The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-01 13:50:17

นายทองเหม็น

นายทองเหม็น

วีรชนบางระจัน
นาย ทองเหม็น

ประวัติของนายทองเหม็น

ประวัติของนายทองเหม็น

นายทองเหม็น ท่านเข้าร่วมในค่ายบางระจันและเป็นอีก
ท่านหนึ่งที่ร่วมวางแผนในการรบครั้งที่ 4 ท่านทำหน้าที่
เป็นปีกขวา ร่วมกับนายโชติ นายดอก นายทองแก้ว คุม
พล 200 คน ไปข้ามคลองบ้านขุนโลก ตีโอบหลังข้าศึก
ผลทำให้พม่าแตกพ่าย และได้ฆ่าทัพพม่าคือ สุรินทร์จอ

ข่อง ครั้งสุดท้ายพม่าทำการรบแต่ในค่ายโดยยิงปืน
ใหญ่ออกมา นายทองเหม็นสุดที่จะทนร่วมกับพวกชาว
บ้านบางระจันจำนวนหนึ่ง นายทองเหม็นจึงได้ขี่กระบือ
เผือกตะลุยฝ่าค่ายพม่า จึงเสียทีถูกพม่าจับฆ่าตาย

ผลงาของนายทองเหม็น

ส่วนเหตุการณ์ด้านการรบ ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาระบุว่ามีการรบ
ถึง 8 ครั้ง การรบครั้งสำคัญได้แก่การรบครั้งที่ 4 ฝ่ายไทยมีนายแท่นเป็นนายทัพ นาย
ทองเหม็นเป็นปีกขวา พันเรืองเป็นปีกซ้าย ฝ่ายพม่ามีสุรินทจอข่องเป็นนายทัพ การรบ

ครั้งนี้พระราชพงศาวดารบรรยายไว้อย่างดุเดือด

เคยได้รับมอบหมายเป็นปีกซ้ายเมื่อคราวที่สุรินทจอข่องยกมาตี วันหนึ่งเมาสุราขี่กระบือเผือก
ยกพลเข้าตีค่ายพม่า ปะทะกับพระนายกองและพลรามัญ นายทองเหม็นขับกระบือไล่ถลำเข้า
กลางทัพแต่เพียงผู้เดียว พลพม่าแทงฟันนายทองเหม็นไม่เข้า สุดท้ายสู้รบจนสิ้นกำลัง พม่า

จับตัวได้และถูกทุบตายในที่รบ

รูปเหตุการณ์ที่มีนายทองเหม็น

ออกรบสงคราม8ครั้ง สู้รบเมื่อพม่าบุกรุก

เฝ้าระวังศัตรู

เสียชีวิตจากการรบ

กลอน ภาคนายทองเหม็น

ค่ายระจันปีจอพอเดือนสาม ไฟสงครามจากพม่ามุ่งมาใกล้
คนระจันรวมกันย่อมบรรลัย รักษาแผ่นดินไว้ให้ใครกัน

ร่างกำยำเมาหลับอยู่กับพื้น สะดุ้งตื่นฟื้นกายขึ้นผายผัน
คว้าขวานใหญ่คู่มือขึ้นถือพลัน แล้วถลันออกประตูไม่ดูดาย

เห็นพม่าข้าศึกช่างฮึกเหิม ไพร่พลเสริมเติมมาถึงหน้าค่าย
ระดมยิงปืนใหญ่ใช้ทำลาย คนระจันคงตายอีกหลายคน
โอ้ อ้ายอินอ้ายเมืองพันเรืองเอ๋ย ข้าไม่เคยบอกกล่าวเล่าสักหน
ในอดีตผ่านมาข้าทุกข์ทน ต้องอับจนมอดไหม้ไฟสงคราม
ทั้งพ่อแม่เมียข้ามาตายสิ้น ข้าจึงรินน้ำเมาแล้วเฝ้าถาม
เมื่อศัตรูแผ่นดินหมิ่นรุกลาม ข้าขอตามต่อยตีให้บี้แบน
ขวานทั้งคู่ในมือข้าถือมั่น จะใช้มันทวงถามถึงความแค้น

คนที่มันรุกล้ำบุกย่ำแดน จะตอบแทนไล่กลับให้อัปปาง
ขึ้นหลังควายพุ่งใส่ในวงศึก คมขวานลึกฝังจมถล่มร่าง
ฆ่าศัตรูแผ่นดินทุกถิ่นทาง ที่ยืนขวางล้อมกรอบให้หมอบกาย
อธิษฐานจิตหวังให้หนังเหนียว แม้เศษเสี้ยวคมมีดจงกรีดหาย
ทั้งหลาวแหลมดาบพร้าอย่าระคาย ขอถวายกายพร้อมเพื่อยอมพลี
เมื่อดาบพร้าคมมีดกรีดไม่เข้า ข้าศึกเฝ้ารุมล้อมไม่ยอมหนี

หวังรักษาแผ่นดินสิ้นชีวี ธรณีแห่งนี้ของมารดา
แล้วค้อนใหญ่ฟาดลงที่ตรงหัว สายตามัวคิดหลบกลับพบว่า

ค้อนกระหน่ำย้ำตีที่ตามมา ทุบกายาข้าทรุดหยุดหายใจ
จงหลับเถิดวิญญาณผู้หาญกล้า ทิ้งความล้าเหนื่อยหนักมาพักไว้

ธรณีนี้จะปกป้องจากผองภัย จงหลับใหลสู่ดินพักพิงกาย

ค่ายระจันปีจอพอเดือนเจ็ด สงครามเสร็จคนสิ้นหมดถิ่นค่าย
เหลือแต่ร่างผู้กล้ามาเรียงราย ทิ้งความหมายลึกล้ำเหมือนย้ำเตือน

บรรณานุกรม

Sutasinee101. (2565). ประวัติวีรชนบางระจัน. 10 มกราคม 2565,
จากhttps://sutasinee101.wordpress.com/2013/12/23/




กลอนตามใจคุณ. (2565). บางระจัน ภาคนายทองเหม็น. 10 มกราคม 2565,
จาก https://www.thaipoem.com/poem/133854

ศิลปวัฒนธรรม. (2565). บางระจัน กับประวัติศาสตร์ในวรรณกรรม สู่บทบาท “นายทองเหม็น” และอีกหลายนาม 10
มกราคม 2565,

จาก https://www.silpa-mag.com/history/article_38982

จัดทำโดย

นาย ดนุนันท์ นามแจ่ม

เลขที่6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/14
เสนอ

คุณครู ปพิชญา จีนอิ่ม


Click to View FlipBook Version