The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PK.JITTICHAI MATWONG, Asst. prof., 2021-06-17 22:18:04

บทที่ 5 หลักธรรมาภิบาล

บทที่ 5

บทท่ี 5
หลกั ธรรมาภบิ าล

สาระสาคัญ
“หลกั ธรรมาภิบาล” หรืออาจเรียกไดว้ ่า “การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดีหลกั ธรรมรัฐและ บรรษทั

ภิบาล ฯลฯ ” ซ่ึงเรารู้จักกัน ในนาม “Good Governance” ท่ีหมายถึง การปกครองที่เป็ นธรรม น้ัน ไม่ใช่
แนวความคิดใหม่ท่ีเกิดข้ึนในสังคม แต่เป็นการสะสมความรู้ท่ีเป็นวฒั นธรรมในการอยู่ ร่วมกนั เป็นสังคมของ
มวลมนุษยเ์ ป็นพนั ๆปี ซ่ึงเป็นหลกั การเพ่ือการอยู่ร่วมกนั ในบา้ นเมืองและสังคม อย่างมีความสงบสุข สามารถ
ประสานประโยชน์และคลี่คลายปัญหาขอ้ ขดั แยง้ โดยสนั ติวิธีและพฒั นาสังคมใหม้ ีความยงั่ ยนื

สาระการเรียนรู้
1. แนวคิดเก่ียวกบั หลกั ธรรมาภิบาล
2. ความหมายหลกั ธรรมาภิบาล
3. องคป์ ระกอบของหลกั ธรรมาภิบาล
4. การนาหลกั ธรรมาภิบาลมาใชใ้ นประเทศไทย
5. การประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ธรรมาภิบาล

1. แนวคิดเกยี่ วกบั หลกั ธรรมาภบิ าล
จากการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกบั หลกั ธรรมาภิบาลของนกั วิชาการหลากหลายท่านได้ ประมวลแนวคิด

เกี่ยวกบั หลกั ธรรมาภิบาลมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี

1.1 ความเป็ นมาของหลกั ธรรมาภบิ าล
ธรรมาภิบาลเป็ นแนวคิดท่ีมีมาแต่โบราณกาล นับแต่สมัยเพลโต (Plato) และอริสโตเติล

(Aristotle) นกั ปราชญห์ ลายท่านไดพ้ ยายามคน้ หารูปแบบการปกครองท่ีดีแต่ก็ยงั ไมไ่ ดค้ วามหมาย และขอบเขต
ท่ีชดั เจนอาจกล่าวไดว้ า่ รูปแบบและวิวฒั นาการรูปแบบธรรมาภิบาลที่ดี ท่ีเกิดข้ึนในช่วง หลงั สงครามโลกคร้ัง
ท่ี 2 เม่ือมีการคน้ หารูปแบบการปกครองที่สามารถนาประเทศไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยตะวนั ตกของ
ประเทศที่ไดร้ ับการปลดปล่อยจากอาณานิคมและสามารถฟ้ื นฟู ประเทศจากความเสียหายหลงั สงคราม ซ่ึง
ต่อมาระบบการปกครองดงั กล่าว ผสมผสานกบั ระบบ ราชการของเวบเบอร์ (Weber) ไดถ้ ูกนาไปใชใ้ นประเทศ
ตา่ ง ๆ ทวั่ โลก ซ่ึงลกั ษณะของระบบดงั กล่าว เป็นการปกครองที่มีโครงสร้างเป็นลาดบั ข้นั มีการเมืองท่ีเป็นกลาง
มีเป้าหมายท่ีปฏิบัติได้และมีการประสมประสานของระบบคุณธรรม อย่างไรก็ตามรูปแบบของเวบเบอร์

125

(Weber) ยากท่ีจะนาไป ประยุกตใ์ ชแ้ ละสานต่อเน่ืองจากการขยายตวั ของระบบราชการทาให้ยากต่อการจดั การ
ขาดความ ยดื หยนุ่ ในการปรับตวั ตามการเปล่ียนแปลงที่รวดเร็วของโลก นอกจากโครงสร้างระบบราชการทาให้
การปกครองบา้ นเมืองขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลและยงั ก่อให้เกิดช่องทางการบิดเบือน การใช้อานาจ
และการคอรัปชนั่ ในช่วงตน้ พ.ศ. 2523 นกั วิชาการส่วนใหญต่ ่างเห็นพอ้ งวา่ แนวทาง การบริหารภาครัฐที่เป็นอยู่
ไม่สอดคลอ้ งกบั สภาพเศรษฐกิจและสังคมท่ีเปล่ียนแปลงตลอดเวลา จึงจาเป็นตอ้ งมีการปฏิรูปและการปรับปรุง
รูปแบบของการปกครองใหม่ ในช่วงดงั กล่าวมีองค์กร ระหว่างประเทศท่ีสาคญั ๆ เช่น ธนาคารโลก(World
Bank) และกองทุนนานาชาติไดเ้ ขา้ มามีบทบาท ในการสนบั สนุนพฒั นาแนวคิดเก่ียวกบั การปกครองท่ีดีหรือที่
เรียกกนั วา่ Good Governance หรือ ธรรมาภิบาล

ดงั น้นั แนวคิดธรรมาภิบาลจึงไม่ใช่เร่ืองใหม่แต่เป็นการสะสมความรู้ที่เป็นวฒั นธรรม ในการอยรู่ ่วมกนั
ในบา้ นเมืองและสังคมอย่างมีความสงบสุข สามารถประสานประโยชน์และคล่ีคลาย ปัญหาความขดั แยง้ โดย
สันติวิธีและสังคมท่ีมีการพฒั นาท่ียง่ั ยนื (สานกั งานคณะกรรมการราชการ พลเรือน, 2542 : 1)

สาหรับประเทศไทยเร่ิมมีการนาแนวคิดธรรมาภิบาลมาใชแ้ พร่หลายภายหลงั ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2540 และหลงั จากวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม ในปี พ.ศ. 2540 เป็ นตน้ มา ท้งั น้ี
เนื่องจากในหนงั สือแสดงเจตจานงเงินจากกองทุนระหวา่ งประเทศ (IMF) ที่ระบุใหร้ ัฐบาลไทยให้คามนั่ สัญญา
ว่าจะสร้าง Good Governance ให้เกิดข้ึนในการบริหารจดั การ ภาครัฐโดยรัฐบาลในขณะน้ันไดพ้ ิจารณาเห็น
ความจาเป็นท่ีประชาชาติตอ้ งมีการบริหารกิจการบา้ นเมือง และสังคมท่ีดีเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ในการบูรณะ
สังคมและประเทศ เพื่อพลิกฟ้ื นภาวะวิกฤตทาง เศรษฐกิจ สร้างความเขม้ แข็งให้กับเศรษฐกิจ สังคม และ
การเมืองของประเทศ เพื่อสามารถรองรับ กระแสการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ให้ทนั สถานการณ์รัฐบาลไดม้ ีหนงั สือ
ลงวนั ท่ี 15 ธันวาคมพ.ศ. 2540 โดยขอความร่วมมือจากสถาบนั วิจยั เพ่ือการพฒั นาประเทศ (TDRI) ในการ
ดาเนินการคน้ ควา้ วิจยั เพ่ือเสนอแนวทางที่เหมาะสม ไดม้ ีการระดมแนวคิดเพื่อแกป้ ัญหาและพฒั นาประเทศใน
ระยะส้ันและระยะยาวให้ยงั่ ยนื ซ่ึงคณะทางานดงั กล่าวไดจ้ ดั เอกสารขอ้ เสนอเพ่ือส่งเสริม ธรรมาภิบาลไทยและ
เสนอแนวทางแกไ้ ขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ซ่ึงมูลนิธิสถาบนั วจิ ยั เพอ่ื การพฒั นาประเทศไทยไดร้ ะดม แนวคิดใน
ประเทศไทยหลายสาขาท่ีอาสาสมคั รมาร่วมทางานและคณะทางานไดจ้ ดั ทาเอกสารขอ้ เสนอเพื่อเสริมสร้างธรร
มาภิบาลไทย เมื่อวนั ท่ี23 เมษายน พ.ศ. 2542 นายกรัฐมนตรีไดม้ อบหมายให้ เลขาธิการคณะกรรมการราชการ
พลเรือน จดั ทาบนั ทึกขอ้ กาหนดเร่ืองน้ีเป็นวาระแห่งชาติโดยเสนอ ต่อคณะรัฐมนตรีและใหค้ วามเห็นชอบ เมื่อ
วนั ท่ี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 และวนั ท่ี22 มิถุนายน พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรีไดม้ ีมติเห็นชอบให้ออกระเบียบ
สานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการสร้างระบบ บริหารกิจการบา้ นเมืองและสังคมท่ีดีพ.ศ. 2542 โดยนายกรัฐมนตรี
ไดล้ งนามในระเบียบดงั กล่าว เมื่อวนั ที่30 มิถุนายน พ.ศ. 2542 ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบบั ประกาศ

126

ทวั่ ไป เล่มที่116 ตอนที่ 63 ง เมื่อวนั ท่ี10 สิงหาคม พ.ศ. 2542 มีผลบงั คบั ใช้ต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราช
กิจจานุเบกษา (พฤทธิสาน ชุมพล, 2546)

แนวคิดการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลตามภาษาไทย เป็ นแนวคิดที่ได้มีการกล่าวถึง อย่าง
กวา้ งขวางหลงั จากมีเหตุการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจในประเทศไทยและในเอเชียตะวนั ออก โดยแนวคิดเรื่องการ
จดั การปกครองและการจดั การปกครองท่ีดีน้นั ไดร้ ับการรณรงคอ์ ยา่ งมากโดย สถาบนั ทางเศรษฐกิจและการเงิน
ระดบั โลก (พฤทธิสาน ชุมพล, 2546) และดงั ท่ีทราบแลว้ วา่ แนวคิดน้ีไดม้ ีการคน้ พบมาต้งั แต่ปี พ.ศ. 2532 แต่ถึง
กระน้นั ก็มิไดม้ ีการนาคาวา่ Good governance มาใชอ้ ย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงกล่าวไดว้ า่ คาวา่ Good governance เพ่ิง
มีการนามาใชอ้ ย่างเป็นจริงเป็นจงั เม่ือไม่นานน้ีเอง ดงั ท่ี อรพินท์ สพโชคชยั (2541) กล่าวถึงการพฒั นาการของ
การใชค้ า Good governance ไวว้ ่า คาว่า Good governance เพิ่งปรากฏและมีการใช้ในวงการของนักวิชาการท่ี
สนใจการพฒั นากลไก การบริหารและการปกครองของสังคมเมื่อไม่นานมาน้ีส่วนคาว่า Governance น้ันได้
ปรากฏอยู่ในพจนานุกรมและมีผูใ้ ช้กนั มานานแลว้ โดยพจนานุกรมได้ให้ความหมายคาว่า Governance ดังน้ี
Governance means (1) The act, process, or power of governing ; government, (2) The state of being governed
ซ่ึงแปลกนั ตรง ๆ ก็หมายถึงการ กระทากระบวนการ หรืออานาจในการบริหาร การปกครอง ซ่ึงเมื่อใชก้ บั
รัฐก็น่าจะมีความหมายใกลเ้ คียงเกี่ยวขอ้ งกบั คาว่าภาครัฐ (State) ซ่ึงอาจจะ หมายถึงท้งั รัฐบาล (Government)
และระบบราชการ (Civil service) (อรพินท์ สพโชคชยั , 2541)

แนวคดิ เร่ือง Good governance หรือหลกั ธรรมาภิบาลสากลน้ีจึงยงั เป็นแนวคดิ ท่ีใหมแ่ ละ จากการอา้ งอิง
ขอ้ มูลจากองคก์ รบางองคก์ รพบว่าเพิ่งมีการใชค้ ร้ังแรกของธนาคารโลกเม่ือปี 1989 ในรายงานเร่ือง Sub-Sahara
Africa: From Crisis to Sustainable Growth ซ่ึงเป็นรายงานของธนาคารโลก ในยคุ แรกที่ไดก้ ล่าวถึงความสาคญั
ของการมี Good governance และการฟ้ื นฟูเศรษฐกิจ ถึงกระน้นั ก็ตาม ธนาคารโลกเองก็มิไดม้ ีการพฒั นาให้เป็น
ที่ยอมรับเทา่ ที่ควรฝ่ายองคก์ รที่ไดน้ าแนวคดิ น้ีมาใช้ อยา่ งจริงจงั อีกท้งั ไดเ้ ป็นแกนนา ในการผลกั ดนั แนวคดิ และ
สร้างความยอมรับร่วมกนั ในระดบั โลกวา่ กลไกประชารัฐท่ีดีและการพฒั นาคนที่ ยงั่ ยนื เป็นประเด็นสาคญั ที่ไม่
สามารถจะแยกออกจากกนั ได้ กลไกประชารัฐเป็นรากฐานที่ทาให้คนในสงั คมโดยรวมอยูร่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข
คือ องค์กรพัฒนา แห่งประชาชาติ(United Nations Development Programme (UNDP)) โดยท่ี UNDP ได้นา
แนวคิด ดังกล่าวไปศึกษาวิเคราะห์และได้อธิบายรายละเอียดไวใ้ นเอกสารนโยบายเร่ือง Governance for
Sustainable Human Development ดงั ที่ อรพินท์ สพโชคชยั (2541 : 2) อธิบายไวจ้ ากการไดศ้ ึกษา ความเป็นมา
ของหลกั ธรรมาภิบาล

สรุปไดว้ ่าธรรมาภิบาลเป็ นแนวทางการบริหารงานของภาครัฐเพื่อพลิกฟ้ื นภาวะวิกฤตทาง เศรษฐกิจ
และพฒั นาประเทศรวมถึงการพฒั นาคนที่ยงั่ ยนื นา ไปสู่การแกไ้ ขปัญหาวกิ ฤตเศรษฐกิจ ของชาติ

127

2. ความหมายของหลกั ธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาลเป็ นคาท่ีมาจากภาษาสันสกฤต คือ ธรรม กับ อภิบาล (พิศมัย หมกทอง , 2554) ตาม

พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถานพ.ศ. 2554 (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2556 : 597) ธรรม หมายถึง คณุ ความดีคาส่งั
สอนในศาสนา หลกั ปฏิบติในศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกตอ้ ง กฎ กฎเกณฑก์ ฎหมาย และสิ่งของ
ส่วนคาวา่ อภิบาล (ราชบณั ฑิตยสถาน, 2556 : 1374) หมายถึง บารุงรักษาและปกครอง

ธนาคารโลก (World Bank อา้ งใน นฤมล ทบั จุมพล, 2541 : 15) ไดใ้ ห้ความหมาย ธรรมาภิบาลว่า เป็น
ลกั ษณะและวิถีทางของการใชอ้ านาจทางการเมือง เพอื่ จดั การงานของบา้ นเมือง โดยเฉพาะการจดั การทรัพยากร
ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อการพฒั นา ซ่ึงเป็ นการช้ี ให้เห็นความสาคญั ของการมี ธรรมาภิบาล
ช่วยในการฟ้ื นฟูเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลสามารถ ให้บริการท่ีมีประสิทธิภาพ มีระบบที่ยุติธรรม มี
กระบวนการกฎหมายท่ีอิสระ ระบบราชการมีฝ่ าย นิติบัญญัติและส่ือที่มีความโปร่งใส รับผิดชอบ และ
ตรวจสอบได้

ธรรมาภิบาล (Good governance, 2558) คือการปกครองการบริหารการจดั การการควบคุม ดูแลกิจการ
ต่าง ๆ ใหเ้ ป็นไปในครรลองธรรมนอกจากน้ียงั หมายถึงการบริหารจดั การท่ีดีซ่ึงสามารถ นาไปใชไ้ ดท้ ้งั ภาครัฐ
และเอกชน ธรรมท่ีใชใ้ นการบริหารงานน้ีมีความหมายอยา่ งกวา้ ง กล่าวคือ หาไดม้ ีความหมายเพียงหลกั ธรรม
ทางศาสนาเท่าน้นั แต่รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และ ความถูกตอ้ งชอบธรรมท้งั ปวง ซ่ึงวิญญูชนพึงมี
และพงึ ประพฤติปฏิบตั ิอาทิความโปร่งใสตรวจสอบ ไดก้ ารปราศจากการแทรกแซงจากองคก์ รภายนอกเป็นตน้

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู ธมฺมจิตฺโต,2550:6) ไดพ้ ูดถึงธรรมาภิบาลในหัวขอ้ เร่ือง พระพุทธศาสนา
กบั หลกั ธรรมาภิบาล สรุปไดว้ า่ ธรรมาภิบาล ตอ้ งมีองคป์ ระกอบ 3 ดา้ น คือ

1. ธรรมาภิบาลดา้ นธุรกิจ คอื Economic good governance ประเทศไทยเศรษฐกิจตกต่าในปี พ.ศ. 2540
เพราะมีปัญหาดา้ นเศรษฐกิจ เรียกวา่ ธรรมาภิบาลดา้ นธุรกิจบกพร่อง

2. ธรรมาภิบาลดา้ นการเมือง คือ Political good governance การเมืองลุ่ม ๆ ดอน ๆ ปัญหา กฎหมาย
รัฐธรรมนูญใชไ้ มต่ อ่ เน่ือง เรียกวา่ ธรรมาภิบาลดา้ นการเมืองบกพร่อง

3. ธรรมาภิบาลดา้ นราชการ คือ Bureaucracy good governance พฒั นาประเทศทีไรก็มีปัญหา การทุจริต
คอรัปชนั่ เราไม่ตอ้ งพูดมากรู้กนั ดีดา้ นราชการ เรียกว่า ธรรมาภิบาลดา้ นราชการบกพร่อง ท้งั 3 ดา้ นน้ีหมายถึง
Processes ของการตัดสินใจที่ดี เป็ นกระบวนการของการตัดสินใจหรื ออานาจ สั่งการที่ดีจะเป็ น Good
governance คอื ตอ้ งมีธรรมะประกอบ

พระราชญาณวิสิฐ (เสริมชยั ชยฺมงฺคโล,2548:114) ไดเ้ ขียนหนงั สือเรื่อง หลกั ธรรมาภิบาล และประมุข
ศิลป์ มีใจความตอนหน่ึงวา่ การปกครองการบริหารแบบบูรณาการ (Integration) ของหัวหนา้ ฝ่ ายบริหาร (CEO-
Chief Executive Officer) ขององค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็ นองคก์ รของทาง ราชการในส่วนกลางองค์กรปกครอง

128

ส่วนทอ้ งถ่ินกด็ ีองคก์ รรัฐวสิ าหกิจ และองคก์ รธุรกิจเอกชน กด็ ีองคก์ รทางศาสนาและองคก์ รสาธารณะอ่ืน ๆ ก็ดี
จะใหบ้ งั เกิดผลสาเร็จดว้ ยดีมีประสิทธิภาพสูง จะตอ้ งมีหลกั การบริหารท่ีชื่อวา่ การบริหารการปกครองท่ีดี (Good
Governance) น้นั ประมวลรวม ยอ่ ลงใน “หลกั ธรรมาภิบาล”

ชยั อนนั ต์ สมุทวณิช (2541: 123) ใหค้ วามหมายว่า Good Governance เป็นการปกครองที่ดี โดยรัฐและ
รัฐบาลเป็ นดา้ นหลกั รัฐและรัฐบาลมีระบบและการใช้กฎหมายที่ยุติธรรม มีความรับผิดชอบ เปิ ดโอกาสให้
ประชาชนมีส่วนร่วม มีความโปร่งใส มีความคงเส้นคงวา สามารถตรวจสอบได้

ประมวล รุจเสรี (2541 : 98) ให้ความหมาย ธรรมาภิบาล คือ วิธีท่ีจะทาใหร้ ัฐกบั ประชาคม รัฐกบั สังคม
หรือรัฐกบั ชุมชนน้นั มีรูปแบบความสัมพนั ธ์มีการปฏิบตั ิต่อกนั อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะให้เกิดประโยชน์
สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน

ทิพาวดี เมฆสวรรค์ (2541 : 23) ใหค้ วามหมายวา่ ธรรมรัฐคือการวางกรอบการทางานในระบบราชการ
เพื่อให้เกิดระบบท่ีดีเอ้ือต่อคนดีให้อยู่ในระบบที่ดีและไม่ให้คนเลวดารงตาแหน่งท่ีดี ในวงราชการ ซ่ึงคือ
เป้าหมายสาคญั ของการปฏิบตั ิราชการ ธรรมรัฐจะเป็นตวั เช่ือมใหส้ ังคมท่ีมีการ แยกส่วนท้งั ภาครัฐบาลเอกชน
ประชาชน และองคก์ รเอกชน เกิดความสมั พนั ธก์ นั ทกุ ส่วนใหเ้ ป็น หน่ึงเดียว เพือ่ เป็นการตอบสนองต่อสังคม

บวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ (2542: 164) ได้ให้ความหมายว่า ธรรมาภิบาล หมายถึงระบบโครงสร้าง และ
กระบวนการต่าง ๆ ท่ีวางกฎเกณฑค์ วามสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศรษฐกิจการเมืองและสงั คมของประเทศ เพอื่ ท่ีภาคตา่ ง
ๆ ของสังคมจะพฒั นาและอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติสุข

ธีรยุทธ บุญมี (2541 : 52) ใชว้ า่ ความคิดธรรมรัฐ เป็นการมอบอานาจการเมืองการปกครอง แบบใหม่ท่ี
แขง็ ท่ือตายตวั แต่ให้ปฏิสัมพนั ธ์กบั ภาคประชาชนและให้มีลกั ษณะแยกยอ่ ยมากข้นึ แนวคิดธรรมรัฐคือการเป็น
หุน้ ส่วนกนั ในการบริหารและการปกครองโดยรัฐ ประชาชน และเอกชน ซ่ึงกระบวนการน้ีทาให้เกิดความเป็น
ธรรม ความโปร่งใส ความยุติธรรม โดยเนน้ การมีส่วนร่วมของ คนดีซ่ึงแนวคิดน้ีเกิดจากการที่ประชาชนเห็นวา่
ระบบราชการท่ีลา้ หลงั ทุกส่วนตอ้ งการการปฏิรูป ตอ้ งมีการปรับโครงสร้างราชการใหด้ ีข้ึน ใหป้ ระชาชนมีส่วน
ร่วมมากข้ึน และประชาชนตอ้ งการให้ มีการตรวจสอบโดยส่ือมวลชนและนกั วิชาการ ในการสร้างธรรมาภิบาล
และอธิบายวา่ ธรรมรัฐคือ กระบวนความสัมพนั ธ์ (Interactive Relation) ระหวา่ งภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชน
และประชาชน ทวั่ ไป ในการท่ีจะทาให้การบริหารราชการแผ่นดินดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม
โปร่งใส ยตุ ิธรรม และตรวจสอบไดม้ ีความร่วมมือของฝ่ ายที่เกี่ยวขอ้ งการท่ี จะสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย
ไดน้ ้นั ตอ้ งปฏิรูประบบ 4 ส่วน คอื ปฏิรูปภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคเศรษฐกิจสงั คม และ ปฏิรูปกฎหมาย

ไพโรจน์ พรหมสาสน์ (2541: 15-19) ไดใ้ หค้ วามหมายของธรรมาภิบาลวา่ เป็นการบริหาร การปกครอง
ท่ีมีการจดั สรรและบริหารจดั การทรัพยากรในการตอบสนองต่อปัญหาของประชาชน ไดเ้ ป็ นอย่างดีโดยการ
บริหารการปกครองท่ีดีน้ันจะมีลกั ษณะการบริหารแบบส่วนร่วม (Participation) โปร่งใส(transparency) เสมอ

129

ภาค (Equity) ประสิ ทธิ ผล (Effectiveness) เป็ นธรรม (Rule of law) และรับผิดชอบต่อประชาชน
(Responsiveness)

วรภทั ร โตธนะเกษม (2542 : 13) อธิบายวา่ Good Governance หมายถึง การกากบั ดูแลท่ีดี หรือหมายถึง
การใช้สิทธิของความเป็ นเจา้ ของท่ีจะปกป้องดูแลผลประโยชน์ของตนเอง โดยผ่าน กลไกท่ีเก่ียวขอ้ งในการ
บริหารโดยหัวใจของธรรมาภิบาลคือความโปร่งใส (Transparency) ความยุติธรรม (Fairness) และความ
รับผิดชอบในผลของการตดั สินใจ (Accountability) การกากบั ดูแลท่ีดี มีความจาเป็นท้งั ในภาครัฐและภาคเอกชน
ในกรณีภาครัฐจะเรียกว่า Good Political Governance ผเู้ ป็นเจา้ ของคือประชาชน ซ่ึงใชส้ ิทธิของตนเองเลือกต้งั
สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรเขา้ ไปทาหนา้ ท่ี ในรัฐสภาเพ่ือกากบั ดูแลผบู้ ริหารคือรัฐบาลใหบ้ ริหารประเทศในทางที่
ถูกตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ความ ตอ้ งการของประชาชน ส่วนในภาคเอกชนเรียกว่า Good Corporate Governance ผู้
เป็ นเจา้ ของคือ ผูถ้ ือหุ้นใชส้ ิทธิในการเลือกคณะกรรมการบริษทั เขา้ ไปทาหน้าท่ีกาหนดนโยบายคดั เลือกและ
กากบั ดูแลผบู้ ริหารใหบ้ ริหารงานเพื่อความเจริญกา้ วหนา้ ของบริษทั สมตามเจตนารมณ์ของผถู้ ือหุน้

ปัญญา ฉายะจินดาวงศแ์ ละรัชนี ภ่ตู ระกลู (2549 : 3) ไดเ้ ขยี นหนงั สือเรื่อง ธรรมาภิบาล กบั สงั คมไทย มี
ใจความตอนหน่ึงวา่ ธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง การบริหารจดั การ ทรัพยากรทางเศรษฐกิจและ
สังคม เพื่อการพฒั นาของประเทศ โดยมีการเช่ือมโยงองคป์ ระกอบ ท้งั 3 ส่วนของสังคม คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคประชาสังคม และให้มีการสนบั สนุนซ่ึงกนั และกนั อย่างสร้างสรรคก์ ่อให้เกิดความสัมพนั ธ์ระหว่าง
เศรษฐกิจสังคม การเมืองอยา่ งสมดุล ส่งผลให้ สังคมดารงอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติตลอดจนมีการใชอ้ านาจในการ
พฒั นาประเทศชาติใหเ้ ป็นไปอยา่ ง มน่ั คงยง่ั ยนื และมีเสถียรภาพ

มหาธีร์ โมฮมั เหม็ด (อา้ งถึงในไชยวฒั น์ คา้ ชู,2548:28) ไดใ้ ห้ความหมายของธรรมาภิบาล ว่าหมายถึง
การใชอ้ านาจทางการเมือง เศรษฐกิจและรัฐประศาสนศาสตร์เพื่อการบริหารกิจกรรม ต่าง ๆ ของชาติบา้ นเมือง
และหมายรวมถึงกระบวนการความสัมพนั ธ์และสถาบันต่าง ๆ ท่ีเชื่อมโยง กันอย่างซับซ้อน ซ่ึงประชาชน
พลเมืองใช้เป็ นเคร่ืองมือหรือช่องทางในการบริหารจดั การกิจการต่าง ๆ อนั เก่ียวขอ้ งกับชีวิตประเทศ ซ่ึงมี
องคป์ ระกอบร่วมซ่ึงเป็นพ้นื ฐานของการสร้างหลกั ธรรมาภิบาล อนั ไดแ้ ก่ 1. การรับผิดชอบ 2. ความโปร่งใส 3.
การปราบปรามทุจริตและการประพฤติมิชอบ 4. การมีส่วนร่วมของผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย และ 5. กรอบกฎหมาย
และกระบวนการยตุ ิธรรม ดงั น้นั ความหมายของธรรมาภิบาลตามนยั น้ีวา่ คือ วถิ ีการปกครองท่ีไปสู่ความดีงามที่
ยงั่ ยนื อนั ไดแ้ ก่ ความเจริญรุ่งเรืองและความผาสุกของปวงชนท้งั ปวงในชาติ

สรุปได้ว่า หลักธรรมาภิบาล หมายถึง การบริหารงานหรือการปกครองภายใตก้ ฎหมาย ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั ใหบ้ งั เกิดผลสาเร็จอยา่ งมีประสิทธิภาพและมีความชอบธรรมท้งั ฝ่ ายผบู้ ริหารและ ประชาชนที่เขา้ มาใช้
บริการ

130

3. องค์ประกอบของหลกั ธรรมาภิบาล
สถาบนั ราชประชาสมาสัย (2549 : 6) กล่าววา่ ธรรมาภิบาลหรือการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดีหมายถึง

ขบวนการหรือข้นั ตอนในการทางานหรือกิจกรรมใด ๆ ท่ีจดั ข้ึนในสถาบนั ฯ เริ่มจาก งานในหนา้ ที่รับผดิ ชอบแต่
ละคน งานท่ีไดร้ ับ คาสั่งใหท้ า หรืองานที่ร่วมกนั ทา จะตอ้ งเป็นไปตาม หลกั ธรรมาภิบาล 6 หลกั คอื

1. หลักนิติธรรม เคารพและปฏิบตั ิตามกติกา ระเบียบแบบแผน และกฎหมายต่าง ๆ โดยไม่
ละเมิดอย่างต้งั ใจ หรือจงใจหลีกเลี่ยง หรือไม่ต้งั ใจเพราะไม่รู้ฉะน้ันถ้าไม่แน่ต้องศึกษาก่อนว่าจะผิดหลกั
นิติธรรมหรือไมก่ ่อนที่จะทาลงไป

2. หลกั คณุ ธรรม ในหลายแงม่ มุ เช่น เมตตาธรรม คอื ความปรารถนาให้ผอู้ ่ืนเป็นสุข จริยธรรม
ทาอะไรใหถ้ ูก ตอ้ งครบถว้ นทุกข้นั ตอนกตญั ญูกตเวทิตาการรู้จกั บุญคุณและคิดจะตอบแทน หิริโอตปั ปะ การ
รู้จกั ละอายและเกรงกลวั บาปกรรม การมีคุณธรรมจะช่วยยกคุณค่าความเป็ นมนุษย์ ใหส้ ูงข้ึนเป็นที่ยกย่องของ
คนทว่ั ไป

3. ความโปร่งใส ตรวจสอบไดท้ ุกเร่ืองราวในการทางานตามภาระหนา้ ที่ท่ีรับผิดชอบอยู่ ตอบ
ขอ้ สงสัยไดช้ ดั เจนทกุ คาถาม

4. การมีส่วนร่วม พึงระลึกไวว้ า่ ตนเองเป็นสมาชิกของสถาบนั ฯ นอกเหนือจากงานในหนา้ ท่ี
แลว้ กิจกรรมอ่ืนที่มีผลตอ่ สถาบนั ฯ จะตอ้ งร่วมมือกนั อะไรท่ีไม่ดีตอ้ งทกั ทว้ ง

5. ร่วมรับผิดชอบต่อผลงานท่ีทาเอง ทาโดยกลุ่ม ทาในนามสถาบนั ฯ ถา้ ดีอยแู่ ลว้ ให้ดียิ่งข้ึน ถา้
ผิดพลาดบกพร่องตอ้ งช่วยกนั แกไ้ ขไม่วางเฉย

6. ความคุ้มค่า ท้งั ในแง่รูปธรรมและนามธรรมที่สัมผสั จับ ตอ้ งมองเห็นได้หรือรู้สึกคุม้ ค่า
หรือไม่คุม้ ค่าถา้ ทา ตามหลกั ขา้ งตน้ ท้งั 5 มาครบถว้ นแลว้ เม่ือพิจารณาถึงหลกั ความคุม้ ค่าแลว้ ไม่ผ่าน ก็ควร
ทบทวนปรับปรุงแกไ้ ขเพือ่ ใหเ้ กิดความคมุ้ คา่ ตอ่ ผลงานใหม้ ากที่สุด

พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ (2548 : 2) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง
จริยธรรมของการบริหารภาครัฐเมื่อวนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2548 ท่ีสถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ (นิดา้ ) ในการ
จดั งานครบรอบ 50 ปี คณะรัฐประศาสนศาสตร์กล่าวว่าการบริหาร ตอ้ งพูดถึงผูบ้ ริหาร เพราะเป็ นเรื่องที่มี
ความสัมพนั ธ์เก่ียวโยงกนั บางกรณีเป็นเร่ืองเดียวกนั จริยธรรมของการบริหาร ภาครัฐจะไม่มีทางเกิดผลสาเร็จ
ไดถ้ า้ ผบู้ ริหารไม่มีจริยธรรม การใชจ้ ริยธรรมและคุณธรรมในการ บริหารงานภาครัฐและภาคเอกชน ผบู้ ริหาร
จะตอ้ งมีจิตสานึกท่ีจะนาส่ิงที่ดีไปใชแ้ ละขจดั สิ่งที่ไมด่ ี ใหห้ มดไป สิ่งเหลา่ น้ีคือ

1.ความซื่อสัตยเ์ ป็ นจริยธรรมท้ังของการบริหารภาครัฐและภาคเอกชนของผูบ้ ริหารความ
ซื่อสตั ยไ์ ม่ได้ หมายถึงการประพฤติปฏิบตั ิถูกตอ้ งตามกฎหมายเทา่ น้นั แตต่ อ้ งตามจริยธรรมและ ศีลธรรมดว้ ย

2.กฎหมาย เป็ นท่ียอมรับกันว่ากฎหมายไม่สามารถอุดช่องโหว่การบริหารท่ีผูบ้ ริหารจะ แสวงหา

131

ผลประโยชน์ให้แก่ตนเองไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายวางมาตรฐานข้นั ต่า ของการ ประพฤติมิชอบไว้
เท่าน้นั แตม่ าตรฐานทางจริยธรรมในเร่ืองของการประพฤติชอบและความซื่อสัตย์ น้นั สูงกวา่ กฎหมาย

3.ความเป็นธรรม บอกยากวา่ ความเป็นธรรมคืออะไร บา้ งวา่ ความเป็นธรรมอยทู่ ่ีจิตสานึก ของ
ผบู้ ริหารกไ็ มน่ ่าจะถูกนกั เพราะผบู้ ริหารลาเอียงไดถ้ า้ คนส่วนใหญไ่ ดป้ ระโยชน์สูงสุดถือวา่ เป็นธรรม

4. ประสิทธิภาพเป็นเรื่องเขา้ ใจง่ายและจริยธรรมของการบริหารท่ีถกเถียงกนั เก่ียวกบั เรื่องน้ี คือ
ในตวั ประสิทธิภาพเองอาจไม่สอดคลอ้ งกบั จริยธรรมกรณีน้ีจริยธรรมมีความสาคญั มากเราสามารถ หาหนทาง
ท่ีจะให้ประสิทธิภาพไปดว้ ยกนั ไดก้ ับจริยธรรมไม่ว่าจะเป็ นเร่ืองความซ่ือสัตยค์ วามโปร่งใส หรือความเป็ น
ธรรม

5. ความโปร่งใส เป็ นเรื่องเขา้ ใจง่ายและเป็ นจริยธรรมของการบริหารเช่นเดียวกนั ปัจจุบนั มี
การเรียกร้องหาความโปร่งใสกันมาก เพ่ือให้ประชาชนตรวจสอบการบริหารภาครัฐได้เรามี บทบญั ญตั ิใน
รัฐธรรมนูญและในพระราชบญั ญตั ิขอ้ มูลข่าวสาร บญั ญตั ิให้รัฐเปิ ดเผยขอ้ มูลอนั เป็ น สาธารณประโยชน์แก่
ประชาชน การหลีกเล่ียงไม่เปิ ดเผยขอ้ มูลถือไดว้ า่ ขดั จริยธรรม

6. ความมนั่ คงของรัฐเราใช้จริยธรรมในการบริหารงานเพ่ือผลประโยชน์ของรัฐความม่นั คง
ของรัฐคือผลประโยชน์ของรัฐอย่างหน่ึงการใช้จริยธรรมการบริหารความมนั่ คงอาจกระทบสิทธิ และเสรีภาพ
ของประชาชน จึงหาความสมดุลใหไ้ ด้

7. ค่านิยมของคนไทยส่วนใหญย่ งั เช่ือวา่ ความร่ารวยสร้างชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะได้ จึงมี
คนจานวนไม่นอ้ ยรีบสร้างความร่ารวยโดยไม่แยแสต่อจริยธรรม ส่ิงหน่ึงที่คดิ วา่ ไม่มีในตาราคือ ความรัก มีคา
กล่าวว่า ความรักเป็ นสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิเป็ นความปรารถนาเป็ นความห่วงหาอาทรใครก็ตาม ที่มีความรักย่อมมุ่ง
พยายามท่ีจะใหส้ ่ิงท่ีเรารักมีความสุข มีความเจริญ มีความมน่ั คง

ธีรยทุ ธ บุญมี (2541 : 11) เป็นผทู้ ่ีทาใหค้ าวา่ “ธรรมรัฐ” เป็นคาที่ใชแ้ ทนคาวา่ “Governance” โดยใหค้ า
จากดั ความว่า หมายถึง การปกครองประเทศท่ีมีการบริหารที่เน้นการกระจายอานาจ เนน้ การมีส่วนร่วมของ
ประชาชนให้มากข้ึน ท้งั ยงั เป็ นการเปล่ียนเป้าหมาย วิธีการ ทัศนคติของการบริหาร ของประเทศมาเน้นที่
ประชาชนผูร้ ับบริการ เน้นความเป็ นพลเมือง เน้นความเป็ นชุมชน เนน้ ผลงาน มากกว่าเนน้ ผูผ้ ลิต การจะเกิด
ธรรมรัฐไดต้ อ้ งมีการปฏิรูปสงั คม คาวา่ “ธรรมรัฐ” จึงเป็นที่รู้จกั อยา่ ง กวา้ งขวางโดยการเปิ ดแถลงขา่ วเม่ือวนั ท่ี 8
มกราคม 2541 เรียกร้องให้รัฐบาลนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีขณะน้ันสร้าง “ธรรมรัฐแห่งชาติ” หรือ
“Governance”โดยการระดมผูท้ รงคุณวุฒิ ผูน้ าสถาบันหลักและเครือข่ายทางสังคมมาร่วมกันแก้ไขวิกฤติ
เศรษฐกิจไทย นับจากน้ัน มามีการใช้ คาว่าธรรมรัฐเป็ นคาแปลของคาว่า “Good Governance” ในภาษาไทย
ในช่วงแรกดูจะสร้างความ คลุมเครือมากกว่าความกระจ่างชดั ดว้ ยความไม่ครอบคลุมของตวั ศพั ท์ท่ีเป็ นการ
ผสมคาว่า “ธรรม” กบั คาว่า “รัฐ” และต่อมาคาวา่ “ธรรมาภิบาล” ถูกบญั ญตั ิใชเ้ ป็นความหมายของคาว่า “Good

132

Governance” หรือธรรมาภิบาลโดยสถาบนั วิจยั เพื่อการพฒั นาประเทศไทย (TDRI) ภายหลงั จากท่ี สถาบนั ฯ
ไดร้ ับมอบหมายจากรัฐบาลใหห้ าแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาวกิ ฤติเศรษฐกิจ โดยทาง TDRI ไดก้ าหนดเร่ืองธรร
มาภิบาลในสงั คมไทย ใหเ้ ป็น 1 ใน 4 ของหวั ขอ้ หลกั ๆ และมีขอ้ เสนอ เพ่ือส่งเสริมธรรมาภิบาลของไทยออกมา
โดยนิยามธรรมาภิบาลวา่ หมายถึง “กฎเกณฑก์ ารปกครอง บารุงรักษาสังคมบา้ นเมืองที่ดี” อนั หมายถึงการจดั การ
บริหารสังคมที่ดี ในทกุ ๆ ดา้ นและทุก ๆ ระดบั รวมถึงการจดั ระบบองคก์ ารและกลไกของคณะรัฐมนตรีส่วน
ราชการองคก์ ารของรัฐและรัฐบาลท่ีไม่ใช่ส่วนราชการ การบริการราชการส่วนภูมิภาคและทอ้ งถ่ิน องคก์ าร
อิสระ(Independent Organizations) องค์การภาคเอกชน ชมรม และสมาคมเพื่อกิจกรรมต่าง ๆ นิติบุคคล
ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (Civil Society)” (สถาบนั วิจยั เพ่ือการพฒั นาประเทศไทย (TDRI), 2541) ซ่ึง
ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2546 ไดใ้ ห้ความหมายไวว้ ่าหมายถึง “คุณความดี ความถูกตอ้ ง”
และ“อภิบาล” ซ่ึงตรงกบั รากศพั ท์ภาษาองั กฤษ ประการท่ีสอง “ธรรมาภิบาล” ใช้ได้ ในความหมายอย่างกวา้ ง
ซ่ึงรวมท้งั การบริหารท่ีดีขององคก์ ารธุรกิจเอกชน (Corporate Governance) และการปกครองที่ดีของภาครัฐใน
พ.ศ. 2542 รัฐบาลไทยได้บญั ญตั ิความหมายที่เป็ นทางการของ คาว่า “Good Governance” ว่าหมายถึง “การ
บริหารกิจการบา้ นเมืองและสงั คมที่ดี” และใหน้ ิยามวา่ “การบริหารกิจการบา้ นเมืองและสังคมที่ดี” เป็นแนวทาง
สาคญั ในการจดั ระเบียบให้สังคมท้งั ภาครัฐภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ซ่ึงครอบคลุมถึงฝ่ ายวิชาการ
ฝ่ ายปฏิบตั ิการ ฝ่ ายราชการ และ ฝ่ ายธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกนั อยา่ งสงบสุข มีความรู้รักสามคั คีและร่วมกันเป็ น
พลงั ก่อให้เกิดการพฒั นา อย่างยง่ั ยืน โดยคณะรัฐมนตรีไดม้ ีมติเห็นชอบวาระแห่งชาติสาหรับการสร้างระบบ
บริหารกิจการ บา้ นเมืองและสังคมที่ดีโดยกาหนดเป็ นระเบียบ สานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการสร้างระบบ
บริหาร กิจการบา้ นเมืองและสังคมท่ีดีพ.ศ.2542 ข้ึน มีผลบงั คบั ใช้ต้งั แต่วนั ท่ี 1 สิงหาคม 2541 โดยทุกส่วน
ราชการตอ้ งถือปฏิบตั ิและรายงานผลการปฏิบตั ิต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ตามระเบียบน้ีได้ระบุถึง หลกั
สาคญั ของธรรมาภิบาล 6 หลกั คอื (ธีระพล อรุณะกสิกร, 2542 : 8 - 10)

1. หลกั นติ ธิ รรม เป็นการตรากฎหมายและกฎขอ้ บงั คบั ใหท้ นั สมยั และเป็นธรรม เป็นท่ี ยอมรับ
ของสังคมอนั จะทาใหส้ ังคมยนิ ยอมพร้อมใจกนั ปฏิบตั ิตามกฎหมายและกฎขอ้ บงั คบั เหลา่ น้นั โดยถือว่าเป็นการ
ปกครองภายใตก้ ฎหมาย มิใช่อาเภอใจหรืออานาจของบุคคล

2. หลักคุณธรรม เป็ นการยึดมนั่ ในความถูกตอ้ งดีงาม โดยรณรงค์ให้เจา้ หน้าท่ีของรัฐยึดถือ
หลกั น้ีในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีเพื่อเป็นตวั อยา่ งแก่สงั คม และส่งเสริมสนบั สนุนใหป้ ระชาชนพฒั นาตนเอง ไปพร้อม
กนั เพือ่ ใหค้ นไทยมีความซ่ือสัตยจ์ ริงใจขยนั อดทน มีระเบียบวินยั ประกอบอาชีพสุจริต จนเป็นนิสัย ประจา
ชาติ

3. หลักความโปร่งใส เป็ นการสร้างความไวว้ างใจซ่ึงกันและกนั ของคนในชาติโดยปรับปรุง
กลไกการทางานขององคก์ ารทุกวงการให้มีความโปร่งใส มีการเปิ ดเผยขอ้ มูลข่าวสารที่เป็ นประโยชน์ อย่าง

133

ตรงไปตรงมาดว้ ยภาษาท่ีเขา้ ใจง่ายประชาชนเขา้ ถึงขอ้ มูลข่าวสารไดส้ ะดวกและมีกระบวนการ ให้ประชาชน
ตรวจสอบความชดั เจน

4. หลกั การมีส่วนร่วม เป็นการเปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเสนอความเห็น ใน
การตดั สินใจปัญหาสาคญั ของประเทศไม่วา่ จะดว้ ยการแสดงความคิดเห็น การไต่สวนสาธารณะ ประชาพิจารณ์
และการแสดงประชามติ

5. หลักความรับผิดชอบ เป็ นการตระหนักในสิทธิหน้าที่ความสานึกในความรับผิดชอบต่อ
สังคม การใส่ใจในปัญหาสาธารณะของบา้ นเมืองและกระตือรือร้นในการแกป้ ัญหา ตลอดจนการ เคารพในการ
แสดงความคดิ เห็นที่แตกต่างและความกลา้ ท่ีจะยอมรับผลจากการกระทาของตน

6. หลกั ความคุ้มค่า เป็นการบริหารและใชท้ รัพยากรท่ีมีจากดั เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่
ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยดั ใชข้ องอย่างคุม้ ค่า สร้างสรรค์สินคา้ และบริการ ที่มีคุณภาพ
สามารถแขง่ ขนั ไดใ้ นเวทีนานาชาติและพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติใหส้ มบรูณ์ยงั่ ยนื

จะเห็นไดว้ า่ ในประเทศไทยท้งั ภาครัฐและภาคเอกชนไดต้ ระหนกั ถึงความสาคญั ของการสร้าง ธรรมาภิ
บาลใหเ้ กิดข้นึ ในสงั คมไทยการนาระบบบริหารตามหลกั ธรรมาภิบาลมาใชใ้ นการบริหาร ภาครัฐและภาคเอกชน
รวมถึงในแวดวงวิชาการไดใ้ หค้ วามสาคญั ต่อแนวคิดธรรมาภิบาลอย่างแพร่หลาย ดงั น้นั การประชุมวิชาการ
รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติคร้ังที่ 5 พ.ศ. 2547 ไดม้ ีการ กาหนดหลกั รพจิ ารณาเกี่ยวกบั หลกั ธรร
มาภิบาล ดงั น้ี (เชาวนะ ไตรมาศ, 2547 : 1 - 8)

1. หลกั นติ ิธรรม หลกั การท่ีควรพิจารณาคอื
1.1 มีกฎท่ีจาเป็นรองรับ โดยไม่ใหก้ ฎทาลายกฎเสียเอง
1.2 มีการบงั คบั ใชไ้ ด้
1.3 ผลการใช้กฎมีความถูกตอ้ ง โดยไม่ใหส้ นองเป้าหมายของผถู้ ือและใชก้ ฎเสียเอง เหนือกวา่
เป้าหมายของกฎ
2. หลกั คณุ ธรรม หลกั การที่ควรพิจารณาคอื
2.1 มีกรอบกาหนดจรรยาบรรณท่ีเป็นรูปธรรม โดยไม่เพียงแต่คาดหวงั เฉพาะจากจิตสานึก ใน
ความมีคณุ ธรรมที่เป็นนามธรรมเท่าน้นั
2.3 มีมาตรการกากบั ควบคุมใหต้ อ้ งยดึ ถือปฏิบตั ิตาม โดยไม่เพียงแตพ่ ่ึงพาอาศยั เฉพาะ บรรทดั
ฐานของขอ้ หา้ มและความเช่ือทางศีลธรรม
2.3 มีมาตรฐานพิสูจน์ความผิด กาหนดความผิด และการลงโทษ โดยไม่เพียงแต่การใช้
มาตรฐานทางความรู้สึกเป็นเครื่องวดั และไมม่ ีบทลงโทษ
3. หลกั ความโปร่งใส หลกั การท่ีควรพิจารณาคือ

134

3.1 มีการจดั โครงสร้างองคก์ ารการจดั การและข้นั ตอนไหลเวียนของงานแบบเปิ ดโดยออกแบบ
โครงสร้างและการทาหนา้ ท่ีขององคก์ ารแบบเปิ ด ครอบคลมุ ท้งั องคก์ าร

3.2 มีการจัดระบบงานและข้อมูลข่าวสารแบบเปิ ด โดยการออกแบบระบบงานและขอ้ มูล
ขา่ วสารแบบเปิ ดกระจายทวั่ ท้งั ระบบ และมีการเปิ ดเผยขอ้ มูลตอ่ สาธารณะ

3.3 มีกระบวนการทางานและกระบวนการตดั สินใจแบบเปิ ดโดยการออกแบบกระบวนการ
ทางานและการตดั สินใจใหเ้ ป็นแบบเปิ ดตลอดในทุกข้นั ตอนท่ีสาคญั

4. หลกั การมสี ่วนร่วม หลกั การท่ีควรพจิ ารณาคอื
4.1 การเขา้ ถึงขอ้ มูลข่าวสาร นโยบายแผนงาน และงบประมาณ โดยการเขา้ ร่วมในมิติ ของ
ขอ้ มูลสาคญั ซ่ึงเป็นเน้ือหาของการเขา้ ร่วมในระดบั ของการรับรู้
4.2 การเขา้ ถึงการปฏิบตั ิงานและการตดั สินใจโดยการเขา้ ร่วมในมิติของการตกลงใจ ซ่ึงเป็ น
เน้ือหาของการเขา้ ร่วมในระดบั ของการกระทาหรือการปฏิบตั ิการ
4.3 การเขา้ ถึงการกากบั ควบคุมผลกระทบ มาตรฐาน เป้าหมายและผลกระทบ โดยการ เขา้
ร่วมในมติของการคาดหวงั ผล ซ่ึงเป็นเน้ือหาของการเขา้ ร่วมในระดบั ของการปกป้องคมุ้ ครอง ผลประโยชน์
5. หลักความรับผิดชอบ รับการตรวจสอบสาธารณะ มีหลกั ประกนั สามารถตรวจสอบได้ หลกั การท่ี
ควรพิจารณาคือ
5.1 มีการกาหนดเป้าหมายและมาตรฐานท่ีชัดเจนเป็ นพันธะสัญญาโดยวางกรอบความ
รับผดิ ชอบใหม้ ีขอบเขตชดั เจนและมีขอ้ ผกู พนั ที่แน่นอน
5.2 มีมาตรการกากับควบคุมที่แน่นอนสม่าเสมอโดยสามารถรักษากรอบที่กาหนดไวใ้ ห้
ดาเนินอยา่ งตอ่ เน่ืองได้
5.3 มีการติดตามประเมินวดั ผลท่ีต่อเน่ืองและน่าเช่ือถือ โดยรักษามาตรฐานไวใ้ หอ้ ยใู่ น กรอบท่ี
ยอมรับได้
6. หลกั ความคุ้มค่าหรือหลกั การมปี ระสิทธิภาพและประสิทธิผล หลกั การที่ควรพจิ ารณาคือ
6.1 มีการเพ่มิ ความสามารถในการทางาน โดยใหม้ ีการเพิ่มในเรื่องของความสามารถ มีสัดส่วน
ที่มากกวา่ การเพิม่ ของตน้ ทนุ ที่เป็นมลู คา่ และเป็นคุณค่า
6.2 มีการวดั การสร้างความสามารถและศกั ยภาพการทางาน เพ่ือผลผลิตโดยให้การเพิ่ม ของ
ผลผลิตมีสัดส่วนที่ผนั ไปในทางบวกตามตน้ ทนุ ในการเพม่ิ ความสามารถ
6.3 มีการวดั เพิ่มผลผลิตการทางาน การควบคุมความเสี่ยง และการลดความสูญเสีย เพ่ือเพิ่ม
มูลค่าและประโยชนท์ ่ีได้

135

บุษบง ชยั เจริญวฒั นะและบุญมี ล้ี (2544 : 49) กล่าวว่า การนาหลกั ธรรมาภิบาลไปเป็ น แนวทางการ
ปฏิรูปการบริหารการปกครองของหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐเป็นการส่งสัญญาณวา่ ประเทศไทยมีการพฒั นาที่
เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีและอธิบายองคป์ ระกอบของหลกั ธรรมาภิบาล ไวด้ งั น้ี

1. ความชอบธรรม (Legitimacy) ซ่ึงมีความหมายรวมถึง หลกั นิติธรรม (rule of law) และ ความ
เป็ นอิสระของกระบวนการยุติธรรม(independence of judiciary) ไดแ้ ก่การทาให้กฎหมายเป็ นบรรทดั ฐานและ
ทุกคนเคารพกฎหมาย โดยกรอบกฎหมายที่ใชใ้ นประเทศตอ้ งมีความยตุ ิธรรมและ บงั คบั ใชก้ บั คนทุกกลุ่มอยา่ ง
เสมอภาคเทา่ เทียมกนั

2. ความโปร่งใส (Transparency) เป็นการพิจารณาท่ีเปิ ดเผยขอ้ มูลเก่ียวกบั นโยบายกระบวนการ
ทางาน กฎกติกาและความต้งั ใจจริงในการบริหารงานของหน่วยงานต่อสาธารณชน มีความอิสระ ในการเปิ ดเผย
ขอ้ มูลขา่ วสารท้งั ทางเศรษฐกิจการคา้ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม ขอ้ มลู ท่ีเผยแพร่ตอ้ งมีความทนั สมยั

3.ความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ (Accountability) การตดั สินใจใด ๆ ตอ้ งกระทาโดยมี
พนั ธะความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองกระทากบั สาธารณชนหรือผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียกบั หน่วยงาน โดยคานึงถึง
ผลประโยชน์ท่ีจะเกิดข้ึนแก่ส่วนรวมเป็นหลกั มีจิตใจเสียสละและเห็นคณุ คา่ สังคมที่ ตนเองสังกดั อยู่

4. ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) กระบวนการ และสถาบนั ของ
รัฐสามารถจดั สรรและใชท้ รัพยากรต่าง ๆ ไดอ้ ย่างคุม้ ค่าและเหมาะสม เพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของคนใน
สงั คมโดยรวม รวมถึงการทางานท่ีรวดเร็ว มีคณุ ภาพ และ ก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด

5.การมีส่วนร่วม (Participation) หลักธรรมาภิบาลข้อน้ีอยู่บนพ้ืนฐานการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน ประชาชนหมายรวมถึงคนไทยทุกคนไม่วา่ จะประกอบอาชีพใด ตอ้ งรู้จกั สิทธิและการ ใชส้ ิทธิตอ้ ง
ต่ืนตวั กระตือรือร้นที่จะรับรู้ตรวจสอบกระบวนการตดั สินใจของภาครัฐท่ีมีผลกระทบ ต่อชีวิตความเป็ นอยู่
สนบั สนุนการมีส่วนร่วมของคนอ่ืน สร้างภาคประชาชนและสังคมที่เขม้ แข็ง มีทศั นคติต่อส่วนรวมที่ถูกตอ้ งและ
มีคณุ ธรรม

กลั ยา เนติประวตั ิ (2544) ใหอ้ งคป์ ระกอบของหลกั ธรรมาภิบาลของสานกั งานราชการพลเรือน เป็นผล
มาจากการประชุมประจาปี ระหวา่ งส่วนราชการกบั สานกั งานก.พ. เมื่อวนั ท่ี 23 ธนั วาคม 2542 ตามระเบียบ
สานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการสร้างระบบบริหารกิจการบา้ นเมืองและสงั คมท่ีดี (พ.ศ. 2542) ซ่ึงประกอบดว้ ย
หลกั 6 ประการ ไดแ้ ก่

1. หลกั นิติธรรม หมายถึงการตรวจกฎหมายถูกตอ้ ง เป็นธรรม การกาหนดกฎกติกา และ การ
ปฏิบตั ิตามกฎกติกาท่ีตกลงกนั ไวอ้ ยา่ งเคร่งครัด โดยคานึงถึงสิทธิเสรีภาพ ความยตุ ิธรรมของสมาชิก ซ่ึงในระดบั
องค์กรหมายถึงกฎกติกา ท่ีใช้ในการบริหารงานภายใน เช่น การมาทางานหรือ เขา้ ประชุมให้ตรงเวลาการ
ใหบ้ ริการประชาชนใหเ้ สมอกนั รวมถึงขอ้ ตกลงในการสับเปลี่ยนหนา้ ท่ีกนั ในองคก์ ร

136

2. หลกั คุณธรรมหมายถึงการยดึ มนั่ ในความถูกตอ้ งดีงาม การส่งเสริม สนบั สนุนใหป้ ระชาชน
พฒั นาตนเองไปพร้อมกนั เพ่ือใหค้ นไทยมีความซ่ือสัตยจ์ ริงใจขยนั อดทน มีระเบียบวนิ ยั ประกอบ อาชีพสุจริต
เป็ นนิสัยประจาชาติซ่ึงในระดบั องค์กร หมายถึง เจา้ หนา้ ที่ของรัฐตอ้ งปฏิบตั ิงานให้มี ประสิทธิภาพ ให้ความ
ยุติธรรมกบั ประชาชนอย่างเท่าเทียมกนั รวมท้งั จดั ระบบงานที่ตอบสนอง ความตอ้ งการของประชาชน และ
ปฏิบตั ิตามขอ้ บงั คบั วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณขา้ ราชการคือ มีจรรยาบรรณ ต่อตนเอง ต่อหน่วยงาน ต่อผรู้ ่วมงาน ต่อ
ประชาชนและสังคม

3. หลกั ความโปร่งใส หมายถึง การสร้างความไวว้ างใจซ่ึงกนั และกนั ของคนในชาติ โดย
ปรับปรุงกลไกการทางานขององคก์ รทุกวงการใหม้ ีความโปร่งใส มีการเปิ ดเผยขอ้ มลู ข่าวสาร ท่ีเป็นประโยชน์
อยา่ งตรงไปตรงมาดว้ ยภาษาที่เขา้ ใจงา่ ย ประชาชนถึงขอ้ มลู ขา่ วสารไดส้ ะดวกและ มีกระบวนการใหป้ ระชาชน
ตรวจสอบความถูกตอ้ งชดั เจน ซ่ึงในระดบั องคก์ ร หมายถึง ประชาชน รู้ข้นั ตอนที่จะติดต่องาน และสามารถ
ตรวจสอบการทางานไดแ้ ละภายในองคก์ ารตอ้ งมีความโปร่งใส ในการตดั สินใจการบริหารงาน เงิน คน มีการ
สื่อสารที่ดีภายในดว้ ย

4. หลกั การมีส่วนร่วม หมายถึง เปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนมีส่วนรับรู้และเสนอความคิดเห็น ใน
การตดั สินปัญหาสาคญั ของประเทศ ไม่วา่ ดว้ ยการแสดงความคิดเห็น การไต่สวนสาธารณะ การประชาพิจารณ์
และการแสดงประชามติหรืออื่น ๆ ซ่ึงในระดบั องค์กร หมายถึง การวางระบบ การรับฟังความคิดเห็นการรับ
เรื่องราวร้องทุกขท์ ่ีจะให้ประชาชนเขา้ มามีส่วนร่วม และขณะเดียวกัน ภายในองคก์ รเองจะตอ้ งสนบั สนุนการมี
ส่วนร่วมในการบริหารงานภายในดว้ ย

5. หลกั ความรับผิดชอบ หมายถึงการตระหนักในสิทธิหน้าท่ีความสานึกในความรับผิดชอบ
ต่อสงั คม การใส่ใจปัญหา ตลอดจนเคารพในความคิดเห็นท่ีแตกตา่ งและความกลา้ ที่จะยอมรับผลจาก การกระทา
ของตน ซ่ึงในระดบั องคก์ าร หมายถึงการกาหนดโครงสร้างและระบบการใชอ้ านาจรัฐใหม่ มีการกระจายอานาจ
การตดั สินใจลงสู่ระดบั ล่าง เพื่อใหค้ วามรับผดิ ชอบในทกุ ระดบั มีความชดั เจน และมีรายงานประจาปี รายงานผล
การปฏิบตั ิงานท่ีมีตวั ช้ีวดั ความสาเร็จรณรงคใ์ หป้ ระชาชนรับผดิ ชอบ

6. หลกั ความคุม้ ค่า หมายถึงการบริหารจดั การและใช้ทรัพยากรท่ีมีจานวนจากดั เพื่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยการรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยดั ใชข้ องอย่างคุม้ ค่า สร้างสรรค์ สินคา้
และบริหารที่มีคุณภาพ สามารถแข่งขนั ได้ในเวทีโลกและรักษาพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติ ให้สมบรูณ์ยง่ั ยืน

สรุปไดว้ ่า องค์ประกอบของหลกั ธรรมาภิบาล ประกอบดว้ ย 6 หลกั ดงั น้ีคือ 1. หลกั นิติธรรม 2. หลกั
คุณธรรม 3. หลกั ความโปร่งใส 4. หลกั ความมีส่วนร่วม 5. หลกั ความรับผิดชอบ และ 6. หลกั ความคุม้ คา่

137

4 การนาหลกั ธรรมาภบิ าลมาใช้ในประเทศไทย
ธีรยุทธ บุญมี (2541 : 11) กล่าวว่า ประเทศไทยเร่ิมมีการนาแนวคิดธรรมาภิบาลมาใช้ แพร่หลาย

ภายหลงั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2540 และหลงั จาก วิกฤตทางเศรษฐกิจและ
สังคม ใน พ.ศ. 2540 เป็นตน้ มา ท้งั น้ีเน่ืองจากในหนงั สือแสดงเจตจานงกเู้ งินจากกองทนุ ระหว่างประเทศ(IMF)
ที่ระบุให้รัฐบาลไทยให้คามน่ั สัญญาว่าจะสร้าง Good Governance ให้เกิดข้ึนในการบริหารจดั การภาครัฐโดย
รัฐบาลในขณะน้นั ไดพ้ ิจารณาเห็นความจาเป็นท่ีประชาชาติตอ้ งมีการบริหารกิจการบา้ นเมืองและสังคมท่ีดีเป็น
องคป์ ระกอบสาคญั ในการบูรณะสงั คมและประเทศ เพ่ือพลิกฟ้ื นภาวะวกิ ฤตทางเศรษฐกิจ สร้างความเขม้ แขง็
ให้กับเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของ ประเทศเพื่อสามารถรองรับกระแสการเปล่ียนแปลงต่างๆ ให้ทนั
สถานการณ์รัฐบาลได้มีหนังสือ ลงวนั ที่15 ธันวาคม พ.ศ. 2540 โดยขอความร่วมมือจากสถาบนั วิจยั เพื่อการ
พฒั นาประเทศ (TDRI) ในการดาเนินการคน้ ควา้ วิจยั เพื่อเสนอแนวทางที่เหมาะสม ไดม้ ีการระดมแนวคิดเพ่ือ
แกป้ ัญหาและพฒั นาประเทศในระยะส้ันและระยะยาวให้ยง่ั ยืน ซ่ึงคณะทางานดงั กล่าวไดจ้ ดั เอกสารขอ้ เสนอ
เพ่ือส่งเสริมธรรมาภิบาลไทยและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ซ่ึงมูลนิธิสถาบนั วิจยั เพื่อการ
พฒั นาประเทศไทย(TDRI) ได้ระดมแนวคิดในประเทศไทยหลายสาขาท่ีอาสาสมัครมาร่วมทางาน และ
คณะทางานได้จัดทาเอกสารข้อเสนอเพื่อเสริ มสร้างธรรมาภิบาลไทยเมื่อวันท่ี 23 เมษายน พ.ศ. 2542
นายกรัฐมนตรีไดม้ อบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการราชการพลเรือน จดั ทาบนั ทึก ขอ้ กาหนดเรื่องน้ีเป็ น
วาระแห่งชาติโดยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและให้ความเห็นชอบ เมื่อวนั ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 (วนั ชยั วฒั น
ศัพท์, 2547) และวันที่22 มิถุนายน พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้ออกระเบียบ สานัก
นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการสร้างระบบบริหารกิจการบา้ นเมือง และสังคมท่ีดีพ.ศ. 2542 โดยนายกรัฐมนตรีไดล้ ง
นามในระเบียบดงั กล่าวเม่ือวนั ท่ี 30 มิถุนายน พ.ศ. 2542 ไดป้ ระกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบบั ประกาศทวั่ ไป
เล่มที่116 ตอนท่ี63 ง เมื่อวนั ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2542 มีผลบงั คบั ใชต้ ้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา

การนาแนวคิดธรรมาภิบาลมาใช้ในประเทศไทยเม่ือคร้ังแรกท่ีมีการอา้ งถึงคา ว่า “Governance” ตาม
ความหมายท่ีใชก้ นั ในวงวิชาการน้นั คาว่า Governance ถูกใชใ้ นหนงั สือแสดงเจตจานงกูเ้ งิน ของประเทศไทย
จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ใน พ.ศ. 2540 เม่ือคราวประเทศไทย เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซ่ึงภายหลงั
การแสดงเจตจานงการกู้เงินในคร้ังน้ันของรัฐบาลไทยน้ีเอง ท่ีทาให้ นักวิชาการกลุ่มต่างๆ เริ่มหันมาสนใจ
Governance ในบริบทของสังคมไทยมากข้นึ

สุดจิต นิมิตกุล (2543 : 14) กล่าววา่ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการสร้างระบบ บริหารกิจการ
บา้ นเมืองและสังคมที่ดีพ.ศ. 2542 ไดร้ ะบุหลกั การของคานิยามของคาวา่ การบริหารกิจการบา้ นเมืองและสังคม
ที่ดีไวด้ งั น้ี“การบริหารกิจการบา้ นเมืองและสงั คมที่ดี” เป็นแนวทางสาคญั ในการจดั ระเบียบใหส้ ังคมท้งั ภาครัฐ

138

ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ซ่ึงครอบคลุมถึงฝ่ ายวิชาการ ฝ่ ายปฏิบตั ิการฝ่ ายราชการและฝ่ ายธุรกิจ
สามารถอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุข มีความรู้รักสามคั ครี ่วมกนั เป็นพลงั ก่อใหเ้ กิดการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื และเป็นส่วน
เสริมความเขม้ แขง็ หรือสร้างภมู ิคมุ้ กนั แก่ประเทศ เพอ่ื บรรเทา ป้องกนั หรือแกไ้ ขเยยี วยาภาวะวกิ ฤตภยนั ตรายท่ี
อาจจะมีมาในอนาคต เพราะสงั คม จะรู้สึกถึงความยตุ ิธรรม ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมอนั เป็นคณุ ลกั ษณะ
สาคญั ของศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษยแ์ ละการปกครองแบบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข
สอดคลอ้ งกบั ความเป็นไทย รัฐธรรมนูญ และกระแสโลกยคุ ปัจจุบนั

พระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลกั เกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (2546 :2) ได้
กาหนดขอบเขตความหมายของคาว่าการบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดีว่าได้แก่ การบริหารราชการ เพ่ือบรรลุ
เป้าหมาย ดงั ต่อไปน้ี

1. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
2. เกิดผลสมั ฤทธ์ิตอ่ ภารกิจของรัฐ
3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุม้ คา่ ในเชิงภารกิจรัฐ
4. ไม่มีข้นั ตอนการปฏิบตั ิงานเกินความจาเป็น
5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการใหท้ นั ต่อสถานการณ์
6. ประชาชนไดร้ ับการอานวยความสะดวกและไดร้ ับการตอบสนองความตอ้ งการ
7. มีการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการอยา่ งสม่าเสมอ
สรุปไดว้ า่ การนาหลกั ธรรมาภิบาลมาใชใ้ นประเทศไทยเป็นความพยายามของรัฐบาล ภาคประชาสังคม
และนักวิชาการที่ต้องการให้ส่วนราชการหรือองค์กรภาคเอกชน นาหลักธรรมาภิบาล มาใช้ในระบบการ
บริหารงาน เพอ่ื ใหเ้ กิดการพฒั นาท่ียงั่ ยนื และสร้างความชอบธรรมใหก้ บั สงั คม และประเทศชาติ

5. การประยกุ ต์ใช้หลกั ธรรมาภิบาลในการบริหาร
การบริหารงานในรูปแบบของธรรมาภิบาลน้ันจะเน้นท่ีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง มัน่ คง ไม่

ลม้ ละลาย ไม่เสี่ยงต่อความเสียหาย พนักงานมีความมน่ั ใจในองคก์ ารว่าสามารถปฏิบตั ิงานในองค์การได้ใน
ระยะยาว การนาธรรมาภิบาลมาใชใ้ นการบริหารน้นั เพ่ือใหอ้ งคก์ ารมีความน่าเช่ือถือ และไดร้ ับการยอมรับจาก
สงั คม (มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทยแผนกนวตั กรรมการสอน, 2554)

ปัจจุบันการบริหารงานในภาครัฐได้รับความสนใจจากประชาชนเป็ นอย่างมากในเรื่องของ ความ
โปร่งใสในการดาเนินงาน ดงั น้นั การนาหลกั ธรรมาภิบาลใชใ้ นหน่วยงานของรัฐก็เพื่อให้ประชาชนเกิดความ
เช่ือถือศรัทธาวา่ ปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกบั การทุจริตคอรัปชนั่ ของหน่วยงานภาครัฐ จะลดลงซ่ึงส่ิงที่ จาเป็นในการ
บริหารงานของหน่วยงานในภาครัฐ (สานกั งานจดั หางานจงั หวดั ชุมพร, ม.ป.ป.) ไดแ้ ก่

139

1. ภาระรับผิดชอบตรวจสอบไดค้ วามรับผิดชอบ คือ บุคคล องคก์ าร และผทู้ ี่ทาหนา้ ท่ีในการ ตดั สินใจ
ซ่ึงหนา้ ที่เกี่ยวกบั การบริหารงานภาครัฐ ตอ้ งมีภาระความรับผิดชอบต่อสาธารณะเก่ียวกบั การกระทากิจกรรม
หรือการตดั สินใจใด ๆ ซ่ึงส่งผลกระทบต่อสาธารณะ ความรับผิดชอบท่ีกล่าวมา หมายถึงการเปิ ดเผยขอ้ มูล การ
มีความยตุ ิธรรม ปฏิบตั ิตอ่ ทกุ คนดว้ ยความเสมอภาค และตรวจสอบ ไดโ้ ปร่งใส และดาเนินการภายใตก้ รอบของ
กฎหมาย

2. ความโปร่งใส ความโปร่งใส หมายถึง การตดั สินใจและการดาเนินการต่าง ๆ อยู่บนกฎระเบียบ
ชดั เจน การดาเนินงานของรัฐบาลในดา้ นนโยบายตา่ ง ๆ น้นั สาธารณะชนสามารถรับทราบ และมีความมนั่ ใจได้
ว่าการดาเนินงานของรัฐน้ันมาจากความต้งั ใจในการดาเนินงานเพื่อให้บรรลุผล ตามเป้าหมายของนโยบาย

3. การปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบ การท่ีองค์การภาครัฐใช้อานาจหน้าที่ หรือการ
แสวงหาผลประโยชน์ในทางส่วนตวั เหล่าน้ีถือเป็นการทุจริต และการประพฤติมิชอบท้งั ต่อ องคก์ ารภาครัฐเอง
และองคก์ ารในภาคเอกชน การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทางานและการทาให้เกิดความโปร่งใส รวมไปถึง
การปฏิรูประบบราชการจะเป็นเคร่ืองมือในการปราบปรามการ ฉอ้ ฉลและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

4. การสร้างการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมเป็นการเปิ ดโอกาสใหก้ บั ประชาชน หรือผทู้ ี่มีส่วนเก่ียวขอ้ ง
เขา้ มามีบทบาทในการตดั สินใจดาเนินนโยบาย มีส่วนร่วมในการควบคุมการปฏิบตั ิงาน ของสถาบนั การมีส่วน
ร่วมจะก่อใหเ้ กิดกระบวนการตรวจสอบ และเรียกร้องในกรณีท่ีเกิดความสงสัย ในกระบวนการดาเนินงานของ
รัฐไดเ้ ป็นอยา่ งดี

5. การสร้างกรอบทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ธรรมาภิบาลมีพ้ืนฐานการดาเนินการอยู่บน
กรอบของกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบตั ิมีการใหค้ วามเสมอภาคเท่าเทียม และเป็นธรรมกบั ทุกฝ่ าย มีกฎหมายที่
เขม้ แข็ง มีการระบุการลงโทษที่ชัดเจนและมีผลบังคบั ใช้ได้จะเป็ นส่ิงที่ช่วยพฒั นา ระบบการปกครองเพ่ือ
ป้องกนั การละเมิด หรือฝ่าฝืน การมีระบบกฎหมายที่ดีจะส่งเสริมการปกครอง ตามหลกั นิติธรรม

6. การตอบสนองที่ทนั การ ซ่ึงธรรมาภิบาล หมายถึงการใหก้ ารตอบสนองที่ทนั การต่อผมู้ ี ส่วนเกี่ยวขอ้ ง
ทุกฝ่าย ในเวลาท่ีทนั การ

7. ความเห็นชอบร่วมกนั สังคมท่ีประกอบดว้ ยบุคคลท่ีมีความคิดเห็นแตกต่างกนั ไป ธรรมาภิบาลจะทา
หน้าท่ีเป็ นตวั กลางในการประสานความต้องการที่แตกต่างให้บนพ้ืนฐานของ ประโยชน์ส่วนรวมและของ
องคก์ ารเป็นหลกั

8. ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในหลกั ธรรมาภิบาลน้ัน ตอ้ งการให้มี
การใชท้ รัพยากรตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด และคมุ้ ค่า

140

9. ความเสมอภาคและความเก่ียวขอ้ งหลกั ธรรมาภิบาลจะเนน้ ใหบ้ ุคลากรทุกคนในองคก์ าร รู้สึกมีส่วน
ร่วมหรือรู้สึกเป็ นส่วนหน่ึงกับองค์การ บุคคลสามารถมีส่วนเกี่ยวขอ้ งในกิจกรรมหลกั ที่จะช่วยสร้างความ
เติบโตใหก้ บั หน่วยงาน

ดงั น้ันการใชห้ ลกั ธรรมภิบาลทาให้องค์กรสามารถเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารงานได้ อีกท้งั ยงั เป็ น
กลไกในการควบคมุ ติดตาม และตรวจสอบ โดยมีประชาชน หรือองคก์ ารภายนอก มีส่วนร่วม ท้งั น้ีเพ่ือป้องกนั
ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่การบริหารองคก์ ารเพราะการสร้างธรรมาภิบาล ให้เกิดข้ึนในองค์การเป็ นการสร้าง
สานึกที่ดีในการบริหารงานและการทางานในองคก์ ารและจดั ระบบ ที่สนบั สนุนใหม้ ีการปฏิบตั ิตามสานึกท่ีดีไม่
วา่ จะเป็นในเร่ืองของการบริหารงานอยา่ งมีประสิทธิภาพ ไม่สิ้นเปลืองการติดตามการทุจริต ความโปร่งใส โดย
คานึงถึงผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งท่ีจะไดร้ ับผลกระทบ เน่ืองจากผทู้ ่ีไดร้ ับผลกระทบจากการปฏิบตั ิงานในหน่วยงานของรัฐ
เนน้ จะเก่ียวขอ้ งกบั ประชาชน โดยตรง

สุธรรม ส่งศิริ (ม.ป.ป.) กล่าววา่ หลกั ของธรรมาภิบาลในภาครัฐองคก์ รควรที่จะ
1.ยึดมนั่ ในหลกั ของวตั ถุประสงค์ในการให้บริการแก่ประชาชนหรือผูท้ ่ีมาใชบ้ ริการ (Clear

statement-high service quality) โดยท่ีธรรมาภิบาลคือ การยึดมนั่ ในวตั ถุประสงค์ขององค์กรและ ผลผลิตท่ีจะ
ส่งมอบใหแ้ ก่ประชาชนและผทู้ ่ีมารับบริการองคก์ รตอ้ งมีความเขา้ ใจอยา่ งแจ่มแจง้ ในวตั ถุประสงคแ์ ละผลผลิตที่
ต้งั ใจจะทาใหผ้ รู้ ับไดผ้ ลผลิตท่ีมีคุณภาพเป็นเลิศและคุม้ ค่ากบั ภาษที ่ีเสีย ใหแ้ ก่รัฐบาลรวมท้งั องคก์ รจะตอ้ งมีการ
ประกาศ (statement) พนั ธกิจและวตั ถุประสงค์ขององค์กร ท่ีชดั เจน และใช้เป็ นแนวทางในการวางแผนการ
ปฏิบตั ิงานขององคก์ รน้นั ๆ

2. ทางานอยา่ งมีประสิทธิภาพในหน้าท่ีและบทบาทของตน (Public Statement ว่าจะทาหน้าท่ี
อย่างไรโดยวิธีอะไรท่ีจะบรรลุเป้าหมาย) โดยท่ีธรรมาภิบาล คือ การทางานอย่างมีประสิทธิภาพ ในหนา้ ท่ีและ
บทบาทของตน บุคลากรต้องเข้าใจในหน้าท่ีของผู้บริหาร เข้าใจอย่างแจ่มชัดในความ รับผิดชอบของ
ผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชาและผูบ้ ริหาร รวมท้งั ตอ้ งมน่ั ใจว่าทุกคนปฏิบตั ิหน้าท่ีตามความ รับผิดชอบของตนมีความ
เขา้ ใจอย่างชดั เจนในความสัมพนั ธ์ระหว่างผบู้ ริหารกบั ประชาชนผรู้ ับบริการ ซ่ึงผบู้ ริหารควรแจง้ ให้ประชาชน
ไดท้ ราบในการประกาศสาธารณะ (Public Statement) ถึงหนา้ ที่และ ความรับผิดชอบของตน โดยระบุให้ทราบ
ถึงการปฏิบตั ิงานท่ีพอเหมาะกบั ขนาดและความซบั ซอ้ น (Complexity) ขององคก์ ร

3. ส่งเสริมค่านิยม (Values) ขององค์กร และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของธรรมาภิบาลโดยการ
ปฏิบัติหรื อพฤติกรรม (Behaviors) (moral integrity and etiquette in the responsiveness to the diverse public)
โดยท่ีธรรมาภิบาลคือการส่งเสริมค่านิยม (Values) ขององคก์ ร และแสดงให้เห็นถึงคุณค่า ของธรรมาภิบาลโดย
การปฏิบตั ิหรือพฤติกรรม บุคลากรควรนาค่านิยมขององคก์ รมาใชป้ ฏิบตั ิ ผบู้ ริหารองคก์ รควรประพฤติตนเป็ น

141

ตวั อยา่ งท่ีดีตดั สินและวินิจฉยั อยา่ งโปร่งใสและเปิ ดเผย รวมท้งั บริหารงานอยา่ งมีประสิทธิภาพท้งั น้ีผบู้ ริหารควร
จะทาตวั เป็นตวั อยา่ งในการใหบ้ ริการแก่ประชาชน ทุกชนช้นั อยา่ งเสมอภาคและเท่าเทียมกนั

4. มีการสื่อสารที่ดี การตดั สินใจอยา่ งโปร่งใส และมีการบริหารความเส่ียงท่ีรัดกุม (Providing
information to flow two-ways) โดยท่ีธรรมภิบาลคือองคก์ รมีการส่ือสารท่ีดีมีการตดั สินใจอย่างโปร่งใส และมี
การบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ซ่ึงการตดั สินใจทกุ คร้ัง ตอ้ งกระทาอยา่ งโปร่งใสและ ยตุ ิธรรม ใชข้ อ้ มลู ที่ดีรวมท้งั
คาแนะนา และการสนับสนุน และตอ้ งมน่ั ใจว่ามีระบบบริหารความเส่ียง ที่มีประสิทธิภาพอยู่ในระบบการ
ทางาน องค์กรจะตอ้ งมีระบบตรวจสอบการทางานทุกอย่าง เพ่ือให้แน่ใจว่าทุกอย่างดาเนินไปตามแผนการ
ทางาน มีการตรวจสอบความถูกตอ้ งของรายงานบญั ชีการเงิน รวมท้งั ขอ้ มลู ต่างๆ ที่ผลิตโดยองคก์ ร

5. พัฒนาศักยภาพและความสามารถของส่วนบริ หารจัดการอย่างต่อเน่ืองและให้มี
ประสิทธิภาพ ย่ิงข้ึน (ผูบ้ ริหารตอ้ งมีความสามารถและพฒั นาตวั เองอย่างต่อเนื่อง) โดยที่ธรรมภิบาลคือการ
พฒั นาศกั ยภาพและความสามารถของส่วนบริหารจดั การอย่างต่อเน่ืองและให้มีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน บุคลากร
ตอ้ งมนั่ ใจวา่ ผทู้ ี่ไดเ้ ล่ือนตาแหน่งข้ึนมาเป็นผบู้ ริหารจดั การน้นั มีทกั ษะความรู้และประสบการณ์ที่ จาเป็นตอ้ งใช้
ในหนา้ ท่ีน้นั ๆ องคก์ รมีการพฒั นาความสามารถของผูท้ ่ีทาหนา้ ที่ในส่วนบริหาร รวมท้งั มีการประเมินผลงาน
ไม่ว่าจะเป็ นรายบุคคลหรือเป็ นกลุ่มก็ไดแ้ ละองค์กรจะตอ้ งมีความ เชื่อมโยงในการทดแทนบุคลากรในสาย
บริหารจดั การเพ่ือความต่อเนื่องในการปฏิบตั ิงานขององคก์ ร ท้งั น้ีผูบ้ ริหารจดั การจะตอ้ งมีความรับผิดชอบใน
ผลงาน โดยการประเมินผลงานเป็ นระยะๆ ท้งั น้ี รวมท้งั การประเมินความตอ้ งการในการฝึ กอบรม หรือการ
พฒั นาทกั ษะท่ีตอ้ งการใชใ้ นการปฏิบตั ิ หนา้ ท่ี

6.การเขา้ ถึงประชาชน และตอ้ งรับผิดชอบต่อการทางานและผลงานอยา่ งจริงจงั โดยที่ ธรรมภิ
บาลคือการเขา้ ถึงประชาชนและตอ้ งรับผิดชอบต่อการทางานและผลงานอย่างจริงจงั บุคลากรตอ้ งมีความเขา้ ใจ
ถึงขอบเขตของความรับผิดชอบ ริเร่ิมการวางแผนท่ีจะติดต่อกบั ประชาชน เพ่ือให้ ทราบถึงหนา้ ท่ีและความ
รับผดิ ชอบในผลงานของตน ริเริ่มการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อ บคุ ลากรภายในองคก์ รและประสานงาน
กบั หน่วยเหนือหรือผบู้ งั คบั บญั ชาอยา่ งใกลช้ ิด

สรุ ปได้ว่า การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริ หารภาครัฐจะทาให้การปฏิบัติงานมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากย่ิงข้ึน มีการใชท้ รัพยากรต่าง ๆ อย่างคุม้ ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการ
ตดั สินใจและการดาเนินการต่าง ๆ อยบู่ นกฎระเบียบชดั เจน เปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนหรือผทู้ ่ีมี ส่วนเก่ียวขอ้ งเขา้
มามีบทบาทในการตดั สินใจดาเนินนโยบาย รวมท้งั ยึดมนั่ ในการให้บริการแก่ ประชาชนหรือผทู้ ี่มาใชบ้ ริการ
โดยปฏิบตั ิต่อทุกคนดว้ ยความเสมอภาค

142

แบบฝึ กหัดท้ายบทท่ี 5

คาส่ัง จงเลือกคาตอบท่ีถูกท่ีสุดแลว้ กากบาทลงในกระดาษคาตอบ ก ข ค ง
1. “หลกั ธรรมาภิบาล” มีชื่อเรียกวา่ อยา่ งไร

ก. การบริหารกิจการบา้ นเมืองท่ีดี
ข. บรรษทั ภิบาล
ค. หลกั ธรรมรัฐ
ง. ถูกทกุ ขอ้

2. องคป์ ระกอบของหลกั ธรรมาภิบาลมีกี่ขอ้
ก. 2 ขอ้
ข. 4 ขอ้
ค. 6 ขอ้
ง. 8 ขอ้

3. การตรากฎหมาย กฎ ระเบียบขอ้ บงั คบั และกติกาต่าง ๆ ใหท้ นั สมยั และเป็นธรรม คือหลกั ธรรมมาภิบาลใด
ก. หลกั นิติธรรม
ข. หลกั ความโปร่งใส
ค. หลกั ความรับผิดชอบ
ง. หลกั คุณธรรม

4. การยดึ ถือและเช่ือมนั่ ในความถูกตอ้ งดีงาม คือหลกั ธรรมมาภิบาลใด
ก. หลกั นิติธรรม
ข. หลกั ความโปร่งใส
ค. หลกั ความรับผดิ ชอบ
ง. หลกั คุณธรรม

5. ธรรมาภิบาล ภาษาองั กฤษเรียกวา่ อยา่ งไร
ก. Good convenience
ข. Good corporate
ค. Good governance

143

ง. Good governor

6. การทาใหส้ ังคมไทยเป็นสังคมที่ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ และร่วมเสนอความเห็นในการตดั สินใจสาคญั ๆ
ของสงั คม คอื หลกั ธรรมมาภิบาลใด
ก. หลกั นิติธรรม
ข. หลกั ความโปร่งใส
ค. หลกั ความรับผดิ ชอบ
ง. หลกั คณุ ธรรม

7. พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยการบริหารกิจการบา้ นเมืองและสังคมท่ีดี พ.ศ. 2546 ไมต่ รงกบั หลกั ธรรมาภิบาล
ของสหประชาชาติขอ้ ใด
ก. หลกั ความรับผิดชอบ
ข. หลกั นิติธรรม
ค. หลกั คณุ ธรรม
ง. หลกั ประหยดั

8. พระธรรมโกศาจารย์ ไดพ้ ูดถึงธรรมาภิบาลในหวั ขอ้ เร่ือง พระพุทธศาสนากบั หลกั ธรรมาภิบาล สรุปไดว้ า่
ธรรมาภิบาล ตอ้ งมีองคป์ ระกอบ 3 ดา้ น ยกเวน้ ขอ้ ใด
ก. ธรรมาภิบาลดา้ นเศรษฐกิจ
ข. ธรรมาภิบาลดา้ นธุรกิจ
ค. ธรรมาภิบาลดา้ นการเมือง
ง. ธรรมาภิบาลดา้ นราชการ

9.การใชอ้ านาจและการคอรัปชน่ั ในช่วงตน้ พ.ศ. 2523 ทาใหเ้ ศรษฐกิจและสงั คมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจึง
จาเป็นตอ้ งมีการปฏิรูปและการปรับปรุงรูปแบบของการปกครองใหม่ ในช่วงดงั กล่าวมีองคก์ รใดเขา้
มาช่วยเหลือ
ก. สหประชาชาติ
ข. กองทุนระหวา่ งประเทศ (IFM)
ค. ธนาคารแห่งชาติ
ง. ธนาคารโลก

10. ธรรมาภิบาล เป็นคาที่มาจากภาษาสันสกฤต คอื ธรรม กบั อภิบาล คาวา่ “อภิบาล” หมายถึงอะไร

144

ก. จริยธรรมและคุณธรรม
ข. บารุงรักษาและปกครอง
ค. ประชาชนและประชาธิปไตย
ง. ปลกู ฝังและต่อยอด

เฉลยแบบฝึ กหัดท้ายบทท่ี 5
1. ง 2. ค 3. ก 4. ง 5. ค 6. ข 7. ค 8. ก 9. ง 10. ข

145

เอกสารอ้างองิ บทที่ 5

กัลยา เนติประวัติ. การยอมรับรูปแบบการจัดองค์การทางสังคมแบบใหม่ ตามหลักการบริหารกิจการ
บ้านเมืองและสังคมท่ีดีในองค์กรภาครัฐ: ศึกษาเฉพาะกรณี สานักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข.
วิทยานิ พนธ์ปริ ญญาศิลปศาสตรมหาบันฑิต สาขาสังคมวิทยาประยุกต์บัณฑิตวิ ทยาลัย
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2544.

ชัยอนันต์ สมุทวณิช. Good Governance กับการปฏิรูปการศึกษาการปฏิรูปการเมือง. กรุงเทพมหานคร:
สายธาร, 2541.

ไชยวฒั น์ คา้ ชู.การบริหารการปกครองท่ีโปร่งใสด้วยจริยธรรม.กรุงเทพมหานคร: นา้ ฝน การพมิ พ,์ 2548.
เชาวนะ ไตรมาศ.การนาระบบบริหารธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหาร มุ่งผลสมัฤทธ์ิกบั การบูรณาการ การ

บริหารจดั การเพ่ือสร้างความเป็ นเลศิ ทางพสิ ัยสามารถของคนในองค์การ. กรุงเทพมหานคร:
สานกั งานคณะกรรมการวจิ ยั แห่งชาติ, 2547.
ทิพาวดี เมฆสวรรค.์ ปฏริ ูประบบราชการเพื่อความอย่รู อด.กรุงเทพมหานคร: สานกั งาน คณะกรรมการ ปฏิรูป
ระบบราชการส านกั งานขา้ ราชการพลเรือน, 2541.
ธีรยทุ ธ บุญมี.ธรรมรัฐแห่งชาติยทุ ธศาสตร์ก้หู ายนะประเทศไทย.กรุงเทพมหานคร: สายธาร, 2541.
ธีรยทุ ธ บุญมี.ธรรมรัฐกบั การปฏิรูปสังคมไทยในข้นั 2. วารสารกรมประชาสมั พนั ธ์, 11, 2541.
ธีระพล อรุณะกสิกร. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบการบริหารกิจการ บ้านเมืองและ
สังคมทดี่ พี .ศ. 2542.กรุงเทพมหานคร: สานกั พิมพว์ ิญญูชน, 2542.
วนั ชยั วฒั นศพั ท.์ ความขัดแย้ง : หลกั การและเครื่องมือแก้ปัญหา. สืบคน้ 11 เมษายน 2558 จาก
https://www.gotoknow.org/posts/168169, 2547.
สถาบนั ราชประชาสมาสยั .ธรรมาภิบาลบนั ดาลสุข.กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข, 2549.
สานักงานคณะกรรมการราชการพลเรือน. คู่มือการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ตาม
ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมท่ีดี . ม.ป.ท.,
2542.

146

สานักงานจัดหางานจังหวดั ชุมพร. การสร้างธรรมาภิบาล (Good governance). สืบค้น 22 กันยายน 2558
จากhttp://115.31.137.49/chumphon/tam_ma_pi_ban.html, ม.ป.ป.

สุธรรม ส่งศิริ. ธรรมาภิบาลในภาครัฐ. สืบคน้ 22 กนั ยายน 2558
จาก www.pathumthani.go.th/webKM/KM_Files/left-1-1.ppt, ม.ป.ป.

สุดจิต นิมิตกุล. กระทรวงมหาดไทยกับการบริหารจัดการที่ดีใน การปกครองที่ดี(Good Governance).
กรุงเทพมหานคร: บพิธการพมิ พ,์ 2543.

บวรศกั ด์ิ อวุ รรณโณ. การสร้างธรรมาภบิ าลในสังคมไทย.กรุงเทพมหานคร: วญิ ญชู น, 2542.
บุษบง ชัยเจริ ญวัฒนะและบุญมี ล้ี. ตัวชี้วัดธรรมาภิบาล. รายงานการวิจัยสถาบันพระปกเกล้า.

กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว, 2544.
ประมวล รุจนเสรี. Good Governance การบริหารที่ดใี นนายอาเภอในฝัน.กรุงเทพมหานคร, 2541.
ปั ญ ญ า ฉ า ย ะ จิ น ด า ว ง ศ์แ ล ะ รั ช นี ภู่ ต ร ะ กู ล . ธ ร ร ม า ภิ บ า ล ( Good Governance) กั บ สั ง ค ม ไ ท ย .

กรุงเทพมหานคร: บพิธการพมิ พ,์ 2549.
เปรม ติณสูลานนท.์ จริยธรรมการบริหารภาครัฐ. มติชน, 2548.
พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี พ.ศ. 2546. เลม่ 120 ตอนที่100 ก,

2546.
พิศมัย หมกทอง. การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของสานักงานเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร.

วิทยานิพนธ์ปริ ญญาพุทธศาสตรมหาบันฑิต สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , 2554.
พฤทธิสาณ ชุมพล. (2546). ความคิดในรัฐศาสตร์ ร่ วมสมัย. กรุ งเทพฯ: สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั .
พระธรรมโกศาจารย(์ ประยรู ธมฺมจิตฺโต). พระพทุ ธศาสนากบั ธรรมาภบิ าล. วารสารพุทธจกั ร, 61(8), 2550
พระราชญาณวิสิฐ(เสริมชยั ชยฺมงฺคโล). หลักธรรมาภิบาลและประมุขศิลป์ .กรุงเทพมหานคร: ชยมั งคลพริ้นติ้ง,
2548.
ไพโรจน์ พรหมสาส์น. การบริหารทดี่ มี ีประสิทธภิ าพ. วารสารพฒั นาชุมชน, 37(7) 15-19, 2541.

147

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หวั เน่ืองในโอกาสพระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธนั วาคม 2554.

กรุงเทพมหานคร: ราชบณั ฑิตยสถาน, 2556.
วรภทั ร โตธนะเกษม. การสร้าง Good Governance ในองค์กร. วารสาร กสท, 8, 2542.
อรพนิ ท์ สพโชคชยั . (2541). สังคมเสถยี รภาพและกลไกประชารัฐท่ีดี (Good Governance). รายงานทีดี อ า ร์ ไ อ
(20).


Click to View FlipBook Version