โคกหม้อ
หม้อคุณภาพ
จากดินคุณภาพ
SS II NN CC EE 11 33 77 11
MAENAM NOI KILN
หนังสือฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 27544
ธุรกิจศึกษาเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน คณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำขึ้นเพื่อให้นิสิตได้ตระหนักถึง
ความสำคัญและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน
ของตนเอง เรียนรู้ที่จะต่อยอดสิ่งที่สนใจให้มีค่ามากขึ้น
โดยชุมชนของผู้จัดทํา คือ ชุมชนบ้านโคกหม้อ อยู่ใน
จังหวัดสิงห์บุรีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และผู้จัดทําจะกล่าว
ถึงผลิตภัณฑ์เครื่องปั้ นดินเผาซึ่งเป็นสินค้าหลักของชุมชน
และกล่าวถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความน่าสนใจและ
เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น
คณะผู้จัดทำ
MAENAM NOI KILN
ประวัติศาสตร์สิงห์บุรี ผลิตภัณฑ์
1-3
13-18
ประวัติศาสตร์ชุมชน บรรจุภัณฑ์
4
19-22
โครงสร้างองค์กรชุมชน Business Model Canva
5
23-25
ต้นทุนทางสังคม การส่งเสริมการขาย
6-7
26-27
แผนที่ชุ มชน
บ้ า น โ ค ก ห ม้ อ ผู้จัดทำ
28
8-12
ประวัติความเป็นมา
History of Singburi
อาณาเขต คำขวัญ
ประจำจังหวัด
จังหวัดสิงห์บุรีตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพ
มหานคร 142 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 822.478 ตาราง สิงห์บุรี
กิโลเมตร หรือ 514,049 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
ถิ่นวีรชนคนกล้า
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสรรพยา (จังหวัดชัยนาท) และอำเภอ คู่หล้าพระนอน
ตาคลี (จังหวัดนครสวรรค์) นามกระฉ่อนช่อนแม่ลา
เทศกาลกินปลาประจำปี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอไชโย อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหา
(จังหวัดอ่างทอง)
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ้านหมี่และอำเภอท่าวุ้ง(จังหวัด
ลพบุรี)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสรรคบุรี (จังหวัดชัยนาท) และอำเภอ
เดิมบางนางบวช (จังหวัดสุพรรณบุรี)
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นที่ราบลุ่มและพื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้ น ซึ่ง
เกิดจากการทับถมของตะกอนริมแม่น้ำเป็นอย่างมาก มีแม่น้ำสำคัญไหล
ผ่าน 3 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และแม่น้ำลพบุรี นอกจากนี้
ยังมีลำน้ำสายอื่ น ๆ คือ ลำแม่ลา ลำการ้อง ลำเชียงราก และลำโพธิ์ชัย
ไ ม่มีพื้ น ที่ เ ป็ น ภูเ ข า แ ล ะ ป่ า ไ ม้แ ล ะ ไ ม่มีแ ร่ธ า ตุที่ สำ คั ญ
ลักษณะของภูมิอากาศโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น
ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ
34.30-37.34 องศาเซลเซียส
ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย
1,047.27 มิลลิเมตรต่อปี
ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย ประมาณ
27-18 องศาเซลเซียส
1
ประวัติศาสตร์
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงเมืองสิงห์ถวาย สมเด็จเจ้า
ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ไว้ใน สาสน์สมเด็จ ว่า "...เมืองสิงห์บุรีเป็น
เมืองใหญ่และเก่า มีป้อมปราการ วัง วัดมหาธาตุ และของสำคัญ คือ พระ
นอนจักรสีห์ ใหญ่ยาวกว่าพระนอนองค์อื่ น ๆ ในเมืองไทย ทำเป็นแบบพระ
นอนอินเดียเหมือนเช่นที่ถ้ำคูหาภิมุข วัดคูหาภิมุข อำเภอเมืองยะลา คือ
พระกรขวาศอกยื่ นไปทางด้านหน้า ไม่ทำงอพระกรตั้งขึ้นรับพระเศียรแบบ
พระนอนไทย เมืองสิงห์เรียกชื่อต่าง ๆ ดังนี้ เมืองสิงหราชาธิราช เมือง
สิงหราชา เป็นเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำจักรสีห์อันเป็นลำน้ำใหญ่ ห่าง แม่น้ำ
เจ้าพระยา 200 เส้น เพราะแม่น้ำจักรสีห์ตื้ นเขิน เมืองสิงห์จึงกลายเป็น
เมืองอยู่ลับลี้..." ก็แสดงว่า สิงห์บุรีเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มี
อดีตยาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า มีการตั้ง
ถิ่นฐานของชุมชนโบราณมาเป็นเวลานานหลายยุคหลายสมัย
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสุโขทัย
พบร่องรอยหลักฐานมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านชีน้ำร้าย อำเภอ มีการค้นพบเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัยตามวัดร้างและ
อินทร์บุรี บ้านบางวัว ตำบลไม้ดัด อำเภอบางระจัน บ้านคู ตำบลพักทัน แม่น้ำเจ้าพระยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าชุมชนต่าง ๆ
อำเภอบางระจัน คือ ขวานหิน แวดินเผา หินดุ ชิ้นส่วนกำไลสำริด ค้นพบโดย นั้นมีความสำคัญมากน้อยเพียงไร เพราะในช่วงที่
พระเจ้าแสนภูมิ อาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรืองนั้นได้มีอำนาจแผ่ขยาย
อาณาเขตครอบคลุมในบริเวณภาคกลางและลุ่มแม่น้ำ
สมัยทวารวดี เจ้าพระยา
พบหลักฐานที่เมืองโบราณบ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี
เป็นการตั้งถิ่นฐานแบบ "เมืองคูคลอง" มีแผนผังเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม สมัยธนบุรี
จัตุรัส มีคูน้ำ คันดินล้อมรอบ โบราณวัตถุที่ขุดพบ เช่น ภาชนะดินเผา เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี ขึ้นกับ
ลูกปัด แท่นหินบด แวดินเผา ตะคัน ฯลฯ ส่วนหนึ่งจัดแสดงอยู่ที่ กรุงธนบุรี ในประชุมพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี ปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเป็นสวน (เจิม) กล่าวถึงสำเนาท้องตรา พ.ศ. 2316 เกณฑ์ผู้รักษา
รุกขชาติและที่ตั้งหน่วยอนุรักษ์พันธุ์ไม้จังหวัดสิงห์บุรี เมืองสิงห์บุรี เมืองพรหมบุรี เมืองอินทร์บุรี ยกทัพไป
เมืองวัดพระนอนจักรสีห์ ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี รูปแบบเมือง สกัดข้าศึกด้านตะวันออกและคุมพรรคพวกซ่องสุมกำลัง
เป็นเมืองซ้อน มีเมืองชั้นในรูปค่อนข้างกลมและเมืองชั้นนอกล้อมรอบรูป ยกไปขุดคูเลนพระนครกรุงธนบุรี
สี่เหลี่ยมมน ไม่ปรากฏร่องรอยกำแพงเมือง (ที่ทำด้วยดินพู นสูง) แต่คูเมือง
บางด้านยังปรากฏให้เห็น สิ่งที่พบคือ ลูกปัด แวดินเผา เศษภาชนะ ฯลฯ สมัยรัตนโกสินทร์
แหล่งโบราณคดีบ้านคีม ที่ตำบลสระแจง อำเภอบางระจันมีสภาพเป็นเนิน มีหลักฐานที่ปรากฏคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
ดินรูปรี กว้าง 200 เมตร ยาว 500 เมตร มีคูน้ำขนาดกว้าง 5 เมตร เจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการปกครองมณฑล
เทศาภิบาล เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมือง
พรหมบุรีเข้าอยู่ในมณฑลกรุงเก่า (ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้
เปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลอยุธยา) และปี พ.ศ. 2439 ยุบ
เมืองอินทร์บุรีและเมืองพรหมบุรีเป็นอำเภออินทร์บุรีและ
อำเภอพรหมบุรีขึ้นกับเมืองสิงห์บุรี พร้อมกับตั้งเมือง
สิงห์บุรีขึ้นใหม่ที่ตำบลบางพุทรา ส่วนเมืองสิงห์บุรีเดิม
ยุบเป็น "อำเภอสิงห์" และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภ
อบางระจัน
ปี พ.ศ. 2444 อำเภอเมืองสิงห์บุรีเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอ
บางพุทรา และในปี พ.ศ. 2481 ทางราชการสั่งให้เปลี่ยน
ชื่อที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่ในเมืองให้เป็นชื่อของจังหวัด
นั้น ๆ อำเภอบางพุทราจึงได้กลับไปใช้ชื่ออำเภอเมือง
สิงห์บุรีมาจนถึงปัจจุบัน
2
ประวัติศาสตร์(ต่อ) อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน
พ.ศ. 2308สมัยพระเจ้าเอกทัศในขณะที่พม่าตั้งค่าย
สมัยอยุธยา[แก้] ล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ ชาวบ้านบางระจันได้รวมตัวกัน
ปรากฏเหตุการณ์ที่สำคัญคือ สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ต่อสู้กับพม่าที่บ้านบางระจัน เมืองสิงห์บุรี ซึ่งมีผู้นำ
ได้ตั้งเมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองลูกหลวง และทรงตั้งเมืองอินทร์บุรีและเมือง สำคัญของชาวบ้านและปรากฏชื่อ คือ
พรหมบุรีเป็นเมืองหลานหลวง นอกจากนี้แล้ว เมืองทั้งสามยังเป็นหัวเมือง
ชั้นในและหัวเมืองหน้าด่านรายทางด้านทิศเหนืออีกด้วย โดยมีเมืองลพบุรี 1. พระอาจารย์ธรรมโชติ 7. นายดอก
เป็นเมืองหน้าด่านหลัก แสดงให้เห็นว่า เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และ 2. นายแท่น 8. นายจันหนวดเขี้ยว
เมืองพรหมบุรี มีอยู่แล้วเมื่ อตั้งกรุงศรีอยุธยา ก่อนหน้านั้นเมืองทั้งสาม 3. นายโชติ 9. นายทองแสงใหญ่
อาจอยู่ในการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยก็ได้ แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่า 4. นายอิน 10.นายทองเหม็น
เ มื อ ง ทั้ง ส า ม ส ร้า ง ขึ้ น ใ น ส มั ย ไ ห น 5. นายเมือง 11.ขุนสรรค์
6. นายทองแก้ว 12. พันเรือง
สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ทรงจัดการปกครองใหม่ โดยกำหนดให้
หัวเมืองชั้นในเป็นหัวเมืองจัตวา ดังนั้น เมืองอินทร์บุรี เมืองพรหมบุรี และ โดยชาวบ้านบางระจันได้ต่อสู้กับพม่าและสามารถ
เมืองสิงห์บุรีจึงเปลี่ยนฐานะเป็นหัวเมืองจัตวา เอาชนะกองทัพพม่าได้ถึง 7 ครั้ง จนถึงครั้งที่ 8 ชาว
ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่ อปี พ.ศ. 2086 เมืองสิงห์เป็นเมืองที่ บ้านบางระจันจึงพ่ายแพ้ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน
สมเด็จพระมหาธรรมราชาให้ทหารไปสืบข่าวเรืองศึกสงครามกับพม่า ขณะ 8 ปีจอ พ.ศ. 2309 รวมเวลาที่ไทยรบกับพม่าทั้งสิ้น 5
เดียวกันก็ได้ยกกองทัพไปตั้งที่เมืองอินทร์บุรี เพื่ อหยั่งเชิงดูข้าศึกอีกด้วย เดือน คือ ตั้งแต่เดือน 4 ปลายปีระกา พ.ศ. 2308 ถึง
ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา สมัยสมเด็จพระมหา เดือน 8 ปีจอ พ.ศ. 2309 (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน
ธรรมราชา วีรชนบ้านบางระจัน)
ในปี พ.ศ. 2127 หลังจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพ หน่วยการปกครอง
ได้ไม่นาน พม่าก็ได้ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง ครั้งนี้พม่ายก การปกครองส่วนภูมิภาค
กองทัพมาสองทาง คือ ทางเหนือมีพระเจ้าเชียงใหม่เป็นแม่ทัพ และทาง
ตะวันตกมีพระยาพะสิมเป็นแม่ทัพ แต่ทัพของพระยาพะสิมถูกกองทัพกรุง
ศรีอยุธยาตีแตกไปก่อน โดยที่พระเจ้าเชียงใหม่ยังไม่ทราบ เมื่ อกองทัพ
พระเจ้าเชียงใหม่ยกมาถึงเมืองชัยนาท ก็ให้แต่งทัพหน้ามาตั้งที่บางพุ ทรา
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ภายหลังคือ ตัวจังหวัดสิงห์บุรี)
แผนที่อำเภอในจังหวัดสิงห์บุรี
การปกครองแบ่งออกเป็น 6 อำเภอ43 ตำบล 364
หมู่บ้าน
1. อำเภอเมืองสิงห์บุรี
2. อำเภอบางระจัน
3. อำเภอค่ายบางระจัน
4. อำเภอพรหมบุรี
5. อำเภอท่าช้าง
6. อำเภออินทร์บุรี
การปกครองส่วนท้องถิ่น
พื้ นที่จังหวัดสิงห์บุรีประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น 42 แห่ง แบ่งตามประเภทและอำนาจบริหาร
จัดการภายในท้องที่ได้เป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1
แห่ง เทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลตำบล 6 แห่ง และ
องค์การบริหารส่วนตำบล 33 แห่ง
3
History of Khok Mo Community
ป ร ะ วัติ ศ า ส ต ร์ชุ ม ช น
ชุ ม ช น โ ค ก ห ม้ อ
BRIEF HISTORY ผังประวัติศาสตร์
ชุมชน
ชุมชนโคกหม้อ ตั้งอยู่ในตำบลเชิงกลัด เป็นเขตการปกครองของอำเภอบางระจัน ลักษณะ
ทางภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มบริเวณกว้าง มีแหล่งน้ำและคลองชลประทานสามารถแจกจ่ายน้ำ ก่อตั้งหมู่บ้าน
ได้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุง
เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย และรับจ้าง ชุมชนโคกหม้อมีโบราณสถานที่สำคัญ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่อง ศรีอยุธยาตอนต้น
เที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่ เตาเผาแม่น้ำน้อย วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) เป็นชุมชนที่มี ระหว่างปี พ.ศ. 1914 – 1921
โบราณสถานและมีเตาเผาแม่น้ำน้อยที่เป็นจุดเด่นของชุมชน โดยมีการสันนิษฐานว่า กลุ่มชาว
บ้านกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำน้อย จะอยู่ในสมัยอยุธยาตอนต้นและทำการผลิต
เครื่องปั้ นดินเผามาใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ไห ครก ขวด หรือแจกันและท่อน้ำประปา ได้มี
การนำวัฒนธรรมของประเทศจีนใส่ลงไปในการทำเครื่องปั้ นดินเผา ในปัจจุบันมีการผลิต
สิ่งของต่างๆ จากการทำเครื่องปั้ นดินเผา เช่น ไหสี่หู ถ้วยดินเผา หม้อดินเผา เป็นต้น
วัดพระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็น
โบราณสถาน
เมื่อวัดที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเตา
เผา
เป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.
2509
4
โครงสร้าง ชุมชนบ้านโคกหม้อมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ
องค์กร เพื่อทำกิจกรรมชุมชน โดยแบ่งเป็น กลุ่มกรรมการหมู่บ้าน
ชุมชน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการอีก 8 คน กลุ่มทำสินค้า OTOP
มีผู้ใหญ่บ้านและนางสะอิ้งเป็นแกนนำกลุ่ม และสุดท้ายคือ กลุ่มปั้ นหม้อ
มีผู้ใหญ่บ้านและผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้ น โดยมีนายเทิดศักดิ์เป็นแกนนำกลุ่ม
กลุ่มอนุรักษ์เตาเผาแม่น้ำน้อย
พระครูวิริยโสภิต คุณกิตติ คุณเทิดศักดิ์
องค์ที่ปรึกษา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ปั้ นหม้อ
Contact Now
Khok Mo Pottery
5
Social ทุนทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม
Cost
มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบต่อกันมา
จนกลายเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในปัจจุบัน
ทุนทางสังคม
ความสามัคคีของคนในชุมชน
ความรักที่มีต่อชุมชนและการอนุรักษ์ภูมิปัญญา
ทุนทางกายภาพ
พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย
6K h o k M o P o t t e r y I M a e n a m N o i K i l n T e l . 0 3 6 5 4 4 5 5 7
Social ทุนการเงิน
Cost
เงินสนับสนุนจากรัฐ
ทุนมนุษย์
ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปั้ นหม้อ
ทุนธรรมชาติ
ดินที่ใช้ในการปั้ นหม้อ
7K h o k M o P o t t e r y I M a e n a m N o i K i l n T e l . 0 3 6 5 4 4 5 5 7
แผนที่ ชุ มชน
บ้ า น โ ค ก ห ม้ อ
MAP NUMBER SYMPOL
1 . ก ลุ่ ม อ นุ รั ก ษ์ ไ ห สี่ หู 2 . พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์
เ ต า เ ผ า แ ม่ น้ำ น้ อ ย เ ต า เ ผ า แ ม่ น้ำ น้ อ ย
3 . วั ด พ ร ะ ป ร า ง ค์ 4.ตลาดOTOP
บ้ า น โ ค ก ห ม้ อ
Khok Mo Pottery I Maenam Noi Kiln Tel.036 544 557
8
1.กลุ่มอนุรักษ์ไหสี่หู
เตาเผาแม่น้อยน้อย
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อยเป็นมรดกอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะและวัฒนธรรม
ที่สำคัญ ยิ่งของประเทศไทย กลุ่มชาวบ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัดได้รวมตัวกัน
ประมาณ 50 คน จัดกิจกรรมสืบสานการผลิตงานเครื่องปั้ นดินเผาโดยตั้งชื่อว่า
"กลุ่มอนุรักษ์ไหสี่หูเตาเผาแม่น้ำน้อย" มีพระครูวิริยโสภิต เจ้าอาวาสวัดพระปรางค์
เป็นองที่ปรึกษาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ
ต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
9
2.พิพิธภัณฑ์เตาเผาแม่น้ำน้อย
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และ
โบราณคดีที่ทรงคุณค่า โดยบริเวณนี้จะพบแหล่งเตาเผาโบราณจำนวนมาก
มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุ โดยเฉพาะเครื่องปั้ นดินเผาหลักฐานสำคัญที่บ่ง
บอกได้ว่า ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ และ
ประกอบอาชีพ ทำเครื่องปั้ นดินเผากันอย่างแพร่หลาย แหล่งเตาเผาแม่น้ำ
น้อย ตั้งอยู่บริเวณวัดพระปรางค์ เป็นศาสนสถานเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมา
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ระหว่างปี พ.ศ. 1914 – 1921 ในสมัยของ
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1ยกทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือในความปกครอง
ของสุโขทัย โดยกวาดต้อนผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่างเตาเผาและได้รวมกลุ่ม
กันบริเวณแม่น้ำน้อยส่วนอีกหลักฐานหนึ่งสันนิษฐานว่า ชาวจีนและช่างปั้ น
อพยพมาตั้งรกรากอยู่บริเวณนี้โดยเชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้ นดินเผาที่
ใหญ่สุดในภูมิภาคแห่งนี้
10
3.วัดพระปรางค์(ชัณสูตร)
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์
ศิลปะแบบอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูงประมาณ 15 เมตร ก่อด้วยอิฐ
แบบปรางค์ไทยสูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ย ภายในกลวง มีคูหา
สี่เหลี่ยมจตุรัสบนผนังคูหา และปัจจุบันร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังได้ลบ
เลือนไปแล้ว ด้านหลังมีวิหารเก่าแก่แบบอยุธยา หน้าบันเป็นลายแกะสลักไม้
รูปตัวสิงห์และคันทวยต่าง ๆ มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา
นอกจากนั้นยังปรากฏร่องรอยของเตาเผาแม่น้ำน้อยประมาณ 3-4 เตา วัด
พระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 เป็น
วัดสำคัญเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี
11
4.ตลาดOTOP นวัตวิถี
บ้านโคกหม้อ
ตลาด OTOP นวัตวิถี บ้านโคกหม้อ เป็นการเปิดตัวสู่ตลาดภายนอกของ
ชุมชนสถานที่ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ และดึงดูด
นักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับ
ชุมชน เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดทางการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดย
ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพมาตรฐาน และเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด
สิงห์บุรี ภายในตลาดยังมีการจัดจำหน่ายอาหารและสินค้า OTOP หลาก
หลายชนิด พร้อมทั้งมีการนวดแผนไทยอีกด้วย
12
Our
Product
เครื่องปั้ นดินเผา
ที่เป็นภูมิปัญญาตกทอด
ของคนในชุมชน
ใช้ดินจากในพื้นที่ชุมชน
ภูมิปัญญาตั้งแต่สมัย
กรุงศรีอยุธยา
"ไหสี่หู"
ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น
ของท้องถิ่น
13
ทำไมต้อง “ไหสี่หู” ?
คนสมัยก่อนมีการค้าขายกันข้ามประเทศ จึง
จำเป็นต้องบรรทุกสินค้าขนส่งออกทางเรือ
ซึ่งคนสมัยก่อนนิยมนำอาหารบรรจุลงในไห
และปิดปากหม้อจนสนิท เพื่อสะดวกต่อการ
เดินทางของสินค้าและเป็น
การถนอมคุณภาพอาหารไปในตัว การที่
ไหมีหูรอบปากไหทั้งสี่ด้าน จะทำให้สามารถ
ร้อยเชือกไหต่อไห มัดจนแน่น เรียงซ้อน
ไม่ตกลงมาแตกได้อย่างง่ายดาย
ระหว่างขนส่งทางเรือ
คนสมัยก่อนนิยมขาย
ของ “หาบเร่”
กแเาปตล็ร่นอะทีแ่กกไบหาารรกมีทสบรุู่อนนจดแบะ่ไรทามงำไ้ดเไใข้ปห้ท้ัาง้ใงไ่นปาวตยันัว
Khok Mo Pottery
14
Khok Mo Pottery
How To 15
MAKE
THE POTTERY
กรรมวิธีการทำเครื่องปั้ นดินเผา
กรรมวิธีการทำเครื่องปั้ นดินเผา
1.นำดิโนดมยากทาำรใรห่้อลนะเอียด
2.ใส่ดินผง
16
3.ปั้ นขึ้นรูป
4.ติดหู
17
5.รอแห้ง
6.รอเผา
18
DESIGN
PACKAGING
19
Font : Rock Salt-400 LOGO
โลโก้ที่สื่อถึงความโดดเด่น
ของเครื่องปั้ นดินเผา
ที่มีชื่อเสียงของบ้านโคกหม้อ
"ไหสี่หู"
ที่ผลิตจากดินในชุมชน
คุณภาพดี ไม่แตกง่าย
COLOR
โทนสี ใช้เป็นสีน้ำตาลที่สื่อถึง
เครื่องปั้ นที่ทำจากดิน และ
สีฟ้าที่สื่อถึงแม่น้ำเนื่องจาก
ชุมชนตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อยซึ่ง
เป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยง
ชุมชน
20
PACKAGING
ใช้บรรจุภัณฑ์แบบ 2 ชั้น เพื่อป้องกันฝากล่องด้านในเปิด
เนื่องจากผลิตภัณฑ์เครื่องปั้ นสามารถแตกได้หากได้รับการกระแทก
โดยเลือกสีกล่องด้านในจะเป็นสีเทาดำ ด้านนอกจะเป็นสีน้ำตาล
ที่สื่อถึงเครื่องปั้ นดินเผา นอกจากนี้กล่องด้านนอกจะมีสโลแกน
โลโก้ และข้อมูลของผลิตภัณฑ์บอกไว้ด้วย
21
กล่องด้านนอกที่มีโลโก้ สโลแกนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
พร้อมข้อมูลผลิตภัณฑ์ รวมทั้งข้อมูลประวัติความเป็นมา
22
KHOK MO SINCE 1371
Business Model Canvas
Customer Customer
Segments relationships
- ผู้ชมพิพิธภัณฑ์ - Mouth to mouth
(Thai&Foreigner) - เปิดเพจทาง Social Media
ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป (เข้าถึงกิจกรรมง่ายขึ้น)
- คนที่สนใจในการปั้ นหม้อ Channels
-วัยรุ่นที่สนใจอยากทำ - Awareness: ประชาสัมพันธ์เพจ
กิจกรรมร่วมกัน (ทั้งสินค้า - Evaluation: Social media &
และบริการ Phone number
- Purchase: Social Media&หน้าร้าน
- Delivery:หน้าร้าน&Shipping
- After-Sale: แจ้งเรื่องทางเพจ
KHOK MO 23
KHOK MO SINCE 1371
Business Model Canvas
Value Key Activities
Proposition 1)เตรียมอุปกรณ์&ดิน
- เป็นแหล่งขายสินค้าและ 2)ผสมปูน&ดิน&น้ำ
บริการที่ครบวงจร
3)เตรียมฐานปั้ น
กิน 4)ปั้ นหม้อ
5)ตาก&ทาสี&เคลือบสี
เที่ยววัด
Key Resources
ปั้ นหม้อ มีอยู่แล้ว
- ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- เครื่องจักร
นวด - ที่ดิน
- เงินทุน
ต้องมี
ซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร - มีจำนวนคนสอนปั้ นเพิ่ม
-มีเงินหมุนเวียนและผลตอบแทน
เพิ่ม
- เป็นแหล่งร่วมCommunity - ปรับปรุงพื้นที่ให้น่าดึงดูด
ที่รวมรวมพื้นที่ทำกิจกรรม
ร่วมกัน
KHOK MO 24
KHOK MO SINCE 1371
Business Model Canvas
Key Partners เพิ่มคุณค่าให้ธุรกิจ
ยิง ads โฆษณา
- ถ่าน ตั้งบูธในห้างเพื่อโปรโมท
ประชาสัมพันธ์ (รถแห่ ป้ายโฆษณา)
- สีและน้ำยาเคลือบ
- บริษัทขนส่ง
- บริษัททัวร์
- ล่าม
Cost Structure
ตามวัตถุประสงค์ (เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ)
มีเงินเดือนให้กับพนักงานดูแลและคนปั้ น
มีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษาเตาเผา
ค่าปรับปรุงสำนักงาน
ค่าต้นทุนซื้ออุปกรณ์
Revenue Streams
ได้เงินจากค่าบริการและการขาย ซึ้งจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิต, เงินสด และ
โอนผ่านธนาคาร
KHOK MO 25
การส่งเสริม
การขาย
คุณปิยภัค ศิริไพศาลประเสริฐ
(ภาพเพลง)
นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4
ภาพเพลงมีการส่งเสริมการขาย
ผลิตภัณฑ์ไหสี่หูด้วยการเริ่มจากเรียก
ความสนใจผู้ชมด้วยการจำลองการ
เล่นละครตลกสร้างเสียงเฮฮาเสมือน
ผู้ชมกำลังรับชมทีวีอยู่ หลังจากนั้นจึง
มีการตัดตอนไปสู่รายการขาย
ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด และเริ่มการส่ง
เสริมการขายผลิตภัณฑ์ “ไหสี่หู” โดย
ทางคุณภาพเพลงได้มีการเรียนเชิญ
ผู้จัดทำได้ไปให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์
และประวัติความเป็นมาเบื้องต้น
อีกทั้งทางคุณภาพเพลงได้มีการ
สาธิตวิธีการใช้ไหสี่หูให้มีประสิทธิผล
สูงสุด ตั้งแต่ขนาดที่เล็กกระทัดรัด
จับสะดวกสบายมือ สามารถนำดอกไม้
มาประดับไหสี่หูกลายเป็นแจกันได้ และ
อีกทั้งยังสามารถนำไหสี่หูมาเป็นที่เก็บ
เครื่องเขียนได้
26
การส่งเสริม
การขาย
คุณพรปวีณ์ พึ่งสุริยวงศ์
(ไข่มุก)
นิสิตคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 4
ไข่มุกมีการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ไหสี่
หูด้วยการเริ่มจากเรียกความสนใจผู้ชม
ด้วยการจำลองการแสดงบทบาทสมมุติว่า
ตนเองเป็น “นักข่าว” สร้างฮือต่อ
ผลิตภัณฑ์ว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนมากกำลัง
ให้ความสนใจอยู่ หลังจากนั้นจึงมีการ
ตัดตอนไปสู่รายการ Live สด ขาย
ผลิตภัณฑ์ไหสี่หู และยังมีการแต่งชุดไทย
ประกอบสื่อถึงการย้อนยุคได้ดี และเริ่มการ
ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ “ไหสี่หู” ด้วย
การที่คุณไข่มุกได้มีการสาธิตวิธีการใช้ไหสี่
หูให้มีประสิทธิผลสูงสุดตั้งแต่การนำไหสี่หู
มาเป็นแจกันใส่ดอกไม้ ซึ่งใส่ได้ทั้งดอกไม้
สดและดอกไม้แห้ง นำไปเป็นภาชนะในการ
บรรจุเครื่องดื่ม นำไปเป็นที่แขวนเครื่อง
ประดับได้ และนำมาใส่เครื่องเขียนได้ ถัดมา
คุณไข่มุกยังมีการไปลงพื้นที่เตาเผาแม่น้ำ
น้อยจริง ๆ และมีการกล่าวถึงประวัติความ
เป็นมาของชุมชนและข้อมูลของผลิตภัณฑ์
ได้อย่างครบถ้วน
27
GroupMember
Paphawee Yimthanom
6143907127
Wachirawan Boonkume
6143917427
28