ขุนช้างขุนแผน วรรณกรรมพื้นบ้าน " วรรณคดีรักสามเศร้าแห่งเมืองสุพรรณบุรี เป็นป็ที่เลื่องลือกล่าวขานมานานตั้งแต่สมัย อยุธยา กับเรื่องราวความรักของทั้งสาม เมื่อหนึ่งหญิงที่เลือกไม่ได้แม้แต่รักแท้กับ สองชายที่รักผู้หญิงคนเดียวกัน จึงบังเกิด เรื่องราวมากมายขึ้น " BY มัธยม6/6
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ฉบับนี้ ตามที่กลุ่มนำ เสนอได้จัดทำ สื่อ การเรียนรู้นี้ขึ้น เพื่อใช้ประกอบการเรียนในรายวิชา ท33203 วรรณกรรมท้องถิ่น เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมทางภาษา สืบสานภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น ซึ่งหวังว่าสื่อ ฉบับนี้จะช่วยเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้วรรณกรรมพื้นบ้านควบคู่กับความทันสมัย ของเทคโนโลยี ขอขอบคุณและแสดวความชื่น ชื่ชมในภูมิปัญญาชาวบ้านในการสร้าง วรรณกรรมท้องถิ่น สืบไป คานา ๐ ๐ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ฉบับนี้ จะมีประโยชน์ต่อผู้ที่กำ ลังศึกษาหาข้อมูลในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน หากมีข้อเสนอแนะ หรือหากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ
แนะนาตัวละคร ขุนแผน ขุนช้าง นางวันทอง พระไวย ลาวทอง แก้วกิริยา บัวคลี่ ศรีประจัน สมเด็จพระพันวษา ๐
ณ เมืองสุพรรณบุรี กล่าวถึงครอบครัวสามครอบครัว คือ ครอบครัวของขุนไกรพลพ่ายรับราชการทหาร มี ภรรยาชื่อนางทองประศรี มีลูกชายด้วยกันชื่อพลายแก้ว ครอบครัวของขุนศรีวิชัยเศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรีรับ ราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อนางเทพทอง มีลูกชายชื่อขุนช้างซึ่งหัวล้านมาแต่กำ เนิดและครอบครัวของ พันศรโยธาเป็นพ่อค้า ภรรยาชื่อศรีประจัน มีลูกสาวรูปร่างหน้าตางดงามชื่อพิมพิลาไลย เนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผน วันหนึ่งสมเด็จพระพันวษา มีความประสงค์จะล่าควายป่า จึงสั่งให้ขุนไกรปลูกพลับพลาและต้อนควายเตรียม ไว้แต่ควายป่าเหล่านั้นแตกตื่นไม่ยอมเข้าคอก ขุนไกรจึงใช้หอกแทงควายตายไปมากมาย ที่รอดชีวิตก็หนีเข้าป่าไป สมเด็จพระพันวษาโกรธมากสั่งให้ประหารชีวิตขุนไกรเสีย นางทองประศรีรู้ข่าวจึงรีบพาพลายแก้วหนีไปอยู่เมือง กาญจนบุรี ทางเมืองสุพรรณบุรีมีพวกโจรจันศรขึ้นปล้นบ้านของขุนศรีวิชัยและฆ่าขุนศรีวิชัยตาย ส่วนพันศรโยธา เดินทางไปค้าขายต่างเมืองพอกลับมาถึงบ้านก็เป็นไข้ป่าตาย
ทางกรุงศรีอยุธยาได้ข่าวว่ากองทัพเชียงใหม่ตีได้เมืองเชียงทอง ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาสมเด็จ พระพันวษาจึงถามหาเชื้อสายของขุนไกร ขุนช้างซึ่งเข้าไปรับราชการอยู่จึงเล่าเรื่องราวความเก่งกล้าสามารถของ พลายแก้ว เพื่อหวังจะพรากพลายแก้วไปให้ไกลนางพิมพิลาไลย สมเด็จพระพันวษาจึงให้ไปตามตัวมาแล้วแต่งตั้ง ให้เป็นแม่ทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่และได้รับชัยชนะ นายบ้านแสนคำ แมนแห่งหมู่บ้านจอมทองเห็นว่าพลายแก้วกับ พวกทหารไม่ได้เบียดเบียนให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงยกนางลาวทองลูกสางของตนให้เป็นภรรยาของพลายแก้ว พลายแก้ว ขุนช้าง และนางพิม เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นก็ได้แยกย้ายกันไป พลายแก้วบวช เป็นสามเณร เล่าเรียนวิชาที่เมืองกาญจนบุรีแล้วย้ายกลับมาที่วัดป่าเลไลยก์ จนได้เจอกับนางพิมและรักกัน นาง สายทองพี่เลี้ยงของนางพิมก็เป็นแม่สื่อให้เณรแก้วกับนางพิม จนทั้งคู่ได้เสียกันในขณะที่เณรแก้วยังเป็นสามเณร มิ หนำ ซ้ำ เณรแก้วยังได้นางสายทองเป็นภรรยาด้วย ต่อมาสมภารวัดป่าเลไลยก์ให้เณรแก้วสึกออกจากวัด เณรแก้ว จึงไปอยู่กับสมภารคง วัดแขและได้เริ่มเรียนรู้วิชาคาถาอาคมและไสยศาสตร์ ในระหว่างนั้นขุนช้างมาสู่ขอนางพิม เณรแก้วจึงสึกออกมาแล้วให้นางทองประศรีรีบไปสู่ขอนางพิมเพื่อแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณี
ส่วนนางพิมพิลาไลยเมื่อสามีไปทัพได้ไม่นานก็ป่วยหนักรักษาเท่าไรก็ไม่หาย ขรัวตาจูวัดป่าเลไลยแนะนำ ให้ เปลี่ยนชื่อเป็น"วันทอง"อาการไข้จึงหาย ขุนช้างทำ อุบายนำ หม้อใส่กระดูกไปให้นางศรีประจันกับนางวันทองดูว่า พลายแก้วตายแล้ว และขู่ว่านางวันทองจะต้องถูกคุมตัวไว้เป็นม่ายหลวงตามกฏหมาย นางวันทองไม่เชื่อแต่นางศรี ประจันคิดว่าจริง ประกอบกับเห็นว่าขุนช้างเป็นเศรษฐีจึงบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้าง นางวันทองจำ ต้อง ตามใจแม่ แต่นางไม่ยอมเข้าหอ ขณะนั้นพลายแก้วกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาและได้บรรดาศักดิ์เป็น "ขุนแผนแสน สะท้าน" จากนั้นก็พานางลาวทองกลับสุพรรณบุรี นางวันทองเห็นขุนแผนพาภรรยาใหม่มาด้วยก็โกรธด่าทอ โต้ตอบกับนางลาวทองและลืมตัวพูดก้าวร้าวขุนแผน ทำ ให้ขุนแผนโมโหพานางลาวทองไปอยู่ที่กาญจนบุรี ส่วน นางวันทองก็ตกเป็นภรรยาของขุนช้างอย่างจำ ใจ ต่อมาขุนช้างและขุนแผนเข้าไปรับการอบรมในวังและได้เป็นมหาดเล็กเวรทั้งสองคน วันหนึ่งนางทองประศรีให้ คนมาส่งข่าวว่านางลาวทองป่วยหนัก ขุนแผนจึงฝากเวรไว้กับขุนช้างแล้วไปดูอาการของนางลาวทอง ตอนเช้าสมเด็จ พระพันวษาถามถึงขุนแผน ขุนช้างบอกว่าขุนแผนปีนกำ แพงวังหนีไปหาภรรยา สมเด็จพระพันวษาโกรธกริ้ว ตรัสให้ ขุนแผนตระเวนด่านที่กาญจนบุรี ห้ามเข้าเฝ้าและริบนางลาวทองเข้าเป็นม่ายหลวง
ขุนแผนได้ทราบเรื่องก็โกรธขุนช้าง คิดจะแก้แค้นแต่ยังมีกำ ลังไม่พอ จึงออกตระเวนป่าไปโดยลำ พัง คิดจะ หาอาวุธ ม้า และกุมารทองสำ หรับป้องกันตัว ได้ตระเวนไปจนถึงถิ่นของหมื่นหาญนักเลงใหญ่ ได้เข้าสมัครเข้าไปอยู่ ด้วย เพราะหวังจะได้บัวคลี่ลูกสาวของหมื่นหาญ จึงทำ ตัวนอบน้อมและตั้งใจทำ งานเป็นอย่างดีจนเป็นที่รักใคร่ของ หมื่นหาญ หมื่นหาญถึงกับออกปากยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย พอได้แต่งงานกับบัวคลี่แล้ว ขุนแผนก็ไม่ยอมทำ งาน ร่วมกับหมื่นหาญ ทำ ให้หมื่นหาญโกรธคิดฆ่าขุนแผน เพราะขุนแผนอยู่ยงคงกระพันจึงให้บัวคลี่ใส่ยาพิษลงในอาหาร ให้ขุนแผนกิน แต่ผีพรายมาบอกให้รู้ตัว ขุนแผนจึงทำ อุบายเป็นไข้ไม่ยอมกินอาหารแล้วออกปากขอลูกจากบัวคลี่ นางไม่รู้ความหมายก็ออกปากยกลูกให้ขุนแผน พอกลางคืนขณะที่บัวคลี่นอนหลับขุนแผนก็ผ่าท้องนางแล้วนำ ลูกไป ทำ พิธี ตอนเช้าหมื่นหาญและภรรยารู้ว่าลูกสาวถูกผ่าท้องตายก็ติดตามขุนแผนไป แต่ก็สู้ขุนแผนไม่ได้ขุนแผนเสก กุมารทองสำ เร็จ จึงออกเดินทางต่อไป แล้วไปหาช่างตีดาบ หาเหล็กและเครื่องใช้ต่างๆเตรียมไว้ตั้งพิธีตีดาบจนสำ เร็จ ดาบนี้ให้ชื่อว่า "ดาบฟ้าฟื้น" ใช้เป็นอาวุธต่อไป หลังจากนั้นเดินทางไปหาม้า ได้ไปพบคณะจัดซื้อม้าหลวง ได้เห็นลูกม้าตัวหนึ่งมีลักษณะถูกต้องตามตำ ราก็ ชอบใจ ได้ออกปากซื้อ เจ้าหน้าที่ก็ขายให้ในราคาถูก ขุนแผนจึงเสกหญ้าให้ม้ากินและนำ มาฝึกจนเป็นม้าแสนรู้ให้ ชื่อว่า "ม้าสีหมอก"
เมื่อได้กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้นและม้าสีหมอกครบตามความตั้งใจแล้ว ก็เดินทางกลับบ้าน คิดจะไปแก้แค้นขุนช้าง นางทองประศรีมารดาห้ามปรามก็ไม่ฟัง ได้เดินทางออกจากกาญจนบุรีไปยังสุพรรณบุรี ขึ้นเรือนขุนช้างได้นางแก้วกิริยา ลูกสาวพระยาสุโขทัยที่นำ มาเป็นตัวจำ นำ ไว้ในบ้านขุนช้างเป็นภรรยา แล้วพาวันทองหนีออกจากบ้าน ขุนช้างตื่นมาก็ได้ออก ติดตามแต่ตามไม่ทัน ได้ไปทูลฟ้องสมเด็จพระพันวษาให้กองทัพออกติดตามขุนแผน ขุนแผนไม่ยอมกลับ ได้ต่อสู้กับ กองทัพทำ ให้ขุนเพชร ขุนรามถึงแก่ความตาย กองทัพต้องถอยกลับกรุง ขุนแผนจึงกลายเป็นกบฏ ต้องเที่ยวเร่ร่อนอยู่ใน ป่า จนนางวันทองตั้งท้องแก่ใกล้คลอด ขุนแผนสงสารกลัวนางจะเป็นอันตรายจึงยอมเข้ามอบตัวกับพระพิจิตร พระพิจิตร ได้ส่งตัวเข้าสู้คดีในกรุง ขุนแผนชนะคดีและได้นางวันทองคืน ขุนแผนมีความคิดถึงลาวทอง ได้ขอให้จมื่นศรีช่วยทูลขอให้ พระพันวษาทรงกริ้วมาก รับสั่งให้จำ คุกขุนแผน นางแก้วกิริยาจึงตามไปปรนนิบัติในคุก วันหนึ่งขณะที่นางวันทองมาเยี่ยมขุนแผน ขุนช้างได้มาฉุดนางวันทองไปจนนางวันทองคลอดลูกให้ชื่อว่า "พลายงาม" เมื่อขุนช้างรู้ว่าไม่ใช่ลูกของตัวเองจึงหลอกพลายงามไปฆ่าในป่า แต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ นางวันทองบอกความจริง และได้ให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าทองประศรีที่กาญจนบุรี พลายงามอยู่กับย่าจนโต ได้บวชเป็นเณรและเล่าเรียนวิชา ความรู้เก่งกล้าทั้งเวทมนตร์ คาถาและการสงคราม เมื่อมีโอกาสขุนแผนได้ให้จมื่นศรีนำ พลายงามเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก
เมื่อมีศึกเชียงใหม่ พลายงามได้อาสาออกรบและทูลขอประทานอภัยโทษให้พ่อเพื่อไปรบ ขุนแผนและนางลาวทอง จึงพ้นโทษ ขณะที่เดินทางไปทำ สงครามนั้นผ่านเมืองพิจิตร ขุนแผนจึงแวะเยี่ยมพระพิจิตร เมื่อพลายงามได้พบนางศรี มาลาลูกสาวพระพิจิตรก็หลงรัก จึงได้ลอบเข้าหานาง ขุนแผนจึงได้ทำ การหมั้นหมายไว้ให้ เมื่อชนะศึก พระเจ้าเชียงใหม่ ได้ส่งสร้อยทองและสร้อยฟ้ามาถวาย พระพันวษาได้แต่งตั้งขุนแผนเป็น "พระสุรินทรลือไชยมไหสูรย์ภักดี" ไปรั้งเมือง กาญจนบุรี และได้แต่งตั้งพลายงามเป็น "จมื่นไวยวรนาถ" และประทานสร้อยฟ้าให้แก่พลายงาม จากนั้นก็ทรงจัดงาน แต่งงานให้กับพลายงาม ขณะที่ทำ พิธีแต่งงาน ขุนช้างได้วิวาทกับพลายงาม ขุนช้างได้ทูลฟ้อง จึงโปรดให้มีการชำ ระความโดยการดำ น้ำ พิสูจน์ ขุนช้างแพ้ความ พระพันวษาโปรดให้ประหารชีวิต แต่พระไวยขอชีวิตไว้ ต่อมาพระไวยมีความคิดถึงแม่จึงไปรับนาง วันทองมาอยู่ด้วย ขุนช้างติดตามไป แต่พระไวยไม่ยอม ขุนช้างจึงถวายฎีกา พระพันวษาจึงตรัสให้นางวันทองเลือกว่าจะอยู่ กับใคร นางวันทองมีความลังเลเพราะยังรักและห่วงใยกับขุนแผน แต่ก็ผูกพันและยอมรับในความดีของขุนช้าง นางเลือก ไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร พระพันวษาทรงโกรธจึงรับสั่งให้ประหารชีวิต แม้จมื่นไวยจะขออภัยโทษได้สำ เร็จ แต่ด้วยเคราะห์ของ นางวันทอง ทำ ให้เพชรฆาตได้ลงดาบประหารนางเสียแล้ว
เมื่อจัดงานศพนางวันทองแล้ว ขุนแผนได้เลื่อนเป็น "พระกาญจนบุรี" นางสร้อยฟ้าได้ให้เถรขวาดทำ เสน่ห์ใส่ให้ พระไวยหลงใหลนางและเกลียดชังนางศรีมาลา พระกาญจนบุรีมาเตือน พระไวยจึงโกรธลำ เลิกบุญคุณกับพ่อ ทำ ให้พระ กาญจนบุรีโกรธ คบคิดกับพลายชุมพลลูกชายซึ่งเกิดจากนางแก้วกิริยา ได้ปลอมเป็นมอญยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา หวังจะให้พระไวยออกต่อสู้ จะได้แก้แค้นได้สำ เร็จ พระไวยรู้ตัวเพราะผีเปรตนางวันทองมาบอก พระพันวษาทรงทราบ เรื่องโปรดให้มีการไต่สวน พลายชุมพลพิสูจน์ได้ว่า นางสร้อยฟ้ากับเถรขวาดได้ทำ เสน่ห์จริงแต่นางสร้อยฟ้าไม่รับ จึงมี การพิสูจน์โดยการลุยไฟ สร้อยฟ้าแพ้พ่าย พระพันวษาจึงสั่งให้ประหารแต่นางศรีมาลาทูลขอไว้ นางสร้อยฟ้าจึงถูก เนรเทศกลับไปเชียงใหม่และคลอดลูกชื่อ "พลายยง" ต่อมานางศรีมาลาก็ได้คลอดลูกชาย ขุนแผนจึงตั้งชื่อให้ว่า "พลายเพชร" เถรขวาดมีความแค้นต่อพลายชุมพล จึงปลอมเป็นจระเข้ไล่กัดกินคนมาจากทางเหนือหวังจะแก้แค้นพลายชุมพล พระพันวษาโปรดให้พลายชุมพลไปปราบ จระเข้เถรขวาดสู้ไม่ได้ จึงถูกจับตัวมาถวายพระพันวษาและถูกประหารในที่สุด พลายชุมพลจึงได้รับแต่งตั้งเป็น "หลวง นายฤทธิ์" เหตุการณ์ร้ายแรงผ่านไป ทุกคนก็อยู่อย่างมีความสุข
บรรณานุกรม • https://online.anyflip.com/fcneu/dfdy/mobile/ •https://online.pubhtml5.com/hkxz/sdys/#p=9 • https://online.anyflip.com/klbou/sozz/mobile/ • https://www.slideshare.net/slideshow/ss-38865050/38865050 • https://hilight.kapook.com/view/211993 • https://online.anyflip.com/xdyci/puhu/mobile/ • https://www.oknation.net/post/detail/634f5f9d0100e003dfab461b • http://article.culture.go.th/index.php/layouts-modules-positions/ ท3-column-layout-5/242-2021-03-16-04-18-11 • http://web.finearts.go.th/chonburilibrary/%E0%B8%AB%E0%B8% 99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E 0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8 %A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3% E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8 %AA%E0%B9%8C/book/325-2019-03-26-17-09-13/2- 2013-01-26-21-11-08.html
นายชัยมงคล มูลหา เลขที่2 นายพงศกร ประภาศรี เลขที่4 น.ส.ณัชชา ผิวแดง เลขที่10 น.ส.ณัฐธิดา แทนรินทร์ เลขที่12 น.ส.สิริยุภา อินทร์ตา เลขที่28 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/6 ครูทองจันทร์ โจมเสนาะ เธอเป็นป็เช่นสายน้ำ จักหวนคืนมาใหม่ หรือตะวันอันแจ่มใส หรือจากไกลตลอดกาล สมาชิก ตะวันแม้นลับฟ้าฟ้ จักหวนคืนมาใหม่ เสนอ โรงเรียนสีชมพูศึกษา สายน้ำ รินเรื่อยไหล ไม่หวนคืนกลับมา ไม่ลับตาตลอดไป ไม่จากไกลตลอดกาล ไหลลับไปสุดสายตา ไหลลับตาตลอดไป