The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tuwaeaesoh1699, 2022-03-11 04:51:14

มะเขือเปราะ

การปลูก

มะเขอื เปราะ

ประวัติความเป็นมา

มะเขือเปราะ : Thai striped eggplant,Thai green eggplant
ช่อื วทิ ยาศาสตร์ : Solanum melongena Linn.
อยู่ในวงศ์ : Solanaceae

มะเขอื เปราะ (Ma-Kea-Por) เปน็ พืชผกั สมุนไพร เปน็ พืชล้มลุก เปน็ ไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นเดี่ยวต้ังตรง
ลำตน้ แข็งและเหนยี ว มีสีน้ำตาลอมเขยี ว มขี นออ่ นๆปกคลมุ มีอายุประมาณ 1-2 ปี ใบเปน็ ใบเด่ียว ขนาดใหญ่ มีสี
เขียว ดอกมีลักษณะรูปดาว มีขนาดใหญ่ กลีบดอกมีสีม่วง หรือสีขาว มีเกสรสีเหลือง มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ก้านช่อ
ดอกจะยาว ดอกออกบริเวณซอกใบ ออกบริเวณข้อของกิ่ง หรือออกปลายยอด ผลมีลักษณะรูปไข่ทรงรี หรือกลม
แป้น ผิวบางเรยี บเป็นมัน ผลมสี ีเขียวลายขาว เน้อื แนน่ กรอบฉ่ำนำ้ มรี สชาตหิ วานปนขมอ่อนๆ ผลสุกจะมีสีเหลือง
ใชผ้ ลอ่อนรับประทานสดๆ เป็นผักเคยี งได้ และประกอบอาหารเมนตู า่ งๆ ในประเทศไทยมีปลูกหลายสายพนั ธ์ุ

ลำต้น เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นเดี่ยว เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มีอายุประมาณ 1-2 ปี ลำต้นมีลักษณะกลม ลำ
ต้นตั้งตรงแข็งและเหนียว แตกกิ่งก้านได้ ลำต้นมีขนอ่อนๆปกคลุม มีสีน้ำตาลอมเขียว มีกลิ่นเฉพาะตัวใบ เป็ นใบ
เดี่ยว ออกเรียงสลับกัน มีลักษณะทรงเรียวรี ใบใหญ่ยาว ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นรอยหยัก ใบมีสีเขียว มีขนปก
คลมุ ทว่ั ใบราก เปน็ ระบบรากแก้ว มลี กั ษณะกลม แทงลกึ ลงในดนิ มีรากแขนงและรากย่อย รากออกตามรอบๆ มีสี
น้ำตาล

ลักษณะของมะเขอื เปราะ

ต้นมะเขือเปราะ มีถนิ่ กำเนิดในประเทศอนิ เดีย จัดเป็นไมพ้ ุ่ม ทีม่ ีความสงู ของตน้ ประมาณ 2-4 ฟุต มีอายุได้
หลายฤดูกาลใบมะเขอื เปราะ ใบมขี นาดใหญ่ ออกเรยี งตัวแบบสลับดอกมะเขือเปราะ ออกดอกเด่ยี ว ดอกมขี นาด
ใหญ่ เป็นสีมว่ งหรือสีขาวผลมะเขือเปราะ ลักษณะของผลมีรูปร่างกลมแบนหรือเป็นรปู ไข่ ผลเป็นสีขาวอมเขยี ว
และอาจเปน็ สีขาว สีเขียว สีเหลอื ง หรอื สมี ่วง ข้ึนอยูก่ ับสายพันธุท์ ีป่ ลูก ผลเม่ือแกแ่ ล้วจะมีสเี หลือง ส่วนเนอ้ื ในผล
เป็นสเี ขยี วเป็นเมือก มีรสข่ืน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลำตน้

มะเขือเปราะ เปน็ ไม้ล้มลกุ อายุข้ามปี มลี ำต้นแตกกง่ิ เป็นทรงพมุ่ ขนาดเล็ก สูงประมาณ 20-100 เซนตเิ มตร
ลำตน้ แตกกงิ่ แขนงต้งั แตร่ ะดบั ตำ่ แตกกิ่งแขนงยอ่ ยส้นั เกดิ ท่ีซอกใบ เปลือกลำตน้ บาง มสี เี ขยี วเขียวอมเทา เปลอื ก
ทีป่ ลายกง่ิ มีสีเขยี วออ่ น สว่ นแกนเน้อื ไม้เป็นไมเ้ นอ้ื ออ่ น สีขาว เปราะหักงา่ ย
ใบ

มะเขือเปราะ เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ แตกออกเป็นใบเดี่ยวสลับกันบนกิ่ง มีก้านใบทรงกลม ยาวประมาณ 3 -5
เซนตเิ มตร ขนาดใบกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร แผน่ ใบเรียบ มขี นปกคลุม
ทงั้ ดา้ นล่าง และดา้ นบน แผ่นใบอ่อนนุ่ม ฉกี ขาดได้ง่าย ขอบใบเวา้ โค้งเป็นลกู คล่ืน และงุ้มเขา้ หากลางใบ แผน่ ใบมี
เส้นกลางใบสีเขยี วอ่อนขนาดใหญ่ มีเส้นแขนงใบเรียงสลบั กันออกดา้ นขา้ ง

ดอก

มะเขือเปราะ ออกเป็นดอกเดี่ยวๆหรือออกเป็นช่อ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ดอกจะแทงออกบริเวณซอกใบตั้งแต่
โคนต้นจนถึงปลายกิ่ง ดอกที่ออกเป็นช่อมีก้านช่อดอกสั้น แต่มีขนาดใหญ่ ส่วนดอกย่อยหรือดอกเดี่ยวมีก้านดอก
ทรงกลม ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร โคนก้านใหญ่ ปลายก้านเรียวเล็กลง ถัดมาเป็นตัวดอก ดอกตูมมีลักษณะ
เป็นหลอด ดอกบานแผก่ ลีบดอกออก ประกอบด้วยกลีบเล้ียงสเี ขยี วขนาดเล็ก 5 กลบี หุ้มหอ่ ฐานดอกไว้ถัดมาเป็น
กลีบดอก จำนวน 5 กลีบ โคนกลีบ และกลางกลีบเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกเป็นแฉก 5 แฉก มีลักษณะแหลม
ตรงกลางกลีบ แผ่นกลีบดอกไม่เรียบ มีสีขาว มีขนปกคลุม ถัดมาตรงกลางดอกเป็นเกสรตัวผู้ที่มีลักษณะเป็น
ทรงกระบอกสีเหลือง จำนวน 5 อัน ยาวประมาณ 0.5-1 เซนตเิ มตร

ตรงกลางของเกสรตัวผู้เป็นเกสรตัวเมีย มีก้านเกสรสีเหลืองอมส้ม แทงยื่นยาวกว่าเกสรตัวผู้ จำนวน 1 อัน
ดา้ นลา่ งสดุ ของฐานดอกเป็นรังไข่

ผล

มะเขือเปราะออกเป็นผลเดี่ยวหรือออกรวมกันเป็นช่อ แต่ละผลมีก้านผลที่พัฒนามาจากก้านดอก โคนก้าน
บรเิ วณข้วั ผลใหญ่ โคนกา้ นตดิ กิง่ เลก็ ยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ถดั มาเป็นตวั ผลท่ีขั้วผลหมุ้ ด้วยกลีบเลยี้ งขนาด
ใหญ่ สีเขียว จำนวน 5 กลีบ ซึ่งพัฒนามาจากกลีบเลี้ยงของดอก โคนกลีบใหญ่เชื่อมติดกัน ปลายกลีบเรียวแหลม
และมขี นอ่อนปกคลุมทว่ั กลบี เล้ียง ทั้งน้ี มะเขอื เปราะบริเวณกา้ นผล และกลีบเลี้ยงจะไม่มหี นาม แต่จากมะเขือขื่น
(อสี าน) จะพบหนามบรเิ วณดังกล่าว

แต่ละผลมีลักษณะทรงกลมหรือเป็นรูปไข่ ขนาดผลกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3-8
เซนติเมตร เปลือกผลหนา เรียบ และเปน็ มัน มหี ลายสีข้นึ อยู่กบั สายพนั ธุ์ อาทิ สีขาว สเี ขยี วอ่อน สเี ขียวเข้ม และมี
ลายปะสีขาว เป็นต้น เมื่อผลสุกจะเปลีย่ นเป็นสีเหลืองในทุกพันธุ์ ถัดมาด้านในเป็นเมล็ดท่ีแทรกตวั ในเนื้อผล ทั้งนี้
เปลือกผล และเนื้อด้านในจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน และแยกออกได้ง่ายเมื่อผลแก่หรือสุก เนื้อเปลือกผลมี
ลักษณะอ่อน และกรอบ เมื่อแก่จนเหลืองจะแข็งขึ้น มีรสเฝื่อนเล็กน้อย ส่วนเนื้อผลด้านในมีรสหวาน เฝื่อนน้อย
กว่าเปลอื ก ดังนั้น มะเขือเปราะจงึ นยิ มรับประทานในระยะผลอ่อนหรือผลท่ียังไม่สุก

พันธมุ์ ะเขือเปราะตามสี

พันธมุ์ ะเขือเปราะท่ีนิยมปลูก ได้แก่
พนั ธุ์สีเขยี วเข้มปะขาว ตวั อย่างชอื่ พันธ์ุ ได้แก่ พันธพุ์ วงหยกจกั รพันธ์ มีมูลนธิ ชิ ยั พัฒนาเป็นผจู้ ดสทิ ธบิ ตั รสายพันธ์ุ
เป็นพนั ธผ์ุ สมระหว่างพันธ์ุขาวกรอบแมโ่ จ้กบั พันธุ์ EP 06 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มลี กั ษณะเด่น คอื ผลออกเป็นพวง
ผลมีขนาดเล็ก 2-3 เซนตเิ มตร พื้นผลสเี ขียวเข้ม มลี ายปะสีขาวทีท่ ้ายผล

พันธส์ุ ีเขียวออ่ นปะขาว

พนั ธุ์สเี ขียวออ่ นล้วน (หยดน้ำคา้ ง)
พันธุ์สขี าวล้วน

สภาพดนิ ฟา้ อากาศที่เหมาะสม

มะเขือขนึ้ ได้ในดินแทบทกุ ชนิดทมี่ ีการระบายน้ำดี และต้องการหนา้ ดินลกึ มีอนิ ทรยี ์วตั ถุสูง เนอ่ื งจากมะเขอื
เปน็ พืชท่ีมีระบบรากลึกมาก ต้องการความชนื้ ในดินพอเหมาะ ไม่แห้งและนำ้ ขัง ต้องการแสงแดดเต็มท่ตี ลอดวนั
อุณหภมู ิที่พอเหมาะประมาณ 21 – 29.5 องศาเซลเซยี ส มะเขือไมส่ ามารถเจรญิ เติบโตในสภาพทมี่ ีอากาศเยน็
โดยเฉพาะสภาพทก่ี ลางคืน

การเพาะต้นกลา้

1.เร่มิ ขั้นตอนแรกเริ่มโดยเตรยี มดนิ และป๋ยุ ในอัตราสว่ น 2 : 1 และนำดินผสมเรียบรอ้ ยแลว้ ใสล่ งในถาด
พลาสติกสำหรับเพาะกลา้

2.ต่อมาใชไ้ มแ้ หลมเล็กๆ ปักลงไปในดินในถาดพลาสตกิ เพาะกล้า โดยให้มคี วามลึก 0.5 ซม.

3.จากน้ันนำเมลด็ มะเขือเปราะคอ่ ยๆหยอดลงในหลุมปลูก โดยหยอดหลุมละประมาณ 1-2 เมล็ด แล้วนำ
กลบดนิ ผิวหน้าเมล็ด ใชป้ นู ขาวโรยเป็นเสน้ ยาวๆลอ้ มถาดเพาะไว้

4.เม่อื ทำการเพาะไว้เป็นระยะเวลาประมาณ 7-10 วนั จะเริม่ เห็นวา่ มะเขอื เปราะเร่มิ งอกกล้าขึ้นมาใหเ้ หน็
ใหร้ ดนำ้ ตน้ กลา้ มะเขือเปราะทกุ วนั ๆละ 1-2 ครัง้ เชา้ และเย็น เม่อื มะเขือเปราะมีอายุ 25-30 วนั จึงคอ่ ยย้าย
กล้ามะเขือเปราะลงปลูกในแปลงปลูกหรือในกระถางต่อไป

การปลกู มะเขอื เปราะ

การเตรยี มแปลงปลูก

แปลงปลกู จะต้องไถพรวนดนิ และกำจดั วชั พชื อย่างน้อย 1 คร้ัง จากนั้น หว่านรองพ้ืนด้วยปยุ๋ คอก 1-2 ตนั /
ไร่ ก่อนไถพรวนแปลงอีกรอบ การปลูกเปน็ แถว หากตอ้ งการทำร่องปลูก ใหห้ ว่านโรยป๋ยุ คอกตามร่องก่อน และไม่
ต้องหวา่ นรองพ้ืนตอนไถกลบ

วิธยี า้ ยกลา้ และการปลกู

การย้ายกล้าปลกู ควรดูแลกล้าจนมีอายปุ ระมาณ 10-15 วนั หรอื แตกใบจริงแล้ว 3-5 ใบ โดยรดนำ้ ให้ชุม่ กอ่ น
ถอนย้ายกลา้ และต้องเตรียมแปลงให้เสรจ็ ก่อนขุดหลมุ ปลูก ลกึ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร เรยี งเป็นแถวๆ
ระยะห่างระหว่างตน้ และแถว ประมาณ 80-100 เซนติเมตร หลังจากปลูกรดนำ้ ใหช้ ุ่ม

การให้น้ำ

หลังการปลูก 7-14 วนั แรก ควรใหน้ ้ำทุกวนั จากนั้น ลดเหลือ 2 วนั /ครงั้ แตต่ ้องใหช้ ุ่มในทกุ คร้ัง จนอายมุ ะเขือ
ไดป้ ระมาณ 2 เดือน จึงลดเหลอื ประมาณ 3 ครั้ง/อาทิตย์

การใสป่ ุย๋

หลงั ปลกู แลว้ 20-25 วัน ใหป้ ยุ๋ สูตร 15-15-15 รอบโคนตน้ ประมาณต้นละ 1 หยิบมือ และให้อีกรอบเมื่อต้น
อายไุ ด้ 45-50 วัน ในสูตร 12-12-24 ในอตั ราเทา่ เดมิ ท้ังน้ี ควรใหป้ ยุ๋ คอกร่วมดว้ ยอย่างน้อย 1 ครงั้

การกำจดั วัชพืช

หลงั ปลกู แลว้ 20-30 วัน ให้กำจดั วชั พืชด้วยจอบถากหรอื ใช้มือถอน และอีกครง้ั เม่ืออายคุ รบ 2 เดือน หรอื กำจดั
เมื่อพบเห็นวชั พชื

การเกบ็ ผลผลิต

หลังปลกู ประมาณ 45-60 วัน มะเขือเปราะจะเร่ิมติดผล และทยอยเกบ็ ผลไดห้ ลงั จากปลกู 60-80 วนั
และเก็บต่อเน่ืองนานกวา่ 4-5 เดือน ทงั้ นี้ การเกบ็ ผล ควรใชก้ รรไกรตัดขว้ั ผล ไม่ควรใชม้ อื เด็ด เพราะอาจทำให้
ยอดขาดหรือโคนตน้ ถอนได้ แต่หากใช้มือต้องมคี วามชำนาญ และระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษ

การปลกู มะเขอื เปราะ ด้วยวิธีเพาะเมลด็ ลงถาดเพาะ หรือลงแปลงปลกู

นำเมลด็ มะเขอื เปราะที่คัดเลือกแล้ว แช่ในนำ้ หวั เช้ือจลุ นิ ทรยี ส์ งั เคราะหแ์ สงประมาณ 20 นาที

เตรียมภาชนะ หรือถาดเพาะ จากนัน้ ผสมดนิ และปยุ๋ คอกลงไป หากฉีดพน่ ด้วยหัวเชื้อจุลินทรยี ส์ งั เคราะห์แสง
ซ้ำอีกรอบให้กับดินปลูกด้วยจะดีมาก ใช้ไม้หรือนิ้ว จิ้มดินให้เป็นรู ลึกประมาณ 3-5 ซม. หลังจากนั้นนำเมล็ด
มะเขือเปราะใส่ลงไป กลบดินปิดบางๆ วางภาชนะปลูกไว้ในที่ร่มประมาณ 5-7 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก รดน้ำวันละ
ครั้งช่วงเช้า รอจนกว่าต้นอ่อนจะได้ใบคู่ก็ยกไปให้โดนแดดบ้างประมาณครึ่งวัน ต้นมะเขือจะโตเร็วขึ้นประมาณ
20-30 วัน สามารถย้ายกล้าลงปลูกในกระถาง หรือแปลงปลูกได้แล้ว ระหว่างนี้ บำรุงด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์
สังเคราะห์แสง และปุ๋ยคอกรอบโคนต้น สามารถนำไปไว้กลางแดดทั้งวันได้แล้ว โดยให้รดน้ำวันละครั้ง อย่าให้ดิน
แห้งเกินไปเมื่อต้นมะเขือแตกกิ่งใหม่ เลี้ยงจนสูงพอ ให้หมั่นเด็ดยอดทิ้งเพื่อให้แตกกิ่งใหม่อยู่เสมอจนได้ทรงสวย
แล้วจึงเวน้ ใหต้ ดิ ดอกในช่วงมดี อกและติดผล จะมหี นอนเจาะและแมลงมารบกวนบ้าง แตก่ ็ไม่มากนกั แกป้ ัญหาโดย
การฉีดพ่นน้ำส้มควนั ไม้และเด็ดผลทีห่ นอนเจาะทิ้งเพื่อต้นพืชจะได้ไม่ต้องส่งอาหารไปเลีย้ งผลที่เสยี เมื่อไดต้ ้นอ่อน
มาแล้ว ให้แยกปลูกลงกระถาง หรือแปลงปลูก เว้นระยะห่างจากต้นประมาณ 50 ซม. เพื่อไม่ให้ชิดกันมากเกนิ ไป
บำรุงดนิ ด้วยปุ๋ยคอก ป๋ยุ หมกั ทั่วไป

เทคนคิ การเสยี บยอดมะเขอื เพม่ิ ผลผลติ ไดม้ ะเขอื ต่างชนดิ

ใชต้ น้ ตอพันธม์ุ ะเขือพวง หรือมะเขือปา่ ทีม่ ีอายยุ ืนนำกง่ิ มะเขือเปราะ มะเขอื เทศ มะเขือยาว หรอื มะเขือท่ี
ต้องการ นำมาตัดเฉียงเพื่อเสียบยอด ควรเลอื กยอดทไี่ มอ่ ่อนหรอื แกเ่ กินไปตัดกง่ิ ต้นตอพันธุ์ แล้วผ่ากลาง ไม่ตอ้ ง
ลึกมาก ประมาณ 2 ซม.นำยอด หรือก่ิงพนั ธุ์ทเ่ี ตรยี มไว้ เสียบในร่องทผี่ ่าของต้นตอพนั ธุ์นำเชือกหรือพลาสติก พัน
รอบรอยผา่ กบั กิ่งพันธ์ุใหต้ ิดกัน และปอ้ งกันเช้ือโรคเข้าทำลายนำถุงพลาสติกมาคลุมยอดทเี่ สยี บไว้ ใช้ยางรดั ให้
แน่น ประมาณ 1 สัปดาหย์ อดใหม่จะค่อยๆ เติบโตข้นึ มาเมอ่ื ยอดมะเขือท่เี สยี บไว้โตขน้ึ ให้เอาถุงครอบออก และ
ดูแลต้นพนั ธตุ์ ่อไป รดนำ้ พรวนดนิ ใส่ปุ๋ยคอก ปุย๋ หมัก รอบโคนต้น บำรงุ ให้มะเขือติดลูกพนั ธุอ์ นื่ ยาวไป

สาเหตุ เชอื้ รา Colletotrichum gloeosporioides

ลักษณะอาการ มีแผลวงกลมสีน้ตาล เรียงซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลจะยุบลงไปจากพื้นผิวปกติ
เล็กน้อย

การปอ้ งกนั กำจดั

คลกุ เมล็ดด้วยสารเคมี แมนโคเซป(โปรมาเซบ) หรอื แชเ่ มล็ดในน้ำอุ่นทีอ่ ณุ หภูมิ 50 องศาเซลเซยี ส นาน 30
นาที เพื่อฆ่าเชื้อก่อนปลูกใช้สารเคมีในกลุ่ม Strobilurin เช่น อะซอกซี่สโตบิน(อมิสตา)ใช้สารเคมีในกลุ่ม
Alkylenebis เช่น แมนโคเซป(ฮัมบรูก) , โพรพิเนบ(แอนทาโคล) หรือ กลุ่มอื่นๆ เช่น โพรคลอราช เป็นต้น ฉีด
ทุกๆ 7-10 วัน – เว่นระยะหา่ งเพื่อให้อากาศถ่ายเท โดนแดดอย่างทั่วถงึ ตัดกิ่งที่ติดเชื้อไปทำลายหรือเผา เพื่อลด
ปรมิ าณการแพร่ระบาด

ปลูกต้นพริกให้มีระยะห่างที่เหมาะสม ให้มีอาหาศถ่ายเท และไม่มีน้ำขังแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุณหภู มิ 50 องศา
เซลเซียส นานประมาณ 30 นาทีใช้สารเคมีในกลุ่ม Phenylamide เช่น เมทาแลกซิล เป็นต้นใช้สารเคมีในกลุ่ม
Alkylenebis เช่น แมนโคเซป(ฮมั บรกู ) , โพรพเิ นบ(แอนทาโคล) เป็นต้น

แนวทางการป้องกนั กำจัด

นำแผ่นพลาสติกคลุมแปลงเพื่อไล่แมลง ลดการระบาดของพาหะใช้สารเคมีในกลุ่ม Carbamate เช่น คาร์
โบซัลแฟน(พอส) เป็นตน้ ใชส้ ารเคมีในกลุ่ม Neonicotinoid เชน่ ไดโนทีฟแู รน(สตาร์เกลิ จ)ี , ไทอะมที อกแซม(เซน
นา่ ) หรอื อิมิดาโคลพรดิ (ไบรดา้ ) เปน็ ตน้

โรคและแมลงศตั รขู องมะเขือเปราะ

โรคแอนแทรคโนส
เกิดจากเชื้อรา อาการจะเป็นแผลวงกลมสีน้ำตาล ซึ่งจะขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้แผลเน่า และกิ่งแห้งตาย บน

แผลมเี ช้ือราขนึ้ เป็นตมุ่ เล็กๆสดี ำ ขนาดเลก็ กว่าหัวเข็มหมุดข้ึนเรยี งเปน็ วงกลมซอ้ นกนั หลายชน้ั เนื้อเย่อื บริเวณแผล
ยุบต่ำลงจากในระดบั เดิมเล็กนอ้ ย

การป้องกันกำจดั ควรฉดี พ่นปอ้ งกนั เช้ือราเป็นครั้งแรก และตดั แต่งกิ่งและผลที่เปน็ โรคนำไปเผาไฟทลายเพื่อ
ป้องกันการระบาดไปต้นอน่ื

โรคผลเน่า
เกิดจากเชื้อรา อาการของผลและกิ่งจะปรากฏสีน้ำตาลแล้วลามเข้าไปทั้งผล และกิ่งจนแห้งตาย บนกิ่งแห้ง

พบเมล็ดราสีดำ ขนาดเล็กกว่าเข็มหมุดขึ้นตรงกลางแผลสีน้ำตาลการป้องกันกำจัด ตัดแต่งกิ่งเป็นโรคและผลเน่า
ออกจากแปลง ฉดี พน่ ดว้ ยยาป้องกนั กำจัดเชอ้ื รา

โรคโคนเนา่
เกิดจากเชื้อรา อาการที่พบคือต้นเหี่ยวเฉาตาย เมื่อถอนต้นขึ้นมาตรวจพบเชื้อรา เป็นเส้นใยสีขาวโคนต้น

ระดบั ดิน ทำให้โคนต้นแหง้ เปน็ สนี ้ำตาล เชอื้ ราสรา้ งเสน้ ใยและมีเม็ดราเปน็ สีขาวและดำเท่ากับเมล็ดผักกาด แทรก
อยรู่ ะหว่างกอ้ นดินโคนตน้

การป้องกันกำจัด ถอนต้นที่เป็นโรคเผาไฟรวมทั้งดินโคนด้วยใส่ปนู ขาวในหลมุ ที่เป็นโรค หรือละลายปูนขาว
กบั นำ้ รดโคนตน้ หรือยากำจัดเชอื้ รา รดโคนตน้ เมือ่ ปลกู ใหม่ ควรปรับดินด้วยปนู ขาวและใสป่ ุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์
ใหม้ าก ควรปลูกพชื อ่นื หมนุ เวียนในแหลง่ ที่มีโรคระบาดมาก

เพลีย้ ไฟ
ศัตรูชนิดนี้มีตัวอ่อน ลำตัวยาวสีเหลืองเคลื่อนไหวเร็วอยู่ตามยอด ซอกใบ และใต้ใบ ตัวแก่สีดำบินเร็ว เป็น

ศัตรูที่สำคัญที่สุดของมะเขือ ระบาดได้รวดเร็วมาก โดยจะดูดน้ำจากใบทำให้ใบเหลือง แข็ง กรอบ ผิวใบอาจฉีก
ขาด ยอดมีสีนำ้ ตาล ไม่คอ่ ยเจรญิ เติบโต และต้นทรดุ โทรมเร็ว ระบาดมากช่วงฤดูหนาว

การปอ้ งกนั กำจัด ฉีดพน่ ยาปอ้ งกนั กำจดั เพล้ียไฟ เชน่ คารโ์ บซลั แฟน ,ฟโิ ปรนิล ,อะบาแมคตนิ เป็นต้น

เพลี้ยแป้ง

ทำใหเ้ กดิ ใบหยิกหด ใบและยอดออ่ นหยิกและหด ขอ้ สั้นและอวบใหญ่มีสีเขียวเขม้ ไม่เจรญิ ต่อไป เพราะมีศัตรู
ทมี่ ีแป้งสขี าวเกาะตดิ อยู่เป็นกระจกุ

การปอ้ งกันกำจดั ควรฉีดพน่ ด้วยยาป้องกนั กำจัดประเภทดดู ซมึ เช่นเดียวกบั การกำจัดเพลย้ี ไฟ

คณุ ค่าทางโภชนาการ

พลังงาน 50 กิโลแคลอรี
น้ำ 87.9 กรัม
ไขมนั 0.8 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 8.8 กรัม
โปรตนี 1.8 กรมั
เส้นใย 2.5 กรมั
แคลเซยี ม 38 มิลลิกรัม
เหลก็ 1.2 มลิ ลิกรัม
ฟอสฟอรสั 70 มิลลกิ รมั
วิตามิน เอ 29 ไมโครกรมั
วติ ามนิ บี 1 ไทอะมนี 0.07 มลิ ลิกรัม
วิตามนิ บี 2 ไรโบฟลาวิน 0.16 มิลลกิ รมั
วิตามินบี 3 ไนอะซนี 2.4 มิลลกิ รมั
วติ ามินซี 3 มลิ ลกิ รัม

ประโยชน์มะเขอื เปราะ

1. ผลมะเขือเปราะสดใชร้ บั ประทานเป็นผกั คู่กับอาหารต่างๆ อาทิ นำ้ พริก ลาบ ซบุ หนอ่ ไม้ สม้ ตำ และค่ัว
กลงิ้ เปน็ ตน้

2. มะเขือเปราะใชป้ ระกอบอาหารเด่ียวๆ อาทิ ซบุ มะเขือ (อาหารอสี าน) หรือใชป้ ระกอบอาหารต่างๆ อาทิ
แกงค่วั แกงเลียง แกงอ่อม และผดั ต่างๆ เป็นตน้

3. มะเขอื เปราะใช้ใสเ่ ป็นส่วนประกอบของส้มตำ
4. เศษผล และใบมะเขือเปราะใชท้ ำนำ้ หมักชีวภาพ
5. ลำต้น และใบสดนำมาสุมรมควนั ชว่ ยไล่เหลอื บ ยุง

6. สารโซลาโซดีนทพ่ี บในมะเขอื เปราะ ใชเ้ ป็นสารตัง้ ตน้ สำหรับสงั เคราะห์สารสเตียรอยดค์ อร์ตโิ ซน และ
ฮอรโ์ มนเพศบางชนดิ

โทษของมะเขอื เปราะ

แมม้ ะเขือเปราะจะมีประโยชน์อยู่เพยี บ แตห่ ากทานในปริมาณมากหรอื ทานติดต่อกันเปน็ เวลานาน ก็อาจทำ
ให้มีอาการปวดขาได้เหมือนกัน เพราะในมะเขอื เปราะมสี ารโซลานิน (SOLANINE) ซึ่งเป็นสารท่ีถ้ารา่ งกายเรา
สะสมไว้หลาย ๆ วนั จะไปรวมตัวกบั ไขมันชนดิ ไมด่ ี (LDL) แลว้ เกาะอยตู่ ามขอ้ ต่อ ทำใหเ้ ราปวดขา ปวดขอ้ หรือ
เป็นตะครวิ ได้

สรรพคุณของมะเขอื เปราะ

ผล
– ช่วยลดไข้
– ช่วยตา้ น และยบั ยงั้ มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้
– ชว่ ยลดการอักเสบ
– ชว่ ยกระตุ้นการขบั ถา่ ย
– ชว่ ยลดการบีบตวั ของกล้ามเนอ้ื เรียบ
– ช่วยตา้ นโรคมะเรง็
– ชว่ ยบำรงุ หวั ใจ
– ช่วยลดความดนั เลอื ด
– ชว่ ยลดระดบั นำ้ ตาลในเลือด
– น้ำตม้ ใชด้ ่ืม ชว่ ยป้องกนั และรกั ษาโรคเบาหวาน ประเทศทใ่ี ชป้ ระโยชนจ์ ากนำ้ ต้มในด้านน้ี ไดแ้ ก่ ประเทศ
อนิ เดยี
– ชว่ ยกระตุ้นการเผาพลาญน้ำตาลใหเ้ ปน็ พลงั งาน
– ชว่ ยขับพยาธิ

ใบ
– ใบสดนำมาต้มด่ืม แก้อาการรอ้ นใน
– น้ำต้มจากใบใชเ้ ป็นยาขบั ปัสสาวะ
– ใบสดนำมาขยำ กอ่ นพอกประคบรกั ษาแผล ชว่ ยห้ามเลอื ดของแผล
– ใบสดนำมาเค้ยี ว ช่วยแกอ้ าการเหงือกอักเสบ
– น้ำตม้ จากใบใช้อาบ แก้ผดผ่ืนคันตามผิวหนัง
ราก
– รากนำมาล้างน้ำแล้วต้มด่มื ลดอาการคนั คอ ชว่ ยบรรเทาอาการไอ
– น้ำตม้ จากรากแก้อาหารอกั เสบในลำคอ
– น้ำต้มใชเ้ ปน็ ยาแก้หอบหืด
– นำ้ ต้มใชเ้ ป็นยาขบั ปัสสาวะ
– รากสดนำมาเคี้ยว ช่วยบรรเทาอาหารเหงือกบวม เหงอื กอกั เสบ และบรรเทาอาการปวดฟนั
– ที่ประเทศอินเดียจะใช้น้ำต้มจากผลมะเขือเปราะเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ผลใช้เปน็ ยาลดไข้ผลใช้เป็นยาแก้ไข้
พิษรอ้ น กระทงุ้ พิษไข้ ใชเ้ ปน็ ยาขบั นำ้ ชืน้ (ไม่ระบแุ นช่ ัดวา่ ใช้ส่วนใด)
– ผลตากแห้งนำมาบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งใช้ปรงุ เป็นยาแก้ไอ ส่วนการแพทย์อายุรเวทของอินเดยี จะใช้รากมะเขือ
เปราะเป็นยารักษาอาการไอ (ราก, ผล)
– รากใช้เป็นยาแกห้ อบหดื หลอดลมอักเสบ (ราก)
– ใชแ้ ก้อาการปวดฟนั ดว้ ยการใช้ราก 15 กรมั นำมาต้มเอาน้ำอมในปาก (ราก)ชว่ ยขบั ลม (ราก)
– ช่วยในการยอ่ ยอาหาร และชว่ ยในการขับถ่าย (ผล)
– ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะอาหาร (ไมร่ ะบแุ นช่ ัดวา่ ใชส้ ่วนใด)ผลมสี รรพคุณเป็นยาขับพยาธิ (ผล)รากมีสรรพคุณ
เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)
– ชว่ ยกระตนุ้ ความรสู้ กึ ทางเพศ (ผล)
– ใชเ้ ป็นยาแกอ้ ัณฑะอักเสบ ด้วยการใช้ 15 กรัม, หญ้าแซ่ม้า 15 กรัม และต้นท้งิ ถ่อน นำมารวมกันตม้ กับน้ำ
รบั ประทาน (ราก)
– ใบสดใชภ้ ายนอกนำมาตำพอกแกพ้ ิษ แกฝ้ ีหนอง (ใบสด)

– ช่วยลดการอกั เสบ (ผล)

– ช่วยแก้อาการปวดบวม ปวดหลงั ฟกชำ้ ดำเขียว (ไมร่ ะบุแน่ชัดว่าใช้สว่ นใด)

– ใช้เป็นยาชว่ ยขบั ลมช้นื แกอ้ าการปวดข้อเน่ืองจากลมชืน้ ตดิ เกาะ แก้ไขข้ออักเสบ มือเท้าชา ด้วยการใช้ผลสด
ประมาณ 70-100 กรมั นำมาตุ๋นกบั ไตหมรู ับประทาน (ผล)

ขอ้ มลู ทางเภสชั วิทยาของมะเขือเปราะ

ผลพบสาร Capresterol, Diosgenin, Solanine, Solanines, Solasonine, Solacarpine และ
พบน้ำมันอีกเล็กน้อย กับสารอัลคาลอยด์ต่าง ๆ เช่น ทั้งต้นพบแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียมคลอ
ไรด์ เป็นตน้

ในประเทศอนิ เดียได้นำมะเขอื เปราะทง้ั ต้นมาสกัดเอาสารอลั คาลอยด์ไปใช้ในการรักษาอาการไข้
ตัวร้อน แกไ้ อ และโรคหวั ใจ โดยพบวา่ สารดงั กล่าวมฤี ทธิ์กระตุ้นทำให้หัวใจบีบตัวได้แรงขึ้น แต่หากใช้
ในปรมิ าณมากเกินไปจะทำให้การบบี ตวั ของหวั ใจลดลง

จากงานวิจัยนานาชาติระหว่างปี พ.ศ.2510-2538 พบว่า ผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัว
ของกลา้ มเนื้อเรียบ บำรงุ หวั ใจ ลดความดนั โลหติ และต้านมะเรง็

ผลมะเขือเปราะมีสารไกลโคอัลคาลอยด์โซลามาร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่
ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล จากการทดสอบฤทธิ์การต้านเซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบว่า สารทุกตัวมี
ฤทธต์ิ ้านการเจริญของเซลล์มะเรง็ ลำไสใ้ หญ่และมะเรง็ ตบั

จากงานวิจัยในแคว้นโอริสสา ที่ประเทศอินเดีย ได้ทำการทดลองใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือ
เปราะเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานอะล็อกซาน โดยผลการทดลองพบว่า สารสกัด
ดังกล่าวมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเทียบเท่ากับการใช้ยากลิเบนคลาไมด์ (glibenclamide)
และยังมีการทดสอบเพิ่มเติมที่พบว่า สารสกัดนี้จะออกฤทธ์ิคล้ายกับอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งาน
กลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพและมผี ลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อนและสารโซลาโซดีนถูกนำมาใช้
เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตียรอยด์คอร์ติโซนและฮอร์โมนเพศจากการทดสอบความเป็นพิษ
พบวา่ สารสกัดนำ้ ของผลมะเขือเปราะไมม่ พี ิษต่อสตั วท์ ดลองแต่อย่างใด

การศกึ ษาทางพษิ วทิ ยา
มีการศึกษาวิจัยพบว่า สาร Solanine ที่พบในมะเขือเปราะ เมื่อสะสมไว้ในร่างกายจำนวนมาก

และสะสมไว้หลายๆวัน จะไปรวมตัวกับไขมัน LDL (ไขมันชนิดไม่ดี) และจะไปเกาะตามบริเวณข้อต่อ
ตา่ งๆ ของรา่ งกาย ซง่ึ จะสง่ ผลให้เกดิ อาการปวดตามข้อต่างๆ หรอื เป็นตะครวิ ได้

ขอ้ แนะนำและขอ้ ควรระวัง
ในการใชม้ ะเขือเปราะเป็นยาสมนุ ไพรเพ่อื บำบัดรักษาอาการเจบ็ ป่วยตา่ งๆ นั้นควรระมัดระวังใน

การใช้แต่พอดีตามที่ระบุไว้ในตำรับตำราต่างๆ ไม่ควรใช้มากจนเกินไปหรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะ
เวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่
ต้องรบั ประทานยาต่อเนอ่ื ง กอ่ นจะใช้

วธิ ีเก็บรกั ษามะเขอื เปราะ
จะนำมะเขือเปราะ แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด เราจะมีวิธีเกบ็ รักษาใหส้ ดนานๆ คือให้ล้างน้ำให้

สะอาดดี แล้วให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด แล้วนำมาห่อด้วยกระดาษหรือผ้าขาวบาง แล้วใส่ถงุ หรือกลอ่ ง
พลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็น จะเก็บไว้ได้นาน

งานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ ง
การแพทย์อายุรเวทของอินเดียใช้รากมะเขือเปราะ รักษาอาการไอ หอบหืด อาการหลอดลม

อกั เสบ ขบั ปัสสาวะ และขับลมผลใช้ขับพยาธิ ลดไข้ ลดอักเสบ ชว่ ยการขบั ถ่าย ช่วยย่อยอาหาร และ
กระตุ้นทางเพศประชากรในแคว้นโอริสสา ของประเทศอินเดียใช้น้ำต้มผลมะเขือเปราะรักษา
โรคเบาหวาน

งาน วิจัยที่แคว้นโอริสสา ประเทศอินเดีย ใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะลดปริมาณ
น้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานอะล็อกซาน พบว่าได้ผลลดน้ำตาลในเลือดดีเท่ากับการใช้ยากลิเบน
คลาไมด์ (glibenclamide)

การทดสอบเพิ่มเติมพบว่า สารสกัดดังกล่าวออกฤทธ์ิคล้ายอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคส
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และมผี ลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน สารสกดั น้ำของผลมะเขือเปราะไม่มี
พษิ ตอ่ สตั ว์ทดลองแต่อยา่ งใด

งาน วิจัยนานาชาติระหว่างปี พ.ศ.2510-2538 พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัว
กลา้ มเนื้อเรยี บ ตา้ นมะเร็ง บำรงุ หวั ใจ และลดความดนั เลือดผลมะเขือเปราะมีไกลโคอัลคาลอยด์โซลา
มา ร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล การทดสอบฤทธิ์ต้าน
เซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบวา่ ทกุ ตวั มีฤทธต์ิ า้ นการเจรญิ ของเซลล์มะเรง็ ตับและลำไส้ใหญ่และฤทธ์ิ
ของไกลโคอัลคาลอยด์สูงกว่าโมเลกุลไร้น้ำตาล ราก ต้นและผลแก่มีสารอัลคาลอยด์เหล่านี้ต่ำ แต่ผล
เขียว (เหมอื นที่คนไทยกนิ ) มสี ารท่ีมปี ระโยชน์เหล่าน้ีในปริมาณสูงกวา่ ส่วนอ่ืนของพืชดังกล่าวและผล
ตากแหง้ บดเปน็ ผงผสมน้ำผงึ้ สามารถใชเ้ ป็นยาแก้ไอได้


Click to View FlipBook Version