The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบพัฒนาทักาะการอ่านจับใจความบทร้อยกรอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ภูวนาจ บัวชุม, 2023-08-30 03:41:13

แบบพัฒนาทักาะการอ่านจับใจความบทร้อยกรอง

แบบพัฒนาทักาะการอ่านจับใจความบทร้อยกรอง

ก นางกนกกาญจน์ รอดเพ็ง ครูช านาญการ กลุ่มสาระการเรยีนรภ ู้าษาไทย โรงเรียนสตรีพัทลุง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง


คำนำ แบบพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้บทร้อยกรองร่วมกับวิธีสอนแบบ ๕W๑H สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ซึ่งผู้เรียนสามารถบูรณาการความรู้ที่ได้จากการศึกษานำไปสู่การเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองโดยแบบฝึกทักษะ ชุดนี้ ได้จัดทำแบบฝึกหัดทักษะที่เหมะสมกับช่วงวัย จำนวน ๓ เรื่อง คือ ๑. การอ่านร้อยกรอง ๒. วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ ๓. วิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เรื่อง การอ่านจับ ใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง จะได้ส่งเสริมพัฒนานักเรียนให้มีทักษะในการอ่านจับใจความสำคัญ เพิ่มขึ้น สามารถนำทักษะการอ่านจับใจความสำคัญไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนในการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระอื่น ๆ และผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน ตลอดจนเป็น แนวทางหนึ่งในส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้นักเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หากมีข้อบกพร่อง ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับคำแนะนำด้วยความขอบคุณอย่างยิ่ง


ข สารบัญ เรื่อง คำนำ ก สารบัญ ข คำชี้แจงในการใช้ชุดการเรียนสำหรับครู ค คำชี้แจงในการใช้ชุดการเรียนสำหรับนักเรียน ง หน่วยที่ ๑ การอ่านในใจ ชุดที่ ๒ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง ๑ แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง ๒ กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ๖ ใบความรู้ที่ ๒.๑ เรื่อง การจับใจความโดยใช้เทคนิค ๕W๑H ๗ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๑ เรื่อง การจับใจความโดยใช้เทคนิค ๕W๑H ๘ ใบความรู้ที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง ๙ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง ๑๐ ใบความรู้ที่ ๒.๓ เรื่อง วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ ๑๒ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๓ เรื่อง การเว้นวรรคตอนบทร้อยกรอง ๑๖ ใบความรู้ที่ ๒.๔ เรื่องวิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง ๑๘ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๔ เรื่อง การอ่านจับใจความกาพย์ห่อโคลง ๒๑ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๕ เรื่อง การอ่านจับใจความกลอนดอกสร้อย ๒๒ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๖ เรื่องการอ่านจับใจความบทร้อยกรอง ๒๓ แบบทดสอบหลังเรียนเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง ๒๕ กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๒๙ บรรณานุกรม ๓๐ ภาคผนวก ๓๑ ชุดเฉลย ๓๒ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๑ เรื่องการจับใจความโดยใช้เทคนิค ๕W๑H ๓๓ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง ๓๔ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๓ เรื่อง การเว้นวรรคตอนบทร้อยกรอง ๓๕ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๔ เรื่อง การอ่านจับใจความกาพย์ห่อโคลง ๓๖ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๕ เรื่อง การอ่านจับใจความกลอนดอกสร้อย ๓๗ แบบฝึกทักษะที่ ๒.๖ เรื่องการอ่านจับใจความบทร้อยกรอง ๓๘ แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียนเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง ๓๙


ค คำชี้แจงในการใช้ชุดการเรียนสำหรับครู นวัตกรรมแบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองชุดนี้สร้าง ขั้นเพื่อให้ครูผู้สอนใช้แบบฝึกทักษะชุดนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับนักเรียนซึ่งประกอบด้วยชุดการ เรียนจำนวน๑ชุดมีเรื่องที่จะศึกษา ดังนี้ ๑. การอ่านร้อยกรอง ๒. วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ ๓. วิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง ครูผู้สอนควรดำเนินการ ดังนี้ ๑. เตรียมและศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบฝึกทักษะภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยที่ ๑ การอ่านในใจ ชุดที่ ๒ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง ๒. อธิบายให้นักเรียนทราบจุดประสงค์ของการใช้แบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ หน่วยที่ ๑ การอ่านในใจ ชุดที่ ๒ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรอง เพ่อให้นักเรียนได้ ประโยชน์สูงสุดจากการทำแบบฝึกทักษะ ๓. ตระหนักอยู่เสมอว่าในการทำกิจกรรมในแบบฝึกทักษะให้นักเรียนมีส่วนร่วมมากที่สุด ๔. ให้นักเรียนอ่านปฏิบัติตามคำแนะนำสำหรับนักเรียนในหน้าถัดไปโดยมีครูเป็นผู้ให้คำปรึกษา ๕. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ เวลา ๑๐ นาที เพื่อวัดความรู้ความ เข้าใจของนักเรียนว่าเพิ่มมากขึ้นกว่าก่อนเรียนหรือไม่


ง คำชี้แจงในการใช้ชุดการเรียนสำหรับนักเรียน นวัตกรรมวิชาภาษาไทย เรื่อง แบบพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้บทร้อยกรองร่วมกับ วิธีสอนแบบ ๕W๑H สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ชุดนี้สร้างขั้นเพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาซึ่ง ประกอบด้วยชุดการเรียนจำนวน๑ชุดมีเรื่องที่จะศึกษา ๓ เรื่อง ดังนี้ ๑. การอ่านร้อยกรอง ๒. วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ ๓. วิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง โดยนักเรียนจะปฏิบัติดังต่อไปนี้ ๑. อ่านคำอธิบายให้เข้าใจและทำกิจกรรมตามลำดับในแต่ละเรื่อง ๒. ศึกษาชุดการเรียนตามลำดับชุดแล้วตอบคำถามทุกข้อ ๓. ส่งให้ผู้สอนตรวจดูถ้าตอบผิดให้กลับไปศึกษาใหม่และตอบคำถามอีกครั้งเมื่อตอบถูกแล้ว ให้ศึกษาในกรอบต่อไป ๔. ถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยให้ปรึกษาผู้สอนได้ ๕. เมื่อศึกษาชุดการเรียนจบแล้วให้ทำแบบทดสอบสุดท้ายในชุดและตรวจคำตอบ


แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองชั้นมัธยมศึกษาปีที่๒ จำนวน๑๐ข้อเวลา๑๐นาที คำชี้แจงให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียวโดยทำเครื่องหมายกากบาท (×) ลงใน กระดาษคำตอบที่กำหนดให้ ๑. ข้อใดกล่าวถึงบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ก. บทร้อยกรองมีความซับซ้อนคำศัพท์ยากพอๆกับร้อยแก้ว ข. บทร้อยกรองมีลักษณะบังคับฉันลักษณ์ประเภทจำนวนวรรคจำนวนคำชัดเจน ค. การเทศน์มหาชาติไม่ใช่บทร้อยกรองเป็นเพียงคำสอนธรรมะของพระสงฆ์ ง. การถอดความจากบทร้อยกรองเป็นการสรุปสาระสำคัญทั้งเรื่อง ๒. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจับใจความจากบทร้อยกรอง ก. ต้องเปลี่ยนบุรุษสรรพนามใหม่ให้เหมาะสม ข. สรุปสาระสำคัญต้องคงคาศัพท์เดิมไว้ ค. หากเนื้อความตอนใดไม่สมบูรณ์สามารถหาคำเชื่อมมาต่อเติมได้ ง. เพื่อความรวดเร็วในการจับใจความไม่จำเป็นต้องอ่านและถอดความทีละวรรค อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ๓-๔ ๓. จากบทร้อยกรองข้างต้น มีใจความสำคัญตรงกับข้อใด ก. สามัคคี คือ พลังสร้างสรรค์ชาติ ข. เอกลักษณ์และเอกราชของชาติไทย ค. เพลงชาติไทย : สัญลักษณ์ของชาติไทย ง. แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร “ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” อุ๋งอิ๋ง อ่านบทประพันธ์นี้ทางหนังสือพิมพ์แล้วบอก อิ่งอ้อย ว่า กลอนบทนี้ เพราะดีนะเพราะเตือนใจให้คนไทยมีความสามัคคี อ่านแล้วรู้สึกรักชาติ เกิดความห่วงใย อยากจะรักษาเอกราชของชาติไทยไว้ตลอดไป


๔. บทร้อยกรองต่อไปนี้ข้อใดเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง “ความรู้คู่เปรียบด้วย กาลัง กายเฮย สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดัง อาวุธ คุมสติต่างโล่ป้อง อาจแกล้วกลางสนาม” ก. ความรู้ – กำลังกาย ข. ความสุจริต – เกราะกำบัง ค. ปัญญา – อาวุธ ง. สติ – สนาม ๕. “ธารไหลใสสะอาด มัจฉาชาติดาษนานา หวั่นว่ายกินไคลคลา ตามกันมาให้เห็นตัว ธารไหลใสสะอาดน้ำ รินมา มัจฉาชาตินานา หวั่นหว้าย จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่ ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว” จากคำประพันธ์ข้างต้น ให้ความงามในด้านใด ก. ด้านความงามในการเลือกใช้ถ้อยคำ ข. ด้านการเลียนเสียงธรรมชาติ ค. ด้านความรัก ความรื่นรมย์ ง. ด้านความสดชื่นของพื้นป่า ๖. “ธารไหลใสสะอาด มัจฉาชาติดาษนานา หวั่นว่ายกินไคลคลา ตามกันมาให้เห็นตัว” คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงสิ่งใด ก. ลำธารที่มีความใสสะอาดปราศจากสัตว์ใดๆ ข.คลองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณปลาต่างๆ ค. น้ำตกที่ไหลจากยอดเขาที่มีความสวยงาม ง. ลำธารใสสะอาดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณปลาและพืชน้ำนานาชนิด ๗. “ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู” ข้อใดให้ความหมายของคำประพันธ์ข้างต้นได้ถูกต้อง ก. การทักทายของเพื่อนกัน ข. ต่อสู้กัน ค. การป้องกันตัวของงู ง. ความขัดแย้งของสัตว์ทั้งสอง


๘. คำประพันธ์ในข้อใดที่กล่าวถึงมนุษย์ทุกคนหนีความตายไปไม่พ้น ก. ตัวเอ๋ยตัวทะยาน อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน ดูถูกกิจชาวนาสารพัน และความครอบครองกันอันชื่นบาน เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด มีปวัตติ์เป็นไปไม่วิตถาร ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเราะราน ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตูเอย ข. สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์ วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย ค. ตัวเอ๋ยตัวหยิ่ง เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้ เห็นจมดินน่าสลดระทดใจ ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง เครื่องแสดงเกียรติยศเลิศประเสริฐศรี สร้างสานการบุญหนุนพลี เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย ง. ที่เอ๋ยที่ระลึก ถึงอธึกงามลบในภพพื้น ก็ไม่ชวนชีพที่ดับให้กลับคืน เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตาย เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วางวาย ชูเกียรติญาติไปภายภาคหน้าเอย ๙. ข้อใดแสดงให้เห็นสัจธรรมของชีวิตได้ชัดเจนที่สุด ก. ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง ข. ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์ ค. แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย ง. เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ สารพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย ๑๐. “เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ” รำบาญ หมายถึง ก. ความยากลำบากในการดำรงชีวิต ข.การต่อสู้ดิ้นรน ค. การสู้รบ ง. การเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิด ขอให้โชคดีในการทำแบบทดสอบทุกคน


กระดาษค าตอบ ข้อ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ เพื่อนๆ ต้องทำให้ถูก ๘ ข้อขึ้นไปนะ ถึงจะผ่าน การทดสอบในครั้งนี้นะครับ


ความหมาย 5W1H เป็นการตั้งประเด็นถามตอบเพื่อให้ผู้เรียนได้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยใช้คำถาม 5W1H ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำถาม 6 ประเภทตามแนวคิดของบลูม (Bloom) วิทวัฒน์ ขัตติยะมาน และอมลว รรณ วีระธรรมโม (2549, หน้า 85-86) ได้กล่าวไว้ซึ่งมีความสอดคล้องกับระดับความสามารถ ในการอ่านจับ ใจความที่ผู้วิจัยนำมาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ 1.1 Who (ใคร) บุคคลสำคัญที่เป็นตัวประกอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะได้รับ ผลกระทบทั้งด้าน บวกและด้านลบ เช่น ใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ใครน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่นนี้บ้าง ใครน่าจะเป็น คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้มากที่สุด 1.2 What (อะไร) ปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้น เช่น เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีอะไรเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์นี้ หลักฐานที่สำคัญที่สุดคืออะไร สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้คืออะไร 1.3 Where (ที่ไหน) สถานที่หรือตำแหน่งที่เกิดเหตุการณ์ เช่น เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นที่ใดมากที่สุด 1.4 When (เมื่อไร) เวลาที่เหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้น เช่น เหตุการณ์นั้น น่าจะเกิดขึ้น เมื่อไร เวลาใดบ้างที่สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ 1.5 Why (ทำไม) สาเหตุหรือมูลเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น เช่น เหตุใดต้องเป็นคนนี้ เป็น เวลานี้เป็น สถานที่นี้ เพราะเหตุใดเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น ทำไมจึงเกิดเรื่องนี้ 1.6 How (อย่างไร) รายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังจะเกิดขึ้นว่ามีความ เป็นไปได้ใน ลักษณะใด เช่น เขาทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ลำดับเหตุการณ์นี้ดูว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุการณ์ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีหลักในการพิจารณาคนดีอย่างไรบ้าง ใบความรู้ที่ ๒.๑ เรื่อง การจับใจความโดยใช้เทคนิค ๕W๑H


จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทยแนวชายแดนติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้าน มีผู้คน หลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอาศัยและตั้งถิ่นฐานมายาวนานเป็น จำนวนมาก ที่เข้ามาอพยพอาศัยอยู่ตามบนดอย สูงหลาย ๆ แห่ง ตามอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงราย และส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงสัตว์ เป็น หลัก ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย (๒๕๕๙) จับใจความสำคัญ 1. Who (ใคร) …………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………….………………………………………….……. 2. What (อะไร) …………………………………………………………………………………………………………………..……. ………………………………………………………………………………………………………………….……. 3. Where (ที่ไหน ……………………………………………………………………………………………………….…….………. ………………………………………………………………………………………………………….…………. 4. When (เมื่อไร) ………………………………………………………………………………………..……………………………. ……………………………………………………………………………………………………………….……. 5. Why (ทำไม) …………………………………………………………………….…………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………….……. 6. How (อย่างไร) ……………………………………………………………………………………………………………….……. ………………………………………………………………………………………………………….…………. ใจความสำคัญ คือ.............................................................................................................. ........................ ................................................................................................................................................................... แบบฝีกทักษะที่ ๒.๑ เรื่อง การจับใจความโดยใช้เทคนิค ๕W๑H ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่


วัตถุประสงค์: เพื่อให้นักเรียนศึกษารายละเอียดหลักการอ่านร้อยกรอง ร้อยกรอง ความหมายของร้อยกรอง คำประพันธ์ของทุกชาติทุกภาษา อาจจำแนกออกได้ ๒ ประเภท คือ ร้อยแก้ว และร้อยกรอง ร้อยแก้ว นั้นหมายถึงคำประพันธ์ที่ไม่มีแบบแผนบังคับหรือไม่มีฉันทลักษณ์ ได้แก่ความเรียงประเภทต่างๆ นิทาน ตำนาน นวนิยายและเรื่องสั้น เป็นต้น ส่วนร้อยกรองมีความหมายตรงข้ามกับกับร้อยแก้ว คือ หมายถึงคำประพันธ์ที่มี แบบแผนบังคับหรือฉันทลักษณ์ ซึ่งได้แก่ เสียงสัมผัส เสียงหนัก เสียงเบา เสียงสูง เสียงต่ำ จำนวนคำในวรรค และจำนวนวรรคในบทหนึ่ง เป็นต้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ให้ความหมายของคำว่าร้อยกรอง ไว้ว่า “ร้อย กรอง ก. แต่งหนังสือดีให้มีความไพเราะ เรียบเรียงคำให้เป็นระเบียบตามพระราชบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์ น. คำ ประพันธ์ ถ้อยคำที่เรียบเรียงให้เป็นระเบียบ ตามบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์” จะเห็นได้ว่า คำว่า ร้อยกรอง หมายถึง การแต่งหนังสือ หรือคำประพันธ์ และหมายถึงคำประพันธ์ที่มี แบบแผนบังคับหรือฉันทลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์ ซึ่งใช้ในความหมายตรงกับคำว่าร้อยกรอง หรือคำประพันธ์ที่มีแบบแผนบังคับ เช่น กาพย์กลอน หมายถึง คำประพันธ์ชั้นสูงเทียบคำว่า Poetry กวีนิพนธ์ กระทรวงศึกษาธิการใช้เรียกหนังสือวรรณคดีทั้งร้อยแก้ว และร้อยกรอง กวีวัจนะ น.ม.ส. ทรงคิดตั้งคำนี้ขึ้นให้ตรงกับคำว่า Poetry คำประพันธ์ หมายถึง ถ้อยคำเขียนขึ้นตามแบบบังคับของลักษณะคำประพันธ์ชนิดนั้น ๆ ที่ กำหนดไว้ (ผศ. ประเทือง คล้ายสุบรณ์. เอกสารประกอบการเรียน. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา) ใบความรู้ที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง


ร้อยกรอง คือคำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามแบบฉันทลักษณ์ จำแนกประเภทออกเป็น โคลง ร่าย กลอน กาพย์ ฉันท์ การอ่านออกร้อยกรองเป็นการอ่านที่มุ่งให้เกิดความเพลิดเพลินซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์ ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลา และท่วงทำนองตามลักษณะคำประพันธ์เเต่ละชนิดการอ่านบทร้อยกรอง การอ่านร้อยกรองสามารถแบ่งออกได้ ๓ ชนิด คือ ๑.อ่านทำนองสามัญ คือ อ่านตามเสียงปกติเหมือนการอ่านร้อยแก้ว แต่มีจังหวะวรรคตอน มีเน้น สัมผัสและเอื้อนเสียงบ้างเล็กน้อย ๒. อ่านทำนองเจรจา คือ อ่านเป็นทำนองพากย์บทเจรจาโขน หรือทำนองพูดโต้ตอบกัน มีจังหวะ วรรคตอนอย่างการอ่านทำนองสามัญ แต่เน้นเสียงและเอื้อนเสียงหนักหน่วงเนิบนาบกว่าทำนองสามัญ ๓. อ่านทำนองเสนาะ คือ อ่านแบบมีสำเนียงสูง ต่ำ หนัก เบา ยาว สั้น เอื้อนเสียงและเน้นสัมผัสให้ ชัดเจนไพเราะ มีจังหวะและคลื่นเสียงเป็นกังวานขึ้นลงทำให้เกิดอารมณ์คล้อยตามไปตามทำนองเสียงนั้น ถึง ตอนเล้าโลมชมชื่น ตอนเกี้ยวพาน , ตัดพ้อ , โกรธเกี้ยว , หรือคร่ำครวญคะนึงถึง ต้องทำเสียงให้เหมาะสมกับ ตอนนั้น ๆ การอ่านชนิดนี้ จะต้องศึกษากับผู้รู้โดยเฉพาะ หลักเกณฑ์ในการอ่านร้อยกรอง การอ่านร้อยกรองมีหลักโดยทั่วไปที่ควรรู้ไว้เป็นเบื้องต้นดังนี้ ๑. ต้องรู้ลักษณะของบทประพันธ์ที่จะอ่านเช่น : เอก โท ครุ ลหุ สัมผัส และ พยางค์ ที่บรรจุลงใน วรรคหนึ่ง ๆ ๒. ต้องรู้จังหวะและการแบ่งตอนของบทประพันธ์ที่จะอ่าน ๓. คำที่รับสัมผัสกัน ต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัดกว่าปกติ ถ้าเป็นสัมผัสนอกต้องทอดเสียงให้ยาวกว่า ธรรมดา ๔. ห้ามเอื้อนเสียงที่คำลหุ เพราะมีเสียงสั้นและเบา ๕. พยางค์ที่ใช้เกิน ให้อ่านเร็วและเบาอย่างอักษรนำ เพื่อให้เสียงไปตกอยู่ตรงพยางค์ที่ต้องการ เช่น ในแผนกำหนดให้บรรจุคำหน่วยละ ๑ พยางค์ แต่ผู้ประพันธ์บรรจุคำ ๒ พยางค์ลงไปในหนึ่งหน่วย เช่น ดิลก , ประโยชน์ ขยาย , สมร , ระลึก ฯลฯ คำที่มีพยางค์เกินเช่นนี้ต้องอ่านเสียงให้มาตกอยู่ที่พยางค์หลัง ๖.เสียงวรรณยุกต์จัตวา ต้องอ่านเสียงให้สูงและดังก้อง ๗. ต้องอ่านเสียง ร และ ล ให้ชัดเจน อย่าให้เสียงสลับกัน มิฉะนั้นผู้ฟังอาจจะเข้าใจความหมาย คลาดเคลื่อนได้ ๘. เมื่ออ่านไปถึงตอนจะจบบท ต้องเอื้อนเสียงและทอดจังหวะให้ช้าลงจนกระทั่งจบบท สุนทรียภาพของฉันทลักษณ์ไทย คือ แง่ความงามของฉันทลักษณ์เป็นเครื่องยังให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ เกิดจากองค์ประกอบ ๓ ประการ ได้แก่ การอ่านร้อยกรอง


๑.สุนทรียรูปได้แก่ การเลือกใช้รูปแบบของคำประพันธ์ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอารมณ์ที่ผู้แต่งต้องการสื่อ รวมทั้งความถูกต้องตามแบบแผนของคำประพันธ์ที่เลือกด้วย ๒. สุนทรียลีลาคือ แง่งามในด้านกระบวนการพรรณนา ซึ่งมีอยู่ ๔ กระบวน คือ ๑.เสวรจนี กระบวนการชมความงามทั้งของตัวละครและสิ่งต่างๆ ๒.นารีปราโมช กระบวนการเล้าโลมเกี้ยวพาราสีหรือพูดให้เพลิดเพลิน ๓.พิโรธวาทัง กระบวนการตัดพ้อ โกรธขุ่นเคือง เยาะเย้ย เหน็บแนม ๔.สัลลาปังคพิไสย กระบวนการคร่ำครวญ โศกเศร้า พร่ำเพ้อ อาลัยอาวรณ์ เป็นไงบ้างครับ เพื่อนๆ คงจะเข้าใจเกี่ยวกับ การอ่านร้อยกรองขึ้นมาบ้างแล้วนะครับ ผมว่าเรามาทำแบบฝึกทักษะเพื่อให้เพื่อนๆ ทดสอบตัวเองกันดีกว่าครับผม


จุดประสงค์: อธิบายความหมายและหลักการอ่านร้อยกรองได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายความหมาย หลักการอ่านออกร้อยกรอง และชนิดของการอ่านร้อยกรอง แบบฝีกทักษะที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ ความหมายของร้อยกรอง ชนิดของการอ่านร้อยกรอง หลักการอ่านร้อยกรอง


จุดประสงค์: ศึกษารายละเอียดวิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ ตัวอย่างโคลงสี่สุภาพ รักกันอยู่ / ขอบฟ้า // เขาเขียว เสมออยู่หอ / แห่งเดียว // ร่วมห้อง ชังกันบ่ / แลเหลียว // ตาต่อ / กันนา เหมือนขอบฟ้า / มาป้อง // ป่าไม้//มาบัง วิธีอ่าน ต้องคำนึงข้อต่อไปนี้ ๑. จังหวะการอ่าน คือ การแบ่งช่วงในแต่ละวรรค โดยสังเกตหนึ่งขีด / แบ่งในแผนผังและตัวอย่าง ให้หยุดเอื้อนเล็กน้อย // แบ่งหลังวรรคทั้งสี่บาทให้หยุดเอื้อนยาวขึ้น ลูกศร ชี้ขึ้น คือ เอื้อนเสียงสูงยาวขึ้นอีก ลูกศร ชี้ตรง คือ เอื้อนเสียงกลางยาวขึ้นอีก และหลังวรรคสุดท้ายยาวช่วง ๑ หายใจ ๒. เน้นคำรับ-ส่งสัมผัส ตรงเส้นโยงระหว่างวรรคและบาท ๓. คำที่เป็นคำตาย อ่านเสียงสั้นหรือกักเสียงไว้ ๔. คำที่เป็นคำเป็น อ่านเสียงยาวได้พอควร ๕. อ่านเสียงสูง-ต่ำ ตามเสียงวรรณยุกต์ ๖. คำเอก มักอ่านลงเสียงหนักเล็กน้อย ๗. คำโท มักอ่านเสียงยาวและก้อง ใบความรู้ที่ ๒.๓ เรื่อง วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์ วิธีการอ่านโคลงสี่สุภาพ


กาพย์ยานี ๑๑มีจำนวนคำ ๑๑ คำ นิยมอ่านเสียงสูงกว่าปกติจึงจะเกิดความไพเราะการเเบ่งจังหวะ วรรคในการอ่าน มีดังนี้ วรรคหน้า ๕ คำ อ่าน๒/๓ OO/OOO วรรคหลัง ๖ คำ อ่าน๓/๓ OOO/OOO ตัวอย่างการเเบ่งจังหวะกาพย์ยานี ๑๑ เรื่อยเรื่อย/มารอนรอน// ทิพากร/จะตกต่ำ// สนธยา/จะใกล้ค่ำ// คำนึงหน้า/เจ้าตราตรู เรื่อยเรื่อย/มาเรียงเรียง// นกบินเฉียง/ไปทั้งหมู่// ตัวเดียว/มาพลัดคู่// เหมือนพี่อยู่/ผู้เดียวดาย// ที่มาและได้รับอนุญาตจาก : เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. ภาษาไทย ป.๖. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. แผนผังกาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ห่อโคลงเป็นคำประพันธ์ที่แต่งโดยใช้กาพย์ยานี ๑ บท สลับกับโคลงสี่สุภาพ๑ บท ต่อเนื่องกันไปเช่นนี้จนจบเรื่อง กาพย์ยานี ๑๑ กับโคลงสี่สุภาพนั้นจะต้องมีเนื้อความเหมือนกันบทต่อบท คือ วรรคที่หนึ่งของกาพย์ยานีกับบาทที่หนึ่งของโคลงสี่สุภาพจะต้องมีเนื้อความอย่างเดียวกัน และกวี มักจะแต่งให้คำต้นวรรคของกาพย์กับคำต้นบาทของโคลงเป็นคำเดียวกัน ลักษณะบังคับนอกนั้นเหมือนกับ กาพย์ยานี ๑๑ และโคลงสี่สุภาพทั่วไป การอ่านกาพย์ห่อโคลง ผู้อ่านต้องเข้าใจลักษะคำประพันธ์และจังหวะการอ่านทั่งกาพย์ยานี ๑๑ และโคลงสี่สุภาพ เนื่องจากคำประพันธ์ประเภทนี้จะแต่งด้วยกาพย์ยานี ๑๑ สลับกับโคลงสี่สุภาพอย่างละ ๑ บท ต่อเนื่องกันไปจนจบเรื่อง กาพย์ยานี ๑๑ วรรคหน้าใช้จังหวะ ๒/๓ วรรคหลังใช้จังหวะ ๓/๓ โคลงสี่สุภาพวรรคหน้าใช้ จังหวะ ๒/๓ วรรคหลังอ่านจังหวะละ ๒ คำ วิธีการอ่านกาพย์ยานี ๑๑ วิธีการอ่านกาพย์ห่อโคลง


กลอนดอกสร้อยคณะและสัมผัสเหมือนกลอนสุภาพ คือ วรรคละ ๖ คำ อ่าน๒/๒/๒ OO/OO/OO วรรคละ ๗ คำ อ่าน๒/๒/๓ OO/OO/OOO วรรคละ ๘ คำ อ่าน๓/๒/๓ OOO/OO/OOO วรคคละ ๙ คำ อ่าน๓/๓/๓ OOO/OOO/OOO กลอนดอกสร้อยบทหนึ่ง นิยมแต่ง ๘ วรรค โดยวรรคแรกใช้ ๔ คำในการขึ้นต้นบทกลอน วรรคแรกคำ ที่ ๑ และคำที่ ๓ ใช้คำเดียวกัน คำที่ ๒ ต้องใช้ด้วยคำว่า “เอ๋ย” วรรคอื่นมีคำ ๖ – ๙ คำเวลาอ่านออก เสียงควรแบ่งจังหวะให้ถูกต้อง เพื่อความไพเราะของบทกลอน และจบบทด้วยคำว่า “ เอย ” ในวรรคสุดท้าย ของวรรคที่ ๘ ทุกครั้ง ผังโครงสร้างกลอนดอกสร้อย อธิบายผังโครงสร้างกลอนดอกสร้อย ๑. แสดงผังโครงสร้างกลอนดอกสร้อย ความยาว จำนวน ๑ บท ๒. ดอกสร้อย ๑ บท มี ๔ คำกลอน หรือ ๘ วรรค ๓. ดอกสร้อย ๑ วรรค นิยมเขียน ๗ คำ ยกเว้นวรรคแรก ที่มีเพียง ๔ คำ และบังคับคำที่ ๓ และ ๔ ต้องเป็นคำเดียวกัน โดยมีคำว่า “ เอ๋ย ” คั่น เช่นมดเอ๋ยมดแดง ๔. เส้นโยงภายในวรรค เรียกว่าสัมผัสใน ส่วนเส้นโยงคำท้ายวรรค เรียกว่าสัมผัสนอก ๕. ดอกสร้อย ต้องจบด้วยคำว่า “เอย” เสมอ ๖. สัมผัสนอกของดอกสร้อย วรรครับ และวรรคส่ง จะให้สัมผัสคำที่ ๒ หรือ ๓ หรือ ๔ คำใดคำหนึ่งก็ได้ ๗. ลักษณะบังคับอื่น ๆ เช่น เรื่องเสียงท้ายวรรคการชิงสัมผัส สัมผัสซ้ำ สัมผัสเลือนและสัมผัสทีฆะรัสสระ นั้น คงใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับกลอนแปด วิธีการอ่านกลอนดอกสร้อย


ตัวอย่างบทดอกสร้อย จันทร์เจ้า จันทร์เอ๋ย/จันทร์เจ้า// ใครขอข้าว//ขอแกง/ท้องแห้งหนอ// ร้องจน/เสียงแห้งแหบ/แสบถึงคอ// จันทร์จะรอ//ให้เรา//ก็เปล่าดาย// ยืมจมูก//ท่านหายใจ//เห็นไม่คล่อง// จะหาช่อง//เลี้ยงตน/เร่งขวนขวาย// แม้นเป็นคน/เกียจคร้าน//พานกรีดกราย ไปมัว/หมายจันทร์เจ้า//อดข้าวเอย/ นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำพราหมณ์ดีดน้ำเต้า แหล่งอ้างอิง: หนังสือดอกสร้อยแสนรัก กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ โดย : นางอารมณ์ มงคลลักษณ์ ร.ร.วัดนาคนิมิตร, วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๕ ข้อเตือนใจจากบทดอกสร้อย ใช้เป็นบทอาขยานสำหรับชั้นประถม สอนให้รู้จักพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้ง คนและสัตว์ แล้วนำมาสู่คติสอนใจ พฤติกรมตามธรรมชาติเหล่านั้น และเมื่อแต่งเรื่องออกมาในรูปของกวี นิพนธ์ทำให้ได้ทั้งอรรถรสทางภาษา ทั้งด้านคำและความหมาย ทำให้เรียนรู้ได้ง่าย จดจำไว้ได้นานตลอดไป โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก นอกจากนั้นยังนำมาใช้เป็นบทขับร้องอีกด้วย บทดอกสร้อยที่ได้เลือกสรร และประมวลมาเป็นบทเรียน


จุดประสงค์: สามารถเว้นวรรคตอนจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายการเว้นวรรคตอน / จากบทประพันธ์ที่กำหนดให้ถูกต้อง เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง เร่ร่ายผายผาดผัง หัวริกรื่นชื่นชมไพร สนุกเกษมเปรมหน้าเหลือบ ลืมหลัง แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้ เดินร่ายผายผันยัง ชายป่า หัวร่อรื่นชื่นชี้ ส่องนิ้วชวนแล กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียว เอย กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า :พระยาอุปกิตศิลปสาร แบบฝีกทักษธที่ ๒.๓ เรื่อง การเว้นวรรคตอนบทร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่


วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนศึกษารายละเอียด เรื่องวิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง วิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง การอ่านบทร้อยกรองโดยทั่วไปอ่านได้ทั้ง๒วิธีคือ ๑. อ่านในใจ ๒. อ่านออกเสียง ในการอ่านตามวัตถุประสงค์ในที่นี้ขอกล่าวเพียงการอ่านในใจเพื่อจับใจความสำคัญเท่านั้นการอ่าน เพื่อจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองเนื่องจากร้อยกรองมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากร้อยแก้วการจับ ใจความจากการอ่านจึงยุ่งยากซับซ้อนมากกว่าซึ่งผู้อ่านจำเป็นต้องรู้วิธีถอดความและวิธีสรุปความจากการอ่าน ร้อยกรองเสียก่อนจึงจะสามารถจับใจความจากร้อยกรองได้ถูกต้องการถอดความกระทำได้โดยการ เปลี่ยนแปลงถ้อยคำจากภาษาร้อยกรองเป็นร้อยแก้วที่ได้ความชัดเจนตรงเนื้อความเดิมมากที่สุด การถอดความมีแนวปฏิบัติดังนี้ ๑.อ่านคาประพันธ์แล้วจับประเด็นสำคัญโดยส่วนรวมไว้ให้ได้หากมีคาศัพท์ยากต้องพิจารณา ความหมายให้สอดคล้องกับบริบทหรือคาแวดล้อมด้วย ๒.ถอดความในแต่ละวรรคโดยพิจารณารายละเอียดได้ดังนี้ ๒.๑หากเนื้อความตอนใดไม่สมบูรณ์เนื่องจากผู้เขียนละคาบางคาไว้เช่นประธานคำเชื่อมควร เติมเข้าไปให้เหมาะสม ๒.๒ต้องรักษาเนื้อความเดิมให้มากที่สุดไม่ควรแทรกความคิดเห็นส่วนตัวโดยไม่จาเป็น ถ้าจาเป็นต้องทาก็ให้ใช้วงเล็บ ๒.๓ต้องใช้บุรุษสรรพนามตามฉบับเดิมถ้าเป็นราชาศัพท์ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องตามชั้นของ บุคคล ๒.๔พยายามคงความไพเราะจากสานวนโวหารและความรู้สึกที่กวีได้สอดแทรกไว้ให้คงเดิม หรือใกล้เคียงความเดิมที่สุด ใบความรู้ที่๒.๔ เรื่อง วิธีการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง


ตัวอย่างการถอดความ สามารถถอดความได้ว่า (เมื่อวัสสการพราหมณ์ถูกโบยนั้น) มองดูเนื้อก็เห็นเนื้อเต้น มองดู เส้นสายทั่วกายก็สั่น ร่างกายก็ไหวหวั่นสั่นคลอนอยู่ริก ๆ มองดูด้านหลังก็มีโลหิตไหลเลอะเทอะไปทั่ว แม้มองเพียงผาดๆ ก็ยังน่าสมเพช เพราะเห็นร่างกายเป็นแผลด้วยรอยหวาย มีแนวนับไม่ถ้วนตลอดกาย พอเฆี่ยนครบร่างก็ทรุดลง ศีรษะพับอยู่กับคา ตัวอย่าง การสรุปความ หรือสรุปแนวคิด สามารถสรุปความหรือสรุปแนวคิด ได้ว่า แบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ย่อมมีค่ายิ่งกว่าคำสอนใดๆ หรือ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก “ บงเนื้อก็เนื้อเต้น พิศเส้นสรีร์รัว ทั่วร่างและทั้งตัว ก็ระริกระริวไหว แลหลังละลามโล หิตโอ้เลอะหลั่งไป เพ่งผาดอนาถใจ กะระร่อยเพราะรอยหวาย เนื่องนับอเนกแนว ระยะแถวตลอดลาย เฆี่ยนครบสยบกาย ศิระพับพะกับคา” (สามัคคีเภทคาฉันท์) “ พ่อแม่เป็นแบบให้ ลูกตาม ดีชั่วลูกยลยาม อยู่ใกล้ ลูกโตค่อยรู้ความ ตระหนัก ตัวอย่างดีดลได้ ยิ่งด้วยคาสอน” (ฐะปะนีย์ นาครทรรพ)


จุดประสงค์: อ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองที่กำหนดให้ งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน งูเขียวแลเหลื้อมพ่น พิษพลัน ตุ๊กแกคางแข็งขยัน คาบไว้ กัดงูงูเร่งพัน ขนดเครียด ปากอ้างูจึงได้ ลากล้วงตับกิน กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร แบบฝีกที่ ๒.๔ เรื่อง การอ่านจับใจความกาพย์ห่อโคลง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : (What) ทำอะไร : (Where) ที่ไหน : (Why) ทำไม : (How) อย่างไร : ใจความสำคัญ:


จุดประสงค์: อ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองที่กำหนดให้ กองเอ๋ยกองข้าว กองสูงราวโรงนายิ่งน่าใคร่ เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร ใครเล่าไถคราดพื้นฟื้นแผ่นดิน เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์ หางยามผินตามใจเพราะใคร เอย กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า :พระยาอุปกิตศิลปสาร แบบฝีกที่ ๒.๕ เรื่อง การอ่านจับใจความกลอนดอกสร้อย ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : (What) ทำอะไร : (Where) ที่ไหน : (Why) ทำไม : (How) อย่างไร : ใจความสำคัญ:


จุดประสงค์: เลือกอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่ชื่นชอบ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทประพันธ์จากเรื่องที่ชื่นชอบพร้อมทั้งถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญ จากร้อยกรองที่เลือก แบบฝีกที่ ๒.๖ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : (What) ทำอะไร : (Where) ที่ไหน : (Why) ทำไม : (How) อย่างไร : ใจความสำคัญ:


จบแล้วครับ ขอให้เพื่อนๆ จำสิ่งดีๆ ที่ผมมอบให้นะครับ


แบบทดสอบหลังเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองชั้นมัธยมศึกษาปีที่๒ จำนวน๑๐ข้อเวลา๑๐นาที คำชี้แจงให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียวโดยทำเครื่องหมายกากบาท (×) ลงใน กระดาษคำตอบที่กำหนดให้ ๑. ข้อใดกล่าวถึงบทร้อยกรองได้ถูกต้อง ก. บทร้อยกรองมีความซับซ้อนคำศัพท์ยากพอๆกับร้อยแก้ว ข. บทร้อยกรองมีลักษณะบังคับฉันลักษณ์ประเภทจำนวนวรรคจำนวนคำชัดเจน ค. การเทศน์มหาชาติไม่ใช่บทร้อยกรองเป็นเพียงคำสอนธรรมะของพระสงฆ์ ง. การถอดความจากบทร้อยกรองเป็นการสรุปสาระสำคัญทั้งเรื่อง ๒. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับการจับใจความจากบทร้อยกรอง ก. ต้องเปลี่ยนบุรุษสรรพนามใหม่ให้เหมาะสม ข. สรุปสาระสำคัญต้องคงคาศัพท์เดิมไว้ ค. หากเนื้อความตอนใดไม่สมบูรณ์สามารถหาคำเชื่อมมาต่อเติมได้ ง. เพื่อความรวดเร็วในการจับใจความไม่จำเป็นต้องอ่านและถอดความทีละวรรค อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ๓-๔ ๓. จากบทร้อยกรองข้างต้น มีใจความสำคัญตรงกับข้อใด ก. สามัคคี คือ พลังสร้างสรรค์ชาติ ข. เอกลักษณ์และเอกราชของชาติไทย ค. เพลงชาติไทย : สัญลักษณ์ของชาติไทย ง. แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร “ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” อุ๋งอิ๋ง อ่านบทประพันธ์นี้ทางหนังสือพิมพ์แล้วบอก อิ่งอ้อย ว่า กลอนบทนี้ เพราะดีนะเพราะเตือนใจให้คนไทยมีความสามัคคี อ่านแล้วรู้สึกรักชาติ เกิดความห่วงใย อยากจะรักษาเอกราชของชาติไทยไว้ตลอดไป


๔. บทร้อยกรองต่อไปนี้ข้อใดเปรียบเทียบไม่ถูกต้อง “ความรู้คู่เปรียบด้วย กาลัง กายเฮย สุจริตคือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง ปัญญาประดุจดัง อาวุธ คุมสติต่างโล่ป้อง อาจแกล้วกลางสนาม” ก. ความรู้ – กำลังกาย ข. ความสุจริต – เกราะกำบัง ค. ปัญญา – อาวุธ ง. สติ – สนาม ๕. “ธารไหลใสสะอาด มัจฉาชาติดาษนานา หวั่นว่ายกินไคลคลา ตามกันมาให้เห็นตัว ธารไหลใสสะอาดน้ำ รินมา มัจฉาชาตินานา หวั่นหว้าย จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่ ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว” จากคำประพันธ์ข้างต้น ให้ความงามในด้านใด ก. ด้านความงามในการเลือกใช้ถ้อยคำ ข. ด้านการเลียนเสียงธรรมชาติ ค. ด้านความรัก ความรื่นรมย์ ง. ด้านความสดชื่นของพื้นป่า ๖. “ธารไหลใสสะอาด มัจฉาชาติดาษนานา หวั่นว่ายกินไคลคลา ตามกันมาให้เห็นตัว” คำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงสิ่งใด ก. ลำธารที่มีความใสสะอาดปราศจากสัตว์ใดๆ ข.คลองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณปลาต่างๆ ค. น้ำตกที่ไหลจากยอดเขาที่มีความสวยงาม ง. ลำธารใสสะอาดที่มีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณปลาและพืชน้ำนานาชนิด ๗. “ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู” ข้อใดให้ความหมายของคำประพันธ์ข้างต้นได้ถูกต้อง ก. การทักทายของเพื่อนกัน ข. ต่อสู้กัน ค. การป้องกันตัวของงู ง. ความขัดแย้งของสัตว์ทั้งสอง


๘. คำประพันธ์ในข้อใดที่กล่าวถึงมนุษย์ทุกคนหนีความตายไปไม่พ้น ก. ตัวเอ๋ยตัวทะยาน อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน ดูถูกกิจชาวนาสารพัน และความครอบครองกันอันชื่นบาน เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด มีปวัตติ์เป็นไปไม่วิตถาร ขออย่าได้เย้ยเยาะพูดเราะราน ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนตูเอย ข. สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์ วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย ค. ตัวเอ๋ยตัวหยิ่ง เจ้าอย่าชิงติซากว่ายากไร้ เห็นจมดินน่าสลดระทดใจ ที่ระลึกสิ่งไรก็ไม่มี ไม่เหมือนอย่างบางศพญาติตบแต่ง เครื่องแสดงเกียรติยศเลิศประเสริฐศรี สร้างสานการบุญหนุนพลี เป็นอนุสาวรีย์สง่าเอย ง. ที่เอ๋ยที่ระลึก ถึงอธึกงามลบในภพพื้น ก็ไม่ชวนชีพที่ดับให้กลับคืน เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตาย เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วางวาย ชูเกียรติญาติไปภายภาคหน้าเอย ๙. ข้อใดแสดงให้เห็นสัจธรรมของชีวิตได้ชัดเจนที่สุด ก. ถึงลมเช้าชวยชื่นรื่นสบาย เตือนนกแอ่นลมผายแผดสำเนียง ข. ทิ้งเพื่อนยากแม่เหย้าหาข้าวปลา ทุกเวลาเช้าเย็นเป็นนิรันดร์ ค. แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย ง. เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ สารพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย ๑๐. “เช่นชาวบ้านบางระจันขันรำบาญ” รำบาญ หมายถึง ก. ความยากลำบากในการดำรงชีวิต ข.การต่อสู้ดิ้นรน ค. การสู้รบ ง. การเสียสละเพื่อแผ่นดินเกิด ขอให้โชคดีในการทำแบบทดสอบทุกคน


กระดาษค าตอบ ข้อ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐


บรรณานุกรม กรมวิชาการ. กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๕).หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวิ จักษ์ ชั้น ม.๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สกสค. ลาดพร้าว. --------------------------------------. (๒๕๕๔).หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วิวิธภาษา ชั้น ม.๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สกสค. ลาดพร้าว. --------------------------------------. (๒๕๔๔).หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว. ก าชัย ทองหล่อ. (๒๕๔๐). หลักภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น, ฐะปะนีย์ นาครทรรพและคณะ. (๒๕๕๒). ภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒. พิมพ์ครั้งที่ ๑๖. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์


ภาคผนวก


ชุดเฉลย


จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทยแนวชายแดนติดต่อกับประเทศ เพื่อนบ้าน มีผู้คน หลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอาศัยและตั้งถิ่นฐานมายาวนานเป็น จำนวนมาก ที่เข้ามาอพยพอาศัยอยู่ตามบนดอย สูงหลาย ๆ แห่ง ตามอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงราย และส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงสัตว์เป็น หลัก ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย (๒๕๕๙) จับใจความสำคัญ ๑. Who (ใคร) จังหวัดเชียงราย 2. What (อะไร) ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย 3. Where (ที่ไหน) ติดแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4. When (เมื่อไร) ยาวนาน 5. Why (ทำไม) คนอพยพอาศัยอยู่ตามบนดอย 6. How (อย่างไร) มีผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามา ใจความสำคัญ คือ จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทยติดแนวชาย แดนกับประเทศเพื่อน บ้าน มายาวนาน มีผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่ตามบนดอยสูงหลาย ๆ แห่ง ตามอำเภอ ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงสัตว์ เป็นหลัก แบบฝีกทักษะที่ ๒.๑ เรื่อง การจับใจความโดยใช้เทคนิค 5w1H ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่


จุดประสงค์: อธิบายความหมายและหลักการอ่านร้อยกรองได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายความหมาย หลักการอ่านออกร้อยกรอง และชนิดของการอ่านร้อยกรอง แบบฝีกทักษะที่ ๒.๒ เรื่อง การอ่านร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ ๑. ต้องรู้ลักษณะของบทประพันธ์ที่จะอ่านเช่น : เอก โท ครุ ลหุ สัมผัส และ พยางค์ ที่บรรจุลงในวรรคหนึ่งๆ ๒. ต้องรู้จังหวะและการแบ่งตอนของบทประพันธ์ที่ จะอ่าน ๓. คำที่รับสัมผัสกัน ต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัดกว่า ปกติ ถ้าเป็นสัมผัสนอกต้องทอดเสียงให้ยาวกว่าธรรมดา ๔. ห้ามเอื้อนเสียงที่คำลหุ เพราะมีเสียงสั้นและเบา ๕. พยางค์ที่ใช้เกิน ให้อ่านเร็วและเบาอย่างอักษรนำ เพื่อให้เสียงไปตกอยู่ตรงพยางค์ที่ต้องการ เช่น ในแผน กำหนดให้บรรจุคำหน่วยละ ๑ พยางค์ แต่ผู้ประพันธ์บรรจุ คำ ๒ พยางค์ลงไปในหนึ่งหน่วย เช่น ดิลก , ประโยชน์ ขยาย , สมร , ระลึก ฯลฯ คำที่มีพยางค์เกินเช่นนี้ต้องอ่านเสียงให้ มาตกอยู่ที่พยางค์หลัง ๖.เสียงวรรณยุกต์จัตวา ต้องอ่านเสียงให้สูงและดัง ก้อง ๗. ต้องอ่านเสียง ร และ ล ให้ชัดเจน อย่าให้เสียง สลับกัน มิฉะนั้นผู้ฟังอาจจะเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อนได้ ๘. เมื่ออ่านไปถึงตอนจะจบบท ต้องเอื้อนเสียงและ ทอดจังหวะให้ช้าลงจนกระทั่งจบบท คือคำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามแบบ ฉันทลักษณ์ จำแนกประเภทออกเป็น โคลง ฉันท์กาพย์กลอน ร่าย ความหมายของร้อยกรอง ชนิดของการอ่านร้อยกรอง หลักการอ่านร้อยกรอง ๑. อ่านทำนองสามัญ ๒. อ่านทำนองเจรจา ๓. อ่านทำนองเสนาะ


จุดประสงค์: สามารถเว้นวรรคตอนจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมายการเว้นวรรคตอน / จากบทประพันธ์ที่กำหนดให้ถูกต้อง เที่ยวเล่นเป็นเกษมสุข แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง เร่ร่ายผายผาดผัง หัวริกรื่นชื่นชมไพร สนุกเกษมเปรมหน้าเหลือบ ลืมหลัง แสนสนุกปลุกใจหวัง วิ่งหรี้ เดินร่ายผายผันยัง ชายป่า หัวร่อรื่นชื่นชี้ ส่องนิ้วชวนแล กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า :พระยาอุปกิตศิลปสาร แบบฝีกทักษธที่ ๒.๓ เรื่อง การเว้นวรรคตอนบทร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ เที่ยวเล่น/เป็นเกษมสุข/ แสนสิ่งสนุก/ปลุกใจหวัง เร่ร่าย/ผายผาดผัง/ หัวริกรื่น//ชื่นชมไพร สนุกเกษม/เปรมหน้าเหลือบ ลืมหลัง/ แสนสนุก/ปลุกใจหวัง/ วิ่งหรี้// เดินร่าย//ผายผันยัง/ ชายป่า// หัวร่อ/รื่นชื่นชี้// ส่องนิ้ว/ชวนแล// วังเอ๋ย//วังเวง/ หง่างเหง่ง/ย่ำค่ำ//ระฆังขาน// ฝูงวัวควาย//ผ้ายลา//ทิวากาล// ค่อยค่อยผ่าน//ท้องทุ่ง/มุ่งถิ่นตน/ ชาวนา//เหนื่อยอ่อน/ต่างจรกลับ/ ตะวันลับ/อับแสง//ทุกแห่งหน/ ทิ้งทุ่ง/ให้มืดมัว//ทั่วมณฑล/ และทิ้งตน/ตูเปลี่ยว//อยู่เดียวเอย/


จุดประสงค์: อ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองที่กำหนดให้ งูเขียวรัดตุ๊กแก ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน กัดงูงูยิ่งพัน อ้าปากง่วงล้วงตับกิน งูเขียวแลเหลื้อมพ่น พิษพลัน ตุ๊กแกคางแข็งขยัน คาบไว้ กัดงูงูเร่งพัน ขนดเครียด ปากอ้างูจึงได้ ลากล้วงตับกิน กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง : เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร แบบฝีกที่ ๒.๔ เรื่อง การอ่านจับใจความกาพย์ห่อโคลง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : งู, หนู (What) ทำอะไร : งูขู่หนูฟู่ (Where) ที่ไหน : ในรูงู (Why) ทำไม : งูต่อสู้กับหนู (How) อย่างไร :หนูจะเข้าไปในรูงู ใจความสำคัญ: งูขู่หนูฟู่ เพราะหนูจะเข้าไปในรูงู งุจึงสู้กับหนู หนูก็สูกับงู สัตว์ทั้งสองต่างก็รู้ชั้นเชิง กันจึงทำเสียงขู่ใส่กัน


จุดประสงค์: อ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรองที่กำหนดให้ กองเอ๋ยกองข้าว กองสูงราวโรงนายิ่งน่าใคร่ เกิดเพราะการเก็บเกี่ยวด้วยเคียวใคร ใครเล่าไถคราดพื้นฟื้นแผ่นดิน เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์ หางยามผินตามใจเพราะใครเอย กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า :พระยาอุปกิตศิลปสาร แบบฝีกที่ ๒.๕ เรื่อง การอ่านจับใจความกลอนดอกสร้อย ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : ชาวนา (What) ทำอะไร : เกี่ยวข้าวมากอง (Where) ที่ไหน : ในนา (Why) ทำไม : ไถนาไปตามใจ (How) อย่างไร :ดำเนินชีวิตตามวิถีทางของตนอย่างมีความสุข ใจความสำคัญ: กองข้าวเกิดด้วยน้ำมือของชาวนา ที่ดำเนินชีวิตตามวิถีทางของตนอย่างมีความสุข มือถือคันไถ ไถนาไปตามใจ


จุดประสงค์: เลือกอ่านจับใจความสำคัญจากร้อยกรองที่ชื่นชอบ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทประพันธ์จากเรื่องที่ชื่นชอบพร้อมทั้งถอดคำประพันธ์และอ่านจับใจความสำคัญ จากร้อยกรองที่เลือก ตัวอย่างแนวคำตอบ นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี นกแก้วแจ้วรี่ร้อง เร่หา ใกล้คู่หมู่สาลิกา แวดเคล้า นกตั้วผัวเมียมา สมสู่ สัตวาฝ่าแขกเต้า พวกพ้องโนรี แบบฝีกที่ ๒.๖ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทร้อยกรอง ชื่อ นามสกุล ชั้น เลขที่ จากบทประพันธ์นี้กล่าวถึง (Who) ใคร : นกแก้ว, นกสาลิกา, นกกระตั้วสองตัว, นกสัตวา, นกแขกเต้า, นกโนรี (What) ทำอะไร : นกแก้วร้องแจ้วๆเข้าไปใกล้หมู่นกสาลิกา, นกกระตั้วสองตัวกำลังสมคู่กันอยู่, นกสัตวาฝ่านกแขกเต้าไปหานกโนรี (Where) ที่ไหน : ในป่า (Why) ทำไม : เป็นพฤติกรรมของนก (How) อย่างไร :นกแก้วร้องแจ้วๆเพื่อหาคู่ นกสัตวาจะต้องฝ่านกแขกเต้าเข้าไปหานกโนรี ซึ่งเป็น พวกพ้องของมัน ใจความสำคัญ: นกแก้วร้องแจ้ว ๆ เร่หาคู่ โดยเข้าไปใกล้หมู่นกสาลิกา ส่วนนกกระตั้วสองตัวผัว เมียกำลังสมสู่กันอยู่ ในขณะที่นกสัตวาจะต้องฝ่านกแขกเต้าเข้าไปหานกโนรี ซึ่งเป็นพวกพ้องของ มัน


๑ ข ๖ ง ๒ ค ๗ ข ๓ ก ๘ ข ๔ ง ๙ ค ๕ ค ๑๐ ค เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน จบแล้วครับ


Click to View FlipBook Version