The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nichkamol.rdi.rmutl, 2021-12-14 04:33:23

รวมเล่ม2-64

รวมเล่ม2-64

วารสารวจิ ยั เทคโนโลยนี วัตกรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถนุ ายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

กองบรรณาธกิ าร
วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วัตกรรม

ท่ปี รึกษา : พัชรประกติ ิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
อธกิ ารบดี มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร
อนิ ตะ๊ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา
บรรณาธกิ าร :
รองศาสตราจารย์ ดร.พานิช รตั นเดโช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เอกสทิ ธิ์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
กองบรรณาธิการ : ทพิ ยาวงศ์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
ศาสตราจารย์ ดร.ผดงุ ศักดิ์ โพชนุกูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศาสตราจารย์ ดร.สนอง อคั รเอกฒาลนิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ พระนครเหนือ
ศาสตราจารย์ ดร.นคร ทฆี สกุล มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
ศาสตราจารย์ ดร.พญ.อรพรรณ เพี ยรทอง มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
ศาสตราจารย์ ดร.ประยุทธ วงศ์วัฒนาเสถยี ร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ ศริ ิปรชั ญานันท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ พระนครเหนือ
ศาสตราจารย์ ดร.กุลเชษฐ์ สัมภตั ตะกลุ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
ศาสตราจารย์ ดร.ธนากร ลคั นทนิ วงศ์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี ชยั เจริญ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่
รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ พั ชรเมธา มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
รองศาสตราจารย์ ดร.วรภทั ร ซามาตย์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
รองศาสตราจารย์ ดร.สุมาลี สมใจทวีพร สถาบนั การจัดการปัญญาภวิ ฒั น์
รองศาสตราจารย์ ดร.ตระกูลพั นธ์
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จารณุ ี วาทกิจ สถาบนั วิจัยและพัฒนา
ดร.ธนั ยวตั โพธ์แิ ก้ว สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา
พยอมแยม้ สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา
ฝ่ายจดั ทาํ : สุภาพรเหมนิ ทร์ สถาบนั วิจยั และพัฒนา
ดร.ตะวัน
นางสาวณชิ กมล
นางสาวสรรค์ศริ กิ ุล
นางพลอยภญิ ญา



วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วัตกรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปที ่ี 5 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มิถนุ ายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

Editorial Board
Journal of Innovative Technology Research

Advisor: Patcharaprakiti RMUTL
President RMUTL
Assist. Dr. Nopporn Intra
RMUTL
Editor: Rattanakecho
Assoc. Prof. Dr. Panich Ekgasit TU
Tippayawong CU
Editorial Board: Poachanukoon CMU
Prof. Dr. Phadungsak Akkaraekthalin TU
Prof. Dr. Sanong Tekasakul KMUTNB
Prof. Dr. Nakorn Pianthong PSU
Prof. Dr. Orapan Wongwuttanasatian UBU
Prof. Dr. Prayoot Siripruchyanun KKU
Prof. Dr. Perapong Sampattakul KMUTNB
Prof. Dr. Kulachate Luckantvong CMU
Prof. Dr. Thanakorn Chaijaroen TU
Assoc. Prof. Dr.Montri Patcharametha KKU
Assoc. Prof. Dr.Sate Samat RMUTL
Assoc. Prof. Dr.Voraphat Somjaitaweeporn KKU
Assoc. Prof. Dr.Sumalee PIM
Assoc. Prof. Dr.Tragoonphan Watakit
Asst. Prof. Dr.Charuni Phokaew RMUTL
Dr. Tunyawat Payomyaem RMUTL
Supapornhemin RMUTL
Coordinators: RMUTL
Dr. Tawan
Miss Nichkamol
Miss Sansirikul
Mrs. Ploypinya



วารสารวจิ ยั เทคโนโลยีนวตั กรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปีท่ี 5 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มิถนุ ายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

ผู้ทรงคุณวฒุ ิประเมนิ บทความ
วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปที ี่ 5 ฉบบั ท่ี 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ศาสตราจารย์ ดร.ผดงุ ศักด์ิ รัตนเดโช มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ศาสตราจารย์ ดร.นคร ทิพยาวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศาสตราจารย์ ดร. ธนากร วงศว์ ัฒนาเสถยี ร มหาวิทยาลยั ขอนแกน่
ศาสตราจารย์ ดร. สักกมน เทพหัสดิน ณ อยธุ ยา มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ ธนบุรี
ผ้ชู ว่ ยศาตราจารย์ ดร. ณัฐวุฒิ เดไปวา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร. อรสา เตติวฒั น์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปพณ สะอาดยวง มหาวิยาลยั ราชภัฏเทพสตรี
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ชัยวัฒน์ นันทศรี มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. จุฬาลกั ษณ์ เขมาชีวกลุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. ปรญิ คงกระพั นธ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. กาญจนา นาคประสม มหาวทิ ยาลัยแม่โจ้



วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปที ่ี 5 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มถิ ุนายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

บทบรรณาธกิ าร

วารสารวจิ ยั เทคโนโลยนี วตั กรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปที ่ี 5 ฉบับท่ี 2 เล่มนี้ มีบทความทั้งหมด 4 เร่อื ง
เป็นบทความท่ีมาจากงานวิจัยนวัตกรรม และเป็นบทความคัดเลือกจากการประชุมวิชาการวิจัยและนวัตกรรมสร้างสรรค์ ครั้งท่ี 6
ประจําปี 2563 โดยบทความแรกเป็นบทความ ของ วิไรวรรณ แสนชะนะ ที่ได้ศึกษาระบบจัดการการเช่าทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ด้วยเวบ็ ตอบสนอง ได้นําเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจัดเกบ็ ขอ้ มลู สมาชกิ ขอ้ มูลการเช่า
ในรูปแบบอิเล็กทรอนกิ ส์ และส่งการแจ้งเตือนผา่ นแอปพลิเคชันไลน์ไปยังเจ้าหน้าท่ที ่ีเกี่ยวข้อง เพ่ื อตรวจสอบและอนุมัตกิ ารขอเช่า
และติดต่อกลับไปยังสมาชิกได้ บทความที่สองเป็นการวิจัยผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงร่วมกับเชื้อรา Trichoderma
asperellum ต่อการเกิดโรครากเน่าในผักคะน้าจากเช้ือรา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเน่าของคะน้า โดย
ศริ ิพร อํา่ ทอง พบวา่ มคี วามเป็นไปไดว้ ่าการใช้เชอ้ื รา T. asperellum ร่วมกบั พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู สามารถลดการเกดิ โรครากเน่า
ของตน้ คะนา้ ได้ บทความที่สาม เป็นการนาํ ตน้ แบบเครอ่ื งผสมผลติ ภัณฑ์ความงามและชําระล้าง นาํ ไปใช้ประโยชนก์ บั กจิ การชมุ ชนบ้าน
นาเกี๋ยง อําเภอภูเวียง จังหวัดน่าน ได้อย่างสอดคล้องกับกระบวนการผลิต และทําให้การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ทําได้ง่ายข้นึ
โดย สทิ ธบิ ูรณ์ ศริ พิ รอคั รชัย และบทความสุดทา้ ย เปน็ ผลงานการพัฒนาความแปลกใหม่ใหแ้ ก่ผลิตภณั ฑ์ไกย่ อเสริมแปง้ กลว้ นํ้าและ
นา้ํ พรกิ ไสอ้ ว่ั ในการพัฒนาสตู รทเี่ หมาะสมในการผลติ ไกย่ อรสน้าํ พริกไสอ้ วั่ ซึง่ จะชว่ ยใหอ้ าหารพ้ืนบา้ นมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย และ
มคี ุณคา่ ทางโภชนาการเพ่ิมขึ้น

กองบรรณาธิการวารสารวิจัยเทคโนโลยนี วัตรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ขอขอบคุณผู้ประพันธท์ ี่ให้ความ
สนใจ และไว้วางใจวารสารของเราเป็นอย่างดีตลอดมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความท่ีได้ตีพิ มพ์ ลงในวารสารฉบับน้ีจะเป็น
ประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกทา่ น กองบรรณาธิการยินดีนอ้ มรับคําแนะนําเพ่ื อนําไปสู่การปรับปรุง และพั ฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานย่งิ ขน้ึ
ตอ่ ไป

รองศาสตราจารย์ ดร.พานชิ อนิ ต๊ะ
บรรณาธกิ ารวารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม



วารสารวจิ ยั เทคโนโลยนี วตั กรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปที ่ี 5 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มิถนุ ายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

สารบัญ

01 ระบบจัดการการเชา่ ทรพั ยส์ ินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก 1 - 10
ด้วยเว็บตอบสนอง
สวุ รรณชยั แสนคํา, วไิ รวรรณ แสนชะนะ* และ คชรตั น์ ทองฟกั

02 ผลของการใช้พลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สูงรว่ มกบั เชือ้ รา Trichoderma asperellum ต่อการเกดิ 11 - 18

โรครากเนา่ ในผักคะน้าจากเช้อื รา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเนา่ ของคะนา้

ศริ พิ ร อ่ําทอง*, ลีจู และเซอ, ชิติ ศรีตนทพิ ย์ และชาญชัย เดชธรรมรงค์

03 เครอ่ื งผสมผลิตภณั ฑค์ วามงามและชําระล้าง 19 - 29
สิทธิบรู ณ์ ศริ ิพรอคั รชัย* และ ธญั ทิพย์ ศิรพิ รอคั รชัย

04 การพั ฒนาผลิตภัณฑไ์ กย่ อเสริมแปง้ กลว้ ยและนํ้าพรกิ ไส้อัว่ 30 - 35
นภาพร ดีสนาม* และ จารุวรรณ รกั ษาวงศ์



วารสารวจิ ยั เทคโนโลยีนวัตกรรม I Journal of Innovative Technology Research
ปที ่ี 5 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถนุ ายน 2564

ISSN: 2586-8500 (Print), ISSN: 2586-8632 (Online)

Content

01 Property Rental Management System Rajamangala University 1 - 10
of Technology Lanna, Phitsanulok using Responsive Web
Suwannachai Saenkham, Wiraiwan Sanchana* and Kodcharat Thongfak

02 Effects of High Voltage Plasma (HVP) Combined with Trichoderma asperellum 11 - 18
on Root Rot Disease of Chinese Kale Caused by Pythium aphanidermatum

Siriporn Amthong*, Leechu Laecher, Chiti Sritontip and Chanchai Dechthummarong

03 Mixing Machine for Beauty Product and Liquid Detergents 19 - 29
Sittiboon Siripornakarachai* and Thunyatip Siripornakarachai

04 Development of Chicken Sausages (Kai Yor) Product 30 - 35
Supplemented with Banana Flour and Sai Aua Curry Paste
Napaporn Deesanam* and Jaruwan Ruksavong



วารสารวจิ ยั เทคโนโลยนี วัตกรรมวารสI าJรวoิจัยuเทrคnโนaโลlยoนี วfตั กIรnรมnปoี 5vเaลม่ ti2v(eกรกTฎาeคมch- ธnนั oวาlคoม g25y64)Research

 Research Article ระบบจัดการการเช่าทรัพย์สินของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
พิ ษณโุ ลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง
Property Rental Management System Rajamangala University
of Technology Lanna, Phitsanulok using Responsive Web

สวุ รรณชยั แสนคํา1 วไิ รวรรณ แสนชะนะ2* และ คชรตั น์ ทองฟกั 3
Suwannachai Saenkham1 Wiraiwan Sanchana2*
and Kodcharat Thongfak3

1,2,3 คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิษณุโลก
ตําบลบา้ นกรา่ ง อําเภอเมอื ง จงั หวดั พิษณุโลก 65000
1,2,3 Faculty of Agricultural Sciences and Technology, Rajamangala University
of Technology Lanna Phitsanulok,Ban Krang, Mueang Phitsanulok District, Phitsanulok 65000

บทคดั ยอ่

งานวจิ ยั มีวัตถปุ ระสงค์ เพื่อออกแบบ พัฒนาและประเมนิ ความพึงพอใจระบบจดั การการเชา่ ทรพั ย์สินของ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก ด้วยเว็บตอบสนอง โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3
ขั้นตอน คือ 1) ข้ันตอนการเก็บรวบรวมปัญหาและความต้องการของระบบ โดยสัมภาษณ์จากผู้ใช้เพื่ อ
รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ และความต้องการ สรุปสาระสําคัญด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่า ระบบใน
ปัจจุบันจัดเก็บข้อมูลและการทํารายงานทีใ่ ช้การเก็บบันทึกข้อมูลด้วยการใช้เอกสารที่ยากต่อการจัดเก็บ
การนาํ มาค้นหาขอ้ มลู และสรุปรายงานประจําเดือน และบุคลากรไม่สามารถให้ขอ้ มลู แก่ผตู้ ้องการขอเช่าได้
ตลอดเวลา รวมถึงยังขาดช่องทางในการอํานวยความสะดวกในการขอเช่าแก่ผู้ต้องการขอเช่า ดังน้ัน
บุคลากรท่ีรับผิดชอบจึงต้องการระบบทงี่ ่ายต่อการจัดการการเช่าทรัพย์สนิ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก 2) ข้ันตอนการวิเคราะห์ ออกแบบ และพั ฒนาระบบ โดยใช้ภาษา PHP และ
ฐานข้อมูล MySQL รวมถึงออกแบบด้วยหลักการ Responsive Web และ 3) ข้ันตอนการประเมิน
ความพึงพอใจโดยใชแ้ บบสอบถาม จาํ นวน 30 คน ผลการศกึ ษาพบว่า ระบบสามารถจดั การขอ้ มลู สมาชิก
ดําเนินการขอเช่า เรียกดูข้อมูลทรัพย์สิน เรียกดูปฏิทินการเช่าทรัพย์สิน และการเรียกดูรายงานสรุป
รายรบั ประจําเดอื น หลังจากนัน้ ทําการประเมนิ ความพึงพอใจของผูใ้ ชง้ านระบบพบวา่ ผู้ใชร้ ะบบมีความพึง
พอใจระดับมาก (X =̅ 3.98, S.D. =0.70) ซง่ึ บง่ บอกถงึ ระบบตอบสนองความตอ้ งการของผู้ใชไ้ ดด้ ี
คําสําคัญ: ระบบการจดั การ การเชา่ ทรพั ยส์ นิ เว็บแบบตอบสนอง

Received: Abstract
17 August 2020
Revised: This research aimed to design and develop a property rental management system
11 November 2021 Rajamangala University of Technology Lanna, Phitsanulok using responsive web. The
Accepted: study was divided into three steps, namely 1) collection of problems and system
9 December 2021 requirements. Interviews from users to gather various information and needs. In
Published: summary, the content analysis was found that the current system stores data and
15 December 2021 reports that use data collection by using hard-to-document documents. Search and
monthly report summary, and personnel are not able to provide information at all times
*Corresponding Author: to renters Including the lack of a way to facilitate the rental request to those wishing
[email protected] to rent, Therefore, responsible personnel need a system that is easy to manage the
+66 89-959-8500 rental of Rajamangala University of Technology Lanna, Phitsanulok, 2) system analysis,
design and development using PHP and MySQl database and responsive web design,
Copyright: and 3) the process of assessing users’satisfaction using a questionnaire of 30 people.
© Rajamangala University The study revealed that the designed and developed system could manage member
of Technology Lanna. information and complete the rental request. It was also able to browse property
All right reserved information, the rental calendar, and the monthly income summary report. The
satisfaction evaluation also showed that the users had a high level of satisfaction (X ̅=
ISSN 3.98, S.D. =0.70) toward the use of the system. This indicates that the system responds
Print: 2586-8500 to the needs of users well.
Electronic: 2586-8632 Keywords: Management System, Property Rental, Responsive Web

วิไรวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเชา่ ทรัพย์สนิ ของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา พิษณุโลก ด้วยเว็บตอบสนอง, หน้า 1-10 1

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

1. บทนาํ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก มีบริการให้เช่าทรัพย์สินของมหาวิทยาลยั
เช่น ห้องประชุม ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ อาคารอเนกประสงค์ สนามกีฬากลางแจ้ง หรือพ้ื นที่เปล่า
ภายในมหาวิยาลัย แต่ทั้งน้ีจากการสัมภาษณ์หัวหน้างานทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยฯ พบว่า ในปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยไม่มีระบบให้เช่าทรัพย์สิน เม่ือต้องการเช่า ผู้ที่จะเช่าจําเป็นต้องติดต่อเจ้าหน้าท่ีโดยการโทร
สอบถามหรือมาติดตอ่ กับเจ้าหน้าท่ีทม่ี หาวิทยาลยั ด้วยตนเอง การอนมุ ัตใิ หเ้ ช่าทค่ี ่อนขา้ งมคี วามล่าชา้ การ
จัดเก็บข้อมูลท่ีจากเดิมน้ันเป็นการจัดเกบ็ ด้วยเอกสาร รวมถึงเสียเวลากรอกเอกสารท่ีเก่ยี วข้องกับการ
เช่า และใช้เวลานานในสว่ นของการตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน การทาํ สรุปในดา้ นหนว่ ยงาน จํานวนผูเ้ ช่า
ทรัพยส์ นิ ของมหาวิทยาลัย และสรุปรายรับประจําเดือน

ปัจจุบนั ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้รับความสนใจเป็นอยา่ งมากในการนาํ มาใชป้ ระกอบธุรกิจ
ทง้ั ในดา้ นการอาํ นวยความสะดวก และชว่ ยในการบริหารจัดการ ชว่ ยลดระยะเวลาในการดําเนนิ การตา่ ง ๆ
ทําให้ผู้ผลิตรวมถึงนักพั ฒนาพร้อมใจกันพั ฒนาซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถใช้งาน
อินเทอรเ์ นต็ ได้ ไมว่ ่าจะเปน็ คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์ หรือแม้แตแ่ ท็บเล็ตก็สามารถใช้งานอินเทอร์เนต็ ได้ น่ัน
หมายความวา่ ปัจจุบันมอี ุปกรณ์มากมายที่สามารถใช้งานอินเทอรเ์ นต็ ซง่ึ มีคณุ สมบัติทแี่ ตกต่างกันออกไป
เช่น ความกว้าง ความสงู ความละเอยี ดหนา้ จอ และอนื่ ๆ อกี มากมาย (โกวิทย์ แซเ่ ลา้ , 2555) ดงั นนั้ การ
ออกแบบเวบ็ ไซต์ให้รองรบั การเขา้ ชมผ่านอุปกรณข์ นาดต่าง ๆ จงึ มคี วามสาํ คัญเปน็ อย่างมาก เพราะจาก
สถิติแล้ว พบว่า คนไทยในกลุ่มผู้ใหญ่ มีโทรศัพท์มือถือเกือบทุกคน โดยใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ต
โฟน 71% และผ่านคอมพิ วเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งโต๊ะ หรือโน้ตบุ๊ค 25% และเข้าผ่านแท็บเล็ต 12%
(Hootsuite, 2562) ดงั น้ันมอื ถอื จึงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวนั ของคนเรา ไม่วา่ จะดา้ นธุรกิจ
ดา้ นการศกึ ษา หรือดา้ นอ่ืน ๆ ที่เกยี่ วข้อง ทงั้ น้กี ารออกแเวบ็ ไซต์ด้วยเว็บแบบตอบสนอง (Responsive
Web) จะทาํ ให้เวบ็ ไซต์สามารถรองรับการเข้าชมผ่านอุปกรณท์ กุ ชนิด ทกุ ขนาดหนา้ จอ ตง้ั แตค่ อมทขี่ นาด
จอแตกต่างกนั ไปจนถึงสมารต์ โฟนและแท็บเลต็

ดงั น้ันผู้วิจัยจงึ สนใจทจี่ ะนาํ ความเจริญกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยเี ว็บมาช่วยแก้ไขปญั หาท่เี กดิ ข้ึนใน
ระบบจดั การการเช่าทรพั ยส์ นิ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ดว้ ยเวบ็ ตอบสนอง
เพ่ือช่วยในการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบและง่ายมากข้ึนต่อการตรวจสอบ เพ่ิมความสะดวกรวดเร็วใน
การติดต่อขอเช่ามากข้นึ อีกทั้งยังมีการออกแบบระบบให้สามารถรองรับการเข้าถงึ ผ่านอุปกรณ์ทุกชนิด
ทกุ ขนาดหน้าจอ ต้ังแต่คอมพิวเตอรท์ ม่ี ีขนาดจอแตกตา่ งกัน ไปจนถึงสมาร์ตโฟน และแทบ็ เล็ตอกี ดว้ ย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาปญั หาและความตอ้ งการระบบระบบเชา่ ทรพั ย์สิน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล

ล้านนา พิษณโุ ลก
2. เพ่ือพัฒนาระบบเช่าทรัพย์สินมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก โดยใช้

หลักการ Responsive Web
3. เพื่อประเมินความพึงพอใจการใช้งานระบบเช่าทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ลา้ นนา พิษณโุ ลก โดยใชห้ ลกั การ Responsive Web

2. แนวคดิ ทฤษฎที ี่เกย่ี วข้อง

1. แนวคดิ เกย่ี วกับระบบเชา่

การออกแบบและพั ฒนาระบบเช่าทรัพย์สินมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก

โดยใช้หลักการ Responsive Web ใหก้ บั ผ้ทู มี่ ีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง ไมว่ า่ จะเป็นผเู้ ชา่ หรือเจา้ หน้าท่ที ร่ี บั ผดิ ชอบ

สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก ลดข้ันตอนและระยะเวลาในดําเนินการเช่า โดยผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และ

สามารถเข้าถึงผ่านอุปกรณ์ทุกชนิด ทุกขนาดหน้าจอ ต้ังแต่คอมพิ วเตอร์ท่ีมีขนาดจอแตกต่างกัน ไป

จนถงึ สมารต์ โฟน และแท็บเลต็ อีกด้วย ท้ังน้ีในมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก มกี าร

ประกาศอตั ราเชา่ ทรพั ย์สินไว้ มีรายละเอียดดังนี้

1. ห้องประชมุ

ห้องประชมุ B ขนาด 280 ทีน่ ง่ั เช่าวนั ละ 6,000 บาท

หอ้ งประชมุ ราชมงคลบ้านกร่าง ขนาด 280 ทน่ื ่งั เชา่ วนั ละ 3,500 บาท

ห้องประชุม 1628 ขนาด 120 ท่นี ง่ั เชา่ วนั ละ 3,500 บาท

หอ้ งประชุม 1629 ขนาด 120 ท่นี ่งั เชา่ วันละ 3,500 บาท

หอ้ งประชุม 1463 (Smart room) ขนาด 60 ทนี่ ัง่ เชา่ วนั ละ 2,500 บาท

หอ้ งประชุม 1465 (Smart room) ขนาด 60 ทนี่ งั่ เช่าวันละ 2,500 บาท

หอ้ งประชมุ 1423 ขนาด 40 ท่ีนั่ง เช่าวนั ละ 3,000 บาท

ห้องประชุม 742 (Smart room) ขนาด 30 ทีน่ ง่ั เชา่ วันละ 1,500 บาท

ห้องประชุม 1464 ขนาด 25 ทน่ี ั่ง เช่าวันละ 1,500 บาท

ห้องประชุม 1226 ขนาด 20 ท่ีนั่ง เชา่ วนั ละ 1,500 บาท

ห้องประชมุ อาคารอาํ นวยการ ขนาด 20 ท่ีน่ัง เชา่ วันละ 2,000 บาท

ห้องประชุม 16306 ขนาด 20 ที่นง่ั เช่าวนั ละ 2,000 บาท

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเชา่ ทรพั ยส์ นิ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิษณโุ ลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 2

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วัตกรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

ห้องประชมุ 1229 ขนาด 15 ทน่ี ัง่ เชา่ วันละ 1,500 บาท

2. ห้องปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์

หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์ 1462 ขนาด 30 ท่ีนงั่ เชา่ วนั ละ 3,500 บาท

ห้องปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์ 1466 ขนาด 30 ท่นี ง่ั เช่าวันละ 3,500 บาท

หอ้ งปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร์ 1453 ขนาด 30 ทีน่ ง่ั เชา่ วันละ 3,500 บาท

หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ 734 ขนาด 30 ท่ีนง่ั เชา่ วันละ 3,500 บาท

3. อาคารอเนกประสงค์ คา่ เช่าวนั ลละ 10,000 บาท

4. โดมอเนกประสงค์ ค่าเช่าวันละ 500 บาท

5. สนามกฬี ากลางแจง้

สนามฟุตบอล 1 ค่าเช่าวันละ 2,000 บาท

สนามฟุตบอล 2 คา่ เชา่ วนั ละ 1,000 บาท

สนามกฬี า อื่น ๆ คา่ เชา่ วันละ 500 บาท

สนามกฬี ากลางแจ้ง กรณใี ชไ้ ฟ คดิ คา่ ไปเพิ่มชั่วโมงละ 500 บาท

6. การเช่าพื้นท่ี

6.1 การเช่าพ้ืนทเี่ ปล่าอาคารวิทยบริการและเทคโนโลยสี ารสนเทศ อาคารปฏิบัติการความ

เชีย่ วชาญเกษตรปลอดภยั อัตราเชา่ วนั ละ 3,000 บาท

6.2 พื้นท่เี ปลา่ เพ่ือจําหนา่ ยอาหาร เครื่องดมื่ หรือพื้นที่สาํ หรบั ประกอบธรุ กิจ ไม่รวมค่า

นาํ้ ประปา และค่าไฟ ขนาดพื้นที่เปลา่ ตารางเมตรละ 100 บาท

6.3 ผู้เชา่ พ้ืนที่จะต้องชาํ ระค่าน้าํ ประปา และคา่ ไฟฟา้ ตามหน่วยใช้จรงิ หรอื เก็บแบบเหมา

จา่ ยพรอ้ มกบั ค่าเชา่ น้นั ดว้ ย

2. แนวคิดเกี่ยวกับหลักการ Responsive Web

Responsive Web Design คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์หลาย

ชนิด เช่น หน้าจอคอมพิ วเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีขนาดหน้าจอท่ีแตกตา่ งกัน

ดังนั้นจึงไมส่ ามารถใช้ขนาดการแสดงผลของเว็บไซตแ์ บบเดียวกนั ได้ ซึง่ แต่เดิม เวบ็ ไซตจ์ ะแสดงผลบน

อุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ต้องมีการใช้ URL คนละ URL เช่น คอมพิ วเตอร์เป็น www.abc123.com แต่

มือถือจะเป็น m.acb123.com ทําให้ต้องเขียนโค้ดสองชุด Responsive Web Design จึงมีขึ้นเพื่ อ

แกป้ ัญหาดังกลา่ ว โดยใช้ CSS, CSS3 และ JavaScript มาชว่ ยในการออกแบบ เพ่ือให้ข้อมูลบนเว็บไซต์

มี ก า รจั ดเ รี ยง ลํ า ดั บ และแส ด ง ผ ลบ นหน้ า จอที่ แต ก ต่ า ง กั นได้ โด ยอั ต โนมั ติ และมี ป ระสิ ทธิ ภา พ

(ThaiBussinessSearch, 2562)

3. งานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ ง

จากงานวิจัยของ นงเยาว์ สอนจะโปะ และสิทธิพงษ์ พุ ทธวงษ์ (2562) ทําวิจัยเรื่อง การ

ออกแบบและพัฒนาเวบ็ ไซต์แนะนําสถานท่ีท่องเทยี่ วในจังหวดั ชลบุรีโดยใช้หลักการ Responsive Web

Design โดยทาํ การออกแบบและพัฒนาเวบ็ ไซต์แนะนาํ สถานท่ที ่องเท่ยี วในจังหวดั ชลบรุ ี โดยใช้หลักการ

Responsive Web Design ท่ีสามารถแสดงขข้อมูลผ่านเว็บไซต์โดยใช้ URL เดียวกันได้อย่าง

เหมาะสมบนอปุ กรณท์ ี่มีหนา้ จอแตกตา่ ง

งานวจิ ัยของ จตุ ิพงษ์ จมู โสดา เอกสทิ ธิ์ เทยี มแกว้ และอรสา เตตวิ ัฒน์ (2560) ทาํ วจิ ยั เรื่อง

ต้นแบบระบบการจัดการหมู่บ้านเศรษฐกจิ พอเพียงผา่ นเวบ็ แบบ Responsive ซง่ึ ได้พัฒนาตน้ แบบระบบ

การจดั การฯ ดว้ ยโปรแกรม Sublime Text3 และใช้ภาษา HTML CSS PHP และ JavaScript ซ่งึ ระบบนี้

ใช้งานง่าย สามารถเขา้ ถึงไดท้ ง้ั สมาร์ตโฟน แท็บเลต็ และเดสก์ท็อป

งานวจิ ัยของ อมิ รอน บนิ อาแว และ สมชัย หลิมศิโรรัตน์ (2560) ทาํ วิจัยเรื่อง การพัฒนาโปร

เกรสสพิ เวบ็ แอพพลเิ คชนั เพื่อการจัดการการแบ่งมรดกตามหลักกฎหมายอสิ ลาม ซ่งึ การใช้งานโปรแกรม

ประยุกต์ได้ง่าย สะดวก และลดระยะเวลาในก ารค านวณการแบ่งมรดกได้ โดยใช้เทคนิ ค ของ

Progressive Web Application ที่สามารถใช้งานในสถานะของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เชื่อมตรง

(Online) และไม่เช่ือมตรง (Offline) ได้ ทั้งยังสามารถแสดงผล Responsive บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้

และไมจ่ ําเปน็ ตอ้ งมาจดั การกบั ฐานข้อมูลให้ยุง่ ยากอกี ด้วย

ซึ่งจากงานวิจัยข้างต้นคณะผู้วิจัยจึงได้นําแนวคิดของ Responsive Web Design มาใช้ใน

การออกแบบและพัฒนาเพื่อทจ่ี ะสามารถให้ผใู้ ช้สามารถใช้งานไดก้ ับทกุ อปุ กรณ์

งานวิจัยของเจนจิรา แจ่มศิริ และคัชรินทร์ ทองฟกั (2560) ทําวิจัยเร่ืองการพั ฒนาระบบการ

จองห้องประชุมออนไลน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก ที่ใช้ใช้ภาษา PHP และใช้

MySQL ในการจัดเก็บข้อมลู เกีย่ วกบั การจองห้องประชุม งานวิจัยของ ภรณ์ธิพั ชร วิมุกตายน (2561)

การพัฒนาระบบจองหอ้ งพักและประชาสมั พันธผ์ า่ นอินเตอร์เน็ตกรณีศกึ ษา: เกาะทองเรสซเิ ดนท์ จงั หวัด

เชียงราย และงานวิจัยของ ฉัตรทิพย์ สง่า และฆัมภิชา ตันติสันติสม (2560) ทําวิจัยเรื่องการพั ฒนา

ระบบสารสนเทศออนไลน์การเช่าชุดและเครื่องประดับ ซ่ึงจากงานวิจัยทั้ง 3 เรื่องข้างต้น ผู้วิจัยได้นํา

แนวคิดเก่ียวกับระบบการเช่า ระบบการจอง รวมถึงแนวทางการพัฒนาระบบโดยใช้ภาษา PHP และใช้

MySQL ในการจัดเกบ็ ข้อมลู ตา่ ง ๆ

วิไรวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเชา่ ทรัพย์สนิ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิษณุโลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หน้า 1-10 3

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

3. วธิ ีดาํ เนินการวิจัย

รูปท่ี 1 ขนั้ ตอนวธิ ดี าํ เนินการวิจัย

จากรปู ที่ 1 แสดงขนั้ ตอนวธิ ีการดาํ เนินการวจิ ัย ซึ่งจะมี 3 ข้ันตอน มีรายละเอียดดังนี้
ขั้นตอนท่ี 1 การเกบ็ รวบรวมปญั หาและความต้องการของระบบ โดยสัมภาษณจ์ ากผ้ใู ช้ จํานวน
2 คนเพื่อรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ และความต้องการ สรปุ สาระสาํ คัญดว้ ยการวิเคราะห์เชิงเนอ้ื หา
ขัน้ ตอนท่ี 2 การวเิ คราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบ โดยใชภ้ าษา PHP และฐานขอ้ มูล MySQL
รวมถงึ ออกแบบดว้ ยหลักการ Responsive Web
ขั้นตอนท่ี 3 การประเมินความพึงพอใจโดยใชแ้ บบสอบถาม จํานวน 30 คน ไดแ้ ก่ อาจารย์
เจา้ หนา้ ที่ และผู้เชา่

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจัดการการเชา่ ทรพั ย์สนิ ของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิษณุโลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 4

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

4. ผลการวิจัย

ผู้วิจัยได้ดําเนินการวิจัยเพ่ื อพั ฒนาระบบเช่าทรัพย์สนิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
พิ ษณุโลก โดยใช้หลักการ Responsive Web ตามขั้นตอนการดําเนินการวิจัยที่ได้กาํ หนดไว้ตามลําดบั
ซ่ึงสามารถนําเสนอผลการวิจยั ออกเป็น 3 สว่ น ดงั นี้

ส่วนท่ี 1 ผลการศึกษาปัญหาและความต้องการระบบเช่าทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลล้านนา พิษณโุ ลก ใช้แบบสมั ภาษณใ์ นการรวบรวมขอ้ มูล

พบว่า จากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง พบว่ามีปัญหาไม่มีระบบในการจัดเกบ็ ข้อมูลและการทํา
รายงานที่ใช้การเก็บบันทึกข้อมูลด้วยการใช้เอกสารที่ยากต่อการจัดเก็บ การนํามาค้นหาข้อมูล และสรุป
รายงานประจําเดือน และบคุ ลากรไมส่ ามารถให้ข้อมูลแกผ่ ตู้ ้องการขอเชา่ ไดต้ ลอดเวลา และไม่มชี อ่ งทางใน
การอํานวยความสะดวกในการขอเช่าแก่ผู้ต้องการขอเช่า ซึ่งจากปัญหาท่ีพบจึงมีความต้องการท่ีจะ
พัฒนาระบบระบบเช่าทรพั ย์สิน มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา พิษณโุ ลก เพื่อช่วยในการจดั เก็บ
ข้อมูลให้เปน็ ระเบียบและงา่ ยมากขน้ึ ต่อการตรวจสอบ เพิ่มความสะดวกรวดเรว็ ในการตดิ ตอ่ ขอเชา่ มากขึ้น
อีกท้ังยังมีการออกแบบระบบให้สามารถรองรับการเข้าถึงผ่านอุปกรณท์ ุกชนิด ทุกขนาดหน้าจอ ต้ังแต่
คอมพิวเตอรท์ ีม่ ขี นาดจอแตกตา่ งกนั ไปจนถึงสมารต์ โฟน และแท็บเล็ต

ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบเชา่ ทรพั ยส์ นิ ฯ เมื่อทําการวเิ คราะหข์ ้อมลู ของ
ระบบเสรจ็ ส้นิ ไดน้ ําข้อมลู ท่ีวเิ คราะห์ได้ นํามาทําการออกแบบระบบ และพัฒนาระบบ ดังน้ี

1. ผลการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ซึ่งผู้ศึกษาได้สร้างแผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow
Diagram) โดยทใ่ี นบทความน้จี ะนําเสนอเพียงแค่ 3 แผนภาพ ดงั น้ี

รูปท่ี 2 แสดงการออกแบบแผนภาพบรบิ ท (Context Diagram)

จากรปู ที่ 2 ประกอบด้วยส่วนของผู้ใช้ท่ัวไปมิสทิ ธิ์ในการ ดูข้อมลู ทรัพย์สินใหเ้ ชา่ และปฏทิ ินการ
เช่า ส่วนของสมาชิกมีสิทธ์ิในการสมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ แก้ไขข้อมูลสมาชิก ดูข้อมูลทรัพย์สินให้เช่า
ดําเนินการขอเช่า และดูปฏิทินการเช่าทรัพยส์ ิน ส่วนของผู้ดูแลระบบสมารถ เพ่ิม ลบ แก้ไข ค้นหาข้อมลู
ของผดู้ แู ลระบบ ขอ้ มลู สมาชกิ ข้อมลู ทรัพยส์ ิน ขอ้ มลู การเชา่ รับการแจ้งเตือนผา่ นไลน์ และรายงานสรุป
รายรบั ประจาํ เดือน

จากรูปที่ 3 ประกอบด้วยโปรเซส 7 โปรเซส ได้แก่ โปรเซสการจัดการข้อมูลผู้ดูแล
ระบบ โปรเซสการจัดการข้อมูลสมาชิก โปรเซสการจัดการข้อมูลทรัพย์สิน โปรเซสการจัดการข้อมูลการ
เช่าทรัพย์สิน โปรเซสการอนุมัติการเชา่ โปรเซสรายงาน และโปรเซสการจัดการข้อมูลอุปกรณ์ โดยมีผใู้ ช้
ท่วั ไปสามารถเรียกดูข้อมูลโปรเซสที่ 4 ได้ สมาชกิ สามารถเรียกดูข้อมูลโปรเซสที่ 2,3 และ 4

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจัดการการเช่าทรพั ยส์ ินของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา พิษณุโลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 5

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

รูปที่ 3 การออกแบบแผนภาพการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram)

รปู ท่ี 4 การออกแบบสมั พันธ์และแผนภาพ (ER Diagram) 6

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเชา่ ทรพั ยส์ ินของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา พิษณโุ ลก ด้วยเว็บตอบสนอง, หน้า 1-10

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

จากรูปที่ 4 ประกอบด้วยข้อมูลของสมาชิก (member) มีความสัมพั นธ์กับข้อมูลกา รเ ช่า
ทรัพย์สิน (rental) ข้อมูลทรัพย์สิน (asset) มีความสัมพั นธ์กับข้อมูลการเช่าทรัพย์สิน (rental) ข้อมูล
อุ ป ก รณ์ (equip) มี ค วา มสั มพั นธ์ กั บ ข้ อมู ลทรั พ ย์ สิ น (asset) และข้ อมู ลรู ป ภา พ (picture) มี
ความสมั พันธก์ บั ข้อมลู ข้อมูลทรพั ย์สิน (asset)

2. ผลการพั ฒนาระบบ เมื่อนําข้อมูลท่ีได้จากการวิเคราะห์และออกแบบมาพั ฒนาระบบเช่า
ทรัพย์สินมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก โดยใช้หลักการ Responsive Web โดย
การใช้ภาษา PHP และฐานข้อมูล MySQLi ซ่ึงจะมีผู้ใช้งานอยู่ 3 ระดับ คือ 1) ผู้ใช้งานท่ัวไป 2) สมาชิก
และ 3) ผู้ดแู ลระบบ ซึง่ มหี น้าจอการพัฒนาระบบดงั แสดงในรูปท่ี 5 ถึง รปู ที่ 10 ดงั น้ี

รูปท่ี 5 หน้าจอแสดงปฏทิ นิ การเชา่ แสดงบน Desktop
รปู ที่ 6 หนา้ จอแสดงปฏิทินการเชา่ แสดงบนสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต

รูปท่ี 7 หน้าจอแสดงทรพั ยส์ ินให้เชา่ 7

วิไรวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเช่าทรพั ยส์ นิ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา พิษณโุ ลก ด้วยเว็บตอบสนอง, หน้า 1-10

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

รูปท่ี 8 หนา้ จอแสดงรายการขอเชา่ รอการอนุมัติ
รูปท่ี 9 หน้าจอแสดงขอ้ มลู ทรัพย์สนิ

รปู ที่ 10 หนา้ จอแสดงรายงายสรปุ รายรับประจําเดือน

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจัดการการเช่าทรัพยส์ ินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา พิษณโุ ลก ด้วยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 8

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

ส่วนที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจระบบการเช่าทรพั ย์สนิ ฯ สามารถสรุปผลดงั ตารางท่ี 1

ตารางที่ 1 แสดงความพึ งพอใจระบบเช่าทรัพย์สินมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก
โดยใชห้ ลักการ Responsive Web

รายการประเมนิ คา่ เฉล่ยี ส่วน เกณฑ์
เบยี่ งเบน ประเมิน
1. ความงา่ ยต่อการใช้งาน 4.10 มาตรฐาน
2. ความสวยงามของระบบ 3.77 มาก
3. ระบบสามารถเข้าสูร่ ะบบไดถ้ ูกต้อง 3.87 0.70 มาก
4. ระบบสามารถสมคั รสมาชิกง่ายและสะดวก 3.90 0.62 มาก
5. ความสามารถในการจดั การข้อมูลของระบบ 4.00 0.72 มาก
6. รปู แบบการจดั ระเบยี บหน้าจอง่ายตอ่ การใช้งาน 4.13 0.79 มาก
7. รูปแบบอักษรในระบบง่ายและเหมาะสม 3.97 0.77 มาก
8. ความถกู ตอ้ งในการเช่อื มโยงเว็บเพจ 4.00 0.67 มาก
9. ระบบมีการใชง้ านทง่ี า่ ย 4.07 0.66 มาก
3.98 0.73 มาก
รวมทัง้ หมด 0.68 มาก
0.70

จากตารางท่ี 1 พบว่า ผลการประเมินความพึ งพอใจของผู้ใช้งานระบบโดยภาพรวมความพึ ง
พอใจมคี า่ เฉลีย่ ท่ี 3.98 มีสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานท่ี 0.70 อย่ใู นเกณฑ์ประเมนิ ระดบั มาก โดยรายการความ
ง่ายต่อการใช้งานระบบ ความสวยงามของระบบ ระบบสามารถเข้าสู่ระบบได้ถกู ต้องระบบสามารถสมัคร
สมาชิกง่ายและสะดวก ความสามารถในการจัดการข้อมูลของระบบรูปแบบการจัดระเบียบหน้าจอง่ายตอ่
การใช้งาน รูปแบบอักษรภายในระบบง่ายและเหมาะสมความถกู ต้องในการเช่ือมโยงเวบ็ เพจ และระบบมี
การใชง้ านทง่ี า่ ย อยใู่ นเกณฑป์ ระเมนิ เทา่ กนั ท่รี ะดับมาก

5. การอภิปรายผล

ระบบเช่าทรัพย์สินมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก โดยใช้หลักกา ร
Responsive Web ผู้วิจัยได้ทําการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ เพื่ อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ
ปญั หาและความต้องการของระบบเช่าทรัพย์สนิ ฯ ซ่ึงผูว้ ิจัยได้ใช้ภาษา PHP และใช้ MySQL ในการจัดเก็บ
ข้อมูลตา่ ง ๆ เชน่ เดยี วกับงานวิจัยของ เจนจริ า แจ่มศริ ิ และคัชรนิ ทร์ ทองฟกั (2560) ทาํ วจิ ัยเรือ่ งการ
พั ฒนาระบบการจองห้องประชุมออนไลน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิ ษณุโลก และ
งานวิจัยของ ภรณ์ธิพั ชร วิมุกตายน (2561) การพั ฒนาระบบจองห้องพั กและประชาสัมพั นธ์ผ่าน
อนิ เตอรเ์ นต็ กรณศี กึ ษา: เกาะทองเรสซเิ ดนท์ จงั หวัดเชยี งราย และงานวิจัยของ ฉตั รทิพย์ สงา่ และฆัมภิ
ชา ตนั ติสันติสม (2560) ทําวิจัยเรือ่ งการพัฒนาระบบสารสนเทศออนไลนก์ ารเช่าชุดและเครื่องประดบั

ท้ังน้ีเพ่ือให้ตอบรับการใช้งานหลาย ๆ อุปกรณ์ได้มากยิ่งขึ้นผ้วู ิจัยจึงได้ทําการออกแบบโดยใช้
หลักการ Responsive Web ที่สามารถแสดงข้อมูลผา่ นเวบ็ ไซต์โดยใช้ URL เดียวกันได้อย่างเหมาะสม
บนอุปกรณท์ ่ีมหี น้จอที่แตกตา่ งกัน เช่นเดยี วกับงานวิจยั ของนงเยาว์ สอนจะโปะ และสทิ ธพิ งษ์ พุ ทธวงษ์
(2562) ทําวิจัยเรื่อง การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์แนะนําสถานที่ท่องเท่ียวในจังหวัดชลบุรีโดยใช้
หลกั การ Responsive Web Design งานวิจยั ของ จตุ พิ งษ์ จูมโสดา เอกสทิ ธิ์ เทียมแก้ว และอรสา เต
ติวัฒน์ (2560) ทําวิจัยเร่ือง ต้นแบบระบบการจัดการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพี ยงผ่านเว็บแบ บ
Responsive และงานวิจัยของ อิมรอน บินอาแว และ สมชัย หลิมศิโรรัตน์ (2560) ทําวิจัยเร่ือง การ
พัฒนาโปรเกรสสพิ เว็บแอพพลิเคชนั เพื่อการจดั การการแบ่งมรดกตามหลกั กฎหมายอิสลาม

6. บทสรปุ

จากการพั ฒนาระบบจัดการการเช่าทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
พิษณุโลก ดว้ ยเวบ็ ตอบสนองได้นาํ เทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการจัดเกบ็ ข้อมลู สมาชิก ข้อมลู การเช่า ใน
รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ไปยังเจ้าหน้าที่ที่เก่ียวข้อง เพ่ื อ
ตรวจสอบและอนุมตั ิการขอเชา่ และติดต่อกลบั ไปยงั สมาชกิ ได้

การประเมินความพึ งพอใจของระบบจัดการการเช่าทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลล้านนา พิ ษณุโลก ด้วยเว็บตอบสนอง พบว่าผู้ใช้งานระบบมีความพึ งพอใจในความงา่ ยตอ่ การใช้
งานระบบความสวยงามของระบบ ระบบสามารถเขา้ สู่ระบบได้ถูกต้อง ระบบสามารถสมัครสมาชิกงา่ ยและ
สะดวก ความสามารถในการจัดการข้อมูลของระบบ รูปแบบการจัดระเบียบหน้าจอง่ายต่อการใช้งาน
รูปแบบอักษรภายในระบบง่ายและเหมาะสม ความถูกต้องในการเชื่อมโยงเว็บเพจและระบบมกี ารใช้งานท่ี
งา่ ยตามลําดบั

วไิ รวรรณ แสนชะนะ, ระบบจดั การการเชา่ ทรพั ยส์ ินของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา พิษณโุ ลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 9

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

เอกสารอา้ งองิ

โกวิทย์ แซ่เล้า. (10 กรกฎาคม 2555). แนวทางการพัฒนาเวบ็ แบบ Responsive Web Design. สบื คน้
เม่อื วนั ที่ 12 กรกฎาคม 2562, จาก http://sysadmin.psu.ac.th/author/govit-s/

Hootsuite. (2562). Global Digital 2019. สืบคน้ เมือ่ วันท่ี 12 กรกฎาคม 2562, จาก
https://www.marketingoops.com/reports/global-and-thailand-digital-trend-
2019

นงเยาว์ สอนจะโปะ และสิทธิพงษ์ พุ ทธวงษ์. (2562). การออกแบบและพั ฒนาเว็บไซต์แนะนําสถานท่ี
ท่องเท่ียวในจังหวัดชลบุรีโดยใช้หลักการ Responsive Web Design. การประชุมหาดใหญ่
วิชาการระดบั ชาตแิ ละนานาชาติครั้งที่ 8 22 มิถุนายน 2560 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, หน้า 355-
367.

จุติพงษ์ จูมโสดา เอกสิทธ์ิ เทียมแก้ว และอรสา เตติวัฒน์. (2560). ต้นแบบระบบการจัดการหมู่บ้าน
เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง ผ่ า น เ ว็ บ แ บ บ Responsive. TNI Journal of Engineering and
TechnologyVol.5 No.2 July - December 201736, หนา้ 36-42.

อิมรอน บินอาแว และ สมชัย หลิมศิโรรัตน์. (2560). การพั ฒนาโปรเกรสสิพเว็บแอพพลิเคชันเพื่ อการ
จัดการการแบ่งมรดกตามหลักกฎหมายอสิ ลาม. วารสารวชิ าการศรปี ทมุ ชลบรุ ี, ปีท่ี 15 ฉบบั ท่ี
4 เดอื นเมษายน-มถิ ุนายน 2562. หน้า 88-99.

เจนจริ า แจม่ ศิริ และคชั รนิ ทร์ ทองฟกั . (2559) การพัฒนาระบบการจองหอ้ งประชมุ ออนไลนม์ หาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก. ในการประชุมสัมนาวิชาการระดับนานาชาติ เครือข่าย
บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ ครั้งท่ี 18 และลําปางวิจัย คร้ังท่ี 4 วันท่ี 20
กรกฏาคม 2561 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏลําปาง, 263-369

ภรณ์ธิพั ชร วิมุกตายน. (2561) การพั ฒนาระบบจองห้องพั กและประชาสัมพั นธ์ผ่านอินเตอร์เ น็ต
กรณีศึกษา: เกาะทองเรสซิเดนท์ จังหวัดเชียงราย. การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจยั
ระดบั ชาติ ราชธานวิชาการ ครั้งที่ 3 วันท่ี 25 พฤษภาคม 2561มหาวิทยาลยั ราชธานี, 1155-1164

ฉัตรทิพย์ สง่า และฆัมภิชา ตันติสันติสม. (2560). การพั ฒนาระบบสารสนเทศออนไลน์การเช่าชุดและ
เคร่ืองประดับ. ในการประชุมวิชาการระดับชาติ คร้ังที่ 4 วันที่ 22 ธันวาคม 2560 สถาบันวิจัย
และพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกาํ แพงเพชร, 239-299

ThaiBussinessSearch. (2562). RESPONSIVE WEB DESIGN คืออะไร? สําคัญตอ่ การออกแบบ
เวบ็ ไซต์อย่างไร?. สืบค้นเมอ่ื วันท่ี 12 กรกฎาคม 2562, จาก
https://www.thaibusinesssearch.com/marketing/responsive-web-design/

วิไรวรรณ แสนชะนะ, ระบบจัดการการเช่าทรพั ย์สนิ ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ดว้ ยเว็บตอบสนอง, หนา้ 1-10 10

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวตั กรรมวารสI าJรวoิจัยuเทrคnโนaโลlยoีนวfตั กIรnรมnปoี 5vเaลม่ ti2v(eกรกTฎาeคcม h- ธnนั oวาlคoม g25y64)Research

 Research Article ผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟ้าสูงร่วมกับเช้ือรา Trichoderma
asperellum ต่อการเกิดโรครากเน่าในผักคะน้าจากเชื้อรา Pythium
aphanidermatum ต่อการเกดิ โรครากเน่าของคะนา้
Effects of High Voltage Plasma (HVP) Combined with
Trichoderma asperellum on Root Rot Disease of Chinese Kale
Caused by Pythium aphanidermatum

ศริ ิพร อํ่าทอง1* ลีจู และเซอ1 ชิติ ศรีตนทิพย์1 และชาญชัย เดชธรรมรงค์2
Siriporn Amthong1* Leechu Laecher1 Chiti Sritontip1 and
Chanchai Dechthummarong2

1สถาบันวจิ ยั เทคโนโลยเี กษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา จงั หวัดลําปาง 5200
2คณะวศิ วกรรมศาตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา จังหวัดเชยี งใหม่ 50200
1Agricultural Technology Research Institute, Rajamagala University of Technology Lanna,
Lampang, Pichai, Muang, Lampang, 52000
2Faculty of Engjneering, Rajamagala University of Technology Lanna, Huay kaew, Muang,
Chiang mai, 50200

บทคัดย่อ

ผลของพลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สูงรว่ มกบั เชื้อรา T. asperellum ตอ่ กํารเกดิ โรครากเน่าของ คะน้าในระบบ
การปลูกแบบไฮโดรโพปนิกส์ท่ีเกิดจากเชื้อรา P. aphanidermatum โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 7
กรรมวิธี ๆ ละ 4 ซา้ํ พบว่า กรรมวิธที ม่ี กี ารใชส้ ารละลายธาตุอาหารแบบเด่ียวๆ และกรรมวิธที ีม่ กี าํ รใช้สําร
ละลายธาตุอาหารรว่ มกับ พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูง มกี ารเจรญิ เติบโตของต้นคะนา้ มากทีส่ ุด คอื มคี วาม
สงู ของต้น ความยาวราก นํา้ หนักสด และ น้าํ หนกั แห้ง มีดัชนีกาํ รเกิดโรคตํา่ ทสี่ ุด คือ ร้อยละ 0 และมีต้น
คะน้ารอดตายมากท่ีสุด คือ ร้อยละ 100 ในกรรมวิธีท่ีมีการใช้เชื้อรา T. asperellum ในสารละลายธาตุ
อาหาร ต้นคะน้ามีดัชนกี ารเกิดโรคร้อยละ 10.94 และต้นคะน้าํ รอดตายร้อยละ 90.63 สว่ นกรรมวิธที ่ีมีการ
ใสเ่ ชอื้ รา P. aphanidermatum ในสารละลายธาตุอาหารทีผ่ ่านพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู พบว่า ต้นคะน้า
มีดชั นีการเกิดโรคสูงที่สุด คอื รอ้ ยละ 56.25 และต้นคะน้าํ มรี ้อยละการตายต่าท่ีสดุ คือร้อยละ 43.75 และ
กรรมวิธที ี่มกี ารใชเ้ ชื้อรา P. aphanidermatum รว่ มกบั T. asperellum ในสารละลายธาตอุ าหารท่ีผ่าน
พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูง พบว่า ต้นคะน้ํามีดัชนีกํารเกิดโรคร้อยละ 21.88 และต้นคะนํ้ารอดตายร้อยละ
78.12
คําสาํ คญั : พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู เชื้อรา Trichoderma asperellum เช้อื รา Pythium aphanudermatum โรค
รากเน่า ผกั คะนํา้

Received: Abstract
20 August 2020
Revised: The research was investigated to study the effects of High Voltage Plasma (HVP) and
19 November 2021 T. asperellum on the root rot of Chinese Kale in hydroponics systems caused by P.
Accepted: aphanidermatum. The experiment was designed with 7 treatments with 4 replications
9 December 2021 to evaluate growth, development and disease infected rate of Chinese Kale under
Published: different conditions. The results showed that under the treatment with HVP, Plant
15 December 2021 achieved the highest index in growth and development included plant height, root
length, fresh and dry weight, and survival rate (100%). However, since the
*Corresponding Author: P. aphanidermatum was added to solution treated by HVP, the survival rate was
[email protected] reduced significantly (43.75% of plants survived and 56.25% of plants were infected).
+66 88-290-3171 In comparison with other treatments, the survival rates were 78.12% and 90.63% in
Copyright: treatment with P. aphanidermatum, T. asperellum and HVP and treatment with
© Rajamangala University T. asperellum, and the infected rates were 21.88% and 10.94%,
of Technology Lanna. respected.
All right reserved Keywords: High Voltage Plasma, Trichoderma. asperellum, Pythium aphanudermatum, Root Rot
Disease, Chinese Kale
ISSN
Print: 2586-8500
Electronic: 2586-8632

ศริ ิพร อํ่าทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงร่วมกบั เชอื้ รา Trichoderma asperellum ตอ่ การเกดิ โรครากเนา่ ในผกั คะนา้ 11
จากเช้อื รา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเนา่ ของคะน้า, หน้า 11-18

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

1. บทนํา

โรครากเน่าท่ีเกิดจากเช้ือรา Pythium apahanidermatum สร้างความเสียหายให้กับพืชท่ี
ปลูกในระบบไฮโดโปรนิกส์เป็นอย่างมาก Stanghellini and Kronland (1986) ได้รายงานถึงการพบ
เช้ือรา P. dissotocum เป็นครั้งแรกในสารละลายธาตุอาหาร มีผลให้ความสามารถในการดูดสารละลาย
ธาตุอาหารลดลง ส่งผลใหผ้ ลผลิตลดลงตามไปดว้ ย นอกจากนีย้ ังพบวา่ ในสภาพแวดล้อมท่ีมีอุณหภูมิสูง
สง่ ผลใหเ้ กดิ ความรุนแรงของโรคที่เพ่ิมมากขน้ึ จากรายงานของ Fortnum et al. (2000) พบว่าสภาพ
อุณหภูมิมีผลต่อการเข้าทําลายพื ช เนื่องจากสภาพที่อุณหภูมิสูงเช้ือราสามารถเจริญเติบโตและเพิ่ ม
ปริมาณได้รวดเร็ว และเข้าทาํ ลายพื ชอาศัยได้รนุ แรงกว่าสภาพอากาศที่เย็น และส่งผลใหพ้ ื ชแสดงอาการ
เครยี ด จากการขาดธาตอุ าหาร เซลลร์ ากตาย ตน้ มีอาการแคระแกรน็ มีการสะสมฮอร์โมนท่รี ากของพืช ทํา
ให้เช้าสามารถเข้าทําลายรากพื ชได้ง่าย พรหมมาศ และคณะ, 2540) พบว่าสารละลายธาตุอาหารที่มี
อณุ หภมู ิตา่ํ กวา่ 20 องศาเซลเซยี ส มผี ลตอ่ ปริมาณของเชอื้ ราในสารละลายธาตอุ าหารท่ลี ดจาํ นวนลง และ
ทําให้โอกาสเกดิ โรคกบั พืชลดลงได้

เชอื้ ราไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อจุลินทรีย์ปฏปิ ักษ์ทม่ี คี ุณสมบตั ิในการป้องกนั กําจดั โรคพื ชทปี่ ลูกใน
ดนิ และพืชทป่ี ลกู ในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นเชื้อราชัง้ สงู ทพี่ บทั่วไปในดนิ และไมพ่ บการเจรญิ บนพืชทม่ี ีชีวิต
ลกั ษณะท่ัวไปของ Conidiophores มสี จี างหรือไม่มีสี แตกแขนงมาก พบ Phialides เกดิ เด่ยี ว ๆ หรือ
เกดิ เป็นกล่มุ รูปร่างของ Conidia เป็นเซลลเ์ ดี่ยวหรือกลุม่ ไข่ ไม่มสี ี โคโลนเี จริญเรว็ บนอาหารเลี้ยงเชื้อ
และกลุ่มของ Conidia มีสีเขียว (Barnett และ Hunter, 1972) เจริญเติบโตได้ดีในดิน บนเศษซากพืช
ซากส่ิงมีชีวิต และซากอินทรียวัตถุตามธรรมชาติ ชอบสภาพดินที่ช้ืนแต่ไม่แฉะ สามารถเป็นปรสิต
(Parasite) โดยการพันรดั เส้นใยเชอื้ ราสาเหตุโรคพืชแลว้ สร้างเอนไซม์ เชน่ ไคติเนส (chitinase) เบต้า-
1,3 กลคู าเนส (-1, 3glucanase) และเซลลเู ลส (cellulose) ยอ่ ยสลายผนงั เสน้ ใยของเชื้อโรคพืช จากนน้ั
จึงแทงเส้นใยเข้าไปเจริญอยู่ภายในเส้นใยโรคพื ช ทําให้สูญเสียความมีชีวิตลง นอกจากนี้ยังมี
ความสามารถสูงในการแขง่ ขนั กบั เชื้อโรคพื ชดา้ นการใช้อาหาร เจริญเตบิ โตสร้างเสน้ ใยและสปอรไ์ ด้อย่าง
รวดเร็ว บางสายพันธุ์สามารถสร้างปฏิชีวนะสาร (antibiotics) เพื่อยบั ยั้งหรือทาํ ลายเส้นใยของเชื้อโรค
จนเกดิ การเหีย่ วสลายและตายได้

การประยกุ ต์ใชพ้ ลาสมา (Plasma) ทางการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารมมี ากขน้ึ เพ่ือใชใ้ นการ
ส่งเสริมให้เกดิ การทําเกษตรแบบย่งั ยืน (Sustainable farming) และช่วยเพิ่ มผลผลิต (Productivity)
พลาสมาเป็นสถานะที่ 4 ของสสาร โดยเมอ่ื สสารในสถานะของแข็ง (Solid) ไดร้ บั พลงั งานอย่างพอเพียง
มากกว่าพลังงานยึดเหนี่ยวของโครงร่างผลึกก็จะเปล่ียนสถานะเป็นของเหลว (Liquid) จากน้ันเมื่อ
ของเหลวได้รับพลังงานอย่างพอเพี ยงมากกว่าพลังงานยึดเหน่ียวระหว่างพั นธะก็จะเปล่ียนสถานะเป็น
ก๊าซ (Gas) และเม่ือก๊าซได้รับพลังงานอย่างพอเพี ยง อะตอมของก๊าซก็จะเคล่ือนที่ชนกันและจนทําให้
อิเล็กตรอนหลุดจากอะตอม กา๊ ซกจ็ ะเปลย่ี นสถานะเปน็ พลาสมา ซึ่งพลาสมาประกอบดว้ ยกลมุ่ ของอนุภาค
ท่ีมที ้ังประจุบวกและลบ ในสัดส่วนท่เี ทา่ หรอื ใกลเ้ คียงกัน พลาสมาที่สรา้ งข้นึ ในหอ้ งปฏิบัตกิ ารสามารถแบ่ง
ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ พลาสมาอุณหภูมิสูง (High-temperature plasma) หรือพลาสมาที่เกิดภายใน
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวช่ั น (Fusion plasma) และอีกกลุ่มคือ พลาสมาอุณหภูมิตํ่า (Low-
temperature plasma) หรือก๊าซดิสชาร์จ (Gas discharge) พลาสมาสามารถเกิดได้โด ยก า รใ ห้
พลังงานแก่อเิ ลก็ ตรอนของก๊าซ เม่อื ใหพ้ ลงั งานกับอะตอมของกา๊ ซมากพอเกนิ กว่าคา่ ศกั ย์ไฟฟา้ ต่ําสุดท่ี
ทําให้ก๊าซแตกตัว (Breakdown Voltage) จะทําให้อะตอมของก๊าซเคลื่อนที่ชนกันและทําให้อิเล็กตรอน
หลุดออกจากอะตอมกระบวนการนเ้ี รียกว่า กระบวนการแตกตวั เป็นไอออน (Ionization) (ทิพวิมล, 2561)
จากรายงานของชาญชัย, 2560 ได้ศึกษาเทคโนโลยีพลาสมากับงานวิจัยด้านวัฐจักรพื ช เพื่ อนําไป
ประยุกต์ใช้กับงานวิจัยทางด้านการเกษตรของไทย โดยเฉพาะการเสริมสมรรถนะในวัฎจักรพื ช ในอดีต
พลาสมาถกู นํามาใชใ้ นการยับย้ังหรือฆา่ จลุ ชีพขนาดเลก็ ในกา๊ ซหรือในนา้ํ และในปจั จุบนั และอนาคตแนวโน้ม
การทาํ วจิ ัยจะมกี ารนาํ เทคโนโลยีพลาสมาไปชว่ ยในการเพ่ิมผลผลติ ทางการเกษตรในพื ชได้อยา่ งครบวงจร
ตงั้ การการเตรยี มเมล็ดพันธพ์ุ ืชก่อนปลกู เพื่อให้มีความงอกท่ีดี การทําให้เมลด็ พืชมีสภาพปลอดเช้ือ และ
มีคุณค่าทางโภชนาการเพ่ิมข้นึ นอกจากนย้ี งั พบวา่ พลาสมาไมเ่ พียงแตย่ ับยั้งเชือ้ โรคขนาดเลก็ ท่ีอยู่ในดิน
น้ํา และอากาศ ยังมีคุณสมบตั ิในการเพ่ิมปริมาณธาตุอาหารท่ีจําเป็นต่อการเจริญเติบโตของพื ช รวมไป
ถึงการนําพลาสมามาใช้ในเทคโนโลยหี ลังการเก็บเกยี่ ว เพ่ือคงคุณค่าความสดของผกั และผลไม้ได้อีกด้วย

วตั ถุประสงค์
เพ่ือศกึ ษาผลของพลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สงู ร่วมกบั เช้ือรา T. asperellum ที่มีผลตอ่ การเกิดโรค
รากเนา่ ของผักคะน้าที่ปลกู ในระบบแบบไฮโดรโปนิกส์

ศริ ิพร อํา่ ทอง, ผลของการใชพ้ ลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สงู ร่วมกบั เช้อื รา Trichoderma asperellum ต่อการเกิดโรครากเน่าในผกั คะนา้ 12
จากเชือ้ รา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเนา่ ของคะน้า, หนา้ 11-18

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

2. แนวคดิ ทฤษฎีที่เกย่ี วขอ้ ง

จารุวรรณ (2556) ทําการทดสอบประสิทธิภาพของชีวภัณฑ์แบคทีเรีย Bacillus spp. เพ่ื อ
ควบคุมโรครากเน่าจากเชื้อรา P. aphanidermatum ในผักกาดหอมชนดิ บัตเตอร์เฮด พบว่ากรรมวธิ ที ี่
ใชช้ วี ภัณฑแ์ บคทีเรีย Bacillus mycoides FL17 มดี ชั นกี ารเกิดโรคต่ําท่สี ุด (รอ้ ยละ91.67) และการใช้ชีว
ภัณฑ์ Bacillus sp. RO15 มีดัชนีการเกดิ โรคร้อยละ 35.41 จากผลการทดลองอัตราการใช้ ชีวภัณฑ์ B.
mycoides FL17) ต่อสารละลายธาตุหาร 50 ลิตร มีร้อยละการเกิดโรคบนรากลดลงมากที่สุด (ร้อยละ
82.29)

จริ ะเดช และคณะ (2559) ไดศ้ กึ ษาประสิทธภิ าพของเช้ือรา T. asperellum และโพแทสเซียมได
ไฮโดรเจนฟอสเฟต (KH2PO4) ตอ่ การส่งเสริมการเจรญิ เตบิ โตและการลดโรครากเน่าของผักกาดหอมท่ี
ปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ พบว่าการเพิ่ มปุ๋ย KH2PO4 ร้อยละ 15 และใช้เชื้อรา T. asperellum ร่วม
ด้วย (KP-15+Ta+Pa) สามารถลดการเกิดโรครากเน่าลงร้อยละ 18.33 ร้อยละพื้ นท่ีใบเพิ่ มขึ้น 30.33
ihvp]t พื้นทีห่ น้าตดั โคนต้นเพิ่มข้นึ รอ้ ยละ 54.32 ปรมิ าตรรากเพ่ิมข้ึนร้อยละ 76.98 นํา้ หนักสดทงั้ ต้นและ
รากเพ่ิมขึ้นสงู ท่สี ุดรอ้ ยละ 62.28

มณีรัตน์ และคณะ (2561) ได้ศึกษาผลของพลาสมาแบบไดอิเล็กทริคแบริเออร์ดิสชาร์จ (DBD
plasma) ต่อความงอกและความแข็งแรงของเมล็ดพั นธุ,ผักกาดหอม (Lactuca sativa) ไปฉายด้วย
DBD plasmaความต่างศักย์ไฟฟา้ 20 และ 25 กิโลโวลต์ เป็นระยะเวลา 15, 30, 60, 120 และ 240
วินาที พบว่าการฉาย DBD plasma ความตา่ งศักยไ์ ฟฟา้ และระยะเวลาตา่ ง ๆ ไม่สามารถเพ่ิมร้อยละความ
งอกของเมลด็ แต่เพ่ิมความแขง็ แรงของเมล็ดพันธุ์ทั้งสองพันธ์ุ โดยพันธ์ุ ทไี่ ด้รับ DBD plasma ความ
ต่างศกั ยไ์ ฟฟา้ 20 กโิ ลโวลต์ เปน็ ระยะเวลา 60 วินาที มีระยะเวลาการงอกเฉลี่ยต่าํ ที่สุดอยา่ งมีนยั สําคัญ
เท่ากับ 2.73±0.21 วัน ซึ่งงอกเร็วกวา่ การไม่ฉายพลาสมา 1.23 วัน ในขณะท่ีพั นธ์ุ Green Salad Bowl
การฉาย DBD plasmaที่มีความต่างศักย์ไฟฟา้ 20 กิโลโวลต์ ทุกระยะเวลาจะมีระยะเวลาการงอกเฉลย่ี ท่ี
ต่าํ ทสี่ ุดคอื 3.00±0.00 วัน ซง่ึ งอกเร็วกวา่ การไมฉ่ ายพลาสมา 0.73 วนั

อรรถพล (2557) ไดศ้ กึ ษาอิทธพิ ลของวัสดเุ พาะกล้าและวัสดุปลูกชวี ภาพท่ี ผสมดว้ ยจุลินทรีย์
ป ฏิ ปั ก ษ์ ต่ อก า รเ จริ ญเ ติ บ โต ของ ผั ก ก า ด หอม และก า รค วบ คุ มโรค รา ก เ น่ า ที่ เ กิ ด จา ก เ ช้ื อรา
P. aphanidermatum บนกาบมะพร้าวสับขนาดเล็กท่แี ช่ด้วย เชื้อรา T. harzianum CB-Pin-01 หรือ
ชวี ภัณฑ์ชนิดเกล็ดของแบคทีเรีย B. mycoides FL 17: สามารถช่วยลดการเกิดโรครากเน่าและส่งเสริม
การเจรญิ เตบิ โตของผักกาดหอมได้

Sritontip และคณะ (2019) ศึกษาการใช้กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพลาสมาร่วมกับไมโครนา
โนบับเบิล ในการแช่เมล็ดคื่นฉ่ายและข้าวโพดหวาน พบว่าสามารถเพิ่ มความงอกของเมล็ดค่ืนฉ่ายและ
ข้าวโพดหวาน และเพิ่มความยาวของรากขา้ วโพดหวานได้ดี

3. วธิ ดี าํ เนินการวิจยั

การแยกเชือ้ รา P. aphanidermatum

เก็บตัวอย่างคะน้าท่ีแสดงอาการโรครากเน่ามาทําการแยกเช้ือให้บริสุทธ์ิด้วยวิธี Tissue
transplanting บนอาหาร PDA และทาํ การพิสจู นก์ ารเกดิ โรคตามวิธีของ Koch (Koch’s postulation)
เม่ือได้เช้ือที่บริสุทธ์ิแล้วทําการเลี้ยงเช้ือรา P. aphanidermatum ท่ีอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 48 ชั่วโมง
เพ่ือนาํ เสน้ ใยของเชื้อราไปใชใ้ นการทดลอง โดยการป่ ันเส้นใยเชื้อรา P. aphanidermatum ในนาํ้ กล่ันที่
ผ่านการน่งึ ฆา่ เช้ือจํานวน 1 จานต่อนา้ํ 100 มิลลิลิตร ดดู เสน้ ใยเช้ือราปรมิ าตร 32 มิลลลิ ติ รต่อสารละลาย
ธาตอุ าหาร 16 ลิตร

การเตรยี มเชือ้ รา T. asperellum ทใ่ี ช้ในการทดลอง

1. เลย้ี งเชอ้ื รา T. asperellum บนอาหาร PDA (Potato dextrose agar) เป็นเวลา 5 วัน
จนเชื้อราสร้างสปอร์สีเขยี วเขม้ นํานา้ํ กลน่ั ทีผ่ า่ นการนง่ึ ฆา่ เชือ้ ล้างสปอรข์ องเชื้อราบนผิวหนา้ อาหาร PDA
และปรบั ความเข้มขน้ ของสปอร์เช้ือราทม่ี ีความเขม้ ข้นในอตั ราส่วน 10 ลูกบาสกเ์ ซนตเิ มตรต่อนํ้า 100
ลิตร และใสส่ ปอร์แขวนลอยของเช้ือรา T. asperellum ปรมิ าตร 32 มิลลิลิตร ต่อสารละลายธาตุอาหาร
16 ลติ ร

2. การศกึ ษาผลของพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงร่วมกบั เชอ้ื รา T. asperellum ต่อการเกิดโรคราก
เน่าของคะนา้ ในระบบนา้ํ น่ิง รูปแบบ DWT (Deep Water Technique) โดยวางแผนการทดลองแบบ
สมุ่ สมบูรณ์ Completely Randomize Design (CRD) มี 7 กรรมวิธี จํานวน 4 ซํา้ ทาํ การทดลองกับ
ผกั คะนา้ ดังนี้

กรรมวธิ ีที่ 1 สารละลายธาตุอาหารแบบเดย่ี วๆ
กรรมวธิ ที ี่ 2 สารละลายธาตอุ าหาร + Pa (Pythium aphanidermatum)
กรรมวิธีที่ 3 สารละลายธาตอุ าหาร + Ta (T. asperellum)
กรรมวธิ ีท่ี 4 สารละลายธาตอุ าหาร + HVP (พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูง)
กรรมวธิ ที ี่ 5 สารละลายธาตุอาหาร + Pa + HVP
กรรมวธิ ที ี่ 6 สารละลายธาตอุ าหาร + Pa + Ta
กรรมวิธีที่ 7 สารละลายธาตอุ าหาร + Pa + HVP + Ta

ศิริพร อํ่าทอง, ผลของการใชพ้ ลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู ร่วมกบั เชือ้ รา Trichoderma asperellum ตอ่ การเกดิ โรครากเนา่ ในผักคะนา้ 13
จากเชอ้ื รา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเน่าของคะน้า, หน้า 11-18

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

3. บันทึกการเจรญิ เตบิ โตทางลาํ ตน้ และผลผลิตหลงั การเกบ็ เกย่ี ว
4. ประเมินพ้ืนทก่ี ารเกดิ โรครากเน่าของผักคะนา้ โดยวิธีการใหค้ ะแนน 5 ระดบั (0 - 4) กอ่ นนาํ ไป
คาํ นวณเป็นคา่ ดัชนีการเกดิ โรค ดังน้ี

0 รากผกั คะนา้ มสี ีขาว ไมแ่ สดงอาการของโรค
1 แสดงอาการของโรคร้อยละ 1 - 25 มีระดบั การเปลย่ี นสีของรากผักคะนา้ เป็นสี

นํ้าตาลออ่ นมาก (very light brown color)
2 แสดงอาการของโรคร้อยละ 26 – 50 มีระดับการเปลี่ยนสีของรากผกั คะนา้ เป็นสี

น้าํ ตาลอ่อน (light brown color)
3 แสดงอาการของโรคร้อยละ 51 - 75 มีระดบั การเปลย่ี นสขี องรากผกั คะน้าเปน็ สี

นํา้ ตาลปกติ (normal brown color)
4 แสดงอาการของโรคร้อยละ 76 - 100 มีระดับการเปลยี่ นสขี องรากผักคะนา้ เปน็ สี

นํ้าตาลเขม้ (dark brown color)
5. นําระดับอาการทไ่ี ด้มาคํานวณคา่ ดัชนีการเกดิ โรค (disease index) ตามวิธขี อง Cirulii และ
Alexander, 1966 ดงั นี้

ดัชนีการเกิดโรค(%) = ผลรวมของต้นท่แี สดงอาการ x ระดับอาการ x 100
จํานวนต้นทงั้ หมด x ระดับอาการสงู สุด

การตรวจสอบร้อยละต้นรอดตายของคะนา้ ทอ่ี ายุ 42 วัน แตล่ ะกรรมวิธีคาํ นวณรอ้ ยละต้นรอด
ตายโดยคดิ คา่ เปน็ รอ้ ยละจาก

ต้นรอดตาย(%) = ต้นท่ีรอดตาย x 100

ตน้ คะนา้ ท้ังหมดท่ีปลกู

4. ผลการวจิ ยั
1. ผลของพลาสมาแรงดันไฟฟ้าสูงร่วมกับเช้ือรา T. asperellum ต่อการเจริญ

เติบโตต้นคะน้า จากผลการทดลองทัง้ 7 กรรมวิธี พบวา่ การเจรญิ เตบิ โตของต้นคะน้า ในช่วงแรก คือ
สัปดาหท์ ่ี 1 และ 2 คะนา้ มีการเจริญเติบโตทางลําต้นทไี่ มแ่ ตกตา่ งกัน ในสปั ดาหท์ ี่ 3 กรรมวธิ ีท่ี 1, 2 และ 4
คะน้ามีความสูงของต้นมากท่ีสดุ คือ 9.71 9.31 และ 10.66 เซนติเมตร ในสัปดาห์ที่ 4 กรรมวิธีที่ 1 2 3
และ 4 คะน้ามีความสูง 20.94 21.29 20.77 และ 20.63 เซนติเมตร ในสปั ดาหท์ ี่ 5 กรรมวธิ ีท่ี 1 2 3 และ
4 คะนา้ มีความสูง 29.81 29.44 29.90 และ 28.84 เซนตเิ มตร ค่าเฉลยี่ ความยาวราก ในสปั ดาห์ที่ 1 ทกุ
กรรมวธิ ีมคี า่ ไม่แตกตา่ งกนั ในสัปดาห์ท่ี 2 และ 3 กรรมวธิ ีท่ี 4 มคี ่าเฉลยี่ ความยาวรากมากที่สุด คือ 8.39
และ 10.28 เซนติเมตร ในสัปดาห์ท่ี 4 กรรมวิธีท่ี 1 2 4 6 และ 7 มีค่าเฉล่ียความยาวรากมากที่สุด คือ
10.70 9.98 11.11 10.54 และ 10.58 เซนติเมตร ในสปั ดาหท์ ่ี 5 กรรมวิธีท่ี 1-4 มคี ่าเฉลีย่ ความยาวรากมาก
ทส่ี ุด คอื 10.78 10.32 8.89 และ 10.70 เซนติเมตร ตามลาํ ดับ (Table 1)

ตารางท่ี 1 Effects of High Voltage Plasma (HVP) Combined with Trichoderma asperellum
on Growth of Plant hight and Root length of Chinese Kale

Treatment Plant Height Root length
(centimeter) (centimeter)
Ns1/
Ns +Pa2/ 29.81a5/ 10.78a
Ns + Ta3/ 29.44a 10.32a
Ns + HVP4/ 29.90a 8.89a
Ns + Pa + HVP 28.84a 10.70a
Ns + Pa + Ta 4.97d 3.50bc
Ns + Pa + HVP + Ta 21.14b 5.42b
F-test 13.93c 3.07c
C.V %
** **
17.09 19.53

ศิริพร อํา่ ทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู รว่ มกับเช้อื รา Trichoderma asperellum ต่อการเกดิ โรครากเนา่ ในผักคะน้า 14
จากเชอื้ รา Pythium aphanidermatum ต่อการเกิดโรครากเน่าของคะนา้ , หน้า 11-18

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

1/ Ns (สารละลายธาตุอาหารแบบเด่ยี ว ๆ)
2/ Pa (P. aphanidermatum)
3/ Ta (T. asperellum)
4/ HVP (กระแสไฟฟา้ แรงดันสงู )
5/ค่าเฉล่ยี ตามด้วยตวั อกั ษรทเี่ หมือนกันในแนวตัง้ ไมม่ คี วามแตกต่างอยา่ งมีนัยสําคญั จากการ
วิเคราะหด์ ว้ ย Duncan’s New Multiple Range test (P < 0.05)

2. ผลของพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงร่วมกับเชื้อรา T. asperellum ต่อนํ้าหนักของ
ต้นคะน้า จากผลการทดลองทั้ง 7 กรรมวิธี พบว่า ค่าเฉลี่ยนํ้าหนักสดลําต้น กรรมวิธีที่ 1-4 มีค่ามาก
ทีส่ ดุ คอื 82.75 75.00 74.84 และ 84.08 กรัม คา่ เฉลีย่ นํ้าหนกั สดใบ กรรมวิธที ี่ 1 และ 3 มีค่ามากที่สุด
คือ 92.55 และ 96.01 กรัม คา่ เฉลย่ี น้าํ หนักสดราก กรรมวิธที ่ี 1 2 3 4 6 และ 7 มคี า่ มากทสี่ ดุ คือ 47.88
49.89 44.78 49.02 37.33 และ 36.72 กรัม (Table 2)

ตารางท่ี 2 Effects of High Voltage Plasma (HVP) Combined with Trichoderma asperellum
on Growth of Fresh weight of Chinese Kale.

Treatment Stem Fresh weight (gram) Root
82.75a5/ 47.88a
Ns1/ 75.00a Leaf 49.89a
Ns +Pa2/ 74.84a 92.55a 44.78a
Ns + Ta3/ 84.08a 78.40ab 49.02a
Ns + HVP4/ 10.66c 96.01a 14.02b
Ns + Pa + HVP 39.38b 87.01ab 37.33a
Ns + Pa + Ta 28.40b 14.96d 36.72a
Ns + Pa + HVP + Ta 64.86bc
F-test ** 47.36c **
C.V % 19.14 21.14
**
25.32

1/ Ns (สารละลายธาตอุ าหารแบบเด่ียว ๆ)
2/ Pa (P. aphanidermatum)
3/ Ta (T. asperellum)
4/ HVP (กระแสไฟฟา้ แรงดนั สงู )
5/คา่ เฉลยี่ ตามด้วยตัวอกั ษรท่ีเหมอื นกันในแนวต้ัง ไมม่ ีความแตกตา่ งอย่างมีนยั สาํ คญั จากการ

วเิ คราะห์ดว้ ย Duncan’s New Multiple Range test (P < 0.05)

3. ผลของพลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สูงรว่ มกับเชอื้ รา T. asperellum ต่อการเกิดโรครากเนา่ ของ
ตน้ คะนา้

จากผลการทดลองท้ัง 7 กรรมวิธี พบว่า กรรมวิธีที่ 5 มีดัชนีการเกิดโรคสูงที่สูง คือร้อยละ
56.25 รองลงมา คือ กรรมวิธีที่ 6 7 2 และ 3 มีดัชนีการเกิดโรค คือร้อยละ 30.47 21.88 18.75 และ
10.9 ในส่วนของกรรมวิธีท่ี 1 และ 4 มีดัชนีการเกิดโรคต่ําที่สุด คือร้อยละ 0 ต้นรอดตาย กรรมวิธีที่ 1
และ 4 มีร้อยละต้นรอดตายสูงที่สุด คือ รอ้ ยละ 100 รองลงมา คือ กรรมวธิ ีท่ี 3 2 7 6 และ 5 มรี ้อยละ
ตน้ รอดตาย คอื ร้อยละ 90.63 87.50 78.13 71.88 และ 43.75 (Table 3)

ตารางท่ี 3 Effects of High Voltage Plasma (HVP) Combined with Trichoderma
sperellum on Root Rot Disease of Chinese Kale Caused by Pythium aphanidermatum

Treatment ดัชนกี ารเกดิ โรค (%) ตน้ รอดตาย (%)
Ns1/ 0.00d5/ 100a
Ns +Pa2/ 18.75bc
Ns + Ta3/ 10.94cd 87.50ab
Ns + HVP4/ 0.00d 90.63ab
Ns + Pa. + HVP 56.25a
Ns + Pa + Ta 30.47b 100a
Ns + Pa.+ HVP + Ta 21.88bc 43.75d
** 71.88c
F-test 58.97 78.13bc
C.V %
**
10.15

ศริ ิพร อํา่ ทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู รว่ มกับเชื้อรา Trichoderma asperellum ตอ่ การเกดิ โรครากเน่าในผกั คะน้า 15
จากเชือ้ รา Pythium aphanidermatum ตอ่ การเกดิ โรครากเน่าของคะน้า, หนา้ 11-18

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

1/ Ns (สารละลายธาตอุ าหารแบบเดย่ี ว ๆ)
2/ Pa (P. aphanidermatum)
3/ Ta (T. asperellum)
4/ HVP (กระแสไฟฟา้ แรงดนั สงู )
5/ค่าเฉลย่ี ตามด้วยตวั อักษรทีเ่ หมือนกันในแนวตงั้ ไม่มคี วามแตกต่างอยา่ งมนี ัยสําคญั จาก
การวเิ คราะห์ดว้ ย Duncan’s New Multiple Range test (P < 0.05)

5. การอภิปรายผล
การศึกษาผลของพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงร่วมกับเชื้อรา T. asperellum ต่อการเกิดโรคราก

เน่าของคะน้า จากการทดลองท่ีดําเนินการในช่วงเดือน สิงหาคมและกันยายน เป็นช่วงที่มีความผันแปร
ของอุณหภูมิอยู่ในช่วง 35-40 องศาเซลเซียส ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน ในการปลูกคะน้ากรรมวิธีท่มี ี
การใช้เช้ือรา T. asperellum ในสารละลายธาตุอาหารร่วมกับการปลูกเชื้อรา P. aphanidermatum
พบวา่ สามารถเพ่ิมน้าํ หนกั สดและนา้ํ หนกั แหง้ ของต้นคะนา้ ให้เพ่ิมขึ้น ซึง่ สอดคลอ้ งกบั (จิระเดช และคณะ
2559) ทีท่ ําการทดลองปลูกผักกาดหอม โดยมีการใสก่ ารเชื้อรา T. asperellum ในสารละลายธาตอุ าหาร
และปลูกเช้ือรา P. aphanidermatum ที่ทําการทดลองในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม ที่อุณหภูมิ
36-42 องศาเซลเซยี ส พบวา่ นํ้าหนักสดของต้นและรากเพิ่มสูงข้นึ

การเกิดโรครากเน่าของต้นคะน้าในกรรมวิธีที่พบว่าการใช้เช้ือรา T. asperellum ร่วมกับ
พลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สูงมดี ชั นีการเกดิ โรคสูงและร้อยละตน้ รอดตายต่าํ ท่ีมคี ่ากรรมวิธคี วบคุม (กรรมวธิ ีที่
1 ) น อ ก จ า ก นี้ ก า ร ใ ส่ เ ช้ื อ ร า T. asperellum ล ง ใ น ส า ร ล ะ ล า ย ธ า ตุ อ า ห า ร ที่ มี ก า ร ป ลู ก เ ช้ื อ ร า
P. aphanidermatum พบว่าต้นคะน้ามีดัชนีการเกิดโรครากเน่าที่สูงและร้อยละต้นรอดตายท่ีตํ่ากว่า
กรรมที่มีการปลูกเช้ือ (กรรมวิธีที่ 2) ในส่วนการสารละลายธาตุอาหารท่ีมีการใส่เชื้อรา T. asperellum
พบว่าต้นคะน้ามดี ชั นกี ารเกดิ โรคท่ตี ํา่ และรอ้ ยละต้นคะน้ารอดตายสูง ซึง่ มีค่านอ้ ยกวา่ กรรมวิธีควบคมุ จาก
การทดลองนผ้ี ลการทดลองอาจมีความคลาดเคล่ือนซ่งึ อาจเป็นไปได้วา่ ในระหว่างท่ีทําการทดลองมีความ
ผันแปรของอุณหภูมิ อากาศค่อนข้างร้อน สลับกับมีฝนตกชุก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทําให้การใช้เช้ือรา
T. asperellum ไม่เกดิ ประสิทธภิ าพเท่าทค่ี วร สามารถสังเกตไดว้ า่ ประสิทธภิ าพของเชอ้ื T. asperellum
สามารถควบคุมการเกิดโรครากเน่าได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ํา เม่ืออุณหภูมิของสารละลาย
สูงข้ึนมีผลต่อกระบวนการทํางาน กิจกรรมของเอนไซม์ รวมทั้งการสร้างสารปฏิชีวนะของเชื้ อรา
T. asperellum (Howell, 2 0 0 3 ) ใ น ก า ร ล ด ก า ร เ กิ ด โ ร ค ร า ก เ น่ า ข อ ง ค ะ น้ า ท่ี เ กิ ด จ า ก เ ชื้ อ
P. aphanidermatum ให้ได้ประสิทธิภาพนนั้ อุณหภูมขิ องสารละลายมผี ลอย่างยง่ิ เนอ่ื งจากในระหว่าง
ทาํ การทดลองน้ัน สารละลายธาตุอาหารทใี่ ส่เช้ือรา P. aphanidermatum และผา่ นพลาสมาแรงดนั ไฟฟา้
สูง (กรรมวธิ ีท่ี 7) มีอณุ หภมู ิท่ีสูงกว่า 28 องศาเซลเซยี ส และเตมิ สปอรแ์ ขวนลอยเชอื้ รา T. asperellum
ลงในสารละลายโดยท่ีไม่ได้พักสารละลายให้มีอุณหภูมิลดต่ําลงก่อนและนาํ ต้นคะน้ามาแช่ในสารละลายธาตุ
อาหารในทันที จึงส่งผลให้ประสิทธิภาพของเช้ือรา T. asperellum .ในการลดการเกิดโรครากเน่าของ
คะน้าลดลง เน่อื งจากสปอร์ของเช้ือรา T. asperellum โดยความรอ้ นจากสารละลายธาตุอาหาร จงึ ทําให้
สูญเสียความสามารถในการควบคุมเช้ือรา P. aphanidermatum จงึ เปน็ ผลใหก้ ารทดลองในกรรมวิธีที่
7 ต้นคะน้าเกิดอาการรากเน่าที่มีความรุนแรง ซึ่งมีความสอดคล้องกับรายงานของ Zinnen, 1988 ที่
รายงานวา่ การควบคมุ เช้อื รา P. aphanidermatum นน้ั ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สงู เกินไป จึงจะ
ให้ผลการควบคุมได้ดีเนื่องจากว่าพื ชจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่อุณหภูมิเหมาะสม และเช้ือรา
P. aphanidermatum สามารถแพร่กระจายและและเกิดโรคได้ดใี นอุณหภูมิท่ีสูง นอกจากนี้สารท่ีพืชขบั
ออกมา Root exudate จากรากในขณะท่พี ืชกาํ ลงั เจริญเติบโต และสารละลายธาตุอาหารมบี ทบาทอย่าง
ย่ิงต่อการกระตุ้นการงอกของ Zoospores ของเชื้อรา P. aphanidermatum ทําให้เชื้อสามารถเข้า
ทาํ ลายพืชได้อย่างรนุ แรง (Zhou and Paulitz, 1993

ในระบบการปลูกพื ชโดยไม่ใช้ดนิ น้ัน เชื่อกันว่าสามารถลดปริมาณเช้ือโรคและศตั รูพืชท่ีอยู่ในดนิ
ได้ แต่อยา่ งไรกต็ าม มรี ายงานว่า โรครากเน่าทเี่ กิดจากเชอ้ื รา P. aphanidermatum เป็นปัจจยั หนึ่งท่ีมี
ผลต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของคะน้า ซึ่งสอดคล้องกับ (Gold and Stanghellini, 1985)
(Stanghellini and Kronland, 1986) ได้พบการระบาดของเชื้อรา P. aphanidermatum ที่รากของ
ผกั สลดั จึงมีผลใหค้ วามสามารถในการดดู สารละลายธาตุอาหารของผกั สลัดลดลง จงึ ทาํ ให้ผลผลติ ลดลง
ตามไปด้วย

การป้องกันเชื้อรา P. aphanidermatum ทําได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเช่ือราชนิดน้ีสามารถ
ระบาดทางสารละลายธาตุอาหารได้ เม่ือเช้ือเข้าสู่ระบบรากพื ชสามารถเพ่ิ มปริมาณโดยการสร้าง
zoospore ซึ่งเป็นส่วนขยายพั นธ์ุของเช้ือท่ีอยู่ในสารละลายธาตุอาหาร และสามารถอยู่รอดได้แม้มี
อุณหภมู ทิ ี่สูง (พรหมมาศ และคณะ, 2540)

ศิริพร อํ่าทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู ร่วมกบั เชือ้ รา Trichoderma asperellum ตอ่ การเกดิ โรครากเน่าในผักคะนา้ 16
จากเชอื้ รา Pythium aphanidermatum ตอ่ การเกิดโรครากเน่าของคะนา้ , หนา้ 11-18

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

6. บทสรุป

จากการทดลองผลของพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สงู ร่วมกับเช้ือรา T. asperellum ตอ่ การเกิดโรค
รากเน่าของคะน้า พบว่า การใช้เช้อื รา T. asperellum รว่ มกับพลาสมาแรงดันไฟฟา้ สูงในการลดการเกิด
โรครากเนา่ ของคะน้านน้ั ไมส่ ามารถลดการเกดิ โรครากเนา่ ของคะนา้ ที่เกิดจากเชื้อ P. aphanidermatum
ได้ เพราะอณุ หภูมิของสารละลายธาตุอาหารท่สี ูงเกินกวา่ 28 องศาเซลเซยี ส เป็นอณุ หภูมทิ ่ไี ม่เหมาะสมต่อ
ก า ร เ จ ริ ญ ข อ ง เ ช้ื อ ร า T. asperellum แ ต่ เ ป็ น ช่ ว ง อุ ณ ห ภู มิ ที่ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ จ ริ ญ ข อ ง เ ช้ื อ ร า
P. aphanidermatum จึงทําให้ต้นคะน้า เกิดอาการของโรครากเน่า ระบบการปลูกแบบ DWT รากของ
ตน้ คะน้าแชอ่ ยู่ในสารละลายธาตุอาหารท่ีไมม่ ีการเตมิ อากาศลงในระบบ ทําให้รากขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน
รากออ่ นแอตอ่ การเข้าทาํ ลายของเชือ้ รา หากมีการพักสารละลายธาตุอาหารให้เยน็ ตวั ลงก่อนท่จี ะใสใ่ นระบบ
ปลูก อาจจะเปน็ ไปได้ว่าการใชเ้ ชอ้ื รา T. asperellum ร่วมกบั พลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สูงสามารถลดการเกิด
โรครากเนา่ ของตน้ คะนา้ ได้

กติ ติกรรมประกาศ

ขอขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ ดร. จิระเดช แจ่มสว่าง ห้องปฏิบัติการควบคมุ โรคพืชด้วย
ชีววิธี มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน รศ.ดร. ชิติ ศรีตนทิพย์ สถาบันวิจัยเทคโนโลยี
เกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชาญชัย เดชธรรมรงค์
คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา

เอกสารอ้างองิ

จิระเดช แจ่มสว่าง วรรณวิไล อินทนู และวิราพร ชีวะพานิช. 2559. ประสิทธิภาพของเ ช้ื อรา
Trichoderma. asperellum และโพแทสเซียมไดไฮโดรเจนฟอสเฟต ต่อการส่งเสริมการ
เจริญเติบโตและการลดโรครากเน่าของผกั กาดหอมทปี่ ลูก ในระบบไฮโดรโพนิกส์ วารสาร วิทย.
กษ. 47(3): 363 – 374.

ชติ ิ ศรตี นทพิ ย,์ วิเชียร ผลแสง, วษิ ณุ ทองเล็ก, ชาญชยั เดชธรรมรงค์ และคโิ ยชิ โยชิคาวา. 2561. การ
ประยกุ ต์ใชไ้ มโคร/นาโนบับเบิลส์ต่อการงอกและการเจริญเติบโตของต้นกลา้ คะน้า. วารสารวิทยา
ศาตร์เกษตร 49: 1 (พิเศษ): 37-41 (2561)

ทพิ วมิ ล ไตรกูล, 2561, การพัฒนาเครอ่ื งกาํ เนดิ พลาสมาแบบไดอเิ ล็กทรคิ แบริเออร์ดสิ ชาร์จสาํ หรับเพิ่ ม
อั ต ร า ก า ร ง อ ก ข อ ง เ ม ล็ ด ข้ า ว พั น ธ์ุ ป ทุ ม ธ า นี 8 0 ( ก ข 3 1 ) วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ป ริ ญ ญ า โ ท
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, ปทมุ ธานี, 109 น.

พรหมมาศ คหู ากาญจน์ กนิมนนั ต์ เจนอกั ษร และศุภชยั รตั โนภาส. 2540. โรคท่พี บบนแตงกวายโุ รป ที่
ป ลู ก ใ น ร ะ บ บ ป ลู ก พื ช ไ ม่ ใ ช้ ดิ น ใ น ช่ ว ง ฤ ดู ห น า ว . ร า ย ง า น ก า ร ป ร ะ ชุ ม วิ ช า ก า ร
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ครงั้ ที่ 35 กุมภาพันธ์ 2540, น. 179-187.

มณีรตั น สงิ หวบิ ูลย์ ภาณมุ าศ ฤทธไิ ชย และเยาวพา จริ ะเกยี รติกลุ . 2561. ผลของพลาสมาแบบไดอิเลก็ ท
ริคแบริเออร,ดิสชาร์จต่อความงอกและความแข็งแรงของเมล็ดพั นธุ์ผักกาดหอม. สาขาวิชา
เทคโนโลยีการเกษตร, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปทุมธานี.
12120. 7 น.

อรรถพล แกน่ สาร. 2557. อทิ ธิพลของวสั ดุเพาะกล้าและวสั ดปุ ลกู ชีวภาพทผี่ สมด้วยจุลินทรีย์ปฏปิ ักษ์ต่อ
ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง ผั ก ก า ด ห อ ม แ ล ะ ก า ร ค ว บ คุ ม โ ร ค ร า ก เ น่ า ท่ี เ กิ ด จ า ก เ ชื้ อ ร า
P. aphanidermatum. สาขาสขุ ภาพพืช, ภาควชิ าโรคพืช, มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาตร.์ 144 น.

Barnett, H.L. and B.B. Hunter. 1 9 7 2 . Illustrated Genera of Imperfect Fungi. Burgess
Publishing Company, Minnesita.

Chiti Sritontip, Chanchai Dechthummarong, Vishnu Thonglek and Wichien Phosaeng.
2 0 1 7 . Effect of High Voltage Plasma and Micro/Nano Bubbles on Seed
Germination and Growth of Crop under Hydroponic System. 2 nd International
Symposium on Application of High-Voltage, Plasma & Micro/Nano Bubbles to
Agriculture (ISHPMNB 2 2017)

Chiti Sritontip, C. Dechthummarong, V. Thonglek, Y Khaosumaim and P. Sritontip. 2019.
Stimulation of Seed Germination and Physiological Development in Plants by
High Voltage Plasma and Fine Bubble. International Journal of Plasma
Environment Science & Technology, Vol. 12, No. 2, January.

Chiti Sritontip, P. Sritontip, S. Changieraja, Y. Khaosumain, S. Amthong V. Thonglek and
Rungrawan Tana. 2 0 1 9 . Effect of Bubbles on Growth and Yield of Red Oak
Lettuce Grown in Nutrient Solution in Summer Season. the 1 0 th RMUTs
International Conference July 24-26, 2019 at Chiang Mai International Exhibition
and Convention Center, Chiang Mai, Thailand.

ศริ ิพร อํ่าทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สงู รว่ มกบั เชื้อรา Trichoderma asperellum ตอ่ การเกดิ โรครากเน่าในผกั คะนา้ 17
จากเช้ือรา Pythium aphanidermatum ตอ่ การเกิดโรครากเนา่ ของคะน้า, หน้า 11-18

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

Fortnum, B.A., J. Rideout, S.B. Martin, and D. Gooden. 2 0 0 0 . Nutrient solution
temperature affects Pythium root rot of tobacco in Greenhousr float systems.
Journal of Plant Disease. 24(3): 289 – 294.

Gold, S.E. and M.E. Stanghellini. 1985. Effect of temperature on Pythium aphanidermatum
root rot of spinach grown under hydroponic codition, Journal of Plant Dis. 7 5
(3): 333-337.

Howell, C.R. 2 0 0 3 . Mechanisms employed by Trichoderma species in the biological
control of plant disease: The history and evolution of current concept. Journal
of Plant Disease. 87(1): 4 - 10

Stanghellini, M.E. and W.C. Kronland. 1 9 8 6 . Yield loss in hydroponically grown lettuce
attributed to subclinical infection of feeder rootlets by Pythium dissotocum.
Journal of Plant Disease. 70 (11): 1053-1056

Zhou, T. and T.C. Paulitz. 1 9 9 3 . In vitro and in vivo effects of Pseudomonas spp. On
Pythium aphanidermatum: zoospore behavior in exudates and on the
rhizoplane of bacteria treated cucumber roots. Journal of Phytopathology. 8 3 :
872 – 876.

Zinnen, T.M. 1988. Assessment of plant diseases in hydroponic culture. Journal of Plant
Disease. 72(2): 96 - 99

ศริ ิพร อํ่าทอง, ผลของการใช้พลาสมาแรงดนั ไฟฟา้ สงู รว่ มกับเช้อื รา Trichoderma asperellum ต่อการเกิดโรครากเน่าในผกั คะน้า 18
จากเชือ้ รา Pythium aphanidermatum ตอ่ การเกดิ โรครากเน่าของคะน้า, หนา้ 11-18

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรมวารสI าJรวoจิ ัยuเทrคnโนaโลlยoีนวfตั กIรnรมnปoี 5vเaล่มti2v(eกรกTฎาeคcม h- ธnันoวาlคoม g25y64)Research

 Research Article เคร่อื งผสมผลติ ภัณฑ์ความงามและชําระลา้ ง
Mixing Machine for Beauty Product and Liquid Detergents

สทิ ธบิ รู ณ์ ศริ ิพรอคั รชยั 1* และ ธญั ทิพย์ ศริ พิ รอัครชยั 2
Sittiboon Siripornakarachai1*and Thunyatip Siripornakarachai2

1 สาขาวศิ วกรรมและเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน
59 ม.13 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน 55000
2 สาขาบรหิ ารธุรกิจ คณะบรหิ ารธรุ กจิ และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา นา่ น
59 ม.13 ต.ฝายแก้ว อ.ภเู พียง จ.นา่ น 55000
1 Department of Engineering and Technology, Faculty of Engineering,
Rajamangala University of Technology Lanna Nan, 59 Moo 13 Fai Kaew Sub-district, Phu Pieng
District, Nan, 55000
2 Department of Business Administration, Faculty of Business Administration and Liberal Arts,
Rajamangala University of Technology Lanna Nan, 59 Moo 13 Fai Kaew Sub-district, Phu Pieng
District, Nan, 55000

บทคดั ยอ่

โครงการน้จี ดั ทําขน้ึ เพ่ื อ ออกแบบ สรา้ ง และทดสอบสมรรถนะของเคร่ืองผสมผลิตภัณฑ์ความ
งามและชําระล้าง เพ่ือนําไปใชง้ านในกิจการชมุ ชนได้อย่างสอดคล้องกับกระบวนการผลติ ทําให้การควบคุม
คุณภาพผลติ ภณั ฑท์ ําไดง้ ่ายขึน้ และสามารถเพ่ิมอัตราการผลิตใหเ้ พี ยงพอแก่ความต้องการของตลาดได้
โดยเคร่อื งจกั รทอ่ี อกแบบจะประกอบไปด้วย กระบอกตวงขนาด 30 ลติ ร ถังผสมท่มี ีความจุ 74 ลติ ร มี
ชดุ ใบพัดกวนผสมท่ีสามารถถอดออกจากถงั ผสมไดส้ ะดวก ท่ีกน้ ถงั ผสมติดต้งั มอเตอรเ์ กยี ร์กระแสสลับ
ขนาด 0.5 แรงม้า ทําหน้าท่ีหมุนและปรับเปลี่ยนความเร็วใบพั ดได้ในช่วง 0-180 รอบ/นาที ใช้ป๊ ัมไฟฟา้
กระแสตรงขนาด 12 โวลต์ ทําหน้าท่ีดูดวัตถดุ ิบจากกระบอกตวงส่งเข้าสู่ถังผสมด้วยอัตราการไหล 2.4
ลิตร/นาที เครอ่ื งจกั รมีขนาดกวา้ ง 1.06 เมตร ยาว 0.56 เมตร และสูง 1.22 เมตร ทดสอบใชง้ านพบว่า
สามารถผลิตนํ้ายาชําระล้างได้ในอัตรา 57.85 ลิตร/ชั่วโมง ส้ินเปลืองพลังงานไฟฟา้ 180.52 วัตต์ ท่ี
สภาวะน้เี ครอ่ื งจกั รสามารถเพิ่มอัตราการผลิตไดป้ ระมาณ 64.36 เปอรเ์ ซน็ ต์ โดยเปรียบเทียบกับแรงงาน
มนุษย์ และมรี ะยะเวลาการคนื ทนุ 0.6 ปี
คาํ สําคญั : เคร่อื งผสมผลิตภัณฑค์ วามงาม เครอ่ื งผสมนา้ํ ยาอเนกประสงค์ เครอื่ งผสมแชมพู

Received: Abstract
20 August 2020
Revised: The objective of this project was to develop, construct and test the performances of
15 November 2021 a mixing machine for beauty product and liquid detergents to be used properly with
Accepted: the production process in community affairs. It makes quality control easier and able
9 December 2021 to increase production capacity to meet the market demand. The conceptual design
Published: of the machine would consist of a 30-liter metering-cylinder, 74-liter mixing-tank and
15 December 2021 the mixing-vane can be easily removed from mixing-tank. The ½-HP AC electric gear-
motor was installed under the mixing-tank for switching speeds the mixing-vane at
*Corresponding Author: between 0-180 rpm. The 12VDC electric pump used for pumping materials from
[email protected] metering cylinder to mixing tank with a flow rate of 2.4 liter/minute. The overall
+66 81-716-9072 dimensions of the machine were 1.06m(width), 0.56m(length) and 1.22m(high). The
experimental tested can be found that; the machine can produce liquid detergent of
Copyright: © Rajamangala 57.85 liter/hour, the average power consumption of the machine was 180.52 watts.
University of Technology Which this condition, the machine has more capacity than 64.36% of human labor and
Lanna. All right reserved the payback period of about 0.6 years.
Keywords: Mixing machine for beauty products, multi-purpose liquid detergents mixing machine,
ISSN Shampoo mixing machine
Print: 2586-8500
Electronic: 2586-8632

สิทธบิ ูรณ์ ศิรพิ รอัครชยั , คร่ืองผสมผลติ ภณั ฑ์ความงามและชําระล้าง, หน้า 19-29 19

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

1. บทนํา

กลุ่มชีววิถีตําบลน้ําเก๋ยี น อําเภอภูเพี ยง จังหวัดน่าน ประกอบกิจการวิสาหกจิ ชุมชน มีสมาชิก
ทง้ั ส้ิน 317 คน แปรรปู สมุนไพรผลิตเป็นผลติ ภณั ฑน์ ํา้ ยาชาํ ระล้างชนดิ ตา่ ง ๆ เชน่ แชมพู สบู่เหลว ครมี ทา
ผิว นํ้ายาชําระล้าง ฯลฯ เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)
กระทรวงอุตสาหกรรม และเป็นสินค้าหน่ึงตําบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ (OTOP) ระดับ 5 ดาว [1] ในปี พ.ศ.
2552 ไดร้ บั พระมหากรณุ าธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยาม
บรมราชกมุ าร เสด็จพระราชดําเนนิ ทอดพระเนตรกิจการของกล่มุ ดังรูปที่ 1(a) และ (b) ต่อมาผลิตภัณฑ์
ของกลุ่มเป็นท่ีนิยมอย่างแพร่หลายมากข้ึน จนเกิดภาวะผลผลิตไม่เพี ยงพอต่อความต้องการของตลาด
ทางกลมุ่ ตอ้ งการขยายกาํ ลงั การผลิตไปพร้อมกบั การพัฒนากระบวนการผลิตและการควบคมุ คณุ ภาพให้
เข้าสู่ตลาดสากลได้ แต่มีอุปสรรคขาดแคลนเครื่องจักรกลเพื่อทุ่นแรงในการผลิต ประการสําคัญคือ
ผลิตภณั ฑ์แทบทุกชนดิ ของกล่มุ จะตอ้ งเริ่มต้นจากการกวนผสมของเหลวซึ่งเปน็ วัตถดุ บิ หลากหลายชนิด
ผสมคลุกเคลา้ กนั ไดอ้ ย่างเหมาะสมซง่ึ ต้องอาศยั การลาํ ดับ อัตราสว่ น ความเร็วและความต่อเน่ืองในการ
ส่งวัตถุดบิ แต่ละชนิดเข้าผสม ให้เหมาะสมเปน็ ไปตามสูตรการทําผลติ ภัณฑ์นั้น ๆ จงึ จะได้มาซ่งึ ผลิตภณั ฑ์ที่
มคี ุณภาพไดม้ าตรฐาน ดว้ ยการขาดแคลนเครื่องจกั รในการผลิต ปจั จุบันทางกลมุ่ ต้องใช้แรงงานมนุษย์
ในการกวนผสม โดยการใช้ไม้พายทําการกวนผสมผลิตภัณฑ์ในถงั พาสติก เมื่อต้องทํางานเป็นเวลานาน
ย่อมจะเกิดความเม่ือยล้า ทําให้ความเร็วในการกวนผสมไม่คงที่และขาดความต่อเน่ือง อีกท้ังการนํา
วัตถุดิบแต่ละตัวเขา้ ผสมกนั น้ันใช้วธิ ีประมาณการด้วยการรินเท ดังรูปที่ 1(c) จึงทําให้ความเร็วและอัตรา
การผสมไม่คงที่ ส่งผลโดยตรงตอ่ การทําปฏกิ รยิ าของของผสมที่ทาํ ให้ความหนืด สี กล่นิ ความเป็นกรด-
ด่าง และการเกิดฟอง ของผลิตภัณฑ์ในแต่ละครั้งไม่คงที่เท่าเทียมกัน จึงได้ติดต่อมายังผู้วิจัยเพื่ อหา
แนวทางพัฒนาเครื่องจกั รกลที่ทาํ งานแทนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแกป้ ญั หาเหล่านี้ให้ทางกลุ่ม
ได้ [2]

รปู ท่ี 1 ผลิตภณั ฑ์และกจิ กรรมการผลิตของกลุ่มชวี วถิ ตี ําบลนา้ํ เก๋ยี น 20

สทิ ธบิ ูรณ์ ศิรพิ รอัครชัย, ครื่องผสมผลติ ภณั ฑ์ความงามและชําระลา้ ง, หน้า 19-29

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

2. วิธดี ําเนินการวิจัย

2.1 เกบ็ รวบรวมข้อมูลที่เกีย่ วขอ้ ง
ทําการศึกษากระบ ว นกา รแ ล ะก ร รม วิ ธีกา รผ ลิ ตข อง กลุ่ ม ชุม ช นเป้ า หมา ย ด้ว ยกา ร อ อกสํ า ร ว จ
สังเกตการณ์และสัมภาษณ์บุคลากรของกลุ่ม จดบันทึกปัญหาต่าง ๆ ที่ทางกลุ่มประสบอยู่ และนํามา
วิเคราะห์เพื่อคิดค้น ออกแบบ และสรา้ งนวัตกรรมท่ีใช้งานไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับกระบวนการผลติ

2.2 คิดคน้ ออกแบบ และสร้างเคร่อื งจกั ร
โดยนาํ ขอ้ มูลทรี่ วบรวมมาไดม้ าวเิ คราะหเ์ พ่ื อออกแบบและสรา้ งเครือ่ งจักร ที่ตอ้ งคํานึงถงึ การใช้
งานและบํารุงรักษาได้ง่าย มีความแม่นยํา รวดเร็ว ปลอดภัย มีต้นทุนตํ่าเพื่อให้สามารถคืนทุนได้รวดเรว็
[3] ช้ินส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักรจะถูกออกแบบและเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมตามหลักโภชนาการ อาศัย
ความรู้ตามหลักวิชาการทางด้านวัสดุศาสตร์ [4] การรับแรงและโมเมนต์ตัม [5], [6], [7], [8], [9] การ
เคล่ือนที่ทางกล [10] ตลอดจนหลักการทางไฟฟา้ และการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟา้ ควบคมุ [11] ท่ีเหมาะสม
ชิ้นส่วนท่ีสัมผัสโดยตรงกบั ผลติ ภณั ฑ์จะสร้างจากสแตนเลสที่ผ่านการรบั รองมาตรฐานอุตสาหกรรมให้ใช้
กับผลิตภณั ฑ์อุปโภคบริโภคได้ ชน้ิ ส่วนตา่ ง ๆ ต้องประกอบและทาํ งานร่วมกันได้อย่างเรยี บง่ายและลงตัว
ดงั รูปท่ี 2

รปู ท่ี 2 ช้นิ สว่ นประกอบหลัก ๆ ของเครอื่ งผสมผลติ ภณั ฑค์ วามงามและชาํ ระลา้ ง

2.3 ทดสอบและปรับแต่งเครื่องจักร
การทดสอบและปรบั แต่งน้เี ปน็ การทดสอบเพื่ อบ่งชี้ให้เห็นถึงสมรรถนะของเครอ่ื งจักร
ทีม่ ีขีดความสามารถในการผลิตได้ดกี วา่ การใช้แรงงานมนษุ ยโ์ ดยทาํ การปรบั แต่งองคป์ ระกอบ
การทํางานบางอย่างของเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการผลิตผลิตภัณฑ์ชําระล้าง ซ่ึงได้
ยกตัวอย่างมาทําการทดสอบผลิตทั้งสิ้น 7 สูตร ที่ซึ่งเป็นสูตรที่นิยมทําการผลิตจําหน่าย
โดยท่วั ไป ดว้ ยขน้ั ตอนการทดสอบดงั น้ี
2.3.1 ทดสอบเพื่อหาคุณสมบัติทางกายภาพของเครือ่ งจกั ร
2.3.1.1 ทดสอบหาความเร็วรอบของใบพั ดท่ีเหมาะสมท่ีจะทําให้การกวนผสมเกิดการ
คลุกเคลา้ เป็นเน้ือเดียวกันได้เรว็ ทสี่ ุด โดยใชห้ วั เช้ือแชมพู (Sodium Lauryl Ether Sulfate;
N70) จาํ นวน 4 กิโลกรมั ซึ่งนิยมใชเ้ ปน็ สารตั้งต้นของการผลิตนํา้ ยาชาํ ระล้างต่าง ๆ
2.3.1.2 ทดสอบเพ่ื อหาอัตราการส่งจ่ายวัตถุดิบที่เหมาะสมท่ีซึ่งจะไม่ทําให้เกิดปัญหา
การจับตวั เปน็ กอ้ นของของเหลวในถังผสม โดยใช้นา้ํ เกลือจํานวน 26 ลิตร เข้าผสมกับ N70
ต่อจากขั้นตอนท่ี 2.3.1.1 ซ่ึงนิยมใช้เป็นสารตั้งต้นของการผลิตนํ้ายาชําระล้างต่าง ๆภายใต้
ความเร็วใบพัดทีเ่ หมาะสมทไ่ี ดจ้ ากการทดสอบในข้อ 2.3.1.1
2.3.1.3 ทดสอบเพ่ื อหาระยะการจมของใบพั ดใต้ผิวของเหลวท่ีน้อยท่ีสุดท่ีไม่ทําให้เกดิ
ปัญหาการกระฉอกและเกิดฟองในขณะเคร่ืองจักรทํางาน โดยการตัดสันด้านบนของใบพั ด
ออกครงั้ ละ 10 มิลลเิ มตร ซง่ึ จะทาํ ให้ใบพัดจมในของเหลวทคี่ วามลึกตา่ งกัน โดยยกตัวอย่าง
ทําการผลิตนํ้ายาอเนกประสงค์ขึ้นมา 1 สูตร ที่ปริมาตรเต้มพิ กัดบรรจุ 74 ลิตร และอ้างอิง

สทิ ธบิ ูรณ์ ศิรพิ รอัครชยั , คร่ืองผสมผลติ ภัณฑค์ วามงามและชาํ ระล้าง, หน้า 19-29 21

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

สภาวะทเี่ หมาะสมจากการทดสอบในข้อที่ 2.3.1.1 และ 2.3.1.2 มาใชเ้ ปน็ ค่าเริ่มต้นในการทดสอบ
ในหัวขอ้ นี้

2.3.2 ทดสอบหาสมรรถนะของเครือ่ งจกั ร
2.3.2.1 ทดสอบเพ่ื อหาอัตราการผลิต การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟา้ ระยะเวลารอฟอง
ยุบ และอัตราการนําผลผลิตออกจากเคร่ืองจักร โดยจะทําการทดลองผลิต ผลิตภัณฑ์ทั้ง 7
สตู ร สูตรละ 74 ลิตร และในแต่ละสตู รจะผลิตซ้าํ 3 ครั้ง เปรยี บเทยี บกนั ระหวา่ งการผลิตโดย
เครือ่ งจกั รและผลติ โดยแรงงานมนุษย์
2.3.2.2 ทดสอบเพื่อหาลักษณะทางกายภาพของผลผลิต เป็นการนาํ เอาผลผลิตทุกตัว
ที่ผลิตไดพ้ รอ้ มบรรจุภัณฑ์ มาทาํ การทดสอบเพื่อหาคา่ ความเป็นกรด-ด่าง (pH) คา่ ความหนืด
และการตกตะกอน เปรียบเทียบกันระหว่างการการผลิตโดยเคร่ืองจักรและการผลิตโดย
แรงงานมนษุ ย์

3. ผลการวจิ ยั
3.1 ผลการทดสอบการหาความเร็วใบพัดท่เี หมาะสม
ท่ีความเร็วใบพั ด 75 รอบ/นาที ดังรูปท่ี 3(e) จะใช้เวลาน้อยท่ีสุดในการทําให้ N70

จาํ นวน 4 กิโลกรมั แตกตัวโดยสมบูรณ์ ทคี่ วามเรว็ ใบพัดต่าํ กวา่ 75 รอบ/นาที ดังรปู ท่ี 3(a,
b, c, d) จะต้องใชเ้ วลามากข้ึนในการทาํ ให้ N70 แตกตวั โดยสมบรู ณ์ ในขณะท่ีความเร็วใบพัด
มากกว่า 75 รอบ/นาที ดงั รูปท่ี 3(f) ทาํ ให้ N70 บางสว่ นถูกเหว่ียงกระจายไปติดผนงั ของถัง
และไมถ่ กู ตีให้แตกตัว ฉะนัน้ จึงถือไดว้ ่า ที่ความเร็วใบพัด 75 รอบ/นาที เปน็ ระดับความเร็วที่
เหมาะสมที่สดุ เพราะจะทําใหใ้ ชเ้ วลาในกระบวนการผลิตสั้นทีส่ ุด

รูปท่ี 3 ผลของการกวน N70 โดยใบพัดเคร่ืองจกั รทคี่ วามเร็วรอบและเวลาแตกตา่ งกัน

3.2 ผลการทดสอบการหาอตั ราการสง่ จา่ ยวตั ถุดบิ ทีเ่ หมาะสม
ที่อัตราการไหลของนํ้าเกลือ 2, 2.2 และ 2.4 ลิตร/นาที ดังรูปที่ 4(a, b, c) น้ําเกลือ
สามารถผสมกับ N70 จนเป็นเนื้อเดียวกันได้ดี โดยของเหลวที่ผสมได้มีลักษณะข้นสีขาวขุ่น
คล้ายนม มีฟองเม็ดเล็กละเอียดปะปนอยู่โดยทั่ว เมื่อสัมผัสด้วยมือไม่พบการจับตัวเป็นกอ้ น
เล็ก ๆ ในเนื้อของผสมนั้นแต่อย่างใด ในขณะที่อัตราการไหล 2.6 ลิตร/นาที ดังรูปที่ 4(d)
ของผสมจะมีฟองฟู มากขึ้น และพบการจับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ปะปนอยู่บ่งบอกถึงการผสม
คลุกเคลา้ ได้ไม่ดี ดงั น้นั จงึ ถอื ไดว้ า่ ท่อี ัตราการไหล 2.4 ลติ ร/นาที เหมาะสมทส่ี ดุ เพราะจะทํา
ใหใ้ ชเ้ วลาในการผลติ สัน้ ท่สี ดุ
3.3 ผลการทดสอบหาระยะการจมของใบพัดใต้ผิวของเหลวที่น้อยท่ีสดุ ที่ซึง่ จะไม่ทาํ ให้
เกิดปัญหาการกระฉอกและเกิดฟองในขณะเคร่ืองจกั รทํางาน
จากรปู ท่ี 5(a) จุด “a” เป็นระดับความสูงของฟองทันทีหลังการผลิตนํ้ายาชําระล้างใน
ปรมิ าณ 74 ลิตร เสร็จสิน้ ลง และจดุ “b” เปน็ ระดบั สงู สดุ ของผลิตภัณฑ์เมอื่ ฟองได้ยบุ ตัวไป
หมดแล้ว จุด “c” เป็นระดับสันของใบพั ดด้านบนที่จมลงจากผิวของผลิตภัณฑ์แล้วไม่ทําให้
เกดิ ปญั หาฟองล้นออกมานอกถังในขณะเคร่ืองจกั รทํางาน โดยฟองจะมีลกั ษณะเป็นเม็ดเล็ก

สทิ ธิบรู ณ์ ศิริพรอัครชยั , คร่ืองผสมผลติ ภณั ฑค์ วามงามและชาํ ระลา้ ง, หนา้ 19-29 22

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

ๆ ละเอียดสขี าวขุ่นคลา้ ยนม และอย่ตู ํา่ กวา่ ขอบถงั ผสมเพียง 3 เซนติเมตร ดังรูปท่ี 5(b) จาก
การทดลองตัดสันด้านบนของใบพั ดออกครั้งละ 10 มิลลิเมตร เพ่ื อให้สันใบพั ดจมลงใต้ผิว
ของเหลวในถังผสมเป็นระยะความลึก 35, 45 และ 55 มิลลิเมตร ตามลําดับ พบว่าการเกิด
ฟองและมีของเหลวบางส่วนในถังผสมซึมล้นออกมาท่ีบริเวณขอบฝาถังน้อยลงตามลําดับ
ดงั รปู ท่ี 5(c, d, e) และเมอ่ื ตัดสนั ใบพั ดด้านบนใหส้ ันใบพั ดจมลงในของเหลวมากขึ้นเป็น 65
มิลลิเมตร พบว่า ปราศจากการซึมล้นของฟองออกมาบริเวณขอบถัง ดังรูปท่ี 5(f) ดังนั้น
จึงถือได้ว่าระยะการจมของสันใบพั ดที่ 65 มิลลิเมตร เป็นระยะท่ีเหมาะสมที่สุดกับความเร็ว
ใบพัดท่ี 75 รอบ/นาที

รูปท่ี 4 ผลของการผสมคลุกเคล้านํ้าเกลอื เข้ากับ N70 ท่อี ตั ราการไหลนํ้าเกลอื ทแี่ ตกตา่ งกัน

รูปท่ี 5 ผลจากการปรับระดับใบพัดใหจ้ มลงในของเหลวในถงั ผสม

3.4 ผลการทดสอบหาอัตราการผลิต การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟา้ ระยะเวลารอฟอง
ยุบ และอตั ราการนําผลผลิตออกจากเครือ่ งจกั ร

จากรูปที่ 6 ผลิตภัณฑ์ต่างสูตรกันย่อมใช้เวลาในการผลิตแตกต่างกัน (ขึ้นอยู่กับ
จํานวนวตั ถุดบิ ท่ตี ้องลําดบั ผสมให้เป็นผลิตภัณฑ์) จากการทดสอบและคาํ นวนพบว่า การผลิต
น้ํายาชําระล้าง 74 ลิตร โดยแรงงานมนุษย์จะต้องใช้เวลาเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 36 นาที ในขณะท่ี
ผลิตโดยเคร่ืองจักรจะใช้เวลาเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 17 นาที ประหยัดเวลาลงได้ 2 ชั่วโมง 19 นาที
โดยเครอื่ งจกั รจะมกี ารสิน้ เปลืองพลังงานไฟฟา้ เฉล่ีย 180.52 วัตต์ โดยพลังงานไฟฟา้ ที่ใช้จะ

สิทธิบูรณ์ ศิริพรอัครชยั , คร่ืองผสมผลติ ภัณฑ์ความงามและชาํ ระลา้ ง, หนา้ 19-29 23

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสูตรของผลิตภัณฑ์ ปริมาณ และความหนืด กล่าวคือ ในขณะท่ี
กระบวนการผสมกําลังเกิดข้ึนในถังผสม ภาระโหลดของใบพั ดซ่ึงรับกําลังขับหมุนมาจาก
มอเตอร์ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณของเหลวในถังผสม อีกทั้งของผสมแต่ละสูตรจะมี
ความหนอื ดทีแ่ ตกตา่ งกันดว้ ย

รปู ท่ี 6 เปรียบเทยี บเวลาเฉล่ียในกระบวนการผลิต และการสิ้นเปลืองพลงั งานไฟฟา้ ในการ
ผลิตผลิตภณั ฑ์นํ้ายาชาํ ระล้างทัง้ 7 สูตร โดยเครอ่ื งจักรและโดยแรงงานมนษุ ย์

รูปท่ี 7 เปรียบเทยี บอัตราการผลติ ผลติ ภัณฑน์ ํ้ายาชาํ ระลา้ งทั้ง 7 สตู ร ทผ่ี ลติ โดยเครอ่ื งจกั ร
และโดยแรงงานมนษุ ย์ และอัตราการนาํ ผลผลิตออกจากเครอ่ื งจักร

รปู ท่ี 8 เปรียบเทยี บปรมิ าณฟองท่ีเกดิ ขึน้ ทันทที ่กี ระบวนการผลติ เสร็จสิ้น และระยะเวลาการ
รอฟองยบุ จากกระบวนการผลิตโดยเครอ่ื งจกั รและโดยแรงงานมนุษย์

สทิ ธิบรู ณ์ ศิรพิ รอัครชยั , ครื่องผสมผลิตภณั ฑ์ความงามและชําระลา้ ง, หน้า 19-29 24

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

จากรปู ท่ี 7 อัตราการผลิตนํ้ายาชาํ ระล้างทัง้ 7 สูตรที่ผลิตโดยเครือ่ งจักรและผลิตโดย
แรงงานมนุษย์ และอัตราการนําผลผลิตออกจากเครื่องจักร พบว่า การผลิตโดยแรงงาน
มนุษย์มอี ตั ราการผลิตเฉล่ยี 20.62 ลิตร/ช่วั โมง ในขณะท่ีผลติ โดยเคร่ืองจกั รจะให้อัตราการ
ผลิตเฉลีย่ อยู่ที่ 57.87 ลติ ร/ชว่ั โมง (เพิ่มขึน้ 64.36 เปอร์เซน็ ต)์ ท้งั น้ี อตั ราการผลิตของแต่
ละสูตรผลิตภัณฑอ์ าจมีแตกต่างกัน เนอ่ื งจากผลิตภณั ฑแ์ ต่ละสูตรจะมีจํานวนลําดับวัตถุดิบท่ี
ตอ้ งลําเลยี งเข้าผสมทีแ่ ตกตา่ งกนั สว่ นอตั ราการนาํ ผลผลิตออกจากถงั ผสมของเคร่อื งจักรมี
ค่าเฉลี่ยอยู่ท่ี 3.78 ลิตร/นาที ในทํานองเดียวกัน อัตราการนําผลผลิตออกของผลิตภัณฑ์แต่
ละสูตรอาจมีคา่ แตกต่างกัน ขึน้ อยู่กบั ความหนดื

จากรูปที่ 8 เปรียบเทียบปริมาณฟองท่ีเกิดขึ้นทันทีที่กระบวนการผลิตเสร็จสิ้น และ
ระยะเวลาการรอฟองยุบจากการผลิตโดยเคร่ืองจักรและโดยแรงงานมนุษย์ พบว่า การผลิต
โดยแรงงานมนุษย์จะเกิดฟองเฉลี่ย 31.84 เปอรเ์ ซน็ ต์ ในขณะทก่ี ารผลิตโดยเคร่ืองจกั รจะเกิด
ฟองเฉล่ีย 15.30 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาตรผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในถังผสม (ลดลง 51.93
เปอร์เซ็นต)์ ทง้ั นี้ ปริมาณฟองยิ่งมมี ากยอ่ มเปน็ อุปสรรคในการขวางกั้นการไหลทสี่ ะดวกของ
ผลิตภัณฑ์บริเวณปากขวดบรรจุภัณฑ์ และทําให้การวัดปริมาณของเหลวที่จะบรรจุขาดความ
แม่นยําจนอาจไม่สามารถบรรจุภัณฑ์ได้ในทันที ต้องรอนานเพื่ อให้ฟองแตกยุบหายไปหมด
เสียก่อน ดังน้นั ปรมิ าณฟองมผี ลโดยตรงตอ่ ระยะเวลาการรอฟองยุบ ดังผลจากการทดสอบ
หาเวลาการรอฟองยุบ พบว่า การผลิตโดยแรงงานมนุษย์จะต้องใช้เวลารอฟองยุบประมาณ
47-48 ชัว่ โมง ในขณะท่เี มื่อผลิตโดยเคร่ืองจักรจะใช้เวลารอฟองยุบประมาณ 21-22 ชัว่ โมง
(ลดลง 54.2 เปอรเ์ ซ็นต)์ นอกจากนแี้ ล้วยงั สงั เกตเหน็ วา่ การผลติ โดยแรงงานมนษุ ย์จะทําให้
เกิดฟองท่ีมีเม็ดใหญ่กว่าการผลิตโดยเครื่องจักร ดังรูปท่ี 9(a) และเมื่อฟองบนผิวหน้า
ผลติ ภณั ฑ์ยบุ หมดไปแลว้ จะยังมีฟองเม็ด ๆ จาํ นวนมากแทรกซึมอยทู่ ัว่ เนื้อของเหลว ดังรูปที่
9(b) ตอ้ งรอใหฟ้ องนั้นลอยขึ้นมาบนผวิ ของเหลวและแตกจนหมดเสียก่อนจงึ จะทําการบรรจุ
ภัณฑ์ได้ ในขณะท่ีการผลิตโดยเคร่ืองจักร จะเกิดฟองที่มีเม็ดเล็กและละเอียดกว่ามากจน
มองเห็นเป็นสีขาวขุ่นคล้ายนม ดังรูปท่ี 9(c) และเม่ือฟองยบุ จนเกือบหมดจะไมห่ ลงเหลือฟอง
เม็ด ๆ แทรกซึมอยูท่ ัว่ เนือ้ ของเหลว ดังรปู ท่ี 9(d) จึงสามารถนาํ ไปบรรจภุ ัณฑ์ได้ทนั ที

รปู ท่ี 9 ปรากฏการณก์ ารเกิดฟองในกระบวนการผลิต

3.5 ผลการทดสอบทางกายภาพของผลผลติ
พบการตกตะกอน ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์สูตรที่ 2 “แชมพู มะเฟือง” ที่เกิดจากการผลิตโดย
แรงงานมนุษย์ แต่ไม่พบตะกอนในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยเคร่ืองจักร โดยลักษณะของตะกอนที่
เกิดขน้ึ จะมีลักษณะเปน็ เมือกลิ่มลอยอยกู่ ้นขวดบรรจุภัณฑ์เม่ือต้ังทิ้งไว้เป็นเวลา 3 และ 2 วันตามลําดับ
ดังรูปที่ 10 ซ่ึงตะกอนละลายหายไปอีกครั้งเม่ือเขย่าขวดบรรจุภัณฑ์ โดยสภาพการตกตะกอนจะไม่เปน็
ผลดีต่อผู้บริโภคในแงข่ องค่านิยมอีกท้ังตะกอนยังจะเป็นตัวขัดขวางการไหลและอาจเกิดการอุดตันของ
ท่อทางเดินผลิตภัณฑ์ประเภทบรรจุภัณฑ์แบบหัวป๊ ัมได้อีกด้วย จึงอาจทําให้ค่านิยมของผู้บริโภคลด
น้อยลงได้ และในทกุ ๆ คร้ัง และทกุ ๆ ผลติ ภณั ฑท์ มี่ าจากการผลติ โดยเคร่ืองจักรและโดยแรงงานมนุษย์
ต่างก็มีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ประเภทผลิตภัณฑ์
ชุมชน (pH 5-7) [13] แตจ่ ะสังเกตได้ว่า ผลิตภณั ฑ์ท่ีไดจ้ ากการผลิตโดยเครื่องจกั รจะใหค้ า่ pH ทีม่ คี วาม
คงที่สมํ่าเสมอมากกวา่ ผลิตภัณฑ์ท่ผี ลติ โดยแรงงานมนุษย์ ดังรปู ที่ 11 ในทาํ นองเดียวกนั กบั การทดสอบ

สทิ ธิบูรณ์ ศิริพรอัครชยั , คร่ืองผสมผลิตภัณฑค์ วามงามและชําระลา้ ง, หนา้ 19-29 25

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

คา่ ความหนืด ดังรปู ที่ 12 พบว่า ผลิตภณั ฑท์ ่ผี ลิตโดยเครื่องจกั รจะให้คา่ ความหนืดทมี่ คี วามคงท่สี ม่าํ เสมอ
มากกว่าผลติ ภณั ฑ์ทผ่ี ลติ โดยแรงงานมนษุ ย์

รปู ที่ 10 การเกดิ ตะกอนในผลิตภัณฑ์ทีท่ ําการทดสอบผลิตโดยแรงงานมนษุ ย์

รูปที่ 11 เปรยี บเทยี บลกั ษณะความคงทข่ี องคา่ ความเป็นกรด-ด่าง ของผลิตภัณฑน์ ้ํายาชาํ ระล้างท้งั 7
สูตร ท่ผี ลิตโดยเคร่ืองจักรและผลิตโดยแรงงานมนุษย์

สทิ ธิบรู ณ์ ศิริพรอัครชัย, ครื่องผสมผลติ ภณั ฑค์ วามงามและชาํ ระลา้ ง, หนา้ 19-29 26

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

รูปท่ี 12 เปรียบเทียบลักษณะความคงที่ของคา่ ความหนืด ของผลิตภณั ฑน์ ้าํ ยาชําระล้างทั้ง 7 สูตร
ที่ผลติ โดยเครื่องจกั รและผลติ โดยแรงงานมนุษย์

4. สรุปผลการวจิ ยั

เคร่ืองจักรท่ีสร้างข้ึนสามารถทํางานได้ตามขั้นตอน มีความแม่นยําตามที่ได้ออกแบบไว้ ภายใต้
สภาวะการทาํ งานทเ่ี หมาะสม ความเร็วใบพัดกวนควรจะอยู่ท่ี 75 รอบ/นาที และอตั ราการส่งจ่ายวัตถุดิบ
เขา้ ผสมในถังผสม 2.4 ลติ ร/นาที สร้างผลิตภณั ฑใ์ ห้มีคุณภาพและมีความคงท่ีในทกุ ๆ คร้ังของการผลิต
กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตได้จะมีความเป็นเน้ือเดียวกันไม่จับตัวเป็นก้อนและไม่เกิดการตกตะกอนเม่ือ
นําไปบรรจุภัณฑท์ ้ิงไว้เปน็ เวลานาน ๆ ฟองที่เกิดข้ึนกบั ผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กละเอียดทแ่ี ตก
สลายไปได้อย่างรวดเร็ว จึงใช้เวลารอฟองยุบน้อยลงตามไปด้วย ทําให้การบรรจุภัณฑ์ทําได้เร็วข้ึน ให้
กําลังการผลิตสูงสุดคร้ังละ 74 ลิตร ให้อัตราการผลิต 57.85 ลิตร/ชั่วโมง ในทุก ๆ ผลิตภัณฑ์ที่ทําการ
ทดสอบ (เพ่ิมข้ึน 64.36 เปอร์เซ็นต์ เม่ือเทียบกับการผลิตโดยแรงงานมนุษย์) ใช้พลังงานไฟฟา้ เฉลี่ย
0.18 กิโลวัตต์ อย่างไรก็ตาม การทดสอบน้ีเป็นเพี ยงตัวอย่างการผลิต หากจะทําการผลิตผลิตภัณฑ์
ประเภทเดียวกนั น้แี ตเ่ ป็นสตู รอ่ืนนอกเหนือจากสตู รทที่ าํ การทดสอบน้ี ควรทจ่ี ะทาํ การทดสอบการผลิตจริง
อีกครงั้ เพื่อให้ได้ความแม่นยําเฉพาะสูตรตอ่ ไป และเมื่ออ้างอิงการผลิตโดยเครอ่ื งจักรวันละ 8 ชั่วโมง ที่
มีต้นทุนการผลิตทั้งส้ิน 5,278,979 บาท/ปี จะมีรายได้สุทธิจากการขายผลิตภัณฑ์ได้ทง้ั สน้ิ 8,716,093
บาท/ปี จึงคืนทุนภายในระยะเวลา 0.6 ปี โดยเครื่องจักรน้ีมีขีดจํากัดในการใช้กับของเหลวที่มีค่าความ
หนืดไม่ควรเกิน 3,000 cSt. (หรือเทียบเคียงกับความหนืดของครีมบํารุงผิวทั่วไป) เพื่ อป้องกันไม่ให้

สทิ ธบิ ูรณ์ ศิริพรอัครชยั , ครื่องผสมผลิตภัณฑ์ความงามและชําระล้าง, หนา้ 19-29 27

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

เคร่ืองจักรรับภาระโหลดมากเกนิ ไป อีกทั้งยังสามารถพั ฒนาต่อยอดเคร่ืองจักรให้ใช้กับของเหลวความ
หนืดสงู กวา่ น้อี ีกได้ หรือใหค้ วามร้อนรว่ มในกระบวนการผลติ จะทาํ ใหเ้ ครื่องจกั รมีอรรถประโยชนม์ ากขน้ึ

กลมุ่ ผปู้ ระกอบการซ่งึ นําเครอื่ งจักรตน้ แบบนีไ้ ปใช้ให้การยอมรับกับเทคนิควิธีของเครื่องจักรและ
ผลผลิตท่ีได้โดยเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตได้โดยเครื่องจักรจะมีคณุ ภาพที่ดีตอบโจทย์ความตอ้ งการ
ของผู้ใช้ เครือ่ งจกั รยังมรี ูปร่างลักษณะประณีตสวยงาม ใช้งานและบาํ รุงรกั ษาง่าย ทํางานเงียบ ประหยัด
ไฟ มีขนาดกะทัดรัดและเคล่ือนย้ายง่าย ให้ผลผลิตท่ีรวดเร็วและมีคุณภาพคงที่มากกว่าการผลิตโดย
แรงงานมนษุ ย์แบบเดมิ สามารถแก้ปัญหาความย่งุ ยากในกระบวนการผลิตแบบเดิมได้เป็นอยา่ งดี อกี ท้งั
ยงั ชว่ ยลดแรงงานมนษุ ย์ในการผลิตลงได้ถงึ 87.5 เปอร์เซน็ ต์ (จาก 8 คน เหลือเพียง 1 คน) ทําให้การ
ปฏิบตั ิงานเป็นไปด้วยความสะดวกสบายย่งิ ขึ้น สรา้ งความคลอ่ งตวั ในการโยกย้ายแรงงานมนุษย์ไปใช้ใน
กระบวนการผลติ อน่ื ๆ ท่ีสอดรับกบั การขยายตลาดได้ดยี ิง่ ขน้ึ ดงั รปู ที่ 13

รปู ท่ี 13 การสาธติ ใชง้ านเครื่องจกั รโดยผูป้ ระกอบการและตรวจประเมินผลงานโดยผทู้ รงคุณวุฒิ
พร้อมส่งมอบเครือ่ งจักรให้ผปู้ ระกอบการโดยผสู้ นับสนุนทุนวิจัย

กติ ตกิ รรมประกาศ

ขอขอบคุณ สํานักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สํานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนให้คําแนะนํา และติดตาม
ประเมนิ ผล และขอบคุณ กลมุ่ ชวี วถิ ีตําบลน้าํ เกย๋ี น ผูร้ ่วมสนบั สนนุ เอ้อื เฟ้ อื ข้อมลู สถานที่ วตั ถุดบิ ทดสอบ
ตลอดจนรว่ มทดสอบเครือ่ งจักรตน้ แบบ

เอกสารอา้ งองิ

K. Deepromkul, “History of the Nam-Kien Sub-District Biological Group,” presented at
the Nam-Kien Sub-District Biological Group, Phupieng, Nan, Feb 6 - 7 , 2 0 1 1 ( in
Thai).

S. Saramontee, “The process of making and distributing products for all-purpose liquid
of various types of cleansing of the Nam-Kien Sub-District Biological Group,”
presented at the Nam-Kien Sub-District Biological Group, Phupieng, Nan, Feb
7-9, 2011 (in Thai).

W. Tia, “Energy analysis of economics and saving study of energy conservation in the
industry,” presented at the Faculty of Energy and Inventories, King Mongkut’s
University of Technology Thonburi, Bangkok, Mar 2-5, 1997 (in Thai).

B. Sornnin and S. Wattanasriyakul, Manual Table of The Metal Work,” 1 st ed., Bangkok,
Textbook Production Center, King Mongkut's Institute of Technology North
Bangkok, 2006 (in Thai).

W. Ungphakorn and C. Thnad-Ngan, Mechanical Design 1 , 3 rd ed., Bangkok, SE-
EDUCATION, 1984, pp. 29-36 (in Thai).

W. Ungphakorn and C. Thnad-Ngan, Mechanical Design 2 , 1 st ed., Bangkok, SE-
EDUCATION, 1983, pp. 45-51 (in Thai).

C. kasipar, Strength of Material, 9 th ed, Bangkok, Chwn Phimph, 1 9 8 5 , pp. 3 1 - 3 8 ( in
Thai).

สทิ ธิบรู ณ์ ศิรพิ รอัครชยั , คร่ืองผสมผลติ ภัณฑค์ วามงามและชําระลา้ ง, หนา้ 19-29 28

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

S. Rungwattanapong, Solid Mechanics, 1 0 th ed, Bangkok, SE-EDUCATION, 2 0 0 5 , pp.
54-62 (in Thai).

HOPKINS, R. B., Calculating Deflections in Stepped Shafts and Nonuniform Beams,
Machine Design, John Wiley&Sons, Inc., New York, 1961, pp. 108-123.

Smith, C. E., Applied Mechanics: Dynamics, 2 nd ed., John Wiley&Sons, Inc., New York,
1982, pp. 86-97.

Rashid, M. H., Power electronics; circuit, device, and application, 2nd ed., Inc., Prentice-
Hall, New Jersey, 1993, pp. 91-107.

C. Sittisombat, W. Weerawong and A. Chit-aree, “Multipurpose Mixing Machine,” B.S.
thesis, Department of Mechanical Technology, faculty of Engineering,
Rajamangala University of Technology Lanna Nan, 2009 (in Thai).

T. Srichandee, “The Formulars of Liquid Detergents, Shampoos and Liquid Soaps of the
Nam-Kien Sub-District Biological Group,” presented at the Nam-Kien Sub-District
Biological Group, Phupieng, Nan, May 10-11, 2011 (in Thai).

สิทธิบรู ณ์ ศิริพรอัครชัย, ครื่องผสมผลิตภณั ฑ์ความงามและชาํ ระลา้ ง, หนา้ 19-29 29

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวัตกรรมวารสI าJรวoจิ ัยuเทrคnโนaโลlยoีนวfตั กIรnรมnปoี 5vเaลม่ ti2v(eกรกTฎาeคcม h- ธnนั oวาlคoม g25y64)Research

 Research Article การพั ฒนาผลิตภณั ฑ์ไกย่ อเสรมิ แป้งกลว้ ยและนา้ํ พริกไส้อ่ัว
Development of Chicken Sausages (Kai Yor) Product
Supplemented with Banana Flour and Sai Aua Curry Paste

นภาพร ดสี นาม*1 จารุวรรณ รักษาวงศ์2
Napaporn Deesanam*1, Jaruwan Ruksavong2

*1 สาขาอุตสาหกรรมเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา ลาํ ปาง
200 หมู่ 17 ตาํ บลพิชยั จังหวดั ลาํ ปาง 52000
2 สาขาอุตสาหกรรมเกษตร คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ลําปาง
200 หมู่ 17 ตาํ บลพิชัย จงั หวัดลาํ ปาง 52000
*1 Department of Food Science and Technology, Faculty of Science and Agricultural Technology,
Rajamangala University of Technology Lanna (RMUTL), 200 Moo 17, Pichai District, Amphur Muang,
Lampang 52000 THAILAND
2 Department of Food Science and Technology, Faculty of Science and Agricultural Technology,
Rajamangala University of Technology Lanna (RMUTL), 200 Moo 17, Pichai District, Amphur Muang,
Lampang 52000 THAILAND

บทคดั ย่อ

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ยอในคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ อเพ่ิมความแปลกใหม่ให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยศึกษา
อัตราส่วนของเนื้อไก่ต่อมันไก่ร้อยละ 80:0, 70:10 และ 60:20 วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์
(CRD) ศึกษาการเติมแป้งกล้วยร้อยละ 0 และ 7 ร่วมกับการเติมน้ําพริกไส้อั่วร้อยละ 10 และ 20 วาง
แผนการทดลองแบบ 2x2 Factorial design in CRD วิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ทางเคมีกายภาพ
และทางประสาทสัมผสั จากการทดลองพบว่าเน้ือไก่ต่อมันไกร่ ้อยละ 60:20 ได้รับคะแนนความชอบรวม
มากท่ีสดุ (7.7 คะแนน) โดยมคี ่าความยดื หยุ่น (0.37) และการเช่อื มติด (0.76) มากที่สุด (p≤0.05) การ
เติมแป้งกล้วยร้อยละ 7 และนํ้าพริกไส้อั่วร้อยละ 10 ได้รับคะแนนความชอบทางประสาทสัมผัสและมี
ปริมาณเสน้ ใยหยาบทงั้ หมด (รอ้ ยละ 3.24) มากกวา่ สตู รควบคมุ (ร้อยละ 0.13)
คาํ สาํ คัญ: ไกย่ อ, แปง้ กลว้ ย, นํา้ พริกไสอ้ วั่

Received: Abstract
30 August 2020
Revised: The purpose of chicken sausage development was to increase the degree of product
15 November 2021 novelty. The experimental design of completely randomized design (CRD) was used to
Accepted: study ratios of chicken meat and chicken fat at 80:0, 70:10 and 60:20. Banana flour
9 December 2021 contents of 0 and 7% with addition of Sai-Aua curry paste contents of 10 and 20%
Published: were carried out using the experimental design of 2x2 factorial in CRD.
15 December 2021 Physicochemical and sensory analyses were performed. The results showed that the
highest scores of overall acceptances (7.7 scores) were rated for the sausage obtained
*Corresponding Author: from chicken meat and chicken fat at 60:20 with the highest of springiness (0.37) and
[email protected] cohesiveness (0.76) values (p<0.05). Addition of 7% banana four and 10% Sai-Aua curry
paste gave higher sensory hedonic scores and crude fiber content (3.24%) than a
Copyright: control formula (0.13%).
© Rajamangala University Keywords: Chicken Sausages, Banana flour, Curry Paste (Sai Aua)
of Technology Lanna.
All right reserved

ISSN
Print: 2586-8500
Electronic: 2586-8632

นภาพร ดสี นาม, การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ไก่ยอเสริมแปง้ กลว้ ยและนํ้าพรกิ ไสอ้ ั่ว, หนา้ 30-35 30

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวัตกรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2564)

1. บทนาํ

ไส้อั่วและหมูยอเป็นอาหารพร้อมรับประทานพ้ื นบ้านทางภาคเหนือพร้อมรับประทานที่ได้รับความนิยมกนั
แพร่หลายในปจั จบุ นั ผลติ ภัณฑ์ไส้อวั่ และหมยู อนิยมทาํ จากเนื้อหมเู ปน็ ส่วนใหญ่ ปัจจบุ นั เน้อื หมูมรี าคาแพง
ขึ้น เน่ืองจากสถานการณโ์ ควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจท่วั โลก ส่งผลให้วัตถุดิบทางการเกษตรมี
ราคาแพงขึน้ ผู้วจิ ยั จึงมแี นวความคิดที่จะผสมผสานคุณลกั ษณะของผลิตภัณฑ์อาหารล้านนาสองชนิดเข้า
ด้วยกันโดยการพัฒนาไก่ยอให้มีรสชาติและกล่ินรสที่แปลกใหม่ และใช้วัตถุดิบเนือ้ ไกท่ ่ีมรี าคาถกู กว่าแทน
วัตถุดิบเนื้อหมู เสริมด้วยน้ําพริกไส้อ่ัวและมันไก่เช่นเดียวกับลักษณะผลิตภัณฑ์ไส้อ่ัว และเป็นผลิตภณั ฑ์
บดละเอียดเชน่ เดยี วกบั ลักษณะของหมูยอท่ีมเี นือ้ ท่เี รียบเนียน มคี วามยดื หยนุ่ และฉา่ํ นา้ํ รวมถงึ การเสริม
แป้งกล้วยซ่ึงทํามาจากวัตถุดิบท่ีหาได้ง่ายในท้องถ่ิน ช่วยเสริมเส้นใยอาหารให้แก่ผลิตภัณฑ์เน้ือสัตวไ์ ด้
เพ่ิมข้ึน และมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ดังน้ันการศึกษาการพั ฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ยอเสริมแป้ง
กล้วยและนํ้าพริกไส้อั่วจึงเหมาะสําหรับผู้บริโภคท่ีแสวงหาอาหารที่แปลกใหม่ และเป็นแนวทางสําหรับ
ประกอบอาชพี ได้

2. แนวคดิ ทฤษฎที ีเ่ ก่ยี วข้อง

หมยู อ หมายถงึ ผลติ ภณั ฑท์ ี่ทาํ จากเน้ือหมู มันหมู และเคร่อื งปรุงรส อาจมสี ว่ นประกอบอนื่ เช่น
โปรตีนนม โปรตีนจากถ่ัวเหลืองชนิดเข้มข้น และแป้งมันสําปะหลัง นํามาผสมและบดให้ละเอียดเป็นเน้ือ
เดียวกัน อาจมีส่วนผสมที่เติมลงไปเพื่ อให้เกิดลักษณะเฉพาะ เช่น หนังหมู เห็ดหอม พริกไทยดํา และ
สาหรา่ ย นาํ มาคลุกผสมใหก้ ระจายโดยทวั่ แล้วบรรจุในวัสดุหอ่ หมุ้ ให้แนน่ นําไปต้มหรือนงึ่ (steaming) ให้
สุก ส่วนท่ีเป็นเนื้อต้องละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน อาจมีโพรงอากาศได้เล็กน้อย ส่วนไส้อั่ว หมายถึง
ผลิตภัณฑ์ทาํ จากเนื้อหมมู ันหมู ปรุงรสด้วยเครอ่ื งปรงุ รสและเครื่องเทศ หรือสมุนไพร เชน่ เกลือ น้าํ ตาล
ซอี ี๊วขาว พรกิ แหง้ ตะไคร้ กระเทียม หอม ใบมะกรูด ขมิ้น บดหรอื โขลก อาจเติมกระดกู หมอู ่อนด้วยก็ได้
ผสมให้เข้ากัน บรรจุในไส้หมูท่ีล้างสะอาดแลว้ หรือไส้ชนิดอนื่ ทบ่ี ริโภคได้ แลว้ นาํ ไปทาํ ให้สกุ [1] ในการทําไก่
ยอผลิตภัณฑ์ท่ีไดจ้ ะต้องมีสีตามธรรมชาติ ลกั ษณะเนอื้ ละเอียด สามารถมีโพรง อากาศไดบ้ า้ งเลก็ นอ้ ยและ
ต้องมีการกระจายตัวของส่วนผสมที่ใช้อย่างสมํ่าเสมอ โดยเม่ือผ่าออกแล้ว ต้องไม่พบส่วนท่ีไม่สุก
รวมถึงมีลักษณะเนื้อสมั ผสั ท่ีเหนยี วนุ่ม ไมเ่ ละ และต้องมีกลน่ิ รสท่ดี ี ปราศจาก กล่นิ อับ กลิน่ เหม็นเปร้ียว
และกลน่ิ หืน [2]

จากการศึกษา [3] การพั ฒนาหมูยอรสพะแนง หมูยอท่ีพั ฒนาขึ้นมีปริมาณใยอาหาร วิตามินบี
หนึ่ง วติ ามินเอ แคลเซยี ม และมปี รมิ าณโซเดียมมากกวา่ เมื่อเทียบกับหมูยอท่ีมีขายอยทู่ ่ัวไป โดยปรมิ าณ
สารอาหารที่เพ่ิมมากข้ึนเน่ืองมาจากปริมาณพรกิ แกงพะแนงที่ใส่ลงไป และผู้บริโภคยอมรับผลติ ภัณฑ์หมู
ยอรสพะแนง

3. วิธีดําเนินการวจิ ัย

3.1 การศกึ ษาอตั ราสว่ นของเน้ืออกไก่ตอ่ มนั ไก่ร้อยละ 80:00 70:10 และ 60:20 ท่เี หมาะสม ใน
การผลิตไกย่ อแตล่ ะสตู รการทดลองโดยเครื่องสบั ผสม (Rewebo Food Machinery, C6W ELE.) สับ
ผสมเนอ้ื อกไกแ่ ละมนั ไก่ประมาณ 3 นาที เตมิ ผงหมยู อ (บริษัท สเปเชียลฟูด้ จํากดั ) รอ้ ยละ 9 กับน้าํ แข็ง
ร้อยละ 11 สับผสมนาน 3 นาที จึงตักบรรจุใส่พิ มพ์ ขนมปังขนาด 13.5×6.5 เซนติเมตร ปริมาณ 350±5
กรัม อบในเตาอบท่อี ณุ หภมู ิ 180 องศาเซลเซยี ส นาน 40 นาที [4] ทาํ 3 ซ้ําการทดลอง วเิ คราะห์คุณภาพ
ผลิตภัณฑ์ โดยการวัดค่าเน้ือสัมผัส (Texture Analyzer) (Stable Micro Systems; T.A.XT; U.S.A)
ใช้หัววัดชนิด 3 point bend (HDP/3PB) (condition; Pretest speed: 2.0 mm/s, Test speed:
10 mm/s, Posttest speed: 10.0 mm/s, Distance: 30 mm) หาปริมาณความชื้น [5] วางแผนการ
ทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD, Completely Randomized Design) และทดสอบความชอบทาง
ประสาทสัมผัสแบบ 9 Point hedonic scale ด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และ
ความชอบรวม (1 หมายถึงไม่ชอบมากท่ีสุดและ 9 หมายถึงชอบมากที่สุด) โดยผู้ทดสอบระดับ
ห้องปฏบิ ตั ิการจํานวน 30 คน ซ่ึงรจู้ กั ผลิตภัณฑ์แตไ่ ม่ได้รบั การฝึกฝน วางแผนการทดลองแบบในบล็อก
ส มบู รณ์ (RCBD, Randomized Complete Block Design) วิ เ ค รา ะห์ ค วา มแป รป รวนทา ง ส ถิติ
(ANOVA) ทรี่ ะดบั ความเชอ่ื ม่ันร้อยละ 95 และเปรยี บเทยี บความแตกต่างของค่าเฉลี่ยด้วยวธิ ี Duncan’s
New Multiple Range Test (DMNRT) วเิ คราะห์ข้อมลู ดว้ ยโปรแกรมสาํ เรจ็ รูป SPSS version 19

3.2 การศึกษาปริมาณการเติมแป้งกล้วย จากวิธีการผลิตแป้งกล้วย [6] ร้อยละ 0 และ 7
ร่วมกับการเติมน้ําพริกไส้อ่ัวร้อยละ 10 และ 20 ทดแทนส่วนผสมของเนื้ออกไก่ เติมในขั้นตอนหลังการ
สบั ผสมเนอ้ื ไก่และมันไก่ ซง่ึ น้าํ พริกไส้อวั่ ประกอบด้วยพรกิ แหง้ ใหญ่ หอมแดง กระเทียม พรกิ ไทยปน่ เมด็
ผักชีป่น ขม้ิน ตะไคร้ และข่าร้อยละ 7.5 18 14 4 4 2.5 48 และ 2 ตามลําดับ วางแผนการทดลองแบบ
2x2 Factorial design in CRD ทํา 3 ซ้ําการทดลอง วิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์ทางเคมี กายภาพ
และทางประสาทสัมผัส ดงั ขอ้ 3.1

3.3 การศึกษาคุณภาพผลิตภัณฑ์สุดท้ายเปรียบเทียบกับตัวอย่างควบคุม (ประกอบด้วยเนื้อ
อกไกร่ อ้ ยละ 80 ผงหมยู อ ร้อยละ 9 และนาํ้ แขง็ ร้อยละ 11) โดยวิเคราะห์หาปริมาณความชื้น โปรตีน เส้น
ใย และเถ้า วิเคราะห์ความแปรปรวนทางสถติ ิด้วยการทดสอบ T-test วิเคราะหค์ วามแปรปรวนทางสถิติ

นภาพร ดสี นาม, การพัฒนาผลติ ภัณฑไ์ ก่ยอเสรมิ แป้งกล้วยและนํ้าพริกไสอ้ วั่ , หนา้ 30-35 31

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

(ANOVA) ที่ระดับความเชื่อม่นั รอ้ ยละ 95 และเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของคา่ เฉลี่ยดว้ ยวธิ ี Duncan’s
New Multiple Range Test (DMNRT) วเิ คราะหข์ ้อมูลดว้ ยโปรแกรมสําเร็จรูป และทดสอบการยอมรับ
ของผู้บริโภคท่ัวไป จํานวน 100 ในพ้ื นท่ีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลําปางและบริเวณ
ใกล้เคียง โดยมีเพศหญิงร้อยละ 64 เพศชายร้อยละ 36 อยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปีร้อยละ 94 การศึกษา
ระดบั ปริญญาตรรี อ้ ยละ 95 อาชพี นักศึกษารอ้ ยละ 93 ทดสอบแบบ Central Location CLT

4. ผลการวิจยั

4.1 ผลการศึกษาอัตราส่วนของเน้ืออกไก่ต่อมันไก่ท่ีเหมาะสม ผลิตภัณฑ์ไก่ยอทั้งสามสูตรมี
ลกั ษณะปรากฎ สี รสชาติ กลน่ิ รส ความเหนยี ว (Gumminess) และการเค้ียว (Chewiness) ไมแ่ ตกต่าง
กันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) ซ่ึงท้ังสามสูตรมีค่า Gumminess อยู่ในช่วง 29.43-32.63 N
และค่า Chewiness อยู่ในช่วง 9.76-11.97 N สูตรทใี่ ช้เนือ้ ไกต่ ่อมนั ไกร่ ้อยละ 60:20 และ 70:10 มคี ะแนน
ความชอบรวมมากกว่าสูตรเน้ือไก่ต่อมันไก่ร้อยละ 80:00 (p<0.05) โดยสูตรเนื้อไก่ต่อมันไก่ร้อยละ
80:00 มปี รมิ าณความชนื้ คะแนนความชอบดา้ นเน้ือสมั ผัส ความชอบรวม ค่า Cohesiveness น้อยกว่า
ทกุ สตู ร และมีคา่ ความแขง็ (Hardness) มากทีส่ ดุ (p<0.05) ดังตารางท่ี 1

ตารางท่ี 1 การเตมิ อัตราสว่ นของเน้ือไก่ตอ่ มนั ไกต่ อ่ ปริมาณความชืน้ และองค์ประกอบของเนอ้ื สัมผสั ของ
ผลติ ภัณฑ์ไก่ยอ

เนื้อไก:่ ความชื้น เนือ้ ความ ความแขง็ ความ การเช่อื ม
มนั ไก่ (ร้อยละ) สมั ผัส ชอบรวม (N) ยดื หยุ่น ตดิ
(ร้อยละ)
80:00 40.61c±0.19 5.9b±1.6 6.8b±1.1 49.43a±4.57 0.37a±0.03 0.66b±0.05
70:10 49.07b±0.60 7.1b±1.6 7.4a±1.2 41.95b±5.97 0.32b±0.04 0.72a±0.04
60:20 58.08a±0.29 7.7a±0.8 7.7a±1.1 39.08b±7.20 0.37a±0.04 0.76a±0.03

หมายเหต:ุ
ns หมายถงึ ไมม่ ีความแตกตา่ งกันอย่างมีนยั สําคญั ทางสถติ ิ (p>0.05)
a,b… อกั ษรทแ่ี ตกตา่ งกนั ตามแนวตัง้ หมายถงึ มีความแตกตา่ งกันอยา่ งมีนัยสําคัญ
ทางสถิติ (p≤0.05)

สตู รไก่ยอท่ีเตมิ ปรมิ าณมันไกเ่ พิ่ มข้ึนมีแนวโน้มทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑ์มปี ริมาณความชืน้ และการเช่ือม
ตดิ มากข้นึ โดยมคี า่ ความแขง็ ของผลติ ภณั ฑ์ลดลง สง่ ผลใหไ้ ด้รับคะแนนความชอบจากผู้ทดสอบชิมด้าน
เนื้อสมั ผัสและความชอบรวมเพ่ิมขน้ึ

สูตรเนื้อไก่ร้อยละ 60 ต่อมันไก่ร้อยละ 20 มีค่าความแข็งน้อย มีค่าการเชื่อมติดและค่าความ
ยดื หย่นุ มาก และมีคะแนนความชอบด้านเนื้อสัมผสั และความชอบรวมมากท่ีสดุ (p≤0.05) จึงนาํ ไปพัฒนา
ในขนั้ ตอนต่อไป นอกจากนีก้ ารเตมิ นา้ํ พรกิ ร้อยละ 10 และ 20 มคี ะแนนความชอบรวมทางประสาทสัมผัส
และองค์ประกอบเนื้อสมั ผัสไม่แตกต่างกัน จึงได้ศึกษาปริมาณน้ําพริกท้ังสองระดับร่วมกับการเติมแป้ง
กล้วยในการทดลองตอ่ ไป

4.2 ผลการศึกษาปรมิ าณการเติมแปง้ กลว้ ยร่วมกับการเตมิ นํา้ พรกิ ไส้อั่ว
สูตรท่ีเตมิ แปง้ กลว้ ยร่วมกับน้าํ พริกไสอ้ ่ัวร้อยละ 0:20 ไดร้ บั คะแนนความชอบทางประสาทสัมผัส
ดา้ นลักษณะปรากฏ สี และกลน่ิ รส มากทสี่ ุด (p<0.05) และไดร้ บั คะแนนความชอบดา้ นรสชาติ เนือ้ สมั ผัส
ไมแ่ ตกตา่ งกบั สง่ิ ทดลอง 0:10 อย่างมีนยั สําคญั ทางสถติ ิ (p>0.05) ส่วนคะแนนความชอบรวมทงั้ 4 สง่ิ
ทดลองไมม่ ีความแตกตา่ งกันอย่างมีนัยสําคญั ทางสถติ ิ (p>0.05) ดังรปู ภาพที่ 1

รปู ภาพท่ี 1 คะแนนความชอบทางประสาทสมั ผสั ของไกย่ อทเ่ี ติมอัตราสว่ น 32
ของแป้งกล้วยต่อนํา้ พริกไส้อวั่ ตา่ งกัน

นภาพร ดีสนาม, การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ไกย่ อเสริมแปง้ กล้วยและนํา้ พรกิ ไสอ้ วั่ , หนา้ 30-35

วารสารวิจัยเทคโนโลยนี วตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

การเติมแป้งกล้วยร้อยละ 7 มีผลต่อปริมาณความช้ืนเพ่ิ มข้ึนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ
(p≤0.05) การเติมน้ําพริกไส้อั่วไม่มีผลต่อปริมาณความช้ืน (p>0.05) สิ่งทดลองที่เติมแป้งกล้วยต่อ
น้ําพริกไส้อั่วร้อยละ 7:10 มีปริมาณความช้ืนมากกว่าส่ิงทดลองที่เติมแปง้ กล้วยต่อน้ําพริกไส้อั่วร้อยละ
7:20 (p≤0.05) ส่วนส่ิงทดลองที่ไม่เติมแป้งกล้วยและเติมน้ําพริกไส้อั่วร้อยละ 10 และ 20 มีปริมาณ
ความชนื้ นอ้ ยกว่าส่งิ ทดลองอืน่ และไมม่ คี วามแตกตา่ งกนั อย่างมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ิ (p>0.05)

การเติมแป้งกล้วยในระดับที่ต่างกันไม่มีผลต่อค่าความแข็ง (Hardness) และความยืดหยุ่น
(Springiness) อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) โดยมีค่า Hardness อยู่ในช่วง 17.94-20.63 N
และค่า Springiness อยู่ในช่วง 0.40-0.43 การเติมแป้งกล้วยร้อยละ 7 มีผลต่อค่าการเชื่อมติด
(Cohesiveness) ความเหนียว (Gumminess) การเคี้ยว (Chewiness) มากที่สุด (p≤0.05) การเติม
นา้ํ พรกิ ไสอ้ ว่ั ร้อยละ 20 มผี ลตอ่ ค่า Cohesiveness และ Chewiness มากกว่าการเตมิ รอ้ ยละ 10 อย่าง
มีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) การเติมแป้งกล้วยร่วมกับน้ําพริกไส้อั่วไม่มีผลต่อทุกองค์ประกอบเน้ือ
สัมผัสอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) แต่มีผลต่อปริมาณความชื้นท่ีเพ่ิมขึ้นเม่ือเติมแป้งกล้วยตอ่
นํ้าพรกิ ไส้อ่ัวทมี่ ากขึ้นอย่างมนี ัยสาํ คัญทางสถิติ (p<0.05)

ตารางที่ 2 การเติมแป้งกล้วยต่อนํ้าพริกไส้อ่ัวต่อปริมาณความชื้นและองค์ประกอบของเนื้อสัมผัส
ผลติ ภณั ฑไ์ ก่ยอ

สง่ิ ทดลอง ความช้นื การเชอ่ื มติด ความเหนยี ว การเคี้ยว
(N) (N)
(รอ้ ยละ) (ร้อยละ) 0.68b±0.07
0.71a±0.05 11.98b±2.75 5.11b±1.79
แป้งกล้วย 13.79a±3.10 5.87a±2.13
0.68b±0.06
0 58.74b±2.86 0.70a±0.06 12.37ns±2.12 5.10b±1.36
13.39±3.72 5.88a±2.43
7 63.76a±1.43 0.69ns±0.06
0.66±0.07 12.32ns±3.24 5.27ns±1.96
นา้ํ พริกไส้อ่ัว 0.70±0.04 11.63±2.15 4.95±1.62
0.71±0.07 13.12±1.85 5.25±1.05
10 61.05ns±2.55 14.47±3.90 6.49±2.71

20 61.45±4.12

แป้งกล้วย:นา้ํ พริกไส้อ่วั

0:10 57.96c±2.88

0:20 59.52c±2.79

7:10 64.94a±0.68

7:20 62.58b±0.86

หมายเหต:ุ
ns หมายถงึ ไมม่ ีความแตกต่างกนั อยา่ งมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิ (p>0.05)
a,b…อักษรท่ีแตกตา่ งกันในแต่ละปจั จัย หมายถงึ มีความแตกต่างกนั
อย่างมีนัยสําคญั ทางสถิติ (p≤0.05)

ตารางที่ 3 ผลการศึกษาคุณภาพสุดทา้ ยของผลิตภัณฑ์ไกย่ อเสริมแปง้ กล้วยและน้ําพรกิ ไส้อัว่ และสูตรควบคมุ

องค์ประกอบทางเคมี สูตรควบคุม ผลิตภณั ฑส์ ุดท้าย
ความชนื้ (รอ้ ยละ) 37.40b±1.55 64.80a±2.22
โปรตนี (ร้อยละ) 17.28a±1.42 12.18b±0.91
0.13b±0.15 3.24a±1.98
เสน้ ใยท้ังหมด (ร้อยละ)
เถ้าns (ร้อยละ) 2.21±0.10 2.22±0.10

หมายเหตุ:
ns หมายถงึ ไม่มคี วามแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสาํ คัญทางสถติ ิ (p>0.05)
a,b…อักษรท่แี ตกต่างกันตามแนวต้งั หมายถึง มีความแตกต่างกนั
อยา่ งมนี ัยสาํ คัญทางสถิติ (p≤0.05)

การเติมแป้งกล้วยมีผลทําให้ผลติ ภณั ฑ์มปี ริมาณความชื้น ค่าการเชื่อมติด ความเหนยี ว และการ
เคี้ยวเพ่ิมสูงขึ้นอาจเนื่องจากสมบัติของแป้งกล้วยเมื่อละลายน้ําเม็ดแป้งจะเกิดการดูดซบั ความชื้นเปน็
สารละลายคอลลอยด์ และเกิดการพองตัวเป็นเจลเม่ือได้รับความร้อนที่เหมาะสม นอกจากน้ีสารประกอบ
เพค ตินในแป้งกล้วยเป็นสารพวกโพ ลีแซค ค าไ รด์ที่ มีสมบัติ ในกา รล ะลา ยน้ํา จะทํ าให้ แป้งมีค วา มข้ น ห นื ด
เพิ่มขน้ึ และมีโครงสรา้ งของเจลท่ีแข็งแรง

นภาพร ดีสนาม, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่ยอเสริมแป้งกล้วยและนํา้ พริกไสอ้ ัว่ , หนา้ 30-35 33

วารสารวจิ ัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เล่ม 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

สําหรับการเติมน้าํ พรกิ ไส้อั่วร้อยละ 20 ทําให้เนื้อสมั ผสั มีค่าการเช่อื มตดิ และการเคยี้ วสูงกว่าการ
เติมนํ้าพริกไส้อั่วร้อยละ 10 อาจเน่ืองจากปริมาณสมุนไพรในน้ําพริกไส้อั่วทมี่ ีมากกว่า จึงส่งผลให้ได้รับ
คะแนนความชอบดา้ นเนื้อสัมผสั ที่น้อยกวา่ สูตรการเติมนา้ํ พรกิ ไสอ้ ่วั ร้อยละ 10

ดงั นั้นการเติมแป้งกลว้ ยกับน้ําพรกิ ไส้อ่ัวร้อยละ 7:10 มีคะแนนความชอบด้านเนื้อสัมผัสมากกว่า
การเติมแป้งกลว้ ยกับนํ้าพรกิ ไส้อัว่ ร้อยละ 7:20 ซงึ่ ไม่แตกตา่ งกบั สูตรไม่มแี ปง้ กลว้ ยและเตมิ นํ้าพริกไส้
อ่ัวร้อยละ 10 และ 20 การเสริมแป้งกล้วยในผลิตภัณฑ์เป็นการเพ่ิมเส้นใยอาหารและเป็นประโยชน์แก่
ร่างกายของผู้บริโภคมากกว่าที่ส่ิงทดลองที่ไม่ได้เติมแป้งกล้วย จึงเลือกสูตรแป้งกล้วยร้อยละ 7 และ
นํ้าพริกไสอ้ ่ัวรอ้ ยละ 10 ในการทดลองขัน้ ตอ่ ไป

4.3 ผลการศกึ ษาคณุ ภาพผลติ ภณั ฑส์ ุดทา้ ยเปรียบเทยี บกบั ตัวอยา่ งควบคมุ
ปริมาณความชื้น เส้นใยทั้งหมด ของผลิตภัณฑ์สุดท้ายมากกว่าสูตรควบคุมอย่างมีนัยสําคัญ
ทางสถิติ (p≤0.05) เน่ืองจากสูตรท่ีพัฒนาแล้วเพิ่ มปริมาณมันไก่และนํ้าพริกไส้อ่ัว ส่วนปริมาณเถ้า
ทงั้ หมดของสตู รควบคมุ และผลิตภัณฑส์ ดุ ทา้ ยไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ (p>0.05)
ดังตารางที่ 3 ผลการยอมรับของผู้บริโภคตอ่ ผลิตภัณฑ์ไกย่ อเสริมแป้งกล้วยและน้ําพริกไส้อ่ัว ด้วยวิธี
9-Point Hedonic Scaling Test พบว่าด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เน้ือสัมผัสและความชอบ
รวม ของสตู รไก่ยอเสรมิ แป้งกล้วยร้อยละ 7 และนํ้าพรกิ ไส้อ่ัวร้อยละ 10 มากกวา่ สูตรควบคมุ (p≤0.05)
ดังรปู ภาพที่ 2

รูปภาพที่ 2 การยอมรบั ของผบู้ ริโภคทมี่ ีต่อผลติ ภัณฑไ์ ก่ยอเสริมแปง้ กล้วยและน้าํ พรกิ ไสอ้ ่ัว

5. การอภิปรายผล

ผลติ ภัณฑไ์ กย่ อที่เติมมันไกม่ ีปริมาณความชน้ื อย่ใู นช่วงร้อยละ 49.07 ถงึ 58.08 เม่ือเตมิ แป้ง
กล้วยและนํ้าพริกไส้อั่วทําให้ผลิตภณั ฑ์มีปริมาณความช้ืนสูงข้ึนร้อยละ 66.58 ถึง 64.94 น้ําพริกไส้อั่วมี
สมุนไพรและเครื่องเทศทเ่ี ป็นของสดมีปริมาณน้าํ มาก จึงสง่ ผลใหใ้ นผลิตภัณฑ์มีปริมาณความช้ืนเพิ่ มขึ้น
สําหรับไขมันสัตว์ส่วนมากเป็นไขมันอ่ิมตัว จะแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง ทําหน้าที่ในการอุ้มน้ํา ช่วยให้เกิด
ลักษณะอิมัลชัน และทําให้ผลิตภัณฑ์มีความชื้นสูงข้ึน [7] จากการทดลองมันไก่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีค่า
hardness นอ้ ยและมคี ่า cohesiveness มากท่ีสดุ โดยทั่วไปไขมนั ทเี่ ติมในการผลติ ไก่ยอมบี ทบาทสําคัญ
ชว่ ยปรับปรุงความนุม่ ความช่มุ ฉ่าํ และกลน่ิ รสเมอ่ื ถกู สบั ละเอียดจนเปน็ อมิ ัลชัน [8] ดังนัน้ การเติมมันไก่
จึงส่งผลต่อคะแนนความชอบด้านเน้ือสัมผัสมากกว่าสูตรอ่ืน สําหรับแป้งกล้วยจะมีคุณสมบัติทาง
กายภาพดี รวมตัวกับน้าํ ไดด้ ี คือ เมื่อไดร้ บั ความร้อนแป้งจะพองตัวใส เมอื่ ปล่อยให้เย็นลงจะเกิดลักษณะ
คลา้ ยว้นุ เน่ืองจากแปง้ กลว้ ยมีอะไมโลสสูงทําใหม้ ีคุณสมบัติเฉพาะ [9] จึงมผี ลตอ่ คณุ ภาพผลิตภัณฑ์ไก่
ยอโดยมปี ริมาณความชนื้ คา่ Cohesiveness, Gumminess และ Chewiness สงู

การเติมมันไก่ร้อยละ 20 มีผลต่อปริมาณความชื้น ค่า Springiness, Cohesiveness คะแนน
ความชอบด้านเน้ือสัมผัส และความชอบรวมมากที่สุด (p≤0.05) การเติมแป้งกล้วยร้อยละ 7 มีผลต่อ
คะแนนความชอบทางประสาทสมั ผสั นอ้ ยกว่า และส่งผลตอ่ ค่าองคป์ ระกอบเนอื้ สมั ผัสมากกวา่ สูตรทีไ่ ม่เติม
แป้งกล้วย (p≤0.05) การเสริมแป้งกล้วยร้อยละ 7 และน้ําพริกไส้อั่วร้อยละ 10 มีผลต่อปริมาณเส้นใย
ท้ังหมดมากกว่าสูตรควบคุม ผลิตภัณฑ์สุดท้ายมีปริมาณโปรตีนน้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 13 โดยนํ้าหนัก
เน่ืองจากมีส่วนผสมของมันไก่ น้ําพริกไส้อ่ัว และแป้งกล้วยแทนเน้ือไก่ในสูตร ผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้น
ยอมรับในผลิตภัณฑ์ไก่ยอรสน้ําพริกไส้อั่ว โดยได้รับคะแนนความชอบในทุกดา้ นระดับชอบปานกลางถึง
ค่อนข้างชอบมาก (ค่าเฉล่ีย 7.4-7.8) ดังน้ันสูตรท่ีเหมาะสมในการผลิตไก่ยอรสน้ําพริกไสอ้ ่ัวประกอบไป
ด้วยเนื้ออกไก่ มนั ไก่ ผงหมูยอ นํา้ แขง็ แป้งกลว้ ย และน้าํ พรกิ ไส้อว่ั รอ้ ยละ 43 20 9 11 7 10 ตามลําดับ
ในการพัฒนาผลติ ภัณฑค์ รัง้ ตอ่ ไปควรศกึ ษาการเสริมกมั ชนิดต่างๆ หรอื เจลบุก และเพิ่มซอยโปรตนี เพ่ือ
ช่วยปรับปรุงเนือ้ สัมผสั เสริมเส้นใยอาหาร และช่วยเสริมนํ้าพริกจากอาหารไทยได้หลากหลายชนิดและใน
ปริมาณที่เพ่ิมข้ึน ซ่ึงจะช่วยให้อาหารพ้ื นบ้านมีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่ ม
มากข้ึน

นภาพร ดสี นาม, การพัฒนาผลิตภณั ฑไ์ ก่ยอเสรมิ แปง้ กล้วยและนํา้ พริกไส้อั่ว, หนา้ 30-35 34

วารสารวิจัยเทคโนโลยีนวตั กรรม ปี 5 เลม่ 2 (กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564)

กติ ตกิ รรมประกาศ

คณะผู้วิจัยขอขอบคณุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ลําปาง ผู้ทีม่ ีส่วนเก่ยี วขอ้ งทุกๆ
ทา่ น ที่เออ้ื เฟ้ อื สถานท่ี อุปกรณ์ และเครอื่ งมอื ต่างๆ และอาํ นวยความสะดวกในการศกึ ษาทดลองครัง้ น้ี

เอกสารอา้ งองิ

นริ นาม. (2559). ไส้อ่วั , สืบค้น 7 มนี าคม 2563 จาก https://th.wikipedia.org/wiki.

กระทรวงอตุ สาหกรรม. (2549). มาตรฐานผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนไก่ยอ เลขที่ 1332. สาํ นักงานมาตรฐาน

ผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน. .

รุ่งอรณุ ฉัตรพงศเ์ ลอเลิศ และอัจฉรา ดลวิทยาคณุ . (2557). การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์หมูยอรสพะแนง.

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ตาก, 7 หน้า.

นภาพร ดีสนาม. (2558). เอกสารประกอบการสอนวชิ า เทคโนโลยีผลิตภัณฑเ์ นื้อสัตว์ สตั วป์ ีก และ

ประมง. สาขาอตุ สาหกรรมเกษตร คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ารเกษตร มหาวิทยาลยั

เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา ลาํ ปาง, 155 หน้า.

AOAC. (2000). Official methods of analysis of association of official chemists, 17th ed.

The Association of official Analytical Chemists Inc, Washington DC.

จฑุ า พีรพัชระ. (2554). การเพิ่มมลู คา่ ผลติ ภณั ฑแ์ ปรรปู จากกล้วยเพ่ือใช้ประโยชนเ์ ชิงพาณิชย์. ศูนย์

คลินกิ เทคโนโลยี สถาบันวจิ ัยและพัฒนา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. กรุงเทพฯ,

5 หนา้ .

ชยั พฤกษ์ หงษล์ ัดดาพร, สวา่ ง กุลวงษ์ และศรสี ดุ า ศริ เิ หล่าไพศาล. (2560). ผลของระดับไขมนั และ

แหล่งไขมนั ในอาหารต่อสมรรถนะการเจริญเตบิ โตในไก่เนือ้ . วารสารแก่นเกษตร, 45(1), หนา้

256-260.

พาชื่น เชดิ ช,ู ชมพู่ ยิม้ โต และประดษิ ฐ์ หนองคาํ ไผ่. (2551). การพัฒนาผลิตภณั ฑห์ มูยอลดไขมันเสริม

สมนุ ไพรแกงเขยี วหวาน. รายงานผลโครงการวิจัยงบประมาณ 2550 สาขาวิชาอาหารและ

โภชนาการ คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ี จ.ปทุมธาน.ี

นรินทร์ เจรญิ พันธ.์ (2557). แปง้ กล้วย. คณะเทคโนโลยกี ารเกษตร วิทยาเขตสระแก้ว มหาวิทยาลัย

บรู พา.

นภาพร ดสี นาม, การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ไกย่ อเสรมิ แป้งกล้วยและนํ้าพรกิ ไส้อวั่ , หนา้ 30-35 35

วารสารวิจยั เทคโนโลยีนวัตกรรม I Journal of Innovative Technology Research

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา 98 หมู่ 8 ตําบลป่าปอ้ ง อําเภอดอยสะเก็ด จงั หวดั เชยี งใหม่ 50220
Website: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JIT/index E-mail: [email protected]




Click to View FlipBook Version