แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒ การตรวจราชการ เป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญของรัฐบาลในการตรวจติดตาม กำกับ ดูแล สนับสนุน และประสานงานเพื่อให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน สามารถดำเนินงานได้บรรลุ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ จัดทำแผนการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจราชการเกี่ยวกับการปฏิบัติ ราชการ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจราชการ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะในขอบเขตและอำนาจหน้าที่ ของกระทรวง ในฐานะผู้ดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง และปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 จัดทำขึ้นตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 และระเบียบการตรวจราชการ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑2 มีเนื้อหาที่สำคัญ 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ ๑ บทนำ ส่วนที่ ๒ หลักการสำคัญและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ ๓ แนวทางการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และ ส่วนที่ 4 การขับเคลื่อน แผนการตรวจราชการ สู่การปฏิบัติ เพื่อการนำนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลและของกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่การปฏิบัติให้สำเร็จบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหน่วยงานสนับสนุน การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการตรวจราชการและ ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ ผู้สนับสนุน การตรวจราชการ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามความมุ่งหวังต่อไป กลุ่มตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 กุมภาพันธ์ 2567 คำนำ ก
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓ หน้า คำนำ............................................................................................................................. ...................ก สารบัญ................................................................................................................. ...........................ข ส่วนที่ 1 บทนำ......................................................................................................................... .......1 1. หลักการและเหตุผล..……………………………………………………………………………………...1 2. วัตถุประสงค์.........................................................................………………………………….2 3. ขอบเขตการตรวจติดตาม...........................................................................................2 4. เป้าหมาย………………………………………………………………………………………………………5 5. ระยะเวลาดำเนินการ………………………………………………………………………………………5 6. หน่วยงานที่รับผิดชอบ…………………………………………………………………………………….5 7. งบประมาณ……………………………………………………………………………………………………5 8. การรายงานผลการตรวจราชการ………………………………………………………………………6 9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ………………………………………………………………………………………...6 10.นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้องหลัก……………………………………………………………………………….6 ส่วนที่ 2 การสำคัญและระเบียบที่เกี่ยวข้อง....................................................................................7 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์……………………………………………………………………………….7 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง……………………………………………………………..………….10 1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19 / 2560…………………………..10 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ 2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546........11 3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี........12 พ.ศ. 2546 4. ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580.......................................12 5. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)...14 6. แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) …………………………………..…………..…..19 7. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง)……………..……………….…20 8. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570).......20 9. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)………22 10. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ………….....23 11. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม...................23 ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ. 2560 12. ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน..............28 ภายในสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 13. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568.....29 สารบัญ ข
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔ หน้า ส่วนที่ 3 แนวทางการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา…………….………………31 1. ประเภทของการตรวจราชการระดับกระทรวง…………………………….…………..………..31 2. วัตถุประสงค์ของการตรวจราชการ…………………………………………………………………..33 3. ขอบเขตพื้นที่การตรวจราชการ………………………………………………………………………..33 4. เขตตรวจราชการในความรับผิดชอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ................36 5. นโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา..........................38 ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 6. กลไกการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา………………………….41 7. การกำหนดการตรวจราชการและเครื่องมือการตรวจราชการ……………………………..41 และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 8. การจัดทำแผนการตรวจราชการประจำปี………………………………………………….……..42 9. การดำเนินงานในภารกิจสนับสนุนการลงพื้นที่ตรวจราชการ………………………………43 10.การรายงานผลการตรวจราชการ…………………………………………………………………….48 ส่วนที่ 4 การขับเคลื่อนแผนการตรวจราชการสู่การปฏิบัติ…………………………………………………….51 1. การสร้างความเข้าใจสาระสำคัญของแผนการตรวจราชการ.....................................52 และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 2. การเผยแพร่แผนการตรวจราชการ เขตตรวจราชการที่ 12.....................................52 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2 567 3. การกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง…………………………………….53 4. การบูรณาการงานตรวจราชการระดับกระทรวง.......................................................56 ส่วนราชการในสังกัดกระทรวง และระดับพื้นที่ 5. การวัดผลสำเร็จแผนการตรวจราชการ เขตตรวจราชการที่ 12...............................57 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 6. ปฏิทินการตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567………..58 7. แผนปฏิบัติการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ.....................59 เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ภาคผนวก………………………………………………………………………………………..………………………………60 คณะผู้จัดทำ……………………………………………………………………………………..………………………………99 สารบัญ ค
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑ ส่วนที่ 1 บทนำ 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 20 ได้กำหนด “ให้กระทรวงศึกษาธิการมีผู้ตรวจราชการของกระทรวง เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อการปรับปรุง พัฒนา” ประกอบกับการตรวจราชการเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะ ทำให้การปฏิบัติราชการหรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานของรัฐบรรลุเป้าหมาย สอดคล้องกับแผนการ บริหารราชการแผ่นดินและนโยบายของรัฐบาล สามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรค และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ ประชาชน ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวง รับผิดชอบและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจราชการเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐและ เจ้าหน้าที่ของรัฐเฉพาะในขอบเขตอำนาจหน้าที่กระทรวง ในฐานะผู้สอดส่องดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวง และปลัดกระทรวง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 9 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงจะตรวจติดตามงานตามนโยบายของกระทรวงหรือนโยบาย สำคัญของรัฐบาล และตรวจติดตามความสัมฤทธิ์ผลของแผนงาน/โครงการสำคัญของกระทรวง ตามแผน การบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งตรวจติดตามแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน ตลอดจนปัญหา สำคัญ ในพื้นที่ โดยยึดถือปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 6 ซึ่งกำหนดสรุปได้ว่า การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ โดย ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และเพื่อให้เป็นไปตามข้อ 8 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 ที่กำหนดให้การตรวจราชการ ดำเนินการตามแผนการตรวจราชการประจำปีหรือตามที่ได้รับคำสั่ง จากผู้บังคับบัญชา นายกรัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรี โดยให้จัดทำแผนการตรวจราชการประจำปีให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ จึงได้ มีการจัดทำแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จัดทำขึ้นตามกรอบนโยบายการตรวจราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนภารกิจ ในการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้สนับสนุนการตรวจราชการ และหน่วยงาน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อติดตามความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าในการปฏิบัติงาน หรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานเพื่อให้ดำเนินไปอย่าง มีระบบ หลักเกณฑ์ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้และสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒ 2. วัตถุประสงค์ 1 เพื่อใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงานตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ผู้สนับสนุนการตรวจราชการ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำกับ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย ของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด 3. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประสานการตรวจราชการและบูรณาการระหว่าง ส่วนราชการภายในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนการตรวจราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 4. เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเป็นเอกภาพกระบวนการตรวจราชการระดับกระทรวง ระดับภาค และระดับจังหวัด ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สามารถขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ นโยบายการตรวจราชการและนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ได้อย่างเหมาะสม และ บรรลุผลสำเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 5. เพื่อผลสัมฤทธิ์ของการนำนโยบายสำคัญสู่การปฏิบัติ และการแก้ไขปัญหา หรือ การ เฝ้าระวังสภาวการณ์ด้านการศึกษา รวมทั้งการนำข้อเสนอแนะจากการตรวจราชการ ไปสู่การปรับปรุง พัฒนาการดำเนินงานตามภารกิจหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และติดตามผลความสำเร็จจากการนำ ข้อเสนอแนะจากการตรวจราชการสู่การปฏิบัติ 3. ขอบเขตการตรวจ ติดตาม 3.๑) ขอบเขตด้านพื้นที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดพื้นที่เขตตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สอดคล้องกับการปรับปรุงการจัดกลุ่มจังหวัดและการกำหนดจังหวัด ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัด ๑๘ กลุ่มจังหวัด 6 ภาค ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยให้ทุกระทรวง ทบวง กรม ปรับปรุงเขตตรวจราชการให้สอดคล้องกับการกำหนดเขตตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีจึง มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 221/๒๕6๑ ลงวันที่ 1๐ กันยายน พ.ศ.๒๕6๑ เรื่อง กำหนดพื้นที่ การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเขตตรวจราชการที่ 12 กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด 3.2) ขอบเขตของหน่วยรับตรวจ ได้แก่ หน่วยงานทางการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นองค์กรหลักของการตรวจราชการ เขตตรวจราชการที่ 12 รวมจำนวน 38 แห่ง ดังนี้ (3.2.1) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 4 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด 2. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น 3. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม 4. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓ (3.2.2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 14 เขต ได้แก่ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 7. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 8. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 9. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 10. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 11. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 12. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 1 13. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 2 14. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3 (3.2.3) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 4 เขต ได้แก่ 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ (3.2.4) สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด 2. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดขอนแก่น 3. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดมหาสารคาม 4. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ (3.2.5) สำนักงาน สกร.จังหวัด และหน่วยงานสังกัด สกร. จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักงาน สกร.จังหวัดร้อยเอ็ด 2. สำนักงาน สกร.จังหวัดขอนแก่น 3. สำนักงาน สกร.จังหวัดมหาสารคาม 4. สำนักงาน สกร.จังหวัดกาฬสินธุ์ (3.2.6)สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดร้อยเอ็ด 2. สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดขอนแก่น
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔ 3. สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดมหาสารคาม 4. สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดกาฬสินธุ์ (3.2.7) ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด 2. ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 9 จังหวัดขอนแก่น 3. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดมหาสารคาม 4. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ (3.3) ขอบเขตด้านเนื้อหา การเก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานจากหน่วยงานทางการศึกษา ในเขตตรวจราชการที่ 12 โดยใช้นโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ดังนี้ (1) นโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 4 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 พัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้านที่ 2 พัฒนาหลักเกณฑ์วิธีการแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนา ที่ตรงกับความประสงค์ของตนเอง เน้นพิจารณา ด้วยความโปร่งใสและไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ด้านที่ 3 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ด้านที่ 4 การจัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม (2) นโยบายลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 6 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรีมีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้าง ความเสมอภาคทางการศึกษา ด้านที่ 2 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียนต่อ 1 อำเภอ ด้านที่ 3. พัฒนาระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม ด้านที่ 4 การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ ด้านที่ 5 การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาในระบบประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ด้านที่ 6 ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๕ 4. เป้าหมาย เชิงปริมาณ หน่วยสนับสนุนการตรวจราชการและหน่วยรับการตรวจราชการ ได้แก่ หน่วยงานในกำกับ ดูแล ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ตั้งอยู่ในเขตตรวจราชการที่ 12 ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และกาฬสินธุ์จำนวน 38 แห่ง (ไม่รวมกลุ่มเป้าหมายลำดับที่ 8) ประกอบด้วย 1. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 4 จังหวัด 2. สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด จำนวน 4 แห่ง 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 14 แห่ง 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 4 แห่ง 5. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด จำนวน 4 แห่ง 6. สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด จำนวน 4 แห่ง 7. ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด จำนวน 4 แห่ง 8. สถานศึกษากลุ่มเป้าหมายทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ ในเขตตรวจราชการที่ 12 เชิงคุณภาพ 1. นโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สามารถนำไปสู่การปฏิบัติยังหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษา ในเขตตรวจราชการที่ 12 ได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบายและดำเนินงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 2. หน่วยงานสนับสนุนการตรวจราชการและหน่วยรับตรวจสามารถดำเนินการสนับสนุน การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับความก้าวหน้าและผลสำเร็จของการดำเนินงาน ตามนโยบาย ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงาน รวมทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ นำไปสู่การปรับปรุง แก้ไขการดำเนินงาน ตามนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 5. ระยะเวลาดำเนินการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ตุลาคม 2566 – กันยายน 2567) 6. หน่วยงานที่รับผิดชอบ 1. สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 2. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ในเขตตรวจราชการที่ 12 7. งบประมาณ โครงการกำกับ ดูแล ตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและ ยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 (ภายใต้โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติ ระดับภาคประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงานศึกษาธิการภาค 12) จำนวน 38,030 บาท (สามหมื่นแปดพันสามสิบบาทถ้วน)
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖ 8. การรายงานผลการตรวจราชการ 1. สรุปรายงานผลการตรวจราชการ กรณีปกติ จำนวน 2 รอบ/ปี ๒. รายงานผลการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ รายงานเป็นรายรอบ จำนวน 2 รอบ/ปี ๓. สรุปภาพรวมผลการตรวจราชการ กรณีพิเศษ เสนอผู้บริหารทุกครั้ง (ถ้ามี) 9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. มีแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องสังกัดกระทรวงศึกษาธิการใช้เป็น กรอบหรือแนวทางการดำเนินงานและเป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตามและประเมินผลการขับเคลื่อน ภารกิจ/นโยบายสำคัญด้านการศึกษาของรัฐสู่การปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2. มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กร และเครือข่ายภาคีต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนระบบการตรวจราชการทุกระดับได้รับการพัฒนาอย่างสอดคล้องกัน ส่งผลต่อการบูรณาการการทำงานและทรัพยากรของทุกภาคส่วนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3. หน่วยงาน สถานศึกษา สามารถที่จะเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและการปฏิบัติงานตาม แผนการตรวจราชการฯ ได้ 4. หน่วยงาน สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สามารถนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ผลการดำเนินงานจากกระบวนการตรวจราชการไปปรับปรุงพัฒนาแผนงาน/โครงการ ให้สามารถขับเคลื่อน นโยบายสำคัญของรัฐ และสอดคล้องกับระบบการบริหารจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อการวางแผนนโยบาย เพื่อพัฒนาด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป 10. นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง การตรวจราชการ หมายถึง ตรวจ ติดตามผล เร่งรัด แนะนำ สืบสวน สอบสวน สอบข้อเท็จจริง สดับตรับฟังเหตุการณ์ เสนอแนะ ติดต่อประสานงาน ตรวจเยี่ยม หรือดําเนินการ อื่นใดเพื่อให้การ ปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐสัมฤทธิ์ผลตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวง เขตตรวจราชการ หมายถึง พื้นที่กลุ่มจังหวัดตามคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 221/๒๕6๑ ลงวันที่ 1๐ กันยายน พ.ศ.๒๕6๑ และกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เป็นพื้นที่เขตตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยรับตรวจ หมายถึง หน่วยงานทางการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานทางการศึกษา หมายถึง หน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ สำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สํานักงานอาชีวศึกษาจังหวัด สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด และศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด เขตตรวจราชการที่ 12 หมายถึง พื้นที่การปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่การตรวจราชการแบบบูรณาการตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๗ ส่วนที่ 2 หลักการสำคัญและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน การตรวจราชการให้มีความเข้มแข็ง ตามหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมายที่กำหนด และสอดคล้องกับการดำเนินงานโครงการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดทำแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีหลักการที่สำคัญของการจัดทำแผนฯ ดังนี้ กระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ ภายในปี2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จำเป็น พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่ พันธกิจ กระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและกำกับดูแลการศึกษา ทุกระดับ ทุกประเภท และการอาชีวศึกษา กำหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากร เพื่อการศึกษา ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา ทั้งนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับ การศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา และราชการอื่นตามที่มีกฎหมาย กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวง ซึ่งในการดำเนินงานตามภารกิจ หน้าที่ตามกฎหมายและเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนด กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดพันธกิจที่ต้อง ดำเนินการ ดังนี้ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๘ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน 2. สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3. ผลิต พัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพกำลังคนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศ 4. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาด้านการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 5. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ 2. การจัดการศึกษาเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4. การผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 5. การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และเสมอภาค 6. การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง และเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน สามารถปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้คามสถานการณ์ 2. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีความตระหนักในการดำเนิน ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับ การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทักษะจำเป็น ในโลกยุคใหม่ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและ ได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี 5. มีผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำไปใช้ ประโยชน์เพื่อพัฒนาการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 6. ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาทักษะ สมรรถนะวิชาชีพตามความ ต้องการของตลาดแรงงานและสนับสนุนการพัฒนาประเทศ 7. ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีหลักประกันในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการ เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง เสมอภาค และเหมาะสม 8. ระบบบริหารจัดการศึกษา มีประสิทธิภาพ และทันสมัย
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๙ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ บูรณาการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพผู้เรียนมีคุณภาพและทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ พันธกิจ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับ ทุกพื้นที่อย่าง มีประสิทธิภาพ 2. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 3. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เหมาะสมตามศักยภาพและช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4. ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะของ ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง 2. พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ 4. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 5. ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และทักษะที่จำเป็นสอดคล้องกับการเสริมสร้างความมั่นคงในแต่ละบริบท 2. ผู้เรียนมีสรรถนะและองค์ความรู้ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ ภูมิภาคและประเทศ 3. ผู้เรียนมีคุณภาพ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสรรถนะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ 5. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาคด้วยรูปแบบที่หลากหลาย 6. หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 7. หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลตอบสนอง ความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็วและโปร่งใส สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 วิสัยทัศน์สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 เป็นองค์กรต้นแบบการบูรณาการการศึกษาให้ผู้เรียนมี คุณภาพ มีความสุข และรู้เท่าทันโลกยุคใหม่
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๐ พันธกิจ 1. ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยบูรณาการการศึกษา กับการพัฒนาในระดับพื้นที่ 2. บูรณาการการศึกษาระดับพื้นที่ร่วมกับเครือข่ายทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีความสุข และรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ เป้าประสงค์ 1. หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดสู่การปฏิบัติ 2. สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 มีการบริหารจัดการศึกษา ยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 : บูรณาการการจัดการศึกษาตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของ กระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 : บูรณาการการศึกษาระดับพื้นที่ร่วมกับเครือข่าย ทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 : ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาให้ผู้เรียนมีคุณภาพ มีความสุข และรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ ❖ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จัดทำขึ้นภายใต้การศึกษา วิเคราะห์ กฎหมาย ระเบียบ นโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนที่เกี่ยวข้องการตรวจราชการฯ และพิจารณาความเชื่อมโยงภารกิจ ขององค์กร ตามระเบียบกฎหมายกำหนด ดังนี้ 1. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 5 ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวนสิบแปดภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด เพื่อปฏิบัติภารกิจของ กระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยการ อำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ และให้มีอำนาจหน้าที่ (๓) กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในพื้นที่รับผิดชอบ (4) สนับสนุนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๑ (5) ประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการพัฒนา อย่างบูรณาการในระดับพื้นที่ของหลายจังหวัด โดยยึดการมีส่วนร่วมและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก ข้อ 8 ให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ (6) กำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผล การปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 11 ให้มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการบริหารและการจัดการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ นโยบายและยุทธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่มอบหมาย และให้มี อำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัด (3) สั่งการ กำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ ส่วนราชการหรือหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปตามนโยบาย ของกระทรวงศึกษาธิการ (7) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนว การศึกษาทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งติดตามและประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา 2. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 20 ได้บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการมีผู้ตรวจราชการของกระทรวง เพื่อทำหน้าที่ ในการตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศ ให้คำปรึกษา และแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนา ในระดับสำนักงานคณะกรรมการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ให้ทำหน้าที่ติดตาม และ ประเมินผลนโยบายตามภารกิจ ตลอดจนนิเทศ ให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนา ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตามและประเมินผล การบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่ การศึกษา เพื่อการเตรียมการรับการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ หรือสำหรับแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งนี้ จำนวน หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาของคณะกรรมการดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การดำเนินการในเรื่องการตรวจราชการและการดำเนินการของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่กำหนดในมาตรานี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับของกระทรวงหรือส่วนราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ จะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสาระการ บริหารและการจัดการของสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล ในสายบังคับบัญชา ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่สามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระพัฒนาระบบบริหาร และ การจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สภาสถานศึกษา
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๒ 3. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา ๖ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ มาตรา 9 การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐให้ส่วนราชการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (1) ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้า (2) การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการตาม (1) ต้องมีรายละเอียดของ ขั้นตอน ระยะเวลาและงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอน เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ (3) ส่วนราชการต้องจัดให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการกำหนดขึ้น ซึ้งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานที่ ก.พ.ร. กำหนด (4) ในกรณีที่การปฏิบัติภารกิจหรือการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการเกิดผลกระทบต่อ ประชาชนให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการที่จะต้องดำเนินการแก้ไขหรือบรรเทาผลกระทบนั้น หรือเปลี่ยน แผนปฏิบัติราชการให้เหมาะสม 4. ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ประกาศ ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผน ต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย และกำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยมียุทธศาสตร์การพัฒนา ประเทศ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมี ความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมี ความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๓ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่ อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่น ๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ตาม ทิศทางและเป้าหมายที่กำหนด 2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการ ยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ของประเทศ ในด้านอื่น ๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดรับกับบริบท ของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่ 2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในมิติต่าง ๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัลและการปรับ สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับ อนาคตบนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดีรวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหลื่อมล้ำ ของคนในประเทศได้ในคราวเดียวกัน 3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนา ที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อม ทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบ ต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติมีหลักคิด ที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกรรม นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4) ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญที่ ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วม ขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม การกระจาย อำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมิติ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการ และสวัสดิการที่มีคุณภาพ อย่างเป็นธรรมและทั่วถึง
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๔ 5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งภายในและภายนอก ประเทศ อย่างบูรณาการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐาน การเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง สมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง 6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชน์ ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐ ที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันมีสมรรถนะสูง ยึดหลัก ธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัย และ พร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับ มาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้อง ร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็น มีความทันสมัย มีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการ ยุติธรรมมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอำนวยความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม 5. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 - 2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๘๐) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๖ ตามที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเสนอถึง ความจำเป็น ที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมแผนแม่บทให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศ สถานการณ์ที่ส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งกำหนดประเด็นในลักษณะที่มีความบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ ชาติด้านที่เกี่ยวข้อง และประเด็นการพัฒนาจะไม่มีความซ้ำซ้อนกันระหว่างแผนแม่บทฯ เพื่อให้ส่วนราชการ สามารถนำแผนแม่บทฯ ไปใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจ เกี่ยวข้องที่ต้องดำเนินการตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. ๒๕๖๖- ๒๕๘๐) (ฉบับแก้ไข เพิ่มเติม) ในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ ประเด็น ๑๑ การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัย มีคุณภาพ เพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้และ ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ รักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และได้กำหนดแผนย่อยไว้ ๕ แผนย่อย ดังนี้
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๕ ๑) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ พัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยจำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้ เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมบนฐานความรู้ทางวิชาการตั้งแต่ช่วง ตั้งครรภ์และถึงช่วงอายุต่าง ๆ พัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ การทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมี คุณภาพของประชากรแต่ละช่วงวัย การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และมีความปลอดภัย มีกลไกสนับสนุน ในการดูแลเด็กและครอบครัวในชุมชนที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งมีกลไกสนับสนุนในการทำงานที่เอื้อต่อ ครอบครัวที่ทุกภาคส่วน การพัฒนาสนับสนุนการจัดสวัสดิการและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน ที่สมดุลระหว่างชีวิต การทำงานและชีวิตครอบครัว ๒) การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย โดยจัดให้มีการเตรียมความพร้อม ให้แก่ พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ และบริการสุขภาพ ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเด็ก การกระตุ้นพัฒนาการ สมอง และการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการที่สมวัยทุกด้าน โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ การจัดให้มี การพัฒนา เด็กปฐมวัยให้มีสุขภาวะที่ดีและสมวัย การจัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่ดีที่สมวัยทุกด้านโดยการพัฒนากลไกการสอนและปรับปรุงสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่เน้นการพัฒนาทักษะสำคัญด้านต่าง ๆ อาทิ ทักษะทางสมอง ทักษะ ด้านความคิดความจำ ทักษะการควบคุมอารมณ์ ทักษะการวางแผนและการจัดระบบ ทักษะการรู้จัก ประเมินตนเอง ๓) การพัฒนาช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะความสามารถที่สอดรับกับ ทักษะ ในศตวรรษที่ ๒๑ โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ ทักษะด้าน ดิจิทัล จัดให้มีการเรียนรู้ทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ ร่วมและทำงาน ภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ การจัดให้มีการพัฒนาทักษะ ที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการ แก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ โดยเน้นเด็ก และเยาวชน เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เน้นให้เกิดองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเองตามความสนใจและความ ถนัดของผู้เรียน โดยผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่มีครูคอยเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้เรียน เพื่อให้การเรียนรู้สามารถตอบสนองความต้องการได้กับเด็กทุกกลุ่ม จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพที่ สอดคล้องกับความต้องการ ของประเทศ การบ่มเพาะ การเป็นนักคิด นักนวัตกร และการเป็น ผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิต ที่สามารถอยู่ร่วมและทำงานภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม และ จัดให้มีกลไกส่งเสริมและสนับสนุนบริการสุขภาพและอนามัยที่เชื่อมต่อกันระหว่างสาธารณสุขกับโรงเรียน หรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนภูมิคุ้มกันด้านต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๖ ๔) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน ด้วยการยกระดับศักยภาพทักษะและ สมรรถนะของคนในช่วงวัยทำงานให้สอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการของ ตลาดแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจและผลิตภาพเพิ่มขึ้นให้กับประเทศ ส่งเสริมและ สนับสนุนการพัฒนาความรู้แรงงานฝีมือให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ในการ สร้างสรรค์งานใหม่ๆ และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับวัยทำงานผ่านระบบการคุ้มครองทางสังคมและ การส่งเสริมการออม โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ การยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะของคน ในช่วงวัยทำงานให้มีคุณภาพมาตรฐาน สอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการของ ตลาดงาน ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนา ต่อยอดความรู้ในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการทำงาน ๕) การส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ โดยส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุให้พึ่งพาตนเอง ได้ทางเศรษฐกิจ และร่วมเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนและประเทศ ส่งเสริมและพัฒนา ระบบ การออมเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ และหลักประกันทางสังคม ที่สอดคล้อง กับความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ การส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุ ให้พึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ และร่วมเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนและประเทศ รวมทั้ง สนับสนุนมาตรการ จูงใจทางการเงินและการคลังให้ผู้ประกอบการมีการจ้างงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับวัย สมรรถนะทางกาย ลักษณะงาน และ ส่งเสริมทักษะ การเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มวัย ส่วนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๘๐) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ประเด็น ๑๒ การพัฒนาการเรียนรู้ มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพิ่มขึ้น มีทักษะ ที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ ๒๑ สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น มีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต รวมทั้งเพื่อให้คนไทยได้รับการพัฒนา เต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของพหุปัญญาดีขึ้น และได้กำหนดแผนย่อยไว้ 2 แผนย่อย ดังนี้ ๑) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ ๒๑ ด้วย การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ ๒๑ โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้นตั้งแต่ ปฐมวัย จนถึงอุดมศึกษาที่ใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ ของผู้เรียน ทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสาหรับศตวรรษที่ ๒๑ พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติมีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ สร้างรายได้รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ โดย วางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครูคณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” ปรับ ระบบการผลิตและพัฒนาครูส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท โดยปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้าน การศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพ การศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการจัดการศึกษา พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา ปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผล ในเชิงทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่าการวัดระดับ ความรู้ รวมทั้งส่งเสริมการวิจัยและ ใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียนการสอน และการ จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๗ พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัล และดิจิทัลแฟลตฟอร์มเพื่อการศึกษาในทุกระดับทุกประเภท การศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ จัดให้ มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และนักเรียนกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เอเชียอาคเนย์ โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ ๑.1) ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ๔ แนวทาง ย่อย ได้แก่ (๑) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา (๒) พัฒนา กระบวนการเรียนรู้ ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสาหรับ ศตวรรษที่ ๒๑ (๓) พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ ทบทวนไตร่ตรอง และ (๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ เพื่อให้ สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต 1.๒) เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ ประกอบด้วย ๓ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) วางแผน การผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” (๒) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครู ปฏิรูประบบ การผลิตครู ยุคใหม่ และ (๓) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง 1.๓) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท ประกอบด้วย ๖ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ (๓) ปรับปรุง โครงสร้าง การจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพการศึกษา (๔) เพิ่มการมีส่วนร่วมจาก ภาคเอกชน ในการจัดการศึกษา ส่งเสริมภาคประชาสังคมปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะพื้นฐาน (๕) พัฒนาระบบประกันคุณภาพ การศึกษา และปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ มากกว่า การวัดระดับความรู้ และ (๖) ส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้ การเรียน การสอน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศ นวัตกรรมที่เข้มแข็ง 1.๔) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) จัดให้ มีระบบการศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น (๒) มีมาตรการจูงใจและ ส่งเสริมสนับสนุนให้คนใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ (๓) พัฒนาระบบการเรียนรู้ ชุมชน ให้เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (๔) พัฒนา ระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแฟลตฟอร์ม สื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษาในทุกระดับทุกประเภท การศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และ (๕) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มี คุณภาพ ที่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 1.๕) สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ ประกอบด้วย ๕ แนวทางย่อย ได้แก่ (๑) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและมีความ โดดเด่นเฉพาะสาขาสู่ระดับนานาชาติ (๒) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยน นักเรียน นักศึกษาและบุคลากรในระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์ฝึกอบรม และ ทดสอบในระดับภูมิภาค (๓) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมของไทยและ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๘ พัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา และสำหรับประชาชน และ (๔) ส่งเสริมสนับสนุนการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และนักเรียนกับประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ๒) การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา ผ่านครอบครัว ระบบสถานศึกษา สภาพแวดล้อม รวมทั้งสื่อ โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการกลไกการคัดกรอง และการส่งต่อเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุนระบบ สถานศึกษาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษบนฐาน พหุปัญญา การสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทำงาน และระบบสนับสนุนที่เหมาะสมสำหรับผู้มี ความสามารถพิเศษ โดยมีแนวทางการพัฒนา คือ การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา โดยพัฒนาระบบบริหาร จัดการกลไกการคัดกรองและการส่งต่อเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ และ ส่งเสริมสนับสนุนระบบสถานศึกษาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มี ความสามารถพิเศษบนฐานพหุปัญญา และสร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทำงาน และระบ บ สนับสนุนที่เหมาะสมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุน เพื่อผู้มี ความสามารถพิเศษได้สร้างความเข้มแข็งและต่อยอดได้ เพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ การพัฒนา ประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้นักวิจัยความสามารถสูงของไทยให้มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การปรับแผนแม่บทภายใต้ภายใต้ยุทธศาสตร์ ยังได้มีการแก้ไขปรับปรุงตัวชี้วัดด้วย เช่นกัน เนื่องจากตัวชี้วัดเดิมไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทย่อย ดังนั้น เมื่อพิจารณา รายละเอียด ของการปรับปรุงตัวชี้วัด จะพบประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงสอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษา ทั้ง 6 แผน ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดังนี้ 1. การปรับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 11 การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต มีการปรับตัวชี้วัดที่ เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ คือ คะแนนความสามารถในการแข่งขันการพัฒนา ทุนมนุษย์ ด้านทักษะ (Skill) แรงงานในอนาคต (Future Workforce) ซึ่งจะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นที่การพัฒนา ศักยภาพมนุษย์ด้านทักษะ ในศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาสมรรถนะที่ตอบสนองต่อตลาดแรงงานใน อนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมต่าง ๆ 2. การปรับตัวชี้วัดในประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ ไม่มีการปรับเป้าหมายระดับ ประเด็น แต่มีการปรับตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับเป้าหมายมากขึ้น โดยมีตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ 2.1 อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษา โดยปรับเปลี่ยนจาก ตัวชี้วัดที่วัดเพียงค่าคะแนน PISA ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการวัดที่ครอบคลุม ตามเป้าหมายและรวมค่าคะแนน PISA เป็นตัวแปรหนึ่งในการคำนวณด้วยแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นการ พัฒนาศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถของผู้เรียน 2.2 สัดส่วนเด็กที่ได้รับการส่งต่อการพัฒนาตามศักยภาพ/พหุปัญญา โดยปรับเปลี่ยนให้ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพหุปัญญา 2.3 ดัชนีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ จากประเด็นนี้จะให้ ความสำคัญกับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียน
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๙ 2.4 สัดส่วนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลการทดสอบ O-NET ใน 4 วิชาหลัก (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ต่อจำนวนนักเรียน ระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เข้ารับการทดสอบ ซึ่งตัวชี้วัดเดิมจะวัดอัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งไม่สามารถสะท้อนคุณภาพได้ 2.5 ร้อยละของเด็กที่มีข้อมูลการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญารายบุคคล เน้น การให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล คำนึงถึง ความแตกต่างของแต่ละบุคคลตามความถนัด ความสนใจ เพื่อให้ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็ม ตาม ศักยภาพ สำหรับการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทฯ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการมุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผลิตกำลังคน รวมทั้งงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ โดยดำเนินการผลิตบุคลากรรองรับอุตสาหกรรม เป้าหมาย ส่งเสริมผู้เรียน ให้มีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงส่งเสริมการวิจัย สร้างองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน เพื่อให้ กำลังคน มีทักษะอาชีพ สมรรถนะ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนองค์ความรู้ สิ่งประดิษฐ์ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคมได้ 6. แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แผนการปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุง ประกาศ ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ประกอบด้วยแผนการปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน (ได้แก่ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้าน กฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคม ด้านพลังงาน ด้านการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้านการศึกษา และด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์) เป็นแผนระดับ 2 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2560 และเพื่อสร้างการปฏิรูปที่ชัดเจน เฉพาะ จึงบรรจุกิจกรรมที่มีความสำคัญเร่งด่วน ที่ดำเนินการร่วมกันหลายหน่วยงาน สามารถดำเนินการ และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ในช่วง ปี 2564 - 2565 เป็นกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งทุกหน่วยงานต้องดำเนินการตามกิจกรรม Big Rock นำไปสู่การปฏิบัติตามหลักความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) เพื่อให้บรรลุ ผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติของแต่ละช่วงเวลา 5 ปีโดยแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับ ปรับปรุง) จะดำเนินการคู่ขนานไปกับเล่มแผนการปฏิรูปประเทศฉบับเดิมที่ประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2561 ที่เป็นกิจกรรมในลักษณะภารกิจปกติของหน่วยงาน
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๐ 7. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีแผนงานเพื่อการปฏิรูป 7 เรื่อง ดังนี้ 1) การปฏิรูป ระบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ และ กฎหมายลำดับรอง 2) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 3) การปฏิรูปเพื่อลดความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษ า4) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และอาจารย์ 5) การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 6) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุง การจัดการเรียน การสอน และยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา และ 7) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการ พลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) 8. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) มีวัตถุประสงค์เพื่อ พลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจสร้างมูลค่า อย่างยั่งยืน” หมายถึง การสร้างการ เปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก เพื่อมุ่งเสริมสร้างสังคมที่ก้าวทันพลวัต ของโลก และเกื้อหนุนให้คนไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพพร้อมกับการยกระดับ กิจกรรมการผลิตและการให้บริการให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น โดยอยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนทาง สิ่งแวดล้อม และได้กำหนดเป้าหมายหลักของการพัฒนา จำนวน 5 ประการ ประกอบด้วย 1) การปรับ โครงสร้างการผลิตสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม 2) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ 3) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาส และความเป็นธรรม 4) การเปลี่ยนผ่านการผลิต และบริโภคไปสู่ความยั่งยืน 5) การเสริมสร้างความสามารถ ของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงภายใต้บริบทโลกใหม่ ดังนั้น เพื่อถ่ายทอด เป้าหมายหลักไปสู่ภาพของการขับเคลื่อนที่ชัดเจนในลักษณะของวาระการพัฒนาที่เอื้อให้เกิดการทำงาน ร่วมกันของหลายหน่วยงาน และหลายภาคส่วนในการผลักดันการพัฒนาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้เกิดผลได้อย่าง เป็นรูปธรรม จึงได้กำหนดหมุดหมายการพัฒนา จำนวน 13 หมุดหมาย ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศ ไทยปรารถนา จะ “เป็น” หรือมุ่งหวังจะ “มี” เพื่อสะท้อนประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงต่อ การพลิกโฉมประเทศไทยสู่ “สังคมก้าวหน้า เศรษฐกิจ สร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน” ภารกิจสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมุดหมายการพัฒนา ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายหลัก ประกอบด้วย 5 หมุดหมาย ดังนี้ หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัล ของอาเซียน กลยุทธ์ที่ 1 การขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยด้วยดิจิทัล กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ส่งเสริมและ พัฒนาผู้ประกอบการในประเทศไทยให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงการนำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและความสามารถในการ ทำกำไรให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น และกลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำรงชีพ เป้าหมาย : เศรษฐกิจ ดิจิทัลภายในประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลงและมีความคุ้มครองทางสังคม ที่เพียงพอ เหมาะสม กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างโอกาสที่เสมอภาคแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพที่มีคุณภาพ เป้าหมาย : 1) ครัวเรือนยากจน
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๑ ข้ามรุ่นมีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม 2) คนไทย ทุกช่วงวัยได้รับความคุ้มครองทาง สังคมที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพประชาชนและชุมชน ในการรับมือ ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลยุทธ์ย่อย 2.1 ส่งเสริม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมี ความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความเสี่ยงและปรับตัวรับมือผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมาย : สังคมไทยมีภูมิคุ้มกันจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วง ตั้งครรภ์ถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 พัฒนาผู้อยู่ในช่วงวัยการศึกษา ระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ในตนเอง มีทักษะดิจิทัลและมีสมรรรถนะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การ ดำรงชีวิตและการทำงาน กลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 พัฒนาวัยแรงงานให้มีสมรรถนะ ที่จำเป็นเพื่อการประกอบ อาชีพและเชื่อมโยงกับโลกของการทำงานในอนาคต กลยุทธ์ย่อยที่ 1.5 พัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นพลเมืองมี คุณค่าของสังคม กลยุทธ์ที่ 3 การเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ย่อย ที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ ตลอดชีวิต กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึง การเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบ การศึกษาปกติ เป้าหมาย : 1) คนไทยได้รับการพัฒนา อย่างเต็มศักยภาพ ในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่ จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐาน ที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรมและมีภูมิคุ้มกัน ต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข 2) ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชน กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพในการให้บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ สะดวกและประหยัด กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 ยกเลิก ภารกิจให้บริการที่สามารถเปิดให้ภาคส่วนอื่นให้บริการแทน กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 ทบทวนกระบวนการ ทำงานของภาครัฐควบคู่กับพัฒนาการบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ กลยุทธ์ที่ 2 การ ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการและโครงสร้างของภาครัฐให้ยืดหยุ่น เชื่อมโยง เปิดกว้าง และมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 เร่งทบทวน บทบาทภาครัฐและ กระจายอำนาจการบริหารจัดการภาครัฐ กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 สร้างความโปร่งใส และธรรมาภิบาลภาครัฐ กลยุทธ์ที่ 3 ปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 ปรับเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐทั้งหมดให้เป็นดิจิทัล กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 ปรับเปลี่ยน กระบวนการทำงานภาครัฐเป็นดิจิทัล กลยุทธ์ที่ 4 สร้างระบบบริหาร ภาครัฐที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนและ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นในการให้บริการภาครัฐดิจิทัลและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ มาตรการ ภาครัฐให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 4.1 ปรับ ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐเพื่อ ดึงดูดและรักษาผู้มีศักยภาพมาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ กลยุทธ์ย่อยที่ 4.2 ยกเลิกกฎหมายที่หมด ความจำเป็นและพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ เป้าหมาย : 1) การบริการภาครัฐมีคุณภาพ เข้าถึงได้ 2) ภาครัฐมีขีดสมรรถนะคล่องตัว
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๒ 9. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) เมื่อ วันที่ 25 กันยายน 2558 ผู้นำประเทศสมาชิกสหประชาชาติและประเทศไทย รวม 193 ประเทศ ได้ลง นามรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ทดแทนเป้าหมาย การพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals : MDGs) ซึ่งหมดอายุลงในปี 2558 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนถูกใช้เป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งของประเทศไทยและของโลกจนถึง ปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) เป็นระยะเวลา 15 ปี ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (Goal) 169 เป้าหมายย่อย (SDG Targets) ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล อันเป็น สามเสาหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ไม่ทำลายแหล่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนซึ่งจะต้องร่วม ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบและประสานงานหลัก (Goal) การขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ในเป้าหมายหลัก (Goal) ที่ 4 (การ ประชุม กพย. ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563) โดยมีกระทรวงการต่างประเทศ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานร่วมรับผิดชอบและประสานงาน ระดับเป้าหมายย่อย (Target) รวม 10 เป้าหมายย่อย (SDGs Targets) โดยที่กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบ 8 เป้าหมายย่อย (Target) ดังนี้ เป้าหมายย่อยที่ 4.1 : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษา ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มี ประสิทธิผล ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.2 : สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้น มีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ทักษะ ทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.5 ขจัดความเหลี่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษาและสร้างหลักประกันว่า กลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม ภายในปี พ.ศ. 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ในสัดส่วนสูง ทั้งชาย และหญิง สามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี 2573 เป้าหมายย่อยที่ 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็น สำหรับส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและ การมีวิถีชีวิต ที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุข และไม่ใช้ความ รุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความนิยมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ การมีส่วนร่วมของ วัฒนธรรมต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๓ เป้าหมายย่อยที่ 4.A สร้างและยกระดับอุปกรณ์และเครื่องมือทางการศึกษาที่อ่อนไหว ต่อเด็กผู้พิการ และเพศภาวะ และให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัย ปราศจากความรุนแรง ครอบคลุมและมีประสิทธิผลสำหรับทุกคน เป้าหมายย่อยที่ 4.C เพิ่มจำนวนครูที่มีคุณวุฒิ รวมถึงการดำเนินการผ่านทางความร่วมมือ ระหว่างประเทศในการฝึกอบรมครูในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ภายในปี 2573 (ที่มา : รายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563, สศช., สิงหาคม 2564) ภารกิจของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนให้บรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายหลัก (Goal) ที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และทุกราย 10. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 การตรวจราชการ เป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่จะทำให้การปฏิบัติ ราชการ หรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถแก้ไขปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ อันเกิดจากการดำเนินการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน ซึ่งระเบียบข้อ 8 ได้กำหนดให้การตรวจราชการ ตามระเบียบนี้ ให้ดำเนินการตามแผนการตรวจราชการประจำปี หรือตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีโดยผู้ตรวจราชการกระทรวงรับผิดชอบและมีอำนาจและหน้าที่ในการ ตรวจราชการเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยในฐานะผู้สอดส่อง ดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง และปลัดกระทรวง ตามระเบียบข้อ 9 11. ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้กำหนดกรอบและแนวทางการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลระดับ กระทรวง ไว้ดังนี้ หมวด 1 ข้อ 7 การตรวจราชการ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (๑) เพื่อชี้แจงนโยบาย ประสานงานและเร่งรัดให้ผู้รับการตรวจ นำแผนการศึกษาแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ไปจัดทำ แผนปฏิบัติราชการให้ครบถ้วน (2) เพื่อติดตาม ประเมินผล และเสนอแนะการบริหารงบประมาณการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักการศึกษา แนวทางการจัดการศึกษา และคุณภาพมาตรฐานการศึกษา (3) เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศ ให้คำปรึกษา เพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก่ส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษา (4) เพื่อเร่งรัดติดตามความก้าวหน้า ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และเสนอแนะในการ ปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ (5) เพื่อตรวจเยี่ยม รับฟังหรือสดับตรับฟังทุกข์สุข ความคิดเห็น นิเทศ ช่วยเหลือ แนะนำ ชี้แจง ให้เจ้าหน้าที่มีสมรรถนะและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ข้อ 8 การตรวจราชการ การติดตาม ประเมินผลและนิเทศการศึกษาระดับกระทรวง เป็นการตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศ ให้คำปรึกษา
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ และแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในขอบเขต อำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้สอดส่องดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและปลัดกระทรวงศึกษาธิการ การตรวจราชการจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อสาระการบริหารและการจัดการศึกษาของ สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคลที่สามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระ พัฒนา ระบบบริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัวมีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การ กำกับดูแลของสภาสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ข้อ 9 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งผู้ตรวจราชการคนหนึ่ง เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ตรวจราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้ตรวจราชการเป็นไปตามระเบียบ นี้ และจะให้มีรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการด้วยก็ได้ ข้อ 10 ให้ผู้ตรวจราชการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ (1) สั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้รับการตรวจปฏิบัติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ มติของคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งของนายกรัฐมนตรี (2) สั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้รับการตรวจ ปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ในระหว่างการตรวจราชการไว้ก่อน หากเห็นว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือประชาชน อย่างร้ายแรง และเมื่อผู้ตรวจราชการได้สั่งการดังกล่าวแล้วให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบหรือพิจารณาโดยด่วน (3) สั่งให้ผู้รับการตรวจชี้แจง ให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการ ปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณา (4) สอบข้อเท็จจริง สืบสวนข้อเท็จจริง หรือสดับตรับฟังเหตุการณ์ เมื่อได้รับการร้องเรียนหรือ เมื่อมีเหตุอันควร โดยประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานตรวจสอบอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนหรือปัญหาอุปสรรคของผู้รับการตรวจ (5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบายเพื่อนิเทศให้คำปรึกษา แนะนำ เพื่อปรับปรุงพัฒนา (6) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะทำงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ได้ตามความ เหมาะสม (7) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ข้อ 12 ให้กระทรวงศึกษาธิการ จัดให้มีสำนักผู้ตรวจราชการเป็นที่ปฏิบัติงานประจำของ ผู้ตรวจราชการ โดยให้มีผู้สนับสนุนในการปฏิบัติงานตามสมควร หมวด 2 ข้อ 19 การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามภารกิจและนโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ (2) เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ และข้อเสนอแนวทางเพื่อการปรับปรุงพัฒนาเกี่ยวกับการ ปฏิบัติราชการของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ (3) เพื่อการบริหารงบประมาณในการบริหารจัดการศึกษาของส่วนราชการและ หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้มีประสิทธิภาพ (4) เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาและข้อเสนอแนวทางการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๕ ข้อ 20 ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ จำนวนสิบเก้าคน ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน กรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนหกคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ จำนวนสองคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน เก้าคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการศึกษา ปฐมวัย ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการอุดมศึกษา ด้านการอาชีวศึกษาด้านการศึกษาเอกชน ด้านการวิจัย และประเมินผล ด้านการบริหารการศึกษา ด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ การเงินและ งบประมาณ ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน และผู้อำนวยการสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 มาตรา 8 ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 เนื่องจากมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 และให้ใช้ข้อความนี้แทน “การดำเนินการ ในเรื่องการตรวจราชการและการดำเนินการของคณะกรรมการต่าง ๆ ที่กำหนด ในมาตรานี้ให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับของกระทรวงหรือส่วนราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือ คำสั่งของนายกรัฐมนตรี” ข้อ 21 ให้คณะกรรมการตามข้อ 20 มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (2) กำหนดนโยบาย เกณฑ์มาตรฐาน ระบบการติดตามตรวจสอบประเมินผลและ แผนการตรวจราชการประจำปี แผนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ (3) กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ (4) กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และเสนอแนะการบริหารงบประมาณของส่วน ราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (5) พิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจราชการ การรายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา (6) ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาระบบ และการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเกี่ยวกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (7) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อดำเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการ กำหนด (8) ดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและ ประเมินผล การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๖ กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการและระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้กำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจราชการ ดังนี้ สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการคณะกรรมการการติดตามตรวจสอบและประเมินผล การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 2. ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตรวจราชการ จัดทำแผนการตรวจราชการ และดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการในการตรวจราชการการติดตาม ประเมินผลนโยบาย และแผนการตรวจราชการของกระทรวง 3. วิจัยและพัฒนาระบบและประสานเครือข่ายการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของกระทรวง 4. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับ มอบหมาย ผู้รับการตรวจ : หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในหน่วยงาน ของรัฐในสังกัดหรือในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งโรงเรียนเอกชน มีหน้าที่ ดังนี้ 1. อำนวยความสะดวก และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานแก่ผู้ตรวจราชการกระทรวง หรือผู้ที่ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย 2. จัดเตรียมบุคคล เอกสาร หลักฐาน ในการปฏิบัติงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมที่จะรับ การตรวจราชการ 3. ชี้แจงหรือตอบคำถาม พร้อมทั้งให้ข้อมูลใด ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการตรวจราชการ 4. จัดให้มีสมุดบันทึกการตรวจราชการตามแบบที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด 5. ปฏิบัติหรืองดการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ผู้ตรวจราชการได้ตรวจและแนะนำในระหว่าง การตรวจราชการ หากไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบหรือพิจารณา และรายงานให้ ผู้ตรวจราชการทราบภายในสิบห้าวัน 6.รายงานความก้าวหน้า ความสำเร็จของผลการดำเนินการตามข้อสั่งการหรือ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ตรวจราชการ 7. ดำเนินการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ในการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับส่วนราชการ ระดับ สำนักงานศึกษาธิการภาค ระดับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ดังนี้ ระดับส่วนราชการ 1. กำหนดแนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา การใช้จ่าย งบประมาณการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานการศึกษา ในสังกัด 2. ศึกษา วิเคราะห์/สังเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาของ หน่วยงานในสังกัด
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๗ 3. รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของหน่วยงาน การศึกษาในสังกัดไปยังคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับสำนักงานศึกษาธิการภาค 1. กำหนดแนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา การใช้จ่าย งบประมาณการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 2. ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารจัดการศึกษา ของหน่วยงานการศึกษา 3. ให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงระบบติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา และข้อเสนอเพื่อการพัฒนาระบบการบริหารการจัดการศึกษาระดับจังหวัด 4. รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับภาค ไปยังคณะกรรมการ 5. ติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลกระทบและรายงานผลกระทบ ผลการดำเนินการต่อปลัดกระทรวง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 6. จัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษาในระดับภาค 7. ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย ระดับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 1. กำหนดแนวทางการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของหน่วยงาน การศึกษาในระดับจังหวัด 2. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารจัดการศึกษา ของหน่วยงานการศึกษาในระดับจังหวัด 3. จัดทำข้อมูลสารสนเทศ เพื่อประโยชน์ในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษาในระดับจังหวัด 4. รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การจัดการศึกษาของหน่วยงานการศึกษาในสังกัดและจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานศึกษาธิการภาค 5. ติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มีผลกระทบและรายงานต่อผู้ตรวจราชการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 6. ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมาย
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๘ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเตรียมรับการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลจากหน่วยงานภายนอก 12. ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานภายในสำนักงานศึกษาธิการ ภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยข้อ 2.5 เกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบด้านการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของสำนักงานศึกษาธิการภาค ดังนี้ (1) วางแผนการจัดระบบการประสานการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ (2) กำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ (3) กำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการบริหารการจัดการศึกษาของหน่วยงาน การศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ (4) ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของ กระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ (5) จัดระบบประสาน สนับสนุน ช่วยเหลือ และการรายงานเหตุภัยพิบัติและภาวะวิกฤติ ทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ (6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย ข้อ 4.5 หน้าที่ ความรับผิดชอบของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล มีดังนี้ (1) ประสานและสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (2) สั่งการ กำกับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด ให้เป็นไปตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการและยุทธศาสตร์ชาติ (3) จัดทำกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานและกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานในลักษณะ ตัวชี้วัดร่วมของส่วนราชการหรือหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด (4) ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการตรวจราชการ จัดทำ แผนการรองรับการตรวจราชการ และดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวง ในการตรวจราชการ ติดตาม และประเมินผลตามนโยบายและแผนการตรวจราชการของ กระทรวงศึกษาธิการ (5) ขับเคลื่อน ประสานงาน เร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหาร การจัดการศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๒๙ (6) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนว การศึกษาทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งติดตามและประเมินผลระบบบริหารและการจัดการศึกษา (7) ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย 13. นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ) ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค คุณภาพและสมรรถนะที่สำคัญจำเป็น ตามบริบทของประเทศและสังคมโลก โดยเน้นให้ ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน โดยใช้แนวคิด “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย และใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา และตามคำสั่ง กระทรวงศึกษาธิการที่ สป 47/2567 ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567 มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาครักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ ศึกษาธิการภาครักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเขตตรวจราชการ ทั้งนี้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นชอบ ให้นำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ตามประกาศดังกล่าว มาใช้เป็นนโยบายการตรวจราชการและ ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 10 นโยบายดังต่อไปนี้ 1. นโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1 พัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียนเป็นสำคัญ 1.2 พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ สามารถปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนา ที่ตรงกับความประสงค์ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใส และไม่ มีการทุจริตคอรัปชัน 1.3 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 1.4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๐ 2. ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาค ทางการศึกษา 2.2 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ 2.3 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม 2.4 การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถ เรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ 2.5 การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่ มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย 2.6 ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๑ ส่วนที่ 3 แนวทางการตรวจราชการและกำหนดพื้นที่การตรวจราชการ ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การตรวจราชการเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดินที่จะทำให้ การปฏิบัติราชการหรือการจัดทำภารกิจของหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามเป้าหมาย และแก้ไขปัญหาและ อุปสรรคต่าง ๆ อันเกิดจากการดำเนินงานดังกล่าว ประกอบกับมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการมีผู้ตรวจราชการ ของ กระทรวงเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผล ระดับนโยบาย เพื่อนิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนา โดยรับผิดชอบและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจราชการ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เฉพาะในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กระทรวง ในฐานะผู้สอดส่องดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงและ ปลัดกระทรวง รวมถึงคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กําหนดให้มีการกํากับ เร่งรัด ติดตาม และ ประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการและสอดคล้องกับการบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้ถือแนวปฏิบัติ ในการตรวจราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ. 2548 และระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ สามารถแบ่งภารกิจของการตรวจราชการระดับกระทรวงออกเป็น 3 ประเภท 1. ประเภทของการตรวจราชการระดับกระทรวง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) การตรวจราชการกรณีปกติ: เป็นการตรวจติดตามแผนงาน/โครงการที่สำคัญ ตามนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ แผนการศึกษาชาติ และแผนปฏิบัติราชการ กระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจราชการในภาพรวมของเขตตรวจราชการที่ รับผิดชอบ ตามกรอบระยะเวลาการตรวจราชการ รอบที่ 1 : ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567 รอบที่ 2 : ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2567 – 30 กันยายน 2567 2) การตรวจราชการแบบบูรณาการ : เป็นการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงอื่น ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ของสำนักนายกรัฐมนตรีโดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล และผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวง ทำหน้าที่ประสานแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับสำนัก นายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ตามกรอบระยะเวลาการตรวจราชการแบบบูรณาการ การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๒ รอบที่ 1 : ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2567 รอบที่ 2 : ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2567 3) การตรวจราชการกรณีพิเศษ : เป็นการตรวจราชการนอกเหนือจากการตรวจราชการ กรณีปกติซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในแผนการตรวจราชการประจำปี (1) การสืบสวน สอบสวน ข้อเท็จจริง ปัญหาการร้องเรียน ร้องทุกข์กล่าวโทษ ของ ประชาชนอันเกิดจากการดำเนินงานของหน่วยงาน/สถานศึกษา หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ (2) วาระแห่งชาติยาเสพติดอุบัติภัยอุทกภัย ภัยแล้งและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นภัยและมี ผลกระทบต่อการจัดการศึกษา/นักเรียน/นักศึกษา (3) กรณีภารกิจอื่นที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ ประเภทการตรวจราชการและการรายงานผลการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หมายเหตุ : รอบที่ 1 การรายงานผลการตรวจติดตามในภาพรวมทั้งประเทศ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รวบรวมกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ประเภทการตรวจราชการ การตรวจราชการระดับกระทรวง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1. การตรวจราชการกรณีปกติ จำนวน 2 รอบ รอบที่ ๑ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ๒๕๖6– 31 มีนาคม ๒๕๖7 รอบที่ ๒ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ๒๕๖7 – 30 กันยายน ๒๕๖7 2. การตรวจราชการแบบบูรณาการ จำนวน 2 รอบ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 15 เมษายน 2567 รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2567 3. การตรวจราชการกรณีพิเศษ เป็นการตรวจราชการนอกเหนือจากการตรวจราชการกรณี ปกติ ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในแผนการตรวจราชการประจำปี การรายงานผลการตรวจราชการ การรายงานผลเมื่อเสร็จสิ้นการตรวจราชการ ตามประเภท การตรวจราชการ ดังนี้ 1. การตรวจราชการกรณีปกติ รายงานผลการตรวจราชการ ในภาพรวมของเขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ จำนวน 2 รอบ รอบที่ ๑ ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี รอบที่ ๒ ภายในเดือนกันยายน ของทุกปี 2. การตรวจราชการแบบบูรณาการ รายงานผลการตรวจราชการ ในภาพรวมของเขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ จำนวน 2 รอบ *รอบที่ 1 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567 รอบที่ 2 ภายในวันที่ 15 กันยายน 2567 3. การตรวจราชการกรณีพิเศษ ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการรายงานผล การตรวจราชการ ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจราชการทุกครั้ง ตามที่ผู้บังคับบัญชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สั่งการโดยเร่งด่วนแล้วแต่กรณี หมายเหตุ : *รอบที่ 1 การรายงานผลการตรวจติดตามในภาพรวมทั้งประเทศ สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รวบรวมกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2567
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๓ 2. วัตถุประสงค์ของการตรวจราชการ 1. เพื่อชี้แจงนโยบาย ประสานงานและเร่งรัดให้หน่วยงานนำแผนการศึกษาแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ไปจัดทำ แผนปฏิบัติราชการให้ครบถ้วน 2. เพื่อติดตาม ประเมินผล และเสนอแนะการบริหารงบประมาณการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักการศึกษา แนวทางการจัดการศึกษา และคุณภาพมาตรฐานการศึกษา 3. เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามและประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศ ให้คำปรึกษา เพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก่ส่วนราชการ และหน่วยงานการศึกษา 4. เพื่อเร่งรัดติดตามความก้าวหน้า ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และเสนอแนะ ในการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ 5. เพื่อตรวจเยี่ยม รับฟังหรือสดับตรับฟังทุกข์สุข ความคิดเห็น นิเทศ ช่วยเหลือ แนะนำ ชี้แจงให้เจ้าหน้าที่มีสมรรถนะและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน 3. ขอบเขตพื้นที่การตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดพื้นที่การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ ตามคำสั่งสำนัก นายกรัฐมนตรี ที่ 221/2561 ลงวันที่ 10 กันยายน 2561 เรื่อง กำหนดพื้นที่ตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการ โดยมีเขตตรวจราชการส่วนกลาง และเขตตรวจราชการ ที่ 1 - 18 และ คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ได้มีประกาศ ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่ม จังหวัด โดยจัดตั้งกลุ่มจังหวัด จำนวน 18 กลุ่มจังหวัด 6 ภาค ทั้งนี้ มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 เรื่อง สถานที่จัดตั้ง สำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการบริหารงาน จังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ และการแบ่งเขตตรวจราชการของสำนัก นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเขตพื้นที่ที่ติดต่อกัน ซึ่งมีภูมิประเทศ ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม และลักษณะของพื้นที่เศรษฐกิจและสังคมที่มีความใกล้เคียงกันมีจุดอ่อน จุดแข็งในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจทรัพยากรธรรมชาติที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ง่ายต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ การพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันได้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๔ เขตตรวจราชการ กลุ่มจังหวัด จังหวัด เขตตรวจราชการส่วนกลาง - กรุงเทพมหานคร เขตตรวจราชการที่ 1 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี๑ สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง เขตตรวจราชการที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล นนทบุรี ปทุมธานี๒ นครปฐม สมุทรปราการ เขตตรวจราชการที่ 3 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 กาญจนบุรีราชบุรี๓ สุพรรณบุรี เขตตรวจราชการที่ 4 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม๔ สมุทรสาคร เขตตรวจราชการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ชุมพร นครศรีธรรมราช๕ พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา เขตตรวจราชการที่ 6 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต๖ ระนอง สตูล เขตตรวจราชการที่ 7 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน นราธิวาส ปัตตานี ยะลา๗ เขตตรวจราชการที่ 8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ฉะเชิงเทรา๙ ชลบุรี๘ ระยอง เขตตรวจราชการที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว เขตตรวจราชการที่ 10 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี๑๐ เขตตรวจราชการที่ 11 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 นครพนม มุกดาหาร สกลนคร๑๑ เขตตรวจราชการที่ 12 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง กาฬสินธุ์ ขอนแก่น๑๒ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เขตตรวจราชการที่ 13 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ชัยภูมินครราชสีมา๑๓ บุรีรัมย์สุรินทร์ เขตตรวจราชการที่ 14 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี๑๔ เขตตรวจราชการที่ 15 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่๑๕ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เขตตรวจราชการที่ 16 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย๑๖ น่าน พะเยา แพร่ เขตตรวจราชการที่ 17 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ตาก พิษณุโลก๑๗ เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ เขตตรวจราชการที่ 18 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 กำแพงเพชร นครสวรรค์๑๘ พิจิตร อุทัยธานี หมายเหตุ : จังหวัด ที่พิมพ์ตัวหนาเป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาคตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 เรื่อง สถานที่จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๕ 17
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๖ 4. เขตตรวจราชการในความรับผิดชอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 47/2567 เรื่องมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาครักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ ศึกษาธิการภาครักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเขตตรวจราชการ ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567 มีรายละเอียดการมอบหมายความรับผิดชอบเขตตรวจราชการ ดังนี้ เขตตรวจ ราชการที่ จังหวัดในเขตตรวจราชการ ผู้รับผิดชอบ เขตตรวจราชการ ส่วนกลาง เขตตรวจราชการส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร นายปรีดี ภูสีน้ำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 1 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน จังหวัดลพบุรีจังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง นายไพศาล วุทฒิลานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 2 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัด สมุทรปราการ นายปรีดี ภูสีน้ำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 3 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จังหวัดราชบุรีจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายวีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 4 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสาคร นานยสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ ธานี จังหวัดสงขลา นานยสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 6 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดสตูล นายชูสิน วรเดช ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 7 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี นายชูสิน วรเดช ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรีจังหวัดระยอง นางสาววันเพ็ญ บุรีสูงเนิน ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๗ เขตตรวจ ราชการที่ จังหวัดในเขตตรวจราชการ ผู้รับผิดชอบ เขตตรวจราชการ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (จังหวัดฉะเชิงเทรา) จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัด สระแก้ว นางสาววันเพ็ญ บุรีสูงเนิน ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 10 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกกเฉียงเหนือตอนบน 1 จังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัด หนองบัวลำภู นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 11 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 จังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ 12 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัด ร้อยเอ็ด นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 13 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ นายชัยณรงค์ ป้องบ้านเรือ ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 14 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี นายสุภชัย จันปุ่ม ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 15 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 15 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 16 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ นายชาตรี ม่วงสว่าง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 15 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๘ เขตตรวจ ราชการที่ จังหวัดในเขตตรวจราชการ ผู้รับผิดชอบ เขตตรวจราชการ 17 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ว่าที่ร้อยตรี เจษฎาภรณ์ หรหนอง แสน ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 17 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 18 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตร จังหวัด อุทัยธานี ว่าที่ร้อยตรี เจษฎาภรณ์ หรหนอง แสน ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 17 รักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ 5. นโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งในด้านโอกาส ความเท่าเทียม ความเสมอภาค คุณภาพและสมรรถนะที่สำคัญจำเป็น ตามบริบทของประเทศและสังคมโลก โดยเน้นให้ ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ใช้หลักการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากทุกภาคส่วน โดยใช้แนวคิด “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ นำไปใช้ในการขับเคลื่อนนโยบาย และใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา และตามคำสั่ง กระทรวงศึกษาธิการที่ สป 47/2567 ลงวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567 มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาครักษาราชการแทนผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ ศึกษาธิการภาครักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเขตตรวจราชการ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นชอบ ให้นำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ตามประกาศดังกล่าว มาใช้เป็นนโยบายการตรวจราชการและ ติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 10 นโยบายดังต่อไปนี้
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๓๙ 1. นโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1 พัฒนาวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียนเป็นสำคัญ 1.2 พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง โอน ย้ายของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ในภูมิลำเนา ที่ตรงกับความประสงค์ของตนเอง เน้นพิจารณาด้วยความโปร่งใสและไม่มีการ ทุจริตคอรัปชั่น 1.3 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม 1.4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม 2. นโยบายลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 2.1 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างความเสมอภาค ทางการศึกษา 2.2 จัดให้มีโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียน ต่อ 1 อำเภอ 2.3 พัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม 2.4 การจัดทำระบบวัดผลรองรับมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถ เรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ 2.5 การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียน ที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย 2.6 ผู้เรียนเรียนรู้และมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) สำหรับนโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ ๒ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาจจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ตามความเห็นของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำ (ร่าง) ข้อเสนอนโยบายและประเด็นการตรวจราชการและติดตาม ประเมินผลฯ โดยพิจารณาจากนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ จุดเน้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แผนการศึกษาแห่งชาติ และคัดเลือกนโยบาย แผนงาน งาน/โครงการ ที่เป็นภารกิจ สำคัญมากำหนดเป็นนโยบายการตรวจราชการและประเด็นการตรวจราชการในแผนการตรวจราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 โดยมีกรอบแนวทางในการพิจารณา ดังนี้ (๑) เป็นนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ จุดเน้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ (๒) เป็นนโยบาย แผนงาน งาน/โครงการ ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙ และนโยบายการพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (3) องค์กรหลัก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกนโยบาย แผนงาน/โครงการ เพื่อกำหนดเป็นนโยบายการตรวจราชการและประเด็นการตรวจราชการตามหลักเกณฑ์ การพิจารณา คือ เป็นนโยบาย แผนงาน โครงการ ตามนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่เป็น ปัญหาที่สำคัญของประเทศ และเป็นนโยบาย แผนงาน/โครงการ ที่มีงบประมาณสูง มีพื้นที่ดำเนินการ คลอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงมีนัยสำคัญต่อนโยบายหรือความเสี่ยงสูง
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๐ (4) เป็นนโยบาย แผนงาน งาน/โครงการที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ด้าน การศึกษาของประเทศ หรือเป็นประเด็นปัญหาทางการศึกษาที่ต้องได้รับการแก้ไขหรือปรับปรุงพัฒนา เป็นการเร่งด่วน
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๑ 6. กลไกการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ประกอบด้วย 1. การตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (Inspection) 2. การกำกับ ติดตาม (Monitoring) 2.1 การรายงานจากส่วนราชการในส่วนกลาง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กรมส่งเสริม การเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา 2.2 การรายงานจากสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 2.3 การรายงานจากระบบ e – Inspection 7. การกำหนดประเด็นการตรวจราชการ และเครื่องมือการตรวจราชการและติดตามประเมินผล การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานสนับสนุนการตรวจราชการ และเครือข่ายการตรวจราชการ จะต้องมีบรรทัดฐานการตรวจราชการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น สำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการจัดทำเครื่องมือการตรวจราชการเพื่อให้การตรวจราชการ มีคุณภาพ และมีความแม่นยำในผลการตรวจและความสอดคล้องกับนโยบายการตรวจราชการและติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เครื่องมือการ ตรวจราชการจะต้องสะท้อนให้เห็นว่า นโยบายนั้นๆ นำไปสู่การปฏิบัติได้มากน้อยเพียงใด เครื่องมือการ ตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการรอบที่ 1 ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 - มีนาคม 2567) ประกอบด้วย 1. แบบตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) เป็นแบบรายงานข้อมูล เชิงคุณภาพสำหรับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.1 การรายงานของหน่วยรับตรวจ กรณีการลงพื้นที่ตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ เฉพาะนโยบายและจุดเน้นนโยบายที่ได้ดำเนินการเท่านั้น 1.2 การรายงานของหน่วยงานและสถานศึกษาภายในจังหวัด เฉพาะนโยบายและจุดเน้น นโยบายที่ได้ดำเนินการเท่านั้น สำหรับให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำ รายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ระดับจังหวัด ๒. แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) ระดับจังหวัด ใช้สำหรับสรุปรวบรวมข้อมูลจากหน่วยรับตรวจ รวมทั้งหน่วยงานและสถานศึกษา ภายในจังหวัด เพื่อจัดทำรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับจังหวัด ๓. แบบรายงานผลการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567)
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๒ ระดับภาค ใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อจัดทำรายงานผลการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รอบที่ 1 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) ระดับภาค ๔. การรายงานผลของส่วนราชการส่วนกลาง ใช้แบบรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบาย การจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รอบที่ 1 (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) เฉพาะนโยบายที่ได้ดำเนินการเท่านั้น ๕. แบบติดตามประเมินผลตามนโยบายการตรวจราชการและติดตามประเมินผล ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นแบบเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ/การสำรวจความคิดเห็น ในรอบที่ 2 (เดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม 2567) โดยรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงาน/สถานศึกษา ผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ e – Inspection ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการอาจจะมีการปรับปรุงเครื่องมือการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ (เดือนเมษายน – สิงหาคม ๒๕๖๗) เนื่องจาก อาจจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการตรวจราชการและติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และการปรับเปลี่ยนประเด็นการตรวจ ติดตาม ตามบริบทนโยบายที่เกี่ยวข้อง 8. การจัดทำแผนการตรวจราชการประจำปี การจัดทำแผนการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นการดำเนินการ ภายใต้หลักการตรวจราชการ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจราชการ พ.ศ.๒๕๔๘ และ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ (1) ศึกษาวิเคราะห์ กฎหมาย ระเบียบ ข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศึกษา ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ข้อมูลสภาวการณ์และแนวโน้มทิศทางการศึกษา (2) แจ้งประสานองค์กรหลัก/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอทราบนโยบาย แผนงาน งาน/โครงการ เพื่อกำหนดสาระสำคัญของนโยบาย/ประเด็นการตรวจราชการ และวิเคราะห์เหตุผล ความจำเป็นแผนงาน/ งาน/โครงการ ที่สำคัญของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอดคล้องกับนโยบายการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖7 ที่จะกำหนดในแผนการตรวจราชการฯ ประจำปี (3) จัดทำร่างแผนปฏิบัติการ การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อันประกอบด้วย 1) กำหนด ระยะเวลาในการลงพื้นที่ตรวจราชการ หรือการติดตามประเมินผล ๑๒ เดือน ในรอบปี2) กำหนด ระยะเวลาในการรายงานผลการตรวจราชการ เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทาง ในการปฏิบัติงานตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้สนับสนุนการตรวจราชการ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ แผนการตรวจราชการต้องมีความสอดคล้องกับแนวทางการตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๓ (4) นำเสนอร่างแผนปฏิบัติการ การตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เสนอผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาปรับปรุงแก้ไขและให้ความเห็นชอบ (5) กลุ่มตรวจราชการและติดตามประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 นำเสนอ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบต่อแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการ จัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (6) นำแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 แจ้งหน่วยงานสังกัด กระทรวงศึกษาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนงาน การตรวจราชการ และประสานการดำเนินงานการตรวจราชการ (7) ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 12 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 9. การดำเนินการในภารกิจสนับสนุนการลงพื้นที่ตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 12 กำหนดแนวทางการดำเนินการในภารกิจสนับสนุนการลงพื้นที่ ตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานตรวจราชการ (๑) แจ้งและประสานเครือข่ายการตรวจราชการ และหน่วยรับตรวจเพื่อแจ้งกำหนดการ การตรวจราชการตามปฏิทิน และประเด็นการตรวจราชการตามนโยบายการตรวจราชการ ตามแผนการ ตรวจราชการประจำปี (๒) จัดเตรียมเอกสารประกอบการตรวจราชการ ได้แก่ แผนปฏิบัติการตรวจราชการของ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ คู่มือการตรวจราชการ เครื่องมือ/แบบเก็บข้อมูลการตรวจราชการ และข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นตามนโยบาย/ประเด็นการตรวจราชการ (๓) จัดทีมงานหรือคณะร่วมตรวจราชการ ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และคณะติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ตามความ เหมาะสม (๔) ขออนุมัติการเดินทางไปราชการ และจัดเตรียมงบประมาณสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการ เดินทางตลอดจนการขออนุมัติพาหนะรถยนต์ของทางราชการ
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๔ ขั้นตอน การดำเนินงานขณะการตรวจราชการ (๑) ประชุมผู้บริหารหน่วยงาน สถานศึกษา เพื่อชี้แจงนโยบายและแผนการตรวจราชการ ประจำปี/แนวทางการตรวจราชการประจำปี และรับทราบผลการดำเนินงานตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงพัฒนางาน (๒) การตรวจราชการในพื้นที่ หน่วยงาน สถานศึกษา รับทราบข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบาย และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ (๓) บันทึกผลการตรวจราชการลงในสมุดตรวจราชการ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ ตำแหน่ง และวัน เดือน ปี ที่ตรวจไว้เป็นหลักฐาน ขั้นตอนการดำเนินงานหลังการตรวจราชการ (๑) สรุปผลการตรวจราชการ ต่อผู้ตรวจราชการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาสั่งการ เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินการในแต่ละครั้ง (๒) ประสานแจ้งการสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ (ถ้ามี) เกี่ยวกับผลการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทราบ และติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะและข้อสั่งการ (๓) การรายงานผลการตรวจราชการ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องรายงาน ผลการตรวจราชการต่อผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณี การรายงานผลการตรวจราชการ อาจดำเนินการได้ทั้งขณะตรวจราชการ หรือเมื่อเสร็จสิ้นการตรวจราชการแล้ว การรายงานขณะตรวจราชการ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องขอคำวินิจฉัย สั่งการจากผู้มีอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ หรือกรณีที่ได้ตรวจพบ หรือได้ดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด ที่มีความสำคัญและเห็นสมควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบโดยเร่งด่วนให้ผู้ตรวจราชการ รายงานเรื่องนั้นๆ ด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษร โดยทางโทรศัพท์ หรือทางอื่นใด ตามความเหมาะสม ควรมีสาระสำคัญ ได้แก่ ปัญหาหรือข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเมื่อกลับจากการตรวจราชการแล้ว ให้รายงานเรื่องดังกล่าวเสนอผู้บังคับบัญชาอีกครั้งหนึ่ง โดยแสดงรายละเอียดรวมทั้งเอกสารหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องไว้ในรายงานด้วย
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๕ สรุปขั้นตอน/กิจกรรมการสนับสนุนการตรวจราชการ การปฏิบัติการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้กำหนดปฏิทินการปฏิบัติงานการตรวจราชการ ดังนี้ ที่ ขั้นตอน/กิจกรรม ช่วงระยะเวลา ดำเนินงาน 1. ศึกษา วิเคราะห์ นโยบาย/โครงการการตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้แก่ นโยบายการตรวจราชการกรณีปกติ และนโยบายการตรวจราชการ แบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายรัฐบาล โดยดำเนินการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร และเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พฤศจิกายน 2566 - มกราคม 2567 2. จัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตรวจราชการ โดยดำเนินการ ดังนี้ 2.1 รวบรวมและจัดทำข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานทางการศึกษา ปีการศึกษา 2566 2.2 รวบรวมและจัดทำข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการตรวจราชการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 กุมภาพันธ์2567 มิถุนายน 2567 3. จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยดำเนินการ ดังนี้ 3.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการประสานแผนปฏิบัติการตรวจราชการระหว่างผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยสนับสนุนการตรวจราชการ ในเขตตรวจราชการที่ 12 เพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจนโยบายการตรวจราชการ และแนวทางการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ จุดเน้นการตรวจราชการ ประเด็นการตรวจราชการ 3.2 จัดทำร่างแผนปฏิบัติการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 เสนอผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.3 เมื่อผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบร่างแผนฯ ศธภ.12 จัดทำเอกสาร แผนปฏิบัติการตรวจราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เขตตรวจราชการที่ 12 3.4 เผยแพร่และประชาสัมพันธ์แผนฯ พฤศจิกายน 2566 - กุมภาพันธ์ 2567 กุมภาพันธ์ 2567 กุมภาพันธ์ 2567 มีนาคม 2567 4. ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่ เขตตรวจราชการที่ 12 ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ 4.1 ศธภ.12 ประสานกับผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อทบทวนกำหนดการ ตรวจราชการที่ชัดเจน 4.2 ศธภ.12 แจ้งกำหนดการตรวจราชการที่ผู้ตรวจราชการเห็นชอบ พร้อมเครื่องมือจัดเก็บ ข้อมูลการตรวจราชการไปยังหน่วยรับตรวจเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับการตรวจราชการ ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1 ก่อนการออกปฏิบัติการตรวจราชการ 5 วัน 4.3 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ออกปฏิบัติการตรวจราชการกรณีปกติ รอบที่ 1 และแบบบูรณาการ รอบที่ 1 (Project and Progress Reviews) ในพื้นที่ตามกำหนดการตรวจราชการ โดยมีหน่วยสนับสนุนการตรวจราชการร่วมปฏิบัติการตรวจราชการกับผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ - ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ร่วมปฏิบัติการตรวจราชการกับผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ณ หน่วยรับตรวจทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดตามกำหนดการ - ศึกษาธิการภาค 12 พร้อมคณะร่วมสนับสนุนการตรวจราชการ กับคณะผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ยังหน่วยรับตรวจทุกจังหวัด ตามกำหนดการ - ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้แทนของสำนักตรวจราชการและ ติดตามประเมินผล สป. ธันวาคม 2566 - กุมภาพันธ์ 2567 กุมภาพันธ์ 2567 กุมภาพันธ์ 2567
แผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕67 สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๔๖ ที่ ขั้นตอน/กิจกรรม ช่วงระยะเวลา ดำเนินงาน - สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในฐานะกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและสนับสนุนการตรวจราชการระดับจังหวัด ร่วมสนับสนุนการตรวจราชการ กับคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ยังหน่วยรับตรวจทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดตามกำหนดการ - ประธานคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ประธานคณะกรรมการประสาน และส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด ในฐานะกรรมการในคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและสนับสนุนการตรวจราชการระดับจังหวัดร่วมสนับสนุนการตรวจราชการกับคณะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการยังหน่วยรับตรวจทุกแห่งในพื้นที่จังหวัด ตามกำหนดการ 5. การรวบรวมข้อมูลผลการตรวจราชการตามแบบรายงานการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และแบบบูรณาการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดำเนินการ ดังนี้ 5.1 ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการและคณะของ ศธภ. 12 รวบรวมข้อมูลจากการรายงานผล การดำเนินงานตามนโยบายการตรวจราชการของหน่วยรับตรวจ ในวันที่ปฏิบัติการตรวจในพื้นที่ 5.2 หน่วยรับตรวจ (สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงาน สกร.จังหวัด สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดและสถานศึกษาทุกสังกัดที่เป็นหน่วยรับตรวจ) จัดส่งรายงานการตรวจราชการทั้ง 2 กรณี ครั้งที่ 1 ไปยัง ศธภ.12 ภายในระยะเวลาที่กำหนด กุมภาพันธ์ 2567 6. การสรุปและรายงานผลการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัด การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และแบบบูรณาการฯ รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต่อผู้บริหารระดับสูงและหน่วยรับตรวจดำเนินการ ดังนี้ 6.1 ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ โดยผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ สรุปและรายงานผลการตรวจราชการ เสนอผู้บริหารระดับสูงทราบและพิจารณาภายใน 15 วัน หลังเสร็จสิ้นการตรวจราชการ 6.2 ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการและคณะของ ศธภ. 12 รวบรวมข้อสั่งการ/ข้อเสนอแนะ เสนอ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเห็นชอบและแจ้งให้หน่วยรับตรวจทราบ เพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการ/ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) 6.3 ศธภ.12 ประมวลผลในภาพรวมของเขตตรวจราชการที่ 12 และจัดทำรายงาน สรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายการตรวจราชการ ของแต่ละกรณี และรายงาน กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านสำนักตรวจราชการและติดตามประเมินผล สป. ตามการตรวจราชการ แต่ละกรณี ดังนี้ - รายงานผลการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ รอบที่ 1/2567 เป็นรายนโยบาย ตามเครื่องมือจัดเก็บข้อมูล - รายงานผลการตรวจราชการแบบบูรณาการ รอบที่ 1 เป็นรายเขตตรวจราชการและราย โครงการ ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด ภายใน เมษายน 2567 7. เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สรุปผลการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการ จัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายการตรวจราชการ รอบที่ 1/2567 โดย ศธภ.12 จัดทำเอกสารรายงานผลการตรวจราชการตามนโยบายการตรวจราชการในแต่ละกรณี และเผยแพร่ พฤษภาคม 2567