The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

e-book ppt

e-book ppt

ประวตั กิ ารศกึ ษาไทยตงั้ แตร่ ชั กาลท่ี 5 จนถงึ ปจั จบุ นั หนา้ หลกั

จัดทาโดย
นายภาณวุ ัฒน์ ตรุ ุไชย์ รหสั นิสติ 63105010039
นางสาวอรศิ ณา พงค์พีระ รหัสนสิ ติ 63105010233

เสนอ
อาจารย์ ชนันภรณ์ อารกี ุล

หนา้ คานา

การจัดการศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการมาโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะมีปัจจัย
ทั้งภายในและภายนอกประเทศทาให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ปัจจัย
ภายในเกิดจากความต้องการพัฒนาสังคมให้มีความเจริญและทันสมัย ส่วน
ปจั จัยภายนอกเกิดจากกระแสความเปลยี่ นแปลงของสังคมโลก ทง้ั ดา้ นเศรษฐกิจ
และการเมือง ตลอดจนการติดต่อสื่อสารกันทาให้ประเทศไทยต้องปรับตัวให้
ทันสมัย เพ่ือความอยู่รอดและประเทศได้เกิดการพัฒนาให้ทัดเทียมกับนานา
ประเทศ ด้วยเหตุผลท่ีกล่าวมาทาให้การจัดการศึกษาของไทยมีวิวัฒนาการ
เรอื่ ยมา ซงึ่ เป็นปัจจัยทช่ี ว่ ยเสริมความเจรญิ ก้าวหนา้ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ
และการเมืองของชาติให้มนั่ คงและเจรญิ ก้าวหน้า ดังจะได้กล่าวถึงวิวัฒนาการ
ของการศกึ ษาไทย

หนา้ สารบญั

การศกึ ษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หนา้ ที่ 1

การศกึ ษาในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั หนา้ ท่ี 4

การศกึ ษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยูห่ วั หนา้ ที่ 7

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 - ปัจจบุ นั ) หนา้ ที่ 9

รูปแบบการศกึ ษาไทยในปจั จบุ นั หน้าท่ี 18

การศึกษาในรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หนา้ ท่ี 1

การจดั ตงั้ สถานศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2414 จดั ต้ังโรงเรียนหลวงขน้ึ ในพระบรมมหาราชวงั เพื่อฝึกคนใหเ้ ข้ารับ
ราชการ มีพระยาศรีสุนทรโวหาร (นอ้ ย อาจารยิ างกูร) ในขณะน้นั เปน็ หลวงสาร
ประเสริฐเปน็ อาจารยใ์ หญ่ โดยมกี ารสอนหนงั สอื ไทย การคดิ เลข และขนบธรรมเนียม
ราชการ นอกจากมกี ารจดั ตั้งโรงเรยี นหลวงสาหรับสอนภาษาอังกฤษใน
พระบรมมหาราชวงั เกดิ จากแรงผลกั ดันทางการเมอื งท่ีสง่ ผลให้ไทยต้องเรียนรู้
ภาษาองั กฤษ เพอื่ จะไดเ้ จรจากับมหาอานาจตะวันตก และมกี ารส่งนกั เรียนไทยไปศกึ ษา
วชิ าครูที่ประเทศองั กฤษ

การศึกษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หน้าท่ี 2

การบรหิ ารการศกึ ษา
เมื่อจานวนโรงเรียนเพ่ิมมากขึ้นจึงจาเป็นต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ
การศึกษาเป็นส่วนหน่ึงต่างหาก เช่น ปี พ.ศ. 2430 ทรงโปรดเกล้า ฯ
ให้ต้ังกรมศึกษาธิการโดนโอนโรงเรียนท่ีสังกัดกรมทหารมหาดเล็กมา
ทั้งหมด ให้กรมหม่ืนดารงราชานุภาพเป็นผู้บัญชาการอีกตาแหน่งหนึ่ง ปี
พ.ศ. 2432 รวมกรมศึกษาธิการเข้าไปอยู่ในบังคับบัญชาของกรมธรรม
การ และ ปีพ.ศ. 2435 ประกาศตั้งกระทรวงธรรมการ มีเจ้าพระยาภาส
กรวงศ์ (พร บุนนาค) เป็นเสนาบดี มีหน้าที่ในการจัดการศึกษา การ
พยาบาล พพิ ธิ ภัณฑ์และศาสนา

การศึกษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั หน้าท่ี 3

การจดั แบบเรยี นหลกั สตู รและการสอบไล่
ปี พ.ศ. 2414 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย
อาจาริยางกูร) เรียบเรียงแบบเรียนหลวงขึ้น 1 เล่ม ชุดมูลบรรพกิจ เพื่อใช้เป็น
บทหลักสูตรวิชาชั้นต้นปี พ.ศ. 2427 กาหนดหลักสูตรชั้นประโยค หน่ึง โดย
อนุโลมตามแบบเรียนหลวงหกเล่ม นับเป็นปีแรกที่จัดให้มีการสอบไล่วิชาสามัญ
และมกี ารกาหนด หลักสูตรช้ันประโยคสอง ซึ่งเป็นหลักสูตรท่ีเกี่ยวกับวิชาสามัญ
ศึกษา หมายถึง ความรู้ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้สาหรับเสมียนในราชการพลเรือน
ตามกระทรวงต่าง ๆ

การศกึ ษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั หนา้ ที่ 4

ปจั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจดั การศกึ ษา มดี งั น้ี
พระบรมราโชบายในการปกครองประเทศ เพอื่ ใหป้ ระเทศมคี วามเจรญิ ก้าวหนา้ ทัดเทยี มกบั นานาประเทศ โดยการส่งทหารไปรว่ มกบั ฝา่ ยสมั พันธมิตร
ในสงครามโลกคร้ังท่ี 1 นอกจากนี้พระองค์ทรงสร้างความรู้สึกชาตินิยมในหมู่ประชาชนชาวไทยโดยมีสาระสาคัญของอุดมการณ์ชาตินิยม คือ
ความรกั ชาติ ความจงรักภักดตี อ่ พระมหากษตั ริย์และความยึดมนั่ ในพุทธศาสนา พระองคท์ รงศึกษาวชิ าการจากต่างประเทศ และเม่ือเสด็จกลับมาแล้ว
พระองค์ได้ทรงนาเอาแบบอย่างและวิธีการท่ีเป็นประโยชน์มาใช้เป็นหลักในการปรับปรุงการศึกษา เช่น ทรงนาเอาแบบอย่างและวิธีการท่ีเป็น
ประโยชนม์ าใชเ้ ปน็ หลักในการปรับปรงุ การศึกษา เช่น ทรงนาเอาวชิ าลกู เสอื จากประเทศองั กฤษเขา้ มาจดั ตง้ั กองเสอื ป่า พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์
โดย ทรงแปลวรรณคดีตา่ งประเทศเป็นภาษาไทยและทรงนพิ นธว์ รรณคดีไว้หลายเรอื่ ง

การศึกษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั (ตอ่ ) หนา้ ท่ี 5

ผลอันเน่ืองจากการจัดการศึกษาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือคนส่วนมากที่ได้รับ การศึกษา มีความรู้และ
แนวคิดเกี่ยวกับการปกครองประเทศในระบอบรัฐธรรมนูญในระบบ
รัฐสภา จึงมีความปรารถนาจะเปล่ียนแปลงการปกครองไปเป็นระบอบ
ประชาธิปไตย และปัญหาอันเกิดจากคนล้นงานและคนละ ท้ิงอาชีพและ
ถ่ินฐานเดิม มงุ่ ท่ีจะหันเขา้ สูอ่ าชพี ราชการมากเกนิ ไป

ววิ ัฒนาการในการจดั การศกึ ษา มีดังน้ี หน้าที่ 6

1. ปี พ.ศ. 2453 ประกาศตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือนเพ่ือฝึกคนเข้ารับราชการตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และต่อมาปี พ.ศ. 2459 ได้

ประกาศยกฐานะโรงเรียนขา้ ราชการพลเรอื นน้ี ขนึ้ เปน็ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

2. ปี พ.ศ. 2454 ต้ังกองลูกเสือหรอื เสือป่าข้ึนเป็นครั้งแรกโครงการศึกษาพ.ศ. 2456 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2458 โดย มุ่งให้ประชาชนมีความรู้

ทางดา้ นการทามาหาเลย้ี งชีพตามอตั ภาพของตน พยายามท่ีจะเปล่ียนคา่ นิยมของ ประชาชนไม่ให้มุ่งท่ีจะเข้ารับราชการอย่างเดียว ปี พ.ศ. 2459 จัดตั้ง

กองลกู เสือหญงิ และอนุกาชาดโรงเรยี นกุลสตรวี ังหลังและได้จดั ต้งั กองลูกเสือหญงิ ข้นึ เรยี กวา่ เนตรนารี ปี พ.ศ. 2461 มีการปรับปรุงและขยายฝกึ หัด

ครู ขึ้นโดยโอนกลบั มาขึ้นกบั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซง่ึ เดมิ เปน็ แผนกหนึ่งของโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรือน

3. ปี พ.ศ. 2464ปรับปรงุ โครงการศกึ ษาชาติ โดยวางโครงการศึกษาขึ้นใหมเ่ พือ่ สง่ เสรมิ ใหท้ ามาหาเลย้ี งชพี นอกเหนือจากทาราชการ

4. ปี พ.ศ. 2464 ใชพ้ ระราชบัญญัติประถมศกึ ษาบงั คับให้เด็กทุกคนทม่ี อี ายุ 7 ปี บรบิ ูรณห์ รือยา่ งเข้าปีท่ี 8 ให้เรียนอยู่ในโรงเรียนจนถึงอายุ 14

ปีบริบูรณ์หรือย่างเข้าปีท่ี 15 โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน และมีการเรียกเก็บเงินศึกษาพลีจากประชาชนคนละ 1- 3 บาทเพื่อนาไปใช้จ่ายในการจัด

ดาเนินการประถมศกึ ษา

การจดั การศกึ ษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หวั หน้าท่ี 7

ปจั จัยทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจดั การศกึ ษาในสมยั นม้ี ดี งั น้ี
1. ปัญหาการเมืองท่ีเกิดขึ้นภายในประเทศ มีกลุ่มผู้ต่ืนตัวทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร
เรยี กร้องใหม้ กี ารเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม และการเมือง มีการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบสม
บรู ณาญาสิทธริ าช
2. ปญั หาสืบเนอื่ งจากอทิ ธิพลจักรวรรดินิยมตะวันตก ซึ่งตกค้างมาตงั้ แต่รชั กาลกอ่ น ๆ
3. ปัญหาสบื เนอ่ื งจากภาวะเศรษฐกิจตกตา่ ในระหวา่ ง พ.ศ. 2463 - พ.ศ. 2474 เศรษฐกิจ
ของประเทศตกต่า จนเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องตัดทอนรายจ่ายลง มีการยุบหน่วยงานและปลด
ขา้ ราชการออก สร้างความไมพ่ อใจใหก้ ับรฐั บาลระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราชย์
4. ปัญหาสืบเนื่องจากการประกาศใชก้ ฎหมายการศกึ ษา คือพระราชบัญญัติประถมศึกษา ทาให้
การศึกษาแพรห่ ลายออกไป แต่ขาดความพร้อมทางดา้ นงบประมาณการศึกษา

การจัดการศกึ ษาในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั หนา้ ท่ี 8

ววิ ฒั นาการการจดั การศึกษาในสมยั น้ี มดี งั นี้
1. ปี พ.ศ. 2469 เปลย่ี นชอื่ กระทรวงธรรมการอยา่ งเดมิ
2. ปี พ.ศ. 2473 ยกเลิกการเก็บเงินศึกษาพลีคนละ 1 - 3 บาท จากผู้ชายทุกคนที่มีอายุ
ระหวา่ ง 16 - 60 ปี โดยใชเ้ งินจากกระทรวงพระคลงั มหาสมบัติอดุ หนุนการศกึ ษาแทน
3. ปี พ.ศ. 2474 ปรบั ปรงุ กระทรวงธรรมการเพ่ือให้สอดคลอ้ งกับภาวะเศรษฐกจิ ตกต่าของ
ประเทศ โดยยุบกรมสามัญศึกษาในตอนน้ัน กระทรวงธรรมการจึงมีหน่วยงานเพียง 3
หน่วยคือ กองบัญชาการ กองตรวจการศึกษากรุงเทพ ฯ และกองสุขาภิบาลโรงเรียน
ยกเลกิ ระเบยี บว่าด้วยการควบคมุ แบบเรียน

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 – ปัจจบุ นั ) หน้าท่ี 9

ปัจจัยของไทยทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การจดั การศึกษา
นโยบายการจัดการศึกษาของคณะราษฎร์ ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจาก
ระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยเม่ือวันท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ.
2475 คณะราษฎร์ซ่ึงเป็นกลุ่มบุคคลท่ีรวมตัวกันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้วางเป้าหมาย
สาคัญหรืออดุ มการณ์ของคณะราษฎร์ มี ปรากฏอยใู่ นหลกั 6 ประการ ข้อที่ 6 จะต้องให้
การศกึ ษาอยา่ งเต็มที่แก่ราษฎร เพราะคณะราษฎรม์ คี วามเหน็ ว่าการที่จะให้ประชาชนมีความรู้
ความเข้าใจเร่อื งการปกครองระบอบประชาธิปไตย จาเป็นต้อง จัดการศึกษาให้กับประชาชน
อยา่ งท่ัวถงึ เม่อื ประชาชนมีการศกึ ษาดยี ่อมจะทาให้ประเทศชาตเิ จริญข้นึ ดว้ ย ดังจะเห็นได้จาก
คาแถลงนโยบายของรัฐบาลพระยามโนปกรณน์ ติ ิธาดา พ.ศ. 2475 กล่าวไว้ว่า

การศึกษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 – ปัจจุบนั ) หน้าท่ี 10

การจัดการศึกษาเพอ่ื จะใหพ้ ลเมอื งได้มกี ารศกึ ษาโดยแพร่หลาย กจ็ ะต้องอนโุ ลม
ตามระเบียบการปกครองที่ใหเ้ ข้าลกั ษณะเก่ยี วกบั แผนเศรษฐกิจแห่งชาติ หลกั สูตร
ของโรงเรียนและมหาวทิ ยาลัยจะตอ้ งขยายใหส้ ูงข้ึนเทา่ เทยี มอารยประเทศ ในการนี้
จะตอ้ งเทียบหลักสตู รของนานาประเทศ หลักสูตรใดสงู ถอื ตามหลกั สูตรน้ัน รัฐบาล
ชุดต่อๆ มาก็ได้พยายามที่จะได้จัดการศกึ ษาให้ทว่ั ถงึ ในหมปู่ ระชาชนท่วั ไป ถา้
วเิ คราะหด์ ูจากคาแถลงนโยบายของรัฐบาลพบว่า ไดต้ งั้ ความหวงั เรอื่ งการศึกษาไว้
สูงเกินไปจะให้เท่าเทียมอารยประเทศ ซึง่ สภาวการณใ์ นประเทศขณะนัน้ ยังไมม่ ี
ความพร้อม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกจิ ซงึ่ เป็นปญั หาใหญ่ของประเทศในขณะนั้น เป็น
ผลให้เกดิ ปัญหาในการจัดการศกึ ษานับแตน่ ้ันเป็นตน้ มา

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนญู (พ.ศ. 2475 – ปจั จบุ นั ) หน้าที่ 11

การเกิดสงครามโลกครั้งท่ีสอง พ.ศ. 2484 - พ.ศ. 2488ประเทศไทยตกอยู่
ในภาวะสงครามโลกคร้ังที่สอง ซ่ึงมีผลกระทบกระเทือนต่อประเทศไทยอย่าง
รุนแรงท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา หลังสงครามโลกครั้งท่ีสอง
ประเทศไทยได้รับความเสียหาย อันสืบเน่ืองมาจากสงครามโลกครั้งท่ีสอง จึง
จาเป็นต้องกู้เงินจากธนาคารโลกเพ่ือนามาใช้ในการพัฒนาประเทศและประเทศ
ไทยสมคั รเปน็ สมาชกิ องค์การศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
ทาให้ประเทศไทยได้รบั ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตลอดจนแนวคิดใหม่ ๆ มา
ใช้ในการพัฒนาประเทศ ทาให้แนวคิดทางการศึกษาของไทยเริ่มเปลี่ยนแปลง
จากเดมิ เปน็ อยา่ งมาก

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 – ปจั จบุ นั ) หนา้ ท่ี 12

ววิ ฒั นาการการจดั การศึกษา มีดงั นี้
มีการประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ หลังเปลีย่ นแปลงการปกครองเปน็ ระบอบประชาธปิ ไตยแลว้
โดยจัดต้ังคณะกรรมการการศึกษาและทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ๆ ให้ตั้งสภาการศึกษา
พ.ศ. 2475 ประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ ต่อมามีการปรับปรุงการจัดการศึกษาภาคบังคับ
จาก 6 ปี เหลือ 4 ปี และประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2479 การมอบให้ท้องถิ่น
จดั การศกึ ษา พ.ศ. 2476 และยกฐานะท้องถน่ิ ขึ้นเปน็ เทศบาลตราพระราชบัญญัติเทศบาลข้ึน
และเทศบาลได้จัดการศึกษาอย่างแท้จริงใน พ.ศ. 2478 การปรับปรุงหน่วยงานที่มีส่วน
รับผดิ ชอบในการจดั การศึกษาและเหตุการณส์ าคัญทางการศกึ ษา ดงั น้ี

ปี พ.ศ. 2476 มีการปรบั ปรุงส่วนราชการในกระทรวงธรรมการและประกาศตงั้ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์และการเมอื ง หนา้ ท่ี 13

ปี พ.ศ. 2477 โอนคณะนติ ศิ าสตร์ในจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ไปสมทบกบั มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมอื ง
ปี พ.ศ. 2478 ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศกึ ษาท่ัวประเทศ
ปี พ.ศ. 2488 ประกาศใช้พระราชบัญญัติครพู ทุ ธศกั ราช 2488
ปี พ.ศ. 2494 มีการประกาศใชแ้ ผนการศึกษาแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 1 ปี
ปี พ.ศ.2503 ประกาศใชแ้ ผนการศึกษาแหง่ ชาติ ฉบบั ที่2 ปี
ปี พ.ศ.2520 ประกาศใช้แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ ฉบับท่ี3 และปัจจบุ นั กาลงั ใช้แผนการศึกษาแห่งชาติ
ปี พ.ศ. 2535 ฉบับที่ 4 และ พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ
ปี พ.ศ. 2542 การปฏวิ ตั เิ มื่อเดือนตุลาคม
ปี พ.ศ. 2501 ได้มกี ารจัดทาและนาแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมมาใช้ ซึ่งตอ่ มาได้ยุบเลิกและจัดต้ังสภาการศึกษาข้ึนมาแทน สภานี้
ได้พจิ ารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2503 ขึ้นมา เป็นผลให้การศกึ ษาในระยะหลังไดเ้ ปลีย่ นไปอย่างมาก

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนญู (พ.ศ. 2475 – ปจั จบุ นั ) หนา้ ที่ 14

การศกึ ษาได้ขยายตวั ขึน้ ทกุ ระดบั เพราะประเทศกาลังอยู่ในระหวา่ งการพัฒนา จึงจาเปน็ จะตอ้ งส่งเสรมิ ใหพ้ ลเมืองได้รับการศกึ ษาท่ีดีขน้ึ เพอ่ื จะได้
เปน็ พลเมืองที่มีคุณภาพสามารถเพิ่มรายได้ของตน และชว่ ยยกฐานะทางเศรษฐกจิ ของประเทศใหส้ ูงขน้ึ ด้วยเหตนุ ้ีรัฐบาลจึงได้ให้สภาพัฒนาเศษรฐ
กิจและสงั คมแหง่ ชาติจัดทาแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
ฉบบั ท่ี 1 (พ.ศ. 2504 - พ.ศ. 2509) ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2510 - พ.ศ. 2514) ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2519 )
ฉบบั ที่ 4 (พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2524) ฉบบั ที่ 5 (พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2529) ฉบบั ท่ี 6 (พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2534)
ฉบบั ท่ี 7 (พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2539) ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2544) ฉบับท่ี 9 (พ.ศ. 2545 – พ.ศ. 2549)

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนญู (พ.ศ. 2475 – ปัจจบุ นั ) หนา้ ที่ 15

ซึ่งการจัดการศึกษาในปัจจุบันได้มุ่งยึดแนวนโยบายท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2545- พ.ศ. 2549) ได้จดั แผนการศกึ ษาระยะ เวลา 15 ปี
เพ่อื วางแนวทางในการพัฒนาการอย่างบูรณาการคุณภาพชีวิตในทุก ๆ ด้านและสอดรับกับ
วิสัยทัศน์ แนวนโยบาย มาตรการและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมไทย
(สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 ข : คานา) ส่วนการจัด การศึกษา
ของประเทศไทยในสมัยการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญมีการขยายสถานศึกษาท้ังใน
สว่ นกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะในส่วน ภมู ิภาค เชน่ ปี พ.ศ. 2503 เริ่มก่อสร้างและ
จดั ต้ังมหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ และ รับนิสติ ในปี พ.ศ. 2507

การศกึ ษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนูญ (พ.ศ. 2475 – ปจั จบุ นั ) หน้าท่ี 16

ปี พ.ศ. 2509 เริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในภาคใต้ เป็นต้น
เนื่องจากมีผู้สนใจศึกษาใน ระดับอุดมศึกษามากขึ้นในปี พ.ศ. 2514 มีการ
จัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคาแหงเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกและปี พ.ศ. 2521 ต้ัง
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งที่สอง ความเคล่ือนไหว
ในทาง การศึกษาได้นาไปสู่แนวคิดการพัฒนาระบบการบริหารและการจัด
การศึกษาให้สามารถพัฒนาทรัพยากรบุคคลในชาติตามแนวทางพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีผลทาให้โครงสร้างการบริหารงานและการ
จัดการศึกษาได้ปรับเปลี่ยน ท้ังการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ
การเปดิ สอน 3609 ในสาขาวชิ าการและวชิ าชีพมุ่งพัฒนาให้ผู้รอบรู้เป็นคนเก่ง
คนดีและใชช้ ีวิตในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ

การศึกษาสมยั การปกครองระบอบรฐั ธรรมนญู (พ.ศ. 2475 – ปจั จบุ นั ) หน้าท่ี 17

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารใหมแ่ บง่ ออกเปน็ 4 สว่ น คอื

1. สภาการศึกษา 4. สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

2. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 3. สานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

รปู แบบการศกึ ษาไทยในปจั จบุ นั หน้าท่ี 18

การศึกษาไทยในปัจจุบนั เป็นยุคสงั คมแหง่ การเรียนรู้ทเ่ี ปดิ กว้าง มหี ลากหลายรูปแบบให้มนุษย์ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็วโดย
การนาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาในสถานศึกษาของไทย เพื่อให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ท่ีไร้ขอบเขตภายใต้
จินตนาการของมนุษย์ท่ีสร้างขึ้น การศึกษาเป็นกระบวนการเรียนรู้ท่ีเกิดขึ้นได้ทุกท่ีทุกเวลา จะเห็นได้ว่า สถานศึกษาต่าง ๆ ไม่ว่าจ ะเป็น
ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่และใหญ่พิเศษ สิ่งที่จาเปน็ และหลีกเลี่ยงไมไ่ ด้ คือ คอมพวิ เตอร์และระบบอินเตอร์เน็ท สถานศึกษาทุกแห่ง
มีความต้องการใช้เทา่ ๆ กนั ความรู้ความเขา้ ใจทท่ี กุ คนต้องเข้าไปให้ถงึ โลกแห่งสังคมการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีเป็นจะทาให้เกิดคุณค่าและ
ประโยชน์สงู สดุ ต่อตวั เอง แต่ในทางกลับกนั หากใชอ้ ยา่ งผิดวิธี ก็อาจทาใหเ้ กดิ ความสูญเสยี กเ็ ป็นได้

รปู แบบการศกึ ษาไทยในปจั จบุ นั หนา้ ที่ 19

แตใ่ นปัจจบุ ัน สถานศึกษาบางแห่งอาจจะไม่ได้รับจัดสรรคอมพิวเตอร์จากภาครัฐเลยก็มี หรืออาจจะไม่มีระบบอินเตอร์เน็ทใช้ก็คงมีอยู่ หรือ
ได้รับการติดตั้งเป็นแบบจานดาวเทียมแต่ใช้งานไม่ได้ ดังนั้นหากรัฐบาลจะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้โลกกว้างอย่างเท่าเทีย มกัน
ภาครัฐตอ้ งจดั สรรวัสดุอุปกรณ์เทคโนโลยที ที่ ันสมยั ใหก้ ับสถานศึกษาอย่างจริงจัง จดั สรรครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาที่มีความรคู้ วามชานาญ
ด้านการใช้เทคโนโลยมี าทาการจดั การเรียนการสอนให้กับเด็กและเยาวชนเหล่าน้ัน หรือพัฒนาครูท่ีมีอยู่ให้มีความรู้พร้อมท่ีจะเรียนรู้และสอน
เดก็ และเยาวชนได้อย่างมีคุณภาพ ในสถานการณ์ปัจจุบันสถานศึกษาทุกแห่งจาเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการติดต่อส่ือสาร การเข้าถึงข้อมูล
สารสนเทศ การค้นคว้าหาความรจู้ ากแหล่งตา่ ง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ดังน้ันภาครัฐรวมถึงภาคเอกชนต้องช่วยกันดูแลโรงเรียนท่ีอยู่ใน
ชุมชนอยา่ งท่วั ถึงและเปน็ ธรรม เพื่อจะทาใหเ้ ด็กและเยาวชนเหลา่ นนั้ ได้รับการพัฒนาความรใู้ นโลกกวา้ งอย่างทแ่ี ท้จรงิ

รปู แบบการศกึ ษาไทยในปจั จบุ นั หนา้ ท่ี 20

หนา้ สดุ ทา้ ย

Thank,you


Click to View FlipBook Version