แผนงาน และ โครงสร้า ร้ งของผัง ผั งาน
แผนงาน แผนงาน คือโครงร่า ร่ งของเป้า ป้ หมายแต่ละอย่า ย่ ง พร้อ ร้ ม ด้ว ด้ ยขั้นขั้ตอนที่ลูกลูทีมหรือรืเจ้า จ้ ของงานนั้นนั้สามารถทำ เพื่อพื่ ให้บ ห้ รรลุ ช่ว ช่ ยให้ค ห้ นที่เห็น ห็ แผนงานนั้นนั้ๆ เข้า ข้ใจขอบข่า ข่ ยของ โปรเจ็ค จ็ ที่ทำ อยู่ ทั้งทั้นี้ ไม่ว่ ม่ า ว่ จะใช้แ ช้ ผนงานในเรื่อรื่งเรียรีนหรือรื อาชีพชี ใดๆ ก็ตาม มันมัจะช่ว ช่ ยจัดจัระเบียบีบให้คุ ห้ ณคุอยู่ใยู่ นกรอบ ระว่า ว่ งที่ทำ โปรเจ็ค จ็ นั้นนั้อยู่ คุณคุจะสามารถแตกแต่ละขั้นขั้การ ทำ งานออกเป็น ป็ หน้า น้ ที่ย่อ ย่ ยๆ และระบุผลลัพธ์ที่ธ์ ที่ ต้องการ เห็น ห็ ขั้นขั้ตอนการเขีย ขี นแผนงาน 1.กำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์ของแผนงาน แผนงานสามารถเขียขีนได้เ ด้ พราะหลายสาเหตุ ดังดันั้นนั้จง กำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์ไว้ก่ ว้ ก่ อน จะได้เ ด้ ตรียรีมการอย่า ย่ งเหมาะสม จำ ไว้ว่ ว้ า ว่ แผนงานส่ว ส่ นใหญ่ทำ ญ่ ทำขึ้นขึ้สำ หรับรัช่ว ช่ งระยะเวลาหนึ่งนึ่ เท่านั้นนั้ (เช่น ช่ 6 เดือดืนหรือรื 1 ปี)ปี
2.เขียขีนบทนำ และที่มา การเขียขีนแผนงานในหน้า น้ ที่การงาน คุณคุอาจต้องเขียขีนบทนำ และที่มา ซึ่งซึ่จะช่ว ช่ ยให้หั ห้ วหัหน้า น้ งานหรือรืผู้จัผู้ ดจัการของคุณคุได้รู้ ด้รู้ ข้อ ข้ มูลที่จำ เป็น ป็ ในการนำ แผนงานของคุณคุไปปรับรัใช้ใช้ ห้เ ห้ หมาะสม การเขียขีนบทนำ และที่มา ยังยัมักมัเป็น ป็ สิ่งสิ่จำ เป็น ป็ ในการเขียขีนโครง งานด้า ด้ นการศึกษาด้ว ด้ ย 3.ระบุเป้า ป้ หมายและวัตวัถุปถุระสงค์ เป้า ป้ หมายและวัตวัถุปถุระสงค์มีคมีวามเกี่ยวเนื่อนื่งกัน ในแง่ที่ว่า ว่ มันมั ต่างชี้ใชี้ ห้เ ห้ ห็น ห็ ถึงสิ่งสิ่ที่คุณคุคาดหวังวัจะบรรลุไลุปตลอดจนจบแผน งาน อย่า ย่ งไรก็ดี มันมัมีข้มีอ ข้ แตกต่าง คือ เป้า ป้ หมายจะกล่าวโดย ภาพรวม ในขณะที่วัตวัถุปถุระสงค์จะเจาะจงมากกว่า ว่ 4.เขียขีนแผนงานตามหลักการวัตวัถุปถุระสงค์แบบ "SMART" หลักการนี้ม นี้ าจากตัวย่อ ย่ ของแต่ละคำ เหมาะ สำ หรับรัคนที่ต้องการวางแผนงานอย่า ย่ งเป็น ป็ รูปรูธรรมและ ลงมือมืทำ ได้ทั ด้ ทันที
Specific หรือรืเจาะจง เราจะทำ อะไรบางอย่า ย่ งเพื่อพื่ ใคร กำ หนดกลุ่มลุ่เป้า ป้ หมายที่คุณคุกำ ลังจะให้ก ห้ ารส่ง ส่ เสริมริและแผนการ ปฏิบัติบั ติที่คุณคุจะใช้เ ช้ พื่อพื่การนั้นนั้ โดยเฉพาะ Measurable หรือรืวัดวัผลได้ มันมัสามารถกำ หนดปริมริาณ หรือรืสามารถทำ ให้เ ห้ ราวัดวัผลได้ห ด้ รือรืไม่ คุณคุสามารถนับนัจำ นวนมันมั ได้ห ด้ รือรืไม่ คุณคุออกแบบโครงงานในลักษณะที่ว่า ว่ “สุขสุภาพของ ประชากรชาวแอฟริกริาจะดีขึ้ดีขึ้นขึ้ภายในปี 2020” หรือรืเปล่า หรือรื คุณคุออกแบบโครงงานว่า ว่ “ทารกเกิดใหม่ใม่ นประเทศแอฟริกริาใต้ ต้องติดเชื้อชื้ HIV/AIDS ลดลง 20% ภายในปี 2020” Achievable หรือรืบรรลุผลุลได้ เราสามารถทำ ให้มั ห้ นมัสำ เร็จ ร็ ภายในระยะเวลาที่กำ หนด ด้ว ด้ ยทรัพรัยากรที่มีอมียู่ห ยู่ รือรืไม่ วัตวัถุปถุระสงค์จำ เป็น ป็ ต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่มีอมียู่ด้ ยู่ ว ด้ ย การ เพิ่มพิ่ยอดขายให้ไห้ ด้ 500% ย่อ ย่ มเป็น ป็ ไปได้ หากบริษัริ ษัทของคุณคุมี ขนาดเล็ก แต่หากบริษัริ ษัทของคุณคุเป็น ป็ เจ้า จ้ ตลาดอยู่แ ยู่ ล้ว การจะ เพิ่มพิ่ยอดขาย 500% แทบเป็น ป็ ไปไม่ไม่ ด้ Relevant หรือรืมีคมีวามเกี่ยวเนื่อนื่ง วัตวัถุปถุระสงค์นี้จ นี้ ะมีผมีลต่อ เป้า ป้ หมายหรือรืกลยุทธ์ที่ธ์ ที่ ต้องการหรือรืไม่ แม้ว่ ม้ า ว่ มันมัอาจจะสำ คัญ ต่อสุขสุภาพโดยรวม แต่การมาชั่งชั่น้ำ หนักนัและวัดวัส่ว ส่ นสูงสูของเด็ก ด็ ในโรงเรียรีน จะส่ง ส่ ผล ทางตรง ต่อการเปลี่ยนแปลงวิธีวิกธีาร ประเมินมิสุขสุภาพจิตจิหรือรืไม่ พยายามกำ หนดวัตวัถุปถุระสงค์และวิธีวิ ธี การให้มี ห้ คมีวามเกี่ยวเนื่อนื่งกันอย่า ย่ งชัดชัเจนและดูมีดูเมีหตุผตุล
Time bound หรือรือยู่ใยู่ นกรอบเวลาที่มี วัตวัถุปถุระสงค์ดังดั กล่าวจะเห็น ห็ ผลลัพธ์เธ์มื่อมื่ ไร และ/หรือรืเราจะรู้ไรู้ด้อ ด้ ย่า ย่ งไรว่า ว่ สำ เร็จ ร็ แล้ว พยายามระบุวันวัที่สิ้นสิ้สุดสุโปรเจ็ค จ็ อย่า ย่ งชัดชัเจนแน่น น่ อน และ พยายามระบุด้ว ด้ ยว่า ว่ ผลสำ เร็จ ร็ใดที่อาจทำ ให้โห้ปรเจ็ค จ็ ของคุณคุจบ ลงก่อนกำ หนด โดยที่ผลลัพธ์ที่ธ์ ที่ ต้องการทั้งทั้หมดในแผนงานได้ บรรลุผลุลแล้ว 5.ระบุทรัพรัยากรทั้งทั้หมดที่ต้องใช้ เขียขีนทุกทุอย่า ย่ งที่จำ เป็น ป็ ต้องใช้ใช้ นการที่จะบรรลุเลุป้า ป้ หมายและ วัตวัถุปถุระสงค์ ซึ่งซึ่มันมัอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละแผนงาน 6.ระบุอุปสรรคต่างๆ อุปสรรค คือ สิ่งสิ่ที่อาจมากีดขวางเส้น ส้ ทางการไปสู่เสู่ ป้า ป้ หมาย ของคุณคุเช่น ช่ หากคุณคุมีแมีผนงานจัดจัทำ เอกสารวิชวิาการให้ส ห้ ถาน ศึกษา คุณคุอาจจะพบว่า ว่ ตารางเวลาของคุณคุค่อนข้า ข้ งจำ กัดเกิน ไปที่จะมีเมีวลาสำ หรับรัจัดจัทำ งานวิจัวิยจั ให้อ ห้ อกมาดี ดังดันั้นนั้อุปสรรค ในที่นี้ก็ นี้ ก็ คือ ตารางเวลาอันแน่น น่ เอี้ยดของคุณคุและคุณคุจะต้อง ตัดกิจกรรมบางอย่า ย่ งออกไปในระหว่า ว่ งภาคเรียรีน เพื่อพื่ที่จะ ลงมือมืทำ แผนงานอย่า ย่ งมีปมีระสิทสิธิภธิาพ (การวางแผนเป็น ป็ สิ่งสิ่ จำ เป็น ป็ มาก หากคุณคุลงเรียรีนวิชวิายากๆ มากกว่า ว่ หนึ่งนึ่วิชวิาต่อภาค เรียรีน)
7.ใครมีส่มีว ส่ นร่ว ร่ มรับรัผิดผิชอบบ้า บ้ ง การมีส่มีว ส่ นร่ว ร่ มรับรัผิดผิชอบเป็น ป็ สิ่งสิ่สำ คัญสำ หรับรัแผนงานที่ดี ใครเป็น ป็ คนรับรัผิดผิชอบในแต่ละหน้า น้ ที่ อาจจะมีลูมีกลูทีมหลายคน ทำ หน้า น้ ที่บางอย่า ย่ งร่ว ร่ มกัน (ดูจดูากส่ว ส่ นทรัพรัยากร) แต่มีเมีพียพีง คนเดียดีวที่จะต้องตอบให้ไห้ ด้ว่ ด้ า ว่ งานจะเสร็จ ร็ สมบูรณ์หณ์รือรืไม่ 8.วางแผนกลยุทธ์ ลองประเมินมิแผนงานของคุณคุและกำ หนดว่า ว่ คุณคุจะใช้ ทรัพรัยากรอย่า ย่ งไร และจะเอาชนะอุปสรรคเพื่อพื่ที่จะบรรลุเลุป้า ป้ หมายและวัตวัถุปถุระสงค์อย่า ย่ งไร
โครงสร้า ร้ งของผัง ผั งาน (Sequence Structure) โครงสร้า ร้ งพื้นพื้ฐานของผังผังานแบ่ง บ่ เป็น ป็ 3 ประเภท ดังดันี้ 1. โครงสร้า ร้ งแบบเรียรีงลำ ดับ (Sequential Structure) เป็น ป็ ลักษณะโครงสร้า ร้ งพื้นพื้ฐานของผังผังานทุกทุผังผังาน ลักษณะ การทำ งานของโครงสร้า ร้ งผังผังานแบบลำ ดับดัจะทำ งานทีละขั้นขั้ ตอน ตั้งตั้แต่ขั้นขั้ตอนแรกจนถึงขั้นขั้ตอนสุดสุท้าย ลำ ดับดัการทำ งาน ของผังผังานจะทำ งานตามทิศทางของลูกลูศร โครงสร้า ร้ งของผังผั งานแบบลำ ดับดัมีลัมี ลักษณะโครงสร้า ร้ งดังดันี้ ตัวอย่า ย่ ง ลำ ดับดัขั้นขั้ตอนการวางแผนไปโรงเรียรีน เริ่มริ่ต้น (Start) ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว ไปโรงเรียรีน จบ (End)
การจำ ลองความคิดเป็น ป็ ผังผังาน (แบบเรียรีงลำ ดับดั ) 2. โครงสร้า ร้ งแบบทางเลือก (Selection Structure) หมายถึง โครงสร้า ร้ งที่มีเมีงื่อนไข ขั้นขั้ตอนการทำ งานบางขั้นขั้ตอน ต้องมีกมีารตัดสินสิ ใจ โครงสร้า ร้ งผังผังานการทำ งานแบบเลือกทำ ใช้สำ ช้ สำหรับรักรณีที่ณี ที่ ต้องการตัดสินสิ ใจเพื่อพื่เลือกขั้นขั้ตอนการทำ งาน ที่เหมาะสมกับข้อ ข้ มูลที่ทำ การประมวลผลในขณะนั้นนั้ โครงสร้า ร้ ง ผังผังานการเลือกทำ ประกอบด้ว ด้ ยสัญสัลักษณ์ขณ์องการตัดสินสิ ใจ 1 สัญสัลักษณ์ เพื่อพื่ ใช้สำ ช้ สำหรับรัการตัดสินสิ ใจสำ หรับรัเลือกการทำ งานที่ ต้องทำ เป็น ป็ ลำ ดับดัถัดไป การทำ งานหลังจากการตรวจสอบ เงื่อนไข จะมีกมีารทำ งานอยู่ 2 กรณีคืณี คือ
1. กรณีที่ณี ที่ มีกมีารทำ งานเพียพีงขั้นขั้ตอนเดียดีว ในกรณีที่ณี ที่ ผลการ ตรวจสอบเงื่อนไขเป็น ป็ จริงริหรือรืเป็น ป็ เท็จ เพียพีงอย่า ย่ งใด อย่า ย่ งหนึ่งนึ่เท่านั้นนั้ 2. กรณีที่ณี ที่ มีกมีารทำ งาน 2 ขั้นขั้ตอน คือมีขั้มีนขั้ตอนการทำ งานให้ ไม่ว่ ม่ า ว่ ผลการตรวจสอบเงื่อนไขจะเป็น ป็ จริงริหรือรื เป็น ป็ เท็จ ตัวอย่า ย่ ง ลำ ดับดัขั้นขั้ตอนการประเมินมิผลสอบ เริ่มริ่ต้น (Start) ทดสอบ ตรวจผลการสอบและคิดคะแนนที่ได้ ตรวจสอบคะแนนที่ได้ว่ ด้ า ว่ น้อ น้ ยกว่า ว่ ร้อ ร้ ยล่ะ 50 หรือรืไม่ ถ้าน้อ น้ ยกว่า ว่ ให้ส ห้ อบแก้ตัว ถ้าไม่น้ ม่ อ น้ ยกว่า ว่ ให้ส ห้ อบผ่า ผ่ น จบ (End) การจำ ลองความคิดเป็น ป็ ผังผังาน (แบบทางเลือก)
3. โครงสร้า ร้ งแบบทำ ซ้ำ (Repetition Structure) ลักษณะโครงสร้า ร้ งผังผังานการทำ งานแบบทำ ซ้ำ ใช้ปช้ ระโยชน์ ในกรณีที่ณี ที่ ต้องการทำ งานอย่า ย่ งใดอย่า ย่ งหนึ่งนึ่ซ้ำ กันหลายครั้งรั้ โครงสร้า ร้ งผังผังานแบบทำ ซ้ำ จะประกอบไปด้ว ด้ ยสัญสัลักษณ์ การตัดสินสิ ใจ ใช้สำ ช้ สำหรับรัตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อพื่ตัดสินสิ ใจว่า ว่ จะ เข้า ข้ สู่ขั้สู่ นขั้ตอนการทำ ซ้ำ หรือรืไม่ ลักษณะการทำ ซ้ำ สามารถแบ่ง บ่ ได้เ ด้ป็น ป็ 2 ลักษณะคือ 3.1 การทำ ซ้ำ ลักษณะทำ ในขณะที่ การทำ งานของโครงสร้า ร้ งผังผังานการทำ ซ้ำ ลักษณะทำ ในขณะที่ (Do - While) ขั้นขั้ตอนแรกของการทำ งาน คือ การตรวจสอบ เงื่อนไขการทำ ซ้ำ ถ้าผลที่ได้จ ด้ ากการตรวจสอบเงื่อนไขเป็น ป็ จริงริ จึงจึเข้า ข้ สู่ขั้สู่ นขั้ตอนของการทำ งานในส่ว ส่ นของการทำ ซ้ำ ลักษณะของการทำ งานในโครงสร้า ร้ งผังผังานแบบทำ ซ้ำ ในลักษณะ ทำ ในขณะที่ 3.2 การทำ ซ้ำ ในลักษณะทำ จนกระทั่งทั่ ลักษณะของโครงสร้า ร้ งผังผังานการทำ ซ้ำ ลักษณะทำ จนกระทั่งทั่ (Do - Until) ขั้นขั้ตอนแรกของการทำ งาน คือ ทำ ขั้นขั้ตอนการ ทำ งานที่ต้องการทำ ซ้ำ ก่อนอย่า ย่ งน้อ น้ ยหนึ่งนึ่ครั้งรั้หลังจากนั้นนั้จึงจึ ทำ การตรวจสอบเงื่อนไขสำ หรับรัพิจพิารณาว่า ว่ จะกลับไปทำ กระบวนการทำ งานที่ต้องทำ ซ้ำ หรือรืไม่
การทำ งานซ้ำ ๆ ในชีวิชีตวิ ประจำ วันวัมีอมียู่ม ยู่ ากมาย ขอยกตัวอย่า ย่ ง ง่ายๆ ที่ทุกทุ ๆ คนคงเคยทำ มาด้ว ด้ ยตนเองแล้ว เช่น ช่ อาบน้ำ โดยใช้ขั ช้ นขัน้ำ ตักราดบนร่า ร่ งกายหลายๆ ครั้งรั้ (ทำ ซ้ำ ) จนร่า ร่ งกายสะอาดดีแดีล้วจึงจึหยุดอาบน้ำ (หยุดทำ ซ้ำ ) 1. 2. จัดจัสมุดหนังนัสือสื ใส่ก ส่ ระเป๋า ป๋ เพื่อพื่นำ ไปโรงเรียรีนทีละ เล่ม (ทำ ซ้ำ ) จนครบทุกทุวิชวิาลงในกระเป๋า ป๋ จึงจึหยุดจัดจัสมุด หนังนัสือสืลงกระเป๋า ป๋ (หยุดทำ ซ้ำ ) 3. รับรั ประทานอาหารโดยตักอาหารเข้า ข้ปากหลายๆ คำ (ทำ ซ้ำ ) จนกระทั่งทั่อิ่มแล้ว จึงจึหยุดรับรั ประทาน (หยุดทำ ซ้ำ ) สิ่งสิ่ที่สำ คัญสำ หรับรัการทำ งานแบบวนซ้ำ ในการเขียขีนโปรแกรม คือ เงื่อนไข ซึ่งซึ่เงื่อนไขในที่นี้จ นี้ ะมีลัมี ลักษณะคล้ายกันกับเงื่อนไข แบบทางเลือกนั่นนั่เอง โดยเงื่อนไขจะเป็น ป็ ตัวกำ หนดว่า ว่ จะมีกมีาร เข้า ข้ไปทำ งานหรือรืไม่ ถ้าเงื่อนไขเป็น ป็ จริงริก็จะเข้า ข้ไปทำ งาน เมื่อมื่ ทำ งานเสร็จ ร็ แล้วก็จะมาตรวจสอบเงื่อนไขอีกครั้งรั้และก็จะ ทำ งานไปเรื่อรื่ยๆ ถ้าเงื่อนไขเป็น ป็ จริงริอยู่เ ยู่ สมอ โปรแกรมจะหยุด ทำ งานก็ต่อเมื่อมื่ผลการตรวจสอบเงื่อนไขในรอบใดรอบหนึ่งนึ่ เป็น ป็ เท็จ ดังดัแผนภาพ
ตัวอย่า ย่ ง ลำ ดับดัการตักน้ำ จากตุ่มตุ่ครั้งรั้ล่ะ 1 ขันขั ใส่จ ส่ นถังน้ำ เต็ม เริ่มริ่ต้น (Start) ตักน้ำ จากตุ่มตุ่ 1 ขันขั เทน้ำ ใส่ถั ส่ ถัง ตรวจสอบน้ำ เต็มถัง หรือรืไม่ ถ้าไม่เ ม่ ต็ม ให้ตั ห้ ตักน้ำ ต่อไป ถ้าเต็ม ให้ห ห้ ยุดตักน้ำ จบ (End)
การจำ ลองความคิดเป็นป็ ผังผั งาน (แบบทำ ซ้ำ )
เอกสารอ้างอิง https://th.wikihow.com/%E0%B9%80% E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2 %E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9 C%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8% B2%E0%B8%99 https://g.co/kgs/XVicv8
จัด จั ทำ โดย นางสาว วิลัวิ ลัยวรรณ พูนทองหลาง ชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปีที่ 4/2 เลขที่ 10 เสนอ นางสาว อัจฉรา คะรานรัมรัย์ โรงเรียรีน เหลืองพนาวิทวิยาคม