The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศธภ.๑๒ รายงานผลการตรวจราชการ กรณีปกติ รอบที่ ๑ ปี ๖๗

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พิกุล แก้ว, 2024-05-15 10:42:13

ศธภ.๑๒ รายงานผลการตรวจราชการ กรณีปกติ รอบที่ ๑ ปี ๖๗

ศธภ.๑๒ รายงานผลการตรวจราชการ กรณีปกติ รอบที่ ๑ ปี ๖๗

Keywords: ผลการตรวจราชการ

รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๑ สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนโดยเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Tablet ซึ่งตกรุ่นเร็วกว่า และใช้งานได้จำกัด หรือเป็นชุดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น PC คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือ All In One พร้อมระบบอินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก ให้สามารถ ดูแลรักษา เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียนและสนับสนุนให้เกิดความสะดวกในการจัดการเรียนการสอนต่อไป ควรจัดเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หนึ่งห้องต่อหนึ่งโรงเรียน จะเกิดประโยชน์และคุ้มค่ากว่าการใช้ Tablet เนื่องจากครูส่วนใหญ่ในพื้นที่ห่างไกลหรือโรงเรียนขนาดเล็กไม่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ด้วย Tablet และ อาจเพิ่มภาระครูในการบริหารจัดการ 6. ควรจัดสรรงบประมาณเป็นค่าจ้างครูสำหรับที่โรงเรียนครูไม่ครบชั้น/ครบวิชา แทนการซื้อ Tablet ควรนำงบประมาณไปใช้ในการจัดจ้างครูให้เพียงพอต่อจำนวนเด็ก โดยจ้างในวิชาเอกที่โรงเรียนขาดแคลน จะได้ผลดีกว่า เนื่องจากนโยบาย 1 ครู 1 Table และ 1 นักเรียน 1 Tablet ระบบไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ต่อ นักเรียน การมีครูเป็นผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้จะส่งผลให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากกว่า นอกจากนี้ ที่ผ่านมา นโยบายดังกล่าว ไม่สามารถทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วย เทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) เพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูอยู่แล้ว โดยมีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน 7. ครูควรเสริมสร้างเจตคติต่อการเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเองให้แก่นักเรียนและผู้ปกครอง 8. ควรสนับสนุนระบบอินเทอร์เน็ตที่สามารถเชื่อมโยงระบบออนไลน์ รองรับการใช้งานของ นักเรียนได้อย่างทั่วถึงทั้งที่โรงเรียนและบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายที่ 6 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพ ๑ โรงเรียน ต่อ ๑ อำเภอ ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ การขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะ ยกระดับคุณภาพของโรงเรียนให้มีความพร้อมเพื่อเป็นศูนย์กลางของอำเภอ ในการรองรับการมาเรียนรวม ของโรงเรียนอื่น ในพื้นที่อำเภอเดียวกัน ยังมีปัญหาเช่นเดียวกับนโยบายโรงเรียนคุณภาพของชุมชน คือ ความสมัครใจของโรงเรียนเครือข่ายในชุมชนที่ต้องย้ายนักเรียนมาเรียนรวมกับโรงเรียนคุณภาพ รวมถึง ความร่วมมือของผู้ปกครอง ในการยินยอมส่งบุตรหลานไปเรียนรวมยังโรงเรียนคุณภาพ เหตุผลเนื่องจาก โรงเรียนเครือข่ายมีความกังวลว่า เมื่อไปเรียนรวมแล้วโรงเรียนจะถูกยุบ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้าน ผู้ปกครอง ที่ไม่ประสงค์จะให้นักเรียนไปเรียนนอกพื้นที่ เนื่องจากมีความเป็นห่วงด้านความปลอดภัยและ ค่าใช้จ่าย แม้จะมีรถรับส่ง ในการเดินทางมาเรียนก็ตาม แต่การออกนอกพื้นที่ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเรียน ในชุมชน รวมถึงความกังวล เกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดที่มีความรุนแรง การให้บุตรหลานออกนอกพื้นที่ ส่งผลให้ยากต่อการควบคุมดูแล ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายโรงเรียนคุณภาพ ๑ โรงเรียน ต่อ ๑ อำเภอ ยังต้องมีการขับเคลื่อนด้านความเข้าใจกับโรงเรียนเครือข่ายและชุมชนควบคู่ไปด้วย 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. มีการกำหนดจุดโรงเรียนคุณภาพ รายชื่อโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนเครือข่าย จัดทำ แนวทางการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ร่วมประชุมสร้างความเข้าใจให้กับคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ คัดเลือก โรงเรียนเพื่อเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีตัวอย่าง ผลการดำเนินการคัดเลือกโรงเรียน ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๒ หน่วยงาน จำนวนโรงเรียนคุณภาพ (แห่ง) สพม.ร้อยเอ็ด ๒๐ สพป.ร้อยเอ็ด เขต ๑ - 3 20 สพม.ขอนแก่น 25 สพป.ขอนแก่น เขต 1 - 5 26 สพม.มหาสารคาม 13 สพป.มหาสารคาม เขต 1 - 3 13 สพม.กาฬสินธุ์ 18 สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 - 3 16 รวม 151 ที่มา : หนังสือ ที่ ศธ 04008.1/ว557 และ หนังสือ ที่ ศธ 04008.1/ว558 เรื่อง การประกาศรายชื่อ โรงเรียนคุณภาพ ตามนโยบาย “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2566 2. มีโรงเรียนคุณภาพต้นแบบอย่างน้อย 1 โรงเรียนในแต่ละอำเภอหรือเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อ นำร่องการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สื่อ อุปกรณ์และงบประมาณในการ ปรับปรุงสภาพแวดล้อม อีกทั้งจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่องทุกปีงบประมาณ 3. จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กับโรงเรียน คุณภาพ และระหว่างโรงเรียนคุณภาพกับโรงเรียนเครือข่าย 4. ผลการดำเนินการของโรงเรียนคุณภาพ ๑ โรงเรียน ๑ อำเภอ ตามประเด็นการตรวจติดตาม มีดังนี้ 4.๑) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนผู้เรียนการส่งเสริม สนับสนุนของ สพท. เพื่อ การขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ เขตพื้นที่ได้สนับสนุนการขับเคลื่อนโรงเรียนในทุกด้าน เช่น การดูแล จัดหา อาคารเรียน ห้องเรียน อาคารประกอบให้มีความเพียงพอ สะอาดและพร้อมใช้งาน จัดสรรงบประมาณต่อ เติมและซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ รวมถึงจัดสรรงบประมาณค่าพาหนะนักเรียน ผลการ ดำเนินงานเชิงประจักษ์ คือ โรงเรียนมีอาคารเรียน เพียงพอต่อจำนวนชั้นเรียน และจำนวนนักเรียน , สภาพ ภูมิทัศน์ของโรงเรียนน่าอยู่ น่าเรียน และมีความปลอดภัย 4.๒) ด้านผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารมีการกำหนดนโยบาย แผนกลยุทธ์ในการพัฒนาสถานศึกษา ร่วมกับครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่าย และมีการกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง มีการ นิเทศติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาทักษะ ภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะเฉพาะด้านการพัฒนาตนเองและงานในหน้าที่ เช่น การสอนในกลุ่มสาระ การเรียนรู้ที่ตนเองรับผิดชอบ การจัดทำผลงานทางวิชาการเพื่อการขอเลื่อนวิทยาฐานะ การพัฒนา ทักษะในการสอนแบบ Active Learning และการใช้สื่อเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนการสอน 4.๓ ด้านการบริหารจัดการ กำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความ ต้องการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเขตพื้นที่การศึกษา มีแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แผนปฏิบัติการ โครงการ/กิจกรรมที่มุ่งพัฒนานักเรียนให้มีสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ มีโครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจนและมีมอบหมายให้สอดคล้องกับโครงสร้างการบริหาร และมีระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนและมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๓ 4.๔ ด้านการจัดการเรียนรู้ มีหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนำสื่อ เทคโนโลยี ดิจิทัล ใช้การในการจัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning รวมถึงการเตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์เพื่อรองรับการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ 4.๕ ด้านผู้เรียน นักเรียนได้รับส่งเสริมการเรียนรู้ มีการวัดผลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ ดังนี้ (๑) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ในโรงเรียนคุณภาพ มีการทดสอบความสามารถ ด้านการอ่านของนักเรียน (Reading Test : RT) ทุกคน (๒) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ในโรงเรียนคุณภาพ มีการทดสอบความสามารถ พื้นฐานระดับชาติ (National Test : NT) ทุกคน (๓) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้ารับ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Test : O-NET) ทุกคน (๓) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น (๔) นักเรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวัน 3) ปัญหาอุปสรรค 1. ยังขาดงบประมาณที่ใช้ในการขับเคลื่อนงานของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย/ กิจกรรมของโครงการ 2. ความเข้าใจ ความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง/มีส่วนได้ส่วนเสีย จากวัตถุประสงค์และการ ดำเนินงานของโครงการ ยังไม่มีเท่าที่ควร 3. ทักษะความสามารถในการบริหารงาน การดำเนินงาน การขับเคลื่อนงานของผู้รับผิดชอบ โครงการ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนา ยังไม่ดีเท่าที่ควร 4. การดำเนินงานต่างๆ ของโครงการ ยังขาดความต่อเนื่อง 5. ระดับนโยบาย ไม่มีแนวทางในการดำเนินโครงการลงสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน ทำให้ขาดทิศทาง ในการดำเนินงาน เช่น มาตรฐาน ตัวชี้วัด ที่จะใช้ในการประเมิน เพื่อเป็นตัวบ่งชี้ว่าโรงเรียนมีความสำเร็จ ในจุดใด บกพร่องในจุดใด ที่จะทำให้โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ ดำเนินงานได้อย่างถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. ควรกำหนดทิศทางการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้ชัดเจน 2. ควรสร้างความเชื่อมั่นแก่ชุมชนและผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนคุณภาพ 3. ควรมีการอบรมพัฒน สร้างองค์ความรู้/ทักษะการปฏิบัติให้ผู้ปฏิบัติงานโครงการ และในโรงเรียน 4. ควรจัดให้มีการศึกษาดูงาน เรียนรู้และปรับประยุกต์ใช้กระบวนการทำงานจากความสำเร็จ สู่ความสำเร็จ เช่น โรงเรียนต้นแบบ บุคคลต้นแบบ วิทยากรท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้ชุมชน 5. ควรจัดให้มีการนิเทศ ติดตามที่เข้มแข็ง จริงจัง ต่อเนื่อง มีเครื่องมือนิเทศที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ตรงตามกิจกรรมการดำเนินงานที่สามารถเกิดผลของงานได้จริงตามบริบทของสถานศึกษา 6. ควรจัดให้มีเวทีแสดงภาพความสำเร็จของโรงเรียน/โครงการ สู่สายตาสาธารณชน 7. ควรจัดสรรงบประมาณสนับโครงการ โรงเรียนเป้าหมายเพื่อการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง 8. ควรมีนโยบายที่ชัดเจน ในการไปเรียนรวมของโรงเรียนเครือข่าย การย้ายข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัดในโรงเรียนเครือข่าย และควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนในการบริหาร จัดการการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ เช่น เรื่องของค่าพาหนะในการเดินทางไปเรียนรวม


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๔ นโยบายที่ 7 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ด้วย การพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียน ทุกระดับการศึกษาให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความ สนใจและความต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงาน อีกทั้งจัดให้มีระบบแนะแนวตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่มีการขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรการแนะแนว รวมถึง กระบวนการเรียนรู้ ให้ทันยุคสมัยและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนผู้สอนและชุมชน จัดให้มีระบบแนะแนวตั้ง แต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมายชีวิตที่ ตนเองชอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน มีการสร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงาน ภายนอก และจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ โดยเน้นให้นักเรียนเรียนรู้การแก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิต ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านวิชาการ สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ทั้งนี้ ปัญหาอุปสรรค ได้แก่ ด้าน งบประมาณ ด้านบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านพหุปัญญา และ Soft Power ดังนั้น ภาครัฐควรสนับสนุนงบประมาณพัฒนาครูแนะแนวในสถานศึกษาให้เพียงพอ ให้ครูทุกคนสามารถเป็นครู แนะแนวได้ เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานตามนโยบายฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพขับเคลื่อนนโยบาย สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. แนวทาง Coaching ได้รับการพัฒนา มีการแต่งตั้งคณะทำงาน, ศึกษานิเทศก์ นิเทศกำกับ ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านแนะแนวด้านพหุปัญญาของ และ การส่งเสริม Soft Power ของผู้บริหารโรงเรียน ครูบุคลากร นักเรียน และการประเมินครูแนะแนวเชิงประจักษ์มีการประชุมสะท้อน วิเคราะห์ วิพากษ์ความสำเร็จผลการปฏิบัติงานของครูแนะแนวจากผลสำเร็จของงานและผลสำเร็จทางการเรียน และการดำเนินชีวิตของนักเรียน หรืออุปสรรค-ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งของครูแนะแนวและของนักเรียน พร้อม ทั้งจัดทำข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานแนะแนว และผลการดำเนินงานการใช้ระบบ School Heath Hero รวมถึงการยกย่องเชิดชูเกียรติ “ครูแนะแนวต้นแบบ” ด้วยกระบวนการประเมินเชิงประจักษ์ 2. ครูแนะแนวและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่งานแนะแนว และสามารถขยายผลไปยังผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยจัดตั้ง ศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพัฒนาครูผู้สอนแนะแนว ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการ แนะแนวการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพให้กับนักเรียน ได้ตรงตามบุคลิกภาพ ทักษะ และความถนัด ของตนเอง พัฒนาความเข้มแข็งงานแนะแนวในสถานศึกษา โดยมีโรงเรียนต้นแบบ รวมถึงการประชุมเชิง ปฏิบัติการพัฒนาครูแนะแนวแกนนำ และกิจกรรมนักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (YC : Youth Counselor) วิถีใหม่ รวมถึงการประสานภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมแนะแนว Coaching ในสถานศึกษา บริการเก็บรวบรวม ข้อมูลรายบุคคล งานสารสนเทศ ให้คำปรึกษา และด้านอื่นๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายการศึกษา มีการพัฒนา ครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความสามารถทางพหุปัญญา ได้เรียนรู้ตามความถนัด และความสนใจ เป็นแนวทางในการทำงานและประกอบอาชีพในอนาคต โดยกำหนดให้มีการนิเทศ ติดตาม สถานศึกษาต้นแบบการแนะแนวนักเรียน รวมถึงการจัดกิจกรรมแนะแนว กิจกรรม Homeroom และการ ดูแลสุขภาพจิตด้วย School Health Hero อย่างรอบด้าน ให้แก่นักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๕ ตัวอย่างผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาพัฒนา กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน โดยใช้กระบวนการ Active Learning GPAS ๕ Steps เพื่อพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน จำนวน ๑๒๐ คน ผ่านการคัดเลือกในการ พัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมนักเรียน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน ๒๗ คน และเข้าร่วม นำเสนอนวัตกรรมครูและนักเรียน งานนิทรรศการ “พลิกโฉมโรงเรียนสร้างนวัตกรรมครูสู่นวัตกรรม นักเรียนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS ๕ Steps (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) 3. กิจกรรมแนะแนวได้รับการดำเนินการอย่างรอบด้าน ๓ ขอบข่าย ด้านการศึกษาอาชีพ ส่วนตัวและสังคม รวมทั้งการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็น เกิดลักษณะ อันพึงประสงค์ด้วยสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน ที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียนทั้งทางตรงและ ทางอ้อม โดยมีตัวอย่างผลการดำเนินงานด้านกิจกรรม ดังนี้ (1) กิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ได้แก่ โครงการวัยใสใส่ใจสุขภาพเรียนรู้ เพศวิถีศึกษา , กิจกรรมสุขภาพดี ชีวิมีสุข , กิจกรรมส่งเสริมทักษะอยู่อย่างปลอดภัยในสถานการณ์การแพร่ ระบาดเชื้อโรคต่างๆ เป็นต้น (2) กิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ได้แก่ โครงการที่ดำเนินการในรูป โครงการที่ให้ความสำคัญกับหลักของการพัฒนา 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรมชุมชนและ ศิลปวัฒนธรรม ด้านประชาธิปไตย และด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสั่งสอนอบรมเผยแผ่ธรรมะและ คุณธรรม จริยธรรม โดยบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับสภาพจริงของชุมชน (3) กิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (4) กิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ได้แก่ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ดังนี้ ชั้น เรียนวิชาชีพ , กลุ่มสนใจ และโครงการ 1 อำเภอ 1 อาชีพ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๖ 4. จัดทำโครงการเสริมสร้างพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้แก่ โครงการแนะแนว อาชีพ เพื่อการศึกษาและการมีงานทำ รวมถึงการส่งเสริมและดูแลนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษา ภาคบังคับ ควบคู่กับการดำเนินโครงการพาน้องกลับมาเรียน ติดตามนักเรียนกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันและลด ปัญหาการออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปยังสถานศึกษา ผ่าน ระบบ my office , Line และ Website. 5. หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษา ให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ด้วยการ สำรวจแววความถนัดหรือความสามารถพิเศษผู้เรียนและมีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความสนใจและความ ต้องการของผู้เรียน เพื่อให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำสอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน อีกทั้งจัดให้มีระบบแนะแนว ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษา พัฒนาทักษะสู่การ เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียน และเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน โดยมีการประสานหน่วยงานสำนักงานจัดหางาน และศูนย์ ฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานแนวทางการพัฒนาผู้เรียน 6. ฐานข้อมูลนักเรียน และครูแนะแนว ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยพัฒนาโปรแกรม ให้เชื่อมต่อฐานข้อมูลของครูประจำชั้นกับนักเรียนในระบบฐานข้อมูล ให้โรงเรียนในสังกัดดำเนินการเฝ้า ระวัง ประเมินนักเรียนผ่านทางโปรแกรม School health HERO (Health and Educational Reintegrating Operation) คือ ระบบสุขภาพจิตโรงเรียนวิถีใหม่ เพื่อเฝ้าระวัง เรียนรู้ และรับคําปรึกษา เพื่อดูแล นักเรียนที่เสี่ยงต่อ ปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และทักษะสังคมและสร้างเครือข่ายครูแกนนำ แนะแนว ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกโรงเรียน อย่างน้อยโรงเรียนละ 1 คน 7. ดำเนินการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ โดยเน้นนวัตกรรม การเรียนรู้แบบ STEM Education ที่บูรณาการศาสตร์ต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และ คณิตศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การทำงานในชีวิตจริง การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง (Active Learning) มุ่งเน้นทักษะการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น และขยายผลให้ครอบคลุมสถานศึกษาทุกแห่งในสังกัด 8. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสาน ความร่วมมือกับศูนย์สุขภาพจิตที่ ๗ โรงพยาบาลร้อยเอ็ดและโรงพยาบาลสุวรรณภูมิ ในการแก้ปัญหา สุขภาพจิตของผู้เรียน เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และมี เป้าหมายในชีวิตดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพจิตผ่านระบบงานสุขภาพจิต โรงเรียนวิถีใหม่ร่วมกับเครือข่ายกระทรวงศึกษาธิการ 9. ส่งเสริมศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่ และศูนย์แนะแนวประจำจังหวัด ให้มี ความเข้มแข็ง เป็นต้นแบบการจัดกิจกรรมแนะแนว เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง ยอมรับและเห็น คุณค่าของตนเอง สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม สามารถแก้ปัญหาและตัดสินใจได้ ด้วยตนเอง และสามารถพัฒนาตนเองให้มีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รวมทั้งการเตรียมความพร้อม ให้กับนักเรียนในเรื่องการเรียน ด้านส่วนตัว ด้านอาชีพ และด้านสังคม 10. จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ Advice center เพื่อส่งเสริมงานกิจการนักศึกษา ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณวุฒิการศึกษา การจัดทำข้อมูลรายบุคคล การชี้แนวทาง เพื่อให้คนที่มี ประสบการณ์หรือโค้ชสามารถสนับสนุนให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายทางชีวิตหรือทางการงานได้


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๗ 11. ดำเนินโครงการแนะแนวอาชีพ เพื่อการศึกษาและการมีงานทำ รวมถึงการส่งเสริม และดูแลนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ตามโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียน ที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ควบคู่กับการดำเนินโครงการพาน้องกลับมาเรียน ติดตาม นักเรียนกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันและลดปัญหาการออกกลางคันของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึง การจัดฝึกอบรมด้านอาชีพให้กับผู้เรียน ภายใต้กิจกรรมจัดการศึกษาต่อเนื่อง และโครงการศูนย์ฝึกอาชีพ ชุมชน ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้พิการ กลุ่มเป้าหมายพิเศษ (เด็กเร่ร่อน) ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป 12. ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาในสังกัด ดำเนินโครงการกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ บุคคลภายนอก เข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษา ได้แก่ 1) การจัดกิจกรรมการแนะแนวอาชีพ 2) กิจกรรม Open House การเปิดบ้าน ให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป (บุคคลภายนอก) ได้เข้าไปเยี่ยมเยือน เยี่ยมชมสถานศึกษา เพื่อเป็นการช่วยตัดสินใจในการเข้าศึกษาต่อ 3) การออกแนะแนวการศึกษาใน สถานศึกษา เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกเรียนในสาขาที่ตรงกับความถนัด ความสนใจ บุคลิกภาพ และ ทักษะของตนเอง ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน 13. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มี ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมถึงการจัดทำแผนงานเสนอ แนวทางการพัฒนาหลักสูตรและการส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น และการจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำ ให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน โดย กำหนดกรอบหลักสูตรท้องถิ่น และระดับสถานศึกษา จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นหรือสาระเพิ่มเติมการเรียนรู้ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษา ให้มีทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อ การดำรงชีวิต และมีหลักสูตรที่ตอบสนองต่อความสนใจและความต้องการของผู้เรียน 3) ปัญหาอุปสรรค 1. ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านแนะแนว ด้านพหุปัญญา และ Soft Power 2. บุคลากรยังขาดทักษะความสามารถในการบริหารงาน การดำเนินงาน การขับเคลื่อน งานด้านแนะแนวในโรงเรียน ครูผู้สอนแนะแนว ขาดองค์ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการจัดใน กระบวนการแนะแนวในโรงเรียน 3. ภาระงาน ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดขีดความสามารถ-ความรับผิดชอบของครูแนะแนว 4. ข้อจำกัดของภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัวนักเรียน หรือการย้ายถิ่นฐานเพื่อการ ประกอบอาชีพของผู้ปกครอง 5. งบประมาณในการดำเนินงานมีจำกัด ขาดงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาครู แนะแนวและการนิเทศติดตาม และการจัดการอบรม เนื่องจากในการจัดอบรมในแต่ละครั้ง มีครูให้ความ สนใจเป็นจำนวนมาก แต่งบประมาณในการจัดอบรมมีจำกัด จึงไม่สามารถขยายผลได้มากเท่าที่ควร ส่งผล ให้ไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้เต็มที่ 6. ผู้เรียนขาดความสนใจและความเข้าใจในสาขาวิชาที่ขาดแคลน แม้ว่าสาขาวิชานั้นจะ เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน 7. ในส่วนของ สกร. กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม มีความแตกต่างของช่วงวัย ทำให้ การเรียนรู้ได้ต่างกัน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๘ 8. ในกรณีมีการส่งต่อผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ สถานศึกษาบางแห่งขาด องค์ความรู้ในการรับและพัฒนา ทำให้ผู้ปกครองไม่มีความมั่นใจในการส่งต่อผู้เรียน 9. บางพื้นที่ขาดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าระบบ School health HERO 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. ควรจัดอบรมพัฒนา สร้างองค์ความรู้ และทักษะการปฏิบัติให้ผู้ปฏิบัติงาน และการใช้งาน ระบบ School Heath Hero ศึกษาดูงาน เรียนรู้และปรับประยุกต์ใช้กระบวนการทำงานจากความสำเร็จสู่ ความสำเร็จ เช่น โรงเรียนต้นแบบ บุคคลต้นแบบ แหล่งเรียนรู้ สถานประกอบการ หน่วยงานราชการที่มี ภาระงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้ครูทุกคนเป็นครูแนะแนว โดยการส่งเสริมให้ครูได้รับการอบรมพัฒนามี ความรู้รอบด้าน เนื่องจากสภาพปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วปัญหาของนักเรียนมีหลากหลาย 2. ควรมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลของนักเรียนในประเทศไทยทุกสังกัด เชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูล เดียวกัน และสามารถค้นหาข้อมูลการเข้าเรียนของนักเรียนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับได้อย่างสะดวก เพื่อให้สามารถติดตามการเข้าเรียนของเด็กที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ควรมีการประสานสถานศึกษาเพื่อสร้างองค์ความรู้และความมั่นใจในการรับผู้เรียนที่มีความ ต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อเข้ารับการศึกษาต่อ จัดทำระบบ Transition เพื่อสร้างมั่นใจให้แก่ผู้เรียนและ ผู้ปกครองก่อนทำการส่งต่อ รวมถึงการแนะนำการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้แก่ผู้ปกครองเพื่อสร้างความมั่นใจในการส่งต่อผู้เรียนภายนอก 4. ควรจัดให้มีเวทีแสดงภาพความสำเร็จของโรงเรียน ครูผู้สอนแนะแนว ครูแนะแนวต้นแบบสู่ สายตาสาธารณชน เช่น การยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้สอนแนะแนว ให้เป็นครูแนะแนวต้นแบบ จัดทำช่องทาง เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับจังหวัด ประเทศ 5. ภาครัฐควรส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณพัฒนาครูแนะแนวในสถานศึกษาให้เพียงพอ ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงได้อย่างมีประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ สนับกิจกรรม/โครงการ, โรงเรียน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสู่โรงเรียนต้นแบบการจัดกิจกรรมแนะแนวดีเด่น, ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น , สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดีเด่นด้านงานแนะแนว-ระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายที่ 8 การจัดทำระบบวัดผลรองรับมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียน เพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ด้วยการ นำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้เทียบคุณวุฒิ รับรองมาตรฐานวิชาชีพเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้ในระหว่างที่กำลัง ศึกษาอยู่ในระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกที่จะมีรายได้ระหว่างเรียนควบคู่กับการทำงานไปพร้อมกัน ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่มีความตระหนักถึงประโยชน์ในระบบวัดผลรองรับมาตรฐาน วิชาชีพ (Skill Certificate) มีการพัฒนาทักษะวิชาชีพ (Skill Certificate) โดยการพัฒนาทักษะและสมรรถนะ วิชาชีพ (Up-Skill, Re-Skill) พัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา : CLC มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อสะสมหน่วย การเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการ ในการจัดการอาชีวศึกษา โดยจัดทำข้อตกลง (MOU) กับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพ สามารถเทียบโอนหน่วยกิตหรือประสบการณ์จากสถานศึกษา แห่งหนึ่งเพื่อให้ได้รับการรับรอง (Accreditation) ในสถานศึกษาอื่นในสมรรถนะเดียวกัน ปัญหาอุปสรรคที่พบ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๙ คือ สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา มีข้อจำกัดและเงื่อนไขหลายประการ ที่ทำให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาภาค บังคับ (มัธยมศึกษาตอนต้น) ไม่สามารถเข้าถึงระบบระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ของสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษา ดังนั้น สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา ควรมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ของผู้เรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาตอนต้น) เพื่อให้เข้าถึงระบบการเทียบโอน ความรู้ได้ง่ายขึ้นและเป็นแรงจูงใจต่อการศึกษาต่อในอาชีพของผู้เรียนต่อไป 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรทวิศึกษา แนะแนวการจัดการเรียนรูปแบบ ทวิภาคให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และร่วมกับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ รวมถึงการจัดทำ บันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับวิทยาลัยอาชีวศึกษา ดำเนินการทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ระหว่างโรงเรียนกับสถาบันการศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จัดทำระบบวัดผลเทียบ ระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศไม่ต้องเสียเวลาในระบบ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และแต่งตั้งคณะกรรมการทำงาน กำหนดกรอบเวลาการจัดทำระบบ รวมถึงการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาศักยภาพด้านทักษะอาชีพ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพได้ ตามความถนัดในระหว่างเรียน 2. พัฒนาระบบคลังหน่วยกิตอาชีวศึกษา (Credit Bank) มีการจัดตั้งศูนย์เทียบโอนผล การเรียนในระดับจังหวัด จัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา ด้วยการจัดทำระบบการเทียบเคียงหรือ เทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ประสบการณ์หรือสมรรถนะจากระบบเดียวกัน แต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง หรือจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาหรือการรับรอง ระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้โดยสถานศึกษา ในสังกัดได้มีการเทียบโอนผลการเรียน และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ 3. ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาพัฒนาเครื่องมือ บริหารจัดการการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ และการจัดเก็บเอกสารหลักฐานการศึกษาอย่างเป็นระบบ รวมถึงการดำเนินการสอนซ่อมเสริมในภาค ฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียน และส่งเสริมการศึกษาร่วมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) 4. พัฒนาหลักสูตรต่อเนื่องเชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา (Continuos And Linking Curriculum : CLC) มีการประสานความร่วมมือไปยังสถานศึกษาในสังกัดพื้นที่ รับผิดชอบ มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ แบบต่อเนื่อง เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการ ในการจัดการ อาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ เพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่เด็กนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบ การศึกษาภาคบังคับ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ด้วย การนำหน่วยกิตที่สะสม มาใช้เทียบคุณวุฒิ รับรองมาตรฐานวิชาชีพเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบ อาชีพ วัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งการแนะแนวเลือกเรียนตามเส้นทางอาชีพ ความถนัดและความสนใจ จัดทำหลักสูตรทักษะอาชีพ การจัดการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระบบ"ธนาคารหน่วยกิต" หรือ "เครดิตแบงก์" ที่สำหรับนำความรู้หรือความสามารถที่ได้จากทักษะ ประสบการณ์การทำงาน การฝึกอบรม หรือการเรียนรู้ทั้งจากสถาบันการศึกษา กศน. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเทียบโอนเป็นหน่วยกิตมาสะสมไว้สำหรับเทียบคุณวุฒิหรือความสามารถในการทำงาน โดยมีตัวอย่าง ผลการดำเนินงาน ดังนี้


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๐ สถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน วิทยาลัยการอาชีพพนมไพร โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด โรงเรียนหัวโนนตาล ธวัชบุรีวิทยาคม รร.เทศบาล ทุกโรง วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย โรงเรียนกู่กาสิงห์ วิทยาลัยเทคนิคสุวรรณภูมิ โรงเรียนน้ำคำใหญ่ โรงเรียนหินกองวิทยาคาร 3) ปัญหาอุปสรรค 1. สถานศึกษาบางแห่งมีงบประมานในการดำเนินงานไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้การจัดการเรียน การสอนในรูปแบบทวิภาคีไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ 2. ผู้เรียนที่เข้าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ไม่ผ่านข้อเขียน 3. สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา มีข้อจำกัดและเงื่อนไขหลายประการ ที่ทำให้ผู้เรียนในระดับ การศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาตอนต้น) ไม่สามารถเข้าถึงระบบระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ของสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา 4. เนื่องจากเป็นนโยบายใหม่ สถานศึกษา ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนส่วนใหญ่ ยังไม่ เข้าใจเกี่ยวกับระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit ด้Bank) และไม่ทราบว่าสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ใดบ้าง ที่เปิดให้เรียนรู้และเก็บหน่วยกิตในระบบออนไลน์ได้ 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. สถานศึกษาควรมีการจัดการเรียนการสอนแบบหลากหลาย และสามารถลดภาระแก่ นักเรียนและผู้ปกครอง 2. ควรจัดทำแนวทางการเข้าทดสอบมาตรฐานฝีมือโดยแยกสายอาชีพ 3. ควรปรับปรุงหลักสูตรโครงการเทียบโอนความรู้เทียบระดับการศึกษามิติความรู้ความคิด ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้เรียน 4. ควรจัดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้ความรู้แก่ผู้เรียนก่อนสำเร็จการศึกษา 5. ควรมีงบประมาณขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง และขยายผลต่อไป จัดสรรงบประมาณในการนำนักเรียน นักศึกษาเข้ารับการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ 6. สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา ควรมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ของผู้เรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาตอนต้น) เพื่อให้เข้าถึงระบบการเทียบ โอนความรู้ได้ง่ายขึ้นและเป็นแรงจูงใจต่อการศึกษาต่อในอาชีพของผู้เรียนต่อไป 7. ควรมีความร่วมมือกับสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาระบบการเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์เพื่อใช้ในการสะสมหน่วยกิต และผลการเรียนของผู้เรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับ (มัธยมศึกษาตอนต้น) ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) นโยบายที่ 9 การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มี ความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ด้วยการจัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบ โอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์หรือสมรรถนะจากระบบเดียวกัน แต่ต่างสถานศึกษา หรือจาก ระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่งหรือจากต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาหรือการรับรองระดับ การศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๑ ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ แนวโน้มการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนนโยบาย เป็นไปในทิศทางที่ดีมีการจัดทำระบบการ เทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะ จากระบบเดียวกันแต่ต่าง สถานศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษา หรือการรับรองระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่างระบบได้ สามารถสะสมเพื่อประโยชน์ในการรับการรับรองคุณวุฒิการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ ผู้เรียนที่มีความสามารถ เป็นเลิศ สามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับระยะเวลาในการศึกษา พร้อมทั้งมีการตั้งศูนย์เทียบโอน ผลการเรียนในระดับจังหวัด พัฒนาระบบการเทียบระดับการศึกษาและคลังหน่วยกิตศึกษา (Credit Bank) ระบบการวัดผล เทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. จัดทำระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะ จากระบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง หรือจาก ต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษา หรือการรับรองระดับการศึกษาต่างสถานศึกษาหรือต่าง ระบบได้ หรือไปสะสมเพื่อประโยชน์ในการได้รับการรับรองคุณวุฒิ หรือเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ และผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ สามารถเรียนในระดับที่สูงขึ้นโดยไม่ยึดติดกับระยะเวลาในการ ศึกษา พร้อมทั้งมีการตั้งศูนย์เทียบโอนผลการเรียนในระดับจังหวัด 2. พัฒนาระบบการเทียบระดับการศึกษาและคลังหน่วยกิตศึกษา(Credit Bank) ระบบการวัดผล เทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ปวช. / ปวส. / ป.ตรี 3. จัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยสามารถปรับเปลี่ยน แผนการเรียน ในระหว่างเรียนได้ รวมทั้งการแนะแนวเลือกเรียนตามเส้นทางอาชีพ ความถนัดและความ สนใจ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนในอนาคต โดยดำเนินการอบรมพัฒนาครูที่รับผิดชอบ ระบบวัดแวว ความสามารถพิเศษ MI Test ทุกโรงเรียนพร้อมดำเนินการต่อเนื่อง มีการจัดเก็บข้อมูลด้านความสามารถ พิเศษของผู้เรียนทุกชั้นทุกคน รวมถึงมีการพัฒนาครูด้านเรื่องการจัดทำแผนกิจกรรมพหุปัญญาเพื่อนำสู่การ ปฏิบัติในห้องเรียน และมีการนิเทศติดตามโรงเรียนเป้าหมายเพื่อต่อยอดให้เป็นโรงเรียนแกนนำ 4. ส่งเสริมครู บุคลากรในสถานศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ ตลอดจนความเข้าใจในเทคนิควิธีการวัดและประเมินผลรูปแบบต่าง ๆ โดยเน้นการ ประเมินตามสภาพจริง เช่น การประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินด้วยแฟ้มสะสมผลงาน หรือการ ประเมินด้วยการสื่อสารส่วนบุคคล เช่น การซักถาม การสัมภาษณ์ เป็นต้น ตลอดทั้งแสวงหาความร่วมมือ กับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน 5. จัดให้มีการทดสอบจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) “มาตรฐานอาชีพ” การพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพในประเทศไทย รวมถึงการจัดให้มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ของ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกระทรวงแรงงาน ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาใน สังกัด ให้นักเรียนนักศึกษาที่สนใจเข้ารับการทดสอบความรู้ความสามารถ ในการทำงานของผู้ประกอบ อาชีพตามเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ โดยผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับหนังสือรับรอง ว่าเป็นผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเพื่อเพิ่มโอกาสในการสมัครงานทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนาและยกระดับกำลังคน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย สถาบันฯ มีภารกิจในการสร้างการเรียนรู้ต่อระบบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพให้เป็นที่รู้จัก พร้อมทั้ง ผลักดันให้เกิดความตระหนักถึงประโยชน์ของระบบคุณวุฒิวิชาชีพ สนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพ มีส่วน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๒ ร่วมในการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีรวมทั้งประสาน ความร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศให้มีการเผยแพร่ การใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ และนำมาตรฐานอาชีพและมาตรฐานสมรรถนะไปใช้เพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ในแต่ละสาขาวิชาชีพ โดยมีตัวอย่างผลการดำเนินการการจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และ ประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ดังนี้ หน่วยงานที่เข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบาย โครงการ/กิจกรรม ๑. วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ๒. วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ๓. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ๔. วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด ๕. วิทยาลัยเทคนิคสุวรรณภูมิ ๖. วิทยาลัยการอาชีพโพนทอง ๗. วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย ๘. วิทยาลัยการอาชีพพนมไพร 9. วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น 10. วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น 11. วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย 12. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น 13. มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14. สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด 15.วิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาสารคาม 16. ศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ขอนแก่น 1. สถานศึกษาทุกแห่ง ได้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ให้กับนักเรียน ระดับชั้น ปวช. ๓ และนักศึกษา ระดับชั้น ปวส. ๒ ที่จะสำเร็จการศึกษาของทุกปี 2. สถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา อุดมศึกษา และ หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ ได้รับจัดตั้งให้เป็นศูนย์ ทดสอบ อาทิ -วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ได้ผ่านการรับรองให้เป็น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์กรมหาชน) สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเป็น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานของจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง -วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ได้ผ่านการรับรองเป็น ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานของจังหวัดร้อยเอ็ด สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ - วิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม ได้ผ่านการรับรอง เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพในหน่วยงานทางการศึกษา เมื่อผ่านการทดสอบจะได้รับ ใบประกอบวิชาชีพ 3. ส่งเสริมให้ผู้ผ่านการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ หลักสูตร 420 ชั่วโมง เข้าสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ณ สถาบันพัฒนา ฝีมือแรงงานจังหวัด 4. จัดสรรงบประมาณการดำเนินการจัดสอบให้กับผู้เรียนที่ ลงทะเบียนโครงการเทียบโอนความรู้เทียบระดับการศึกษามิติ ความรู้ความคิด 3) ปัญหาอุปสรรค 1. ผู้เรียนขาดความรู้ความเข้าใจในการเทียบโอนระดับการศึกษา 2. ผู้เรียนบางรายขาดทุนทรัพย์ในการลงทะเบียนทำให้เสียโอกาส 3. ผู้เรียนไม่สนใจเทียบโอนความรู้เทียบระดับการศึกษามิติความรู้ความคิด 4. ขาดงบสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาครูแนะแนวหรือครูที่รับผิดชอบ และการนิเทศ ติดตามการดำเนินงานระบบวัดแววความสามารถพิเศษ การจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนในแต่ละด้านลงสู่ ห้องเรียนของแต่ละสถานศึกษา


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๓ 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. ควรมีการจัดทำแนวทางการดำเนินการอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นนโยบายใหม่ 2. ควรพัฒนาหลักสูตรเทียบโอนความรู้ให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับกลุ่มผู้เรียน สามารถ ปรับปรุงหลักสูตรเทียบโอนความรู้เทียบระดับการศึกษามิติความรู้ความคิด ให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้เรียน 3. ควรมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบาย นโยบายที่ 10 ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) ด้วยการ จัดการอาชีวศึกษาระดับวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิค โดยมุ่งเน้นการผลิต และพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน สอดคล้องกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อ สร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ให้ผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา มีความพร้อมในการเข้าสู่อาชีพได้ทันต่อ ความต้องการกำลังคนของประเทศ และอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ ผู้สอนและผู้เรียนให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายฯ โดยบูรณาการให้เหมาะสมกับ บริบทของชุมชนในแต่ละพื้นที่ มีการสำรวจความต้องการพัฒนาอาชีพของกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ ดำเนินการ จัดอบรมพัฒนาด้านอาชีพตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับชุมชน ระดับภูมิภาคและระดับประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีหน่วยงานจัดหางานในระดับจังหวัดเพื่อการเชื่อมต่อ และพัฒนางานให้ต่อเนื่องยั่งยืน เพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมเป็นเบื้องต้น ดำเนินโครงการแนะแนวอาชีพ เพื่อการศึกษาและการมีงานทำ ทั้งนี้ ควรให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาฝึกทักษะกระบวนการคิดในการทำงานของนักเรียน พัฒนา ทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ด้านอาชีพให้แก่นักเรียน ตลอดจนหาตลาดแรงงานให้นักเรียนเมื่อจบการศึกษา 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ 1. จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU การจัดการศึกษาร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อการมีงานทำ และประชาสัมพันธ์โครงการให้แก่นักเรียนในสังกัด มีการจัดการอาชีวศึกษาระดับวิชาชีพ เพื่อพัฒนา สมรรถนะกำลังคนระดับเทคนิค โดยมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็น ตรงความ ต้องการของตลาดแรงงาน โดยเน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติเพื่อสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตใน ทุกมิติ ยกระดับการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคเอกชน ตัวอย่างผลการดำเนินงาน ได้แก่ การจัดทำบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ MOU การจัดการศึกษาร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อการมีงานทำ สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ระหว่าง วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด บริษัท ไบเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานจัดหางานจังหวัดร้อยเอ็ด และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๔ 2. การจัดการสัมมนาสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมแก่กำลัง แรงงานกิจกรรมสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแนะแนวอาชีพ เปิดโลกทัศน์ แห่งการศึกษา และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนในสถานศึกษา ให้สามารถวางแผน การศึกษาต่อหรือเข้าสู่อาชีพได้อย่างเหมาะสม การสัมมนาสร้างเครือข่ายการแนะแนวอาชีพ 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน เช่น “โครงการอิ่มท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง” โดยมุ่งให้เกิดผลกับนักเรียนโดยตรงคือนักเรียนสามารถปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหาร และสามารถแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ส่งผลให้นักเรียนเกิดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอยู่ อย่างพอเพียง สร้างรายได้จากการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และได้รับการส่งเสริมด้านโภชนาการ ซึ่งโครงการนี้ ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนและภาคส่วนต่างๆรวมถึง ศูนย์การศึกษาพิเศษ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์๖๓ ซึ่งมีการจัดทำโครงการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำ ส่งผลให้นักเรียนได้ฝึกอาชีพตามความพอใจ และความถนัด มีรายได้ระหว่างเรียนและสามารถนำไปประกอบอาชีพต่อได้เมื่อจบการศึกษา โครงการอิ่ม ท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง อย่างยั่งยืน 4. มีกรอบแนวทางการพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้กับผู้เรียนในพื้นที่ แนะแนวใน สถานศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต การมีงานทำ และการแนะแนวศึกษาต่อ ประจำปี งบประมาณ 2567 และขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบ การศึกษาภาคบังคับ สร้างความตระหนักรับรู้เรื่องของทักษะด้านอาชีพ ให้โรงเรียนได้ฝึกทักษะอาชีพ สร้าง ผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่มีในชุมชน นำมาประยุกต์และประดิษฐ์เป็นของใช้ที่มีประโยชน์หรือนำมาใช้ใน ชีวิตประจำวัน ให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ และส่งเข้าร่วมการประกวดทักษะอาชีพนักเรียน รวมถึงการส่งเสริมให้นักเรียนทำงานหารายได้ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เพื่อช่วยผู้เรียนและประชาชนลด รายจ่ายในครัวเรือนและอาจสร้างเป็นอาชีพเสริมให้แก่ครอบครัวได้เช่น การส่งเสริมการพัฒนารูปแบบ ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ รูปแบบการขาย โดยการจัดการอบรมดิจิทัลชุมชน ให้กับผู้เรียนในพื้นที่ ได้เรียนรู้การ ขายออนไลน์และการสร้างแรงจูงใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการอื่น ๆ ด้วยหลักสูตร “e-commerce”


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๕ 5. ขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมเป็นเบื้องต้น ดำเนินโครงการแนะแนวอาชีพ เพื่อการศึกษาและการมีงานทำ โดย จัดทำโครงการกิจกรรมการแนะแนวโลกอาชีพเพื่อการศึกษาต่อและมีงานทำ ซึ่งเป็นรูปแบบอบรมเชิง ปฏิบัติการให้นักเรียนเข้าฐานฝึกตามฐานการเรียนรู้ จำนวน 4 ฐาน ได้แก่ ฐานช่างตัดผม, ฐานช่างเสริมสวย, ฐานการตัดเย็บเสื้อผ้า และ ฐานนวดแผนไทย จัดทำโครงการฝึกอบรมอาชีพ (ศูนย์ซ่อมสร้าง fix it center) การจัดหลักสูตรระยะสั้น เช่น ช่างตัดผม ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่างซ่อมแอร์ รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์บ่ม เพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการเป็นผู้ประกอบการและการ ประกอบอาชีพอิสระให้ผู้เรียนมีความรู้ทางด้านการจัดธุรกิจ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอด ในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ต่อไปในอนาคต 6. สร้างความร่วมมือระบบทวิภาคีกับสถานประกอบการ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย, บริษัทมิตรผล, SCG, Toyota เป็นต้น ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ในการปฏิบัติจริง ระหว่างเรียน มีรายได้เสริมระหว่างเรียน เพิ่มโอกาสเรียนจบมีงานทำ 7. บูรณาการกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ดำเนินการจัดโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่ นักเรียน ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่มโอกาสในการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพให้กับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลัง จบการศึกษาภาคบังคับหรือนักเรียนที่ประสงค์มีรายได้ระหว่างเรียน ทำให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ เพิ่ม โอกาสการมีงานทำและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีตัวอย่างผลการดำเนินงาน ดังนี้ (1) โครงการหมอลำน้อยจิตอาสาพัฒนาเยาวชนคนขอนแก่น โดยสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดขอนแก่น ร่วมมือกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ขับเคลื่อน Soft Power ด้านหมอลำสู่นักเรียนและเยาวชนคนขอนแก่น เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียน นอกจากนี้ ยัง เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โครงการหมอลำน้อยจิตอาสาพัฒนาเยาวชนคนขอนแก่น


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๖ โครงการหมอลำน้อยจิตอาสาพัฒนาเยาวชนคนขอนแก่น (2) โครงการพัฒนาหลักสูตรอาชีพชุมชนและยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน โดยสำนักงาน ส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดร้อยเอ็ด มีการส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีหลักสูตรอบรมการเพิ่มพูนทักษะ (Re-skill) พัฒนาทักษะ (Up skill)และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (New skills) ให้แก่สถานศึกษา จำนวน 20 หลักสูตรสามารถสร้างรายได้ในการประกอบอาชีพให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพัฒนาตนเองเป็นวิทยากรให้กับชุมชนใกล้เคียงได้ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้ สามารถนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ OTOP ชุมชน และศูนย์จำหน่ายสินค้า มีการวางแผนการดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารด้านงบประมาณ เพื่อกำหนดหลักสูตรที่จะเปิดสอนตามแนวทางการจัดการศึกษาต่อเนื่อง ครู สกร.ตำบล ประสานพื้นที่ เพื่อประชาคมความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเรียนรู้หลักสูตร โดยจัด การศึกษา 3 รูปแบบ คือ หลักสูตรอาชีพระยะสั้นไม่เกิน 30 ชั่วโมง หลักสูตรชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไป และ หลักสูตร 1 อำเภอ 1 อาชีพ (ชั้นเรียนวิชาชีพ 31 ชั่วโมงขึ้นไป) ผู้จบหลักสูตรสามารถนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มทักษะด้านความรู้ในแต่ละหลักสูตร และสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว โครงการพัฒนาหลักสูตรอาชีพชุมชนและยกระดับผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๗ (3) “ตลาดนัดนักคิด” โดยโรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สังกัด สำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดขอนแก่น ส่งเสริมให้จัดกิจกรรมด้านอาชีพในงาน “ตลาด นัดนักคิด” โดยมีการนำผลิตภัณฑ์ด้านอาชีพจากชุมชนจำลองสถานการณ์โดยบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระ เรียนรู้ทั้งแปดกลุ่มสาระเพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะที่สูงจากการลงมือปฏิบัติในสถานการณ์จริง โครงการตลาดนัดนักคิด (4) จัดการเรียนการสอนแบบ “ชุมนุมการงานอาชีพ” ทำสบู่น้ำผึ้ง โดยโรงเรียนอนุบาล สุดรัก สังกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดขอนแก่น เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ และมีรายได้ ชุมนุมการงานอาชีพ ทำสบู่น้ำผึ้ง


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๘ (5) “บริษัทสร้างการดี” โดยโรงเรียนบ้านหนองโนอีดำ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 ส่งเสริมทักษะอาชีพและการมีงานทำ โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น สร้างรายได้ระหว่างเรียนให้แก่นักเรียน สอดคล้องกับบริบทของชุมชน ได้แก่ น้ำพริกจิ้โป่มสมุนไพรก้าวไกลสู่อาชีพ ผลิตภัณฑ์กล้วยทอดพาเพลิน คุกกี้ไส้มะม่วงหาวมะนาวโห่ น้ำดื่ม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้สหกรณ์ร้านค้าโรงเรียน และทักษะคอมพิวเตอร์กราฟิก นอกจากนี้ โรงเรียนยังเข้าร่วมโครงการสานพลังอนาคต Connext ED เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพมีงาน ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามและบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน คือ นักเรียนได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นกลุ่มมีความรับผิดชอบ มีวินัย และมีรายได้ ระหว่างเรียน ผลที่เกิดขึ้นกับครูคือ ครูมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ยั่งยืนพัฒนาการเรียนการสอนที่ เน้นทักษะอาชีพและมีงานทำ ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน คือ โรงเรียนมีนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการจัดการศึกษา ผลที่เกิดขึ้นกับชุมชน คือ ชุมชน เข้มแข็ง มีทักษะอาชีพ สามารถประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ตาม บริบทของชุมชนคิดเป็นร้อยละ 100 บริษัทสร้างการดีผลิตภัณฑ์น้ำพริก กล้วยทอด และคุ๊กกี้


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕๙ (6) กลุ่ม “ปราชญ์ ศาสตร์ ศิลป์ ถิ่นตักสิลา” ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวตน สู่เยาวชน และผู้สนใจในจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้โครงการส่งเสริมเวทีและประชาคม เพื่อจัดทำรูปแบบและแนวทาง การพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง เชื่อมโยงการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ในพื้นที่จังหวัด มหาสารคาม “Mahasakham Modern Trade ทักษะอาชีพผู้เรียนเมืองตักสิลา” พัฒนาทักษะอาชีพ จำนวน 13 ศาสตร์ 8 ศิลป์ รวม 21 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรสรภัญญะ หัตถกรรมไทย สาขาช่างทอผ้า การตลาดออนไลน์ สมุนไพรลาวัณ หมอลำกลอน สื่อสารภาษาอังกฤษอย่างง่าย ทักษะภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน ขนมไทย & บายศรีผ้าแห้ง นวดแผนโบราณ แพทย์แผนไทย หัตถกรรมเชือกมัดฟาง หมอแคน ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ หุ่นฟาง ดินเผา หมอลำหุ่น จิตรกรรม 1 จิตรกรรม 2 สื่อมัลติมีเดีย ผ้าพิมพ์ ย้อมตักสิลา และ กิ่งไม้อารมณ์ดี เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเลือกหลักสูตรที่ตรงตามความต้องการของผู้เรียน เป็นการสร้างอาชีพ มีรายได้ระหว่างเรียน ควบคู่กับการส่งเสริมสืบสานศิลปวัฒนธรรม “Mahasakham Modern Trade ทักษะอาชีพผู้เรียนเมืองตักสิลา” 3) ปัญหาอุปสรรค 1. ห้วงเวลาในการดำเนินงานของบางโรงเรียน ติดภารกิจอื่น ทำให้ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ 2. งบประมาณค่อนข้างจำกัด ทำให้วัสดุสำหรับการดำเนินกิจกรรมอาจจะไม่พอเพียงต่อการฝึกทักษะ อาชีพให้หลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน 3. ครูผู้สอนไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านทักษะอาชีพเพียงพอ 4. ครูมีภาระงานการสอนและงานพิเศษในสถานศึกษามาก 5. หลักสูตรในการฝึกทักษะอาชีพให้นักเรียนยังไม่ทันสมัย 6. หลักสูตรบางหลักสูตรเป็นที่ต้องการของตลาด แต่มีผู้เรียนให้ความสนใจน้อย 7. การจัดการศึกษาในบางหลักสูตรที่มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนบางกลุ่ม เนื่องจากความแตกต่างด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และบริบทของแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้หลักสูตรบางหลักสูตรมีผู้เรียนให้ความสนใจน้อย 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. ควรมีการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการในการดำเนินงาน 2. ควรมีการเปิดหลักสูตรอบรมการใช้เทคโนโลยีในการประกอบอาชีพให้เข้ากับยุคสมัย เช่น การขายของออนไลน์, นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst), อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์(YouTuber) เป็นต้น


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๐ 3. ควรสนับสนุนให้มีการประกวดทักษะด้านอาชีพ ในระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อให้ ผู้เรียนในพื้นที่ได้มีการแข่งขันทักษะ เพื่อพัฒนาฝีมือต่อไป โดยให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด เป็นเจ้าภาพหลัก และให้หน่วยงานการศึกษาเป็นภาคีเครือข่ายร่วมในการเข้าร่วม 4. ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดหาหลักสูตรฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพให้กับนักเรียนตามความ ต้องการและตามศักยภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์ มีทักษะในการเลือก ตราสินค้าให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เทคนิควิธีการสร้างหลักสูตรที่ทันสมัย สามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน และเป็นอาชีพเมื่อจบการศึกษา ตลอดจนการสร้างความเข้าใจวิธีขายขายสินค้าในช่องทางต่างๆ นอกจากนี้ แต่ละโรงเรียนควรมีสหกรณ์ หรือ เวที ตลาดนัดในโรงเรียนหรือชุมชน เพื่อให้นักเรียนได้นำสินค้าออกจำหน่าย 5. ควรให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาฝึกทักษะกระบวนการคิดในการทำงานของ นักเรียน การสร้างความสามารถพัฒนาทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ด้านอาชีพให้แก่นักเรียน ตลอดจนหาตลาดแรงงานให้นักเรียนเมื่อจบการศึกษา 6. ควรมีการสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านอาชีพ เนื่องจากผู้เรียนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพรับจ้าง เกษตรกรรม จึงควรมุ่งเน้นหลักสูตรฝึกอบรมด้านอาชีพ มากกว่าการนำผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระดับพื้นฐาน มาประเมิน จุดเน้น 3 ประเด็น ดังนี้ จุดเน้นที่ 1 ความปลอดภัยในสถานศึกษา 1. มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา ระหว่างหน่วยงานทางการศึกษา กับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีตัวอย่างผลการดำเนินงาน ได้แก่ การจัดทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด กาฬสินธุ์ ส่วนราชการ หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ผ่านระบบ online พร้อมทั้งมีการกำหนดแนวทางการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา ได้แก่ 1) ตรวจสอบกล้อง วงจรปิดในสถานศึกษา กรณีพบการชำรุด หรือเสียหาย ให้ดำเนินการซ่อมบำรุงให้สามารถใช้การได้ กรณีที่ สถานศึกษาที่ยังไม่มีกล้องวงจรปิด ให้ดำเนินการติดตั้งให้ครบทุกแห่ง รวมถึง จัดให้มีผู้ตรวจสอบดูกล้อง วงจรปิด/บันทึกรายงานเหตุการณ์ และจัดทำช่องทางแจ้งเหตุ และแนวทางการประสาน ผู้รับผิดชอบความ มั่นคงในระดับพื้นที่ ในกรณีเกิดเหตุ 2) จัดให้มีตู้แดงในสถานศึกษา ตามความเหมาะสม 3) ประสาน นายอำเภอ เพื่อแจ้งชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้ความร่วมมือกับสถานศึกษาในการ ตรวจตราสถานศึกษาในช่วงนอกเวลาราชการ (กลางคืน/วันหยุด) 2. ดำเนินการในโรงเรียนเอกชนภายใต้มาตรการความปลอดภัย 3 ประการ ประกอบด้วย ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัย ให้กับโรงเรียนในการ ช่วยเหลือดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 3. จัดทำคู่มือกระบวนการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน มีเครือข่ายความ ปลอดภัยในสถานศึกษา อาทิ พสน. เครือข่าย พมจ. เครือข่ายบ้านพักเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัด จัดทำหนังสือประสานกับสถานีตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด และโรงเรียนที่ เกี่ยวข้อง เพื่อประชุม หาแนวทางด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาร่วมกัน 4. มีการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียนระหว่างบ้านกับโรงเรียน ทั้งกลุ่มที่เดินทาง โดยรถรับส่ง รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์ โดยให้ยึดหลักความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสำคัญ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๑ บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สถานีตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา และส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 5. จัดทำมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างครอบคลุม รวมทั้งให้หน่วยงาน สถานศึกษา ทุกแห่ง ทุกสังกัด จัดทำแผนเผชิญเหตุในสถานศึกษาทุกกรณี ให้ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ของสถานศึกษา โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วม 6. บูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันความเสี่ยง อุบัติภัยด้านต่าง ๆ เช่น สิ่งเสพติดทุกชนิด พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ความรุนแรง ทะเลาะวิวาท การล่วงละเมิดทางเพศ การพนัน บุหรี่ไฟฟ้า ภัยอันเกิดจากสื่อสังคม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และภัยอื่น ๆ โดยเน้นการป้องกัน กลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในสถานศึกษา 7. กำหนดให้หน่วยงาน สถานศึกษา บริหารจัดการพื้นที่เสี่ยง เพื่อดำเนินการให้เป็นพื้นที่เพื่อ ความปลอดภัย ในภาพรวม ทั้งมิติทางสังคม มิติทางกายภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 8. จัดกิจกรรมการรณรงค์ลดอุบัติภัยทางถนนในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา โดยการรณรงค์สวมใส่ หมวกนิรภัยในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่เดินทางโดยรถจักรยานยนต์ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย สถานีตำรวจภูธร สำนักงานสาธารณสุข และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง 9. จัดทำมาตรการความปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้ให้บริการรถรับส่งนักเรียน ร่วมกับสถานศึกษา โดยให้ มีการควบคุมและตรวจสอบการใช้รถรับส่งนักเรียนของสถานศึกษา เน้นมาตรการความปลอดภัยของรถรับส่ง โดยมีขนส่งจังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบสภาพพาหนะซึ่งต้องมีความเหมาะสมสำหรับการรับส่งผู้โดยสารตามข้อกำหนด 10. สถานศึกษาจัดทำมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา จัดทำแผนเผชิญเหตุ รวมทั้งการสร้าง ความตระหนัก สร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 11. บูรณาการแผนการดำเนินงาน แผนปฏิบัติการ โครงการ กิจกรรม ร่วมกับหน่วยงาน ส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งระดับสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ระดับจังหวัด และระดับกระทรวง เช่น ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา , การประชุมเตรียมความพร้อมการรณรงค์ป้องกันและ ลดอุบัติภัยทางถนนในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา กิจกรรมรับบริจาคและสวมใส่หมวกนิรภัย จัดโดยสำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น , การประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา จังหวัดขอนแก่น จัดโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น , การประชุมเพื่อจัดทำมาตรการความปลอดภัยในสถานที่ราชการ จัดโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น การประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๒ 3) ปัญหาอุปสรรค 1. นโยบายที่ส่วนกลางกำหนด บางนโยบายไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานในระดับสถานศึกษา และผู้ปฏิบัติเช่น การยกเลิกการอยู่เวร โดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีนักเรียนอยู่ประจำ เช่น โรงเรียน การศึกษาพิเศษประเภทต่าง ๆ โรงเรียนกีฬา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ต่าง ๆ ส่งผลให้ครูผู้ปฏิบัติเกิด ความลำบากในการปฏิบัติ 2. ครู บุคลากร ผู้บริหาร ขาดความเข้าใจและความตระหนักรู้ด้านมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งการจัดทำแผนเผชิญเหตุด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา ไม่ให้ความสำคัญ มองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นภาระในการปฏิบัติตามนโยบาย จึงไม่เกิดผลสำเร็จที่แท้จริง 3. มาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษา และนโยบาย แนวปฏิบัติที่ส่วนกลางกำหนด ไม่สอดคล้องกับบริบท สิ่งแวดล้อม รวมทั้งชุมชนโดยรอบของสถานศึกษา เกิดปัญหาในการปฏิบัติ 4. ขาดการมีส่วนร่วม ความตระหนัก และการไม่เห็นความสำคัญของปัญหาของชุมชน 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม 1. ควรสร้างการรับรู้ ความตระหนัก และเห็นความสำคัญของนโยบายด้านความปลอดภัย ในสถานศึกษาและผู้รับบริการทางการศึกษา ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยให้เกิดผลสำเร็จที่แท้จริง 2. ควรมีการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับหน่วยงาน และสถานศึกษาแต่ละ ประเภท เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำไปสู่การจัดทำมาตรการ แผนเผชิญเหตุ รวมทั้งแผนงาน กิจกรรม โครงการ ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นขึ้น 3. หน่วยงาน สถานศึกษา ควรมีการบูรณการร่วมกับส่วนราชการที่มีภารกิจเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการมีส่วนร่วมเพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถป้องกันภัยและแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง จุดเน้นที่ 2 การส่งเสริมการเรียนประวัติศาสตร์ส่งเสริมการเรียนรู้วิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์และ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้ เป็นมรดก ทางปัญญา รักษาสืบสานและต่อยอด และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน 1. มีการพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้งบประมาณจากโครงการสร้างและ ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท โดยมีตัวอย่างผลการดำเนินงาน ดังนี้ - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม หลักสูตร “ตักสิลานคร สารคน คนสารคาม” - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ หลักสูตร “ศาสตร์กาฬสินธุ์ ถิ่นวิจิตร เมือง วัฒนธรรม” - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด หลักสูตร “"เรียนรู้ตัวตน ค้นหาอัตลักษณ์ สร้างสรรค์นวัตวิถี สู่พลเมืองดีมีรายได้"” - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น หลักสูตร “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น” นอกจากนี้ ได้กำหนดให้สถานศึกษาจัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การบริหารจัดการโครงสร้าง หลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2565 เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนมีความรู้ ความเขาใจ ในประวัติศาสตร์ความเป็นมา ของท้องถิ่น ภาคภูมิใจ รักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษามรดก ทางวัฒนธรรม สืบสานและต่อยอด ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป และนำมาปรับประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๓ 2.สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม มีการรวบรวมผู้เล่าประวัติศาสตร์เพื่อถ่ายทอดความรู้ เสริมหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่ม “ปราชญ์ ศาสตร์ ศิลป์ ถิ่นตักสิลา” ซึ่ง รวบรวมปราชญ์แต่ละสาขา รวม 23 ปราชญ์ 21 สาขา สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสืบสาน ศิลปะวัฒนธรรม ในจังหวัดมหาสารคาม โดยดำเนินการนำร่องกับสถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษา มหาสารคาม โรงเรียนบรบือวิทยาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม 3. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ประวัติศาสตร์หน้าที่และวิถี ชีวิตความเป็นพลเมือง มีการต่อยอดหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยทดลองใช้ที่โรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์และ เริ่มขยายผลต่อ โดยใช้ประวัติศาสตร์เป็นแกนนำหลักสูตร มีการเพิ่มหลักสูตร และเชื่อมโยงไปสู่มัคคุเทศก์น้อย 4. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น มีแผนการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้หลักสูตร ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่นในปีงบประมาณ 2567 ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 การพัฒนา(ต้นแบบ)หน่วยการเรียนรู้ กิจกรรมย่อยที่ 1.1 : ประชุมปฏิบัติการพัฒนาหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการ เรียนรู้ (หน่วยบูรณาการ “ร้อยแก่นสารสินธุ์ ถิ่นอารยธรรมลุ่มน้ำชี”) กิจกรรมย่อยที่ 1.2 : วิพากษ์หลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น หน่วยบูรณาการ “ร้อยแก่นสารสินธุ์ ถิ่นอารยธรรมลุ่มน้ำชี” และแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 คน กิจกรรมย่อยที่ 1.3 : ปรับหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น หน่วย บูรณาการ “ร้อยแก่นสารสินธุ์ ถิ่นอารยธรรมลุ่มน้ำชี” และแผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมที่ 2 การอบรมพัฒนาครูประวัติศาสตร์ กิจกรรมย่อยที่ 2.1 : อบรมเชิงปฏิบัติการ “การสอนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในยุค ดิจิทัล สำหรับครูโรงเรียนเอกชน รุ่นที่ 1 จำนวน 50 คน กิจกรรมที่ 3 การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมย่อยที่ 3.1 : แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ของครู ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ผ่านระบบออนไลน์ กิจกรรมย่อยที่ 3.2 : สังเกตการสอนและสะท้อนผลการนิเทศในโรงเรียน กลุ่มเป้าหมาย (ทดลองใช้) จำนวน 10 โรง จุดเน้นที่ 3 การส่งเสริมกิจการลูกเสือ ดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชาสัมพันธ์การเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับลูกเสือ 2. ส่งเสริมด้วยรางวัลผู้มีผลงานดีเด่นต่อการพัฒนากิจกรรมลูกเสือ รางวัลโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ และรางวัลโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ (ที่ปรึกษา) 3. ส่งเสริมการส่งกองลูกเสือเข้าประกวดระเบียบวินัยลูกเสือเพื่อรับรางวัลในระดับจังหวัด และ ระดับประเทศ ดำเนินการจัดกิจกรรมโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ โดยประชาสัมพันธ์เชิญชวน ให้โรงเรียนในสังกัด ร่วมสมัคร เพื่อส่งเสริมระเบียบวินัยลูกเสือ จัดกิจกรรมประกวดระเบียบแถวลูกเสือ และคัดเลือก ผู้มีผลงาน ดีเด่นต่อกิจการลูกเสือของกระทรวงศึกษาธิการ 4. จัดทำโครงการคัดเลือกผู้มีผลงานดีเด่นต่อการพัฒนากิจกรรมลูกเสือ ของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการฝึกอบรมนายหมู่ลูกเสือ โครงการส่งเสริมระเบียบวินัยลูกเสือเนตรนารีโครงการ โรงเรียนดีวิถี ลูกเสือ โครงการลูกเสือต้านภัยยาเสพติด จัดกิจกรรมลูกเสือโรงเรียนนำร่องทดลองใช้การปรับหลักสูตร ลูกเสือ 4 ประเภทให้ทันสมัย รวมถึงการปรับปรุงเครื่องแบบลูกเสือ และหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๔ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีข้อคิดเห็นและคำแนะนำแก่สถานศึกษาและ หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ ดังนี้ 1. การขับเคลื่อนตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ควรเน้นการดำเนินการ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีการแสดงตัวเลขผลการดำเนินการ การเพิ่ม-ลด มีการเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน 2. การใช้ระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (TMS) ควรมีการรายงานจำนวนผู้ใช้ระบบและลงทะเบียน กรอกข้อมูลในระบบ รวมถึงจำนวนผู้ที่สามารถจับคู่แลกเปลี่ยนครูดำเนินการได้กี่คู่ พร้อมปัญหาอุปสรรค ในการใช้งานระบบ TMS เพื่อหาข้อสรุปว่า ระบบนี้ใช้ได้ผลจริงหรือไม่ 3. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ปัจจุบันดอกเบี้ยต่ำสุดของสหกรณ์ในประเทศ ประมาณ ร้อยละ 4 ดังนั้น สถานีแก้ไขหนี้ต้องมีความเข้มแข็ง ผลักดันให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงให้เห็นผลเป็นรูปธรรม รวมถึงการกำหนดมาตรการในการขอยื่นกู้ โดยยอดเงินคงเหลือในบัญชีต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 จึงจะ ได้รับการอนุมัติ แต่ปัญหาคือ ครูมีความพยายามในการปรับแต่งบัญชีให้มีเงินคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เพื่อกู้เพิ่ม ดังนั้น สิ่งสำคัญอีกประการคือ ต้องเร่งสร้างความตระหนักและวินัยในการบริหาร การเงินให้กับครู ควรส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการอบรม หลักสูตร “ครูรุ่นใหม่หัวใจ พอเพียง” และหลักสูตร “ครูไทยยุคใหม่เข้าใจ การเงิน” ซึ่งเป็นหลักสูตรของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยหน่วยงานควรมีการรายงานข้อมูลยอดผู้ลงทะเบียนอบรมหลักสูตรดังกล่าว 4. ด้านการจัดหาอุปกรณ์การสอน ( 1 ครู 1 Tablet) ควรเน้นการพัฒนา Platform ในการ เรียนรู้ของครูผู้สอน ในการสร้างสื่อการเรียนการสอนโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถ สะสมหน่วยกิตได้ทั้งนี้กระทรวงฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงจาก Tablet เป็น Notebook หรือ Chromebook โดยจะมอบให้โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และ โรงเรียนคุณภาพก่อน เป็นการ นำร่อง ดังนั้น โรงเรียนควรเตรียมการพัฒนา Platform ในการสร้างสื่อเพื่อการเรียนการสอน ด้านสัญญาณ Internet ทางกระทรวงฯ กำลังดำเนินการประสานความร่วมมือในการใช้สัญญาณ Internet กับเจ้าของโครงข่าย 5. นโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ควรเน้นการจัดการเรียนการสอนที่มีรูปแบบที่ หลากหลาย มีนวัตกรรมที่เหมาะสม เน้นพัฒนาครูให้เก่ง นักเรียนมีคุณภาพ มากกว่าการพัฒนาอาคาร สถานที่ โดยผู้ตรวจราชการ ให้ข้อเสนอแนะ ควรมีการเลือกโรงเรียนนำร่อง และส่งเสริมให้โรงเรียนคุณภาพ มี Best Practice ในการจัดการเรียนการสอน 6. ด้านการแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) การมีศูนย์แนะแนวประจำจังหวัด/เขต ถือเป็นนวัตกรรมที่ดี เป้าหมาย คือ เน้นการแก้ไขปัญหาของเด็กนักเรียน ให้นักเรียนสามารถแก้ไขปัญหา ของตนเองได้ควรมีการออกแบบกิจกรรมเพื่อนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ประสานงานเพื่ออบรมครูแนะแนว เข้าค่ายนักเรียน โดยเริ่มจากกลุ่มแกนนำ/กลุ่มเป้าหมายก่อน เพื่อเป็นต้นแบบ และเน้นการแนะนำให้ นักเรียนรู้จักการแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธี สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตได้ 7. การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ควรส่งเสริมให้ผู้ที่มี ประสบการณ์ด้านวิชาชีพ สามารถขอเทียบวุฒิการศึกษา จากอาชีวศึกษาหรือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ใช้ในการ ประกอบอาชีพต่อไป บทบาทของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด คือ ประสานความร่วมมือระหว่าง สถาบันพัฒนาฝีมือ แรงงานและสถานประกอบการ ดำเนินการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ควบคู่กับการ ส่งเสริมให้หน่วยงานหรือ ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยเชิญ ผู้ประกอบการมาร่วมประเมิน เพื่อให้มาตรฐานของผู้เรียน ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๕ 8. ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ตามที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีการยกเลิกครู อยู่เวร ทั้งนี้ ในกรณีสถานศึกษาที่มีนักเรียนประจำ ได้แก่ โรงเรียนกาฬสินธุ์ปัญญานุกูล และศูนย์การศึกษา พิเศษ จังหวัดกาฬสินธุ์ (อำเภอยางตลาด) โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เป็นต้น ยังจำเป็นต้องมีครูเวร ปฏิบัติหน้าที่ดูแลนักเรียนอยู่ ซึ่งผู้ตรวจราชการรับไปหารือแนวทางการปฏิบัติกับผู้บริหาร ทั้งนี้ สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด ควรเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรื่องความปลอดภัย โดยประสานภาคีเครือข่ายและขอ ความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานดำเนินการจัดทำข้อตกลงระหว่างหน่วยงานและ สถานศึกษาเพื่อสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาทุกแห่ง ทั้งนี้ในกรณีมีเหตุความไม่ปลอดภัยใน สถานศึกษา ขอให้รายงานผู้ตรวจราชการทราบทุกครั้ง/ทุกกรณี 9. ด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา หลักการที่กำหนด คือชีวิตครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน แต่เมื่อมีกรณีทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหาย/ถูกลักทรัพย์ ผู้บริหารก็ไม่อาจพ้นความรับผิดชอบ ดังนั้น โรงเรียนต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อรองรับนโยบายฯ เช่น ทำข้อตกลง (MOU) กับผู้มีหน้าที่ รับผิดชอบ มีจุดติดตั้งตู้แดง การคัดกรองบุคคลภายนอกเข้า–ออกโรงเรียน การเปิด-ปิดประตูโรงเรียน การ มีห้องนิรภัยเพื่อให้นักเรียนใช้หลบซ่อนกรณีมีเหตุคนร้ายเข้ามาในโรงเรียน รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดควรเป็นแบบ real time และควรเสริมระบบแจ้งเตือนภัยที่สามารถส่งสัญญาณถึง หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัย อาทิ สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีการตั้งกลุ่ม LINE กับตำรวจและภาคีเครือข่าย มีการของบประมาณเพิ่มเติมเรื่องการติดตั้งและซ่อมแซมกล้องวงจรปิด เป็น ต้น นอกจากความไม่ปลอดภัยจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว ครูควรตระหนักและพึงระวังในการลงโทษ เด็ก นักเรียนไม่ให้เกินกว่าเหตุควรหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทั้งด้านคำพูดและการกระทำต่อเด็กนักเรียน 10. การส่งเสริมการเรียนประวัติศาสตร์ ควรจัดทำให้เป็นรูปธรรมและทันสมัย เช่น การ ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ในท้องถิ่นเป็น จุดเด่นในรูปแบบ E-Book , Animation เผยแพร่ทาง Website 11. การพัฒนาลูกเสือ ควรมีแนวทางการดำเนินการส่งเสริมให้มีลูกเสือจิตอาสาเพิ่มขึ้น ส่งเสริมการ ทำความดีที่โดดเด่น ด้วยการมอบรางวัลเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ทำความดี เช่น รางวัล เสมาสดุดีลงนามโดย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 12. ด้านการลดภาระครู กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้ทุกโรงเรียนมีนักการภารโรง โดย จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้ทุกโรงเรียน เดือนละ 9,000 บาท โดยเริ่ม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กันยายน 2567 นอกจากนี้ ควรมีการดำเนินการการลดภาระครูด้านอื่นๆ เช่น งานธุรการ/การรายงานที่ใช้ นวัตกรรมTechnology Digital เข้ามาช่วยในรูปแบบ smart office เพื่อลดภาระครูลดเอกสาร ลดขยะ ลดเวลา 13. การธำรงสถาบันหลักของชาติ ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่มี ความสำคัญและผูกพันกับสังคมไทยและชาวไทยมาตลอดประวัติศาสตร์ของประเทศ เป็นสถาบันหลักของ ชาติที่มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับสังคมไทยมาทุกกาลสมัย เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ เป็น ปัจจัยแห่งความมั่นคงที่นำพาประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัย ดังนั้น ขอให้บุคลากรทางการศึกษาธำรง สถาบันหลักของชาติ ด้วยการปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง เช่น การยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นต้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างความตระหนักและ ปลูกฝังส่งเสริมการธำรงสถาบันหลักของชาติให้แก่เยาวชนต่อไป 14. การส่งเสริมทักษะการอ่านออกเขียนให้แก่นักเรียน เนื่องจากทักษะการอ่านและเขียน คือพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาเน้นย้ำและให้ความสำคัญใน การส่งเสริมให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะทำให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองต่อไป


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๖ ภาคผนวก


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๗ ภาคผนวก ภาคผนวก ก - ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณพ.ศ. 2567 - 2568 ภาคผนวก ข - หนังสือ ที่ ศธ 0207/2314 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เรื่อง การตรวจราชการและ ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ภาคผนวก ค - หนังสือ ที่ ศธ 02047/89 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2567 เรื่อง การจัดทำรายงานผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ภาคผนวก ง - ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ภาคผนวก จ - ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตามตรวจสอบและประเมินผล การจัดการศึกษา พ.ศ. 2560 ภาคผนวก ฉ - เครื่องมือการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) ภาคผนวก ช - แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๘ ภาคผนวก ก


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖๙


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๐ ภาคผนวก ข


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๑


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๒ ภาคผนวก ค


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๓ ภาคผนวก ง


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๔


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๕


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๖


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๗


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๘


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗๙


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๐


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๑ ภาคผนวก จ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๒


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๓


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๔


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๕


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๖


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๗


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๘


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘๙ ภาคผนวก ฉ


รายงานสรุปผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรณีปกติรอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๙๐ แบบรายงานผล การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หน่วยงาน.................................................................................... นโยบายการตรวจฯ : ............................................................................................................. ๑) การวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายฯ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบายฯ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3) ปัญหาอุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4) ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาพรวม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… โปรดส่งแบบรายงานทาง email [email protected] ภาคผนวก ช สำหรับ ศธภ. / ศธจ.


Click to View FlipBook Version