บทที่ 3
หน้าทพ่ี ลเมืองท่ดี ี
สาระสาคญั
พลเมืองดีมีหนา้ ที่ตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมของชาติคาส่ังสอน
ของพ่อแม่ ครู อาจารย์ มีความสามคั คี เอ้ือเฟ้ื อเผ่ือแผซ่ ่ึงกนั และกนั รู้จกั รับผิดชอบชวั่ ดีตามหลกั จริยธรรม และ
หลกั ธรรมของสาสนา มีความรอบรู้ มีสติปัญญาขยนั ขนั แข็ง สร้างความเจริญกา้ วหนา้ ให้แก่ตนเอง ครอบครัว
สังคม และประเทศชาติ
สาระการเรียนรู้
1. พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
1.1 ความหมายของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
1.2 แนวคิดที่เกี่ยวขอ้ งกบั พลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตย
1.3 ความสาคญั ของคุณลกั ษณะพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
1.4 องคป์ ระกอบของพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตย
1.5 แบบของพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตย
1.6 คุณลกั ษณะของพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตย
2. การปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองท่ีดีตามวิถีประชาธิปไตยในสังคมไทย
3. แนวทางการปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองตามวถิ ีชีวิตประชาธิปไตย
4. พลเมืองดีตามแนวพุทธศาสนา
5. หนา้ ท่ีพลเมืองดีตามหลกั ศีลธรรม
62
1. พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
1.1 ความหมายของพลเมืองตามวิถปี ระชาธิปไตย
คาว่า “พลเมือง” เป็ นคาสาคญั ท่ีไดร้ ับการบนั ทึกไวใ้ นยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ย
“ยทุ ธศาสตร์การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง” ใน ปี พ.ศ. 2554 ทาให้เห็นวา่ ในสังคมไทยน้นั มีความชดั เจนมากข้ึนท่ี
จะสร้างคนในทิศทางท่ีจะใหเ้ ป็น “พลเมือง” โดยคาวา่ “พลเมือง” น้นั มีปรากฏอยใู่ นทุกระบอบการปกครองของ
แต่ละประเทศ แต่พลเมืองจะมีบทบาท หนา้ ที่และบคุ ลิกภาพอยา่ งไรน้นั จะข้ึนอยกู่ บั ระบอบทางการเมืองของรัฐ
น้นั ๆ (ทิพยพ์ าพร ตนั ติสุนทร, 2554: 4-5) ขณะที่พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยน้นั มีลกั ษณะเป็นเจา้ ของประเทศ
ท่ีมีอิสรภาพในการเลือกวิถีชีวิต มีสิทธิ เสรีภาพอย่างเสมอภาคกัน โดยจะตอ้ งคานึงถึงส่วนรวม และการใช้
อิสรภาพควบคู่ไปกับความรับผิดชอบท้ังต่อตนเอง ผูอ้ ื่น และสังคม (ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, 2555: 30)
สอดคลอ้ งกบั ท่ี ศุภณฐั เพิ่มพูนวิวฒั น์ (2558: 36) กล่าวไวว้ า่ พลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตยจะตอ้ งเป็นผทู้ ี่มีสานึก
รับผิดชอบ ซื่อสตั ย์ มีจิตสาธารณะ มีวินยั มีเหตุผล ใชส้ ิทธิเสรีภาพอยา่ งเหมาะสม ไมล่ ะเมิดผอู้ ่ืน รับผิดชอบต่อ
สังคม มีความกระตือรือร้นและให้ความสนใจต่อการเขา้ มามีส่วนร่วมทางการเมือง ดังท่ี สานักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา (2557ก:37) กล่าวว่า พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยน้ันหมายถึง สมาชิกของสังคมท่ีมี
อิสรภาพ และพ่ึงตนเองไดร้ ู้จกั ใชส้ ิทธิเสรีภาพควบคู่ไปกบั ความรับผดิ ชอบ เคารพสิทธิเสรีภาพของผอู้ ื่น เคารพ
ความแตกต่าง หลกั ความเสมอภาค และกติกาของสังคม โดยตระหนกั วา่ ตนเป็นส่วนหน่ึงของสังคม มีส่วนร่วม
ในการรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะ กระตือรือร้นที่จะรับผิดชอบหรือร่วมขบั เคล่ือนสังคม ตลอดจนร่วม
แกป้ ัญหาสังคมในระดบั ตา่ ง ๆ ต้งั แตร่ ะดบั ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงระดบั ประเทศ อาเซียน และประชาคมโลก
อย่างไรก็ตาม ความเป็นพลเมืองน้นั มีหลายระดบั ดว้ ยกนั ดงั ที่ เอนก เหล่าธรรมทศั น์ (2554: 10-11) ได้
กล่าวไว้ว่า ในสมัยโบราณน้ันประชาชนมีสถานะเป็ นไพร่หรือทาสเกือบท้ังหมด การเมืองสมัยใหม่ได้
ปลดปล่อยพวกไพร่หรือทาสให้กลายเป็ นราษฎร ซ่ึงหมายถึง ผูท้ ่ีตอ้ งเสียภาษีให้กับรัฐและต้องปฏิบัติตาม
กฎหมายของบา้ นเมือง คาวา่ “ประชาชน” จะส่ือถึงการเป็นเจา้ ของประเทศและเจา้ ของอานาจอธิปไตยมากกว่า
ราษฎร ส่วนพลเมืองน้นั จะหมายถึงประชาชนท่ีมีสิทธิหนา้ ที่อยา่ งพร้อมบูรณ์ เป็นบุคคลท่ีปฏิบตั ิตามกฎหมาย
บา้ นเมือง มีบทบาทท่ีเก่ียวขอ้ งกบั อานาจทางการเมือง มีสิทธิไปเลือกต้งั เสนอความคิดเห็นและเขา้ ร่วมกิจกรรม
ต่าง ๆ ของทางการ สามารถเรียกร้องกฎหมาย นโยบาย และกิจการของรัฐตามที่ตนเห็นพอ้ ง สอดคลอ้ งกบั วิชยั
ตนั ศิริ (2556: 29-30) ท่ีไดก้ ล่าววา่ พลเมืองน้นั มีหลายระดบั ไดแ้ ก่พลเมืองทวั่ ๆ ไป เรียกวา่ ราษฎร หมายถึง ผทู้ ี่
รับทราบว่ารัฐจะทาอะไรใหบ้ า้ ง และตนเองมีหนา้ ที่เคารพกฎหมายและเสียภาษี และพลเมืองที่มีส่วนร่วมมาก
ข้ึนในกิจกรรมสาธารณะ เป็นผนู้ าระดบั ชุมชน เขา้ ร่วมในองคก์ รทางสังคมตา่ ง ๆ และร่วมแสดงความคดิ เห็นใน
เร่ืองที่เกี่ยวกบั กิจการสาธารณะ และศรัณยุ หม้นั ทรัพย์ (2550: 110-115) ไดก้ ล่าวถึงพฤติกรรมที่แสดงออกต่อ
กิจการสาธารณะว่าเป็ นการกระทาที่มุ่งใหช้ ีวิตส่วนรวมดีข้ึน มีการแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่าง
63
สร้างสรรคต์ อ่ สภาพส่วนรวมและการเมือง มีส่วนร่วมพฒั นาคุณภาพทางการเมืองและชีวิตสาธารณะซ่ึงสามารถ
ปฏิบตั ิไดต้ ้งั แต่การออกเสียงเลือกต้งั การวิพากษว์ ิจารณ์ การกาหนดนโยบายหรือกฎหมาย การเคล่ือนไหวทาง
การเมือง การยนื หยดั ทางการเมืองในประเดน็ ตา่ ง ๆ หรือการแสดงพลงั ในการผลกั ดนั ทิศทางการเมือง
จากความหมายของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยขา้ งตน้ สรุปไดว้ ่า พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
หมายถึง สมาชิกของสังคมที่มีอิสรภาพในการดาเนินวิถีชีวิต รู้จกั เคารพสิทธิ ใช้เสรีภาพควบคู่ไปกับความ
รับผิดชอบ ไม่ละเมิดต่อผูอ้ ื่น รับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และกระตือรือร้นที่จะเขา้ มามีส่วนร่วมต่อ
กิจการสาธารณะที่มงุ่ เนน้ พฒั นาสังคมส่วนรวมใหด้ ีข้ึน
1.2 แนวคดิ ที่เกย่ี วข้องกบั ความเป็ นพลเมืองตามวถิ ปี ระชาธิปไตย
ธเนศวร์ เจริญเมือง (2548: 68-72) กล่าวว่า เพลโต เป็ นนักคิดรุ่นแรก ๆ ของโลกท่ีกล่าวถึงคาว่า
“พลเมือง” โดยเสนอแนวคิดเรื่องพลเมืองท่ีสมบูรณ์ (Perfect Citizen Concept) ว่าการใหก้ ารศึกษาทางการเมือง
แก่ประชาชนควรเร่ิมปลูกฝังคุณธรรมทางการเมืองในวยั เด็กต้งั แต่ช้นั อนุบาล-ประถมให้มีความปรารถนาอย่าง
แรงกลา้ ที่จะเป็นพลเมืองที่สมบูรณ์ มีความรู้ท้งั วิธีการปกครองและวิธีการเป็นผูถ้ ูกปกครองผ่านกระบวนการท่ี
เรียกวา่ “การใหก้ ารศึกษา” ส่วนอย่างอ่ืนที่แตกต่างจากการปลกู ฝังคุณธรรมทางการเมืองถือวา่ เป็นการฝึ กอบรม
โดยทวั่ ไป ส่วนแนวคิดเกี่ยวกบั พลเมืองของอริสโตเติล จะมองวา่ มนุษยจ์ ะไปถึงศกั ยภาพเต็มท่ีของชีวิตไดด้ ว้ ย
การเป็นพลเมืองที่เขา้ ไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนการเมืองหรือกิจกรรมสาธารณะ โดยใชส้ ิทธิเขา้ ร่วม
ในหน่วยงานที่กาหนดนโยบายหรือตดั สินคดีความ (enjoys the right of sharing in deliberative or judicial office)
ในเวลาที่กาหนดตายตวั หรือไม่ก็ได้ (fixed or unfixed) เขา้ ร่วมส่วนในชีวิตพลเมืองที่มีท้งั การปกครองและการ
ถกู ปกครองโดยสลบั กนั ไป (share in the civic life of ruling and begin ruled in turn) เป็นพลเมืองดีท่ีตอ้ งมีความรู้
และความสามารถในการปกครองและถูกปกครอง(good citizen must possess the knowledge and the capacity
requisite for rule as well as being ruled) หรือกล่าวอีกนยั หน่ึง คือ เป็ นพลเมืองที่มีความรู้ในการปกครองเหนือ
เสรีชนท้งั หลายและความรู้ที่จะถูกพวกเสรีชนท้งั หลายปกครองเรา (a knowledge of rule over free man from
both points of view)
เอนก เหล่าธรรมทศั น์ (2554: 16-21) ได้นาเสนอแนวคิดที่อธิบายถึงความเป็ นพลเมืองไว้ 2 ลกั ษณะ
ดงั น้ี
ลกั ษณะแรก เป็ นสานักคิดท่ีมองว่าประชาธิปไตยไม่ไดเ้ ป็ นการเมืองเพื่อประชาชนหรือพลเมืองอย่าง
แทจ้ ริง แตจ่ ะมองวา่ การเมืองแบบประชาธิปไตยน้นั เป็นไปเพ่อื ชนช้นั นกั ธุรกิจ ชนช้นั กลาง ชนช้นั สูง ไม่ใช่เพ่ือ
ชนช้นั กรรมการ ผใู้ ชแ้ รงงานหรือชาวนาเท่าท่ีควร สานกั คิดดงั กล่าวมี 2 แนวคิด ไดแ้ ก่ แนวคิดแรก คือ แนวคิด
สังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ มองว่าประชาธิปไตยที่แทจ้ ริงจะเกิดข้ึนไดก้ ็ต่อเม่ือมีความเป็ นประชาธิปไตยใน
ดา้ นเศรษฐกิจดว้ ย คือ การท่ีให้คนส่วนใหญ่ไดม้ ีส่วนร่วมเป็ นเจา้ ของปัจจยั การผลิตให้มากท่ีสุด โดยท่ีคนช้นั
64
ล่างเป็ นผูไ้ ดร้ ับผลประโยชน์จากนโยบายต่าง ๆ ซ่ึงเป็ นไปในลกั ษณะของการต่อสู้ระหว่างชนช้ันล่างกับชน
ช้นั สูง แนวคิดท่ีสอง คือ แนวคิดสวสั ดิการนิยมมองว่า ควรมีการกระจายโภคทรัพยท์ ี่ดี มีการสร้างอาชีพและ
พฒั นาคนชนช้นั ล่างให้มากท่ีสุดโดยท่ีรัฐบาลควรมีบทบาทดา้ นเศรษฐกิจในการสงเคราะหใ์ ห้แก่บุคคลที่มีส่วน
เสียเปรียบในสังคม เช่น คนพิการ คนชรา คนยากจนเพื่อให้กลุ่มคนเหล่าน้ีพ่ึงตนเองได้ จะเห็นไดว้ ่าแนวคิด
สวสั ดิการนิยมจะมุ่งเน้นให้ประชาชนเป็ นปัจเจกบุคคลที่ดี และมุ่งเน้นให้มีการรวมตัวกันเป็ นปึ กแผ่นเพ่ือ
พฒั นาข้นึ มาเป็นชนช้นั กลางที่สามารถแกป้ ัญหาใหต้ นเอง หรือมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั มากข้ึน
โดยท่ีไม่ตอ้ งพ่งึ พาคนช้นั สูงหรือผใู้ หญ่มาแกป้ ัญหาให้
ลกั ษณะท่ีสอง เป็ นสานักคิดที่มองว่าการเมืองปัจจุบันมิได้เป็ นไปโดยประชาชน และมิได้เป็ นของ
ประชาชน แต่เป็ นเพียงประชาธิปไตยแบบการเลือกผูแ้ ทนเพียงอย่างเดียว เมื่อเวลานานเขา้ ก็จะไม่เป็ นของ
ประชาชน และประชาชนจะไม่ไดเ้ ขา้ ไปเก่ียวขอ้ งอะไรมากกวา่ การไปใชส้ ิทธ์ิเลือกต้งั ของตนตามวาระเท่าน้ัน
ประชาชนจึงควรท่ีจะเขา้ ไปดูแลปัญหาและพฒั นาบา้ นเมืองตามความเหมาะสมและความเห็นของตนเองเป็น
หลัก สานักที่มีแนวคิดดังกล่าว ได้แก่ สานักคิดสาธารณนิยม (civic republicanism) สานักชุมชนนิยม
(Communitarianism) และสานักคิดประชาธิปไตยท่ีประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง (Participatory
Democracy) สานกั คิดสาธารณนิยม (civic republicanism) เห็นว่า การเมืองแบบประชาธิปไตยควรเป็ นกิจการ
เพ่ือส่วนรวมหรือกิจการท่ีมีจริยธรรมเพื่อส่วนรวม พลเมืองจะตอ้ งเป็นผมู้ ีความกระตือรือร้น ไม่เป็นเพียงผทู้ ่ีรอ
รับนโยบายหรือรอรับบริการจากรัฐเทา่ น้นั หากยงั ตอ้ งเป็นพลเมืองที่มีความเป็นตวั ของตวั เองและพ่ึงตนเองหรือ
กนั เองใหม้ ากดว้ ย
สานกั ชุมชนนิยม (Communitarianism) โดยนกั คิดชุมชนนิยมสาคญั คือ เอทซิ-ออนี (Etzioni) ไดก้ ล่าว
ย้าเตือนวา่ การเมืองปัจจุบนั ท่ีประชาชนจะเอาแต่สิทธิและประโยชนเ์ ฉพาะส่วนเฉพาะกลมุ่ น้นั จะไปไม่รอด หาก
จะรอดไดน้ ้นั ตอ้ งสร้างภาคสังคม ภาคชุมชน และภาคเอกชนท่ีเขม้ แข็งควบคู่ไปกบั การใส่ใจเร่ืองจริยธรรมและ
ศีลธรรมให้มากข้ึน รู้จกั และปฏิบตั ิหนา้ ท่ี และเชิดชูการทางานเพอื่ ชุมชน สังคม และประเทศชาติใหม้ ากข้นึ อีก
ท้งั ยงั ตอ้ งใหค้ วามสาคญั กบั ชุมชนท่ีมีสมาชิกเป็นอิสระและผูกพนั กบั กฎระเบียบ คือ เนน้ ชุมชนในบริบทของ
ประชาธิปไตย ประชาชนสามารถดารงชีวิตอยูด่ ว้ ยความอิสระแต่ตอ้ งตระหนกั ในคุณค่าการสร้างและการรักษา
ชุมชนที่เป็ นประชาธิปไตย
สานักคิดประชาสังคม (civil society) ประกอบด้วยบุคคลท่ีรวมตัวกันดาเนินงานในลักษณะของ
เครือข่าย กลุม่ ชมรม สมาคม มลู นิธิ สถาบนั และชุมชนท่ีมีกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวระหว่างรัฐกบั ปัจเจกชน
หรือท่ีเรียกว่าภาคประชาสังคม มีแนวคิดไม่ตอ้ งการให้รัฐครอบงาหรือบงการแมว้ ่าจะยอมรับความช่วยเหลือ
จากรัฐและร่วมมือกบั รัฐได้ แต่ก็สามารถช้ีนา้ กากบั และคดั คา้ นรัฐไดพ้ อสมควร อีกท้งั ยงั สนบั สนุนให้ปัจเจก
ชนรวมกลุ่มและรับผิดชอบต่อส่ วนรวมโดยไม่ปฏิเส ธการแสวงหาหรื อปกป้ องผลประโยชน์เฉพาะส่ วนหรื อ
65
เฉพาะกลุ่ม ภาพรวมของแนวคิดดังกล่าวจะเห็นไดว้ ่าองค์ประกอบของภาคประชาสังคม ประกอบด้วย รัฐ-
ประชาสังคม-ปัจเจกชน ต่างก็เป็ นอิสระต่อกนั แต่ก็ยงั สามารถเช่ือมโยงความเก่ียวขอ้ งหรือแสดงการคดั ค้าน
ขดั แยง้ กนั ได้ แต่ก็ตอ้ งปรองดองประสานสามคั คีกนั ไปดว้ ย และยงั เห็นความจา้ เป็ นในการปลูกฝังทศั นคติให้
ประชาชนเห็นว่าตนเองเป็นพลเมืองที่เห็นคุณค่าของความสัมพนั ธ์ของผคู้ นอย่างทดั เทียมกนั และเขา้ สู่การเป็น
ประชาสังคมที่ผคู้ นคอ่ นขา้ งมีความเทา่ เทียมกนั
สานกั คิดประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง (Participatory Democracy) มุ่งเนน้
ความเป็ นพลเมืองร่วมกนั ในลกั ษณะที่ทา้ ให้สังคมไดห้ ลุดพน้ จากผลประโยชน์ท่ีจากดั เฉพาะส่วนหรือเฉพาะ
เร่ืองของสานักคิดประชาสังคม โดยให้ความสาคัญกับการเขา้ ไปมีส่วนร่วมทางการเมือง กากับตรวจสอบ
พฤติกรรมของนกั การเมือง แสดงความคิดเห็น เอาใจใส่ต่อการติดตามนโยบายหรือกฎหมายของรัฐ พร้อมกบั
การสร้างประชาธิปไตยท่ีมีส่วนร่วม มุ่งเนน้ ให้ประชาชนปกครองตนเองควบคู่กนั ไปดว้ ย บุคคลหรือหมู่คณะ
ตอ้ งร่วมกนั เสียสละหรือสมคั รสมานร่วมใจกนั ทา้ ประโยชน์ให้กบั ส่วนรวม โดยเนน้ การปลูกฝังจิตสานึกหรือ
คุณธรรมแห่งความเป็นพลเมือง (civicvirtue) ใหแ้ ก่ประชาชน
จากแนวคิดเก่ียวกบั ความเป็ นพลเมืองของนกั วิชาการต่าง ๆ ขา้ งตน้ สรุปไดว้ ่า แนวคิดเกี่ยวกบั ความ
เป็นพลเมืองมีลกั ษณะมุ่งเนน้ ถึงสิทธิและผลประโยชน์ท่ีประชาชนในสังคมพงึ มีหรือพึงไดร้ ับอยา่ งเท่าเทียมกนั
โดยมีแนวทางปฏิบตั ิท่ีพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยควรยดึ มนั่ และกระทาคือ เขา้ ไปมีส่วนร่วมทางการเมือง
หรือกิจการสาธารณะ ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของนักการเมืองตลอดจนเอาใจใส่ดูแลปัญหาและพฒั นา
บา้ นเมืองตามเห็นสมควร
1.3 ความสาคญั ของคุณลกั ษณะพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
องคป์ ระกอบสาคญั ของสังคมประชาธิปไตย คือ พลเมืองท่ีมีคุณสมบตั ิตามวิถีประชาธิปไตย ซ่ึงจะเป็น
กาลงั สาคญั ในการนาพาประเทศชาติไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยนกั วิชาการและนกั การศึกษาไดใ้ หท้ ศั นะ
เก่ียวกบั ความสาคญั ของพลเมืองท่ีมีคุณภาพตามวิถีประชาธิปไตย ดงั น้ี
สานกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร (2555: 22-23) กล่าวถึงผลดีของการที่สมาชิกในสังคมรู้จกั การ
ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
1. ทาให้สังคมและประเทศชาติพฒั นาไปไดอ้ ยา่ งมน่ั คง เนื่องมาจากการมีส่วนร่วมในการแสดงความ
คิดเห็นอยา่ งมีเหตุผลของคนในสังคม และการเปิ ดโอกาสให้คนท่ีมีความรู้ความสามารถไดร้ ่วมกนั ทางานซ่ึงจะ
ส่งผลทาใหง้ านน้นั มีประสิทธิภาพ
2. ทาให้เกิดความสามคั คีในหมู่คณะ เน่ืองมาจากความผูกพนั ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจในการทา
กิจกรรมจนสาเร็จผล
66
3. ทาให้สังคมมีความสงบและเป็ นระเบียบเรียบร้อย เพราะสมาชิกในสังคมรู้จักปฏิบัติตนตาม
กฎระเบียบ และกติกาของสังคม
4. สังคมมีความเป็นธรรม เนื่องมาจากทุกคนรู้จกั ใชส้ ิทธิ ปฏิบตั ิหนา้ ที่ คานึงถึงหลกั เสรีภาพและความ
เท่าเทียมกนั ตามกฎหมาย จึงปฏิบตั ิต่อกนั ในสังคมอยา่ งเป็นธรรม
5. สมาชิกในสังคมปฏิบตั ิต่อกันดว้ ยความเอ้ือเฟ้ื อเผ่ือแผ่ และมีน้าใจต่อกนั บนหลกั ศีลธรรมอนั เป็ น
พ้ืนฐานในการปฏิบตั ิตนตามวถิ ีประชาธิปไตย
สานกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั (2558: 14) กล่าวถึงความสาคญั ของสังคมท่ีประกอบดว้ ยพลเมือง
ท่ีมีคุณลกั ษณะของพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
1. สังคมมีความเป็นระเบียบและสงบเรียบร้อย
2. มีความรักและสามคั คีในหม่คู ณะ
3. มีความเท่าเทียมและเกิดความเป็นธรรมในสงั คม
4. สังคมและประเทศชาติมีการพฒั นาไดอ้ ยา่ งมนั่ คง
5. สมาชิกทกุ คนไดร้ ับสิทธิ บทบาทหนา้ ที่ และมีเสรีภาพตามกฎหมาย
6. สมาชิกในสังคมมีความเอ้ือเฟ้ื อเผื่อแผ่ และมีน้าใจตอ่ กนั
7. สมาชิกมีความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกบั ประชาธิปไตย ซ่ึงเป็นกลไกสาคญั ที่นาไปสู่การพฒั นาประเทศไปสู่
ความเป็ นประชาธิปไตย
จากการศึกษาความสาคญั ของคุณลกั ษณะพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย สรุปไดว้ ่า หากสังคมใดมี
สมาชิกที่มีความเป็ นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยย่อมจะส่งผลทาให้สังคมน้ันมีความมนั่ คงผูค้ นในสังคม
สามารถอาศยั อยู่ร่วมกนั ดว้ ยความเป็ นระเบียบเรียบร้อย มีความเอ้ือเฟ้ื อเผื่อแผ่และมีน้าใจต่อกนั มีการปฏิบตั ิ
หนา้ ที่ของตนตามบทบาทและสถานภาพทางสังคม รู้จกั การคานึงถึงการใช้สิทธิ เสรีภาพ เพื่อให้เกิดความเท่า
เทียมกนั ตามกฎหมาย นาไปสู่สงั คมท่ีมีความเป็นธรรม ซ่ึงจะก่อใหเ้ กิดสังคมที่มีความเป็นประชาธิปไตยไดอ้ ยา่ ง
แทจ้ ริง
1.4 องค์ประกอบของพลเมืองตามวถิ ีประชาธปิ ไตย
ความเป็ นพลเมืองเป็ นการแสดงถึงความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคลและชุมชนที่ตอ้ งทาหน้าที่ธารงไวซ้ ่ึง
ชุมชนทางการเมืองให้ปลอดภยั จากสิ่งท่ีมาคุกคามท้งั จากปัจจยั ภายในและภายนอก (ถวิลวดี บุรีกุล เออเจนี เมริ
โอ และ รัชวดี แสงมหะหมัด, 2557: 32-35) ด้วยเหตุน้ี นักวิชาการท้ังในและต่างประเทศจึงได้นาเสนอ
องคป์ ระกอบพ้นื ฐานของพลเมืองในสังคมประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
67
J. Cogan and Derricott (2000) อธิบายว่า การสร้างพลเมืองให้เกิดข้ึนในสังคมน้ันจะตอ้ งสร้างท้งั ด้าน
องคค์ วามรู้ (Knowledge) ทกั ษะ (Skill) คา่ นิยม (Value) และคุณลกั ษณะ(Disposition) โดยนาเสนอองคป์ ระกอบ
ของความเป็นพลเมืองไว้ 5 ประการ ดงั น้ี
1. ความสานึกในอตั ลกั ษณ์ (Sense of identity)
2. ความพงึ พอใจในการไดร้ ับสิทธิ (The enjoyment of certain rights)
3. การประสบความสาเร็จในหนา้ ท่ีการงาน (The fulfillment of corresponding obligation)
4. ระดบั ความสนใจและความใส่ใจประเด็นสาธารณะ (A degree of interest and involvement in public
affairs)
5. การยอมรับค่านิยมพ้นื ฐานทางสังคม (An acceptance of basic societal values)
คณะกรรมการท่ีปรึกษาเรื่องการพฒั นาพลเมืองขององั กฤษ อา้ งถึงใน วลยั อิศรางกูร ณ อยุธยา (2549:
118-139) ไดส้ รุปองคป์ ระกอบของความเป็นพลเมืองไว้ 3 ดา้ น ดงั น้ี
1. ดา้ นความเป็นพลเมือง (Civil)
2. ดา้ นการเมืองการปกครอง (Political)
3. ดา้ นสงั คม (Social)
Abowitz and Harnish (2006: 653-690) ไดก้ ล่าวถึงองคป์ ระกอบของพลเมือง ดงั น้ี
1. มีเอกลกั ษณ์ท่ีมาจากความเป็นสมาชิกของชุมชนทางการเมือง
2. ยดึ ถือค่านิยมเฉพาะและอดุ มคติ
3. มีสิทธิและหนา้ ที่
4. มีส่วนร่วมทางการเมือง
5. มีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเมืองการปกครอง
วิชัย ตันศิริ (2556: 28) กล่าวถึงบุคลิกนิสัยพ้ืนฐานของความเป็ นพลเมืองที่ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบ
การเมืองใด จะมีองคป์ ระกอบอยู่ 3 ลกั ษณะดงั น้ี
1. มีความเช่ือในวถิ ีของการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ โดยไม่ใชค้ วามรุนแรง (Nonviolence)
2. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผคู้ นในรัฐ หรือชุมชนการเมือง (Body-politic) เดียวกนั แมจ้ ะมีความขดั แยง้ กนั
ก็ควรจะปฏิบตั ิต่อกนั เยยี่ งสุภาพชน (Politeness)
3. พลเมืองในรัฐหรือชุมชนการเมืองเดียวกนั ควรจะใฝ่หาสันติมากกวา่ สงคราม (Peace-loving)
จากการศึกษาองคป์ ระกอบของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยจากนักวิชาการท้งั ในและต่างประเทศ
ขา้ งตน้ สรุปไดว้ า่ องคป์ ระกอบของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย มีดงั น้ี
68
1. อตั ลกั ษณ์ในการเป็นสมาชิกชุมชนทางการเมือง
2. การไดร้ ับสิทธิ และตระหนกั ถึงการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีในฐานะเป็นพลเมืองของสังคม
3. การมีส่วนร่วมในทางการเมือง โดยม่งุ เนน้ การเอาใจใส่ตอ่ ประเดน็ สาธารณะ
4. มีความเช่ือในวถิ ีของการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ โดยไมใ่ ชค้ วามรุนแรง
1.5 แบบของพลเมืองตามวถิ ปี ระชาธิปไตย
พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยควรมีคณุ ลกั ษณะของความเป็นพลเมืองที่มีความเป็นสากลและเป็นไป
ในทิศทางเดียวกนั ดว้ ยเหตุน้ี Westheimer and Kahne (2004) จึงไดศ้ ึกษาและพฒั นาแบบของการเป็ นพลเมือง
ออกเป็น 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1.5.1 พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ (Personally Responsible Citizen) การอยรู่ ่วมกนั ของกลุ่ม
คนในสังคม พลเมืองจาเป็ นตอ้ งเป็ นผูท้ ่ีมีความรับผิดชอบโดยจะตอ้ งมีหนา้ ท่ีในการปฏิบตั ิต่อชุมชน เช่น การ
บริหารจดั การเกี่ยวกบั ขยะในชุมชน การบริจาคโลหิต การปฏิบตั ิตามกฎหมาย การชาระภาษี การเป็นอาสาสมคั ร
ในยามจาเป็ น การสนับสนุนอาหารและเส้ือผา้ แก่คนยากไร้ เป็ นตน้ ซ่ึงคุณลักษณะของพลเมืองท่ีมีความ
รับผิดชอบจึงตอ้ งเป็นผทู้ ่ีมีความซื่อสัตย์ มีระเบียบวนิ ยั ในตนเอง และเป็นผลู้ งมือต้งั ใจทางานอยา่ งจริงจงั
1.5.1.1 คาจากัดความของความรับผิดชอบ มีนกั การศึกษาและนกั วิชาการจานวนมาก
ไดก้ ล่าวถึงความหมายของความรับผิดชอบท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความเป็นพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
Weeks (1998: 12-15) กล่าวว่า ความรับผิดชอบเป็ นการลงมือปฏิบัติและการมีทัศนคติเก่ียวกับการ
บริหารจดั การอย่างประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมช่วยเสริมสร้างพนั ธะของประชาชนที่มีต่อชุมชนและการ
ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองของชาติ และสร้างทศั นคติเก่ียวกบั หน้าท่ีความรับผิดชอบสาธารณะโดยรวมท่ีเก่ียวขอ้ ง
กบั ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิตอ่ ผอู้ ่ืน การมีความรับผดิ ชอบต่อสงั คม และการยอมรับในความแตกต่างของผอู้ ื่น
Self (2005) กล่าวว่า ความรับผิดชอบในมุมมองที่มีต่อสาธารณะเป็ นความรับผิดชอบของพลเมืองที่มี
ปัจจยั ทางดา้ นการเมือง ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดลอ้ ม และคุณภาพชีวิตของพลเมืองเป็ นแรงผลกั ดันไปสู่
การเป็นพลเมืองท่ีมีความรับผิดชอบที่ประกอบไปดว้ ยการกระทาและทศั นคติท่ีสมั พนั ธ์กบั ระบอบการปกครอง
แบบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางสังคมรวมไปถึงการเขา้ ไปมีส่วนร่วมกบั รัฐบาล องคก์ รศาสนา การ
เป็นอาสาสมคั รหรือการเขา้ ร่วมเป็นสมาชิกในสมาคมอาสาสมคั ร
สุวิมล จุลวานิช (2548: 40) ให้ความหมายของความรับผิดชอบว่าเป็ นความสัมพันธ์ของบุคคลท่ี
เกี่ยวเน่ืองกบั ภาระหน้าที่ตามสถานภาพและบทบาทที่มีความแตกต่างกนั หากบุคคลไดป้ ฏิบตั ิหนา้ ที่ดว้ ยความ
รับผดิ ชอบของตนไดด้ ียอ่ มเป็นท่ียอมรับของสังคม
เวสาลี ชาติสุทธิพนั ธุ์ (2550: 35) กล่าวถึงความหมายของความรับผิดชอบที่มีต่อสาธารณะว่า เป็ น
พฤติกรรมของบุคคลซ่ึงเกิดจากการรับรู้และเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ โดยการมีส่วนร่วมทางสังคมจะก่อให้เกิดความ
69
รับผิดชอบและรู้สึกว่าตนเป็ นส่วนหน่ึงของสังคมที่มีหน้าท่ีต้องช่วยเหลือด้วยความเต็มใจจนกลายเป็ น
พฤติกรรมในหนา้ ที่ตอ่ ส่ิงน้นั ๆ เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ ส่วนรวมดว้ ยจิตสานึกท่ีดีต่อสาธารณชน
จากการศึกษาความหมายของความรับผิดชอบจากนกั วิชาการและนกั การศึกษา
จึงสรุปความหมายของความรับผิดชอบไวด้ งั น้ี ความรับผิดชอบ คือ การรับรู้และการปฏิบตั ิตามบทบาท
หนา้ ที่ท่ีมีต่อตนเองและสังคมดว้ ยความเต็มใจ พร้อมท้งั ยอมรับผลที่เกิดข้ึนจากการปฏิบตั ิหนา้ ที่น้นั ๆ ของตน
ขณะที่ความหมายของความรับผิดชอบท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความเป็ นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยจะเป็ นการ
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตอ่ สังคมสาธารณะดว้ ยการมีจิตสานึกท่ีดี มีทศั นคติเก่ียวกบั การบริหารจดั การอยา่ งประชาธิปไตยท่ี
มุ่งเนน้ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวมเป็นหลกั เพอ่ื ใหเ้ กิดความสงบสุขในการอยรู่ ่วมกนั ของบคุ คลในสงั คม
1.5.1.2 ลักษณะของพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ นักวิชาการและนักการศึกษาหลาย
ท่านไดน้ า้ เสนอแนวคดิ เกี่ยวกบั ลกั ษณะของพลเมืองท่ีมีความรับผดิ ชอบ ดงั น้ี
Karen L. Hinton (2010) ไดก้ ล่าวถึงลกั ษณะพฤติกรรมท่ีแสดงถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
(Self-Responsibility and Social Responsibility) เป็นการรับรู้และยอมรับผลจากการกระทา้ ของแตล่ ะคน รู้จกั เอา
ใจเขามาใส่ใจเรา ยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายของบุคคลและวฒั นธรรม มีความสามารถในการ
ยอมรับความคิดเห็นและประสบการณ์ที่แตกต่างและแปลกใหม่ เขา้ ใจความสาคญั ของการเป็นอาสาสมคั รและ
การมีส่วนร่วมในสังคมและกิจกรรมของชุมชน ตระหนักในประเด็นของชุมชนและโลก ตลอดจนพฒั นา
ความสามารถในการเป็นผนู้ า การติดตอ่ ส่ือสาร การร่วมมือและทกั ษะสังคม
กรมวิชาการ กลุ่มวิจยั พฒั นาการเรียนรู้ (2540) ไดก้ าหนดคุณลกั ษณะพฤติกรรมที่แสดงใหเ้ ห็นถึงการมี
ความรับผิดชอบ ไดแ้ ก่ รู้จกั หน้าที่ สามารถปฏิบตั ิหน้าที่ตามขอ้ ตกลงร่วมกัน หรือปฏิบตั ิหน้าท่ีตามท่ีไดร้ ับ
มอบหมาย มีวิสัยทศั น์ในการพฒั นางาน สามารถบอกผลของการปฏิบตั ิงานที่จะเกิดข้ึนในอนาคตได้ มีความ
ม่งุ มนั่ และทุม่ เทในงานท่ีกระทาจนสาเร็จปรากฏเป็นผลงานที่เด่นชดั และสามารถยอมรับผลจากการกระทาของ
ตน รับฟังเหตุผลและขอ้ วิจารณ์ของผูอ้ ื่นแลว้ นาไปปรับปรุงพฒั นาตามขอ้ เสนอแนะท่ีไดร้ ับ ตลอดจนแสวงหา
ความรู้ใหม่ที่เป็ นประโยชน์ต่อการทางานโดยพิจารณาเลือกแหล่งความรู้มาใช้ในการพฒั นางานได้อย่าง
เหมาะสม
ชยั อนนั ต์ สมุทวณิช (2545) ไดก้ ล่าวถึงคุณลกั ษณะของพลเมืองที่มีความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมใน
สังคมท่ีกาลงั เปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการบงั คบั ใชก้ ฎหมายให้เกิดผลในทางปฏิบตั ิดา้ นสิทธิ
มนุษยชนและความยุติธรรมในสังคม รู้จกั รวบรวมขอ้ มูลตดั สินใจอยา่ งมีเหตุผลท้งั ในเร่ืองชุมชนและสาธารณะ
รู้จกั สารวจค่านิยม ความเชื่อ และความเห็นของตนเองและผอู้ ื่น อีกท้งั เคารพในความเชื่อและค่านิยมของผอู้ ื่น มี
70
ส่วนร่วมในชุมชนและกิจกรรมอาสาสมคั รในฐานะสมาชิกหรือผูน้ า้ ท่ีมีประสิทธิภาพ สามารถดาเนินชีวิตดว้ ย
ความห่วงใยต่อสิ่งแวดลอ้ ม ปฏิบตั ิตนเป็นผลู้ งคะแนนเสียงที่มีความรับผดิ ชอบ หลีกเลี่ยงการเก่ียวขอ้ งกบั พรรค
การเมืองที่ไม่ซ่ือสัตย์ ช่วยแกไ้ ขปัญหาหรือความขดั แยง้ โดยสันติวิธีและมีความรับผิดชอบ และปฏิบตั ิตนกบั
บุคคลอ่ืนดว้ ยความยตุ ิธรรม
จากการศึกษาเก่ียวกบั ลกั ษณะของพลเมืองที่มีความรับผิดชอบจากนกั วิชาการและนกั การศึกษา สรุปได้
ว่า พลเมืองท่ีมีความรับผิดชอบจะปฏิบัติตนตามตามสิทธิและหน้าท่ีของตนโดยไม่ละเมิดสิทธิของผูอ้ ่ืน
ประพฤติตนเขา้ ร่วมส่วนในประโยชน์อนั สาคญั ของชุมชน คานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกวา่ ส่วนตน ธารง
ไวซ้ ่ึงแนวทางปฏิบตั ิท่ีมีความยตุ ิธรรม และร่วมขจดั ปัญหาสังคมอยา่ งสนั ติวธิ ี
1.5.1.3 ประเภทของความรับผิดชอบ นักวิชาการ และนักการศึกษาหลายคนได้
กล่าวถึงประเภทของความรับผิดชอบ (ชุติมา ไชยสิทธ์ิ, 2554: 26-30; ผกา สัตยธรรม, 2556: 185-186; ไพฑูรย์
สินลารัตน์ และคณะ, 2554: 90-92; ยวุ รี ผลพนั ธิน, 2551: 29-30) ซ่ึงสามารถสรุปได้ 5 ประเภท ดงั น้ี
1. ความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว หมายถึง การปฏิบตั ิตนท่ีแสดงถึงการดูแลเอาใจใส่สุขภาพ
อนามยั ของตนเอง รักษาดูแลเคร่ืองใชส้ ่วนตวั ให้เป็ นระเบียบเรียบร้อย ต้งั ใจเรียน ใฝ่ หาความรู้ มีความคิดริเริ่ม
สามารเรียนรู้ได้ดว้ ยตนเอง ทางานดว้ ยความต้งั ใจมีความเพียร อดทนในการปฏิบตั ิหน้าท่ีการงานของตนให้
ลุล่วงไปอยา่ งมีประสิทธิภาพทนั เวลาที่กาหนด และรู้จกั ยอมรับผลการกระทาของตนเองท้งั ผลดีและผลเสีย ต้งั
ตนอยใู่ นศีลธรรม ละเวน้ จากความชว่ั ท้งั ปวง ตลอดจนรู้จกั ปฏิบตั ิตนตอ่ สมาชิกในครอบครัวดว้ ยความอ่อนน้อม
ถ่อมตน มีสัมมาคารวะ แสดงการนับถือ เคารพเช่ือฟัง ปฏิบตั ิตามคาส่ังสอนของบิดามารดา หรือผูป้ กครอง
ทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย ใหค้ วามช่วยเหลืองานตามสมควร ดูแลสมาชิกในครอบครัวตามกาลงั ความสามารถไม่
นาความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัว รักษาและเชิดชูช่ือเสียงของวงศต์ ระกูล
2. ความรับผิดชอบต่อเพ่ือน หมายถึง การปฏิบตั ิตนต่อเพื่อนด้วยการคานึงถึงสิทธิของเพ่ือน ไม่ล่วง
ละเมิดเรื่องส่วนตวั ของเพื่อน ไม่เอารัดเอาเปรียบเพื่อน ตกั เตือนเม่ือเพ่ือนกระทาผิด ให้ความช่วยเหลือและ
แนะนาเพือ่ นในทางที่เป็นประโยชน์ และรู้จกั ใหอ้ ภยั เมื่อเพือ่ นกระทาความผิด
3. ความรับผิดชอบต่อโรงเรียน หมายถึง การปฏิบตั ิตนเป็ นสมาชิกท่ีดีของโรงเรียน ปฏิบตั ิตามกฎ
ขอ้ บงั คบั ของโรงเรียน ให้ความเคารพ เช่ือฟังครู ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียนทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ช่วยเหลืองาน
โรงเรียน ช่วยกนั รักษาความสะอาด และดูแลทรัพยส์ ินของโรงเรียนไม่ใหเ้ สียหาย
4. ความรับผิดชอบต่อชุมชน หมายถึง การปฏิบตั ิตนตามระเบียบขอ้ บงั คบั ของสังคม ช่วยกนั รักษา
ทรัพยส์ มบตั ิของส่วนรวม เอาใจใส่ต่อสิ่งแวดลอ้ ม ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในชุมชน มีส่วนร่วมใน
กิจกรรมต่าง ๆ ช่วยคิดและแก้ปัญหาของชุมชน รู้จักแบ่งปันสิ่งของ ให้บริการ และเสียสละโดยไม่หวงั
ผลตอบแทน ตลอดจนใหค้ วามร่วมมือแกไ้ ขสิ่งท่ีเป็นอนั ตรายต่อชุมชนตามความสามารถ
71
5. ความรับผิดชอบต่อสังคม หมายถึง การปฏิบตั ิตนตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ของสังคม
เคารพและคานึงถึงสิทธิของผูอ้ ่ืน ให้ความช่วยเหลือผูอ้ ื่นในสังคมและร่วมมือในการทา้ งานเพื่อส่วนรวม ไม่
ละเลยสิทธิและหนา้ ท่ีของตน เอาใจใส่ในประโยชน์ส่วนรวมมากกวา่ ส่วนตน
1.5.2 พลเมืองท่ีมีส่วนร่วม (Participatory Citizen) สังคมประชาธิปไตยมีหลกั การ
สาคญั คอื การมีส่วนร่วมของประชาชน พลเมืองจึงตอ้ งเป็นผปู้ ระพฤติตนเขา้ ไปมีส่วนร่วมในกิจการของรัฐและ
ชุมชน เอาใจใส่ดูแลความตอ้ งการจาเป็นในการดาเนินชีวิต สนบั สนุนและร่วมวางแผนการดาเนินการตามนโน
บายของรัฐ สร้างความสัมพนั ธ์อนั ดี ทาความเขา้ ใจและสร้างความไวว้ างใจระหวา่ งกนั ในชุมชน เช่น การมีส่วน
ร่วมในการจดั การด้านอาหารแก่คนยากไร้ในสังคม พลเมืองที่มีส่วนร่วมจึงตอ้ งมีคุณลกั ษณะมีความเป็ นผูน้ า
และมีส่วนร่วมในการจดั ระบบ และโครงสร้างของชุมชน
1.5.2.1 คานิยามของการมีส่วนร่วมของพลเมือง นักวิชาการและนักการศึกษาได้ให้
นิยามของคาวา่ “การมีส่วนร่วม”ไวห้ ลายแนวทาง ดงั น้ี
Milbrath (1965) อธิบายเก่ียวกบั การมีส่วนร่วมว่า เป็ นการกระทาของบุคคลที่พยายามมีอิทธิพลหรือ
สนบั สนุนตอ่ รัฐบาลและระบบการเมือง รวมถึงบทบาทของประชาชนในการกระทาใด ๆ เพื่อใหม้ ีอิทธิพลต่อผล
ทางการเมือง โดยพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองน้นั จะเพ่ิมความสนใจทางการเมืองไปสู่กิจกรรมทาง
การเมืองที่ตอ้ งการความสนใจและแรงจูงใจมากข้ึนเป็นลาดบั
McClosky (1968) ใหค้ วามเห็นวา่ การมีส่วนร่วมทางการเมืองจะตอ้ งเป็นกิจกรรมท่ีกระทาโดยสมคั รใจ
ด้วย และเป็ นกิจกรรมซ่ึงสมาชิกท้งั หลายท่ีอยู่ในสังคมได้มีส่วนร่วมในการเลือกผูน้ าของตน และกาหนด
นโยบายของรัฐ ซ่ึงการกระทาน้นั อาจกระทาโดยทางตรงหรือทางออ้ มก็ได้
คณะกรรมการพฒั นาขา้ ราชการพลเรือน, 2550 อา้ งถึงใน เอนก เหล่าธรรมทศั น์ (2554: 47) กล่าววา่ การ
มีส่วนร่วมของพลเมืองเป็นการเปิ ดโอกาสให้ประชาชนและผูเ้ ก่ียวขอ้ งทุกภาคส่วนไดเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมกบั ภาค
ราชการ
สถาบนั พระปกเกลา้ (2556: 73) ไดน้ ิยามความหมายของคาวา่ การมีส่วนร่วมของประชาชนไวว้ ่า เป็ น
การกระจายโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และการบริหาร เกี่ยวกบั การตดั สินใจในเรื่องต่าง ๆ
รวมท้ังการจัดสรรทรัพยากรของชุมชนและของชาติ ซ่ึงจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็ นอยู่ของ
ประชาชน โดยการให้ขอ้ มูล แสดงความคิดเห็นใหค้ าแนะนา้ ปรึกษา ร่วมวางแผน และร่วมปฏิบตั ิ ตลอดจนการ
ควบคุมโดยตรงจากประชาชน
สรุปได้ว่า การมีส่วนร่วมของพลเมือง หมายถึง การเขา้ ร่วมกิจกรรมสาธารณะกับภาครัฐดว้ ยความ
สมคั รใจ โดยคาดหวงั ถึงผลประโยชน์ท่ีจะไดร้ ับจากการเขา้ ร่วมในกิจกรรมดงั กล่าวจึงถือไดว้ า่ การมีส่วนร่วม
ของพลเมืองน้นั เป็นสิทธิอนั ชอบธรรมในฐานะของการเป็นพลเมืองในชุมชนทางการเมืองหน่ึงหรือรัฐหน่ึง
72
1.5.2.2 องค์ประกอบของการมีส่ วนร่ วมของพลเมือง นักวิชาการได้จาแนก
องคป์ ระกอบของการมีส่วนร่วมของพลเมือง ไวด้ งั น้ี
ปรัชญา เวสารัชช์, 2528: 5 อา้ งถึงใน บวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ (2550: 61)กล่าวถึงองค์ประกอบของการมี
ส่วนร่วมของพลเมือง ดงั น้ี
1. มีประชาชนเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งกบั การพฒั นา
2. ผเู้ ขา้ ร่วมไดใ้ ชค้ วามพยายาม เช่น ความคดิ ความรู้ ความสามารถท้งั น้ีจะตอ้ งเปิ ดโอกาสให้ประชาชน
ไดม้ ีส่วนร่วมในการคิดริเร่ิมการพิจารณาตดั สินใจ ร่วมปฏิบตั ิและร่วมรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ อนั มีผลกระทบ
ถึงตวั ประชาชน
ถวลิ วดี บุรีกลุ (2557) กล่าวถึงองคป์ ระกอบของการมีส่วนร่วมของพลเมือง ดงั น้ี
1. มีวตั ถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายชัดเจน การให้ประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมหน่ึงๆ จะต้องมี
วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่ีชดั เจนวา่ เป็นไปเพ่อื อะไร ผเู้ ขา้ ร่วมจะไดต้ ดั สินใจถูกวา่ ควรเขา้ ร่วมหรือไม่
2. มีกิจกรรมเป้าหมาย การให้ประชาชนเขา้ มีส่วนร่วมตอ้ งระบุลกั ษณะของกิจกรรมว่ามีรูปแบบและ
ลกั ษณะอยา่ งไร เพ่อื ที่ประชาชนจะไดต้ ดั สินใจวา่ ควรเขา้ ร่วมหรือไม่
3. มีบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมาย การให้ประชาชนเขา้ มีส่วนร่วมจะตอ้ งระบุกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม
โดยทว่ั ไปกลุ่มบุคคลเป้าหมายมกั ถูกจากดั โดยกิจกรรมและวตั ถุประสงคข์ องการมีส่วนร่วมอยแู่ ลว้ โดยพ้ืนฐาน
ท้งั น้ีมกั พิจารณาผูเ้ ขา้ ร่วมจากกลุ่มผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสีย ซ่ึงเป็ นกลุ่มผูท้ ่ีอาจได้รับผลกระทบท้ังทางตรงและ
ทางออ้ ม ในเชิงบวกและเชิงลบ หรืออาจเป็นกล่มุ ผทู้ ี่มีความสนใจจากการศึกษาองคป์ ระกอบของการมีส่วนร่วม
ของพลเมืองพบวา่ การมีส่วนร่วมของพลเมือง ประกอบดว้ ย กลุ่มคน เป้าหมาย กิจกรรม และผลท่ีไดร้ ับจากการ
เขา้ ไปมีส่วนร่วมซ่ึงองคป์ ระกอบของการมีส่วนร่วมน้นั จะทาใหป้ ระชาชนไดเ้ ขา้ ไปมีส่วนร่วมตามกระบวนการ
ประชาธิปไตยไดอ้ ยา่ งชดั เจนเป็นรูปธรรม โดยเป็นกระบวนการที่ประชาชนหรือผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียไดม้ ีโอกาส
แสดงความคิดเห็น และเขา้ ร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอย่ขู องตน เพื่อใหร้ ัฐสามารถนาส่ิงที่
ไดร้ ับจากการเขา้ ไปมีส่วนร่วมของประชาชนมาใชใ้ นการพิจารณา กาหนดนโยบายและตดั สินใจดาเนินงานต่าง
ๆ อนั จะก่อใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการพฒั นาคุณภาพชีวิตของประชาชน
1.5.3 พลเมืองท่ีมุ่งเน้นความเป็ นธรรม (Justice-Oriented Citizen) พลเมืองท่ีสนใจในกิจการ
ของบา้ นเมืองในฐานะที่ตนหรือกลุ่มของตนเป็ นส่วนหน่ึงของสังคม มีการต้งั คาถามต่อระบบสังคมที่เกิดข้ึน
และแสวงหาแนวทางดาเนินการเพ่ือใหเ้ กิดความเป็นธรรมในสังคม โดยเป็นบุคคลที่สามารถประเมิน วิเคราะห์
วพิ ากษว์ ิจารณ์เก่ียวกบั โครงสร้างทางสงั คม เศรษฐกิจและการเมือง โดยใหค้ วามสนใจ สืบคน้ ในเร่ืองที่เก่ียวขอ้ ง
กบั ความไม่เป็นธรรมทางสังคม และสามารถจดั ทา้ กลยุทธ์เพื่อใชแ้ กไ้ ขปัญหาสังคมที่เกิดข้ึน การพฒั นาสังคม
73
พลเมืองในรูปแบบน้ีจึงตอ้ งมงุ่ เนน้ ใหเ้ กิดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์ ต้งั คาถามโตแ้ ยง้ และ
มีความกลา้ หาญทางจริยธรรมในการเปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างเมื่อพบความไมเ่ ป็นธรรมในสงั คม
1.5.3.1 คาจากดั ความของความเป็ นธรรม “ความเป็นธรรม” มีลกั ษณะเป็นส่ิงท่ีไม่เป็น
รูปธรรม แนวคิดเก่ียวกบั ความเป็ นธรรมมกั ปรากฏแฝงอยู่ในระบบนโยบายของรัฐ และระบบศีลธรรม ความ
เป็นธรรมทางสังคมจึงอาจไม่มีความเป็นสากลแต่เป็นสิ่งท่ีไดร้ ับการกาหนดควบคุมจากผมู้ ีอานาจภายใตช้ ุดของ
ศีลธรรมท่ีเกิดข้นึ ในแต่ละสงั คมวฒั นธรรม (Social guide, 2013)
ธีระพงษ์ วงษน์ า (2557: 138) ไดอ้ ธิบายว่า การศึกษาแนวคิดและคาจากดั ความของความเป็นธรรมไดม้ ี
การศึกษาคน้ ควา้ มาต้งั แต่ในอดีต โดยเริ่มจากแนวคิดเกี่ยวกบั ความเป็นธรรมก่อนสมยั คริสตกาล ประกอบดว้ ย
Socrates (469-399 ก่อน ค.ศ.) ที่มุ่งเน้นประเด็นความเป็ นธรรมผ่านคุณธรรมของการมีชีวิตที่มีความสุข ซ่ึง
จะตอ้ งมีคุณธรรมดา้ นความยตุ ิธรรมประกอบดว้ ย ความเป็นธรรมในลกั ษณะดังกล่าวจึงหมายถึงความยตุ ิธรรม
ของการแสดงการกระทาท่ีเคารพสิทธิของผูอ้ ่ืนและการไม่ยอมทาความชว่ั ต่อผูอ้ ื่นแมว้ ่าผูน้ ้นั จะทาอนั ตรายแก่
ตน ส่วน Plato (427-347 ก่อน ค.ศ.) ไดเ้ สนอแนวคิดเก่ียวกบั เรื่องความเป็ นธรรมในลกั ษณะของการจดั สรรให้
ทุกคนตามส่วนท่ีพึงได้รับ ซ่ึงคนแต่ละกลุ่มในสังคมน้ันจะทาหน้าท่ีแตกต่างกันสมควรได้รับผลตอบแทน
ต่างกัน จึงเกิดความเป็ นธรรมข้ึน ต่อมานักคิดในสมยั คริสตกาล John Stuart Mill (ค.ศ.1806-1873) ได้เสนอ
แนวคิดเก่ียวกบั ความเป็ นธรรมในลกั ษณะของการเป็นคุณธรรมอย่างหน่ึง และเป็นประโยชน์ต่อมนุษยใ์ นการ
ดารงชีพท่ีดี โดยจะเก่ียวขอ้ งกบั สิทธิเสรีภาพอย่างมาก และเป็ นความสัมพนั ธ์ระหว่างมนุษยเ์ พื่อให้เกิดพนั ธะ
และการปฏิบตั ิต่อกนั อยา่ งเหมาะสม
สรุปไดว้ ่า ความเป็ นธรรมเป็ นสิ่งสาคญั ในการอยู่ร่วมกนั ในสังคม มีลกั ษณะเกี่ยวขอ้ งเช่ือมโยงกับ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกลมุ่ คนในสังคมต่าง ๆ หลายอยา่ งดว้ ยกนั ซ่ึงถา้ มีการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งเป็นธรรม สงั คมก็จะ
เกิดความเป็นปกติสุขอยา่ งยง่ั ยนื
1.6 คณุ ลกั ษณะความเป็ นพลเมืองตามวถิ ปี ระชาธิปไตย
การเป็ นพลเมืองจะมีลักษณะอย่างไรน้ัน สังคมจะเป็ นผูก้ าหนดลกั ษณะท่ีพึงประสงค์เพ่ือท่ีจะได้
พลเมืองที่ดี คณุ สมบตั ิของสมาชิกในสังคมจะตอ้ งมีคุณสมบตั ิพ้ืนฐาน คอื คณุ สมบตั ิทว่ั ไปของการเป็น พลเมือง
ดี เช่น ขยนั อดทน ซื่อสัตย์ ประหยดั รับผิดชอบมีเหตุผล โอบอ้อมอารี มีเมตตา เห็นความสาคญั ของประโยชน์
ส่วนรวม และมีคุณสมบตั ิเฉพาะ คือ คุณสมบตั ิเฉพาะอย่างที่สังคมตอ้ งการให้บุคคลพึง ปฏิบตั ิ เช่น ตอ้ งการ
บคุ คลท่ีมีคณุ ธรรมนาความรู้ ตอ้ งการใหค้ นในสงั คมไทยหนั มาสนใจ พฒั นาวจิ ยั ใน งานอาชีพดา้ นการเกษตรให้
มากเพราะเป็นพ้นื ฐานของสงั คมไทย การปกครองในระบอบ “ประชาธิปไตย” เป็นการปกครองท่ีประชาชนเป็น
74
เจา้ ของอานาจสูงสุด แต่การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยจะประสบความสาเร็จไดน้ ้นั จะตอ้ งสร้าง “พลเมือง”
ใหส้ ามารถปกครองตนเองได้ ไม่ใช่ เพยี งแต่มีรัฐธรรมนูญท่ีดีเทา่ น้นั
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ไดอ้ ธิบายว่า “พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย” ประกอบดว้ ย ลกั ษณะ 6
ประการคือ
1. รับผิดชอบตนเองและพ่ึงตนเองได้ ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองที่ ประชาชนเป็ น
เจา้ ของอานาจสูงสุดในประเทศ ประชาชนในประเทศจึงมีฐานะเป็นเจา้ ของประเทศเมื่อ ประชาชนเป็นเจา้ ของ
ประเทศ ประชาชนจึงเป็ นเจา้ ของชีวิตและมีสิทธิเสรีภาพในประเทศของตนเอง ทานองเดียวกบั เจา้ ของบา้ นมี
สิทธิเสรีภาพในบ้านของตน ระบอบประชาธิปไตยจึงทาให้เกิดหลักสิทธิ เสรีภาพ และทาให้ประชาชนมี
อิสรภาพคือเป็ นเจา้ ของชีวิตตนเอง “พลเมือง” ในระบอบประชาธิปไตยจึง เป็ นไท คือเป็ นอิสระชน ท่ี
พ่ึงตนเองและสามารถรับผิดชอบได้ และไม่ยอมตกอยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลอานาจ หรือภายใต้ “ระบบอุปถมั ภ์” ของ
ผูใ้ ด เด็กจะเป็ น “ผูใ้ หญ่” และเป็ น “พลเมือง” หรือสมาชิกคนหน่ึงของ สังคมได้อย่างแท้จริง เม่ือสามารถ
รับผดิ ชอบตนเองได้
2. เคารพหลกั ความเสมอภาค ประชาธิปไตยคือระบอบการปกครองที่อานาจสูงสุดใน ประเทศเป็นของ
ประชาชนดงั น้นั ในระบอบประชาธิปไตยไม่วา่ ประชาชนจะแตกตา่ งหรือสูงต่างกนั อยา่ งไร ไมว่ า่ จะร่ารวยหรือ
ยากจน จะจบดอกเตอร์หรือจบ ป.๔ จะมีอาชีพอะไร จะเป็นเจา้ นายหรือเป็นลูกนอ้ ง ทุกคนลว้ นแต่เท่าเทียมกนั
ในฐานะท่ีเป็นเจา้ ของประเทศ “พลเมือง” จึงตอ้ งเคารพหลกั ความเสมอภาค และจะตอ้ งเห็นคนเท่าเทียมกนั คือ
เห็นคนในแนวระนาบ (horizontal) เห็นตนเท่าเทียมกบั คนอื่นและ เห็นคนอื่นเท่าเทียมกบั ตน ไม่วา่ จะยากดีมี
จน ทกุ คนลว้ นมีศกั ด์ิศรีของความเป็นเจา้ ของประเทศอยา่ ง เสมอกนั ถึงแมจ้ ะมีการพ่ึงพาอาศยั แตจ่ ะเป็นไปอย่าง
เทา่ เทียม ซ่ึงจะแตกตา่ งอยา่ งสิ้นเชิงจากสงั คมแบบ อานาจนิยมในระบอบเผด็จการ หรือสงั คมระบบอุปถมั ภ์ ซ่ึง
โครงสร้างสังคมจะเป็นแนวดิ่ง (vertical) ที่ ประชาชนไม่เสมอภาค ไมเ่ ทา่ เทียม ไม่ใช่อิสระชน และมองเห็นคน
เป็นแนวดิ่ง มีคนท่ีอยสู่ ูงกวา่ และมีคน ที่อยตู่ ่ากวา่ โดยจะยอมคนที่อยสู่ ูงกวา่ แตจ่ ะเหยยี ดคนที่อยตู่ ่ากวา่ ซ่ึงมิใช่
ลกั ษณะของ “พลเมือง” ใน ระบอบประชาธิปไตย
3. เคารพความแตกต่าง เมื่อประชาชนเป็นเจา้ ของประเทศ ประชาชนจึงมีเสรีภาพใน ประเทศของตนเอง
ระบอบประชาธิปไตยจึงใหเ้ สรีภาพ และยอมรับความหลากหลายของประชาชนประชาชนจึงแตกต่างกนั ได้ ไม่
ว่าจะเป็นเร่ืองการเลือกอาชีพ วิถีชีวิต ความเช่ือทางศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง ดงั น้นั เพื่อมิใหค้ วาม
แตกต่าง นามาซ่ึงความแตกแยกในสังคม “พลเมือง” ในระบอบ ประชาธิปไตยจึงตอ้ งยอมรับและเคารพความ
แตกต่างของกนั และกนั เพอื่ ใหส้ ามารถอยูร่ ่วมกนั ไดถ้ ึงแมจ้ ะแตกตา่ งกนั และจะตอ้ งไมม่ ีการใชค้ วามรุนแรงต่อ
ผูท้ ่ีเห็นแตกต่างไปจากตนเอง ถึงแมจ้ ะไม่เห็นดว้ ย แต่จะตอ้ งยอมรับว่าคนอ่ืนมีสิทธิที่จะแตกต่างหรือมีความ
คิดเห็นท่ีแตกต่างไปจากเราไดแ้ ละตอ้ งยอมรับ โดยไม่จาเป็นที่จะตอ้ งเขา้ ใจว่าทาไมเขาถึงเชื่อหรือเห็นแตกต่าง
75
ไปจากเรา “พลเมือง” จึงคุยเร่ืองการเมืองกนั ในบา้ นไดถ้ ึงแมจ้ ะเลือกพรรคการเมืองคนละพรรค หรือมีความ
คดิ เห็นทางการเมืองคนละขา้ งกนั
4. เคารพสิทธิผอู้ ่ืน ในระบอบประชาธิปไตย ทุกคนเป็นเจา้ ของประเทศทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ แต่ถา้ ทุก
คนใช้สิทธิโดยคานึงถึงแต่ประโยชน์ของตนเอง หรือเอาแต่ความคิดของตนเองเป็ นท่ีต้งั โดยไม่คานึงถึงสิทธิ
ผูอ้ ื่น หรือไม่สนใจว่าจะเกิดความเดือดร้อนแก่ผูใ้ ด ย่อมจะทาให้เกิดการใช้สิทธิท่ี กระทบกระทง่ั กันจนไม่
อาจจะอยู่ร่วมกนั อย่างผาสุกต่อไปได้ ประชาธิปไตยก็จะกลายเป็ นอนาธิปไตย เพราะทุกคนเอาแต่สิทธิของ
ตนเองเป็นใหญ่ สุดทา้ ยประเทศชาติยอ่ มจะไปไมร่ อด สิทธิในระบอบ ประชาธิปไตยจึงจาเป็นตอ้ งมีขอบเขต คือ
มีสิทธิและใชส้ ิทธิไดเ้ ท่าท่ีไม่ละเมิดสิทธิผอู้ ่ืน “พลเมือง” ใน ระบอบประชาธิปไตยจึงตอ้ งเคารพสิทธิผอู้ ่ืนและ
จะตอ้ งไม่ใชส้ ิทธิเสรีภาพของตนไปละเมิดสิทธิของผอู้ ื่น
5. เคารพกติกา ประชาธิปไตยตอ้ งใช้กติกา หรือกฎหมายในการปกครองไม่ใช่อาเภอใจหรือ ใช้กาลงั
โดยทุกคนตอ้ งเสมอภาคกนั ภายใตก้ ติกาน้ัน แต่ถึงแมจ้ ะมีกฎหมาย หรือมีกติกาแต่หากว่า ประชาชนไม่เคารพ
หรือไม่ปฏิบตั ิตาม กติกาก็หามีประโยชน์อนั ใดไม่ ระบอบประชาธิปไตยจึงจะประสบ ความสาเร็จไดก้ ็ต่อเมื่อมี
“พลเมือง” ท่ีเคารพกติกา และยอมรับผลของการละเมิดกติกา “พลเมือง” จึง ตอ้ งเคารพ “กติกา” ถา้ มีปัญหาหรือ
มีความขดั แยง้ เกิดข้ึนก็ตอ้ งใชว้ ิถีทางประชาธิปไตยและใชก้ ติกาใน การแกไ้ ขไม่เล่นนอกกติกา และไม่ใชก้ าลงั
หรือความรุนแรง
6. รับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวมประชาธิปไตยมิใช่ระบอบการปกครองตามอาเภอใจ หรือใคร
อยากจะทาอะไรก็ทาโดยไม่คานึงถึงส่วนรวม ดังน้ัน นอกจากจะต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของผูอ้ ่ืน และ
รับผิดชอบต่อผอู้ ื่นแลว้ “พลเมือง”ในระบอบประชาธิปไตยยงั จะตอ้ งใชส้ ิทธิเสรีภาพของตนโดย รับผิดชอบต่อ
สังคมด้วย โดยเหตุที่สังคมหรือประเทศชาติมิได้ดีข้ึนหรือแย่ลงโดยตวั เอง หากสังคมจะดีข้ึน ไดก้ ็ดว้ ยการ
กระทาของคนในสงั คมและที่สังคมแยล่ งไปก็เป็นเพราะการกระทาของคนในสังคม “พลเมือง” จึงตอ้ งตระหนกั
วา่ ตนเองเป็นสมาชิกคนหน่ึงของสังคม และรับผิดชอบต่อการกระทาของตน “พลเมือง” จึงไม่ใช่คนท่ีใชส้ ิทธิ
เสรีภาพตามอาเภอใจ แลว้ ทาให้สังคมเส่ือมลงหรือเลวร้ายลงไป หากเป็นผู้ ที่ใชส้ ิทธิเสรีภาพโดยตอ้ งตระหนกั
อยเู่ สมอวา่ การกระทาใด ๆ ของตนเองยอ่ มมีผลต่อสงั คมและส่วนรวม
“พลเมือง”ตอ้ งรับผิดชอบต่อสังคมและมองตนเองเช่ือมโยงกับสังคม เห็นตนเองเป็ นส่วนหน่ึงของ
ปัญหา และมีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาน้นั โดยเร่ิมตน้ ท่ีตนเอง หรือร่วมแกป้ ัญหา ดว้ ยการไม่ก่อปัญหา และ
ลง มือทาดว้ ยตนเอง ไมใ่ ช่เอาแต่เรียกร้องคนอื่น หรือเรียกร้องแต่รัฐบาลใหแ้ กป้ ัญหาแลว้ ตนเองก็ก่อปัญหา น้นั
ต่อไป
กระบวนการหล่อหลอมความเป็ นพลเมืองเกิดจากการอยู่ร่วมกนั ของสมาชิกในสังคมดงั คากล่าวท่ีว่า
“หากสังคมต้องการบุคคลลักษณะใด สังคมจะเป็ นผูก้ าหนดคุณลกั ษณะของความเป็ นพลเมืองข้ึน” การที่
76
ประเทศใดจะพฒั นาความเป็ นประชาธิปไตยให้กา้ วหน้าไปได้ดว้ ยดีน้ัน พลเมืองในสังคมดงั กล่าวจึงตอ้ งมี
คุณสมบตั ิเฉพาะท่ีจะนาประเทศไปสู่สันติสุขดว้ ยวิถีประชาธิปไตย (ถวิลวดี บุรีกุล เออเจนี เมริโอ และ รัชวดี
แสงมหะหมดั , 2557: 56; ฟ้าดาว คงนคร, 2556) ดว้ ยเหตุน้ีจึงมีนกั วิชาการท้งั ในประเทศและต่างประเทศหลาย
ท่านไดน้ าเสนอคณุ ลกั ษณะความเป็นพลเมืองตามวถิ ีประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
Galston (1991: 109) ไดก้ ลา่ วถึงองคป์ ระกอบของจริยธรรมหรือลกั ษณะความเป็นพลเมืองไว้ 4 ลกั ษณะ
ดงั น้ี
1. จริยธรรมโดยทว่ั ไป ประกอบดว้ ย ความกลา้ หาญ การปฏิบตั ิตามกฎหมาย ความภกั ดี
2. จริยธรรมทางสังคม ประกอบดว้ ย ความเป็นอิสระใจกวา้ ง
3. จริยธรรมทางเศรษฐกิจ ประกอบดว้ ย จริยธรรมในการทางาน ความสามารถท่ีจะชะลอการสร้างความ
พึงพอใจใหต้ นเอง การปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั การเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
4. จริยธรรมทางการเมือง ประกอบดว้ ย ความสามารถท่ีจะเขา้ ใจและเคารพในสิทธิของผอู้ ่ืน ความเต็ม
ใจท่ีจะเรียกร้องเฉพาะในส่ิงท่ีสามารถจ่ายไดเ้ ท่าน้ัน ความสามารถท่ีจะประเมินผลการดาเนินงานของผูด้ ารง
ตาแหน่งทางการเมือง
J. J. Cogan (1997) สรุปลักษณะพลเมืองในสังคมประชาธิปไตยท่ีมีความเป็ นสากลเพื่อเตรียมเขา้ สู่
ศตวรรษท่ี 21 ไวด้ งั น้ี
1. มีความรู้ มีการศึกษา และสามารถมองเห็นเขา้ ใจในสังคมของตนและสังคมโลกเฉกเช่นเป็ นสมาชิก
ของสังคมโลก
2. สามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนและรับผดิ ชอบท้งั ต่อตนเองและผอู้ ่ืนในบทบาทส่วนตนและตอ่ สังคม
3. สามารถเขา้ ใจ ยอมรับและอดทนต่อความแตกต่างทางวฒั นธรรม
4. สามารถคดิ วิเคราะหอ์ ยา่ งมีเหตผุ ลและเป็นระบบ
5. เตม็ ใจแกป้ ัญหาความขดั แยง้ ดว้ ยทา่ ทีสนั ติไม่ใชค้ วามรุนแรง
6. เตม็ ใจเปลี่ยนการใชช้ ีวิตและอปุ นิสัยการบริโภคเพื่อรักษาส่ิงแวดลอ้ ม
7. สามารถท่ีจะเขา้ ใจและปกป้องสิทธิมนุษยชน
8. เตม็ ใจและสามารถเขา้ ไปมีส่วนร่วมทางการเมืองท้งั ในระดบั ชาติ และนานาชาติ
Davies, Gregory, and Riley (2002: 44-48) ไดส้ รุป ผ ล การวิจยั เร่ือง Good Citizenship and Educational
Provision ท่ีไดจ้ ากการสอบถามครูในสหรัฐอเมริกาเก่ียวกบั คุณลกั ษณะความเป็นพลเมืองดีไว้ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. คุณลกั ษณะทางสังคม คือ รู้จกั ตระหนกั และเห็นใจสวสั ดิภาพของผอู้ ่ืนเป็นผมู้ ีพฤติกรรมท่ีมีคณุ ธรรม
และมีความอดทนในความแตกตา่ งท่ีเกิดข้นึ ในสงั คม
77
2. คุณลกั ษณะที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทในการอนุรักษ์และเช่ือถือในกฎเกณฑ์ คือรู้จกั ยอมรับในสิทธิ
อานาจในทางกฎหมาย ยอมรับในความรับผดิ ชอบที่ไดร้ ับมอบหมาย และมีความรักชาติ
3. คุณลักษณะด้านความรู้ คือ มีความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง สังคมนานาชาติ และมี
ความสามารถในการต้งั คา้ ถามและแสดงความคดิ เห็น
วลยั พานิช (2542: 226-235) ไดว้ เิ คราะห์คุณลกั ษณะความเป็นพลเมืองออกเป็น 4 ดา้ น ดงั น้ี
1. ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และคุณลกั ษณะพ้ืนฐาน ประกอบดว้ ย รู้และเขา้ ใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิกของ
สังคม สนใจกิจกรรมต่าง ๆ ของสังคมและโลก รู้และมีทกั ษะกระบวนการคิดอยา่ งมีเหตุผลในการตดั สินใจโดย
ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์และธรรมะในการแกป้ ัญหาสงั คม เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ใฝ่ หาความรู้และมี
ทกั ษะในวิชาสามญั วิชาเฉพาะดา้ นวิทยาการและเทคโนโลยี ดารงชีวิตบนพ้ืนฐานแห่งคุณธรรม มีระเบียบ
ซ่ือสัตย์ ยุติธรรม ประหยดั พ่ึงตนเองได้และไม่เบียดเบียน เลือกรับวิทยาการและวฒั นธรรมจากภายนอก มี
ความคิดริเริ่ม อดทน มีความกลา้ ทางจริยธรรม แกป้ ัญหาและประเมินผลได้ และมีมนุษยสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสมาชิก
ในครอบครัว ชุมชน สงั คม ประเทศ และโลก
2. ดา้ นการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษตั ริยเ์ ป็ นประมุข ประกอบดว้ ย รู้
และเขา้ ใจ รับผิดชอบในสิทธิของตนในระบอบประชาธิปไตย รู้และเขา้ ใจกฎหมายของบา้ นเมือง รักษาความ
มนั่ คงของชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ รู้และเขา้ ใจปัญหาและคน้ หาแนวทางแกไ้ ขในทางการเมืองการ
ปกครอง และตระหนกั ในคุณค่าการใชส้ ิทธิเสรีภาพบนรากฐานแห่งกฎหมาย จริยธรรม และศาสนา
3. ด้านสังคมและวฒั นธรรม ประกอบด้วย มีความสานึกในความเป็ นคนไทย รักและเห็นคุณค่าของ
วฒั นธรรม ธารงรักษาไวซ้ ่ึงสัญลกั ษณ์และวฒั นธรรมไทย ภูมิใจในผลงานอนั ดีเด่นของไทย รับผิดชอบต่อการ
อนุรักษแ์ ละพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ทาประโยชน์ให้สังคมตามบทบาทหนา้ ท่ี เห็นคุณค่าใน
วิทยาการศิลปวฒั นธรรม และเทิดทนู สถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์
4. ดา้ นเศรษฐกิจ ประกอบดว้ ย รู้และเขา้ ใจในพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจและการพฒั นาประเทศ เห็นคุณค่า
ของการรักษาทรัพยากรส่ิงแวดลอ้ ม นิยมใชผ้ ลผลิตของไทย รู้และเขา้ ใจปัญหาดา้ นเศรษฐกิจตลอดจนสืบคน้ หา
แนวทางแกไ้ ขปัญหาจากการประชุมวิชาการสถาบนั พระปกเกลา้ ไดข้ อ้ สรุปเกี่ยวกบั คุณลกั ษณะของพลเมืองตาม
วถิ ีประชาธิปไตยวา่ ตอ้ งเป็นผมู้ ีคารวธรรม คือ ยอมรับความคิดเห็นของผอู้ ่ืน รู้สิทธิ รู้หนา้ ท่ีของตนเอง มีสามคั คี
ธรรม คือ รู้จกั ทางานร่วมกบั ผูอ้ ื่น มีนิติธรรม คือ ตดั สินปัญหาโดยใชเ้ หตุผล มีความสมบูรณ์ทางกายและใจ มี
สติปัญญาและอารมณ์มน่ั คง มีวุฒิภาวะทางสังคม เห็นคุณค่าของสภาวะแวดลอ้ มทอ้ งถิ่น ไม่เบียดเบียนตนเอง
และผูอ้ ื่น ให้เกียรติผูอ้ ่ืน มีจิตสาธารณะหรือมีจิตสานึกสาธารณะรู้เท่าทนั ท้งั งานกฎหมายและขนบธรรมเนียม
ประเพณี รู้จักพ่ึงตนเอง กล้าหาญที่จะต่อต้านระบอบท่ีไม่ใช่ประชาธิปไตย มีความไวว้ างใจในระบอบ
78
ประชาธิปไตย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้จกั ทา้ งานร่วมกนั โดยสันติ มีความภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นผมู้ ีศีล หรืออย่างอ่ืน
ที่เทียบเทา่ (สถาบนั พระปกเกลา้ , 2544: 116-117)
ทิพยพ์ าพร ตนั ติสุนทร (2554: 55-56) ไดก้ ลา่ วถึงคุณลกั ษณะท่ีสาคญั ของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
ไวว้ า่ ตอ้ งเป็นผทู้ ่ีมีความรู้ มีการศึกษา และมีความสามารถท่ีจะมองเห็นและเขา้ ใจสังคมของตนและสังคมโลก
เฉกเช่นเป็นสมาชิกของสงั คม ยดึ ถือประโยชนส์ ่วนรวมและสังคมเป็นหลกั รักในเสรีภาพและมีความรับผิดชอบ
เคารพความเสมอภาค ความยตุ ิธรรม สามารถที่จะคิดวิเคราะห์อยา่ งเป็นเหตุเป็ นผล เขา้ ใจในหลกั สิทธิมนุษยชน
และยอมรับความแตกต่างในความเป็นพหุสังคมเคารพกฎหมายและยึดหลกั นิติรัฐ มีความรู้ความเขา้ ใจต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมและทางการเมือง (Political Literacy) และเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง (Political
Participation) ในทุกระดบั ต้งั แต่ชุมชน ทอ้ งถ่ิน ระดบั ชาติและนานาชาติ ตลอดจนยึดมน่ั ในหลกั สันติวิธี โดย
การไมใ่ ชค้ วามรุนแรงแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล (2555: 31-35) ไดอ้ ธิบายคณุ สมบตั ิของพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยไวด้ งั น้ี
1. มีอิสรภาพและพ่ึงตนเองได้ โดยประชาชนในระบอบประชาธิปไตยมีฐานะเป็ นเจา้ ของประเทศ มี
สิทธิและเสรีภาพในประเทศของตน พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นอิสระชนที่รับผิดชอบตนเองและ
พ่ึงตนเองได้ ไม่อยภู่ ายใตอ้ ิทธิพลอานาจหรือการครอบงาของระบบอปุ ถมั ภ์
2. รู้จกั การเคารพสิทธิผูอ้ ่ืน ในระบอบประชาธิปไตยทุกคนเป็ นเจา้ ของประเทศ ทุกคนจึงสามารถใช้
สิทธิและเสรีภาพไดเ้ ท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผอู้ ื่น
3. เคารพความแตกต่าง เม่ือประชาชนมีเสรีภาพในประเทศของตน ระบอบประชาธิปไตยจึงให้เสรีภาพ
และยอมรับความหลากหลายของประชาชน ดงั น้นั เพื่อมิให้ความแตกต่างนามาซ่ึงความแตกแยก พลเมืองใน
ระบอบประชาธิปไตยจึงตอ้ งยอมรับและเคารพความแตกต่างของกนั และกนั และยอมรับว่าคนอ่ืนมีสิทธิท่ีจะ
คิดเห็นแตกต่างจากตนเองไดเ้ พ่ือใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกนั ได้
4. เคารพหลกั ความเสมอภาค ทุกคนลว้ นเท่าเทียมกนั ในฐานะท่ีเป็ นเจา้ ของประเทศดงั น้ันพลเมืองจึง
ตอ้ งเคารพหลกั ความเสมอภาคและเห็นผอู้ ื่นเท่าเทียมกนั กบั ตน
5. เคารพกติกา ประชาธิปไตยตอ้ งใชก้ ติกาหรือกฎหมายในการปกครอง ทุกคนตอ้ งเสมอภาคกนั ภายใต้
กติกาน้นั ระบอบประชาธิปไตยจะประสบความสาเร็จไดก้ ็ต่อเมื่อมีพลเมืองท่ีเคารพกติกาและยอมรับผลของการ
ละเมิดกติกา เมื่อมีปัญหาหรือความขดั แยง้ ใดเกิดข้ึนตอ้ งแกไ้ ขโดยใชว้ ิถีทางประชาธิปไตยและกติกา ไมใ่ ชก้ าลงั
หรือความรุนแรง
6. รับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม สังคมย่อมดีข้ึนไดด้ ้วยการกระทาของคนในสังคมพลเมืองใน
ระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นผทู้ ่ีตระหนกั วา่ ตนเองเป็นส่วนหน่ึงของสงั คม และรับผดิ ชอบตอ่ การกระทาของตน
การกระทาใด ๆ ของตนเองย่อมมีผลต่อสังคมส่วนรวม พลเมืองจึงตอ้ งรับผิดชอบต่อสังคมและมองตนเอง
79
เช่ือมโยงกบั สังคม เห็นตนเองเป็ นส่วนหน่ึงของปัญหา และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาน้ันโดยเริ่มต้นที่
ตนเอง คือ ร่วมแกป้ ัญหาดว้ ยการไม่ก่อปัญหา และลงมือทาดว้ ยตนเอง
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั คุณลกั ษณะความเป็ นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
พบว่า นักวิชาการหลายท่านไดน้ า้ เสนอคุณลกั ษณะความเป็ นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยเป็ นไปในทิศทาง
เดียวกนั และสอดคลอ้ งกบั การยดึ ถือปฏิบตั ิในสังคมประชาธิปไตยโดยผวู้ ิจยั สามารถสรุปออกมาเป็น 3 ลกั ษณะ
คือ
1. พลเมืองท่ีมีความรับผิดชอบ หมายถึง บุคคลที่เคารพในสิทธิของผูอ้ ่ืน ดารงตนเป็ นผูย้ ึดมน่ั ในการ
ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี โดยไมล่ ะเลยสิทธิและปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตน คานึงถึงประโยชนส์ ่วนรวมมากกวา่ ประโยชน์ส่วนตน
โดยพิจารณาถึงผลที่เกิดข้ึนจากการกระทา้ ของตนเองต่อครอบครัว เพ่อื นโรงเรียน ชุมชน และสงั คม
2. พลเมืองท่ีมีส่วนร่วม หมายถึง บุคคลที่มีส่วนร่วมต่อการบริหารจดั การดูแลพฒั นาชุมชนและสังคม
และเอาใจใส่ต่อการติดตามกระบวนการทางานของภาครัฐในฐานะท่ีตนเป็นส่วนหน่ึงของสงั คม
3. พลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็ นธรรม หมายถึง บุคคลที่ปฏิบตั ิตนเป็ นผูเ้ อาใจใส่ต่อกิจการบา้ นเมืองใน
ฐานะที่ตนเป็ นส่วนหน่ึงของสังคม มีทกั ษะการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกบั โครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมือง พยายามสืบคน้ เร่ืองท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความไม่เป็นธรรมทางสังคมพยายามแสวงหาแนวทางเพอ่ื สร้างความ
เป็นธรรมในสงั คม และมีความกลา้ หาญทางจริยธรรมยดึ มน่ั และปฏิบตั ิในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง
2. การปฏิบัตติ นเป็ นพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธปิ ไตยในสังคมไทย
สิ่งหน่ึงท่ีจะช่วยให้สังคมไทยมีความสงบสุขและอยู่ร่วมกนั โดยสันติสุข คือ คนไทยทุกคนตอ้ ง ปฏิบตั ิ
ตนเป็ นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ซ่ึงการปฏิบตั ิตนเป็ นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยใน สังคมไทยมี
ดงั น้ี
1. การปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีในครอบครัวประกอบดว้ ยบุคคลหลกั ๆ คือ บิดา มารดาและบุตรธิดาการ
ที่ครอบครัวจะมีความสุข สมาชิกภายในครอบครัวตอ้ งปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกที่ทาดี ต่อกนั คือ บิดามารดาควร
ปฏิบตั ิต่อบุตรโดยเล้ียงดูอบรมส่ังสอนให้ทาส่ิงท่ีถูกตอ้ งตามหลกั ศีลธรรมไม่ให้ประพฤติชว่ั ส่งเสียให้ เล่า
เรียน สอนมารยาทที่ดีงามในสงั คม ไม่ลงโทษโดยใชค้ วามรุนแรง เป็นตน้ ในขณะเดียวกนั บุตรพึงปฏิบตั ิต่อบิดา
มารดาโดยมีความกตญั ญูกตเวที เล้ียงดูบิดามารดา ช่วยกิจการของ ครอบครัว ประพฤติตนเป็ นคนดี เป็ นตน้
นอกจากน้ีสามีและภรรยาควรปฏิบตั ิตนให้เหมาะสมต่อกัน โดย ยกย่องให้เกียรติซ่ึงกันและกันเคารพและ
ซื่อสตั ยไ์ ม่นอกใจ รู้จกั ขยนั ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยดั มีเหตุผลและมี ความเขา้ ใจกนั
2. การปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีในโรงเรียนสมาชิกในโรงเรียนประกอบดว้ ย ครู ลูกศิษย์ เพ่ือน ๆ เป็น
ตน้ ซ่ึงสมาชิกท่ีดีตอ้ งปฏิบตั ิตนต่อกนั โดยครูมีหนา้ ที่อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ กิริยามารยาทต่าง ๆ ให้แก่ ศิษย์
80
ให้เป็นคนเก่ง คนดีนอกจากน้ียงั ตอ้ งปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีเมตตา มีความยุติธรรมปฏิบตั ิตนต่อลูกศิษย์
ทุกคนอย่างเท่าเทียมกนั ส่วนลูกศิษยค์ วรปฏิบตั ิต่อครูโดยประพฤติตนเป็นคนวา่ นอนสอนง่าย มีความอ่อนนอ้ ม
ถ่อมตน ขยนั ต้งั ใจเรียน มีความกตญั ญูกตเวที ไม่ลบหลู่ดูหมิ่น นอกจากน้ีนกั เรียนทุกคนควร ปฏิบตั ิต่อกนั ใน
ฐานะเพ่ือนโดยมีน้าใจเผอื่ แผช่ ่วยเหลือกนั มีความรักใคร่สามคั คี ซื่อสตั ยต์ ่อกนั
3. การปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีในทอ้ งถ่ิน การปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีในทอ้ งถิ่น เช่น ให้ ความร่วมมือ
ในการรักษาความสะอาด และพฒั นาชุมชนให้น่าอยู่ เสียภาษีให้แก่องคก์ รปกครองส่วน ทอ้ งถ่ิน ติดตามดูแล
และตรวจสอบการใหบ้ ริการสาธารณะขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ช่วยกนั อนุรักษห์ รือฟ้ื นฟูจารีตประเพณี
ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น และร่วมกนั ปอู งกนั อาชญากรรมภยั จากสารเสพติด เป็นตน้
4. การปฏิบตั ิตวั เป็ นพลเมืองดีของประเทศการปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีของประเทศ เช่น ไม่ ปฏิบตั ิตน
อนั เป็ นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลอ่ืน ไม่รวมตวั กันในทางท่ีขัดต่อความสงบ เรียบร้อยห รือ
ศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ธารงรักษาไวซ้ ่ึงชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และการ ปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย ไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั เสียภาษอี ากร และมีส่วนร่วมในหน่วยราชการหรือการปูองกนั ประเทศ เป็น
ตน้
แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) กระทรวงศึกษาธิการ
มุ่งเนน้ พฒั นาคุณภาพการศึกษาและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้คนไทยไดเ้ รียนรู้ ตลอดชีวิตเพ่ือคนไทยทุก
กลุ่มวยั มีคุณภาพมีความพร้อมท้งั ทางร่างกายและจิตใจ สติปัญญา มีจิตสานึกของความเป็ นไทย มีความเป็ น
พลเมืองท่ีดี ตระหนักและรู้คุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวฒั นธรรมท่ีดีงาม มีภูมิคุ้มกันต่อการ
เปลี่ยนแปลง และตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศจึงได้ จัดทาแผนพัฒนาการศึกษาของ
กระทรวงศึกษาธิการฉบบั ท่ีสิบเอด็ พ.ศ. 2555-2559 ข้ึนเพ่ือใชเ้ ป็น กรอบแนวทาง การดาเนินงานซ่ึงได้
กาหนดวสิ ยั ทศั นไ์ วว้ า่ “คนไทยไดเ้ รียนรู้ตลอดชีวิตอยา่ งมีคุณภาพ เป็นคนดี มีความสุข มีภมู ิคุม้ กนั รู้เท่าทนั ใน
เวทีโลก”
สาหรับการส่งเสริมความเป็ นพลเมืองดีไดร้ ะบุในยุทธศาสตร์ท่ี 1 กลยุทธ์และแนวทางการ ดาเนินงาน
ในขอ้ 4 โดยมีรายละเอียดดงั น้ี
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานผูเ้ รียน ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และ
สถานศึกษา มีกลยทุ ธแ์ ละแนวทางการดาเนินงานส่งเสริมคณุ ธรรมและความเป็นพลเมืองในระบบ การศึกษา
1. สร้างกระบวนการเรียนเรียนรู้ปลูกจิตสานึกให้ผูเ้ รียนมีคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และมีความ
ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย มีจิตสาธารณะตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. บูรณาการการเรียนรู้ให้หลากหลายท้งั ดา้ นวิชาการทกั ษะชีวิต ศิลปะ ดนตรีวฒั นธรรม ศาสนา และ
ความเป็ นไทย
81
3. ให้พฒั นากระบวนการเรียนรู้และจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติเพื่อพัฒนาความเป็ นพลเมือง ปลูกฝัง
เสริมสร้างความมีวินัย ความสามคั คีและยึดมนั่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั ริยเ์ ป็ น
ประมุข
4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบนั ครอบครัว สถาบนั ศาสนา สถานศึกษาในการ บ่มเพาะ
และพฒั นาคณุ ธรรมจริยธรรมใหก้ บั ผเู้ รียนทกุ ระดบั /ประเภทการศึกษา
3. แนวทางการปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดตี ามวถิ ีชีวิตประชาธิปไตย
การปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดีตามกฎหมาย บุคคลมีหนา้ ที่ปฏิบตั ิตามกฎหมาย ซ่ึงรัฐธรรมนูญ ไดร้ ะบุไว้
กวา้ ง ๆ แต่มีความหมายครอบคลุมกฎหมายทุกประเภทไม่ว่าจะเป็ นกฎหมายเอกชน มหาชน หรือกฎหมาย
ระหวา่ งประเทศรวมท้งั กฎหมายระดบั ต่าง ๆ เช่น พระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง เป็นตน้ เม่ือ
เราตอ้ งเก่ียวขอ้ งหรือสัมพนั ธ์กบั กฎหมายใดก็ตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมายน้นั ๆ อยา่ งเคร่งครัด เพราะกฎหมายแต่
ละฉบบั น้นั ไดม้ ีการร่างและประกาศใชใ้ นราชกิจจานุเบกษาอยา่ ง เปิ ดเผยต่อสาธารณชน จึงเป็นหนา้ ท่ีของชาว
ไทยทุกคนท่ีจะต้องศึกษาและทาความเข้าใจเร่ื องกฎหมาย เพื่อไม่ให้เสียเปรี ยบหรื อได้รับโทษโดย
รู้เทา่ ไมถ่ ึงการณ์
การปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดีตามวัฒนธรรมไทย วฒั นธรรมเป็ นสิ่งท่ีมนุษย์สร้างข้ึน และเป็ น
ลกั ษณะเฉพาะของแต่ละสังคมในการดาเนินชีวิตของคนกลุ่มใดกลุ่มหน่ึงที่แสดงออกถึงความเจริญงอกงาม
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวความกา้ วหนา้ คนส่วนใหญ่ยอมรับวา่ เป็นสิ่งดีงาม โดยสร้าง เป็น
กฎเกณฑ์แบบแผน เพื่อนาไปปฏิบตั ิให้เป็ นไปตามรูปแบบเดียวกนั ถือเป็ น “มรดกแห่งสังคม” เพราะ
วฒั นธรรมเป็ นส่ิงที่มนุษยไ์ ดร้ ับมาจากบรรพบุรุษหรือถ่ายทอดให้แก่อนุชนรุ่นหลงั จนเป็ นวิถีของสังคมเป็ น
วฒั นธรรมท่ีเกิดจากการเรียนรู้ เช่น กริยาทา่ ทาง การพดู การเขยี น การแตง่ กาย มารยาทตา่ ง ๆ เป็นตน้
การปฏิบัติตนเป็ นพลเมืองดีตามประเพณีไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี คือ ส่ิงท่ีปฏิบตั ิสืบทอดกันมา
และถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ส่ิงท่ีดีงามของแต่ละสังคมอาจเหมือนกนั คลา้ ยกนั หรือแตกต่างกนั ก็ได้ และสิ่งที่ดีงาม
ของสังคมหน่ึงเมื่อเวลาผ่านไปสังคมน้นั อาจเห็นเป็ นส่ิงไม่ดีงามก็ได้ วฒั นธรรมและ ประเพณีไทย เป็ น
กิจกรรมที่สืบทอดมายาวนานและสังคมยอมรับว่าเป็ นส่ิงดีควรอนุรักษ์ไว้ เช่น ประเพณี การบวช การ
แต่งงาน การเผาศพ การทอดกฐิน การเขา้ พรรษา รวมถึงประเพณีทอ้ งถิ่นที่นิยมปฏิบตั ิกนั ในแต่ละทอ้ งถ่ิน เช่น
ภาคกลางมีประเพณีวิ่งควาย อุม้ พระดาน้า ทาขวญั ขา้ ว ภาคใตม้ ีประเพณีชกั พระ เห่ผา้ ข้ึนพระธาตุ
ภาคเหนือมีประเพณีรดน้าดาหวั ปอยส่างลอง และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมีประเพณีไหล เรือไฟ บุญบ้งั ไฟ แห่
เทียนเขา้ พรรษา แห่ผีตาโขน เป็นตน้
82
4. พลเมืองดีตามแนวทางพุทธศาสนา
ควรประกอบดว้ ยคุณธรรม 3 ประการ คือ บุคคลท่ีเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย จะมีพฤติกรรม
พลเมืองดีตามแนวทางพุทธศาสนา ควรประกอบดว้ ยคณุ ธรรมท่ีสาคญั 3 ดา้ น ดงั น้ี
ด้านคารวธรรรม เป็นพฤติกรรมที่แสดงใหเ้ ห็นถึงความเคารพซ่ึงกนั และกนั เคารพใน ระเบียบกฎเกณฑ์
หรือระเบียบขอ้ บงั คบั ของสังคมส่วนรวม การประพฤติตนเป็นผมู้ ีคารวธรรมปฏิบตั ิได้ ดงั น้ี
1. เคารพบุคคลท่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยเฉพาะบิดามารดาซ่ึงเป็นผใู้ หก้ าเนิด เคารพญาติผใู้ หญ่ เช่น ป่ ู ยา่ ตา ยาย
และผสู้ ูงอายเุ คารพครูอาจารย์ และเพอ่ื น ๆ โดยแสดงความเคารพและกล่าวคาทกั ทายดว้ ย คาสุภาพ
2. เคารพกฎระเบียบทางสังคม เช่น ยดึ มนั่ ใ นขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดีงามของสังคม ปฏิบตั ิ
ตามกฎหมายของประเทศ
3. เคารพสิทธิของผอู้ ื่น เช่น ไม่ทาร้ายผอู้ ื่นโดยเจตนาไม่เอาทรัพยข์ องผอู้ ่ืนมาเป็นของตน โดยไม่ไดร้ ับ
อนุญาต ไมท่ าใหผ้ อู้ ื่นเส่ือมเสียชื่อเสียง เป็นตน้
4. เคารพความคิดเห็นของผูอ้ ื่น เช่น ควรฟังความคิดเห็นของผูอ้ ่ืนดว้ ยความต้งั ใจและ ไตร่ตรองก่อน
ตดั สินใจวา่ จะเชื่อหรือไม่เช่ือ และไม่ควรยดึ ถือความคิดเห็นของตนวา่ ถูกเสมอไป
5. เคารพและเทิดทูนสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริยซ์ ่ึงถือเป็ นสถาบนั ที่สาคญั สูงสุดของ
ประเทศ
ด้านสามคั คธี รรม เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกของบคุ คลซ่ึงอยรู่ วมกนั ในสงั คมและมีการ ทางานร่วมกนั
มีการประสานประโยชนข์ องหน่วยงานและองคก์ รร่วมกนั มีลกั ษณะการร่วมคดิ ร่วมทา หรือทางานเป็นทีมดว้ ย
ความเต็มใจเป็ นน้าหน่ึงใจเดียวกนั และต้งั ใจปฏิบตั ิงานน้ันให้สาเร็จลุล่วงตาม วตั ถุประสงค์หรือเป้าหมายท่ี
กาหนดการประพฤติตนเป็นผมู้ ีสามคั คธี รรม ปฏิบตั ิได้ ดงั น้ี
1. ร่วมกนั คิด ช่วยกนั วางแผน และร่วมกนั ทางานดว้ ยความเตม็ ใจ
2. ร่วมกนั รับผดิ ชอบ ทางานที่ไดร้ ับมอบหมายใหส้ าเร็จ
3. ร่วมกนั ติดตาม ประเมินผลการดาเนินงานอยา่ งตอ่ เนื่อง
4. ร่วมกนั ปรับ ปรุง มีการ แกไ้ ข พฒั นางาน ใหม้ ีประสิทธิภาพ
5. ร่วมกนั ทางาน โดยคานึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลกั
ด้านปัญญาธรรม เป็ นพฤติกรรมของบุคคลท่ีแสดงออกในด้านของผูใ้ ช้สติปัญญา ใช้เหตุผล และ
ความถูกตอ้ งในการพฒั นาหรือแก้ปัญหาในการดาเนินชีวิตประจาวนั เช่น การใช้ความรู้และ สติปัญญาจาก
83
การศึกษาเล่าเรียนมาประกอบอาชีพ หรือพฒั นาครอบครัว ชุมชน และสังคมของเราให้น่า อยู่ เป็ นตน้ การ
ประพฤติตนเป็นผมู้ ีปัญญาธรรม ปฏิบตั ิได้ ดงั น้ี
1. มีความคดิ กวา้ งไกล โดยรับฟังขา่ วสารและความคดิ เห็นของผอู้ ื่น
2. ใชเ้ หตุผลในการแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ไมน่ าอารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตวั มาใชต้ ดั สินปัญหา
3. แสดงความคดิ เห็น โดยปราศจากอคติ
4. รู้จกั การคดิ มีการวิเคราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์อยา่ งมีเหตุผล
5. รู้จกั โตแ้ ยง้ ดว้ ยเหตุผล ถา้ มีการโตแ้ ยง้ ในหมู่คณะให้ใช้เหตุผล และสติปัญญาเพ่ือให้อีก ฝ่ ายหน่ึง
ยอมรับฟัง ไม่ใชอ้ ารมณ์มาเป็นตวั ตดั สินปัญหา
5. หน้าที่ของพลเมืองดตี ามหลกั ธรรม
การปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดีตามหลกั ธรรม ประกอบดว้ ย จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม
จริยธรรม หมายถึง หลกั ในการประพฤติปฏิบตั ิที่ไม่ทาใหผ้ อู้ ่ืนเดือดร้อนเสียหาย หลกั การ ของกิริยาที่
ควรประพฤติทาใหส้ ังคมอยรู่ ่วมกนั โดยสงบ
คุณธรรม หมายถึง หลกั ในการประพฤติปฏิบตั ิที่สร้างประโยชน์ใหแ้ ก่ผอู้ ่ืน หลกั การที่ดีมี ประโยชน์ท่ี
สังคมเห็นวา่ เป็นความดีความงาม
ศีลธรรม หมายถึง หลกั ในการประพฤติปฏิบตั ิท่ีไม่ทาให้ผูอ้ ื่นเดือดร้อนเสียหาย พร้อมกนั น้ัน ก็สร้าง
ประโยชน์ใหแ้ ก่ผอู้ ื่นดว้ ยรักษา กาย วาจา ใจใหเ้ ป็นปกติ ไมท่ าชวั่ เบียดเบียนผอู้ ื่น
การเป็ นพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย หมายถึง การที่พลเมืองมีหลกั การดาเนินชีวิตท่ีมี คุณธรรม
จริยธรรม และมีบทบาทในการกระทาที่มีคุณลกั ษณะทางประชาธิปไตยเป็นองคป์ ระกอบที่ สาคญั ใน การ
ดาเนินชีวิต โดยคณุ ธรรมของการเป็ นพลเมืองดีในสังคมประชาธปิ ไตยมีดงั น้ี
1. ความจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริยห์ มายถึง การที่บุคคลมีความสานึก ถึง
ความสาคญั ของความเป็นคนไทย มีจิตใจฝักใฝ่ ศาสนา และตระหนกั ถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระมหากษตั ริย์
ปฏิบตั ิตนในการผดุงรักษาสถาบนั ชาติ ศาสนาและพระมหากษตั ริยใ์ หค้ งอยคู่ ่สู งั คมไทย ตลอดไป
2. การยดึ มน่ั ในหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนเองนบั ถือทกุ ศาสนามีหลกั ศีลธรรมท่ีช่วยสร้าง จิตใจของคน
ให้กระทาดีไม่เบียดเบียนกนั มีใจเอ้ือเฟ้ื อเผ่ือแผ่แก่กัน สมาชิกในสังคมสมควรศรัทธาใน ศาสนาท่ีตนนับถือ
แลว้ ปฏิบตั ิตามหลกั ศีลธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถืออยา่ งสม่าเสมอ
3. ความซื่อสตั ย์ หมายถึง การกระทาที่ถกู ตอ้ ง ตรงไปตรงมา ไม่ยดึ เอาสิ่งของผูอ้ ื่นมาเป็นของตน บคุ คล
ควรซื่อสัตยต์ ่อตนเอง คือ กระทาตนให้เป็ นคนดี และบุคคลควรซื่อสัตยต์ ่อบุคคลอ่ืนๆ หมายถึงกระทาดีและ
ถูกตอ้ งตามหนา้ ที่ตอ่ ผอู้ ื่น
84
4. ความเสียสละ หมายถึง การคานึงถึงประโยชน์ของสังคมส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วน ตน และ
ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพ่อื ประโยชน์แก่ผอู้ ื่นและส่วนรวม
5. ความรับผิดชอบ หมายถึง การยอมรับการกระทาของตนเองหรือการทางานตามหน้าท่ีท่ี ได้รับ
มอบหมายใหส้ าเร็จลุลว่ ง
6. การมีระเบียบวินยั หมายถึง การกระทาท่ีถูกตอ้ งตามกฎเกณฑท์ ่ีสังคมกาหนดไว้
7. การตรงต่อเวลา หมายถึง การทางานหรือทาหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมายใหส้ าเร็จลุล่วงทนั ตรงตามเวลา
ท่ีกาหนดโดยใชเ้ วลาอยา่ งคุม้ คา่
8. ความกลา้ หาญทางจริยธรรม หมายถึง การกระทาที่แสดงออกในทางที่ถูกที่ควรโดยไม่ เกรงกลวั
อิทธิพลใด ๆ ความกลา้ น้ีไมใ่ ช่การอวดดี แตเ่ ป็นการแสดงออกอยา่ งมีเหตผุ ล เพื่อความถกู ตอ้ ง
85
แบบฝึ กหดั ท้ายบทท่ี 3
คาสั่ง จงเลือกคาตอบท่ีถกู ท่ีสุดแลว้ กากบาทลงในกระดาษคาตอบ ก ข ค ง
1. พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยหมายความวา่ อยา่ งไร
ก. สมาชิกของสังคมที่เชื่อฟังผมู้ ีอานาจทางการปกครอง
ข. สมาชิกของสงั คมที่เคารพระเบียบของสังคม
ค. สมาชิกของสังคมท่ีมีอิสรภาพในการดาเนินวถิ ีชีวิต
ง. สมาชิกของสังคมที่อยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข
2. แนวคิดเรื่องพลเมืองท่ีสมบรู ณ์ (Perfect Citizen Concept) เป็นแนวคิดของนกั คิดทา่ นใด
ก. เพลโต
ข. อริสโตเติล
ค. โทมสั ฮอบส์
ง. โสกราตีส
3. คากลา่ ววา่ “มนุษยจ์ ะไปถึงศกั ยภาพเตม็ ที่ของชีวิตไดด้ ว้ ยการเป็นพลเมืองท่ีเขา้ ไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ
ชุมชนการเมืองหรือกิจกรรมสาธารณะ” เป็นคากล่าวของนกั คิดท่านใด
ก. เพลโต
ข. อริสโตเติล
ค. โทมสั ฮอบส์
ง. โสกราตีส
4. พลเมืองดีตามแนวพระพทุ ธศาสนาประกอบดว้ ยคุณธรรมก่ีดา้ น
ก. 3 ดา้ น
ข. 6 ดา้ น
ค. 9 ดา้ น
ง. 10 ดา้ น
5. การส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีไดใ้ นยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 วา่ ดว้ ยเรื่องอะไร
ก. การส่งเสริมดา้ นคุณธรรมและจริยธรรม
ข. การส่งเสริมดา้ นการคิดวิเคราะห์
ค. การยกระดบั คณุ ภาพดา้ นการวิจยั
86
ง. การยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานผเู้ รียน
6. ในการปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ของพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตยน้นั จะตอ้ งนาหลกั คุณธรรมใดมาเป็น แนวทาง
ในการปฏิบตั ิมากท่ีสุด
ก. ความซื่อตรง
ข. ความรับผิดชอบและความมีวนิ ยั
ค. ความเมตตากรุณา
ง. ความเอ้ือเฟ้ื อและความเสียสละ
7. การปฏิบตั ิตนตามบทบาทของพลเมืองดีในขอ้ ใดที่มีผลตอ่ ความระเบียบเรียบร้อยของสงั คม
ก. เขา้ รับการศึกษาอบรม
ข. ปฏิบตั ิตนตามกฎหมาย
ค. ปฏิบตั ิตนตามคา่ นิยมที่ดี
ง. การปฏิบตั ิตนตามพธิ ีกรรมทางศาสนาอยา่ งเคร่งครัด
8. การเป็นพลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตยตอ้ งมีคุณธรรมดา้ นใด
ก. ดา้ นคารวธรรม
ข. ดา้ นสามคั คธี รรม
ค. ดา้ นปัญญาธรรม
ง. ถกู ทุกขอ้
9. ขอ้ ใดกล่าวถึงการปฏิบตั ิตวั เป็นพลเมืองดีในทอ้ งถิ่นไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ก. กลา้ ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรียน
ข. โกเ้ ขา้ ร่วมประชุมเป็นประจา
ค. กอ้ ยเสียภาษีในทกุ ๆปี
ง. กรเขา้ ร่วมชุมนุมประทว้ งการทางานของรัฐที่ไม่เอ้ือต่อผลประโยชน์ของตน
10. การยอมรับความคิดเห็นของผอู้ ื่นเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยตอ้ งมีคณุ ธรรมดา้ นใด
ก. ดา้ นคารวธรรม
ข. ดา้ นสามคั คีธรรม
ค. ดา้ นปัญญาธรรม
ง. ถกู ทุกขอ้
87
เฉลยแบบฝึ กหดั ท้ายบทที่ 3
1. ค 2. ก 3. ข 4. ก 5. ง 6. ข 7.ข 8. ง 9. ค 10. ก
88
เอกสารอ้างองิ บทที่ 3
กรมวิชาการ กลุ่มวิจัยพัฒนาการเรี ยนรู้. (2540). การศึกษาศักยภาพของเด็กไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ.2540).
กรุงเทพฯ: โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพร้าว.
ชัยอนันต์ สมุทวณิช. (2545). คู่มือการเรียนการสอนพลเมือง-พลโลก: การบูรณาการการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง ตามแนวทางรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ.กรุงเทพฯ: คุรุ
สภาลาดพร้าว.
ชุติมา ไชยสิ ทธ์ิ. (2554). "การพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุของความรับผิดชอบต่อสั งคมของนักเรียน
มัธยมศึกษาตอนปลาย." วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัย
การศึกษา ภาควชิ าวิจยั และจิตวทิ ยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ถวิลวดี บุรีกุล เออเจนี เมริโอ และ รัชวดี แสงมหะหมดั . (2557). พลเมืองไทย : การสร้างความเป็ นพลเมือง
ในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ :: สานกั วิจยั และพฒั นา สถาบนั พระปกเกลา้ .
ทิพยพ์ าพร ตนั ติสุนทร. (2554). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง. กรุงเทพฯ: สถาบนั นโยบายการศึกษา.
ธเนศวร์ เจริญเมือง. (2548). แนวคิดว่าด้วยความเป็ นพลเมือง. นนทบุรี: วิทยาลยั พฒั นาการปกครองทอ้ งถ่ิน
สถาบนั พระปกเกลา้ .
ธีระพงษ์ วงษ์นา. (2557). "ความเป็ นธรรม หลากมิติ หลายมุมมอง สู่ดัชนีช้ีวัดทางสังคม." วารสาร
ธรรมศาสตร์ 33, 2: 131-150.
บวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ. (2553). รากฐานประชาธิปไตย. ม.ป.ท.: ม.ป.พ.
บุ ณิ ก า จัน ท ร์ เ ก ตุ , ก า ร ส ร้ า ง จิ ต ส า นึ ก ส า ธ า ร ณ ะ ใ น สั ง ค ม ไ ท ย , [อ อ น ไ ล น์ ], แ ห ล่ ง ท่ี ม า :
http://www.stou.ac.th/study/sumrit/๘-๕๔(๕๐๐)/page๑-๘-๕๔(๕๐๐).htm
ปริญญา เทวานฤมิตรกลุ . (2555). การศึกษาเพ่ือสร้างพลเมือง : พฒั นาการเมืองไทยโดยสร้าง ประชาธิปไตยท่ี
คน. กรุงเทพฯ: นานมีบคุ๊ ส์.พบั ลิเคชน่ั ส์ จากดั .
วิชยั ตนั ศิริ. (2556). ความเป็ นพลเมืองเพ่ือสังคมธรรมาธิปไตย. ปทุมธานี: สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั รังสิต.
89
วลยั อิศรางกรู ณ อยธุ ยา. (2549). "หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐานเพือ่ พฒั นาความเป็นพลเมืองไทยและ พลเมือง
โลก: บทบาทสาคญั ของกลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม." ในประมวล บทความ เรื่ อง
หลกั สูตรและการพฒั นาหลกั สูตรตามแนวปฏิรูปการศึกษา, 118-139. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
วลัย พานิช. (2542). ความเป็ นพลเมืองดีในวิชาสังคมศึกษา การวิเคราะห์หลักสูตรมัธยมศึกษาประมวล
บทความการเรียนการสอนและการวิจัยระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
เวสาลี ชาติสุทธิพนั ธุ์. (2550). "การพฒั นาระบบการเรียนรู้เชิงบริการเพ่ือเสริมสร้างความรับผดิ ชอบ
สาธารณะของนักศึกษาหลกั สูตรบริหารธุรกจิ ระดบั ปริญญาบัณฑิต." วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบณั ฑิต
สาขาวชิ าอุดมศึกษา ภาควชิ านโยบาย การจดั การ และความเป็นผนู้ า้ ทางการศึกษาคณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ศรัณยุ หม้ันทรัพย.์ (2550). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง : ฐานรากของการเมืองภาคพลเมือง. เขา้ ถึงเม่ือ 18
พฤศจิกายน 2561. เขา้ ถึงไดจ้ าก http://gg.gg/egqbn
ศภุ ณฐั เพม่ิ พนู ววิ ฒั น.์ (2558). การสร้างสานึกพลเมือง. กรุงเทพฯ: สถาบนั พระปกเกลา้ .
สถาบันพระปกเกล้า. (2544). "ความหมายและความสาคัญของการเรียนรู้เพ่ือความเป็ นพลเมือง (Civic
Education)." ใน การประชุมวิชาการ สถาบันพระปกเกล้า คร้ังท่ี 2 การมีส่ วนร่วมของประชาชน
ความย่ังยืนของประชาธิปไตย, 87-120. นนทบุรี: หจก.ธรรกมลการพมิ พ.์
สานกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั . (2558). คู่มือพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: บริษทั รุ่งศิลป์
การพมิ พ์ (1977) จากดั .
สานกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร. (2555). พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สานักการพิมพ์
สานกั เลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร.
สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพทุ ธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากดั .
90
_______. (2557ก). Civic Education พลังเยาวชน พลังพลเมือง: การจัดการศึกษาเพื่อสร้ างความเป็ น
พลเมือง. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
_______. (2557ข). แนวทางการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพ่ิมเติมหน้าที่พลเมือง. กรุ งเทพฯ: สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สุวิมล จุลวานิช. (2548). "ภาระหนา้ ที่และความรับผิดชอบของบุคคล." ใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม
, 35-74. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอด็ ดูเคชนั่ .
เอนก เหล่าธรรมทศั น์. (2554). การเมืองภาคพลเมือง. กรุงเทพฯ: สถาบนั พระปกเกลา้ .
Abowitz, K. K., & Harnish, J. (2006). "Contemporary discourses of citizenship." Review of Educational
Research 76, 4: 653-690.
Cogan, J., & Derricott, R. (2000). Citizenship for the 21st century: An international perspective on
education. London: Kogan page.
Cogan, J. J. (1997). Multidimensional citizenship: educational policy for the 21stcentury: An
executive summary of the citizenship education policy study project: University of Minnesota.
Davies, I., Gregory, I., & Riley, S. (2002). Good citizenship and educational provision: Routledge.
Galston, W. A. (1991). Liberal purposes: Goods, virtues, and diversity in the liberal state:
Cambridge University Press.
Karen L. Hinton. (2010). Self Responsibility and Social Responsibility. Accessed May 5, 2017. Available
from http://www.unce.unr.edu/publications/files/cy/other/fs9396.pdf
McClosky, H. and the others. (1968). "Political participation." International Encylopedia
of the Social Science 12: 252-265.
Milbrath, L. W. (1965). Political participation: How and why do people get involved
in politics?. Chicaco: Rand Mc.Nally&Company.
Self, J. (2005). Civic Responsibility. Accessed 2017, 1 May. Available from
http//www.learningtogive.org/papers/index.asp?bpid=11
Weeks, D. C. (1998). Cultivating a caring community. NSEE Quarterly.
91
Westheimer, J., & Kahne, J. (2004). "What kind of citizen? The politics of educating for
democracy. American Educating Research Journal 41, 2: 237 - 269.