ทางหลวงแผ่นดิน
ทางหลวงแผ่นดิน เป็ นเส้นทางสาธารณะสายหลักที่เป็ น
โครงข่ายเชื่อมระหว่างภาค จังหวัด อำเภอ ตลอดจน
สถานที่ที่สำคัญ เพื่อให้การเดินทางและขนส่งเป็ นไปได้
สะดวกยิ่งขึ้น ผู้รับผิดชอบและดูแลโครงการคือกรม
ทางหลวง ในสังกัดกระทรวงคมนาคม โครงข่ายการ
คมนาคมที่สร้างความเจริญและเชื่ อมโยงการค้าขายให้
กับประชาชาติ เมื่อการเดินทางต่างๆสะดวกยิ่งขึ้นก็จะ
ยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญรุดหน้ าไปอีกมาก
แผนที่ทางหลวงแผ่นดิน
ถนนสายเศรษฐกิจ AEC
เส้นทางถนนหมายเลข 12 (อาร์12) เป็นถนนที่เชื่อมเศรษฐกิจการ
ค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย
สปป.ลาว และเวียดนาม เข้าด้วยกัน และนับวันถนนเส้นนี้ก็จะยิ่ง
ทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ตัดตรงจากไทย
ผ่าน สปป.ลาว และเวียดนาม เข้าสู่จีนตอนใต้ซึ่งเป็นตลาดขนาด
ใหญ่
ในช่วงแรกๆ มีรถบรรทุกสัญจรเพียงวันละ 30 เที่ยว แต่
จากการที่เป็นทางคมนาคมขนส่งที่ตัดตรงและมีระยะทาง
ใกล้ที่สุด จึงทำให้ถนนสายนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะ
การขนส่งสินค้าในกลุ่มผักและผลไม้ สินค้าเกษตร และโคมี
ชีวิต ส่งผลให้ปัจจุบันมีรถบรรทุกสัญจรผ่านถนนเส้นนี้ไม่ต่ำ
กว่าวันละ 100 เที่ยว
ถนนเส้นทาง อาร์12 ปรับปรุงแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
ระหว่างไทย-สปป.ลาว-เวียดนาม-มณฑลกว่างสี (จีนตอนใต้) เพิ่มโอกาสการ
ลงทุนของนักธุรกิจไทยในการลงทุนที่ สปป.ลาว และเวียดนามมากขึ้น
สนับสนุน ส่งออกสินค้าไทยไปยังเมืองและประเทศต่างๆ ตามแนวเส้นทาง
อาร์12 ทั้งการค้าชายแดน สปป.ลาว และการค้าผ่านแดนเวียดนามและจีน
ตอนใต้ ที่มีความนิยมบริโภคสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะต้องขายให้
พ่อค้าคนกลางในเวียดนามก่อนที่จะเข้าสู่จีนในฐานะสินค้าเวียดนามก็ตาม
นอกจากนี้ ถนนสาย อาร์12 ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
จังหวัดตามแนวชายแดนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เนื่องจาก
ประชาชนลาวและเวียดนามสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทางถนนได้
สะดวก โดยเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังเวียดนามใกล้ที่สุด
สำหรับมูลค่าเศรษฐกิจด่านชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่
3 จ.นครพนม นั้น ในปี 2560 มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
และเชื่อว่าหากโครงการพัฒนาถนนสาย อาร์12 แล้วเสร็จ จะทำให้เศรษฐกิจ
บริเวณดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และการที่ถูกกำหนดให้เป็นเขต
เศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้วย ก็เชื่อว่าจะทำให้ จ.นครพนม เป็นศูนย์กลางการ
ขนส่งสินค้าได้
แผนที่ถนนสายเศรษฐกิจ AEC
Asia Highway
ระยะเวลากว่า 27 ปี นับจากการเริ่มต้นก่อตั้ง GMS ประเทศไทยได้
ดำเนินการตามแผนพัฒนา GMS เรื่อยมา บางครั้งการดำเนินงานก็
ชะลอตามความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลในแต่ละยุค ปัจจุบันการ
ก่อสร้างเส้นทางถนน ทางรถไฟ มีความคืบหน้าเป็นลำดับ รัฐบาลไทย
ได้จัดสรรและทุ่มงบประมาณเพื่อดำเนินการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ โดย
เฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern
Economic Corridor: EEC) ประกอบไปด้วยจังหวัดระยอง ชลบุรี
และฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่นำร่อง เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ “ไทยแลนด์
4.0” ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากโครงการ
พัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่ งทะเลตะวันออกหรือ Eastern Seaboard
ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา5 นอกจาก GMS แล้ว การเชื่อม
ต่อเส้นทางกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นแนวทางการพัฒนาที่ได้ดำเนินการ
มายาวนานภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับพหุภาคี ได้แก่
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economics Community :
AEC) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่
โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic
Cooperation Strategy : ACMECS) อาจกล่าวได้ว่าความเชื่อมโยง
ของเครือข่ายเส้นทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ เหมือนเป็น
จิ๊กซอร์ที่มีหลายชิ้น จีนต้องการที่จะเชื่อมต่อให้เข้ากับเส้นทางสายไหม
ใหม่ ดังนั้นจีนจึงเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญในการผลักดัน ขับเคลื่อน
หรือสนับสนุนให้เกิดการสร้างการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าอย่างเห็นได้
ชัด
แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางการเดินเรือตามเส้นทางสายไหม
ทางทะเลใหม่ (21st Century Maritime Silk Road) โดยตรง แต่
ด้วยความพร้อมของเส้นทางถนนที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศต่าง ๆ
และสามารถขนส่งสินค้าออกสู่ทะเลผ่านท่าเรือไทยได้ จึงเป็นหนึ่งในจุด
ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจีน ประกอบกับการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกหลักของ
ประเทศ คือ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนิน
อยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสทางการค้าและ
การขนส่งให้ประเทศมากขึ้น ทำให้ไทยสามารถการเป็นศูนย์การค้าใน
ภูมิภาคได้ ท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากจีนจะผลักดันนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเลผ่านกลไกจาก
ความร่วมมือในระดับพหุภาคีในระดับรัฐต่อรัฐแล้ว จีนยังให้ความสำคัญ
โดยมีการเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่และความร่วมมือในระดับปฏิบัติการ
รวมถึงภาคเอกชนจีนซึ่งได้เข้ามามีบทบาทด้านการค้าในไทยมานาน
และทวีบทบาทในด้านการคมนาคมมากขึ้น เมื่อภาครัฐจีนให้ความสำคัญ
กับการพัฒนาตามกรอบ One Belt One Road
สำหรับประเทศไทยซึ่งมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการที่จะแสดงบทบาทนำ
ในการเป็นผู้ประสานงานของอาเซียนกับจีน จากข้อได้เปรียบต่าง ๆ ที่
ไทยมีอยู่ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงโครงการต่าง
ๆ ระหว่างจีน – อาเซียน อันจะเป็นการเพิ่มบทบาทของไทยในเวที
ระหว่างประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย – จีน ให้แน่นแฟ้น
มากขึ้น
แผนที่ Asia Highway
อ้างอิง
https://www.matichonweekly.com/column/article_499591
https://www.teamgroup.co.th/
https://www.posttoday.com/aec/news/557907
https://www.learningstudio.info/asean-gms-economic
http://www.cuti.chula.ac.th/articles/495/
https://th.wikipedia.org/wiki/