นแปรผันโดยตรงกับอายุที่มากขึ้นซึงตรง กับสมมุติฐานของงานวิจัยที่ว่า อายุ, การศึกษา, อาชีพ, น ้าหนัก, และ ส่วนสูง มีผลต่อระดับความชุกของโรคข้อ เข่าเสื่อมของผู้ป่ วยที่มาใช้บริการห้องตรวจในเวลาแผนกศัลยกรรมกระดูกโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าอย่างมีนัย ยะส าคัญ เนื่องจากในเพศหญิงโรคข้อเข่าเสื่อมและมีความรุนแรงของโรคมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่า เนื่องจากการ ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน และลักษณะของยีนในโครโมโซมเพศหญิงส่งเสริมให้ข้อมีการเสื่อมมากขึ้น แต่ใน ผู้ชายที่มีอายุต่ากว่า 45 ปีผู้ชายจะพบมากกว่าผู้หญิง และจะเท่ากันในช่วงอายุ 45 –55 ปีภายหลังอายุ55 ปี ผู้หญิงจะมีการดาเนินของโรคมากกว่า ซึ่งคาดว่าจะเกิดจากมวลไขมันพบว่าผู้หญิงมีมวลไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ และยีนบนโครโมโซมเพศหญิง รวมทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อน ช่วย ในการยับยั้งการสลายกระดูกของออสตีโอคลาส (Osteoclast) จึงช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูก ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


53 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


54 หลังจากน ากลุ่มข้อมูลทั้ง 2 มา เปรียบเทียบกันได้แก่BMI และความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมตาม oxford knee score โดยใช้One way ANOVA test พบว่าP value 0.002 (P value < 0.05) ซึ่งถือว่ามีนัยส าคัญทาง สถิติ จึงสามารถสรุปได้ว่าระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นแปรผันโดยตรงกับBMI ที่มากขึ้นซึง ตรงกับสมมุติฐานของงานวิจัยที่ว่าอายุ, การศึกษา, อาชีพ, น ้าหนัก, และ ส่วนสูง มีผลต่อระดับความชุกของโรค ข้อเข่าเสื่อมของผู้ป่ วยที่มาใช้บริการห้องตรวจในเวลาแผนกศัลยกรรมกระดูกโรงพยาบาลพระนังเกล้าอย่างมี ่ นัยยะส าคัญ โดยสาเหตุเกิดจาก ความอ้วนน ้าหนักตัวที่เกิน น้้าหนักตัวมีความสัมพันธ์อย่างมากกับเข่า เสื่อม พบ ว่าน้้าหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัม จะเพิ่มแรงที่กระท้าต่อข้อเข่า 1-1.5 กิโลกรัม ขณะเดียวกันเซลล์ไขมันที่มาก เกินไปจะมีผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนและเซลล์กระดูก ส่งผลให้ข้อเสื่อมเร็วขึ้น ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


55 บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย สรุปผลงานวิจัย โรคข้อเข่าเสื่อมเป็ นโรคที่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น อายุเพศ น ้าหนัก ส่วนสูง เเละอาชีพ ซึ่งเป็ นโรคที่มี ความเกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง( NCDs ) เช่นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงความดันสูงและโรค อื่นๆ โดยโรคข้อเข่าเสื่อมนั้น เป็ นโรคที่สามารถรักษาและป้องกันได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เเละปฏิบัติ ตัวอย่างถูกวิธี จากผลงานวิจัยพบว่าความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมตาม Oxford knee score ไม่มีความสัมพันธ์กับ ระดับความรู้ในการปฏิบัติตัวของผู้ป่ วยโรคข้อเข่าเสื่อมเนื่องจากในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเป็ นสื่อที่มีความส าคัญ ในการเข้าถึงเเหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะความรู้ด้านการเเพทย์ซึ่งต่างจากในอดีต ที่คนไข้มักจะได้รับ ความรู้ทางการเเพทย์จากการให้ความรู้ในห้องตรวจผ่านค าแนะน าจากแพทย์เพียงอย่างเดียวรวมถึงปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์มีไม่เพียงพอต่อจ านวณผู้ป่ วยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นท าให้เเพทย์ไม่สามารถให้ความแก่ผู้ป่ วย ทุกรายได้อย่างเพียงพอและทัวถึง ่ ด้วยเหตุนี้คณะผู้วิจัยจึงได้จัดท าแผ่นพับให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องการปฏิบัติตัว และการออกก าลังกายเพื่อป้องกันโรคเข่าเสื่อมแก่ผู้ป่ วย โดยหวังว่าผู้ป่ วยจะสามารถน าไปปฏิบัติและใช้ป้องกัน โรคข้อเข่าเสื่อมได้จริง จะเห็นได้ว่าอินเตอร์เน็ตเป็ นเเหล่งข้อมูลหลักที่ผู้ป่ วยเข้าถึงได้มากที่สุด ดังนั้นหากต้องการให้ค าแนะน า หรือให้ความรู้ผู้ป่ วย โดยนอกเหนือจากการให้ค าแนะน าในห้องตรวจ อินเตอร์เนตจึงเป็ นทางเลือกที่ส าคัญ ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


56 บทที่ 6 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป โปรแกรมออกก าลังกายกล้ามเนื้อรอบข้อ เข่าโดยการใช้ยางยืดบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า เป็ น โปรแกรมการออกก าลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่ป่ วยเป็ นโรคข้อเข่าเสื่อม เนื่องจากเป็ นโปรแกรม ที่ง่ายและ สามารถท าได้ทุกที่อย่างต่อเนื่องและควรมีการศึกษาวิจัยในรูปแบบเดียวกันนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ป่ วยด้วยโรค เรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคอ้วน โรคหลอดเลือด หัวใจ เบาหวาน ความดัน ฯลฯ เพื่อหาวิธีการ ช่วยเหลือผู้สูงอายุให้ สามารถดูแลตนเองในระยะ เริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็ นการควบคุมโรคและอาการของโรคไม่ให้ รุนแรงต่อไป เนื่องจากงานวิจัยในครั้งนี้เป็ นการเก็บขอมูลเชิงสถิติเพื่อเปรียบเทียบระหว่างความรู้ในการปฏิบัติตน ของผู้ป่ วยโรคข้อเข่าเสื่อมร่วมกับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมตาม oxford knee score และ ได้มีการสอน และแจกแผนพับให้ความรู้เพิ่มเติมกับผู้เข้าร่วมการทดลองไป โดยเป็นการท าprimary prevention โดยเป็ นการ สื่อสารแบบ one way communication ท าให้ไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ท าการทดลองนั้นมีความเข้าใจในเนื้อหา และสามารถปฏิบัติตามได้จริงมากเพียงใด ดังนั้นจึงแนะน าให้มีการนัดติดตามอาการผู้ทดลองและมาท าการ ประเมินความรู้ซ ้าหลังจากได้ท าการสอนและให้ความรู้ไปแล้ว ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


57 ข้อจ ากัดในงานวิจัย • เนื่องจากปริมาณประชากรที่ท าการเก็บข้อมูลเป็ นเพียงตัวแทนปริมาณประชากรทั้งหมดภายในโรงพยาบาล พระนั่งเกล้าและตัวอย่างประชากรในโครงการค่อนข้างน้อยและจ ากัดเพียงแค่ผู้ป่ วยที่มาใช้บริการคลินิก ในเวลาแผนกศัลยกรรมกระดูกจึงท าให้ข้อมูลและผลสรุปของโครงการอาจมีข้อผิดเพี้ยนจากความจริงได้จึง แนะน าให้เพิ่มขนาดจ านวนของกลุ่มประชากรให้มากขึ้นเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของการท างานวิจัยให้ดี ยิ่งขึ้นเนื่องจากระยะเวลาในการท าแบบสอบถามและให้ความรู้นั้นมีจ ากัด จึงต้องให้ความรู้เพียงส่วนที่ ส าคัญและจ าเป็ น โดยคาดหวังว่าผู้ป่ วยจะมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ด้วยตนเองร่วมด้วย • สภาพแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงาน อาจมีเสียงรบกวน และอาจดึงความสนใจผู้ป่ วยระหว่างการท า แบบสอบถามหรือระหว่างการให้ความรู้ได้ • ผู้ป่ วยอาจขาดความสนใจในการรับฟังความรู้เนื่องจากเป้าหมายหลังของการมาใช้บริการ • ผู้ป่ วยอาจขาดความสนใจในการรับฟังความรู้เนื่องจากเป้าหมายหลังของการมาใช้บริการที่ รพสต คือการ มารักษากับแพทย์หรือรับยา • สถานที่ในพื้นที่ปฏิบัติงานอาจไม่เอื้ออ านวยต่อการฝึ กหรือเรียนรู้การออกก าลังกาย เนื่องจากพื้นที่ในคลินิก ในเวลาแผนกศัลยกรรมกระดูก มีค่อนข้างจ ากัด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


58 ข้อเสนอแนะในการน ารูปแบบไปใช้ • รูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในโรงพยาบาลโดยความร่วมมือของพยาบาลเวชปฏิบัติและแพทย์ แผนกศัลยกรรมกระดูก สามารถน าไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของโรงพยาบาลที่อื่นๆ หรือสถานอนามัยชุมชนอื่นๆ ที่มีบริบทคล้ายคลึงกันได้ • รูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในโรงพยาบาลโดยความร่วมมือของพยาบาลเวชปฏิบัติและแพทย์ แผนกศัลยกรรมกระดูกสามารถใช้เป็ นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อื่นๆ ได้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


59 กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่คลินิกในเวลาและอาจารย์แพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกโรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า ที่ให้ความร่วมมือในการท าวิจัย เป็นอย่างดียิ่งและสามารถจัดกิจกรรมระหว่างการวิจัยด้วยดี ขอขอบคุณอาจารย์แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรงพยาบาลพระนังเกล้าที่ให้ ่ ความร่วมมือในการสอนและ ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกก าลังกายในท่าที่ถูกต้องเพื่อช่วยลดหรือป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


60 บรรณาณุกรม ตัวอย่างรูปแบบ Google form ที่ใช้จริงในการกรอกแบบสอบถามออนไลน์โดยเรียงตามล าดับหน้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


61 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


62 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


63 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


64 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


65 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


66 ตัวอย่างแผ่นพับให้ความรู้ที่ใช้จริงโดยเรียงตามล าดับหน้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


67 เอกสารอ้างอิง (References) 1. ( การชะลอการเกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ฉัตรสุดา กานกายันต์* พย.บ. อภิรดี เจริญนุกูล** พย.ม. (การพยาบาลผู้ใหญ่) วิทยา วาโย*** พย.ม. (การพยาบาลผู้สูงอายุ) 2563) 2. ( Pereira et al., 2011 ) Pereira, D., et al. (2011). The effects of osteoarthritis definition on prevalence and incidence estimates: a systematic review. Osteoarthritis and Cartilage. (19) : 1270-1285. 3. ( แนวปฏิบัติบริการสาธารณสุข โรคข้อเข่าเสื่อม, ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิ ดิกส์แห่งประเทศไทย, 2554 ) 4. ( รายงานการส ารวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556 กรมอนามัยและโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ) 5. (สถานการณ์ทางระบาดวิทยาและการประเมินความเสี่ยง โรคข้อเข่าเสื่อมในคนไทย นงพิมล นิมิตรอานันท์* Nongpimol Nimit-arnun, R.N., M.S., Dr.P.H.* 2557 ) 6. Pan Q, O’Connor MI, Coutts RD Hyzy SL, OlivaresNavarrete R, Schwartz Z,, et al. Characterization of osteoarthritic human knees indicates potential sex differences.BiolSexDiffer.2016;7:27.2.doi:10.1186/ s13293-016-0080-z 7. (Roos EM,ArdenNK.Strategiesforthepreventionofknee osteoarthritis.NatRevRheumatol. 2016 Feb;12(2):92- 101.doi: 10.1038/nrrheum.2015.135.) 8. ( Strategy and Planning Division of of Ministry of public Health ; 2015 ) Strategy and Planning Division of of Ministry of public Health ; 2015. Health.[cited 2018 Nov 27]. Available from : http://wops.moph.go.th/ops/thp/thp/userfiles/ file/Issue%2024_58.pdf (in Thai) 9. LespasioMJ,PiuzziNS,HusniME,MuschlerGF,Guarino A, Mont MA. Knee osteoarthritis: a Primer. Perm J. 2017;21:16-183. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


68 10. ( Youngcharoen P, Hershberger PE, Aree-Ue S. Pain in elderly patients with knee osteoarthritis: an integrative review of psychosocial factors, International Journal of Orthopaedic and Trauma Nursing. 2017;25:19-28. ) 11. สภาพผู้ป่ วยภายหลังการผ่าตัด ( Salmon JH, Rat AC, Sellam J, Michel M, Eschard JP, Guillemin F, et al. Economic impact of lower-limb osteoarthritis worldwide:a systematic review of cost-of illness studies(2016)Osteoarthritis Cartilage. 2006;24 (9),1500-8.doi: 10.1016/j.joca.2016.03.012 ) 12. สุรเดช ดวงทิพย์สิริกุล และคณะ. (2556). รายงานผลการศึกษา เบื้องต้น โครงการส ารวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556. โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบาย ด้านสุขภาพ 13. Conaghan, P.G. et al. (2011). Summary and recommendations of the OARSI FDA osteoarthritis assessment of structure change working group. Osteoarthritis and Cartilage. 14. Iqbal, MN., Haidri, FR., Motiani, B. & Mannan, A. (2011). Frequency of factors associated with knee osteoarthritis. JPMA 15. Pereira, D., et al. (2011). The effects of osteoarthritis definition on prevalence and incidence estimates: a systematic review. Osteoarthritis and Cartilage. 16. Royal College of Physicians of London. (2010). Osteoarthritis: National clinical guideline for care and management in adults. London: The Lavenham Press Ltd. 17. Chopra, A. (2013). The COPCORD world of musculoskeletal pain and arthritis. Rheumatology 18. Cooper, C., Denni son, E., Edwards, M., & Litwic, A. (2013). Epidemiology of osteoarthritis. 19. World Health Organization. (2014). The burden of musculoskeletal conditions as the start millennium: report of a WHO scientific group. 20. Zhang W. et al. (2015). OARSI recommendations for the management of hip and knee osteoarthritis, part II: Evidence-based, expert consensus guidelines. Osteoarthritis Cartilage 21. American College of Rheumatology (ACR). (2020). ACR OA Guidelines: non-pharmacological - knee and hip ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


69 22. สารเนตร์ ไวคกุล และคณะ. (2554). แนวปฏิบัติบริการการดูแล รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม พ.ศ. 2554. กรุงเทพมหานคร : ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิ ดิกส์แห่งประเทศไทย. สมาคมรูมาติซัมแห่งประเทศไทย 23. พนมกร ดิษฐ์สุวรรณ์ และคณะ. (2556). รายงานผลการศึกษา เบื้องต้น โครงการส ารวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี 2556. โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบาย ด้านสุขภาพ 24. ธันย์ สุภัทรพันธ์นงพิมล นิมิตอานันท์ และศศิธร รุจนเวช. (2557). การสังเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง การบ าบัดรักษาแบบ ไม่ใช้ยาในผู้ป่ วยโรคข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ. วารสารวิชาการ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทย 25. รัตนาวลี ภักดีสมัย, สุธี สุทัศน์ณ อยุธยา. การพัฒนาการดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาปวดข้อเข่าของโรงพยาบาลส่ง เสริมสุขภาพต าบลบ้านบาก อ าเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ 2554 26. ดวงพร รัตนอมรชัย. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล การรับรู้ภาวะ สุขภาพ การรับรู้การควบคุม สุขภาพกับวิถีชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดอ่างทอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเอกพยาบาลสาธารณสุข บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล. 27. (วรรณี สัตย์วิวัฒน์ ใน การพยาบาลผู้ป่ วยออร์โธปิ ดิกส์, กรุงเทพ เอ็นพีเพรส , 2555) 28. สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์, วิโรจน์กวินวงศ์โกวิทย์. คู่มือข้อเข่าเสื่อม[อินเทอร์เน็ต ข้อมูลสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล 2560 29. วิชัย อึงพินิจพงศ์. (2558), กานดาชัยภิญโญ,สมรรถชัย จ านงค์กิจ คู่มือการฟื้นฟูผู้สูงอายุหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า กรุงเทพ๚ สมานมิตรการพิมพ์ 2558 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


Click to View FlipBook Version