พ่อมีเงนิ อยู่ 300 บาท แตพ่ อ่ ตอ้ งเอาเงินไป
เราควรซ้อื ซ้ือนมใหน้ อ้ งอกี
ช้ินไหนดีล่ะ? 100 บาทนะ
ซ้ือไปกินด้วยกัน GF E D
4 คนเลยคะ่ พ่อ C
250
320
BA
เน้ือชิ้นใด ตรงกับ “ความตอ้ งการซื้อ” พอ่ หนอู ยาก
กนิ เน้ือ
หมายถงึ
#
#
ราคากับอปุ สงค์ จะ “แปรผกผนั ” กนั
The Demand Curve
ราคาทุเรียน ปรมิ าณซื้อ
ตอ่ 1 ก.ก. (บาท) (ก.ก.)
550 1
500 2
450 3
300 4
150 5
ราคาทเุ รียน ปริมาณซื้อ
(ก.ก.)
ตอ่ 1 ก.ก. (บาท)
1
550 2
500 3
450 4
300 5
150
# ไดแ้ ก่ อะไรบ้าง
1
จะซ้ือ
2 เมอื่ ……………………………
…
จะซอ้ื
3 เม่ือ……………………………
…
จะซือ้
เมือ่ ……………………………
…
# ได้แก่ อะไรบ้าง
4
จะซอ้ื
5 เมือ่ ……………………………
…
จะซือ้
6 เม่ือ……………………………
…
เชน่ ……………………………
……………
# แสดงการเปล่ียนแปลงปรมิ าณอปุ สงค์
1 ราคา เกดิ การ
500 เคลอื่ นย้าย
เป็นการเปลีย่ นแปลง “ปริมาณการซอ้ื ” ของอปุ สงค์
ท่ีเกดิ จากการเปลยี่ นแปลง “ราคา”
เสอ้ื ราคาตัวละ 500บาท 250
ปริมาณการซ้อื 10 ตวั
10 20 ปรมิ าณ
เมือ่ เสือ้ ลดราคาเหลือตวั ละ 250 บาท
ปริมาณการซอ้ื เพ่ิมขึน้ เปน็ 20 ตัว
#
2 เดิมเส้อื กนั หนาว ตัวละ 350 บาท
มคี วามตอ้ งการซอ้ื 15 ตัว
เปน็ การเปลย่ี นแปลง “ความต้องการซื้อ”
ในขณะที่ “ราคายังเท่าเดมิ ” แตเ่ มื่ออากาศหนาวขึ้น ทำให้
มคี วามต้องการซื้อเสอ้ื กันหนาว
แตเ่ ปน็ ผลจาก “ปัจจยั ตา่ งๆ” เช่น
เพม่ิ มากขนึ้ จากเดมิ
ทัง้ ที่ราคาสนิ ค้ายงั เท่าเดมิ
มผี ลทำให้ปริมาณการซอ้ื เพม่ิ ข้ึน
Supply
ถ้าราคาสนิ ค้าน้นั เพิ่ม
ผูข้ ายจพเสนอขายมากข้นึ
หมายถึง
#
#
ราคากบั อุปทาน จะ “แปรผันตรง” ต่อกนั
The Supply Curve
ราคากระเป๋า ปริมาณขาย
ต่อ 1 ใบ (บาท)
(ใบ)
1,000
800 10
600 8
400 6
200 4
2
ราคากระเป๋า ปริมาณขาย
ตอ่ 1 ใบ (บาท) (ใบ)
1,000 10
800 8
600 6
400 4
200 2
# ไดแ้ ก่ อะไรบ้าง
1
จะขาย
2 เมื่อ………………………………
จะขาย
3 เม่อื ………………………………
จะขาย
เมอ่ื ……………………………
…
# ได้แก่ อะไรบ้าง
4
จะขาย
5 เมอ่ื ……………………………
…
จะขาย
6 เม่อื ………………………………
เชน่ ……………………………
……………
# แสดงการเปลยี่ นแปลงปรมิ าณอุปทาน
ราคา เกดิ การ
เคลอื่ นยา้ ย
ของอปุ ทาน
1 300
199
เปน็ การเปลย่ี นแปลง “ปริมาณการผลติ ”
ทีเ่ กดิ จากการเปล่ียนแปลง “ราคา”
หมวกราคาใบละ 199บาท 100 200 ปรมิ าณ
ปริมาณการผลิต 100 ใบ
เม่อื หมวกราคาเพิ่มข้ันเป็นใบละ 300 บาท
ปรมิ าณการผลิตเพิม่ ข้นึ เป็น 200 ใบ
#
2 สมมติวา่ ทุเรยี น ก.ก.ละ 140 บาท
เปน็ การเปลยี่ นแปลง “ปริมาณการผลิต” มีปรมิ าณการผลิตขาย 1,000 ตนั
ในขณะที่ “ราคายงั เทา่ เดิม”
แต่ถ้าปีใดสภาพอากาศดี
แต่เปน็ ผลจาก “ปจั จัยต่างๆ” เช่น
ทำใหผ้ ลผลติ ออกมาเพม่ิ เปน็ 1,200 ตนั
แต่ถา้ ปีใดสภาพอากาศไมด่ ี
ทำใหผ้ ลผลติ ออกมาลดได้ 800 ตัน
สาเหตจุ ากสภาพอากาศ
มีผลทำใหป้ ริมาณการผลิตเปลย่ี นไป
คอื การกำหนดราคาสนิ ค้า
ในตลาดเปน็ ไปตาม
“อุปสงคแ์ ละอุปทาน”
และตามวัตถุประสงค์ผู้ผลติ
หลกั การ
ตามระดับราคาสินคา้ ที่
เปลยี่ นแปลงไป
Equilibrium
ในระดบั ราคาใดราคาหนึ่ง เรยี กวา่
ราคา 50 ซือ้ 1 หัว หมายถึง
บาท ครบั คะ่
#
#
ส่งผล
ให…้ …………………………….
# กราฟดุลยภาพ
ราคาสนิ ค้า อปุ สงค์ อปุ ทาน ราคา
50
10 40 10 Supply
20 30 Demand
30 20 20 สินค้าขาย
40 10 หมดพอดี ปริมาณ
50 30
40
50
# กรณเี สน้ อปุ ทานคงทีแ่ ละอุปสงค์ลดลง
ราคา
1 40
20
ถ้าความตอ้ งการ “ซ้ือเพมิ่ ขึ้น”
ราคาและปริมาณสินคา้ กจ็ ะ “เพมิ่ ข้นึ ” 100 200 ปริมาณ
เสน้ S คือ อปุ ทานของผักทค่ี งท่ี
เสน้ D0 คอื อุปสงคเ์ ดิม
ราคาดลุ ยภาพ คือ 35 ฿ ปริมาณดุลยภาพ คือ 100 กก.
ต่อมาชว่ งกินเจ คนตอ้ งการผกั มากขึ้น
เส้น D0 เคลือ่ นเพมิ่ เปน็ เสน้ D1
ราคาดลุ ยภาพและปรมิ าณดลุ ยภาพจงึ เปลย่ี นแปลงไป
# กรณเี สน้ อุปทานคงท่ีและอปุ สงคเ์ พม่ิ
ราคา
1 120
100
ถ้าความตอ้ งการ “ซอ้ื ลดลง”
ราคาและปริมาณสนิ ค้ากจ็ ะ “ลดลง” 100 200 ปรมิ าณ
เสน้ S คือ อุปทานของร่มที่คงที่
เสน้ D0 คอื อปุ สงคเ์ ดมิ
ราคาดุลยภาพ คือ 120 ฿ ปรมิ าณดุลยภาพ คอื 100 ตวั
ต่อมาเมือ่ ถึงช่วงฤดหู นาว
เสน้ D0 เคลอ่ื นลดลงไปที่ เสน้ D2
ราคาดุลยภาพและปรมิ าณดลุ ยภาพจงึ ลดลงไป
# กรณเี สน้ อปุ สงค์คงที่และอปุ ทานเพิม่ ขึน้
ราคา
2 40
30
ถ้าความตอ้ งการ “ขายเพ่ิมขน้ึ ”
ปริมาณซอื้ “เพิ่มข้นึ ” แตร่ าคา “ลดลง” 150 200 ปรมิ าณ
เสน้ D0 คือ อุปสงค์ของไก่คงท่ี
เส้น S0 คอื อปุ ทานเดิม
ราคาดุลยภาพ คอื 40 ฿ ปริมาณดลุ ยภาพ คือ 150 ตัว
ต่อมาเม่อื ผลติ ไกไ่ ดเ้ พ่ิมข้ึน
เส้น S0 เคลือ่ นลดลงไปที่ เสน้ S1
ผลิตไก่เพ่มิ ข้ึน เกดิ อปุ ทานสว่ นเกิน จงึ ตอ้ งลดราคาไกล่ ง
# อปุ ทานลดลงและอุปสงคเ์ พ่ิมขน้ึ กวา่ อุปทาน
ราคา
3 2,000
1,000
ตามสภาพจริงทง้ั “อุปสงค์และอปุ ทาน”
มักเปล่ียนแปลงไปพรอ้ มกนั 600 700 ปรมิ าณ
จากสภาพอากาศไม่เหมาะสม
ทำใหเ้ สน้ อปุ ทานของขา้ วลดลง
จากเส้น S0 เป็นเสน้ S1
แตค่ นตอ้ งการซื้อข้าวตนุ ไว้ ทำให้เสน้ อุปสงค์ของข้าว
เสน้ D0 เคลื่อนเพ่ิมเป็น เสน้ D1
ราคาดลุ ยภาพและปรมิ าณดลุ ยภาพจงึ เปล่ียนแปลงไป
# ได้แก่ อะไรบ้าง
1
ถ้าเศรษฐกจิ ดี กำหนดราคาได้……….
ถ้าเศรษฐกจิ ไมด่ ี กำหนดราคาได้……….
2
หากสนิ คา้ ทข่ี ายไมม่ คี ูแ่ ขง่ ในตลาด
กอ็ าจจะสามารถกำหนดราคาได้………
# ได้แก่ อะไรบา้ ง
3
สินคา้ หลายชนิดจะกำหนดราคาขาย
โดย “บวกเพ่ิมไปกบั ต้นทนุ ”
4
หากกลมุ่ เปา้ หมายมี “รายได้มาก”
สินค้าตอ้ งมคี ณุ ภาพดี
จะกำหนดราคาสนิ ค้าได้…………..
1 โดยใชส้ ตู ร ดงั ต่อไปนี้
# เทา่ กับ
คอื ตน้ ทุนต่อหนว่ ยทั้งหมด (1 + สว่ นบวกเพม่ิ จากตน้ ทนุ
และกำหนดอัตราส่วน
บวกเพม่ิ ของ “กำไร”
ที่จะบวกเพิม่ ไปกบั
2 โดยใชส้ ูตร ดงั ต่อไปนี้
# เท่ากับ
บวกด้วย
ให้ได้ผลตอบแทน
จากเงนิ ลงทนุ ตามที่
3 ตว้ อย่าง เช่น
# เชน่ ขายใหล้ กู คา้ ประจำถูกกว่า
เช่น ขายปลกี สงู กวา่ ขายสง่
ราคาใหแ้ ตกต่างกัน เชน่ ขายตั๋วให้เดก็ ถกู กว่าผ้ใู หญ่
ทั้งนี้ขน้ึ อยู่ก้บลักษณะของ
และ
Question and Answer
ราคาเนอื้ ไก่ลดลง ราคาเน้อื ไก่เพ่มิ ข้นึ
ปริมาณเน้อื ไกข่ าย ปรมิ าณอาหารไก่
ไดน้ อ้ ยลง จะผลิตลดลง
Question and Answer
อุปสงค์และอปุ ทาน กรรมวิธีในการผลิต
ภาษีหรอื เงนิ ชว่ ยเหลือ ราคาและปจั จยั
การผลติ
Question and Answer
รายได้ของผู้บรโิ ภค รสนิยมของผู้บรโิ ภค
ราคาของปจั จยั ราคาของสนิ ค้า
การผลติ และบริการ
Question and Answer
อปุ ทาน อปุ สงค์
กลไกราคา ราคาดุลยภาพ
Question and Answer
กำหนดราคาไดส้ ูง กำหนดราคาไมไ่ ด้
กำหนดราคาได้ตา่ ไม่มีขอ้ ใดถกู ตอ้ ง