The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by onpriyapanprayad, 2022-08-14 07:50:38

เส้นเวลาทางประวัติศาสตร์

ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

เส้นเวลาทางประวัติศาสตร์

รายวิชาประวัติศาสตร์ไทย1 (ส32102)

จัดทำโดย

นางสาวอรปรีญา เเป้นประหยัด เลขที่37
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1

เสนอ

คุณครูภัคพร เจริญลักษณ์

ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2565

โรงเรียนภัทรญาณวิทยา

ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ไทย

เวลาเเละยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ไทยเป็นการศึกษาเรื่องราวในอดีตของมนุษย์ นักประวัติศาสตร์ได้กำหนดเวลา
เเละยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ขึ้นมา เช่น กำหนดเวลาเป็นปีศักราช สหัสวรรษ ศตวรรษ ศวรรษ
ในการกำหนดยุคสมัย นักประวัติศาสตร์ได้ถือเอาลักษณะเด่นของเหตุการณ์้ป็นเกณฑ์เพื่อให้
สามารถเข้าใจเเละจดจำยุคสมัยนั้นๆได้ ประวัติศาสตร์จิงมีความสำคัญซึ่งจะช่วยให้ผู้ศึกษา
เกิดความเข้าใจง่ายเเละตรงกัน

ในสมัยประวัติศาสตร์ที่มีระยะหลายร้อยปี เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญมากมาย นักประวัติศาสตร์จึงได้
กำหนดช่วงเวลาเเละยุดสมัยขึ้นเพื่อให้ง่ายเเก่การจดจำเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เพื่อให้รู้ลักษณะเด่น
ยุคนั้นๆตลอดจนให้ความสำคัญต่อปีศักราช พุทธศักราช จุลศักราช

ความสำคัญเวลาเเละยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

สำหรับการกำหนดยุคสมัยทางประวัติศาสตร์จะกำหนดตามลักษณะเด่นของเหตุการณ์ เช่น
เมื่อกล่าวถึงช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่มีตัวหนังสือใช้ เป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ กล่าวถึงช่วงมนุษย์
เริ่มมีตัวหนังสือใช้เป็นสมัยประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทยในดินเเดนไทยนิยมใช้เกณฑ์การเเบ่ง
ตามอาณาจักรหรือราชธานี

การนับเเละเ
ทียบศักราช

พุทธศักราช<พ.ศ.>ใช้กันเเพร่หลายในประเทศที่ประชาชน
นับถือพระพุทธศาสนาเช่น ไทย ลาว พม่า โดยเริ่มใช้ตั้งเเต่สมัย
อยุธยาใช้อย่างเป็นทางการในรัชกาลที่6 จนถึงปัจจุบัน

มหาศักราช<ม.ศ.>เริ่มใช้ในอินเดียโดยพระเจ้ากนิษกะเเห่งราชวงศ์
ต่อมาได้เเพร่หลายไปยังดินเเดนที่ได้รับอารยธรรมอินเดีย พบมากใน
จารึกสมัยสุโขทัยเเละจารึกในดินเเดนไทยรุ่นเเรกๆ<+621>
จุลศักราช<จ.ศ.>เป็นศักราชของพม่าสมัยพุกามก่อนเเพร่เข้ามา
ในดินเเดนไทยา นิยมใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยสมัย
ต่างๆทั้งสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ตอนต้น ล้านนา<+1181>

รัตนโกสินทร์<ร.ศ.>เป็นศักราชที่พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระราชดำริขึ้นใช้ในกลางรัชสมัยของพระองค์
-การเทียบรัตนโกสินทร์ศกเป็น<+2324>

การเเบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์

สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นสมัยที่ยังไม่ปรากฏหลักฐานลายลักษณ์อักษร

ยุคหิน เริ่มเมือประมาณ 500,000ถึง4,000ปี ล่วงมาเเล้ว เเบ่งเป็น3ยุคย่อยๆ

ยุคหินเก่า

ยุคหินเก่าอยู่ระหว่าง700,000-10,000ปีมาเเล้ว
ในยุคนี้อาศัยอยู่ในน้ำ เพิงผาไม่มีความคิดที่จะ

สร้างที่อยู่อาศัย

มนุษย์หินเก่ายังรู้จักสร้างสรรค์งานศิลปะ วาดภาพตามผนังถ้ำ
โดยใช้ฝุ่นสีต่างๆเช่น สีดำ สีน้ำตาล ส้ม เเดงอ่อน เหลือง

มนุษย์ยุคหินเก่ายังรู้จักนำหนังสัตว์มาทำเครื่อง
นุ่งห่ม รู้จักใช้ไฟเพื่อความอบอุ่นเเก่ร่างกาย

รู้จักใช้เครื่องมือหินกรวดกะเทาะหน้าเดียว
พบที่บ้านเเม่ทะ เเละบ้านดอนมูล จ.ลำปาง เเหล่งโบราณคดี

ผาบุ้ง จ.เชียงใหม่ ที่ถ้ำหลังโรงเรียนทับปริก จ.กระบี่

ยุคหินกลาง

ยุคหินกลางมีอายุประมาณ 10,000-7,000ปีมาเเล้ว

รู้จักปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินให้
มีความประณีตมากขึ้น มีลักษณะด้านหนึ่งคม

ด้านหนึ่งมน

มีภาชนะดินเผาทั้งเเบบมีขาเเละไม่มีขา
พบที่ถ้ำผาชัน เเละถ้ำปุงฮุง จังหวัดเเม่ฮ่องสอน

ยุคหินใหม่

ยุคหินใหม่มีอายุระหว่าง 7,000-4,000ปีมาเเล้ว

พบเครื่องมือหินขัดด้านหนึ่งคม ด้านหนึ่งมน
ผิวเรียบ

พบภาชนะดินเผาเเบบต่างๆ
พบที่บ้านเก่า จ.กาญจนบุรี ที่โคกพนมดี จ.ชลบุรี

ยุคโลหะ เป็นช่วงที่มนุษย์มีการพัฒนาด้านการทำเครื่องมือ เครื่องใช้

ยุคสำริด

ยุคสำริดมีอายุระหว่าง 4,000-2,500ปีล่วงมาเเล้ว

รู้จักนำโลหะสำริดมาทำเครื่องมือเครื่องใช้
พบที่บ้านโคกพลับ จ.ราชบุรี ที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี

ยุคเหล็ก

ยุคเหล็กเริ่มเมื่อประมาณ2,500 ปีล่วงมาเเล้ว

สังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้คนมีวิถีชีวิตที่เจริญขึ้น
พบที่บ้านดอนตาเพชร จ.กาญจนบุรี บ้านหนองนาตูน จ.นครราชสีมา

ยุคสมัยประวัติศาสตร์

สมัยประวัติศาสตร์ เป็นยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษร
ขึ้นมาใช้เเล้ว โดยได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในยุคสมัย
นั้นเป็นลายลักษณ์อักษร มักพบอยู่ตามผนังถ้ำ เเผ่นดินเหนียว เเผ่น

หิน ใบลาน เเผ่นโลหะ ศิลาจารึก

ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ

เริ่มตั้งเเต่ความจริงของเเหล่งอารยธร
รมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก โรมัน
จนกระทั่งสิ้นสุดที่กรุงโรม

ประวัติศาสตร์สมัยกลาง

เริ่มภายหลังจากที่กรุงโรมถูกพวกอนารยชนตีเเตก
ในปีพ.ศ.1019

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ สมัยปัจจุบัน

สมัยใหม่-ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนา ปฏิรูปศาสนา

การเเบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์เเบบไทย...

สมัยสุโขทัย

อาณาจักรสุโขทัย เป็นรัฐในอดีตรัฐหนึ่ง ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มเเม่น้ำยม
สถาปนาขึ้นราวพุทธ ศตวรรษที่18 ในสถานะการค้าของรัฐละโว้ หลังจากนั้นราว

ปี1800 พ่อขุนบางกลางหาวเเละพ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกระทำการยึดอำนาจ
จากขอมสบาดโขลญลำพง ซึ่งทำการเป็นผลสำเร็จเเละได้สถาปนาเอกราชให้

รัฐสุโขทัยเป็นอาณาจักรสุโขทัย เเละมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ เเละ
เพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำเเพงมหาราช ก่อนจะค่อยๆตกต่ำ เเละ

ประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายในเเละภายนอก จนต่อมาถูกรวมเป็น
ส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด

อาณาจักรสุโขทัย

อาณาจจักรสุโขทัยช่วง
พ่อขุนรามคำเเพงมหาราช

<สีน้ำเงินเข้ม>

พ.ศ.1792-1981

เมืองหลวง สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ส่วนหนึ่ง
ภาษา ภาษาไทย
รัฐบาล สมบูรณาญาสิทธิราชย์เเบบศักดินา
ผู้ก่อตั้ง พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
สถาปนา พ.ศ.1792
สิ้นสุด พ.ศ.1981

การก่อตั้งเเละสถาปนาสุโขทัย

การก่อตั้งกรุงสุโขทัย อาณาจักรก่อตั้งขึ้นมาประมาณพ.ศ.1780 พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
ทรงพระนามเดิมว่า พ่อขุนบางกลางหาว ทรงสถาปนาสุโขทัยขึ้นมา สร้างความเป็นปึก
เเผ่นให้กับชนชาติไทย โดยขยายเขตการปกครองออกไปอย่างกว้างขวางสุโขทัยเป็นราช
อาณาจักรของชาติไทยอยู่ประมาณ 200ปี จึงจะถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
อยุธยาเมื่อพ.ศ.1981

เดิมทีสุโขทัยเป็นสถานีการค้าของเเคว้นละโว้ของอาณาจักรบอม บนเส้นทางการค้า
ผ่านคาบสมุทรระหว่างอ่าวเมาะตะมะ กัับเขตที่ราบลุ่มเเม่น้ำโขงตอนกลางประเทศลาว คาด
ว่าเริ่มตั้งสถานีพ.ศ.1700 ในสมัยของพระยาธรรมมิกราช โดยมีพ่อขุนศรีนาวนำถมเป็น
ผู้ปกครองเเละดูเเลกิจการภายในเมืองสุโขทัย เเละ ศรีสัชนาลัย เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำ
ถมสวรรคต ขอมสบาดโขลญลำพง เข้าทำการยึดอำนาจปกครองสุโขทัย จึงทำให้
พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดพ่อขุนบางกลางหาว เจ้าเมืองบางยางตัดสินใจยึดดินเเดนคืน เเละ
สถาปนาเอกราชให้กรุงสุโขทัยขึ้นเป็นรัฐอิสระโดยไม่ขึ้นตรงกับรัฐใด
พระขุนผาเมืองก็กลับยกเมืองสุโขทัยให้พ่อขุนบางกลางหาวครองพร้อมทั้งพระเเสง
บรรค์ชัยศรีเเละพระนาม กำมรเตงอัญศรีอินทรบอินทราทิตย์

หลังจากมีสถาปนาสุโขทัยขึ้นเป็ยราชธานี มีพ่อขุนศีัอินทราทิตย์ เป็นปฐมกษัตริย์เเละ
พระองค์ทรงดูเเลพระราชอาณาจักรเเละบำรุงราษฎรเป็นอย่างดี

พระมหากษัตริย์องค์ที่สาม พ่อขุนรามคำเเหงมหาราช ทรงพระปรีชาสามารถทั้งใน
ด้านนิรุกติศาสตร์ การปกครอง กฎหมาย วิศวกรรม ศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผลงานที่ปรากฏให้เห็นคือ ศิลาจารึก ที่อธิบายถึงความเป็นมาวิถีชีวิตของชาวสุโขทัย
น้ำพระทัยของพระมหากษัตริย์

กษัตริย์พระองค์สุดท้ายในฐานะรัฐอิสระคือ พระมหาธรรมราชที่4 ต่อจากนั้นอาณาจักร
ทั้งหมดก็ถูกกรรมศูนย์ เข้าเป็นดินเเดนส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา

การเมืองการปกครอง

1.การปกครองเเบบพ่อปกครองลูกเป็นลักษณะเด่นของการปกครองตนเอง พระมหากษัตริย์
เปรียบเหมือนพ่อของประชาชน เเละปลูกฝังความรู้ ความผูกพันธ์ระหว่างญาติมิตร
การปกครองนี้เด่นชัดมากในสมัยพ่อขุนรามคำเเพงมหาราช

2.การปกครองเเบบธรรมราชาหรือธรรมาธิปไตย จะยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเเละ
ต้องเผยเเผ่ธรรมเเก่ประชาชน การปกครองเเบบนี้เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพระมหาธรรมราชาที่1

3.ทรงปกครองโดยยึดหลักสิทธิเสรีภาพ เป็นการปกครองที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงใช้อำนาจ
อย่างเด็ดขาด เเต่ให้มีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพด้านต่างๆตามความถนัด เเละ
ความสนใจของตนเอง

การปกครองของอาณาจักรสุโขทัย เเบ่งได้เป็น

1.เมืองหลวงหรือราชธานี มีพระมหากษัตริย์ปกครองเอง เมืองราชธานี เป็นศูนย์กลาางทาง
การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี

2.เมืองลูกหลวง เมืองหน้าด่าน เรียกอีกอย่างว่า หัวเมืองชั้นใน

-ทิศเหนือ เมืองศรีสัชนาลัย

-ทิศตะวันออก เมืองสองเเคว

-ทิศใต้ เมืองสระหลวง

-ทิศตะวันตก เมืองนครชุม

3.เมืองประเทศราช ได้เเก่เมืองที่อยู่นอกอาณาจักร เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา
พระมหกษัตริย์ทรงดำเนินนโยบายในการปกครองโดยให้เจ้านานพื้นเมืองเดิมเป็นเจ้าเมืองกันเอง

4.เมืองพระยามหานคร เป็นหัวเมืองชั้นนอก ห่างจากราชธานีออกไปมากกว่าเมืองลูกหลวง
พระมหากษัตริย์ทรงเเต่งตั้งขุนนางชั้นผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีควมเหมาะสม ความสามารถไปปกครอง
ดูเเลเมืองเหล่านี้

เศรษฐกิจ

สภาพเศรษฐกิจสมัยสุโขทัยเป็นระบบเศรษฐกิจเเบบเสรีนิยมดังข้อความปรากฎในศึลาจารึก
หลักที่1 ว่า ...ใครจักใคร่ใคร่ค้าช้างค้าใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินทองค้า... เเละ ...เมือง
สุโขทัยนี้ดีในน้ำมีปลาในนามีข้าว... ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยระบบเกษตรเเบบ
พึ่งพาธรรมชาติ

1.เกษตรกรรม การเพาะปลูกเป็นอาชีพหลัก มีระบบชลประทานช่วย ในการทำเกษตร
2.หัตถกรรม เครื่องสังคโลกเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศ
3.พาณิชยกรรม การค้าเสรี ไม่เก็บภาษี

ความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม

ขนบธรรมเนียมประเพณี

ศาสนา
ในการใช้ชีวิตของคนสมัยนี้มีความอิสระเสรี มีเสรีภาพอย่างมาก

เนื่องจากผู้ปกครองรัฐให้อิสระเเก่ไพร่ฟ้า ปกครองเเบบพ่อปกครองลูก
ด้านความเชื่อเเละศาสนา มีความเชื่อทั้งเรื่องวิญญาณนิยม ไสยศาสตร์

ศาสนาพราหมณ์ฮินดูเเละพระพุทธศาสนาส่วน
ด้านศาสนา ได้รับอิทธิพลจากนิกายเถรวาทเเบบลังกา จะมีเทศนา
สั่งสอน บรรยายธรรมให้ประชาชนฟัง เเละยังให้ประชาชนในยุคนี้นิยม

ปฏิบัติตนในศีลธรรม มีการถือศีลทำให้สังคมมีความสงบสุข

ภูมิปัญญาในสมัยสุโขทัย







พื้นฐานทางเศรษฐกิจในสมัยสุโขทัย คือ การเกษตรกรรม เเต่สุโขทัยไม่ใช่ดินเเดน
อุดมสมบูรณ์เพราะมีปัญหาการกักเก็บน้ำสุโขทัย อุตรดิตถ์อยู่บริเวณเเม่น้ำยมมีเเหล่งน้ำ
ท่วมขังทำให้การเพาะปลูกไม่ดี จึงใช้ระบบชลประทานช่วยควบคุมน้ำที่ไหลจากภูเขา การ

พัฒนาชลประทานเป็นการใช้ภูมิปัญญาของชาวสุโขทัยในการเเก้ปัญหาน้ำ
ทำให้มีน้ำเพียงพอในการอุปโภคเเละบริโภค

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

-ความสัมพันธ์กับล้านนา อาณาจักรพะเยา เป็นมิตรไมตรีกันตลอดมา
-ความสัมพันธ์กับอาณาจักรมอญ มอญสวามิภักดิ์ต่อสุโขทัย ในสมัยพ่อขุนรามคำเเพงมหาราช
ทรงสนับสนุนมะกะโทราชบุตรเขยเป็นกษัตริย์3
-ความสัมพันธ์กับอาณาจักรนครศรีธรรมราช
-ความสัมพันธ์กับลังกา มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับลังกา ลังกาได้ถวายพระพุทธสิหิงค์เเก่
สุโขทัย
-ความสัมพันธ์กัยจีน สุโขทัยทำการค้ากับจีนมาเป็นเวลานานจีนได้ส่งคณะทูตเข้ามา เจริญ
สัมพันธ์ไมตรีกับไทย ซึ่งเป็นประโยชน์กับไทยทั้งการเมืองเเละการค้า

ความเสื่อมของสุโขทัย

-การเเย่งชิงราชสมบัติระหว่างเชื้อพระวงศ์ของสุโขทัยทำให้อำนาจอ่อนเเอลง
-พระมหากษัตริย์ทรงสนใจด้านศาสนามากกว่าการป้องกันประเทศ
-อาณาจักรอยุธยา สถาปนาขึ้นทางตอนใต้ มีความเข้มเเข็งมากขึ้น จึงผนวกกับสุโขทัยเป็น
อาณาจักรเดียวกัน

การสิ้นสุดอาณาจักร

พ.ศ.2127 หลังจากชนะศึกที่เเม่น้ำสะโตงเเล้ว พระนเรศวรโ)รดให้เทครัวเมืองเหนือทั้งปวง
ลงมาไว้ที่อยุธยาเพื่อเตรียมรับศึกใหญ่ พิษณุโลก-หัวเมืองเหนือกลายเป็นเมืองร้าง

สิ้นสุดการเเบ่งเมืองเหนือกับเมืองใต้ เเละ ถือเป็นการสิ้นสุดของรัฐสุโขทัยโดยสมบูรณ์
หลังจากนี้8ปี พิษณูโลกได้ถูกฟื้ นฟูอีกครั้ง เเต่ถือเป็นเมืองเอกในราชอาณาจักร
มิใช่ราชธานีฝ่ายเหนือ

พระมหากษัตริย์สมัยสุโขทัย

1.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์1792-1822 2.พ่อขุนบานเมืองไม่ปรากฏ-1822

3.พ่อขุนรามคำเเหงมหาราช1822-1841 4.พระยาเลอไทย1841-ไม่ปรากฏ

5.พระยางั่วนำถมไม่ปรากฏ-1890 6.พระมหาธรรมราชาที่1 (ลิไทย)1890-1911

7.พระมหาธรรมราชาที่2 1911-1942 8.พระมหาธรรมราชาที่3 (ไสยลือไทย) 1942-1962
9.พระมหาธรรมราชาที่4 (บรมปาล) 1962-1981


Click to View FlipBook Version