101
102 บทท ี่ 8 เง ื่ อน 4 เง ื่อนประเภทผูกแนน การผูกแนนม 3 ี ประเภท 1. ผูกประกบ (sheer Lashing) 2. ผูกกากบาท (square Lashing) 3. ผูกทแยง (Diagonal Lashing) ผูกประกบ มีหลายชนิด เชน ผกประกบสองูผูกประกบสาม ผกประกบสูี่ 1. ผูกประกบ 2 ใชสําหรับตอไมหรือเสา 2 ตน เขาดวยกนั 1 2 3 4 5 6 โดยเอาไมทจะต ี่ อมาวางชอนขนานกนตรังปลายที่ จะตอ การวางชอน ตองควรซอนก นประมาณ ั ¼ ของ ความยาวของใมหรือเสา เอาเชือกผูกตะกรุดเบ็ดกับไมทเปี่ นหลกัหรือ อันใดอันหนงแล ึ่ วเอาปลายเชือกบิดพนกันั (แตงงานกนั) แลวพันรอบไมทั้ง 2 อนั ใหเชือกเรียงกนัความหนาของเชือกที่พนมั ีขนาดกวางของไม 2 อนรวมกั ัน เอาปลายเชือกพันหักคอไก (พันรอบเสนเชือกระหวางไม 2-3 รอบ ดึงใหแนนแลวผูกตะกรดเบุดบนไม ็ ที่มีตอหรือ บนไมอีกตนหน ึ่ งท ี่ไมใชอันเริ่ม ตนผูก) ประโยชน 1. ใชตอไมหลายๆทอนเขาดวยกนั ใหยาวหรือใชมัดไมเข าดวยกนั 2. ตอความยาวของไมเพองานก ื่ อสราง หมายเหต ุ รูป 6 ไมมีหกคอไก ั แตใชลิ่ มอัด ทาให ํ เชอกทื ี่ผูกไวรัดแนน 2. ผูกประกบ 3 (Tripod Lashing) มี 2 วธิ ี
103 วิธีท 1 ี่ 1 2 วิธีผูก ผูกตะกรุดเบ็ดท ี่ เสาอนกลัาง เอาปลายเชือกบิดขว ั้ นเขาดวยกนแลั วพันรอบเสา 3 ตน ใหพนรอบเสัาหรือ เสาหลกัมีความกวางของเชือกพนอยั างนอยเทากบเสันผ าศนยูกลางของเสาหรือหลักแลวลงทายด วยผกตะกรู ุด เบ็ดท ี่ เสาอนรัมิ กอนผูกตะกรุดเบ็ดหักคอไกรัดเชือกระหวางเสาหรอไม ืหล ักใหแนนเสยกี อน 3. ผูกประกบ 3 วธิีที่ 2 1 2 วธีผูก พันรอบเสาสลบเป ั นเลข 8 โดยเริ่ มผูกตะกรุดเบ็ดท ี่ เสาตนร ิมใดริมหนง ึ่ แลวเอาปลายเชือกพนแตั งงานกนั แลวเอาเชือกพันรอบเสาทง ั้ 3 ตน เม ื่ อพนได ั กวางพอ หกคอไก ั ระหวางเสา รัดจนแนนดีแลวจงผึูกเง ื่ อนตะกรุดเบ็ดท ี่ หลักตนริมอีกตนหน ึ่ งคนละตนก ับตนแรก ประโยชน 1. ใชตอเสา หรือไมใหยาว 2. ทาเสาธงลอยํ 3. ตอประกอบ 3 เพ ื่ อทาขําตั้ง 4. การผูกประกบสามแบบพันหวเชัอกื (Sail maker’s Lashing) ผูกประกบสามแบบพนหั ัวเชือกกนลั ุยจะผูกประกบ 4 ก็ได
104 1 2 3 4 5 ประโยชน 1. ทาขาตํ ั้ งวางอางน ้ํ าลางม ือลางหนา 2. ใชท ําสามเสาในงานกอสราง 5. ผูกกากบาท (Square Lashing) 1 2 3 4 วิธีผูก เร ิ่ มผูกตระกรุดเบ็ดท ี่ไมอันตั้ง (1) (หรือจะผูกอันขวางกอนก ็ได) เอาปลายเชือกที่ผูกตระกรุดเบ็ด บิดไขว กับเชือก ( Marry = แตงงานกนั) แลวดึงเชือกออมใตไมอันขวางทางซาย (ขวาก็ได) ของไมอันต ั้ งออมไปทางหล งั ไมอันขวาง ดึงเชือกขึ้ นขางบนทางซายของไมอันตั้ง ดงเชึ ือกออมมาทางดานหนาไมอันต ั้งไปทางขวาบนของไมอัน ขวางแลวออมเชือกไปทางดานหลังไมอนขวางัดงเชึ ือกลงใตไมอันขวางทางขวา ไมอันตั้ง ดึงออกมาทางดานหนา ไมอันตั้ง พันออมมาทางซ ายแลวเร ิ่ มพนจากซายไปใหมทุกรอบที่พนตั องเรียงเชือกใหเรียบรอย พนเชั ือกวนไป 3 รอบ แลวหักคอไก 2-3 รอบ เอาปลายเชือกผูกตระกรุดเบ็ดท ี่ไมอันขวาง( ผกตะกรู ุดเบ็ดคนละอันกับข ึ้ นตนผกู ) ประโยชน 1. ใชในการการกอสราง ทานํ ั่ งรานทาสีอาคาร 2. ใชในงานสรางคายพักแรม อุปกรณการพักแรม
105 การผูกกากบาทแบบกลเิวลล (Gilwell Scaffold Lashing) วิธีผูก กากบาทแบบกิลเวลล วธิีผกเชูนเดยวกี ับกากบาท Squre Lashing แตตองพันคอไกทุกรอบที่พนัพนและั หักคอไกประมาณ 3 รอบ แลวจบลงดวยผูกเง ื่ อนตระกรุดเบ็ดเชนเดียวกัน ประโยชน 1. ใชในการกอสร างนงร ั่ าน 2. ใชในการสรางคายพักแรม 3. สรางรั้ว ทาคอกสํ ัตว 6. กากบาทญี่ปนุ (Japanese Lashing) 1 2 3 4 5 6 7 วิธีผูก เปนวธิีผูกทบเขาดวยกนั เชนเด ียวกับกากบาทของ Thurman แตผูกไดไวกวา เน ื่องจากการฝกอบรมทํา ข ึ้ นที่กิลเวลลจึงต ั้ งช ื่ อตามสถานที่ฝกอบรม เอาเชือกที่ จะผูกทบเขาดวยกัน คลองเสาตนตั้ง ดังรูป1 ดึงปลายเชือกที่ ทบกัน พันพาดบนเสาตน ขวางทางดานบนซาย ดึงออมลงมาใหเสาอันขวางทางซายของอันตั้ง ดึงออมข ึ้ นดานหนาเสาอันตั้ง ทําเชนเดียวกบั square Lashing แตพันพรอมกันทีละ 2 ชายเม ื่ อพันไดความกวางตามตองการแลวแยกปลายเชือกออกจากกัน หักคอไก 2-3 รอบ ผูกดวยเง ื่ อนพิรอด ดังรูป 6, 7 ประโยชน 1. ใชในการกอสราง
106 2. ทํารานทาสี 3. สรางคายพักแรม ทําคอกสัตว 7. กากบาทขันชะเนาะ (Tourniquet Lashing) 7.1 ผูกกากบาทขันชะเนาะไมสองอัน 2 3 1 วิธีผูก วางไมทาบเปนมุมฉากเชนเดียวกับผูกกากบาท เอาเชือกทําเปนบวงคลองทแยงมุนกันดังรูปที่ 1 เอาไม เล็กๆ แข็งและเหนียว สอดเขาไปในรูปบวง 1 แลวหมุนไมอันเล็ก ขันเชือกใหบิดเปนเกลียวแบบขันชะเนาะจน เชือกรัดไมทั้ง 2 อันแนน หมุนไมอันเล็กท ี่ ขันชะเนาะใหทาบขนานกับไมอันต ั้ งหรืออันขวางก็ได แลวเอาเชือกเล็กๆ มัดติดกับเสาไมอันใดอันหนึ่ง ประโยชน 1. ใชทําน ั่ งราน ในงานกอสราง ทาสี 2. ใชสรางคายพักชั่วคราว 7.2 ผูกประกบขันชะเนาะ วิธีผูก การผูกใชวิธีผูกแบบเดียวกับการขันชะเนาะกากบาทแตทําการขันชะเนาะกับไมสองอัน หรือ สามอัน ประกบกัน
107 ประโยชน 1. ทําตอมอสะพาน 2. ทําหอคอย 3. ทําขาตั้ง 3 เสา 8. ผูกทะแยง (Diagonal Lashing) 3 2 1 วิธีผูก เอาเชือกพันรอบไมเสาทั้ง 2 ตน ตรงระหวางมุมตรงขาม ดวยเง ื่ อนผูกซุง เอาปลายเชือกบิดพันกับตัวเชือก (Merry) แลวพันรอบไมเสาท ั้ ง 2 ตน ตามมุมทแยงน ั้ น (มุมตรงขามคูแรก) 3 รอบ แลวพันเปลี่ ยนมุมตรงขามคูท ี่ 2 อีก 3 รอบ แลวพันหักคอไก (พันรอบเชือกระหวางไมเสา) สัก 2 – 3 รอบแลวเอาปลายเชือกผูกตะกรุดเบ็ดท ี่ไมเสา ตนใดตนหนึ่ง เก็บปลายเชือกผูกตะกรุดเบ็ดทีไมเสาตนใดตนหนึ่ง เก็บปลายเชือกใหเรียบรอย ประโยชน 1. ใชในงานกอสราง 2. ใชผูกเสาหรือไมค้ํ ายัน เพ ื่อปองกันเสาลม 9. ผูกทะแยงแบบฟลลิปปนส (Filipino Diagonal Lashing) 4 5 6 1 2 3
108 ชาวเกาะฟลลปินสนยมผิูกวธิีนี้ใชกอสรางท ี่ อยูอาศัยตามปาชนบทไกลๆบานเรือนมกทั ําดวยไม ไผ วิธีผูก ใชเชือกทบ 2 เอาบวงพันรอบหลักทั้ง 2 ตรงมุมตรงขามคูแรก (คูใดคูหนึ่ง) เอาเชือกสอดเขาในบวงดังรูป 1 ขับเชือกดึงใหเชือกรัดไมท ั้ ง 2ใหแนน แลวดึงเชือกยอนบวงพันรอบมุมตรงขาม 2 รอบแยกปลายเชือกออก พันหัก คอไก 2 รอบ ดึงใหแนน เอาปลายเชือกผูกเง ื่ อนพิรอด ประโยชน เชนเดียวกับผูกทะแยงอ ื่ นๆ 10. ตอมอสะพาน (Trestle) อุปกรณผูกตอมอสะพาน (Trestle Bridge) 1. เสาขนาดยาวและใหญพอสมควรจํานวน 6 ตน ซ ึ่ งยาวเทากัน (เวลาฝกหัดใชพลอง) 2. เชือกมะลิลา สําหรับผูกตอมอ 9 เสน ขนาดพอสมควร(ถาผูกกับพลอง ใชยาวประมาณ 3 เมตร) วิธีผูก 1. เอาเสา 2 ตน วางขนานกัน หางกันประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวเสา 2. เอา 2 ตน วางทับบนเสา 2 ตนแรกใหเหลือปลายเสายื่นออกไปดานละ 1/6 หรือ1/8 3. เอาเชือกวัดความยาวของเสา ทบแบง 8 และ 16 สวน เล ื่ อนหัวเสาตนบนเขาหากันอีกขางละ 1/16 สวน เพ ื่ อทําใหสวนบนของเสาสอดเขาหากัน
109 11. เสาธงลอย (Flag staff) วิธีผูก ใชไมพลองลูกเสือ 3 อัน มาตอประกบกัน ใหพลองซอนกันประมาณ 1 ศอกเศษ แลวเอาเชือกผูกประกบ 2 ปลองใกลๆ สวนปลายพลองท ี่ ซอนกันฐานเสาธงใชไมพลอง 2 อันประกบโคนเสา ผูกกากบาท แลว ใชไมพลอง ขวางขางละ 1 อัน ผูกกากบาทเชนเดียวกันใชเชือกอีก 4 เสน ผูกโยงยึดเสาธงใหต ั้ งตรง ดังรูป เปนเสาธง ท ี่ เคล ื่ อนยายไปตั้ งท ี่ไหนก็ไดเสาธงลอยมีหลายแบบ
110 บทท ี่ 9 เง ื่อนเชือกกับงานบุกเบิก
111
112
113 บทท ี่ 10 การสรางงานบุกเบิกประยุกต
114
115
116 เรือโล (Swing boat) ประตูกล (Counterpoise Gate)
117 กระเชากวาน (Winched Runway) ป นจ ั่ นมหาสนุก (The Swinging Derrick
118 กายกรรม (Trapeze) หอโรยตัว (Treacher’s Folly)
119 เรือบก (Land Yacht) เรือตูม (The Water Chute)
120 กระเชาอีกอ (The Luxembourger)
121 Getting Wet
122
123
124
125 บทท ี่ 11 เง ื่อนเชือก 6 เคร ื่ องผอนแรง
126
127
128
129
130
131
132
133
134
135
136
137
138 บันไดเชือก (Rope Ladders) การทําบันไดเชือก ทําไดหลายวิธีดังน ี้ วิธีที่ 1 บันไดปม วิธท ี่ 2 วิธีที่ 3 เปนบันไดเชือกประกอบลูกบันไดไมโดยใชผูกปลายไมลูกบันไดทั้ ง 2 ขาง ดวยเง ื่ อนตระกรุดเบ็ด (สลับ ขางหนาหลัง ดังรูป)
139 หรือใชเง ื่ อนคนลาก การใชเช ือกทําสะพานลิง หรือสะพานวี (V – Shaped Monkey Bridge) ประกอบดวยเชือก 3 เสน 1. เสนกลางเปนเชือกเสนขนาดใหญ ใชเดินขาม 2. ริม 2 เสนเปนปากตัว V มีขนาดเล็กกวาเส นแรกใชสําหรับเปนราวเกาะเดนิ เง ื่ อนท ี่ใช เสนกลางผูกดวยเง ื่ อนตระกรุดเบ็ด สวนเสนขางผกดูวยเง ื่ อนกระหวดไม ั
140 บันไดเชือกประกอบไม ( Single Rope Ladder With Sticks) ใชไตสะดวกกวาบนไดปม ั วิธีใชเชือก ผูกมัดเพ ื่ อทําพ ื้นโตะอาหาร ทําท ี่ วางจากและอ ื่ นๆ วิธีที่ 1 พันดวยเชือกเสนเดียว วิธีที่ 2 พันดวยเชือก 2 เสน
141 บันไดปมเชือก (Knotted Rope Ladder) เปนบันไดเชือกแบบงายๆ อีกวิธีหน ึ่ ง สะดวกมากเม ื่อใชไตเชือกลงจากท ี่ สูง เอามือจับตัวเชือกไวแลว คอยๆปลอยเทา ใชฝาเทาทั้ง 2 หนีบเชือกที่ เหยียบปมไวคอยๆปลอยตัวไปที่ละปม บันไดเชือกประกอบแปนไม (Single Rope Ladder With Chocks) ไมที่ใชควรเปนเน ื้ อแข็งเหนียวรับน ้ํ าหนักไดดี
142 บันไดเชือกที่ทําลูกบันไดเปนเชือกพันขดกัน (Rope Ladder Knot) บันไดชนิดน ี้ ใชขึ้ นลงลําบากกวาลูกบันไดที่ทําดวยใม
143
144
145
146
147
148
149 บทท ี่ 12 การสรางงานบุกเบิก
150