สญั ญาให (Gift)
จดั ทาํ โดย
นางสาวรตนบงกช บญุ ญดิษฐ
รหัสนสิ ต 631081251 คณะ
นิตศิ าสตร
เสนอ
อาจารยว ณี า สวุ รรณโณ
มหาวิทยาลยั ทักษณิ วทิ ยาเขตสงขลา
สารบัญ
ขอ ความเบื้องตน หนา
-สญั ญาให 1
2-3
สาระสําคญั ของสญั ญาให 4-10
-คาํ ม่ันจะใหทรัพยสิน 10
-การใหด วยการปลดหนห้ี รอื ชาํ ระหน้แี กผูร ับ 11
-การใหสทิ ธิอนั มีหนงั สอื อันเปนตราสารเปนสําคญั 12
-การใหอ ันมคี า ภาระติดพัน 13
-การถอนคนื การให 14-17
-เหตแุ หงความระงบั แหง สิทธกิ ารถอนคืนและการให
17-18
และการสงทรัพยส นิ คืนเมอ่ื มกี ารถอนคนื การให 19
-การสงทรัพยสนิ คืนเมอื่ มีการถอนคนื การให 19-
- ขอ ยกเวน การถอนคนื การใหเพราะเหตุเนรคุณ
20
20 21
-การใหท ี่มผี ลเมื่อผใู หตาย
บทสรปุ
ขอ ความเบื้องตน
การให (Gift) คอื การใหท รัพยส นิ แกบคุ คลอ่ืนไปโดยเสนหา ใหไปโดย ไม
หวังผลอะไรตอบแทน อาจเปน การใหด วยนํา้ ใจหรืออยางอนื่ กแ็ ลว แต เจตนา
ของผใู ห
เชน ใหในโอกาสขน้ึ ปใหม ใหในโอกาสวนั เกิด ใหเพอื่ ทําบุญ เปน ตน
สวนผรู บั การใหนนั้ ไมจ ําเปน ตองตอบแทนคืนผูใหแ ตอ ยางใด ไมวาจะในรปู
แบบของเงนิ หรือทรพั ยส ินอื่น เนอ่ื งจากสญั ญาใหไ มใชสญั ญาตางตอบแทนมิ
เชน นน้ั จะเปนเรือ่ งอื่นแทน
ในสมัยอยธุ ยานน้ั บทที่ 119 สญั ญาใหโดยเสนหา ไดม ีการกาํ หนดสัญญา
ใหเ อาไวตามบาล3ี ประการ คอื
1. ใหท รัพยแกกันดวยเสนหา : หากใหกันดว ยเสนหา ใหก ันไปแลว จะเอาคืน
กันไมได
2. ใหท รพั ยดวยกลวั : หากใหก ันดวยความกลัว ใหว ากลา วเอาคนื ได
3. ใหทรพั ยแ กก ันดวยศรทั ธา : หากเปนการใหดวยศรทั ธา ใหไปแลวเอาคืน
ไมได แตห ากยังไมไดใหก เ็ รยี กเอาไมได
สําหรบั การใหต ามกฎหมายเกากอนทีจ่ ะไดม กี ารจดั ทาํ ประมวลกฎหมาย
แพงและพาณชิ ยซงึ่ ไดรับแนวคดิ สําคญั จากระบบกฎหมายฝรงั่ เศสน้ัน ผูใ หจะ
ตอ งเปนเจา ของและตอ งมีการสง มอบทรัพยท ่ีใหใ นทันทเี หมอื นอยางปจ จุบนั
หากยงั ไมม กี ารสง มอบผรู บั การใหก็ไมม ีสิทธิใดๆและผูใหกส็ ามารถคืนคําหรอื
เปลีย่ นใจได
ดังน้นั การใหที่มีเงื่อนเวลา คอื การใหท ่ียงั ไมส งมอบทรัพยสินทนั ทีจึงไม
สามารถทาํ ได อกี ท้งั เมือ่ ไดใ หท รัพยสนิ กนั ไปแลว กไ็ มสามารถเรยี กคนื ได เวน
แตก รณที รัพยสนิ ทน่ี ้นั เปนบานเรอื นและผรู ับตายกอนผูให
สญั ญาให (Gift)
สัญญาให (Gift) เปน เอกเทศสญั ญาอยา งหน่งึ ทม่ี คี ูสัญญาสองฝาย คอื
ฝายผูใหและฝายผูรับ สัญญาใหจ ึงไมใ ชน ติ กิ รรมฝา ยเดยี วแตอยางใด สญั ญาให
จะตอ งมผี ูรับเสมอ สาํ หรับวตั ถปุ ระสงคข องสญั ญาใหน้นั คอื ฝายผูใ หโอน
กรรมสทิ ธ์ใิ นทรพั ยสินของตนใหแกฝา ยผรู ับโดยเสนหา ซ่งึ คาํ วาใหโดยเสนหา
ในที่นไี้ มไ ดหมายถงึ ความรกั หรือความรูสึกทางชสู าว เปน การใหเปลา โดยไมมี
คาตอบแทนนนั่ เอง สัญญาใหจึงเปนนิติกรรมสองฝา ยแตไมใชสัญญาตาง
ตอบแทนและไมม ีคาตอบแทน สาํ หรบั ทรพั ยสนิ สามารถใหแ กกันไดน ัน้
อาจเปน ไดทัง้ อสังหารมิ ทรัพย สังหาริมทรพั ยพิเศษ และสงั หาริมทรพั ย
นอกจากนั้น สญั ญาใหจะทําโดยการปลดหนี้ใหผรู บั หรือชําระหนีท้ ่ปี รับคา ง
ชาํ ระกนั อยกู ็ได
วัตถปุ ระสงคของสัญญาให คือ การทผี่ ใู หโอนกรรมสิทธ์ิในทรัพยสนิ ของตน
ใหแ กฝายผรู บั โดยเสนหาใหไปโดยไมมคี าตอบแทน หากผรู ับจะตอ งตอบแทน
ดวยทรพั ยสิน เงนิ หรอื ส่งิ อน่ื ใด ก็อาจสงผลใหเปนเรอื่ งอื่นไป แตไมใ ชส ญั ญา
ให
เชน ทาํ หนงั สอื วา ยกที่ดินให แตม ีความตอ ไปวาอกี ฝายตองใหเ งนิ ตอบแทน
ดังนี้ เปน การซ้อื ขายท่ดี นิ ไมใ ชการให
ตัวอยาง
นาย ก. ตดิ หน้นี าย ข. เปนจาํ นวนเงนิ 30,000 บาท ตอ มานาย ข. ได
บอกกลาวแกนาย ก. ลกู หน้วี าไมตอ งคืนเงินแกตนแลว เงินดังกลาวตนยกให
ดงั นี้ ถอื เปน การใหโดยปลดหนี้ เนอ่ื งจากสัญญาใหจะทาํ โดยการปลดหนใ้ี ห
ผรู บั หรือชาํ ระหน้ีท่ปี รับคางชําระกันอยูก็ได
คาํ พิพากษาฎีกาที่ 38/2537 บนั ทึกขอตกลงแบงทรพั ยสินหลังทะเบยี น
การหยา ระวา งโจทกและจําเลย นอกจากโจทกและจาํ เลยเปนคูสญั ญาซึ่งกนั
และกนั แลวยังมีบตุ รผูเยาวทงั้ สองเขา มาเก่ยี วขอ งเปนผรู บั ประโยชนแ หง สญั ญา
ระหวา งโจทกแ ละจาํ เลยดว ย คือ แทนทโ่ี จทกและจําเลยจะแบงทรพั ยสิน
ระหวางสามีภรรยาดวยกันเอง โจทกและจาํ เลยกลับยอมใหทดี่ นิ จํานวน 2
แปลงและบา นอีก 1 หลงั ตกเปนของผูเยาวทงั้ สอง หลังจากโจทกและจําเลย
จดทะเบียนหยา กนั สัญญาดังกลาวจึงเปนสญั ญาแบงทรัพยระหวา งสามีภรรยา
ตามมาตรา 1532 และเปน สญั ญาเพอ่ื ประโยชนบคุ คลภายนอกตามมาตรา
374 ไมใชส ัญญาให จงึ ไมตกอยูใ นบังคับของมาตรา 525 แมไ มไ ดจ ดทะเบยี น
ตอ พนักงานเจา หนาท่กี ม็ ผี ลสมบูรณต ามกฎหมาย เมื่อจําเลยผดิ สัญญาโจทกใ น
ฐานะคสู ัญญายอมมีอาํ นาจฟองใหจ าํ เลยปฏิบัตติ ามสญั ญา
อนึ่ง ประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ยไดบ ัญญตั ิเร่ืองสัญญาใหเ อาไวต ง้ั แต
มาตรา 521-536 รวมทงั้ สิน้ 16 มาตรา ซ่งึ เมอื่ พจิ ารณาบทมาตรา 536 ซงึ่
เปน มาตราสุดทายของสัญญาใหแ ลวนนั้ เปนเรอ่ื งการใหอนั มผี ลเม่อื ผใู หถ ึงแก
ความตาย ซ่ึงบัญญตั ิวา “การใหอันจะใหเปนผลตอ เมือ่ ผูใ หต ายน้ัน ทานให
บังคับดว ยบทกฎหมายวาดวยมรดกและพินยั กรรม”
ดงั นั้น เม่ือพิจารณาภาพรวมขงสญั ญาใหทงั้ หมดแลวน้ัน เราจงึ อาจแบง
สัญญาใหออกเปน 2 กรณี คอื
1.การใหในระหวา งทผ่ี ใู หม ชี ีวติ อยู : ซง่ึ อยูภ ายใตบ งั คับมาตรา 521-535
2.การใหท จี่ ะเปนผลเม่ือผใู หตาย : ซงึ่ บงั คบั ดวยบทกฎหมายวาดวยมรดกและ
พนิ ยั กรรม
สาระสําคัญของการให
มาตรา 521 บญั ญัติวา “อันวา ใหน ้นั คอื สัญญาซึง่ บุคคลคนหนงึ่ เรียกวา
ผูใ ห โอนทรัพยส ินของตนใหโดยเสนหาแกบ ุคคลอกี คนหนึ่งเรยี กวา ผรู ับ และ
ผูร ับยอมรบั เอาทรพั ยส ินนน้ั ”
เมื่อพิจารณาบทมาตรา 521 แลว น้นั สามารถสรปุ สาระสําคัญของสัญญาให
ไดด ังน้ี
1. สัญญาใหห รอื การใหโดยเสนห าเปน นติ กิ รรมสญั ญาอยางหนึง่ จึงตองนําเอา
บทบญั ญตั ทิ ั่วไปเก่ยี วกับการเขาทาํ นิตกิ รรมสัญญาระหวางบคุ คลมาใชบงั คบั
ไมวา จะเปน บคุ คลธรรมดาหรอื นิติบุคคล สําหรบั บุคคลธรรมดาทเี่ ขาทําสัญญา
ใหนั้นกจ็ ะตอ งเปน ผมู ีความสามารถตามกฎหมาย โดยนําเอาบทบัญญัติใน
บรรพ 1 เรื่องผูเยาว บุคคลวิกลจริต บคุ คลไรความสามารถ บคุ คลเสมือนไร
ความสามารถ มาใชบังคบั ดวย
เชน กรณคี นเสมือนไรค วามสามารถ หากจะรับการใหโดยเสนห าทม่ี ีเงื่อนไข
หรือภาระตดิ พนั ก็ตอ งไดรับความยินยอมจากผพู ิทกั ษกอ นตามมาตรา 34 (7)
สวนนิติบคุ คลก็ตองพจิ ารณาตามกรอบวัตถปุ ระสงคของตราสารจัดตงั้
นิตบิ ุคคลน้ัน
นอกจากนั้น การแสดงเจตนาที่สมบรู ณจ ะตองมีลกั ษณะทีส่ าํ คญั คือ ตองเปน
เจตนาทีต่ รงกับเจตนาภายใน การแสดงเจตนาจะตอ งไมบกพรองเพราะความ
สําคญั ผิดและอสิ ระจากการกลฉอฉลหรอื การขมขูใดๆ ดงั นัน้ การแสดงเจตนา
จะตองไมเกดิ ขึ้นจากการถูกขมขู กลฉอ ฉล ความสําคญั ผดิ ไมวาจะเปน การ
สาํ คญั ผดิ ในสงิ่ ซงึ่ เปน สาระสําคัญแหงนิติกรรม หรอื สําคญั ในตัวบุคคลหรือตัว
ทรพั ยส นิ นอกจากนี้ สัญญาใหจ ะตอ งไมม ีวตั ถปุ ระสงคอ ันขดั ตอความสงบ
เรยี บรอ ยหรอื ตอ งหามชดั แจงโดยกฎหมาย
ตวั อยาง
นาย ก. ทาํ สัญญาใหท่ดี นิ และสงิ่ ปลูกสรา งแกน าย A คนตา งชาติ ซึ่งขอ
เทจ็ จรงิ พบวา นาย A คนตา งชาติไมไดรับอนญุ าตจากรฐั มนตรีฯ ตาม
กฎหมายทีด่ ินใหถ ือครองท่ดี นิ ไดโ ดยชอบดว ยกฎหมาย เชน นี้ ถอื ไดวาเปน
สัญญาใหท ี่ขดั ตอ ความสงบเรียบรอ ยหรือตอ งหามชดั แจง โดยกฎหมาย
คําพพิ ากษาฎกี าที่ 1016/2513 จําเลยทําหนงั สอื จดทะเบียนยกทีด่ นิ
พพิ าทให ส. โดยมิไดตั้งใจยกใหโ ดยเสนห า แตก ระทําไปเพอ่ื ส. จะไดนาํ ไป
จาํ นองไวกับสหกรณแ ลวเอาเงนิ มาใหจ ําเลยใชสอย นติ กิ รรมดังกลาวจึงเปน
โมฆะ เปนผลใหท ีด่ นิ พพิ าทไมเคยตกทอดเปนของ ส. แตย ังคงเปน ของจาํ เลย
ตลอดมา
คาํ พพิ ากษาฎีกาท1ี่ 506/2556 การทําสัญญาจะใหกรรมสทิ ธิท์ ่ดี นิ มสี าระ
สําคัญอันเปน ความเทจ็ ถอื ไดวา เปน สญั ญาท่มี วี ัตถุประสงคขัดตอ ความสงบ
เรียบรอ ย แมโจทกจ ะอา งวาเปนการทาํ โดยสมคั รใจ ไมม กี ารบังคับขม ขู หลอก
ลวง หรอื กลฉอฉล สญั ญาดงั กลา วก็ยอมตกเปน โมฆะตามมาตรา 150
อนึ่ง หากคสู ญั ญาประสงคท่ีจะเลกิ สัญญาใหก ็จะตองนําเอาบทบัญญัตวิ าดวย
การเลิกสัญญาตามบรรพ 2 วา ดวยหน้ีมาใชบงั คับแกกรณีดวย
2. สัญญาใหเปน สัญญาทมี่ คี สู ญั ญาสองฝาย คือ ฝายผใู หแ ละฝายผรู บั
โดยวตั ถปุ ระสงคข องสญั ญาใหน ้นั คือ ฝา ยผใู หโ อนกรรมสิทธิ์โอนกรรมสิทธิ์
ในทรัพยส นิ ของตนใหแ กฝ า ยผูรับโดยเสนห า สําหรบั “ทรพั ยส ิน” ท่ี
สามารถใหแ กกันไดน ้นั อาจเปนไดทั้งอสงั หารมิ ทรพั ย สังหาริมทรัพยพิเศษ
และสงั หาริมทรพั ย เชน บา น ท่ดี นิ รถยนต สตั วเล้ียง โทรศัพท เปน ตน
อน่งึ ฝา ยผรู ับนั้นจะตอ งมสี ภาพบคุ คลตามกฎหมายและตอ งยอมรับเอา
ทรพั ยสินนั้นไวด ว ย ไมเชน นนั้ ไมถ ือวาไมมีฝา ยผูร บั และไมจาํ เปนตอ ง
ตอบแทนคืนกลบั ไปใหผใู หแ ตอยา งใด
เชน การใหทรัพยแ กส มาคมทีต่ ั้งขน้ึ โดยไมไ ดจดทะเบยี นตามกฎหมายน้ัน
ไมส มบรู ณ เพราะมีแตเ พยี งผใู ห แตไมมบี คุ คลผรู ับ เนือ่ งจาก สมาคมนนั้
ไมไดจ ดทะเบียนตามกฎหมาย ไมใ ชน ิตบิ คุ คล ผูใ หจงึ มสี ทิ ธฟิ อ งเรยี กคนื
เงนิ ท่ีใหไ ด
ตวั อยา ง
นาย ก. ใหบานโดยเสนห า หรือนาย ก. ใหรถยนตโดยเสนหา หากผใู ห
มีเจตนาใหโดยเสนหา แตไมม ผี ูร ับหรือผรู ับปฏิเสธการรบั ทรัพยส นิ ดงั นี้
ไมใ ชส ัญญาให เนื่องจากไมครบองคประกอบตามมาตรา 521
คําพพิ ากษาฎกี าที่ 480/2539 มูลนธิ ทิ ่จี ะเปนนติ บิ ุคคลไดตอ งเปน
มลู นิธทิ ไี่ ดรับจดทะเบยี นเปน นิตบิ ุคคลแลว เทานั้น เม่อื ขณะรับการใหม ลู นธิ ิ
ผูรบั โอนยังไมเ ปนนิตบิ ุคคล ยอ มถอื วาเปน การใหท ผ่ี โู อนใหสําคญั ผดิ ใน
สาระสําคญั แหง นิติกรรมอนั ทําใหน ติ กิ รรมการใหน ัน้ ตกเปนโมฆะ ดังนนั้
การใหจะตองมที ั้งผใู หแ ละผูร บั และผูรับยอมรบั เอาทรพั ยส ินนั้น
ดงั นน้ั การใหจ ะตอ งมีผูใหและผูรับและผูรบั ตอ งยอมรับเอาทรัพยสนิ ท่ีให
นนั้
3. การใหน้นั ยอมสมบรู ณต อ เมอ่ื สงมอบทรัพยสนิ ทใ่ี หต ามมาตรา 523
ไมวาจะเปนการสง มอบโดยตรง หรือโดยปริยายอนั เปนการทาํ ใหทรัพยท่สี ง
มอบน้ันตกไปอยใู นในเงือ้ มมือของอกี ฝา ยหนึง่ ซงึ่ แตกตา งจากสญั ญาซื้อ
ขายทีไ่ มไ ดพจิ ารณาถึงความสมบรู ณของสัญญาเกย่ี วกบั การสง มอบแตย า ง
ใด
ตัวอยาง
นาย ก. ใหสรอยคอทองคําโดยเสนหาแกน าย ข. หรอื นาย ค. ให
รถยนตสีขาวแกนาย ง. ในโอกาสพธิ มี งคลสมรส ดังน้ี การใหยอ มสมบูรณ
ตอ เมือ่ สงมอบทรัพยส ินทใี่ หไ มวา จะใหในขณะทาํ สัญญาใหหรือในภายหลัง
แตหากยังไมมีการสง มอบทรพั ยสินทใ่ี ห การใหน้ันยอ มไมส มบูรณผ รู บั ไมมี
สิทธเิ รียกรอ งทรพั ยสนิ ท่ใี หจากผใู หไ ด
คําพิพากษาฎกี าท่ี 5962/2551 น. ยกบา นใหแ กโ จทกเ พ่ือใหร ้อื ถอนไป
สรา งใหม บา นเกดิ เหตจุ งึ ไมใ ชส ว นควบของทด่ี ินและเปนการยกใหใ นลักษณะ
สงั หาริมทรพั ยไ มใชอ สงั หารมิ ทรัพย การยกใหบา นเกิดเหตจุ ึงสมบูรณ ไมจ ํา
ตอ งทาํ เปน หนังสอื และจดทะเบียนตอ พนักงานเจาหนา ท่ตี ามมาตรา 456
วรรคหนึ่ง
ดังน้นั การใหส งั หาริมทรพั ย เชน รถยนต สรอยคอทองคาํ ผลไม สัตว
เลย้ี ง ยอมสมบรู ณดวยการสงมอบ แตห ากไมม ีการสงมอบกไ็ มไ ดส งผลทาํ ให
สญั ญาใหต กเปน โมฆะแตอ ยา งใด เนอ่ื งจากสญั ญาใหไมมแี บบ และการจะตก
เปนโมฆะของนติ ิกรรมสัญญานน้ั จะเกดิ ข้นึ ไดกโ็ ดยแตอาศัยบทบญั ญตั ิของ
กฎหมาย แตห ากเปน การใหทรพั ยส ินซึ่งหากจะซอื้ ขายกันจะตอ งทําเปน
หนังสือและจดทะเบยี นตอ พนักงานเจา หนา ที่ กลาวคอื การใหซง่ึ
อสังหารมิ ทรัพยและสังหาริมทรัพยพิเศษ เชน ท่ีดนิ บา น มา ชาง การใหน ้ัน
จะสมบรู ณตอ เม่ือไดทําเปนหนังสอื และจดทะเบียนตอพนกั งานเจา หนา ที่ ซง่ึ ใน
กรณเี ชนนี้ การใหย อมเปนการสมบรู ณโดยไมจาํ ตอ งสงมอบแตอยางใด และ
เม่อื สญั ญาใหสมบูรณต ามกฎหมายแลว นน้ั กรรมสทิ ธ์ใิ นทรพั ยสินก็โอนไปยงั
อีกฝายทนั ที หากผูใหไมย อมสงมอบ ผูรับท่ีเปนเจาของกรรมสทิ ธใ์ิ นทรพั ยส ิน
นน้ั แลว ยอ มสามารถเรียกใหส งมอบไดต ามบทมาตรา 1336
ตวั อยา ง
นาย ค. ใหมา แขง สายพนั ธยุ ุโรปแกน าย ง. โดยทัง้ สองยังไมไ ดไปทาํ เปน
หนังสอื และจดทะเบยี นตอ พนักงานเจาหนา ท่ี ดังนี้ การใหมา แขง สายพนั ธุ
ยโุ รปนน้ั ยอ มไมส มบรู ณ นาย ง. ผูรับไมม สี ทิ ธเิ รยี กรองทรัพยส นิ นั้นจากผูใหได
ดงั น้ัน การใหซ งึ่ อสงั หาริมทรพั ยแ ละสงั หาริมทรพั ยพเิ ศษนัน้ การใหน้ัน
ยอ มสมบรู ณตอ เม่ือไดท ําเปน หนังสือและจดทะเบยี นตอพนกั งานเจาหนาท่ี ไม
จําตอ งสงมอบแตอ ยา งใด และเมอ่ื สัญญาใหสมบูรณแ ลวนน้ั กรรมสทิ ธใิ์ น
ทรัพยส ินกโ็ อนไปยงั อีกฝายทันที หากผใู หไ มยอมสง มอบ ผูรับทเ่ี ปนเจาของ
กรรมสทิ ธใิ์ นทรพั ยสินนั้นแลวยอมสามารถเรียกใหสงมอบได สว นการให
สังหาริมทรพั ยยอ มสมบูรณดว ยการสงมอบ ไมม ีแบบแตอยางใด จะสงผลก็
เพียงผูรบั ไมอาจบงั คับใหผใู หสง มอบทรพั ยสนิ ตามสัญญาใหเทานนั้ เนอื่ งจาก
สญั ญาไมสมบรู ณ
คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี 1931/2537 จําเลยทําหนังสือสัญญาใหทีด่ นิ มโี ฉนด
โดยเสนหาแกโ จทกโ ดยจะนาํ ไปจดทะเบียน ณ สาํ นกั งานท่ีดินภายในกําหนด 7
วัน แตเ มื่อการใหยงั ไมไ ดจดทะเบียนตอ พนักงาน เจา หนา ที่ นติ ิกรรมใหย อม
ไมส มบูรณต ามกฎหมาย โจทกจงึ ไมม อี าํ นาจฟองบงั คบั ใหจาํ เลยไปจดทะเบียน
โอนกรรมสิทธท์ิ ี่พพิ าทใหแ กโจทกได (คําพิพากษาฎกี าท่ี 663/2538 ได
วนิ จิ ฉยั ในทาํ นองเดยี วกัน)
ดงั นน้ั หากเปนอสงั หาริมทรพั ยหรือสงั หาริมทรพั ยดงั ระบุไวต ามมาตรา
456 วรรคหน่งึ แลว การใหจึงตองทําเปน หนังสือและจดทะเบยี นตอพนักงาน
เจา หนา ท่ีจงึ จะสมบรู ณ
สําหรับการใหที่ดินที่มีหนงั สอื รบั รองการประโยชน (น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก.)
หรอื เจาของท่ีดนิ มือเปลานน้ั ไมม ีกรรมสทิ ธิ์แตอยางใด ผยู ึดถือทีด่ ินมอื เปลา
เพื่อตนเองแลว ผนู ั้นมเี พยี งสิทธคิ รอบครอง แตกตางจากท่ดี ินทมี่ โี ฉนดอนั มี
หนังสอื สาํ คญั แสดงกรรมสิทธ์ิเอาไว การใหทีด่ ินมอื เปลา น้นั สามารถทําไดโดย
การโอนสิทธิครอบครองใหแ กผ ูรบั อนั เปนการไดส ทิ ธิครอบครองตามมาตรา
1377 และมาตรา 1378
คําพพิ ากษาฎกี าที่2251 /2538 แมก ารทบ่ี ดิ าโจทกย กทพี่ พิ าทใหโ จทก
โดยไมไดจ ดทะเบียนการยกใหต ามกฎหมายทาํ ใหเปน โมฆะก็ตาม แตเม่อื โจทก
ไดครอบครองท่พี พิ าทมานับต้ังแตบดิ าโจทกย กท่ีพพิ าทใหโ ดยความสงบและ
เปด เผยดวยเจตนาเปน เจาของติดตอกนั เกนิ กวา 10 ปแลว โจทกย อมได
กรรมสิทธโ์ิ ดยการครอบครองปรปกษต ามมาตรา 1382 (คําพิพากษาฎีกาท่ี
203 / 2552 ไดว ินิจฉัยในทาํ นองเดียวกัน)
คาํ มนั่ จะใหทรัพยสนิ
คํามน่ั จะใหท รพั ยส ินนน้ั กส็ ามารถทําไดและหากพิจารณาไปตามบทมาตรา
526 แลวน้ันหากเปน การใหทรพั ยสินหรือการใหคํามน่ั วา จะใหทรัพยส นิ นนั้ ได
ทําเปนหนังสือและจดทะเบียนตอพนักงานเจา หนา ท่ีแลว และผูใ หไ มส งมอบ
ทรัพยสนิ นนั้ แกผูรบั ดงั นผ้ี ูรับมสี ิทธทิ จ่ี ะเรยี กใหสงมอบตัวทรัพยส ินหรือราคา
แทนทรัพยส ินนน้ั ไดแ ตไมส ามารถท่จี ะเรียกเอาคาสนิ ไหมทดแทนแตอยา งใด
ทง้ั น้เี หตุผลสําหรับการเรียกเอาคา สนิ ไหมทดแทนไมไ ดน ้นั คงมาจากเหตุจาก
ผรู ับการใหไมม ีอะไรจะตองเสียหายเพราะทรัพยส ินทีเ่ รียกใหผ ูใ หส งมอบกเ็ ปน
ทรพั ยส ินทไี่ ดไ ปโดยการใหเ ปลาอยูแ ลว จะใหมาเรียกคา สินใหมท ดแทนอกี นั้นก็
ดจู ะไมเปน ธรรม แตหากการใหท รพั ยสินหรอื ใหคําม่นั วา จะใหทรพั ยสินน้ันไมไ ด
ทําเปน หนังสอื และจดทะเบียนตอพนักงานเจาหนา ทก่ี ไ็ มมีผลผกู พันกนั แตอ ยาง
ใดผรู บั ไมมสี ิทธทิ จี่ ะเรียกใหสง มอบตัวทรพั ยส นิ หรอื ราคาแทนทรัพยสนิ นนั้
คําพพิ ากษาฎีกาท5ี่ 86/2538 การใหหรอื คาํ มัน่ วา จะใหท่ดี นิ จะตองไดท าํ
เปนหนงั สอื และจดทะเบยี นตอ พนักงานเจา หนา ที่จึงบังคับกันไดต ามมาตรา
526 เมอ่ื ไมไ ดจ ดทะเบียน จึงไมม ผี ลผกู พนั จําเลย โจทกไมม สี ิทธิเรียกรอ งเอา
ท่พี พิ าทโดยอาศัยบันทกึ ดังกลา วได ดงั นั้น คาํ มน่ั หรือคาํ รบั รองวาจะใหท ดี่ ิน
อนั เปนคําม่ันวา จะใหอสังหาริมทรพั ยเ มื่อไมมีการจดทะเบียนตอ พนักงานเจา
หนา ทกี่ ไ็ มเ ขาเกณฑต ามมาตรา 526 ยอ มไมม ีผลผกู พันผูใ หผูรบั ไมม ีสิทธเิ รียก
รองจากผใู หแ ตประการใด
การใหด วยการปลดหนห้ี รือชาํ ระหน้แี กผูรับ
สําหรบั การใหน้นั ไมจาํ เปนตอ งหมายถึงการโอนกรรมสทิ ธิใ์ นทรพั ยสนิ ทใ่ี ห
เพียงเทา นน้ั แตยงั หมายถึงการใหด วย “การปลดหนี”้ หรอื “การชําระหน้”ี แก
ผูรบั ตามมาตรา 522 กไ็ ด ซึง่ มาตรา 522 บญั ญตั วิ า “การใหนัน้ จะทําดวย
ปลดหนี้ใหแ กผ ูรับหรือดว ยชําระหน้ีซ่งึ ผูร บั คางชําระอยกู ็ได” ดงั น้ัน การใหดว ย
การปลดหนี้หรอื การชาํ ระหน้แี กผ รู ับนัน้ ผูใหไ มไดส ง มอบทรัพยส นิ ใหแกผูรับ
โดยตรงกลา วคือผูร บั เปน หน้ีผูใหอ ยแู ละผใู หยกหนี้ใหไ มว าจะเปนการปลดหน้ี
นั้นดวยวาจาเวน แตก ารปลดหนท้ี ี่กฎหมายบังคบั วา จะตองทาํ เปน หนังสือท้ังน้ี
เปน ไปตามมาตรา 340 และมาตรา 314
มาตรา 340 บญั ญัตวิ า “ถาเจา หนีแ้ สดงเจตนาตอลูกหนว้ี าจะปลดหนีใ้ ห
ทานวาหนน้ี น้ั กเ็ ปนอันระงับสนิ้ ไป
ถาหนม้ี หี นังสือเปน หลกั ฐาน การปลดหนกี้ ็ตองทาํ เปนหนังสอื ดว ย
หรอื ตองเวนคนื เอกสารอันเปน หลักฐานแหง หนี้ใหแกล ูกหนี้ หรอื ขดี ฆา เอกสาร
นนั้ เสีย”
มาตรา 314 บญั ญัตวิ า “อันการชาํ ระหนน้ี นั้ ทา นวา บุคคลภายนอกจะเปน ผู
ชําระก็ได เวน แตส ภาพแหงหนี้จะไมเ ปด ชองใหบ คุ คลภายนอกชาํ ระ หรือจะขัด
กบั เจตนาอนั คกู รณีไดแ สดงไว
บคุ คลผูไมมีสวนไดเ สยี ดวยในการชําระหน้นี ัน้ จะเขา ชําระหนี้โดยขนื ใจลูกหนี้
หาไดไ ม”
ตัวอยา ง
นาย ก. เปน หน้นี าย ข. เปน จาํ นวน 10,000 บาท ตอมานาย ข. ไดยก
หนด้ี งั กลาวใหแกนาย ก. ดงั น้ถี อื วา เปน การใหด วยการปลดหนีแ้ กผรู บั ตาม
มาตรา 340 แลว
การใหส ิทธิอนั มีหนังสอื อันเปน ตราสารเปน สําคญั
สาํ หรับการใหส ิทธอิ นั มหี นงั สอื อันเปน ตราสารเปนสําคญั นน้ั มาตรา 524
บัญญัตวิ า “การใหสิทธิอนั มหี นังสือตราสารเปนสําคัญนั้นถามิไดสง มอบ
ตราสารใหแ กผ รู บั และมไิ ดม หี นังสอื บอกกลาวแกล กู หนี้แหงสทิ ธนิ น้ั ทา น
วาการใหยอมไมสมบูรณ” ซง่ึ สิทธอิ ันมหี นงั สอื ตราสารเปน สําคญั ไดแ ก สิทธิ
ตามใบตราสง ตามมาตรา 614 สทิ ธติ ามเอกสารรบั ฝากทรัพยส ินหรอื เงินตาม
มาตรา 657 และมาตรา 672 สิทธติ ามใบหนุ ของหา งหุน สวนและบรษิ ทั ตาม
มาตรา 1129 และมาตรา 1135 สทิ ธิในเร่อื งต๋ัวเงินตามมาตรา 917 เปนตน
ดังน้ัน การใหสิทธิอันมีหนงั สอื อันเปน ตราสารเปนสาํ คัญ จะตอ งมกี ารสงมอบ
ตราสารใหแกผรู บั และมหี นงั สือบอกกลาวแกล กู หนแี้ หง สทิ ธติ ราสารนั้น การให
สทิ ธิอันมหี นังสอื อันเปนตราสารเปน สาํ คญั จงึ จะสมบรู ณ
ตัวอยา ง
ในบรษิ ทั แหง หนง่ึ นาย ก. ไดมอบหนุ ชนิดระบุชอ่ื ใหแกน าย ข. จํานวน 10
หุน ดงั น้นี าย ก. จะตองทาํ เปน หนงั สอื และลงลายมือชือ่ ของผโู อนกบั ผรู บั โอน
และสง มอบใบหนุ นัน้ แกน าย ข. การใหส ทิ ธอิ ันมหี นังสืออนั เปนตราสารเปน
สําคัญนัน้ จึงจะสมบูรณ
การใหอ ันมีคา ภาระติดพัน
การใหอ ันมคี า ภาระติดพัน เปน การใหท ่ีผใู หไมไ ดใหท รัพยส นิ ไปเปลาๆ แตผู
ใหอ าจกาํ หนดภาระติดพนั บางอยางใหผ ูรับจะตอ งปฏิบตั ิหรอื มหี นาที่ในการ
ปลดเปล้ืองภาระอันติดพนั กับทรพั ยน้นั ๆ ผรู ับกจ็ ะตอ งรับเอาไปทง้ั สิน้ ซึง่ คา
ภาระตดิ พันนั้นจะตอ งมอี ยใู นขณะทาํ สัญญาใหโ ดยอาจมีไดในหลายลักษณะ
การใหอ นั มีคา ภาระตดิ พนั นนั้ โดยสว นใหญมกั เกดิ กบั อสงั หารมิ ทรพั ย สวน
การใหสงั หารมิ ทรัพยอ ันมีภาระติดพันกอ็ าจอนุโลมเอาลักษณะของภาระตดิ พัน
ตามมาตรา 1429 มาใชบังคบั แกก รณีดวยโดยการใหส ง่ิ ที่มีคา ภาระติดพันตาม
มาตรา 535 (2) นัน้ สิ่งที่มีคาภาระตดิ พันน้นั จะตอ งมีอยูในขณะตกลงทํา
สัญญาใหแกก ัน ซงึ่ การมีภาระติดพันอนั ตดิ มากบั ตวั ทรัพยนั้นไมท ําใหการให
ทรัพยอ ันมคี า ภาระตดิ พนั กายเปนสญั ญาตางตอบแทนไปได
คําพิพากษาฎีกาท่ี 1516/2525 โจทกย กทดี่ ินพิพาทใหแกจําเลย โดย
โจทกจดทะเบยี นเปน ผทู รงสิทธเิ กบ็ กนิ ตลอดชวี ิตของโจทก ตอจากนัน้ จาํ เลย
ไดเขา ทาํ นาในทดี่ ินทีไ่ ดรบั ยกให และแบงขา วเปลอื กท่ีไดจากการทํานาใหแ ก
โจทกป ละ 30 ถงั การใหใ นลกั ษณะเชนนย้ี อ มกอใหเ กดิ ภาระเกย่ี วกบั ตัวที่ดนิ ที่
โจทกย กใหต ลอดชวี ิตของโจทก จงึ มใิ ชเปน การใหโดยเสนหา แตเปนการใหท่มี ี
คาภาระติดพนั นิติสมั พนั ธร ะหวา งผูใ หกบั ผูร บั ตองเปนไปตามประมวล
กฎหมายแพง และพาณิชย มาตรา 528
ตัวอยา ง
นาย ก. ยกที่ดนิ แปลงหนง่ึ ราคา 1,000,000 บาท ใหแกน าย ข. โดย
กําหนดเงอ่ื นไขในสัญญาใหว านาย ข. จะตอ งไปปลดจํานองทีด่ นิ แปลงดังกลาว
จากธนาคารในราคา 1,100,000 บาท ซ่งึ จะเห็นไดวากรณนี น้ี าย ข. จะตอ ง
ชําระคา ติดพนั เกินไปกวา มลู คา ทรพั ยสนิ ถึง 100,000 บาท ดงั น้นี าย ข. ผรู บั
จะตองชาํ ระแตเ พียงไมเ กิน 1,000,000 บาทเทานัน้ เนือ่ งจากกฎหมายไม
ตอ งการใหผรู บั ตอ งแบกรับภาระคา ตดิ พันทมี่ ากเกนิ ไปกวาราคาทรพั ยสนิ ท่ีให
การถอนคืนการให
การถอนคนื การใหน ั้น เปนนิตกิ รรมฝายเดียวทีผ่ ูใ หแ สดงเจตนาใชสทิ ธติ าม
ทก่ี ฎหมายกาํ หนด อันกอ ใหเกิดความเคลอ่ื นไหวแหงสิทธิตามมาตรา 149
และมาตรา 534 การถอนคืนการใหนน้ั ไมใ ชก ารยกเลิกสัญญา ในเร่ืองของ
สัญญาใหน ้ัน เมอื่ มกี ารแสดงเจตนาใหและการแสดงเจตนารบั และสง มอบ
ทรพั ยส ินไปแลวนั้นสญั ญาใหก ส็ มบรู ณ คสู ญั ญาไมมหี นใี้ ดๆระหวา งกันอกี แม
ทรัพยส นิ ทใ่ี หจ ะชาํ รุดบกพรอ งหรอื ถูกรอนสิทธิผใู หก ็ไมจ าํ ตองรบั ผิดแตอ ยางใด
ดังนั้นแมก ฎหมายจะใหสิทธิผใู หใ นการถอนคืนการใหต ามมาตรา 531 ก็ตาม
แตเ หตุแหง การถอนคืนการใหกไ็ มไดช วยเหตทุ ผ่ี ูรบั ไมชําระหนีห้ รือชําระหน้ไี ม
ถกู ตองแตอยา งใด การถอนคนื การใหจ งึ ไมใ ชก ารบอกเลิกสัญญาฝายเดียว ผล
การบอกเลิกสญั ญาตามมาตรา 391 จงึ ไมนํามาใชบ งั คบั แกการถอนคนื การให
แตอ ยางใด
อนงึ่ การถอนคืนการใหน ้ัน ประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ยไดม กี าร
บัญญตั ิเอาไว 2 กรณีดวยกนั ไดแ ก 1. การถอนคนื การใหต ามมาตรา 531
อันเปนการถอนคืนการใหเพราะผูรับประพฤติเนรคุณ
2.การถอนคนื การใหโดยทายาทของผูใหตามมาตรา 532
มีรายละเอยี ดดงั นี้
1.การถอนคนื การใหเ พราะผรู บั ประพฤตเิ นรคุณตามมาตรา 531
มาตรา 531 บัญญตั วิ า “ อนั ผูใหจะเรียกถอนคนื การให เพราะเหตุผรู ับ
ประพฤตเิ นรคุณน้นั ทา นวา อาจจะเรยี กไดแตเพียงในกรณีด่งั จะกลา ว ตอไปน้ี
(๑) ถา ผรู ับไดประทษุ รา ยตอ ผูใ ห เปน ความผิดอาญาอยางรา ยแรงตาม
ประมวลกฎหมายอาญา หรือ
(๒) ถา ผูรับไดทาํ ใหผใู หเ สยี ชอื่ เสยี ง หรือ หมิ่นประมาทผูใ หอยา งรา ยแรง
หรอื
(๓) ถาผรู ับไดบอกปดใหสง่ิ ของจาํ เปน เล้ยี งชวี ติ แกผใู หในเวลาท่ีผใู หย ากไรและ
ผูร ับ ยังสามารถจะใหได ”
กรณแี รก ผรู ับไดประทษุ รายตอผใู หเปน ความผิดอาญาอยา งรา ยแรงตาม
ประมวลกฎหมายลกั ษณะอาญา
ตัวอยาง
นาย ก. วางเพลงิ เผาบานนาย ข. ผใู หจ นเสียหายหมดทัง้ หลัง ดงั นถ้ี อื ได
วา เปน กรณีทน่ี าย ก. ผูรบั ไดประทุษรา ยตอ นาย ข. ผใู หอ นั เปนความผิดฐาน
อาชญาอยา งรา ยแรงตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา
นาย ข. ผใู หอ าจถอนคืนการใหเ พราะผรู บั ประพฤตเิ นรคุณได
คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี 412 / 2528 การทจ่ี ําเลยทาํ รา ยรางกายโจทกผ ูเ ปน
มารดาจนไดรบั อันตรายแกก าย ยอมเปนการแสดงวา จําเลยขาดความกตัญู
แมโ จทกจ ะไดรับบาดเจ็บไมส าหสั ก็ถือไดวาจําเลยไดประพฤติเนรคุณโดย
ประทษุ รา ยตอผใู ห เปนความผิดอาญาอยา งรา ยแรงตามมาตรา 531(1) แลว
โจทกจ ึงเรียกถอนคนื การใหไ ด
กรณที ่ีสอง ผรู บั ไดทําใหผ ูใหเสยี ชอื่ เสียงหรือไดหม่ินประมาทผูใหอ ยา งราย
แรง
ตวั อยาง
นาย ก. ผรู ับไดดา ทอนาย ข. บิดาผใู หข องตนดว ยถอยคาํ หยาบคาย ถอื
เปน การที่ผูรับไดท ําใหผ ใู หเ สียชอ่ื เสียงหรือไดห มิน่ ประมาทผใู หอ ยางรา ยแรง
ดังน้ีนาย ข. ผใู หจะเรียกถอนคนื การใหเ พราะเหตนุ าย ก. ผรู ับประพฤติ
เนรคณุ ไดซงึ่ การหม่นิ ประมาทตามมาตรา 531 (2) ไมจ าํ เปนตองถงึ กบั เปน
ความผิดฐานหมน่ิ ประมาททางอาญา เพียงแตไดค วามวา เจตนาดหู ม่ินกถ็ ือวา
ประพฤติเนรคณุ แลว
คําพิพากษาฎกี าที่ 31 / 2531 จําเลยดา วา โจทกผ ูเ ปน มารดาดวยถอยคาํ
หยาบคายวา โจทกเปนสุนัขเปน คนไมมศี ลี ธรรม ใหท่ดี ินแลว ยังเอาคนื เปน คน
เนรคุณคน เชน นี้ เปนการหมิ่นประมาทโจทกอ ยา งรา ยแรง ทําใหโจทกเสียชอื่
เสยี ง ถือไดว าประพฤติเนรคณุ ตอโจทก โจทกเรยี กคนื การใหไ ด
กรณที ี่สาม ผูร ับไดบ อกปดหรอื ปฏเิ สธไมย อมใหส งิ่ ของจาํ เปนเลี้ยงชวี ติ แกผ ู
ใหในเวลาทผ่ี ใู หยากไรต ามฐานานุรูปและผูร ับยงั สามารถจะใหไ ด
ตวั อยาง
นาย ก. ทาํ สัญญาใหท ดี่ ินแกน าย ข. ตอ มาอกี 5 ป นาย ก. ยากจนลง
ไมมีอันจะกนิ เลยมาขอเงนิ จากนาย ข. จํานวนเล็กนอ ยเพอ่ื ดํารงชีพแตน าย ข.
ปฏเิ สธไมใ หท้งั ที่ยงั สามารถจะใหเงนิ แกน าย ก. ได
ดังนีน้ าย ก. ผูใ หจะเรียกถอนคืนการใหเ พราะเหตุผูรบั ประพฤติเนรคณุ ได
เพราะ ผรู ับไดบอกปด หรอื ปฏิเสธไมย อมใหส ิ่งของจําเปน เลย้ี งชีวติ แกผูใหใ น
เวลาทีผ่ ใู หยากไรต ามฐานานุรูปและผูร บั ยงั สามารถจะใหไ ด
คําพิพากษาฎีกาท่ี 905 / 2527 การใหเ งินหรือส่ิงของแกบ ดิ าเพอ่ื
เปน การชว ยเหลือเจือจนุ บดิ าในขณะยากไรน ้ันไมจ าํ เปนตอ งใหมากมายอนั จะ
เปน เหตใุ หบ ตุ รตอ งเดอื ดรอ น แตเ ปน การใหตามควรแกฐานะของบตุ รพอ
สามารถจะใหได ไมใ ชเ ปน การปฏิเสธการใหห รือการชว ยเหลอื โดยส้ินเชงิ
นอกจากจะถือวา เปนเหตเุ นรคณุ ตอ บดิ าผูใหแ ลว ยงั ถอื ไดว า เปนการขาดความ
กตญั ูกตเวทีตอ บิดาดว ย จึงเปนเหตใุ หผ ูใหเรยี กถอนคืนการใหได
1.การถอนคนื การใหโดยทายาทของผูใหตามมาตรา 532
มาตรา 532 บัญญัตวิ า “ ทายาทของผใู หอ าจเรียกใหถ อนคนื การใหไ ดแต
เฉพาะในเหตุทผ่ี ูร บั ไดฆ าผใู หตายโดยเจตนาและไมช อบดว ยกฎหมาย หรอื ได
กีดกันผูใหไวม ใิ หถอนคนื การให
แตวาผใู หไดฟ องคดไี วแลว อยา งใดโดยชอบ ทายาทของผูใหจ ะวา คดีอัน
นัน้ ตอไปกไ็ ด ”
โดยหลักน้นั การถอนคนื การใหถอื เปนสิทธเิ ฉพาะตัว แตอาจมีขอยกเวนตาม
มาตรา 532 อันเปนการถอนคืนการใหโ ดยทายาทของผูให ดังนนั้ สทิ ธใิ นการ
ถอนคนื การใหโดยทายาทของผูใหสามารถตรา 532 นี้ เปนกรณที ี่ผูรับไดฆาผู
ใหโ ดยเจตนาและไมชอบดวยกฎหมายหรอื ผรู บั ไดก ดี กนั ผใู หไวไมใหถอนคืนการ
ใหจนผใู หถงึ แกความตายลงไป ดังนี้ กฎหมายใหส ทิ ธิแกผูเปน ทายาทของผใู ห
อาจเรียกถอนคืนการใหไ ด
ตวั อยาง
นาย ก. ยกทด่ี ินแปลงหน่ึงใหน าย ข. ตอมานาย ข. ไดเกดิ ทะเลาะและยิง
นาย ก. ถงึ แกความตายดงั นที้ ายาทของนายกส็ ามารถขอเพ่ิมถอนการใหนน้ั ได
เพราะ เปนกรณีท่นี าย ข. ผูร ับไดฆา นาย ก. ผูใหต ายโดยเจตนาและไมช อบ
ดว ยกฎหมาย
เหตแุ หงความรักงบั แหงสิทธกิ ารถอนคนื และการใหและการสง
ทรพั ยสินคืนเมอ่ื มกี ารถอนคนื การให
เหตแุ หงความรกั งับแหง สทิ ธกิ ารถอนคืนการให
มาตรา 533 บญั ญตั ิวา “เม่ือผใู หไดใ หอภยั แกผ รู บั ในเหตุประพฤติเนรคณุ นน้ั
แลวก็ดี หรอื เมือ่ เวลาไดลว งไปแลว หกเดือนนับแตเหตุเชนนน้ั ไดทราบถึงบคุ คล
ผชู อบท่ีจะเรียกถอนคนื การใหไดนัน้ กด็ ี ทา นวาหาอาจจะถอนคืนการใหไ ดไม
อนึ่ง ทานหา มมิใหฟองคดีเม่ือพน เวลาสบิ ปภายหลังเหตกุ ารณเชน วานน้ั ”
ดงั นนั้ เมื่อพจิ ารณาบทมาตรา 533 แลวเหตแุ หงความระงบั แหงสิทธิการถอน
คนื การใหนน้ั มี 2 กรณไี ดแก
1.เม่อื ผใู หไดใ หอ ภัยแกผูรับในเหตปุ ระพฤตเิ นรคณุ นั้นแลว ไมว า จะเปนการให
อภัยหรือการยกโทษดว ยลายรกั อกั ษรวาจาหรอื กิรยิ าของผใู ห หรอื
2.เมอ่ื เวลาไดล วงไปแลว 6 เดือน นบั แตเ หตเุ ชนนั้นไดทราบถงึ บุคคลผูชอบท่ี
จะเรยี กการถอนคนื การใหซ่งึ คาํ วาบคุ คลผชู อบทีจ่ ะเรยี กถอนคืนการใหหมาย
ถึงผใู หและทายาทของผูใ หต ามมาตรา 532
สําหรับอายุความในการฟองคดีขอถอนคนื การใหน น้ั หามมใิ หฟ อ งคดเี มือ่
ผลเวลา 10 ปภายหลังทีไ่ ดมเี หตุประพฤตเิ นรคุณตามมาตรา 533 วรรคสอง
ตวั อยา ง
นาย ก. ทําหนังสือและจดทะเบยี นยกทีด่ นิ แปลงหน่ึงใหนาย ข. บตุ รของ
ตน ตอมานายขอไดข บั ไลนายก็ออกจากบานและไมย อมใหส ิง่ ของจาํ เปน แกก าร
เลย้ี งชพี แตอ ยางใด ตอ มา 7 เดอื นนาย ก. ทนไมไหวจงึ ฟองศาลขอเพกิ ถอน
การให ดังนี้เหตุแหงความระงับแหงสทิ ธิการถอนคืนการใหน้นั หมดอายคุ วาม
แลว เน่อื งจากลวงเลยระยะเวลา 6 เดือนนบั แตเหตุเชน นน้ั ไดท ราบถึงบคุ คลผู
ชอบท่จี ะเรยี กถอนคนื การให
คําพิพากษาฎกี าที่ 4356 / 2528 โจทกเปน ยา จาํ เลย ไดร บั จาํ เลยมาอยู
รว มบาน เมื่อแตง งานแลวจําเลยและสามกี ็อยทู ีบ่ า นโจทก โจทกใ หท่ีนาทอี่ ยู
อาศัยพรอมบานแกจ ําเลยการท่ีโจทกออกจากบานต้งั แตต น ป 2525 เพราะ
จาํ เลยไมเ ลี้ยงดู ดา และไลโ จทกอ อกจากบา น. ซง่ึ เปนเวลาท่ีโจทกทราบถึงการ
ประพฤตเิ นรคณุ ของจาํ เลย เมอ่ื นับถึงวันที่ 3 มนี าคม 2526ทโ่ี จทกฟอ งจงึ
เกนิ 6 เดือน โจทกห าอาจจะถอนคนื การใหไ ดไ ม ฟองโจทกขาดอายคุ วามแลว
ตามมาตรา 533
การสง คืนทรัพยสนิ เม่อื มกี ารถอนคืนการให
สําหรับการสง คนื ทรพั ยส ินเมอ่ื มีการถอนคนื การใหน ัน้ มาตรา534 บญั ญตั ิ
วา “ เมือ่ ถอนคืนการให ทานใหสงคนื ทรพั ยสินตามบทบัญญัตแิ หงประมวล
กฎหมายนี้ วาดวยลาภมิควรได ” ซ่ึงการสงทรัพยสินคนื เม่ือมีการถอนคนื การ
ใหน ้ันเปน ไปตามบทบญั ญัติแหง ประมวลกฎหมายน้วี า ดว ย “ลาภมคิ วร” ได
ตามมาตรา 412-418 ดังนัน้ หากผูรบั เหลือทรพั ยส นิ อยูเพยี งเทาใดกค็ นื ให
เทา นัน้ โดยคืนตามสภาพท่ีเปนอยไู มใชคืนทรัพยสนิ เตม็ จํานวนทง้ั หมดทไี่ ดรับ
มาแตอยา งใด
ตวั อยา ง
นาย ก. เจา ของฟารม ปลามังกรตกลงใหป ลามงั กรแดงแกนาย ข. เปน
จาํ นวน 10 ตวั ตอ มาปลามังกรดังกลาวตายเพราะนาํ้ ในบอเสยี โดยเหลือ
ปลามงั กรเพียง 5 ตวั ดังนั้นนาย ข. ผูรบั ก็จะตอ งคืนปลามงั กรทเี่ หลอื อยู 5
ตัวน้นั แกน ายกผูใ หหากมีการถอนคืนการให
ขอยกเวนการถอนคนื การใหเพราะเหตุเนรคุณ
แมบ ทมาตรา 533 ไดบัญญัติถึงเหตแุ หง ความรกั งับแหงสทิ ธกิ ารถอนคืนให
เอาไว แตอ าจมบี างกรณีท่แี มผรู บั จะประพฤติเนรคณุ แตห ากเขา กรณีขอ
ยกเวนตามมาตรา 535 ผูใหจะถอนคนื การใหเพราะเนรคณุ ไมไ ดซึง่ มาตรา
535 บัญญตั ิวา “ การใหอนั จะกลา วตอไปน้ีทานวา จะถอนคนื เพราะเหตุ
เนรคุณไมไ ด ” คอื
(1)ใหเ ปนบําเหน็จสินจางโดยแท
(2)ใหส่ิงทมี่ ีคา ภาระตดิ พัน
(3)ใหโ ดยหนาที่ธรรมจรรยา
(4)ใหใ นการสมรส
ตัวอยา ง
นาย ก. ใหรถยนตและสรอยคอทองคาํ แกนาย ข. ในโอกาสพธิ มี งคลสมรส
ตอมานาย ก. อายมุ ากข้ึนไมสามารถเล้ยี งดตู นเองไดเลยมาขอความชว ยเหลือ
จากนาย ข. ดังนี้แมนายขอจะปฏิเสธไมช ว ยเหลอื นาย ก.
จะเรียกเอารถยนตและสรอยคอทองคําคนื จากนาย ข. ไมไดเน่อื งจากเปนการ
ใหในการสมรส
คําพิพากษาฎีกาที่ 5791 / 2540 การทีโ่ จทกย กทด่ี นิ เฉพาะสวนของ
โจทกใ หจาํ เลย เพราะจําเลยไดชําระหนเี้ งนิ กูและไถถอนจาํ นองทดี่ นิ พพิ าทจาก
ธนาคาร ซ่งึ เปนหน้ีท่ีโจทกกอ ข้ึนเพ่อื ประโยชนของโจทกฝ า ยเดียวนน้ั ถือ
เปนการใหเพอื่ บาํ เหนจ็ สินจา งโดยแทแ ละโจทกจ ึงถอนคืนการใหไมไดต าม
มาตรา 535 (1)
คาํ พพิ ากษาฎกี าท่ี 3384 / 2552 การใหส งิ่ ท่ีมคี าภาระติดพันผูใหไ มอ าจ
ถอนคืนการใหเ พราะเหตุเนรคณุ ไดต ามมาตรา 535 (2)
การใหทม่ี ผี ลเม่อื ผูใหตาย
การใหทีม่ ผี ลเมื่อผใู หต าย
สาํ หรับการใหท ีม่ ผี ลเมือ่ ผูใ หตายนัน้ มาตรา 536 บัญญัตวิ า “การใหอนั จะ
ใหเ ปนผลตอเมอ่ื ผูใหตายนั้น ทา นใหบงั คับดวยบทกฎหมายวาดวยมรดกและ
พินยั กรรม ” เนอื่ งจากสัญญาใหน้ันเปนสญั ญาอยา งหนงึ่ ที่มคี ูส ญั ญาสองฝา ย
โดยผูใหเ จตนายกทรพั ยส นิ ใหผรู บั และผรู บั ยอมรับเอาทรัพยสินนั้นไว เพียงแต
จะมผี ลก็ตอ เมื่อผใู หน้ันตาย ซ่งึ กรณนี ีใ้ หบ ังคับดวยบทกฎหมายวา ดวยมรดก
และพนิ ัยกรรมซ่ึงบัญญตั ไิ วใ นประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย บรรพ 6
ต้งั แตม าตรา 1599-1755
บทสรุป
สญั ญาใหเ ปนเอกเทศสัญญาอยางหนงึ่ ทม่ี ีคสู ัญญาสองฝาย คือ ฝายผูใ ห
และฝายผรู ับ สญั ญาใหจึงไมใ ชนติ กิ รรมฝายเดียวแตอยางใด
วัตถปุ ระสงคของสญั ญาใหน ้นั คอื ฝา ยผใู หโ อนกรรมสิทธิใ์ นทรัพยสินของ
ตนใหแ กฝายผรู ับโดยเสนหา ใหไปโดยไมม คี าตอบแทนอนั เปนลักษณะของ
การใหเ ปลา สญั ญาใหจ ึงไมใชสญั ญาตางตอบแทนและไมมีคาตอบแทน
สําหรบั ทรพั ยส นิ ทส่ี ามารถใหแ กก นั ไดน น้ั อาจเปนไดท้ังอสงั หารมิ ทรพั ย
สังหาริมทรพั ยพ เิ ศษ และสังหารมิ ทรัพย โดยการใหนัน้ ยอ มสมบูรณต อ เม่ือสง
มอบทรพั ยส นิ ที่ใหไ มวาจะเปนการสงมอบโดยตรงหรอื โดยปรยิ าย อนั เปน การ
ทาํ ใหทรัพยท ีส่ ง มอบน้นั ตกไปอยใู นเงอ้ื มมือของอีกฝายหนึง่ แตอ ยางไรก็ดี
การใหน ้นั ไมจาํ เปน ตองหมายถงึ การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพยส นิ ท่ใี หเพียง
เทา นน้ั แตย งั หมายถึงการใหดว ยการปลดหน้ีหรือชําระหนีแ้ กผ ูรบั ก็ได ดงั นน้ั
การใหดวยการปลดหนห้ี รอื ชําระหนี้แกผ ูรบั น้ัน ผูใ หไมไดส ง มอบทรพั ยสนิ ให
แกผูรบั โดยตรง กลาวคอื ผรู ับเปน หน้ีผูใหอ ยแู ละผใู หยกหน้ใี หไมว า จะ
เปนการปลดหน้ีนน้ั ดว ยวาจา เวน แตก ารปลดหนที้ ่กี ฎหมายบงั คบั วาจะตองทํา
เปนหนังสอื
บรรณานุกรม
ผศ.ธรี ยทุ ธ ปก ษา. (2564). คําอธิบายประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ซ้อื ขาย แลกเปลี่ยน
ให เชา ทรพั ย เชา ซอื้ .พิมพครั้งแรก. กรุงเทพมหานคร: สํานักพมิ พน ติ ธิ รรม.
สถาบันนติ ธิ รรมาลัย.//(2564).//บรรพ ๓ เอกเทศสญั ญา (มาตรา ๔๕๓ - ๑๒๙๗).//สบื คน
เมอื่ 20 กรกฎาคม 2564,/จาก/https://www.drthawip.com/civilandcommercialcode