The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบเรียนภาษาไทย 449และ456 (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongpad6381, 2022-03-30 00:54:22

แบบเรียนภาษาไทย 449และ456 (2)

แบบเรียนภาษาไทย 449และ456 (2)

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑




" เล่าเรื่อง
เมือง

เหลียน "

พิ ม พ์ ค รั้ ง ที่ ส อ ง ๒๕๖๕

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน
ภาษาไทย

เล่าเรื่อง เมืองเหลียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑

พิมพ์ครั้งที่ ๑
ลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ : มิตรสาส์น
พ.ศ. ๒๕๖๕

:ผู้เรียบเรียง ณฐิกา ไพฑูลย์

นัทธมน ชัยภักดี

คำนำ

หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

เล่าเร
ื่อง เมืองเหลียน เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ด้าน

สาระการอ่าน การเขียน และหลักการใช้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกน
กลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย

แนวการนำเสนอของหนังสือรายวิชาเพิ่มเติมภาษาไทยชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่าเรื่อง เมืองเหลียน มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาทักษะของผู้
เรียน โดยใช้ข้อมูลจาก อำเภอปะเหลียน ซึ่งทำให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรื่องราว
ต่างๆ ทั้งประวัติสถานที่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของชาวปะเหลียนตลอดจน
เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนอนุรักษ์ความเป็นท้องถิ่นและมีจิตสำนึกรัก
บ้านเกิด

ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนในการจัดทำ
หนังสือเล่มนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือ
เรียนรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาไทยเล่มนี้ จะเป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วย
พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนและเป็นประโยชน์แก่การจัดการเรียนการ
สอน และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับและจำนำไป
ปรับปรุงเพื่อพัฒนาหนังสือเรียนเล่มนี้ในครั้งต่อไป


ณฐิกา ไพฑูลย์

นัทธมน ชัยภักดี
นิสิตชั้นปีที่ ๓ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต
สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ

คำแนะนำในการใช้หนังสือ


หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่ม

นี้ จัดทำขึ้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ในสาระการอ่าน
การเขียน และหลักการใช้ภาษาไทย โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะของผู้เรียนใน
หลายๆทักษะควบคู่กัน ตามเกณฑ์ของภาษาไทย โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่นของ
อำเภอปะเหลียนสดอแทรกในบทเรียน จะทให้นักเรียนซึมซับและรู้คุณค่า
ของท้องถิ่นผ่านการเรียนการสอน

วิธีการศึกษา เริ่มจากการอ่านเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับท้องถิ่นทั้งที่
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและภูมิปัญญาของชาวบ้านโดยมี ทับทิม ดาลิน เอก
แบงค์ เป็นผู้ดำเนินเรื่องราวที่ไปยังสถานที่ต่างๆในอำเภอปะเหลือซึ่งเป็น
บ้านเกิดของตนเอง ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เนื้อหาผ่านการดำเนินเรื่องในแต่
ละบท จากนั้นผู้เรียนจะได้ศึกษาเกี่ยวกับความรู้เสริมทักษะ อ่านเสริมและ
กิจกรรมเสริมความรู้เป็นกิจกรรมท้ายบทเพื่อทบทวนเนื้อหา ซึ่งสอดคล้อง
กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รายวิชา
ภาษาไทยนอกจากจะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดของตนเอง
แล้ว ยังส่งเสริมให้ผู้เรียนศึกษาค้นหวาหาข้อมูลชด้วยตนเองอีกด้วย

หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่า
เรื่อง เมืองเหลียน เล่มนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการใช้สื่อประกอบการเรียนรู้
ผู้สอนสามารถใช้สื่ออื่นๆ ประกอบในการจัดการเรียนการสอนได้ และมุ่ง
ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สารบัญ หน้า

บทที่ ๑

บทที่๑ สืบสานตำนานเมืองเหลียน ๖
ความรู้เสริมทักษะการอ่าน ๙
กิจกรรมเสริมความรู้ ๑๑
อ่านเสริมเติมความรู้ ๑๔
ความรู้เสริมทักษะการอ่านจับใจความ ๑๘
กิจกรรมเสริมความรู้


บทที่๒ น้ำตกใสในเมืองเหลียน ๒๐

ความรู้เสริมทักษะการเขียน ๒๔
กิจกรรมเสริมความรู้ ๒๗
อ่านเสริมเติมความรู้ ๒๘
ความรู้เสริมทักษะการคัดลายมือ ๒๙
กิจกรรมเสริมความรู้ ๓๓
ความรู้เสริมทักษะการเขียนย่อความ ๓๔
กิจกรรมเสริมความรู้ ๓๘

สารบัญ หน้า

บทที่ ๔๐

บทที่3จุดสิ้นสุดการเดินทาง ๔๓

๔๗
๕๙
ความรู้เสริมทักษะชนิดของคำ ๖๐
กิจกรรมเสริมความรู้ ๖๓
อ่านเสริมเติมความรู้
ความรู้เสริมทักษะภาษาพูดและเขียน
กิจกรรมฝึ กเสริมความรู้

แนะนำตัวละคร

"ทับทิม "

หญิงสาวที่หลงใหล
ในสถานที่

ท่องเที่ยวที่เป็น
ธรรมชาติ

"ดาลิน"

น้องสาวของทับทิมเป็น
คนที่ช่างสงสัย

ซักถาม มีนิสัยที่สดใส
และร่าเริง

"แบงค์" " เอก "

น้องชายของเอกที่ชอบใน เพื่อนร่วมห้องของทับทิม
การเดินผญจภัยไปในที่ มีนิสัยคล้ายกัน

ต่างๆ เป็นคนที่ชอบการเดินไป
ท่องเที่ยวในสถานที่ที่เป็น

ธรรมชาติ

บทที่ ๑

" สื บ ส า น
ตำ น า น เ มื อ ง
ป ะ เ ห ลี ย น "

ตัวชี้วัด : บทที่ ๑ การอ่าน (ท๑.๑)

๑. อ่านออกเสียงร้อยแก้ว (ท๑.๑ ม๑/๑)

๒. มารยาทในการอ่าน (ท๑.๑ ม๑/๙)

๓. จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน (ท๑.๑ ม๑/๒)

๔. วิเคราะห์คุณค่าจากเรื่องที่อ่าน (ท๑.๑ ม๑/๘)
จุดประสงค์
๑. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้อย่างถูกต้องและชัดเจน
๒. นักเรียนรู้มารยาทในการอ่านและสามารถอ่านได้ถูกต้องตามวิธี
๓. นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญและสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้
๔. นักเรียนสามารถวิเคราะห์คุณค่าจากเรื่องที่อ่าน



“สืบสานตำนาน
เมืองปะเหลียน”

ในวันแรกของการปิดภาคเรียน ทับทิมและดาลิน มี

ความคิดที่จะออกเดินทางไปเที่ยวสถานที่ใกล้ ๆเพื่อเป็นการผ่อนคลาย
ทั้งสองสาว ได้ขอคุณพ่อคุณแม่ เดินทางไปหาเอกและแบงค์ เพื่อวางแพ
ลนการเดินทางไปเที่ยวในครั้งนี้ บ้านของทั้ง ๔คนก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก
คุณพ่อและคุณแม่ จึงอนุญาตให้ไป เพราะทั้ง ๔ คนก็เล่นกันมาตั้งแต่
เล็กแต่น้อย เมื่อถึงบ้านของเอกและแบงค์ ทั้ง ๔คนก็ได้ปรึกษาหารือกัน
ในสถานที่ ที่จะไปพักผ่อน โดยเริ่มจากสถานที่ใกล้ ๆ ในอำเภอ และใน
หมู่บ้านของตนเอง และแล้ว ก็มีเสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยดาลิน ถามพี่
สาวว่า “ เราจะไปเที่ยวที่ไหนหรือคะ หากเราจะเที่ยวในหมู่บ้านหรือใน
อำเภอของเรา รบกวนพี่เอกและพี่ทับทิมเล่า ประวัติอำเภอปะเหลียนของ
เราให้น้องกับแบงค์ฟังก่อน ได้มั้ยคะ”



ทับทิมและเอก พยักหน้า และได้เริ่มเล่าประวัติของอำเภอ
ปะเหลียนให้น้องทั้งสองฟังว่า ก่อนอื่นนะ เราต้องมารู้จัก
คำขวัญของอำเภอปะเหลียนของเรากันก่อนเลย ทันใดนั้น
แบงค์ก็รีบพูดขึ้นมาทันว่า “ผมรู้ครับ รักศักดิ์ศรี มีวินัย
น้ำตกใส ทะเลกว้าง สร้างความดี ใช่มั้ยครับทุกคน”

จากนั้นทับทิมเริ่มเล่าประวัติของอำเภอปะเหลียน
ให้ทุกคนฟังว่า ในสมัยก่อนท้องที่อำเภอปะเหลียนมีการปกครองขึ้นกับ
เมืองพัทลุง เมื่อเจ้าพระยานคร (น้อย) ได้ส่งบุตรมาปกครองเมืองตรัง
และขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช พื้นที่แถบนี้มีผู้คนมาตั้งถิ่นฐาน
กันแล้ว เจ้าเมืองพัทลุงจึงส่งกรมการเมืองมาปกครองเพื่อเป็นการ
สกัดกั้นอำนาจของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไว้ ขณะนั้นท้องที่อำเภอ
ปะเหลียน มีประชากรน้อยมาก ไม่เหมาะสมที่จะยกฐานะเป็นเมืองดี
ดังนั้น ตำแหน่งผู้ปกครองจึงเป็นเพียง "จอม" คำว่าจอมใช้กันเฉพาะที่
มีชายไทยมุสลิมอยู่ แปลว่า ผู้เป็นใหญ่



ในสมัยต่อมาเมื่อประชากรมากขึ้นจึงยกฐานะขึ้นเป็นเมือง
เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๑ เรียกว่า เมืองปะเหลียน เจ้าเมืองปะเหลียน
คนสุดท้ายคือพระปริยันต์เกษตรานุรักษ์ เท่าที่มีหลักฐาน
ปรากฏตัวเมืองครั้งแรกตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลปะเหลียนใน
ปัจจุบัน ต่อมาได้ย้ายไปตั้งบริเวณหมู่ที่ ๑ตำบลท่าพญาใน
ปัจจุบันเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๓๐

ในปี พ.ศ. ๒๔๓๔
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเก
ล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าเมือง
ปะเหลียนทรุดโทรมมาก จึงยุบให้เป็นแขวงขึ้นตรงกับเมืองตรัง
และในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ ได้จัดตั้งที่ว่าการอำเภอเป็นครั้งแรกที่
ตำบลท่าพญา ใช้ชื่อว่า อำเภอท่าพญา ครั้นได้จัดรูปแบบอำเภอ
ขึ้นตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ ได้ย้ายที่
ว่าการอำเภอไปตั้งที่บ้านหยงสตาร์ ตำบลท่าข้าม ใช้ชื่อว่า อำเภอ
ปะเหลียน




http://www.iamtrang.com/



ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น
อำเภอหยงสตา จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๘๐
ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอปะเหลียน ตามชื่อเดิม
จวบจนปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อรักษาประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง
ปะเหลียนไว้ ขณะนี้อำเภอปะเหลียนได้ก่อตั้งมาครบ ๑๐๘ ปี นับว่าเป็น
อำเภอเก่าแก่อำเภอหนึ่งในจังหวัดตรัง เมื่อทับทิมเล่าจบ ดาลินจึงพูด
ขึ้นว่ามา “แล้วสถานที่ท่องเที่ยวในบ้านของเรามีที่ไหนบ้างละคะที่เราจะ
ไปกัน” เอกจึงเป็นคนเสริมขึ้นมาเอง ตอบกับทับทิมว่า “ ในบ้านเรามี
สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีทั้งเกาะและน้ำตกเลยนะ ไว้เดี่ยวพี่จะ
ค่อยๆเล่าให้ฟังก็แล้วกันนะจ๊ะ แต่ตอนนี้ทุกคนไปเตรียมตัวกันได้แล้ว พี่
และทับทิมได้แพลนเที่ยวไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว มั่นใจได้เลยว่า ทุก
คนจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน”



ความรู้เสริม
ทักษะ

ความหมาย
ของการอ่าน

การอ่านเป็นพฤติกรรมการรับสารอย่างหนึ่ง กล่าวคือ

เป็นการรับรู้เรื่องราวโดยใช้สายตามองดูตัวอักษร แล้วสมองก็จะ
ลำดับเป็นถ้อยคำ ประโยค และข้อความต่างๆ เกิดเป็นเรื่องราว
ตามความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่านแต่ละคน การอ่านช่วยให้
เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ความก้าวหน้า และความ
เปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้ทันต่อเหตุการณ์ ฉะนั้นการอ่านจึงเป็น
ความจ าเป็นต่อชีวิต ของทุกคนในปัจจุบัน การอ่านมีความสำคัญ
ต่อตนเอง เพราะการอ่านท าให้เราได้รับความรู้ความเพลิดเพลิน
มีความคิดทันโลก ทันเหตุการณ์ และเข้าสังคมได้ดี การอ่านมี
ความสำคัญต่อสังคม เพราะคนในสังคมจำนวนมากจะได้รับความ
รู้ ความเพลิดเพลิน และความจรรโลงใจจากการอ่าน



มารยาทของการอ่าน



มารยาท คือข้อควรปฏิบัติ เป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นผู้เจริญแล้ว

(อารยชน) ความเป็นผู้มีการศึกษา เป็นการแสดงความเคารพและให้

เกียรติต่อผู้อื่น มารยาททำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างผาสุก ในการอ่าน

หนังสือ บทความ วรรณกรรม สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ หากอยู่ในที่

สาธารณะ ต้องระมัดระวังเรื่องมารยาท ไม่ควรรบกวนให้ผู้อื่นเกิดความ

เดือดร้อนรำคาญ

มารยาทในการอ่านแนวทางปฏิบัติมีดังนี้

๑. มีสมาธิในการอ่าน อ่านอย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะอ่านที่บ้าน ห้องสมุด
๒. อ่านในใจ ไม่อ่านเสียงดังรบกวนผู้อื่น
๓. นั่งอ่านในท่าทางสบาย ตัวตรง สุภาพเพื่อให้เป็นนิสัย
๔. หยิบจับหนังสืออย่างเบามือไม่ว่าจะเป็นหนังสือส่วนตัวหรือส่วนรวม
๕. ไม่ใช้ดินสอ ปากกา หรือสีต่างๆ ขีดเขียนสิ่งใดลงในหนังสือ โดย
เฉพาะหนังสือห้องสมุด หรือหนังสือของผู้อื่น



๖. ไม่พับหน้าต่างๆ ของหนังสือ ใช้เศษกระดาษคั่นหนังสือถ้าจำเป็น
๗. ไม่ฉีกส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
๘. ไม่เล่นกันขณะอ่านหนังสือ
๙. ไม่แย่งหนังสือของผู้อื่นมาอ่าน
๑๐. ไม่ทานขนมหรืออาหารขณะอ่านหนังสือเพราะอาจทำให้หนังสือเปรอะ
เปื้ อนได้
๑๑. ไม่ทำกิจกรรมอื่นๆ ระหว่างอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้อ่านหนังสือได้
ไม่เต็มที่ เช่น การฟังเพลง การดูโทรทัศน์ เป็นต้น
๑๒. ไม่อ่านเอกสารหรือข้อความของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
๑๓. เมื่ออ่านหนังสือเสร็จควรเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทาง
๑๔. วางหนังสืออย่างระมัดระวัง เช่น วางในที่แห้งและสะอาด
๑๕. อ่านหนังสือให้ถูกที่ถูกเวลา



กิจกรรมเสริมความรู้




๑.ให้นักเรียนฝึกอ่านเรื่องสั้นที่กำหนดให้อย่างคล่องแคล่วและ
ฝึกปฏิบัติมารยาทของการอ่านของเคร่งครัด
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................

๑๐

๒. ให้นักเรียนทำแผนผังความคิดเกี่ยวกับเรื่องความหมายและ
มารยาทของการอ่านพร้อมตกแต่งให้สวยงาม
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................
......................................................................................

๑๑

เรื่อง แหลมเมืองหลียน

วันนี้เป็นวันที่เด็ก ๆทั้ง ๔ คน นัดพบกัน ณ http://www.iamtrang.com/
บ้านของ ทับทิมและดาลิน อยู่ใน ตำบลท่าข้าม
ในอำเภอปะเหลียน ซึ่งสถานที่แรก ที่ทุกคนจะ
เดินไปทางไปเที่ยวนั้นคือ แหลมหยงสตาร์
นั่นเอง การเดินทางเด็กๆได้ให้คุณพ่อของทับทิม
และดาลินเดินทางไปส่ง และในระหว่างทางนั้น
เอกได้เริ่มเกริ่นมาอย่างช้าๆว่า “ วันนี้สถานที่เรา
จะไปเที่ยวกันคือ แหลมหยงสตาร์และไปดูการ
ทำผ้าป้าเต๊ะของกลุ่มแม่บ้านในตำบลท่าข้าม
ด้วยเช่นกัน แต่! ดาลินอย่าพึ่งสงสัยนะ พี่กำลัง
จะเล่าให้เราฟังอยู่นี่เอง” และเอกก็ได้เริ่มเล่า

ลักษณะของแหลมหยงสตาร์ว่า เป็นแหลมหินที่ยื่นลง
ไปในทะเล พื้นน้ำหน้าแหลมหยงสตาร์มีลักษณะเป็น
อ่าวที่มีท่าเทียบเรือที่ยื่นออกไปในอ่าว ยามเย็นจะมี
ร้านค้ามาขายอาหารบริเวณท่าเทียบเรือนี้ บรรยากาศ
ร่มรื่น ชมพระอาทิตย์ตกดินเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก
และที่สำคัญยังมีฝูงนกยาง นับร้อยตัวมาหากินในช่วง
น้ำลงของทุกวัน ซึ่งสถานที่นี้เป็นที่ ๆสวยมากจริง จริง
แต่เราค่อยเดินทางกันไปตอนเย็นนะ

๑๒

เดี่ยวครึ่งวันเช้านี้ เราจะไปดูกลุ่มแม่บ้านกันก่อนนะ

และเอกก็ได้พูดถึงการก่อตั้งของกลุ่มแม่บ้านในทุก ๆ

คนฟังว่า กลุ่มผ้าปาเต๊ะเพ้นท์ หมู่ที่ ๕ ต.ท่าข้าม
อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าปาเต๊ะ
ต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สร้างรายได้แก่สมาชิก

ตลอดเวลา ทั้งการเลือกผ้าลวดลายใหม่ๆให้ตรง

ความต้องการของลูกค้า เพื่อนำเพ้นท์ผ้า ด้วยสีสัน

ต่าง ๆ อย่างประณีตและสวยงาม เช่นเดียวกับงาน

ปัก ก็จะมีการเพิ่มลูกปัดขนาดและสีสันต่าง ๆ เพิ่ม

มากขึ้น เสริมความระยิบระยับ ทำให้สินค้าที่ได้จาก https://ww2.trang.go.th

ผืนผ้าปาเต๊ะธรรมดาๆ โดดเด่น เพิ่มมูลค่าให้แต่ละ

ผืนได้มากขึ้น ถูกใจลูกค้าที่เดินเข้ามาเลือกซื้อไม่ขาด

สาย ทั้งซื้อเพื่อเป็นของฝาก
รวมทั้งสวมใส่ทำงาน หรือออกงาน ทั้งแบบ

เดี่ยว และเป็นแบบธีม รวมทั้งยังมีคณะ

ศึกษาดูงานจากหลายจังหวัดในภาคใต้เดิน

ทางมาศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก จนกลุ่มใน

การผลิตผ้าปาเต๊ะเพ้นท์ มีชื่อเสียงโด่งดังและ

https://ww2.trang.go.th ได้รับรางวัลเป็นสินค้า OTOP ระดับ ๕ ดาว
ของจังหวัดตรังด้วย

๑๓

นอกจากนั้นในกลุ่มนี้ยังต่อยอดด้วยการส่งผ้าปาเต๊ะเพ้นท์
และปัก ของกลุ่มไปตัดเป็นกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพายเก๋ ๆ สำหรับคน
วัยทำงาน และวัยรุ่น ที่มีรูปแบบให้เลือกซื้อได้หลากหลายอีกด้วยเมื่อ
สิ้นเสียงของเอก ดาลินก็ถามขึ้นมาทันทีเลยว่า “ ทำไมพี่เอกถึงรู้เรื่อง
ของกลุ่มแม่บ้านละคะ” ทุกคนก็ต่างหัวเราะในความขี้สงสัยของเด็ก
หญิงดาลิน
แบงค์ก็ตอบขึ้นมาว่า ก็แม่ของผมและพี่เอกอยู่ในกลุ่มแม่บ้านนี่นะสิ
ครับ ทำไมดาลินถึงไม่รู้ละ “อ่อ คงยังไม่มีใครเล่าให้ดาลินฟังหนะ”
คุณพ่อพูดเสริม และทุกคนก็ถึงสถานที่การทำผ้าปาเป้ะทุกคนก็เดิน
ชมความงามของการทำ และเมื่อตกเย็น คุณพ่อก็ได้พาทุกคนไปยัง
แหลมหยงสตาร์เพื่อที่จะไปให้ทันพระอาทิตย์ตกดิน เด็ก ๆทั้ง ๔ คน
ก็ได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินกันอย่างมีความสุข

๑๔

ความรู้

เสริมทักษะ




ความหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ


คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสำคัญหลักของ

ข้อความ หรือเรื่องที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้า
หนึ่ง ๆ ไว้ทั้งหมด

ใจความสำคัญ หมายถึง ใจความที่สำคัญ และเด่นที่สุด
ในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถครอบคลุมเนื้อ
ความในประโยคอื่นๆ ในย่อหน้านั้นหรือประโยคที่สามารถ
เป็นหัวเรื่องของย่อหน้านั้นได้ ถ้าตัดเนื้อความของประโยคอื่น
ออกหมด หรือสามารถเป็นใจความหรือประโยคเดี่ยว ได้ โดย
ไม่ต้องมีประโยคอื่นประกอบ ซึ่งในแต่ละย่อหน้าจะมีประโยค
ในความสำคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒
ประโยค

ใจความรอง หรือพลความ(พน-ละ-ความ) หมายถึง
ใจความ หรือประโยคที่ขยายความประโยคใจความสำคัญ
เป็นใจความสนับสนุนใจความสำคัญให้ชัดเจนขึ้นอาจเป็นการ
อธิบายให้รายละเอียด ให้คำจำกัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบ
เทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถี่ถ้วน เพื่อสนับสนุนความคิด
ส่วนที่มิใช่ใจความสำคัญ และมิใช่ใจความรอง แต่ช่วยขยาย
ความให้มากขึ้น คือ รายละเอียด

๑๕

หลักการจับใจความ
สำคัญ




๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน
๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าว ๆ พอเข้าใจ และเก็บ
ใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า
๓. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคำถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน
มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร
๔. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่
ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความสละสลวย

๑๖

วิธีจับใจความสำคัญ



วิธีการจับใจความ มีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับความชอบว่า
อย่างไร เช่น การขีดเส้นใต้ การใช้สีต่าง ๆ กัน แสดงความ
สำคัญมากน้อยของข้อความ การบันทึกย่อเป็นส่วนหนึ่งของ
การอ่านจับใจความสำคัญที่ดี แต่ผู้ที่ย่อควร ย่อด้วยสำนวน
ภาษาและสำนวนของตนเอง ไม่ควรย่อด้วยการตัดเอาข้อความ
สำคัญมาเรียงต่อกัน เพราะอาจทำให้ผู้อ่านพลาดสาระสำคัญ
บางตอนไปอันเป็นเหตุให้การตีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้
วิธีจับใจความสำคัญมีหลักดังนี้

๑. พิจารณาทีละย่อหน้า หาประโยคใจความสำคัญของ
แต่ละย่อหน้า

๒. ตัดส่วนที่เป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สำนวน
โวหาร อุปมาอุปไมย(การเปรียบเทียบ) ตัวเลข

๓. สรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาของตนเอง

๑๗

การพิจารณาตำแหน่งใจความสำคัญ

ใจความสำคัญของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏ ดังนี้
๑. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นของย่อหน้า
๒. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนกลางของย่อหน้า
๓. ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนท้ายของย่อหน้า
๔.ประโยคใจความสำคัญอยู่ตอนต้นและตอนท้ายของย่อหน้า
๕. ผู้อ่านสรุปขึ้นเอง จากการอ่านทั้งย่อหน้า(ในกรณีใจความ

สำคัญหรือความคิดสำคัญอาจอยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดยไม่มีความ
คิดที่เป็นประโยคหลัก)

กิจกรรม ๑๘
เสริมความรู้




๑.ให้นักเรียนอ่านและจับใจความสำคัญจาก เรื่อง แหลมเมือง
เหลียนพร้อมเติบคำตอบลงในช่องว่าง
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................
............................................................................................

๑๙

๒.ให้นักเรียนวิเคราะห์คุณจากเรื่องที่อ่านทั้งสองเรื่องในบทที่ ๑
และใส่คำตอบลงในช่องว่าง
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................

.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................

...............................................................

บทที่ ๒

'' น้ำตกใสใน

เมืองเหลียน ''

ตัวชี้วัด : บทที่ ๒ การเขียน (ท๒.๑)
๑. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด(ท๒.๑ ม๑/๑)
๒. มารยาทในการเขียน (ท๒.๑ ม๑/๙)
๓. การเขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน(ท๒.๑ ม๑/๕)
๔. การเขียนเรียงความ (ท๒.๑ม๑/๔)
จุดประสงค์
๑.นักเรียนสามารถคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดได้อย่างเรียบร้อย
๒.นักเรียนรู้มารยาทในการเขียนและสามรถเขียนงานได้อย่างมีคุณภาพ
๓.นักเรียนสามารถเขียนย่อจากเรื่องที่อ่านได้อย่างมีคุณภาพ
๔.นักเรียนสามารถเขียนเรียงความเชิงพรรณาได้อย่างถูกต้อง

'' น้ำตกใสในเมืองเหลียน '' ๒๑

วันพุธที่แสนจะสดใสของการปิดภาคเรียน “เด็กคงมีความ
เหนื่อยล้าจากไปเที่ยวเมื่อวาน วันนี้เด็กทั้ง ๔ คน จะไปเที่ยว
ที่ไหนกันอีกหล่ะ” เสียงของพ่อที่เดินออกมาจากหลังบ้านพูด
คุยกับแม่

วันนี้เด็กคงอยากจะไปเที่ยวน้ำตกกันบ้างแหละค่ะ
เพราะเมื่อไปทะเลไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันมาแล้วหนิคะ”
เสียงแม่ตอบ “ใช่ค่ะพ่อ วันนี้เรามีแพลนกันว่าจะไปเที่ยว
น้ำตกกันค่ะ น้ำตกใกล้ ๆบ้านนี่เองค่ะ วันนี้พ่อเป็นคนขับรถให้
ได้มั้ยคะ” เสียงของดาลินมีความสดใดเพราะเด็กคนนี้เป็นที่
ชอบเที่ยวมากๆ “อดเลย วันนี้พ่อมีธุระจะเข้าเมือง ให้แม่พาไป
ละกันนะลูก ” อ้าวดาลิน ตื่นแล้วหรอ ทับทิมหล่ะ” เสียงของ
เอกที่กำลังทักทายดาลินเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา เอกและแบงค์

ยืนอยู่ที่ริมรั้วบ้านของทับทิม

“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่” “พี่ทับทิมตื่นนานแล้วค่ะ
กำลังจัดกระเป๋าอยู่” “นี่เด็ก ๆจะไปเที่ยวแม่ไม่ได้ว่าอะไร
หรอกนะ แต่รับประทานอาหารเที่ยงกันก่อนละกันนะ

แล้วค่อยเดินทางกันนะ วันนี้พ่อไม่อยู่ แม่จะเป็นขับรถ

พาพวกเราไปเอง เอก แบงค์ เข้ามาในบ้านเลยลูก แม่ทำ
อาหารเที่ยงไว้เผื่อเราสองคนเรียบร้อยแล้ว” ขณะนั้น
ทับทิมก็ลงมาจากห้องพอดี ทุกคนก็รับประทานอาหาร

เที่ยงกันอย่างมีความสุข ดาลิน รับบทเป็นคนเล่าความ

สนุกสนานของเมื่อวานที่ได้เดินทางไปเที่ยวเป็นวันแรก

ให้แม่ฟัง ทุกคนหัวเราะกันอย่างชอบใจ

๒๒

https://ww2.trang.go.th “แม่คะ เดี่ยววันนี้ก่อนจะไปเที่ยวน้ำตกกัน หนูจะ
ไปแวะที่ กลุ่มแม่บ้านที่ทำกะปิเคยกุ้งนะคะ แล้ว
เคยเดินทางไปเที่ยวน้ำตกกันค่ะ” ได้เลย เดี่ยวแม่
จะพาหนูไปนะ พร้อมกันรึยังเด็ก งั้น เราเดินทางไป
กันเลยดีมั้ย” ไปกันเลยค่ะแม่ แม่ก็ได้พาเด็กๆไปดู
การทำกะปิเคยกุ้งของกลุ่มมาแล้ว และเมื่อถึงน้ำตก
ลาดินก็พูดกับเอกว่า “พี่เอกคะ จัดข้อมูลมาเลยค่ะ
หนู รอฟัง” ทุกคนก็ต่างพากันหัวเราะ

แล้วก็เริ่มเล่าเกี่ยวกับน้ำตก โตนเต๊ะของอำเภอ

ปะเหลียนว่า “น้ำตกโตนเต๊ะ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่

ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัด สานน้ำไหลผ่าน

แอ่งหินซอกหินตลอดสายเป็นสีขาว สูงประมาณ

๓๒๐ เมตร ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำสามารถลงเล่นน้ำ

ได้อย่างดี มีน้ำตลอดปีโดยในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก

เล่นสนุก ส่วนช่วงอื่น ๆ มีน้ำให้เล่นเช่นกัน ตลอด

ทางเดินมีพันธุ์ไม้นานาชนิดให้ชมอีกด้วยนะ พี่ว่า http://www.iamtrang.com/
เราอย่ามั่วแต่อยากรู้กันอยู่เลยไปเล่นน้ำตกกันดี

กว่านะ ไปกันเล๊ย” เวลาผ่านไป ประมาณ บ่ายสาม

เสียงแม่ตะโกนไปหาเด็ก ๆว่า “

๒๓

http://www.iamtrang.com/

เด็ก ๆกลับกันไปแล้วเดี่ยวเราค่อยมาใหม่นะลูก นี่ก็บ่าย
แล้วเผื่อเวลาเดินทางกันด้วยนะ” เด็กน้อยดาลินงอแงไม่
อยากกลับ แต่ก็ต้องกลับ เด็ก ๆก็ได้ขึ้นมาจากน้ำ และ
เปลี่ยนผ้าพร้อมเดินทางกำลังบ้าน ในระหว่างทางทับทิม
และดาลินมีท่าทีที่ไม่สบาย เมื่อกลับถึงบ้าน เอกและแบงค์
ได้ลาแม่และกลับบ้านไป ส่วนดาลินและทับทิมคงงจะไม่
สบาย แม่เลยให้เด็ก ๆไปอาบน้ำ ทานข้าว ทานยา นอนหลับ
เป็นที่เรียบร้อย

๒๔

ความรู้เสริมทักษะ

การเขียน

การเขียน หมายถึง การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดและความ
ต้องการของบุคคลออกมาเป็นสัญลักษณ์ คือ ตัวอักษร เพื่อสื่อ
ความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจ จากความข้างต้น ทำให้มองเห็นความ
หมายของการเขียนว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสื่อสารใน
ชีวิตประจำวัน เช่น นักเรียน ใช้การเขียนบันทึก ความรู้ ทำแบบ
ฝึกหัดและตอบข้อสอบบุคคลทั่วไป เป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งของ
มนุษย์ที่ต้องอาศัยความพยายามและฝึกฝน การเขียนเป็นการ
แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ เป็นลายลักษณ์
อักษร เพื่อให้ผู้รับสารสามารถอ่านได้เข้าใจ ได้ทราบความรู้
ความคิด ความรู้สึก ความต้องการ แล้วสามารถนำมาบอกบอก
ต่อกับบุคคลอื่นให้ได้ความรู้ที่ผู้รับสารได้รับ เครื่องมือในการ
เขียนเช่น ดินสอ ปากกา สี พู่กัน กระดาษ กระดาน ฯลฯ การ
เขียนจะต้องเขียนเป็นภาษา ซึ่งอาจเขียนเป็นภาษาเดียวหรือ
หลายภาษาก็ได้

๒๕

จุดประสงค์ของการเขียน

การเขียนทั่วไปมีจุดประสงค์ดังนี้
๑. เพื่อบอกเล่าเรื่องราว เช่น เหตุการณ์ ประสบการณ์ ประวัติ ฯลฯ
๒. เพื่ออธิบายความหรือคำ เช่น การออกกำลังกาย การทำอาหาร คำ
นิยามต่างๆ ฯลฯ
๓. เพื่อโฆษณาจูงใจ เช่น โฆษณาสินค้า ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์
ฯลฯ
๔. เพื่อปลุกใจ เช่น บทความ สารคดี เพลงปลุกใจ ฯลฯ
๕. เพื่อแสดงความคิดเห็น
๖. เพื่อสร้างจินตนาการ เช่น เรื่องสั้น นิยาย นวนิยาย ฯลฯ
๗. เพื่อล้อเลียน เช่น บทความการเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ
๘. เพื่อประกาศแจ้งให้ทราบ เช่น ประกาศของทางราชการ ประกาศ
รับสมัครงาน ฯลฯ
๙. เพื่อวิเคราะห์ เช่น การเขียนวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง
วิเคราะห์วรรณกรรม ฯลฯ
๑๐. เพื่อวิจารณ์ เช่น วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล วิจารณ์
ภาพยนตร์ วิจารณ์หนังสือ ฯลฯ
๑๑. เพื่อเสนอข่าวสารและเหตุการณ์ที่น่าสนใจ
๑๒. เพื่อกิจธุระต่าง ๆ เช่น จดหมาย ธนาณัติ การกรอกแบบรายการ

๒๖

มารยาทของ
การเขียน

๑. ใช้ถ้อยคำสุภาพหลีกเลี่ยงคำหยาบไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึก

ส่วนตนหรืออคติวิจารณ์ผู้อื่นอย่างปราศจากเหตุผลจนทำให้

เกิดความเดือดร้อนเสียหายและสังคมแตกแยก

๒. เขียนข้อความหรืองานเขียนที่เป็นจริงโดยศึกษาค้นคว้า

และตรวจสอบว่าถูกต้องแล้วถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องได้รับ

อนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน

๓.เขียนให้ถูกต้องตามอักขรวิธีใช้สระพยัญชนะและวรรณยุกต์

ให้ถูกต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับเนื้ อหากาลเทศะและสถานะ

บุคคล

๔. เขียนสิ่งที่มีคุณค่าอันจะก่อให้เกิดความสุขไม่เขียนเรื่องที่

ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติหรือสถาบันเบื้องสูง

๕. บอกแหล่งที่มาของข้อมูลเดิมเสมอเพื่อให้เกียรติเจ้าของ

ข้อมูลนั้น ๆ ทุกครั้งไม่คัดลอกงานเขียนของผู้อื่นโดยอ้างว่า

เป็นผลงานของตนเอง

๒๗


กิจกรรมการเรียนรู้

ให้นักเรียนสรุปแผนผังความคิดของการเขียน พร้อมตกแต่งให้มี
ความสวยงามและสร้างสรรค์
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
…..…………………..……………………………………………………………
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
.................................................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
................................................................................

๒๘

อ่านเสริม

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่าข้ามสัมพันธ์



กว่า ๑๐๐ ปีมาแล้วที่บรรพบุรุษรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย ได้
สืบทอดเจตนารมณ์ และภูมิปัญญา รักษาสมบัติ ทรัพย์ในดิน
สินในน้ำ ไว้ให้ลูกหลานได้ทำมาหากิน คนในชุมชน ได้เห็นถึง
คุณค่าของสินทรัพย์ในท้องทะเลหน้าบ้านซึ่งมีทั้ง กุ้ง หอย ปู
ปลา ซึ่งมีอยู่อย่างหนาแน่นชุกชุม จึงได้จับสัตว์น้ำจากทะเล
มาไว้ปรุงเป็นอาหาร โดยเฉพาะปลาชนิดต่างจะมีจำนวนมาก
และชาวบ้านส่วนใหญ่จะบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก และเมื่อ
นำไปประกอบอาหาร จะมีส่วนที่เป็นพุงปลา (ไตปลา) ที่ชาว
บ้านส่วนใหญ่จะทิ้งหรือหมักไตปลา สำหรับแกงไตปลาน้ำไว้
รับประทานกันเองภายในครัวเรือน

และเมื่อพ.ศ.๒๕๔๒นางสาวสุภัทร สุวรรณรัตน์ได้เป็น
ตัวแทนสตรีของจังหวัดตรังไปแข่งขัน การทำ “แกงไตปลา”
ในงานมหกรรมอาหารไทยใส่เกลือไอโอดีน ประเภทอาหาร
ประจำภาคใต้ และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ ในปี
พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้ริเริ่มคิดวิธีการทดลองผลิตแกงไตปลาแห้งขึ้น
และนำไปจำหน่ายในงานต่าง ๆ ของจังหวัดตรัง

ความรู้เสริมทักษะ ๒๙

การคัดลายมือ

เป็นการฝึกเขียนตัวอักษรไทยให้ถูกต้องตามหลักการเขียนคำ
ไทยซึ่งจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องของตัวอักษรไทยเขียนให้อ่าน
ง่าย มีช่องไฟ มีวรรคตอนตัวอักษรเสมอกัน วางพยัญชนะสระและ
วรรณยุกต์ ให้ถูกที่ตัวสะกดการันต์ถูกต้อง และลายมือสวยงาม
การคัดลายมือมีแบบการคัดหลายแบบดังนี้

ประเภทตัวเหลี่ยม

มีลักษณะเด่นคือ เส้นตัวอักษรส่วนใหญ่เป็นเส้นตรงตัวอักษร
แบบเหลี่ยมเช่นตัวอักษรแบบอาลักษณ์ของแผนกอาลักษณ์กอง
ประกาศิตสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีใช้เป็นแบบตัวอักษรที่
สวยงามใช้ในงานเขียนเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์การเขียนทาง
ราชการ การเขียนกฎหมาย หรือใช้เขียนเพื่อการเกียรติยศ หรือใน
เอกสารพิเศษต่าง ๆเช่นประกาศนียบัตรปริญญาบัตรเป็นต้น

๓๐

ประเภทตัวกลม
หรือตัวมน

ประเภทตัวกลม หรือตัวมน มีลักษณะเด่นคือลักษณะตัว
อักษรมีเส้นโค้งประกอบอยู่ เช่น ตัวอักษรแบบกระทรวง
ศึกษาธิการเป็นแบบตัวอักษรที่กระทรวงธรรมการ หรือ
กระทรวงศึกษาธิการในอดีตได้ดัดแปลงรูปแบบตัวอักษร
ของ ขุนสัมฤทธิ์วรรณการ เพื่อทำเป็นแบบฝึกหัดคัด
ลายมือสำหรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาทั่ว
ประเทศ

๓๑

ลักษณะของการคัดลายมือ
การคัดลายมือมี ๓ ลักษณะคือ




๑. การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๑และ ๒
ควรฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดเนื่ องจากเป็นช่วงที่กล้ามเนื้ อมือและ
การประสานระหว่างตากับมือยังพัฒนาไม่เต็มที่
๒. การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และ ๔
จะมีการประสานระหว่างกล้ามเนื้ อมือและตาเพิ่มมากขึ้นจึงควรฝึกคัดลายมือ
ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องฝึกคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม
บรรทัดด้วย
๓. การคัดลายมือหวัดแกมบรรจงเป็นการคัดลายมือแบบหวัด แต่ให้อ่าน
ออกการเขียนลายมือหวัดแกมบรรจงเป็นการเขียนที่ใช้ในชีวิตประจำวันซึ่งผู้
เขียนจะต้องเขียนให้อ่านง่ายมีช่องไฟเว้นวรรคตอนถูกต้องและเขียนด้วย
ลายมือที่สวยงามนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และ ๖ ควรหัดคัดลายมือ
หวัดแกมบรรจงโดยคัดให้รวดเร็วสวยงามถูกต้องและน่าอ่านโดยมีการฝึกคัด
ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดเป็นครั้งคราว

๓๒

หลักการคัดลายมือ

๑. นั่งตัวตรงเขียนด้วยมือขวาส่วนมือซ้ายวางบนกระดาษที่จะเขียนเพื่อมิให้

กระดาษเลื่อนไปมาข้อศอกขวาวางบนโต๊ะขณะที่เขียนสายตาห่างจาก
กระดาษที่เขียนประมาณ๑ ฟุต
๒. จับดินสอหรือปากกาให้ถูกโดยดินสอหรือปากกาจะอยู่ที่นิ้วหัวแม่มือกับ
นิ้วและนิ้วกลางส่วนนิ้วนางกับนิ้วก้อยงอไว้ในฝ่ามือพยัญชนะตรงกลาง
๓. การเขียนตัวอักษรให้เขียนให้ถูกส่วนตัวอักษรตั้งตรงการเขียนพยัญชนะ
ไทยทุกตัวต้องเริ่มเขียนหัวก่อนยกเส้นตัว ก และ ธ ซึ่งไม่มีหัวเว้นช่องไฟและ
วรรคตอนให้พองามวางเครื่องหมายต่างๆให้ถูกต้องตามตำแหน่ง
๔. การวางพยัญชนะสระและวรรณยุกต์สระทุกตัวมีตำแหน่งซึ่งสัมพันธ์กับ



๔.๑ สระที่อยู่หน้าพยัญชนะ ได้แก่ เ- แ-โ-ใ-ไ
๔.๒สระที่อยู่หลังพยัญชนะ ได้แก่ -ะ -า
๔.๓สระที่อยู่เหนือพยัญชนะ ได้แก่ อิ อี อึ อือ
๔.๔ไม้หันอากาศ (-) ไม้ไต่คู่ (-) นิคหิต (-) จะวางเหนือ
๔.๕ สระที่อยู่ใต้พยัญชนะ ได้แก่ อุ อู

๓๓

กิจกรรมเสริมความรู้

ให้นักเรียนเขียนคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด จากเรื่องที่อ่านเสริม
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
...............................................................................................

๓๔

ความรู้เสริมทักษะ



การเขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน



การย่อความ คือ การเก็บใจความสำคัญของเรื่องจากข้อความที่
อ่านหรือฟัง แล้วนำสาระสำคัญมาเรียบเรียงใหม่ให้สั้นด้วยภาษาที่
กระชับ เข้าใจง่าย ได้ความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์มากหรือ
น้อยแล้วแต่ต้องการ เช่น ย่อเรื่องจากหนังสือทั้งเล่มให้เหลือเพียง
๑-๒ หน้า ย่อบทความที่มีความยาว ๕ หน้าเหลือเพียงครึ่งหน้า
เป็นต้น



ในการย่อความ ผู้อ่านต้องจับประเด็นสำคัญให้ได้ครบถ้วน งาน
เขียนแต่ละเรื่องประกอบด้วยย่อหน้าหลาย ๆ ย่อหน้า แต่ละ
ย่อหน้าประกอบด้วยประโยคหลายประโยค ตามปรกติย่อหน้า
แต่ละย่อหน้าจะมีทั้งใจความ และพลความ

๓๕

ใจความ คือ ประโยคหรือข้อความสำคัญของย่อหน้า ถ้าตัดออกจะเสีย
ความหรือความเปลี่ยนไป ทำให้ผู้อ่านผู้ฟังไม่เข้าใจหรือเข้าใจเรื่องผิดได้
ประโยคใจความสำคัญอาจอยู่ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า ท้ายย่อหน้า หรือ
อยู่ทั้งตอนต้น และตอนท้ายย่อหน้าก็ได้
พลความ คือ ประโยคหรือข้อความที่เป็นส่วนขยายความ ทำหน้าที่ขยาย
ใจความให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น หากตัดส่วนประกอบส่วนนี้ ก็ยังเข้าใจเนื้อความ
สำคัญอยู่ ข้อความที่ขยายใจความสำคัญมีหลายลักษณะ

๓๖

วิธีการเขียนย่อความ



๑. อ่านเรื่องที่จะย่อความให้จบอย่างน้อย ๒ ครั้ง เพื่อให้ทราบว่าเรื่อง
นั้นกล่าวถึงใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร และผลเป็นอย่างไร
๒. บันทึกใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน แล้วนำมาเขียนเรียบเรียงใหม่
ด้วยสำนวนของตนเอง
๓. อ่านทบทวนใจความสำคัญที่เขียนเรียบเรียงแล้ว จากนั้นแก้ไขให้
สมบูรณ์ ตัดข้อความที่ซ้ำซ้อนกันออก เพื่อให้เนื้อหากระชับ
๔. เขียนย่อความให้สมบูรณ์ โดยเขียนแบบขึ้นต้นของย่อความตามรูป
แบบของประเภทข้อความนั้นๆ เช่น การย่อนิทาน การย่อบทความ
๕. การเขียนย่อความไม่นิยมใช้สรรพนามบุรุษที่ ๑ บุรุษที่ ๒ แต่จะใช้
สรรพนามบุรุษที่ ๓และไม่เขียนโดยใช้อักษรย่อ นอกจากนี้ หากมีการใช้
คำราชาศัพท์ต้องเขียนให้ถูกต้อง ไม่ตัดทอนแก้ไข

๓๗

รูปแบบของการเขียนย่อความ
เรื่องย่อย

สิ่งที่นำมาย่อความนั้น เป็นได้ทั้งงานเขียนประเภทต่างๆ เช่น ข้อเขียน
ในหนังสือ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ และข้อความที่ได้ฟังมา เช่น ข้อความที่ได้ฟัง
จากวิทยุ โทรทัศน์ และการอภิปราย ฯลฯ การย่อความจึงต้องมีคำนำ และ
ที่มา เพื่ออธิบายประเภทของเรื่องที่นำมาย่อนั้น ดังนั้น ย่อความจึง
ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ

๑. ส่วนที่เป็นคำนำ ใช้เขียนนำเป็น
ย่อหน้าแรก มีจุดมุ่งหมายให้
ทราบรายละเอียดว่า ย่อหน้านี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญๆ ดังนี้

(ก) ลักษณะของเรื่องที่นำมาย่อ
(ข) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้แต่ง
(ค) แหล่งข้อมูล
๒.) ส่วนที่เป็นใจความสำคัญของเรื่อง คือ ส่วนที่เป็นเนื้อความที่
เรียบเรียงแล้ว เขียนติดต่อกันเป็นย่อหน้าเดียว ไม่ต้องย่อหน้า
ตามเรื่องเดิม แต่ถ้าเป็นบทร้อยกรองควรถอดความเป็นร้อยแก้ว
แล้วจึงย่อ

๓๘

กิจกรรมเสริมความรู้

ให้นักเรียนฝึกการเขียนย่อความจากเรื่องที่ อ่านเสริม
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่าข้ามสัมพันธ์ จากหน้า๒๘
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................
...............................................................................

บทที่ ๓

'' จุดสิ้น
สุดของ
การเดินทาง ''

ตัวชี้วัด : บทที่ ๓ หลักการใช้ภาษาไทย(ท๔.๑)
๑.การสร้างคำในภาษาไทย (คำประสม คำซ้ำ คำซ้อน คำพ้อง) (ท๔.๑ ม๑/๒)
๒.วิเคราะห์ชนิดของคำและหน้าที่ของคำในประโยค (ท๔.๑ ม๑/๓)
๓.วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน (ท๔.๑ ม๑/๔)
จุดประสงค์
๑.นักเรียนสามารถเข้าใจความหมายและสามารถคำชนิดต่าง ๆได้อย่างมีความเข้าใจ
๒.นักเรียนสามารถวิเคราะห์ชนิดของคำและหน้าที่ที่ปรากฎในประโยคได้
๓.นักเรียนสามารถแยกแยะความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียนได้อย่างคล่อง
แคล้วโดยที่ไม่มีความสับสน

'' จุดสิ้นสุดของ ๔๐

การเดินทาง ''

หลังจากที่สองสาวพี่น้องไม่สบาย เด็กๆทุกคนก็อดไปเที่ยวกันเลย

เป็นเวลาหลายอาทิตย์ เพราะพ่อแม่กลัวว่าเด็กๆจะกลับมาไม่สบาย

อีก “เห้อ นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมอีกแล้วสินะ พี่ทับทิม เรายังไม่เที่ยวไม่
จุใจเลย” นาลินมีน้ำเสียงที่เศร้าและเหงาหงอยมาก เหมือนยังอยาก
ที่จะไปเที่ยวอยู่ “ ไม่น่าไม่สบายเลย แต่ตอนนี้หายแล้ว เราไปเที่ยว
กันอีกสักที่ก่อนจะเปิดเทอมดีมั้ยคะ พี่ทับทิม” “พี่นัดเอกกับแบงค์ไว้

เรียบร้อยแล้วจ๊ะ

เราจะไปเที่ยวกัน ก่อนจะเปิดเทอมกันนะ พี่ขออนุญาต พ่อกับ

แม่เรียบร้อยแล้ว ท่านก็อนุญาตให้ไป” เด็กๆไปเตรียมตัวกันได้

แล้วนะ วันนี้เราทั้ง ๒ครอบครัวจะไปเที่ยวน้ำตกพ่านกัน พ่อกับ

แม่จะไปด้วยนะ เด็กๆจะได้มีความสุขและจะได้ตั้งใจเรียนใน

เทอมใหม่ที่กำลังจะมาถึง “เย้!!!! ดีใจจังเลยค่ะแม่ จะได้ไปเที่ยว

แล้วอยู่บ้านมาหลายอาทิตย์เหงาที่สุดเลย” เสียงกริ่งหน้าบ้าน

ดังขึ้น กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง! “มีใครอยู่มั้ยจ๊ะ” “อ้าว!! ครอบครัวของ

เอกมากันแล้วหล่ะ ลูกๆเสร็จกันรึงยัง” เสียงแม่ตอบกลับ เข้ามา

นั่งในบ้านก่อนสิคะ ฉันคิดว่าเรารับประทานอาหารรองท้องกันไป

ก่อนดีมั้ยคะ กันเด็กๆหิว แม่ของทับทิมพูด “ดีเลยค่ะ งั้นมื้อนี้ขอ

ฝากท้องด้วยละกันนะคะ” ทับทิมและดาลิน เดินลงมาจากห้อง

พอดี “เด็กๆลงมากินข้าวเร็ว เดี่ยวจะได้ไปเที่ยวกันนะจ๊ะ ในขณะ

ที่นั่งรับประทานอาหาร เด็กๆทั้ง ๔ คนมีหน้าตาที่ยิ้มแย้ม มี

ความสุขกันเลยทีเดียว

๔๑

“วันนี้เราจะไปเที่ยวน้ำตกไหนกันหรือคะทุกคน หรือว่าจะไปที่อื่น
คะ” วันนี้ป้าจะพาไปน้ำตกจ้า ใกล้ๆบ้านเรานี่เอง” น้ำตกพ่านไง
หละ เสียงเอกแทรกขึ้น เดี่ยวนี้เค้ามีเรือให้พายเล่น เหมือนล่อง
แก่งเลยนะ

พี่ว่าเราทุกคนจะต้องชอบกันแน่ๆ เป็นน้ำตกที่สบายคนไม่ค่อย
เยอะเท่าไรนัก อากาศสบายผ่อนคลายเหมาะกับการพักผ่อนอีก
ด้วย งั้นเราไปกันเลยมั้ยคะทุกคน เสียงทับทิมพูดมา และทุกคนก็
ออกเดินทางไปยังน้ำตกพ่าน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็ถึง ในระหว่าง
เอกได้พูดถึงน้ำตกพ่านให้ทุกคนฟังว่า “น้ำตกพ่าน” ซึ่งตั้งอยู่ใน
เนื้อที่เกือบ ๑๐๐ ไร่ ในหมู่ที่ ๑๕ ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
หรือริมเทือกเขาบรรทัด ได้นำไปชมน้ำตกแห่งนี้ที่มีมากกว่า ๑๐ ชั้น
และไล่เรียงลงมาเป็นระยะ ๆ รวมความสูงกว่า ๕๐ เมตร
ซึ่งแต่ละชั้นจะมีความสูงตั้งแต่ ๑.๕๐-๒.๕๐ เมตร

https://www.talaytrang.net/

๔๒

ทำให้มีระดับน้ำลึกไม่เกิน ๒ เมตร จึงเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่จะ
ลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย โดยน้ำตกแห่งนี้จะมีความแปลก
คือ น้ำที่มีสีฟ้าครามใสสวยงาม จึงพบได้เพียงแห่งเดียวใน
จ.ตรัง แถมยังมีน้ำไหลตลอดทั้งปีด้วย ทำให้สามารถมองเห็น
ท้องน้ำ และตัวปลาที่แหวกว่ายได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะใน
ช่วงหน้าแล้ง หรือแม้แต่ในช่วงหน้าฝน หากไม่มีตกลงมาแค่
๒-๓ วัน น้ำตกก็จะมีสีฟ้าครามใสสวยงามเป็นอย่างมาก แต่
เดี่ยวนี้มีการเพิ่มเติม มีการให้พายเรือเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้นัก
ท่องเที่ยวทุกคนรู้สึกแปลกตา เพราะในหมู่บ้านของเราไม่เคย
มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้เกิดขึ้น เมื่อถึงแล้ว เด็กๆทุกคนก็
เช่าเรือ พายเล่นน้ำกันอย่างมีความสุขเลยทีเดียว พอตกเย็น
ก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้าน

สำหรับการปิดเทอมครั้งนี้เด็กๆดูความสุขกับการได้เที่ยวใน
บ้านเกิดของตนเอง เอกก็พูดขึ้นมาว่า เราไม่เห็นจำเป็นที่จะ
ต้องไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ ในบ้านของเราก็มีที่ให้เที่ยวเยอะแยะ
มากมาย การเป็นเทอมครั้งนี้ เป็นที่เราใช้เวลาเที่ยวในคุ่มค่า
และมีความสุขมากที่สุด

๔๓

ความรู้

คำ เป็นเสียงที่เราเปล่งออกมาตั้งแต่ ๑ พยางค์ขึ้นไป ประกอบด้วยเสียง
พยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ คำแตกต่างจากพยางค์ตรงที่
พยางค์จะมีความหมายหรือไม่มีก็ได้ แต่คำต้องมีความหมายเสมอ คำใน
ภาษาไทยแบ่งตามหน้าที่ในประโยคได้เป็น ๗ ชนิด ได้แก่ คำนาม คำ
สรรพนาม คำกริยา คำวิเศษณ์ คำบุพบท คำสันธาน และคำอุทาน
คำทั้ง ๗ ชนิดนี้ จะทำหน้าที่ต่างๆ ในประโยค เพื่อสื่อความหมายให้
ถูกต้อง ชัดเจน คำบางคำมีหลายความหมาย และสามารถทำได้หลาย
หน้าที่การที่จะรู้ความหมายที่ถูกต้องได้ต้องดูที่หน้าที่ของคำนั้นในประโยค

คำนาม

คำนาม เป็นชื่อเรียก คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ที่เป็นรูปธรรม คือจับ
ต้องได้ หรือชื่อเรียกสิ่งที่เป็นนามธรรม คือจับต้องไม่ได้ก็ได้เช่นกัน คำ
นามจะทำหน้าที่เป็นประธาน และกรรมของประโยค ใช้ระบุบ่งชี้ถึงสิ่ง
ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่ากำลังพูดถึงใคร หรืออะไร
คำนามแบ่งออกเป็น ๕ ชนิด คือ


Click to View FlipBook Version