The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรการทอผ้าขาวม้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supatsorn14120, 2022-03-18 13:56:50

หลักสูตรการทอผ้าขาวม้า

หลักสูตรการทอผ้าขาวม้า

หลักสูตรการฝึกอบรม

การทอผ้าขาวม้า

สาขาสังคมศึกษา คณะมุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

หลักสูตรการฝึกอบรม

การทอผ้าขาวม้า

สาขาสังคมศึกษา คณะมุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์




ผ้าขาวม้า เป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่ช่วยสะท้อน

ภาพวิถีชีวิตความเป็นไทยนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ผ้าขาวม้า ยังคง

อยู่คู่กับคนไทยและมีพัฒนาการเพื่อต่อยอดทางภูมิปัญญามาอย่างต่อเนื่อง

หลายยุคสมัย คนไทยรู้จักผ้าขาวม้าตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ราวยุค

สมัยเชียงแสนโดยได้รับอิทธิพลจากชาวไทยใหญ่ที่ใช้ผ้าขาวม้าโพกศีรษะ

ต่อมาผู้ชายไทยใช้ผ้าเคียนเอว (ผูกเอว)และยังประยุกต์ใช้ประโยชน์หลาก

หลาย เช่น ใช้ห่อเก็บสัมภาระเดินทาง ห่ออาวุธ นุ่งเวลาอาบน้ำ เช็ดตัวปู

นอน ในยุคแรกคนไทยจะเรียกผ้าสารพัดประโยชน์ผืนนี้ว่า ผ้าเคียนเอว

ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ผ้าขาวม้าในภายหลัง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคน

ไทยสู่การทอ การย้อมสีการประดิษฐ์ลวดลายของผ้าขาวม้า อันมี

เอกลักษณ์ประจำแต่ละท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียง สร้าง

อาชีพและรายได้ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

จากผ้าธรรมดาที่ใช้กันในวิถีชีวิตของคนไทย ปัจจุบัน ผ้าขาวม้าผ่าน

กาลเวลาและวิวัฒนาการแห่งวัฒนธรรมมาหลายยุคสมัย ผ่านความคิด จิต

วิญญาณ จนกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่แสดงถึงความเป็นไทย และยังก้าว

ไกลสู่สากลได้อย่างภาคภูมิใจ รักษาและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่

สืบไป จึงได้ร่วมมือกัน จัดโครงการ “ผ้าขาวม้าหรรษา ภูมิปัญญาไทย”

การออกแบบการทอผ้าขาวม้า ในหัวข้อ “การทอผ้าขาวม้า” สําหรับ

เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปและนักออกแบบอิสระได้ใช้

ความรู้ความสามารถ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านผลงานความหลาก

หลายเชิงสร้างสรรค์ที่แตกต่างกันไปโดยหลังจากเสร็จสิ้นโครงการจะมีการ

พิจารณาตัดสิน เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเป็นการ

เชิญชวนให้เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักและนํากลับมาใช้ในวิถีชีวิต อีกทั้ง

จะช่วยเป็นการต่อยอดทางภูมิปัญญาและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น

ในวงกว้างต่อไปในอนาคต

สาระบัญ

เรื่อง หน้ า

หลักสูตรการอบรม 1
เนื้ อหาการอบรม 2
3
ความสำคัญอาชีพการทำทอผ้าขาวม้า 4
เตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ ในการทำทอผ้าข้าวม้า 7
ขั้นตอนการออกแบบลายผ้าข่าวม้า 8
สรุปขั้นตอนและเทคนิ คการทอผ้าขาวม้า

ทำงานได้ครบทุกขั้นตอน 10
บรรณานุกรม 11
แบบทดสอบ 13
ประวัติวิทยากร

หลักสูตรการฝึกอบรม 1
การทอผ้าขาวม้า

สาขาสังคมศึ กษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

วัสถุประสงค์

1. เพื่อเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์และทักษะด้านการทอผ้าขาวม้า
2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปประกอบอาชีพสร้างรายได้
3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
4. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ที่ได้พัฒนาตนเอง พัฒนางานให้ดียิ่ง

ขึ้น

ระยะเวลาในอบรม ภาคทฤษฎี 15 ชั่วโมง
ภาคปฏิบัติ 15 ชั่วโมง
จำนวน 30 ชั่วโมง

คุณสมบัติผู้อบรม

1.นั กเรียนที่มีความสนใจในโครงการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้น

2.ผู้เรียนที่หาอาชีพเพื่อพัฒนาต่อ

3. ผู้เรียนที่ไม่มีอาชีพ

หัวข้อเนื้อหาการอบรม

2

เนื้อหาการฝึกอบรม

1.ความสำคัญในการประกอบอาชีพการทำทอผ้าขาวม้า
2.การจัดเตรียม วัสดุ/อุปกรณ์ในการทำทอผ้าข้าวม้า
3.ขั้นตอนการออกแบบลายผ้าข่าวม้า
4.การสรุปขั้นตอนและเทคนิ คการทอผ้าขาวม้า ทำงานได้ครบทุก

ขั้นตอน

การวัดและประเมินผล

1.ทำแบบทดสอบ
2.ประเมินความรู้ ความเข้าใจในการปฎิบัติการเข้ารับการฝึกอบรม

ผู้จัดทำหลักสูตร

นางสาวสุภัสสร มียิ่ง นั กศึกษาสาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 2

ลงชื่อ..............................................ผู้ขออนุมัติหลักสูตร
(นางสาวสุภัสสร มียิ่ง)

ลงชื่อ..............................................ผู้อนุมัติหลักสูตร
(อาจารย์ภัทระ อินทรกำแหง)

อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา

เนื้อหาการอบรม 3

ค ว า ม สำ คั ญ ใ น ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ


การทำทอผ้าขาวม้า

นับจากอดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ผ้าขาวม้า

เป็นผ้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทั่วทุกภาคของ

ประเทศควบคู่กับวัฒนธรรมการทอผ้าซึ่งเป็น

ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนไทย มีการทอผ้าขาวม้าใช้

เองในครัวเรือนแลกเปลี่ยนกันในหมู่บ้าน มอบให้แก่

ผู้ใหญ่ และใช้ในงานพิธีกรรมต่างๆ ผ้าขาวม้าเป็นผ้าที่

เข้าถึงง่ายด้วยประโยชน์ใช้สอยมากมายจนครอง

ตำแหน่ง“ผ้าสารพัดประโยชน์” ที่ไม่มีผ้าประเภทใด

เทียบได้ ผ้าขาวม้าจึงอยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย

และแนบแน่นอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะใน

สังคมชนบทและสังคมเกษตรกรรมเรามักนึกถึงภาพ

ผู้ชายใช้ผ้าขาวม้าในการพาดบ่า เคียนเอว เช็ด

เหงื่อ ส่วนแม่บ้านใช้ผ้าขาวม้าในการผูกเป็นเปลนอน

ให้เด็กทารก เป็นผ้าบังเมื่อให้นมลูก เป็นผ้าม่าน

กันแดด เป็นต้น

ในวันนี้เราอยากให้คนไทยหันกลับมามองผ้า

ขาวม้าด้วยมุมมองใหม่ที่ต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็น

ความลึกซึ้งด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่ส่งผลให้ผ้าขาวม้า

ในแต่ละพื้นที่มีโครงสร้าง ลวดลายและสีสันที่เป็น

เอกลักษณ์ของตนเอง หรือกระบวนการทอผ้าด้วยมือ

ที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน ความเชี่ยวชาญ และสมาธิ

ตลอดจนการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อ

สุขภาพของผู้ผลิตและผู้ใช้ รวมถึงมีความเป็นมิตรต่อ

สิ่งแวดล้อม และยังช่วยสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย

สนับสนุนรายได้ให้เข้าสู่ชุมชน

4

อุปกรณ์ในการทำทอผ้าขาวม้า




วัสดุ/อุปกรณ์ในการทำทอผ้าขาวม้า

1. กง ใช้พันเส้นด้าย
เพื่อเตรียมไจด้ายสำหรับฟอกและย้อม

2. อัก ใช้พันเส้นด้าย เพื่อจัดระเบียบ
3. กระบอกไม่ไผ่ ใช้สำหรับพันเส้นด้าย ใช้แทนหลอดด้าย
4. แกนกระสวย ใช้สำหรับพันด้ายพุ่งเป็นหลอดเล็กๆ
5. ไน เป็นเครื่องมือสำหรับกรอด้ายเข้าหลอดด้าย ก่อนที่จะนำไปใส่กระสวย

ต้องนำไปใช้ร่วมกับระวิงมีลักษณะด้านหนึ่งเป็นกงล้อขนาดใหญ่มีเพลาหมุน

ด้าย มีสายพานต่อไปยังท่อเล็กๆ ที่ปลายอีกข้างหนึ่ง
6. หลักเปีย (หลักเผีย) โครงไม้สำหรับเตรียมด้ายยืน สามารถเตรียมด้าย

ยืนยาว 20 – 30 เมตร(ปัจจุบันมีหลักเปียขนาดใหญ่ เตรียมด้ายยืนได้ยาว

กว่า 100 เมตร)
7. แปรงหวีด้ายยืน

ส่วนประกอบของกี่ทอผ้า
1. ฟืมหรือฟันหวี(reed) เป็นกรอบไม้แบ่งเป็นช่องถี่ๆด้วยลวดซี่เล็กๆ สำหรับจัด

ระเบียบเส้นด้ายยืนตีกระทบเส้นด้ายพุ่งเพื่อให้ผ้ามีเนื้อแน่นเป็นผืนผ้า
2. ตะกอหรือเขาหูก (harness) ส่วนใหญ่เป็นตะกอเชือก จัดกลุ่มเส้นด้ายยืนเปิด

ช่องด้ายยืน สำหรับใส่ด้ายพุ่ง
3. แกนม้วนผ้าหรือไม้กำพั่น ใช้ม้วนผ้าที่ทอแล้วใช้ลำต้นไม้ที่มีขนาดสม่ำเสมอ

และเหยียดตรง
4. แกนม้วนด้ายยืน ใช้ม้วนด้ายยืนขณะทอ
5. เท้าเหยียบ ใช้ควบคุมการยกตะกอ
6. ที่นั่ง สำหรับนั่งขณะทอผ้า
7. กระสวย ใช้สอดใส่ด้ายพุ่งจะมีลักษณะคล้ายเรือ มีร่องใส่แกนกระสวยมีทั้ง

แบบแกนเดี่ยวและแกนคู่
8. ผัง
– ไม้เล็ก เรียว ยาวกว่าหน้าผ้าเล็กน้อย ปลาย 2 ข้างเป็นเหล็กแหลม
– ใช้สำหรับขึงหน้าผ้าให้ตึง และมีขนาดคงเดิมขณะทอ

ยกตัวอย่างอุปกรณ์ 5

(ตัววิ่งด้าย) ทำด้วยไม้ เจาะเป็นโผ่งคล้ายๆเรือ

ไว้สำหรับใส่หลอดด้ายมีน้ำหนั กเบาและขนาดเหมาะ

มือใช้ท้อผ้าระหว่างการยกเส้นด้ายขึ้นลง มีลักษณะ

เรียว ยาว ปลายงอน คล้ายเรือ ขนาดความยาวของ

กระสวย 30 ซม.ใช้ท้อผ้า

(หลอดทำจากไม้) ลักษณะไม้ขิดเป็น

วงกลม คล้ายกับหลอด ทำจาก ต้น“ไส้ตัน” มี

ลำต้นเป็นเถาไม้เลื้อยพันต้นไม้อื่น ไม่มีมือ

เกาะลำต้นมีความสูงต้นประมาณ 4-10 เมตร

เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น 7.4 -11.8 มิลลิเมตร

เปลือกต้น

อัก คือเครื่องมือที่ใช้เก็บด้ายโดยม้วน

ด้ายใส่อัก ท าจากไม้ทำด้วยไม้เนื้ อแข็ง มี6 ขา

ตั้งตรงเป็นวงกลม เจาะรูตรงกลาง มีไม้

ประกบสำหรับสวมรูเพื่อให้อักหนุน ขนาด

ความสูงของอัก 40 – 50 เซนติเมตร

หลา (ไม้ปั่ นด้าย) เครื่องมือที่ใช้หมุนหลอดให้

ม้วนเส้นด้าย ทำด้วยล้อจักยานที่เป็นโครง

เหล็ก ประกอบไปด้วยไม้เนื้ อแข็ง มีไม้ยืน 3

สามตัว ใช้ไม้1 ตัวเป็นฐานตั้งข้างล่าง ไม้อีก 2

ทำเป็นไม้ยืนตรง ล้อจักยานให้ล้อจักยานม่วน

ได้

6

(ม้าเดินด้าย) สำหรับนำไปโยงเส้นด้าย เฝือ

ทำจากไม้เนื้ อแข็งลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมคล้าย

ค้านไม้สี่เหลี่ยมขนาดค้านแนวตั้งยาว 2

เมตร 30 เซต ขนาดค้านแนวตั้งยาว 1 เมตร

80 เซน ค้านแนวตั้ง เจาะรูเป็นวงกลมเพื่อ

นำขาของหลักเฝือ ใส่มาประกอบเข้าหลัก

เฝือ ขาหลักเฝือ คล้ายฟันหวี มีลักษณะ

วงกลม

ฟืม คือเครื่องมือสำหรับทอผ้ามีลักษณะเป็น

แผงยาว มีฟันเป็นซี่ๆคล้ายกับหวี เรียกว่า

ฟันหวี ซึ่งแต่ละซี่ใช้เป็นช่องสำหรับสอดด้าย

โครงของฟืมทำจากไม้เนื้ อแข็ง ฟันหวีทำจาก

ไม้ไผ่ขนาดของฟืมจะเรียกตามจำนวนช่อง

ระหว่างซี่ของฟืม โดยมีหน่ วยนั บเป็น “หลบ”

ซึ่ง 1 หลบ เท่ากับ 40 ช่องฟัน เป็นเครื่องมือ

ที่ทำหน้ าที่กระทบด้ายเส้นพุ่งที่ทอให้เรียง

กันเป็นระเบียบ ทำให้เนื้ อผ้าแน่ นเป็นผืนผ้า

การทอและออกแบบลายผ้าขาวม้า 7

ขั้นตอนการทอผ้าขาวม้า
1. สืบเส้นด้ายยืนเข้ากับแกนม้วนด้ายยืน และร้อยปลายด้ายแต่ละเส้นเข้าใน

ตะ กอแต่ละชุดและฟันหวี ดึงปลายเส้นด้ายยืนทั้งหมดม้วนเข้ากับแกนม้วน

ผ้าอีกด้านหนึ่ ง ปรับความตึงหย่อนให้พอเหมาะ กรอด้ายเข้ากระสวยเพื่อใช้

เป็นด้ายพุ่ง
2. เริ่มการทอโดยกดเครื่องแยกหมู่ตะกอ เส้นด้ายยืนชุดที่ 1 จะถูกแยกออก

และเกิดช่องว่าง สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่าน สลับตะกอชุดที่ 1 ยกตะกอชุดที่ 2

สอดกระสวยด้ายพุ่งกลับ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ
3. การกระทบฟันหวี ( ฟืม ) เมื่อสอดกระสวยด้ายพุ่งกลับก็จะกระทบ ฟัน

หวี เพื่อให้ด้ายพุ่งแน่ นหนาติดกันได้เนื้ อผ้าที่แน่ นหนา
4. การเก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้พอประมาณแล้วก็จะม้วนเก็บใน แกน

ม้วนผ้า โดยผ่อนแกนด้ายยืนให้คลายออกและปรับความตึงหย่อนใหม่ ให้

พอเหมาะ

8

เทคนิคการทอผ้าขาวม้าครบทุกขั้นตอน

1. นำเอาด้ายที่ซื้อมาแล้วมาใส่อักแล้วกวักออก

มาให้ได้ฝ้ายเป็นปอยยาวๆ
2. นำฝ้ายที่กวักแล้วมาค้นเครือเพื่อที่จะให้ได้
ตามขนาดของผ้าขาวม้าตามที่จะทอความยาว

ประมาณ 1.50 เมตร แล้วนำไปใส่ในกี่ทอผ้า

3. เมื่อเตรียมด้ายลายยืนเสร็จแล้ว นำ

มาเข้าฟืมแล้วดึงเส้นด้ายลายยืนให้ขึ้น

ลงขัดกับด้ายลายพุ่งในขั้นตอนการทอ

ซึ่งฟืมจะมีจำนวนตามลายเป็นลายด้าย

ยืนว่าต้องการให้เป็นลายดอกหรือ

ลายขัดธรรมดา เมื่อต่อเสร็จครบทุกเส้น

แล้ว นำไปขึ้นกี่เพื่อเตรียมทอ

4.นำเส้นฝ้ายที่แบ่งตัดมาม้วนเป็นหลอด

ด้ายเพื่อนำไปในกระสวย

4.1 ฝ้ายที่ตัดแบ่งเป็นหลอดฝ้าย
4.2 สอดหลอดด้ายใส่กระสวย

9

5. ทอฝ้ายจากเส้นให้เป็นผืนผ้าขาวม้าโดยใช้กระสวย เป็นตัววิ่งสลับไปมา

ซ้าย-ขวา และในกระสวยจะมีม้วนฝ้ายสีต่างๆ ใส่ไว้ในกระสวย เพื่อสามารถ

เปลี่ยนสีฝ้ายได้ เช่น การทำแทบสีผ้าขาวม้า
6. ทอผ้าขาวม้าต่อไปเลื่อยๆจนเสร็จ เป็นผืนหน้ากว้าง 34 นิ้ว ความยาว

1.50 เมตรเป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

10

บรรณานุกรม

การทอผ้าข้าวม้า

https://district.cdd.go.th/pakkhat/wpcontent/uplo

ads/sites/908/2020/06/14.-
สืบค้นเมื่อ วันที่ 9 มีนาคม 2565

ภูมิปัญญา-การทอผ้าขาวม้า
http://101.51.150.94/c_smart64/courses/5-
สืนค้นเมื่อ วันที่ 12 มีนาคม 2565

11

แบบทดสอบ

คำชี้แจ้ง จงเลือกตอบคำถามที่ถูกที่สุด จำนวน 10 ข้อ

1.ผ้าขาวม้ามีลวดลายที่แบ่งออกได้กี่แบบ 8.ผ้าขาวม้า มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า
ก. 2แบบ ข. 3 แบบ ก.ผ้าเคียนเอว ข.ผ้าดิบ
ค. 4 แบบ ง. 5. แบบ ค.ผ้ามะกอก ง. ถูกทุกข้อ

2.เส้นใยที่นิยมในการทอผ้าขาวม้าคือ 9.ผ้าขาวม้ามาจากภาษาอะไร
ก.เส้นใยไหม ข. เส้นใยฝ้าย
ค.โพลีเอสเตอร์ ง. ถูกทุกข้อ ก.ลาว ข.เปอร์เซีย

ค.อังฤกษ ง.พม่า

3.ข้อใดเป็นลักษณะพิเศษของ ผ้าขาวม้าตามะกอก 10.ข้อใดคือประโยนช์ของผ้าขาวม้า
ก. มีชื่อเรีกว่าผ้าขาวม้าดิบ ข.ทอด้วยเส้นสีเนื้อละเอียด ก.นุ่งห่ม ข.กระเป๋า
ค. ใช้ผ้า 2 สี มีสีดำและสีขาว ง.มีลักษณะหน้าผ้ากว้าง ค.ของชำรวย ง.ถูกทุกข้อ

4.ข้อใด ไม่ใช่ เส้นใยที่คนไทยนำมาทอเป็นผืนผ้า
ก.ฝ้าย ข.ป่าน
ค.ปอกะเจา ง.เปลือกข้าวโพด

5.ในการยอมสีตามภูมิปัญญาไทย โดยการใช้วัสดุตามธรรมชาติ

ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน

ก.สีดำ - เปลือกต้นสมอ ข.สีแดง- ก้านดอกกรรณิการ์
ค.สีน้ำเงิน - ต้นคราม ง.สีเขียว - รากมะพด

6.เส้นใยในข้อใดมีคุณสมบัติทำให้ผ้ามันวาวเบาบาง
ก.ป่าน ข.เส้นไหม
ค.ปอกะเจา ง.ฝ้าย

7.ผ้าขาวม้า นิยมนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ใดมากที่สุด
ก.ผ้าพันคอ ข.เสื้อผ้า กระเป๋า
ค.สร้อยคอ ง.ถูก ก และ ข

เฉลยแบบทดสอบ 12

คำชี้แจ้ง จงเลือกตอบคำถามที่ถูกที่สุด จำนวน 10 ข้อ

1.ผ้าขาวม้ามีลวดลายที่แบ่งออกได้กี่แบบ 8.ผ้าขาวม้า มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า
ก. 2แบบ ข. 3 แบบ ก.ผ้าเคียนเอว ข.ผ้าดิบ
ค. 4 แบบ ง. 5. แบบ ค.ผ้ามะกอก ง. ถูกทุกข้อ

2.เส้นใยที่นิยมในการทอผ้าขาวม้าคือ 9.ผ้าขาวม้ามาจากภาษาอะไร
ก.เส้นใยไหม ข. เส้นใยฝ้าย ก.ลาว ข.เปอร์เซีย
ค.โพลีเอสเตอร์ ง. ถูกทุกข้อ ค.อังฤกษ ง.พม่า

3.ข้อใดเป็นลักษณะพิเศษของ ผ้าขาวม้าตามะกอก 10.ข้อใดคือประโยนช์ของผ้าขาวม้า
ก. มีชื่อเรีกว่าผ้าขาวม้าดิบ ข.ทอด้วยเส้นสีเนื้อละเอียด ก.นุ่งห่ม ข.กระเป๋า
ค. ใช้ผ้า 2 สี มีสีดำและสีขาว ง.มีลักษณะหน้าผ้ากว้าง ค.ของชำรวย ง.ถูกทุกข้อ

4.ข้อใด ไม่ใช่ เส้นใยที่คนไทยนำมาทอเป็นผืนผ้า เฉลย
ก.ฝ้าย ข.ป่าน 1.ค

ค.ปอกะเจา ง.เปลือกข้าวโพด
2.ข
5.ในการยอมสีตามภูมิปัญญาไทย โดยการใช้วัสดุตาม
3.ก
ธรรมชาติ ข้อใดไม่สัมพันธ์กัน 4.ง
ก.สีดำ - เปลือกต้นสมอ ข.สีแดง- ก้านดอกกรรณิการ์ 5.ข
ค.สีน้ำเงิน - ต้นคราม ง.สีเขียว - รากมะพด 6.ข
7.ง
6.เส้นใยในข้อใดมีคุณสมบัติทำให้ผ้ามันวาวเบาบาง 8.ก
ก.ป่าน ข.เส้นไหม 9.ข
ค.ปอกะเจา ง.ฝ้าย 10.ง

7.ผ้าขาวม้า นิยมนำมาเป็นผลิตภัณฑ์ใดมากที่สุด
ก.ผ้าพันคอ ข.เสื้อผ้า กระเป๋า
ค.สร้อยคอ ง.ถูก ก และ ข

13

ประวัติวิทยากร

นางสาวสุภัสสร มียิ่ง นักศึกษาสาขาสังคมศึกษา ชั้นปีที่ 2
คณะมุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ช่องทางการติดต่อ
เบอร์ 0968620562
Line 0968620562
FB สุภัสสร มียิ่ง
Gmail [email protected]

Thank You


Click to View FlipBook Version