The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 18 ภัควรินทร์ แสนชา, 2023-08-23 11:58:25

เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรม โดยไม่ผ่านบุคคลที่สาม

Block Chain

BLOCKCHAIN เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ ธุรกรรม โดยไม่ผ่านบุคคลที่สาม TECHNOLOGY


คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ จัดการอาชีพ รหัสวิชา 30001-2003 เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ ธุรกรรมโดยไม่ผ่านบุคคลที่สาม เช่น ความหมายของ BLOCK CHAIN วิวัฒนาการของเทคโนโลยี BLOCK CHAIN เทคโนโลยี BLOCK CHAIN หลักการทำ งานของเทคโนโลยี BLOCK CHAIN องค์ประกอบของเทคใน โลยี BLOCK CHAIN ประเภทของ BLOCK CHAIN รูปแบบของเครือข่าย BLOCK CHAIN คุณลักษณะพื้นฐานที่สำ คัญของ เทคโนโลยี ประโยชน์ของเทคโนโลยีBLOCK CHAIN การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยี BLOCK CHAIN การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี BLOCK CHAIN วิธีการจัดทำ ฯลฯ โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งเรียนรู้ต่างๆอาทิ เช่น หนังสือ และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)เล่มนี้จะเป็นประโยชน์สำ หรับคนที่สนใจ ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และได้ประโยชน์ จากหนังสือ E-Book เล่มนี้ไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ นางสาวนภัสนันท์ ฉิมขันธ์ นางสาวภัควรินทร์ แสนชา นางสาวมณิสร รอดสกุล


สารบัญ ความหมายของ BLOCK CHAIN…………………………………………………………………… 1 วิวัฒนาการของเทคโนโลยีBLOCK CHAIN…………………………………………………… 3 เทคโนโลยี BLOCK CHAIN………………………………………………………………………… 7 หลักการทำ งานของเทคโนโลยี BLOCK CHAIN………………………………………………10 องค์ประกอบของเทคในโลยี BLOCK CHAIN……………………………………………………15 ประเภทของ BLOCK CHAIN…………………………………………………………………………17 รูปแบบของเครือข่ายBLOCK CHAIN………………………………………………………………22 คุณลักษณะพื้นฐานที่สำ คัญของเทคโนโลยีBLOCK CHAIN…………………………………24 ประโยชน์ของเทคโนโลยีBLOCK CHAIN…………………………………………………………26 การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยี BLOCK CHAIN……………………………………………31 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี BLOCK CHAIN……………………………………………………32


เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นกลไกฐานข้อมูลขั้นสูงที่เปิดรับการแบ่งปันข้อมูลที่โปร่งใสภายในเครือ ข่ายธุรกิจ โดยฐานข้อมูลบล็อกเชนจะจัดเก็บข้อมูลในบล็อกที่เชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ ทั้งนี้ข้อมูลดัง กล่าวจะมีความสอดคล้องกันตามลำ ดับเวลาเนื่องจากคุณไม่สามารถลบหรือแก้ไขลูกโซ่ได้หากไม่ได้ รับฉันทามติจากเครือข่าย ด้วยเหตุนี้ คุณจึงสามารถใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อสร้างบัญชีแยก ประเภทที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้และไม่เปลี่ยนรูปเพื่อติดตามคำ สั่งซื้อ การชำ ระเงิน บัญชี และ ธุรกรรมอื่นๆ ระบบดังกล่าวมีกลไกภายในที่ป้องกันการเพิ่มธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตและสร้างมุม มองของธุรกรรมร่วมเหล่านี้อย่างสม่ำ เสมอ ความหมายของ Blockchain รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ 1 Blockchain คือเทคโนโลยีว่าด้วยระบบ การเก็บข้อมูล (Data Structure) ซึ่งไม่มี ตัวกลาง แต่ข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจะถูกแชร์ และจัดเก็บเป็นสำ เนาไว้ในเครื่องของทุกคนที่ใช้ ฐานข้อมูลเดียวกันเสมือนห่วงโซ่ (Chain)


โดยทุกคนจะรับทราบร่วมกัน ว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง เมื่อมีการอัปเดต ข้อมูลใด ๆ สำ เนาข้อมูลในฐานเดียวกันก็จะอัปเดตตามไปด้วยทันที ทำ ให้การปลอมแปลงข้อมูล ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนต้องรับทราบและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลร่วมกันได้ อีกทั้งไม่มี ระบบล่ม และภัยใด ๆ ก็ไม่อาจทำ ลายอุปกรณ์ในระบบได้พร้อมกัน เช่นเดียวกับการถูกแฮ็กข้อมูล ซึ่งต้องทำ การแฮ็กทุกเครื่องในฐานเดียวกันพร้อม ๆ กัน หรืออย่างน้อยต้องแฮ็กเครื่องที่ถือสำ เนาให้ ได้มากกว่า 51% จึงจะแฮ็กได้สำ เร็จ เทคโนโลยี Blockchain จึงนับว่ายอดเยี่ยมในแง่ของเครดิต นอกจากนี้ ยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามารองรับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) ฯลฯ ให้มีความปลอดภัยด้านข้อมูลมากยิ่งขึ้นด้วย บล็อกเชนคือเทคโนโลยีตัวช่วยด้านความปลอดภัย (Security) และความน่าเชื่อถือ (Trust) ใน การทำ ธุรกรรมการเงินโดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศของธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) สามารถโอนโดยไม่ต้องแปลงสกุลเงินได้เลย บุคคลทั้งสองฝั่ง สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ แม้บุคคลทั้งสองจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บล็อกเชนจึงเหมาะแก่ การนำ ไปประยุกต์ใช้กับการทำ ธุรกรรมออนไลน์ หรือ FinTech เช่น การรับ จ่าย โอน หรือวิเคราะห์ ข้อมูลหุ้นเพื่อตัดสินใจลงทุนบนออนไลน์ ซึ่งมีทั้งความสะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว และสำ คัญที่สุด คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย ที่มาhttps://www.krungsri.com/th/ 2


วิวัฒนาการของเทคโนโลยี Blockchain เทคโนโลยีบล็อกเชนมีต้นกำ เนิดมาจากช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 เมื่อนักวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ชื่อว่า Ralph Merkle จดสิทธิบัตรต้นไม้ Hash หรือต้นไม้ Merkle โดยต้นไม้เหล่านี้ เป็นโครงสร้างวิทยาการคอมพิวเตอร์สำ หรับการจัดเก็บข้อมูลด้วยการเชื่อมโยงบล็อกโดยใช้การเข้า รหัส ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ทางด้านของ Stuart Haber และ W. Scott Stornetta ใช้ ต้นไม้ Merkle เพื่อใช้ระบบที่ไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขการประทับเวลาของเอกสารได้ ซึ่งถือเป็น กรณีตัวอย่างแรกในประวัติศาสตร์ของบล็อกเชน โดยเทคโนโลยียังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 3 ยุคดังต่อไปนี้ๆ ยุคแรก – Bitcoin และสกุลเงินเสมือนอื่นๆ ในปี 2008 บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนิรนามที่รู้จักเพียง ชื่อว่า Satoshi Nakamoto ได้สรุปเทคโนโลยีบล็อกเชนในรูปแบบปัจจุบัน โดยแนวคิดของ Satoshi เกี่ยวกับบล็อกเชน Bitcoin จะใช้บล็อกข้อมูล 1 MB สำ หรับธุรกรรม Bitcoin ซึ่ง คุณสมบัติหลายอย่างของระบบบล็อกเชน Bitcoin ยังคงเป็นหัวใจสำ คัญของเทคโนโลยีบล็อกเชน ในปัจจุบัน ยุคที่สอง – สัญญาอัจฉริยะ ไม่กี่ปีหลังจากสกุลเงินดิจิทัลรุ่นแรกถือกำ เนิดขึ้น นักพัฒนาก็เริ่ม พิจารณาถึงแอปพลิเคชันบล็อกเชนอื่นๆ นอกเหนือจากสกุลเงินดิจิทัล ตัวอย่างเช่น ผู้คิดค้น Ethereum ตัดสินใจใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในธุรกรรมการถ่ายโอนสินทรัพย์ โดยคุณสมบัติสัญญา อัจฉริยะถือเป็นผลงานที่สำ คัญของพวกเขา 2 3


Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนวิธีการทำ ธุรกรรมทุกชนิด และเป็นแพลตฟอร์มใน การทำ ธุรกรรมแบบ peer-to-peer ที่มีการบันทึกข้อมูลรายการธุรกรรมทั้งหมดแบบกระจายศูนย์ ซึ่ง Blockchain ได้ถูกการพัฒนาเป็นครั้งแรกในภาคการเงิน เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำ หรับเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ซึ่งการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Blockchain สามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ ตามขั้นตอนของการพัฒนา ได้แก่ Blockchain1.0, Blockchain2.0, และ Blockchain3.0 โดย “Blockchain 1.0″ หรือการพัฒนาในระยะที่ 1.0 ประกอบด้วยสกุลเงินแบบเสมือน (เงิน ดิจิทัล) เช่น Bitcoin ซึ่งสามารถใช้แทนสกุลเงินจริงได้ เช่นยูโรหรือดอลลาร์ และในวันนี้ Bitcoin ถูกนำ มาใช้ในแอพพลิเคชั่นของ Blockchain และที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดของคนทั่วไป และกำ ลังจะ ถูกนำ มาใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าในความเป็นจริงจะมีการใช้สกุลเงินมากมาย และด้วย ปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้น แต่ส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ยังคงน้อยมาก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่า Bitcoin อาจจะมีความสำ คัญใกล้เคียงกับสกุลเงินต่างๆ ยุคที่สาม – อนาคต ในขณะที่บริษัทต่างๆ ค้นพบและใช้การประยุกต์ใช้ใหม่ๆ เทคโนโลยีบล็อก เชนก็ยังคงพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทต่างๆ กำ ลังแก้ไขข้อจำ กัดของขนาดและการ คำ นวณ และโอกาสที่เป็นไปได้นั้นไร้ขีดจำ กัดในการปฏิวัติด้านบล็อกเชนที่กำ ลังเกิดขึ้น 4


5 การพัฒนา Blockchain ในระยะต่อมา หรือ “Blockchain 2.0” คือการใช้รูปแบบ smart contract โดย “smart contract” หมายถึง กระบวนการทางดิจิทัล ที่กำ หนดขั้นตอนการทำ ธุรกรรมโดยอัตโนมัติไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง อย่างเช่น ธนาคาร ซึ่งการสร้าง smart contract ที่เป็นระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะมีการตกลงกันก่อนหน้า นี้ ถึงขั้นตอน กลไกในการทำ รายการธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งการพัฒนานี้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจ แบบดั้งเดิมของธนาคาร ที่มา https://www.it24hrs.com/ / รูปนี้มาจาก https://www.it24hrs.com/


บริษัทและนักพัฒนา อาจตัดสินใจสร้างแอพพลิเคชั่นของตนบน Blockchain สาธารณะ หรือ Blockchain ส่วนตัว โดยใน Blockchain แบบสาธารณะนั้น ระบบจะไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ เข้าร่วม ตัวอย่างของสกุลเงินที่ใช้ใน Blockchain ได้แก่ Bitcoin และ Ethereum เป็นต้น นอกจากนี้ในระบบ Blockchain แบบส่วนตัวนั้น ผู้เข้าร่วม Blockchain ทั้งหมดจะเป็นที่รู้จัก และ ต้องระบุตัวตนก่อนที่จะได้รับสิทธิ์ให้เข้าใช้ระบบ โดยข้อดีบางประการของ Blockchain แบบส่วน ตัว คือช่วยให้มีโครงสร้างในการกำ กับดูแลง่ายขึ้น และสามารถใช้งานได้โดยมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ กว่า เมื่อเทียบกับแอพพลิเคชั่น Blockchain สาธารณะ ดังนั้นธนาคารและผู้ให้บริการชำ ระเงิน จำ เป็น จะต้องใช้ Blockchain แบบส่วนตัว สำ หรับรูปแบบทางธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถ รักษาระดับในการควบคุมความปลอดภัยได้อย่างมีศักยภาพ ส่วน Blockchain ในยุคถัดไป ที่เรียกว่า “Blockchain 3.0” โดย Blockchain 3.0 คือการพัฒนา แนวคิดเกี่ยวกับ smart contract เพื่อสร้างกระบวนการแบบกระจายศูนย์ที่เป็นอิสระ ที่ต้องมีการ กำ หนดกฎการทำ ธุรกรรมของกลุ่มกันเองและดำ เนินการด้วยความเป็นอิสระ ในรูปแบบธุรกรรม อัตโนมัติ จึงทำ ให้ Blockchain 3.0 สามารถขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ไม่จำ เป็นต้องมี พนักงานในการช่วยทำ ธุรกรรมเลยในอนาคต ที่มา https://www.it24hrs.com/ รูปนี้มาจาก https://www.it24hrs.com/ 6


Blockchain เป็นเทคโนโลยีว่าด้วยระบบการเก็บข้อมูล (Data Structure) ซึ่งไม่มีตัวกลางแต่ข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจะถูกแชร์และจัดเก็บเป็นสำ เนาไว้ในเครื่องของทุกคนที่ ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันเสมือนห่วงโซ่ (Chain) โดยทุกคนจะรับทราบร่วมกัน ว่าใครเป็นเจ้าของและมี สิทธิในข้อมูลตัวจริง เมื่อมีการอัปเดตข้อมูลใด ๆ สำ เนาข้อมูลในฐานเดียวกันก็จะอัปเดตตามไปด้วยทันที ทำ ให้การ ปลอมแปลงข้อมูลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนต้องรับทราบและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ร่วมกันได้ อีกทั้งไม่มีระบบล่ม และภัยใด ๆ ก็ไม่อาจทำ ลายอุปกรณ์ในระบบได้พร้อมกัน เช่นเดียว กับการถูกแฮ็กข้อมูล ซึ่งต้องทำ การแฮ็กทุกเครื่องในฐานเดียวกันพร้อม ๆ กัน หรืออย่างน้อยต้อง แฮ็กเครื่องที่ถือสำ เนาให้ได้มากกว่า 51% จึงจะแฮ็กได้สำ เร็จ เทคโนโลยี Blockchain จึงนับว่าย อดเยี่ยมในแง่ของเครดิต นอกจากนี้ยังเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามารองรับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) ฯลฯ ให้มีความปลอดภัยด้านข้อมูลมากยิ่งขึ้นด้วย เทคโนโลยี Blockchain รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ 7


ฺBlockchain เทคโนโลยี ใช้งานกับธุรกิจ ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Ripple ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Interledger” โดยสถาบันการ เงินหรือธุรกิจที่นำ Blockchain มาใช้ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมกับ Ripple ซึ่งมีสถานะเหมือนกับ Consortium Blockchain ก่อนเมื่อปลายปี 2017 ทางธนาคารกรุงศรีฯ ได้ลองนำ นวัตกรรม Krungsri Blockchain Interledger มาให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศสำ หรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ซึ่งถือเป็นลูกค้า Blockchain รายแรกของไทย ระหว่างบริษัท ไออาร์พีซี จำ กัด (มหาชน) กับคู่ค้า ในต่างประเทศของไออาร์พีซี ซึ่งมีผลตอบรับจากกลุ่มธุรกิจค่อนข้างดี กระทั่งล่าสุดทางกรุงศรีฯ ได้ประกาศถึงความสำ เร็จอีกครั้ง เกี่ยวกับการนำ ร่องการโอนเงิน ระหว่างประเทศไทย-สิงคโปร์แบบเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน Interledger ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก MUFG Bank (มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนลเชียล กรุ๊ป) สถาบันการเงินใหญ่ ที่สุดในญี่ปุ่น และธนาคาร Standard Chartered ประเทศสิงคโปร์ ตลอดจนได้รับการทดสอบ ระบบใช้งานนานถึง 9 เดือน บล็อกเชน x กรุงศรี Krungsri Blockchain Interledger คือ นวัตกรรมBlockchainธนาคารไทยที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาร่วมมือกับRipple ในการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ 8


ซึ่งในอนาคตบล็อกเชนน่าจะเข้ามามี บทบาทตั้งแต่ระดับธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) และธุรกิจต่อลูกค้ากลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (B2C : Business-to-Consumer) เพื่อให้การทำ ธุรกรรมทางการเงิน ตลอดจนกระบวนการ ถอนเงินจาก Blockchain เข้าธนาคารมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง Krungsri Blockchain Interledger จะเป็นหนึ่งในบริการบล็อกเชนที่ กลุ่มธุรกิจควรจับตามอง เพื่อการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างเท่าทันยุคดิจิทัล รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ รูปนี้มาจาก https://www.krungsri.com/th/ ที่มา https://www.krungsri.com/th/ 9 ผ่าน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เรียบร้อยแล้ว ว่าสามารถประหยัด ต้นทุนได้ถึง 50% ทำ ให้เกิดสภาพคล่องด้านธุรกรรมการเงินของกลุ่มบริษัทในเครือ ตรวจสอบง่าย รวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที และไม่ต้องเสี่ยงกับอัตราผันผวนของค่าเงิน ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างการใช้ Blockchain ในไทยที่ประสบความสำ เร็จเป็นอย่างมาก


หลักการทำ งานของ เทคโนโลยี Blockchain Blockchain แต่ละ Node จะมีจำ นวน Record ที่เก็บไว้ใน Blockchain ตั้งแต่เริ่มการทำ งาน สำ หรับ Bitcoin แล้ว ข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งหมด ซึ่งถ้า Node ใด Node หนึ่งเกิด Error ขึ้นมา มันสามารถนำ ข้อมูลจาก Node อื่น ๆ อีกเป็นพัน ๆ Node มาแก้ไข ข้อมูลของตัวเองให้ถูกต้องได้ ด้วยจุด ๆ นี้ทำ ให้เราบอกได้ว่า เราไม่สามารถใช้ Node เพียงไม่กี่ Node ในการแก้ไขข้อมูลเพื่อให้กระทบกับ Transaction Record โดยรวมทั้งหมดได้ ซึ่งแปลว่า แก้ไข หรือบิดเบือนข้อมูลได้ยากนั่นเอง ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งอยากที่จะเจาะระบบของ Bitcoin transaction record จะต้องทำ ให้ ทุก Node มีข้อมูลชุดเดียวกันให้ได้ ซึ่งทำ ได้ยากมาก ๆ ทำ ให้ระบบมีความโปร่งใสในทุก ๆ ธุรกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งจากแนวคิดของ Bitcoin แล้วเราสามารถนำ ไอเดียนี้ไปใช้กับการจัดเก็บข้อมูล อื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาทางกฎหมาย, ID Card หรือคลังสินค้าของบริษัทแต่ก็ใช่ว่าระบบนี้จะ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้นะครับ การที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้นั่น ระบบจะต้องเห็นพ้อง ร่วมกันว่าข้อมูลนี้ต้องเปลี่ยน โดยมองจาก Transaction จะต้องเหมือนกัน 51% ขึ้นไป ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งอยากที่จะเจาะระบบของ Bitcoin transaction record จะต้องทำ ให้ทุก Node มีข้อมูลชุดเดียวกันให้ได้ ซึ่งทำ ได้ยากมาก ๆ ทำ ให้ระบบมีความโปร่งใสในทุก ๆ ธุรกรรมที่ เกิดขึ้น ซึ่งจากแนวคิดของ Bitcoin แล้วเรา สามารถนำ ไอเดียนี้ไปใช้กับการจัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ 10


ฉะนั้น Decentralization ถ้าแปลแบบภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือ ไม่มีศูนย์กลางในการ ควบคุม ทุกคนที่ทำ ธุรกรรมจะได้รับข้อมูลชุด ๆ เดียวกัน ทำ ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถโจมตีได้ ยากเพราะจะต้องบิดเบือนข้อมูลธุรกรรมนั้นให้มากกว่า 51% ของข้อมูลที่มี รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ Blockchain คือวิธีการเก็บข้อมูลบัญชีรูปแบบหนึ่ง นึกภาพง่าย ๆ ว่า พอมีธุรกรรม Transaction ใหม่ ๆ เข้ามา มันก็จะถูกกองรวม ๆ กันไว้ พอได้จำ นวนหนึ่งเราก็จะจัดบรรจุ ธุรกรรมเหล่านั้นลงกล่องบัญชี (Block) และทำ การปิดกล่อง พอเราปิดกล่องเสร็จ เราก็จะได้กล่อง ใหม่หรือ Block ใหม่ขึ้นมา 11


บุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำ ธุรกรรม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำ ธุรกรรม ช่วงเวลาที่มีการทำ ธุรกรรม สถานที่ที่มีการทำ ธุรกรรม สาเหตุที่มีการทำ ธุรกรรม จำ นวนสินทรัพย์ที่มีการแลกเปลี่ยน จำ นวนเงื่อนไขเบื้องต้นที่บรรลุระหว่างการทำ ธุรกรรม แม้ว่ากลไกบล็อกเชนพื้นฐานจะมีความซับซ้อน แต่เราจะให้ภาพรวมโดยย่อในขั้นตอนดังต่อไป นี้ โดยซอฟต์แวร์บล็อกเชนสามารถดำ เนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ได้โดยอัตโนมัติ: ขั้นตอนที่ 1 – บันทึกธุรกรรม ธุรกรรมในบล็อกเชนจะแสดงการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ที่จับต้องได้หรือดิจิทัลจากฝ่ายหนึ่งไปยัง อีกฝ่ายหนึ่งในเครือข่ายบล็อกเชน โดยจะบันทึกเป็นบล็อกข้อมูลและอาจมีรายละเอียดต่างๆ เช่น ขั้นตอนที่ 2 – รับฉันทามติ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ในเครือข่ายบล็อกเชนแบบกระจายต้องยอมรับว่าธุรกรรมที่บันทึกไว้นั้นถูกต้อง ซึ่งกฎของข้อตกลงอาจแตกต่างกันไปตามประเภทของเครือข่าย แต่โดยทั่วไปแล้วจะกำ หนดขึ้นใน ช่วงเริ่มต้นของเครือข่าย รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ 12


ขั้นตอนที่ 3 – เชื่อมโยงบล็อก เมื่อผู้เข้าร่วมบรรลุฉันทามติแล้ว ระบบจะเขียน ธุรกรรมบนบล็อกเชนเป็นบล็อกที่เปรียบเสมือน หน้าของสมุดบัญชีแยกประเภท นอกจากธุรกรรม แล้ว แฮชที่เข้ารหัสยังได้รับการผนวกเข้ากับบล็อก ใหม่ด้วย โดยแฮชทำ หน้าที่เป็นห่วงโซ่ที่เชื่อมโยง บล็อกเข้าด้วยกัน หากเนื้อหาของบล็อกถูกแก้ไข โดยเจตนาหรือโดยไม่ได้เจตนา รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ ดังนั้นบล็อกและห่วงโซ่จึงเชื่อมโยงกันอย่างปลอดภัย และคุณไม่สามารถแก้ไขได้ บล็อกเพิ่มเติม แต่ละบล็อกจะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การตรวจสอบบล็อกก่อนหน้า รวมถึงบล็อกเชนทั้งหมด ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนการเรียงบล็อกไม้เพื่อต่อเป็นหอคอย โดยคุณสามารถวางบล็อกทับซ้อนกันได้ เท่านั้น และหากคุณนำ บล็อกออกจากส่วนกลางของหอคอย หอคอยทั้งหมดก็จะพังลงมา ขั้นตอนที่ 4 – แบ่งปันบัญชีแยกประเภท ระบบจะแจกจ่ายสำ เนาล่าสุดของบัญชีแยกประเภทให้แก่ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ค่าแฮชจะเปลี่ยนไป ซึ่งทำ ให้มีวิธีในการตรวจจับการดัดแปลงแก้ไขข้อมูล ที่มา https://aws.amazon.com/ 13


รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ ด้านธนาคารและการเงิน อุตสาหกรรมนี้เป็นอันดับแรกเลย หากพูดถึง Blockchain ตัวอย่างการใช้งานคือ การฝากเช็คในช่วงเวลาทำ การของธนาคาร ถ้าคุณไปฝากวันศุกร์ก่อนที่ธนาคารจะปิด คุณต้องรอธนาคารเปิดในวันจันทร์ก่อนที่เงินจะเข้าบัญชี ซึ่งปกติถ้าเป็นการฝากเช็คก็จะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 วันทำ การ แต่ถ้ามีการเอา Blockchain มาใช้ร่วมด้วย ผู้ใช้บริการจะใช้เวลาที่สั้นลงในการทำ ธุรกรรม เนื่องจากธนาคารสามารถที่จะแลกเปลี่ยนธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงิน หรือ ผู้ที่ออกเช็คอื่น ๆ ได้ อย่างรวดเร็วเพราะมีข้อมูลของเจ้านั่นอยู่แล้ว ทำ ให้ลูกค้าไม่ต้องเอาเงินไปจมระหว่างทางที่รอ ธุรกรรมดำ เนินการเสร็จ (แต่บ้านเราเป็นประเทศที่มีการใช้ Mobile Banking ติดอันดับโลกอยู่แล้ว ทำ ให้มองว่าปัญหานี้อาจจะกระทบกับผู้ใช้งานบางส่วนเท่านั้น) ที่มา https://blog.cloudhm.co.th/what-is-blockchain/ 14


องค์ประกอบของเทคโนโลยี Blockchain . เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ทำ ให้สมาชิกในเครือข่ายสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานงาน และทำ ธุรกรรมระหว่างกันได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใด ๆ การทำ ธุรกรรมจะ ถูกบันทึกเพียงครั้งเดียว ขจัดความซ้ำ ซ้อนของความพยายามซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครือข่ายธุรกิจ แบบดั้งเดิม . Immutable เป็นคุณสมบัติสำ คัญของเทคโนโลยี Blockchain คือ การเป็นฐานข้อมูลที่ไม่สามารถ แก้ไข, เปลี่ยนแปลง, และแทรกแซงได้ เมื่อบันทึกข้อมูลลงไปแล้ว . Smart contract คือสัญญาที่ดำ เนินการเองโดยอัตโนมัติเมื่อมีเงื่อนไขของข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายที่เขียนลงในโค้ดโดยตรง รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ ข้อดีของ สำ หรับอุตสาหกรรมประกัน ภัย นวัตกรรมทางเทคโนโลยีล่าสุดเช่น blockchain และ สัญญาอัจฉริยะหรือ Smart contract ได้แสดงให้เห็นถึง ศักยภาพในการช่วยแก้ปัญหารากฐานของความโปร่งใส รวม ถึงปรับปรุงกระบวนการประกันภัยทั้งหมดและทําให้การ ประกันภัยทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้สําหรับผู้บริโภคที่เข้าไม่ถึง - การประกันในปัจจุบันอาศัยการตีความของผู้ตรวจสอบการเรียกร้องค่าสินไหมแต่ Smart contract จะดําเนินการโดยตรงจากข้อมูล ตัวอย่างเช่น การจ่ายเงินประกันพืชผลสามารถถูกเรียกใช้โดยข้อมูล สภาพอากาศสร้างกระบวนการอัตโนมัติตามทริกเกอร์ ผู้ให้บริการประกันภัยสามารถได้รับหลักฐานที่ ตรวจสอบได้ว่าการเรียกร้องเกิดขึ้นเนื่องจากใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่นอุปกรณ์ IoT หรือ APIs ต่าง ๆ 15


สัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) สามารถทำ งานได้แบบอัตโนมัติและจัดเก็บข้อมูลในเครือ ข่ายแบบกระจายอำ นาจอย่าง blockchain จึงเร็วกว่า ถูกกว่า และมีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาด น้อยกว่า Smart contract สำ หรับอุตสาหกรรมประกันภัยมีเป้าหมายเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายที่ เกี่ยวข้องกับระบบประกันภัย ทำ ให้ผู้ซื้อประกันในรูปแบบของเบี้ยประกันที่ต่ำ กว่าและการจ่ายค่า สินไหมที่เร็วขึ้นมาก Smart contract ช่วยนําสัญญาประกันภัยทางกายภาพมาสู่โลกดิจิทัล แต่ยังสามารถเปิดใช้ งานได้รวดเร็วและทำ งานโดยอัตโนมัติช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการต่างๆ มากขึ้น เนื่องจากรูปแบบการประกันภัยแบบดั้งเดิมขึ้นอยู่กับความไว้วางใจและบังคับใช้กันทั่วไปโดย ระบบกฎหมาย ผู้คนหรือคนงานทั่วโลกอาจไม่สามารถเข้าถึงแหล่งประกันที่เชื่อถือได้ การประกันภัย บน Blockchain เป็นโอกาสที่ดีสําหรับผู้คนที่ไม่มีสิทธิได้เข้าถึงประกันภัยได้ ตั้งแต่ชาวประมงไป จนถึงเกษตรกรในการเข้าถึงการประกันภัยที่เชื่อถือและมีประสิทธิภาพได้ เพื่อให้สัญญาอัจฉริยะมีความสามารถขั้นสูงที่สามารถแทนที่และปรับปรุงโครงสร้างการประกันภัย แบบดั้งเดิมได้จําเป็นต้องมีการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยโปร่งใสและรักษาความเป็นส่วนตัวกับข้อมูล ภายนอก เช่น IoT , API เพื่อเรียกใช้ Smart contract และการเข้าถึงระบบอื่น ๆ เพื่อเข้าถึง ข้อมูลบางอย่าง 16


Blockchain เพิ่มความโปร่งใสในระดับสูงในทุกระดับซึ่งช่วยเชื่อมช่องว่างความโปร่งใสระหว่างผู้ ให้บริการประกันภัยและผู้ถือกรมธรรม์สําหรับการประกันภัยทุกรูปแบบได้ Smart contract เป็น หัวใจสําคัญของการประกันภัยบน blockchain ที่ดําเนินการโดยอัตโนมัติจึงไม่จําเป็นต้องใช้ แรงงานคน โปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้โดยทั้งผู้ถือกรมธรรม์และผู้ให้บริการประกันภัย ที่มา http://www.ajtonrak.com/ ประเภทของ Blockchain รูปนี้มาจาก https://www.coinex.com/th/ 1.Public Blockchain : เป็นบล็อกเชน สาธารณะเป็นเครือข่ายแบบเปิดและกระจายอำ นาจ ที่ทุกคนสามารถเข้าร่วม เข้าร่วม และตรวจสอบ ธุรกรรมได้ พวกเขาไม่มีอำ นาจส่วนกลางและอาศัย กลไกที่เป็นเอกฉันท์ เช่น การพิสูจน์ผลงาน (PoW) หรือหลักฐานการมีส่วนได้ส่วนเสีย (PoS) เพื่อตรวจสอบและยืนยันการทำ ธุรกรรม Bitcoin และ Ethereum เป็นตัวอย่างของบล็อกเชน สาธารณะ Public blockchain network เช่น Bitcoin , Ethereum , BNB Chain ซึ่งต่างเป็น Blockchain ยอดนิยมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย 17


2.Private Blockchain เป็นบล็อกเชนส่วนตัวหรือที่เรียกว่าบล็อกเชนที่ได้รับอนุญาตเป็น เครือข่ายที่จำ กัดซึ่งผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมและตรวจสอบธุรกรรมได้ บล็อกเชนส่วนตัวมักใช้ภายในองค์กรหรือสมาคมเพื่ออำ นวยความสะดวกในการแบ่งปันข้อมูลและ การทำ งานร่วมกันที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การควบคุมการเข้าถึงและการกำ กับดูแลได้รับการ จัดการโดยหน่วยงานส่วนกลางหรือกลุ่มหน่วยงาน Private blockchain network ได้แก่ Ripple (XRP) เครือข่ายแลกเปลี่ยนสกุลเงินเสมือนระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ 3.Consortium Blockchain เป็นบล็อกเชนลูกผสมระหว่างบล็อกเชนสาธารณะและส่วนตัว พวกเขาถูกควบคุมโดยสมาคมหรือกลุ่มองค์กรที่ทำ งานร่วมกันเพื่อตรวจสอบธุรกรรมและดูแลเครือ ข่ายบล็อกเชน Consortium blockchains ให้ความสมดุลระหว่างการกระจายอำ นาจและการ ควบคุม ทำ ให้เหมาะสำ หรับอุตสาหกรรมที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายทำ งานร่วมกันในขณะที่ รักษาระดับความไว้วางใจและความเป็นส่วนตัว 4.Hybrid Blockchain เป็นบล็อกเชนแบบไฮบริดรวมองค์ประกอบของบล็อกเชนทั้งแบบ สาธารณะและแบบส่วนตัว พวกเขาอนุญาตให้ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนและการควบคุมส่วน ตัวในบางแง่มุมของเครือข่ายบล็อกเชน บล็อกเชนแบบไฮบริดมักใช้เพื่อใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน สาธารณะ เช่น ความโปร่งใสและความปลอดภัย ในขณะที่รักษาความเป็นส่วนตัวและการควบคุมที่ จำ เป็นสำ หรับกรณีการใช้งานเฉพาะ 18


5.Permissionless Blockchain : Permissionless blockchains หรือที่เรียกว่า open blockchains คือ blockchains สาธารณะที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมและมีส่วนร่วมในเครือข่าย โดยไม่ต้องขออนุญาต บล็อกเชนเหล่านี้มีลักษณะที่เปิดกว้าง โปร่งใส และครอบคลุม ทำ ให้สามารถ ใช้งานและกรณีการใช้งานได้หลากหลาย 6.Permissioned Blockchain เป็นบล็อกเชนที่ได้รับอนุญาตหรือที่เรียกว่าบล็อกเชนแบบปิด คือบล็อกเชนส่วนตัวหรือบล็อกเชนแบบกลุ่มที่ผู้เข้าร่วมต้องได้รับอนุญาตเพื่อเข้าร่วมและตรวจ สอบการทำ ธุรกรรม บล็อกเชนที่ได้รับอนุญาตจะให้การควบคุมผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่สูงขึ้น ทำ ให้มี การกำ กับดูแล ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการปรับขนาดที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เหล่านี้คือบล็อกเชนประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทนำ เสนอคุณสมบัติเฉพาะและตอบสนอง ความต้องการที่แตกต่างกันของอุตสาหกรรมและกรณีการใช้งานต่างๆ 19


Access Permissions : บล็อกเชนสาธารณะเป็นแบบเปิดและไม่มีการอนุญาต ทำ ให้ทุกคน สามารถเข้าร่วมและตรวจสอบธุรกรรมได้ ในทางกลับกัน บล็อกเชนส่วนตัวและกลุ่มสมาคมมี การจำ กัดการเข้าถึงและต้องได้รับอนุญาตเพื่อเข้าร่วมและทำ ธุรกรรม บล็อกเชนที่ได้รับ อนุญาตจะให้การควบคุมการเข้าถึงแก่ผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาต Decentralization : บล็อกเชนสาธารณะมักจะกระจายอำ นาจมากกว่า เนื่องจากมีโหนด อิสระจำ นวนมากกระจายอยู่ทั่วเครือข่าย บล็อกเชนส่วนตัวและกลุ่มบริษัทมีโครงสร้างการ กำ กับดูแลแบบรวมศูนย์หรือกึ่งรวมศูนย์ โดยที่องค์กรส่วนกลางหรือกลุ่มองค์กรควบคุมเครือ ข่าย Transparency : บล็อกเชนสาธารณะมีความโปร่งใสสูง เนื่องจากทุกคนสามารถดูและตรวจ สอบธุรกรรมทั้งหมดที่บันทึกไว้ในบล็อกเชนได้ บล็อกเชนส่วนตัวและกลุ่มสมาคมอาจมีระดับ ความโปร่งใสที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสิทธิ์การเข้าถึงและข้อกำ หนดความเป็นส่วนตัวของผู้เข้า ร่วม ประเภทของ blockchain แตกต่างกัน บล็อกเชนประเภทต่างๆ นั้นแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะ สิทธิ์การเข้าถึง และกรณีการใช้งาน รายละเอียดของความแตกต่างของประเภทบล็อกเชน 1. 2. 3. 20


4.Scalability : บล็อกเชนสาธารณะมักเผชิญกับความท้าทายด้านความสามารถในการปรับ ขนาดเนื่องจากลักษณะที่เปิดกว้างและกลไกที่เป็นเอกฉันท์ที่ใช้ บล็อกเชนส่วนตัวและกลุ่มบริษัท สามารถนำ เสนอความสามารถในการปรับขยายที่สูงขึ้นเนื่องจากมีขนาดเครือข่ายที่เล็กกว่าและ สามารถใช้กลไกฉันทามติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของพวก เขา 5.Privacy : บล็อกเชนสาธารณะมีความเป็นส่วนตัวจำ กัด เนื่องจากผู้เข้าร่วมทุกคนสามารถ มองเห็นรายละเอียดธุรกรรมได้ บล็อกเชนส่วนตัวและกลุ่มบริษัทให้ความสำ คัญกับความเป็นส่วน ตัวและสามารถใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การเข้ารหัสหรือการเปิดเผยแบบเลือก เพื่อปกป้องข้อมูลที่ ละเอียดอ่อน 6.Use Cases : บล็อกเชนสาธารณะมักเกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies และแอพพลิเคชั่น แบบกระจายอำ นาจ (DApps) ที่ต้องการการมีส่วนร่วมแบบเปิดและความโปร่งใส บล็อกเชนส่วน ตัวและกลุ่มบริษัทมักถูกนำ มาใช้ในอุตสาหกรรมที่ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การปฏิบัติตามข้อ กำ หนด และการควบคุมการเข้าถึงเป็นสิ่งสำ คัญ เช่น การเงิน ซัพพลายเชน การดูแลสุขภาพ และ ภาครัฐ สรุปได้ว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทดิจิทัลแบบกระจายศูนย์และกระจายที่ช่วยให้ สามารถเก็บบันทึกและตรวจสอบธุรกรรมได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส ทำ งานบนเครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าโหนด โดยแต่ละโหนดจะรักษาสำ เนาของบล็อกเชนทั้งหมด คุณสมบัติหลัก ของบล็อกเชน ได้แก่ การกระจายอำ นาจ ความโปร่งใส ความปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 21


และการใช้กลไกที่เป็นเอกฉันท์ บล็อกเชนแต่ละประเภทนำ เสนอระดับการกระจายอำ นาจ ความ โปร่งใส ความสามารถในการปรับขนาด และความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งตอบสนองความ ต้องการในอุตสาหกรรมและกรณีการใช้งานต่างๆ การเลือกประเภทที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัย ต่างๆ เช่น ระดับการมีส่วนร่วมที่ต้องการ ความละเอียดอ่อนของข้อมูล การกำ กับดูแล และข้อ พิจารณาด้านกฎระเบียบ ที่มาhttps://www.coinex.com/th/ รูปแบบของเครือข่าย Blockchain รูปแบบของเครือข่ายBlockchain เครือข่ายแบบกระจายศูนย์หรือแบบกระจายในบล็อกเชนมี 4 ประเภทหลัก ได้แก่ 1.เครือข่ายบล็อกเชนแบบเปิดสาธารณะ เครือข่ายบล็อกเชนแบบเปิดสาธารณะเป็นระบบเปิดและอนุญาตให้ทุกคนเข้าร่วมได้ สมาชิกทุก คนในบล็อกเชนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการอ่าน แก้ไข และตรวจสอบความถูกต้องของบล็อกเชน โดย ผู้คนส่วนใหญ่ใช้บล็อกเชนสาธารณะเพื่อแลกเปลี่ยนและขุดสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เช่น Bitcoin, Ethereum และ Litecoin รูปนี้มาจาก https://www.coinex.com/th/ 22


2.เครือข่ายบล็อกเชนแบบปิด องค์กรเดียวควบคุมบล็อกเชนแบบปิดหรือที่เรียกว่าบล็อกเชนที่มีการจัดการ โดยผู้มีอำ นาจกำ หนด ว่าบุคคลใดสามารถเป็นสมาชิกได้และมีสิทธิ์ใดบ้างในเครือข่าย ทั้งนี้บล็อกเชนแบบปิดมีการกระจา ยศูนย์เพียงบางส่วนเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำ กัดในการเข้าถึง Ripple ซึ่งเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยน สกุลเงินดิจิทัลสำ หรับธุรกิจ คือตัวอย่างของบล็อกเชนแบบปิด 3.เครือข่ายบล็อกเชนแบบไฮบริด เครือข่ายบล็อกเชนแบบไฮบริดรวมองค์ประกอบต่างๆ จากทั้งเครือข่ายแบบปิดและแบบเปิด สาธารณะ บริษัทต่างๆ สามารถตั้งค่าระบบแบบปิดที่ใช้สิทธิ์การได้รับอนุญาตควบคู่ไปกับระบบ แบบเปิดได้ ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจึงควบคุมการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่จัดเก็บไว้ในบล็อกเชนได้ในขณะที่ ยังคงให้สาธารณะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เหลือได้ โดยพวกเขาใช้สัญญาอัจฉริยะเพื่อให้สมาชิก สาธารณะตรวจสอบว่าธุรกรรมส่วนตัวเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ ตัวอย่างเช่น บล็อกเชนแบบไฮบริด สามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงสกุลเงินดิจิทัลแก่สาธารณะได้ในขณะที่ยังคงควบคุมสกุลเงินที่ธนาคาร เป็นเจ้าของให้เป็นส่วนตัวได้ 4.ครือข่ายบล็อกเชนแบบเฉพาะกลุ่ม กลุ่มองค์กรควบคุมเครือข่ายบล็อกเชนของกลุ่ม โดยองค์กรที่เลือกไว้ล่วงหน้ามีหน้าที่รับผิดชอบใน การดูแลรักษาบล็อกเชนและกำ หนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล อุตสาหกรรมที่หลายองค์กรมีเป้าหมาย ร่วมกันและได้รับประโยชน์จากความรับผิดชอบร่วมกัน มักจะชื่นชอบเครือข่ายบล็อกเชนแบบ เฉพาะกลุ่ม ตัวอย่างเช่น Global Shipping Business Network Consortium เป็นกลุ่มความ ร่วมมือบล็อกเชนที่ไม่แสวงหาผลกำ ไรซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำ ให้อุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเล เป็นแบบดิจิทัล และเพิ่มการทำ งานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเดินเรือ ที่มา https://aws.amazon.com/th/ 23


คุณลักษณะพื้นฐานที่สำ คัญที่สุดของเทคโนโลยี Blockchain การจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Block โดยเชื่อมต่อแต่ละ Block ด้วย Hash Function และ กระจายให้ทุก ๆ Node เก็บ ทำ ให้เกิดคุณสมบัติที่สำ คัญของ Blockchain 3 ประการ คือ ความถูก ต้องเที่ยงตรงของข้อมูล (Data Integrity)ความโปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูล (Data Transparency) และความสามารถในการทำ งานได้อย่างต่อเนื่องของระบบ (Availability) (Serrano, 2017) ความถูกต้องเที่ยงตรงของข้อมูล (Data Integrity) เนื่องจากการเชื่อมโยง Block ปัจจุบันและ Block ก่อนหน้าด้วย Hash Function และทำ การกระจายให้ทุก Node เก็บ ทำ ให้ข้อมูลที่ถูก บันทึกลงใน Blockchain แล้วไม่สามารถแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ (Immutability) ดังนั้น หากมีความพยายามในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ถูกบันทึกลงใน Block แล้วจะทำ ให้ทราบ ได้ทันทีเนื่องจากข้อมูลใน Node ดังกล่าวจะมีข้อมูลที่ต่างออกไปจาก Node อื่น ๆ ในระบบ และ ไม่สามารถสร้างConsensus กับ Node อื่นได้ ทำ ให้ถูกแยกออกจาก Chain หลักไปในที่สุดความ โปร่งใสในการเข้าถึงข้อมูล (Data Transparency) เนื่องจากทุก Node ในระบบ Blockchain จะเก็บข้อมูลเดียวกันทั้งหมดโดยไม่มี Node ใด Node หนึ่งเป็นตัวกลางที่มีอำ นาจแต่เพียงผู้เดียว ในการเก็บข้อมูล ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลใด ๆ จึงทำ ได้จาก Node ตัวเองทันทีโดยไม่จำ เป็นต้อง ร้องขอข้อมูลจากตัวกลาง จึงเรียกว่าเป็นระบบที่มีความโปร่งใส่ในการเข้าถึงข้อมูลสูงมาก เนื่องจาก ทุก Node ในระบบ Blockchain 24


จะเก็บข้อมูลเดียวกันทั้งหมดจึงสามารถทำ งานทดแทนกันได้เมื่อมี Node ที่ไม่สามารถให้ บริการได้ในขณะนั้นโดยระบบจะทำ การคัดลอกสำ เนาข้อมูลให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกันเมื่อ Node กลับขึ้นมาให้บริการได้อีกครั้ง ที่มา https://cio.mhesi.go.th/sites/default/files/docu 25


ประโยชน์ของเทคโนโลยี Blockchain Blockchaain คือ เทคโนโลยีที่สามารถนำ ไปใช้งานได้หลากหลายในอุตสาหกรรมการเงินและการธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในการโอนและชำ ระเงิน หรือการใช้งานในตลาดเงินและตลาดทุน มันมีประโยชน์ยังไบ้าง 1.การโอนเงิน ชำ ระเงิน การโอนเงินชำ ระเงินทั้งภายในถือเป็นกรณีการใช้งานที่แพร่หลายที่สุดของ Blockchain ซึ่งการโอนเงินในลักษณะนี้มีหลายรูปแบบ และรวมไปถึงการสร้างเงินสกุลดิจิทัลขึ้นมาใหม่ หรือ เปลี่ยนเงินสกุลเดิมให้กลายเป็นเงินดิจิทัล ก่อนที่จะนำ ใช้งานในรูปแบบเดียวกับ Bitcoin แต่มักจะอยู่ในระบบ ปิด (พร้อมด้วยข้อจำ กัดต่าง ๆ มากมาย) ซึ่งแตกต่างจากระบบเปิดอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum ประโยชน์ ของระบบลักษณะนี้คือ การช่วยลดเวลาในการทำ ธุรกรรม เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มความสามารถในการ บันทึกข้อมูลเพิ่อการตรวจสอบต่อไป ส่วนระบบการโอนเงิน/ชำ ระเงินข้ามประเทศแบบที่ใช้ดั้งเดิมนั้น มีปัญหา เรื่องประสิทธิภาพเนื่องจากเป็นระบบเอกสารที่ซับซ้อนซึ่งต้องการมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องเยอะ (เช่น ตรวจสอบ อัตราแลกเปลี่ยน) การนำ Blockchain หรือเทคโนโลยี Distributed Ledger อื่นมาใช้ จะช่วย “ออโตเมต” ขั้นตอนเหล่านี้ได้ ซึ่งช่วยลดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอันเป็นไปตามมาตรฐานของ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ได้ ซึ่งปัจจัยหลังสุดมีความสำ คัญมากในประเทศที่รัฐบาลควบคุมการไหลเข้า รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ 2.การซื้อขายพันธบัตรและหุ้น กระบวนการซื้อ ขายพันธบัตรนั้นประกอบไปด้วยขั้นตอนที่เป็น อัตโนมัติและขั้นตอนที่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง อีก ทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน นั่นทำ ให้บางครั้ง กระบวนการนี้ใช้เวลามากถึง 7 วันในการทำ และ ยืนยันธุรกรรม 26


แพลตฟอร์มในปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการรองรับปริมาณธุรกรรมมหาศาล และความถี่ของการ ทำ ธุรกรรมในตลาดหุ้นของประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสิงคโปร์และฮ่องกงได้ แต่สามารถรองรับการซื้อขายหุ้นในตลาดของประเทศกำ ลังพัฒนาในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ เช่น ตลาดหลักทรัพย์พม่า ที่มีการตรวจสอบ (Reconcile) หลักประกันระหว่างผู้รับบริการและสำ นักหัก บัญชี เพียงแค่ 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งในสถานการณ์ลักษณะนี้ Blockchain จะมีประโยชน์มากเพราะไม่ ต้องการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศที่ซับซ้อน (เช่นพื้นที่เก็บข้อมูลและดาต้าเซ็นเตอร์) หรือ Blockchain ยังสามารถใช้ในการทำ backup ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การนำ Blockchain มาใช้จึงก่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลทั้งในเรื่องของการลด จำ นวนพนักงานที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง และนำ ไปสู่ การลดต้นทุนได้ในที่สุด สำ หรับการซื้อขายหุ้น ประสิทธิภาพและความสามารถของ Blockchain 3.การชำ ระแบบ Peer to Peer และการส่งเงินกลับประเทศ การเพิ่มขึ้นของ “Mobile Wallet” ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน นำ มาซึ่งปัญหาการเชื่อมต่อกันระหว่างผบริการแอปพลิเคชันแต่ละ ตัวและปัญหาการเชื่อมต่อกับระบบธนาคาร เพราะระบบส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการเป็นระบบปิดและ ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ Blockchain สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งสามารถใช้เป็นระบบที่ทำ งาน อยู่เบื้องหลังการทำ ธุรกรรมข้ามแอปพลิเคชัน รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ 27


Mobile Wallet ต่างชนิดกันสามารถรับส่งเงิน ระหว่างกันได้ รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ P2P Transfer หรือ Peer-to-peer Transfer คือการโอนเงินหรือการชําระเงินทางตรงผ่านทาง อิเล็กทรอนิกส์จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง โดยในปัจจุบันมี FinTech เข้ามาให้บริการจํานว นมากและมีจํานวน ผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก FinTech มีขั้นตอนกระบวนการที่ไม่ยุ่งยาก ค่า ธรรมเนียมการโอนหรือชําระเงิน ถูกกว่าการโอนผ่านสถาบันการเงิน และยังสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ผ่านแพลตฟอร์มในคอมพิวเตอร์หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ทําให้สามารถใช้บริการได้สะดวกรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง ในปัจจุบันโลกมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้รองรับกับ พฤติกรรมและความ ต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ธุรกิจและ อุตสาหกรรมในประเภทเดียวกัน ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันต้องตายลงไป เราเรียกการเปลี่ยนแปลงนี่ ว่า Disruptive Technology ซึ่งธุรกิจการบริการทางการเงินก็ตกเป็นเป้าหมายสําคัญจากการ Disruptive ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการให้บริการ โอนเงินที่มีการพัฒนาการบริการในรูปแบบใหม่ขึ้น มาที่มีชื่อเรียกว่า P2P Transfer โดยผู้ที่พัฒนาระบบเป็นเพียงกลุ่มบุคคลหรือบริษัทขนาดกลางและ ขนาดเล็กที่เรียกกันว่า Fintech ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการโอนเงินส่วนบุคคล การชําระเงิน และการโอนเงินระหว่างประเทศให้เปลี่ยนไป และสร้างผลกระทบต่อรายได้และอาจท าให้บริการด้าน นี้ของสถาบันการเงินหมดความสําคัญลงไปในอนาคต 28


อีกทั้งยังมีระดับความปลอดภัยที่สูงและสามารถตรวจสอบประวัติการทำ ธุรกรรมระหว่างกันได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้แพลตฟอร์มประเภทนี้กันอย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อย ๆ ในภูมิภาคอาเซียนและ ฮ่องกง โดยผู้ใช้หลักคือกลุ่มแรงงานที่ออกไปทำ งานนอกประเทศ โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้มักอยู่ใน รูปแบบของโมบายล์แอปพลิเคชัน และไม่เกี่ยวข้องกับระบบธนาคาร โดยผู้ใช้งานสามารถส่งเงินได้ อย่างรวดเร็วขึ้นโดยที่มีค่าใช้จ่ายน้อยลงผ่านแอปพลิเคชันที่ทำ งานด้วยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ให้บริการส่งเงินข้ามประเทศรายเดิมอย่าง Western Union และ MoneyGram (มี Alibaba เป็นเจ้าของในปัจจุบัน) รูปนี้มาจาก https://images.app.goo.gl/ 4.การรักษาความปลอดภัย และการแบ่งปันข้อมูล KYCเนื่องจากข้อมูลที่บันทึกอยู่ใน Blockchain นั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ (นอกจากจะเพิ่มข้อมูล/ธุรกรรม เท่านั้น) นั่นหมายความว่าเป็นระบบที่มีความ ปลอดภัยสูงที่สามารถใช้เก็บดาต้าต่างๆ ได้ และมีประโยชน์กับการรักษาความปลอดภัยของธุรกรรมที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง เช่นการออก หนังสือค้ำ ประกัน (Letters of Guarantee หรือ LG) ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้เริ่มเอาระบบนี้มาใช้ งานแล้ว ระบบนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการออกหนังสือค้ำ ประกันอีกด้วย นอกจานี้ Blockchain ยังสามารถนำ มาใช้รักษาความปลอดภัยของข้อมูล KYC (Know Your Customer) ได้อีกด้วย 29


โดยเอามาช่วยในเรื่องของการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล (Access Authentication) โดย Mitsubishi UFJ Financial Group, ธนาคาร OCBC และธนาคาร HSBC ได้ร่วมมือกับ Infocomm Media Development Authority (IMDA) ของรัฐบาลสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาระบบ แบ่งปันข้อมูล KYC ที่มีพื้นฐานมาจาก Blockchain ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทำ งานแล้ว ระบบนี้ยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า และใช้ป้องกันการทุจริตได้อีกด้วย 5.การเพิ่มประสิทธิภาพงาน Trade Finance และงานประกันโดยทั่วไปในการส่งสินค้าและ ชำ ระเงินระหว่างประเทศมีเอกสารสำ คัญอยู่ 2 ประเภทคือ Letter of Credit (LC) และ Bill of Lading (BL) ซึ่งในหนึ่งธุรกรรมนั้นเอกสาร BL ต้องผ่านมือหลายบุคคล/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย อาจมีผู้เกี่ยวข้องกับเอกสารสูงถึง 27 ราย ต้องใช้เอกสารฉบับจริงเฉลี่ย 36 อย่าง และต้องถ่าย เอกสารอีกรวมแล้วประมาณ 240 ชุดในการซื้อขายสินค้าแต่ละครั้ง การใช้เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาแก้ปัญหา ทำ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถมองเห็น แลก เปลี่ยน และส่งมอบเอกสารกันได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง โดยที่ยังได้ประโยชน์ในด้าน ความรวดเร็วและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอีกด้วย นอกจากนี้ฟีเจอร์ Smart Contract ที่อยู่บน Blockchain ยังสามารถช่วยเร่งความเร็วของกระบวนการจัดการต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการ ประกันได้ โดยทำ หน้าที่แทนมนุษย์ในการตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ของเอกสารต่าง ๆ ช่วย ทำ ให้มั่นใจว่าข้อมูลไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต (One Version of Truth) และยังเป็นการบันทึกข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ ลงในบัญชี (Ledger) เดียวกันอีกด้วย ที่มา http://bit.ly/2vPgMZB 30


การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยี Blockchain คุณต้องการแชร์ข้อมูลชุดเดียวกันให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระบบ รายการข้อมูลของคุณมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 1 ราย คุณต้องการการบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือลบได้นอกจากเพิ่มข้อมูลใหม่ (Immutability) ข้อมูลที่ต้องการบันทึกเข้าสู่ระบบต้องไม่เป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือข้อมูลที่สามารถระบุตัว บุคคลได้ คุณต้องการระบบที่สามารถสร้างความเชื่อใจระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างข้อมูลโดย ไม่จำ เป็นต้องมีคนกลางมาคอยควบคุม คุณต้องการระบบที่รับประกันได้ว่าข้อมูลที่ผ่านการอนุมัติร่วมกันจะไม่สามารถถูกปลอมแปลง หรือแก้ไขได้ เกณฑ์ในการพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และความจำ เป็นในมิติต่าง ๆ ตามข้อคำ ถามทั้ง 6 คำ ถาม สำ หรับใช้ในการตัดสินใจเพื่อให้องค์กร สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีBlockchainได้อย่างเหมาะสมอีกทั้งยังสามารถนำ เทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อแก้ปัญหาการทำ งานในอดีตและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการวางแผนการ ทำ งานในอนาคตได้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. ที่มา https://www.oper.navy.mi.th/upload/pdf/Manu 31


การนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้กับโลก Internet of Things Blockchain เทคโนโลยีที่หลายคนอาจคิดว่าเกี่ยวกับ FinTech และคุ้นหูที่สุดคือ Cryptocurrencies แบบ Bitcoin แต่จริงๆ แล้ว Blockchain เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังของการใช้งานหลายๆ อย่างที่ไม่เพียงแค่ ธุรกิจการเงิน ทำ ให้ transaction ข้อมูล ต่างๆ ปลอดภัย น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลางได้ ดังนั้นบทความ นี้จะพาผู้อ่านไปทำ ความรู้จักการนำ Blockchain ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบของ Internet of Things ที่นอก เหนือจากวงการการเงินบ้าง ย้อนกลับไปเล็กน้อย Blockchain ตั้งอยู่บน “บัญชีธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เรียกกันว่า Ledger และ ถูกเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ที่เรียกว่า "โหนด" Node อีกที และแต่ละ Node จะมีสำ เนาบัญชี ธุรกรรมของตัวเอง และบัญชีนี้จะถูก "กระจายศูนย์" ภาษาอังกฤษคือ Distributed คือถูกก๊อปปี้ไปอยู่ในทุกๆ Node ในเครือข่าย ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการยอมรับ ปลอดภัยเชื่อถือได้ โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง รูปนี้มาจาก https://https://techsauce.co/ 32


ด้วยคุณสมบัติของ Blockchain จึงเข้ามาตอบโจทย์ Internet of Things (IoT) ได้ เพราะ เมื่อวันที่มีอุปกรณ์ devices เพิ่มขึ้นมากมาย การจัดการผ่านส่วนกลางจะยุ่งยากน่าดู แต่ Blockchain สามารถเข้ามาช่วยกลุ่ม IoT devices ที่กำ ลังมีจำ นวนมากได้ง่ายขึ้น ดังนั้น Internet of Things ในยุคของ Blockchain จะกลายเป็น Ledger of Things คือมี “บัญชี ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์”เพื่อจะ track อุปกรณ์ที่นำ มาเชื่อมต่อ ทีนี้เมื่อหลังบ้านเป็นดังนี้ ก็จะมีนัก พัฒนาต่อยอดเพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ สื่อสาร เชื่อมต่อกันและเชื่อถือกันได้ง่ายขึ้น 1. การขนส่ง - พาหนะต่างๆ ที่เรานั่งไปนั้นจะช่วยเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดให้ หลีกเลี่ยงจุด ก่อสร้าง จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทางด่วน ที่จอดรถ และสื่อสารกับสัญญาณจราจรได้ การขนส่งสินค้า ต่างๆ จะจัดการเรื่องการตรวจสอบภาษีได้ไวขึ้น 2. มอนิเตอร์โครงสร้างต่างๆ ในเมือง - สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และใช้อุปกรณ์เหล่านี้ใน การมอนิเตอร์ดูปัจจัยความเสี่ยง บนท้องถนน รางรถไฟ แหล่งกำ เนิดไฟฟ้า สะพาน ท่าเรือ runways เพื่อตรวจสอบดูปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และลดต้นทุนไปได้ 3. สายพลังงาน -การบริหารจัดการด้านพลังงานเป็นอุตสหกรรมที่ผูกอยู่กับศูนย์กลางมาอย่าง ยาวนาน ด้ครเลยจะคิดว่าในอนาคตอันใกล้ เราสามารถที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้เองได้ แต่ด้วย Blockchain จะทำ ให้การดำ เนินการด้านพลังงานจะถูกกระจายศูนย์ ตัวอย่างบริษัท Transaction Grid สามารถให้ผู้ใช้ผลิตพลังงานมาขาย หรือซื้อจากเพื่อนบ้านได้แล้ว 33


4. การเกษตร - ดูสภาพอากาศ ดิน พืชที่ปลูก สามารถติดเซนเซอร์ได้ วิเคราะห์และแนะนำ ว่า ควรต้องดูแลอย่างไร จากประวัติที่ผ่านมา ต่อไปจะดูได้ว่าวัวของเรากินอะไรกันลงไปบ้าง ดูประวัติ สุขภาพที่ผ่านมาเหมือนคนเลยทีเดียว 5. มอนิเตอร์สิ่งแวดล้อม - อุปกรณ์เซนเซอร์จะช่วยเราหาเงินได้ โดยการขายข้อมูลต่างๆ เช่น มอนิเตอร์คุณภาพอากาศ น้ำ และทำ การแจ้งเตือนเมื่อมีมลภาวะ หรือภัยอย่างสึนามิ เมื่อเก้าไปอีก ขึ้นคือการวิเคราะห์ Pattern และทำ การคาดการณ์อนาคตว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง 6. สายธุรกิจสุขภาพ - ด้วย Blockchain ข้อมูลต่างๆ สามารถแชร์ได้โดยปราศจากความกังวล ทางด้านความปลอดภัยดังเช่นในอดีต มีแพลตฟอร์มอย่าง Gem ที่เปิดตัวมาเป็น Blockchain Network เพื่อให้นักพัฒนาด้านสุขภาพสามารถพัฒนาต่อยอดจากเครือข่ายนี้ได้ อุปกรณ์ IoT ต่างๆ อย่างอวัยวะเทียมเช่น เข่า สะโพก แจ้งเตือนได้ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว... รูปนี้มาจาก https://https://techsauce.co/ 34


7. สายประกัน - สามารถใช้อุปกรณ์ IoT ในการติดตามสิ่งของต่างๆ ทั้งของมีค่า ของที่อยู่ใน พิพิธภัณฑ์ รถไร้คนขับที่ทุกวันนี้กำ ลังได้รับการจับตา สามารถติดเซนเซอร์และให้ข้อมูลตอน Claim ประกันได้ละเอียดขึ้นจากข้อมูลที่ได้จากเซนเซอร์โดยตรง 8. งานเอกสาร - เมื่ออุปกรณ์ต่างๆ (Physical asset) กลายเป็น Digital asset เอกสารก็เช่น เดียวกัน ทั้งลิขสิทธิ์ ความเป็นเจ้าของ การรับรอง ค้ำ ประกัน จะถูกนำ ขึ้นไปไว้บน Blockchain ตัวอย่างเช่น คุณจะ Start รถไม่ได้ ถ้าตรวจสอบแล้วว่าประกันหมด เจ้าของไม่จ่ายค่าที่จอดรถ หรือใบขับขี่ของคนขับที่พยายามจะขับรถนั้นดูเป็นที่ต้องสงสัย เรียกว่าทั้งหมดเชื่อมโยงถึงกันได้ แบบ Distributed 9. อสังหาริมทรัพย์ - สามารถเปลี่ยนสถานที่ว่างที่ติดเซนเซอร์นำ ตัวเองขึ้นไปลิสต์ใน Market place แจ้งว่า Assst ไหนว่างเพื่อเปิดให้คนนอกมาใช้ได้ อารมณ์แบบ Sharing Economy เช่นกัน 10. ภาคโรงงานอุตสหกรรม - ผู้จัดการโรงงานสามารถใช้อุปกรณ์และซอฟแวร์ในการมอนิเตอร์ ดูความต้องการของลูกค้า การผลิต คลังสินค้า การแจกจ่าย คุณภาพ การดูแลรักษา เพื่อควบคุม คุณภาพ ตัวเซนเซอร์สามารถออก RFP และจัดให้มีการ bid แข่งขัน ช่วยประหยัดเวลาและต้นทุน ขององค์กรขนาดใหญ่ได้ ที่มา https://techsauce.co/ 35


เอกสารอ้างอิง https://www.krungsri.com/th/ https://www.it24hrs.com/ / https://aws.amazon.com/ https://blog.cloudhm.co.th/what-is-blockchain/ http://bit.ly/2vPgMZB https://www.oper.navy.mi.th/upload/pdf/Manu


Click to View FlipBook Version