1
2 ค ำน ำ โครงงานเรื่อง รูปทรงหรรษา เล่มนี้จัดท าขึ้นภายใต้การเข้าร่วมกิจกรรมโครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ประเทศไทย มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ โครงการทักษะกระบวนการคิด ตามแผนปฏิบัติการประจ าปีงบประมาณ 2566 โรงเรียนบ้านถ้ าแข้ ผู้ด าเนินกิจกรรมตามโครงงานเป็นนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย โรงเรียนบ้านถ้ าแข้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเรียนมีความ สนใจที่จะเรียนรู้ มีค าถามและ สิ่งที่สงสัย อยากค้นหาค าตอบด้วยตัวเอง จึงมีการออกแบการทดลองร่วมกัน โดยมีครูประจ าชั้นเป็นที่ปรึกษาและคอยชี้แนะ ขอขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้ค าแนะน า ช่วยเหลือ ในการท าโครงงานจนประสบผลส าเร็จ คณะผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานเล่มนี้ จะเกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ เข้ามาศึกษาต่อไป โรงเรียนบ้านถ้ าแข้
3 สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ชื่อโครงงำน 1 ผู้จัดท ำโครงงำน 1 ครูที่ปรึกษำ 1 ระยะเวลำในกำรท ำโครงงำน 1 ที่มำของโครงงำน 1 ค ำถำมที่ 1รูปทรงเรขำคณิต มีรูปทรงใดบ้ำงและมีรูปทรงใดบ้ำง 2 จุดประสงค์ 2 ขั้นที่ 1 ตั้งค าถามที่อยากรู้ 2 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 2 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 3 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 5 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 7 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปลายผล 8 ค ำถำมที่ 2 ท ำรูปทรงเรขำคณิต รูปทรงต่ำงๆ ท ำด้วยอะไรจึงจะแข็งแรง 9 จุดประสงค์ 9 ทดลองท ำด้วยกระดำษชำร์ทแข็ง 9 ขั้นที่ 1 ตั้งค าถามที่อยากรู้ 9 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 10 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 10 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 14 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 15 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปลายผล 17 ทดลองท ำด้วยโมม ขั้นที่ 1 ตั้งค าถามที่อยากรู้ 18 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 18 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ 19 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 21 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 22 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปลายผล 23
4 ผลกำรพัฒนำควำมสำมำรถของเด็กปฐมวัย 24 ผลการพัฒนาตามพัฒนาการการศึกษาปฐมวัย 4 ด้าน 24 ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 24 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 25 ภำคผนวก 27 แบบสอบถามแนวทางการด าเนินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย 28 เกียรติบัตร 31
1 ชื่อโครงงำน รูปทรงหรรษา ผู้จัดท ำโครงงำน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 , 3 โรงเรียนบ้านถ้ าแข้ สพป. ขอนแก่น เขต 5 ครูที่ปรึกษำ ว่าที่ร้อยตรีหญิงพรพิมล ยศม้าว ระยะเวลำในกำรจัดท ำ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 8 มีนาคม 2567 ที่มำของโครงงำน จากการจัดกิจกรรมเสรี(เล่นตามมุมประสบการณ์) เด็กๆได้เล่นตามมุมประสบการณ์ตามที่ตนเอก สนใจ โดยเด็กๆส่วนมากเล่นอยู่ที่มุมบล็อก ได้สนทนากันในกลุ่มเกี่ยวกับบล็อกรูปทรงต่างๆที่ก าลังเล่นอยู่ เด็กๆสงสัยว่าท าไมบล็อกไม้แต่ละชิ้นท าไมไม่เหมือนกัน เด็กๆให้ความสนใจและมีค าถามต่างๆ สงสัยมากมาย แล้วรูปทรงที่ศึกษานั้นสามารถน าไปต่อยอดหรือท าประโยชน์อย่างไรได้บ้าง เด็กๆจึงเรียนรู้สืบค้นอย่างลุ่มลึก ใน เรื่องรูปทรงเรขาคณิต จึงเป็นที่มาของหัวข้อโครงงาน“รูปทรงหรรษำ” จำกกำรตั้งค ำถำมของนักเรียนจึงสรุปลงในแผนผังควำมคิด ได้ดังนี้ Learning Spiral รูปทรงเรขำคณิต ควำมรู้เดิม รูปทรงเรขาคณิต คือ ทรงกลม ทรงสี่เหลียมมุมฉาก ทรงกระบอก ค ำถำมที่ 2 รูปทรงเรขำคณิต มีรูปทรงใดบ้ำง และมีลักษณะอย่ำงไร รูปทรงเรขาคณิตมี มี 5 รูปทรง คือ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก(มี 6 ด้าน) ทรงกลม (ไม่มีด้าน) ทรงพีระมิด(มี5ด้าน) ทรงกระบอก(มี3ด้าน) ทรงกรวย(มี2ด้าน) ค ำถำมที่3 ท ำรูปทรงเรขำคณิต รูปทรงต่ำงๆท ำด้วยวัสดุอะไรจึงจะแข็งแรง - ท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยกระดาษแข็ง (ไม่แข็งแรง) เพราะเวลาจับมันบุบ - ท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟม (แข็งแรง) สรุป วัสดุที่น ำมำท ำรูปทรงเรขำคณิตแข็งแรง คือโมม ค ำถำมที่ 1 รูปเรขำคณิตกับรูปทรงเรขำคณิตต่ำงกันอย่ำงไร รูปเรขาคณิตก็คือรูปภาพเรขาคณิตที่ครูเคยให้เด็กๆดูและวาด(คือ เป็นภาพ2มิติ) ส่วนรูปทรงเรขาคณิตก็คือ เป็นภาพรูปทรงเรขาคณิต 3 มิติ หรือบล็อกไม้รูปทรง เรขาคณิตที่เด็กๆเล่นที่มุมบล็อกนั้นเอง
2 ครูและเด็กร่วมกันสนทนำเกี่ยวกับของเล่นที่เด็กๆก ำลังเล่นและสัมผัส คุณครู : เด็กๆเล่นอะไรกันอยู่คะ พรรษา : พวกหนูเล่นบล็อกไม้อยู่ค่ะ โฟกัส : บล็อกไม้อันนี้ท าไมไม่เหมือนบล็อกไม้ที่บ้านผมครับ น้ าอิง : ที่หนูเคยเล่นที่บ้านก็ไม่ใช่แบบนี้ค่ะ คุณครู : บล็อกไม้มีหลายแบบนะคะ แต่แบบที่ครูน ามาไว้ให้เด็กๆเล่น เรียกว่า บล็อกไม้รูปทรงเรขาคณิต ยูโร : ที่คุณครูเคยสอน พวกเราใช่ไหมครับ คุณครู: ใช่ครับ ที่ครูเคยสอน เมื่อภาคเรียนที่แล้วในหน่วย รูปเรขาคณิต จุ๊บแจง : ท าไมบล็อกไม้รูปทรงเรขาคณิตกับรูปเรขาคณิตต่างกันยังไงคะ ชัดเจน : บล็อกรูปทรงเรขาคณิตมีรูปทรงใดบ้าง
3 จุดประสงค์ - เพื่อศึกษารูปทรงเรขาคณิตว่ามีกี่รูปทรง - เพื่อศึกษาลักษะลักษณะรูปทรงเลขาคณิตว่ามีลักษณะอย่างไร ขั้นที่1 ตั้งค ำถำมที่อยำกรู้ จากการจัดกิจกรรมเสรี(เล่นตามมุมประสบการณ์) เด็กๆได้เล่นตามมุมประสบการณ์ตามที่ตนเอก สนใจ โดยเด็กๆส่วนมากเล่นอยู่ที่มุมบล็อก ได้สนทนากันในกลุ่มเกี่ยวกับบล็อกรูปทรงต่างๆที่ก าลังเล่นอยู่ เด็กๆสงสัยว่าท าไมบล็อกไม้แต่ละชิ้นท าไมไม่เหมือนกัน เด็กๆให้ความสนใจและมีค าถามต่างๆ สงสัยมากมาย จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้สืบค้นอย่างลุ่มลึก จึงได้ค ำถำมจำกที่ครูเด็กๆสนทนำร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กๆ อยำกรู้และสรุปค ำถำมได้2 ค ำถำม 1. ท าไมรูปทรงเรขาคณิตกับรูปเรขาคณิตต่างกันยังไงคะ 2. รูปเรขาคณิตมีรูปทรงเรขาคณิตใดบ้าง และมีลักษณะอย่างไร จากค าถามที่เด็กอยากรู้2 ข้อค าถาม เด็กและครูสนทนาเพื่อเลือกค าถามที่จะน ามาส ารวจตรวจสอบ โดยการให้เหตุผลประกอบ ซึ่งเด็กเห็นว่าต้องการเลือก ข้อ1. รูปทรงเรขาคณิตกับรูปเรขาคณิตต่างกันอย่างไร ครูได้ให้ค ำตอบเด็กๆว่า รูปเรขาคณิตก็คือรูปภาพเรขาคณิตที่ครูเคยให้เด็กๆดูและวาด(คือ เป็นภาพ2มิติ) ส่วน รูปทรงเรขาคณิตก็คือ เป็นภาพรูปทรงเรขาคณิต 3 มิติ หรือบล็อกไม้รูปทรงเรขาคณิตที่เด็กๆเล่นที่มุมบล็อก นั้นเอง และ ข้อ2. รูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรงใดบ้างและมีลักษณะอย่างไร จากค าถามนี้ ครูกับเด็กนักเรียนจึง ร่วมกัน หาค าตอบ เป็นค ำถำมที่ 1. รูปทรงเรขำคณิตมีรูปทรงใดบ้ำง และมีลักษณะอย่ำงไร ขั้นที่ 2 รวบรวมควำมคิดและคำดคะเนค ำตอบ เด็กและครูร่วมกันสนทนาโดยครูใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต ที่เด็กๆจ าได้ คุณครู : เด็กๆรู้จักหรือเคยเห็นรูปทรงคณิตได้ไหมคะว่ำมีรูปทรงใดบ้ำงและมีลักษณะอย่ำงไร พรรษา : หนูรู้จักรูปทรงกลมค่ะ ยูโร : ผมรู้จักทรงกระบอกครับ อังกอร์ : หนูรู้จักรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากค่ะ จุ๊บแจง : หนูเห็นรูปทรงพีระมิดค่ะมันเหมือนๆหลังคาบ้าน ชัดเจน : ผมรู้จักรูปทรงกรวยครับมันเหมือนถ้วยไอศกรีมเลยครับ จากนั้นครูและเด็กๆ สนทนากันต่อ ว่ารูปทรงเรขาคณิตแต่ละรูปทรงมีความเหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร พร้อมทบทวนค าถามที่เด็กๆ อยากรู้ว่ารูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรงใดบ้าง และให้เด็กๆ คาดคะเนค าตอบ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆละ เท่าๆกัน ให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดและคาดคะเนว่ารูปทรงเรขาคณิต มีกี่รูปทรง ค ำถำมที่ 1 รูปทรงเรขำคณิต มีรูปทรงใดบ้ำง และมีลักษณะอย่ำงไร
4 แล้วให้ตัวแทนทั้ง 2 กลุ่มน าเสนอหน้าชั้นเรียนโดยครูบันทึกการคาดคะเนจ านวนรูปทรงเรขาคณิตของแต่ละ กลุ่มลงในตาราง ตำรำงกำรคำดคะเนจ ำนวนรูปทรง กลุ่มที่ จ านวนรูปทรง ลักษณะรูปทรง 1 1.ทรงกลม 2.ทรงพีระมิด 3.ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 4.ทรงกระบอก 5.ทรงกรวย ไม่มีด้าน มี 5 ด้าน มี 6 ด้าน มี 3 ด้าน มี 2 ด้าน 2 1.ทรงกระบอก 2.ทรงพีระมิด 3.ทรงกรวย 4.ทรงกลม 5.ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก มี 3 ด้าน มี 5 ด้าน มี 2 ด้าน ไม่มีด้าน มี 6 ด้าน กลุ่มที่ 1 รูปทรงเรขาคณิต มี5รูปทรง กลุ่มที่ 2 รูปทรงเรขาคณิต มี 5 รูปทรง ขั้นที่3 ทดสอบ และปฏิบัติกำรสืบเสำะ ครูสนทนากับเด็กโดยใช้ค าถาม “ เด็กๆ มีวิธีการหาค าตอบโดยวิธีใดบ้าง จึงจะรู้ว่ารูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรงใดบ้าง” กลุ่มที่ 1 บอกว่าจะให้ผู้ปกครองพาเปิดในโทรศัพท์ให้ดู ครู: ถ้าจ าไม่ได้จะท าอย่างไร ชัดเจน : ผมจะวาดภาพบันทึกไว้ครับ กลุ่มที่ 2 บอกว่าไปดูที่ห้องพี่ ป.4 เพราะเห็นครูติดไว้ที่ข้างฝาผนัง อังกอร์ : จะน าภาพที่วาดบันทึกมาเล่าให้เพื่อนๆฟังค่ะ ครูและเด็กร่วมกันสนทนำวิธีกำรหำค ำตอบว่ำรูปเรขำคณิตและรูปทรงเรขำคณิต มีรูปทรงใดบ้ำง สรุปได้ดังนี้ 1.บอกว่าจะให้ผู้ปกครองพาเปิดในโทรศัพท์ให้ดู 2.บอกว่าไปดูที่ห้องพี่ ป.4 เพราะเห็นครูติดไว้ที่ข้างฝาผนัง ครูให้เด็กๆออกแบบวิธีบันทึกผลและน าเสนอผลงาน โดยถามเด็กว่า เมื่อได้รับความรู้เรื่องรูปทรง เรขาคณิตแล้ว เด็กๆ จะบันทึกผลอย่างไรบ้าง และจะน าผลงานไปให้คนอื่นดูได้อย่างไร พรรษำ : เอาภาพวาดที่บันทึกมาให้เพื่อนดูแล้วเล่าให้เพื่อนฟังค่ะ ยูโร : ให้ครูวาดใส่กระดานใหญ่ให้เพื่อนดูครับ
5 จุ๊บแจง : วาดบันทึกใส่กระดาษค่ะ ออร์แกรนด์ : บันทึกภาพวาดที่ครูเขียนลงกระดานค่ะ ครูสรุปตามวิธีการที่เด็กๆร่วมกันออกแบบวิธีการหาค าตอบและรูปแบบการบันทึก ดังนี้ 1. บันทึกโดยการวาดภาพ 2. วาดภาพแล้วน าเสนอหน้าชั้นเรียน หลังจากที่เด็กๆ ได้คุยกันถึงวิธีการหาข้อมูล และวิธีการบันทึกข้อมูลแล้ว เด็กๆ จึงได้ไปหาความรู้ ตามที่ออกแบบไว้ วันต่อมาเด็กและครูไปหาค าตอบจากอินเตอร์เน็ตโดยการดูยูทูป และศึกษาในมุมเรียนรู้ใน ห้องเรียนพี่ ป.4 เกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิต หลังจากที่เด็กๆ ศึกษาและเรียนรู้รูปทรงเรขาคณิตรูปทรงต่างๆ ในยูทูปแล้วเด็กๆอยากรู้รูปทรง เรขาคณิตของจริง หรือ สิ่งของไหนที่เหมือนรูปทรงเรขาคณิตที่เด็กๆรู้จัก
6 วันต่อมาครูพาเด็กๆ ไปเรียนรู้รูปทรงเรขาคณิตของจริงและ สิ่งของไหนที่เหมือนรูปทรงเรขาคณิต ที่เด็กๆรู้จักจากคุณครูที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อดูว่าแต่ละรูปทรงลักษณะอย่างไร ขั้นที่4 สังเกตและบรรยำย หลักจากที่เด็กๆไปสังเกตและเรียนรู้จึงบรรยายลักษณะของรูปทรงเรขาคณิตแต่ละรูปทรงให้เพื่อนๆ ฟังหน้าชั้นเรียน จากการที่เด็กไปหาค าตอบด้วยวิธีการต่างๆ ที่น าเสนอไป คือการสอบถามจากครูที่สอนวิชา คณิตศาสตร์ จากการค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต และ จากการศึกษาจากมุมประสบการณ์ในห้องพี่ ป.4 เด็กบันทึก การสังเกตโดยการวาดภาพที่ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ จากการค้นคว้าของเด็กๆที่ได้สังเกตและเรียนรู้ครูและเด็กๆร่วมกันสรุปได้ว่ารูปทรงเรขำคณิต มี 5รูปทรงคือ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงพีระมิด ทรงกระบอก ทรงกรวย ดังนี้ ภำพวำดบันทึกที่เด็กๆศึกษำเรียนรู้และสังเกต
7 ครูให้เด็กๆเล่น หยิบ จับ สัมผัส และช่วยกันนับด้านของแต่ละรูปทรง เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้รูปทรง เรขาคณิตว่าแต่ละรูปทรงมีกี่ด้าน พรรษำ : ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากมี 6 ด้านค่ะ ชัดเจน : ทรงพีระมิดมี 5 ด้านค่ะ อังกอร์ : ทรงกระบอกมี 2 ด้านค่ะ ครูสนทนาให้เด็กๆฟังต่อ ว่า รูปทรงต่างๆที่ครูน ามาให้เด็กๆเล่นนั้น สามารถเล่นได้หลายรูปแบบ เช่น เล่นแบบแยกสีก็ได้ เล่นต่อเป็นทรงต่างๆตามจินตนาการของเด็กๆก็ได้ และ ครูอธิบายต่ออีกว่าของเล่นที่ เด็กๆเล่นนั้น ลักษณะในการเรียกว่า ชิ้น หรืออัน ก็ได้ วันต่อมาครูพาเด็กๆเรียนรู้ค าศัพท์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ เล่นเกมทายค าศัพท์ภาษาอังกฤษ จากเสียงหมวดรูปทรงเรขาคณิต จาก Youtube รูปเรขำคณิต และรูปทรงเรขำคณิตที่ครูกับเด็กๆร่วมกันสรุป
8 ขั้นที่5 บันทึกข้อมูล เด็กแต่ละกลุ่มบันทึก และสังเกต ตามวิธีที่ออกแบบไว้ คือ การวาดภาพสิ่งที่เด็กได้ไปดู น าผลงานไปติด แสดงที่มุมผลงานนักเรียน ภำพวำด ที่เด็กและครูร่วมกัน สรุป บันทึก และสังเกต เด็กๆน ำผลงำนมำติดแสดง ที่มุมผลงำนนักเรียน เด็กๆเรียนรู้ค ำศัพท์ภำษำอังกฤษและเล่นเกมทำยค ำศัพท์ภำษำอังกฤษจำกเสียง หมวดรูปทรงเรขำคณิต จำก Youtube
9 ขั้นที่6 สรุปและอภิปรำยผล เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงค าถามที่เด็ก ๆ อยากรู้ว่ารูปทรงเรขาคณิตมีกี่รูปทรงครูให้เด็ก ๆ ทบทวนโดยการให้เด็กออกมาเล่าว่าเด็กๆหาค าตอบได้โดยวิธีใดบ้าง และได้ข้อสรุปจากการไปเรียนรู้การศึกษา อย่างไรโดยครูบันทึกค าพูดของเด็กระหว่างการสนทนา จากการที่เด็ก ๆ ช่วยกันหาค าตอบของค าถามที่ว่ารูปทรงเรขาคณิตมีกี่รูปทรง สรุปได้ว่ำ มี 5 รูปทรง คือ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงพีระมิด ทรงกระบอก ทรงกรวยครูได้สรุปลงในตารางดังนี้ ตำรำงกำรสรุปผลกำรคำดคะเนจ ำนวนรูปทรงและลักษณะของรูทรงเรขำคณิต กลุ่มที่ จ านวนรูปทรง ลักษณะรูปทรง 1 1.ทรงกลม 2.ทรงพีระมิด 3.ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 4.ทรงกระบอก 5.ทรงกรวย ไม่มีด้าน มี 5 ด้าน มี 6 ด้าน มี 3 ด้าน มี 2 ด้าน 2 1.ทรงกระบอก 2.ทรงพีระมิด 3.ทรงกรวย 4.ทรงกลม 5.ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก มี 3 ด้าน มี 5 ด้าน มี 2 ด้าน ไม่มีด้าน มี 6 ด้าน นอกจากนี้ ครูได้ถามเด็ก ๆ เพิ่มเติมว่าจากการที่เราได้หาค าตอบ และได้รู้ว่ารูปทรงเรขาคณิตมีรูปทรง ใดบ้างแล้ว รูปทรงเลขาคณิตคล้ายรู้ทรงอะไรบ้างที่เด็กๆเคยเห็นในชีวิตประจ าวัน น้ ำอิง : รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหลังคาบ้านเลยค่ะ พรรษำ : รูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนเสาบ้านครับ ข้ำวม่ำง : รูปทรงวงกลมเหมือนพัดลมค่ะ ชัดเจน : ถ้าเราลองท ารูปทรงเรขาคณิตไว้เล่นต่อๆเป็นบ้านได้ไหมครับ ครูจึงให้เด็กๆตั้งค ำถำมที่อยำกรู้ ดังนี้ ครู : แล้วเด็กๆจะเอำอะไรมำท ำรูปทรงเรขำคณิตรูปทรงต่ำงๆดีคะ ยูโร : ถ้าลองเอากระดาษมาท ารูปทรงเรขาคณิตลองดูไหมครับ จุ๊บแจง : หนูเคยเห็นรูปทรงเรขาคณิตที่ท าจากกระดาษเราลองท าดูไหมคะ พรรษำ : น ากระดาษที่เป็นสีลองท าดูไหมคะ ออร์แกรนด์ : ถ้าลองท าด้วยกระดาษแข็งลองดูได้ไหมคะ ดังนั้น จากข้อค าถามที่เด็กอยากลองท าและหาค าตอบ คือท ารูปทรงเรขาคณิตรูปทรงต่างๆ เพื่อเอาไว้ เล่นในมุมประสบการณ์จึงได้เป็น ค ำถำม 2 : ท ำรูปทรงเรขำคณิตรูปทรงต่ำงๆ ท ำด้วยอะไรจึงจะแข็งแรง
10 จุดประสงค์ - เพื่อหาค าตอบว่าท ารูปทรงเรขาคณิตท าด้วยวัสดุอะไรจึงจะแข็งแรง - เพื่อเอาไว้ใช้เล่นในมุมประสบการณ์ ขั้นที่ 1 ตั้งค ำถำมที่อยำกรู้ จากการที่เด็ก ๆ ช่วยกันหาค าตอบของค าถามที่ว่ารูปทรงเรขาคณิตมีกี่รูปทรง สรุปได้ว่ำ มี 5 รูปทรง คือ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงพีระมิด ทรงกระบอก ทรงกรวย นอกจากนี้ ครูได้ถามเด็ก ๆ เพิ่มเติมว่าจากการที่เราได้หาค าตอบ และได้รู้ว่ารูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรง ใดบ้างแล้ว รูปทรงเลขาคณิตคล้ายรู้ทรงอะไรบ้างที่เด็กๆเคยเห็นในชีวิตประจ าวัน น้ ำอิง : รูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายหลังคาบ้านเลยค่ะ พรรษำ : รูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนเสาบ้านครับ ข้ำวม่ำง : รูปทรงวงกลมเหมือนพัดลมค่ะ ชัดเจน : ถ้าเราลองท ารูปทรงเรขาคณิตไว้เล่นต่อเป็นบ้านได้ไหมครับ ครูจึงให้เด็กๆตั้งค ำถำมที่อยำกรู้ ดังนี้ ครู : แล้วเด็กๆจะลองท ำด้วยวัสดุอะไร และท ำด้วยวิธีใด จึงจะแข็งแรง ยูโร : ถ้าลองเอากระดาษมาท ารูปทรงเรขาคณิตลองดูไหมครับ จุ๊บแจง : หนูเคยเห็นรูปทรงเรขาคณิตที่ท าจากกระดาษเราลองท าดูไหมคะ พรรษำ : น ากระดาษที่เป็นสีลองท าดูไหมคะ ออร์แกรนด์ : ถ้าลองท าด้วยกระดาษแข็งลองดูได้ไหมคะ จากการสนทนาร่วมกันเด็กๆถามว่า ถ้าลองเอากระดาษลองท าดูไหมคะครูจึงถามต่อว่า แล้วเด็กๆจะ ลองเอากระดาษแบบไหนมาท าดี จึงจะเข็งแรงและสวยงาม เด็ก ๆ หลายคนตอบว่าอยากลองเอากระดาษแข็งที่มี สีมาลองท า ครูและเด็กๆจึงตกลงกันว่าเราจะลองเอากระดาษชาร์ทแข็งสีต่างๆมาลองท าดู จากค าถามที่เด็กๆอยากหาค าตอบ คือ ท ารูปทรงเรขาคณิตรูปทรงต่างๆ ท าด้วยอะไรจึงจะแข็งแรง จึงได้ข้อสรุปว่ำ จะท ำรูปทรงเรขำคณิตลองโดยใช้กระดำษชำร์ทแข็งท ำ ขั้นที่2 รวบรวมควำมคิดและข้อสันนิษฐำน เด็กๆ และครูสนทนาร่วมกัน โดยครูใช้ค าถามกระตุ้นเพื่อให้ทราบถึงประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับ รูปทรงเรขาคณิต ครูทบทวนเกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิต ครูถำมเด็กว่ำกระดาษที่เด็กๆจะน ามาท า รูปทรง เรขาคณิต เด็กๆคิดว่าเราจะน ากระดาษแบบใดมาท าจึงจะแข็งแรง เด็กๆเคยเห็น หรือเคยท าแบบบ้างไหนบ้างคะ ค ำถำมที่ 2 ท ารูปทรงเรขาคณิต รูปทรงต่างๆ ท าด้วยวัสดุอะไรจึงจะแข็งแรง
11 พรรษา : หนูเคยเห็นกระดาษสีๆมาท ากล่อง ยูโร : ผมเคยเอากล่องกระดาษรูปทรงสี่เหลี่ยมมาท ากล่องของขวัญจับฉลากด้วยครับ น้ าเหนือ : หนูเห็นกระดาษสีแข็งๆที่ครูน ามาท าให้พวกหนูเล่นเกมเอากระดาษแบบนั้นลองดูไหมคะ ครู : เด็กๆ แล้วเรำจะใช้อะไรติดเพื่อจะให้ได้รูปทรงเรขำคณิตที่เรำต้องกำร ข้าวฟ่าง : ลองเอากาวมาติดดีไหมคะ ครู : แล้วเด็กๆคิดว่ำเมื่อเรำเอำติดแล้ว กี่วันถึงจะเล่นได้ ชัดเจน : ลองติดไว้แล้วเอาถัดไปค่อยดูครับว่ำแห้งหรือไม่ จากการสนทนา เด็กสนใจที่จะท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยกระดาษชาร์ทแข็ง เมื่อตัดต่อเป็นรูปทรงที่ ต้องการแล้ว น ามาติดกาว แล้วทิ้งไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน ครูได้นัดแนะกับเด็กๆว่า ในวันพรุ่งนี้ ครูจะเตรียม วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการท า เพื่อที่จะลองท าในห้องเรียนของเรา โดยครูให้เด็กๆจับคู่กัน แต่ละคู่ เลือกรูปทรงที่ตนเองสนใจที่จะลองท า โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้กลุ่มที่ 1 ท ารูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลุ่มที่ 2 ทรงพีระมิด กลุ่มที่3 ทรงกระบอก กลุ่มที่ 4 ทรงกรวย เด็กแต่ละกลุ่ม ร่วมกันคำดคะเน ดังนี้ เด็กๆคำดคะเนว่ำ ท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยกระดาษชาร์ทสีแบบแข็งจะแข็งแรง ขั้นที่3 ทดสอบและปฏิบัติกำรสืบเสำะ ครูสนทนากับเด็กๆ เกี่ยวกับวิธีการท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยกระดาษ ใช้ค าถามว่า “เราจะรู้วิธีการ รูปทรงเรขาคณิต ได้อย่างไร” โฟกัส : ไปถามผู้ปกครอง พรรษา : ไปถามคุณครูที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ น้ าอิง : เปิดในยูทรูปดูมั้ยคะคุณครู ครูถำมเด็กว่ำถ้ำเด็กๆรู้แล้วเด็กๆ จะมีวิธีบันทึกข้อมูลอย่ำงไร อังกอร์ : วาดรูป ค่ะ พรรษา :ถ่ายภาพไว้ ค่ะ จุ๊บแจง : ไปดูแล้วเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ค่ะ โฟกัส : อัดวีดีโอครับ ชัดเจน : วาดรูปแล้วเล่าให้เพื่อนฟังครับ จากการสนทนาเด็กๆ ต้องการหาข้อมูลที่หลากหลาย และให้เด็กๆตกลงกันว่าไปหาข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต (ในยูทูป) ถามผู้รู้
12 เด็กและครูร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับวิธีการท ารูปทรงเรขาคณิต จากที่ได้พาเด็กๆศึกษา สอบถาม และดูวิธีการท า ดังนี้ ครู : เด็กๆจำกที่ครูได้พำเด็กๆไป ศึกษำวิธีกำรท ำ มีใครจ ำขั้นตอน หรือวิธีกำรท ำได้ไหมคะ ชัดเจน : ต้องเตรียมกระดาษ กรรไกร ครับ พรรษา : ใช้กรรไกร ตามรอยรูปทรงค่ะ อังกอร์ : ทากาวประกาวรูปทรงค่ะ ต้าเฉียน :ถ้าประกอบเสร็จแล้วต้องตากไว้ประมาณหนึ่งวันครับ ครูเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ในกำรท ำรูปทรงเรขำคณิตด้วยกระดำษให้เด็ก กลุ่มที่/รูปทรง วัสดุ/อุปกรณ์ กลุ่มที่ 1 ท ำทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก กลุ่มที่ 2 ท ำทรงพีระมิด เด็กๆศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการท ารูปทรงเรขาคณิต จากครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ และช่องยูทูป
13 กลุ่มที่ 3 ท ำทรงกระบอก กลุ่มที่ 4 ท ำทรงกรวย เด็กและครูร่วมกันสรุปวิธีกำรท ำรูปทรงเรขำคณิตด้วยกระดำษ ดังนี้ 1. เริ่มจากใช้กรรไกรตัดตามแบบรูปทรงได้ 2. ทากาวแต่ละด้าน ทุกจุดที่ต้องติด 3. ติดประกอบให้เป็นรูปทรง 4. ตากไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน วันต่อมา เด็กๆและครูน าวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้มาให้เด็กๆ ลองท า โดยให้เด็กๆจับคู่กัน และเลือกท า รูปทรงที่ตนเองสนใจเด็กๆแบ่งออกเป็น 4กลุ่ม โดยครูเป็นผู้ดูแลชี้แนะ การท าลองท ารูปทรงเรขาคณิต อย่างใกล้ชิด เด็กสังเกตและได้ลงมือปฏิบัติจริง ในการท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยกระดาษ ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากใช้กรรไกรตัดตามแบบรูปทรงได้ ขั้นตอนกำรท ำ
14 ขั้นตอนที่ 2 ทากาวแต่ละด้านทุกจุดที่ต้องติด ขั้นตอนที่ 3 ติดประกอบให้เป็นรูปทรง
15 ขั้นตอนที่ 4 ตากไว้ให้แห้งหนึ่งวัน ขั้นที่4 สังเกต และบรรยำย ครูสนทนาร่วมกับเด็กๆ เกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิตที่เด็กๆร่วมกันลองท า ทั้ง 4 รูปทรง และให้เด็ก ร่วมกันสังเกตและเปรียบเทียบ ความเหมือนและความแตกต่างของแต่ละรูปทรง โดยครูถามเด็กๆว่า ครู : เด็กๆร่วมกันสังเกตและเปรียบเทียบ มีความเหมือนและความแตกต่างกันอย่างไร อังกอร์ : รูปทรงพีระมิดจะมีมุมห้ามุมค่ะ พรรษา : รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากจะมีแปดมุมค่ะ น้ าอิง : รูปทรงกรวยไม่มีมุมค่ะ จุ๊บแจง : รูปทรงกระบอกก็ไม่มีมุมค่ะ
16 ครู : เด็กๆช่วยกันสังเกตตรวจสอบจ ำนวนด้ำนของแต่ละรูปทรงว่ำมีกี่ด้ำน ครบจ ำนวนตำมที่ เด็กๆศึกษำมำหรืป่ำว ชัดเจน : รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากนับได้หกด้านครับ ตะวัน : รูปทรงพีระมิดผมนับได้ห้าด้านครับ มาตังค์ : รูปทรงกระบอกหนูนับได้สามด้านค่ะ ยูโร: ทรงกรวยผมนับได้สองด้านครับ ขั้นที่5 บันทึกข้อมูล บันทึกข้อมูลการทดลองท าโดยการวาดภาพ และบันทึกลงในตาราง กลุ่มที่ 1 รูปทรงเหลี่ยมพีระมิด เด็กๆสังเกตรูปทรงเรขำคณิต ผลงำนที่ตนเองท ำ
17 กลุ่มที่ 2 รูปทรงกรวย กลุ่มที่ 3รูปทรงกระบอก กลุ่มที่ 4 รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉำก
18 ตำรำงบันทึกผลกำรทดลองท ำรูปทรงเรขำคณิตด้วยกระดำษ กลุ่มที่ รูปทรงเรขำคณิตที่ท ำจำกกระดำษชำร์ทแข็ง สรุปผล แข็งแรง ไม่แข็งแรง 1 ทรงกระบอก / 2 ทรงกรวย / 3 ทรงพีระมิด / 4 ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก / ขั้นที่6 สรุป และอภิปรำยผล ครูกับเด็กๆร่วมกันสนทนาถึงค าถามสิ่งที่เด็กๆอยากรู้ว่าท ารูปเรขาคณิต รูปต่างๆ ท าด้วยอะไรจึงจะ แข็งแรงและสวยงาม ครูสนทนากับเด็กอย่างต่อเนื่องโดยให้เด็กๆช่วยกันสังเกต และลองเล่นรูปเรขาคณิตด้วยกระดาษ ครูและเด็กๆร่วมกัน สรุปว่ำ รูปเรขำคณิตที่เด็กๆลองท ำด้วยกระดำษนั้นไม่ค่อยมีควำมแข็งแรง เพราะเวลาจับ แล้วมันยุบลงไป และกาวติดไม่ค่อยอยู่ ตัวแทนแต่ละกลุ่มสรุป และอภิปรำยผล หน้ำชั้นเรียน
19 เด็กๆอยากลองท าใหม่ โดยลองน าวัสดุอย่างอื่นมาลองท าดู เพื่อให้มีความแข็งแรงกว่าเดิม ครู : เด็กๆจะลองเอำอะไรมำท ำคะ ลองดูถึงจะแข็งแรง พรรษา : ลองเอาโฟมมาท าลองดูไหมคะ น้ าอิง : ลองน าโฟมมาท าก็ดีนะคะ เพราะโฟมเวลาจับมันไม่ยุบตัวค่ะ ครู : แล้วเด็กๆจะน าอะไรมาตกแต่งโฟมไหม เพราะโฟมที่เด็ๆจ าลองท าเป็นสีขาวนะ ชัดเจน : เอากระดาษสีมาตกแต่งครับ ยูโร : ใช้กาวทากระดาษสีแล้วก็ติดโฟมครับ จากการสนทนา ค าถามสิ่งที่เด็กๆ อยากรู้จึงได้ค าถามที่เด็กๆสงสัยและอยากหาลองท าดู จึงได้เป็น ค ำถำมที่เด็กต้องหำค ำตอบว่ำ : ท ารูปทรงเรขาคณิตรูปทรงต่างๆ โดยใช้โมมท ำจะแข็งแรงหรือไม่ ขั้นที่1 ตั้งค ำถำมที่อยำกรู้ เด็กๆอยากลองท าใหม่ โดยลองน าวัสดุอย่างอื่นมาลองท าดู เพื่อให้มีความแข็งแรงและสวยงามกว่าเดิม ครู : เด็กๆจะลองเอำอะไรมำท ำคะ ลองดูถึงจะแข็งแรงและสวยงำม พรรษา : ลองเอาโฟมมาท าลองดูไหมคะ น้ าอิง : ลองน าโฟมมาท าก็ดีนะคะ เพราะโฟมเวลาจับมันไม่ยุบตัวค่ะ ครู : แล้วเด็กๆจะน าอะไรมาตกแต่งโฟมไหม เพราะโฟมที่เด็ๆจ าลองท าเป็นสีขาวนะ ชัดเจน : เอากระดาษสีมาตกแต่งครับ ยูโร : ใช้กาวทากระดาษสีแล้วก็ติดโฟมครับ จากการสนทนา ค าถามสิ่งที่เด็กๆ อยากรู้จึงได้ค าถามที่เด็กอยากหาค าตอบ คือ : ท ารูปทรง เรขาคณิต รูปทรงต่างๆ ท าด้วยอะไรจึงจะแข็งแรง โดยใช้โมมท ำ ขั้นที่2 รวบรวมควำมคิดและข้อสันนิษฐำน ครูสนทนาร่วมกันกับเด็กๆ โดยครูพาเด็กๆทบทวนเกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิต ครูถำมเด็กว่ำ โฟมที่ เด็กๆจะน ามาท า รูปทรงเรขาคณิตนั้นเป็นแผ่นใหญ่และเป็นสีขาว เด็กๆมีวิธีการท าเพื่อให้ได้รูปทรงที่เรา ต้องการอย่างไร และจะน าอะไรมาติดตกแต่งเพื่อความสวยงามไหมคะ ยูโร : ผมเคยเห็นพี่ใช้มีดตัดโฟมครับ เอามีดมาตัดดีไหมครับ น้ าเหนือ : หนูเคยเห็นกระดาษสีๆบางๆ เอามาติดโฟมได้ด้วยค่ะ ครู : เด็กๆ แล้วเรำจะใช้อะไรติดเพื่อจะให้ได้รูปทรงเรขำคณิตที่เรำต้องกำร ชัดเจน : ลองเอากาวมาติดดีไหมครับ ครู : แล้วเด็กๆคิดว่ำเมื่อเรำเอำติดแล้ว กี่วันถึงจะเล่นได้ ชัดเจน : ลองติดไว้แล้วเอาถัดไปค่อยดูครับว่ำแห้งหรือไม่
20 จากการสนทนา เด็กสนใจที่จะท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟม วันต่อมาครูเตรียม วัสดุอุปกรณ์ที่ จะต้องใช้ในการท า เพื่อที่จลองท าในห้องเรียนของเรา โดยครูให้เด็กๆเลือกรูปทรงที่ตนเองสนใจที่จะลองท า ได้เป็น 4 รูปทรง ดังนี้1 ท ารูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 2. ทรงพีระมิด 3. ทรงกระบอก 4. ทรงกรวย เด็กแต่ละ กลุ่ม ร่วมกันคำดคะเน ดังนี้ เด็กๆคำดคะเนว่ำท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟมจะแข็งแรงและไม่ยุบตัวเหมือนที่ท า จากกระดาษ ขั้นที่3 ทดสอบและปฏิบัติกำรสืบเสำะ ครูสนทนากับเด็กๆ เกี่ยวกับวิธีการท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟม โดยครูถามเด็กๆว่ารูปทรงเรขาคณิตที่ เด็กๆจะท านั้นมีวิธีการท าอย่างไรบ้าง ยูโร : ไปถามพี่ที่บ้านครับ อังกร : ให้คุณครูช่วยตัดค่ะ จากการสนทนาเด็กๆ หาข้อมูลที่หลากหลาย และให้เด็กๆตกลงกันว่าไปหาข้อมูลจากเด็กและครู ร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับวิธีการท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟม จากที่ได้พาเด็กๆศึกษา สอบถามและดู วิธีการท า ดังนี้ วิธีกำรท ำรูปทรงเรขำคณิตด้วยกระดำษ 1. เริ่มจากครูช่วยเด็กๆตัดโฟมเป็นรูปทรงต่างๆที่เด็กๆแต่ละกลุ่มสนใจ 2. ทากาวที่โฟมแล้วติดการดาษให้เต็มทุกด้าน 3. ตากไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน วันต่อมา เด็กๆและครูน าวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้มาให้เด็กๆ ลองท า โดยให้เด็กๆจับคู่กัน และเลือกท า รูปทรงที่ตนเองสนใจ เด็กๆแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม 4 รูปทรง โดยครูเป็นผู้ดูแลชี้แนะ การท าลองท ารูปทรง เรขาคณิต อย่างใกล้ชิด เด็กสังเกตและได้ลงมือปฏิบัติจริง ในการท ารูปทรงเรขาคณิตด้วยโฟม ครูเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ในกำรท ำรูปทรงเรขำคณิตด้วยกระดำษโมมให้เด็ก กลุ่มที่ 1 ท าทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก กลุ่มที่ 2 ท าทรงพีระมิด กลุ่มที่ 3 ท าทรงกระบอก กลุ่มที่ 4 ท าทรงกรวย
21 ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากครูช่วยเด็กๆตัดโฟมเป็นรูปทรงต่างๆที่เด็กๆแต่ละกลุ่มสนใจ ขั้นตอนที่ 2 ทากาวที่โฟมแล้วติดการดาษให้เต็มทุกด้าน ขั้นตอนที่ 3 ตากไว้ให้แห้งประมาณหนึ่งวัน ขั้นตอนกำรท ำทั้ง 4รูปทรง
22 ขั้นที่4 สังเกต และบรรยำย ครูสนทนาร่วมกับเด็กๆ เกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิตที่เด็กๆร่วมกันลองท า ทั้ง 4 รูปทรง และให้เด็ก ร่วมกันสังเกตความแข็งแรง ของแต่ละรูปทรง โดยครูถามเด็กๆว่า ครู : เด็กๆร่วมกันสังเกตรูปทรงที่ตนเองท า ว่ามีด้านครบหรือไม่และแข็งแรงหรือไม่ น้ าอิง : รูปทรงพีระมิดมีห้าด้านครบค่ะ แข็งแรงด้วยค่ะ พรรษา : รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากมีหกด้านครบค่ะ แข็งแรงค่ะ จุ๊บแจง : รูปทรงกระบอกแข็งแรง และมีสามด้านครบค่ะ อังกอร์ : รูปทรงกรวยมีด้านครบ แข็งแรงค่ะ เด็กๆสังเกตรูปทรงเรขำคณิต ผลงำนที่ตนเองท ำ
23 ขั้นที่5 บันทึกข้อมูล ครูบันทึกผลที่เด็กสังเกตลงในตำรำง กลุ่มที่ รูปทรงเรขำคณิตที่ท ำจำกโมม สรุปผล แข็งแรง ไม่แข็งแรง 1 ทรงกระบอก / 2 ทรงกรวย / 3 ทรงพีระมิด / 4 ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก / จากตารางบันทึกข้อมูล ที่ท ารูปทรงเรขาคณิตทั้งสี่รูปทรงโดยใช้โฟมท า แข็งแรงทั้งหมด ภำพวำดบันทึกรูปทรงเรขำคณิตของนักเรียนแต่ละกลุ่มที่ท ำจำกโมม
24 ขั้นที่6 สรุป และอภิปรำยผล ครูกับเด็กๆร่วมกันสนทนาถึงค าถามสิ่งที่เด็กๆอยากรู้ว่าท ารูปเทรงเรขาคณิต รูปต่างๆ ท าด้วยอะไร จึงจะแข็งแรง โดยให้เด็กๆช่วยกันสังเกต และลองเล่นรูปเรขาคณิตด้วยโฟม ครูและเด็กๆร่วมกัน สรุปว่ำ รูปเรขำคณิตที่เด็กๆลองท ำด้วยโมม นั้น แข็งแรง
25 จากการที่เด็ก ๆ ช่วยกันหาค าตอบของค าถามสิ่งที่เด็กๆอยากรู้ว่า ท ารูปทรงเรขาคณิต รูปทรงต่างๆ ท าด้วยอะไรจึงจะแข็งแรง สรุปได้ว่ำ ท ารูปทรงเรขาคณิต รูปทรงต่างๆ ท าด้วยโฟมแข็งแรง ตำรำงเปรียบเทียบกำรท ำรูปทรงเรขำคณิตใช้กระดำษท ำ และโมมท ำ กลุ่มที่ รูปทรงเรขำคณิต ท ำด้วยกระดำษ ท ำด้วยโมม แข็งแรง ไม่แข็งแรง แข็งแรง ไม่แข็งแรง 1 ทรงกระบอก / / 2 ทรงกรวย / / 3 ทรงพีระมิด / / 4 ทรงสี่เหลี่ยม / / รูปทรงเรขำคณิตที่ท ำจำกกระดำษ รูปทรงเรขำคณิตที่ท ำจำกโมม ตำรำงเปรียบเทียบรูปทรงเรขำคณิตที่ใช้กระดำษท ำ และใช้โมมท ำ ร่วมกันสรุป ตัวแทนแต่ละกลุ่ม สรุป และอภิปรำยผล หน้ำชั้น เรียน
26 ผลกำรพัฒนำตำมพัฒนำกำรกำรศึกษำปฐมวัย4 ด้ำน 1. ด้ำนร่ำงกำย - เด็กท ากิจกรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยในขณะที่ออกไปศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกและ ในโรงเรียน 2. ค้ำนอำรมณ์ จิตใจ - เด็กท างานที่ได้รับมอบหมายจนส าเร็จด้วยตนเอง และรู้จักรอคอย - เด็กกล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ในตอนที่ครูถามเกี่ยวกับรูปทรง ที่อยากรู้ 3. ด้ำนสังคม -ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกับผู้อื่น และสามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้ รู้จักอดทนและ รอคอย ปฏิบัติตามข้อตกลงได้ 4. ด้ำนสติปัญญำ - เด็กได้ฝึกทักษะการสังเกตการจ าแนก กระบวนการคิด มีทักษะการใช้ภาษาในการท ากิจกรรม การสนทนาเกี่ยวกับรูปทรงเลขาคณิตที่อยากรู้ - เด็กกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม - เด็กบอกได้ว่ารูปทรงเรขาคณิต แต่ละรูปทรงมีลักษณะแบบไหน เช่นมีกี่ด้าน กี่มุม ผลกำรพัฒนำควำมสำมำรถพื้นฐำน 4 ด้ำน 1. ด้ำนกำรเรียนรู้ - เด็กรู้จักตั้งค าถามที่ตนสงสัย - เด็กสามารถเล่า / บอกวิธีหาค าตอบของตนเองได้ - เด็กได้รู้จักวิธีการท ารูปทรงเรขาคณิต - เด็กรู้จักตั้งค าถามที่ตนสงสัยเกี่ยวกับรูปทรงเรขาคณิต - เด็กได้รู้จักรูปทรงเรขาคณิต 2. ด้ำนภำษำ - เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น - เด็กได้พูด และเล่าสิ่งที่เด็กพบเห็นจากการท ากิจกรรมได้ ผลกำรพัฒนำควำมสำมำรถของเด็กปฐมวัย
27 3. ด้ำนสังคม - เด็กสามารถท างานร่วมกับผู้อื่นได้ - เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นได้ 4. ด้ำนกำรเคลื่อนไหวและทักษะกำรรับรู้ประสำทสัมผัส - เด็กได้เคลื่อนไหว หยิบจับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ - เด็กใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตรูปทรงเรขาคณิตด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ผลชัดเจน - เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายในการท ากิกรรม - เด็กใช้ประสาทสัมผัสในการยิบ จับ สัมผัส ด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่แลเหตุผลที่ชัดเจน ผลกำรพัฒนำทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ 1. ทักษะกำรสังเกต - เด็กสามารถบอกลักษณะสิ่งที่สังเกตด้วยประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น หยิบ จับ สัมผัส รูปทรง เรขาคณิต ทรงต่างๆที่ครูน ามาให้ศึกษาและเรียนรู้ 2. ทักษะกำรจ ำแนกประเภท -การเปรียบเทียบลักษณะของรูปทรงเรขาคณิต -การจัดกลุ่มจ าแนกสัดส่วนวัสดุ /อุปกรณ์ในการท าทรงทรงเรขาคณิต - เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการคาดคะเน -การเปรียบเทียบลักษณะของรูปทรงเรขาคณิต -การจัดกลุ่มจ าแนกรูปทรงของรูปทรงเรขาคณิต - เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษา 3 . ทักษะกำรพยำกรณ์หรือกำรคำดคะเนค ำตอบ - เด็กสามารถคาดคะเนค าตอบว่ารูปทรงเรขาคณิตแต่ละรูปทรงนั้นท าอย่างไร - เด็กสามารถคาดคะเนค าตอบว่ารูปทรงเรขาคณิต มีรูปทรงใดบ้าง - เด็กสามารถคาดคะเนค าตอบว่ารูปเรขาคณิตกับรูปทรงเรขาคณิตเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 4. ทักษะกำรจัดกระท ำและสื่อควำมหมำยข้อมูล - เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการวาดภาพ -การเล่าให้ครูและสนทนาร่วมกับเพื่อน -การน าเสนอหน้าชั้นเรียน - เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการวาดภาพ -การเล่าให้ครูและเพื่อนฟัง -การน าเสนอหน้าชั้นเรียน
28 5. ทักษะกำรลงควำมคิดเห็นจำกข้อมูล - เด็กสามารถให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว และประสบการณ์เดิม แสดงความคิดเห็นต่างๆได้ 6 . ทักษะกำรคิดค ำนวณ -การนับจ านวน ด้านและมุมของรูปทรงต่างๆ - การนับจ านวนชิ้นของรูปทรงต่างๆ -การนับด้าน และมุมรูปทรงต่างๆ 7. ทักษะกำรหำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลำ - เด็กสามารถบอกได้ว่าเวลา และวันที่คาดว่ากาวที่นั้นจะแห้งสนิท 8. ทักษะกำรทดลอง - เด็กสามารถทดลองแล้วน ามาเปรียบเทียบได้ - เด็กสามารถปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนที่ก าหนดได้ -. เด็กสามารถบันทึกการทดลองได้
29 ภำคผนวก
30
31
32
33
34